รีวิวฉบับที่ 2083 … โครงการสิริ เพลส เวสต์เกต (Siri Place Westgate) จาก แสนสิริ ทาวน์โฮม 2 ชั้นในย่านบางใหญ่ที่สร้างเสร็จพร้อมให้เข้าอยู่กันแล้ว ความอุดมสมบูรณ์นับว่ามีพอสมควรทีเดียว ทั้งตลาด ห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต และรถไฟฟ้าสายสีม่วง จุดเด่นอยู่ที่ตัวโปรดักส์ออกแบบน่าสนใจ มี Skylight ที่โถงบันได และห้องนอนใหญ่ฝ้าสูง 3.7 m. ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรไปชมกันครับ

ข้อมูลโครงการ

28 May 2020

  • Siri Place Westgate (สิริ เพลส เวสต์เกต)
  • บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน)
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ซอย แก้วอินทร์ จ.นนทบุรี
  • เนื้อที่โครงการ 30 ไร่ จำนวน 299 ยูนิต แบ่งเป็น
    – ทาวน์โฮม 291 ยูนิต
    – บ้านแฝด 8 ยูนิต
  • LOFT 117 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 18.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 117 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
  • LOFT 118 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 18.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 118 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท (ราคา Promotion)
  • LOFT 133 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 20.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 133 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท (ราคา Promotion)
  • LOFT 134 บ้านแฝด 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 36 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 134 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 4.39 ล้านบาท (ราคา Promotion)
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 และ 2 – 2.7 เมตร / ห้องนอนใหญ่ 3.7 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 80,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2563
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ปลายปี 2567
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  :  02-027-7888
  • Call Center : 1685

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.872248, 100.387126
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการครับ

“ย่านบางใหญ่” …ความอุดมสมบูรณ์สูงสุดคงหนีไม่พ้น ห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต และ IKEA ที่ตั้งอยู่บริเวณ 3 แยกบางใหญ่ (ในวงกลมสีแดง) ซึ่งจะอยู่ทางด้านขวาของถนนกาญจนาฯ และอิงกับถนนรัตนาธิเบศร์เป็นหลักครับ ในขณะที่โครงการสิริ เพลส เวสต์เกต จะตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมและมีหมู่บ้านเก่าแก่อย่าง บางใหญ่ซิตี้ กับหมู่บ้านพระปิ่น 3 ตั้งอยู่ (ในวงกลมสีเขียว)

ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นหมู่บ้านเปิดให้รถสัญจรผ่านได้ และคนในย่านก็มักจะใช้ซอยย่อยต่างๆเหล่านี้ที่เชื่อมต่อถึงกันหมด เป็นทางลัดเลี่ยงรถติดได้ดี โดยเฉพาะหมู่บ้าน “บางใหญ่ซิตี้” ภายในนอกจากจะมีตลาดขนาดใหญ่แล้ว ยังมีสถานที่ราชการอย่าง ที่ว่าการอำเภอ และกรมที่ดินตั้งอยู่อีกด้วย ส่วนตัวผมมองว่าโครงการนี้เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตอิงถนนกาญจนาฯเป็นหลัก หรือทำงานราชการ และค้าขายในย่านนี้นั่นเองครับ

ถึงแม้โครงการจะตั้งอยู่คนละฝั่งกับ Central Westgate แต่ก็สามารถเดินทางไปได้ไม่ยาก เพราะปากซอยถนนแก้วอินทร์จะอยู่ก่อนถึงสะพานข้าม 3 แยกบางใหญ่พอดี ซึ่งตัวสะพานจะมีทางแยกให้เลี้ยวเข้าสู่ตัวห้างได้เลย หรือจะใช้ถนนรัตนาธิเบศร์เดินทางเข้าเมืองด้วยการข้ามสะพานพระนั่งเกล้าต่อก็ได้ครับ

นอกจากห้างใหญ่ๆแล้ว ร้านอาหารหรือร้านกาแฟเก๋ๆแถวนี้ก็มีเหมือนกัน อย่างร้านที่ผมมานั่งเขียนรีวิวนี่ก็คือ Tanwa – The Food Project ตรงถนนบางกรวย-ไทรน้อย ก็เป็นร้านที่บรรยากาศดีใช้ได้ทีเดียว และไม่คิดว่ากล้วยกับกาแฟจะเข้ากันได้ด้วย…แปลกดีเหมือนกัน

ส่วนถ้าใครต้องการใช้รถไฟฟ้าสายสีม่วงเข้าเมือง ก็จะมีสถานีตลาดบางใหญ่อยู่ใกล้ที่สุดครับ หรือถ้าใครขับรถมาเองแล้วต้องการที่จอดล่ะก็ อาจจะเลยไปอีกสถานีคือ คลองบางไผ่ ซึ่งจะมีอาคารจอดแล้วจรให้จอดรถได้ด้วยนะ

แถมอีกนิดนึงเรื่องทางลัดที่เชื่อมต่อกัน คือปกติการจะกลับรถบนถนนกาญจนาฯช่วงนี้ จะต้องใช้สะพานกลับรถ แต่ละจุดก็มีระยะห่างจากกันเป็นกิโลๆ ซึ่งถ้าเราต้องการมุ่งลงใต้ เข้าเมืองมาทางพระราม 2 ก็สามารถใช้ทางลัดเลาะมาออกถนนใหญ่ จากซอยถนนประชาอุทิศได้ครับ ซึ่งจะออกมาตรงบริเวณก่อนถึงทางขึ้นสะพานกลับรถพอดี

ทำให้ประหยัดเวลาได้เยอะ ไม่ต้องไปอ้อมไกล แต่ต้องระวังนิดนึงนะครับ เพราะพอออกมาที่ถนนใหญ่แล้ว จะต้องรีบชิดขวาทันที (ไม่งั้นจะเลยเชิงสะพานได้ ระยะค่อนข้างกระชั้นชิดอยู่เหมือนกัน) ซึ่งผมเจอเส้นทางนี้โดยบังเอิญตอนขากลับจากโครงการ เลยเอามาแชร์กันครับ

ส่วนการเดินทางในวันนี้ผมก็มาจากถนนกาญจนาฯ จากนั้นก็ให้ออกมาจากทางหลักตรงช่วงก่อนถึง 3 แยกบางใหญ่ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนแก้วอินทร์ ขับเข้ามาในซอยประมาณ 2.7 km. ก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการอยู่ทางขวามือครับ

ขับตรงมาบนถนนกาญจนาฯเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึง 3 แยกบางใหญ่ จุดสังเกตแรกคือปั๊ม Esso และสะพานกลับรถครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

บริบทโดยรอบส่วนใหญ่จะเป็นที่ว่างและโครงการแนวราบครับ รวมถึงไม่ไกลจากโครงการก็มีตลาดอยู่ด้วย สามารถสรุปได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ : ติดกับบ้านพฤกษา 39 ทาวน์โฮม 2 ชั้น
  • ทิศใต้ : เป็นทางเข้าโครงการ ติดกับถนนแก้วอินทร์ ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ว่าง
  • ทิศตะวันออก : ติดกับที่ว่างและชุมชนแนวราบ
  • ทิศตะวันตก : ติดกับพฤกษาวิลเลจ 4 และที่ว่าง

มาเดินดูทำเลของจริงกันสักนิดครับ ด้านหน้าโครงการจะเป็นถนนแก้วอินทร์ ซึ่งเป็นถนน 2 เลน และฝั่งตรงข้ามเป็นที่ว่าง

ด้านซ้ายของโครงการจะเป็นหมู่บ้านพฤกษาวิลเลจ 4

ส่วนด้านขวาจะเป็นที่ว่าง และเป็นทางมุ่งหน้าไปปากซอยถนนกาญจนาฯ โดยที่บริเวณนี้จะเป็นช่วงทางโค้งพอดี ดังนั้นเวลาออกมาจากโครงการต้องใช้ความระมัดระวังกันสักนิด และเลยไปอีกหน่อยจะเป็นตลาดนัดแสงจันทร์ถาวรครับ

ตลาดนี้อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 300 m. สามารถขี่มอไซค์หรือปั่นจักรยานมาได้ไม่ยาก จะเปิดทุกวันตอนช่วงเย็นๆ และมีเซเว่นขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้วย บรรยากาศคึกคักดีทีเดียว

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดนัดแสงจันทร์ดาวร ~ 300 m.
  • ตลาดพระปิ่น 3 ~ 3.5 km.
  • บิ๊กซี เอ๊กซ์ตร้า บางใหญ่ ~ 4.2 km.
  • อิเกีย บางใหญ่ ~ 4.1 km.
  • ตลาดกลางบางใหญ่ ~ 4.1 km.
  • เซ็นทรัล เวสต์เกต ~ 4.1 km.

  • รพ.การุญเวชรัตนาธิเบศร์ ~ 5 km.
  • รพ.บางใหญ่ ~ 8.4 km.
  • รร. เตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ นนทบุรี ~ 10.3 km.
  • รร. เทพศิรินทร์ นนทบุรี ~ 11.3 km.
  • รร.เด่นหล้า (พระราม5) ~ 11.8 km.
  • ม.มหิดล ศาลายา ~ 14.9 km.
  • รร.นานาชาติเด่นหล้า (ราชพฤกษ์) ~ 15.1 km.
  • รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ ศาลายา ~ 15.1 km.
  • รร.เพลินพัฒนา ~ 16.5 km.
  • รร.รัตนโกสินทร์ สมโภชน์ ศาลายา ~ 17.4 km.

รายละเอียดโครงการ

Master Plan สามารถแบ่งได้เป็น 3 โซนคือ

  • โซนแรกเป็นช่วงก่อนถึงสะพานข้ามคลอง บ้านส่วนใหญ่จะไม่ต้องหันหน้าชนกัน ฝั่งตรงข้ามถนนมีแนวต้นไม้ปลูกไว้ ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวจากวิวหน้าต่างชั้น 2 แต่ก็จะมีรถผ่านหน้าบ้านเยอะหน่อยครับ
  • โซนที่ 2 จะเป็นโซนอยู่ใกล้ส่วนกลางและสวน เป็นบ้านแบบขนาดใหญ่ของโครงการ Loft 133 (สีชมพู) ซึ่งมีทั้งบ้านที่ได้วิวสวน และสามารถเดินมาใช้งานส่วนกลางได้ง่ายอีกด้วย
  • โซนสุดท้ายจะอยู่ด้านในสุด เป็นบ้านแบบเล็กของโครงการ Loft 118 (สีเทา) ส่วนตัวผมคิดว่ามีความน่าสนใจในเรื่องของราคา แลกกับต้องเข้ามาด้านในลึกกว่าเพื่อนๆโซนอื่นหน่อยครับ

นอกจากนี้ยังแบ่ง Facilities ออกเป็น 2 ส่วน โดย Clubhouse จะเป็นฟังก์ชันแบบ Indoor พวกฟิตเนส สระว่ายน้ำ และ Co-Working Space ส่วนสวนจะเน้นกิจกรรมกลางแจ้ง มีทั้งพื้นที่นั่งพักผ่อน เครื่องเล่นเด็ก และแปลงผักสวนครัวน่ารักๆ ให้ลูกบ้านมาเก็บผักไปประกอบอาหารกันได้ (แต่ปัจจุบัน ณ วันที่ผมเข้าไปถ่ายรีวิว พื้นที่ส่วนนี้ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีนะครับ) แต่พื้นที่ส่วนอื่นของจริงที่สร้างเสร็จแล้วจะเป็นอย่างไร เราไปชมกันเลย

ซุ้มประตูทางเข้าจะเป็นสไตล์ Modern เรียบๆขนาดใหญ่ แยกทางเข้า-ออก 2 ฝั่งชัดเจน

ทางเข้าใช้ไม้กั้นกระดก ระบบ RFID หรือ Easy Pass ที่ขับรถผ่านได้สะดวกเลย มาพร้อมกับกล้อง CCTV และมีประตูเหล็กเลื่อน 2 ตอน ที่จะปิดในช่วงกลางคืนเพื่อความปลอดภัย ส่วนแขกภายนอกก็จะต้องแลกบัตรกับพี่ยามก่อน ซึ่งจะใช้ระบบรักษาความปลอดภัย LIV–24 ตามมาตรฐานแสนสิริครับ

เมื่อผ่านประตูทางเข้ามาแล้ว ซ้ายมือจะมีพื้นที่ให้จอดรถมอไซค์หรือจักรยานอยู่ด้วยครับ

ส่วนถนนหลักจะกว้าง 12 m. ไม่มีทางเท้าให้เดิน แต่ทางขวามือในโซนด้านหน้านี้ จะปลูกต้นไม้ขนาดกลางประดับไว้ตลอดทางเลยครับ

ส่วนถนนซอยย่อยจะกว้าง 8 m. และระหว่างคลัสเตอร์ของทาวน์โฮมทุกๆ 40 m. ตามกฏหมายก็จะมีจุดให้กลับรถได้ด้วยครับ

มาถึงช่วงกลางโครงการจะเจอกับสะพานข้ามคลอง ซึ่งเป็นคลองสาธารณะที่ไม่ใหญ่มากนัก

และเมื่อเลยสะพานเข้ามาเราก็จะถึงส่วนของ Clubhouse หรือ “Sansiri Club” แล้วล่ะครับ ซึ่งด้านหน้าจะมีสวนประดับอยู่นิดหน่อย

ส่วนตัว Clubhouse จะเป็นอาคารชั้นเดียวสไตล์ Modern เรียบๆ พร้อมสระว่ายน้ำแบบนี้

เข้ามาที่ใต้ชายคาจะมีเก้าอี้ให้นั่งเล่นพักผ่อนริมสระครับ

หันหน้าออกไปสามารถชมวิวสระว่ายน้ำได้ โดยทางโครงการจะใช้เป็นเก้าอี้นั่งแบบนี้ ไม่ได้ใช้เป็น Day Bed ให้นอนได้นะ

ตัวสระว่ายน้ำจะมีขนาด 15 x 6.4 m. และแบ่งสระเด็กแยกเอาไว้ให้แล้วเรียบร้อย ส่วนขวามือจะเป็นจุดล้างตัว และทางไปห้องน้ำครับ

หน้าห้องน้ำจะมีม้านั่งและตู้ล็อคเกอร์ให้ใช้ได้ ส่วนในห้องน้ำจะเป็นห้องเดี่ยวใหญ่ๆ แยกชาย-หญิงครับ

อีกด้านหนึ่งของ Clubhouse ประตูตรงกลางเป็นห้องนิติบุคคลครับ

ส่วนทางซ้ายมือจะเป็น Co-Working Space ให้นั่งทำงานอ่านหนังสือแบบ Semi-Outdoor ได้ โดยจะมี Wi-Fi ให้ใช้ฟรีอีกด้วย

ส่วนห้องกระจกที่อยู่ตรงกลางจะเป็น Fitness ซึ่งมีอุปกรณ์ค่อนข้างครบ และมีประตูกระจก 2 ฝั่ง (ฝั่ง Co-Working และห้องน้ำ) เพื่อให้ใช้งานเข้า-ออกได้สะดวกมากขึ้น

และเวลาออกกำลังกายก็จะสามารถชมวิวสระว่ายน้ำไปด้วยได้แบบนี้เลยครับ

ส่วนพื้นที่สวนด้านในต่อจาก Clubhouse จะยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี แต่ผมมีพื้นที่บางส่วนของจริงมาให้ชมกัน อย่างตรงนี้เป็นแปลงผักที่ทางโครงการปลูกไว้ เรียกว่า Sansiri Blackyard ให้ลูกบ้านมาเก็บไปประกอบอาหารกันได้ครับ

นอกจากนี้ยังมี Educational Playground , Jogging Track , Street Basketball และ Foot Reflexology Stone (ทางเดินนวดเท้า) อีกด้วยครับ ซึ่งต้องรอดูกันในอนาคตว่าทำเสร็จออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร แต่ส่วนตัวผมก็มองว่าฟังก์ชันมีค่อนข้างหลากหลายทีเดียว

แถมภาพนี้ปิดท้ายนิดนึงครับ คือพอดีตอนที่ผมเดินถ่ายส่วนกลางอยู่ บังเอิญว่าวันนี้เป็นวันที่มีพระอาทิตย์ทรงกลดพอดี ก็เลยถ่ายรูปนี้มาฝากกันด้วย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 15 x 6.4 เมตร
  • สระเด็ก
  • Fitness
  • Co-Working Space
  • Educational Playground
  • Jogging Track
  • Street Basketball
  • Foot Reflexology Stone (ทางเดินนวดเท้า)
  • Sansiri Blackyard (แปลงผักสวนครัว)
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด รวมประมาณ 3 งาน
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 7 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 8 ม.
  • Key Card Access ระยะไกล (ระบบ RFID)
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก/ เลื่อนไฟฟ้า 2 ตอน
  • ระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานแสนสิริ LIV–24

แบบบ้าน

แบบบ้านของโครงการสิริ เพลส เวสต์เกต มีทั้งบ้านแฝดและทาวน์โฮมครับ ทั้งหมดก่อสร้างด้วยระบบ Precast หรือผนังคอนกรีตสำเร็จรูปที่แข็งแรงทนทาน แต่ก็ทุบ/เจาะ หรือต่อเติมได้ยากกว่าผนังก่ออิฐเช่นกัน โดยบ้านตัวอย่างที่จะพามาชมวันนี้มีอยู่ 2 Type ด้วยกันคือ

  • LOFT 118 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 18.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 118 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท (ราคา Promotion)
  • LOFT 133 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 20.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 133 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท (ราคา Promotion)

หน้าตา Facade ของทั้ง 2 Type จะเหมือนกันเลยครับ เป็นสไตล์ Modern เรียบๆ และเพิ่มลูกเล่นด้วยสีสันในแต่ละยูนิตที่ต่างกันไป นั่นหมายความว่า นอกจากแบบและตำแหน่งบ้านแล้ว “สีบ้าน” ก็อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการเลือกบ้านสำหรับบางคนด้วยครับ เพราะจากการสอบถามกับทางโครงการได้ความว่า

เราไม่สามารถกำหนดสีที่ต้องการเองได้แต่แรก และไม่สามาถเปลี่ยนแปลง หรือทาสีใหม่เองได้ในภายหลัง ถึงแม้จะว่าซื้อเป็นชื่อของเราไปแล้วก็ตาม (ตราบใดที่แสนสิริยังเป็นเจ้าของโครงการ หรือยังขายไม่หมด) เพราะเค้าต้องการคุม Theme ของโครงการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่หากโครงการปิดการขายหมดแล้ว กฎนี้ก็จะขึ้นอยู่กับการจัดการของนิติบุคคลและลูกบ้านในอนาคตต่อไปครับ

  • LOFT 118 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 18.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 118 ตร.ม.

  • ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ

จุดเด่นของบ้านหลังนี้คือ การจอดรถได้ 2 คัน ซึ่งเหมาะกับทำเลที่ต้องใช้รถเป็นหลักแบบนี้ โดยสามีภรรยาอาจใช้คนละคัน หรือสำหรับลูกใช้อีกคันหนึ่งก็ได้ ที่ชั้นล่างจะมีห้องอเนกประสงค์มาให้ในตัว สามารถปรับเป็นห้องนอน หรือห้องนั่งเล่นต่างๆได้ตาม Lifestyle ของแต่ละครอบครัว โดยที่ใต้บันไดจะมีห้องน้ำและฟังก์ชันอาบน้ำรองรับไว้พร้อมแล้ว แต่จะเห็นว่าไม่มีฟังก์ชันห้องครัว ซึ่งอาจต้องต่อเติมที่หลังบ้านด้วยตัวเองนะครับ

ส่วนชั้น 2 จะมีห้องนอน 3 ห้อง ซึ่งห้อง Master Bedroom จะมีห้องน้ำและระเบียงส่วนตัว ส่วนห้องนอนเล็กหลังบ้านก็จะใช้ห้องน้ำร่วมกัน เหมาะกับครอบครัวที่มีลูก 1 – 2 คน แต่ถ้ามีลูกแค่คนเดียว ห้องเล็กสุดเราก็อาจทำเป็นห้องพระ หรือห้องทำงานก็ได้ครับ แต่จุดเด่นจริงๆคือ ช่องแสงตรงโถงบันได และความสูงฝ้าเพดานในห้องนอนใหญ่ 3.7 m. ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันครับ

ก่อนอื่นผมขอพามาดูประตูรั้วและที่จอดรถ ณ แปลงบ้านเปล่าของจริงกันก่อน (เพราะบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งไว้จะไม่ได้เห็นนะ)

ประตูเป็นเหล็กบานพับ 3 ตอน ซึ่งจะมีกลอนที่ต้องเอาขึ้น-ลงเยอะ เวลาแดดร้อนๆหรือฝนตกก็จะลำบากอยู่เหมือนกันครับ แต่ก็เปิดได้กว้างเกือบสุดเลย ซึ่งที่จอดรถจะกว้างประมาณ 5.6 x 5.6 m. (ระยะผนัง-ผนัง) ลงเสาเข็มให้ลึกเท่าตัวบ้านมาจนถึงใต้ชายคาชั้น 2

ส่วนรายละเอียดอื่นๆก็จะมีถังขยะ ที่ติดแบบแขวนลอยมาให้หน้าบ้าน พร้อมกับตู้จดหมาย และยังแยกกำแพงออกจากตัวบ้าน เพื่อป้องกันรอยร้าวที่เกิดจากการทรุดและแยกตัวของวัสดุทั้ง 2 โดยสิ่งที่อาจต้องทำเพิ่มคือ หลังคาหรือกันสาดสำหรับที่จอดรถ ซึ่งก็ต้องส่งแบบให้กับทางโครงการหรือนิติดูก่อนนะครับ เพื่อคุม Theme โครงการเช่นเดิม

ส่วนประตูทางเข้าบ้านจะเป็นกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ กรอบเป็น Powder coat สีดำ และกระจกเขียวตัดแสงทั้งหลัง รวมถึงมีตัวล็อค 2 จุดด้วยครับ

ชั้นแรกเป็น Common area ที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่ห้องนั่งเล่นหน้าบ้าน ไปจนถึงพื้นที่โต๊ะทานอาหารและครัวหลังบ้าน ระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.7 m. และฝ้าก็สูง 2.7 m. ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้

ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่โต๊ะทานอาหาร ซึ่งอยู่ติดกับประตูหลังบ้านที่เป็นบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติค่อนข้างดีทีเดียว

ส่วนหลังบ้านภายนอกจะได้เป็นพื้นที่โล่งๆ ไม่มีหลังคานะครับ แต่จะเทพื้นคอนกรีตพร้อมลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้านมาให้ เพื่อรองรับการต่อเติมครัวไทยหลังบ้านได้ เพราะในบ้านจะไม่ได้มีฟังก์ชันครัว หรือทิ้งท่องานระบบมาให้ครับ

ซึ่งสามารถดูได้จากภาพของบ้านเปล่าตามมาตรฐานนี้เลยครับ

ส่วนบริเวณกึ่งกลางบ้านจะมีพื้นที่แยกออกไป เป็นห้องอเนกประสงค์และห้องน้ำ ซึ่งอยู่หลังผนังชั้นวางทีวีแบบนี้ จึงทำให้เรามองไม่เห็นในตอนแรกที่เข้าบ้านมา ทำให้ดูเรียบร้อย เป็นสัดส่วน และเป็นส่วนตัวดีครับ

พื้นที่ห้องน้ำจะลดระดับลงจากพื้นบ้านไปหน่อย (เพราะอยู่ใต้บันได) เพื่อที่เวลาใช้งานจะได้ยืนใช้งานได้เต็มความสูง ไม่ต้องก้มหรือหัวชนเพดานครับ

ภายในมีฟังก์ชันใช้งานครบ และด้วยขนาดพื้นที่ที่จำกัด จึงทำให้ส่วนเปียกกับส่วนแห้งอาจต้องใช้งานพื้นที่ร่วมกัน ซึ่งผมชอบ 2 จุดคือ อ่างล้างหน้าแบบ Slim ที่เข้ากับพื้นที่ใช้งานที่แคบ กับมีหน้าต่างให้ระบายอากาศได้ด้วย

ส่วนห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ติดกัน ก็จะสามารถปรับเป็นห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นก็ได้ ซึ่งพอมีหน้าต่างมาให้ 2 ช่องแบบนี้ จึงทำให้บรรยากาศในห้องไม่อึดอัดจนเกินไป และได้แสงธรรมชาติค่อนข้างดีทีเดียว

พื้นที่ห้องจะเป็นรูปตัว L และมีขนาดประมาณ 2 x 2.5 m. ซึ่งพอจะวางเตียง 3.5 ฟุตและตู้เสื้อผ้าเพื่อทำเป็นห้องนอนเสริมได้นะครับ แต่ถ้าถามว่าทำห้องนี้เป็นห้องครัวได้มั๊ย…ก็ทำได้นะ แต่อย่างที่บอกว่าเค้าไม่ได้ทิ้งท่องานระบบไว้ให้ (ต้องทำเอง) และจะไม่มีประตูออกไปหลังบ้านได้โดยตรง (ต้องกลับออกไป common area ก่อนรอบหนึ่ง)

ต่อไปเราจะขึ้นชั้น 2 จากบันไดที่อยู่หน้าบ้านกันครับ ซึ่งตำแหน่งนี้ดีนะ สมมุติถ้าคุณสามีกลับบ้านมาดึกๆ ก็เดินเลี้ยวขึ้นห้องได้เลย โดยไม่ต้องเดินตัดหน้าจอทีวีคุณภรรยาที่กำลังดูซีรีย์เกาหลีอยู่ เป็นต้น

ส่วนบันไดเป็นโครงสร้าง คสล. แข็งแรงทนทานดี ปิดผิวด้วยไม้ยางพาราสีอ่อน กว้าง 1 m. ลูกตั้ง 19 cm. ลูกนอน 25 cm. ค่อนข้างมาตรฐาน แต่อาจต้องระวังขั้นบันไดสามเหลี่ยมตรงชานพักสักหน่อยครับ

จุดเด่นจริงๆคือ Skylight หรือช่องแสงที่อยู่บนฝ้าเพดาน ซึ่งจะช่วยดึงแสงธรมชาติเข้ามาในตอนกลางวัน ทำให้โถงบันไดสว่างได้โดยไม่ต้องเปิดไฟ แต่ทั้งนี้ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดช่องแสงดีๆ ไม่ให้สกปรกหรือมีฝุ่นเกาะ เพราะจะส่งผลต่อความสวยงาม และปริมาณแสงที่จะเข้ามาด้วย

ซึ่งวิธีการทำความสะอาดคือ ในห้องน้ำจะมีช่องบนฝ้าเพดาน ให้เราเปิดขึ้นไปเช็ดทำความสะอาดพื้นที่ใต้ฝ้าเพดานได้นั่นเองครับ (แนะนำให้สอบถามกับโครงการให้ละเอียดอีกที ถึงโครงสร้างและวิธีการดูแลรักษานะครับ)

มาต่อกันที่โถงบันไดชั้น 2 ซึ่งพื้นจะเปลี่ยนเป็นไม้ลามิเนต ซ้ายมือคือห้อง Master Bedroom ที่อยู่หน้าบ้าน ส่วนขวามือจะเป็นห้องน้ำและห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องครับ

เรามาเริ่มกันที่ห้อง Master Bedroom หน้าบ้านกันก่อน ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ กินพื้นที่เต็มความกว้างของตัวบ้าน 5.7 m. เลยครับ

จุดเด่นอยู่ที่ฝ้าเพดานสูง 3.7 m. เป็นสไตล์ Loft ซึ่งได้ความโปร่งโล่ง และแตกต่างจากโครงการเพื่อนบ้านย่านเดียวกัน โดยที่ของจริงจะได้เป็นห้องโล่งๆ ไม่ได้มีชั้นลอยมาให้นะครับ

แต่จากบ้านตัวอย่างที่ทำชั้นลอยมาให้ดู ก็เป็นไอเดียที่ดีอย่างหนึ่งว่า เราสามารถใช้พื้นที่แนวสูงของห้องให้เป็นประโยชน์ได้ ด้วยการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยเอาไว้นั่งเล่นหรือเก็บของได้ครับ

แถมภาพมุมสูงให้ดูอีกสักภาพ ซึ่งพื้นที่จะเชื่อมต่อกันทั้งชั้นบนและชั้นล่าง แต่เวลาใช้งานบันไดขึ้น-ลงจะต้องระมัดระวังกันหน่อยนะครับ

ส่วนพื้นที่ใต้ชั้นลอยจะเป็นที่วางตู้เสื้อผ้าและระเบียงครับ ซึ่งเป็นระเบียงเล็กๆ 2 x 0.45 m. พอให้ออกไปยืนสูดอากาศได้เท่านั้น เพราะเค้าต้องการเน้นพื้นที่ใช้สอยในบ้านมากกว่า แต่จุดที่น่าสังเกตคือ ระเบียงนี้ไม่มีขอบกั้นที่พื้นครับ

นั่นหมายความว่า เวลาฝนตกก็จะน้ำจากระเบียงจะไหลระบายลงสู่หน้าบ้านโดยตรง ซึ่งอาจทำให้ Facade หน้าบ้านเป็นคราบหรือสกปรกได้ง่ายอยู่เหมือนกันครับ

ส่วนห้องน้ำก็มีฟังก์ชันครบนะ และได้ทุกอย่างตามนี้เลย สุขภัณฑ์ของ American Standard ซึ่งจะไม่ได้มีฉากกั้นอาบน้ำกั้นแยกมาให้ครับ

ขนาดพื้นที่ใช้งานกว้าง 1.75 x 1.65 m. เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างส่วนเปียกกับส่วนแห้ง และเนื่องจากห้องน้ำนี้ไม่มีหน้าต่าง จึงติดพัดลมดูอากาศช่วยระบายอากาศบนฝ้าเพดานมาให้แทนครับ

กลับมาที่โถงบันไดอีกครั้ง คราวนี้เราจะไปดูโซนหลังบ้านกันบ้างครับ

เริ่มจากห้องแรกทางขวามือ (ติดกับบันได) เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่รองลงมา สามารถใช้เป็นห้องนอนลูกคนโตได้

ภายในกว้างประมาณ 2.7 x 3.4 m. สามารถวางเตียง 3.5 – 5 ฟุตได้ ซึ่งบ้านตัวอย่างจัดเป็นห้องนอนเด็กมาให้ดู และยังสามารถวางของเล่นได้หลายชิ้นอยู่เหมือนกันนะ

ส่วนห้องที่อยู่ติดกันจะเป็นห้องนอนเล็กที่สุดของบ้าน ซึ่งถูกจัดเป็นห้องทำงานมาให้ดู

ขนาดพื้นที่ใช้งานกว้าง 2.8 x 2.25 m. ซึ่งก็ยังสามารถจัดเป็นห้องนอนอีกห้องได้อยู่นะครับ (ถ้าใครมีลูก 2 คน) หรือจะเปลี่ยนเป็นห้องพระก็ได้เช่นกัน

ส่วนห้องน้ำนี้จะใช้งานร่วมกันระหว่างห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้องครับ มีขนาดและฟังก์ชันเหมือนกับห้องน้ำของ Master Bedroom เลย

ส่วนภาพนี้จะเป็นบ้านเปล่าของจริงที่เราจะได้ครับ ซึ่งก็คือจะได้เป็นห้องโล่งๆแบบนี้ และภาพด้านล่างจะเป็นมุมภาพสวยๆ มุมอื่นของบ้านหลังนี้ที่ผมถ่ายมาฝากกัน สามารถกดดูได้ใน Gallery เลยครับ

  • LOFT 133 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 20.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 133 ตร.ม.

  • ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ

มาถึงบ้านตัวอย่างอีกหลังหนึ่งของโครงการสิริ เพลส เวสต์เกต กันแล้วนะครับ ซึ่งจะเป็น Type ที่ใหญ่ที่สุดของโครงการ โดยหน้าตา Facade ของตัวบ้านจะเหมือนกับบ้านหลังเมื่อสักครู่เลยนะ แต่จะมีรายละเอียดภายในอื่นๆที่ต่างออกไปบ้างครับ

หากมองเผินๆแล้วลักษณะฟังก์ชันบ้านก็ไม่ต่างจากแบบ Loft 118 หลังก่อนหน้านี้มากนัก แต่สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือ “บันได” ที่มีลักษณะต่างออกไป ซึ่งหลังก่อนหน้านี้จะเป็นรูปตัว U มีลักษณะแคบกว่า แต่บันไดของหลังนี้จะมีลักษณะคล้ายตัว C ซึ่งค่อนข้างกว้างกว่า ผลที่ได้คือ ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่นที่กว้างขึ้น รวมถึงโถงบันไดชั้น 2 ก็มีพื้นที่ให้วางตระกร้าผ้าหน้าห้องน้ำได้อีกด้วย ส่วนในห้องอื่นๆก็จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นอีกเล็กน้อย และได้ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันครับ

เริ่มที่ Common area ภายในบ้านจะรู้สึกโปร่งโล่งขึ้นครับ เพราะระยะดูทีวีจะกว้างขึ้นเป็น 4.2 m. สามารถใช้ทีวีจอใหญ่ๆ 50 – 60 นิ้วเพื่อดูหนังแบบจุใจได้เลย

และพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารด้านในก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อพื้นที่กว้างขึ้นก็สามารถขยายโต๊ะให้ใหญ่ขึ้นเป็น 6 – 8 ที่นั่งได้เลย หรือจะเพิ่มพื้นที่เก็บของด้วยตู้และชั้นวางของก็ไม่เลวนะ

ขวามือจะมีห้องน้ำและห้องอเนกประสงค์เหมือนเดิมครับ เพียงแต่จะไม่มีช่องทางเดินแยกออกไปเป็นสัดส่วนแล้วเท่านั้น

ห้องน้ำมีขนาดประมาณ 1.6 x 1.8 m. และไม่จำเป็นต้องลดระดับลงเยอะเหมือนบ้านหลังก่อนหน้านี้ (ถึงแม้จะอยู่ใต้บันไดเหมือนกันก็ตาม)

ส่วนติดกันข้างๆก็จะเป็นห้องอเนกประสงค์ครับ ซึ่งการทำเป็นกระจกเข้ามุมแบบนี้ ก็ช่วยให้ภายในบ้านดูโปร่งโล่งขึ้นเยอะดีทีเดียว

ภายในมีขนาดพื้นที่ประมาณ 2.75 x 2.5 m. สามารถวางเตียง 3.5 ฟุต เพื่อทำเป็นห้องนอนได้สบายๆ และยังเหมาะที่จะเป็นห้องผู้สูงอายุมากกว่าหลังที่แล้วด้วยครับ เนื่องจากห้องน้ำชั้นล่างจะกว้าง และใช้งานได้ง่ายกว่า เพราะไม่ได้ลดระดับพื้นเยอะนั่นเอง

ส่วนภาพนี้เป็นมุมมองอีกด้านที่มองเห็นช่องกระจกจากในห้อง อาจเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยการติดม่านหรือมูลี่ได้ครับ

และแน่นอนว่าหลังบ้านของจริงจะได้พื้นที่โล่งเทคอนกรีตเช่นเดิม เผื่อเอาไว้ต่อเติมเป็นครัวไทยได้แบบนี้ครับ

มองย้อนกลับไปยังหน้าบ้าน ซึ่งคราวนี้เราจะไปขึ้นบันไดกันแล้วนะครับ

อย่างที่บอกครับว่าบันไดจะเป็นรูปตัว C ซึ่งค่อนข้างกว้างมากขึ้น รวมถึงยังได้ช่องแสงธรรมชาติจากทั้งจากหน้าบ้าน และบนฝ้าเพดานด้วยครับ

ตรงโถงหน้าห้องจะมีพื้นที่ให้วางตระกร้าผ้า หรือตู้เก็บของหน้าห้องน้ำเพิ่มได้ครับ มีขนาดประมาณ 1.6 x 0.65 m.

ส่วนห้องด้านบนก็จะมีตำแหน่งเหมือนกับบ้านหลังที่แล้วเลยครับ ซ้ายมือคือ Master Bedroom ที่อยู่หน้าบ้าน ตรงกลางเป็นห้องน้ำรวม และขวามือเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องครับ

มาเริ่มที่ห้อง Master Bedroom กันก่อนนะ ซึ่งจะได้เป็นห้องฝ้าเพดานสูง 3.7 m. (แค่ตกแต่งคนละแบบกับบ้านหลังก่อนหน้านี้) และแน่นอนว่าเราจะได้เป็นห้องเปล่าเช่นเดิมนะ

สิ่งที่ต่างกันคือ ระเบียงที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยครับ ซึ่งคราวนี้จะกว้างประมาณ 75 cm. (Type ก่อนหน้านี้กว้าง 45 cm.)

ส่วนห้องน้ำก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเช่นกัน เพิ่มเติมคือฟังก์ชันจะเป็นสัดส่วนมากขึ้น มีการแยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน และสามารถกั้นกระจกเพิ่มได้ครับ

พื้นที่ส่วนแห้งขนาดประมาณ 1.45 x 1.35 cm. และพื้นที่ส่วนเปียก 1 x 0.9 m. มีขอบสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อกันน้ำไหลมาด้านนอก

กลับออกมาที่โถงบันไดอีกครั้ง คราวนี้เราจะไปดูห้องที่เหลือกันคือ ห้องน้ำ และห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง

เริ่มที่ห้องน้ำทางซ้ายมือก่อนเลยครับ ภายในมีขนาดประมาณ 1.7 x 1.7 m. ถือว่าใหญ่ใช้ได้ทีเดียว เพียงแต่จะไม่ได้แยกส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้นะครับ

ส่วนห้องนอนที่อยู่ติดกันจะมีขนาดประมาณ 4 x 2.8 m. ซึ่งถูกจัดออกมาเป็นห้องนอนเด็ก แต่เมื่อวางเตียง 3.5 ฟุตไปแล้ว ก็ยังมีพื้นที่เหลืออีกเยอะเลย สามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะหนังสือได้อีกนะ

ส่วนติดกันจะเป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุดของบ้าน 3 x 2.6 m. ซึ่งก็ยังพอจะวางเตียง 3.5 ฟุต เพื่อทำเป็นห้องนอนได้อยู่ จะทำเป็นห้องเล่นเกมส์ดูหนังแบบบ้านตัวอย่างก็ได้ หรือทำเป็นห้องพระก็ดี

และภาพนี้ก็จะเป็นบ้านเปล่าของจริงที่เราจะได้ครับ ส่วนภาพด้านล่างก็เป็นมุมสวยๆที่ผมถ่ายรูปมาฝากกันอีกแล้ว สามารถกดชมได้เลยนะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

28 May  2020

  • LOFT 117 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 18.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 117 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
  • LOFT 118 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 18.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 118 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท (ราคา Promotion)
  • LOFT 133 ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 20.7 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 133 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท (ราคา Promotion)
  • LOFT 134 บ้านแฝด 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดิน 36 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 134 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 4.39 ล้านบาท (ราคา Promotion)
  • จอง 5,000 บาท และทำสัญญา 10,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 80,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 66 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :

ทำเลในซอยถนนแก้วอินทร์ เป็นหนึ่งในถนนหลักของย่านบางใหญ่ มีความสำคัญทั้งในด้านที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นแหล่งชุมชนดั้งเดิม โดยเฉพาะบางใหญ่ซิตี้ที่มีทั้งโรงเรียน ตลาด และสถานที่ราชการสำคัญๆ รวมถึงมีซอยลัดเลาะเชื่อมต่อถึงกันได้หมด สามารถเลี่ยงรถติดได้ดี และไม่ต้องอ้อมไปขึ้นสะพานกลับรถไกล ตอบโจทย์คนที่ใช้ชีวิตหรือทำงานในย่านนี้ หรือเข้าเมืองโดยอิงถนนกาญจนาฯเป็นหลัก และยังสามารถขึ้นสะพานข้ามแยกไปเข้าห้างใหญ่อย่าง Central Westgate และ IKAE ได้ไม่ยากอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ใช้เข้าเมืองได้อีกหนึ่งเส้นทางครับ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน :

โครงการใช้ระบบรักษาความปลอดภัย LIV–24 ตามมาตรฐานแสนสิริ ซึ่งพี่ยามจะตรวจสอบรถเข้า-ออกค่อนข้างเข้มงวด มีการแลกบัตรและเปิดท้ายรถ รวมถึงจะปั่นจักรยานตรวจดูความเรียบร้อยในโครงการเป็นระยะๆ นอกจากนี้ยังมีกล้อง CCTV กับรั้วรอบโครงการสูง 3 m. แต่ที่ชอบคือ ถึงแม้จะเป็นแบรนด์เริ่มต้น แต่ก็นำระบบ RFID มาใช้ตรงทางเข้า ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ดีทีเดียวครับ

การออกแบบโครงการ :

ตกแต่งสไตล์ Modern ค่อนข้างเรียบง่าย แต่ก็เพิ่มลูกเล่นด้วยการทาสีตัวบ้านแต่ละยูนิต ให้มีความฉูดฉาดและดูสนุกสนานมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากโครงการเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกัน ที่ส่วนใหญ่จะเป็นแนว Earth tone แบบเรียบๆ จึงเป็นโครงการที่แสดงออกถึง Character ของผู้อยู่อาศัยชัดเจน ซึ่งอาจเป็นคนรุ่นใหม่ เพิ่งเริ่มทำงาน และชอบความแตกต่างที่ไม่จำเจ

ส่วนผังโครงการผมแบ่งได้เป็น 3 โซนใหญ่ๆ มีจุดเด่นและเหมาะคนที่ไม่เหมือนกัน ถ้าชอบความเป็นส่วนตัวไม่อยากหันหน้าบ้านชนกับใคร รวมถึงไม่อยากเข้าหมู่บ้านไปลึก ก็จะเหมาะกับโซนด้านหน้าสุด แต่หากเป็นคนชอบใช้พื้นที่ส่วนกลาง และอยากได้วิวหันหน้าเข้าสวน รวมถึงชอบบ้านพื้นที่ใช้สอยเยอะ ก็สามารถเลือกโซนตรงกลางได้ สุดท้ายหากเล็งบ้านหลังเล็กๆ ราคาจับต้องง่ายหน่อย และยอมเข้าหมู่บ้านมาลึกๆได้ ก็สามารถเลือกโซนด้านในสุดได้เช่นกันครับ

การออกแบบตัวบ้านและพื้นที่ใช้สอย :

บ้านทาวน์โฮม 2 ชั้นในย่านนี้มีเยอะครับ แต่ปัจจุบันโครงการมือ 1 จะมีตัวเลือกไม่กี่โครงการที่จะได้พื้นที่ใช้สอย 118 – 133 ตร.ม. และมีหน้ากว้าง 5.7 m. ซึ่งสามารถจอดรถ 2 คันได้สบายๆแบบไม่เบียดเลย (ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่ 90 – 100 ตร.ม. หน้ากว้าง 5 m.) บ้านโครงการนี้จึงเหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก – กลาง มีลูก 1 – 2 คน หรือเป็นคนเพิ่งเริ่มทำงานครับ

ส่วนฟังก์ชันบ้านค่อนข้างมาตรฐาน ชั้นล่างมีห้องอเนกประสงค์ให้ปรับเปลี่ยนตาม Lifestyle แต่ละครอบครัวได้ ส่วนห้องครัวอาจต้องทำเพิ่มในพื้นที่หลังบ้านเองนะ แต่จุดเด่นที่ทำให้ Siri Place Westgate แตกต่างจากโครงการเพื่อนบ้านคือ ห้อง Master Bedroom ที่ได้ฝ้าสูง 3.7 m. ซึ่งเราสามารถทำชั้นลอยเสริมขึ้นมา เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอีกได้ และอีกจุดหนึ่งคือช่อง Skylight บริเวณโถงบันได ซึ่งช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามา ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในเวลากลางวันเลยครับ

ความแตกต่างของทั้ง 2 Type ที่พาไปชมกันวันนี้มีแค่เรื่องเดียวคือ “ลักษณะบันไดที่มีผลกับฟังก์ชัน” โดยเฉพาะ Loft 133 ซึ่งห้องนั่งเล่นจะมีระยะทีวีกว้างขึ้นเยอะ เหมาะกับคนชอบดูหนังจอใหญ่ๆ และห้องน้ำชั้น 1 ก็ไม่เล็กหรือลดระดับมากไปนัก ถ้าผู้สูงอายุอยู่ด้วยก็ยังพอจะใช้งานได้ง่ายกว่าแบบ Loft 118 รวมถึงห้องน้ำใน Master Bedroom ก็จะแยกฟังก์ชันเป็นสัดส่วนชัดเจนมากขึ้นอีกด้วยครับ แต่ถ้าใครที่ไม่ซีเรียสในเรื่องที่ผมเพิ่งบอกไปเมื่อสักครู่นี้ทั้งหมด ก็สามารถเลือกเป็นแบบ Loft 118 ที่เป็นฟังก์ชันพื้นฐานก็เพียงพอแล้วเหมือนกัน

วัสดุ :

ตัวบ้านก่อสร้างด้วยระบบ Precast ซึ่งแข็งแรงทนทาน แต่อาจทุบ/เจาะ หรือต่อเติมได้ไม่ง่ายนัก เหมาะกับคนที่ชอบอะไรที่สำเร็จรูปมาแต่แรก ผมชอบที่เค้าลงเสาเข็มตรงหลังบ้านมาให้ลึกเท่าตัวบ้าน เพื่อเอาไว้ต่อเติมเป็นครัวไทยเพิ่มได้ รวมถึงบันไดที่ใช้เป็นโครงสร้าง คสล. ซึ่งค่อนข้างมั่นคงแข็งแรงดี นอกนั้นก็เป็นวัสดุมาตรฐานตามระดับราคา สุขภัณฑ์ American Standard พื้นชั้นล่างเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ และพื้นชั้นบนเป็นไม้ลามิเนต ส่วนกระจกก็เป็นเขียวตัดแสง พร้อมตัวล็อคแบบ 2 ชั้นทั้งหมดเลย

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :

ส่วนตัวผมคิดว่ามีพอสมควรครับ อย่างถนน Main ทางเข้าโซนด้านหน้า ฝั่งตรงข้ามที่ไม่มียูนิตบ้านก็จะปลูกต้นไม้ประดับไว้ตลอดทาง อาจเป็นต้นขนาดกลางไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและความสดชื่นได้ดี และอีกจุดหนึ่งคือ สวนที่อยู่กลางโครงการ ซึ่งจะต้องรอดูในอนาคตอีกทีว่าจะมีต้นไม้มาลงเยอะแค่ไหน แต่ดูจาก Master Plan ที่เป็นแนวยาวและฟังก์ชันที่จะนำมาลง ก็น่าจะทำให้บรรยากาศตรงกลางโครงการดูดีอยู่ไม่น้อยครับ

สาธารณูปโภค :

ฟังก์ชันมีค่อนข้างหลากหลาย และเหมาะกับการใช้งานได้หลายช่วงวัย ในส่วนของ Clubhouse จะเป็นสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และ Co-Working Space ขนาดอาจไม่ใหญ่มากนัก แต่ฟังก์ชันหลักๆจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เรายังไม่ได้เห็นกันในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น Educational Playground ,  Jogging Track , Street Basketball และแปลงผักสวนครัว ซึ่งผมมองว่าค่อนข้างน่าสนใจและน่าใช้งานไม่น้อย ส่วนตัวจึงมองว่าเป็นโครงการที่เหมาะกับคนชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งในสวนนั่นเองครับ

Judgement

การให้คะแนนของโครงการสิริ เพลส เวสต์เกต ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทางเข้า-ออกเมืองจากโครงการสิริ เพลส เวสต์เกต 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 2.99 – 4.39 ล้านบาท, 28 May 2020

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – อยู่ในซอยใหญ่หลัก มีทางลัดเลาะ ใกล้ห้างและตลาด หาของกินไม่ยาก
  • ความปลอดภัย 7.5/10 – ไม้กั้นกระดก ระบบ RFID , CCTV และ LIV–24 ของแสนสิริ
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 – บ้านหน้ากว้าง พื้นที่ใช้สอยเยอะ ห้องนอนใหญ่ฝ้าสูง 3.7 m. มีช่องแสงตรงโถงบันได
  • วัสดุ 7.5/10 – ลงเสาเข็มหลังบ้าน ผนัง Precast บันได คสล. วัสดุอื่นๆตามระดับราคา
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – มีแนวต้นไม้ริมถนนและสวนด้านใน ถนนค่อนข้างกว้าง
  • สาธารณูปโภค 8/10 – ครบและค่อนข้างหลากหลาย เน้นพื้นที่สวนทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • 7.73 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการสิริ เพลส เวสต์เกต (Siri Place Westgate) เหมาะกับคนที่หาทาวน์โฮมย่านบางใหญ่ อาจทำงานราชการหรือค้าขายแถวนั้น และใช้ชีวิตอิงถนนกาญจนาฯเป็นหลัก เป็นครอบครัวขนาดเล็ก – กลาง ต้องการบ้านหน้ากว้างจอดรถ 2 คันสบาย และชอบความความโปร่งโล่ง สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยแนวตั้งได้จากห้องเพดานสูง รวมถึงชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งในสวนของโครงการเป็นส่วนใหญ่ มีงบประมาณอยู่ที่ 2.99 – 4.39 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 21,000 – 30,000 บาทครับ


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving