รีวิวฉบับที่ 1847 … Pleno บางนา-อ่อนนุช เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร จอดรถได้ 2 คัน ภายในบ้านโปร่งโล่งด้วยความสูง 2.65-2.75 เมตร และมี Master bedroom ขนาดใหญ่ ส่วนกลางมีสระว่ายน้ำให้มาพร้อมกับพื้นที่สวนพื้นที่รวม 3 ไร่ ตั้งอยู่หน้าโครงการเลย โครงการนี้ตั้งอยู่ในซอยกิ่งแก้ว 37 ใกล้สุวรรณภูมิ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.99 ล้านบาท รายละเอียดอื่นๆจะเป็นอย่างไร ติดตามอ่านต่อเลยค่ะ

Fact @ 9 April 2019

  • พลีโน่ บางนา-อ่อนนุช (Pleno Bangna-Onnut)
  • บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
  • Economy – Main CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนนกิ่งแก้ว ซอยกิ่งแก้ว 37 อำเภอบางพลี จังหวัด สมุทรปราการ
  • เนื้อที่โครงการ 39-1-83.8  ไร่ จำนวน 423 ยูนิต
  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 17.5 ตร.วา
    – พื้นที่ใช้สอย 106.85 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 – 2.75 เมตร / ชั้น 2 – 2.65 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 69,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง เมษายน 2561
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ เมษายน 2566
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1623

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.693948, 100.713583

หรือสามารถ :  คลิกที่นี่ 

แผนที่จากทางโครงการค่ะ Pleno บางนา-อ่อนนุช ตั้งอยู่ในซอยกิ่งแก้ว 37 ใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำเลนี้สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังถนนลาดกระบัง, ถนนบางนา-ตราด, ถนนมอเตอร์เวย์ และไปยังเส้นวงเเหวนรอบนอกฝั่งตะวันตกได้ ความอุดมสมบูรณ์ในละแวกนี้อาจจะต้องเดินทางออกมายังเส้นบางนา-ตราด บริเวณบางพลี ซึ่งจะมีแมคโคร, market village ตั้งอยู่ หรือจะขับออกมาอีกหน่อยจะเป็น Mega Bangna ห้างใหญ่ในย่านนี้ที่มีทุกอย่างครบครัน จากโครงการก็สามารถขับรถมาได้สะดวกค่ะ

สำหรับความอุดมสมบูรณ์ที่ใกล้กับโครงการ Pleno บางนา-อ่อนนุช นั้นส่วนใหญ่จะอยู่บนถนนลาดกระบัง ถนนกิ่งแก้ว และถนนบางนา-ตราดที่มีตั้งแต่ห้างเล็กไปจนถึงห้างใหญ่, ศูนย์รวมวัสดุต่างๆ, สถานศึกษาและโรงพยาบาล อย่างบนถนนลาดกระบังจะมีคอมมูนิตี้มอลล์อยู่ ที่ใกล้สุดคือ The Paseo ภายในมีร้านค้า ร้านอาหารอยู่หลายร้าน สามารถขับรถไปหาอะไรทานได้ แต่ถ้าอยากไปเดินห้างใหญ่อาจจะต้องไป Mega Bangna แทน ซึ่งจะมีความครบครันทั้งร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆ โรงหนัง ธนาคาร โรงเรียนกวดวิชา Hypermarket เรียกได้ว่าครบทุกด้านให้เราเลือกจับจ่ายใช้สอยกันได้สะดวกเลยค่ะ

ส่วนใครอยากจะหาซื้อของสดของแห้งเอาไว้ทำกับข้าว บนถนนกิ่งแก้วจะมีตลาดใหญ่ที่ใกล้ที่สุดคือบางพลีใหญ่(กิ่งแก้ว) ซึ่งอยู่ตรงแยกถนนกิ่งแก้วตัดกับถนนบางนา-ตราด ซึ่งมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 10 กม. นอกจากนี้ก็ยังมีตลาดย่อยๆอย่างตลาดสดหน้าหมู่บ้านกฤษณา แถวบริเวณซอยกิ่งแก้ว 14/1 ให้มาจับจ่ายหาของไปทำอาหารกันในครอบครัว นอกจากนี้ก็ยังมีร้านค้า ร้านอาหารตั้งอยู่ข้างทางตลาดถนนกิ่งแก้วอีกพอสมควร

ทำเลของโครงการ Pleno บางนา-อ่อนนุช นี้ตั้งอยู่ในซอยกิ่งเเก้ว 37 เข้าจากถนนกิ่งแก้วไปประมาณ 2 กม.จะถึงทางเข้าโครงการ โดยถนนกิ่งแก้วนี้เป็นที่ถนนเชื่อมระหว่างลาดกระบัง ถนนบางนา-ตราด และถนนเทพารักษ์ ต่อไปยังสมุทรปราการได้ เป็นถนนขนาด 4-8 เลน ส่วนโครงการพักอาศัยจะเป็นแนวราบเป็นหลักทั้งบ้าน, ทาวน์โฮม, อาคารพาณิชย์, ร้านอาหารตามอาคารพาณิชย์ และจะคึกคักหน่อยบริเวณตลาดบางพลีใหญ่(กิ่งแก้ว) ซึ่งจะอยู่ตรงแยกติดกับถนนบางนา-ตราด และจะคึกคักอีกที่ตรงแถวรพ.จุฬารัตน์ 9 ซึ่งจะติดกับซอยกิ่งแก้ว 25/1 ที่เป็นซอยลัดไปออกถนนเลียบวงแหวนกาญจนาได้ นอกจากนี้บนถนนเส้นนี้ก็จะมีพวก Hypermarket สาขาย่อยอย่าง Lotus Express ซึ่งก็ทำให้มีร้านกาแฟ ร้านอาหารเปิดตามมาในบริเวณนั้นอีกเป็นต้นค่ะ ในส่วนของบรรยากาศซอยกิ่งแก้ว 37 ช่วงต้นซอยจะเป็นบริษัทขนส่งสินค้าและอพาร์ทเม้นท์ มีร้านค้า ร้านอาหารเล็กๆให้เราหาอะไรทานใกล้บ้านได้ค่ะ

การเดินทางเหมาะสำหรับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก จากซอยกิ่งแก้ว 37 สามารถเข้าเมืองได้หลายเส้นทาง ทั้งทางถนนมอเตอร์เวย์ สามารถวิ่งตรงไปจนถึงพระราม 9 ได้ หรือใช้ทางพิเศษบูรพาวิถีฝั่งถนนบางนา-ตราดก็สามารถเข้าเมืองฝั่งพระราม 3, พระราม 4 ได้ ส่วนถ้าจะออกเมืองก็ใช้เส้นลาดกระบังวิ่งไปถึงฉะเชิงเทราได้ และสามารถใช้ถนนบางนา-ตราดออกไปชลบุรีได้ค่ะ

ส่วนการเดินทางโดยระบบรถสาธารณะที่ผ่านหน้าโครงการเลยจะไม่มีนะคะ ที่ใกล้สุดจะมีบนถนนกิ่งแก้ว โครงการนี้จึงเหมาะกับคนใช้รถมากกว่า แต่ถ้าต้องการเดินทางโดยไม่ใช้รถก็สามารถเรียกพี่วินได้ จะมีวินที่อยู่หน้าปากซอยกิ่งแก้ว จากหน้าปากซอยก็จะมีรถสองแถว ให้เลือกใช้บริการทั้งที่วิ่งไปทางลาดกระบังและที่วิ่งไปตลาดบางพลีใหญ่(กิ่งแก้ว)ค่ะ หรือถ้าจะใช้ระบบรางที่ใกล้สุดคือ Airport Rail Link สถานีลาดกระบัง ใครที่จะเดินทางเข้าเมืองก็สามารถขับรถออกจากโครงการไปจอดแล้วขึ้นรถไฟฟ้าไปได้ถึงพญาไทเลยค่ะ

การเดินทางด้วยระบบขนส่งรูปแบบรถไฟฟ้าที่ใกล้สุดก็จะเป็น Airport Rail Link ที่เป็นตัวช่วยในการเดินทางเข้าเมืองในเวลาเร่งด่วนเช้า-เย็นได้ สถานีใกล้สุดจะเป็นสถานีลาดกระบัง ถ้าใครขับรถส่วนตัวก็จะมีที่จอดรถอยู่โดยรอบสถานี สามารถจอดแล้วขึ้น ARL เข้าเมืองไปได้ การเดินทางก็ใช้ถนนเส้นกิ่งแก้ววิ่งไปทางถนนลาดกระบัง ผ่านแยกลาดกระบังแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนร่มเกล้า ตรงไปอีกนิดเดียวก็ถึงสถานีแล้วค่ะ

นอกจากนี้สำหรับใครที่วิ่งเข้าเมืองก็จะมีตัวช่วยอย่างมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี สายใหม่ โดยทางเข้ามอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้าเมืองมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 7 กม. เป็นอีกทางเลือกไว้เลี่ยงรถติดบนเส้นอ่อนนุช สามารถวิ่งเข้าเมืองไปพระราม 9 ได้สะดวก

ส่วนทางไปเข้ามอเตอร์เวย์ฝั่งขาออกไปชลบุรี มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 8.3 กม. โดยเลี้ยวขวาที่แยกลาดกระบังเข้าถนนร่มเกล้า ตรงไปจะมีทางเข้ามอเตอร์เวย์ค่ะ ขากลับก็ย้อนทางเดิมได้เลยค่ะ

วิธีการมายังโครงการในกรณีที่เดินทางมาจากถนนบางนา-ตราด เส้นทางนี้จะเชื่อมต่อกับ Mega Bangna ศูนย์การค้าที่ครบครันที่สุดในย่านนี้ จากถนนบางนา-ตราด วิ่งเข้าถนนกิ่งแก้ว จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยกิ่งแก้ว 37 ตรงเข้าซอยไปประมาณ 2 กม. ก็จะถึงโครงการค่ะ

เส้นทางการเดินทาง

ตัวอย่างเส้นทางการเดินทางในวันนี้เราจะมาจากมอเตอร์เวย์เข้ามายังถนนกิ่งเเก้วนะคะ เราขับรถตรงมาเรื่อยๆ ให้กลับรถตรงจุดกลับรถที่ 2 เเล้วจึงเลี้ยวเข้าซอยกิ่งแก้ว 37 ค่ะ เข้ามาในซอยตามทางจะเจอกับป้ายทางเข้าโครงการ จากป้ายทางเข้าต้องขับต่อเข้าไปอีก เราลองไปดูบรรยากาศการเดินทางกันเลย

ขอเริ่มต้นจากถนนกิ่งเเก้วนะคะ มากจากฝั่งลาดกระบังมุ่งหน้าไปยังถนนบางนา-ตราด บรรยากาศถนนเส้นกิ่งเเก้วนี้ถือว่าเป็นถนนใหญ่ฝั่งละ 3-4 เลน ทั้งสองฝั่งมีเกาะกลางชัดเจน ดังนั้นถ้าเราจะกลับรถจะต้องไปกลับรถ ณ จุดกลับรถเท่านั้น

บนถนนเส้นนี้จะมี Supermarket หรือ Convenience Store ตั้งอยู่ให้เห็นเรื่อยๆตามข้างทางหรือปั๊มน้ำมัน อย่างตอนที่เราขับผ่านก็จะเจอกับปั๊มน้ำมันบางจาก ที่ด้านในมี Big-C mini อยู่ข้างใน

ในกรณีที่เรามาจากฝั่งลาดกระบังเราจะเจอกับโรงเรียนพรหมพิกุลทองทางซ้ายมือ

จุดสังเกตสำหรับคนที่มาจากฝั่งลาดกระบังก็คือ ให้เรากลับรถที่จุดกลับรถที่ 2

กลับรถมาจะเจอกับปั๊ม Shell ติดๆกันจะมี Community mall เล็กๆอยู่

ขับผ่านปั๊ม Caltex ไปก่อน ข้างทางฝั่งนี้จะมี Tesco Lotus Express อยู่ด้วย สำหรับใครที่อยากหาของกินก่อนเข้าบ้านก็เเวะตรงนี้ได้ ด้านหน้ามีร้านอาหารตามสั่งเปิดให้บริการอยู่ด้วย

ปากซอยกิ่งเเก้ว 37 จะมี 7-eleven ตั้งอยู่นะคะ ถือว่าเป็นร้านสะดวกซื้อที่ใกล้โครงการเราที่สุดเเล้ว(ไม่นับร้านขายของชำภายในซอย) เจอ7-eleven นี้ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยได้เลย ใครอยากแวะ 7-eleven ข้างๆตึกมีที่จอดรถชั่วคราว สามารถจอดรถเเวะซื้อขนม นม เนย ได้ค่ะ

เราเลี้ยวซ้ายเข้ามาที่ซอยกิ่งเเก้ว 37 เลยค่ะ บริเวณปากซอยจะมีวินมอเตอร์ไซค์ให้บริการอยู่ สำหรับใครที่ต้องพึ่งพาการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ บนถนนกิ่งเเก้วจะมีรถแดงขับให้บริการอยู่ จากรถเเดงก็สามารถต่อรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปยังหมู่บ้านได้ค่ะ

เลี้ยวเข้ามาในซอยกิ่งเเก้ว 37 ช่วงต้นซอยส่วนใหญ่จะเป็นโกดัง มีที่พักอาศัยทั้งบ้านเดี่ยว และ Apartment กระจายตัวอยู่ เราจะตรงเข้าไปเรื่อยๆค่ะ

ตรงเข้ามาเราจะเจอกับเส้นทางหน้าตาเเบบนี้ จากตรงนี้ให้เราเบี่ยงซ้าย จะเป็นทางเข้าโครงการของ AP ค่ะ

เข้ามาบริเวณนี้จะเป็นถนนที่ใช้ร่วมกันเฉพาะโครงการของ AP ค่ะ ปัจจุบันมี 2 โครงการที่เปิดขายอยู่คือ  Centro ที่เป็นบ้านเดี่ยว และ Pleno ของเราเองที่เป็นทาวน์โฮมค่ะ

ถนนช่วงนี้จะใช้เฉพาะโครงการของ AP เท่านั้น ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ดูเรียบร้อยสวยงาม

มีต้นไม้ปลูกทั้ง 2 ข้างทางเลย ถ้าโตเต็มที่ทางเข้าก็จะดูร่มรื่นมากขึ้นอีกค่ะ

เข้ามาสุดทางจะเจอกับวงเวียน

จากวงเวียนจะเป็นทางแยกเข้า 2 โครงการค่ะ ทางซ้ายเป็น Centro ทางขวาเป็น Pleno บางนา-อ่อนนุชที่เราจะพาไปรีวิวกันวันนี้ค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

Pleno บางนา-อ่อนนุช จะตั้งอยู่บนที่ดินรวมขนาดใหญ่ของ AP ซึ่งจะตั้งอยู่ข้างๆพื้นที่ของพฤกษาที่เป็นเดิมทีเป็นที่ตั้งของโครงการจัดสรรหลายๆโครงการที่ถูกพัฒนาเเละมีผู้มาอยู่อาศัยกันค่อนข้างมาก ซึ่งจะช่วยให้ภายในซอยกิ่งแก้ว 37 นี้มีรถราสัญจรเข้า-ออกตลอดเวลา ไม่เปลี่ยวค่ะ ส่วนพื้นที่ของ AP เองตัวทางเข้าจะเเยกออกมาอีกทางนึงทำให้พื้นด้านหน้าทางเข้าโครงการส่วนมากยังเป็นที่ดินเปล่าที่รอการพัฒนาในอนาคต ส่วนโครงการของ Pleno บางนา-อ่อนนุชนั้น จะอยู่ถัดเข้ามาด้านใน ซึ่งพื้นที่รอบๆส่วนมากจะเป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรรสลับกับที่ดินเปล่าค่ะ

  • ทิศเหนือ – ติดกับหมู่บ้านจัดสรรและที่ดินเปล่า
  • ทิศใต้ – ติดกับโครงการบ้านเดี่ยว Centro อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ
  • ทิศตะวันออก – ติดกับโครงการบ้านเดี่ยว Centro อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ และที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตก – ติดกับที่ดินเปล่า

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Lotus กิ่งแก้ว ~ 6.1 km.
  • The Paseo Mall ~ 7 km.
  • ม.ราม2 ~ 10 km.
  • Airport Link สถานีลาดกระบัง ~ 10.3 km.
  • รร.เทพศิรินทร์ ร่มเกล้า ~ 10.4 km.
  • ตลาดบางพลีใหญ่ ~ 10.5 km.
  • Makro บางพลี ~ 10.8 km.
  • สุวรรณภูมิ ปาร์ค ~ 11.1 km.
  • ม.ลาดกระบัง ~ 12.5 km.
  • Market Village สุวรรณภูมิ ~ 12.6 km.
  • โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1 ~ 12.7 km.
  • ม.หัวเฉียว ~16 km.
  • Central village outlet ~ 16.4 km.
  • Mega Bangna ~ 16.7 km.
  • Central บางนา ~ 24 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

Pleno บางนา-อ่อนนุช เป็นโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้น ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 39 ไร่ มีจำนวนยูนิตพักอาศัยทั้งหมด 423 ยูนิต โครงการนี้มีทางเข้า-ออกอยู่ทางเดียว เป็นทางเข้าออกที่ใช้รวมกันระหว่างโครงการของ AP ที่อยู่ในพื้นที่นี้ ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการจะใช้เป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ ผ่านด้วย Access Card เหมือนกับ Easy pass ที่ใช้ขึ้นทางด่วน ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้า-ออกและถนนภายในโครงการค่ะ โครงการแบ่งออกเป็น 2 เฟส จำนวนยูนิตทั้ง 2 เฟสเฉลี่ยแล้วใกล้ๆกัน ปัจจุบันจะขายเฟส 1 ที่อยู่ด้านหน้าโครงการก่อน การออกแบบโครงการมีแนวความคิดว่า ” The symbol of luxuriant nature ” หรือ “สุนทรียะแห่งธรรมชาติ… สู่วิถีชีวิตอันงดงาม” จากแนวความคิด ปรับมาสู่การออกแบบที่มีสวนส่วนกลางขนาดใหญ่โดยจัดพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกโครงการ รวมพื้นที่สวนแล้วประมาณ 3 ไร่ ส่วน Facility อื่นๆที่ได้ก็คือ สระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น และ Jogging track รอบๆสวน โดยตัวสวนจะมีการปลูกพันธุ์ไม้หลากหลาย เป็นพันธุ์ที่ออกดอกก็เยอะ เช่น ต้นราชพฤกษ์เอย หรือต้นชมพูพันทิพย์ ทำให้สวนนี้จะมีสีสันหลากหลายตามฤดูกาลด้วย การที่จัดวางพื้นที่ส่วนกลางไว้ด้านหน้าจะทำให้การใช้งานไม่รบกวนส่วนที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ที่อยู่ด้านใน และยังเป็นพื้นที่สวยงามต้อนรับแขกที่มาเยือนที่บ้านเราอีกด้วย ซึ่งเมื่อดูจากผังรวมแล้วยูนิตในเฟส 1 ที่เปิดขายอยู่นั้นจะมีตำแหน่งที่ค่อนข้างใกล้กับสวนและทางเข้า-ออก เดินทางเข้า- ออกโครงการได้สะดวก และจะมีกลุ่มอาคารช่วงที่อยู่ใกล้กับสวนที่จะได้หน้าบ้านที่ไม่หันหน้าชนใคร ได้ความเป็นส่วนตัวค่ะ ในขณะที่เฟส 2 ซึ่งอยู่ลึกเข้ามาจะได้ความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้นแทน

ในการออกแบบตัวบ้านจะหันหน้าไปทางทิศ เหนือ-ใต้ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นทิศที่รับกับทิศทางลมของประเทศไทยดี  ส่วนขนาดถนนเข้า-ออกนั้น ถนนหลักจะมีความกว้างอยู่ที่ 12 เมตร ส่วนถนนรองจะกว้างที่ 9 เมตร ถือว่าเป็นขนาดที่รถสวนกันได้สะดวกค่ะ เราไปดูบรรยากาศจริงภายในโครงการกันเลยดีกว่า

ซุ้มประตูทางเข้าจะมีสวนเปิดรับอยู่ทั้ง 2 ฝั่งทางเข้าเลย มีการออกแบบโดยการใช้ระแนงเส้นตั้ง ทำเป็นแนวผนังโค้งตั้งแต่เป็นฉากให้ชื่อโครงการไปยังซุ้มประตูทางเค้า ทำให้ทางเข้าโดยภาพรวมดูต่อเนื่องกันไป พื้นทางเข้าช่วงนี้จะเป็นคอนกรีตสแตมป์ค่ะ ดูเรียบร้อยสวยงาม

ซุ้มประตูทางเข้าจะมีหลังคาปกคลุม แยกทางเข้า-ออกคนละฝั่งกัน โดยมีห้องพี่รปภ.อยู่ตรงกลาง

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจของโครงการนี้คือจะใช้ประตูบานเลื่อนอัตโนมัตินะคะ ซึ่งโครงการทาวน์โฮมที่เห็นส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นไม้กั้นกระดกกัน ซึ่งจุดนี้ทางโครงการก็ดึงมาเป็นจุดขายในเรื่องความปลอดภัย ที่จะใช้ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติเข้าโครงการ

วิธีเข้า-ออกจะใช้ Key card access ให้หลังละ 2 ใบ (อ้างอิงมาจากที่จอดรถ 2 คัน) และมีกล้องวงจรปิดติดตั้งบริเวณทางเข้า-ออกและจุดต่างๆบริเวณถนนภายในโครงการค่ะ

ทั้งลูกบ้านและ Visitor ที่มาเยี่ยมเพื่อนจะใช้ทางเข้า-ออกเดียวกันหมดเลย สำหรับ Visitor ต้องแลกบัตรก่อนเข้าโครงการทุกครั้งค่ะ

เข้ามาเราจะเจอกับถนนหลักของโครงการเลย กว้าง 12 เมตร ทางซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ซึ่งที่นี่จะเน้นเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ค่ะ เราไปดูพื้นที่ส่วนกลางกันก่อนเลยดีกว่า

รอบๆพื้นที่ส่วนกลางจะมีทางเท้าไว้ สำหรับคนเดิน

ภายในจะมี Jogging Track เป็นทางเดินโค้งไปตามความยาวของสวนตรงนี้ สามารถมาเดินออกกำลังกายหรือวิ่งเหยาะๆออกกำลังได้เช่นกันค่ะ วันที่เราไปโครงการเพิ่งจะลงต้นไม้ใหม่ คาดว่าถ้าต้นไม้โตเต็มที่จะดูร่มรื่นและมีสีสันมากกว่านี้นะคะ

ต้นไม้ที่ปลูกจะมีหลากหลายพันธุ์เลย เช่นต้นชมพูพันทิพย์ที่จะออกดอกช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ยังมีต้นราชพฤกษ์อีกด้วยค่ะ สวนตรงนี้จึงจะมีสีสันหลายหลากในรอบปีเลยด้วย

ขนาดสวนของที่นี่จะใหญ่ลึกเข้าไปด้านในเลย พื้นที่สี่เขียวรวมทั้งโครงการจะมีขนาดประมาณ 3 ไร่ มีสนามหญ้ากว้างๆให้น้องๆหนูๆมาวิ่งเล่นกับพ่อแม่ตอนเย็นๆได้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีมุมที่จัด landscape เป็นที่นั่งพักผ่อน สำหรับผู้ปกครองที่มานั่งรอดูลูกๆวิ่งเล่นด้วยค่ะ ดีไซน์เป็นวงกลม สามารถพูดคุยกับเพื่อนบ้านร่วมโครงการได้อีกด้วย

เดินตรงมาจะมีสนามเด็กเล่นเล็กๆอยู่อีกจุดนึง

ตรงนี้จะมีเครื่องเล่นมาให้ 2 ชิ้น กับพื้นที่เพนท์ลวดลายและสีสัน สร้างยกระดับขึ้นไปให้น้องๆได้เสริมจินตนาการ ปีนป่ายและออกกำลังกายพัฒนากล้ามเนื้อได้ด้วย

เข้ามาด้านในสุดของสวนจะเป็นสระว่ายน้ำ และ Pleno Club ค่ะ

สระว่ายน้ำของที่นี่จะได้เป็นสระน้ำเกลือ ขนาด 8 x 21 เมตร ลึก 1.2 เมตร มีส่วนที่เป็นสระเด็กด้วย ลึก 0.70 เมตรค่ะ

Pleno club จะเป็นตัวอาคารขนาดกะทัดรัด ตอนนี้เป็นที่ทำงานของนิติบุคคลอยู่ ในอนาคตเมื่อโครงการสร้างเสร็จจะเป็นห้องนั่งเล่นสำหรับลูกบ้านแทนค่ะ

ข้างๆสระจะมีที่นั่งรอบๆ เผื่อใครมีลูกว่ายน้ำเล่นอยู่ พ่อแม่ก็มานั่งขอบสระดูลูกเล่นได้

การออกแบบทั้งตัวอาคาร สระว่ายน้ำ และทางขึ้นจะเน้นเส้นสายที่เป็นเส้นโค้ง ซึ่งจะช่วยลดความแข็งกระด้างของอาคารด้วย นอกจากนี้จะมีทางลาดขึ้นสำหรับคนที่ต้องใช้ Wheelchair หรือผู้สูงอายุที่ก้าวเท้าขึ้นไม่สะดวก มาใช้ทางลาดอาจจะเหมาะสมกว่า แต่ด้วยทางลาดที่ทำขึ้นมาเป็นทางโค้งนั้น การเข็นรถ Wheelchair ขึ้นอาจจะไม่สะดวกมากนักนะคะ

จากหน้า Pleno Club มองย้อนกลับออกไป จะเห็นได้ว่าขนาดสวนโครงการนี้จะได้ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว

กลับมาดูที่ตัว Pleno Club กันต่อ ด้านหลังห้องทำงานนิติบุคคล(ในปัจจุบัน)จะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำค่ะ เอาไว้บริการคนที่มาใช้งานสระว่ายน้ำหรือสวนสาธารณะ

ห้องน้ำจะแยกชาย-หญิงไว้ให้ แต่วันที่ไปภายในไม่เรียบร้อยเท่าไหร่เลยไม่มีรูปถ่ายในส่วนนี้นะคะ ต้องขอโทษด้วย

สำหรับพื้นที่ล้างตัวก่อนลงสระจะมีให้จุดนึงอยู่ด้านหน้าห้องน้ำ บริเวณนี้จะเปิดโล่งหน่อยๆ

ตัวพื้นจะเป็นทางลาดลงไป ไม่มีระดับให้สะดุด และทำให้น้ำไม่ไหลเปียกเลอะเทอะพื้นที่ส่วนอื่นๆค่ะ

ริมสระจะมี Day bed จัดไว้ริมสระ สามารถมานั่งพักผ่อนริมสระได้ค่ะ

พื้นที่ส่วนสระเด็กจะอยู่เเยกออกมา ลึก 70 ซม. รูปทรงสระจะเป็นโค้งทั้งหมดเลย ไม่เกิดเหลี่ยมมุมที่เป็นอันตรายกับเด็กค่ะ

ตัว Day bed จะจัดไว้ 4 ที่ ตำแหน่งจะเป็นกึ่งๆ outdoor มาใช้งานช่วงเเดดร่มลมตกน่าจะเย็นสบายกว่านะคะ

ตัวสระด้านนึงจะเป็น Form โค้ง อีกด้านจะเป็นระนาบตรงๆ ใครที่อยากว่ายออกกำลังกายก็ยังสามารถว่ายได้เต็มที่ ความยาวสระจะอยู่ที่ 21 เมตรค่ะ ระหว่างสระกับถนนจะมีแนวไม้พุ่มคั่นกลาง แต่ว่าจะเป็นไม้ทรงเตี้ย ซึ่งถ้าเป็นทรงที่สูงกว่านี้ก็จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับการใช้งานส่วนสวนเเละสระว่ายน้ำได้มากกว่านี้นะคะ

บริเวณเฟส 1 นี้จะมียูนิตที่อยู่ติดกับถนนใหญ่เลย หันหน้าไปทางสวนพอดี ยูนิตบริเวณนี้ก็จะมีข้อดีตรงที่ได้รับวิวสวน เหมือนมีสวนหน้าบ้านขนาดใหญ่ และสามารถเข้า-ออก โครงการได้สะดวก แต่ก็จะมีความพลุกพล่านที่มีรถผ่านหน้าบ้านมากตามค่ะ

ส่วนถนนรองจะมีความกว้างอยู่ที่ 9 เมตร และจะจัดพื้นที่สีเขียวเเทรกรอบๆโครงการด้วย และรั้วโครงการจะได้เป็นรั้วทึบสูง 2.5 เมตรค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณหน้าโครงการประกอบไปด้วย
  • สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ

  • สระผู้ใหญ่ ขนาด 8 x 21 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • สระเด็กลึกขนาด  n/a ลึก 0.70 เมตร

  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด รวมทั้งโครงการประมาณ 3  ไร่
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และถนนภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • Key Card Access ระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ ประตูเลื่อนไฟฟ้า

  • Product Walkthrough

    Pleno บางนา-อ่อนนุชจะมีแบบบ้านเพียงแบบเดียวนะคะ เป็นบ้านขนาด 106.85 ตร.ม. ตั้งอยู่บนที่ดินมาตรฐาน 17.5 ตร.วา มีทั้งหมด 423 ยูนิต ตัวบ้านในช่วงที่ไปทำรีวิวจะมีโปรโมชันแถวปั๊มน้ำกับแทงก์น้ำมาให้ค่ะ

    ระบบโครงสร้างของที่นี่จะมีการลงเสาเข็มให้บริเวณตัวบ้านและหลังบ้านลึก 23 เมตร โครงสร้างบ้านจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก (Tunal wall form) คำศัพท์นี้อาจจะไม่คุ้นเคยกันเท่าไหร่ อธิบายง่ายๆคือระบบนี้จะเป็นระบบโครงสร้างที่เทคอนกรีตผนังรับน้ำหนักและพื้นพร้อมกัน ทำให้การก่อสร้างทำได้เร็ว และจะไม่มีเสาภายในตัวบ้าน ผนังจะเป็นผนังที่รับน้ำหนักจึงไม่สามารถที่จะทุบหรือปรับเปลี่ยนในภายหลังได้ แต่สำหรับโครงการนี้จะมีความพิเศษที่บริเวณชั้น 2 ห้องนอนเล็ก 2 ห้องจะออกแบบผนังส่วนที่กั้นระหว่าง 2 ห้องนี้ไว้ด้วยผนังเบาที่สามารถรื้อเฉพาะบริเวณนี้ในภายหลังได้ค่ะ ในแง่ของความคงทนแข็งแรงของโครงสร้างนี้ก็แข็งแรงเทียบเท่าโครงสร้างอื่นๆเลยค่ะ

    มาเริ่มดูที่แปลนกันก่อนนะคะ แบบของ Pleno บางนา-อ่อนนุช จะเป็นทาวน์โฮมที่มีหน้ากว้าง 5.5 เมตร สูง 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 106.85 ตร.ม. แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ และอีก 1 Common area ของบ้านที่ชั้น 1 ฟังก์ชันการใช้สอยภายในบ้านจะเเบ่งออกตามนี้ค่ะ

    ชั้น 1 สามารถจอดรถได้ 2 คันด้วยหน้ากว้าง 5.5 เมตร เป็นขนาดที่สามารถจอดคันใหญ่ 1 คัน (เช่นรถกระบะ รถ SUV) และคันเล็กแบบ Eco car ได้สบายๆ เข้ามาภายในตัวบ้านจะเจอกับบันไดทางขึ้นขึ้น 2 อยู่ติดกับประตูทางเข้าเลย ทำให้คนที่กลับบ้านมาดึก อยากขึ้นไปพักผ่อนที่ชั้นบนก็สามารถขึ้นไปได้ทันที พื้นที่ชั้น 1 ทั้งหมดจะต่อเนื่องกันทั้งหมด เป็น Common area ที่จัดได้ตามสะดวกเป็นพื้นที่นั่งเล่น ทานอาหาร หรือจะทำเป็นห้องครัวก็ได้ (มีการเตรียมระบบเอาไว้ให้ แต่ไม่มีการกั้นพื้นที่ค่ะ) มีพื้นที่ฝั่งบันไดที่ถูกจัดเป็นห้องน้ำ และห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ พื้นที่หลังบ้านจะมีความกว้างมาตรฐานอยู่ที่ 2 เมตร ลงเสาเข็มไว้ให้แล้ว ลึก 23 เมตรค่ะ

    ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด แบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องด้านหลัง และห้อง master bedroom 1 ห้องตำแหน่งหน้าบ้านค่ะ โดยทั้ง 3 ห้องจะใช้ห้องน้ำร่วมกันที่ตำแหน่งกลางบ้านตรงกับบันไดทางขึ้นบ้านค่ะ ที่ห้อง Master bedroom จะมีระเบียงเล็กๆเอาไว้วาง CDU แอร์นะคะ ไม่ใช่ระเบียงสำหรับใช้งาน และตามที่บอกไป ผนังที่กั้นห้องนอนเล็กไว้ สามารถรื้อออกได้ ทำให้กลายเป็นห้องนอนใหญ่ 2 ห้องเลยได้ เหมาะสำหรับครอบครัวที่จำนวนสมาชิกไม่มาก เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในห้องที่กว้างแทน เดี๋ยวเราลองไปดูตัวบ้านจริงกันเลยดีกว่าค่ะ

    ตัวบ้านจะดีไซน์ออกมาในรูปแบบ modern เน้นโทนสีขาวและเทาเป็นหลัก รูปทรงอาคารภายรวมจะดูเป็นกล่องที่ดูเรียบๆ ไม่มีกันสาดอะไรติดตั้งมาให้ค่ะ ด้วยความที่ภายในบ้านจะได้ความสูงที่ค่อนข้างมาก และด้านหน้าที่มีการใช้เส้นแนวตั้งในการออกแบบทำให้ตัวบ้านดูสูงดีค่ะ

    บริเวณด้านหน้าบ้านจะมีกริ่งและตู้จดหมายแขวนไว้ที่รั้วใช้เป็นเลขที่บ้านไปในตัว รั้วจะเป็นแบบบานเปิดพับได้สุดทั้ง 2 ฝั่ง วัสดุเป็นเหล็กกล่องสีดำ ไม่หนักนะคะ ใช้งานได้สะดวก

    พื้นที่จอดรถจะเป็นพื้นคสล.ฉาบเรียบ เซาะร่องรอบๆ หน้ากว้างทาวน์โฮมอยู่ที่ 5.5 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คันค่ะ เป็นจอดกลางเเจ้ง เราสามารถต่อเติมหลังคาหรือกันสาดเพิ่มเองภายหลังได้นะคะ บริเวณหน้าด้านมีไฟส่องสว่างติดตั้งไว้ 1 จุด เป็นไฟซาลาเปา

    สำหรับแปลงมุมก็จะมีพื้นที่ด้านข้างเพิ่มมา สามารถจัดเป็นสวนส่วนตัวข้างบ้านได้ ตัวอย่างไอเดียการจัดสวนของบ้านตัวอย่างโครงการนี้ค่ะ ดูร่มรื่นน่าใช้งานอยู่นะคะ

    ก่อนจะเข้าไปในตัวบ้านมาดูประตูทางเข้ากันก่อนค่ะ ทางเข้าจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจกเขียวตัดแสง กรอบบานเป็นอลูมิเนียม เปิดได้ทางเดียวนะคะ มีบาน Fixed ด้านข้างด้วย ทำให้แสงสว่างสามารถเข้าไปในตัวบ้านได้มากขึ้น  ทางเข้าตรงนี้เราสามารถจัดวางตู้วางรองเท้าชิดผนังได้ หรือใครอยากให้บ้านดูเรียบร้อยหน่อยก็ทำเป็น Built-in ไปเลยก็ดีค่ะ

    กลอนด้านในจะได้มือจับแบบในภาพ มีตัวล็อคให้มา 2 ชั้นแบบในภาพ ทางเข้าก่อนเข้าบ้านจะมีเฉลียงหน้าบ้านอยู่ 1 ขั้น กว้าง 30 ซม. ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคค่ะ

    เข้ามาภายในชั้น 1 จะเป็นพื้นที่โล่งต่อเนื่องกันไปตั้งแต่หน้าบ้านไปถึงหลังบ้านเลย ทางซ้ายมือจะเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 มีห้องเก็บของใต้บันได และห้องน้ำค่ะ พื้นที่บริเวณนี้จะมีหน้ากว้างประมาณ 4 เมตร ลึก 5.5 เมตรค่ะ สามารถจัดวางฟังก์ชันได้ตามใจเลย

    บ้านตัวอย่างจะเป็นบ้านแปลงมุม ทำให้มีประตูด้านข้างเพิ่มมา เดินออกไปยังสวนข้างบ้านได้ เราลองเอามาเทียบกับบ้านแปลงมาตรฐานดูนะคะ ที่ชั้น 1 วัสดุที่ได้จะได้พื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังและฝ้าเพดานจะฉาบเรียบและทาสีขาวไว้ให้ ไฟภายในบ้านเป็นโคมซาลาเปาค่ะ ประตูหลังบ้านจะเป็นประตูสำเร็จรูป UPVC ส่วนประตูภายในบ้านจะเป็นประตูสำเร็จรูป HDF ที่ชั้น 1 จะมีความสูงอยู่ที่ 2.75 เมตร ถือว่าสูงเลยนะคะ ความสูงจะช่วยทำให้ห้องดูโปร่งด้วย

    ในบ้านตัวอย่างส่วนแรกจะจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นรับแขก อยู่ติดกับทางเข้าบ้าน แสงสว่างส่องเข้ามาได้เยอะค่ะ

    พื้นที่ตรงนี้สามารถจัดวางโซฟารูปตัว L หรือโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้สบายๆ พร้อมกับโต๊ะหน้าโซฟาด้วย ในขณะที่ยังเหลือทางเดินใช้งานเข้า-ออกได้สะดวก

    ระยะดูทีวีอยู่ที่ 4 เมตรเลย เลือกทีวี 55-60 นิ้วได้สบายๆ ตำแหน่งตรงข้ามโซฟาจะมีพื้นที่สามารถจัดวางชั้นวางทีวีได้ด้วยค่ะ

    ลองเทียบตำแหน่งชั้นวางทีวีกับบ้านมาตรฐานดู จะมีแนวผนังที่สามารถติดทีวีแบบแขวนผนังได้ รวมทั้งโครงการยังมีการเดินงานระบบเอาไว้เพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างทีวีในระดับที่เหมาะสมด้วย พื้นที่ตรงนี้จะมีขนาดอยู่ที่ 1.9×0.40 เมตร สามารถทำเป็น Built-in เต็มพื้นที่ได้เลย เราจะได้มีพื้นที่ชั้นวางของ เก็บของมากขึ้นด้วยค่ะ(อย่าลืมเว้นประตูเข้าห้องเก็บของใต้บันไดนะคะ) ส่วนทางขวามือจะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำชั้นล่าง

    ห้องน้ำชั้นนี้จะมีพื้นที่อาบน้ำให้มาด้วย ห้องน้ำนี้รวมเเล้วจะมีพื้นที่อยู่ 1.2 x 2.5 เมตร แยกส่วนเปียกกับส่วนแห้งออกจากกันค่ะ วัสดุภายในห้องน้ำจะได้พื้นและผนังกรุด้วยกระเบื้องเซรามิค สีโทนนี้ตามภาพเลย ไฟภายในห้องน้ำจะได้เป็นไฟซาลาเปาค่ะ

    เข้ามาในห้องน้ำจะเจอกับพื้นที่ส่วนแห้งก่อน มีขนาด 1.2×1.6 เมตร ด้านในลดระดับลงมา ทำให้ความสกปรกภายในห้องน้ำ ไม่ออกมายังพื้นที่ส่วน Common area ของบ้าน อีกทั้งยังทำให้การทำความสะอาด ล้างห้องน้ำทำได้สะดวก น้ำไม่ไหลเลอะเทอะด้วยค่ะ

    เข้ามาเราจะเจอกับอ่างล้างมือก่อนเลย เป็นแบบแขวนผนังของ American Standard ติดตั้งมาพร้อมกระจกเงาตามภาพ อ่างรุ่นนี้จะมีพื้นที่สำหรับวางอุปกรณ์ล้างมือรอบอ่างไม่มาก แต่ด้านหลังจะมีผนัง Low wall ก่อขึ้นมา สามารถวางของได้อีกเยอะเลยค่ะ

    ส่วนโถสุขภัณฑ์จะได้ของ American Standard เช่นกัน มีสายฉีดชำระกับที่ใส่กระดาษทิชชูแบบมีฝาครอบให้มาด้วย ซึ่งดีเพราะตำแหน่งนี้อยู่ข้างกับอ่างล้างมือพอดี ขณะใช้งานถ้าเกิดน้ำกระเด็นออกมาก็จะไม่ไปเลอะเปรอะกระดาษทิชชู่ด้วยค่ะ

    สายฉีดชำระได้หน้าตาแบบนี้ จับถนัดมือ

    หน้าโถสุขภัณฑ์จะเหลือทางเดินอยู่ประมาณ 55 ซม. ยังสามารถเดินเข้า-ออกส่วนอาบน้ำได้สะดวกค่ะ

    พื้นที่ส่วนอาบน้ำจะมีธรณีประตูสุงขึ้นมา ทำให้เวลาอาบน้ำ น้ำจะได้ไม่ไหลไปทั่วทั้งห้อง พื้นที่ส่วนนี้มีขนาดอยู่ที่ 1.20 x 0.85 เมตร เป็นระยะที่ใช้งานหมุนตัวได้สะดวกค่ะ ตรงนี้เราสามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มได้นะคะ เวลาใช้งานจะได้สะดวกมากขึ้น

    ฝักบัวอาบน้ำจะได้เป็นสายอ่อน ระบบน้ำธรรมดา

    จับถนัดมืออยู่ค่ะ ของยี่ห้อ American Standard

    ตำแหน่งของห้องนี้จะอยู่ติดกับผนังหลังบ้านพอดี ทำให้มีหน้าต่างระบายอากาศ และยังใช้เป็นช่องเเสงช่วยให้ในเวลากลางวันเราได้แสงสว่างส่องเข้ามา ทำธุระในห้องน้ำเล็กน้อยก็ไม่ต้องเปิดไฟค่ะ ช่วยประหยัดไฟได้ด้วย แต่ผนังด้านนี้จะได้เป็นผนังฉาบเรียบทาสีขาวให้มานะคะ ใช้งานไปนานๆอาจจะมีคราบบนผนังได้ โดยเฉพาะส่วนที่ติดกับพื้นมักจะเจอกับคราบน้ำเยอะกว่าส่วนอื่นหน่อย ใครที่อยากได้ความเรียบร้อย ทำความสะอาดง่ายก็อาจจะกรุกระเบื้องบนผนังแถบนี้เพิ่มได้ค่ะ

    ออกมาจากห้องน้ำมา ในบ้านตัวอย่างจะจัดเป็นโต๊ะทานอาหารเอาไว้ 4 ที่นั่ง ด้วยความที่เป็นแปลงมุม สามารถเชื่อมต่อกับสวนด้านข้างบ้านได้ และทำให้พื้นที่บริเวณนี้จะดูสว่างมากขึ้นกว่าแปลงมาตรฐานตรงกลาง

    พื้นที่ส่วนนี้จะต่อเนื่องกับพื้นที่ส่วนนั่งเล่นที่เราแนะนำไปตอนเข้าบ้านค่ะ

    ตรงนี้จะติดกับหน้าต่างหลังบ้านพอดี สามารถเปิดระบายอากาศได้ ในบ้านมาตรฐานจะมีงานระบบน้ำ และไฟฟ้าเอาไว้สำหรับทำเป็นครัว ซึ่งเราสามารถออกแบบให้มีเคาน์เตอร์ครัวชิดผนังได้ และมี island เตรียมอาหารอยู่ข้างๆ ออกแบบให้ใช้เป็นโต๊ะทานอาหารได้ในตัว ประหยัดพื้นที่ค่ะ

    ส่วนในบ้านตัวอย่างได้ทำเป็นไอเดียการต่อเติมครัวไว้หลังบ้าน รวมกับพื้นที่ซักล้าง เดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

    พื้นที่หลังบ้านในแปลงมาตรฐานจะมีความลึกอยู่ที่ 2 เมตร จัดมาพร้อมกับกำแพงสูง 2.5 เมตร ตรงนี้เผื่อใครต่อเติมหลังคาหลังบ้านเพิ่ม หลังคาก็จะลาดเอียงเข้ามายังบ้านใครบ้านมันพอดีค่ะ ไม่เกิดปัญหากับเพื่อนบ้านด้านหลังตามมา ตัวพื้นหลังบ้านจะเป็นพื้น คสลฉาบเรียบ พื้นที่ตรงนี้ลงเสาเข็มเท่ากับตัวบ้านเลย เป็นโครงสร้างเดียวกัน ทำให้ไม่เกิดการแตกร้าวระหว่างตัวบ้านกับหลังบ้าน บ้านตัวอย่างจะกั้นพื้นที่ฝั่งนึงทำเป็นพื้นที่ซักล้าง พร้อมกับมุมนั่งพักผ่อน

    ส่วนพื้นที่อีกฝั่งหนึ่งในบ้านตัวอย่างจัดเป็นครัวค่ะ

    พื้นที่หลังบ้านในบ้านตัวอย่างจัดเป็นครัวรูปตัว L ได้ มีพื้นที่ใช้งานสะดวก (ในบ้านตัวอย่างจะมีความลึกของหลังบ้านประมาณ 2.5 เมตรค่ะ)

    ถ้าเป็นบ้านมาตรฐานจะมีการเดินงานระบบสำหรับทำเป็นลานซักล้างแบบนี้ มีท่อน้ำ ปลั๊กไฟพร้อม ตำแหน่งตรงกับหน้าต่างระบายอากาศของห้องน้ำชั้น 1

    ลองดูภาพหลังบ้านจากมุมสูงดูบ้างค่ะ ที่บอกไว้ว่ากำแพงหลังบ้านที่ให้มาสูง 2.5 เมตร ทำให้คนที่อยู่ในบ้านเป็นส่วนตัว และก็จะได้ประโยชน์ที่ทำหลังคาหลังบ้านขึ้นมา น้ำฝนที่ไหลก็จะตกไปยังในบ้านคนนั้นเลย ไม่รบกวนกันค่ะ

    เดี๋ยวเราจะขึ้นไปดูที่ชั้น 2 ของบ้านกันต่อนะคะ บันไดทางขึ้นจะอยู่ติดกับประตูทางเข้าบ้านเลยค่ะ

    ตัวบันไดจะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นบันไดจะเป็นไม้ยางพาราประสาน เป็นไม้สำเร็จรูปค่ะ

    ขึ้นมาช่วงแรกจะไม่มีราวกันตกนะคะ มีชานพักให้ก่อนที่จะหักมุมขึ้นไป

    พอขึ้นมาในบ้านมาตรฐานจะเป็นแบบภาพขวามือ คือจะมีราวกันตกแบบทึบให้มา

    หลังจากชานพักเมื่อซักครู่ก็จะเป็นขั้นบันไปต่อเนื่องขึ้นไปยังชั้น 2 เลย จะมีขั้นที่หักมุมแบบนี้อยู่ เดินระมัดระวังนิดนึงนะคะ

    พอหักมุมบันไดขึ้นมาอีกตรงนี้จะมีราวกันตกจับถนัดมือค่ะ ขึ้นมาที่ชั้น 2 ทางฝั่งซ้ายมือจะเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ส่วนทางขวามือจะเป็น Master Bedroom หันออกหน้าบ้าน

    ภาพรวมบันไดจะหักเป็นรูปตัว U ค่ะ  ความกว้างบันไดจะอยู่ที่ 80-88 ซม. เดินขึ้นลงกำลังพอดีตัว

    ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นห้องนอน 3 ห้อง และห้องนำ้ 1 ห้องใช้ร่วมกัน ในช่วงเวลาเร่งรีบ สามารถเดินลงไปใช้งานห้องน้ำชั้นล่างได้ มีที่อาบน้ำด้วยค่ะ ที่ชั้น 2 นี้ตัวพื้นจะเป็นเป็นพื้นไม้ลามิเนตค่ะ ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานที่ชั้นนี้จะอยู่ที่ 2.65 เมตร

    หน้าห้องน้ำจะมีพื้นที่มุมนึงเล็กๆ เราชอบบ้านตัวอย่างทำเป็นไอเดียชั้นวางของ ดูเป็นการใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าดีค่ะ ตรงนี้จะมีขนาดประมาณ 70 x 30 ซม.

    ห้องนอนเล็กจะมีอยู่ 2 ห้องทางด้านหลัง ประตูทางเข้าจะอยู่ติดกันเลยค่ะ เราจะเข้าไปดูห้องทางซ้ายมือก่อนนะคะ ตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับบันได

    ห้องนี้จะมีขนาด 2.5 x 2.85 เมตร มีหน้าต่างให้มาด้านนึงค่ะ และมีตำแหน่งปลั๊กไฟให้มา 1 จุด มุมด้านในของห้อง เหมาะกับการอยู่คนเดียวค่ะ

    ในห้องตัวอย่างจัดวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตไว้ ชิดริมห้อง ทำให้เหลือทางเดินและพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้อยู่ แต่ถ้าอยากวางเตียง 5 ฟุตก็อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ วางไปก็เต็มห้องพอดี

    ถ้าวางเตียง 3.5 ฟุตแบบห้องตัวอย่างก็จะสามารถจัดวางตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง หรือทำเป็นมุมทำงานได้

    ปลายเตียงเหมาะกับการเป็นทางเดินมากกว่า อาจจะติดตั้งทีวีแบบเเขวนผนังได้ หรือจะเป็นชั้นวางของเล็กๆติดกับผนัง หรือหมุดเอาไว้แขวนเสื้อผ้าเล็กๆ หรือกระเป๋าก็ได้ค่ะ

    ส่วนอีกห้องนึงจะมีขนาดเล็กกว่า คือมีขนาดอยู่ที่ 2.4 x 2.5 เมตร มีหน้าต่างมาให้ด้านเดียวเช่นกัน สำหรับแปลงมุมก็จะมีหน้าต่างเพิ่มขึ้นมาให้นะคะ

    สำหรับห้องนี้ก็สามารถวางเตียง 3-3.5 ฟุตได้ ชิดริมหน้าต่างเว้นที่ไว้สำหรับรางม่านนิดนึงได้ แต่ก็จะเหลือปลายเตียงที่เล็กกว่าห้องเมื่อสักครู่ เดินลำบากค่ะ สำหรับครอบครัวไหนที่สมาชิกไม่เยอะจะปรับห้องนี้เป็นห้องทำงานหรือจะทำเป็นห้องเเต่งตัวเลยก็ได้นะคะ

    ถ้ายังจำกันได้เมื่อตอนต้นเราบอกว่าทั้ง 2 ห้องนี้จะถูกกั้นด้วยผนังเบาที่ไม่ใช่โครงสร้าง สามารถรื้อผนังตรงนี้ออกได้ ก็จะได้เป็นห้องนอนใหญ่แทนค่ะ เป็นการออกแบบที่ค่อนข้างยืดหยุ่น สามารถปรับใช้งานได้ตามความต้องการของเจ้าของบ้านเลยค่ะ ในห้องนอนของบ้านมาตรฐานไฟจะได้เป็นไฟซาลาเปา

    ในส่วนของห้องน้ำชั้น 2 นั้น ลำดับการใช้งาน ดีไซน์และวัสดุจะเหมือนกันกับห้องข้างล่าง แต่ตำแหน่งของห้องน้ำที่ชั้น 2 นี้จะอยู่กลางบ้านแทนค่ะ ทำให้แปลงกลางจะไม่มีหน้าต่าง แต่ถ้าเป็นแปลงมุมบางยูนิตจะได้หน้าต่างระบายอากาศและช่องแสงค่ะ

    เข้ามาในห้องน้ำจะเเยกส่วนเปียกและส่วนแห้งเหมือนเดิม พื้นที่ห้องน้ำชั้น 2 นี้จะมีขนาดรวม 1.3 x2.5 เมตร กว้างกว่าชั้น 1 อยู่ 10 ซม.ค่ะ สุขภัณฑ์ต่างๆจะได้ของ American Standard เหมือนเดิม เช่นเดียวกับวัสดุพื้นและผนังที่เป็นกระเบื้องเซรามิค (ยกเว้นด้านที่ติดกับอ่างล้างมือจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีเหมือนด้านนอก)

    ส่วนอาบน้ำจะมีขนาด 0.80 x 1.20 เมตร ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำให้มาค่ะ ไฟจะเป็นไปซาลาเปา

    สุดท้ายเรามาดู Master Bedroom กันค่ะ ห้องนี้จะอยู่ทางด้านหน้าของบ้าน ได้ความกว้างเต็มหน้าบ้านเลย คือ 5.5 เมตร ตัวหน้าต่างของห้องนี้จะมีความต่างจากห้องนอนด้านหลังคือจะได้หน้าต่างที่สูงจรดฝ้าเพดานเลย ทำให้ภายใน Master Bedroom ดูสูงโปร่ง เเสงสว่างมาก และระบายอากาศได้ดี

    ตัวห้องนอนใหญ่จะไม่ได้มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้านะคะ แต่จะมีการหักมุมต่างๆ ทำให้เกิดพื้นที่ใหญ่เล็กแตกต่างกันไป การจัดวางจึงจะเป็นตำแหน่งที่ตายตัว คือเมื่อเข้าห้องมาพื้นที่สามารถวางเตียงได้จะอยู่ทางขวามือ

    พื้นที่ตรงนี้จะกว้าง 2.55 เมตร สามารถวางเตียง Queen size ได้ จะเหลือพื้นที่สองฝั่งวางโต๊ะหัวเตียงเล็กๆได้

    แต่ถ้าใครชอบเตียงใหญ่ๆจะจัดเป็น King size ก็ได้ค่ะ พื้นที่ข้างเตียงก็จะเล็กลงตาม

    ส่วนข้างเตียงฝั่งที่ติดกับประตูจะมีพื้นที่ 1.40 x 0.95 เมตร สามารถจัดเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งหรือมุมทำงานส่วนตัวภายในห้องนอนได้ พื้นที่เข้ามุมพอดี ไม่ขวางทางเดินค่ะ

    ปลายเตียงจะมีพื้นที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ทางซ้ายมือจะมีพื้นที่ 1.35×0.70 เมตร สามารถทำเป็นชั้นวางของหรือวางทีวีได้ (แต่ถ้านอนดูทีวีจากเตียงก็จะเอียงๆหน่อย) ส่วนทางขวามือจะมีพื้นที่เว้าเข้าไปติดกับหน้าต่าง มีขนาด 1.70 x 1.90 เมตรค่ะ

    ในบ้านตัวอย่างจัดพื้นที่ทางขวามือไว้เป็น Walk-in closet ใครที่ชอบไอเดียนี้ก็ไปทำตามได้นะคะ หรือใครที่เลือกมุมข้างประตูเป็นโต๊ะเครื่องแป้งแล้ว มุมนี้อยากจะทำเป็นพื้นที่ทำงานกับตู้เสื้อผ้าแทนก็ทำได้ค่ะ

    พื้นที่ส่วนนี้จะติดกับหน้าต่างภายนอกจะเป็นระเบียง แต่ระเบียงนี้ไม่ได้เอาไว้ให้เดินออกไปใช้งาน แต่จะเอาไว้สำหรับวาง CDU แอร์ภายในบ้านค่ะ

    โดยรวมเเล้วถือว่าเป็นห้องนอนใหญ่ที่มีพื้นที่หลายส่วน อยู่อาศัยได้สบายเลยนะคะ

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 9 April 2019

    • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดิน 18.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 106.85 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ (แปลงกลาง)
      – ราคา  2.79 ล้านบาท
    • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดิน 34.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 106.85 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ (แปลงมุม)
      – ราคา 3.99 ล้านบาท
    • จองและทำสัญญา 55,000 บาท
    • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 69,000 บาท
    • ค่าส่วนกลาง 43 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
    • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
    • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : ที่ตั้งโครงการอยู่ในย่านชานเมืองกรุงเทพฝั่งตะวันออกใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ในซอยกิ่งแก้ว 37 เข้าไปจากปากซอยประมาณ 2 กิโลเมตร สภาพแวดล้อมรอบโครงการจะอยู่ในโซนที่มีโครงการจัดสรรทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมอยู่มาก แต่จะเเยกทางเข้าออกมาอีกทางนึง ซึ่งจะได้ความเป็นส่วนตัวที่สูงขึ้น  บรรยากาศในซอยเป็นโกดัง และบริษัทขนส่งเป็นส่วนใหญ่ ทำให้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ใกล้ในระยะเดินนั้นไม่มี ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-eleven ที่ใกล้สุดจะอยู่ที่ปากซอย 37 ส่วนร้านอาหารส่วนมากจะอยู่อิงถนนกิ่งแก้ว กระจายตัวกันไปตามอาคารพาณิชย์ข้างทาง ส่วนตลาดใหญ่ก็จะมีตลาดบางพลีใหญ่(กิ่งแก้ว) ที่มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 10 กม. ส่วนคอมมูนิตี้มอลล์ที่ใกล้สุดคือ The Paseo และ Homepro Village ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ต้องอาศัยรถยนต์ไป โครงการนี้จึงเหมาะกับการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก จากซอยกิ่งแก้ว 37 สามารถเข้า-ออกเมืองได้หลายเส้นทาง ทั้งทางถนนมอเตอร์เวย์ สามารถวิ่งตรงไปจนถึงพระราม 9 ได้ หรือใช้ทางพิเศษบูรพาวิถีฝั่งถนนบางนา-ตราดก็สามารถเข้าเมืองฝั่งพระราม 3, พระราม 4 ได้ ส่วนถ้าจะออกเมืองก็ใช้เส้นลาดกระบังวิ่งไปถึงฉะเชิงเทราได้ และสามารถใช้ถนนบางนา-ตราดออกไปชลบุรีได้ค่ะ ส่วนคนที่ไม่ใช้รถก็จะลำบากหน่อยเพราะภายในซอยไม่มีรถสาธารณะให้ใช้ แต่ในกรณีขากลับสามารถเรียกรถสองแถวลงบริเวณปากซอย 37 แล้วค่อยต่อรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาภายในโครงการอีกต่อได้ค่ะ

    ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่จะมีประตูทางเข้าโครงการเป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ เข้า-ออกด้วยระบบ Keycard access ให้มาหลังละ 2 ใบ บริเวณทางเข้าและถนนรอบๆโครงการจะมีติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ ส่วนตัวบ้านประตูและหน้าต่างส่วนใหญ่จะได้มาเป็นแบบ Double lock

    การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : โปรดักส์ของโครงการนี้จะเป็นทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่สามารถจอดรถได้ 2 คัน ส่วนพื้นที่ใช้สอยชั้น 1 จะเปิดโล่ง สามารถจัดวางได้ตามใจชอบ ส่วนชั้น 2 จะแบ่งเป็นพื้นที่พักอาศัย ห้องนอนด้านหลังจะมี Gimmick ตรงผนังที่กั้นระหว่าง 2 ห้องสามารถรื้อทิ้งกลายเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ได้ ทำให้การใช้สอยพื้นที่ภายในบ้านสามารถปรับ ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการ พื้นที่ภายในทั้ง 2 ชั้นมีการออกแบบที่ค่อนข้างดูโปร่งโล่ง เนื่องจากมีความสูงในแต่ละชั้นอยู่ที่ 2.75 (ชั้น 1) และ 2.65 (ชั้น 2)

    วัสดุ : พื้นหน้าบ้านเเละหลังบ้านจะได้พื้นคอนกรีต ส่วนภายในตัวบ้านจะได้กระเบื้องแกรนิตโต้ที่ชั้นล่าง ส่วนชั้นบนจะได้พื้นลามิเนต พื้นห้องน้ำกับเฉลียงจะเป็นกระเบื้องเซรามิค ผนังในบ้านจะได้ฉาบเรียบทั้งหมด ส่วนในห้องน้ำจะกรุด้วยกระเบื้องเซรามิคเช่นเดียวกันกับพื้นห้องน้ำ ตัวสุขภัณฑ์จะได้ของ American Standard ทั้งหมด ส่วนไฟในบ้านจะได้เป็นโคมไฟซาลาเปา

    พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : ถนนหลักจะกว้างที่ 12 เมตร ส่วนถนนรองจะกว้าง 9 เมตร มีพื้นที่สีเขียวเเทรกตัวอยู่รอบๆโครงการ รวมกันพื้นที่สวนด้านหน้าขนาดใหญ่ ทำให้พื้นที่สีเขียวอยู่ที่ 3 ไร่

    สาธารณูปโภค :  เป็นโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ให้พื้นที่ส่วนกลางมาให้ โดยพื้นที่ส่วนกลางมีสวนขนาดใหญ่อยู่หน้าโครงการ รอบๆสวนจะมี Jogging Track พื้นที่นั่งเล่นและสนามเด็กเล่น ติดกันจะเป็น Pleno Club และสระว่ายน้ำระบบเกลือ แยกการใช้งานสระเด็กกับสระผู้ใหญ่ออกจากกัน

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับแพคเกจ 2-4 ล้านบาท, 9 April 2019

    • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.25/10 – โครงการอยู่ลึกเข้าไปในซอยกิ่งแก้ว 37 เดินทางสะดวกด้วยรถ
    • ความปลอดภัย 7.75/10 – รั้วโครงการได้เป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ
    • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 7.5/10 – มีแบบบ้านให้เลือกแบบเดียว ทำครัวปิดในบ้านยาก
    • วัสดุ 7.5/10 – มาตรฐานตามราคา
    • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.75/10 – พื้นที่สวนส่วนกลางใหญ่ รวมๆทั้งโครงการได้พื้นที่สีเขียวประมาณ 3 ไร่
    • สาธารณูปโภค 7.5/10 – มีสวน สนามเด็กเล่น jogging track และสระว่ายน้ำ
    • 7.46 / 10.00 

    BOTTOM LINE

    Pleno บางนา-อ่อนนุช เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ในซอยกิ่งแก้ว 37 เหมาะกับครอบครัวเริ่มต้นสมาชิก 2-4 คน ต้องการที่อยู่อาศัยย่านกิ่งแก้ว เดินทางด้วยรถยนต์สะดวก เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านและชื่นชอบพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ กับระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี มีงบประมาณ 3-5 ล้านบาทรวมค่าตกแต่ง หรือมีกำลังผ่อนอยู่ที่ 14,000-28,000 บาทต่อเดือน