รีวิวฉบับที่ 2045 … ปกติแล้วเราจะไม่ค่อยเจอบ้านในทำเลคอนโดกันสักเท่าไรนะคะ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาชมโครงการ Lumpini Townplace สุขุมวิท – ศรีนครินทร์ บ้านแฝดและทาวน์โฮมในซอยสุขุมวิท 113 ที่จากโครงการสามารถนั่งวินฯ มาขึ้นรถไฟฟ้า BTS สำโรง ต่อเดียวถึงสยามได้เลย นอกจากนั้นยังเดินทางไปฝั่งถนนศรีนครินทร์ที่จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองในอนาคตได้อีกด้วยค่ะ ภายในโครงการมาพร้อมกับพื้นที่ส่วนกลางครบทั้ง Clubhouse และพื้นที่สีเขียว มีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบ ในราคาเริ่มต้น 4.70 ล้านบาท ภายในโครงการจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลย 

ข้อมูลโครงการ

19 February 2020

  • Lumpini Townplace Sukhumvit – Srinakarin (ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท – ศรีนครินทร์)
  • บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
  • MAIN-UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนสุขุมวิท 113 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ
  • เนื้อที่โครงการประมาณ 15 ไร่ จำนวน 133 ยูนิต
  • บ้านแฝด Type A 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 37.70 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 183 ตารางเมตร
    • – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    • – ทั้งหมด 20 ยูนิต
    • – ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • บ้านแฝด Type B 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 36.40 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 158 ตารางเมตร
    • – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • – ทั้งหมด 18 ยูนิต
    • – ราคาเริ่มต้น 6.97 ล้านบาท (โปรโมชันลดสูงสุด 7 แสนบาท)
  • ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.50 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 28 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 161 ตารางเมตร
    • – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • – ทั้งหมด 95 ยูนิต
    • – ราคาเริ่มต้น 4.7 ล้านบาท (โปรโมชันลดสูงสุด 5 แสนบาท)
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าบ้านแฝด ชั้น 1-2 สูง 2.60 เมตร
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าทาวน์โฮม ชั้น 1 สูง 2.55 เมตร ชั้น 2-3 สูง 2.60-2.80 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 120,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ ปี 2563
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-689-6888

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.638148, 100.615390
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท – ศรีนครินทร์ ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 113 ช่วงกลางซอย ห่างจากถนนสุขุมวิทประมาณ 2.3 กิโลเมตร จากถนนศรีนครินทร์ประมาณ 1.6 กิโลเมตร บรรยากาศภายในซอยค่อนข้างคึกคักเนื่องจากเป็นซอยชุมชนพักอาศัย มีร้านค้า ตลาด อยู่บริเวณสองข้างทาง ช่วงต้นซอยจะคึกคักมากทีเดียวค่ะ สามารถหาของกินของใช้ได้ง่าย ภายในซอยเป็นถนน 2 เลน มีรถมอเตอร์ไซค์ และรถเข็นอยู่บ้างทำให้อาจจะมีการจราจรที่หนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วนของวัน แต่ทำเลนี้มักจะไม่ค่อยมีโครงการแนวราบเกิดขึ้นมาเท่าไรค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียม เนื่องจากเป็นทำเลที่มีจุดเด่นด้านการเดินทาง ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็สะดวก เนื่องจากใกล้ถนนสุขุมวิท สามารถวิ่งเข้าเมืองไปยังอโศก จนถึงสยามได้เลย หรือใครทำงานที่ถนนบางนา-ตราด ก็สามารถออกถนนศรีนครินทร์วิ่งตรงไปยังบางนา-ตราดได้เลย

นอกจากนั้นยังมีทางด่วนคือถนนกาญจนาภิเษก ใช้วิ่งไปสนามบินสุวรรณภูมิ ถนนรามคำแหง ไปจนถึงบางปะอินได้เลย หรือจะออกเมืองไปทางพระราม 2 หรือเชื่อมข้ามสะพานวงแหวนอุตสาหกรรมไปฝั่งพระราม 3 ก็สะดวกเช่นกัน

ส่วนเรื่องการเดินทางด้วยรถสาธารณะ ก็ถือว่ามีความสะดวกเช่นกันค่ะ เนื่องจากภายในซอยสุขุมวิท 113 เองก็มีรถมอเตอร์ไซค์, รถตุ๊ก ๆ อยู่ใกล้ๆกับด้านหน้าโครงการเลย มีรถ Taxi ผ่านเข้า-ออกอยู่บ้าง หรือใครจะเรียกผ่าน Application ก็ทำได้ไม่ยากนะคะ เพราะบริเวณถนนใหญ่อย่างถนนสุขุมวิท และถนนศรีนครินทร์เองมีรถ Taxi อยู่เยอะเลยค่ะ นอกจากนั้นทำเลนี้ยังเป็นทำเลของบ้านที่สามารถนั่งวินฯ (20-30 บาท) ไปต่อรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีสำโรง ซึ่งห่างจากโครงการประมาณ 2.8 กิโลเมตร นั่งต่อเดียวไปถึงสยาม ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางกรุงเทพฯได้เลยค่ะ ในอนาคตเองก็กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง) สถานี ศรีด่านอยู่ใกล้กับหน้าปากซอยสุขุมวิท 113 เลย ซึ่งจะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกและเป็นตัวเลือกการเดินทางให้กับคนที่ทำงานบนเส้นศรีนครินทร์ด้วยค่ะ

ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ก็หายห่วง อย่างที่เรากล่าวไปแล้วว่าภายในซอยสุขุมวิท 113 เองเป็นแหล่งชุมชนพักอาศัย และมีร้านค้า ตลาด ให้จับจ่ายใช้สอย รวมถึงมีคลีนิก ร้านยา และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอยู่ด้วย ถ้ามองในระยะที่กว้างขึ้น ความอุดมสมบูรณ์หลักๆจะอยู่ที่ถนนสุขุมวิท ถนนศรีนครินทร์ ถนนบางนา-ตราด และถนนเทพารักษ์ค่ะ

เริ่มจากบริเวณถนนเทพารักษ์จะมี Community Mall อย่าง Palm Island Mall ซึ่งภายในจะมีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ ฟิตเนส และ Big C Market ถือว่าค่อนข้างสะดวกและครบครันในที่เดียวเลย ถัดออกมาที่ถนนสุขุมวิทก็จะเจอกับ Big C Jumbo, ตลาดสำโรง, อิมพีเรียลเวิลด์ เป็นต้น ถ้าออกมาที่ถนนศรีนครินทร์ก็จะเจอกับ Tesco Lotus ศรีนครินทร์ และ Jas Urban เป็น Community Mall มีร้านค้าต่างๆ, Foodland, KFC และฟิตเนสเปิด 24 ชม.ให้ใช้บริการด้วยค่ะ

นอกจากนั้นถ้าขยับออกมาหน่อยที่ถนนบางนา-ตราด ซึ่งเป็นทั้งแหล่งงานมีอาคารสำนักงานต่างๆอยู่หลายแห่งแล้วยังมีศูนย์ประชุมไบเทคบางนาจัดงานใหญ่ๆให้เราได้ไปชอป ชิม เที่ยวกันอยู่เรื่อยๆแล้ว ก็ยังมีห้างสรรพสินค้าอยู่อีกเยอะทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Central บางนา, Big C , Decathlon, Tesco Lotus, IKEA, Mega บางนา ที่มีร้านค้าและร้านอาหารต่างๆมากมาย รวมถึงในอนาคตยังมี Mega project อย่าง Mega City ที่จะมีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม และคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นอีกด้วย

การเดินทางไปยังโครงการ ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท – ศรีนครินทร์ เป็นเส้นทางง่ายๆจากทางบางนา เริ่มต้นจากถนนเทพารักษ์ มุ่งหน้าไปยังสำโรง แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ เพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 113 ค่ะ ระยะทางรวมประมาณ 3.2 กิโลเมตร บรรยากาศระหว่างทางจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลย

เส้นทางการเดินทางไปยังโครงการ

เริ่มจากถนนเทพารักษ์ มีป้ายองค์การบริหารส่วนตำบลเทพารักษ์อยู่บริเวณเกาะกลางถนนค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัย ร้านค้า มีลักษณะเป็นชุมชนค่อนข้างคึกคัก ด้านข้างของโครงการติดกับโรงเรียนอนุบาลด่านสำโรง ทำให้มีรถเข้า-ออกบริเวณด้านหน้าโครงการค่อนข้างเยอะในช่วงเวลาก่อนและหลังเลิกเรียน ภายในซอยมีรถรับจ้างผ่านไปมาอยู่ตลอดทั้งวันค่ะ โดยรอบๆโครงการจะติดกับที่ดินอื่นๆ ดังนี้

  • ทิศเหนือ : ด้านท้ายโครงการเป็นบ้านพักอาศัยสูงประมาณ 3 ชั้น
  • ทิศใต้ : ด้านหน้าโครงการติดกับซอย สุขุมวิท 113 ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารแถวสูง 4 ชั้น
  • ทิศตะวันออก : ติดกับอาคารพักอาศัยตลอดทั้งแนว มีความสูงตั้งแต่ 2-4 ชั้น ยกเว้นด้านหน้าเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น
  • ทิศตะวันตก : ด้านหน้าติดกับโรงเรียนอนุบาลด่านสำโรง และอาคารพักอาศัยสูงประมาณ 2-4 ชั้น

ทิศใต้ ด้านหน้าโครงการติดกับซอยสุขุมวิท 113 ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารแถว(พาณิชย์) สูง 4 ชั้น

ทิศตะวันออก ด้านหน้าติดกับอาคารพาณิชย์สูงประมาณ 4 ชั้น

ด้านหน้าโครงการเมื่อมองไปยังทิศตะวันตก จะมีรถตุ้กๆรับจ้างมาจอดให้บริการเด็กๆในโรงเรียน คิดค่าบริการออกไปยังหน้าปากซอยสุขุมวิท ประมาณ 30-50 บาทค่ะ

ทิศตะวันตก ด้านหน้าโครงการติดกับโรงเรียนอนุบาลด่านสำโรง อาคารเรียนสูงประมาณ 6 ชั้นแต่ไม่กระชั้นชิดกับเขตที่ดินค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สถานศึกษา
    • โรงเรียนมัธยมวัดด่านสำโรง 2.1 กม.
    • โรงเรียนเชนต์โยเชฟบางนา 2.6 กม.
    • โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา 3.1 กม.
    • โรงเรียนนานาชาติไทย – สิงคโปร์ 3.9 กม.
    • โรงเรียนลาชาล กรุงเทพ 3.9 กม.
    • โรงเรียนเทพศิรินทร์สมุทรปราการ 4.3 กม.
    • Berkeley International School 5.2 กม.
  • สถานพยาบาล
    • โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ 2.9 กม.
    • โรงพยาบาลสินแพทย์เทพารักษ์ 3.9 กม.
    • โรงพาบาลจุฬารัตน์ 2 4.1 กม.
    • โรงพยาบาลมนารมย์ 4.3 กม.
    • โรงพยาบาลบางนา 1 4.9 กม.
    • โรงพยาบาลศิครินทร์ 5.3 กม.
    • โรงพยาบาลไทยนครินทร์ 5.5 กม.
    • โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรินครินทร์ 7.3 กม.
  • แหล่งชอปปิง
    • แจส เออเบิร์น ศรินครินทร์ 2.5 กม.
    • ฟู้ดแลนด์ ศรินครินทร์ 2.5 กม.
    • อิมพิเริยลเวิลด์ สำโรง 2.5 กม.
    • ลาชาล อเวนิว 2.8 กม.
    • โลตัส พลัสมอลล์ ศรินครินทร์ 3.2 กม.
    • บิ๊กซี สำโรง 3.7 กม.
    • บิ๊กซี ศรินครินทร์ 4.1 กม.
    • Palm Island Mall  4.2 กม.
    • แมคโคร ศรินครินทร์ 4.3 กม.
    • เซ็นทรัลพลาชา บางนา 4.9 กม.
    • ซีคอนสแควร์ ศรินครินทร์ 8.8 กม.
    • เมกา บางนา 10.6 กม.

รายละเอียดโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โครงการลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท-ศรีนครินทร์ ตั้งอยู่บนที่ดินกว่า 15 ไร่ ในซอยสุขุมวิท 113 มีทางเข้า-ออกทางเดียวเพื่อให้ง่ายต่อการรักษาความปลอดภัย ลักษณะที่ดินเป็นแนวยาว ขยายกว้างขึ้นด้านใน เมื่อผ่านเข้า Main Gate มาแล้วจะเจอกับถนนหลัก กว้าง 12.00 เมตร ตรงไปยังอาคาร Clubhouse ตรงกลาง ซึ่งมีข้อดีคือลูกบ้านสามารถมาใช้งานได้สะดวกไม่ว่าจะอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังของโครงการค่ะ

ภายในโครงการแบ่งเป็นบ้านแฝด (สีส้ม) และทาวน์โฮม (สีม่วง) โดยจะมีบ้านแฝดอยู่ด้านหน้า รวมแล้ว 38 ยูนิต ถือว่าไม่หนาแน่น ด้านหลังเป็นทาวน์โฮมทั้งหมด 95 ยูนิต ในซอยย่อยกว้าง 8.00 เมตร แต่ละซอยจะมีจำนวนทาวน์โฮมไม่เกิน 15 ยูนิตค่ะ บ้านแฝดและทาวน์โฮมแบ่งส่วนกันด้วย Clubhouse ที่อยู่ตรงกลาง โดยบ้านส่วนใหญ่จะหันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งเหมาะกับทาวน์โฮมทำให้แสงแดดร้อนยามบ่ายไม่ส่องเข้าสู่หน้าบ้านโดยตรง จะมีบางยูนิตคือบ้านแฝดหน้ากว้างช่วงต้นโครงการหันหน้าไปทางทิศตะวันออกทำให้แดดไม่ร้อนค่ะ

ด้านหน้าโครงการเป็นพื้นที่สีเขียวเล่นระดับ ค่อนข้างกว้างมีป้ายชื่อโครงการมองเห็นได้จากซอยสุขุมวิท 113 ค่ะ

ซุ้มประตูทางเข้า-ออกเป็นไม้กั้นกระดก และประตูบานเลื่อนแยกทางเข้า-ออกชัดเจน โดยมีป้อมรปภ. อยู่ตรงกลาง พื้นเป็นคอนกรีตแสตมป์ให้ดูสวยงาม

ทางเข้า-ออกจะเป็นระบบ Key Card Access ระยะใกล้ ถ้าเป็นผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรกับเจ้าหน้าที่ก่อนค่ะ ด้านข้างทางซ้ายมือจะมีประตูทางเดินสำหรับคนเดินเข้าเชื่อมต่อกับทางเท้าเพื่อความปลอดภัยค่ะ

เข้ามาแล้วจะเป็นถนนหลักภายในโครงการกว้าง 12.00 เมตร ฝั่งซ้ายมือจะเป็นบ้านแฝดแบบหน้ากว้างทั้งหมด ส่วนทางขวาเป็นแนวรั้วมีต้นไม้ใหญ่ปลูกมาให้เป็นระยะๆ เหมาะกับคนที่ชอบบ้านที่ไม่หันไปปะทะกับบ้านตรงข้าม แต่ก็แลกกับมีรถวิ่งผ่านหน้าบ้านค่อนข้างเยอะค่ะ

เข้ามาแล้วเราจะเห็น Clubhouse อยู่ประมาณตรงกลางโครงการเลย

Clubhouse สูง 2 ชั้น ยกระดับจากพื้นดินเล็กน้อยค่ะ ออกแบบสไตล์โมเดิร์น มีช่องแสงด้านบนรอบด้านเลยค่ะ

ก่อนจะขึ้น Clubhouse จะมีทางเดินไปยังสวน และมีที่จอดรถสำหรับแขกหรือลูกบ้านที่มาใช้บริการ Clubhouse ประมาณ 4 คันค่ะ

ทางขึ้น Clubhouse มีทั้งบันได และรองรับการใช้งานรถเข็นสำหรับผู้สูงอายุด้วยทางลาดมาให้เพิ่มเติมค่ะ

ขึ้นมาแล้วจะเจอกับสระว่ายน้ำอยู่ทางซ้ายมือ ฝั่งขวามือเป็นห้องของนิติบุคคลและห้องน้ำค่ะ

สระว่ายน้ำเป็นสระ Outdoor ระบบเกลือ ขนาดประมาณ 6.00 x 14.00 เมตร ลึก 1.20 เมตร สามารถว่ายออกกำลังกายได้จริง แต่ถ้ามาใช้งานตอนกลางวันอาจจะร้อนสักหน่อยค่ะ

บริเวณริมสระมีที่นั่งเล่นให้ทั้งหมด 4 จุด สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่พาเด็กๆมาว่ายน้ำ หรือเอาไว้นั่งอ่านหนังสือชิลๆยามเย็นได้ค่ะ

สระว่ายน้ำมีสระเด็กแยกมาให้ความลึก 0.6 เมตร

ห้องน้ำจะอยู่ภายในอาคาร แยกหญิง-ชายมาให้ชัดเจน

ภายในห้องน้ำมี Locker มาให้ สำหรับเก็บของก่อนไปว่ายน้ำหรือใช้งาน Fitness ค่ะ จะได้ไม่กังวลว่าวางของทิ้งไว้แล้วจะหายหรือเปล่า

ห้องน้ำแบ่งเป็นห้องสุขภัณฑ์และห้องอาบน้ำสำหรับคนที่มาว่ายน้ำไม่อยากตัวเปียกกลับไปอาบที่บ้านก็มาใช้ตรงนี้ได้ค่ะ

ชั้น 2 ทางขวามือเป็นห้องอเนกประสงค์มีพื้นที่เยอะทีเดียวค่ะ ตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นพื้นที่อะไรแต่สามารถใช้จัดงานต่างๆได้ค่ะ

ตรงสิ้นสุดทางเดินมีโต๊ะเก้าอี้นั่งเล่นมาให้ 1 จุด มองเห็นวิวสวนด้านนอกค่ะ

ส่วนฝั่งซ้ายของบันไดเป็นห้อง Fitness นั่นเองค่ะ

ห้อง Fitness ได้ผนังกระจกเต็มบานทั้ง 3 ด้านทำให้ห้องดูโปร่งสบายเหมาะกับการออกกำลังกาย มองเห็นวิวภายนอกได้กว้างเลยค่ะ

เครื่องเล่นภายในห้อง Fitness มีทั้งหมด 6 ชิ้น ไม่มากไม่น้อยไปกับจำนวนยูนิต 100 กว่าๆค่ะ

ลงมาดูพื้นที่สีเขียวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจกันบ้างค่ะ ภายในโครงการนี้จะได้พื้นที่สวนมากว่า 180 ตารางวา รวมๆแล้วพื้นที่ส่วนกลางถือว่าให้มาพอดีๆ ตามที่กฎหมายกำหนด มีต้นไม้ใหญ่ปลูกมาให้ค่อนข้างเยอะ ในอนาคตเมื่อต้นไม้โตเต็มที่ น่าจะดูร่มรื่นมากขึ้นค่ะ

บริเวณสวนมีเครื่องเล่น Outdoor มาให้ด้วย ถ้าใครอยากออกกำลังแต่ Fitness เต็มแล้วบริเวณนี้ก็เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมให้ค่ะ มาใช้งานตอนเย็นๆอากาศไม่ร้อนน่าจะเหมาะเลย

บรรยากาศภายในสวนเมื่อมองไปยัง Clubhouse ค่ะ

ภายในสวนมีพื้นที่นั่งพักผ่อน เอาหนังสือมาอ่านยามเย็น หรือพาคุณตาคุณยายมาเดินเล่นก็ดีนะคะ

ด้านข้างมีสนามเด็กเล่นพร้อมปูพื้นรองรับแรงกระแทกมาให้ ช่วยให้ลดการบาดเจ็บเวลาเด็กๆวิ่งเล่นแล้วหกล้มค่ะ

บรรยากาศทางเดินภายในสวน จะเห็นว่ามีการเล่นระดับ ปลูกไม้พุ่มเป็นเนินสูงต่ำสลับกันไปให้ความรู้สึกแตกต่างจากโครงการเดิมๆค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ / สระผู้ใหญ่ ขนาด 6 x 14 เมตร ลึก 1.20 เมตร
  • แบ่งสระเด็กลึก 0.60 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 6 เครื่อง
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด รวมประมาณ 180 ตารางวา
  • ลานออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • สนามเด็กเล่น
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.50 เมตรและรั้วโปร่งต่อเพิ่ม 0.5 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 เมตร และถนนภายในกว้าง 8 เมตร
  • Key Card Access ระยะใกล้
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดกและ เลื่อนไฟฟ้า

แบบบ้าน

บ้านภายในโครงการมีทั้งหมด 3 แบบ ดังนี้

  • บ้านแฝด Type A 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 37.70 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 183 ตารางเมตร
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
  • บ้านแฝด Type B 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 36.40 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 158 ตารางเมตร
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.50 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 28 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 161 ตารางเมตร
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

หลังแรกที่เราจะพามาชมกันเป็นบ้านแฝด Type B 2 ชั้น 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 158 ตารางเมตรจุดเด่นภายในบ้านหลังนี้คือมีพื้นที่ Common Area ชั้น 1 กว้าง สามารถจัดพื้นที่การใช้งานได้อิสระ เหมาะกับคนที่ชอบบ้านโปร่งโล่ง อยู่อาศัยได้ 3-5 คนค่ะ

ชั้น 1 มีที่จอดรถอยู่ด้านหน้าบ้าน 2 คัน สามารถจัดสวนได้ทั้ง 2 ฝั่งเลยค่ะ เมื่อจอดรถแล้วสามารถเดินเข้าไปยังห้องรับแขกภายในบ้านได้เลย เข้าบ้านมาแล้วจะเจอกับพื้นที่รับแขก เชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหารและครัว ทำให้ห้องดูกว้าง แต่จะได้ครัวเป็นครัวเปิดนะคะ ถ้าใครที่ชอบทำอาหารจริงจัง ก็สามารถต่อเติมครัวไทยด้านหลังบ้านเพิ่มได้ โดยแบบบ้าน Type B นี้จะมีห้องอเนกประสงค์อยู่ชั้นล่าง สามารถใช้เป็นห้องนอนที่ 4 หรือห้องนอนสำหรับแขกได้ โดยห้องน้ำชั้นล่างจะมีพื้นที่อาบน้ำเตรียมไว้ให้เรียบร้อย แต่เนื่องจากแบบบ้านแฝดจะมีโครงสร้างที่ติดกันที่ห้องอเนกประสงค์ชั้นล่าง อาจจะทำให้เสียความเป็นส่วนตัวไปบ้างค่ะ

ชั้น 2 ของบ้านเป็นพื้นที่พักผ่อนทั้งหมด แบ่งเป็นห้องนอน 3 ห้อง เมื่อขึ้นมาแล้วจะเจอกับโถงอเนกประสงค์ด้านหลังบ้าน บริเวณนี้สามารถใช้เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว หรือเป็นพื้นที่ทำการบ้านของลูกๆได้โดยไม่รบกวนห้องรับแขกชั้น 1 ค่ะ ห้องนอนด้านหลังบ้านจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ใช้ห้องน้ำร่วมกันตรงกลาง แอบเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้ห้องน้ำในห้องนอนทุกห้องนะคะ ห้องนอนที่อยู่ติดกับบ้านแฝดข้างๆมีข้อดีคือได้พื้นที่ขนาดใหญ่ มีพื้นที่จัด Walk-in Closet เป็นสัดส่วนได้และยังได้ช่องแสงทั้งด้านหน้าและด้านหลังบ้าน ทำให้สว่างมากขึ้น ส่วนห้องนอนเล็กอีกห้องก็จะได้ช่องแสงทั้ง 2 ฝั่งเช่นเดียวกันค่ะ ส่วนห้อง Master Bedroom จะอยู่ด้านหน้าบ้าน มีพื้นที่ Walk-in Closet เป็นสัดส่วนเชื่อมต่อกับระเบียง และมีห้องน้ำส่วนตัวใช้งานได้สะดวกค่ะ

บ้านแฝด Type B 2 ที่จอดรถ จะมีโครงสร้างที่ติดกับบริเวณห้องนอน โดยบ้านมาตรฐานจะมีรั้วกั้นตรงกลางระหว่างบ้านทั้ง 2 หลังสูง 1.20 เมตรค่ะ

สถาปัตยกรรมภายนอกของบ้านเน้นใช้โทนสีขาว มีสีเทาบางส่วนให้ดูไม่เรียบจนเกินไป ด้านหน้าบ้านมีช่องแสงค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ส่วนรั้วบ้านจะเป็นรั้วบานเฟี้ยมเปิดออกด้านนอกค่ะ

ที่จอดรถสามารถจอดรถได้ 2 คัน มีความลึก 5.80 เมตร สามารถจอดรถแล้วเดินมาปิดรั้วได้สบายๆ พื้นบริเวณที่จอดรถเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กขัดหยาบ ไม่ได้ลงเสาเข็มมาให้นะคะ

ทางเข้าบ้านเชื่อมต่อกับที่จอดรถมีเฉลียงยื่นออกมาแยกระหว่างพื้นที่ลานจอดรถกับทางเข้าบ้าน ตรงนี้สามารถวางชั้นวางรองเท้าเพิ่มเติมได้ค่ะ ส่วนประตูบ้านจะได้เป็นบานกระจกสีเขียวตัดแสง กรอบบานอลูมิเนียม 2 ตอน ทำให้ภายในบ้านมองออกมาเห็นวิวด้านนอกได้

เข้ามาภายในบ้านแล้วจะรู้สึกว่าค่อนข้างโปร่งโล่งทีเดียวค่ะ มีส่วนรับแขกอยู่ด้านหน้าเชื่อมต่อไปยังพื้นที่รับประทานอาหารและครัว พื้นชั้น 1 จะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ฝ้าเพดานฉาบเรียบ ความสูงฝ้าประมาณ 2.60 เมตรค่ะ

พื้นที่ติดตั้ง TV จะอยู่ติดกับผนังบันได มีระยะดู TV อยู่ที่ 4.20 เมตร สามารถวาง TV ขนาดใหญ่ 50-60 นิ้วได้สบายตาไม่ใกล้เกินไปค่ะ

ส่วนโซฟาก็สามารถวางได้ 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางได้ไม่ขวางทางเดิน จะสังเกตได้ว่าบริเวณห้องรับแขกจะได้ช่องแสงจากด้านหน้าบ้านและด้านข้างทำให้ภายในบ้านค่อนข้างสว่างค่ะ

ส่วนพื้นที่รับประทานอาหารสามารถวางได้ 4-6 ที่สบายๆ สามารถเดินออกไปยังเฉลียงด้านข้างบ้านได้ และมีประตูทางออกด้านหลังบ้านไปยังลานซักล้างด้วยค่ะ

ลานซักล้างด้านหลังบ้านเป็นพื้นคอนกรีตบนดินไม่ได้ลงเสาเข็มไว้ให้นะคะ แต่มีการเดินงานระบบรองรับการต่อเติมครัวไทยไว้ให้เรียบร้อย

พื้นที่ลานซักล้านด้านหลังบ้าน มี Tank และปั๊มน้ำมาให้ สามารถปลูกต้นไม้ด้านข้างเพิ่มสีเขียวให้กับตัวบ้านได้นะคะ

เข้ามาด้านในส่วนครัวเป็นครัวเปิดหรือ Pantry ตรงนี้ใครที่ชอบทำอาหารจริงจังมีกลิ่นอาจจะกั้นเป็นห้องกระจกเพิ่มเติมขึ้นมาเป็นครัวปิดค่ะ แต่ถ้าจะเข้าห้องน้ำก็จะต้องผ่านห้องครัวก่อนนั่นเอง ห้องน้ำจะอยู่ติดกับห้องอเนกประสงค์ และที่เห็นว่ามีประตูทางขวามือคือห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ

ห้องน้ำมีการแบ่งส่วนเปียก-ส่วนแห้งชัดเจน มีช่องแสงระบายอากาศทางด้านหลังบ้าน ช่วยให้ห้องน้ำสว่างมากขึ้นค่ะ ภายในห้องน้ำชั้น 1 จะมีพื้นที่อาบน้ำมาให้ด้วยเผื่อใครที่ใช้ห้องอเนกประสงค์เป็นห้องนอนก็สามารถอาบน้ำได้

อ่างล้างมือติดตั้งแบบลอยตัว พร้อมสุขภัณฑ์จาก American Standard มาให้ มีพื้นที่วางของใช้ต่างๆบนขอบผนังค่ะ

พื้นที่อาบน้ำลดระดับลงเล็กน้อยเวลาอาบน้ำจะได้ไม่ไหลออกมาด้านนอก บนผนังติดฝักบัวสายอ่อนและเดินงานระบบรองรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เรียบร้อย ที่ชั้น 1 จะไม่ได้ติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำมาให้นะคะ แนะนำให้ติดตั้งเพิ่มเติมเองค่ะ หรือกรณีมีผู้สูงอายุมาให้งานก็สามารถเข็นรถ Wheelchair เข้ามานั่งอาบน้ำได้เลย

ห้องอเนกประสงค์มีขนาดประมาณ 3.20 x 2.40 เมตร มีช่องแสงมองเห็นวิวด้านหน้าบ้าน สามารถใช้เป็นห้องนอนห้องที่ 4 หรือห้องทำงานส่วนตัวได้ค่ะ

ฝั่งตรงข้ามมีพื้นที่ Built-in ตู้เก็บของหรือชั้นหนังสือเพิ่มเติม

ใกล้กับห้องอเนกประสงค์จะเจอกับช่องเก็บของใต้บันได มีขนาดใหญ่คนเข้าไปยืนได้เลยค่ะ มีข้อดีคือเราสามารถเก็บของชิ้นใหญ่ๆภายในบ้านได้เลย เช่น จักรยาน, เครื่องดนตรี, กระเป๋ากอล์ฟ ฯลฯ

บันไดเป็นโครงสร้างเหล็ก ลูกตั้งและลูกนอนปูด้วยไม้ยางพาราประสานสำเร็จรูป เชื่อมต่อกับพื้นชั้น 2 ที่ปูด้วยลามิเนตลายไม้หนา 8 มิลลิเมตรค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 แล้วมองไปทางด้านหลังบ้านจะเจอกับพื้นที่อเนกประสงค์ก่อนจะแยกไปยังห้องนอนรองทั้ง 2 ฝั่งค่ะ ในบ้านตัวอย่างตกแต่งเป็นพื้นที่ทำงาน ใครที่ชอบทำกิจกรรมร่วมกันในบ้านจะปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่โซฟา นั่งเล่นเกมกับลูกๆ หรือเป็นพื้นที่ออกกำลังกายตั้งลู่วิ่งไฟฟ้าก็ได้นะ

เรามาดูห้องนอนฝั่งขวากันก่อน ห้องนี้จะได้พื้นที่ค่อนข้างกว้าง แต่จะติดกับบ้านข้างๆทำให้ได้ช่องแสงจากด้านหน้าและด้านหลังบ้านแทน ภายในห้องสามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้สบายๆ มีพื้นที่เดินได้รอบเตียงเลยค่ะ

หันมามองด้านหน้าบ้านจะมีพื้นที่เหลือสามารถทำเป็น Walk-in Closet ส่วนตัว Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ 2 ฝั่งเลย

ส่วนห้องนอนรองอีกฝั่งมีขนาดเล็กลงแต่ก็สามารถวางเตียงนอนได้ ใครที่ไม่ใช้เป็นห้องนอนก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานส่วนตัวหรือห้องดูหนัง ร้องคาราโอเกะก็ได้ ห้องนี้จะได้ช่องแสง 2 ฝั่งทำให้ห้องดูสว่างค่ะ

ใครที่ต้องการทำเป็นห้องนอนแนะนำว่าให้ใช้เตียงขนาด 3.5 ฟุตจะมีพื้นที่เหลือเหมาะสมให้ดูสบายๆไม่อึดอัดมากกว่าใช้เตียงใหญ่ค่ะ

มาดูทางด้านหน้าบ้านกันบ้าง ห้องน้ำที่เห็นทางขวามือเป็นห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันของห้องนอนรองค่ะ และห้องด้านหน้าบ้านก็คือ Master Bedroom นั่นเอง

ห้องน้ำภายในชั้น 2 จะคล้ายกับห้องน้ำที่ชั้น 1 ค่ะ มีพื้นที่แบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน ได้กระจกบานใหญ่ และสุขภัณฑ์จาก American Standard มีช่องแสงสามารถเปิดระบายอากาศสู่ด้านนอกได้

เข้ามาภายในห้อง Master Bedroom ฝั่งขวามือเป็นห้องน้ำส่วนตัวค่ะ

ห้องน้ำภายในห้อง Master Bedroom มีการตกแต่งด้วยกระเบี้องลายหินอ่อน ดูสวยงามมากขึ้น แบ่งส่วนเปียก-ส่วนแห้งชัดเจน และมีช่องระบายอากาศมาให้ค่ะ

อ่างล้างมือมีการอัพเกรดมาให้โดยได้เป็นเคาน์เตอร์ Built-in สามารถวางของได้เยอะขึ้น ส่วนสุขภัณฑ์จาก American Standard เช่นกันค่ะ

พื้นที่อาบน้ำยืนอาบได้สบายๆ พร้อมฝักบัวสายอ่อน อาจจะมีการกั้นฉากกั้นกระจกมาให้เพิ่มเติมนะคะ  (รายการวัสดุที่ได้อาจมีการเปลี่ยนแปลง)

Master Bedroom มีขนาดประมาณ 2.80 x 5.00 เมตร (รวมพื้นที่ Walk-in Closet) สามารถวางเตียงนอน 6 ฟุต(คิงไซส์) ได้สบายๆ มีพื้นที่เดินได้รอบเตียง ได้ช่องแสงจะด้านหน้าบ้านบานค่อนข้างใหญ่ทำให้ห้องนอนสว่าง และสามารถวางชั้นวาง TV ได้ค่ะ

ฝั่งปลายเตียงสามารถกั้นเป็น Walk-in Closet เพิ่มเติมได้ (บ้านมาตรฐานจะไม่ได้กั้นมาให้นะคะ) ทำให้มีพื้นที่แต่งตัวเป็นสัดส่วน ไม่รบกวนคนที่นอนอยู่ค่ะ

พื้นที่ Walk-in Closet มีขนาดประมาณ 2.80 x 2.50 เมตร สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าเป็นแนวยาว และมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้งได้ค่ะ นอกจากนั้นบริเวณนี้ยังติดกับระเบียง ได้แสงเข้ามาภายในห้องเยอะและออกไปชมวิวด้านหน้าบ้านได้

พื้นระเบียงจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 เซนติเมตรสีเทา และมีแผงระแนงบังสายตาด้านหน้าบ้านเพื่อซ่อน Condensing Unit ค่ะ

บ้านแฝดมาตรฐาน Type B สูง 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 158 ตารางเมตร

บ้านแฝดมาตรฐาน Type B สูง 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 158 ตารางเมตร

หลังถัดมาที่เราพามาชมก็คือบ้านแฝด Type A สูง 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 183 ตารางเมตร เป็นบ้านแฝดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย ด้านหน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 3 คัน การจัดพื้นที่ภายในแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่อยู่อาศัย 3-5 คนค่ะ

ชั้น 1 สามารถจอดรถได้ 3 คัน มีทางเข้าบ้าน 2 ทางคือทางเข้าหลักที่ห้องรับแขก และทางเข้าบริเวณที่จอดรถไปยังครัว ทำให้มีความสะดวกเวลาเราซื้อของสดมาก็เดินไปเก็บในครัวได้เลยไม่ต้องผ่านห้องอื่นๆค่ะ พื้นที่ต่างๆภายในบ้านจะแบ่งเป็นสัดส่วนต่างจากบ้าน Type B คือส่วนรับแขกและรับประทานอาหารเชื่อมต่อกัน ส่วนครัวจะแยกออกมาสามารถกั้นเป็นครัวปิดได้ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบต่อเติมครัวด้านหลังบ้าน และแบบบ้านหลังนี้จะมีห้องนอนที่ชั้น 1 ด้วย เหมาะกับใช้เป็นห้องนอนของผู้สูงอายุ สามารถทำระเบียงด้านหลังบ้านสำหรับนั่งเล่นส่วนตัวได้อีกด้วยค่ะ

ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่พักผ่อนทั้งหมด เมื่อขึ้นมาแล้วจะเจอกับพื้นที่อเนกประสงค์ด้านหน้าบ้านเชื่อมต่อกับระเบียงทำให้บ้านมีแสงธรรมชาติเข้ามาทั่วถึง ห้องนอนจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งคือฝั่ง Master Bedroom มีห้องน้ำในตัว และฝั่งห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องใช้ห้องน้ำร่วมกันค่ะ สิ่งที่แตกต่างของบ้านหลังนี้ก็คือแบบบ้าน Type A นี้จะไม่มีระเบียงส่วนตัวในห้องนอนนะคะ จะได้เป็นพื้นที่ใช้สอยด้านในมากขึ้นแทน และมีพื้นที่ชั้นลอยบริเวณโถงบันไดทำเป็นห้องพระเล็กๆได้ค่ะ บรรยากาศภายในบ้านจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลย

บ้านแฝด Type A เป็นบ้านหน้ากว้างประมาณ 13 เมตร ตรงกลางจะมีรั้วกั้น สามารถจอดรถได้ 3 คัน ตกแต่งด้วยโทนสีขาวและสีเทาเหมือนกับบ้านแฝด Type B เลยค่ะ

ด้านหน้าบ้านจะได้ช่องแสงค่อนข้างเยอะ มีทางเข้าบ้าน 2 ทางคือจากลานจอดรถ และบริเวณเฉลียงด้านหน้า เข้าไปยังห้องรับแขกได้ค่ะ

พื้นที่จอดรถในบ้านสามารถจอดได้ 2 คัน และทางฝั่งซ้ายอีก 1 คัน มีความลึก 5.50 เมตร สามารถจอดรถแล้วเดินมาปิดรั้วได้ พื้นบริเวณที่จอดรถเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กขัดหยาบ ไม่ได้ลงเสาเข็มค่ะ

ทางเข้าบ้านสามารถเข้าได้ 2 ทาง เป็นประตูบานเลื่อน 2 ตอนกระจกเขียวตัดแสงกรอบบานอลูมิเนียม ทำให้แสงสว่างเข้าไปภายในตัวบ้านได้ค่อนข้างเยอะกว่าประตูบานเปิดทั่วไปค่ะ

ด้านข้างของบ้านมีพื้นที่ประมาณ 2 เมตร สามารถจัดแต่งสวนได้ค่ะ

มีทางเข้าบ้านจากสวน พร้อมเฉลียงปูกระเบื้องเซรามิค 30 x 60 เซนติเมตรตัดขอบด้วยทรายล้างแบบเดียวกับบ้านตัวอย่างเลยค่ะ ตรงนี้ใครอยากทำโซนบาร์บีคิวเล็กๆเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหารก็ได้นะ

เข้ามาภายในบ้านมีการแบ่งพื้นที่เน้นการใช้งานที่เป็นสัดส่วน เข้ามาแล้วจะเจอกับห้องรับแขก เชื่อมต่อไปยังพื้นที่รับประทานอาหาร พื้นชั้น 1 ปูด้วย กระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ฝ้าเพดานฉาบเรียบ ความสูงฝ้าประมาณ 2.60 เมตรค่ะ

พื้นที่รับแขกมีความกว้างประมาณ 3.10 x 2.50 เมตร วางโซฟา 2-4 ที่นั่งและวางโต๊ะกลางแล้วเดินผ่านได้สบายๆ มีระยะดู TV อยู่ที่ 2.80 เมตร เหมาะกับการดู TV ที่มีขนาดประมาณ 32-40 นิ้วค่ะ

ส่วนพื้นที่รับประทานอาหารสามารถวางได้ 4-6 ที่นั่ง สามารถเดินออกไปยังเฉลียงด้านข้างบ้านได้ ตรงนี้จะได้ช่องแสง 2 จุดทำให้ห้องค่อนข้างสว่างค่ะ

ตัวบ้านจะมีโถงทางเดินเป็นพื้นที่แจกไปยังส่วนต่างๆของบ้าน

เดินมาแล้วจะเจอกับทางเข้าจากที่จอดรถ ฝั่งขวาเป็นบันไดขึ้นไปชั้นบนและห้องครัว เวลาที่มีแขกอยู่ในห้องรับแขก คนอื่นๆสามารถขึ้นชั้น 2 ไปที่ห้องของตัวเองได้โดยไม่ต้องผ่านห้องรับแขก หรือถือของสดเข้าไปเก็บในครัวได้สะดวกค่ะ

พื้นที่ครัวจะได้เป็นห้องโล่งสามารถกั้นเป็นครัวปิดได้ สำหรับใครที่ชอบทำอาหารไทยมีกลิ่นแต่ไม่ชอบต่อเติมครัวด้านนอก จะเหมาะกับครัวที่แยกเป็นสัดส่วนแบบนี้ค่ะ

ด้านหลังมีประตูออกไปยังลานซักล้าง และช่องเก็บของใต้บันไดทางขวามือ ซึ่งจะได้ช่องเก็บของขนาดค่อนข้างใหญ่เช่นเดียวกันค่ะ

ลานซักล้างด้านหลังบ้านเป็นพื้นคอนกรีตบนดินไม่ได้ลงเสาเข็มไว้ให้ สามารถปลูกต้นไม้เพิ่มเติมได้บางส่วน และด้านหลัง Tank เก็บน้ำจะเป็นพื้นที่เฉลียงพักผ่อนที่เชื่อมต่อกับห้องนอนชั้นล่าง ปูกระเบื้อง Ceramic มาให้ค่ะ

ห้องน้ำมีการแบ่งส่วนเปียก-ส่วนแห้งชัดเจน มีช่องแสงระบายอากาศ และมีพื้นที่อาบน้ำมาให้สำหรับคนที่นอนชั้นล่างค่ะ อ่างล้างมือติดตั้งแบบลอยตัว พร้อมสุขภัณฑ์จาก American Standard มาให้เหมือนกับห้องน้ำชั้น 1 ในบ้าน Type B เลยค่ะ แต่จะไม่มีผนังยื่นออกมาให้วางของได้นะ อาจจะต้องติดตั้งชั้นวางเพิ่มเติมเองค่ะ ส่วนพื้นที่อาบน้ำทางโครงการจะมาติดตั้งเพิ่มเติมให้ค่ะ (เฉพาะแบบบ้าน Type A)

ห้องนอนชั้น 1 ถือว่าเป็นห้องที่ค่อนข้างอเนกประสงค์นะคะ ขนาดประมาณ 2.40 x 3.80 เมตร สามารถวางเตียง 3.5-5 ฟุตได้ ใครมีผู้สูงอายุก็ให้ท่านนอนชั้น 1 ได้โดยไม่ต้องเดินขึ้นบันได แต่ถ้าไม่ต้องการเป็นห้องนอนก็สามารถปรับเป็นห้องทำงานได้ค่ะ แต่เนื่องจากห้องนี้เป็นส่วนที่ติดกับบ้านข้างๆอาจจะทำให้เสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง เช่น ข้างบ้านทำเป็นห้องร้องคาราโอเกะ เสียงดัง เป็นต้น

ห้องนี้มีช่องแสงมองเห็นลานจอดรถด้านหน้าบ้านได้

บันไดเป็นโครงสร้างเหล็ก ลูกตั้งและลูกนอนปูด้วยไม้ยางพาราประสานสำเร็จรูป พร้อมราวจับไม้สำเร็จรูป มีช่องแสงอยู่ที่โถงบันไดให้ 1 จุดค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 แล้วจะเจอกับห้องอเนกประสงค์อยู่ด้านหน้าบ้านเลย สามารถออกไปใช้งานระเบียงได้ พื้นที่ตรงนี้เหมาะกับใช้เป็นส่วนพักผ่อน หรือไว้นั่งทำงานได้ค่ะ พื้นชั้น 2 ทั้งหมดจะปูด้วยลามิเนตลายไม้หนา 8 มิลลิเมตรเช่นกันกับบ้าน Type B ค่ะ

ฝั่งตรงข้ามบริเวณโถงบันไดของบ้านหลังนี้จะมีพื้นที่ชั้นลอยสำหรับใช้เป็นห้องพระ หรือพื้นที่เก็บของสะสมต่างๆค่ะ

ห้องนอนจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน เราจะพาไปดูฝั่งห้องนอนรองกันก่อนค่ะ ห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะใช้ห้องน้ำร่วมกันทางขวามือ

ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน ได้กระจกบานใหญ่ และสุขภัณฑ์จาก American Standard และมีพื้นที่อาบน้ำกว้างยืนได้สบายๆ มีช่องแสงด้านหลังบ้าน พื้นที่อาบน้ำของบ้าน Type A จะได้ฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมมาให้ค่ะ

มาเริ่มกันที่ห้องนอนที่ 3 เป็นห้องนอนเล็ก ได้ช่องแสงด้านหน้าบ้าน มีขนาดประมาณ 3.20 x 2.50 เมตร สามารถวางเตียงเดี่ยวขนาด 3.5 ฟุตได้พอดีๆ ถ้าวางเตียงชิดกับผนังจะเหลือพื้นที่สำหรับโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้ามากขึ้นค่ะ

ห้องนอนที่ 2 เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ สามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้สบายๆ มีระยะเดินได้รอบเตียง มีพื้นที่ Built-in ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งกว้างทีเดียวค่ะ

ห้องนี้จะได้แสงธรรมชาติด้านข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งมองเห็นวิวได้ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านค่ะ

ถัดมาอีกฝั่งเป็นห้อง Master Bedroom อยู่ติดกับบันไดเข้าห้องได้สะดวกค่ะ

Master Bedroom มีขนาดประมาณ 3.10 x 5.00 เมตร สามารถวางเตียงนอน 6 ฟุต(คิงไซส์) ได้สบายๆ มีพื้นที่เดินได้รอบเตียง และได้ช่องแสงที่ค่อนข้างกว้างเกือบเต็มผนังเลยค่ะ ทำให้ห้องสว่างมากขึ้น

อีกฝั่งเป็นห้องน้ำและส่วน Walk-in Closet ใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวอาจจะกั้นประตูบานเลื่อนกระจกเพิ่มเติม เป็นห้องแต่งตัวก็ได้ค่ะ

ห้องน้ำภายในห้อง Master Bedroom มีการตกแต่งด้วยกระเบี้องลายหินอ่อน ดูสวยงามมากขึ้น อ่างล้างมือมีการอัพเกรดมาให้โดยได้เป็นเคาน์เตอร์ Built-in สามารถวางของได้เยอะขึ้น ส่วนสุขภัณฑ์จาก American Standard มีฉากกั้นกระจกพื้นที่อาบน้ำมาให้ทำให้น้ำไม่กระเด็นมาเลอะส่วนแห้งค่ะ

แบบสุดท้ายเป็นบ้านทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.50 เมตร พื้นที่ใช้สอยประมาณ 161 ตารางเมตร มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในโครงการ ฟังก์ชันการใช้งานภายในบ้านพอๆกับบ้านแฝด Type B เลยค่ะ โดยจะมี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ สามารถจอดรถได้ 2 คัน เหมาะกับครอบครัวที่อยู่ 3-4 คนค่ะ

ชั้น 1 มีพื้นที่จอดรถอยู่ด้านหน้า เนื่องจากหน้ากว้าง 5.50 เมตรทำให้จอดรถได้สบายๆ สามารถจอดรถ SUV ได้ 1 คัน เข้ามาภายในบ้านแล้วจะเจอกับห้องรับแขกเชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหารและครัวทำให้ดูโปร่งกว้าง แต่อาจจะไม่เหมาะกับการทำอาหารจริงจังภายในบ้านมากนัก ใครที่ชอบทำอาหารไทยก็สามารถต่อเติมครัวที่ลานซักล้างด้านหลังเพิ่มได้ค่ะ ห้องน้ำจะซ่อนทางเข้าอยู่ที่บริเวณครัว พร้อมพื้นที่อาบน้ำมาให้ค่ะ

ชั้น 2 แบ่งเป็นห้อง Master Bedroom อยู่ด้านหน้าบ้าน มีห้องน้ำส่วนตัวและระเบียงชมวิวด้านหน้าบ้าน ส่วนด้านหลังเป็นพื้นที่อเนกประสงค์กว้าง สามารถใช้เป็นที่ทำงานของเด็กๆ หรือกั้นเป็นห้องนอนได้อีก 1 ห้องเลยค่ะแต่ต้องลงไปใช้ห้องน้ำที่ชั้น 1 นะ

ชั้น 3 มีห้องนอนรอง 2 ห้องใช้ห้องน้ำร่วมกันตรงกลาง มีข้อดีคือห้องนอนรองทั้ง 2 ห้องมีขนาดใหญ่พอๆกัน สามารถจัด Walk-in Closet แยกเป็นสัดส่วนได้ และมีระเบียงส่วนตัวทั้งคู่ค่ะ ถ้ามีห้องน้ำในตัวด้วยคงเป็นส่วนตัวมากขึ้นไปอีกค่ะ

ทาวน์โฮม 3 ชั้นของโครงการนี้ออกแบบภายนอกมาแตกต่างจากโครงการทาวน์โฮมตัวอื่นๆของลุมพินีนะคะ โดยจะมีความโมเดิร์นมากขึ้นใช้โทนสีขาวครีมเป็นหลัก และได้ช่องแสงด้านหน้าบ้านเยอะเลยค่ะ ใครที่ชอบพื้นที่ทำสวนสักหน่อยก็แนะนำว่าให้เลือกแปลงมุม แต่ถ้าใครเน้นงบที่ลงมาหน่อยก็เลือกบ้านมาตรฐานจะได้ที่ดินอยู่ที่ 28 ตารางวาค่ะ

เนื่องจากวันที่เราเข้าไปเก็บข้อมูลบ้านตัวอย่างทาวน์โฮมยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีเราเลยไม่ได้เก็บภาพภายในบ้านมาให้ชมกัน ถ้าใครไปชมโครงการมาแล้วเห็นบรรยากาศภายในเป็นอย่างไรมาคอมเม้นต์บอกกันด้านล่างได้เลยนะคะ^^

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

19 February 2020

  • บ้านแฝด Type A 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 37.70 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 183 ตารางเมตร
    • – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    • – ราคาเริ่มต้น 7.xx – 10.xx ล้านบาท
  • บ้านแฝด Type B 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 36.40 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 158 ตารางเมตร
    • – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • – ราคาเริ่มต้น 6.97 ล้านบาท (โปรโมชันลดเพิ่มสูงสุด 7 แสนบาท)
  • ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.50 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 28 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 161 ตารางเมตร
    • – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    • – ราคาเริ่มต้น 4.70 ล้านบาท (โปรโมชันลดเพิ่มสูงสุด 5 แสนบาท)
  • จองและทำสัญญา 50,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 120,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :

โครงการ ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท – ศรีนครินทร์ ถือว่ามีจุดเด่นในเรื่องของทำเลเลยค่ะ เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในทำเลที่มีความสะดวกในการเดินทางทั้งรถยนต์และรถสาธารณะ อยู่ในซอย สุขุมวิท 113 ช่วงกลางซอย เชื่อมต่อกับถนนเส้นหลักอย่างถนนสุขุมวิท และถนนศรีนครินทร์ เชื่อมต่อไปยังถนนบางนา-ตราด ได้สะดวก ซึ่งถนนบางนา-ตราดนั้นมีแหล่งงาน และความเจริญค่อนข้างสูงทีเดียวค่ะ ถ้าใครเดินทางไปไกลหน่อยก็มีทางด่วนให้เลือกใช้ทั้งกาญจนาภิเษกและบูรพาวิถี นอกจากนั้นยังเป็นทำเลของบ้านแนวราบที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสะดวก นั่งวินมอเตอร์ไซค์ 20-30 บาทก็ขึ้นรถไฟฟ้าต่อเดียวเข้าเมืองได้เลย

ส่วนเรื่องความอุดมสมบูรณ์ก็ครบครันทั้งในซอยสุขุมวิท 113 เองก็มีร้านค้า ร้านอาหาร ตลาด ปั๊มน้ำมัน คลีนิค ฯลฯ อยู่ตลอดทั้งซอย ใครที่ชอบไปห้างใหญ่หน่อยก็ออกมาที่ถนนเทพารักษ์, ถนนสุขุมวิท, ถนนศรีนครินทร์ และถนนบางนา-ตราดได้

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน :

โครงการมีทางเข้า-ออก เพียงจุดเดียวที่ซอยสุขุมวิท 113 เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมความปลอดภัย มีรั้วโครงการสูง 2.50 เมตร และต่อรั้วเหล็กกั้นอีก 0.5 เมตร รวมเป็น 3 เมตร มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงพร้อม CCTV ภายในโครงการ บริเวณทางเข้า-ออกเป็นระบบ Key Card ระยะใกล้ มีทั้งไม้กั้นกระดกและประตูรั้วค่ะ ส่วนภายในบ้านไม่ได้มีระบบรักษาความปลอดภัยมาให้เป็นพิเศษ สามารถติดตั้งเพิ่มเติมเองได้ค่ะ

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย :

การออกแบบโครงการ มีการวางบ้านแฝดอยู่ด้านหน้ากั้นกลางด้วย Clubhouse และพื้นที่ส่วนกลาง ด้านหลังโครงการเป็นทาวน์โฮมแยกกันชัดเจน บริเวณส่วนกลางออกแบบมาได้น่าใช้งานค่ะ มีการเล่นระดับของต้นไม้ภายในสวน มีที่นั่งตามจุดต่างๆ ตัว Clubhouse เองก็มี 2 ชั้นสไตล์โมเดิร์นมากขึ้นกว่าโครงการก่อนๆของทางลุมพินีเองค่ะ  บ้านส่วนใหญ่จะหันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งทำให้แสงแดดร้อนยามบ่ายไม่ส่องเข้าสู่หน้าบ้านโดยตรง ถนนภายในโครงการกว้าง 12 เมตร ภายในซอย 8 เมตร สามารถวิ่งสวนกันได้สบายๆ

ส่วนการออกแบบบ้าน เน้นการใช้สีโทนขาวและเทา มีความโมเดิร์น ได้ช่องแสงด้านหน้าบ้านเยอะ ตัวบ้านมีให้เลือก 3 แบบ มีความแตกต่างกันชัดเจน เหมาะกับความชอบที่หลากหลาย โดยบ้านแฝด Type A จะเน้นพื้นที่ใช้สอยที่เป็นสัดส่วน จอดรถได้เยอะถึง 3 คัน มีช่องแสงด้านหน้าบ้านกว้าง พร้อมกับภายในบ้านมีพื้นที่ทำเป็นห้องพระได้ค่ะ ส่วนบ้านแฝด Type B จะเน้นพื้นที่ Common Area กว้าง โปร่งสบาย มีระเบียงส่วนตัวภายในห้องนอนทุกห้อง และทาวน์โฮม เหมาะกับคนที่ไม่เน้นพื้นที่สีเขียวภายในบ้าน ได้ห้องนอนและห้องอเนกประสงค์ค่อนข้างใหญ่ เป็นต้น

วัสดุ :

วัสดุภายในบ้านให้มาตามมาตรฐานทั่วไป พื้นชั้น 1 ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ชั้น 2 เป็นลามิเนตลายไม้หนา 8 มิลลิเมตร ประตูหน้าต่างกระจกเขียวตัดแสงพร้อมกรอบอลูมิเนียม ได้ Tank น้ำ, ปั๊มน้ำ มีฉากกั้นกระจกอาบน้ำมาให้ภายในบ้านแฝด Type A แอบเสียดายนิดหน่อยน่าจะได้หมดทุกยูนิตเลยค่ะ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :

พื้นที่สีเขียวทางโครงการให้มาค่อนข้างพอดีๆ เริ่มตั้งแต่ด้านหน้าโครงการ บริเวณถนนทางเข้า และมีสวนสาธารณะตรงกลางที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ค่อนข้างเยอะค่ะ มีการตกแต่งเล่นระดับดูสวยงาม พื้นที่รวมประมาณ 180 ตารางวา และอย่างที่ทราบกันดีว่าทางลุมพินีมีการบริหารจัดการที่ค่อนข้างเข้มงวด จะไม่สามารถจอดรถด้านหน้าบ้านได้ เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในโครงการ และลดปัญหาขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นกับเพื่อนบ้านค่ะ

สาธารณูปโภค :

สาธารณูปโภคให้มาครบครันใช้งานได้ทั่วถึงเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตค่ะ มี Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบด้วยสระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกสระเด็ก มีห้องอเนกประสงค์, Fitness และสวนหย่อมพร้อมเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง ที่นั่งพักผ่อนและสนามเด็กเล่น และค่าส่วนกลางที่ไม่มากไม่น้อยไปอยู่ที่ 50 บาท/ตร.ว./เดือน


Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 5 – 10 ล้านบาท, 19 February 2020

คะแนนบ้านแฝด

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8.75/10 – เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์และรถสาธารณะ มีความอุดมสมบูรณ์
  • ความปลอดภัย 7.5/10 – รั้วกั้นไม้กระดก รปภ.หน้าหมู่บ้าน, มี CCTV , Key Card
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 – ออกแบบค่อนข้างลงตัว ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า แบบบ้านหลากหลาย ส่วนกลางสวยน่าใช้งาน
  • วัสดุ 7/10 – ให้มาตามมาตรฐานทั่วไป
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8.25/10 – มีพื้นที่สีเขียวพอประมาณ สภาพโครงการเรียบร้อย
  • สาธารณูปโภค 8.25/10 – ให้มาครบครันทั้ง Clubhouse และสวนสาธารณะ
  • 8.18 / 10.00 

**เนื่องจากเรายังไม่ได้เข้าไปชมทาวน์โฮมเลยขอติดการให้คะแนนส่วนของทาวน์โฮมเอาไว้ก่อนนะคะ

BOTTOM LINE

ลุมพินี ทาวน์เพลส สุขุมวิท – ศรีนครินทร์ เหมาะกับคนที่มองหาบ้านทำเลดี เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์และรถสาธารณะ ออกถนนใหญ่ได้หลายเส้นทาง มีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้ครบ ต้องการพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเยอะ ได้หลายห้องนอน โดยรวมแล้วถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการหาบ้านทำเลดีในราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท สำหรับคนที่สนใจต้องมีงบประมาณ 5-10 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 35,000 – 70,000 บาท


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving