…รีวิวโครงการ Cherkoon สุขุมวิท 77 ทาวน์โฮม 3 ชั้น ภายในซอยอ่อนนุช 46 ที่เรียกได้ว่าเป็นโครงการแนวราบเปิดใหม่ ที่อยู่ใกล้เมืองมาทางฝั่งสุขุมวิทมากที่สุดของย่านแล้วในตอนนี้ โดยในวันที่ผมเข้ามารีวิวเค้าก็เพิ่งสร้างเสร็จหมาดๆเลยครับ และเตรียมจะเปิด Pre-sale ในวันที่ 5 – 6 มีนาคม 2565 ที่จะถึงนี้แล้ว ซึ่งหากใครสนใจโครงการหรือกำลังมองหาบ้านในทำเลนี้อยู่ล่ะก็ ผมก็ได้รวบรวม Highlights หรือจุดเด่นที่น่าสนใจของโครงการมาให้ได้ชมกันดังนี้

  • ทำเลตั้งอยู่ในโซนใกล้เมืองฝั่งสุขุมวิท เชื่อมต่อถนนได้ 3 เส้นทาง ทั้งถนนสุขุมวิท ถนนอ่อนนุช และถนนศรีนครินทร์ ในราคาที่น่าสนใจไม่น้อยเมื่อเทียบกันเพื่อนบ้านย่านเดียวกัน
  • ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย (สายสุขุมวิทสีเขียว สถานีอ่อนนุช / สายสีเหลือง สถานีศรีนครินทร์ 38)
  • ตัวโปรดักส์ออกแบบฟังก์ชันยืดหยุ่น มีพื้นที่ให้กั้นผนังทำห้องเพิ่มเติมได้ หรือจะรื้อผนังเบาออก เพื่อเชื่อมต่อกลายเป็นห้องนอนใหญ่ก็ได้เหมือนกัน
  • ให้วัสดุมาดี หลังบ้านลงเสาเข็มยาวรองรับการต่อเติมครัวได้  และได้ช่องแสงขนาดใหญ่ที่สูงจากพื้นเกือบถึงฝ้าในทุกๆห้อง
  • มีการแยกพื้นที่การพัฒนาออกจากกันชัดเจน ทั้งประตูทางเข้าและรั้วรอบโครงการ รวมถึงมีการแยกพื้นที่ส่วนกลางออกมาด้านนอกด้วย จึงทำให้ส่วนพักอาศัยมีความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ข้อมูลโครงการ

Cherkoon Sukhumvit 77 (เฌอคูน สุขุมวิท 77) ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565

 ชื่อโครงการ   Cherkoon Sukhumvit 77 (เฌอคูน สุขุมวิท 77)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท นายณ์ เอสเตท จํากัด
 SEGMENT CLASS   MAIN – UPPER CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่   ซอย อ่อนนุช 46 เขต สวนหลวง
 ที่ดิน  13-0-97 ไร่
 จำนวนยูนิต  45 ยูนิต (เฉพาะเฟสที่ 1)
 ประเภทบ้าน
  • Warm Mulion Deluxe ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 18.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท

 ความสูงจากพื้นถึงฝ้า   2.6 เมตร
 ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ          80,000 บาท
 เริ่มก่อสร้าง   ปี 2564
 Pre-Sale   วันที่ 5 – 6 มีนาคม 2565
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   ปี 2565
 เว็บไซต์โครงการ   https://nyeestate.com/project/detail/8fc218c2-571c-4ab4-abc1-c42bd136bd0f
 โทร   063-996-9954

ทำเลที่ตั้ง

Highlights :

  • ทำเลในซอยอ่อนนุช 46 เชื่อมต่อถนนหลัก 3 สาย ทั้งถนนสุขุมวิท ถนนอ่อนนุช และถนนศรีนครินทร์
  • ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย (สายสุขุมวิทสีเขียว สถานีอ่อนนุช / สายสีเหลือง สถานีศรีนครินทร์ 38)
  • ราคาถือว่าไม่จับต้องได้ไม่ยาก เมื่อเทียบกับโซนใกล้เมืองทางฝั่งสุขุมวิท และปัจจุบันก็มีตัวเลือกไม่มากนักอีกด้วย

พิกัด Google Maps : 13.705323, 100.641370
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

โครงการ Cherkoon สุขุมวิท 77 ตั้งอยู่ในซอยอ่อนนุช 46 และเชื่อมต่อกับซอยศรีนครินทร์ 36 ได้ด้วย จึงทำให้เป็นทำเลที่สามารถเข้า-ออกได้ถึง 3 ทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนอ่อนนุช ถนนศรีนครินทร์ และถนนสุขุมวิท เรียกได้ว่าเป็นทำเลใกล้เมือง และเดินทางเชื่อมต่อมายังฝั่งสุขุมวิทได้ง่ายมากๆครับ ซึ่งเราก็ไม่ได้เห็นโครงการแนวราบเปิดใหม่บริเวณนี้มานานแล้วเหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นบ้านราคาไม่ถึง 10 ล้านแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งไม่มีเลยครับ ส่วนใหญ่ก็จะไปเปิดด้านหลังซีคอน หรือตรงสวนหลวง ร.9 กันซะมากกว่า ดังนั้นใครที่กำลังมองหาบ้านในทำเลแบบนี้อยู่ล่ะก็ โครงการนี้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ในด้านความอุดมสมบูรณ์จะอิงอยู่บนถนนศรีนครินทร์เป็นหลัก มีทั้งห้าง Seacon Square / Paradise Park และตลาดนัดรถไฟ รวมถึงยังมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ อย่างสวนหลวง ร.9 อีกด้วยนะครับ แต่ถ้าใครที่ใช้ชีวิตอิงมาทางสุขุมวิท ก็จะมีทั้งโซนอ่อนนุชและโซนอุดมสุขที่คึกคักมากๆ โดยจะมีทั้งห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และคอมมูนิตี้มอลล์ให้ได้เดินช้อปปิ้งกันด้วย

และอีกหนึ่งจุดเด่นของทำเลโครงการนี้คือ เค้าจะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า 2 สาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงคูคต-เคหะ) สถานีอ่อนนุช จะอยู่ห่างออกไปประมาณ 5.4 km. หรือรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ช่วงลาดพร้าว-สำโรง) สถานีศรีนครินทร์ 38 ที่อยู่ห่างประมาณ 900 m. ก็ถือเป็นตัวเลือกในการเดินทางเข้า-ออกเมือง ได้สะดวกอีกเส้นทางหนึ่งครับ

ทางด่วนที่ใกล้ที่สุด :

Image 1/2
สำหรับจุดขึ้นทางด่วนที่ใกล้ที่สุดคือ ทางด่วนเฉลิมมหานครตรงซอยสุขุมวิท 62 ห่างจากโครงการประมาณ 8 km. ซึ่งถ้าในช่วงเวลาเร่งด่วนก็อาจต้องเผื่อเวลาประมาณ 30 - 50 นาทีหน่อยนะครับ เพราะถนนสุขุมวิทช่วงนี้รถค่อนข้างหนาแน่นทีเดียว

สำหรับจุดขึ้นทางด่วนที่ใกล้ที่สุดคือ ทางด่วนเฉลิมมหานครตรงซอยสุขุมวิท 62 ห่างจากโครงการประมาณ 8 km. ซึ่งถ้าในช่วงเวลาเร่งด่วนก็อาจต้องเผื่อเวลาประมาณ 30 - 50 นาทีหน่อยนะครับ เพราะถนนสุขุมวิทช่วงนี้รถค่อนข้างหนาแน่นทีเดียว

การเดินทางมายังโครงการ :

Image 1/8
เนื่องจากโครงการนี้ตั้งอยู่ภายในซอย ดังนั้นผมจะพาทุกคนเริ่มจากบนถนนหลักศรีนครินทร์หน้าซีคอนก่อนนะครับ ซึ่งก็ให้เราขับตรงไปเรื่อยๆประมาณ 1 km. จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยศรีนครินทร์ 36 แล้วขับเข้าไปตามทางในซอยประมาณ 800 m. ก็จะเจอกับที่ตั้งของโครงการแล้วครับ

เนื่องจากโครงการนี้ตั้งอยู่ภายในซอย ดังนั้นผมจะพาทุกคนเริ่มจากบนถนนหลักศรีนครินทร์หน้าซีคอนก่อนนะครับ ซึ่งก็ให้เราขับตรงไปเรื่อยๆประมาณ 1 km. จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยศรีนครินทร์ 36 แล้วขับเข้าไปตามทางในซอยประมาณ 800 m. ก็จะเจอกับที่ตั้งของโครงการแล้วครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

ตัวโครงการจะเข้าซอยมาจากถนนศรีนครินทร์ประมาณ 800 m. บริบทโดยรอบจึงเป็นทำเลที่เงียบสงบ เพราะเป็นชุมชนแนวราบดั้งเดิมและที่ว่างเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งยังมีการแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งทำเป็นถนนส่วนกลาง และยกให้เป็นสาธารณะ เพื่อเชื่อมต่อกับซอยหมู่บ้านมิตรภาพ 1 ไปออกซอยอ่อนนุช 46 ได้อีกหนึ่งเส้นทางด้วยครับ ส่วนบริเวณรอบๆโครงการจะสามารถสรุปได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ : ติดกับ อาคาร Clubhouse และถนนซอยหมู่บ้านมิตรภาพ 1 ที่เป็นชุมชนดั้งเดิม
  • ทิศใต้ : ติดกับ ที่ว่าง
  • ทิศตะวันออก : ติดกับ ชุมชนแนวราบ
  • ทิศตะวันตก : ติดกับ ที่ว่างและชุมชนแนวราบ

เรามาเดินดูทำเลรอบๆโครงการกันสักนิดครับ แต่เนื่องจากถนนสาธารณะด้านหน้ายังคงมีการก่อสร้างอยู่ และยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี ดังนั้นผมเลยขอพามาดูทางด้านซ้ายของโครงการ กันก่อนนะครับ

ซึ่งบริเวณนี้จะอยู่ทางด้านหน้าอาคาร Clubhouse พอดีเลย จากนั้นจะเป็นทางเลี้ยวซ้ายไปยังซอยหมู่บ้านมิตรภาพ 1 เพื่อเชื่อมต่อไปออกซอยอ่อนนุช 46 ได้อีกหนึ่งเส้นทางครับ ซึ่งรอบๆก็จะเป็นชุมชนเก่าและทาวน์โฮม 2 – 3 ชั้น รวมถึงซ้ายมือจะมีร้านขายของชำเล็กๆตั้งอยู่ด้วย

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • Seacon Square ~ 3.3 km.
  • Big C Extra อ่อนนุช ~ 5.1 km.
  • ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ~ 6.3 km.
  • Central บางนา ~ 6.3 km.
  • Paradise Park ~ 6.4 km.
  • Lotus’s อ่อนนุช ~ 7 km.
  • One Udomsuk ~ 7.1 km.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลสินแพทย์  ~ 5.8 km.
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ~ 6.9 km.

โรงเรียน

  • วิทยาลัยดุสิตธานี ~ 3.7 km.
  • โรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ  ~ 5.6 km.
  • โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ  ~ 6.9 km.

สถานที่ราชการอื่นๆ

  • สวนหลวง ร.9 ~ 7 km.

รายละเอียดโครงการ

Highlights :

  • มีการแบ่งแปลงที่ดิน แยกเฟสพัฒนาออกจากกันชัดเจน พร้อมกับมีซุ้มประตูและรั้วรอบขอบชิดเป็นของตัวเอง เพื่อความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย
  • แยกพื้นที่ส่วนกลางและอาคาร Clubhouse ออกมาอยู่ด้านนอกโซนพักอาศัย โดยกำหนดให้ใช้งานได้เฉพาะคนในโครงการเท่านั้น
  • ทำถนนตรงกลางโครงการ เชื่อมต่อซอยอ่อนนุช 46 และซอยศรีนครินทร์ 36 ให้เข้า-ออกได้ 2 ทาง เพิ่มความสะดวกและยกให้เป็นสาธารณะ
  • เฟสแรกมียูนิตน้อยเพียง 45 หลัง เป็นส่วนตัวไม่พลุกพล่าน

ทำความรู้จักกับ… นายณ์ เอสเตท (Nye Estate)

เป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ที่เคยมีผลงานมาแล้วหลายโครงการ และหากพูดถึงชื่อแบรนด์ QUARTER หรือ KRAAM ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงจะคุ้นกันอย่างแน่นอนครับ ซึ่งล้วนแต่เป็นโครงการระดับ Luxury ที่มีราคาขายระดับสิบล้านขึ้นไปทั้งนั้น

จุดเด่นของ Developer เจ้านี้เค้าจะเรียกตัวเองว่าเป็น Boutique Developer โดยให้ความสำคัญกับทำเลใกล้ตัวเมือง และการออกแบบที่ไม่ใช่แค่หรูหราสวยงามเท่านั้น แต่ยังต้องมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ดีอีกด้วย

อย่างสมัยที่ผมเคยไปรีวิว KRAAM สุขุมวิท 26 ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมที่ได้มีการออกแบบพื้นที่และช่องระบายอากาศต่างๆได้ดี ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากๆ หรือจะเป็นโครงการ Quarter 39 ก็เคยได้รับรางวัลผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เพื่อคุณภาพชีวิตดีเด่น (ASA Real Estate Awards 2018) อีกด้วยครับ

และสำหรับแบรนด์ Cherkoon นี้ก็ถือว่าเป็นโครงการที่ 2 แล้วครับ โดยโครงการแรกก็คือ Cherkoon สาทร-ราชพฤกษ์ และผ่านมากว่า 6 ปี ก็ถึงเวลาแล้วครับกับโครงการล่าสุดอย่าง Cherkoon สุขุมวิท 77 ที่ได้มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาภายนอกและฟังก์ชันภายใน ซึ่งทำออกมาได้ค่อนข้างน่าสนใจดีทีเดียว จะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยครับ

โครงการ Cherkoon สุขุมวิท 77 จะมีการแบ่งผืนที่ดินในการพัฒนาออกเป็น 2 – 3 เฟส ซึ่งก็จะค่อยๆทยอยก่อสร้างและเปิดขายไปเรื่อยๆในอนาคต โดยแต่ละเฟสก็จะมีรั้วรอบขอบชิด แยกซุ้มประตูทางเข้าและนิติออกจากกัน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยค่อนข้างมาก อย่างเฟสแรกที่กำลังเปิดขายในปัจจุบันก็มีเพื่อนบ้านเพียง 45 ยูนิตเท่านั้น และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ทางโครงการมีการทำถนน Main ตรงกลาง พร้อมกับยกให้เป็นสาธารณะ เพื่อเชื่อมเส้นทางให้เข้า-ออกได้ทั้งจากซอยอ่อนนุช 46 และซอยศรีนครินทร์ 36 ซึ่งทำให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้นครับ

ส่วนตัวอาคาร Clubhouse จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้งานร่วมกันของทั้งโครงการในอนาคต โดยจะมีรั้วแยกออกจากพื้นที่พักอาศัยเฟสอื่นๆชัดเจน จึงทำให้บรรยากาศในโซนพักอาศัยมีความเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย และได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นครับ โดยแลกกับเวลาใช้งานก็อาจต้องเดินออกมาด้านนอกสักหน่อยนะ ส่วนภายในโครงการก็จะมีพื้นที่สวนเล็กๆอยู่ทางด้านหน้า ให้มาเดินเล่นพักผ่อนกันได้ และยังทำหน้าที่เป็นส่วนต้อนรับเวลาเข้า-ออกโครงการ ทำให้รู้สึกสดชื่นและร่มรื่นมากขึ้นอีกด้วยนั่นเอง

บรรยากาศซุ้มประตูทางเข้าจะเป็นประตูเหล็กเลื่อนไฟฟ้า ที่แยกทางเข้า-ออกชัดเจนด้วยระบบ RFID หรือสัญญาณ Bluetooth ที่ประตูจะเปิดออกให้แบบอัตโนมัติเหมือน Easy Pass บนทางด่วน ซึ่งจะสะดวกมากๆครับ อีกทั้งยังเสริมความปลอดภัยด้วยกล้อง CCTV ที่จะคอยถ่ายใบหน้าคนขับและทะเบียนรถอีกด้วย

ส่วนช่องทางด้านซ้ายมือสุดจะเป็นช่องสำหรับ Visitor และมี Video Door Phone ติดตั้งอยู่ตรงเสาสีดำฝั่งคนขับ ซึ่งผู้มาติดต่อสามารถกดหมายเลขบ้าน เพื่อโทรไปแจ้งกับเจ้าของบ้านได้โดยตรง (จะมี Video Door Phone อีกชุดหนึ่งติดตั้งอยู่ในบ้านแต่ละหลังด้วย) และหากเป็นแขกที่นัดเอาไว้จริง ทางเจ้าของบ้านก็สามารถกดเปิดประตู เพื่ออนุญาตให้เข้าไปได้ด้วยตัวเองเลยครับ

ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นป้อม รปภ. และจะมีประตูทางเข้าคนเดินเล็กๆอยู่ด้วย

โดยเมื่อเราผ่านประตูเข้ามาก็จะเจอกับ สวนเล็กๆที่อยู่ทางด้านหน้าโครงการ ทำหน้าที่เป็นส่วนต้อนรับ เพิ่มความสดชื่น และสามารถมาเดินเล่นพักผ่อนกันได้ครับ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆจะอยู่แยกออกมาทางด้านซ้ายของโครงการครับ

ตัวอาคาร Clubhouse เป็นอาคาร 2 ชั้น พร้อมที่จอดรถใต้อาคาร 4 คัน ซึ่งถึงแม้จะอยู่แยกออกมาจากโซนพักอาศัยแบบนี้ แต่ก็เป็นส่วนกลางที่ใช้งานร่วมกันระหว่างลูกบ้านในโครงการ Cherkoon สุขุมวิท 77 เท่านั้น จะไม่เหมือนกับพวก Sport Club ที่เปิดให้คนภายนอกมาใช้งานแล้วคิดค่าบริการเป็นครั้งคราวครับ นั่นเลยทำให้ส่วนกลางแห่งนี้ยังคงมีความเป็นส่วนตัวที่ดี โดยที่ลูกบ้านทุกหลังและทุกเฟส ก็ยังต้องจ่ายค่าส่วนกลางเป็นรายเดือนตามปกติ 95 บาท/ตร.วานั่นเอง

ทางเข้าอาคารจะต้องเดินมาทางด้านข้างแบบนี้ มีทั้งบันไดและทางลาดสำหรับรถเข็นให้ใช้งานตามหลัก Universal Design ทำให้พาผู้สูงอายุหรือเด็กๆมาใช้งานได้ด้วย

ด้านในสุดของทางเดินจะมีจุดล้างตัวและห้องน้ำแยกชาย-หญิง ให้ใช้งานริมสระแบบสะดวกๆ

ภายในห้องน้ำมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีฟังก์ชันให้ใช้งานครบ ทั้งโถสุขภัณฑ์และห้องอาบน้ำ

ส่วนฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นสระน้ำตื้นสำหรับเด็ก ขนาดประมาณ 3.3 x 3 m. โดยจะอยู่ใกล้กับจุดนั่งเล่นพักผ่อน ที่ผู้ปกครองสามารถมานั่งดูแลน้องๆแบบใกล้ชิดได้นั่นเองครับ

ซึ่งจุดนั่งเล่นจะเป็นพื้นที่ Sunken ลึกลงไปเล็กน้อย ทำให้เวลานั่งอยู่บนเก้าอี้หวายก็จะอยู่ใกล้กับระดับผิวน้ำพอดี เหมือนเราได้อยู่ในสระไปด้วยครับ แต่ที่แน่ๆก็คือที่นั่งนี้จะอยู่ในร่ม เลยสามารถมานั่งเล่นได้ตลอดทั้งวันเลย

ส่วนสระว่ายน้ำหลักจะมีขนาด 4.6 x 15 m. พอจะสามารถว่ายออกกำลังกายพร้อมกัน 1 – 2 คนได้ครับ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้จะถูกโอบล้อมด้วยตัวอาคาร Clubhouse และแนวรั้วต้นไม้ทั้ง 2 ด้าน เลยทำให้มีความเป็นส่วนตัวในการมาใช้งานค่อนข้างมากทีเดียว

อีกด้านหนึ่งก็จะเป็นพื้นที่นั่งเล่นริมสระ ซึ่งจะอยู่ใกล้กับบันไดทางขึ้นชั้น 2 เลยครับ ว่าแล้วเราก็มาดูชั้นบนนี้เป็นส่วนต่อไปกันเลยดีกว่านะ

ขึ้นมาบนชั้น 2 เมื่อเราเดินมาตามทางเดินเรื่อยๆ ก็จะเจอกับห้องกระจกแรกทางซ้ายมือ ที่เป็นห้อง Fitness รวมถึงจากบนระเบียงนี้เรายังสามารถมองเชื่อมต่อลงไปชั้น 1 ได้ด้วย ซึ่งเป็นการ Design ให้ทุกฟังก์ชันเชื่อมต่อกัน โดยการเกิด Court ตรงกลางอาคาร และมีสระว่ายน้ำกับต้นไม้เป็นจุดศูนย์กลางแบบนี้นั่นเองครับ

ส่วนภายในห้อง Fitness ก็มีอุปกรณ์ให้ใช้งานครบ สามารถมาออกกำลังกายพร้อมกัน 5 – 6 คนได้เลยครับ

และแน่นอนว่าเราสามารถออกกำลังกายไป ก็จะสามารถชมวิวสระไปพร้อมๆกันได้ด้วย ส่วนอีกด้านหนึ่งของห้องจะเป็นดัมเบลและเสื่อโยคะ ให้ได้ใช้งานบริเวณหน้ากระจกเงาแบบนี้

ถัดมาเราจะไปดูฟังก์ชันฝั่งตรงข้ามทางด้านซ้ายกันบ้างครับ

เข้ามาภายในเราจะเจอกับ Cherkoon Lounge เป็นพื้นที่เอาไว้รับรองแขกได้ โดยไม่จำเป็นห้องพาเข้าบ้านให้เสียความเป็นส่วนตัว รวมถึงสามารถมานั่งเล่น กดคอมพิวเตอร์ตรงโต๊ะบาร์ทรงสูง หรือจัดกิจกรรมร่วมกันกับเพื่อนบ้านก็ได้ครับ

ถัดมาทางขวามือจะเป็นโซฟานั่งเล่นขนาดใหญ่ ที่อยู่บริเวณทางเชื่อมอาคารพอดีครับ

ซึ่งฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นช่องหน้าต่าง ที่เราสามารถมองเห็น Court ต้นไม้ตรงกลาง และสระว่ายน้ำได้ อีกทั้งยังทำให้บรรยากาศภายในอาคารดูสว่าง และโปร่งโล่งมากๆอีกด้วยนะ

ส่วนพื้นที่ด้านในสุดคือ Reading Room เป็นพื้นที่สำหรับนั่งทำงานและอ่านหนังสือ โดยจะแบ่งเป็นโซนชุดโซฟาและโต๊ะตัวยาวให้ใช้งานครับ อีกทั้งเป็นห้องที่มีฝ้าเพดานสูงเป็นรูปทรงจั่ว และโดยรอบก็ยังเป็นกระจกอีกด้วย ก็เลยมีความสว่างและโปร่งโล่งดีมากๆ

หากใครอยากนั่งทำงานจริงจัง ผมแนะนำให้มาตรงโต๊ะตัวยาวริมหน้าต่างเลยครับ ซึ่งนอกจากจะสามารถชมวิวสระว่ายน้ำด้านล่างได้แบบเพลินๆแล้ว ที่โต๊ะยังมีปลั๊กไฟซ่อนอยู่อย่างเรียบร้อย ให้เราได้ใช้งานกันได้สะดวกๆอีกด้วย

ส่วนอีกด้านของ Cherkoon Lounge จะเป็นห้องกระจกคือ Meeting Room

ภายในมีชุดโต๊ะขนาด 6 ที่นั่ง พร้อมกับอนาคตจะมีจอทีวีติดผนังมาให้ใช้งานด้วย ซึ่งเราสามารถมานั่งทำงาน หรือนัดประชุมเล็กๆแบบเป็นส่วนตัวที่ห้องนี้ได้เลยนั่นเอง

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  • Modern Tropical Pool 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 4.6 x 15 เมตร
  • Kids Pool ขนาด 3.3 x 3 เมตร
  • Fitness
  • Cherkoon Lounge
  • Reading Room
  • Meeting Room
  • Recreation Ground พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด ขนาด 46.3 ตร.วา
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 10 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร
  • ถนนภายในโครงการกว้าง 9 ม.
  • Key Card Access ระยะไกล ระบบ RFID (เปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยสัญญาณ Bluetooth)
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ เลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
  • Video Door Phone

แบบบ้าน

Highlights :

  • ฟังก์ชันภายในยืดหยุ่น สามารถกั้นผนังตรงพื้นที่อเนกประสงค์เพื่อเพิ่มฟังก์ชัน หรือจะนำผนังเบาออกเพื่อเชื่อมต่อกันเป็นห้องใหญ่ก็ได้
  • มีการออกแบบบช่องหน้าต่าง และช่องแสง Skylight ทำให้พื้นที่ในบ้านสว่าง และระบายอากาศได้ดี
  • ลงเสาเข็มลึกเท่ากับตัวบ้านให้ตรงส่วนหลังบ้าน พร้อมกำแพงสูง 2.5 m. สามารถทำหลังคาปิดแล้วทำเป็นครัวไทยเพิ่มได้เลย
  • โครงสร้างบ้าน Precast มีความแข็งแรง และก่อสร้างได้มาตรฐานเหมือนกันทุกหลัง
  • ประตูรั้วแบบ Flexible ทำให้จอดรถคันใหญ่ๆ ช่วงรถยาวๆในบ้านได้สบายๆ

  • Warm Mulion Deluxe ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 18.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

จุดที่น่าสนใจของแปลนชั้นพักอาศัยคือ “ฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น” สังเกตจากภายในจะมีพื้นที่อเนกประสงค์ให้เรากั้นห้องเพิ่มได้ถึง 2 จุด สามารถทำเป็นห้องพระก็ดี หรือห้องทำงานก็ได้ ซึ่งเหมาะกับยุค WFH ที่หลายๆคนต้องการบ้านที่มีฟังก์ชันหลากหลายแบบนี้มากๆครับ รวมถึงห้องนอนชั้นบนยังสามารถรื้อผนังเบาออก (บริเวณผนังสีแดง) เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ให้กลายเป็นห้องนอนใหญ่ได้อีกด้วย

อีกหนึ่งสิ่งที่ผมคิดว่าทำได้ดีคือ “ช่องแสง” ซึ่งปกติแล้วทาวน์โฮมส่วนใหญ่ที่วางบันไดอยู่ตรงกลางบ้านแบบนี้ มักจะมีปัญหาเรื่องแสงสว่างไม่เพียงพอ ทำให้บ้านมืดและดูอึดอัดใช่มั้ยครับ แต่สำหรับบ้านหลังนี้จะมีการเปิดช่องแสงบริเวณโถงทางเดิน ทั้งบริเวณหน้าบ้านและหลังบ้าน แถมยังมีการทำช่องแสง Skylight บนฝ้าเพดานเพิ่มอีกด้วย จึงทำให้ภายในบ้านสว่างและโปร่งโล่งดีเลยทีเดียวครับ

โดยภาพรวมบ้านหลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ ตอบโจทย์คนที่ชอบพื้นที่ Multifunction เยอะๆแบบนี้ และสามารถรองรับครอบครัวที่มีขนาดเล็ก-ครอบครัวใหญ่ได้เลย ซึ่งหากเป็นครอบครัวเล็กที่อยู่ด้วยกัน 3 คน (พ่อ-แม่-ลูก) ก็อาจนำผนังกลางห้องบนชั้น 3 ออก เพื่อเชื่อมต่อเป็นห้องนอนใหญ่ 2 ห้องไปเลยก็ได้ หรือถ้ามีพี่น้อง 2 คน ก็สามารถใช้ฟังก์ชันแบบ 3 ห้องนอนตามที่โครงการจัดมาให้เป็นปกติ และหากใครที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย ก็อาจปรับพื้นที่อเนกประสงค์หน้าบ้านชั้น 1 ให้กลายเป็นห้องนอนเล็กๆ เพิ่มอีกสักห้องก็ได้ครับ

มาเริ่มกันที่ประตูรั้วหน้าบ้าน จะเป็นแบบเหล็กบานเฟี้ยมแบบ Flexible ที่สามารถเพิ่มระยะช่องจอดรถภายในมาได้อีกหน่อย จากเดิมที่มีความลึก 5.75 m. ก็จะมีที่จอดเพิ่มขึ้น 30 cm. เป็นประมาณ 6 m. ซึ่งจะได้เป็นมาตรฐานแบบนี้ทุกหลังเลยครับ

เป็นออกแบบเพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่อง “การห้ามจอดรถหน้าบ้าน” ซึ่งเป็นกฎระเบียบที่ทางโครงการตั้งเอาไว้ โดยวิธีนี้อาจเป็นการล้ำพื้นที่ถนนส่วนกลางมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้รบกวนการจราจรแต่อย่างใด และยังทำให้บ้านที่มีรถยาวๆอย่าง PPV หรือ SUV แบบ 7 ที่นั่งก็สามารถจอดในบ้านได้แบบสบายๆ ซึ่งตรงจุดนี้ลูกบ้านทั้งหมดก็ควรต้องทำความเข้าใจ และยอมรับลักษณะการใช้งานในส่วนนี้ด้วยนะครับ

ภายในบ้านมีความกว้าง 5.5 m. สามารถจอดรถ 2 คันได้สบายๆ และรอบๆจะมีการเซาะร่องระบายน้ำ และเป็นการตัด Joint แยกโครงสร้างพื้นออกจากตัวบ้าน เพื่อที่เวลาเกิดการทรุดตัวในอนาคต น้ำหนักของพื้นจะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างบ้านหลัก ส่วนท่อน้ำยาปลวกที่อยู่ตรงหน้าบ้านแบบนี้ เวลาช่างเข้ามาฉีดพ่นน้ำยาก็จะไม่จำเป็นต้องเข้าไปในบ้าน ให้เราเสียความเป็นส่วนตัวนั่นเองครับ

ทางเข้าบ้านจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ กรอบอลูมิเนียมสีน้ำตาลเข้ม และกระจกใสธรรมดา ของจริงจะไม่ได้ Digital Door Lock นะครับ แต่สามารถนำเป็นไอเดียตกแต่งเพิ่มเติมได้ เพื่อความปลอดภัยในการอยู่อาศัยที่ดีมากขึ้น

เข้ามาภายในเราจะเจอกับ Common Area ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมต่อพื้นที่หน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้าน พร้อมกับฝ้าเพดานสูง 2.6 m.

ต้องบอกก่อนนะครับว่า…ของจริงจะกว้างกว่านี้เยอะ เพราะบ้านตัวอย่างเค้าได้มีการกั้นผนังเพิ่มเติม เลยทำให้พื้นที่ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น แต่การกั้นผนังลักษณะนี้ ก็จะทำให้เราสามารถติดทีวีแขวนผนังได้ง่ายขึ้นด้วยนะครับ (ของจริงผนังจะสั้นและอยู่ลึกไปสักหน่อย อาจทำให้ทีวีไม่ตรงกับโซฟาได้) โดยระยะดูทีวีจะอยู่ที่ประมาณ 2.7 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 50 – 60 นิ้วได้เลย

ซึ่งไอเดียการกั้นห้องแบบนี้ เราสามารถนำไปใช้ได้นะครับ เพราะเค้าออกแบบพื้นที่มาให้แล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยบางคนอาจทำเป็นห้องทำงาน ดูหนัง/ฟังเพลง หรือสตูดิโอไว้ไลฟ์สดขายของก็ได้

โดยบ้านตัวอย่างหลังนี้ก็ได้ทำเป็นห้องทำงาน ให้เหมาะกับช่วง WFH แบบนี้มาให้ดูครับ ซึ่งหากเรากั้นห้องแล้วภายในก็จะมีขนาดประมาณ 2.65 x 2.25 m. พอที่จะวางเตียงเล็กๆและทำเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุที่ชั้นล่างนี้เลยก็ได้นะครับ

อีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจจากบ้านตัวอย่างคือ เค้าดัดแปลงพื้นที่ห้องเก็บของใต้บันได ให้สามารถเลื่อนโซฟาตัวนี้เข้าไปเก็บด้านในได้ ซึ่งก็จะเนียนไปกับผนังและทำให้เราได้พื้นที่ใช้สอยกลับคืนมาอีกด้วย

ถัดเข้ามาในบ้านจะเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารที่อยู่ทางด้านหลังบ้าน โดยของจริงจะเป็นพื้นที่เปล่าที่พอจะวางโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งได้พอดีๆ หรือถ้าใครที่ต้องการทำตรงนี้เป็นครัวเปิดเล็กๆ ก็จะมีพวกท่องานระบบต่างๆ ที่ฝังอยู่ในผนังเตรียมเอาไว้ให้แล้วครับ สามารถทำเคาน์เตอร์เพิ่มเติมเองได้เลย

และถ้าใครที่ซื้อเป็นบ้านแปลงมุม ก็จะได้ช่องแสงขนาดใหญ่ทางด้านข้างเพิ่มแบบนี้ด้วยนะครับ ทำให้ตรงกลางบ้านสว่างและโปร่งโล่งมากขึ้น แถมยังสามารถชมวิวสวนข้างบ้าน หรือเปิดออกไปเดินเล่นด้วยก็ได้

ถัดมาจะเป็นพื้นที่หลังบ้าน ซึ่งจะมีจุดเด่นคือเราสามารถต่อเติมครัวเพิ่มได้ง่ายๆ เพราะเค้าได้ลงเสาเข็มลึกเท่ากับตัวบ้านมาให้แล้ว สามารถรองรับน้ำหนักการต่อเติมได้สบายๆ ไม่ต้องห่วงว่าพื้นจะทรุดตัว แถมยังมีกำแพงรั้วที่สูงถึง 2.5 m. อยู่โดยรอบอีกด้วย เหลือเพียงแค่ทำหลังคาปิด และก่อเคาน์เตอร์ครัวเพิ่มเติมก็พร้อมใช้งานแล้วครับ

ในบ้านตัวอย่างหลังนี้นอกจากจะทำเป็นห้องครัวแล้ว ยังมีไอเดียการแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นห้องซักรีดอีกด้วยครับ หรือเราอาจเว้นพื้นที่ทำเป็นส่วน Outdoor ไว้สำหรับตากผ้าและปลูกต้นไม้ก็ได้นะ

สำหรับห้องน้ำและโถงบันไดจะหลบมุมมองสายตา มาอยู่ตรงบริเวณด้านหลังผนังแบบนี้ เลยทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นครับ

ภายในห้องน้ำจะเป็นแบบที่มีส่วนอาบน้ำ เพื่อรองรับการทำห้องนอนชั้นล่างเพิ่มเติมนั่นเอง ซึ่งสุขภัณฑ์ต่างๆจะเป็นของ Cotto และมีพื้นที่ส่วนแห้งกว้าง 1.15 x 1.5 m. ใช้งานได้สบายๆ มาพร้อมกับพัดลมดูดอากาศบนเพดาน (แต่จะเป็นแบบสี่เหลี่ยมธรรมดา ไม่เหมือนบ้านตัวอย่างน้า)

ส่วนพื้นที่ยืนอาบน้ำจะมีการลดระดับลงไปเล็กน้อย ขนาดประมาณ 1.15 x 0.75 m. ไม่มีฉากกั้นมาให้ แต่ก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมเองได้นะครับ ส่วน Hand Shower ก็สามารถปรับระดับได้ และมี Junction box เอาไว้ให้ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้พร้อมเลย โดยอาจไปเพิ่มชั้นวางของอีกนิดหน่อยก็ใช้งานได้แล้วครับ

ติดกันจะเป็นบันไดโครงสร้างเหล็ก กว้างประมาณ 1 m. พร้อมมีราวจับมาให้ตลอดทาง โดยที่ใต้บันไดของจริงก็จะเป็นแบบโชว์โครงเหล็กด้วยนะครับ ซึ่งจะทำให้มีความโปร่งโล่งมากขึ้น แต่ผมก็แนะนำให้ฉาบเรียบปิดไปเลย แบบในบ้านตัวอย่างก็จะดูเรียบร้อยกว่า แถมยังทำให้ติดไฟส่องสว่างเพิ่มเติมได้อีกด้วย เวลากลางคืนจะได้ขึ้น-ลงบันไดได้อย่างปลอดภัยครับ

ขึ้นบนมาชั้น 2 จะเจอกับพื้นที่อเนกประสงค์หน้าบันได ซึ่งอยู่ติดกับระเบียงเล็กๆ ที่ช่วยให้แสงส่องสว่างเข้ามาด้านใน ทำให้บรรยากาศดูสว่างและโปร่งโล่งมากขึ้นครับ ส่วนพื้นก็จะเปลี่ยนวัสดุเป็นลามิเนตลายไม้สีธรรมชาติแบบนี้เลย

โดยพื้นที่ส่วนนี้มีขนาดประมาณ 2 x 2.6 m. สามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่น หรือจะกั้นกระจกทำเป็นห้องทำงานส่วนตัว หรือห้องพระก็ได้

ระเบียงมีขนาดประมาณ 2 x 0.7 m. สามารถออกมายืนสูดอากาศ หรืออาจปลูกต้นไม้ในกระถางเล็กๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่นก็ได้ มาพร้อมราวกันตกสูง 1 m. เพื่อความปลอดภัยเป็นมาตรฐาน

ถัดมาเราจะไปดูห้องนอนที่อยู่ชั้นนี้กันบ้าง ซึ่งก็จะมีอยู่เพียงห้องเดียวเลยครับ

ภายในคือ Master Bedroom ซึ่งการมาอยู่บนชั้น 2 แบบนี้ ก็จะสะดวกสำหรับเจ้าของบ้านนั่นเอง (บางโครงการนำไปไว้บนชั้น 3 ก็อาจไม่สะดวกในการขึ้น-ลงเท่าไหร่นัก) ในห้องมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางมากๆ ขนาดประมาณ 3.2 x 6.4 m. จนสามารถแบ่งฟังก์ชันเพิ่มเติมได้เลย หรือหากใครคิดว่าพื้นที่ยังกว้างไม่พอ ก็สามารถนำผนังเบาทางขวามือออก และขยายพื้นที่ไปยังพื้นที่อเนกประสงค์ด้านนอกก่อนหน้านี้ได้อีกด้วย (ตามที่เกริ่นเอาไว้แล้วในช่วงแปลน)

เริ่มจากพื้นที่ด้านขวามือจะเป็นโซนเตียงนอน สามารถใช้เตียงขนาด 5 – 6 ฟุต แล้วยังมีพื้นที่รอบเตียงเหลือให้ใช้สอยได้สบายๆ ส่วนผนังปลายเตียงก็ติดทีวีนอนดูบนเตียงชิลๆได้เลย

ด้านขวาของเตียงจะเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ พร้อมติดตั้งราวกั้นตกมาให้เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งยังมีช่องแสงด้านข้าง ที่เชื่อมต่อกับระเบียงตรงพื้นที่อเนกประสงค์ก่อนหน้านี้ด้วยครับ เลยทำให้บรรยากาศมุมนี้สว่างและโปร่งโล่งขึ้นเยอะเลย น่าเอาโซฟาหรือโต๊ะทำงานมาตั้งอยู่ตรงนี้มากๆ

ส่วนอีกด้านของห้องของจริงจะเป็นพื้นที่โล่งๆ ซึ่งเราก็สามารถ Built-in ทำเป็น Walk-in Closet สำหรับแต่งตัวหน้าห้องน้ำได้เลยครับ

ภายในห้องน้ำมีขนาดพื้นที่กว้างขวางดี สามารถแบ่งฟังก์ชันส่วนเปียก-ส่วนแห้งออกจากกันได้เป็นสัดส่วน แล้วยังใช้งานได้สบายๆ

เริ่มที่พื้นที่ส่วนแห้งมีขนาดประมาณ 1.55 x 2.1 m. มาพร้อมกับสุขภัณฑ์จาก Cotto และยังมีช่องหน้าต่างบานกระทุ้ง ที่สามารถเปิดระบายอากาศได้ดีอีกด้วย

ส่วนอีกด้านจะเป็นพื้นที่ยืนอาบน้ำครับ ขนาดประมาณ 1.55 x 1.1 m. โดยจะเป็นการลดระดับพื้นลงไปเล็กน้อย และไม่ได้ฉากกั้นเหมือนเดิม แต่เราก็สามารถติดตั้งเพิ่มเติมเองได้ครับ ส่วน Hand Shower และ Junction box ก็ยังได้เป็นมาตรฐานอยู่นะ มีที่เพิ่มมาก็คือช่องวางของตรงผนังนั่นเองครับ

ก่อนจะขึ้นบันไดไปชั้น 3 ผมอยากพาแวะดูช่องหน้าต่างตรงโถงทางเดินนี้นิดนึง ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่ให้แสงสว่างบริเวณนี้แล้ว ยังเป็นช่องทางที่ให้ช่างแอร์สามารถเปิดออกไปซ่อมบำรุง Condensing Unit จากตรงนี้ได้ด้วย (ทางโครงการแจ้งว่าจะมีระบบล็อคความกว้างในการเปิดได้ 2 ระดับ เพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็กด้วยนะครับ) รวมถึงด้านบนจะมีช่องระบายอากาศเล็กๆติดตั้งไว้ด้วย

ซึ่งลองคิดดูว่า…หากเราเปิดประตูระเบียงตรงนี้เอาไว้ ก็จะมีอากาศถ่ายเทเข้ามาในบ้านได้สบายๆ โดยพัดผ่านออกไปทางช่องระบายอากาศบนหน้าต่าง หรือถ้าเราเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ด้วยก็จะยิ่งพัดผ่านได้ดีมากขึ้นเยอะเลยทีเดียวครับ

บันไดทางขึ้นชั้น 3 จะมีจุดเด่นอยู่ตรงช่องแสง Skylight ที่อยู่บนฝ้าด้านบน ซึ่งทำให้พื้นที่บริเวณนี้สว่างมากๆในตอนกลางวัน โดยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟเลยก็ได้ครับ

ขึ้นมาชั้น 3 จะเจอกับห้องนอน 2 ห้องแยกกันเป็นส่วนตัว

เริ่มที่ห้องนอนแรกที่อยู่ด้านหน้าบ้าน จะมีความกว้างเท่ากับตัวบ้านเลยครับ ขนาดประมาณ 5.4 x 3.3 m. ซึ่งเราสามารถกั้นพื้นที่แยกฟังก์ชันการใช้งานให้เป็นสัดส่วนมากขึ้นได้ และที่โดดเด่นมากๆอีกอย่างก็คือ ช่องแสงขนาดใหญ่ที่สูงจากพื้นเกือบถึงฝ้า เลยทำให้บรรยากาศสว่างและโปร่งโล่งมากขึ้นเยอะเลยครับ

ด้านซ้ายมือเหมาะที่จะเป็นโซนเตียงนอน เพราะจะเป็นส่วนตัวจากประตูทางเข้าห้องมานิดหน่อย (เวลานอนตอนกลางคืนจะได้ไม่ถูกรบกวนจากเงา/แสงไฟ ที่ลอดผ่านเข้ามาจากช่องประตู) โดยพื้นที่ก็ค่อนข้างกว้างขวางดี สามารถวางเตียง 5 – 6 ฟุตแล้วยังมีพื้นที่รอบเตียงเหลือให้เดินขึ้น-ลงได้สบายๆ

ปลายเตียงหากมีการกั้นฟังก์ชันแบบนี้ ไม่ว่าจะด้วยการทำผนังเบาขึ้นมาใหม่ หรืออาจใช้เป็นชั้นวางของ ก็จะทำให้เราสามารถติด/วางทีวีปลายเตียงแบบนี้ได้ครับ แถมยังทำให้ห้องดูไม่โล่งจนเกินไปอีกด้วยนะ

อีกด้านหนึ่งเราสามารถทำเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Walk-in Closet หรือโต๊ะทำงานอ่านหนังสือ ซึ่งความกว้างที่เหลือก็เทียบเท่ากับห้องเล็กๆอีก 1 ห้องเลยทีเดียวครับ

ติดกันจะเป็นห้องนอนเล็กสุดที่อยู่ทางหลังบ้าน มีขนาดประมาณ 2.65 x 3.8 m. สามารถวางเตียงพร้อมกับตู้เสื้อผ้าได้สบายๆ

ซึ่งผนังทางด้านขวาของเตียงก็จะเป็นผนังเบา ที่เราสามารถนำออกเพื่อเชื่อมต่อกับห้องนอนด้านหน้าบ้าน ให้กลายเป็นห้องนอนใหญ่อีกห้องหนึ่งได้เลยครับ

ส่วนทางด้านซ้ายของเตียงจะเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีการยกขอบพื้นสูงขึ้นมาเยอะสักหน่อย เพราะด้านนอกจริงๆไม่ใช่ระเบียงใช้งาน แต่เป็นพื้นที่วาง Condensing Unit พร้อมกับมีราวกันตกให้ช่างสามารถออกไปซ่อมบำรุงได้อย่างปลอดภัย

สุดท้ายคือห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังสุด ใช้งานร่วมกันระหว่างห้องนอนเล็กทั้ง 2 อีกทั้งยังมีโถงบันไดขนาดใหญ่ ให้สามารถวางตู้ใบเล็กๆ หรือจะเป็นพวกตะกร้าผ้า/ราวแขวนผ้าก็ได้ครับ

ภายในห้องน้ำมีขนาดใหญ่ และมีฟังก์ชันเหมือนของห้องนอนใหญ่เลยครับ กว้างขวางใช้งานสบายๆ

พื้นที่ส่วนแห้งมีขนาดประมาณ 1.6 x 1.5 m. มาพร้อมกับสุขภัณฑ์จาก Cotto และหน้าต่างบานกระทุ้งให้เปิดระบายอากาศได้เช่นเดิม

แต่ที่พิเศษขึ้นมาก็คือ ตรงบริเวณที่ยืนอาบน้ำจะมีช่องแสง Skylight ที่จะทำให้ภายในห้องสว่างมากๆ แถมยังได้แสง+ความร้อนจากรังสี UV ลงมาช่วยฆ่าเชื้อโรคได้อีกต่างหาก ส่วนฉากกั้นอาบน้ำเราจะไม่ได้นะครับ แต่จะมี Hand Shower / Junction box และช่องวางของตรงผนังมาให้พร้อมใช้งานเหมือนเดิม

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

Cherkoon สุขุมวิท 77 ราคา ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565

  • Warm Mulion Deluxe ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 18.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท
  • จอง 10,000 บาท
  • ทำสัญญา 20,000 บาท
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 80,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 95 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อและผู้ขายชำระฝ่ายคนละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : โครงการตั้งอยู่ภายในซอยอ่อนนุช 46 ซึ่งถือว่าเป็นบ้านในโซนใกล้เมืองทางฝั่งสุขุมวิท ที่นานๆจะมีโครงการแนวราบใหม่เกิดขึ้นมาให้เห็นกันสักทีครับ เหมาะกับคนที่เน้นใช้ชีวิตมาทางอ่อนนุช-สุขุมวิทเป็นหลัก หรือจะมาศรีนครินทร์ก็ได้เหมือนกัน เพราะทางโครงการได้ทำการเชื่อมถนนให้เข้า-ออกได้ 2 ทาง ทั้งจากซอยอ่อนนุช 46 และซอยศรีนครินทร์ 36 จึงทำให้มีความสะดวกมากขึ้น รวมถึงยังใกล้กับรถไฟฟ้า 2 สายอีกด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นสายสุขุมวิทสีเขียว สถานีอ่อนนุช และสายสีเหลือง สถานีศรีนครินทร์ 38 ซึ่งช่วงราคาเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท ในทำเลใกล้เมืองแบบนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยนะครับ เพราะเพื่อนบ้านที่เปิดใหม่ในราคาเท่ากัน ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ทางฝั่งด้านหลังซีคอน-สวนหลวง ร.9 กันซะมากกว่านั่นเอง

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : โดยรวมถือว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เมื่อเทียบกับราคาค่าตัวนะครับ ประกอบด้วย ซุ้มประตูทางเข้าเหล็กรางเลื่อนไฟฟ้า ระบบ RFID / มีกล้อง CCTV ทั้งตรง Main Gate และภายในโครงการ / Video Door Phone / กำแพงหลังบ้านสูง 2.5 m.

การออกแบบโครงการ : มีการแบ่งเฟสแยกรั้วและซุ้มประตูทางเข้าออกจากกันชัดเจน รวมถึงยังมีการแยกนิติบุคคลในการดูแลอีกด้วย จึงทำให้บ้านในแต่ละเฟสจะมีความปลอดภัย และเป็นส่วนตัวไม่พลุกพล่าน อย่างเฟสที่ 1 ก็จะมีเพื่อนบ้านเพียง 45 ยูนิตเท่านั้น อีกทั้งยังมีการทำถนนเชื่อมต่อให้เข้า-ออกถนนใหญ่ได้ 2 ทาง และมีการแยกพื้นที่ส่วนกลางออกจากโซนพักอาศัย ทำให้การมาใช้งานอาจไม่สะดวกเหมือนเวลาอยู่ในพื้นที่เดียวกันมากนัก แต่ก็จะได้ในเรื่องความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของโซนพักอาศัยเข้ามาแทนครับ

การออกแบบพื้นที่ใช้สอย : เป็นทาวน์โฮมที่มี “ฟังก์ชันยืดหยุ่น” สามารถปรับเปลี่ยนได้ ไม่ว่าจะเป็นการกั้นห้องอเนกประสงค์เพิ่มเติม หรือจะรื้อผนังเบาออกเพื่อขยายพื้นที่ให้เป็นห้องใหญ่ก็ได้ทั้งนั้น ทำให้กลายเป็นทาวน์โฮมที่รองรับครอบครัวได้ตั้งแต่ขนาดเล็ก-ใหญ่ หรืออาจเป็นครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย ก็สามารถทำห้องนอนชั้นล่างเพิ่มเติมได้ด้วยครับ

อีกหนึ่งจุดเด่นของการออกแบบก็คือ “ช่องแสง” ที่ช่วยแก้ปัญหาแสงสว่างตรงกลางไม่เพียงพอได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากจะมีหน้าต่างทั้งหน้าบ้าน-หลังบ้านแล้ว ยังมีช่องแสง Skylight บนฝ้าเพดานที่ส่องลงมาตอนกลางวันอีกด้วย ทั้งหมดนี้เลยทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูสว่าง โปร่งโล่ง และระบายอากาศได้ดี

สุดท้ายคือ “ประตูรั้วแบบ Flexible” ที่จะทำให้สามารถจอดรถคันใหญ่ๆอย่าง PPV และ SUV แบบ 7 ที่นั่งได้สบายๆ โดยอาจมีการล้ำเข้ามาในเขตทางของพื้นที่ถนนส่วนกลางอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้กีดขวางการจราจรแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็เพื่อแก้ปัญหาการจอดรถหน้าบ้านของโครงการนั่นเอง ซึ่งตรงจุดนี้ลูกบ้านทั้งหมดก็ควรต้องทำความเข้าใจ และยอมรับลักษณะการใช้งานในส่วนนี้ด้วยนะครับ

วัสดุ : ถือว่าให้มาดีเลยครับ โดยเฉพาะพื้นที่หลังบ้านที่ลงเสาเข็มลึกเท่ากับตัวบ้าน แถมยังมีรั้วสูง 2.5 m. เลยทำให้สามารถต่อเติมเป็นครัวไทยได้สบายๆ เพียงแต่ทำหลังคาปิด และก่อเคาน์เตอร์เพิ่มเท่านั้น ส่วนพื้นที่จอดรถหน้าบ้านก็จะเป็นเสาเข็มสั้น 6 m. และโครงสร้างบ้านเป็น Precast ที่มีความแข็งแรงทนทาน มีผนังห้องบางส่วนที่เป็นผนังเบา ไว้สำหรับปรับเปลี่ยนขยายฟังก์ชันได้ด้วยตัวเอง สุดท้ายคือช่องแสงที่ให้มีขนาดใหญ่ สูงจากพื้นเกือบถึงฝ้าในทุกๆห้องเลย เสียดายที่ไม่ใช่กระจกที่ช่วยตัดแสงได้นะครับ ซึ่งเราอาจต้องพึ่งม่านปิดสักหน่อยก็จะช่วยได้

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : ต้องบอกก่อนว่าปัจจุบันในวันที่เราเข้ามาถ่ายรีวิวนี้ ทางโครงการกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างนะครับ ซึ่งยังอาจมีพื้นที่บางส่วน หรือมีการลงต้นไม้ที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีนัก แต่โดยภาพรวมก็ถือว่าดูดีใช้ได้ อย่างบริเวณด้านหน้าโครงการจะมีการทำเป็นพื้นที่สวนเล็กๆ ที่เป็นทั้งส่วนต้อนรับเพิ่มความสดชื่น และสามารถมาเดินเล่นก็ได้ ส่วนพื้นที่อื่นๆเราอาจต้องรอชมในอนาคตเพิ่มเติมกันอีกทีนะครับ

สาธารณูปโภค : อาคาร Clubhouse จะอยู่แยกออกมาจากโซนพักอาศัย และมีการออกแบบที่น่าสนใจคือ ลักษณะตัวอาคารจะมี Court ตรงกลางอย่างสระว่ายน้ำและต้นไม้ใหญ่ ที่จะเชื่อมต่อมุมมองทุกๆฟังก์ชันเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบด้วย Cherkoon Lounge / Reading Room / Meeting Room และ Fitness โดยเฉพาะตัวสระว่ายน้ำจะเป็นพื้นที่กลางแจ้ง ที่ถูกโอบล้อมด้วยอาคาร Clubhouse และแนวรั้วต้นไม้ทั้งหมด ซึ่งคนภายนอกไม่สามารถมองเห็นได้เลย ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูงดีทีเดียวครับ แต่ก็ต้องยอมรับอย่างนึงว่า “ค่าส่วนกลาง 95 บาท/ตร.วา” นั้นถือว่าค่อนข้างสูงกว่าเพื่อนบ้านอยู่เหมือนกัน

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 4 – 6 ล้านบาท, 10 กุมภาพันธ์ 2565

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8.5/10 – อยู่ในซอยเข้า-ออกได้หลายทาง ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย และเชื่อมต่อไปทางฝั่งสุขุมวิทได้ง่าย
  • ความปลอดภัย 8/10 – ประตูเหล็กรางเลื่อน ระบบ RFID / Video Door Phone / CCTV / รปภ. 24 ชม. / รั้วบ้านสูง 2.5 m.
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.75/10 – ยูนิตน้อยเป็นส่วนตัว แยกโซนพักอาศัยและส่วนกลางออกจากกันชัดเจน ฟังก์ชันบ้านยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ง่าย ออกแบบช่องแสงมาดี
  • วัสดุ 7.75/10 – โครงสร้าง Precast / ลงเสาเข็มลึกที่หลังบ้าน / ช่องแสงขนาดใหญ่สูงจากพื้นเกือบถึงฝ้า
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – มีสวนเล็กๆด้านหน้าและบริเวณอาคาร Clubhouse
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – มีฟังก์ชันหลักๆครบ สวยงามน่าใช้งาน มีความเป็นส่วนตัว แต่ค่าส่วนกลางค่อนข้างสูงอยู่สักหน่อย
  • 8.19 / 10.00

Cherkoon สุขุมวิท 77 เหมาะกับใคร

โครงการ Cherkoon สุขุมวิท 77 เหมาะกับคนที่มองหาทาวน์โฮมในย่านอ่อนนุช ที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อมายังฝั่งสุขุมวิทได้ง่าย เป็นทำเลโซนใกล้เมืองที่เข้า-ออกถนนหลักได้ 3 ทาง (สุขุมวิท-อ่อนนุช-ศรีนครินทร์) อีกทั้งยังใกล้รถไฟฟ้า 2 สายเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้อีกด้วย โดยเน้นโปรดักส์ที่ยูนิตน้อย เป็นส่วนตัว ฟังก์ชันบ้านยืดหยุ่น สามารถกั้นผนังหรือรื้อออกเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่เป็นห้องใหญ่ได้ หลังบ้านมีการลงเสาเข็มรองรับการต่อเติมไว้แล้ว ออกแบบช่องแสงมีความสว่างโปร่งโล่งได้ดี สามารถจอดรถยาวๆคันใหญ่ๆ 2 คันได้สบายๆ และส่วนกลางก็มีฟังก์ชันให้ใช้งานครบ โดยคนที่สนใจจะต้องมีงบประมาณเริ่มต้นที่ 4.89 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 34,000 บาทขึ้นไป


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc