รีวิวฉบับที่ 1174 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปอัพเดตโครงการ H-Cape Minera บ้านเดี่ยว 3-4 ชั้น พร้อมสระว่ายน้ำ และระบบบ้านอัจฉริยะ ในซอยเสรีไทย 73 จาก Happy Land กันนะคะ แต่เดิมตัวโครงการมีชื่อว่า H-Cape Residence แต่มีการปรับเปลี่ยนชื่อและรูปลักษณ์หน้าตาโครงการขึ้นใหม่ พร้อมใกล้เปิดเฟสใหม่เป็นบ้านแบบสั่งสร้าง หรือ Identity Space ทั้งหมด 12 ยูนิต

Fact @ 7 September 2016

  • H-Cape Minera (เอชเคป มิเนอรา)
  • บริษัท แฮปปีแลนด์ จำกัด
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซอยเสรีไทย 73 ถนน เสรีไทย เขต คันนายาว
  • เนื้อที่โครงการ 5 ไร่ จำนวน 24 ยูนิต
  • ID-1 ที่ดิน 53-69 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 470 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 20 ล้านบาท
  • ID-2 ที่ดิน 49-52 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 400 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 18 ล้านบาท (Sold Out)
  • ID-3 ที่ดิน 48-49 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 320 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาท
  • ID-4 ที่ดิน 48-66 ตร.วา บ้านสั่งสร้าง สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้า
  • ราคาเริ่มต้น 15 ล้านบาท
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 150,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : n/a
  • เวปไซต์โครงการ : (คลิกที่นี่)

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะคะ

NEW! เพื่อนๆสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อได้โดยกดปุ่มไปยังหัวข้อที่สนใจได้นะคะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.800916, 100.687487

ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยเสรีไทย 73 ลึกเข้าไปประมาณ 750 ม. ซึ่งสามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง นอกจากซอยเสรีไทย 73 แล้วยังสามารถเข้า-ออกได้จากซอยสวนสยาม 24 ได้เช่นกันค่ะ

H-Cape Minera ตั้งอยู่ในซอยเสรีไทย 73 หรือซอยสวนสยาม 24 ซึ่งอยู่ในช่วงเสรีไทยปลายๆ ใกล้ถึงมีนบุรี ถ้าพูดถึงตัวถนนเสรีไทยเองเป็นถนนที่ไม่มีความพิเศษอะไรมากนัก สถานที่ที่เป็น Landmark ใกล้โครงการที่สุดคือ สวนสยาม สวนสนุกที่หลายๆคนคงรู้จักกันดี ใกล้ๆก็มี Amorini ที่เป็น Lifestyle mall ที่มีร้านอาหารและของให้ Shopping อยู่บ้าง และห่างไปหน่อยทางถนนรามอินทราก็เป็น Fashion Island และ ตลาดมีนบุรี เป็นย่านที่มีคนอยู่ค่อนข้างเยอะ สภาพแวดล้อมในแถบนี้ส่วนใหญ่เป็นชุมชนและบ้านพักอาศัยแบบแนวราบ

การเดินทางส่วนใหญ่นั้นอิงไปที่ถนนสายหลักทั้ง 2 สายอย่างถนนรามอินทรา และถนนเสรีไทยนะคะ อย่างถนนรามอินทรานั้นเป็นถนนใหญ่วิ่งตรงไปยังหลักสี่บรรจบกับถนนแจ้งวัฒนะ หรืออย่างถนนเสรีไทยจะเป็นถนนเส้นเล็กลงมาหน่อยเชื่อมกับถนนลาดพร้าวและอีกฝั่งของเสรีไทยจะไปสุดที่แยกเมืองมีนตัดกับถนนรามอินทราพอดีค่ะ จากแผนที่ระยะกว้างจะเห็นได้ว่า ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยสวนสยาม ค่อนไปทางเสรีไทยค่ะ จากตำแหน่งที่ตั้งโครงการสามารถออกไปทางวงแหวนกาญจนาฯ ไปมอเตอร์เวย์หรือขับไปขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ให้ใช้วิ่งตัดเข้าเมือง จะเห็นว่าใกล้กับถนนหลักๆของย่านนี้ไม่ว่าจะเป็นถนนรามคำแหง ถนนเกษตรนวมินทร์ เป็นต้น แต่เวลารถติดนี่ก็สาหัสเหมือนกันนะคะ ด้วยจำนวนการอยู่อาศัยที่เริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ความอุดมสมบูรณ์ละแวกโครงการต้องอาศัยการขับรถเอาหน่อยค่ะ ในรัศมีประมาณไม่เกิน 5 กม. ก็มี Fashion Island, The Promenade เป็นห้างหลักๆในละแวกนี้ และมี Community Mall ตรงข้ามโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีอย่าง  Amorini เป็นแหล่งพึ่งพิงที่สำคัญ ส่วนร้านสะดวกซื้อต้องอาศัยออกมาจากซอยสวนสยาม 24 เพื่อออกมาที่ 7-11 หรือ Cp Fresh mart แต่เป็นระยะที่ไม่สามารถเดินได้นะคะ เรียกว่าการจับจ่ายไม่ง่ายเท่าที่คิด ถึงแม้จะมีชุมชนหมู่บ้านเดิมอยู่เยอะแต่เป็นทำเลที่ไม่ค่อยเติบโตนัก

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ ช่วงออกจากโครงการนั้นยังต้องอาศัยเดินหรือปั่นจักรยานมาที่หน้าปากซอยเสรีไทย 73 หรือบริเวณปากซอยสวนสยามก็ได้ ก็จะมีรถสาธารณะอย่างแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซต์ให้บริการแล้วค่ะ ซึ่งระยะเดินออกมาจากหน้าปากซอยนี้มีระยะห่างประมาณ 750 ม. ซึ่งเลยจากระยะเดินได้สบายๆ มาพอสมควรแต่ก็ขึ้นอยู่กับความฟิตของแต่ละคนนะคะ แต่ที่สำคัญคือเรื่องของความปลอดภัยในช่วงกลางคืนเนื่องจากเป็นซอยย่อยจากถนนใหญ่ ซึ่งมีความเปลี่ยวระดับนึงเพราะส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านเดี่ยวที่มีความเงียบสงบพอสมควรค่ะ สำหรับในอนาคตบริเวณนี้จะมีรถไฟฟ้าตัดผ่าน ซึ่งสายที่ใกล้โครงการมากที่สุดคือ รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีนพรัตนราชชนนี มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 2.8 กม. ซึ่งก็ต้องนั่งรถไปต่อรถไฟฟ้ากันอีกทีค่ะ สำหรับรถไฟฟ้าสายสีชมพูนี้มีกำหนดการณ์เริ่มสร้างในปี 2560 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2563 ค่ะ แต่ยังไม่แน่ชัดนะคะ อาจจะมีบวกจำนวนปีไปอีกหน่อย

ทางเข้าโครงการสามารถเข้าได้จากซอยสวนสยาม 24 และ ซอยเสรีไทย 73 จากที่บอกไปแล้วข้างต้น ในส่วนของระยะทางก็เกือบเท่าๆกันคือประมาณ 750 เมตร ภายในซอยจะเป็นหมู่บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม และเป็นที่ตั้งของ สน.บางชันด้วย สำหรับตัวโครงการหากเข้าจากทางเสรีไทยตรงๆ จะไม่คดเคี้ยวเท่ากับสวนสยามทั้งที่ระยะไม่ต่างกัน แต่ถ้าเลือกเอาถนนกว้างๆ เดินทางสะดวกหรือใครที่วิ่งมาจากถนนรามอินทรานั้นเข้าทางซอยสวนสยาม 24 จะสะดวกกว่าค่ะ

การเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มต้นจากแยกนิด้า ซึ่งเป็นแยกที่เชื่อมถนนลาดพร้าว เสรีไทย และถนนศรีบูรพา ซึ่งเป็นถนนสายเล็กๆ เชื่อมระหว่างถนนรามคำแหง-ถนนนวมินทร์ ขับตรงไปเรื่อยๆ มุ่งหน้าไปทางมีนบุรีจากนั้นเลี้ยวเข้าถนนสวนสยาม และเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสวนสยาม 24 ขับตรงไปอีก 500 ม. และเลี้ยวซ้ายอีกทีเมื่อผ่านสถานีตำรวจนครบาลบางชัน ไปทะลุออกซอยเสรีไทย 73 ก็จะเห็นโครงการอยู่ทางซ้ายมือค่ะ เส้นทางนี้นั้นเหมาะกับคนที่ทำงานแถบลาดพร้าวหรือรามคำแหง และใช้ถนนเสรีไทยในการเดินทางหลักๆ จริงๆ แล้วซอยเสรีไทย 73 นั้นจะถึงก่อนถนนสวนสยาม แต่ด้วยความกว้างของซอยนั้นไม่ได้กว้างและขับสบายเท่าถนนสวนสยาม ดังนั้นเลยจะขอพาไปในเส้นทางหลักที่เดินทางได้สะดวกกว่านะคะ ^^

เริ่มต้นจากถนนศรีบูรพาช่วงแยกนิด้า โดยเราจะเลี้ยวขวาเข้าถนนเสรีไทยกันค่ะ ที่เรียกว่าแยกนิด้านี้ก็ตามชื่อของสถาบันการศีกษาที่อยู่ด้านซ้ายมือติดกับแยกนี้เลยค่ะ

เข้าสู่ถนนเสรีไทย เป็นถนน 6 ช่องการจราจรมีเกาะกลางคั่นแบบนี้ ถนนเส้นนี้เป็นถนนคู่ขนานกับถนนรามคำแหงและถนนรามอินทรา หากเทียบความหนาแน่นและปริมาณของรถนั้นถนนเสรีไทยถือว่ามีความหนาแน่นน้อยกว่า รถก็จะติดน้อยกว่าหน่อยในช่วงเวลาเร่งด่วน

ขับตรงมาอีกหน่อยจะใกล้ถึงจุดตัดมอเตอร์เวย์ค่ะ เลี้ยวซ้ายจะไปทางบางปะอิน ส่วนเลี้ยวขวาไปอีกฝั่งแต่ต้องมุ่งหน้าตรงไปอีกหน่อยจะไปทางบางนาค่ะ ส่วนเราก็ตรงไปตามทางมุ่งหน้าไปมีนบุรี

ทางขึ้นมอเตอร์เวย์ที่มุ่งหน้าไปทางบางปะอิน

เราตรงมาเรื่อยๆ จนถึงซอยเสรีไทย 73 ซึ่งเป็นซอยทางเข้าโครงการค่ะ แต่เดี๋ยวเราจะพาไปเข้าโครงการจากทางสวนสยามกันนะคะ แค่ถัดไปอีกซอยนึงแต่ด้วยความกว้างของถนนนั้นค่อนข้างสะดวกกว่าค่ะ แต่ถ้าวันไหนรถติดหนักๆ หรือเป็นช่วงสวนสยามมีจัดงานต่างๆ แล้วรถบนถนนสวนสยามค่อนข้างติดก็หลบมาเข้าโครงการที่ซอยนี้ก็จะดีกว่าค่ะ

ขับตรงมาเจอแยกตัดเข้าถนนสวนสยามแล้วเลี้ยวซ้ายโลด

ถนนสวนสยามเป็นถนนระยะสั้นๆ เชื่อมระหว่างถนนเสรีไทยและถนนรามอินทรา เป็นถนน 6 ช่องการจราจรทีเกาะคั่นกลาง ตลอดแนวฝั่งถนนทั้ง 2 ฝั่งก็จะมีรถจอดแบบนี้เพราะมีร้านอาหารและอาคารพาณิชย์ขายของเกือบตลอดถนน มีความคึกคักพอสมควร และสุดถนนที่ตัดกับถนนรามอินทรามี Community Mall อย่าง Amorini Mall ขึ้นด้วย

ขับตรงมาจนถึงซอยสวนสยาม 24 แล้วเลี้ยวซ้ายเลยค่ะ และจากซอยนี้มีจุดกลับรถในระยะใกล้ๆ ประมาณ 100 ม. พอเบี่ยงเลนและกลับรถได้ไม่ยากค่ะ

เข้ามาภายในซอยสวนสยาม 24 เป็นถนน 2 เลนสวนกัน แต่มีความกว้างพอสมควรขับรถได้สะดวก บรรยากาศ 2 ข้างทางเป็นหมู่บ้านดั้งเดิมที่อยู่อาศัยกันมานาน และมีโครงการขึ้นมาใหม่ทั้งทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวด้วย สภาพแวดล้อมจะค่อนข้างสงบพอสมควรค่ะ

ตรงมาตามทางเรื่อยๆ ไปสุดสถานีตำรวจนครบาลบางชันและเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเสรีไทย 73 อีกที

เลี้ยวเข้าซอยเสรีไทย 73 แล้วขับตรงมาอีกหน่อยก็จะเห็นโครงการฝั่งซ้ายมือแล้วค่ะ ในส่วนของบรรยากาศในซอยเสรีไทย 73 นี้เป็นถนน 2 เลนสวนกันแบบนี้แต่มีระยะแคบลงมาเล็กน้อย ฝั่งขวามือติดกับคลองเล็กๆ ที่จะไหลเข้าไปเชื่อมกับคลองลำบึงกุ่มค่ะ ในเรื่องกลิ่นจากคลองนั้นไม่ได้ส่งกลิ่นรบกวนแต่อย่างใดนะคะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

บรรยากาศและสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านจัดสรรสลับกับที่ดินว่างปล่า ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบพอสมควรค่ะ ในอนาคตคาดว่าที่ดินเปล่านี้ก็คงจะมีการพัฒนาที่ดินไปเป็นหมู่บ้านต่างๆ กันเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อระบบรางรถไฟฟ้าสายสีชมพูเริ่มเข้ามาอย่างจริงจังและเห็นภาพมากขึ้น ซึ่งก็จะช่วยยกระดับทำเลและบรรยากาศแถบนี้ให้มีความเป็นชุมชนมากขึ้นและมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นด้วยค่ะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สวนสยาม ~2.3 กม.
  • Amorini ~2.5 กม.
  • โรงพยาบาลนพรัตน์ราชชนนี ~3.7 กม.
  • Promenade ~5.3 กม.
  • แฟชั่น ไอส์แลนด์ ~5.8 กม.
  • ตลาดนัดจตุจักร 2 ~6.5 กม.
  • ตลาดมีนบุรี ~8.3 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

มาดูผังโครงการกันนะคะ ขนาดที่ดินโครงการทั้งหมดประมาณ 5 ไร่ มีจำนวนยูนิตเพียง 24 ยูนิต แบ่งเป็น 2 เฟส สำหรับเฟสแรก (สีชมพู) นั้นเป็นบ้านแบบสร้างเสร็จพร้อมอยู่ จำนวน 12 ยูนิต และเฟส 2 (สีส้ม) ทำเป็นบ้านแบบสั่งสร้าง ซึ่งลูกบ้านสามารถออกแบบหรือดีไซน์ฟังก์ชั่นได้เองตามความต้องการบนแปลงที่ลูกค้าเลือก

จากทางเข้าโครงการเข้าสู่ถนนหลักที่มีความกว้าง 14 ม. ซึ่งถือว่ากว้างพอสมควรขับรถสวนกันได้สะดวกค่ะ ด้านข้างจัดเป็นพื้นที่สีเขียวและส่วน Club House ซึ่งจะมีห้อง Fitness และห้องอเนกประสงค์ให้นั่งเล่นได้ สุดทางเป็นสวนหย่อมขนาดประมาณ 200 ตร.ม. จากนั้นแยกเป็น 2 ฝั่งเฟสแรกกับเฟส 2 ด้วยถนนรองที่มีความกว้าง 9 ม. ค่ะ

มาดูที่ผังวิเคราะห์แดดลมกันบ้างนะคะ ด้วยการแบ่งที่ดินโครงการนี้ทำให้ตำแหน่งหน้าบ้านในโครงการมีให้เลือกครบทุกทิศ แต่ก็ไม่ใช่ทุกทิศที่เหมาะกับการหันหน้าบ้านเสมอไปนะคะ และแต่ละทิศเองก็มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป โดยทิศที่เหมาะกับบ้านคือทิศเหนือ-ใต้นะคะ อย่างทิศเหนือนี้ก็จะร่มหน่อย หน้าบ้านไม่โดนแดดในช่วงบ่ายๆ ส่วนทิศใต้ข้อดีคือเรื่องของลมที่พัดผ่านเข้ามาจากทางหน้าบ้านได้ดีค่ะ ทั้งนี้ตำแหน่งของหน้าบ้านในโครงการจะไม่ได้มีทิศเหนือหรือใต้ตรงๆ แต่จะเยื้องไปทางทิศตะวันออก-ตะวันตกด้วยค่ะ ก็จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของทิศทางแดดเข้ามาเพิ่มเติมอย่างทิศตะวันตกก็อาจจะรับแสงแดดช่วงบ่าย-เย็นมากกว่าทิศอื่นๆ หน่อย

เราไปดูโครงการกันต่อเลยนะคะ จากหน้าทางเข้าโครงการนี้มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาใหม่ให้มีความ Modern มากยิ่งขึ้น ทั้งป้ายด้านหน้ารวมไปถึงประตูทางเข้าด้วยการกรุกระเบื้องลายหินอ่อนและตกแต่งด้วยไม้เทียมด้านในค่ะ ลักษณะทางเข้า-ออก แยกกันคนละทาง คั่นกลางด้วยป้อมพี่ยามที่จะคอยดูแลตลอด 24 ชม.

ทางเข้าโครงการกั้นด้วยประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ (Auto Gate Barrier) เข้า-ออกด้วยระบบ Key Card Access แบบ Auto Tag Censor มีกล้อง CCTV ส่องบริเวณด้านหน้าคนขับด้วย ซึ่งโดยรวมก็ถือว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีพอสมควรค่ะ

เข้ามาในส่วนของถนนหลักโครงการ มีความกว้าง 14 ม. แบ่งเป็น 2 เลนสวนกัน ด้วยความกว้างประมาณนี้สามารถขับรถได้สะดวกดี พื้นถนนเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทับหน้าด้วย Pave Asphalt ทั้งหมด ด้านข้างปลูกต้นไม้ใหญ่ตลอดทางให้ความร่มรื่นได้ระดับนึงค่ะ แต่เมื่อเทียบกับ 2 ปีที่แล้วที่ทางทีมงานได้มาทำรีวิวก็ถือว่ามีความร่มรื่นเพิ่มขึ้นพอสมควรจากการเจริญเติบโตของต้นไม้ ส่วนระบบสายไฟของโครงการนี้ใช้แบบลงดินทั้งหมด ทำให้ตัวโครงการดูเรียบร้อยสวยงามไม่มีเสาไฟมาให้รกตา

สวนด้านข้างใกล้ทางเข้าหน้าตาเหมือนเดิมไม่ได้มีการตกแต่งเพิ่มเติม ลักษณะเป็นสวนแนวตั้งทำเป็นคล้ายๆ กับ Green Wall ซึ่งยกขึ้นมาสูงพอสมควรเพื่อบังสายตาจาก Character Club (โรงเรียนสอนการแสดงและโมเดลลิ่ง) ด้านข้างที่ติดกับโครงการ

สุดทางถนนเป็นสวนหย่อมขนาดพื้นที่ประมาณ 200 ตร.ม. เป็นขนาดเล็กๆ เป็นพื้นที่นั่งเล่นได้ แต่ไม่ถึงกับกว้างพอให้เด็กๆ วิ่งเล่นได้ และหน้าตาสวนก็มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม (รูปบน) พอสมควรดูหน้าใช้งานมากขึ้น มีการวางรูปปั้นเป็นจุดดึงดูดสายตาตรงกลางค่อนข้างโดดเด่นพอสมควรเลย

ด้านในจัดฟังก์ชันมากขึ้นจากที่เป็นสนามหญ้าเปล่าๆ ก็ทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นใต้ต้นไม้

มีสนามหญ้าสลับกับทางเดิน และอีกฝั่งก็จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นเช่นกัน ด้านในมีต้นไม้ใหญ่ตรงกลางและศาลพระภูมิด้านหลังอีกที โดยรวมแล้วการเปลี่ยนแปลงสวนนี้นอกจากหน้าตาที่เปลี่ยนไปแล้วก็คือเรื่องของฟังก์ชันที่เพิ่มมากขึ้นไม่เป็นเพียงสนามหญ้าเปล่าๆ เช่นแต่ก่อน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากสวนได้มากขึ้นค่ะ

Sale Office ด้านข้างที่ต่อไปจะเป็น Club House ในอนาคต โดยประกอบไปด้วย Fitness และห้องอเนกประสงค์นะคะ ส่วนการอัพเดตปัจจุบันกับเมื่อ 2 ปีมีหน้าตาเหมือนเดิมทุกอย่าง เพิ่มเติมตรงที่ต้นไม้ที่ดูจะร่มรื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรียกว่าบังส่วนอาคารแทบมิดเลยทีเดียว ^^

มาที่ถนนรองมีความกว้าง 9 ม. ก็เป็นความกว้างกำลังดีในการถอยรถเข้าออกได้ แต่ต้องไม่มีรถออกมาจอดหน้าบ้านนะ ส่วนพื้นถนนปัจจุบันปรับให้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทับหน้าด้วย Pave Asphalt ทั้งหมด จากเดิมที่เป็นถนนคอนกรีตปกติ ซึ่งพอปรับเปลี่ยนมาแล้วก็ทำให้หน้าตาโครงการดูสวยงามมากขึ้นเยอะเลยค่ะ ผนวกกับความร่มรื่นของต้นไม้ที่มากขึ้นด้วย สุดทางคือรั้วโครงการมีความสูง 3 ม. และติดตั้งระบบ Infrared Alarm System เพิ่มมาด้วยถือว่าเรื่องรักษาความปลอดภัยค่อนข้างดีพอสมควร แต่หักลบกับรั้วรอบโครงการที่เตี้ยไปหน่อย น่าจะมีการเพิ่มรั้วโปร่งขึ้นมากอีก 1-1.5 ม.

 

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • สวนสาธารณะ
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 9 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 ม. พร้อมระบบ Infrared Alarm System
  • Key Card Access ระบบ Auto Tag Sensor
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการ ประตูบานเลื่อน ระบบ Auto Gate Barrier
  • ถนนหลักกว้าง 14 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.


Product Walkthrough

จุดเด่นของบ้านในโครงการนี้คือ บ้านพร้อมสระว่ายน้ำ มาพร้อมกับระบบ Home Automation ภายในบ้าน ซึ่งจะได้ตามนี้เลยในราคาแพ็กเกจของตัวบ้านไม่ได้มีบวกราคาเพิ่มเติมแต่อย่างใดนะคะ สำหรับบ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปเป็นบ้าน Type C ซึ่งเป็นเป็นบ้านที่รีวิวฉบับก่อนเรายังไม่ได้พาไปดูกันนะคะ สำหรับ Type C นี้เป็นบ้านเดี่ยวขนาดเล็กสุดของบ้านเฟสแรกค่ะ สูง 3 ชั้น มีที่ดิน 48-49 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 320 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

ชั้น 1 ตัวบ้านแบ่งออกเป็น 2 โซนคือ โซนห้องรับแขกด้านหน้าที่แยกออกมาค่อนข้างชัดเจน เหมาะกับลูกบ้านที่ต้องใช้พื้นที่ในบ้านต้อนรับแขกอยู่บ่อยๆ หรือใช้พื้นที่ส่วนนี้เป็น Office เล็กๆ ในการทำงาน ซึ่งเป็นส่วนที่มีความเป็นส่วนตัวแยกออกจากโซนด้านหลังบ้านที่เป็นพื้นที่ส่วนรวมของสมาชิกในบ้าน ทั้งนี้ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็สามารถกั้นประตูปิดระหว่างโถงทางเดินได้ด้วยค่ะ ส่วนพื้นที่ในบ้านในชั้นนี้นั้นจะไม่ได้ดูเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือดูกว้างขวางเท่าไหร่ เพราะมีส่วนสระว่ายน้ำมากินพื้นที่อยู่พอสมควร ซึ่งก็แลกมากับการมีสระว่ายน้ำส่วนตัวภายในบ้านในเด็กๆ เล่นน้ำได้ หรือผู้ใหญ่มานอนแช่ตัวพักผ่อนในวันหยุดได้ดี ถัดมาคือส่วนรับประทานอาหารที่อยู่โซนด้านหลังของบ้านมี Pantry เล็กๆ ด้านข้างติดกับห้องน้ำแบบ Powder room บริเวณนี้มีพื้นที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่รองรับที่นั่งได้ประมาณ 6-8 ที่นั่ง แต่กลับกันตรงที่มีพื้นที่ Pantry ขนาดเล็กไปหน่อยสำหรับบ้าน ไม่เหมาะกับการทำอาหารเท่าไหร่นัก ทำให้จำเป็นต้องมีการต่อเติมด้านหลังเพื่อทำเป็นส่วนครัวที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ก็มีพื้นที่ด้านหลังไม่มากนัก ซึ่งถ้าจะต่อเติมก็ไม่ได้ครัวที่ขนาดใหญ่มากนักค่ะ ดังนั้นบ้านหลังนี้จะเหมาะกับครอบครัวที่ไม่ได้เน้นส่วนพื้นที่ครัวมากนัก และเป็นครอบครัวที่ไม่ได้มีสมาชิกในบ้านเป็นผู้สูงวัย เนื่องจากไม่มีพื้นที่ชั้นล่างในการต่อเติมส่วนห้องนอนผู้สูงวัย และยังต้องมีการปรับห้องน้ำเป็นห้องน้ำที่มีส่วนพื้นที่อาบน้ำด้วย

ชั้น 2 เป็นชั้นของห้อง Master Bedroom ทั้งชั้น แบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคือส่วนเตียงนอนและ Walk-in Closet ส่วนอีกฝั่งเป็นห้องน้ำและระเบียง ซึ่งเป็นระเบียงขนาดใหญ่พอสมควรสามารถวางโต๊ะสนามนั่งเล่นหรือมาปิ้ง BBQ กินสังสรรค์กันได้ แต่ก็ดูจะมีการจัด Zoning แปลกๆ ไปหน่อย ตรงที่ต้องเข้าจากทางห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ ทำให้เวลาอยากจะปาร์ตี้ชวนเพื่อนๆ มาสังสรรค์หรือจะมานั่งเล่นชิลๆ บริเวณนี้ก็ต้องผ่านห้องน้ำในห้องนอนใหญ่เสมอทำให้ส่วน Master Bedroom นี้ไม่มีความเป็นส่วนตัวและใช้งานห้องน้ำไม่ได้ในช่วงเวลาที่มีการใช้งานส่วนระเบียงอยู่ นอกเสียจากจะล็อกประตูระเบียงเท่านั้น ซึ่งก็ทำให้ใช้งานส่วนระเบียงไม่สะดวกนักเช่นกัน

ชั้น 3 แบ่ง 2 ฝั่งเป็นห้องนอนอีก 2 ห้อง มีส่วนเตียงนอน Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องนอนค่ะ

รวม

Untitled-1

ขออธิบาย ระบบ Home Automation ที่โครงการให้มาด้วยหรือที่ใครๆอาจจะคุ้นกับคำว่าบ้านอัจฉริยะ เป็นเหมือนสมองที่เอาไว้ควบคุมระบบไฟฟ้าต่างๆ  เช่น ไฟฟ้าแสงสว่าง, เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเสียง, ระบบสัญญาณกันขโมย, ม่านไฟฟ้า เป็นต้น โดยจะสามารถสั่งการได้จากตัวแผงสวิตช์เอง ที่มีมาให้เลือกหลายแบบ คอมพิวเตอร์ แทปเลต หรือ สมาร์ทโฟน ก็ได้ (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ งบประมาณค่ะ ที่สามารถทำให้ advance มากๆ) สำหรับโครงการ ได้เลือกระบบปฏิบัติการ C Bus โดย Schneider มาติดตั้งให้กับที่โครงการ สามารถควบคุมระบบไฟฟ้าแสงสว่างและแอร์ได้จากแผงสวิตช์กับสมาร์ทโฟนเท่านั้น หากจะเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆต้องเพิ่มเติมเองกับทางบริษัทที่ติดตั้งระบบ Home Automation ให้ค่ะ

หน้าตาบ้านออกมาในสไตล์ Modern ชัดเจน เน้นโทนสีเทา-ขาว มีการตกแต่งด้านหน้าบ้านด้วยไม้เทียมสีน้ำตาล หลังคาเป็นทรง Lean และ Flat ซึ่งจะมีการยกระดับความสูงของฝ้าเพดานขึ้นบริเวณส่วนเตียงนอนชั้นบนเพื่อให้มีช่องว่างบนหลังคาเพื่อถ่ายเทความร้อนจากด้านบนได้ดีมากขึ้น ส่วนช่องเปิดหรือหน้าต่างนั้นไม่ได้มีเยอะมากนัก บริเวณด้านหน้าบ้าน ซึ่งข้อเสียคือเรื่องความโปร่งโล่งที่มีไม่เท่ากับบ้านที่มีหน้าต่างใหญ่และมาก แต่ก็แลกมากลับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และไปทำช่องเปิดด้านข้างให้มากขึ้นเพื่อทดแทนช่องเปิดด้านหน้าแทนค่ะ

จากประตูทางเข้าหน้าบ้านเป็นประตูบานเลื่อนรั้วโปร่งเหล็ก ส่วนด้านซ้ายเป็นประตูเล็กค่ะ

ทางเข้าประตูเล็กจะหลบไปทางขวา ที่ทำหลบแบบนี้ก็ทำให้ด้านหน้าเปลี่ยนเป็นผนังทึบได้ บังไม่ให้เห็นพื้นที่ส่วนรับแขกด้านในบ้านได้ ซึ่งเป็นประตูกระจกทั้งหมดก็ย่อมทำได้โดยไม่เสียความเป็นส่วนตัวไป และอีกอย่างคือพื้นที่ด้านหน้าบ้านนั้นไม่ได้กว้างมากการทำประตูเปิดด้านหน้าก็อาจจะไปติดส่วนเฉลียงหน้าบ้านได้ค่ะ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นประตูเก็บขยะจากหน้าบ้านปกติ

ส่วนด้านข้างเป็นประตูบานเลื่อนมีกริ่งให้เรียบร้อยค่ะ

ประตูบานเลื่อนที่เป็นรั้วโปร่งเหล็กนี้ติดระบบอัตโนมัติให้ด้วย เปิด-ปิดโดยการใช้รีโมท

ที่จอดรถสามารถจอดได้ 2 คัน ด้านบนมีหลังคา Flat คลุมไปจนถึงหน้าบ้าน ทำให้บริเวณที่จอดรถสามารถกันแดดกันฝนได้ทั้งหมด ส่วนพื้นที่จอดรถนี้เป็น Concrete Stamped ใช้โครงสร้าง Slab On Beam หรือมีคานรองรับด้านล่าง ใช้เสาเข็มยาว 1 ม. ซึ่งถือว่าไม่ได้ยาวมากนะคะ แต่ก็มีความคงทนในการทรุดตัวมากกว่าโครงสร้างแบบ Slab On Ground

ทางเข้าบ้านจะเข้าจากทางเฉลียงหน้าบ้านทางเดียว จะสังเกตว่าความสูงของเฉลียงค่อนข้างสูงพอสมควร อยู่ที่ประมาณ 65 ซม. การเดินขึ้น-ลง ดูจะไม่สะดวกมากนักถ้าเทียบกับบ้านที่มีการยกระดับไม่มากนัก และทำให้บริเวณเฉลียงมีความความสูงแตกต่างกับความสูงพื้นปกติค่อนข้างมาก น่าจะมีการเพิ่มราวกันตกบริเวณเฉลียงด้านหน้าหน่อยเพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่การยกระดับบ้านขึ้นสูงนั้นไม่ใช่ว่าจะไม่ดีเสมอได้นะคะ ถ้ามองในแง่ตอนน้ำท่วมก็ถือว่าเป็นข้อดีเลยค่ะ

ด้านข้างบ้าน (รูปซ้าย) มีระยะเหลือด้านข้างไม่มากนักค่ะ โดยทางโครงการจะมีการปูหญ้าให้เรียบร้อยในบ้านมาตรฐาน ส่วนหลังบ้านนั้นมีการยกระดับพื้นขึ้นเช่นกันกับเฉลียงด้านหน้า ใช้โครงสร้างเป็น Slab On Ground แต่มีการวางฟังก์ชันครัวไทยเอาไว้ด้านนอก (จากแปลนบ้าน) ซึ่งหากใครที่ต้องการต่อเติมครัวไทยเพิ่มมาด้วยก็น่าจะมีปัญหาในเรื่องของการรับน้ำหนักของโครงสร้างนะคะ หากต้องการจะทำครัวไทยแบบจริงจังและอาจจะมีการต่อเติมหลังคาขึ้นมาด้วยก็ควรจะต้องรื้อพื้นส่วนซักล้างนี้แล้วทำเป็น Slab On Beam มีเสาเข็มให้เรียบร้อย รวมทั้งแยกโครงสร้างกับตัวบ้านด้วยเพื่อไม่ให้เกิดการแตกร้าวของโครงสร้างหลักของบ้าน ส่วนความกว้างของหลังบ้านนี้กว้างประมาณ 1.5 ม. เรียกว่าเป็นระยะ Set Back หรือการเว้นที่ว่างจากขอบเขตที่ดินในการสร้างบ้านแบบที่มีช่องเปิดได้อย่างถูกกฎหมายไม่สามารถขยับเข้ามาใกล้ขอบเขตที่ดินได้มากกว่านี้ นอกเสียจากจะทำเป็นผนังทึบก็จะสามารถขยับขยายหรือต่อเติมได้เพิ่มขึ้นแต่ต้องไม่ติดกับระยะขอบเขตที่ดินน้อยกว่า 50 ซม. ดังนั้นใครที่จะต่อเติมครัวในส่วนนี้ก็ต้องอย่าลืมคำนึงในเรื่องนี้ด้วยนะคะ การแก้ปัญหาในส่วนนี้ก็คือต่อเติมเป็นผนังทึบไม่เกิน 50 ซม. จากขอบเขตที่ดิน และทำช่องเปิดหรือหน้าต่างด้านข้างบ้านแทน ก็จะสามารถมีหน้าต่างระบายอากาศในส่วนครัวด้านหลังบ้านได้ค่ะ

และด้านหลังบ้านนี้จะมีส่วนห้องแม่บ้านด้วยค่ะ โดยทางเข้า-ออกของแม่บ้านนี้จะอยู่เพียงด้านหลังบ้านเท่านั้น ไม่มีประตูเข้า-ออกภายในบ้านได้ ซึ่งก็ทำให้ลูกบ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ถัดมาจากพื้นที่ซักล้างจะเป็นพื้นที่ว่างปูหญ้าเป็นมาตรฐานให้ปกติ ส่วนด้านข้างที่มีการต่อเติมและวางน้ำพุให้นั้นในบ้านมาตรฐานจะไม่มีให้นะคะ

อีกด้านข้างของบ้านยกระดับพื้นขึ้นมาเช่นเดียวกับลานซักล้างหลังบ้าน เรียกว่ารอบบ้านมีระดับและบันไดขึ้นลงเยอะเหมือนกันนะคะ สำหรับทางเดินส่วนนี้จะเชื่อมไปยังสระว่ายน้ำกลางบ้านค่ะ

ประตูทางเข้าบ้านเป็นประตูบานเลื่อนกระจกเปิด 2 ทาง ด้านข้างเป็นกระจกบาน Fixed วบกบอลูมิเนียมสีดำ กระจกใช้กระจกเขียวตัดแสง สามารถหักเหแสงได้ดี มือจับประตูบานเลื่อนเป็นแบบก้านโยก ต้องใช้ยกขึ้นมาด้านข้างพร้อมกันทั้ง 2 ด้านถึงจะเปิดประตูได้ค่ะ สำหรับน้ำหนักของประตูนั้นค่อนข้างหนักพอสมควร ถือว่าแข็งแรงดี และมี Fitting ดีค่ะ

พื้นภายในบ้านสูงขึ้นจากเฉลียงเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม.

เข้ามาจะเป็นส่วนห้องรับแขกก่อนนะคะ โดยตำแหน่งการวางโซฟานี้จะต้องหันไปทางด้านข้างฝั่งที่จอดรถ จะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมกับการวางโซฟาสำหรับห้องนี้ ซึ่งจะขัดกับตำแหน่งของทีวีที่จะไปอยู่ด้านข้างโซฟาแทน ดังนั้นการจะจัดให้พื้นที่ส่วนนี้เป็นพื้นที่นั่งเล่นดูทีวีแบบจริงจังเลยก็ออกจะไม่ถนัดไปสักหน่อย แต่ถ้าจะจัดให้ส่วนนี้เป็นพื้นที่รับแขกหรือพื้นอเนกประสงค์แทนก็โอเคค่ะ

ด้านข้างได้หน้าต่างบานเลื่อนบานใหญ่ทั้ง 2 ฝั่งคือด้านหลังโซฟาและฝั่งที่จอดรถด้วย ทำให้บริเวณนี้มีอากาศถ่ายเทได้ดี และดูโปร่งโล่งค่ะ

ในส่วนห้องรับแขกนี้หากต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหน่อย สำหรับลูกบ้านที่มักมีการติดต่อหรือใช้บ้านเป็น Office พูดคุยกับแขกอยู่บ่อยๆ ก็สามารถทำประตูปิดส่วนทางเดินที่เชื่อมไปยังส่วนรับประทานอาหารโซนด้านหลังบ้านได้ค่ะ เพื่อให้สมาชิกคนอื่นๆ ภายในบ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ด้านข้างมีประตูบานเลื่อนออกไปยังเฉลียงนั่งเล่นด้านนอกที่ติดกับส่วนสระว่ายน้ำ

พื้นที่เฉลียงเล็กๆ ปูพื้นด้วยพื้นไม้จริงแต่ไม่ได้ขัดมันหรือเป็นไม้ที่ดูมีการใช้งานที่คงทนเท่าไหร่นะคะ สำหรับใครที่มักจะมานั่งเล่นส่วนนี้บ่อยๆ ก็ควรจะต่อเติมพื้นที่ส่วนนี้ขึ้นมาจริงจังหน่อย อย่างการวางโครงเหล็กด้านล่างและปูทับด้วยพื้นไม้เทียม ที่ขายกันตามท้องตลาดทั่วไปดูสวยงามและทนทานด้วย แต่ไม่แนะนำให้ปูเป็นกระเบื้องนะคะ เพราะส่วนนี้ยังไงก็น่าจะเปียกน้ำจากสระว่ายน้ำแน่ๆ ถ้ามีการเล่นน้ำกัน ซึ่งก็จะทำให้ลื่นได้ง่ายค่ะ

สระว่ายน้ำแบบ Jacuzzi นี้ได้ตามบ้านตัวอย่างเลยนะคะ ไม่ได้เป็นสระสำหรับว่ายน้ำแบบจริงจังเท่าไหร่นัก เน้นเป็นสระสำหรับแช่ตัวหรือให้เด็กๆ เล่นน้ำกันมากกว่า ด้านข้างสระเลยมีการก่อเป็นที่นั่งไว้ให้เรียบร้อยด้วย

บริเวณสระว่ายน้ำนี้ทำเป็น Court ตรงกลางสูงขึ้นไปถึงด้านบน ทำให้ห้องในชั้นบนสามารถมองวิวสระนี้ได้ด้วย และบริเวณสระตรงนี้ก็จะเป็นสระแบบ Outdoor นะคะ เรื่องของแดดอาจจะไม่ได้ส่งผลมากกับสระที่เป็นสระส่วนตัวอยู่ในบ้าน ได้ร่มเงาจากตัวบ้านด้วย แต่เรื่องของการทำความสะอาดและเรื่องการรักษาดูแลสระแบบ Outdoor นี้ก็มีความลำบากกว่าสระแบบ Semi-Outdoor หรือสระในร่มมีหลังคาคลุมพอสมควร ถ้าใครที่มักใช้สระเป็นประจำหรือไม่อยากทำความสะอาดสระบ่อยๆ และไม่ซีเรียสเรื่องวิวสระจากห้องในชั้นบน ก็สามารถทำหลังคาเบาๆ อย่าง Polycarbonate คลุมบริเวณสระว่ายน้ำได้ค่ะ

อีกฝั่งของส่วนโถงทางเดิน มีห้องเก็บของใต้บันไดที่ลดระดับพื้นลงไปเล็กน้อย และโถงบันไดค่ะ สำหรับบันไดนี้ใช้โครงการคอนกรีตเสริมเหล็กเลย ค่อนข้างแข็งแรงดี วัสดุปิดผิวบันไดทั้งลูกตั้งและลูกนอนใช้เป็นไม้เนื้อแข็งกรุผิวไม้สัก ส่วนราวบันไดตรงส่วนมือจับเป็นไม้เนื้อแข็งเช่นเดียวกันและราวใช้กระจกที่มีความหนาพอสมควรค่ะ

หน้าตาสวิตช์ไฟด้านหน้าบ้านจะมีหน้าจอขึ้นเหมือนรูปขวาบน นอกนั้นปกติสวิชต์จะเป็นแบบรูปขวาล่างค่ะ และที่เห็นจะแตกต่างกับบ้านทั่วไปนั้นก็คือหน้าจอที่แสดงปริมาณของน้ำดีที่เก็บไว้ที่แท็งน้ำหลังบ้านว่ามีกี่เปอร์เซ็นแล้ว แต่เป็นเพียงหน้าจอแสดงผลนะคะ ไม่สามารถคอนโทรลอะไรจากแท็งน้ำได้นะ

ถัดมาก่อนไปส่วนรับประทานอาหาร ด้านซ้ายเป็นห้องน้ำชั้นล่างค่ะ

ห้องน้ำนี้เป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ ด้านบนมีช่องเปิดเป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง 2 บานสำหรับระบายอากาศและมีที่ดูดอากาศด้านบนให้เรียบร้อย ส่วนพื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม.ค่ะ

เคาน์เตอร์ส่วนอ่างล้างมือเป็นแบบก่อและกรุด้วยกระเบื้องสีเดียวกับพื้นห้องน้ำ มีพื้นที่ด้านข้างสามารถวางของได้พอสมควร ส่วนอ่างล้างมือนั้นมีขนาดกะทัดรัด จากยี่ห้อ Kohler

โถสุขภัณฑ์จาก Kohler เช่นเดียวกัน บริเวณรอบโถสุขภัณฑ์มีความกว้างประมาณ 1 ม. ถือว่ามีความกว้างพอสมควรนั่งได้สบายๆ ตำแหน่งสายชำระอยู่ฝั่งขวามือใช้งานสะดวกแต่ตำแหน่งที่แขวนกระดาษชำระออกจะไกลไปหน่อยนึง เวลาจะใช้งานอยู่ในระยะเอือมไปหน่อย ไม่ค่อยสะดวก

เข้ามาส่วนพื้นที่รับประทานอาหารนะคะ โดยพื้นที่ส่วนนี้สามารถวางโต๊ะรับประทาอาหารขนาดใหญ่ได้รองรับที่นั่งได้ตั้งแต่ 6-8 ที่นั่งเลย รอบด้านเป็นประตูบานเลื่อนกระจก ทำให้บริเวณนี้โปร่งโล่งดีค่ะ ส่วนประตูฝั่งซ้ายที่เห็นนี้เป็นประตูหลังบ้านออกไปยังลานซักล้างด้านหลัง

ดูกันอีกรูปในส่วนพื้นที่รับประทานอาหาร จะเห็นว่าด้านข้างนั้นติดกับสระว่ายน้ำด้วย ซึ่งก็จะได้วิวสระว่ายน้ำไปด้วยในตัว ส่วนการที่ได้ประตูบานเลื่อนทั้ง 3 ทางแบบนี้เวลาเปิดระบายอากาศ หรือรับลมได้ดีพอสมควรเลยค่ะ

ด้านหลังส่วนพื้นที่รับประทานอาหารติดกับห้องน้ำนั้นจะเป็นพื้นที่ครัวเล็กๆ ซึ่งในบ้านมาตรฐานจะไม่ได้ชุดครัวแบบนี้นะคะ เป็นพื้นที่เปล่าๆ ค่ะ ที่จะขออธิบายเพิ่มเติมคือบริเวณครัวนี้มีพื้นที่ค่อนข้างเล็กพอสมควร ไม่เหมาะกับการต่อเติมเป็นครัวปิดเพราะจะไปกินพื้นที่ทางเดินจากโถงทางเดินเข้ามาส่วนพื้นที่รับประทานอาหาร แต่สามารถต่อเติมเป็นครัวเปิดขนาดเล็กๆ ได้ ติดตั้ง Hood แบบ Exhausted ส่งท่ออกไปด้านนอกของบ้านได้ไม่ยากค่ะ

บันไดรูปตัว U หรือแบบพับผ้า มีชานพักครึ่งนึงไม่ได้เป็นชานพักยาวต่อเนื่อง แต่ก็ยังถือว่าเดินได้สะดวกหากเทียบกับขั้นบันไดแบบสามเหลี่ยมค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 มีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นพื้นที่ส่วน Master Bedroom ออกจากโถงบันได ซึ่งปกติบ้านทั่วไปเราจะเห็นเป็นประตูบานทึบนะคะ ซึ่งการทำประตูบานเลื่อนกระจกแบบนี้จะเห็นไม่ค่อยมาก ข้อดีคือแสงธรรมชาติด้านนอกยังสามารถส่องเข้ามาถึงโถงบันไดได้ ทำให้ส่วนโถงไม่มืดจนเกินไป แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องความเป็นส่วนตัวของห้อง Master Bedroom ส่วนพื้นในชั้นนี้เป็นพื้นปาร์เก้ไม้สักทองค่ะ

วงกบประตูบานเลื่อนมีความหนา มีน้ำหนักและ Fitting ดีทีเดียวค่ะ ด้วยวงกบที่ยกสูงขึ้นมาแบบนี้ก็จำเป็นต้องก้าวข้ามทุกครั้ง ต้องระวังสะดุดหน่อย ไม่เหมือนกับวงกบที่อยู่เสมอพื้นที่จะเดินได้สบายมากกว่า

เข้ามาจะเป็นส่วน Corridor เชื่อมไปยังส่วนเตียงนอนและอีกฝั่งคือห้องน้ำ โดยจะไม่มีประตูกั้นเพิ่มให้ในส่วนนี้นะคะ ดังนั้นหากรู้สึกว่าประตูบานเลื่อนกระจกตรงทางเข้าห้องไม่เพียงพอกับความเป็นส่วนตัวก็สามารถติดตั้งประตูทึบในส่วนทางเข้าห้องนอนและส่วนห้องน้ำได้

วิวจากกระจกตรงส่วน Corridor เมื่อก้มลงไปมองสระว่ายน้ำ

วิวจากกระจกเช่นเดิมเมื่อเงยหน้าขึ้น อยู่ในระดับสายตาปกติ จะเห็นว่าบ้านของเพื่อนบ้านเหมือนหันหน้าเข้าหาบ้านตัวอย่างนี้ ที่ทำให้รู้สึกแบบนี้เพราะว่าด้านช่องเปิดเยอะและมีฟังก์ชั่นภายในเหมือนกันหันเข้าหากันนั่นเองค่ะ ซึ่งลักษณะการจัดวางแบบนี้ก็ทำให้ลดทอนความเป็นส่วนตัวไปพอสมควร ซึ่งหากเฟสต่อไปก็น่าจะมีการปรับในส่วนนี้ โดยดารเอาด้านที่มีช่องเปิดมากหันไปเจอกับด้านที่มีช่องเปิดน้อยของเพื่อนบ้านแทน ก็จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้นเยอะ

เข้ามาที่ส่วนเตียงนอนของห้อง Master Bedroom ลักษณะเป็นห้องยาวสามารถแบ่งส่วนห้องนี้ได้มากสุดถึง 3 ส่วน คือ เตียงนอน Walk-in Closet และพื้นที่นั่งเล่น

อีกฝั่งนึงของห้องสุดทางจะเป็นส่วนระเบียง สามารถจัดเป็นส่วนนั่งเล่นได้ แต่ก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านนะคะ ถ้าปกติไม่ได้ใช้พื้นที่ห้องนอนไว้สำหรับนั่งเล่นนอนดูทีวีมากนัก เพราะมักจะลงไปข้างล่างดูทีวีหรือพูดคุยกับสมาชิกในบ้านคนอื่นๆ มากกว่า ก็ทำพื้นที่บริเวณนี้เป็นส่วนเตียงนอนแทนได้ แทนที่จะวางเตียงนอนไว้ตรงกลางและหันปลายเตียงไปทางระเบียง ก็เปลี่ยนตำแหน่งเป็นวางตัวเตียงตรงโซฟา ก็จะทำให้สามารถนอนดูทีวีได้ด้วย

ระเบียงไม่ได้กว้างมากนัก เหมาะกับใช้พื้นที่นี่เป็นพื้นที่ตากผ้าหรือซักล้างเล็กๆ น้อยๆ ไม่เหมาะกับการวางโต๊ะเก้าอี้เล็กๆ นั่งชมวิว

ถึงจะนั่งชมวิวก็ไม่ได้เห็นอะไรมากนักเพราะจะติดระแนงเหล็กที่ใช้ตกแต่งเพื่อบังสายตาจากข้างบ้าน ซึ่งเราถ่ายหน้าตาระแนงให้ดูจากข้างบ้านนี่แหละค่ะ จะได้เห็นง่ายๆ และจะรู้ว่าระยะข้างบ้านกับบ้านเรานี่ค่อนข้างมีระยะที่ประชิดกันพอสมควร แต่ระยะประชิดก็ยังไม่ใช่ปัญหาที่สำคัญในเรื่องของความเป็นส่วนตัวเพราะจริงๆ แล้วแต่การออกแบบจัดวางให้ไม่หันหน้าชนกันก็จะไม่ได้ถูกลดทอนความเป็นส่วนตัวมากนัก ในกรณีนี่อาจจะต้องใช้ม่านบังสายตาจากเพื่อนบ้านพอสมควรเลย

อีกด้านของห้องนอนสามารถจัดเป็นส่วน Walk-in Closet ได้เป็นสัดส่วนดีเลยค่ะ เนื่องจากห้องมีขนาดพื้นที่ค่อนข้างมากพอสมควร

มาดูห้องน้ำของห้อง Master Bedroom กันบ้าง จุดเด่นของห้องน้ำห้องนี้คือมีพื้นที่ส่วนอ่างอาบน้ำด้วย ลักษณะจะอ่างจะฝังในเคาน์เตอร์มีงานระบบอยู่ด้านล่าง ด้านนอกกรุด้วยกระเบื้องสีขาวเรียบร้อยดี แต่ที่ไม่ลงตัวเท่าไหร่คือเรื่องของความสูงของฐานอ่างอาบน้ำที่มีความสูงถึง 60 ซม. และไม่มีการทำบันไดเล็กๆ ให้ขึ้นได้ ทำให้ขึ้น-ลงไม่ถนัดเลย จำเป็นต้องซื้อเก้าอี้เล็กๆ หรือขั้นบันไดเล็กๆ มาเพิ่มความสะดวกในการขึ้น-ลงให้มากขึ้นค่ะ

ส่วนพื้นห้องน้ำลดระดับลงไปเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม.

บริเวณอ่างอาบน้ำนี้จะมีกระจกฝ้าเข้ามุมให้ เพื่อให้ได้แสงสว่างจากภายนอกและไม่โป๊ด้วย ทำให้ไม่ต้องติดม่านมูลี่ก็ได้นะคะ

อีกด้านเป็นส่วนพื้นที่อาบน้ำและโถสุขภัณฑ์ ได้ฉากกั้นกระจกกั้นเป็นสัดส่วน

พื้นที่อาบน้ำลดระดับลงมาเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อนได้ดีระดับนึง

ได้ฝักบัวสายอ่อนและ Rain Shower จาก Kohler

ด้านข้างเป็นส่วนโถสุขภัณฑ์จาก Kohler เช่นกัน ส่วนพื้นที่รอบโถสุขภัณฑ์มีความกว้างประมาณ 1 ม. ถือว่ากว้างระดับนึงนั่งได้สบายๆ ค่ะ

อ่างล้างมือได้แบบ His & Her มีเคาน์เตอร์กรุกระเบื้องยาว ทำให้มีพื้นที่ด้านข้างค่อนข้างมากวางข้าวของเครื่องใช้ได้เยอะพอสมควร กระจกเงาบานใหญ่ยาวสุดผนังจากสุดเคาน์เตอร์ค่ะ

อ่างล้างมือเซรามิกจาก Kohler

บริเวณด้านข้างอ่างล้างมือมีประตูกระจกฝ้าออกไปยังส่วนระเบียงด้านนอก

ระเบียงด้านนอกนี้มีขนาดใหญ่ระดับนึง สามารถวางโต๊ะเก้าอี้สนาม หรือสามารถทำเป็นพื้นที่จัดปาร์ตี้แบบ Outdoor ทำ BBQ กันได้ ด้วยขนาดพื้นที่เหมาะกับการทำกิจกรรมประมาณนี้แต่ด้วยการเข้า-ออก ที่ต้องผ่านห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ตลอดเวลา ค่อนข้างจะเป็น Zoning ที่ผิดนะคะ เพราะความไม่สะดวกในการใช้งานทั้งห้องน้ำและระเบียงนี้ด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 3 กันบ้าง สุดโถงทางเดินแล้วจะมีกระจกด้านข้างผนังให้แสงสว่างเข้ามาภายในโถงได้ระดับนึง ในตอนกลางวันไม่ต้องพึ่งโคมไฟได้ ก็ช่วยประหยัดค่าไฟได้พอสมควรในระยะยาว

ส่วนโถงทางเดินมีประตูบานเลื่อนออกไปยังระเบียงเล็กๆ ด้านนอก

ก้มลงไปมองสระว่ายน้ำที่ทำเป็น Court เล็กๆ จะเห็นว่าเราก็สามารถมองเห็นสระว่ายน้ำของบ้านตรงข้ามด้วย ซึ่งแน่นอนว่าบ้านตรงข้ามก็มองเห็นเราเช่นกัน

ในชั้นนี้แบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้องซึ่งจะมีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องค่ะ เราจะเข้ามาดูห้องนอนตำแหน่งหลังบ้านกันก่อน ก่อนอื่นต้องอย่าเทียบ Scale จากเตียงนอนของห้องนี้นะคะ เพราะเตียงนี้เป็นเตียงเด็กเล็กๆ ซึ่งจะค่อนข้างหลอกตาทำให้ห้องดูใหญ่กว่าปกติหน่อย สำหรับห้องนี้นั้นสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบายค่ะ และมีพื้นที่ด้านข้างสามารถวางโต๊ะทำงานได้ค่ะ

สุดทางเป็นส่วนระเบียงที่มีความกว้างประมาณ 1.2 ม. ถือว่ากว้างพอสมควรจะวางชุดโต๊ะเก้าอี้นั่งเล่นได้สบายค่ะ

อีกฝั่งของห้องเป็นส่วน Walk-in Closet และห้องน้ำในห้องนอนค่ะ

พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องนอนเล็กน้อย ภายในปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม.

ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกและแห้งชัดเจนเป็นสัดส่วนดีค่ะ ขนาดห้องน้ำค่อนข้างใหญ่ทำให้ใช้งานได้สบายค่ะ สุขภัณฑ์จาก Kohler เช่นเดิม

พื้นที่อาบน้ำขนาด 2 x 1 ม. อาบน้ำได้สบายๆ ได้ฉากกั้นกระจกด้านข้างกันน้ำกระเด็นได้ระดับนึงแต่ไม่ทั้งหมด

อีกห้องนอนนึงของชั้นนี้มีขนาดพอๆ กับห้องนอนห้องที่แล้วนะคะ ดูจากเฟอร์นิเจอร์ห้องอาจจะดูขนาดห้องไม่ค่อยออกนัก สำหรับห้องนี้สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ 5-6 ฟุตได้เช่นเดียวกับห้องเมื่อกี้ค่ะ สุดทางเป็นระเบียงนั่งเล่นเช่นเดียวกัน

พื้นที่ระเบียงสามารถวางชุดโต๊ะเก้าอี้นั่งเล่นชิลๆ ได้สบายค่ะ

ด้านบนจะแตกต่างกับห้องเมื้อกี้ตรงที่ไม่มีหลังคานะคะ ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ที่จะเลือกมาวางตรงระเบียงต้องเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ทนแดดทนฝนได้ด้วย

กลับมาภายในห้องนอนเช่นเดิม สุดทางเป็นส่วน Walk-in Closet เล็กๆ และด้านซ้ายเป็นส่วนห้องน้ำในห้องนอนนี้ค่ะ

พื้นห้องน้ำลดระดับลงมาเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องขนาด 60 x 60 ซม.เช่นเดียวกับห้องน้ำห้องอื่นๆ

สำหรับห้องน้ำห้องนี้จะมีขนาดเล็กกว่าห้องนอนห้องที่แล้วอยู่หน่อย ด้านซ้ายจัดเป็นส่วนอ่างล้างมือฝังเคาน์เตอร์ มีพื้นที่เหลือค่อนข้างมากวางของได้เยอะ ตรงกลางเป็นส่วนโถสุขภัณฑ์ จาก Kohler เช่นเดิม ด้านบนได้หน้าต่างกระจกฝ้าบานกระทุ้ง สามารถระบายอากาศได้ดี แต่เนื่องจากบานหน้าต่างค่อนข้างใหญ่และต่ำไปหน่อย จึงไม่เหมาะกับการเปิดหน้าต่างตลอดเวลาเพื่อระบายอากาศ แต่ก็ช่วยให้มีแสงสว่างเข้ามาในห้องน้ำได้ดีค่ะ

พื้นอาบน้ำลดระดับลงไปอีกหน่อยกันน้ำไหลย้อน ขนาด 0.9 x 1.7 ม.

ได้ฉากกั้นกระจกสามารถกันน้ำกระเด็นออกได้ระดับนึง ส่วนฝักบัวได้ทั้งแบบสายอ่อนและ Rain Shower จาก Kohler เช่นเดิมค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 7 September 2016

  • Type C แปลงกลาง ยูนิต 18 พื้นที่ใช้สอย 320 ตร.ม. ที่ดิน 48.80 ตร.วา ราคาปกติ 18.9 ล้านบาท ราคาขายพิเศษเฉพาะแปลง 14.9 ล้านบาท
  • Type A แปลงมุม ยูนิต 8 พื้นที่ใช้สอย 470 ตร.ม. ที่ดิน 52.90 ตร.วา ราคาปกติ 21 ล้านบาท ราคาขายพิเศษเฉพาะแปลง 19 ล้านบาท
  • Type A แปลงกลาง ยูนิต 2 พื้นที่ใช้สอย 470 ตร.ม. ที่ดิน 60.09 ตร.วา ราคาปกติ 21.5 ล้านบาท ราคาขายพิเศษเฉพาะแปลง 19.5 ล้านบาท
  • จอง 50,000 บาท
  • ทำสัญญา 15%
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตร.วาละ 150,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 95 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

H-Cape Minera เป็นโครงการบ้านเดี่ยว ระดับ Luxury บนทำเลเสรีไทย-สวนสยาม จับกลุ่มครอบครัวขยายขนาดกลาง-ใหญ่ ที่มองหาโครงการยูนิตน้อย มีความเป็นส่วนตัวสูงระดับนึง อยากได้บ้านสร้างเสร็จพร้อมอยู่ หรือต้องการบ้านสั่งสร้างที่อยู่ในโครงการขนาดเล็ก ที่ตั้งโครงการอยู่ในละแวกสวนสยาม-เสรีไทย ที่เป็นชุมชนดั้งเดิมมีหมู่บ้านจัดสรรค่อนข้างมากและอยู่กันมานาน พอจะเห็นโครงการใหม่ขึ้นบ้างประปรายแต่ไม่ได้มากนัก บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบไม่ได้คึกคักเหมือนแต่ก่อนที่สวนสยามยังฮอตฮิตในหมู่เด็กๆ และหนุ่มสาว ตัวโครงการเองก็อยู่เข้าไปในซอยสวนสยาม 24 อีกที เอาเข้าจริงๆแล้วค่อนไปทางเสรีไทยที่อยู่ในซอยสวนสยามมากกว่า การเข้าออกที่ใช้ได้จากเสรีไทยและสวนสยามทำให้ดูสะดวกสบาย แต่เอาเข้าจริงๆ Scale ของผู้อยู่อาศัยแล้วระยะเดินนี่ไม่ได้อุดมสมบูรณ์ในเรื่องการจับจ่ายใช้สอยเท่าที่ควร คือต้องมีรถออกไปซื้อของ

ถนนเส้นหลักๆก็ยังนับว่ามีให้เลือกใช้ได้มากอยู่นะคะ หรือถ้าเดินทางรอบนอกเมือง ใช้บริการได้ทั้งทางด่วนวงแหวนตะวันออก หรือจะไปต่างจังหวัด ก็ยังสะดวกสบายอยู่ การเดินทางเข้าเมืองจากที่ตั้งโครงการใช้ได้หลายเส้นทางเช่นกัน ถ้าอ้อมเมืองหน่อยกเลี่ยงรถติดก็ใช้วงแหวนตะวันออกไปแถวๆ ศรีครินทร์ได้ หรือจะใช้ทางด่วนรามอินทราเพื่อเข้าไปในเมืองไปลงแถวบางกะปิ เส้นรามคำแหงก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งแต่รถติดมากเช่นกัน และสิ่งอำนวยความสะดวก ห้าง ร้าน โรงพยาบาลก็มีอยู่ไม่ไกล ถ้าจะเข้าเมืองแถวๆสยามนี่จะลำบากหน่อยเพราะเส้นทางที่มีระยะทางสั้นอย่างรามคำแหงดันเป็นเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่นและรถติดเอาเรื่อง แนะนำว่าให้วิ่งเส้นประดิษฐ์มนูธรรม(เลียบทางด่วน-รามอินทรา)จะสะดวกและทำความเร็วได้ดีกว่าค่ะ

ละแวกนี้มีสถานที่สำคัญๆหลายแห่งที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ห้างที่มีให้เดินจะเป็นแฟชั่นไอแลนด์และพรอมมานาดที่ตอนนี้ตัวห้างพัฒนาไปมากและมีคนเดินเยอะเลยค่ะ ส่วน Community Mall จะมีอมอรินีอยู่ใกล้ๆ ทั้งนี้ทั้งน้ันระยะออกไปหน้าปากซอยทั้งสองข้างก็ประมาณ 700-800 เมตรค่ะ ต้องมีจักรยานให้คุณแม่บ้านไปซื้อของหน้าปากซอย เห็นใกล้ที่สุดก็เป็น 7-11 ที่อยู่ในซอยสวนสยามค่ะ ในซอยสวนสยาม 24 เอง เป็นที่อยู่อาศัยแทบจะทั้งหมด คือคนอยู่กันเยอะเป็นซอยใหญ่ที่มีหลายโครงการทั้งเก่าและใหม่ แต่ไม่ได้มีร้านค้าให้หยิบจับระยะใกล้ เมื่อเทียบกับราคาบ้านระดับ 15-21 ล้านแล้วเนี่ย ทำเลโครงการถือว่าไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ยังพอมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูสามารถชูโรงได้บ้าง ซึ่งก็ยังต้องรอกันต่อไปโดยคาดว่าจะเปิดให้ใช้งานได้ปี 2563

ส่วนตัวบ้านออกแบบมาในสไตล์ Modern ชัดเจน และมีการออกแบบฟังก์ชันต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ครอบครัวช่วงวัยกลางๆ ไปจนถึงวัยรุ่นเลย อย่างบ้านที่มีการเล่นระดับพอสมควร ไม่มีพื้นที่สำหรับการปรับเปลี่ยนเป็นห้องผู้สูงอายุในชั้นล่าง รวมทั้งได้ห้องน้ำในชั้นล่างเป็นแบบ Powder Room จุดเด่นของบ้านเน้นไปที่ Court กลางที่เพิ่มให้บ้านโปร่งและมุมมองเชื่อมถึงกันในแต่ละชั้น และมีสระว่ายน้ำให้ในทุกหลังสำหรับนอนแช่น้ำพักผ่อนได้ดี ในด้านการออกแบบมีบางจุดที่ไม่ลงตัวพอสมควรอย่างตำแหน่งของระเบียงที่ต้องเข้า-ออกจากห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ ซึ่งเอาจริงๆ จะใช้งานก็ลำบากทั้งคนจะใช้ห้องน้ำและคนที่จะใช้ระเบียง ทำให้ฟังก์ชันระเบียงนี้อาจจะไม่ได้ใช้งานจริงและกลายเป็นพื้นที่ที่ทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งก็จะไม่คุ้มค่าในอนาคต และส่วนครัวในบ้านมีขนาดเล็กมากเหมือนขนาดห้องครัวคอนโด ไม่เหมาะกับการใช้งานจริง หรือทำอาหารหนักไม่ได้ จำเป็นต้องมีการต่อเติมครัวภายนอก นอกเสียจากจะเป็นคนไม่ชอบทำอาหารหรือมักจะออกไปกินอาหารนอกบ้านกันบ่อยๆ

วัสดุโดยรวมถือว่าอยู่ในระดับปานกลางกับราคาที่จ่าย ของดีที่ให้ก็มีอยู่บ้างอย่างพื้นปาร์เก้ไม้สัก วงกบและกรอบบานใช้ UPVC สีดำนำเข้าจากเยอรมันที่มี Fitting แข็งแรง ได้ระบบ Home Automation และระบบอัจฉริยะอื่นๆ อย่างจอแสดงผลน้ำในแท็งก์หรือสวิชต์ไฟแสดงผลได้ แต่ที่น่าจะปรับเพิ่มสเป็คขึ้นหน่อยอย่างเช่นเคาน์เตอร์ห้องน้ำที่กรุด้วยกระเบื้อง น่าจะได้ท็อปเป็นหินแท้ หรือหินเทียมจะดูสวยสมราคากว่า และด้านหลังบ้านที่ทำพื้นเป็น Slab On Ground ซึ่งมีการทรุดตัวได้ง่ายและหากจะต่อเติมอะไรเพิ่มเติมก็ทำได้ยากเพราะหากมีโครงสร้างเพิ่มน้ำหนักพื้นให้มากขึ้นก็อาจจะทรุดตัวมากกว่าเดิมค่ะ

สาธารณูปโภคที่ได้คือส่วน Club House ที่ปัจจุบันเป็น Sale Office อยู่ ส่วนในอนาคตจะปรับเป็น Fitness และห้องอเนกประสงค์ไว้นั่งเล่นได้ นอกนั้นก็จะเป็นสวนสาธารณะขนาด 200 ตร.ม. สายไฟลงดินทั้งหมด จะเด่นในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยที่ให้มีค่อนข้างดีอย่างประตูทางเข้าแบบ Auto Gate Barrier ติดตั้ง Auto tag sensor รถลูกค้าเพื่อเปิดปิดประตูอัติโนมัติ ,Infrared alarm system ตรวจจับสิ่งแปลกปลอมเฉพาะแปลงที่ดินที่ติดกับที่ดินข้างเคียง CCTV 9 จุดทั้งโครงการ และรปภ.รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ทั้งนี้เมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายและค่าส่วนกลางที่ค่อนข้างสูงพอสมควร 95 บาท/ตร.วา/เดือน ก็ถือว่ายังได้น้อยไป น่าจะมี Facilities หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากกว่านี้

 

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 15 – 21 ล้านบาท, 7 September 2016

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 –อยู่ในซอย เข้าออกซอยได้สองทาง ทำเลไม่อุดมสมบูรณ์มากนักต้องเกาะถนนใหญ่
  • ความปลอดภัย 8/10 – รั้วไฟฟ้า , รปภ.หน้าหมู่บ้าน, ประตูเหล็ก, Access Card, CCTV , Infrared alarm
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 7/10 – ฟังก์ชันยังมีบางจุดที่ไม่ลงตัว ตอบโจทย์ครอบครัววัยกลางคน และวัยรุ่น
  • วัสดุ 7.5/10 – อยู่ในระดับปานกลาง
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8/10 – ร่มรื่น เงียบสงบและเป็นส่วนตัว
  • สาธารณูปโภค 7/10 – สโมสรและสวนหย่อม ถือว่าน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับราคาและค่าส่วนกลาง
  • 7.50 / 10.00

BOTTOM LINE

H-Cape Minera เหมาะสำหรับคนที่หาบ้านเดี่ยวย่านสวนสยาม รามอินทรา เน้นความสงบ ยูนิตในโครงการไม่เยอะ ชอบบ้านเล่นระดับ หน้าตาทันสมัย มีสระว่ายน้ำในตัว พร้อมระบบ Home Automation เปิดปิดไฟและแอร์  ขับรถไปจับจ่ายที่ แฟชั่นไอซ์แลนด์ Amorini แวะพาเด็กๆเล่นทะเลกรุงเทพ เข้าออกเมืองด้วยทางด่วนและถนนกาญจนาฯ เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง ถึง ขนาดใหญ่ งบประมาณ 15 ล้านบาทขึ้นไป 

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะคะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )