ชีวารมย์ นครอินทร์

รีวิวฉบับที่ 1986 …  วันนี้จะพาไปรีวิว ชีวารมย์ นครอินทร์ โครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่ตั้งอยู่ติดถนนนครอินทร์ ฝั่งที่ใกล้กับถนนราชพฤกษ์ เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากทางด่วนและความอุดมสมบูรณ์บนถนนราชพฤกษ์ ตัวโครงการมีจำนวนยูนิตน้อย มีแบบบ้านมีให้เลือก 3 แบบ พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 190 – 290 จอดรถได้ 2 – 4 คัน พร้อมให้ชุด Built-in ครัวและระบบ Home Automation ในราคาเริ่มต้น 10 – 18 ล้านบาท เราไปชมกันค่ะ 

Fact @ 6 November 2019

  • Chewarom Nakhon In (ชีวารมย์ นครอินทร์)
  • บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ติดถนนนครอินทร์ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
  • เนื้อที่โครงการ 40-3-46.60 ไร่ จำนวน 139 ยูนิต
  • Estuary บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 52  ตร.วา
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • Verdant บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 247 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.วา
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
  • Sierra บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 290 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 70 ตร.วา
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 – 2.80 เมตร / ชั้น 2 – 3.00 เมตร
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ n/a
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • โทร  : 065-998-1973-4
  • Call Center : 1260

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.822699, 100.465034
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ ชีวารมย์ นครอินทร์ ตั้งอยู่ติดถนนนครอินทร์ ฝั่งที่ใกล้กับจุดตัดของถนนราชพฤกษ์หรือวงเวียนพระราม 5 จะเห็นว่าตัวทำเลนั้นอยู่ในจุดเชื่อมต่อของถนนสายสำคัญหลายสายในย่านนี้ ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวได้หลายช่องทาง เราสามารถใช้ถนนนครอินทร์วิ่งไปทางฝั่งทิศตะวันตกเพื่อไปบรรจบกับถนนกาญจนาภิเษก หรือจะวิ่งไปทางฝั่งทิศตะวันออก ข้ามสะพานพระราม5 เพื่อไปเชื่อมกับถนนติวานนท์ ถนนงามวงศ์วานได้ สำหรับถนนหลักอีกสายที่อยู่ใกล้ๆกับโครงการและเป็นถนนที่มีความอุดมสมบูรณ์คือ ถนนราชพฤกษ์ที่เราสามารถใช้เส้นทางวิ่งลงไปทางทิศใต้เพื่อไปยังถนนบรมราชชนนี ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย4 (ที่เชื่อมต่อกับถนนจรัญสนิทวงศ์ได้) ถนนเพชรเกษม และยาวไปจนถึง BTS บางหว้าได้เลย หรือจะใช้เส้นทางวิ่งขึ้นเหนือไปบรรจบกับถนนราชพฤกษ์-นนทบุรี1 ที่ใช้ข้ามสะพาน มหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ซึ่งสามารถไปบรรจบกับถนนรัตนาธิเบศร์ที่มีรถไฟฟ้าสายสีม่วง

อย่างที่บอกไปว่าตัวช่วยในการเดินทางสำหรับทำเลนี้จะมีทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก บริเวณใกล้ๆกับโครงการจะมีทางขึ้นอยู่หลายทาง เช่นจากโครงการสามารถวิ่งลัด มุ่งลงใต้ไปจนไปถึงทางรถไฟ แถวนั้นจะมีจุดขึ้นทางด่วนเข้าเมืองไปโผล่แถวจตุจักรได้เลยค่ะ

สำหรับการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะนั้น เนื่องจากโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่จึงเรียกรถได้สะดวก มีทั้งแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์ รถสองแถวสายท่าน้ำนนท์-วัดชะลอ ส่วนในรัศมีไม่ไกลจะมีจุดที่วงกลมไว้ให้อย่าง เรือด่วนเจ้าพระยา(ใต้สะพานพระราม 5) ที่สามารถใช้เข้าเมืองต่อเนื่องไปได้เลยไปยันสาทรได้เลย และอีกตัวเลือกคือรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่แยกติวานนท์ เราสามารถต่อรถไปใช้บริการได้ โดยทั้งคู่ถือเป็นตัวเสริมในการเดินทางโดยไม่ใช้รถส่วนตัวได้ค่ะ

ทำเลนี้เดิมทีส่วนมากจะเป็นบ้านและชุมชนของคนในพื้นที่ แต่ปัจจุบันได้มีโครงการหมู่บ้านต่างๆเริ่มเข้ามาพัฒนาทำให้พื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถนนนครอินทร์เองก็จะมี ตลาดพระราม 5 แม็คโคร และ Tesco Lotus ให้จับจ่ายใช้สอย รวมถึงมีเหล่าร้านอาหารทั้งเล็กใหญ่อยู่ไม่น้อย ตกเย็นดึกก็มีร้านแนวกินดื่มอยู่พอสมควร แหล่งอาหารการกินที่สำคัญในย่านนี้ก็คงไม่พ้นท่าน้ำนนท์ ที่จะเป็นที่ฝากท้องกัน ส่วนแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์จะอยู่บนถนนราชพฤกษ์ที่ไม่ไกลจากโครงการ สามารถขับรถไปได้สะดวก โดยจะมีทั้ง HomePro , The Walk ราชพฤกษ์ , The crystal SB ราชพฤกษ์ , Baan & Beyond ราชพฤกษ์ หรือข้ามฝั่งไปเลยก็จะเป็น เซ็นทรัลพลาซารัตนาธิเบศร์ , เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต สถานศึกษาก็มีอยู่ไม่น้อย เช่น รร.อนุบาลเด่นหล้า รร.นานาชาติเด่นหล้า (DBS) รร.เซนต์คาเบรียล มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีความครบครันค่ะ

การเดินทางในวันนี้เราใช้ถนนราชพฤกษ์เพื่อที่จะพาไปดูความอุดมสมบูรณ์รอบๆโครงการ โดยจะเริ่มจากบริเวณ Baan & Beyond  ขับผ่าน The Crystal SB ราชพฤกษ์ ตรงไปเรื่อยๆจนถึงวนเวียนพระราม5 เราจะเลี้ยวเข้าถนนนครอินทร์ฝั่งที่มุ่งหน้าไปยังสะพานพระราม5 พอเข้าถนนนครอินทร์แล้วให้ตรงตามทางมา จากนั้นให้กลับรถบริเวณใต้สะพานข้ามคลองอ้อมนนท์ แล้วตรงมาอีกหน่อยก็จะถึงกับโครงการ โดยโครงการจะอยู่ติดถนนใหญ่นครอินทร์เลยค่ะ

สามารถคลิกที่รูปเพื่อชมการเดินทางทั้งหมดได้เลยค่ะ

การเดินทางในวันนี้เราใช้ถนนราชพฤกษ์ ขับมุ่งหน้าไปยังวงเวียนพระราม5 ทางฝั่งซ้ายจะผ่าน  Baan & Beyond 

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการส่วนใหญเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบสลับกับที่ดินเปล่า ตัวโครงการตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่นครอินทร์เลย โดยทางฝั่งทิศตะวันออกจะติดกับโครงการ Q District ที่มีทั้งทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวอยู่ด้วยกัน ถ้าเรามาจากฝั่งสะพานพระราม5 โครงการของเราจะอยู่ในระยะที่สามารถเบี่ยงเข้าทางขนานจากทางลงสะพานได้ทัน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปกลับรถเพื่อเข้าโครงการค่ะ โดยสรุปแต่ละด้านของโครงการจะติดกับ

  • ทิศเหนือ – ติดกับถนนนครอินทร์ ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพาณิชย์
  • ทิศตะวันออก – ติดกับโครงการทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยว
  • ทิศใต้ – ติดกับบ้านพักอาศัยแนวราบและที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตก – ติดกับที่ดินเปล่า

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น 

  • มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ~ 650 m.
  • The Walk ราชพฤกษ์ ~ 2.1 km.
  • โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า ~ 4.9 km.
  • โรงเรียนนานาชาติเด่นหล้า ~ 4.9 km.
  • Tesco Lotus  ~ 5.3 km.
  • ตลาดพระราม 5 ~ 5.3 km.
  • Baan & Beyond ราชพฤกษ์ ~ 5.3 km.
  • The Crystal SB ราชพฤกษ์ ~ 5.8 km.
  • แม็คโคร นครอินทร์ ~ 5.9 km.
  • โรงเรียนบดินทรเดชา นนทบุรี ~ 6.2 km.
  • โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ บางใหญ่ ~ 6.4 km.
  • HomePro ราชพฤกษ์ ~ 7 km.
  • โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ~ 7.1 km.
  • Major Cineplex Pinklao ~ 10.9 km.
  • Food Vila ราชพฤกษ์ ~ 11.4 km.
  • The Circle ราชพฤกษ์ ~ 11.6 km.
  • Central Plaza Pinklao ~ 12.3 km.
  • โรงพยาบาลเกษมราษฏร์ ประชาชื่น ~ 13.1 km.
  • โรงพยาบาลยันฮี ~ 13.3 km.
  • โรงพยาบาลเจ้าพระยา ~ 13.5 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

ก่อนที่เราจะพาเข้าไปชมโครงการจะขออธิบายแนวคิดในการออกแบบสักเล็กน้อยค่ะ โดยการออกแบบ ชีวารมย์ นครอินทร์ ผู้ออกแบบได้นำเอาชื่อโครงการมาตีความ คำว่า ชีวา มีความหมายว่า ชีวิต ส่วน รมย์ มาจากความรื่นร่มในการอยู่อาศัย ดังนั้นจึงได้นำเอาเงาของร่มไม้ ลวดลายใบไม้ มาใช้ในการทำลวดลายกราฟฟิกซึ่งเราจะเห็นลวดลายเหล่านี้แทรกอยู่ในการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางตั้งแต่ซุ้มประตู Clubhouse รวมไปถึงตัวบ้านด้วยค่ะ และด้วยความที่แนวคิดในการออกแบบเน้นความเป็นธรรมชาติ โครงการจึงจัดพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่มาให้กลางโครงการ (ตอนนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง) นอกจากนั้นในส่วนต่างๆจะมี Concept ย่อยๆอีกซึ่งเดี๋ยวเราจะค่อยๆเล่าให้ฟังกันนะคะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

จากผังโครงการเข้ามาเราจะเจอกับซุ้มประตูที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ 24 ชั่วโมงก่อน ถัดเข้ามาจะเป็นถนนหลักที่แบ่งบ้านพักอาศัยออกเป็น 2 ฝั่ง ตรงกลางโครงการจะเป็นสวนหย่อมขนาด 1 ไร่ที่แบ่งพื้นที่ออกเป็นศาลาพักผ่อน สนามเด็กเล่น ลานสนามหญ้า และ Outdoor Fitness และจะมีลำรางที่ไม่ได้มีการใช้งานตัดผ่าน โดยทางโครงการได้มีรั้วกั้นและจัดสวนรอบๆมาให้  พื้นที่ส่วนกลางอื่นๆจะมี Clubhouse ที่ประกอบด้วย Lobby สระว่ายน้ำ และฟิตเนส อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ ทำให้ภายในส่วนพักอาศัยสงบและเป็นส่วนตัว เราสามารถนัดแขกมาพบที่ Clubhouse ได้โดยไม่ต้องเข้าไปในบ้านให้เสียความเป็นส่วนตัว บ้านพักอาศัยในโครงการนี้มีอยู่ทั้งหมด139 ยูนิตแบ่งออกเป็น 3 แบบคือ Estuary พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. , Verdant พื้นที่ใช้สอย 247 ตร.ม.  และ Sierra พื้นที่ใช้สอย 290 ตร.ม. การวางผังตัวบ้านจะวางค่อนไปทางทิศเหนือ-ใต้ บ้านที่อยู่ทางทิศเหนือของโครงการ แต่ละซอยย่อยจะมีเพียง 1-4 หลังเท่านั้น ส่วนทางฝั่งทิศใต้ของโครงการในแต่ละซอยจะมียูนิตสูงสุดแค่ 5 หลัง ทำให้ลูกบ้านมีความเป็นส่วนตัว และทางฝั่งนี้บางยูนิตจะอยู่ติดกับสวนภายในโครงการด้วยค่ะ

ซุ้มประตูทางเข้าโครงการจะอยู่ร่นระยะจากถนนใหญ่เข้ามาหน่อย ทำให้รถมีระยะในการเลี้ยวและมีข้อดีตรงที่ถ้ามีรถเข้ามาพร้อมๆกันหลายคันก็ไม่ต้องไปจอดติดกันที่ถนนใหญ่ และยังทำให้บ้านที่อยู่ในโครงการมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วย เพราะคนที่อยู่ด้านนอกมองเข้ามาจะไม่เห็นด้านในโครงการ และตลอดทั้งสองข้างทาง โครงการมีการจัดสวนมาให้ทำให้บรรยากาศบริเวณทางเข้า-ออกร่มรื่นมากขึ้นค่ะ

สังเกตว่าซุ้มประตูจะมีลายกราฟฟิกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเงาของต้นไม้และใบไม้ โดยระบบรักษาความปลอดภัยหน้าโครงการจะมีรปภ.ดูแล 24 ชั่วโมง CCTV และ Key Card Access ระยะไกล สำหรับใครที่ไม่ใช่ลูกบ้านจะต้องแลกบัตรบริเวณนี้นะคะ

Key Card Access ระยะไกล และกล้อง CCTV ที่อยู่บริเวณซุ้มประตูค่ะ นอกจากนั้นจะมี CCTV ติดตั้งอยู่รอบโครงการเลยประมาณ 26 จุด

เมื่อเข้ามาเราจะเจอกับถนนหลักที่กว้าง 16 เมตร เข้ามาจะไม่เจอกับบ้านพักอาศัยในทันที เนื่องจากขอบเขตที่ดินมีการเบี่ยงทางเล็กน้อย ทำให้บ้านที่อยู่ด้านในมีความเป็นส่วนตัวพอสมควร

ถัดเข้ามาเราจะเจอกับบ้านพักอาศัยที่อยู่โซนด้านหน้า ซึ่งจะเป็นโซนที่ใกล้ทางเข้าออกและ Clubhouse ค่ะ

Clubhouse ของโครงการด้านในจะประกอบด้วย Lobby สระว่ายน้ำ และมีฟิตเนสอยู่ชั้นบน โดย Concept ย่อยของ Clubhouse คือ Forest ดังนั้นทางโครงการจึงมีการจัดสวนมาให้รอบๆ ถ้าผ่านไปสักระยะพอต้นไม้โตก็จะดูร่มรื่นมากกว่านี้ค่ะ

สวนบริเวณ Clubhouse ทางโครงการมีการเลือกให้ดูหลากหลายมีทั้งไม้พุ้มและไม้ใหญ่ และเลือกสีให้มีความแตกต่างกัน

เราเข้ามาดูในสำนักงานขายซึ่งในอนาคตจะปรับเป็น Lobby ตกแต่งด้วยโทนสีขาวตัดกับสีไม้ ดูโปร่งโล่ง ด้านบนมีดีไซน์โคมไฟเป็นรูปฝูงนกด้วย

มุมพักผ่อนจะอยู่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นสวนด้านนอกได้

เดินถัดเข้ามาเราจะเจอบันไดทางขึ้นชั้น 2 และถ้าเดินตรงไปจะเป็นสระว่ายน้ำและห้องน้ำ

สระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือค่ะ แบ่งเป็นสระผู้ใหญ่ขนาด 7 x 12 เมตร ลึก 1.2 เมตร และสระเด็กลึก 0.60 เมตรอยู่ในสระเดียวกัน รอบๆสระทางโครงการปลูกต้นไม้ให้ซึ่งถ้าต้นไม้โตกว่านี้ก็จะเป็นเหมือน Partition ทำให้คนที่มาใช้งานสระมีความเป็นส่วนตัวค่ะ

ด้านข้างสระว่ายน้ำและ Facade (การตกแต่งด้านหน้าอาคาร) ของ Clubhouse ตกแต่งด้วยลายกราฟฟิกที่ได้แรงบันดาลใจมากจากเงาไม้ เวลาเงาสะท้อนลงน้ำดูสวยดี

บริเวณสุดทางเดินจะมีทางที่เดินออกไปยังด้านข้าง Clubhouse ได้

ซึ่งในอนาคตทางนี้จะเป็นทางเดินไปยังที่จอดรถบริเวณ Clubhouse กรณีที่ลูกบ้านไม่อยากเดินสามารถขับรถมาจอดเพื่อใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ หรือสามารถใช้เป็นที่จอดรถสำรองของแขกผู้มาติดต่อได้ด้วยค่ะ

ฝั่งตรงข้ามสระว่ายน้ำเป็นห้องน้ำและบันไดทางขึ้นชั้น 2

ห้องน้ำมีให้ใช้แยกชายหญิงนะคะ ตรงกลางจะเป็นพื้นที่อาบน้ำล้างตัวก่อน-หลังเล่นน้ำ

ภายในห้องน้ำมีครบครันทั้งตู้ล็อคเกอร์ อ่างล้างหน้า ห้องน้ำ และ ห้องอาบน้ำ

บรรยากาศภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นห้องฟิตเนส

ห้องฟิตเนสภายในวางเครื่องออกกำลังกายได้ประมาณ 7 เครื่อง โดยมีผนังทั้ง 2 ฝั่งเป็นกระจก ทำให้เราออกกำลังกายและเห็นวิวไปด้วยได้ และมีผนังอีกด้านเป็นกระจกเงา เวลาออกกำลังกายจะได้เห็นท่าทางว่าทำถูกต้องหรือไม่ค่ะ

การตกแต่งห้องนี้ใช้โทนสีขาวบวกกับมีหน้าต่างบานใหญ่  จึงทำให้บรรยากาศโปร่ง โล่ง และข้อดีของการนำเอาห้องฟิตเนสขึ้นมาไว้ชั้นบนคือเวลาลูกบ้านมาใช้งานก็จะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยค่ะ

สำหรับบ้านพักอาศัย โครงการนี้ในแต่ละซอยย่อยจะมีจำนวนยูนิตไม่เยอะเพียง 4-6 หลังทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากๆ เดี๋ยวเราจะพาไปชมบ้านตัวอย่างกันนะคะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย
    • Lobby
    • สระว่ายน้ำระบบเกลือ แบ่งเป็นสระผู้ใหญ่ขนาด 7 x 12 เมตร ลึก 1.2 เมตร และสระเด็กลึก 0.60 เมตร
    • ห้องออกกำลังกาย
  • สวนหย่อม ที่ประกอบด้วย สนามเด็กเล่นและพื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 16 ม. และถนนภายในกว้าง 8-12 ม.
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ จำนวน 26 จุด
  • Key Card Access ระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบเลื่อนไฟฟ้า
  •  ระบบ Home Automation


Product Walkthrough

บ้านตัวอย่างทางโครงการทำมาให้ชมทั้ง 3 แบบเลยคือ Estuary พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. Verdant  พื้นที่ใช้สอย 247 ตร.ม. และ Sierra พื้นที่ใช้สอย 290 ตร.ม. โดยดีไซน์ของบ้านจะเป็นสไตล์ Modern Luxury ใช้โทนสีเทา ขาว และ Earth Tone สำหรับ Promotion ในวันที่เราไปเก็บข้อมูลนั้นจะมี Home Automation ประตูรั้วอัตโนมัติ และชุดครัว Built-in มาให้ด้วย**

**Promotion ที่ระบุไว้ในรีวิวเป็นข้อมูล ณ วันที่เข้ารีวิว โปรดสอบถามรายละเอียดกับทางโครงการอีกครั้งค่ะ

สำหรับระบบ Home Automation และระบบรักษาความปลอดภัยที่โครงการมีให้ ถือว่าค่อนข้างที่จะ Full Option โดยจะมีทั้งประตูรั้วอัตโนมัติ , Video Door Bell ที่สามารถเห็นและพูดคุยกับคนที่อยู่หน้าบ้านได้ผ่าน Application , ระบบสั่งเปิด-ปิดไฟ แอร์ ทีวีด้วยเสียง และระบบรักษาความปลอดภัยอย่าง Magnetic Sensor , Motion Sensor , CCTV ซึ่งทั้งหมดสามารถเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือและป้อมรปภ.ได้

เรามาดูแบบบ้านที่ใหญ่ที่สุดในโครงการกับ Sierra  พื้นที่ใช้สอย 290 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 70 ตร.วา 4 ห้องนอน  5 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ 4 คันแบบในร่ม 2 คันและกลางแจ้งอีก 2 คัน แต่ที่จอดรถแบบกลางแจ้งอาจจะต้องมีการถอยเข้า-ออกกันหน่อย เพราะที่จอดรถอยู่ด้านข้างตัวอาคาร บ้าน Type นี้จะมีห้องแม่บ้านมาให้ 1 ห้องอยู่หลังบ้าน ทางเข้า-ออกแยกจากทางเข้าหลักของบ้าน เพราะฉะนั้นเวลาแม่บ้านมาทำงานก็จะไม่รบกวนคนที่อยู่ด้านในค่ะ ทางเข้า-ออกบ้านจะมีอยู่ทั้งหมด 2 ทางคือ ประตูจากทางที่จอดรถ พอลงจากรถก็สามารถถือของไปเก็บในบ้านได้เลย และ ประตูหลักที่เข้าบ้านมาจะเจอกับห้องรับแขกและห้องรับประทานอาหาร ถัดมาเป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว โดยสามารถใช้ทำได้ทั้งห้องนอนแขกหรือห้องนอนผู้สูงอายุ ด้วยตำแหน่งที่อยู่ฝั่งหน้าบ้านเข้า-ออกได้ง่าย ด้านในสุดของบ้านจะเป็นห้องน้ำส่วนกลางที่สมาชิกในบ้านใช้ร่วมกัน เป็นแบบ Powder room คือไม่มีพื้นที่อาบน้ำ ถัดไปเป็นครัวที่มีทั้งอยู่ในบ้านและครัวไทยนอกบ้านค่ะ

ส่วนชั้น 2 ขึ้นบันไดมาจะเจอกับ Family Area ใช้เป็นที่พักผ่อนแบบเป็นส่วนตัวกันในครอบครัว ซึ่งบริเวณนี้จะเชื่อมต่อกับพื้นที่ Double Space ของห้องนั่งเล่นชั้น 1 สำหรับห้องนอนจะแบ่งออกเป็นห้องนอนใหญ่อยู่ฝั่งหน้าบ้านและเป็นห้องหน้ากว้าง และห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง ทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัว ไม่ต้องแย่งกันใช้งาน บ้านหลังนี้จะเน้นการใช้พื้นที่ใช้สอยในบ้านให้ได้ประโยชน์สูงสุด ดังนั้นจึงไม่เน้นพื้นที่ระเบียงนะคะ

บ้านทุกแบบในโครงการโครงสร้างจะเป็นแบบ Conventional หรือก่ออิฐมวลเบา+ฉาบปูน ดังนั้นจึงมีความแข็งแรงและสามารถทุบเจาะต่อเติมได้ ตัวบ้านมีการใช้ลายฉลุที่ได้แรงบันดาลใจมาจากใบไม้ สำหรับที่มีของชื่อแบบบ้าน Sierra แปลว่าทิวเขา ดังนั้นการตกแต่งภายในของบ้านตัวอย่างจะเน้นโทนสีน้ำตาลและออกแบบให้มีความโอ่โถง จะเป็นยังไงนั้นเราไปชมกันค่ะ

หน้าบ้านทางโครงการมีรั้วอัตโนมัติมาให้ เป็นแบบรางเลื่อนเหล็ก พร้อมทั้งมีตู้จดหมาย กริ่งสัญญาณ และไฟหน้าบ้านมาให้ครบ

รั้วเป็นระบบรางเลื่อนอัตโนมัติ ติดตั้งมอเตอร์มาให้เรียบร้อย

นอกจากทางเข้าของรถ ด้านข้างจะมีประตูเล็กสำหรับให้คนเดินผ่านด้วยค่ะ

ในบ้านมาตรฐานเราจะได้ Video Door Bell ที่สามารถเห็นและพูดคุยกับคนที่อยู่หน้าบ้านได้ผ่านทาง Application ที่ชื่อว่า ring ทำให้เราทราบก่อนว่าใครมากดกริ่งบ้านเรา

ถังขยะทางโครงการก็ติดตั้งมาให้ เป็นแบบที่เราสามารถทิ้งขยะได้จากในบ้านเลย ส่วนคนเก็บขยะก็จะเข้ามาเก็บจากด้านนอก สะดวกดี

ที่จอดรถทางโครงการให้มาเป็นคอนกรีตแสตมป์ตามบ้านตัวอย่างเลย โดยหลังนี้สามารถจอดได้ 4 คัน แบ่งเป็นจอดในร่ม 2 คันและอีก 2 คันต้องจอดกลางแจ้งซ้อนกันบริเวณข้างบ้าน

บริเวณที่จอดรถจะมีประตูทางเข้าบ้านด้วย และยังมีพื้นที่เก็บของมาให้ 2 จุด จุดแรกคือประตูสีขาวทางฝั่งซ้าย ส่วนอีกจุดคือช่องโล่งๆทางฝั่งขวาซึ่งของจริงทางโครงการจะมีหน้าบานมาให้ด้วยค่ะ

ห้องเก็บของหน้าบ้านที่สามารถเก็บของได้พอสมควรเลย  ทางโครงการปูพื้นเป็นเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. มาให้เรียบร้อย

สำหรับที่จอดรถฝั่งข้างบ้าน สังเกตว่าพื้นคอนกรีตแสตมป์ทางโครงการจะปูมาให้ตามที่เห็นในภาพ แต่ด้านข้างจะมีพื้นหญ้าต่อไปอีก รวมๆแล้วบริเวณนี้จะมีความกว้างประมาณ 3.3 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่สามารถจอดรถได้สบายๆค่ะ

ด้านหลังบ้านจะเป็นห้องแม่บ้านและพื้นที่ซักล้าง ที่แยกทางเข้า-ออกจากตัวบ้านเลย เวลาแม่บ้านมาทำงานจะไม่กระทบความเป็นส่วนตัวของคนในบ้านค่ะ

ห้องแม่บ้านที่มีห้องน้ำในตัว ปูกระเบื้องเซรามิคมาให้เรียบร้อยและมีหน้าต่างเอาไว้เปิดระบายอากาศด้วย

ภายในห้องน้ำของแม่บ้านที่ติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆมาให้ครบ

สำหรับที่ดินของบ้าน Type นี้จะเริ่มต้นที่ 70 ตร.วา ซึ่งพื้นที่ข้างบ้านนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของที่ดินนะคะ โดยทางโครงการจะปูหญ้าและลงต้นไม้มาให้

อ้อมกลับมาดูที่ทางฝั่งหน้าบ้าน ตัวบ้านจะยกสูงขึ้นจากระดับพื้นดิน 2 ขั้นบันไดเวลาฝนตกก็ไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะไหลเข้าตัวบ้าน พื้นที่บริเวณนี้เราสามารถจัดสวนหย่อมเพิ่มเติมได้นะคะ

ประตูทางเข้าหลักของบ้านเป็นบานเปิด วัสดุจะเป็นกระจก Powder Coat วงกบ UPVC หรือเทียบเท่า ช่องแสงหน้าบ้านมีขนาดใหญ่รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ และบริเวณหน้าบ้านมีการตกแต่งด้วยลวดลายกราฟฟิกตาม Concept ของโครงการซึ่งทำให้ดูสวยงามและสามารถให้ร่มเงากับตัวบ้านได้ด้วยค่ะ

บริเวณประตูชั้น 1 จะมี Magnetic Sensor ติดตั้งมาให้ ซึ่งเวลามีใครเปิดประตูระบบก็จะส่งสัญญาณเตือน ซึ่งเราสามารถเช็คผ่าน Application ที่มีชื่อว่า LifeSmart ได้อีกด้วย

เข้ามาในบ้านจะเจอกับพื้นที่ Double Space บวกกับตัวบ้านที่มีช่องแสงอยู่เยอะ จึงทำให้บรรยากาศดูโปร่งโล่ง บริเวณนี้สามารถใช้เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวได้ค่ะ

ห้องรับแขกมีขนาดกว้างพอสมควร รองรับสมาชิกในครอบครัวได้หลายคน สามารถวางโซฟาแบบ L-Shape ได้ โดยมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 3.2 เมตร

ฝ้าเพดานจะสูงแบบ Double Space ไปเชื่อมต่อกับพื้นที่ชั้น 2 ซึ่งในห้องนอนใหญ่จะมีหน้าต่างที่สามารถมองลงมายังห้องรับแขกนี้ได้ แต่บ้านตัวอย่างมีการตกแต่งเพื่อความสวยงามผนังจึงปิดช่องหน้าต่างนี้ไปค่ะ

มองกลับมายังฝั่งหน้าบ้านจะเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้มีความโปร่งโล่งทั้งจากพื้นที่ Double Space และช่องแสงจากหน้าต่าง

ต่อเนื่องกันคือห้องรับประทานอาหารที่จัดโต๊ะได้ประมาณ 8 ที่นั่ง สามารถทานข้าวและชมวิวสวนข้างบ้านได้ หรือถ้าจะเดินออกไปที่สวนก็สามารถทำได้เช่นกันเพราะทางฝั่งซ้ายเป็นประตูบานเลื่อน  ส่วนทางฝั่งขวาจะมีพื้นที่สำหรับ Built-in ตู้ได้ทั้งผนังเลยค่ะ

โต๊ะรับประทานอาหารที่สามารถเห็นวิวสวนได้ทั้ง 2 ฝั่ง สังเกตทางฝั่งซ้ายสุดจะมีป้ายบอกตำแหน่งของระบบรักษาความปลอดภัยและ Home Automation เดี๋ยวเราไปแวะดูกันสักหน่อยค่ะ

ตำแหน่งของระบบรักษาความปลอดภัยและ Home Automation จะติดตั้งเหมือนกันทุกหลังนะคะ ส่วนหน้าตาของอุปกรณ์จะเหมือนกับในรูปแต่ไม่เหมือนที่ติดโชว์ในบ้านตัวอย่างนะ เรามาดูกันว่ามีอะไรให้บ้างและติดตั้งตรงไหนบ้าง เริ่มจากอย่างที่เราเคยบอกไปว่าประตูชั้นล่างทุกบานจะมี Magnetic Sensor ติดตั้งอยู่ ส่วนกล้อง CCTV จะอยู่บริเวณห้องรับประทานอาหารซึ่งเป็นตำแหน่งที่สามารถรับภาพได้ในมุมกว้าง บริเวณโถงบันไดจะมี Motion Sensor ติดตั้งอยู่ซึ่งการทำงานจะของอุปกรณ์นี้จะตรวจจับความเคลื่อนไหว ถ้ามีคนเดินผ่านจะส่งสัญญาณเตือนทั้งที่ Application และป้อมรปภ.เลยค่ะ

สำหรับระบบ Automation จะมีกล่องควบคุมเชื่อมต่อกับระบบ WiFi และตัวควบคุม  Application (อันดับ 1 , 2 ในรูป) การทำงานของระบบทางโครงการจะมี Tablet ที่จะทำงานควบคู่กับตัว Control มาให้ เราสามารถสั่งการด้วยเสียง (ภาษาไทยก็ได้นะคะ ระบบจับคำได้ดีพอสมควรเลย) ถ้าเจอคีย์เวิร์ดที่เราตั้งไว้ระบบจะสั่งเปิด-ปิด ไฟ แอร์ ทีวี ได้ แต่มีข้อแม้นิดนึงคือเราต้องตั้งอุปกรณ์ไว้ในตำแหน่งที่อินฟราเรดจะสามารถส่งสัญญาณไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าดังกล่าวได้ ใครอยากไปใช้งานของจริง ลองไปชมที่โครงการได้เลยค่ะ

แบบนี้คือระบบจับคำว่า “ปิดทีวีให้หน่อย” ได้นะคะ

อีกฝั่งของตัวบ้านจะเป็นห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำและบันไดทางขึ้นชั้น 2 นะคะ

ห้องนอนที่อยู่ชั้นล่างสามารถปรับใช้ทำเป็นห้องนอนแขกและห้องนอนผู้สูงอายุได้ ด้วยตำแหน่งของห้องที่อยู่หน้าบ้าน เข้า-ออกสะดวกและมีห้องน้ำในตัว ภายในห้องสามารถวางเตียงและเฟอร์นิเจอร์อื่นๆได้อย่างไม่อึดอัดและมีหน้าต่างเอาไว้เปิดระบายอากาศและชมวิวสวนหน้าบ้านด้วยค่ะ

ข้างเตียงวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ ส่วนห้องน้ำจะอยู่บริเวณหน้าห้อง

ห้องน้ำแบ่งพื้นที่เป็นส่วนแห้ง ส่วนเปียกเป็นสัดส่วน และมีหน้าต่างระบายอากาศในห้องน้ำด้วย พื้นและผนังปูเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม.เหมือนในบ้านตัวอย่างค่ะ

อ่างล้างหน้าได้ของ American Standard

โถสุขภัณฑ์ก็เป็นของ  American Standard เช่นเดียวกัน

พื้นที่อาบน้ำกั้นเป็นสัดส่วนด้วยฉากกั้นกระจกนิรภัย ฝักบัวเป็นของ American Standard เช่นเดียวกันนะคะ

ห้องครัวจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบนี้เลย ข้อดีคือมีความโปร่ง สามารถมาแอบดูได้ว่าอาหารพร้อมเสิร์ฟหรือยัง แต่ต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดนะคะ

สำหรับครัว เฉพาะบ้านเฟสแรกทางโครงการจะ Built-in ชุดครัวครบชุดให้แบบนี้เลย ยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้าค่ะ

อ่างล้างจานได้แบบ 2 หลุม เราสามารถแยกการใช้งานได้ 2 อย่าง หลุมหนึ่งแช่ผัก อีกหลุมสามารถใช้ล้างจานหรือเตรียมอาหารอื่นๆได้

ห้องครัวจะมีทางออกไปเชื่อมกับลานซักล้างด้านหลัง ซึ่งด้านนอกของบ้านจะมีครัวไทยมาให้ด้วยค่ะ

พอเปิดประตูออกมาก็จะเจอกับครัวไทยค่ะ เราสามารถแยกการใช้งานได้ ถ้าเป็นอาหารไทย ผัดๆ ทอดๆ แนะนำให้ออกมาทำด้านนอกกลิ่นจะได้ไม่ฟุ้งในตัวบ้านค่ะ

เคาน์เตอร์นี้ทางโครงการก่อมาให้ด้วยนะคะ

พื้นที่ของครัวไทยจะเชื่อมต่อกับลานซักล้างหลังบ้านเลย และใกล้กับห้องแม่บ้านด้วยค่ะ

ถัดจากครัวจะเป็นห้องน้ำ และทางฝั่งขวาคือประตูทางออกไปที่จอดรถ

ห้องน้ำชั้นล่างห้องนี้เป็นแบบ Powder room หรือไม่มีพื้นที่อาบน้ำ (เพราะห้องนอนทุกห้องมีห้องน้ำในตัวอยู่แล้ว) ใช้เป็นห้องน้ำส่วนกลางหรือใช้รับรองแขกค่ะ

เดี๋ยวเราจะขึ้นไปดูชั้น 2 กันค่ะ ข้างๆบันไดจะมีห้องเก็บของอยู่

ห้องนี้เป็นห้องใต้บันได ที่มีขนาดกว้างพอสมควร สามารถใช้เก็บของชิ้นใหญ่ได้ และยังเป็นห้องที่ใช้เก็บตู้ควบคุมงานระบบต่างๆอีกด้วย

โครงสร้างของบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กฉาบเรียบทาสี ลูกตั้งและลูกนอนปิดผิวด้วยไม้ยางประสาน บริเวณโถงบันไดมีความสว่างจากช่องแสงขนาดใหญ่ ทำให้เวลากลางวันเราไม่ต้องเปิดไฟก็ได้ค่ะ

เดินขึ้นมาจะเจอกับชานพักแบบสี่เหลี่ยม ขนาดใหญ่ เดินสะดวก ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางบันไดเพื่อให้ขึ้นไปยังชั้น 2

พอขึ้นมาเราจะเลี้ยวไปดูห้อง Family Area ที่อยู่เชื่อมต่อกับพื้นที่ Double Space ก่อนนะคะ สำหรับพื้นชั้นบนจะเป็นไม้ลามิเนตหนา 12 มม.

ราวกันตกของบันไดตรงนี้มีการเว้าเล็กน้อย สามารถหาชั้นหรือตู้มาวางเพิ่มเติมได้

ห้อง Family Area ที่เอาไว้นั่งเล่นพักผ่อนกันในครอบครัว นอกจากจะเชื่อมต่อกับพื้นที่ Double Space แล้ว ยังมีหน้าต่างทั้ง 2 ฝั่งเปิดรับลมได้ บรรยากาศบริเวณนี้ค่อนข้างโปร่งเลยค่ะ

มองลงไปจะเห็นห้องรับแขกแบบนี้ บ้านที่มี Double Space การใช้งานอาจจะเปลืองแอร์หน่อย แต่มีข้อดีตรงที่ได้ความโปร่งโล่ง และ Space ที่สามารถเชื่อมปฏิสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้ค่ะ

ถัดมาเรามาดูบรรดาห้องนอนกัน ซึ่งจะแบ่งออกเป็นห้องนอนใหญ่ 1 ห้องและห้องนอนเล็กอีก 1 ห้อง ทุกห้องมีห้องน้ำในตัวค่ะ

มาดูกันที่ห้องนอนใหญ่ ตำแหน่งอยู่ทางฝั่งหน้าบ้าน ช่องแสงต่างๆจะเหมือนกับรูปด้านล่างนะคะ บ้านตัวอย่างเค้าตกแต่งหัวเตียงปิดช่องแสงบางส่วน

ด้วยความที่ห้องนี้เป็นห้องหน้ากว้างทำให้มีพื้นที่ปลายเตียงเยอะ สามารถวางโซฟาปลายเตียงได้สบายๆ  และด้านข้างเตียงจะเป็นช่องแสงขนาดใหญ่

ประตูบานเลื่อนข้างเตียงมองผิวเผินเหมือนมีระเบียง แต่จริงๆแล้วไม่มีนะคะ แต่เป็น Concept การทำให้บ้านได้ช่องแสงขนาดใหญ่ โดยด้านนอกจะทำราวกันตกกั้นไว้แทนค่ะ

บริเวณปลายเตียงจะมีพื้นที่เหลือเยอะเลย เราสามารถกั้นทำ Walk-in Closet ได้สบายๆ และทำให้สามารถแต่งตัวได้อย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้นด้วยนะ

พอกั้นผนังทำเป็นห้อง Walk-in Closet ก็จะได้ห้องแต่งตัวที่เป็นสัดส่วนแบบนี้ พออาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาแต่งตัวได้สะดวก เราสามารถดูไอเดียในบ้านตัวอย่างได้

ในห้องแต่งตัวนี้จะมีพื้นที่ออกไปที่ระเบียงได้ด้วย ซึ่งแสงธรรมชาติจำเป็นต่อการแต่งตัวนะคะ โดยเฉพาะการแต่งหน้า ดังนั้นการวางตำแหน่งของโต๊ะเครื่องแป้งให้รับแสงธรรมชาติอย่างในบ้านตัวอย่างถือว่าโอเคค่ะ

ระเบียงขนาดพอออกไปยืนสูดอากาศใช้งานได้ค่ะ

ภายในห้องน้ำของห้องนอนใหญ่จะมีการอัพเกรดสุขภัณฑ์ต่างๆขึ้นมา รวมถึงห้องนี้จะมีทั้งพื้นที่อาบน้ำแบบยืนอาบและอ่างอาบน้ำด้วย และเฉพาะห้องน้ำนี้จะมีจุดเชื่อมต่อระบบทำน้ำร้อนมาให้

อ่างล้างหน้าเป็นแบบที่มีเคาน์เตอร์ด้านล่าง สามารถใช้เก็บของได้ เสียดายนิดนึงตรงที่ไม่มีอ่างล้างหน้าแบบ His & Her ซึ่งจะทำให้เราสามารถใช้งานอ่างพร้อมกันได้ ซึ่งถ้าใครอยากได้จริงๆสามารถหาซื้ออ่างล้างหน้าทรงยาวมาติดตั้งแทนได้นะ

อ่างล้างหน้าของ American Standard ค่ะ

อ่างอาบน้ำ American Standard เป็นขนาดที่ลงไปนอนแช่ตัวได้

ฝักบัวสามารถดึงออกมาได้แบบนี้ ห้องนี้มีระบบน้ำร้อนมาให้ด้วยนะคะ

อีกฝั่งจะเป็นโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำที่กั้นด้วยฉากกั้นกระจกนิรภัย โดยพื้นที่อาบน้ำจะมีขนาด 1 x 1.2 เมตร สามารถยืนอาบได้สบายๆค่ะ

ถัดมาคือห้องนอนเล็ก ที่วางเตียงได้แบบ Queen Size และมีบานหน้าต่างเอาไว้เปิดระบายอากาศ

ห้องนี้มีห้องน้ำในตัวเช่นเดียวกัน โดยบริเวณหน้าห้องน้ำจะเป็นตำแหน่งของตู้เสื้อผ้า

บรรยากาศภายในห้องน้ำค่ะ คล้ายๆกับห้องน้ำชั้นล่าง มีบานหน้าต่างระบายอากาศซึ่งจะช่วยให้ห้องน้ำไม่อับชื้น

ห้องนอนเล็กอีกห้องหนึ่งพอเปิดประตูจะเจอกับห้องน้ำก่อน ห้องนี้มองเข้าไปจะไม่เห็นเตียงนอนในทันที ทำให้คนที่อยู่ด้านในมีความเป็นส่วนตัวพอสมควร

เดินถัดเข้าไปจึงจะเจอกับส่วนห้องพักผ่อน ซึ่งห้องนี้ก็มีบานหน้าต่างรอบเลย ทำให้มีความโปร่งและระบายอากาศได้ดี

อีกฝั่งเป็นตำแหน่งของตู้เสื้อผ้า ซึ่งจะอยู่ใกล้ๆกับทางเข้าห้องน้ำ (ฝั่งหน้าห้อง)

ห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนเปียกเป็นสัดส่วน วัสดุและสุขภัณฑ์คล้ายกับห้องก่อนหน้าค่ะ

ปลั๊กและสวิตช์ไฟที่ทางโครงการให้มาค่ะของ schneider

ต่อมาคือบ้านขนาดกลาง Verdant  พื้นที่ใช้สอย 247 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.วา เป็นบ้าน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ 3 คัน ในร่ม 2 คันและกลางแจ้งอีก 1 คัน ทางเข้า-ออกมีอยู่ 2 ทางเช่นเดียวกับบ้านก่อนหน้าคือจากบริเวณที่จอดรถและฝั่งหน้าบ้าน แต่บ้าน Type นี้จะไม่มีห้องแม่บ้านแล้วค่ะ เข้ามาในบ้านชั้น 1 การวางผังคล้ายๆกับบ้านแบบ Sierra คือจะเจอกับห้องรับแขกและรับประทานอาหาร (Type นี้ไม่มีพื้นที่ Double Space แล้วนะคะ) มีห้องนอน 1 ห้องแต่ห้องนี้จะไม่มีห้องน้ำในตัวแล้วนะคะ ต้องเดินออกมาใช้ห้องน้ำส่วนกลางที่อยู่ใกล้ๆกัน ห้องครัวอยู่ฝั่งหลังบ้าน แยกเป็นครัวไทย ครัวฝรั่งและเชื่อมต่อกับลานซักล้างเช่นเดียวกัน

ชั้น 2 ขึ้นมาจะเจอกับ Family Area เอาไว้ใช้นั่งพักผ่อนกันในครอบครัว นอกนั้นเป็นห้องนอนอีก 3 ห้องแบ่งออกเป็น ห้องนอนใหญ่ที่มีพื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว มีระเบียงขนาดใหญ่สามารถออกไปนั่งเล่นสูดอากาศได้ และห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง ขนาดพอๆกันและมีห้องน้ำในตัวเช่นเดียวกันค่ะ

สำหรับบ้านแบบ Verdant พื้นที่ใช้สอย 247 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.วา เป็นบ้าน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ 3 คัน ซึ่งชื่อ Verdant นี้จะแปลว่าเขียวขจี ดังนั้นการออกแบบภายในจะใช้สีเขียวซึ่งเป็นสีที่เป็นตัวแทนของป่าไม้นะคะ

พื้นที่จอดรถทางโครงการปูคอนกรีตแสตมป์ให้แบบนี้เลย โดยบ้านหลังนี้จะจอดรถได้ทั้งหมด 3 คัน ในร่ม 2 คันและกลางแจ้งอีก 1 คันค่ะ

พื้นที่จอดรถกลางแจ้งจะอยู่บริเวณข้างบ้าน

ส่วนถ้าเดินไปด้านหลังบ้านจะเป็นครัวไทยและพื้นที่ซักล้าง

ด้านข้างบ้านอีกฝั่งจะมีพื้นที่สำหรับจัดสวนหรือวางศาลาพักผ่อน ซึ่งถ้าเราจัดออกมาสวยๆเวลากินข้าวก็จะมองเห็นสวนนี้ด้วยค่ะ

ประตูทางเข้าหน้าบ้านเป็นบานเลื่อนกระจก Powder Coat วงกบ UPVC หรือเทียบเท่า แบ่งออกเป็นบานเลื่อนแบบ 2 ตอนดูกว้างดี

เข้ามาด้านในจะเจอกับพื้นที่ต่อเนื่องกันของห้องรับแขกและรับประทานอาหาร ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้จะได้รับแสงสว่างจากช่องแสงข้างบ้าน พื้นชั้นล่างทางโครงการจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อนขนาด 60 x 60 ซม. มาให้

ประตูติดตั้งมาให้พร้อมกับตัวล็อคตามในภาพ

ระบบรักษาความปลอดภัยและ Home Automation ที่ทางโครงการให้มากับตัวบ้าน สังเกตว่าจะคล้ายๆกับบ้านก่อนหน้าที่พาไปชมค่ะ

พอมองย้อนกลับไปทางฝั่งหน้าบ้านจะเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้มีความโปร่งโล่งดีค่ะ

พื้นที่รับประทานอาหารจัดได้ประมาณ 6-8 ที่นั่ง อย่างในบ้านตัวอย่างมีการทำเคาน์เตอร์ขึ้นมาเป็นส่วนเตรียมอาหารเล็กๆด้วย บริเวณนี้จะเชื่อมต่อกับสวนข้างบ้านค่ะ

อีกฝั่งของตัวบ้านจะเป็นห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ และบันไดทางขึ้นชั้น 2

ห้องนอนสามารถวางเตียง Queen Size ได้ สามารถทำเป็นห้องนอนผู้สูงอายุ ห้องนอนแขก หรือ ห้องทำงานก็ได้ ภายในมีช่องแสงจากบานหน้าต่างทำให้ไม่มืดทึบ สามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้

อีกฝั่งเป็นผนังสามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ทั้งแผง

สำหรับครัวในบ้านมาตรฐานเราจะได้ชุด Built-in ตามนี้เลยค่ะ สังเกตว่าด้านบนอ่างล้างจานจะมีช่องหน้าต่างเอาไว้เปิดระบายอากาศด้วย ส่วนประตูทางฝั่งขวาจะเป็นทางออกไปยังครัวไทยและลานซักล้างนะคะ

พอออกมาก็จะเจอกับครัวไทยและลานซักล้างค่ะ ใครจะวางเครื่องซักผ้าทางโครงการก็มีเดินงานระบบมาให้ครบแล้วค่ะ สามารถซื้อมาติดตั้งได้เลย

พื้นที่ลานซักล้างที่เชื่อมต่อกับครัวไทย แต่ระดับพื้นจะต่ำกว่าสามารถใช้งานซักล้างได้สะดวก

ห้องน้ำชั้น 1  มีการจัดฟังก์ชันแบ่งเป็นส่วนแห้งและส่วนเปียกเป็นสัดส่วน วัสดุ อุปกรณ์ และสุขภัณฑ์จะคล้ายๆกันกับบ้าน Type ก่อนหน้า ดังนั้นจะขอเล่าข้ามไปบ้างนะคะ

โครงสร้างของบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กฉาบเรียบทาสี ลูกตั้งและลูกนอนปิดผิวด้วยไม้ยางประสาน บริเวณโถงบันไดมีความสว่างจากช่องแสงขนาดใหญ่ ทำให้เวลากลางวันเราไม่ต้องเปิดไฟก็ได้ค่ะ

ราวกันตกของบันไดตรงนี้มีการเว้าเล็กน้อย สามารถหาชั้นหรือตู้มาวางเพิ่มเติมได้

ขึ้นมาเราจะเจอกับโถงและ Family Area ที่เอาไว้นั่งเล่นพักผ่อนกันในครอบครัว  จริงๆมุมนี้สามารถกั้นห้องได้นะคะ เผื่อใครอยากทำห้องทำงานหรือห้องพระ

ห้อง Family Area ในบ้านมาตรฐานจะเป็นห้องโล่งๆ ให้เราตกแต่งได้ตาม Lifestyle ค่ะ

สำหรับห้องนอนใหญ่จะสามารถวางเตีนงได้แบบ King Size และได้รับแสงธรรมชาติจากช่องแสงขนาดใหญ่ ห้องนี้มีระเบียงที่สามารถออกไปใช้งานได้ด้วยนะคะ

ปลายเตียงสามารถติดตั้งทีวีได้

ห้องนอนใหญ่ของบ้าน Type นี้จะมีระเบียงด้วย โดยประตูจะเป็นบานเลื่อนกระจก Powder Coat วงกบ UPVC หรือเทียบเท่า

ฝั่งตรงข้ามมีพื้นที่สำหรับทำเป็น Walk-in Closet ซึ่งจะอยู่ใกล้กับห้องน้ำพอดี

ห้อง Walk-in Closet ที่อยู่หน้าห้องน้ำ พออาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้สะดวก

ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่จะมีทั้งพื้นที่อาบน้ำและอ่างอาบน้ำให้เลือก โดยสุขภัณฑ์จะมีการอัพเกรดให้ดีขึ้นกว่าห้องน้ำอื่นๆในบ้าน

ด้านล่างเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเป็นตู้สามารถเปิดออกมาเก็บของใช้เล็กๆน้อยๆได้

บริเวณอ่างอาบน้ำเราจะได้ความสว่างจากบ้านหน้าต่างด้วย

อีกฝั่งจะเป็นพื้นที่อาบน้ำและโถสุขภัณฑ์ค่ะ เป็นสัดส่วนการจัดผังแบบนี้จะทำให้สามารถใช้งานห้องน้ำพร้อมๆกันหลายคนได้

พื้นที่อาบน้ำของบ้าน Type นี้จะเป็นรูปหลายเหลี่ยมแต่ก็ยังมีขนาดที่อาบน้ำได้สบายค่ะ

พออออกจากห้องนอนใหญ่มาแล้ว ฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง

ห้องนอนเล็กของบ้าน Type นี้จะมีขนาดพอๆกัน และมีห้องน้ำในตัวเช่นเดียวกัน ใครมีลูกหลายคนก็ไม่ต้องแย่งกันนะคะ

โดยแต่ละห้องจะมีมุมที่สามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้

บรรยากาศภายในห้องน้ำที่แบ่งเป็นส่วนแห้ง ส่วนเปียก การตกแต่งและเลือกใช้วัสดุคล้ายๆกันกับห้องก่อนหน้า

ห้องนอนเล็กอีกห้องหนึ่งค่ะ เป็นห้องที่มีขนาดพอๆกับห้องนอนเล็กอีกห้อง แต่ได้ช่องแสงที่มากกว่า

บริเวณหน้าห้องน้ำสามารถจัดเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้

ห้องนี้ก็มีห้องน้ำในตัวเช่นเดียวกันค่ะ

Estuary เป็นบ้าน Type เล็กสุดในโครงการ พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 52  ตร.วา
มีฟังก์ชัน 3 ห้องนอน  3 ห้องน้ำ  2 ที่จอดรถแต่จะมีพื้นที่ด้านข้างให้สามารถจอดมอเตอร์ไซค์ได้อีก 1 คัน พอเข้าบ้านมาจะเจอกับห้องรับแขกซึ่งมีระยะดูทีวีที่กว้าง สามารถจัดเป็นมุมทำงานด้านหลังโซฟาได้ ถัดไปด้านในจึงจะเป็นโต๊ะอาหาร อีกฝั่งหนึ่งของบ้านจะเป็นห้องครัวและห้องน้ำที่มีพื้นที่อาบน้ำ ในเวลาเร่งด่วนสามารถลงมาใช้อาบได้ ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีห้องนอนใหญ่ที่มี Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว มีระเบียงขนาดใหญ่ให้ออกมานั่งเล่นพักผ่อน ส่วนห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้องนั้นจะต้องใช้ห้องน้ำด้วยกันค่ะ

บ้านแบบ Estuary พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 52 ตร.วา ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ คำว่า Estuary แปลว่า สายน้ำ ดังนั้นเราจะเห็นการตกแต่งภายในโดยใช้โทนสีน้ำเงินค่ะ ตัวบ้านยังคงเป็นสไตล์ Modern Luxury และมีการตกแต่งด้วยลวดลายฉลุเช่นเดียวกับบ้าน Type อื่นๆ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 6 November 2019 

  • แบบบ้าน Estuary พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม. ที่ดิน 57.10 ตร.วา ราคา 12.19 ล้านบาท
  • แบบบ้าน Verdant พื้นที่ใช้สอย 247 ตร.ม. ที่ดิน 60.10 ตร.วา ราคา 13.78 ล้านบาท
  • แบบบ้าน Sierra พื้นที่ใช้สอย 290 ตร.ม. ที่ดิน 73.00 ตร.วา ราคา 17.10 ล้านบาท
  • จอง 50,000 บาท
  • ทำสัญญา 200,000 บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ n/a บาท
  • ค่าส่วนกลาง 36 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการ ชีวารมย์ นครอินทร์ ตั้งอยู่ติดถนนนครอินทร์ ฝั่งที่ใกล้กับจุดตัดของถนนราชพฤกษ์หรือวงเวียนพระราม 5 ทำเลนี้ถือว่าใกล้กับแหล่งความอุดมสมบูรณ์และสามารถขับรถออกไปหาอะไรทานได้ง่าย ถนนนครอินทร์เองก็จะมี ตลาดพระราม 5 แม็คโคร และ Tesco Lotus และขับไปอีกหน่อยจะเจอกับถนนราชพฤกษ์ที่ถือเป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้ โดยจะมีทั้ง HomePro , The Walk ราชพฤกษ์ , The crystal SB ราชพฤกษ์ , Baan & Beyond ราชพฤกษ์ หรือข้ามฝั่งไปเลยก็จะเป็น เซ็นทรัลพลาซารัตนาธิเบศร์ , เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต สถานศึกษาก็มี รร.อนุบาลเด่นหล้า รร.นานาชาติเด่นหล้า (DBS) และ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์

สำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ถือว่าสะดวก สามารถใช้เส้นทางได้ทั้งถนนนครอินทร์ ถนนราชพฤกษ์ ถนนบรมราชชนนี และยังใกล้กับทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ สามารถใช้ทางพิเศษนี้วิ่งเข้า-ออกเมืองทางจตุจักรได้ง่ายเลยค่ะ สำหรับการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะนั้น เนื่องจากโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่จึงเรียกรถได้สะดวก มีทั้งแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์ รถสองแถวสายท่าน้ำนนท์-วัดชะลอ สามารถเดินทางไปใช้เรือด่วนเจ้าพระยาและรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ค่ะ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ถือว่าให้มาแบบจัดเต็มสำหรับระบบ Home Automation ภายในบ้าน  โดยจะมีทั้งประตูรั้วอัตโนมัติ , Video Door Bell ที่สามารถเห็นและพูดคุยกับคนที่อยู่หน้าบ้านได้ผ่าน Application , ระบบสั่งเปิด-ปิดไฟ แอร์ ทีวีด้วยเสียง และระบบรักษาความปลอดภัยอย่าง Magnetic Sensor , Motion Sensor , CCTV ซึ่งทั้งหมดสามารถเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือและป้อมรปภ.ได้ สำหรับความปลอดภัยในโครงการจะมีรปภ.รักษาความปลอดภัยให้ 24 ชั่วโมง มีกล้อง CCTV 26 จุด และระบบประตูรั้วหน้าโครงการแบบ Easy Pass ถ้ามี Double Gate กั้นโซนระหว่าง Clubhouse และโซนบ้านพักอาศัยจะให้คะแนนเยอะกว่านี้ค่ะ

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : ถือว่าทำได้ดีมีแบบบ้านให้เลือกตั้งแต่ครอบครัวขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ บ้าน Estuary ขนาดเล็กสามารถจัดฟังก์ชันได้ลงตัว ส่วนบ้าน Verdant ขนาดกลางก็จะเริ่มมีห้องนอนชั้นล่างแต่ยังไม่มีห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน ห้องนอนชั้นบนมีห้องน้ำในตัว ส่วนบ้าน Sierra ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดก็จะมีทั้งห้องนอนชั้นล่าง ห้องแม่บ้าน และ Double Space บริเวณที่ห้องรับแขก ห้องนอนมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง และสามารถจอดรถได้ 4 คัน ตัวบ้านออกแบบให้มีความโปร่ง ช่องแสงเยอะ เน้นพื้นที่ใช้สอยได้ค่อนข้างคุ้ม

วัสดุ : วัสดุโดยทั่วไปให้มาตามมาตรฐานเช่น พื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ พื้นไม้ลามิเนตที่ชั้นบน สุขภัณฑ์ American Standard แต่จะมีบางรายการที่ให้ดีทีเดียวเช่นพื้นที่จอดรถแบบคอนกรีตแสตมป์   ประตูรั้วอัตโนมัติ และชุด Home Automation แบบครบชุด โปรโมชั่นเฉพาะเฟสแรกจะมีชุดครัว Built-in ทั้งครัวฝรั่งและครัวไทยมาให้ด้วยค่ะ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :  ให้มาเหมาะสมกับจำนวนยูนิต มีสวนหย่อมอยู่บริเวณ Clubhouse ตรงกลางโครงการจะเป็นสวนส่วนกลางขนาด 1 ไร่ และรอบๆมีพื้นที่สีเขียวรอบๆโครงการ ถ้าผ่านไปสักระยะพอต้นไม้โตก็จะดูร่มรื่นมากกว่านี้ค่ะ

สาธารณูปโภค :  ให้มาครบครัน บรรยากาศน่าใช้งาน Clubhouse ของโครงการด้านในจะประกอบด้วย Lobby สระว่ายน้ำ มีฟิตเนสอยู่ชั้นบนที่สามารถชมวิวและใช้งานได้อย่างเป็นส่วนตัว มีสวนหย่อมขนาด 1 ไร่ตรงกลางโครงการที่แบ่งพื้นที่ออกเป็นศาลาพักผ่อน สนามเด็กเล่น ลานสนามหญ้า และ Outdoor Fitness

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 10 – 18 ล้านบาท, 6 November 2019

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – ติดถนนใหญ่นครอินทร์ ใกล้ทางด่วน 
  • ความปลอดภัย 8.25/10 – Magnetic Sensor Motion Sensor CCTV เชื่อมต่อกับ Application ได้
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 – จัดพื้นที่ใช้สอยได้ลงตัว 3-4 ห้องนอน มีห้องนอนชั้นล่าง 
  • วัสดุ 8/10 – ให้มาค่อนข้างดี มีชุดครัว Built-in มาให้ พื้นที่จอดรถคอนกรีตแสตมป์
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – มีสวนส่วนกลางอยู่ตรงกลางโครงการ และรอบๆโครงการ
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – มี Clubhouse สระว่ายน้ำ , Fitness , Lobby 
  • 7.86 / 10.00 

BOTTOM LINE

ชีวารมย์ นครอินทร์ เหมาะกับคนที่อยากได้บ้านติดถนนใหญ่ ทำเลนครอินทร์ พระราม5 เดินทางสะดวก ชอบทำเลที่อุดมสมบูรณ์ ขับรถไปเจอ Community Mall ร้านค้า หาของกินสะดวก อยากได้บ้านที่จอดรถได้ 2-4 คัน มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ มีระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านและ Home Automation แบบจัดเต็ม ในราคา 10-18 ล้านบาท


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving