รีวิวฉบับที่ 1858 … วันนี้เราจะพาไปรีวิวทาวน์โฮมในย่านโชคชัย 4 กับโครงการ Glam ลาดพร้าว 71 จาก AssetWise เป็นทาวน์โฮม 3.5 ชั้น มีจุดเด่นในเรื่องการออกแบบตัวบ้าน ทั้งหน้าตาและพื้นที่ใช้สอยภายใน มีเนื้อที่บ้านเยอะ ต่างจากโครงการทาวน์โฮมปกติทั่วไป ในราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท จะเป็นอย่างไรลองไปชมกันเลยครับ

ข้อมูลโครงการ

Fact @ 24 April 2019

  • Glam Ladprao 71 (แกลม ลาดพร้าว 71)
  • บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด
  • HIGH – LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ซอย สตรีวิทยา 2 แยก 23 เขตลาดพร้าว
  • เนื้อที่โครงการ 2-1-14.6 ไร่ จำนวน 18 ยูนิต (แบ่งเป็น 3 เฟส, เฟสละ 6 ยูนิต)
  • แบบที่ 1 Glam ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 49 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 298 ตร.ม. 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 12.9 – 14.3 ล้านบาท
  • แบบที่ 2 Glamorous ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 7 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 45 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 385 ตร.ม. 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 16 ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 – 5.2 เมตร / ชั้น 2 – 2.5 เมตร
  • เริ่มก่อสร้าง : n/a
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ ปี 2562
  • ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท
  • ราคาที่ดินเพิ่มลด n/a
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-168-0000

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.820804, 100.600400

แผนที่จากทางโครงการครับ

โครงการ Glam ลาดพร้าว 71 ตั้งอยู่ในซอยร่มรื่น 1 ซึ่งเป็นซอยย่อยของซอยสตรีวิทยา 2 ที่ถือเป็นซอยลัดสำคัญเชื่อมต่อระหว่างถนนโชคชัย 4 และถนนนาคนิวาส จึงทำให้สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง และถูกโอบล้อมด้วยถนนใหญ่สำคัญถึง 5 เส้น ได้แก่ ถนนลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก ถนนพหลโยธิน ถนนประเสริฐมนูกิจ และถนนเลียบด่วนรามอินทรา แต่เนื่องจากเป็นทำเลในซอยย่อยที่ไม่ได้ติดถนนใหญ่ ดังนั้นการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจึงดูจะสะดวกที่สุดนะครับ แต่ถ้าจะพึ่งรถสาธารณะที่ใกล้โครงการ ก็จะมีวินมอไซค์กระจายตัวอยู่ตามซอยต่างๆนะ หรือจะเป็นแท็กซี่ก็จะมีผ่านมาให้โบกอยู่บ้างนานๆที ส่วนถ้าเป็นรถไฟฟ้า MRT จะมีสถานีลาดพร้าว ให้ใช้บริการได้อยู่ แต่ก็ต้องต่อรถไปอีกอยู่ดี ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเข้าเมืองที่สะดวก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรถติดในตัวเมืองก็โอเคอยู่ครับ

และอย่างที่บอกไปว่าทำเลนี้สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง หลักๆที่จะได้ใช้กันบ่อยๆจะมีอยู่ประมาณ 6 เส้นทาง ดังนี้

  • เส้นทางที่ 1 (สีแดง) จากถนนประเสริฐมนูกิจ เข้ามาทางถนนสุคนธสวัสดิ์ แล้วเลี้ยวเข้าซอยสตรีวิทยา 2 รวมระยะทางประมาณ 3.2 km. ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางที่คนที่ใช้ทางด่วนเป็นประจำจะต้องได้ผ่านบ่อยๆแน่นอนครับ เพราะลงจากด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ก็ขับตรงมาอีกหน่อยแล้วเลี้ยวเข้าซอยได้เลย โดยเส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางหลักของโครงการที่สะดวกและใกล้ที่สุดอีกด้วยครับ
  • เส้นทางที่ 2 (สีเขียว) จากถนนเลียบด่วนรามอินทรา เข้ามาทางถนนนาคนิวาส ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยตรีวิทยา 2 มีระยะทางรวมประมาณ 4.6 km. เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่คนใช้ทางด่วนบ่อยๆจะได้ใช้งาน หากมาจากในเมือง หรือเลือกที่จะลงทางด่วนที่ถนนลาดพร้าว-โชคชัย 4 ก็จะต้องเข้าจากทางนี้เป็นหลักครับ
  • เส้นทางที่ 3 (สีชมพู) จากถนนลาดพร้าว เข้าทางถนนโชคชัย 4 ก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยสตรีวิทยา 2 รวมระยะทางประมาณ 4 km. ซึ่งต้องขอบอกว่าถนนเส้นนี้ตอนเย็นรถติดมากกก… เพราะเป็นเส้นทางลัดที่คนใช้กลับบ้านเพื่อเลี่ยงรถติดบนถนนใหญ่ที่ติดหนักกว่า แต่ก็ยังถือเป็นอีกเส้นทางที่สะดวกอยู่ครับ
  • เส้นทางที่ 4 (สีน้ำเงิน) จากถนนรัชดาภิเษก เข้าทางซอยรัชดา 32 ผ่านถนนลาดพร้าว-วังหิน และถนนโชคชัย 4 ระยะทางรวมประมาณ 3.5 km. ก็จะเข้ามายังซอยสตรีวิทยา 2 ได้เช่นกันครับ
  • เส้นทางที่ 5 (สีส้ม) จากถนนพหลโยธิน เข้าทางซอยเสนานิคม 1 ผ่านถนนลาดพร้าว-วังหิน เชื่อมต่อมาที่ถนนโชคชัย 4 ระยะทางประมาณ 4.5 km. ครับ
  • เส้นทางที่ 6 (สีม่วง) จากถนนประเสริฐมนูกิจ หรือคนที่มาจากทางถนนลาดปลาเค้า ก็ให้เข้ามาที่ถนนลาดพร้าว-วังหิน เชื่อมต่อมายังถนนโชคชัย 4 ได้เหมือนกันนะ ระยะทางประมาณ 3.5 km.

ความอุดมสมบูรณ์ของทำเลนี้ต้องบอกว่ามีเยอะมากกว่าที่เห็นในแผนที่อีกนะครับ เนื่องจากเป็นทำเลชุมชนหนาแน่น จึงมีห้างและตลาดต่างๆมากมาย เพื่อมารองรับ Demand ของคนในพื้นที่ ซึ่งตลอด 2 ข้างทางของถนนหลักภายในยังเต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์ และร้านค้าร้านอาหารมากมายเต็มไปหมด รวมถึงมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอีกด้วย โดยแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังที่เด่นๆเลยของทำเลนี้คือ ตลาดหัวมุม, The Walk, Central East Ville, CDC และ Crystal Park ก็อยู่ไม่ไกลครับ หรือถ้าจะไปแถวๆ ห้าแยกลาดพร้าว หรือแยกรัชโยธิน ก็จะเต็มไปด้วยอาคารสำนักงานชื่อดังมากมาย ถือว่าสะดวกทั้งสำหรับการอยู่อาศัยและการเดินทางไปทำงานด้วยรถยนต์มากๆเลยครับ

สำหรับทางด่วนที่ใกล้กับโครงการนี้มากที่สุดคงหนีไม่พ้นทางพิเศษฉลองรัช หรือทางด่วนรามอินทรา ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 4.9 km. โดยยังคงใช้ทางเข้า-ออกหลักจากทางถนนสุคนธสวัสดิ์ได้ครับ

ส่วนทางลงทางด่วนก็จะลงในจุดใกล้ๆกันนะ และใช้ทางเข้าจากถนนสุคนธสวัสดิ์ได้เช่นเดิม ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าสู่ซอยสตรีวิทยา 2 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอย 23 และเลี้ยวขวาเข้าซอยร่มรื่น 1 อีกที ก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการอยู่ทางขวามือครับ ซึ่งการเดินทางในวันนี้เอง ผมก็ใช้เส้นทางนี้มาเหมือนกัน จะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันเลยครับ

เริ่มต้นการเดินทางโดยอยู่บนทางพิเศษฉลองรัชนะ สังเกตป้ายบอกทางลงไปถนนเกษตร-นวมินทร์ ก็ให้ชิดซ้ายได้เลยครับ

เมื่อลงจากทางด่วนมาสู่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือเลียบด่วนรามอินทรา ให้สังเกตป้ายบอกทางไปประเสริฐมนูกิจ-เกษตร ก็ให้เราอยู่ 2 เลนซ้าย ไม่ต้องขึ้นสะพานลอยนะ แล้วเส้นทางจะถูกบังคับให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนประเสริฐมนูกิจที่บริเวณตลาดหัวมุมพอดีครับ

เมื่อเลี้ยวซ้ายมาแล้ว ก็ให้ชิดซ้ายไว้ก่อนนะ ขับตรงมาประมาณ 600 m. สังเกตป้ายบอกทางไปโชคชัย 4 ก็ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสุคนธสวัสดิ์ได้เลยครับ

ภายในถนนสุคนธสวัสดิ์ ถือเป็นอีกถนนทางลัดหลักของทำเลนี้ ที่เชื่อมต่อถนนสำคัญได้อีกหลายสาย โดยเฉพาะถนนโชคชัย 4 ภายในจึงมีความเป็นชุมชนที่อุดมสมบูรณ์มากๆ เต็มไปด้วยร้านค้าร้านอาหารมากมายตลอดเส้นทาง ให้เราขับตรงไปเรื่อยๆครับ

เมื่อขับเข้ามาประมาณ 2 km. เราจะต้องเลี้ยวขวาเข้าสู่ซอยสตรีวิทยา 2 ซึ่งเราจะสามารถเลือกเข้าได้ 2 ซอยนะ ซอยแรกคือตรงบริเวณ mini Big C และอีกซอยหนึ่งคือตรงแยกไฟแดงที่ถัดมาอีกซอยนึงครับ ซึ่งถ้าเราเลือกเข้าซอย mini Big C เราก็จะตรงไปเข้าได้เรื่อยๆเลย (แต่มันจะต้องผ่านถนนส่วนบุคคลไปนะ) และถ้าเราเลือกเข้าจากแยกไฟแดง มันก็จะมีทางเลี้ยวนิดหน่อย ซึ่งวันนี้ผมก็เลือกมาทางนี้เนี่ยแหละ จะเป็นอย่างไรลองตามไปดูกัน

โดยเส้นทางจากแยกไฟแดง จะมีทางให้บังคับเลี้ยวขวา และจะเจอทางแยกของซอยสตรีวิทยา 2 ก็ให้เราเลี้ยวซ้ายไปได้เลย (ถ้าไปทางขวา ก็คือจะไปปากซอยทางเข้า mini Big C เมื่อสักครู่นี้นั่นเอง)

ขับตรงเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งเราจะต้องเลี้ยวซ้ายเข้าซอย 23 โดยมีจุดสังเกตคือถ้าเจอเซเว่นทางซ้ายมือก็แสดงว่าใกล้ถึงแล้วครับ ซึ่งด้านหน้าปากซอยก็จะมีป้ายโฆษณาของโครงการติดอยู่ด้วย สังเกตได้ไม่ยากครับ

เมื่อเข้ามาในซอย 23 แล้ว ก็ให้เราเลี้ยวขวาเข้าซอยร่มรื่น 1 อีกที ซึ่งเป็นซอยแรกทางขวามือเลยครับ

ขับตรงเข้ามาประมาณเกือบกลางๆซอย เราก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการอยู่ทางขวามือนะ โดยที่จอดรถชั่วคราวของโครงการจะอยู่ฝั่งตรงข้ามทางซ้ายมือนั่นเอง ให้เลี้ยวรถไปจอดกันได้เลยครับ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

บริบทโดยรอบโครงการเป็นชุมชนแนวราบทั้งหมดครับ ส่วนมากจะเป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้น และมีที่ว่างอยู่พอสมควร ส่วนทำเลที่อยู่ติดถนนหลักอย่างซอยสตรีวิทยา 2 หรือถนนโชคชัย 4 จะเป็นอาคารพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ ที่ด้านล่างมักจะทำเป็นร้านค้าร้านอาหาร ก็ถือว่าเป็นทำเลที่เงียบสงบเหมาะแก่การอยู่อาศัยนะ ส่วนอาคารที่ติดกับโครงการเลยจะประกอบด้วย

  • ทิศเหนือ : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น อู่ซ่อมรถ และอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ซึ่งหันหน้าออกไปทางถนนซอยสตรีวิทยา 2
  • ทิศใต้ : ด้านหน้าโครงการ เป็นถนนซอยร่มรื่น 1 ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น และที่ว่าง
  • ทิศตะวันออก : ติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก : ติดกับโรงงานทำอาหารสูง 1 – 2 ชั้น

มาเดินดูรอบๆโครงการกันสักหน่อยครับ เริ่มจากฝั่งตรงข้ามเป็นที่ดินว่างเปล่าซึ่งปัจจุบันโครงการเช่าไว้เป็นที่จอดรถของลูกค้านะ

ต่อไปเราจะไปดูทางด้านขวาของโครงการกันก่อน ซึ่งก็คือทางที่เราเดินทางผ่านมาตอนขับรถนั่นเอง

ฝั่งตรงข้ามกับโครงการเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น และจะมียาวไปตลอดทางจนถึงปากซอยเลยครับ

ติดกับโครงการก็เป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้นเหมือนกัน

หน้าปากซอยร่มรื่น 1 หรือก็คือซอยสตรีวิทยาซอย 23 ซึ่งจะเป็นอาคารพาณิชย์สูง 2 – 3 ชั้น แต่จะไม่ได้เป็นพวกร้านค้านะครับ โดยถ้าเราเลี้ยวขวาจะเป็นซอยตัน แต่ถ้าเลี้ยวซ้ายจะออกไปยังซอยสตรีวิทยา 2 ได้

หน้าปากซอยมีวินมอไซค์อยู่ด้วยครับ และเมื่อออกมาหน้าปากซอยก็จะเจอทางแยกของซอยสตรีวิทยา 2 ถ้าไปทางซ้ายคือไปโชคชัย 4 ส่วนถ้าไปทางขวาถือไปสุคนธสวัสดิ์ครับ

ทางด้านซ้ายจะเป็นอาคารพาณิชย์ และร้านอาหารเล็กๆอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ค่อยคึกคักมากนัก

ส่วนทางด้านขวาเลยมาอีกซอยก็จะมีเซเว่นตั้งอยู่ เป็นร้านเดียวกับตอนที่เห็นตอนขับรถมา ซึ่งจะอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 350 m. ครับ

กลับมาที่หน้าโครงการอีกครั้ง ต่อไปเราจะไปดูทางด้านซ้ายของโครงการกันบ้างนะครับ

ติดกับโครงการเป็นโรงงานทำอาหาร แต่จากวันที่ผมไปถ่ายรีวิวก็ไม่มีเสียงหรือกลิ่นรบกวนอะไรที่ไม่ดีนะครับ

และตรงมาอีกจะเป็นบ้าน 1 – 2 ชั้น มีหอพัก 3 ชั้น รวมถึงมีโรงงานและโกดังอยู่ด้วย แต่จะเป็นที่ว่างซะเป็นส่วนใหญ่ ถ้าตรงไปจนสุดจะสามารถไปออกซอยสตรีวิทยา 2 จากซอย 29 ได้ครับ ซึ่งเป็นซอยคู่ขนานกับซอย 23 และเชื่อมต่อกันด้วยซอยร่มรื่น 1 ที่เป็นที่ตั้งของโครงการนั่นเอง นั่นหมายความว่าทำเลซอยนี้ไม่ใช่ซอยตัน แต่ก็ไม่เหมาะกับการเดินนะเพราะค่อนข้างเปลี่ยวและลึกพอสมควร

และเมื่อออกมายังปากซอย 29 ก็จะเป็นถนนซอยสตรีวิทยา 2 ครับ

ทางด้านขวามีเซเว่นและร้านอาหารอยู่บ้างนะ แต่ก็ไม่ใช่ระยะเดินมาได้เลย เพราะมันเกือบๆ 1 km. ได้

ส่วนทางซ้ายก็จะเป็นทางไปถนนโชคชัย 4 ครับ

งั้นผมจะลองเดินมาดูบริเวณถนนโชคชัย 4 กันให้ดูอีกสักนิดนะ ว่าบรรยากาศจะเป็นอย่างไรบ้าง โดยหน้าปากซอยสตรีวิทยา 2 จะเป็นแยกธนาคารไทยพาณิชย์พอดี

และถนนโชคชัย 4 ก็ถือเป็นถนนหลักของย่านนี้ ที่มีความคึกคักและความอุดมสมบูรณ์มากกว่าซอยสตรีวิทยา 2 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการเมื่อสักครู่ ที่จะมีความเงียบสงบเหมาะแก่การอยู่อาศัยมากกว่า ถนนโชคชัย 4 จะมีร้านค้าร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อหลายร้านให้เลือกกันมากมาย แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าทำเลแบบนี้ไม่ใช่ทำเลระยะเดินถึง จะต้องใช้รถเป็นหลักนะครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ~ 2.2 กิโลเมตร
  • ตลาดโชคชัย 4 ~ 3.9 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัลเฟสติวัลอีสต์วิลล์~ 3.9 กิโลเมตร
  • เดอะคริสตัล​พาร์ค​ ~ 4.3 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ~ 4.3 กิโลเมตร
  • MRT ลาดพร้าว ~ 4.7 กิโลเมตร
  • CDC ~ 5 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ~5.8 กิโลเมตร
  • ตลาดหัวมุม ~ 6 กิโลเมตร
  • เมเจอร์รัชโยธิน ~ 7.1 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลวิภาวดี ~ 7.6 กิโลเมตร
  • สวนจตุจักร ~ 8.8 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ~ 8.9 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัลลาดพร้าว ~ 9.4 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะครับว่า โครงการ Glam ลาดพร้าว 71 นี้ไม่ได้เข้ากฏหมายจัดสรรแบบโครงการทั่วไป เนื่องจากทาวน์โฮมของโครงการนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 18 ยูนิต แต่ถูกแบ่งออกเป็น 3 เฟส เฟสละ 6 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งไม่เข้าข่ายกฏหมายจัดสรรที่ดิน ที่จะต้องมีแปลงยูนิตรวมกันอย่างน้อย 10 แปลงขึ้นไป ดังนั้นบ้านเหล่านี้จึงจะอยู่ติดกับถนนสาธารณะ และจะไม่มีการจัดตั้งนิติบุคคลมาเพื่อดูแลส่วนกลางของโครงการ รวมถึงไม่มีรั้วรอบโครงการและป้อม รปภ. ให้ได้เห็นกันนะครับ แต่ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยไปนะ เพราะบ้านของโครงการนี้มีรั้วที่สูงมากถึง 4.5 m. พร้อมติดระบบ CCTV และ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง ส่วนเรื่องทิศทางของหน้าบ้านเหล่านี้หันไปจะเป็นทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทิศที่ไม่ได้รับลมโดยตรงมากนักนะครับ เพราะลมของไทยจะพัดมาจากทางตะวันออกและตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ แต่จุดเด่นจริงๆของแปลนโครงการนี้ไม่ได้อยู่ที่ทิศทางที่บ้านหันไป แต่เป็นลักษณะการวางยูนิต Type ที่แตกต่างไปจากโครงการทั่วๆไปครับ

โดยปกติแล้วเราจะเห็นโครงการทาวน์โฮม มักจะวางยูนิต Type ใหญ่ไว้เป็นแปลงริมสุดกันใช่มั๊ยครับ แต่สำหรับโครงการนี้จะสลับกันนะ คือจะนำแบบบ้าน Type ใหญ่ (สีฟ้า) ที่มีหน้ากว้าง 7 m. มาไว้ตรงกลาง และประกบซ้าย-ขวาด้วยแปลง Type เล็ก (สีเหลือง) ที่มีหน้ากว้าง 5 m. โดยสาเหตุที่โครงการวางแปลงบ้านแบบนี้เป็นเพราะ “การออกแบบลักษณะตัวอาคาร” ซึ่งบ้านที่อยู่ตรงกลางที่มีหน้ากว้าง 7 m. ตั้งแต่ชั้น 2 – 3 บริเวณหน้าบ้านจะมีการเว้าพื้นที่เข้าไป เกิดช่องว่างด้านข้าง และทำให้บ้านได้ช่องแสงด้านข้างเพิ่มเติมอีกด้วย อีกผลลัพธ์หนึ่งคือ เมื่อเรามองจากด้านหน้าก็จะไม่เห็นว่าตัวอาคารจะติดกันเรียงยาวต่อกันแบบเดิมๆ แต่จะดูคล้ายกับเป็นบ้านเดี่ยวที่แยกออกจากกันมากกว่าครับ ซึ่งก็ต้องแลกมากับการที่จะต้องเสียพื้นที่ใช้สอยส่วนหนึ่งของชั้นบนไปบางส่วนแบบนี้ผมถือว่าคุ้มอยู่นะ

ส่วนแบบบ้าน Type เล็ก (สีเหลือง) หน้ากว้าง 5 m. ที่เป็นแปลงริมนั้น จริงๆแล้วขนาดของแปลงที่ดินก็จะกว้าง 7 m. เหมือนๆกับแปลงใหญ่เนี่ยแหละครับ เพียงแต่จะมีพื้นที่สวนด้านข้างเพิ่มขึ้นมาอีก 2 m. ตามระยะ set back กฏหมายอาคารนั่นเอง แต่พื้นที่จอดรถและตัวบ้านก็จะกว้างแค่ 5 m. เท่านั้น ซึ่งบ้านแต่ละแปลงของโครงการนี้จะเน้นขนาดพื้นที่ดินขนาดใหญ่กว่าปกติ โดยมีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 45 ตารางวาขึ้นไป มีการเว้นระยะพื้นที่หน้าบ้านและหลังบ้านเอาไว้ค่อนข้างมาก ทำให้มีพื้นที่สามารถจอดรถด้านหน้าหรือทำสวนหลังบ้านได้เยอะมากๆ เหมาะกับคนที่ชอบแบบบ้านแบบทาวน์โฮม แต่อยากมีพื้นที่ใช้สอยทั้งนอกบ้านและในบ้านเยอะๆ แถมยังรู้สึกเหมือนเป็นบ้านเดี่ยวแบบนี้นั่นเองครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ระบบ CCTV ภายในบ้าน 4 จุด
  • ประตูรั้วบ้านทึบสูง 3 m. และรั้วโปร่งสูง 1.5 m.
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง

แบบบ้าน

อย่างที่ได้เกริ่นไปในช่วง Master Plan แล้วนะครับว่าโครงการนี้มีแบบบ้านทั้งหมด 2 Type ซึ่งจะมีจุดเด่นเหมือนกันคือในเรื่องของขนาดพื้นที่ใช้สอยที่เยอะมากๆ ทั้งภายนอกและภายในบ้าน ซึ่งจะค่อนข้างแตกต่างจากโครงการอื่นๆในละแวกอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่ใช่แค่ขนาดพื้นที่เท่านั้นที่แตกต่างกัน เรื่องฟังก์ชันภายในก็มี Design ที่แตกต่าง และเหมาะกับคนแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย ประกอบด้วย

  • แบบ Glam ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 49 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 298 ตร.ม. 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
  • แบบ Glamorous ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 7 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 45 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 385 ตร.ม. 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ

ขอเสริมอีกสักหน่อยว่าบ้านทาวน์โฮมของโครงการนี้จะก่อสร้างด้วยผนังก่ออิฐมวลเบา และเราจะได้เป็นบ้านเปล่ามาตรฐาน รวมถึงได้สุขภัณฑ์ภายในทั้งหมดเป็นของ Cotto ด้วยนะ แต่ ณ ปัจจุบันทางโครงการมีโปรโมชั่นแถมเครื่องปรับอากาศ 7 ตัว (เป็นแบบ Cassette type กับ Wall type ภายในบ้าน) รวมถึงได้ชุดผ้าม่านของ Pasaya กับ Gift Voucher เฟอร์นิเจอร์จาก Chic Republic ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาทอีกด้วยครับ

เริ่มด้วยแบบ Glam ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร และมีพื้นที่ใช้สอย 298 ตร.ม. จุดเด่นของบ้านโครงการนี้ที่ดินของบ้านที่มีขนาดใหญ่มาก เนื่องจากมีพื้นที่สวนด้านข้างเพิ่มอีก 2 m. จึงทำให้ที่ดินขนาดใหญ่เริ่มต้นที่ 49 ตารางวา ด้านหน้าบ้านมีการ set back เข้าไปค่อนข้างมาก สามารถจอดรถได้ถึง 3 คัน ซึ่งก็เหมาะกับทำเลที่ต้องใช้รถแบบนี้ครับ ข้างบ้านเป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป แต่ที่แปลกคือสวนหลังบ้านที่กว้างมากๆ โดยแต่ละแปลงจะมีขนาดไม่เท่ากันนะ แล้วแต่ลักษณะของแปลงที่ดินของยูนิตนั้นๆ แต่ที่แน่ๆคือเกินมาตรฐาน 2 m. ที่กฏหมายกำหนดแน่นอนครับ หากอิงจากบ้านตัวอย่างผมวัดมาจะกว้างประมาณ 6.7 m. เลยทีเดียว เหมาะกับคนที่ชอบมีพื้นที่จัดสวนปลูกต้นไม้ หรือทำบ่อปลาใหญ่ๆรอบๆบ้านครับ

พื้นที่ชั้น 1 ในบ้านก็ถือเป็นจุดเด่นของบ้านหลังนี้ เพราะเป็นพื้นที่ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume และมีกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้า 5.5 m. ทั้ง 2 ด้าน เพราะเนื่องจากเป็นเป็นแปลงมุม จึงทำให้สามารถ take view สวนภายนอกได้อย่างเต็มที่ เข้ากับแนวคิดโครงการ Outside-in, Inside-Out เพื่อทำให้เกิดการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกบ้าน เพียงแต่เราจะไม่ได้ครัวปิด ซึ่งก็อาจไม่เหมาะกับคนชอบทำอาหารครับ อาจจะต้องต่อเติมครัวไทยหลังบ้านเพิ่มเติมแทนนะ และเมื่อขึ้นมาที่ชั้นลอยจะเจอกับพื้นที่ Family area ที่กว้างและมีระเบียงที่ใหญ่และเป็นส่วนตัวอีกด้วย

ส่วนชั้น 2 จะเป็นห้อง Master Bedroom แบบเต็ม Floor ซึ่งโครงการเลือกที่จะให้ห้องใหญ่มาอยู่ชั้นนี้ เพราะจะได้สะดวกสำหรับเจ้าของบ้าน จะไม่ต้องเดินขึ้น-ลงหลายชั้น ภายในมีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีฟังก์ชันที่ครบครัน ดูคล้ายกับห้อง Penthouse เลยทีเดียว ส่วนห้องนอนเล็กอื่นๆจะอยู่ที่ชั้น 3 นะ ทุกห้องมีห้องน้ำในตัวหมด รวมถึงมีห้อง Laundry ให้สามารถซักและตากผ้าที่ชั้นบนนี้ได้ โดยไม่ต้องขนผ้าลงไปซักหรือตากที่สวนหลังบ้านที่ชั้นล่างเลยครับ ช่วยแก้ไขปัญหาเวลามองผ่านกระจกออกมาจากในบ้านแล้วจะดูไม่สวยงาม บ้านแบบนี้จึงเหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก-กลาง มีสมาชิก 3 – 4 คน ชอบพื้นที่ส่วนกลางที่ต้องใช้งานร่วมกันของคนในบ้าน รวมถึงชอบพื้นที่ที่โปร่งโล่งของผนังกระจกเพดานสูงของชั้น 1 ที่ช่วยเชื่อมต่อกับพื้นที่สวนนอกบ้านถึง 2 ด้านได้อีกด้วยครับ

มาดูของจริงกันเลยดีกว่าครับ เริ่มจากลักษณะภายนอกของตัวอาคารเป็นทรง Modern ใช้โทนสีขาวที่ดูสะอาดตา กับกับสีน้ำตาลของไม้ที่ดูเป็นธรรมชาติและอบอุ่น ตัวอาคารจะกว้าง 5 m. แต่ที่ดินของบ้านนี้จริงๆจะกว้าง 7 m. อย่างที่บอกไปครับ

ประตูรั้วหน้าบ้านเป็นประตูเหล็กบานเฟี้ยมสีดำแบบ 2 ตอน ซึ่งข้อดีคือ เวลาเปิดจะช่วยประหยัดพื้นที่ได้ค่อนข้างมาก แต่ก็เปิด-ปิดได้ค่อนข้างลำบากกว่าแบบประตูเลื่อนเช่นกัน เพราะมีกลอนหลายจุดนั่นเอง แต่จุดที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆคือ มีซุ้มประตูด้านบนด้วยครับ ความสูงอยู่ที่ 2.25 m. ซึ่งก็เพียงพอที่รถใหญ่ๆเช่น ฟอร์จูนเนอร์จะผ่านได้ โดยซุ้มด้านบนนี้มีข้อดีคือเป็นส่วนเผื่อต่อเติมในอนาคต เช่น ถ้าจะทำหลังคาโรงรถเพิ่มเติมก็จะมีตัวจบหลังคาที่มีรูปแบบหรือความสูงที่เท่าๆกันทุกหลัง จะได้ดูเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งโครงการ หรือจะเผื่อในการต่อเติมประตูม้วนด้านบนก็ได้เช่นกันนะครับ

พื้นที่จอดรถค่อนข้างกว้างครับ สามารถจอดรถได้ถึง 3 คัน ปูพื้นด้วย Concrete stamp และลงเสาเข็มสั้นแยกจากตัวบ้านครับ ดูสวยงามและแข็งแรงทนทานดี

ทางด้านซ้ายจะมีประตูทางเข้าคนเล็กๆอยู่นะ รวมถึงมีกล่องจดหมายและช่องทิ้งขยะที่สามารถเปิดได้ทั้ง 2 ด้าน ถือว่าสะดวกมากๆครับ

เมื่อเข้ามาทางประตูเล็กก็จะมีทางเดินที่ปูกระเบื้องแบบนี้ ตรงเข้ามายังประตูบ้านได้ รวมถึงด้านในจะมีสวนข้างบ้านซึ่งของจริงจะปูหญ้าเอาไว้ให้นะ สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสวนหลังบ้านได้โดยตรง ซึ่งของจริงจะไม่มีการตกแต่งสวนแนวตั้งหรือมีน้ำพุให้แบบนี้นะครับ สามารถตกแต่งเองได้ตามความชอบเลย

ส่วนทางด้านขวาของประตูรั้ว นอกจากจะมีท่อน้ำยาปลวกที่เอาไว้อัดฉีดน้ำยาที่หน้าบ้านนี้ได้ โดยที่ช่างไม่ต้องเข้าไปยุ่งพื้นที่ส่วนตัวในบ้านแล้ว ที่ผนังรั้วจะมีการเว้นระยะห่างของเสากับผนังประมาณ 10 cm. เพื่อป้องกันรอยร้าวจากการทรุดตัวของผนังที่มักจะเกิดกับบ้านแนวราบนั่นเองครับ แต่หากใครที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว กลัวว่าข้างบ้านจะมองเข้ามาเห็นบ้านเราได้ ก็อาจจะปลูกต้นไม้หรือหาอะไรมาปิดไว้ก็ไม่ว่ากันนะ

และที่โรงจอดรถก็จะมีประตูระแนงเหล็กที่ภายในสามารถเก็บพวกอุปกรณ์ทำความสะอาด ทำสวน ล้างรถ หรืองานช่างต่างๆที่ชิ้นใหญ่ๆได้ หรือถ้ามีติด Condensing unit แบบบ้านตัวอย่าง ก็จะมีระแนงนี้ช่วงพรางสายตา ทำให้ดูเรียบร้อยมากขึ้นได้นั่นเองครับ

ส่วนเฉลียงหน้าบ้านจะมีการยกระดับขึ้นไปประมาณ 18 cm. ทำให้เวลาเดินเข้าบ้านพื้นก็จะไม่เลอะเข้าไปในตัวบ้าน เพียงแต่ตรงที่นั่งตรงเสาจะไม่ได้ Built มาให้แบบนี้นะครับ เฉพาะบ้านตัวอย่างนี้ตกแต่งไว้เป็นไอเดียเท่านั้น แต่ผมก็มองว่าดีและน่าสนใจมาก เพราะเราสามารถใช้นั่งเล่น ชมสวน หรือนั่งใส่รองเท้าได้ ดีกว่าปล่อยไว้เป็นพื้นที่ทางเดินโล่งกว้างๆเฉยๆนะ

ประตูทางเข้าบ้านเป็นบานไม้ทึบที่ปิดผิวด้วยไม้สักแท้ สามารถเปิดออกได้ถึง 2 ด้าน รวมกันแล้วกว้าง 1.2 m. โดยที่ประตูเล็กทางด้านซ้ายจะมีช่องกระจกเอาไว้มองเข้าไปด้านในได้ เวลาใครมาหน้าบ้านจะได้มองเห็น หรือจะเปิดประตูก็จะได้ไม่เปิดชนกันนั่นเอง พร้อมติดตั้ง Digital door lock ของ Yale มาให้แบบนี้เลยครับ

ส่วนที่มุมซ้ายด้านบนเราจะเห็นว่ามีกล้อง CCTV ติดตั้งเอาไว้อยู่ด้วย รวมถึงจะมีที่ด้านในบ้านและด้านหลังบ้านรวมกันทั้งหมด 4 ตำแหน่งเลยทีเดียว เพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัยครับ

เมื่อเข้ามาด้านในพื้นที่ส่วนแรกที่เราจะเจอคือ foyer ทำหน้าที่เป็นส่วนต้อนรับ ซึ่ง 2 ข้างของประตูจะเป็นช่องหน้าต่างทรงสูง ที่ช่วยทำให้พื้นที่หน้าบ้านสว่างและโปร่งโล่งไม่อึดอัด แล้วยังมีพื้นที่ให้วางตู้รองเท้าหรือเก้าอี้ไว้นั่งใส่รองเท้าเพิ่มเติมได้อีกด้วย จะได้ไม่ต้องออกไปนั่งตากแดด/ตากยุงด้านนอกนั่นเองครับ โดยความสูงจากพื้นถึงฝ้าในส่วนนี้ถ้าวัดจากบ้านตัวอย่างจะสูงประมาณ 2.3 m. นะ

ติดกันทางด้านซ้ายมีประตูห้องน้ำและประตูห้องเก็บของใต้บันได ซึ่งตำแหน่งนี้ก็จะสะดวกต่อการใช้งานของแขกที่มาเยี่ยมที่บ้านเรานั่นเอง

ภายในเป็นห้องน้ำแบบ Powder room คือจะไม่มีส่วนอาบน้ำครับ ขนาดพื้นที่ใช้สอยกว้าง 2.25 x 0.95 m. และถ้าสังเกตประตูจะเห็นว่าเป็นแบบบานเลื่อน ซึ่งข้อดีคือจะประหยัดพื้นที่เปิดไปได้มาก แต่ก็จะเก็บเสียง กลิ่น หรือความชื้นในห้องน้ำได้ไม่ดีเท่ากับบานสวิงนะครับ แต่ที่ชอบคือมีช่องหน้าต่างช่วยระบายอากาศและกลิ่นให้ห้องน้ำถูกสุขลักษณะที่ดีครับ

ภายในติดตั้งสุขภัณฑ์ของ Cotto ประกอบด้วยอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ สายฉีดชำระ และที่แขวนกระดาษชำระพร้อมใช้งาน

ส่วนห้องเก็บของใต้บันไดที่อยู่ข้างๆ จะมีประตูทางเข้าที่สูง สามารถเดินเข้าไปได้โดยไม่ต้องก้ม และด้านในก็มีพื้นที่เก็บของค่อนข้างเยอะ สามารถเก็บของชิ้นใหญ่ๆได้ รวมถึงมีตู้เบรคเกอร์อยู่ด้วย

ถัดเข้ามาในบ้านจะเป็นพื้นที่ Common area ที่เป็นแบบ Double Volume ฝ้าเพดานสูง 5.5 m. และมีช่องแสงสูงจากพื้นถึงฝ้าทั้ง 2 ด้าน จึงค่อนข้างโปร่งโล่งและสว่างมากๆ โดยพื้นที่ส่วนแรกจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือห้องรับแขก มีระยะดูทีวีประมาณ 3.3 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 50 นิ้วเลยได้ ส่วนพื้นจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อนแบบนี้เลยครับ

ที่ชอบคือมีการเจาะช่องแสงด้านหลังโซฟา ทำให้มีความโปร่งโล่งไม่อึดอัด และมีแสงสว่างมากพอ โดยที่ฟังก์ชันนี้จะสามารถทำได้เฉพาะบ้านแปลงมุมแบบนี้เท่านั้นนะ

ถัดเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่ครัวและโต๊ะอาหาร ซึ่งยังคงได้พื้นที่ฝ้าเพดานสูง 5.5 m. อยู่เช่นเคย

ทางด้านซ้ายเป็นโต๊ะทานอาหาร ซึ่งผมชอบตรงที่ผนังทั้ง 2 ด้านเป็นกระจกทรงสูง ทำให้โปร่งโล่ง และ take view สวนได้ ซึ่งหากเราเปิดประตูกระจกบานเลื่อนทั้ง 2 ด้านออก ก็จะทำให้พื้นที่ในบ้านกับเฉลียงหลังบ้านเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor ขนาดใหญ่ สอดคล้องกับแนวคิดในการออกแบบ Outside-in, Inside-Out ทำให้เกิดพื้นที่ภายในเชื่อมต่อกับภายนอกแบบนี้นั่นเอง สวนข้างบ้านและหลังบ้านจึงควรจัดตกแต่งให้สวยงาม เพื่อที่จะสามารถไว้โชว์แขกที่มาเยี่ยม หรือชมสวนสวยๆจากภายในบ้านได้ครับ

ส่วนทางด้านขวาเป็นครัวเปิด ไม่สามารถกั้นผนังเป็นครัวปิดได้นะ จึงไม่เหมาะที่จะทำอาหารจริงจัง เป็นครัวไว้อุ่นอาหารหรือเตรียมอาหารเบาๆได้ และอาจต้องไปต่อเติมครัวไทยหลังบ้านเพิ่มเติมโดยในบ้านจริงจะเป็นพื้นที่โล่งๆ ไม่ได้ Built in ครัวให้นะ ซึ่งทางโครงการจะเตรียมท่องานระบบต่างๆ เอาไว้ให้เรียบร้อยครับ

ส่วนกรอบประตูและหน้าต่างจะเป็นอลูมิเนียม Powder code สีดำ กระจกเขียวตัดแสง และมีการโชว์คานเหล็กอยู่ตรงกลางแบบบ้านตัวอย่างนี้เลยครับ ส่วนชุดผ้าม่านจะได้ตามโปรโมชั่นของโครงการซึ่งจะได้เป็นของ Pasaya ทั้งหลัง มูลค่ารวมประมาณ 4 แสน รวมถึงที่ชั้น 1 – ชั้นลอย จะมีการติดตั้งระบบ Magnetic & Shock Sensor มาให้ที่ช่องประตูหน้าต่างทั้งหมดด้วยนะครับ

ออกมาดูด้านหลังบ้านกันบ้าง จะเห็นได้ว่าสวนหลังบ้านมีขนาดใหญ่มาก โดยจากบ้านตัวอย่างจะลึกประมาณ 6.7 m. เลยทีเดียว ซึ่งของจริงจะปูหญ้าจริงเอาไว้ให้ ไม่ได้ลงต้นไม้ใหญ่เอาไว้นะ ส่วนรั้วทึบรอบบ้านจะสูง 3 m. พร้อมมีรั้วโปร่งสูงอีก 1.5 m. แบบนี้เลยครับ

มองย้อนกลับมาที่เฉลียงหลังบ้าน จะมีพื้นยกระดับและปูกระเบื้องเซรามิคลายไม้ดูเป็นธรรมชาติแบบในบ้านตัวอย่างนี้เลยครับ แน่นอนว่าจะได้เป็นพื้นที่รูปตัว L ยาวไปจนถึงประตูระเบียงด้านข้างของตัวบ้านแบบนี้ และมีการลงเสาเข็มสั้นเพื่อป้องกันการทรุดตัวเอาไว้อีกด้วย ส่วนเคาน์เตอร์สีดำทางซ้ายมือก็จะก่อมาให้แบบนี้เลยครับ เอาไว้เตรียมหรือประกอบอาหารหลังบ้านได้

มองขึ้นไปด้านบนก็จะเป็นพื้นที่โล่งๆแบบนี้ ซึ่งระเบียงของชั้น 2 จะยื่นออกมาเล็กน้อย อาจไม่ได้ช่วยบังแดดบังฝนได้มากนัก จะดูเรียบๆ แบบนี้เลยครับ

กลับเข้ามาด้านในเราจะได้เห็นว่ามีชั้นลอยอยู่ทางด้านหน้าของตัวบ้าน จะเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราลองขึ้นไปดูกัน

บันไดทางขึ้นจะอยู่บริเวณกลางบ้าน ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน และทำให้จัดแบ่งฟังก์ชันภายในบ้านได้ค่อนข้างง่าย โดยบันไดนี้จะเป็นโครงสร้าง ค.ส.ล. กว้าง 1 m. ลูกตั้ง 18 cm. x ลูกนอน 27 cm. หากสังเกตดูดีๆจะพบว่าชานพักจะไม่มีการแบ่งครึ่งเป็นขั้นบันไดสามเหลี่ยม ที่อาจเป็นอันตรายเวลาใช้งานได้ ผมถือว่าดีเลยครับ

มีภาพอีกมุมในขณะเดินอยู่บนบันไดมาฝากกันด้วยครับ ซึ่งจากมุมนี้เราจะสามารถมองเห็นพื้นที่ชั้น 1 ได้เกือบทั้งหมด ซึ่งจะเห็นการเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานทั้งภายในตัวบ้านและด้านนอกได้ครับ

ขึ้นมาที่ชั้นลอยจะเป็น Family area มีขนาดพื้นที่ประมาณ 4.6 x 5.1 m. ถือว่าค่อนข้างกว้างขวางมาก พื้นเปลี่ยนจากกระเบื้องแกรนิตโต้เป็นกระเบื้องยางไวนิล และมีฝ้าสูง 2.5 m. ครับ ที่ชอบคือมีผนังกระจกถึง 2 ด้าน ทำให้โปร่งโล่งไม่แพ้พื้นที่ชั้น 1 เลย แต่จะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และเหมาะกับใช้เป็นพื้นที่ของครอบครัวอีกด้วยครับ

ส่วนพื้นที่ระเบียงภายนอกก็ค่อนข้างกว้างขวางมากครับ ขนาดประมาณ 4.9 x 2.6 m. ซึ่งถ้าเราเปิดประตูกระจกบานเลื่อนเอาไว้ ก็จะได้พื้นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ในบ้านกลายเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ไว้จัดปาร์ตี้ หรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้พื้นที่เยอะๆได้เลยครับ ซึ่งด้านนอกจะได้ราวกันตกเป็นกระจก Tempered Glass พร้อมกับเสาลายไม้ที่ช่วยพรางสายตาจากภายนอก รวมถึงทำหน้าที่เป็น facade ของตัวบ้านอีกด้วย และมีสัญญาณไฟเตือนภัย พร้อมทั้งลำโพงที่จะร้องแจ้งเตือนภัย ใช้งานร่วมกับระบบ Magnetic Sensor ที่ติดอยู่ตรงประตูหน้าต่างของบ้าน ทั้งชั้น 1 และชั้นลอยครับ

ส่วนอีกด้านก็เป็นบันไดทางขึ้นชั้น 2 และมีราวระเบียงให้มองลงไปชั้นล่างได้ด้วยนะ

ซึ่งจากด้านบนนี้ก็สามารถมองเห็นพื้นที่ชั้น 1 ได้ทั้งหมดเลยครับ รวมถึงมองเห็นพื้นที่สวนสีเขียวหลังบ้านได้อีกด้วย แบบบ้านนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่เปิดโล่งและเชื่อมถึงกันได้ แต่ก็แลกมากับต้องยอมเปลืองแอร์นิดนึงนะครับ แต่อาจจะใช้การกั้นพื้นที่ด้วยกระจกเพิ่มเติม ตามการใช้งานได้ ซึ่งยังคงได้แสงและวิวอยู่

บันไดจะเป็นรูปตัว U โดยที่ชั้น 2 จะมีห้อง Master Bedroom ห้องเดียวเท่านั้น มีขนาดพื้นที่เต็ม Floor ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวมากๆ และนอกจากนี้ทางโครงการยังคำนึงถึงความสะดวกสบายสำหรับเจ้าของบ้าน จะได้ไม่ต้องเดินขึ้น-ลงหลายๆชั้นอีกด้วย

ด้านบนจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนหน้าบ้านและส่วนหลังบ้าน มาเริ่มกันที่ส่วนหน้าบ้านก่อนซึ่งจะเป็นพื้นที่เตียงนอน ภายในค่อนข้างกว้างขวางมากครับ สามารถวางเตียง King size ไว้กลางห้อง แล้วยังมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือให้วางโต๊ะอเนกประสงค์ได้อีก

โดยเฉพาะพื้นที่ริมหน้าต่างทางขวาของเตียง เหมาะที่จะทำเป็นโต๊ะนั่งทำงานอ่านหนังสือ หรือเอา Sofa bed มาวางเอาไว้นั่งเล่นได้แบบนี้ เพราะเป็นตำแหน่งที่ได้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาเพียงพอ มีทั้งช่องหน้าต่างบานเลื่อนเพื่อเปิดระบายอากาศได้ตรงกลาง และได้เป็นกระจกเข้ามุมที่ช่วยเพิ่มมุมมองให้กว้างมากขึ้นอีกด้วย สังเกตอีกอย่างคือช่องกระจกทุกบานของบ้านนี้จะได้สูงจากพื้นถึงฝ้าทั้งหมด จึงช่วยเพิ่มมุมมองของมุมเงยและมุมกดให้มากขึ้นอีกด้วยนะ

ส่วนพื้นที่ปลายเตียงหากวัดจากขอบเตียงถึงผนังกระจก จะกว้างประมาณ 2.25 m. ซึ่งมีพื้นที่เหลือมากพอที่จะวางชั้นวางทีวีกับโซฟาที่ปลายเตียง และยังมีพื้นที่เหลือให้เดินผ่านได้สะดวกอีกด้วย ซึ่งจากมุมมองของเตียงแล้วจะได้เห็นผนังกระจกทั้ง 2 ฝั่ง ที่ยาวเกือบจะต่อเนื่องกัน จึงทำให้ห้องนี้ดูกว้างและโปร่งโล่งมากเป็นพิเศษเลยครับ

ส่วนอีกด้านของห้องนอนจะต้องเดินผ่านพื้นที่ระเบียงที่อยู่กลางห้อง และยังเป็นพื้นที่ส่วนแรกที่เราจะเข้ามาจากทางประตูห้องนอนอีกด้วย ซึ่งส่วนพื้นที่หน้าประตูกระจกด้านในห้องจะมีความกว้างประมาณ 1.5 m. สามารถ Built เป็น Pantry เตรียมอาหารแบบนี้ได้เลยนะ เพราะเค้าจะเตรียมท่องานระบบเอาไว้ให้หมดแล้ว หรือใครจะทำเป็นชั้นวางของและตู้เก็บของก็ได้เช่นกันครับ

ส่วนพื้นที่ระเบียงภายนอกจะมีขนาดประมาณ 3 x 1.25 m. สามารถออกไปใช้งานได้จริง จะเอาโต๊ะเก้าอี้มาวาง หรือจะจัดสวนก็ได้ครับ

ถัดเข้ามาทางด้านหลังบ้านจะเป็นพื้นที่ Walk in closet ซึ่งของจริงเราจะได้เป็นพื้นที่โล่งๆขนาดใหญ่ โดยทางโครงการก็จัดแบ่งพื้นที่มาให้ดูเป็นตัวอย่างคือ ทางด้านซ้ายสามารถทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ได้ และทางขวาก็ Built เป็นตู้เสื้อผ้ารูปตัว U ได้ทั้งหมดเลย

ส่วนห้องน้ำที่อยู่ตรงกลางนั้นก็จะได้เป็นประตูกระจกที่เปิดได้ 2 ด้านแบบในภาพเลยครับ ซึ่งจะทำให้มีความโปร่งโล่งและพื้นที่เกิดการเชื่อมต่อกันดี ซึ่งก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความไม่เป็นส่วนตัวนะครับ เพราะชั้นนี้ทั้งชั้นก็เป็นห้องนอนห้องเดียวอยู่แล้ว อย่างมากก็อยู่กันแบบสามีภรรยานั่นแหละครับ

ห้องน้ำของ Master Bedroom จะมีขนาดใหญ่มาก แบ่งพื้นที่การใช้งานออกเป็นสัดส่วน แต่ที่ผมชอบจริงๆคือได้ช่องเปิดค่อนข้างเยอะมากครับ ซึ่งนอกจากจะทำให้ห้องน้ำสว่างและสามารถระบายอากาศได้ดีแล้ว แสงแดดที่ส่องผ่านเข้ามายังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดีอีกด้วย

สำหรับพื้นที่ส่วนแห้งจะมีขนาดประมาณ 2.9 x 1.7 m. และจะลดระดับลงจากพื้นห้องนอนที่เป็นกระเบื้องยางไวนิลเล็กน้อยประมาณ 3 cm. เวลาล้างทำความสะอาดจึงต้องระมัดระวังกันหน่อยนะ ซึ่งอีกสิ่งหนึ่งที่ชอบคือพื้นกระเบื้องห้องน้ำจะเป็นแบบด้าน เวลาเปียกน้ำจึงทำให้ไม่ลื่นมาก สามารถใช้งานได้ปลอดภัยครับ

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าจะได้ยาวแบบนี้เลยครับ Top ด้านบนเป็นหินแกรนิต ซึ่งจะมีความสวยงามและดูหรูหราดี แต่จะต้องระมัดระวังในเรื่องคราบสบู่ หรือการใช้น้ำยาที่มีสารเคมี เพราะหินตามธรรมชาติแบบนี้จะมีรูพรุนในเนื้อผิวค่อนข้างเยอะ จึงทำให้เป็นรอยด่างได้ง่ายครับ ส่วนอ่างล้างหน้าก็จะเป็นของ Cotto ขนาด 55 x 40 cm. และมีพื้นที่ด้านข้าง ข้างละ 60 cm. สามารถวางของใช้ในห้องน้ำได้เยอะเลยครับ

ติดกันทางด้านซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์ยี่ห้อเดียวกัน แต่ที่ชอบคือจะมีการลดระดับพื้นลงอีกเล็กน้อยประมาณ 1 – 2 cm. ทำให้เวลาเราทำน้ำกระเด็นหรือหกเลอะเทอะก็จะไม่ไหลนองไปทั่วห้องนั่นเองครับ

ส่วนอีกด้านของห้องจะเป็นพื้นที่อาบน้ำครับ ซึ่งเค้าจะกั้นฉากกั้นกระจกนิรภัย Tempered Glass ให้แบบนี้เลยนะ

ภายในจะแบ่งออกเป็นแบบนอนแช่ในอ่างอาบน้ำ และยืนอาบแบบฝักบัวทั่วไป ที่มีพื้นที่ยืนกว้างประมาณ 85 cm. สามารถใช้งานได้สะดวก ซึ่งพื้นที่ใช้งานส่วนเปียกทั้งคู่มาอยู่ในโซนเดียวกันแบบนี้ ทำให้การใช้งานห้องน้ำห้องนี้เป็นสัดส่วนดี น้ำไม่เปียกกระจายทั้งห้องครับ โดยอ่างอาบน้ำจะอยู่ติดกับช่องหน้าต่าง ซึ่งเราสามารถแช่น้ำไปและชมวิวภายนอกไปได้ด้วยนะ ขอบอ่างกว้างประมาณ 10 cm. ให้สามารถวางพวกแชมพูได้ด้วย

ต่อไปเราจะขึ้นมายังชั้น 3 กันบ้างนะครับ ซึ่งพื้นที่ชั้นบนนี้จะมีโถงทางเดินตรงกลาง ก่อนจะแบ่งห้องออกเป็นส่วนหน้าบ้านและส่วนหลังบ้าน ซึ่งจะมีพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ด้านหน้าห้องทางซ้ายของภาพ ขนาดประมาณ 1.9 x 1.55 m. เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถจัดเป็นมุมพระเล็กๆได้ครับ

ติดกันก็เป็นห้องนอนแรกที่อยู่ด้านหน้าบ้าน ภายในมีพื้นที่กว้างขวางมาก สามารถวางเตียง King size ไว้กลาง แล้วยังมีพื้นที่เหลือโดยรอบให้ได้ใช้งานได้สะดวก รวมถึงยังมีห้องน้ำในตัวอีกด้วย

เริ่มที่ด้านขวาของเตียงจะมีพื้นที่เหลือค่อนข้างเยอะ สามารถทำเป็นตู้เก็บของหรือวางชุดโต๊ะโซฟานั่งเล่นข้างเตียงได้เลยทีเดียวครับ

ส่วนพื้นที่ข้างบ้านที่ติดกับช่องหน้าต่างที่ได้แสงธรรมชาตินี้ก็เหมาะที่จะทำเป็นมุมนั่งทำงานอ่านหนังสือเนี่ยแหละ ซึ่งเราก็จะได้ช่องหน้าต่างเกือบเต็มผนังแบบนี้ ทำให้โปร่งโล่ง และสามารถเปิดระบายอากาศได้อีกด้วย

ส่วนพื้นที่ปลายเตียงก็สามารถติดทีวีแขวนผนังหรือจะวางบนชั้นวางทีวีแบบนี้ก็ได้ รวมถึงมี Walk in closet และห้องน้ำในตัวอีกด้วยนะ

โดยพื้นที่ Walk in closet นี้จะเป็นฟังก์ชันที่ใช้งานต่อเนื่องกันกับห้องน้ำได้ดี สามารถ Built เป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อที่เวลาออกมาจากห้องน้ำจะได้แต่งตัวได้สะดวกครับ

ภายในห้องน้ำก็มีฟังก์ชันมาตรฐานและสุขภัณฑ์เหมือนกับห้องอื่นๆนะ แต่พื้นที่อาบน้ำจะมีกระจกกั้นมาให้แค่ครึ่งเดียวแบบนี้ ถ้าใครอยากจะแยกพื้นที่การใช้งานให้ชัดเจน ไม่อยากให้ห้องน้ำเปียกทั้งห้อง ก็สามารถติดประตูกั้นเพิ่มเติมได้นะ และที่จะแตกต่างไปเล็กน้อยจากห้องอื่นๆ คือมีประตูกระจกฝ้าที่อยู่ด้านในห้องนี้นั่นเองครับ

ซึ่งเมื่อเปิดประตูออกไปดูก็จะพบว่าเป็นพื้นที่วาง Condensing unit นั่นเองครับ มีระแนงที่เป็น facade ของอาคารบังเอาไว้ให้ดูเรียบร้อยดี ซึ่งเราก็สามารถเปิดประตูนี้เพื่อช่วยระบายอากาศ หรือจะใช้แขวนตากผ้าเล็กๆน้อยๆได้ครับ

ส่วนทางด้านหลังบ้านจะมีห้องแยกออกเป็น 2 ห้องนะ

เริ่มจากห้องทางด้านซ้ายมือเป็นห้องนอนเล็ก ที่ภายในจะมีขนาดพื้นที่ประมาณ 3 x 3.3 m. สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตไว้ชิดริมผนังข้างหน้าต่างได้นะ ซึ่งจะมีพื้นที่เหลือให้วางตู้เสื้อผ้าบริเวณฝั่งขวามือ กับโต๊ะหนังสือเล็กๆอีกสักตัวได้ด้วย

ส่วนอีกด้านของห้องก็จะมีห้องน้ำในตัว ซึ่งจะเป็นห้องน้ำเดียวในบ้านที่ไม่มีช่องหน้าต่างให้เปิดระบายอากาศได้ ทางโครงการจึงติดพัดลมดูดอากาศมาให้แทนครับ

สุดท้ายคือห้อง Laundry ซึ่งของจริงเราจะได้เป็นพื้นที่โล่งๆนะ แล้วทางโครงการก็จะเตรียมพวกงานระบบต่างๆเอาไว้ให้ ซึ่งจะมีขนาดพื้นที่ประมาณ 1.65 x 2.5 m. โดยการที่ออกแบบฟังก์ชันส่วนนี้ไว้ด้านบนสุด เป็นเพราะห้องพักอาศัยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้นบนๆ จะได้ไม่ต้องขนเสื้อผ้าลงไปซักถึงชั้นล่างให้ลำบากครับ

นอกจากนี้ยังมีระเบียงขนาดใหญ่ พื้นที่ประมาณ 1.7 x 1.7 m. สามารถใช้ตากผ้าด้านบนนี้ได้เลย ซึ่งก็เหมาะสมกับฟังก์ชันของแบบบ้านนี้มากๆครับ เพราะเค้าเน้นพื้นที่ชั้น 1 ที่จะต้องมีพื้นที่เชื่อมต่อเป็นผนังกระจกทรงสูง และมองออกไปยังสวนหลังบ้านได้ ดังนั้นจึงเป็นพื้นที่รับแขกที่ควรจะสวยงาม เอาไว้โชว์หรือต้อนรับเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี ไม่ควรเอาเสื้อผ้าไปตากทำให้ไม่น่าดูนั่นเองครับ

แบบบ้าน Glamorous ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 7 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 45 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 385 ตร.ม. โดยแบบบ้านนี้จะเป็นหลังที่อยู่แปลงกลาง และมีการออกแบบที่น่าสนใจซึ่งต่างจากบ้านแบบแรกอย่างสิ้นเชิง เริ่มจากพื้นที่ชั้น 1 หน้าบ้านสามารถจอดรถได้ถึง 4 คัน ส่วนหลังบ้านก็ยังได้พื้นที่สวนขนาดใหญ่อยู่เช่นเดิมนะ ส่วนพื้นที่ในบ้านจะมีฟังก์ชันครัวที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น สามารถกั้นทำเป็นครัวปิดได้แล้วครับ และเมื่อเราขึ้นมาที่ชั้นลอยก็จะพบกับพื้นที่ Working room หรือจะใช้เป็นพื้นที่ Family area แบบส่วนตัวเหมือนบ้าน type เล็กเมื่อสักครู่ก็ได้เช่นกัน เพียงแต่ระเบียงอาจจะไม่ได้กว้างมากเหมือนเดิม แต่เราจะได้เป็นระเบียงยาวรูปตัว L ที่ยังคงเชื่อมต่อกับพื้นที่ด้านในด้วยช่องหน้าต่างกระจกเข้ามุมเป็นแนวยาวได้เช่นเดิม และจุดที่แปลกต่างจากเดิมคือชั้นลอยนี้จะมีทางเดินเชื่อมไปยังส่วนหลังบ้านได้อีกด้วย ซึ่งจะมีระเบียงที่เปิดออกไปชมสวนหลังบ้านได้โดยที่ไม่ต้องลงไปชั้นล่าง ทำให้พื้นที่แต่ละส่วนเชื่อมถึงกันได้ดีมากขึ้น ไม่เพียงแค่ชั้นบนกับชั้นล่างเท่านั้น แต่รวมถึงส่วนหน้าบ้านและหลังบ้านอีกด้วยครับ

ส่วนพื้นที่ชั้น 2 จะเป็นห้อง Master Bedroom เหมือนกับบ้านแบบแรก แต่จะมีฟังก์ชันที่ต่างกันออกไปคือ ส่วนหน้าบ้านตั้งแต่ชั้น 2 – 3 จะมีพื้นที่ส่วนหนึ่งถูกเว้าเข้าไป ทำให้จากหน้ากว้าง 7 m. จะเหลือแค่ 5 m. เท่านั้น ซึ่งการยอมเสียพื้นที่ใช้สอยในส่วนนี้ไปก็จะแลกมากับช่องแสงด้านข้างบ้าน ซึ่งจะทำให้บ้านโปร่งโล่งและได้บรรยากาศคล้ายบ้านแปลงมุมหรือบ้านเดี่ยวเลยครับ โดยในจุดนี้เองจึงทำให้เกิด Balcony ขนาดใหญ่ในชั้นที่ 2 ของห้อง Master Bedroom และจะทำให้เกิดฟังก์ชันการใช้งานพื้นที่ภายนอกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงกับบ้านแบบแรก คือถ้าเป็นบ้านแบบแรกจะเน้นพื้นที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นสวนรอบบ้าน เหมาะกับคนชอบทำสวนจริงจัง และเอาไว้โชว์แขกที่มาเยี่ยมได้ แต่สำหรับบ้านหลังนี้จะเน้นพื้นที่เปิดโล่งที่ชั้นบน ที่อาจไม่ได้จัดสวนแบบจริงจังเหมือนบนดิน แต่ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวสูง รวมถึงทุกส่วนของบ้านตั้งแต่ชั้น 2 – 3 จะสามารถมองเห็นระเบียงหรือสวนส่วนนี้ได้อีกด้วย

โดยส่วนตัวผมค่อนข้างชอบฟังก์ชันนี้มากกว่านะ เพราะเป็นคนไม่ค่อยได้ใช้งานพื้นที่ข้างบ้านบ่อยนัก แต่ถ้าเป็นระเบียงของห้องก็น่าจะได้ออกไปใช้งานบ่อยกว่าครับ อันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนนะ ส่วนพื้นที่ชั้น 3 ก็จะมีฟังก์ชันเหมือนกับบ้านหลังที่แล้ว แต่จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า และห้องน้ำจะอยู่ด้านนอกไม่ได้อยู่ในตัวห้องนอนเล็กแล้วนะ แลกมากับจะได้พื้นที่อยู่ติดภายนอก ทำให้มีช่องหน้าต่างระบายอากาศได้นั่นเอง ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไรนั้นเราลองไปชมกันเลยครับ

เริ่มต้นที่ด้านหน้าบ้าน จะเห็นได้ว่าหน้าตาไม่ได้ต่างจากบ้านแบบแรกเมื่อสักครู่มากนักนะครับ คือมีความ Modern เหมือนกัน และได้ประตูเหล็กบานเฟี้ยมกับมีซุ้มประตูเหมือนกันเลย

ด้านข้างก็มีประตูทางเข้าคนเดินเล็กๆอยู่ เป็นประตูไม้บานทึบทาสีเทาเข้ากับซุ้มประตู พร้อมทั้งมีช่องทิ้งขยะที่สามารถทิ้งจากด้านในบ้าน และมาเปิดเก็บขยะได้จากด้านนอกได้เลย ซึ่งจะดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีช่องกล่องจดหมายที่สามารถหย่อนจากด้านนอก และเปิดรับจากด้านในบ้านได้ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานอีกด้วย

ด้านในก็ปูพื้นด้วย Concrete stamp และลงเสาเข็มสั้นมาให้เช่นเคยครับ แต่คราวนี้จะสามารถจอดรถได้ถึง 4 คันเลยนะ

ส่วนพื้นที่เฉลียงหน้าบ้านจะไม่มีพื้นที่เปิดโล่งที่เชื่อมต่อกับสวนข้างบ้านเหมือนเดิมแล้ว แต่จะเป็นผนังทึบ ซึ่งก็จะทำให้มีพื้นที่สามารถ Built ชั้นวางของหรือตู้เก็บรองเท้าเพิ่มเติมได้ โดยที่ไม่ต้องไปรบกวนพื้นที่ในบ้านเลยครับ ส่วนประตูก็จะยังได้เป็นบานไม้สักเหมือนเดิม แน่นอนว่ายังได้ Digital door lock และกล้อง CCTV เช่นเดิมด้วยนะ

เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับพื้นที่ Common area ขนาดใหญ่ ซึ่งจริงๆแล้วจะใหญ่กว่าแบบบ้านหลังแรกที่ผ่านมานะครับ เพียงแต่หลังนี้จะไม่มีช่องแสงด้านข้างเพิ่มเติม จึงอาจดูโปร่งโล่งน้อยกว่าเล็กน้อยครับ แต่ก็ยังมีข้อดีอยู่คือแสงและความร้อนจะไม่เข้ามาสู่ตัวบ้านมากเกินไป หากได้ลองมาสัมผัสดูของจริงจะพบว่า บ้านหลังที่แล้วแดดเข้าจนรู้สึกจ้าและร้อนเลยล่ะครับ ถ้าไม่ติดฟิล์มหรือม่านเพื่อกรองแสงดีๆล่ะก็นะ ส่วนความสูงพื้นถึงฝ้าเท่ากันอยู่ที่ 5.5 m. และปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อนเช่นเดิม

ด้านหน้าบ้านตรงประตูทางเข้าจะมีพื้นที่เหลือด้านซ้ายให้ทำเป็นตู้เก็บรองเท้าเพิ่มเติมได้ครับ เผื่อใครอยากใส่รองเท้าด้านในจะได้ไม่ต้องออกไปตากแดด/ตากยุงด้านนอกเนาะ และด้านขวาของประตูก็ยังได้ช่องแสงอยู่เช่นเดิม ทำให้หน้าบ้านดูโปร่งโล่งไม่อึดอัด สามารถมองเห็นว่าใครมาหน้าบ้านได้จากด้านในเลยด้วย

ถัดมาจะเป็นห้องน้ำและห้องเก็บของใต้บันไดเช่นเดิมครับ

ห้องน้ำก็ยังคงเป็นแบบ Power room นะ คือจะไม่มีส่วนพื้นที่อาบน้ำสำหรับห้องนี้ และได้สุขภัณฑ์ของ Cotto ครบพร้อมใช้งาน

กลับมาที่พื้นที่ Common area ส่วนแรกจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่รับแขกไปด้วยในตัว สามารถวางโซฟาตรงกลางได้แบบนี้ ซึ่งจากบ้านตัวอย่างจะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 3.2 m. สามารถใช้ทีวีจอใหญ่ๆ 50 นิ้วก็ได้ครับ เพราะโซฟานี้ยังสามารถเลื่อนถอยหลังไปได้อีกนะ

ซึ่งส่วนที่ผมชอบก็คือพื้นที่ด้านหลังเนี่ยแหละ เพราะสามารถใช้เป็นทางเดินผ่านทีวีไปได้โดยไม่ต้องเดินผ่านตัดหน้าคนที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่เลยครับ ซึ่งถ้าใครคิดว่าพื้นที่นี้ยังโล่งๆอยู่ ก็สามารถหาโต๊ะหรือเก้าอี้มาวางเพิ่มได้นะ

ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนโต๊ะทานอาหารและครัว ซึ่งจะอยู่ติดกับประตูกระจกที่เปิดออกไปยังสวนหลังบ้านได้ ทำให้พื้นที่ส่วนนี้ได้แสงมากพอที่จะทำเป็นโต๊ะอเนกประสงค์ไว้นั่งทำงานเล็กๆน้อยๆได้ด้วย ซึ่งก็มีพื้นที่มากพอที่เราจะวางโต๊ะขนาด 8 – 10 ที่นั่งเลยก็ยังได้ครับ

ส่วนพื้นที่ผนังด้านขวามือนี้ก็จะแตกต่างไปจากแบบบ้าน type ก่อนหน้านี้นะ คือถ้าเป็นหลังที่แล้วจะเป็นผนังกระจกเราก็จะต้องติดม่านกันไปตามปกติ แต่สำหรับหลังนี้จะเป็นผนังทึบที่เราจะสามารถ Built เป็นชั้นวางของทรงสูงๆเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของเยอะๆแบบนี้ได้เลยครับ ซึ่งก็แล้วแต่ความชอบและการตกแต่งบ้านของแต่ละคนนะครับว่าต้องการฟังก์ชันแบบไหน

ส่วนทางซ้ายที่เป็นครัว เราจะมีระยะที่สามารถกั้นเป็นครัวปิดได้แล้วครับ ซึ่งก็เหมาะกับคนที่ชอบการทำอาหารจริงจังนะ เพียงแต่เราจะต้องมา Built ครัวและกั้นห้องเอาเอง เพราะของจริงเราจะได้เป็นพื้นที่เปล่าโล่งๆ ซึ่งโครงการก็จะต่อท่องานระบบต่างๆเอาไว้ให้พร้อมแล้วครับ

โดยขนาดพื้นที่ของครัวนี้จะกว้างประมาณ 2.4 x 4 m. ซึ่งเมื่อดูจากบ้านตัวอย่างนี้ หากเรา Built เคาน์เตอร์ครัวรูปตัว U ไปแบบนี้ จะมีพื้นที่ตรงกลางกว้างประมาณ 1.2 m. สามารถใช้งานได้สะดวกเลยครับ

ส่วนประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดออกไปยังสวนหลังบ้านนั้น เราสามารถเปิดได้ทั้ง 2 ฝั่งเลยนะครับ คือถ้าหากเรากั้นเป็นครัวปิด แล้วต้องการจะออกไปยังสวนหลังบ้านก็สามารถเลื่อนเปิดจากชุดประตูด้านในครัวได้เลย ไม่ต้องเดินออกไปในบ้านก่อน ส่วนประตูใหญ่ด้านนอกก็สามารถใช้งานเปิดออกไปได้ตามปกติครับ

ส่วนพื้นที่สวนหลังบ้านก็จะได้ลึกกว่ามาตรฐานปกติเช่นเดิมครับ โดยวัดจากประตูกระจกไปจนถึงรั้วบ้านจะกว้างประมาณ 6.7 m. เหมาะกับคนชอบทำสวนมากๆ ซึ่งโครงการจะปูหญ้าจริงเอาไว้ให้นะครับ ไม่ได้ลงต้นไม้ให้แบบนี้ รั้วบ้านก็ยังได้สูง 4.5 m. เหมือนเดิมนะ

ส่วนระเบียงหลังบ้านก็จะปูกระเบื้องเซรามิคลายไม้มาให้เช่นเดิม แน่นอนว่ามีการลงเสาเข็มสั้นเพื่อป้องกันการทรุดตัว และก่อเคาน์เตอร์ด้านขวามาให้แบบนี้ ไว้เผื่อทำครัวไทยหรือส่วนเตรียมอาหารนอกบ้านได้ครับ

มองขึ้นไปด้านบน จะเห็นว่าด้านขวามีระเบียงหลังบ้านที่ชั้นลอยด้วย ไม่ได้เป็นชั้นเรียบๆแบบบ้านหลังที่แล้ว ซึ่งด้านบนจะเป็นอย่างไรบ้างเราลองไปดูกัน

กลับเข้ามาด้านในตัวบ้าน คราวนี้เราจะลองขึ้นไปที่ชั้นลอยกันนะครับ

บันไดทางขึ้นชั้น 2 จะอยู่ตรงกลางบ้านด้านหลังโซฟา ซึ่งผมลืมบอกไปในหลังที่แล้วว่าราวบันไดของจริงจะเป็นราวเหล็กแบบนี้นะครับ

ขึ้นมาที่ชั้นลอยด้านบน ส่วนแรกที่เราจะเจอคือประตูออกไปสู่ระเบียงภายนอก ซึ่งมาอยู่ตรงบันไดแบบนี้ดีนะ เพราะจะทำให้โถงบันไดชั้นบนไม่มืดหรืออึดอัดเกินไปครับ

ระเบียงภายนอกเป็นแบบ Semi-Outdoor นะ กว้างประมาณ 2 m. สามารถนำชุดโต๊ะเก้าอี้ออกมาไว้นั่งเล่นได้จริง เพราะแดดไม่ร้อนและฝนก็ไม่สาดอีกด้วยครับ

นอกจากนี้พื้นที่ระเบียงยังมีส่วนต่อขยายออกมาเป็นรูปตัว L ซึ่งกว้างประมาณ 1.35 x 6.65 m. ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มช่องแสงให้กับพื้นที่ในบ้าน ซึ่งเราสามารถจัดสวนประดับเพิ่มความสดชื่นได้ครับ จะไม่เหมือนกับหน้าต่างที่ติดกับภายนอกโดยตรงที่จะต้อง take view นอกบ้านแทน นอกจากนี้พื้นของชั้น 2 ด้านบนยังทำหน้าที่ช่วยบังแดดให้อีกด้วย ทำให้ภายในบ้านแดดไม่ร้อนตลอดวันครับ

แต่ทีเด็ดอยู่ที่ตรงสุดปลายทางจะมีช่องเชื่อมต่อทะลุไปยังด้านบนครับ จึงทำให้สามารถปลูกต้นไม้ทรงสูงขนาดกลางได้ ซึ่งต้นไม้ต้นนี้จะได้หรือไม่ อาจจะต้องลองสอบถามจากทางโครงการดูอีกทีนะ

ส่วนด้านบนนี้ก็จะมีสัญญาไฟกันขโมยและลำโพงติดตั้งเอาไว้ในตำแหน่งนี้เลยครับ

กลับเข้ามาด้านในของพื้นที่ชั้นลอย จะเป็นพื้นที่ Working room หรือก็คือเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่เราจะสามารถจัดเป็นอะไรก็ได้ เพราะมีขนาดใหญ่ถึง 4.8 x 5 m. และมีฝ้าสูง 2.5 m. ครับ ส่วนพื้นก็จะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องยางไวนิลเช่นเคยนะ

จากบ้านตัวอย่างจัดไว้เป็นพื้นที่นั่งทำงาน หรือถ้าเป็นแบบหลังก่อนหน้านี้ก็จะเป็นพื้นที่ Family area ที่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าชั้นล่าง เหมาะกับเป็นพื้นที่ของครอบครัว แล้วยังได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างกระจกเข้ามุมที่จะมองออกไปยังระเบียงภายนอก ที่เราได้ไปดูกันมาแล้วก่อนหน้านี้นั่นเองครับ

มองย้อนกลับไปด้านในตัวบ้าน นอกจากจะได้แสงธรรมชาติจากด้านหน้าแล้ว ยังได้แสงมาจากทางหลังบ้านอีกด้วย จึงทำให้พื้นที่ภายในบ้านค่อนข้างสว่างและโปร่งโล่งมากๆ

โดยจากชั้นนี้ก็จะสามารถมองลงไปเห็นพื้นที่ชั้น 1 ทั้งหมดได้เช่นกัน แต่ที่จะต่างไปจากบ้านหลังก่อนหน้านี้คือมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังส่วนหลังบ้านที่อยู่ทางซ้ายมือด้วยครับ

ทางเดินตรงนี้จะกว้างประมาณ 1 m. สามารถเดินสวนทางกันได้สบายๆ โดยทางโครงการต้องการออกแบบพื้นที่ชั้นลอยนี้ให้แตกต่างจากทาวน์โฮมแบบทั่วไป ที่มักจะมีชั้นลอยอยู่แค่บริเวณหน้าบ้าน หรือไม่ก็หลังบ้านเท่านั้น แต่สำหรับโครงการนี้จะสามารถเดินเชื่อมต่อกันทั้งส่วนหน้าบ้านและหลังบ้านกันได้จริงๆ ไม่ใช่แค่มองไปอีกฝั่งได้อย่างเดียว ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดปฏิสัมพันธ์กับคนที่อยู่ส่วนอื่นๆของบ้านในชั้น 1 และชั้นลอยนี้ได้ด้วย

และเมื่อเลยบันไดมาก็จะกลายเป็นพื้นที่โล่งๆที่กว้างประมาณ 2 m. สามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นอ่านหนังสือแบบนี้ได้นะครับ ซึ่งติดกันก็เป็นประตูกระจกบานเลื่อน สามารถเปิดออกไปใช้งานระเบียงภายนอกได้

โดยระเบียงนี้จะกว้างประมาณ 1.35 x 2 m. สามารถออกมาสูดอากาศหรือชมสวนได้นะ จากตำแหน่งระเบียงหลังบ้านที่หันไปทางทิศเหนือผมมองว่าดี เพราะแดดจะร่มตลอดวัน และเมื่อก้มลงไปด้านล่างก็จะเห็นพื้นที่ระเบียงหลังบ้านทั้งหมด เวลาลูกๆนั่งเล่นหรือจัดปาร์ตี้อะไรกันหลังบ้าน พ่อแม่ก็สามารถมีปฏิสัมพันธ์ทักทายกับคนด้านล่างได้โดยที่ไม่ต้องลงไปเลยก็ได้ครับ

ต่อไปเราจะขึ้นขึ้นไปยังชั้น 2 กันนะครับ ซึ่งมีจุดที่ต้องสังเกตนิดนึงคือ บันไดขึ้นที่ 4 จะมีความสูงถึงฝ้าอยู่ที่ประมาณ 182 cm. ซึ่งถ้าคนตัวสูงๆแบบผมเดินผ่านจะต้องระวังตัวกันนิดนึงนะ เพราะหัวผมชนพอดีเลยครับ

ขึ้นมาด้านบนเราจะเจอกับทางเข้าห้อง Master Bedroom เช่นเคยครับ ซึ่งก็เป็นห้องเดียวแบบเต็ม Floor และมีความเป็นส่วนตัว สะดวกสบาย เหมาะกับเจ้าของบ้านนั่นเองครับ

เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับพื้นที่โถงทางเดิน ที่แยกออกไปยังส่วนหน้าบ้านและหลังบ้านเหมือนกับบ้านหลังที่แล้วเลยครับ ซึ่งตรงโถงนี้ก็จะสามารถทำเป็น Pantry ครัวได้เหมือนเดิมนะ เพราะเค้าต้องการให้ชั้นนี้เป็นเหมือน Penthouse ที่ครบครันนั่นเอง

ทีเด็ดของห้องชั้นนี้คือระเบียงนี่แหละครับ ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่มาก โดยวัดจากระยะที่กว้างที่สุดคือ 3.1 m. ส่วนระยะที่แคบที่สุดคือ 1.85 m. และถ้าเป็นความยาวมากที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 9 m. ครับ ซึ่งของจริงทางโครงการจะปูพื้นกระเบื้องมาให้ทั้งหมดนะ และเราสามารถจัดสวนหรือทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นก็ได้ อันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน โดยส่วนตัวผมมองว่าเป็นพื้นที่ที่น่าจะได้ออกไปใช้งานกันบ่อยๆแน่นอนครับ

ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เกิดจากการเว้นระยะห่างของอาคารตั้งแต่พื้นที่ชั้น 2 – 3 ขึ้นไป จึงทำให้เกิดช่องแสงและช่องลมด้านข้างระหว่างตัวบ้านเพิ่มขึ้น โดยผนังของบ้านหลังข้างเคียงตรงส่วนนี้ก็จะเป็นผนังทึบ จึงทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องความไม่เป็นส่วนตัวเลยครับ และสามารถปลูกสวนแนวตั้งประดับได้อย่างเต็มที่ หรือจะปลูกไม้พุ่มขนาดกลางก็ได้

กลับเข้ามาด้านในห้องนอนฝั่งด้านหน้าบ้าน จะเป็นพื้นที่เตียงซึ่งมีขนาดพื้นที่ที่ใหญ่มาก สามารถแบ่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นส่วนตัวในห้องนี้ได้เลย

แต่ทีเด็ดของห้องนี้ที่ต่างออกไปจากห้อง Master Bedroom หลังก่อนหน้านี้คือ ช่องกระจกที่ได้จะ take view ภายนอกนั้น จะมองออกไปยังสวนที่อยู่ตรงระเบียงของชั้นนี้ได้ครับ ซึ่งถ้าเราปลูกต้นไม้หรือทำสวนเอาไว้ เราก็จะได้วิวสวนสีเขียวสวยๆที่เราจัดเองได้จากในห้อง จะต่างจากอีกหลังหนึ่งที่จะ take view ภายนอกไปได้ไกลๆครับ

ต่อไปเราจะไปดูอีกด้านหนึ่งของห้องที่อยู่ทางหลังบ้านกันนะครับ

โดยส่วนทางหลังบ้านครึ่งหนึ่งจะเป็น Walk in closet ขนาดใหญ่มาก มีพื้นที่เหลือตรงกลางสามารถทำเป็นโต๊ะ Island เพิ่มได้นะ

ส่วนทางด้านขวาเป็นห้องน้ำครับ ซึ่งเราจะได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอนแบบนี้เลยนะ

ภายในห้องน้ำนี้จะแตกต่างไปจากห้องน้ำของ Master Bedroom ก่อนหน้านี้มาก แต่ยังคงมีฟังก์ชันต่างๆครบครับเช่นเดิมครับ

เริ่มกันที่อ่างล้างหน้าจะได้เป็นแบบ His&Her นะ มีความกว้างมากถึง 3 m. สามารถใช้งานพร้อมกัน 2 คนได้ ด้านข้างมีพื้นที่ให้วางของได้เยอะ รวมถึงด้านล่างก็เก็บของได้เยอะเช่นกัน

ทีเด็ดอีกอย่างอยู่ตรงอ่างอาบน้ำลอยตัวนี้ครับ ซึ่งเราจะสามารถอาบน้ำไปและชมวิวสวนภายนอกของตัวเองไปได้แบบนี้ถือว่าดีเลยนะ

ส่วนอีกด้านก็มีช่องหน้าต่างอีกเช่นกัน ซึ่งถ้าเปิดหน้าต่างทั้ง 2 ด้านพร้อมกัน ก็จะทำให้ลมพัดถ่ายเทได้สะดวก ระบายความชื้นหรือกลิ่นได้ดีเลยครับ ซึ่งฟังก์ชันทางด้านนี้จะประกอบไปด้วยโถสุขภัณฑ์และ Shower box นะ

เริ่มจากโถสุขภัณฑ์ทางซ้ายมือเป็นของ Cotto และไม่ลืมที่จะลดระดับพื้นลงไปเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนเช่นเคย

ส่วนฉากกั้นอาบน้ำก็จะได้เป็นกระจกนิรภัย Tempered Glass ขนาดพื้นที่ประมาณ 1.3 x 1.55 m. ซึ่งจะได้เป็นรูปทรงเกือบจะสี่เหลี่ยมจตุรัส ไม่ได้เป็นแบบสี่เลี่ยมผืนผ้าเหมือนห้องอื่นๆ แต่ก็กว้างขวางใช้งานได้สะดวกครับ ภายในก็มีทั้ง Hand shower และ Rain shower ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน แต่ที่จะต้องติดเพิ่มก็คือชั้นวางสบู่กับแชมพูครับ

มาถึงชั้นสุดท้ายกันแล้วนะครับคือชั้นที่ 3 ซึ่งบรรยากาศด้านบนค่อนข้างโปร่งโล่งมาก เพราะได้ช่องแสงธรรมชาติด้านข้างที่ทะลุต่อเนื่องขึ้นมาจากระเบียงชั้น 2 บรรยากาศต่างจากบ้าน type ก่อนหน้านี้เลยครับที่ถึงแม้จะเป็นแปลงมุม แต่ก็ไม่มีพื้นที่เปิดตรงโถงบันไดชั้น 3 เหมือนบ้านหลังนี้ เพราะเค้าเอาห้องน้ำมาอยู่ตรงกลางบ้านนั่นเอง

พื้นที่ชั้น 3 นี้จะถูกแบ่งออกเป็นส่วนหน้าบ้านกับส่วนหลังบ้านเช่นเดียวกับบ้านหลังก่อนหน้านี้ครับ มีฟังก์ชันที่คล้ายๆกัน แต่จะแตกต่างกันนิดหน่อย ซึ่งจะเป็นตรงไหนนั้นลองตามไปดูกัน

เริ่มจากพื้นที่อเนกประสงค์ตรงโถงทางเดิน จะมีการเว้าเข้าไปเหมือนเดิม สามารถทำเป็นมุมห้องพระได้นะ แต่จะมีขนาดเล็กกว่าหลังก่อนหน้านี้นิดหน่อยครับ เพราะต้องการเน้นพื้นที่ช่องแสงทางด้านซ้ายให้กว้างมากที่สุดนั่นเอง

ติดกันเป็นห้องนอนทางด้านหน้าบ้าน ซึ่งจะมีขนาดและฟังก์ชันที่เหมือนกับหลังก่อนหน้านี้เลยครับ มีพื้นที่กว้างขวาง รวมถึงมีห้องน้ำในตัวด้วย

แต่ที่ชอบและแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อยคือพื้นที่ข้างเตียงฝั่งซ้าย จะมีช่องหน้าต่างเกิดขึ้นครับ ซึ่งที่เป็นแบบนี้ได้ก็เป็นเพราะพื้นที่ด้านข้างของตัวบ้านจะเว้าเข้ามา จึงมีระยะห่างที่จะเจาะช่องแสงเพิ่มได้นั่นเองครับ ซึ่งมันจะทำให้ห้องสว่างและโปร่งโล่งมากขึ้นกว่าเดิม

ส่วนพื้นที่ฝั่งขวาของเตียงก็น่าใช้งานมากครับ สามารถทำเป็นมุมพักผ่อน นั่งเล่น หรือวางโต๊ะนั่งทำงานอ่านหนังสือก็ได้ แถมยังมีกระจกเข้ามุมช่วยเพิ่มมุมมองให้กว้างมากขึ้นอีกด้วย โดยระแนงด้านนอกจะช่วยพรางสายตาจากภายนอกได้ แต่จะไม่บังวิวที่มองจากภายในครับ

ปลายเตียงก็ยังสามารถวางชั้นวางทีวีได้เช่นเดิม หรือจะติดทีวีแขวนผนังก็ได้นะ แน่นอนว่ามี Walk in closet ในตัวตรงหน้าห้องน้ำอีกด้วย

ซึ่งมุม Walk in closet ก็จะมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับการอยู่อาศัย 1 คน ฟังก์ชันใช้งานง่ายครับ ออกมาจากห้องน้ำก็สามารถแต่งตัวได้เลย

ส่วนในห้องน้ำจะเหมือนกับห้องอื่นๆที่ผ่านมาก่อนหน้านี้นะ แน่นอนว่าจะมีประตูกระจกที่เปิดออกไปยังพื้นที่เก็บ Condensing unit ที่มีระแนง facade ปิดทางด้านหน้าให้เรียบร้อยอีกด้วย

ต่อไปเราจะไปดูในส่วนหลังบ้านอีกด้านกันต่อนะครับ

โดยพื้นที่ทางด้านหลังนี้จะมีฟังก์ชันห้องอยู่ 3 ห้อง เริ่มจากทางซ้ายมือจะเป็นห้อง Laundry ซึ่งผมชอบตรงผนังซ้ายมือที่เป็นกระจกใส จะช่วยดึงแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามายังโถงบันไดได้อีกด้านหนึ่ง ทำให้บันไดสว่างและไม่อึดอัดครับ ส่วนตรงกลางเป็นห้องน้ำ และทางขวามือเป็นห้องนอนนะ

เริ่มจากห้อง Laundry ทางด้านซ้ายมือ ของจริงเราจะได้เป็นห้องเปล่าที่มีการเตรียมพวกงานระบบต่างๆเอาไว้ให้ ประโยชน์ใช้สอยก็เหมือนที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ครับ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการพักอาศัยที่ชั้นบนสูงๆแบบนี้ แต่ที่จะต่างออกไปคือห้องนี้มีขนาดที่ใหญ่มากขึ้นอยู่ที่ 2 x 2.8 m. ครับ

รวมถึงมีระเบียงให้ได้ใช้งานตากผ้าได้เหมือนเดิมด้วยนะ แต่จะมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมเล็กน้อยอยู่ที่ประมาณ 1.5 x 2.1 m. ครับ

ติดกันเป็นห้องน้ำซึ่งคราวนี้จะอยู่นอกห้องนอนนะ และที่เพิ่มมาคือช่องหน้าต่างซึ่งจะช่วยระบายอากาศได้ดีมากขึ้นนั่นเองครับ

ส่วนห้องสุดท้ายเป็นห้องนอนเล็ก ซึ่งจริงๆถ้าไม่มีใครใช้นอนเราก็สามารถปรับห้องนี้ให้กลายเป็นห้องอเนกประสงค์อื่นๆได้ เช่น ห้องทำงาน ดูหนัง ห้องเล่นเกมส์ เป็นต้น

แต่ที่ชอบมากสำหรับห้องนี้มีได้ช่องแสงถึง 2 ฝั่ง ซึ่งทางด้านขวามือจะสามารถมองลงไปเห็นสวนที่ชั้นล่างได้อีกด้วยครับ

ส่วนประตูจะเป็นประตูโครงไม้ปิดผิวเมลามีน สี White teak และได้สวิตซ์ไฟของ Siemens สี Aluminum Metallic แบบนี้เลยครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 24 April 2019

  • ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 49 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 298 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 12.9 – 14.3 ล้านบาท
  • ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 7 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 45 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 385 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 16 ล้านบาท
  • จอง 100,000 บาท และทำสัญญา 500,000 บาท
  • ผ่อนดาวน์ 3 งวด
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • โปรโมชั่นแถมเครื่องปรับอากาศ 7 ตัว (เป็นแบบ Cassette type กับ Wall type ภายในบ้าน) รวมถึงได้ชุดผ้าม่านของ Pasaya กับ Gift Voucher เฟอร์นิเจอร์จาก Chic Republic ทั้ง 3 อย่างนี้มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการ Glam ลาดพร้าว 71 ตั้งอยู่ในย่านโชคชัย 4 ที่มีความคึกคักและความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่สูง รวมถึงยังเป็นเส้นทางลัดเลี่ยงรถติดที่สำคัญ สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง โดยโครงการจะตั้งอยู่ในซอยย่อยอีกที จึงค่อนข้างเงียบสงบเหมาะแก่การอยู่อาศัย แต่ก็เป็นทำเลที่ต้องพึ่งรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักครับ รวมถึงมีทางด่วนรามอินทราให้ใช้อยู่ไม่ไกลอีกด้วย จึงทำให้สามารถเข้า-ออกเมืองได้ง่ายมากๆ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : โครงการนี้ไม่ใช่โครงการจัดสรรหรือเป็นโครงการปิดแบบทั่วไป ที่จะมีรั้วรอบโครงการหรือมีป้อม รปภ. หน้าหมู่บ้าน แต่ภายในตัวบ้านก็มีระบบรักษาความปลอดภัยมาให้แทนครับ ทั้งรั้วสูง 4.5 m., ระบบ Digital door lock, กล้อง CCTV 4 จุด, และระบบ Magnetic & Shock Sensor ที่ประตูหน้าต่างชั้น 1 – ชั้นลอย

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : ถือว่าโครงการนี้ทำออกมาได้ดีเลยครับ เริ่มตั้งแต่การวางผังโครงการที่ต่างจากโครงการทาวน์โฮมทั่วไป ด้วยการนำบ้าน type ใหญ่มาอยู่ตรงกลาง และขนาบข้างด้วยบ้าน type เล็ก โดยมีการออกแบบให้บ้าน type ใหญ่ ตั้งแต่ชั้น 2 – 3 จะมีพื้นที่เว้าเข้าไป จึงทำให้ได้ช่องแสงด้านข้างเพิ่มเติม และเมื่อมองจากภายนอก ยังทำให้รู้สึกเหมือนเป็นบ้านเดี่ยวที่ไม่ติดเรียงกันเป็นแนวยาวแบบทาวน์โฮมเก่าๆอีกด้วย

ส่วนการออกแบบภายในแบบบ้านก็น่าสนใจไม่แพ้กันครับ จุดเด่นหลักๆของบ้านโครงการนี้คือพื้นที่ใช้สอย ทั้งที่ดินบ้านขนาดใหญ่เริ่มตั้งแต่ 45 -49 ตร.วา จึงทำให้มีที่จอดรถมากถึง 3 – 4 คัน แล้วยังมีพื้นที่สวนด้านหลังค่อนข้างเยอะอีกด้วย ส่วนพื้นที่ใช้สอยในบ้านก็มีเยอะไม่แพ้กันครับ โดยแต่ละ type จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันคือ แบบ Glam หรือบ้าน type เล็ก จะมีจุดเด่นที่ชั้น 1 ซึ่งจะได้เป็นช่องหน้าต่างสูงจากพื้นถึงฝ้า 5.5 m. ทั้ง 2 ด้าน เพราะเป็นบ้านแปลงมุม จึงทำให้ได้พื้นที่ที่โปร่งโล่งมากๆครับ รวมถึงยังเข้ากับ concept โครงการ Outside-in, Inside-Out ทำให้เกิดการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกบ้านได้อีกด้วย ส่วนแบบบ้าน Glamorous หรือบ้าน type ใหญ่ จะมีจุดเด่นอยู่ที่ชั้นลอยที่จะสามารถเดินเชื่อมต่อหน้าบ้านและหลังบ้านได้ ห้องแต่ละห้องมีขนาดใหญ่ สามารถจัดสรรฟังก์ชันได้ค่อนข้างลงตัว แต่ที่ชอบมากที่สุดคงจะเป็นระเบียงชั้น 2 ของห้อง Master Bedroom ซึ่งผมมองว่าพื้นที่ระเบียงส่วนนี้สามารถออกไปใช้งานได้จริง มีความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มช่องแสงให้กับห้องต่างๆภายในบ้าน ทำให้สามารถระบายอากาศได้ดี และยังทำให้ห้องชั้นบนทุกห้องสามารถ take view สวนส่วนนี้ได้ทั้งหมดอีกด้วย

วัสดุ : ถือว่าให้มาดีตามมาตรฐานทาวน์โฮมระดับราคานี้ครับ โครงสร้างบ้านเป็นก่ออิฐมวลเบา พื้นที่จอดรถและเฉลียงบ้านลงเสาเข็มสั้น ปูพื้นจอดรถด้วย Concrete stamp ส่วนเฉลียงบ้านจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ประตูทางเข้าบ้านเป็นบานไม้สัก ติดตั้ง Digital door lock ของ Yale มาให้ พร้อมกล้อง CCTV และ Magnetic & Shock Sensor ส่วนพื้นชั้น 1 ในบ้านเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อน กรอบประตูและหน้าต่างทั้งหมดเป็นอลูมิเนียม Powdercode สีดำ กระจกเขียวตัดแสง โครงสร้างบันไดเป็น คสล. ปิดผิวด้วยไม้ยางพารา ราวบันไดเป็นเหล็กธรรมดา และปูพื้นชั้นบนด้วยกระเบื้องยางไวนิลลายไม้ ส่วนสุขภัณฑ์ต่างๆในห้องน้ำจะเป็นของ Cotto ทั้งหมดครับ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : โดยรวมถือว่าโครงการดูโอเคและเรียบร้อยดีนะครับ ตัวอาคารเป็นทาวน์โฮมก็จริงแต่ไม่ได้ติดกันเป็นพรืด ดูคล้ายบ้านเดี่ยวที่แยกออกจากกันมากกว่า ถังขยะมีช่องเก็บอย่างดีไม่ได้วางเกะกะหน้าบ้าน พื้นหน้าบ้านก็มีการปรับ slope ยกสูงขึ้นจากพื้นถนนเพื่อป้องกันน้ำทั่วและการทรุดตัว ถนนหน้าโครงการก็มีการทำใหม่ให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น รวมถึงภายในบ้านก็มีการปูหญ้าและปลูกต้นไม้ประดับดูสวยงามดีครับ

สาธารณูปโภค : เนื่องจากโครงการนี้ไม่ใช่โครงการจัดสรร จึงไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง ดังนั้นทาง Think of living จึงจะไม่มีการวิเคราะห์และให้คะแนนในส่วนนี้ครับ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 7 – 12 ล้านบาท, Fact @ 24 April 2019

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 – ทำเลเดินทางสะดวก มีทางลัดไปได้หลายเส้นทาง อุดมสมบูรณ์ ใกล้ทางด่วน ใช้รถเป็นหลัก
  • ความปลอดภัย 7.25/10 – ในบ้านมีรั้วสูง 4.5 m. พร้อมกล้อง CCTV และระบบ Magnetic & Shock Sensor
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 9.5/10 – ทำได้ดีและน่าสนใจมาก มีการเชื่อมต่อพื้นที่ส่วนต่างๆ ใช้งานได้จริง ได้อารมณ์คล้ายบ้านเดี่ยว มีช่องแสงเยอะ
  • วัสดุ 8/10 – ได้ตามมาตรฐานทาวน์โฮมระดับราคานี้ครับ
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8/10 – ยูนิตน้อย อยู่ติดถนนสาธารณะ ภาพรวมเรียบร้อยดี
  • สาธารณูปโภค 0/10 – เนื่องจากโครงการนี้ไม่มีการจัดสรรที่ดิน และไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง จึงไม่มีการให้คะแนนในส่วนนี้ครับ
  • 7.92 / 9.00 (ไม่รวมคะแนนสาธารณูปโภค) หรือคิดเป็น 8.11 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Glam ลาดพร้าว 71 เหมาะกับคนที่ต้องการหาบ้านทาวน์โฮมแถวโชคชัย 4 หรือใกล้เคียง ได้ที่ดินใหญ่กว่าทาวน์โฮมทั่วไป เน้นพื้นที่ใช้สอยในบ้าน มีการออกแบบเฉพาะตัว เน้นอยู่อาศัยไม่เน้นส่วนกลาง ซึ่งต้องมีงบประมาณอยู่ที่ 12.9 – 16 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 90,000 – 112,000 บาท