รีวิวฉบับที่ 1896 …  ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทร บ้านเดี่ยว 2 ชั้นระดับหรู บนที่ดิน 100 ตร.วาขึ้นไป โครงการนี้มีความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวน 52 ยูนิต ทำเลตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 1 ที่สามารถใช้เส้นทางออกไปยังถนนบรมราชชนนี ถนนเพชรเกษม และถนนราชพฤกษ์เพื่อเชื่อมเข้าใจกลางเมืองอย่าง สาทร สีลม ได้ ใกล้ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกที่ใช้วิ่งไปจตุจักรได้สบายๆ โดยราคาของบ้านอยู่ที่ 25-40 ล้านบาท เราไปชมกันค่ะ 

Fact @ 3 July 2019 

  • Chewawan Pinklao-Sathorn (ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทร)
  • บริษัท ชีวาทัย จำกัด(มหาชน)
  • LUXURY-SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนนพุทธมณฑล สาย 1 แขวงบางละมาด เขตตลิ่งชัน
  • เนื้อที่โครงการ 26-3-20.3 ไร่ จำนวน 52 ยูนิต
  • บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดิน 100-190 ตร.วา ราคา 25-40 ล้านบาท

  • บ้านเดี่ยว 2 ชั้น (พรรณราย) ที่ดินมาตรฐาน 100 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 333 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
  • บ้านเดี่ยว 2 ชั้น (พรายแสง) ที่ดินมาตรฐาน 123.40 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 432 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 6 ที่จอดรถ

  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 180,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ สิงหาคม 2564
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • ลงทะเบียนสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี่
  • Call Center :  1260
  • สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด Google Maps : 13.773492, 100.426644
    หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

    แผนที่จากทางโครงการค่ะ

    ที่ตั้งโครงการ ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทร ตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 1 บริเวณค่อนไปทางถนนบรมราชชนนี ถนนเส้นนี้มีความสำคัญในย่านนี้มากทีเดียวเพราะจัดเป็นถนนที่เป็นแหล่งชุมชนมานาน บรรยากาศก็จะคึกคักและความอุดมสมบูรณ์สูงระดับหนึ่ง การใช้เส้นทางถือว่าสะดวกเพราะจากถนนพุทธมณฑลสาย1 เราสามารถเดินทางไปยังถนนอื่นๆได้หลากหลายทั้ง ถนนราชพฤกษ์เชื่อมเข้าใจกลางเมืองย่านสาทร สีลม , ถนนบรมราชชนนีที่ใช้มุ่งหน้าเข้าสู่ปิ่นเกล้าหรือออกเมืองไปทางนครปฐมก็สะดวก , ถนนเพชรเกษมมุ่งเข้าสู่วงเวียนใหญ่ สาทร , ถนนกาญจนาภิเษกมุ่งเข้าสู่ถนนพระราม 2 และในทำเลนี้ยังมีถนนที่ตัดใหม่อย่างถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 (ถนนพระเทพตัดใหม่) ที่มีจุดประสงค์เพื่อใช้ระบายการจราจรบนถนนจรัญสนิทวงศ์ ช่วยให้คนในย่านนี้มีความสะดวกสบายขึ้นมากทีเดียวค่ะ

    นอกจากนั้นโครงการยังสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปใช้ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกได้สะดวก ถ้ารถไม่ติดวิ่งแปปเดียวก็ถึงแล้ว โดยทางขึ้นลงทางด่วนที่อยู่ใกล้ๆจะอยู่บริเวณที่ตัดกับถนนราชพฤกษ์ค่ะ

    โครงการทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ก่อสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาจุดตัดถนนช่วงจากถนนกาญจนาภิเษกถึงสะพานพระรามหกจำนวน 5 แห่ง โดยกำหนดทางขึ้น-ลงไว้ 6 แห่งให้เป็นตัวเลือกในการใช้งาน คือ

    • บริเวณถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก)
    • ทางขึ้นลงราชพฤกษ์
    • ทางแยกต่างระดับบรมราชชนนี
    • ทางขึ้นลงบางบำหรุหรือถนนสิรินธร
    • ทางขึ้นลงจรัญสนิทวงศ์
    • ทางขึ้นลงพระราม 6
    • ทางขึ้นลงกำแพงเพชรตรงทางแยกต่างระดับศรีรัช (ด่วนขั้นที่ 2)

    ในอนาคตบริเวณใกล้ๆกับโครงการจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และ ช่วงหัวลำโพง-บางแค ถ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายก่อสร้างแล้วเสร็จ เส้นทางการเดินรถจะวิ่งวนครอบคลุมพื้นที่ใจกลางเมืองที่สำคัญๆ เชื่อมฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครเข้าด้วยกัน เน้นอำนวยความสะดวกให้กับคนในเมือง ถือว่าเป็นรถไฟฟ้าสายเดียวในประเทศไทยในตอนนี้ที่วิ่งเป็นวงกลม ซึ่งจะต่างกับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายอื่นๆที่เป็นเส้นยาวเน้นขนส่งคนจากนอกเมืองเข้าสู่ในตัวเมือง

    ความอุดมสมบูรณ์รอบๆโครงการถ้าในระยะใกล้โครงการเลย ก็จะมีร้านค้าร้านอาหารอยู่บ้าง และมีตลาดนัดเซฟเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่บริเวณซอยปากทางเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 2 แต่ถ้ามองถอยออกมารอบๆ จะมีความอุดมสมบูรณ์อยู่หลายฝั่งให้เลือก ถ้าวิ่งเข้าเมืองไปทางปิ่นเกล้า ก็จะมี เซ็นทรัลปิ่นเกล้า โรงหนังเมเจอร์ เทสโก้โลตัส และยังมี Community mall อย่าง The Sense ปิ่นเกล้าที่อยู่ติดกับเซ็นทรัลให้เลือกไปเดินเล่นซื้อของกันได้ อีกฝั่งคือถนนราชพฤกษ์ ที่มีความเจริญและอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง มีร้านอาหารทั้งเล็กใหญ่ ช่วงหลังๆเริ่มมีร้านอาหารที่มี Concept ตกแต่งน่ารักๆมาเปิด เช่น โครงการ The Bloc ที่มีร้านเค้กรูปหมี อย่าง Think cafe และ Villa de Bear ร้านอาหารในสไตล์ฮอนแลนด์ที่มี Mascot เป็น หมี Villy อยู่หน้าร้าน ส่วน Community mall ก็มี The Circle และที่ใกล้ๆกันเลยคือ Food Villa ตลาดสดกึ่งฟู้ดคอร์ทที่มีทั้งของสดของแห้ง และร้านค้าเต็มไปหมด สำหรับร้านอาหารบนถนนราชพฤกษ์ก็มีร้านใหญ่ๆอยู่หลายร้านให้เลือกไปนั่งทานข้าวกันค่ะ

    ส่วนบนถนนจรัญสนิทวงศ์ก็เป็นแหล่งชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ อาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถวมีร้านค้าอยู่ด้านล่าง มีตลาดสดอยู่หลายแหล่ง เช่น ตลาด บางขุนนนท์ ตลาดบางขุนศรี และมีHypermarket เรียงกันอยู่ตามแนวถนน เช่น Lotus , แม็คโคร และ Foodland หรือถ้าออกมาอีกฝั่งทางพุทธมณฑล-ศาลายา เรียกว่าเป็นย่านใกล้สถานศึกษา เช่น ม.มหิดล ศาลายา, มทร.รัตนโกสินทร์, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร,โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา ดังนั้นด้วยความที่มีสถานศึกษาค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ความอุดมสมบูรณ์ตามมา ทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด ร้านขายของต่างๆ เช่น เซ็นทรัลศาลายา , สวนพุทธมณฑล, ตลาดสดศาลายา , ตลาดดอนหวาย, วัดไร่ขิง, Makro, Community Mall อย่าง Brio และ Image Mall หรือจะออกมาทางถนนกาญจนาภิเษก ก็จะมี เดอะ พาซิโอ พาร์ค , ตลาดน้ำคลองลัดมะยม , เทสโก้ โลตัส เป็นต้น รวมไปถึงร้านค้าและร้านอาหารต่างๆที่เรียงรายตามเส้นถนนหลักอีกด้วย

    การเดินทางในวันนี้เราใช้ถนนจรัญสนิทวงศ์เพื่อวิ่งให้ดูโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่กำลังก่อสร้างกันอยู่ขณะนี้ วิ่งมาเลี้ยวเข้าถนนบรมราชชนนีผ่านโซนที่เป็นกลุ่มของห้างอย่างเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า เมเจอร์ ปิ่นเกล้า แล้วตรงมาเรื่อยๆเพื่อเลี้ยวเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 1 แปปเดียวก็จะถึงโครงการแล้วค่ะ

    วันนี้เราใช้เส้นทางบนถนนจรัญสนิทวงศ์วิ่งตรงมุ่งหน้าไปปิ่นเกล้า ระหว่างทางเราจะสังเกตเห็นแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระที่กำลังก่อสร้างกันอยู่ ซึ่งสถานีนี้คือสถานีบางยี่ขันค่ะ

    วิ่งตรงมาเรื่อยๆไม่ต้องลงสะพานนะคะ เดี๋ยวเราจะไปเลี้ยวเพื่อเข้าถนนบรมราชชนนีที่แยกด้านหน้ากัน

    พอถึงแยกให้เราเลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ถนนบรมราชชนนี

    พอเข้าสู่ถนนบรมราชชนนี ตรงมาอีกซักระยะก็จะเจอกับแหล่งความอุดมสมบูรณ์หลักในย่านนี้ได้แก่ Tesco Lotus ปิ่นเกล้า , เซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า , เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้าที่ข้างๆมีตลาดปิ่นเงิน-ปิ่นทองให้ไปเดินช้อปเสื้อผ้ากัน

    ติดๆกับเซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้าก็จะเป็น The Sense ปิ่นเกล้า Community mall ที่เปิดใหม่ได้ไม่นาน

    จากนั้นเราตรงไปเรื่อยๆก็จะเจอกับทางที่จะให้เลือกว่าจะไปกลับรถหรือมุ่งหน้าไปทางนครปฐม ให้เราเลือกไปทางฝั่งขวามุ่งหน้านครปฐมนะคะ

    พอเลี้ยวโค้งมา ให้เราตรงไปตามทางเลยค่ะ

    ขับมาอีกซักระยะจะเจอกับจุดที่ตัดกับถนนราชพฤกษ์ ซึ่งจะใช้วิ่งไปเชื่อมกับถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 และถนนเพชรเกษมได้

    ถัดมาทางฝั่งซ้ายจะเป็นถนนฉิมพลีที่ใช้ลัดไปพุทธมณฑลสาย 1

    ตรงต่อมาจะเจอกับทางเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าไปยังถนนพุทธมณฑลสาย 1

    ถนนเส้นนี้จะมีร้านค้าและร้านอาหารอยู่ตลอดทาง บรรยากาศของถนนนี้จะมีต้นไม้อยู่ตลอดแนวทำให้รู้สึกร่มรื่นก่อนจะกลับบ้าน

    พอเลี้ยวเข้าถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตรงมาอีกเล็กน้อยก็จะถึงกับโครงการ ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า – สาทร แล้วค่ะ

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    ทางเข้า-ออกของโครงการจะอยู่ติดกับถนนพุทธมณฑลสาย 1 เลย โดยสภาพแวดล้อมรอบๆส่วนใหญ่จะเป็น หมู่บ้าน บ้านพักอาศัยและที่ดินเปล่ารอการพัฒนาซึ่งในอนาคตยังไม่รู้ว่าที่ตรงนี้จะพัฒนามาเป็นอะไร ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นบ้านพักอาศัย ส่วนทางทิศเหนือที่ใกล้ๆกันจะมีวัดมะกอกค่ะ สรุปรอบๆโครงการแต่ละทิศจะติดกับ

    • ทิศเหนือ – ติดกับที่ดินเปล่า บ้านพักอาศัยแนวราบและวัดมะกอก
    • ทิศตะวันออก – ติดกับหมู่บ้านพักอาศัยแนวราบ
    • ทิศใต้ – ติดกับที่ดินเปล่าและหมู่บ้านพักอาศัยแนวราบ
    • ทิศตะวันตก – ติดกับถนนพุทธมณฑลสาย 1 ที่ดินเปล่าและบ้านพักอาศัย

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น (ระยะทางรวมระยะกลับรถ)

    ห้างสรรพสินค้าและแหล่งช้อปปิ้ง 

    • Food Villa ~ 4.5  กิโลเมตร
    • The Circle ราชพฤกษ์ ~ 4.8  กิโลเมตร
    • เดอะพาซิโอ้ พาร์ค กาญจนาภิเษก ~ 5.6  กิโลเมตร
    • homeWorks ราชพฤกษ์ ~ 7.7 กิโลเมตร
    • The Crystal ราชพฤกษ์ ~ 8.2 กิโลเมตร
    • เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า ~ 9 กิโลเมตร
    • เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ~  10.4 กิโลเมตร
    • The Sense ปิ่นเกล้า ~  10.7 กิโลเมตร

    โรงพยาบาล

    • โรงพยาบาลธนบุรี 2 ~ 4 กิโลเมตร
    • โรงพยาบาลพญาไท3 ~ 9 กิโลเมตร
    • โรงพยาบาลเจ้าพระยา ~ 11.7 กิโลเมตร
    • โรงพยาบาลศิริราช ~  11.8 กิโลเมตร

    สถานศึกษา

    • โรงเรียนเพลินพัฒนา ~ 5.7 กิโลเมตร
    • โรงเรียนอนุบาลนานาชาติเค็นซิงตัน ~ 7.9 กิโลเมตร
    • Singapore International School Thonburi ~ 7.4 กิโลเมตร
    • โรงเรียนเด่นหล้า ~  10.7 กิโลเมตร
    • โรงเรียนนานาชาติ British Columbia  ~ 11.6 กิโลเมตร
    • มหาวิทยาลัยมหิดล ~  12.6 กิโลเมตร
    • โรงเรียนนานาชาติ ร่วมฤดี ราชพฤกษ์ ~ 15.4 กิโลเมตร


    เจาะลึกตัวโครงการ

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทร เป็นโครงการบ้านเดี่ยวจำนวน 52 ยูนิต บนพื้นที่ 26-3-20.3 ไร่ ตั้งอยู่ติดถนนพุทธมณฑลสาย 1 โดยบริเวณทางเข้า-ออกจะมีซุ้มประตูพร้อมระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พอเข้ามาด้านในจะเจอกับถนนหลักกว้าง 15 เมตร ถือว่าค่อนข้างกว้างรถสามารถวิ่งสวนกันได้สบายๆ ทั้ง 2 ฝั่งของถนนจะมีการปลูกต้นไม้จัดสวนตลอดทั้งแนวทำให้บรรยากาศดูร่มรื่น ตรงเข้ามาจะเจอกับ Clubhouse และสวนหย่อมอยู่ตรงกลางโครงการ ซึ่งลูกบ้านไม่ว่าจะอยู่บ้านตำแหน่งไหนก็สามารถเดินมาใช้งานได้สะดวกและทำให้พื้นที่ส่วนกลางเน้นไปที่การใช้งานของลูกบ้านเท่านั้น  บ้านพักอาศัยในโครงการนี้มีอยู่ทั้งหมด 2 แบบคือ แบบบ้าน พรรณราย พื้นที่ใช้สอย 355 ตร.ม. และ แบบบ้านพรายแสง พื้นที่ใช้สอย 444 ตร.ม. ซึ่งจะเน้นที่ดินขนาดใหญ่ 100 ตร.วาขึ้นไปและมีการจัดวางผังให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้ซึ่งเป็นทิศที่ไม่โดนแดดร้อนในตอนบ่ายและสามารถรับลมได้ดี

    สำหรับใครที่จะตัดสินใจเลือกบ้านตำแหน่งไหน เราจะลองมาวิคราะห์กันคร่าวๆนะคะ จากผังโซนแรกของบ้านที่อยู่ใกล้กับทางเข้าโครงการมีข้อดีคือใกล้กับซุ้มประตูทำให้เดินทางเข้า-ออกได้สะดวกและยังอยู่ใกล้กับป้อมรปภ.ที่สามารถช่วยดูแลความปลอดภัยได้อย่างใกล้ชิด หน้าบ้านหันออกมาจะเจอถนนหลักของโครงการ ไม่หันหน้าไปชนกับบ้านหลังไหนเลย แต่โซนนี้จะมีรถผ่านหน้าบ้านเยอะนิดนึงด้วยความที่ใกล้ทางเข้า-ออกนั่นเองค่ะ ส่วนบ้านที่อยู่ตรงกลางโครงการมีข้อดีคืออยู่ใกล้ Facilities และสวนหย่อมเหมาะกับคนที่ชอบใช้พื้นที่ส่วนกลาง ส่วนบ้านที่อยู่ด้านในจะได้ในเรื่องของความเป็นส่วนตัวแลกกับระยะทางที่ต้องเข้าไปในโครงการลึกหน่อยค่ะ

    ซุ้มประตูทางเข้าโครงการออกแบบในสไตล์ Modern Classic โดยใช้โทนสีที่สว่างตัดกับลายฉลุ ทำให้ภาพรวมออกมาดูหรูหราทีเดียว ทั้ง 2 ข้างทางมีจัดสวนและทำทางเดินพร้อมติดตั้ง Lighting มาให้สำหรับตอนกลางคืน ทางเข้าของโครงการจะอยู่ร่นระยะลงไปจากถนนใหญ่พอสมควรทำให้ลูกบ้านที่อยู่ด้านในมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

    สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยหน้าโครงการจะมีรปภ.ดูแลความเรียบร้อยให้ 24 ชั่วโมง  พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV บริเวณด้านหน้าและรอบโครงการรวมกันแล้ว 32 จุด โดยซุ้มประตูด้านหน้าจะแบ่งทางเข้า-ออกชัดเจนโดยลูกบ้านจะสามารถผ่านเข้าไปด้วยระบบ Easy Pass ส่วนผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรบริเวณนี้ค่ะ

    ด้านหน้าโครงการบริเวณซุ้มประตูจะมีระบบ Easy Pass และ CCTV เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน และทั้ง 2 ฝั่งของทางเข้าจะมีการทำทางสำหรับให้คนเดินมาให้ตามภาพทางฝั่งขวาค่ะ

    พอเข้ามาด้านในจะเจอกับประตูบานเลื่อนอีกชั้นหนึ่งที่จะเปิดโดยระบบ Easy Pass

    ระหว่างซุ้มประตูและประตูบานเลื่อนจะมีการจัดสวนสไตล์ยุโรปมาให้ค่ะ

    พอเข้ามาด้านในเราจะเจอกับถนนหลักที่กว้าง 15 เมตรที่ทางโครงการปลูกต้นไม้มาให้ทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้บรรยากาศรวมๆดูร่มรื่นตามแนวคิดโครงการที่อยากจะเน้นพื้นที่สีเขียวและทำให้โครงการแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ

    จากที่ลองเดินชมโครงการ เราชอบตรงที่ระหว่างถนนโครงการและตัวบ้านมีการร่นระยะพอสมควร และพื้นที่บริเวณนั้นถูกเอามาทำเป็นพื้นที่สีเขียว มีลงต้นไม้ใหญ่มาให้ ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นและมีการทำทางเดินแยกต่างหาก เวลาเราเดินจะได้ไม่ต้องไปเหยียบต้นไม้ใบหญ้า ด้านข้างฝั่งที่ไม่มีบ้านทางโครงการก็ทำที่นั่งมาให้ เราสามารถใช้นั่งเล่นพักผ่อนได้

    ถัดเข้ามาด้านในเราจะเจอกับ Clubhouse วางอยู่ตรงกลาง ดูแกรนด์ดี ส่วนทางด้านซ้ายและขวาจะเป็นทางแยกไปยังส่วนของบ้านพักอาศัย โครงการนี้เค้าจะเอาระบบไฟฟ้าลงใต้ดินทั้งหมดจึงทำให้บรรยากาศโดยรวมดูเรียบร้อย ไม่มีสายไฟห้อยบังสายตา

    Clubhouse ด้านในจะประกอบด้วย Lobby สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้อง Squash และโยคะ ให้ลูกบ้านมาใช้สำหรับนั่งเล่นหรือออกกำลังกาย พื้นที่โดยรอบจัดเป็นสวนที่ตกแต่งด้วยบ่อน้ำพุ เดี๋ยวเราเข้าไปดูกันว่าบรรยากาศภายในเป็นอย่างไรบ้าง

    บรรยากาศด้านหน้าโครงการที่จัดเป็นสวนหย่อมและบ่อน้ำพุ ทำให้บรรยากาศบริเวณนี้ดูร่มรื่น

    เข้ามาด้านในจะเป็นส่วนของ Lobby ที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาว มีที่นั่งสำหรับพักคอย ด้านหลังจะมีประตูให้เดินเชื่อมไปยังสวนหย่อมด้านหลัง

    พอเปิดประตูออกมาจะเจอกับพื้นที่นั่งชมสวน ตรงนี้เป็น Semi Outdoor สามารถออกมานั่งเล่นรับลมหรือจัดกิจกรรมอื่นๆได้

    ถ้าเราอยากจะเดินไปที่สวนที่อยู่ด้านหลังก็เดินจากตรงนี้เชื่อมไปได้เลย โดยทางลงจะเป็นทางลาด รถเข็นสำหรับผู้สูงอายุสามารถผ่านได้ ถือเป็นการออกแบบที่รองรับได้ทั้ง 3 Generations ค่ะ

    กลับเข้ามาด้านใน Clubhouse เดี๋ยวเราจะพาไปดูพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆกัน ซึ่งจะอยู่หลังประตูบานนี้

    พอเปิดประตูเข้าไปเราจะเจอกับโถงที่แจกไปยังพื้นที่ส่วนต่างๆ ถ้าลงไปข้างล่างจะเป็นห้อง Squash เลี้ยวไปทางขวาจะเป็นห้องน้ำ ส่วนชั้นบนคือฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องโยคะและ Sauna

    เรามาดูส่วนที่เป็นห้องน้ำกันก่อน ห้องแรกที่อยู่ทางด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุ ถัดไปเป็นห้องน้ำชายและหญิงตามลำดับ

    ห้องน้ำผู้สูงอายุถูกออกแบบมาให้มีระยะสำหรับนำเอารถเข็นเข้าไปได้ พร้อมติดตั้งราวจับมาให้ด้วย

    ส่วนห้องน้ำจะอยู่ดานในอีกที มีให้ใช้ครบทั้งอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ การตกแต่งภายในเค้าเลือกใช้กระเบื้องโทนสีขาว ดูสะอาดตาดี

    ถ้าอยากจะไปใช้ส่วนกลางชั้นอื่นๆ เราสามารถใช้ได้ทั้งบันไดและลิฟต์ ที่มีเอาไว้เพื่อรองรับผู้สูงอายุที่อาจจะไม่ถนัดในการเดินขึ้นบันไดเท่าไหร่ด้วยค่ะ

    ลิฟต์ใน Clubhouse ใช้เป็นของ Mitsubishi ค่ะ ถ้าใครขี้เกียจเดินขึ้นบันไดหรือเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกในการเดินก็สามารถมาใช้ลิฟต์ได้

    ชั้นล่างจะมีห้อง Squash มาให้เล่นออกกำลังกายกันด้วย

    ส่วนชั้นบนสุดของ Clubhouse ขึ้นมาจะเจอกับโถงก่อน ชั้นนี้จะมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่หลายส่วนด้วยกัน ข้อดีของการยกพื้นที่ส่วนกลางมาชั้นบนคือความเป็นส่วนตัวเลยค่ะ ระหว่างที่ใช้งานจะไม่มีคนที่ไม่ใช่ลูกบ้านเดินผ่านไปผ่านมา

    ห้องแรกที่เราจะเจอคือห้องโยคะมีอุปกรณ์มาให้พร้อม มีผนังกระจกให้สำหรับท่าทางเวลาออกกำลังกาย ห้องนี้บรรยากาศโปร่ง โล่งน่าใช้งานเพราะมีผนังเป็นกระจกถึง 2 ด้านให้เราชมวิวรอบๆได้

    เดินถัดมาทางฝั่งขวาเป็นสระว่ายน้ำ ส่วนทางฝั่งซ้ายจะมีโต๊ะให้ใช้ประชุมหรือนั่งเล่น ด้านหลังสุดคือห้องฟิตเนสค่ะ

    มุมนี้จะเป็นชุดโต๊ะที่สามารถใช้เป็นพื้นที่ประชุมหรือเอา Laptop มานั่งทำงานก็ได้ค่ะ

    ต่อมาคือห้องฟิตเนสที่สามารถมองวิวได้รอบ ห้องนี้วางเครื่องออกกำลังกายได้ประมาณ 10 เครื่อง โดยสามารถออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบทั้ง วิ่ง ปั่นจักรยาน เวทในส่วนแขน ขา หัวไหล่ อก หน้าท้อง รวมๆแล้วมีถึง 7 ประเภทของการออกกำลังกายให้เลือกค่ะ อย่างมุมนี้เป็นพื้นที่สำหรับคาร์ดิโอ

    อีกฝั่งเป็นมุมให้เล่นเวทเพื่อเพิ่มมวลมัดกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของร่างกาย

    เดินออกมาดูสระว่ายน้ำซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ Clubhouse เวลาออกมาใช้งานจะค่อนข้างเป็นส่วนตัวเพราะไม่ค่อยมีใครเดินผ่านไปมามากนัก โดยสระจะเป็นระบบเกลือใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ

    มุมนี้คือสระเด็กกั้นเป็นสัดส่วน อยู่ใกล้ๆกับเก้าอี้นั่งพักผ่อนริมสระ ผู้ปกครองสามารถพาลูกหลานมาเล่นน้ำและนั่งรออยู่ข้างๆได้

    ส่วนสระผู้ใหญ่นั้นมองออกไปจะเห็นเป็นวิวสวน และจะมีพื้นที่บางส่วนเป็น Semi Outdoor หรือมีหลังคาคลุม ทำให้เรามาใช้สระได้ตลอดทั้งวัน

    ฝั่งนี้จะเป็นทางไปห้องน้ำและห้อง Sauna ค่ะ

    พอออกกำลังกายเสร็จ ถ้าอยากจะอาบน้ำล้างตัวก็สามารถมาใช้พื้นที่บริเวณนี้ได้ มีให้ครบทั้งล็อคเกอร์ ห้องน้ำแยกชายหญิง ห้องน้ำผู้สูงอายุและห้อง Sauna

    บรรยากาศภายในห้องน้ำชายค่ะ ตกแต่งด้วยโทนสีขรึมๆหน่อย ห้องนี้พอเดินเข้ามาเราจะเจอเป็นห้องแรกเลย

    ถัดเข้ามาจะเป็นห้องน้ำผู้สูงอายุที่มีการติดต้งราวจับมาให้

    ส่วนห้องน้ำผู้หญิงจะอยู่ด้านในสุด มีทั้งมุมสำหรับล้างหน้าและแต่งหน้า

    ถัดเข้าไปด้านหลังเป็นห้องน้ำ ห้องอาบน้ำและ Sauna

    บรรยากาศภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำตกแต่งด้วยโทนสีขาว ในห้องอาบน้ำจะมีหน้าต่างเอาไว้เปิดระบายอากาศได้ด้วย

    นอกจากนั้นยังมีห้อง Sauna ให้ใช้บริการ ซึ่งประโยชน์ของห้องนี้คือช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีและทำให้ผิวพรรณดีขึ้นอีกด้วย

    พอออกมาจาก Clubhouse ก็จะเจอกับโซนบ้านพักอาศัย ซึ่งจะมีบ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมอยู่ตรงนี้ด้วย

    ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของ Clubhouse หลังวงเวียนต้นไม้ก็จะเป็นโซนบ้านพักอาศัยและสวนหย่อม

    สวนหย่อมที่อยู่ด้านหลัง Clubhouse จะยาวไปถึงด้านหลังตามในภาพ

    การจัดสวนบริเวณนี้วางต้นไม้สมมาตรกันตามสไตล์ยุโรป

    ภายในสวนหย่อมจะมีพื้นที่นั่งพักผ่อนและเครื่องเล่นเด็กแทรกอยู่ค่ะ

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย

    • Lobby
    • สระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระผู้ใหญ่ขนาด 6×18 เมตร และสระเด็กขนาด 4×3 เมตร
    • ห้องออกกำลังกาย ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 10 เครื่อง
    • Squash Room
    • Yoga Room
    • Sauna Room

  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 15 ม. และถนนภายในกว้าง 10 ม.
  • Wi-Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์
  • ประตูรั้วโครงการ เข้าออกด้วยระบบ Easy Pass
  • ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. กล้อง CCTV กระจายรอบโครงการ 32 จุด
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง
  • Underground Cables ระบบไฟฟ้าใต้ดินทั้งโครงการ
  • Automatic Sprinkler ไฟถนนและไฟสวน LED โซล่าเซลล์

  • Product Walkthrough

    สำหรับบ้านในโครงการนี้เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีทั้งหมด 2 แบบคือ

    • พรรณราย พื้นที่ใช้สอย 333 ตร.ม. ที่ดินมาตรฐาน 100 ตร.วา ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ (กลางแจ้ง 2 คัน ในร่ม 2 คัน)
    • พรายแสง พื้นที่ใช้สอย 432 ตร.ม.  ที่ดินมาตรฐาน 123.40 ตร.วา ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 6 ที่จอดรถ (กลางแจ้ง 3 คัน ในร่ม 3 คัน)

    เรามาเริ่มกันที่บ้านแบบ พรรณราย พื้นที่ใช้สอย 333 ตร.ม. กันก่อนค่ะ หลังนี้สามารถจอดรถในร่มได้ 2 คันและกลางแจ้งได้อีก 2 คัน เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอกับโถงก่อน ซึ่งด้านหน้าจะมีห้องอเนกประสงค์ ห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุและห้องน้ำแบบ Powder room  สำหรับห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุวางผังได้ค่อนข้างดีทั้งตำแหน่งห้องที่อยู่หน้าบ้านและใกล้กับทางลาดสามารถเข้าห้องได้สะดวก มีห้องน้ำในตัวและเป็นห้องน้ำที่ไม่มีธรณีขึ้นมากั้น ทำให้รถเข็นสามารถผ่านได้ ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกันของห้องรับแขกและรับประทานอาหาร การวางเอาพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวอยู่ด้านในจะทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องที่เปิดประตูบ้านเข้ามาแล้วเจอเลย พื้นที่บริเวณนี้ยังสามารถชมวิวสวนด้านหลังบ้านได้เพราะผนังเป็นกระจกทั้งแผง สำหรับส่วน Service เช่นครัว ซักล้าง ห้องแม่บ้านจะอยู่ทางหลังบ้าน โดยทางเข้าของห้องแม่บ้านจะอยู่ด้านหน้า ทำให้เวลาแม่บ้านมาพักผ่อนจะไม่เข้ามารบกวนสมาชิกในบ้านค่ะ

    ชั้น 2 ขึ้นมาจะเจอกับพื้นที่พักผ่อนที่เชื่อมต่อกับ Double Space สามารถวางโซฟาแบบ L-Shape ได้ มีห้องพระมาให้ 1 ห้อง นอกนั้นจะเป็นห้องนอนอีก 3 ห้องที่มีห้องน้ำในตัว แบ่งออกเป็น Master Bedroom เป็นห้องที่อยู่ฝั่งหน้าบ้านซึ่งจะมีระเบียง Walk-in Closet และมุมนั่งพักผ่อนในห้อง ส่วนห้องนอนอีก 2 ห้องนั้นเป็นห้องนอนเล็กที่มีการออกแบบเน้นช่องแสงภายในห้องเช่นเดียวกัน

    บ้านแบบพรรณราย พื้นที่ใช้สอย 333 ตร.ม. โครงสร้างของบ้านเป็นบ้านก่ออิฐฉาบปูนดังนั้นจึงมีความแข็งแรง ทนทาน มีการลงเสาเข็มมาให้บริเวณที่จอดรถและลานซักล้าง ตัวบ้านมีการใช้ลายฉลุในการตกแต่งเพื่อให้เข้ากับ Concept โดยรวมของโครงการ

    ประตูรั้วด้านหน้าบ้านเป็นแบบเลื่อน 3 ตอน สามารถเลื่อนมาเก็บด้านข้างได้ ระแนงเป็นเหล็กโปร่งตกแต่งด้วยลายฉลุ หน้าบ้านมีกริ่งและตู้จดหมายมาให้

    ด้านข้างมีประตูเล็กสำหรับใช้เดินเข้าออก พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างมาให้

    หน้าบ้านจะมีช่องสำหรับทิ้งขยะ โดยจะมีถังอยู่ทางด้านในตัวบ้านไม่ต้องออกมาทิ้งด้านนอก เวลาเก็บขยะก็เก็บจากด้านนอกได้เลยค่ะ

    ที่จอดรถของบ้านหลังนี้สามารถจอดในร่มได้ 2 คันและกลางแจ้งอีก 2 คัน รองรับกลุ่มครอบครัวใหญ่ที่มีรถหลายคันได้ โดยพื้นที่จอดรถทางโครงการปูเป็นคอนกรีตแสตมป์มาให้ค่ะ

    ด้านหลังที่จอดรถมีประตูทางเข้าบ้านใช้สำหรับกรณีไปช้อปปิ้งถือของมาหนักๆก็สามารถเข้าบ้านได้สะดวก ข้างๆกันเป็นประตูห้องเก็บของค่ะ

    ห้องเก็บของจะอยู่บริเวณใต้บันได สามารถเก็บของใช้ต่างๆได้พอสมควร

    ด้านข้างบ้านจะมีระยะให้สามารถจัดสวนได้ ซึ่งด้านหลังจะเป็นทางไปห้องครัวและห้องแม่บ้าน

    ห้องแม่บ้านและห้องน้ำของแม่บ้านจะแยกทางเข้าออกจากตัวบ้าน ทำให้เวลาแม่บ้านมาทำงานหรือไปพักผ่อนจะไม่กระทบกับความเป็นส่วนตัวของสมาชิกภายในบ้าน

    บรรยากาศภายในห้องแม่บ้านและห้องน้ำแม่บ้านค่ะ

    ถัดมาจะเป็นพื้นที่ซักล้างซึ่งบริเวณนี้ทางโครงการเตรียมงานระบบต่างๆเอาไว้ให้ครบค่ะ

    เดินถัดมาจนถึงหลังบ้าน จะเห็นว่ามีพื้นที่พอสมควรเลย บริเวณนี้จะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและรับประทานอาหาร ดังนั้นถ้าจัดเป็นสวนสวยๆ เวลาเรานั่งอยู่ในบ้านก็จะเห็นวิวสวนด้านหลังบ้านด้วยค่ะ

    เดินอ้อมมาถึงด้านข้างบ้านอีกฝั่งหนึ่งทางโครงการก็จัดเป็นสวนหย่อม โรยหินกรวด

    มาถึงฝั่งหน้าบ้าน ในบ้านตัวบ้านทำเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนและบ่อน้ำพุ ส่วนในบ้านมาตรฐานทางโครงการก็จะมีลงต้นไม้ใหญ่มาให้ด้วยค่ะ

    บ้านนี้มีทางลาดเอาไว้รองรับรถเข็นผู้สูงอายุ ถือเป็นการออกแบบสำหรับครอบครัวที่อยู่ด้วยกันหลาย Generation

    ทางเข้าบ้านจะถูกยก Step ขึ้นประมาณ 2 ขั้นบันได และมีพื้นที่เฉลียงสำหรับถอดรองเท้าและเก็บของอยู่ด้านหน้า บริเวณนี้จะมีหลังคาคลุมทำให้กันแดดและฝนได้พอสมควรค่ะ

    ประตูเป็นบานไม้สักแบบเปิดได้ 2 ฝั่ง ทำให้เราได้ช่องเปิดที่กว้าง นอกจากทำให้ดูโอ่โถงแล้วยังมีประโยชน์ในการเปิดเพื่อขนของชิ้นใหญ่ๆได้ด้วย

    มือจับและตัวล็อคประตูเป็นของ Hafele ดูแข็งแรงดีค่ะ

    พอเข้ามาในบ้านจะเจอกับโถงที่จะแจกไปยังส่วนต่างๆ ทางฝั่งซ้ายเป็นห้องอเนกประสงค์และห้องน้ำ ส่วนทางฝั่งขวาเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ จากหน้าบ้านถ้ามองเข้าไปด้านในจะสังเกตว่าเราแทบจะไม่เห็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนด้านในเลย ถือเป็นการวางผังให้คนที่อยู่ในบ้านมีความเป็นส่วนตัวค่ะ สำหรับผนังจะเป็นฉาบเรียบ พื้นจะได้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อนตามแบบบ้านมาตรฐานด้านล่าง รวมถึงแอร์ก็จะได้แบบนี้เลยค่ะ

    ฝั่งนี้จะเป็นห้องอเนกประสงค์และห้องน้ำ ซึ่งจะอยู่ใกล้ๆกับตู้งานระบบไฟฟ้า

    ห้องอเนกประสงค์ถือว่าได้ช่องแสงค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว โดยหน้าต่างของบ้านทุกหลังกรอบบานจะเป็นอลูมิเนียม Power Coat  ด้วยขนาดพื้นที่ทำให้ห้องนี้สามารถจัดได้หลากหลายทั้งใช้เป็นห้องรับรองแขกหรือห้องทำงาน

    ห้องน้ำห้องนี้เป็นแบบ Powder Room หรือแบบที่ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ เราจะได้ของตามแบบรูปทางฝั่งขวาที่ผนังปูกระเบื้องลายหินอ่อนเต็มแผงและเคาน์เตอร์เป็นสีขาวเรียบๆนะคะ

    สุขภัณฑ์ได้แบบอัตโนมัติของ American Standard

    อีกฝั่งหนึ่งเป็นห้องนอนผู้สูงอายุซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใกล้กับทางเข้าออกของบ้าน และมีห้องน้ำในตัว ในแง่ของการใช้งานถือว่าค่อนข้างสะดวกทีเดียว

    ห้องนี้มีหน้าต่างมาให้ 2 ฝั่ง สามารถเปิดระบายอากาศและรับลมได้ วางเตียงได้ตั้งแต่ 3.5-5 ฟุต สำหรับพื้นทางโครงการเลือกใช้พื้นกันกระแทกหรือAbsorption Floor ซึ่งเป็นวัสดุที่มีโฟมอยู่ด้านล่างจึงช่วยลดแรงกระแทกจึงช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุการล้มได้ วัสดุประเภทนี้จึงเหมาะกับการใช้งานในห้องผู้สูงอายุค่ะ

    ข้างเตียงจะมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าและประตูทางเข้าไปที่ห้องน้ำ

    ประตูออกแบบมาให้เป็นบานเปิด เพื่อให้ผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นสามารถเอื้อมมือเลื่อนเปิดได้สะดวก

    และถ้าเราสังเกตพื้นห้องน้ำดีๆจะเห็นว่ามันไม่มี Step หรือการยกพื้นใดๆเลย เพื่อให้รถเข็นของผู้สูงอายุเคลื่อนที่ผ่านได้สะดวกนั่นเองค่ะ

    ภายในห้องน้ำจะเว้นพื้นที่ตรงกลางไว้สำหรับให้รถเข็นเข้ามาในห้องน้ำ และมีการติดตั้งอุปกรณ์ราวจับต่างๆมาให้ครบครัน และมีช่องแสงระบายอากาศในห้องด้วย

    กระจกที่ติดตั้งมาให้ในบ้านตัวอย่างเป็นแบบปรับองศาเฉียงลงเพื่อให้ผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นมองได้สะดวก แต่ของจริงที่ได้จะเป็นตามบ้านมาตรฐานนะคะ

    โถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำที่มีการติดตั้งราวจับสำหรับอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุค่ะ

    ฝักบัวเป็นของ American Standard  นะคะ

    ถัดเข้ามาด้านในสุดจะเป็นพื้นที่รับแขกพักผ่อนและรับประทานอาหาร บริเวณนี้จะดูโปร่งโล่งมากๆเพราะเป็น Double Space และมีช่องแสงอยู่รอบด้านเลย

    ห้องรับแขกด้านในจะมีฝ้าเพดานสูงเชื่อมต่อไปถึงชั้น 2 บริเวณนี้สามารถตกแต่งได้ด้วย chandelier และสามารถจัดสวนด้านนอกให้ดูสวยงาม เวลาเรามองออกไปจะเห็นเป็นพื้นสีเขียวเหมือนในบ้านตัวอย่าง

    ห้องรับแขกสำหรับนั่งเล่นพูดคุยกันในครอบครัว น่าจะนั่งกันได้ประมาณ 6 คน

    พื้นที่เชื่อมต่อกันจะเป็นห้องรับประทานอาหาร มุมนี้จะได้หน้าต่างแบบที่เฉียงๆด้านบนด้วยซึ่งทำให้รับแสงธรรมชาติได้มากขึ้น ด้านหลังในบ้านตัวอย่างจัดเป็นพื้นที่เตรียมอาหารนะคะ ส่วนในบ้านจริงเป็นพื้นที่โล่งๆ

    มุมมองย้อนกลับไปที่ห้องนั่งเล่นจะเห็นว่าบรรยากาศโดยรวมดูโปร่ง เพราะห้องมีช่องแสงอยู่รอบด้านค่ะ

    ทางโครงการจะมีติดตั้ง Magnetic Sensor , Shock Sensor  ที่ประตูหน้าต่างมาให้ทุกหลัง ดังนั้นถึงแม้ว่าจะมีหน้าต่างเยอะก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ

    พื้นที่ส่วนเตรียมอาหารที่ทางโครงการจัดมาให้ดูเป็นไอเดียนะคะ

    ส่วนเตรียมอาหารจัดวางเคาน์เตอร์เป็นตัวยูแล้วพื้นที่บริเวณใกล้ๆกับหน้าต่างยังสามารถวางเคาน์เตอร์ได้อีก สามารถเปิดระบายอากาศได้และตำแหน่งนี้ยังเชื่อมต่อกับพื้นที่หลังบ้าน ซึ่งถ้าครอบครัวไหนชอบทำอาหารก็ทำเป็นครัวไทยได้ค่ะ

    ข้างๆกันจะเป็นประตูทางออกไปที่ที่จอดรถหน้าบ้านและบันไดทางขึ้นชั้น 2

    บันไดทั้งลูกตั้งและลูกนอนเป็นไม้มะค่า มีชานพักอยู่ 1 จุด เดินวนขึ้นไปที่ชั้น 2

    มองลงมาจะเห็นว่าบริเวณโถงบันไดมีช่องแสงขนาดใหญ่อยู่เหมือนกัน ดังนั้นในช่วงเวลากลางวันเราแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยค่ะ

    ชั้น 2 พื้นจะเปลี่ยนเป็นปาร์เก้ไม้มะค่า ขึ้นมาจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นก่อนเลย

    ที่บริเวณครัวและพื้นที่นั่งเล่นชั้น 2 ทางโครงการจะติดตั้ง Motion Sensor หรือเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวมาให้ หลักการทำงานคือมันจะจับความร้อนของสิ่งมีชีวิตแล้วแปลงเป็นสัญญาณดิจิตอลเพื่อส่งคำสั่งเตือนภัย ดังนั้นถ้าเราเปิดระบบไว้แล้วมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเดินผ่าน ระบบก็จะ Alarm ขึ้นมาค่ะ

    พื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนบริเวณนี้เหมาะสำหรับสมาชิกในครอบครัวเพราะมีความเป็นส่วนตัว โดยจะมี Space เชื่อมต่อกับห้องรับแขกชั้นล่าง

    เดี๋ยวเราจะพาไปชมห้องนอนทีละห้องนะคะ เริ่มจากห้องที่อยู่ใกล้กับบันไดก่อน

    ห้องนี้เป็นห้องนอนเล็กเป็นห้องฝั่งหลังบ้าน ที่มีบานหน้าต่างตลอดทั้งแนว ฝ้าเพดานเราจะได้เป็นฉาบเรียบนะคะ แต่ด้วยความสูงของฝ้าเพดานที่สูง 3.00 เมตร เราจึงสามารถตกแต่งทำหลืบฝ้าได้ตามใจเลยค่ะ

    ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งมีพื้นที่พอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงนะคะ

    พื้นที่ปลายเตียงนี้มีระยะเหลือพอสำหรับวางตู้หรือชั้นวางทีวี

    ส่วนทางเข้าห้องน้ำจะอยู่บริเวณปลายเตียง ใกล้ๆกับตู้วางทีวี

    ระบบสวิตซ์ และ ปลั๊กไฟเป็นของ bticino และจะมีปุ่มสัญญาณ Alarm สำหรับขอความช่วยเหลือฉุกเฉินมาให้ในทุกห้องนอนด้วยค่ะ

    ห้องนอนในบ้านแบบนี้จะมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง แยกส่วนแห้งส่วนเปียกชัดเจน อย่างห้องนี้จะมีช่องแสงระบายอากาศถึง 2 ฝั่ง พื้นและผนังโดยรอบกรุกระเบื้องมาให้เหมาะสมกับการใช้งาน

    เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าในบ้านตัวอย่างกับบ้านมาตรฐานได้ไม่เหมือนกันนะคะ เทียบให้ดู

    โถสุขภัณฑ์เป็นของ American Standard ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆมาให้ครบ

    พื้นที่อาบน้ำกั้นเป็นสัดส่วน ได้มาทั้งฝักบัวแบบมือจับและ Rain Shower

    ฝักบัวของ American Standard แบบใช้ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น

    เดินมาดูอีกฝั่งหนึ่งของบ้านจะมีห้องนอนเล็กอีก 1 ห้อง Master Bedroom และ ห้องพระ ซึ่งในบ้านมาตรฐานจะกั้นห้องมาให้เรียบร้อย

    ภายในห้องพระค่ะ ของจริงเป็นห้องโล่งๆไม่มียก Step มีช่องหน้าต่างมาให้ 1 จุดเอาไว้เปิดระบายอากาศ

    ห้องนอนเล็กห้องนี้มีขนาดกว้างกว่าห้องก่อนหน้าหน่อยเป็นห้องทางฝั่งหน้าบ้าน มีหน้าต่างระบายอากาศมาให้  3 บาน พร้อมมีห้องน้ำในตัวเช่นเดิม

    วางเตียง Queen-King Size ได้สบายๆเลยค่ะ โดยตำแหน่งวางเตียงนอนจะอยู่ด้านในห้อง ส่วนห้องน้ำและพื้นที่แต่งตัวอยู่หน้าห้อง ค่อนข้างเป็นสัดส่วน

    ย้อนกลับมาดูฝั่งหน้าห้องกัน ตรงฝั่งหน้าห้องน้ำจะจัดวางตู้เสื้อผ้าได้ทั้งแนว พออาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้สะดวก

    สำหรับห้องน้ำในบ้านตัวอย่างจะมีการตกแต่งเพิ่มเติมให้ดูสดใสน่ารักตามแบบฉบับห้องนอนลูกสาว ของจริงที่ได้จะเป็นโทนสีขาวล้วนเหมือนกับรูปทางฝั่งขวานะคะ ไม่ได้ฉากกั้นอาบน้ำมาให้นะ

    เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าได้เป็นสีขาวตามบ้านมาตรฐานนะคะ

    สำหรับห้องนอนใหญ่เป็นห้องที่อยู่หน้าบ้าน ห้องนี้จะมีระเบียง และมี Walk-in Closet กับห้องน้ำในตัว

    ห้องนอนใหญ่ จัดพื้นที่ภายในกว้างสามารถวางเตียงขนาดใหญ่ และชั้นวางของด้านข้างได้ มีพื้นที่เหลือรอบเดินสะดวก มีหน้าต่างและช่องแสง ให้แสงธรรมชาติส่องถึงช่วยให้ห้องมีความโปร่งโล่ง หรือเปิดระบายอากาศและรับลมได้ดี

    ด้านข้างเตียงเป็นช่องแสงที่ตรงกลางเป็นประตูสามารถเปิดออกไปที่ระเบียงได้ ส่วนด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งเป็นหน้าต่างบานเลื่อน ทั้งหมดมีการออกแบบลูกฟักด้านในให้มีดีเทลตามสไตล์ Classic

    ระเบียงสามารถใช้ออกไปยืนสูดอากาศได้ แต่ถ้าจะเอาเก้าอี้ไปวางอาจจะมีระยะที่กระชั้นหน่อย

    ด้านข้างเตียงผนังจะเว้าเข้าไปเราสามารถทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนในห้องนอนได้

    บริเวณปลายเตียงจะเป็นส่วนของ Walk in-Closet และห้องน้ำของห้องนอนใหญ่

    ภายในส่วน Walk in-Closet มีพื้นที่จัดวางพื้นที่สำหรับตั้งตู้เสื้อผ้าได้ทั้ง 2 ฝั่ง และมีพื้นที่สำหรับทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ พื้นที่ค่อนข้างกว้างให้ใช้งานได้สะดวกและอยู่ด้านหน้าห้องน้ำพอดีช่วยให้ใช้งานได้ต่อเนื่องกัน

    อีกฝั่งหนึ่งเป็นทางไปห้องน้ำ พื้นที่เชื่อมจ่อกับ Walk-in Closet เลย พอเราอาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้สะดวก

    อีกฝั่งของห้องน้ำจะเป็นส่วนอาบน้ำและโถสุขภัณฑ์ ซึ่งเราสามารถกั้นประตูกระจกแบ่งพื้นที่การใช้งานไว้ให้เป็นสัดส่วน ทำให้สามารถใช้งานห้องน้ำได้พร้อมๆกัน 2 คนได้

    อ่างอาบน้ำได้เป็นแบบ His&Her สามารถใช้งานได้ 2 คนพร้อมกัน ด้านล่างทำเป็นชุดตู้บานเปิดสำหรับเก็บของต่างๆ ติดตั้งปลั๊กไฟแบบกันน้ำไว้พร้อมใช้งาน โดยเคาน์เตอร์เราจะได้ตามแบบบ้านมาตรฐานค่ะ

    อ่างอาบน้ำพร้อมอุปกรณ์ ตัวอ่างจะยกพื้นสูงจากพื้น ด้านบนมีหน้าต่างบานเลื่อนสามารถเปิดระบายอากาศได้ หรือจะหาม่านหรือมูลี่มาใส่เพิ่มก็ได้นะคะ จะได้ใช้ห้องน้ำเป็นส่วนตัวหน่อย

    ฝักบัวตรงอ่างอาบน้ำสามารถดึงออกมาได้แบบนี้นะคะ

    พื้นที่อาบน้ำจะมีที่นั่งมาให้ด้วย ส่วนโถสุขภัณฑ์ถูกจัดวางเป็นสัดส่วน

    บ้านแบบ พรายแสง มีพื้นที่ใช้สอย 432 ตร.ม.  บ้านแบบนี้สามารถจอดรถในร่มได้ 3 คันและกลางแจ้งอีก 3 คัน การวางผังยังคงเน้นความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัยโดยจัดให้ส่วนพักผ่อนทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวอยู่ด้านหลังทั้งหมด และเปิดช่องแสงให้พื้นที่ภายในบ้านดูโปร่ง รับวิวสวนหลังบ้านได้ ส่วนหน้าบ้านจะค่อนข้างปิดทึบ คนจากข้างนอกมองเข้ามาจะไม่เห็นภายในตัวบ้าน ซึ่งฟังก์ชั่นที่วางไว้คือห้องรับแขก ห้องอเนกประสงค์ ห้องน้ำ (Powder Room) ห้องนอนผู้สูงอายุ ส่วน Service อย่างครัวและห้องแม่บ้านอยู่ด้านหลัง แยกทางเข้า-ออกเช่นเดียวกับแบบบ้านก่อนหน้า

    บ้านนี้พื้นที่ Double Space จะมีอยู่ที่ห้องนั่งเล่นด้านหลังบ้านและบริเวณบันได ทำให้พื้นที่ส่วนที่ฝ้าเพดานสูงนั้นดูโอ่โถงและโปร่งโล่ง ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนสำหรับคนในครอบครัวอีก 1 จุด รวมถึงมีห้องพระแยกมาให้ ห้องนอนแบ่งย่อยได้อีก 3 ห้องเป็น Master Bedroom 1 ห้องและ ห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง ทุกห้องมีห้องน้ำในตัวซึ่งสะดวกต่อการใช้งานและเป็นสัดส่วน ไม่ต้องแย่งกันใช้ค่ะ

    ต่อมาคือบ้านแบบพรายแสง พื้นที่ใช้สอย 432 ตร.ม. รูปแบบบ้านจะคล้ายกับบ้านหลังแรก แตกต่างที่ขนาดพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันการใช้งานบางอย่าง เช่นมีที่จอดรถมากขึ้น มีห้องครัวที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น

    บริเวณหน้าบ้านจะเป็นที่จอดรถ แบ่งเป็นที่จอดแบบกลางแจ้ง 3 คันและจอดแบบในร่มได้ 3 คัน พื้นบริเวณนี้จะปูด้วยคอนกรีตแสตมป์ ง่ายต่อการทำความสะอาด

    ด้านหลังที่จอดรถจะมีประตูทางเข้าบ้านและพื้นที่ซักล้าง

    ข้างบ้านพอเดินเข้ามาจะเจอกับลานซักล้างที่เชื่อมต่อกับห้องครัว ถัดไปจะเป็นห้องแม่บ้านและห้องน้ำที่เข้าได้จากด้านข้างบ้านเลย โดยไม่ต้องเดินผ่านในตัวบ้าน

    พื้นที่หลังบ้านจะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและรับประทานอาหาร เราสามารถจัดสวนสวยๆเพื่อสร้างบรรยากาศบริเวณนี้ได้นะคะ

    เดินอ้อมมาด้านข้างบ้าน จะมีพื้นที่สำหรับจัดสวนหรือเราจะจัดชุดที่นั่งเพิ่มเติมก็ได้ค่ะ

    บริเวณทางเข้าบ้านการออกแบบจะคล้ายกับบ้านแบบพรรณรายเลยค่ะ

    เข้ามาด้านในบ้าน ทางฝั่งซ้ายเป็นห้องรับแขกซึ่งเป็นฟังก์ชันที่มีเพิ่มเข้ามา ถัดไปเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ส่วนทางฝั่งขวาคือห้องอเนกประสงค์และห้องน้ำค่ะ วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆให้เหมือนแบบบ้านก่อนหน้านะ

    ห้องอเนกประสงค์เราสามารถจัดได้ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องทำงานแล้วแต่ความต้องการของครอบครัวเลยค่ะ ในบ้านมาตรฐานเราจะได้หน้าต่างถึง 3 บานเลย (ในบ้านตัวอย่างเค้าทำฉากปิดไว้) ทำให้ห้องนี้ค่อนข้างสว่างเลยทีเดียว

    ต่อมาคือห้องน้ำที่ประตูทางเข้าอยู่หลบมุมอยู่ด้านในเป็นสัดส่วน

    พื้นบริเวณนี้จะมีการลดระดับลงเพื่อทำให้ห้องน้ำไม่โดนระยะจากขั้นบันได เนื่องจากตำแหน่งของห้องนี้อยู่ใต้บันใดนั่นเอง

    ซึ่งพอลดระดับลงแล้วจะทำให้ได้ห้องน้ำที่มีฝ้าเพดานที่ไม่โดนระยะของขั้นบันได ฟังก์ชันของห้องนี้จะเป็น Powder Room ที่เอาไว้รับรองแขกหรือใช้เวลาที่อยู่ชั้นล่าง โดยจะมีหน้าต่างบานกระทุ้งเอาไว้เปิดระบายอากาศค่ะ

    เรามาดูอีกฝั่งหนึ่งกัน เริ่มจากห้องรับแขกที่อยู่ฝั่งหน้าบ้าน ห้องนี้ก็ถูกออกแบบมาให้มีช่องแสงเยอะเช่นเดียวกัน

    ติดๆกันเลยเป็นห้องนอนผู้สูงอายุที่วางเตียงได้แบบ Queen Size และเป็นห้องที่มีห้องน้ำในตัว

    บริเวณปลายเตียงจะเป็นทางเข้าไปห้องน้ำ ซึ่งประตูถูกออกแบบมาเป็นบานเลื่อน หน้าห้องน้ำมีพื้นที่ให้ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ

    ภายในห้องน้ำมีการออกแบบเพื่อผู้สูงอายุเช่นเดียวกันกับบ้านก่อนหน้าทั้งพื้นที่ไม่มีการลดระดับ การจัดพื้นที่ให้รถเข็นเคลื่อนที่ผ่านเข้ามาได้ และการติดตั้งราวจับเพื่ออำนวยความสะดวก

    ถัดเข้ามาด้านในจะเจอกับพื้นที่โล่งๆที่แบ่งฟังก์ชันออกเป็น 2 ส่วน ทางฝั่งซ้ายคือห้องรับแขกฝ้าเพดานสูงแบบ Double Space และทางฝั่งขวาคือห้องรับประทานอาหาร ส่วนเตรียมอาหาร ครัวและห้องแม่บ้าน ส่วนตรงกลางนั้นเป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนแบบ Outdoor

    ตรงพื้นที่นั่งเล่น Outdoor มีประตูที่เชื่อมจากห้องรับแขกและห้องรับประทานอาหารซึ่งถ้าเปิดประตูทั้ง 2 ฝั่งนี้จะทำให้มีลมพัดผ่านได้ดีทีเดียว

    โดยพื้นที่ชั้นบนก็จะมีช่องแสงเหมือนกัน ซึ่งจะช่วยให้ภายในบ้านมีความโปร่งและสว่างมากขึ้น

    เรามาดูห้องรับแขกกันก่อนนะคะ

    ห้องนี้เป็น Double Space และมีช่องแสงรอบด้านจึงทำให้ดูโปร่งโล่ง เหมาะกับการใช้รับแขก และยังมีประตูเดินเชื่อมออกไปบริเวณสวนหลังบ้านได้อีกค่ะ

    ฝ้าเพดานของพื้นที่บริเวณนี้จะสูงเชื่อมขึ้นไปถึงชั้น 2 เลย เราสามารถหาโคมไฟ chandelier สวยๆมาตกแต่งได้

    อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นโถงบันไดและห้องรับประทานอาหาร

    ห้องรับประทานอาหารจัดวางที่นั่งได้ประมาณ 6 ที่นั่ง ด้านหลังสามารถทำส่วนเตรียมอาหารเพิ่มเติมได้

    พื้นที่เตรียมอาหารที่บ้านตัวอย่างตกแต่งให้ดูเป็นไอเดียค่ะ โดยตำแหน่งจะอยู่บริเวณหน้าห้องครัวพอดี พอทำอาหารเสร็จก็ยกมาจัดจานได้สะดวก

    บ้านหลังนี้จะมีห้องครัวเพิ่มเข้ามาโดยทางโครงการจะก่อเคาน์เตอร์ปูนมาให้ตามภาพด้านล่างให้เราสามารถตกแต่งเพิ่มเองได้ โดยจะมีหน้าต่างระบายอากาศอยู่ 1 จุด

    ห้องครัวมีขนาดใหญ่พอสมควร สามารถจัดฟังก์ชันต่างๆได้ครบ อย่างมุมนี้จะจัดวางเป็นเตาไฟฟ้าและตู้เย็นก็ได้ ทางโครงการเดินงานระบบต่างๆเอาไว้ให้ครบค่ะ

    โถงบันไดลูกตั้งและลูกนอนเป็นไม้มะค่า ประตูด้านข้างคือทางออกไปที่จอดรถ เดี๋ยวเราจะพาขึ้นไปชมชั้น 2 กัน

    โถงบันไดของบ้านหลังนี้จะวนเป็นตัวยู มีชานพักอยู่หนึ่งจุด พอมองขึ้นไปแล้วจะเห็นเป็นโถงที่สูงช่วยให้พื้นที่บริเวณนี้ดูแกรนด์พอสมควร

    พอขึ้นชั้นบนพื้นจะปรับเป็นพื้นปาร์เก้ไม้มะค่า

    พอขึ้นมาก็จะเจอกับโถงโล่งๆแบบนี้ Space ตรงนี้ช่วยให้ชั้น 2 ดูโปร่งโล่งและมีการระบายอากาศที่ดีพอสมควรเลย ผนังทั้งหมดที่เห็นกรุด้วยกระจกบ้าง ติดลูกฟักบ้างจริงๆจะเป็นฉาบเรียบทาสีนะคะ

    ห้องนอนใหญ่จะอยู่ติดกับบันไดเลยพอขึ้นมาก็เข้าห้องได้สะดวก

    การจัดพื้นที่พักผ่อนของห้องนี้สามารถวางเตียงได้แบบ King Size และยังมีพื้นที่ปลายเตียงให้วางโซฟาได้อีก ห้องนี้จะมีระเบียงที่สามารถออกไปยืนสูดอากาศหรือใช้งานได้

    ประตูทางออกไปที่ระเบียงเป็นประตูบานเลื่อน

    พื้นที่ระเบียงมีขนาด 3.2 x 1.4 เมตร สามารถเอาชุดโต๊ะเก้าอี้ออกไปวางเพื่อใช้นั่งพักผ่อนได้

    ส่วนอีกฝั่งก็จะมีพื้นที่ให้ Built-in เป็นโต๊ะทำงานยาวๆ

    ฝั่งปลายเตียงแบ่งพื้นที่จัดเป็นพื้นที่สำหรับทำเป็นชั้นวางทีวีและพื้นที่สำหรับวางทีวี และทางเดินเชื่อมต่อไปส่วน Walk in Closet และห้องน้ำ

    ห้อง Walk in Closet ในบ้านมาตรฐานจะเป็นห้องโล่งๆ ซึ่งเราสามารถ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าได้ทั้ง 2 ฝั่งและสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งแบบที่ใช้งานได้พร้อมกัน 2 คนได้ด้วย

    ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่จะได้ตามบ้านมาตรฐาน จัดพื้นที่แยกส่วนแห้งส่วนเปียก โดยห้องน้ำและห้องอาบน้ำมีการจัดวางเป็นสัดส่วน แต่ทางโครงการไม่ได้กั้นฉากกั้นมาให้ เราต้องติดตั้งเพิ่มเองค่ะ

    เคาน์เตอร์ที่เราได้จะเป็นสีขาวเรียบๆแบบในบ้านมาตรฐานนะคะ

    ห้องนี้ก็มีอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย โดยตำแหน่งของอ่างจะอยู่ใกล้กับหน้าต่าง สามารถอาบน้ำและชมวิวไปด้วยได้ แต่ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวก็อาจจะหามูลี่มาปิดเพิ่มเติมค่ะ

    บรรยากาศภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำที่มีการจัดวางคล้ายๆกับบ้านแบบก่อนหน้า ข้อดีคือเราสามารถใช้งานพร้อมกัน 2 คนได้ค่ะ

    เรามาดูอีกฝั่งหนึ่งของชั้นนี้กัน ซึ่งพอเดินถัดมาจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นก่อน

    พื้นที่นั่งเล่นจะอยู่เชื่อมต่อจาก Double Space ของห้องรับแขก มุมนี้เอาไว้ใช้นั่งเล่น ดูหนัง ฟังเพลงแบบเป็นส่วนตัวกับคนในครอบครัว

    ถัดไปด้านในจะเป็นทางไปห้องพระและห้องนอนอีก 2 ห้อง

    สำหรับห้องพระในบ้านมาตรฐานจะมีการกั้นประตูให้เป็นสัดส่วนนะคะ

    ห้องพระจะเป็นห้องโล่งๆมีช่องแสงระบายอากาศค่ะ

    ห้องนอนเล็กห้องนี้อยู่ฝั่งหน้าบ้าน  ภายในห้องค่อนข้างกว้างสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต ได้ มีหน้าต่างอยู่หลายจุดทำให้ได้แสงธรรมชาติค่อนข้างเยอะ ช่วยให้ห้องมีความโปร่งโล่ง หรือเปิดระบายอากาศและรับลมได้

    ห้องนี้ไม่มีระเบียงนะคะ แต่จะมีการทำราวกันตกคล้ายๆระเบียงเพื่อตกแต่งรูปลักษณ์ของบ้านภายนอกและทำให้ภายในบ้านสามารถทำช่องแสงเต็มบานได้ด้วย

    ฝั่งหน้าห้องจะสามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ โดยจะอยู่ตรงข้ามกับทางไปห้องน้ำ

    ภายในห้องน้ำจะมีการแบ่งส่วนเปียกและส่วนแห้ง วัสดุปูพื้นและผนังเป็นกระเบื้องทั้งหมด  ให้ชุดอ่างล้างหน้า มีตู้ใต้อ่างล้างหน้าสำหรับเก็บของใช้ต่างๆได้ ทางเข้าห้องน้ำจะมีการลดระดับเพื่อกันน้ำไหลไปโดนส่วนอื่นๆ

    เข้ามาภายในห้องนอนเล็กอีกห้องหนึ่ง จัดพื้นที่ภายในกว้างสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต และชั้นวางของด้านข้างได้ และมีพื้นที่เหลือรอบเดินสะดวก ฝั่งปลายเตียงทำเป็นโต๊ะทำงานได้ตลอดแนวผนังเลย

    ห้องนี้ก็มีห้องน้ำในตัวนะคะ ทำให้ใช้งานได้สะดวกและเป็นสัดส่วน

    ภายในห้องน้ำที่มีการแบ่งส่วนแห้งส่วนเปียกเป็นสัดส่วน พร้อมมีช่องแสงระบายอากาศค่ะ

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 3 July 2019 

    • บ้านเดี่ยว 2 ชั้น (พรรณราย) ที่ดินมาตรฐาน 100 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 333 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท
    • บ้านเดี่ยว 2 ชั้น (พรายแสง) ที่ดินมาตรฐาน 123.40 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 432 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 33 ล้านบาท
    • จองและทำสัญญา จอง 300,000 บาท ทำสัญญา 10%
    • ดาวน์ 10%
    • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 180,000 บาท
    • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
    • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
    • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
    • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการ ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทร ตั้งอยู่บนถนนพุทธมณฑลสาย 1 บริเวณค่อนไปทางถนนบรมราชชนนี การใช้เส้นทางถือว่าสะดวกสามารถเดินทางไปยังถนนอื่นๆได้หลากหลายทั้งใช้ถนนบรมราชชนนีมุ่งหน้าเข้าสู่ปิ่นเกล้าหรือออกเมืองไปทางนครปฐมและยังสามารถเดินทางไปยังถนนราชพฤกษ์  ถนนเพชรเกษม ถนนกาญจนาภิเษก และถนนที่ตัดใหม่อย่างถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 ได้อีกด้วย ทำเลนี้ถือว่าใกล้ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกวิ่งแปปเดียวก็ถึงจตุจักรแล้วค่ะ

    ความอุดมสมบูรณ์ในระยะที่ใกล้กับโครงการ จะมีอยู่หลายฝั่งให้เลือก ถ้าวิ่งเข้าเมืองไปทางปิ่นเกล้า ก็จะมี เซ็นทรัลปิ่นเกล้า โรงหนังเมเจอร์ เทสโก้โลตัส และยังมี Community mall อย่าง The Sense ปิ่นเกล้า  อีกฝั่งคือถนนราชพฤกษ์ ที่มีร้านอาหารทั้งเล็กใหญ่ The Circle Food ส่วนบนถนนจรัญสนิทวงศ์ จะมีตลาดสดอยู่หลายแหล่ง และมีHypermarket เรียงกันอยู่ตามแนวถนน เช่น Lotus , แม็คโคร และ Foodland หรือถ้าออกมาทางฝั่งพุทธมณฑล-ศาลายา จะมีสถานศึกษา เช่น ม.มหิดล ศาลายาเป็นต้น

    ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน :  สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยหน้าโครงการจะมีรปภ.ดูแลความเรียบร้อยให้ 24 ชั่วโมง  พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV บริเวณด้านหน้าและรอบโครงการรวมกันแล้ว 32 จุด โดยซุ้มประตูด้านหน้าจะแบ่งทางเข้า-ออกชัดเจนโดยลูกบ้านจะสามารถผ่านเข้าไปด้วยระบบ Easy Pass ส่วนผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรค่ะ ส่วนในบ้านจะมีทั้ง Magnetic Sensor , Shock Sensor ,  Motion Sensor มาให้

    การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : การออกแบบโครงการทำออกมาได้ดี ทั้งดีไซน์สไตล์ Modern Classic ที่ทำให้พื้นที่ส่วนกลางดูหรูหรา การวางผังบ้านในแนวทิศเหนือใต้ และการจัดพื้นที่ใช้สอยในบ้านที่เน้นความเป็นส่วนตัว พื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวจะถูกดันไปไว้หลังบ้านและเปิดช่องแสงขนาดใหญ่ สามารถรับลมและวิวได้ มีพื้นที่ Double Space ในห้องรับแขกช่วยให้มีความโอ่โถง มีการแยกส่วน Service ต่างๆ เช่นห้องแม่บ้านที่มีทางเข้าแยกกับตัวบ้าน  ทุกห้องนอนมีความเป็นสัดส่วนมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง และมีห้องผู้สูงอายุและห้องพระมาให้ อีกอย่างเนื่องจากตัวบ้านทุกหลังมีที่ดิน 100 ตารางวาขึ้นไปจึงทำให้มีพื้นที่รอบบ้านมาก สามารถจัดสวนได้และที่จอดรถสามารถจอดได้ถึง 4-6 คัน รวมๆแล้วเหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีหลาย Generation

    วัสดุ :  ภายในบ้านให้วัสดุเหมาะกับการใช้งานในแต่ละส่วน พื้นที่จอดรถเป็นคอนกรีตแสตมป์พื้นชั้นล่างเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อน พื้นชั้นบนเป็นปาร์เก้ไม้มะค่า ในห้องน้ำปูกระเบื้องมาให้ สุขภัณฑ์ได้ของ American Standard บ้านหน้าต่างเป็นอลูมิเนียม Powder Coat โคมไฟเป็น LED ทั้งหลัง

    พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : โครงการมีพื้นที่สีเขียวอยู่เยอะพอสมควรทั้งบริเวณหน้าโครงการ ด้านข้างถนนหลักทั้ง 2 ฝั่งและ บริเวณ Clubhouse ที่มีสวนขนาดใหญ่ ในอนาคตที่โครงการสร้างเสร็จไปนานๆ ถ้าต้นไม้ใหญ่ขึ้นก็จะทำให้โครงการมีความร่มรื่นมากกว่านี้อีกค่ะ

    สาธารณูปโภค : ให้มาเยอะพอสมควร โดยบริเวณกลางโครงการจะมี Clubhouse ที่ด้านในประกอบด้วย Lobby สระว่ายน้ำระบบเกลือแบ่งสระเด็กสระผู้ใหญ่ ห้องฟิตเนสที่วางเครื่องออกกำลังกายได้ประมาณ 10 เครื่อง ห้อง Squash และห้องโยคะ ให้ลูกบ้านมาใช้สำหรับนั่งเล่นหรือออกกำลังกาย โดยพื้นที่ส่วนกลางส่วนใหญ่ถูกจัดให้อยู่ด้านบนของ Clubhouse เวลามาใช้งานจะค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวค่ะ

    Judgement

    ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทร เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Luxury – Super Luxury ที่มีราคาขายระดับ 25-40 ล้านบาท ปัจจัยในการเลือกซื้อนอกจากจะต้องดูเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่สำคัญ เช่น ความชอบส่วนบุคคล อารมณ์ และความรู้สึกส่วนตัวของผู้ซื้อ ที่ต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณา แต่ปัจจัยดังกล่าวมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ดังนั้นทางทีมงานจะไม่มีการให้คะแนนความคุ้มค่าแก่โครงการลักษณะนี้ค่ะ

    BOTTOM LINE

    ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทร เป็นโครงการบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ ระดับหรู มีจำนวนยูนิตน้อย ค่อนข้างเป็นส่วนตัว มองหาหมู่บ้านที่มีความ Private สูง ชอบโครงการที่มีพื้นที่ส่วนกลางมาให้ครบครัน อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วน เหมาะสำหรับคนที่มีงบประมาณในการซื้อประมาณ 25 – 40 ล้านบาท 


    ติดตามพวกเราได้ที่
    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving