สวัสดีค่ะทุกคน walk-in review ในครั้งนี้ เราจะมารีวิวบ้านที่ใกล้กับ skywalk ช่องนนทรีมากที่สุดโครงการหนึ่งก็ว่าได้ โครงการนี้คือ Haus 22 Sathorn ทาวน์โฮมระดับ Super Luxury จาก Peace Plus Property ราคาเริ่มต้น 26.9 ล้านบาท จุดที่เราว่าน่าสนใจมากๆสำหรับโครงการนี้มีดังนี้ค่ะ

  • ทำเล : ที่ตั้งของ Haus 22 Sathorn จะเข้า-ออกได้ทั้งจากถนนนราธิวาสฯและถนนสาธุประดิษฐ์ค่ะ จุดที่เราว่าชนะขาดโครงการที่เป็นบ้านแนวราบโครงการอื่นๆ คือที่ตั้งโครงการที่ไปยังถนนนราธิวาสฯ ได้แถมอยู่ฝั่งขาเข้า ออกจากโครงการไปประมาณ 2.5 กม.ก็ถึง skywalk ช่องนนทรีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นทำเลบ้านแนวราบที่หายากมากๆ เลยค่ะ
  • พื้นที่ใช้สอย : ด้วยความที่บ้านใจกลางเมืองส่วนใหญ่มักจะอยู่บนทำเลที่ราคาที่ดินสูง ดังนั้นการออกแบบให้ได้พื้นที่ใช้สอยคุ้มค่ามากที่สุดจึงเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้พัฒนาโครงการค่ะ ที่นี่จะออกแบบเป็นทาวน์โฮม 4.5 ชั้น + ชั้นดาดฟ้า เรียกได้ว่าออกแบบให้ได้พื้นที่ใช้สอยสูงสุด ประมาณ 300-440 ตร.ม.เลยทีเดียว แต่ก็มีลิฟต์มาให้ภายในบ้านเพื่อให้ไม่ลำบากในการเดินขึ้นลงนะคะ
  • การออกแบบ : ถึงแม้โปรดักส์ของที่ Haus 22 Sathorn จะเป็นทาวน์โฮมก็จริง แต่หลังจากที่เราได้ไปเยี่ยมชมโครงการเรามองว่าที่นี่สามารถออกแบบพื้นที่ภายในให้ดูโปร่งโล่งสบาย มีแสงสว่างเข้ามาใจกลางบ้านจาก Skylight เข้าไปในบ้านแล้วไม่รู้สึกว่าอยู่ทาวน์โฮมเลยนะ อีกจุดก็คือเรื่องพื้นที่สีเขียวที่มักจะเป็นจุดอ่อนของทาวน์โฮม โครงการนี้ก็ออกแบบระเบียงมาหลายจุดสำหรับปลูกต้นไม้ และยังมีการออกแบบถนนภายในโครงการ และ พื้นที่รอบๆให้มีต้นไม้เข้าไปแทรก จึงทำให้บรรยากาศภายในโครงการนี้ดูร่มรื่นไม่น้อยเลยค่ะ
  • ราคา : ทาวน์โฮมของที่นี่จะเริ่มต้นที่ 26.9 – 49.9 ล้านบาท ถ้ามองในแง่ตัวเลขก็ถือว่าสูงนะคะ แต่สำหรับคนที่มองหาที่อยู่อาศัยที่ใกล้กับสาทรที่สุดเราก็ถือว่าน่าสนใจนะคะ ถ้าเทียบกับคอนโดระดับ super luxury ก็จะได้พื้นที่ใช้สอยที่เยอะกว่ามาก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนซื้อแล้วว่าให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลาง บริการ หรือว่าพื้นที่ใช้สอยมากกว่ากัน

พอจะเห็นจุดเด่นและภาพรวมของโครงการนี้คร่าวๆ กันแล้วใช่ไหมคะ เราลองไปดูรายละเอียดกันต่อได้เลย

ข้อมูลโครงการ

Haus 22 Sathorn (เฮ้าส์ 22 สาทร) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2564

 ชื่อโครงการ   Haus 22 Sathorn (เฮ้าส์ 22 สาทร)
 ชื่อผู้ประกอบการ   พีซ พลัส พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด
 SEGMENT CLASS   LUXURY – SUPER LUXURY CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่   ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 22 เขตยานนาวา
 ที่ดิน   2-2-2 ไร่
 จำนวนยูนิต    จำนวน 24 ยูนิต
 ประเภทบ้าน
  • Mason ทาวน์โฮม 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร ที่ดิน 22.70 – 36.20 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 308 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน / 1 ห้องอเนกประสงค์
    – ราคาเริ่มต้น 26.9 ล้านบาท
  • Harper ทาวน์โฮม 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 8 เมตร ที่ดิน 30 – 40.40 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 400 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน / 1 ห้องอเนกประสงค์
    – ราคาเริ่มต้น 36.9 ล้านบาท

 เริ่มก่อสร้าง   ปี 2563
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   ปลายปี 2564
 เว็บไซต์โครงการ   www.haussathorn.com
 โทร   099-402-4995

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.703141058585853 ,  100.53556965337197
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

Haus 22 Sathorn อยู่ที่ไหน?

ที่ตั้งของโครงการ Haus 22 Sathorn จะตั้งอยู่ในซอยนราธิวาสฯ 22 ที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนสาธุประดิษฐ์ได้ค่ะ ถือว่าเป็นทำเลที่อยู่ใกล้ย่านธุรกิจหลักของกรุงเทพฯอย่างสาทรมาก ซึ่งในโซนสาทรนี้ก็เป็น CBD ที่ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน โรงเรียนชั้นนำ โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และระบบขนส่งมวลชนที่ถือว่าครบครัน กินอยู่ใช้ชีวิตได้ครบในโซนเดียวเลยค่ะ

Haus 22 Sathorn

ทำเล Haus 22 Sathorn มีจุดเด่นอะไรบ้าง?

ก่อนจะไปอธิบายถึงจุดเด่น เราขอเล่าบรรยากาศของโซนนี้ให้ฟังคร่าวๆ กันก่อนนะคะ อย่างที่เรารู้กันดีว่าโซนสาทรและสีลมจัดว่าเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ที่สำคัญแห่งหนึ่งของคนกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ มีความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอาหารการกิน และการเดินทางที่สะดวกสบายครบครัน นอกจากอาคารสำนักงานหรือห้างสรรพสินค้าแล้วก็จะมีอาคารพาณิชย์ที่อยู่ริมถนนใหญ่และตามซอยย่อยที่ปรับชั้นล่างมาเป็นร้านค้าร้านอาหาร ส่วนชั้นบนก็ยังคงใช้เป็นที่พักอาศัย ซึ่งรูปแบบการอยู่อาศัยของผู้คนในโซนนี้ก็จะอยู่กันแบบนี้เป็นหลักค่ะ

สำหรับคนท้องถิ่นที่อยู่ในโซนนี้เดิมอยู่แล้วส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบเจริญกรุง , ถนนจันทน์ , สาธุประดิษฐ์ หรือว่าเลยไปยังพระราม 3 เลยค่ะ ซึ่งรูปแบบที่อยู่อาศัยอย่างที่บอกไปว่ามักจะเป็นตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ แต่ถ้าเป็นพนักงานบริษัทที่ทำงานในโซนสีลมสาทร ก็มักจะเลือกเป็นคอนโดเพื่ออยู่อาศัย ใกล้รถไฟฟ้า หรือว่าเดินทางไปทำงานสะดวกแทนค่ะ

ในส่วนของโครงการที่เป็นที่พักอาศัยเปิดขายใหม่ในโซนนี้จะมีทั้งโครงการที่เป็นบ้าน และ โครงการที่เป็นคอนโดเลย ซึ่งคอนโดเองก็จะมีทั้งคอนโด High rise ติดถนนใหญ่ คอนโด High Rise ใกล้รถไฟฟ้า และ คอนโด Low rise ที่ราคาย่อมเยา ลงมาในซอยย่อยอย่างโซนถนนจันทน์และถนนเจริญราษฎร์

ในส่วนโครงการที่เป็นบ้านส่วนใหญ่ด้วยข้อจำกัดของที่ดินในเมือง ทำให้รูปแบบบ้านมักจะดีไซน์ออกมาเป็นทาวน์โฮมให้คุ้มค่าราคาที่ดิน ด้วยการสร้างเต็มพื้นที่ เน้นพื้นที่ใช้สอยให้มากที่สุด โดยโครงการที่เป็นบ้านเองก็จะมีอยู่ 2 โซนเช่นกัน คือฝั่งสาธุประดิษฐ์ใกล้สาทร กับ ฝั่งสาธุประดิษฐ์ใกล้พระราม 3 ซึ่งโซนที่ใกล้พระราม 3 ก็จะมีบ้านที่เป็นบ้านเดี่ยวให้เลือก ที่ดินใหญ่ขึ้น แต่ก็จะอยู่ห่างจากสาทรมากกว่าค่ะ

จุดเด่นโครงการ Haus 22 Sathorn

แต่สำหรับจุดเด่นของโครงการ Haus 22 Sathorn ในเรื่องทำเลที่ตั้ง เรามองว่ามี 3 ข้อหลักดังนี้

  1. เข้าออกได้จากถนนนราธิวาสฯ : ที่ตั้งโครงการนี้สามารถเข้าออกได้จากถนนนราธิวาสฯเป็นหลัก และอยู่ในฝั่งขาเข้า ซึ่งเป็นทำเลที่โครงการบ้านแนวราบโครงการอื่นไม่มีค่ะ
  2. ห่างจาก Skywalk ช่องนนทรี 2.5 กม. : เราขอเลือกเอา Skywalk ช่องนนทรีเป็น node ไว้อ้างอิงนะคะ ตัวโครงการนี้ห่างจาก Skywalk เพียง 2.5 กม. ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางที่ใกล้มากสำหรับบ้านแนวราบนะคะ แล้วระยะทางเท่านี้มีประโยชน์คือ ถ้าใครรู้จักหรือคุ้นเคยย่านสาทรดีจะรู้ว่าเป็นโซนที่รถติดมากไม่แผ่วเลย ดังนั้นการไปใช้งานรถไฟฟ้า หรือว่าเรียกใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตแถวนี้ ซึ่งด้วยระยะทางนี้เอง ถ้าอยู่ในโครงการ Haus 22 Sathorn เราก็สามารถเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปทำงานหรือว่าไปเรียนได้เลย ถ้ารถติดมาก เรียกรถรับจ้างยากมาก เผลอๆเดินออกกำลังกายยังได้ (สำหรับคนที่วิ่งเป็นประจำ 2-3 กม.ถือว่าเบาๆใช่ไหมคะ)
  3. ล้อมรอบด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอาหารการกิน : ในการเลือกที่อยู่อาศัยเราคงไม่ได้มองแค่ว่าเดินทางสะดวก แต่ก็ย่อมมองถึงไลฟ์สไตล์อื่นๆ อาหารการกินพ่วงเข้าไปด้วย ซึ่งทำเลของ Haus 22 Sathorn จะล้อมรอบด้วย
    1. ฝั่งถนนจันทน์-สาธุฯ ที่เป็นชุมชนดั้งเดิม ร้านอาหาร ตลาดขึ้นชื่อเยอะมากค่ะ
    2. ฝั่งสาทร จะขอบอกว่าในโซนนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานได้ดี มีคาเฟ่เก๋ๆ เพียบ
    3. ฝั่งพระราม 3 ก็จะมีห้างใหญ่อย่างเซ็นทรัลพระราม 3 อยู่ และมี Community mall อย่าง The UP พระราม 3 ด้วยค่ะ
    4. ฝั่งเย็นอากาศ/นางลิ้นจี่ ด้วยทำเลโครงการที่ไม่ไกลเรามองว่าจะเดินทางไปก็สะดวกค่ะ
    ผู้อ่านเห็นไหมคะว่าทำเลนี้อยู่ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ขนาดไหน สำหรับเรานอกจากความหลากหลายของตัวเลือกที่มีแล้ว ยังได้ข้อดีอย่างเรื่องระยะทางอีกด้วยค่ะ ลองคิดดูว่าถ้าเราจะสั่งอาหารจาก delivery service ต่างๆ เผลอๆ ค่าส่งอาจจะ 0 บาทด้วยนะ เลือกกินร้านอร่อยได้ไม่ซ้ำแบบไม่ต้องออกจากบ้าน นี่ก็เป็นจุดแข็งของโครงการที่อยู่ใจกลางเมืองค่ะ

ราคา Haus 22 Sathorn ถือว่าคุ้มค่าหรือไม่?

ในแง่ของความคุ้มค่าเรามองว่าแต่ละคนให้ความสำคัญกับปัจจัยต่างๆ เช่น ทำเล ขนาดพื้นที่ใช้สอย การออกแบบ หรือว่า พื้นที่ส่วนกลางแตกต่างกันนะ แต่เราก็ลองรวบรวมข้อมูลทั้งบ้านและคอนโดที่อยู่ในละแวกนี้มาให้ดู เพื่อช่วยเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจนะคะ

คนที่เลือกซื้อคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มักจะเลือกที่ทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า เดินไปทำงานได้ และมีพื้นที่ส่วนกลางที่หรูหราให้ใช้งาน โดยคอนโดระดับ Luxury ที่อยู่แถวสาทรก็จะมีโครงการเช่น Tait 12, Anil Sathorn 12 ซึ่งคอนโดในกลุ่มนี้จะเป็นคอนโดที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนราคาเริ่มต้นก็จะอยู่ที่ 9 ล้าน (update July 2021) ส่วน Ritz Carlton Residences ที่ราคาเริ่มต้นราวๆ 40-50 ล้านบาท (update October 2021) เน้นห้องขนาดใหญ่ 100 ตร.ม.ขึ้นไปค่ะ  และอีกโครงการที่เป็นคอนโดขนาดใหญ่เทียบบ้านได้ก็จะเป็นโครงการ Windshell นราธิวาส ที่ทำออกมาห้องใหญ่ 500 กว่าตร.ม. แต่ราคาเริ่มต้นก็อยู่ที่ 91 ล้านบาทเลยค่ะ (update march 2021) ถ้าเรามองเทียบกับคอนโดแล้ว Haus 22 Sathorn ก็ถือว่าเป็นโครงการที่ราคาคุ้มค่ากับพื้นที่ใช้สอยที่ได้ บนทำเลที่ห่างออกมาเล็กน้อย แต่ก็แลกมากับการไม่มีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานนะคะ

ในส่วนบ้านแนวราบด้วยกันเอง เราจะเห็นได้ว่าโครงการ Haus 22 Sathorn และ ATRIA สาทร – สาธุประดิษฐ์ จะเป็น 2 โครงการที่อยู่โซนสาธุประดิษฐ์ที่ใกล้กับสาทร ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้เรามองว่าในแง่โปรดักส์จะมีขนาดและราคาใกล้เคียงกันนะคะ สิ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดจะเป็นดีไซน์ของบ้าน โดย ATRIA สาทร-สาธุฯ จะเน้นดีไซน์ที่ดูทันสมัย ส่วน Haus 22 Sathorn จะมาในแนว modern classic ที่ชวนให้นึกถึง Townhouse กลางกรุงลอนดอนค่ะ

สำหรับโครงการ ATRIA สาทร-สาธุฯ ที่เปิดขายก่อนจะเหลือแต่บ้านแบบใหญ่ที่เป็นบ้านแฝด ซึ่งจะใกล้เคียงกับแบบ Harper ค่ะ ส่วนบ้านแบบเริ่มต้นที่เป็นทาวน์โฮมเหมือนกันก็จะเหลือแต่ Haus 22 Sathorn ค่ะ ราคาอยู่ในช่วง 20-30 ล้านบาท ส่วนตัวเรามองว่าทำเลของ Haus 22 Sathorn จะได้เปรียบกว่าในแง่ความใกล้กับสาทรนะ ใครที่กำลังตัดสินใจเราแนะนำให้ไปเยี่ยมชมทั้งสองโครงการดูเลยค่ะ ว่าชอบดีไซน์ ฟังก์ชัน ทำเลไหนมากกว่ากัน

สำหรับโครงการที่เป็นบ้านแนวราบอื่นๆ จะอยู่ทางสาธุประดิษฐ์ฝั่งใกล้กับพระราม 3 เป็นส่วนใหญ่ โดยจะเป็นโครงการที่มีโปรดักส์หลากหลาย ทั้งทาวน์โฮมเหมือนกับ Haus 22 Sathorn เช่น The Welton rama 3 ราคาเริ่มต้น 22.8 ล้านบาท และ Baan 365 ราคาเริ่มต้น 27 ล้านบาท ทั้ง 2 โครงการจะมีทั้งทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวขายในโครงการ นอกจากนี้ก็จะมีโครงการเปิดใหม่ บ้านกลางกรุง สาธุประดิษฐ์-พระราม 3 ที่มีบ้านแฝดราคาเริ่มต้น 28.6 ล้านบาทขายค่ะ สำหรับในโซนนี้ถ้าเทียบในแง่ทำเลแล้ว เราก็ยังมองว่า Haus 22 Sathorn อยู่บนทำเลที่ใกล้สาทร ทำให้มูลค่าที่ดินสูงกว่านะคะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนที่กำลังมองหาบ้านว่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องไหนมากกว่ากันค่ะ


รูปแบบโครงการ

เนื่องจากที่ดินในตัวเมืองมักจะมีราคาสูง ทำให้การออกแบบที่พักอาศัยจึงถูกกำหนดด้วยขนาดที่ดินและความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอยที่สามารถเป็นไปได้ในเชิงกฎหมาย ทำให้โครงการทาวน์โฮมใจกลางเมืองส่วนใหญ่มักเป็นทาวน์โฮมที่สูง 4 ชั้น (ตามกฎหมาย) + ชั้นลอย และพื้นที่ชั้นดาดฟ้า เพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยเยอะที่สุดที่สามารถทำได้ค่ะ

Haus 22 Sathorn เป็นโครงการจัดสรรที่เป็นโครงการปิด มีรั้วล้อมรอบ และมีระบบรักษาความปลอดภัยมาให้เรียบร้อย โดยทั้งโครงการจะมีบ้านเพียง 24 หลัง แบ่งเป็น 12 หลังด้านหน้าเป็นแบบบ้านใหญ่ Harper หน้ากว้าง 8 เมตร และ 12 หลังทางด้านในจะเป็นบ้านแบบ Mason หน้ากว้าง 6 เมตรค่ะ

ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ

Haus 22 Sathorn จะมีทางเข้า-ออกอยู่จุดเดียวทางฝั่งซอยนราธิวาสฯ 22 โดยจะมีป้อมยามอยู่ที่บริเวณทางเข้าโครงการ มีประตูรั้วบานเลื่อนอัตโนมัติติดตั้งอยู่ ลูกบ้านสามารถเข้า-ออกโครงการได้ด้วย Keycard

ที่นี่จะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และจะมี CCTV ติดตั้งไว้ทั่วโครงการรวม 16 จุดค่ะ

นอกจากนี้รั้วรอบๆโครงการก็จะก่อไว้สูง 2.75 เมตร + ต่อระแนงเพิ่มรวมแล้วสูง 3 เมตร โดยค่าส่วนกลางจะอยู่ที่ 190 บาท/ตร.วานะคะ สำหรับใครที่คิดว่ายังไม่เพียงพอ เรามองว่าสามารถติดตั้ง CCTV หรือระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านเพิ่มเติมได้เองในอนาคตค่ะ

บรรยากาศร่มรื่นใจกลางเมือง

จุดที่เราประทับใจคือการออกแบบบรรยากาศภายในโครงการที่แทรกต้นไม้ใหญ่ และพื้นที่สีเขียวไว้ตามจุดต่างๆ ทำให้เมื่อเข้ามาภายในโครงการจะรู้สึกร่มรื่นพอสมควร เมื่อรวมกับดีไซน์ของตัวบ้านที่เป็น Modern classic ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ที่กรุงลอนดอน ราวกับว่าได้เดินออกมาจากซีรีส์ Bridgerton เลยค่ะ

ต้นไม้ใหญ่ข้างถนนภายในโครงการ พื้นที่ข้างถนนในโครงการจะมีต้นไม้กระถางขนาดใหญ่วางอยู่ทั้งสองฝั่ง

พื้นถนนภายในโครงการจะเป็นคอนกรีตแสตมป์ เล่นกับลวดลาย เข้ากับสไตล์การออกแบบ landscape ของโครงการพอดิบพอดี

มองจากถนนทางเข้ามาภายในโครงการ จะเห็นต้นไม้สองฝั่งช่วยสร้างให้บรรยากาศภายในโครงการดูเขียวชอุ่มดีนะคะ

สวนหย่อมข้างตัวอาคาร

พื้นที่ส่วนที่แทรกระหว่างตัวอาคารนี้จะมีชื่อเรียกว่า Spring, Summer, Winter, Autumn ตามชื่อฤดูกาล จัดเป็น Seasonal Gardens ให้ได้ออกมาเดินเล่นได้ และถ้าครอบครัวไหนมีลูกเล็กก็มีมุมที่จัดเป็น Playground เล็กๆให้ได้เล่นซนด้วยค่ะ

Seasonal Gardens

Image 1/3
Seasonal Gardens

Seasonal Gardens

Pocket garden ภายในบ้าน

การออกแบบพื้นที่สีเขียวไม่ได้มีเฉพาะรอบๆ โครงการเท่านั้นค่ะ แต่ยังมีรายละเอียดในการออกแบบตัวบ้าน ที่สามารถแทรกพื้นที่สีเขียวเข้าไปได้หลายจุดหลายชั้น

แบบบ้าน Mason หน้ากว้าง 6 เมตร

บริเวณที่จอดรถของบ้าน ตัวบ้านจะออกแบบให้เป็นรั้วบานเลื่อนโค้งเข้าไปภายใน แต่ถ้าสังเกตรางจะเห็นว่ามีการเว้นระยะระหว่างรางเลื่อนของรั้วกับกำแพงบ้านอยู่ค่ะ ซึ่งเป็นระยะที่เรานำต้นไม้กระถางมาวางเป็นแนวพื้นที่สีเขียวได้ สร้างบรรยากาศให้ดูร่มรื่นกันตั้งแต่ที่จอดรถเลย

ที่ชั้น 2 และชั้น 3 ของบ้าน จะมีการออกแบบระเบียงให้สามารถปลูกต้นไม้ได้ เป็นเหมือน Pocket garden ในแนวสูง จุดนี้เรามองว่าช่วยสร้างบรรยากาศให้เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามหรือเพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆ เมื่อมองออกมาก็จะเจอกับจุดโฟกัสที่เป็นพื้นที่สีเขียวต่างๆ ดูสบายตาในการอยู่มากขึ้น

แบบบ้าน Harper หน้ากว้าง 8 เมตร

ที่ชั้น 2 ของบ้านทั้ง 2 แบบจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นแบบฝ้าเพดานสูงค่ะ โดยจะมีระเบียงที่สามารถปลูกต้นไม้ได้ด้วย แต่สำหรับแบบบ้าน Harper ซึ่งเป็นหลังใหญ่จะมีจุดสำหรับปลูกต้นไม้ใหญ่แยกมาจากระเบียง ดูสวยเก๋ไปอีกแบบค่ะ

แบบบ้าน Harper หน้ากว้าง 8 เมตร

ที่ชั้น 3 ของบ้านก็จะมีระเบียงขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่ให้สามารถปลูกต้นไม้ได้ นอกจากจะสร้างวิวสีเขียวให้กับคนที่อยู่ภายในห้องแล้ว เรามองว่าก็ช่วยพรางตาจากคนภายนอก ไม่ให้มองเข้าไปเห็นภายในห้องตรงๆด้วยค่ะ

แบบบ้าน Harper หน้ากว้าง 8 เมตร

ในส่วนของคนที่อยู่อาศัยภายในบ้านก็สามารถเดินออกมาที่บริเวณระเบียงส่วนตัวในห้องรับแขก หรือว่าห้องนอน ก็จะเจอกับพื้นที่สีเขียว ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากขึ้น แม้ว่าตัวทำเลจะอยู่ ใจกลางเมืองย่านสาทรก็ตามค่ะ

แบบบ้าน Mason หน้ากว้าง 6 เมตร

นอกจากพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้ทางฝั่งหน้าบ้านแล้ว ทางฝั่งหลังบ้านก็ยังมีการออกแบบที่เพิ่มพื้นที่สีเขียวลงไปอีก เช่นสวนหลังบ้านที่ชั้น 1 ค่ะ โดยฟังก์ชันที่ชั้น 1 นี้จะออกแบบประตูบานเฟี้ยมกระจกเอาไว้ทั้งฝั่งหน้าบ้านและหลังบ้าน สามารถเปิดสุดได้เชื่อมต่อกับสวนที่จัดไว้หลังบ้านค่ะ ได้บรรยากาศ semi outdoor

แบบบ้าน Harper หน้ากว้าง 8 เมตร

หรืออย่างห้องน้ำใน master bedroom ที่ออกแบบให้เป็นกระจกเปิดโล่ง จัด Pocket garden ไว้ข้างๆ พร้อมกับมีอ่างอาบน้ำภายในตัว อาบน้ำไปชมวิวสวนไปก็เพลิดเพลินดีนะคะ แต่ถ้าใครที่เขินอายก็หาม่านมาติดเพิ่มได้ค่ะ

แบบบ้าน Harper หน้ากว้าง 8 เมตร

ที่ชั้นดาดฟ้าจะเป็นพื้นที่ส่วน Service สำหรับวาง condensing unit ของแอร์หรืองานระบบต่างๆ แต่ในบ้านตัวอย่างลองจัดสวนมาให้ดูส่วนหนึ่ง ซึ่งเรามองว่าเป็นวิวที่ได้บรรยากาศชิลล์ไปอีกแบบ มองออกไปเห็นท้องฟ้ากว้างสบายตาดีค่ะ


แบบบ้าน

ภายในโครงการ Haus 22 Sathorn จะมีแบบบ้านให้เลือกอยู่ 2 แบบค่ะ เป็นทาวน์โฮม 4.5 ชั้นทั้งคู่ แต่หน้ากว้างจะแตกต่างกันทำให้ที่ดิน พื้นที่ใช้สอยแตกต่างกันค่ะ ในส่วนของการจัดวางฟังก์ชันจะค่อนข้างใกล้เคียงกัน จุดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดจะเป็นเรื่องที่จอดรถที่บ้านหลังใหญ่สามารถจอดรถได้ 3 คันค่ะ

  • Mason หน้ากว้าง 6 เมตร ที่ดิน 22.70 – 36.20 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 308 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน / 1 ห้องอเนกประสงค์
    – ราคาเริ่มต้น 26.9 ล้านบาท
  • Harper หน้ากว้าง 8 เมตร ที่ดิน 30 – 40.40 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 400 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน / 1 ห้องอเนกประสงค์
    – ราคาเริ่มต้น 36.9 ล้านบาท

ฟังก์ชันภายในบ้าน

Haus 22 Sathorn เป็นทาวน์โฮมสูง 4.5 ชั้น แต่ก็จะมีพื้นที่ชั้นลอยครึ่งชั้นและชั้นดาดฟ้าอีก 1 ชั้นค่ะ ในภาพข้างล่างเราจะเทียบความแตกต่างในการจัดฟังก์ชันของบ้านทั้ง 2 แบบให้ดูนะคะ

จุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนจะเป็นที่จอดรถและชั้นของห้อง Master Bedroom ค่ะ โดยที่จอดรถของบ้านแบบ Harper ซึ่งหน้ากว้าง 8 เมตรจะจอดได้ 3 คัน และจะนำเอา master bedroom ไว้ที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของบ้าน ส่วนบ้านแบบเล็ก Mason จะจอดรถได้ 2 คัน และ Master Bedroom จะอยู่ที่ชั้น 3 แทนค่ะ ในเรื่องของความสูงต่างๆ ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะบ้านภายในโครงการนี้จะมีลิฟต์ให้ทุกหลังเป็นของ Schneider จาก German ค่ะ

ในบ้านที่ขายนั้นจะเป็นบ้านเปล่านะคะ แต่ก็มีการออกแบบการก่อสร้างที่คำนึงถึงผู้อยู่อาศัยเช่น ผนังก่ออิฐมวลเบา 2 ชั้น เพื่อกันเสียงจากข้างบ้าน บันไดบ้านที่เป็นคสล. เวลาเดินขึ้นลงจะรู้สึกถึงความแข็งแรง หรืออย่างวัสดุที่ให้มาก็ถือว่าให้มาระดับที่ดีสมราคานะ ประตูทางเข้าบ้านได้ประตูไม้ตะแบก ลูกนอนบันไดก็เป็นไม้ตะแบกเช่นกัน ส่วนหน้าต่างภายในบ้านก็เลือกใช้ของ Tostem พื้นภายในบ้านเป็นกระเบื้องและ engineering wood ส่วนสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะได้ของ Kohler ค่ะ

ฟังก์ชันเด่นภายในบ้าน

บ้านของโครงการนี้จะมีห้องนอนอยู่ 3 ห้องเป็นหลักอยู่ที่ชั้น 3,4 ส่วนห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว และครัวจะถูกวางไว้อยู่ที่ชั้น 2 ค่ะ ทำให้มีพื้นที่เหลือเป็นห้องอเนกประสงค์อยู่ที่ชั้น 1 และชั้นลอย ซึ่งสามารถปรับใช้งานได้ตามความต้องการแต่ละคนเลยค่ะ

ชั้น 1 Foyer และ Multi-purpose area

ที่ชั้นล่างจะออกแบบให้มีฟังก์ชันหลักอยู่ 2 ส่วนคือ Foyer หรือโถงต้อนรับขนาดใหญ่อยู่กลางบ้าน และ Multi-purpose area หรือพื้นที่อเนกประสงค์สามารถปรับเป็นห้องกิจกรรมทำงานอดิเรกที่ชอบได้

Image 1/2
บรรยากาศ Foyer ของบ้านแบบ Harper

บรรยากาศ Foyer ของบ้านแบบ Harper

Foyer ของบ้านแบบ Harper จะมีขนาดใหญ่กว่าบ้านแบบ Mason ค่ะ ทำให้จัดวางชุดโซฟารับรองแขกตรงนี้ได้

Image 1/2
บรรยากาศ Foyer ของบ้านแบบ Mason

บรรยากาศ Foyer ของบ้านแบบ Mason

ส่วนพื้นที่ Foyer ของบ้านแบบ Mason จะออกแนวโถงทางเดินมากกว่าค่ะ จัดมุมต้อนรับได้ แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับวางชุดโซฟาใหญ่ๆนะ

Image 1/2
Multi-purpose area ของบ้านแบบ Harper

Multi-purpose area ของบ้านแบบ Harper

ถัดมาด้านข้างจะเป็นห้องอเนกประสงค์ค่ะ พื้นที่ตรงนี้เรามองว่ามีขนาดค่อนข้างใหญ่เลย จากที่จอดรถไปยังหลังบ้าน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ปรับเป็นห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องสำหรับงานอดิเรกได้ตามใจชอบเลย

Image 1/2
Multi-purpose area ของบ้านแบบ Mason

Multi-purpose area ของบ้านแบบ Mason

ในบ้านตัวอย่างของ Mason ได้จัดพื้นที่ชั้นล่างนี้เป็นห้องออกกำลังกายส่วนตัวค่ะ เป็นไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อยเลย หลังจากที่ฟิตเนสปิดต้องอยู่บ้านเป็นเวลานาน หลายๆ คนก็เริ่มซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายมากองไว้ที่บ้านกันแล้ว

Image 1/4
บ้านแบบ Mason

บ้านแบบ Mason

จุดที่เรามองว่าน่าสนใจคือการออกแบบชุดประตูหน้าต่างของ Multi-purpose area ที่เป็นบานเฟี้ยม เปิดสุดได้ทั้งฝั่งหน้าบ้านและหลังบ้าน ทำให้อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี นอกจากนั้นพื้นที่หลังบ้านยังสามารถจัดเป็นสวนเล็กๆ ได้ สร้างบรรยากาศให้ห้องอเนกประสงค์ดูร่มรื่นมากขึ้นค่ะ

Skylight ที่โถงบันได

ปัญหาของทาวน์โฮมส่วนใหญ่คือพื้นที่กลางบ้านและโถงบันไดที่มืด ทำให้ต้องเปิดไฟทิ้งไว้หรือว่าเวลาใช้งานเดินขึ้นลงบันได ซึ่งโครงการ Haus 22 Sathorn แก้ปัญหานี้โดยการออกแบบให้โถงบันไดมี Skylight จากชั้นดาดฟ้าช่วยเพิ่มความสว่างให้กับพื้นที่ใจกลางบ้านมากขึ้นค่ะ

Image 1/5
โถงบันไดบ้านแบบ Mason

โถงบันไดบ้านแบบ Mason

ชั้น 2 พื้นที่รวมตัวกันของสมาชิกภายในบ้าน

ที่ชั้น 2 ของบ้านจะออกแบบให้เป็น common area หรือพื้นที่ที่สมาชิกภายในบ้านได้มาอยู่ร่วมกัน ประกอบไปด้วย Living area พื้นที่กินข้าว ห้องครัว โดยจุดเด่นของชั้นนี้จะเป็นพื้นที่ double volume ขนาดใหญ่ สร้างบรรยากาศให้การพักผ่อนภายในบ้านดูโปร่ง โล่ง แตกต่างจากภาพทาวน์โฮมที่เราเคยเจอกันค่ะ

บรรยากาศชั้น 2 ของบ้านแบบ Mason

Mason เป็นแบบบ้านที่หน้ากว้าง 6 เมตร แต่ด้วยการออกแบบพื้นที่ส่วน Living และ Dining area ที่ได้ฝ้าเพดานสูง ทำให้บริเวณนี้ดูโปร่งโล่งมากค่ะ

บรรยากาศส่วน Living area และ Dining area ภายในบ้านตัวอย่าง Mason

Image 1/12

บรรยากาศชั้น 2 ของบ้านแบบ Harper

Harper จะเป็นบ้านแบบใหญ่หน้ากว้าง 8 เมตร ทำให้ภายในจัดฟังก์ชันใช้งานได้ยืดหยุ่นกว่าค่ะ ในบ้านตัวอย่างจะออกแบบเน้นโทนสีขาว ทำให้ดูสว่างมากขึ้นด้วย

Image 1/13

More space กันที่ชั้นลอย

จากชั้น 2 ขึ้นไปยังชั้นลอยจะเจอกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถเชื่อมต่อกับโถงห้องนั่งเล่นที่สูงแบบ Double Volume ได้ แต่จุดที่เราว่าน่าสนใจคือพื้นที่ชั้นลอยนี้ถูกออกแบบมาให้มีห้องน้ำพร้อมกับโซนอาบน้ำด้วย เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกในบ้านเยอะก็สามารถก่อผนังปิดสร้างเป็นห้องนอนที่ 4 ได้ แถมลิฟต์ก็ยังขึ้นมาถึงชั้นนี้อีกด้วยไม่ต้องกลัวเดินขึ้นลงลำบากค่ะ

Multi-purpose area ที่ชั้นลอยบ้านแบบ Mason

พื้นที่ส่วนนี้ภายในบ้านแบบ Mason จะจัดห้องทำงานไว้เป็นไอเดียให้ดูค่ะ ขนาดถือว่ากว้างขวางดีเลยนะคะ

Image 1/5
multi-purpose area บ้านแบบ Mason

multi-purpose area บ้านแบบ Mason

Multi-purpose area ที่ชั้นลอยบ้านแบบ Harper

ที่บ้านตัวอย่างแบบ Harper จะจัดเป็นห้องเด็กค่ะ เผื่อใครมีลูกเล็กก็พามาเล่นที่บริเวณนี้ได้ อาจจะมีพี่เลี้ยงคอยดูแลก็จัดเป็นมุมสำหรับน้องได้เลย ไม่ต้องไปรบกวนพื้นที่ส่วนอื่นๆของบ้าน

Image 1/4
multi-purpose area บ้านแบบ Harper

multi-purpose area บ้านแบบ Harper

ห้องนอนรองขนาดใหญ่อยู่สบาย

สำหรับห้องนอนรองที่ออกแบบมาจะมีอยู่ 2 ห้องค่ะ โดยบ้านแบบ Mason ห้องนอนรองจะอยู่ที่ชั้น 4 แต่บ้านแบบ Harper ห้องนอนรองจะอยู่ที่ชั้น 3 ภายในห้องจะได้ห้องน้ำในตัวและมีขนาดกว้างขวางพอที่จะวางเตียง queen ถึง king size ได้ พร้อมกับจัดมุมตู้เสื้อผ้าหรือโต๊ะเครื่องแป้ง / โต๊ะทำงานส่วนตัวได้ภายในห้อง

ห้องนอนรองชั้น 4 ฝั่งหน้าบ้านของบ้านแบบ Mason

Image 1/4
บรรยากาศห้องนอนรองบ้านแบบ Mason

บรรยากาศห้องนอนรองบ้านแบบ Mason

ห้องนอนรองชั้น 4 ฝั่งหลังบ้านของบ้านแบบ Mason

ห้องนี้ในบ้านตัวอย่างจะดัดแปลงเป็นห้องทำงานนะคะ ภายในบ้านมาตรฐานจะได้เป็นผนังทึบค่ะ

Image 1/5
บรรยากาศห้องนอนรองบ้านแบบ Mason

บรรยากาศห้องนอนรองบ้านแบบ Mason

ห้องนอนรองชั้น 3 ฝั่งหน้าบ้านของบ้านแบบ Harper

ห้องนอนรองห้องนี้เราว่าน่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ ถ้าดูจากผังห้องจะรวมเอาพื้นที่ Living area ของชั้นนี้เข้าไปด้วย (ซึ่งตัวโครงสร้างสามารถทำได้) เลยทำให้ภายในห้องนอนนี้มีขนาดใหญ่มาก ไม่แพ้ master bedroom เลย โดยบ้านตัวอย่างก็จะแบ่งโซนออกเป็นสองส่วน กั้นด้วยผนังบานเลื่อนกระจกฝ้า ส่วนหนึ่งทำเป็น Studio ทำเพลงเล็กๆ อีกส่วนก็จะเป็นห้องนอน ซึ่งเรามองว่าน่าสนใจมากที่ตัวบ้านออกแบบมาขนาดใหญ่ รองรับงานอดิเรกที่เราชอบได้สบาย

Image 1/9
บรรยากาศห้องนอนรองบ้านแบบ Harper

บรรยากาศห้องนอนรองบ้านแบบ Harper

ห้องนอนรองชั้น 3 ฝั่งด้านหลังของบ้านแบบ Harper

Image 1/3
บรรยากาศห้องนอนรองบ้านแบบ Harper

บรรยากาศห้องนอนรองบ้านแบบ Harper

Master Bedroom ยกชั้น

สำหรับห้องนอนใหญ่ บ้านแบบ Mason จะจัดไว้ที่ชั้น 3 ส่วนบ้านแบบ Harper จะถูกวางไว้ที่ชั้น 4 ค่ะ โดยชั้นนี้จะมีฟังก์ชันแค่ห้องนอน master bedroom เท่านั้นจึงทำให้พื้นที่ภายในห้องมีขนาดใหญ่จุใจ นอกจากจะวางเตียงนอนแล้วยังสามารถทำ walk-in closet ขนาดใหญ่ได้ จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นส่วนตัวภายในห้องก็ทำได้ แต่ที่สำคัญคือการออกแบบห้องน้ำภายใน ที่จะมีอ่างอาบน้ำมาให้ และเน้นบรรยากาศเปิดโล่งชมวิวได้ด้วยค่ะ

Master Bedroom บ้านแบบ Mason

ห้องนอนใหญ่ของที่นี่จะออกแบบกินพื้นที่ 1 ชั้นของบ้านไปเต็มๆเลยค่ะ อย่างบ้านแบบเล็ก Mason ก็จะจัดส่วนพักผ่อนไว้ทางฝั่งหน้าบ้าน จัดโซนนั่งเล่นพักผ่อนส่วนตัวภายในห้องได้ เป็นไอเดียเผื่อใครอยากจัด Snack Station เล็กๆภายในห้องไว้วางขนมหรือเครื่องดื่มก็ได้นะคะ

Image 1/6
Master Bedroom บ้านแบบ Mason

Master Bedroom บ้านแบบ Mason

Master Bathroom บ้านแบบ Mason

พื้นที่ห้องน้ำจะอยู่ทางฝั่งด้านหลัง ซึ่งมีขนาดใหญ่เลย ได้อ่างอาบน้ำแบบ His&Her มีพื้นที่ห้องอาบน้ำ และได้อ่างอาบน้ำลอยตัวมาด้วย บรรยากาศดูสว่างและโปร่งโล่ง ชวนผ่อนคลายเลยค่ะ

Image 1/3
Master Bathroom บ้านแบบ Mason

Master Bathroom บ้านแบบ Mason

Master Bedroom บ้านแบบ Harper

ที่ห้องนอนใหญ่ของบ้านแบบใหญ่สุดก็ถือว่ามีขนาดใหญ่มากเลยนะคะ แบ่งพื้นที่ได้หลายมุม ซึ่งเราก็สามารถจัดสัดส่วนของพื้นที่ตามความต้องการของแต่ละคนได้เลย อย่างในบ้านตัวอย่างจะเน้นไปที่ walk-in closet ขนาดใหญ่ ทำให้ออกแบบมาส่วนวางเตียงนอนจะขนาดพอดีกับพื้นที่ แต่ได้พื้นที่เก็บของเยอะแทน

Image 1/8
เข้ามาภายในห้องจะมี foyer เล็กๆ

เข้ามาภายในห้องจะมี foyer เล็กๆ

Master Bathroom บ้านแบบ Harper

ไฮไลท์ของบ้านที่นี่อีกอย่างก็คือห้องน้ำใน master bedroom ก็ว่าได้ค่ะ เพราะออกแบบ space มาได้ดี รับแสงธรรมชาติ กระจกเข้ามุมขนาดใหญ่ ดีไซน์ไม่แพ้คอนโดระดับ Luxury เลยนะ

Image 1/5
Master Bathroom บ้านแบบ Harper

Master Bathroom บ้านแบบ Harper

พื้นที่ส่วน Service ไว้ที่ชั้นดาดฟ้า

นอกจากพื้นที่ใช้สอยที่ให้มาแบบจัดเต็มภายในบ้านแล้ว เรามองว่าโครงการนี้ก็คิดเผื่อพื้นที่ส่วนบริการเช่นกันนะคะ อย่างการออกแบบห้องแม่บ้านเตรียมไว้ให้ทั้ง 2 แบบอยู่ที่ชั้น 1 ของบ้าน และก็ยังมีพื้นที่ชั้นดาดฟ้าที่ต่อเติมเป็นห้องได้ จัดเป็นโซนซักรีด หรือเก็บของก็ได้เช่นกันค่ะ เพียงแต่ที่ชั้นนี้ลิฟต์ขึ้นมาไม่ถึงนะ ต้องเดินขึ้นบันไดเพิ่มอีกชั้นค่ะ

บรรยากาศดาดฟ้าของแบบบ้าน Mason

Image 1/4
จัดเป็นพื้นที่ส่วน Service เช่นห้องซักรีดได้ค่ะ

จัดเป็นพื้นที่ส่วน Service เช่นห้องซักรีดได้ค่ะ

บรรยากาศดาดฟ้าของแบบบ้าน Harper

Image 1/4
บรรยากาศดาดฟ้าของแบบบ้าน Harper

บรรยากาศดาดฟ้าของแบบบ้าน Harper


บทสรุป

Haus 22 Sathorn เป็นอีกโครงการบ้านแนวราบที่น่าสนใจไม่น้อยเลย โดยจุดที่น่าสนใจอันดับแรกคือเรื่องทำเลค่ะ หายากมากที่จะได้บ้านที่เป็นบ้านใกล้สาทรในระยะ 2-3 กม. โดยระดับราคาที่ถ้าเรามีงบ 30 ล้านก็ซื้อได้แล้ว เราสามารถเทียบความคุ้มค่าเรื่องขนาดพื้นที่ใช้สอยกับโครงการที่เป็นคอนโดมิเนียมได้สบาย ส่วนจุดเด่นของคอนโดมิเนียมที่เคยว่ากันคือเรื่องพื้นที่ส่วนกลาง แต่พอมาเจอกับยุค covid-19 ที่ส่วนกลางปิดมาเป็นปี หลายคนก็อาจให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางลดลง และอยากที่จะอยู่บ้านมากขึ้น โครงการนี้ก็ตอบโจทย์ทั้งเรื่องทำเลและพื้นที่ใช้สอยได้ดีเลยค่ะ

ส่วนเรื่องการออกแบบ เรามองว่าตัวดีไซน์บ้านนั้นในเรื่องสไตล์ก็ออกแบบมาได้สวยงาม เก็บรายละเอียดได้ดีนะคะ หน้าตาบ้านที่มีมิติไม่ได้ดูแบนเรียบ มีการออกแบบที่แก้ปัญหาการอยู่อาศัยทาวน์โฮมอย่างผนังสองชั้นที่กันเสียงรบกวนจากเพื่อนบ้านได้ หรือว่าเรื่องความสว่างของพื้นที่ภายในก็แก้ปัญหาโดยการออกแบบ Skylight ที่โถงบันไดก็ทำออกมาได้ดี นอกจากนี้ก็ยังคำนึงถึงสุนทรียภาพในการอยู่อาศัยอย่างการใกล้ชิดธรรมชาติอีก เลยทำให้สามารถแทรกพื้นที่สีเขียวทั้งภายในบ้านและภายในโครงการได้ด้วย ในขณะที่ฟังก์ชันใช้งานต่างๆก็ออกแบบมาได้ลงตัว อยู่ได้สบายไม่อึดอัดค่ะ

Haus 22 Sathorn เหมาะกับใคร?

ถ้าถามว่าโครงการนี้เหมาะกับใคร เรามองว่าเหมาะกับคนที่อยากได้ที่อยู่อาศัยใกล้สาทรนะคะ ให้ความสำคัญกับทำเล พื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก มีงบประมาณ 30-50 ล้านบาท ชอบความสะดวกสบาย ไม่เน้นการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางเท่าไหร่ อยู่กันเป็นครอบครัว 4-6 คนได้ค่ะ


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc