รีวิวฉบับที่ 2081 …  Lumpini TownVille พหลโยธิน – สะพานใหม่ ทาวน์โฮม 2 ชั้น ในซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4 ซอยนี้คนไม่มีรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถเดินทางได้สะดวก มีวินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่และสองแถว ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานใหม่ระยะประมาณ 3.3 กิโลเมตร จุดเด่นอีกอย่างคือ ให้พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับราคาก็ย่อมเยากว่าโครงการมือ 1 ในซอยเดียวกัน ทุกหลังจอดรถได้ 2 คัน ในราคาเริ่มต้น 2.41 ล้านบาท ไปชมกันเลย

ข้อมูลโครงการ

29 May 2020

  • Lumpini TownVille Phahonyothin – Saphanmai (ลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน – สะพานใหม่)
  • บริษัท พรสันติ จำกัด (ในเครือ L.P.N. Group)
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : เขตสายไหม
  • เนื้อที่โครงการประมาณ 21 ไร่เศษ จำนวน 262 ยูนิต
  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ที่ดินประมาณ 16.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 110 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 2.41 ล้านบาท
  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดินประมาณ 19.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 126.5 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 2.82 ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 – 2.5 เมตร / ชั้น 2 – 2.7 เมตร
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ ปลายปี 2565
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 065-717-8784-5
  • Call Center : 02-689-6888

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.907777, 100.634839
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ค่ะ

โครงการลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4 ในย่านสะพานใหม่ เป็นทำเลพักอาศัยดั้งเดิมที่มีโครงการแนวราบทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมหลายโครงการ จนมาถึงปัจจุบันก็ยังคงเห็นโครงการเปิดใหม่อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าเป็นทำเลยอดฮิตแห่งหนึ่งของครอบครัวที่มองหาที่อยู่อาศัยแบบแนวราบตลอดมา ถึงแม้ว่าตัวทำเลจะไม่ได้อยู่ในเมือง แต่ก็สามารถเข้า-ออกเมืองได้สะดวกโดยใช้ถนนพหลโยธิน รวมทั้งตัวช่วยในการเดินทางอย่างเช่นทางด่วนต่างๆ

ความอุดมสมบูรณ์ของซอยนี้ค่อนข้างคึกคักตลอดเส้นทางจะมีร้านอาหาร ร้านค้า ตลาดเล็ก ตลาดใหญ่ และบรรดา Hyper Market เรียงรายกันพอสมควร ซึ่งอยู่ในเรทราคาย่อมเยา ไม่แพงมาก สามารถกินได้ในชีวิตประจำวัน ที่เด่นๆ เลยของทำเลนี้ก็จะมีตลาดออเงิน และตลาดวงศกรตรงเส้นสุขาภิบาล5 ถ้าไปเส้นพหลโยธินก็จะมีตลาดยิ่งเจริญ Big C สะพานใหม่ แต่ถ้าอยากไปช้อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในรัศมี 5 กม. จะไม่มีนะคะ ที่ใกล้ที่สุดก็จะเป็นเซ็นทรัลรามอินทราช่วงใกล้ๆ แยกรามอินทราเลย

การเดินทางเข้า-ออกโครงการต้องเข้าซอยลึกหน่อย แต่ซอยนี้เข้าออกได้หลายเส้นทางได้แก่ ถนนพหลโยธิน, ถนนสายไหม, ถนนเพิ่มสิน อีกทั้งยังมีซอยลัดเลาะไปเชื่อมซอยต่างๆ เช่น ซอยเพิ่มสิน 45 ไปออกถนนเพิ่มสิน และซอยสายไหม 56 ที่เชื่อมไปออกถนนสายไหมได้

สำหรับเส้นทางหลักในการเดินทางเข้าเมืองคือ ใช้ออกทางซอยพหลโยธิน 54/1 ก็จะมาทะลุถนนพหลโยธิน วิ่งยาวๆ เข้าเมืองทางฝั่งห้าแยกลาดพร้าวได้ แต่ถนนเส้นนี้จะรถเยอะหน่อย แยกไฟเขียวไฟแดงก็เยอะ ซึ่งเราสามารถไปออกทางถนนสุขาภิบาล 5 ได้อีกทางหนึ่งก็สามารถวิ่งยาวๆ เข้าทางพระราม 9 ได้อีกเช่นกัน

ส่วนข้อเสียบริเวณนี้เลยคือเรื่องรถติด เนื่องจากเป็นทำเลที่มีคนอยู่อาศัยหนาแน่นทำให้ถนนทั้งขาเข้าและขาออกเมืองการจราจรค่อนข้างติดขัดทั้งถนนสายหลักอย่างพหลโยธิน และสุขาภิบาล 5 วัชรพล เลยไปถึงรามอินทราด้วย

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถ สามารถเรียกรถสาธารณะต่างๆ เช่น แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ที่วิ่งผ่านหน้าโครงการได้สะดวก เนื่องจากตัวโครงการอยู่ติดถนนซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4 ที่เป็นเส้นทางลัดจึงมีแท็กซี่ พี่วิน รถสองแถววิ่งผ่านกันอย่างคึกคัก

รถสองแถวที่ผ่านหน้าโครงการจะวิ่งระหว่างตลาดยิ่งเจริญกับตลาดออเงิน ซึ่งบริเวณตลาดยิ่งเจริญก็จะอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าสะพานใหม่เลย หรือถ้าวันไหนรีบๆ ก็ออกมาเรียกพี่วินหน้าโครงการไปถึงสถานีรถไฟฟ้าสะพานใหม่ ในราคา 35 บาทได้อีกด้วย แต่ให้อดใจรอรถไฟฟ้าเปิดให้บริการกันอีกสักนิด ถ้าตามแผนเดิมก็จะเปิดช่วงปลายปี 2563 แล้วนะคะ

ซึ่งรถไฟฟ้าสายที่จะวิ่งผ่านถนนพหลโยธินคือ รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เป็นสายหลักวิ่งเข้าเมืองได้โดยตรง สถานีที่ใกล้ที่สุด จะมี 2 สถานีคือ สถานีสะพานใหม่ และสถานี กม. 25 มีระยะห่างจากโครงการพอๆ กันประมาณ 3.3 กิโลเมตร

จุดขึ้นลงทางด่วนใกล้ๆ โครงการมี 2 จุด คือทางยกระดับอุตราภิมุข อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 8.9 km. จะวิ่งเข้าเมืองไปแถวดินแดง แถวห้าแยกลาดพร้าว จตุจักรได้สะดวก หรือใช้ทางพิเศษฉลองรัชที่อยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 6.7 km. ก็สามารถวิ่งเข้าเมืองทางย่านพระราม 9 เอกมัย ได้ไม่ยาก

การเดินทางในวันนี้จะเริ่มต้นบนถนนพหลโยธิน บริเวณหน้า Big C สะพานใหม่ แล้วไปเลี้ยวขวาเข้าซอยพหลโยธิน 54/1 ตามทางไปเรื่อยๆ จนไปเลี้ยวขวาเข้าซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4 อีกที โครงการอยู่ในย่านชุมชน ตรงข้ามตลาดจิงเกิลเบลส์ มีความอุดมสมบูรณ์และความคึกคักมาก ไปดูบรรยากาศกันค่ะ

เริ่มต้นบริเวณแยกถนนพหลโยธินตัดกับเทพรักษ์ ทางขวาเป็น Big C สะพานใหม่ เป็นที่ช้อปปิ้งสำคัญแห่งหนึ่งในย่านนี้ ซึ่งเราจะตรงข้ามแยกโดยใช้เลนส์ซ้าย ไม่ต้องไปรอติดไฟแดงกับรถที่จะเลี้ยวขวานะคะ

มาดูสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการกันอีกสักหน่อย ติดกับโครงการจะเป็นอาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้น ที่เปิดชั้นล่างเป็นร้านค้าต่างๆ

ถัดไปเป็นทางเข้าหมู่บ้านเกาะแก้ววิลล่า ซึ่งพื้นที่ของหมู่บ้านจะติดกับรั้วโครงการลุมพินีเลย

อีกฝั่งหนึ่งของโครงการจะติดกับตลาด สะดวกมากๆ เลยสำหรับคุณแม่บ้าน ซึ่งตลาดจะเปิดเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงเช้าเปิดถึง 9 โมงเช้า และเปิดอีกทีบ่าย 2 ถึง 2 ทุ่ม

ใครไม่มีรถยนต์ส่วนตัวมาอยู่ทำเลนี้ก็ยังนั่งรถสองแถวได้นะ เพราะพี่รถสองแถวผ่านบ่อยมาก จะวิ่งไปถึงตลาดยิ่งเจริญเลย

ส่วนใครที่ชอบอาหารสำเร็จรูปก็ข้ามฝั่งมาตรงข้ามโครงการ จะมีตลาดจิงเกิลเบลส์ให้เดินช้อปปิ้งของกิน เห็นมีเปิดอยู่หลายร้านเหมือนกันค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมของโครงการส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัยแนวราบ อาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้น และตลาด ซึ่งเราว่าไม่มีประเด็นอะไรที่จะส่งผลกับการพักอาศัยนะคะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดจิงเกิลเบลส์ – 0 m.
  • 7-11 – 180 m.
  • Tesco Lotus Express – 350 m.
  • Mini Big C – 650 m.
  • โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย 2 – 2.9 km.
  • ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต – 3.1 km.
  • โรงพยาบาลภูมิพล – 3.8 km.
  • ตลาด เอ.ซี. – 4.2 km.
  • สำนักงานเขตสายไหม – 5.4 km.
  • ตลาดออเงิน – 5.4 km.
  • ห้างบิ๊กซี สายไหม – 5.5 km.
  • โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสายไหม – 6.7 km.
  • โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช – 6.7 km.
  • โรงเรียนวรนาถวิทยา – 7 km.
  • Makro Food Service -7.1 km.
  • ตลาดวงศกร – 7.3 km.
  • โรงพยาบาลสายไหม – 7.7 km.

รายละเอียดโครงการ

มาดูที่ตัวโครงการ ลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ เป็นโครงการทาวน์โฮม 2 ชั้นจำนวน 262 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 21 ไร่ ปัจจุบันเริ่มทยอยก่อสร้างแล้วและคาดว่าจะสร้างเสร็จทั้งโครงการในปี 2565

ที่ดินของโครงการเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีระยะจากทางเข้าด้านหน้าถึงท้ายโครงการประมาณ 360 เมตร ลองคิดดูว่าถ้าเราอยู่บ้านในซอยท้ายสุดของโครงการ แล้วจะออกมาเรียกรถแท็กซี่ เรียกพี่วินหน้าโครงการก็ยังพอเดินไหว ได้เหงื่อซึมกันหน่อย ในระยะประมาณ 400 เมตร หรือถ้าใครเลือกอยู่โซนด้านหน้าโครงการก็เดินเข้า-ออกได้สะดวกเลยค่ะ

โครงการวางตำแหน่งของ Clubhouse และสวนสาธารณะไว้ด้านหน้าโครงการ ช่วยให้บรรยากาศบริเวณทางเข้าดูร่มรื่น ด้วยระยะของที่ดินโครงการที่ไม่ลึกมาก ทำให้ลูกบ้านยังเดินมาบริเวณ Clubhouse ได้ หรือถ้าไม่อยากเดินก็ขับรถมาจอดที่ Clubhouse ได้ มีที่จอดประมาณ 3 คัน

ถนนหลักของโครงการกว้าง 9 – 12 เมตร ถูกวางไว้ตรงกลาง จัดแบ่งบ้านออกเป็น 2 ฝั่ง วางทาวน์โฮมแบบหน้ากว้าง 5.5 เมตร ไว้ช่วงด้านหน้าของโครงการ และด้านในจะเป็นทาวน์โฮมไซส์เล็กลงมาโดยมีหน้ากว้าง 5 เมตร โครงการวางผังมาดีตรงที่บ้านทั้งหมดในโครงการจะวางตัวหันหน้าบ้านเข้าถนนซอยที่กว้าง 9 เมตร ซึ่งกว้างกว่าถนนซอยย่อยในโครงการทาวน์โฮมส่วนใหญ่ที่มักจะกว้าง 8 เมตร (ตามขั้นต่ำที่กฎหมายจะกำหนด)

แต่ละซอยย่อยก็จะเป็นซอยตัน ข้อดีคือ บ้านแต่ละหลังจะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าการทำถนนให้วนถึงกันได้ สำหรับโครงการนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการจอดรถหน้าบ้าน จะทำให้รถสวนเข้าออกลำบากนะคะ เพราะนิติของลุมพินีขึ้นชื่อในเรื่องของความเนี๊ยบในการดูแลความเรียบร้อยของโครงการอยู่แล้วค่ะ

สำหรับทิศของบ้านในโครงการส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศยอดนิยมสำหรับคนหาบ้านเลยนะคะ เพราะบ้านที่หันไปทางเหนือแน่นอนว่าก็จะได้แสงที่ไม่ค่อยแรงมาก ธรรมชาติหน่อย ส่วนบ้านที่หันไปทางใต้จะได้แสงและลมที่แรงกว่า  แบบบ้านของโครงการมีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบ แต่ละแบบจะมีฟังก์ชันที่เพิ่มขึ้นตามขนาดของบ้าน การเลือกบ้านก็ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้สอยและความชอบค่ะ

ซุ้มประตูหลักของโครงการจะวางป้อมรปภ.ไว้ตรงกลาง เพื่อแยกฝั่งรถเข้า – ออกให้ชัดเจน พื้นบริเวณทางเข้าปูด้วยคอนกรีตแสตมป์ จึงดูแลทำความสะอาดง่าย

ซุ้มโครงการจะมีหลังคาคลุมไว้ให้หลบฝนหลบแดดได้ เผื่อในวันที่ฝนตกแล้วแขกของลูกบ้านต้องมาแลกบัตร ก็จะได้ไม่เปียก หรือวันที่แดดร้อนก็มีพื้นที่ร่มๆ ให้หลบแดดได้ มีฟุตบาทและประตูแยกทางเดินเข้า-ออกไว้ ซึ่งน่าจะได้ใช้กันบ่อยนะคะ เพราะแถวนี้ร้านค้า ตลาด รายรอบโครงการเลยจริงๆ น่าเดินมากค่ะ

ทางเข้าโครงการจะรักษาความปลอดภัยด้วยไม้กั้นกระดกเป็นหลัก แต่ช่วงกลางคืนก็จะมีการปิดประตูแบบเลื่อนไฟฟ้าเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น เข้า-ออกด้วยระบบ RFID ซึ่งสามารถขับรถผ่านไปได้เลยเหมือนใช้ Easy Pass บนทางด่วน

สำหรับแขกของลูกบ้านต้องติดต่อแลกบัตรกับพี่ รปภ. และด้านข้างป้อมมีกล้อง CCTV ส่องคนขับในระยะใกล้ ช่วยเสริมความปลอดภัยให้อีกขั้นนึงค่ะ

ผ่านซุ้มโครงการเข้ามาก็จะเป็นถนนหลักของโครงการที่กว้าง 12 เมตร ซึ่งถนนหลักนี้จะแบ่งบ้านออกเป็น 2 ฝั่ง ด้านในโครงการที่เห็นว่ามีรั้วกั้นไว้เพราะกำลังก่อสร้างกันอยู่นะคะ ตอนนี้มีให้ชมเฉพาะบ้านตัวอย่าง Clubhouseและสวนที่อยู่ทางฝั่งขวาค่ะ

ตำแหน่งของสวนจะอยู่ติดกับทางเข้า-ออกของโครงการเลย สังเกตอย่างนึงว่าจะมีไม้พุ่มกั้นตลอดแนว และทำทางเข้า-ออกไว้แค่บางจุดเท่านั้น เราคิดว่ามีข้อดีที่ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่ในสวน เผลอวิ่งออกมาบนถนนได้ง่ายๆ

โครงการให้พื้นที่สวนขนาด 265 ตร.วา อาจจะมองว่าไม่ใหญ่แต่ก็พอใช้แชร์กับจำนวนลูกบ้าน 262 ยูนิต ที่ไม่ได้เยอะเหมือนโครงการอื่นในละแวกนี้ ภายในจัดมาให้ใช้งานได้หลายฟังก์ชันดีค่ะ

ทางเข้า-ออกของสวน ทำไว้เป็นทางลาด ทำให้ผู้สูงอายุที่ต้องนั่งรถเข็นก็สามารถมาใช้งานได้สะดวก

บรรยากาศในสวนจะมีทางคอนกรีตรอบๆ กว้างอยู่นะคะ บ้านไหนมีผู้สูงอายุก็พานั่งรถเข็นมาเปลี่ยนบรรยากาศในสวนได้

ภายในสวนมีพื้นที่แบบ Semi Outdoor ให้มานั่งเล่นด้วย เหมาะจะมาใช้งานในช่วงเย็นๆ ที่แดดร่มหน่อยนะคะ

และยังมีมุมให้นั่งเล่นได้อีกเพียบเลย

ใครที่ชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง ก็มาเล่นเครื่องพวกนี้ได้

สำหรับ Clubhouse จะอยู่เยื้องๆ จากสวนไปอีกฝั่งหนึ่ง เป็นอาคาร 2 ชั้นที่อยู่ติดกับประตูทางเข้า-ออกโครงการเลย

อาคาร Clubhouse ถูกออกแบบให้ดู Modern เรียบๆ ไม่หวือหวา จัด Facilities ไว้เต็มทั้ง 2 ชั้น

บริเวณด้านหน้า Clubhouse มีที่จอดรถให้ด้วย เผื่อลูกบ้านอยากมาเล่น Fitness ว่ายน้ำ ก็ขับรถมาจอดตรงนี้ได้สะดวก

โครงการเค้าคิดเผื่อการใช้งานของผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องใช้รถเข็น โดยมีทางลาดขึ้น Clubhouse ให้ด้วย

ชั้นล่างของอาคารจะมีห้องนิติบุคคล ติดกันเป็นโซนของห้องน้ำ ที่จัดไว้ทั้งห้องน้ำหญิง  ชาย และผู้สูงอายุ

เราพามาดูด้านในห้องน้ำหญิงกันนะ ภายในห้องน้ำมีช่องหน้าต่างให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ จึงดูโปร่งพอสมควร ด้านในมีทั้งส่วนที่เป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำ พอว่ายน้ำหรือออกกำลังเสร็จก็มาล้างเนื้อล้างตัวก่อนกลับเข้าบ้านได้

โครงการวางตำแหน่งของสระว่ายน้ำไว้ติดกับอาคาร Clubhouse เลย ทำให้เวลามา Clubhouse ก็จะได้วิวสระสวยๆ เป็นสระระบบเกลือ ขนาด 5.7 x 15.2 ม. ลึก 1.2 ม.

มีสระเด็กแยกไว้ให้เรียบร้อย (ในส่วนของเส้นประสีเหลือง)

สำหรับใครที่ไม่ได้ชอบออกกำลังกายแบบหนักๆ ก็สามารถมานั่งเล่น รับลม ข้างสระได้

ก่อนลงไปว่ายน้ำก็แวะมาอาบน้ำล้างตัวกันตรงนี้ก่อนนะคะ

มองกลับไปที่ตัวอาคาร Clubhouse จะมีพื้นที่ริมสระให้มานั่งเล่นได้ในบริเวณชั้น 1 ส่วนชั้น 2 จะเป็น Fitness และห้องประชุมค่ะ

อาคารชั้นบนจะเป็นทางเดินโล่งๆ แบบ Single Corridor จึงมองเห็นบรรยากาศในโครงการได้แบบโปร่งโล่ง ขึ้นมาจะเจอกับ Fitness ก่อนเป็นส่วนแรก และถัดเข้ามาเป็นห้องประชุมค่ะ

ภายใน Fitness จะดูโปร่งโล่งเพราะเป็นห้องกระจก แต่ช่วงกลางวันก็อาจจะร้อนสักหน่อย เพราะแดดเข้าได้จากทุกทางเลยนะคะ

โครงการจัดเครื่องออกกำลังกายให้มาประมาณ 7 เครื่อง ตอบโจทย์ให้ครบทั้งคนที่ต้องการออกกำลังกายแบบ Cardio และแบบ Weight Training

มุมออกกำลังกายก็จะได้วิวสระแบบนี้ จินตนาการว่าได้มองหนุ่มๆ ว่ายน้ำ เอ๊ย!! เผื่อเด็กๆ มาว่ายน้ำ พ่อแม่ก็อาจจะมาวิ่งรอข้างบน ก็ยังมองเห็นกันได้

อีกห้องหนึ่งเป็นห้องประชุม ก็จะมีโต๊ะและเก้าอี้ให้นั่งทำงานกันได้ เป็นห้องกระจกจึงมองเห็นวิวทั้ง 2 ฝั่งเลยค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณกลางโครงการประกอบไปด้วย
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ / สระผู้ใหญ่ ขนาดประมาณ 5.7 x 15.2 ม. ลึก 1.2 ม. แบ่งสระเด็กและสระผู้ใหญ่
  • ห้องออกกำลังกาย
  • ห้องประชุม
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด ขนาดประมาณ 265 ตร.วา
  • เครื่องออกกำลังกาย กลางแจ้ง
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.55 เมตรและรั้วโปร่งต่อเพิ่ม 0.45 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • Key Card Access ระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก และเลื่อนไฟฟ้า

แบบบ้าน

โครงการ ลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ เป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น สร้างด้วยระบบ Precast โดยเอาแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปมาประกอบกันเป็นตัวบ้าน แบ่งเป็น 2 แบบ ดังนี้

  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ที่ดินประมาณ 16.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 110 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดินประมาณ 19.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 126.5 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ

วันนี้จะพาไปชมบ้านตัวอย่างทั้ง 2 แบบเทียบกับบ้านเปล่าด้วยนะคะ จะได้เห็นว่าบ้านจริงที่ได้นั้นเป็นแบบไหนค่ะ

เริ่มกันที่แบบทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 16.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. 2 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ

ชั้นล่าง – มาดูในส่วนของที่จอดรถกันก่อน จากหน้าบ้านกว้าง 5 เมตรทำให้สามารถจอดรถได้จริง 2 คัน แต่เราเคยไปจอดบ้านเพื่อนดู ก็จะแน่นๆ หน่อย ต้องบอกให้คนนั่งข้างๆ ลงก่อนนะ ไม่งั้นจะออกลำบาก ส่วนที่ต้องชมคือเค้าออกแบบพื้นที่ใช้สอยได้ใช้ประโยชน์เต็มที่ดี เห็นได้จากการออกแบบความลึกของที่จอดรถ 2 คัน ให้มีระยะที่ต่างกัน จะเป็นแบบลึก 6 เมตรคันนึง สำหรับจอดรถคันยาวอย่างพวกกระบะ กับที่จอดอีกคันจะลึก 4.3 เมตร ไว้จอดรถเก๋งทั่วไป ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยบริเวณหน้าบ้านเพิ่มขึ้นในฝั่งของที่จอดรถ 4.3 เมตรค่ะ

พื้นที่ใช้สอยในตัวบ้านส่วนแรกจะเป็นห้องรับแขกที่เปิดโล่งเชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร และด้านข้างของพื้นที่รับประทานอาหารจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ที่สามารถทำเป็น Pantry ครัวในบ้านได้ พื้นที่ทั้ง 3 ส่วนนี้จะได้แสงธรรมชาติจากประตูกระจกด้านหน้าและหน้าต่างด้านหลังบ้าน แถมยังสามารถเปิดระบายอากาศได้อีกด้วย แต่ถ้าชอบทำครัวจริงจังก็ต่อเติมด้านหลังบ้านจะเหมาะกว่า กลิ่น ควันจะได้ไม่ฟุ้งไปทั้งบ้านนะคะ

หลายครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หากอยากกั้นพื้นที่อเนกประสงค์เป็นห้องนอน จะทำให้ตำแหน่งของห้องน้ำอยู่ด้านในห้องนอนแทนนะ แขกไปใครมาจะเข้าห้องน้ำต้องเดินผ่านห้องผู้สูงอายุก็อาจจะไม่เหมาะ ถ้ามีงบอีกสักนิดเพิ่มเงินไปเลือกอีก Type นึงจะเหมาะกว่าค่ะ

ชั้นบน – มีห้องนอนทั้งหมด 3 ห้อง โดยทุกห้องจะต้องใช้ห้องน้ำส่วนกลางร่วมกัน ซึ่งห้องน้ำนี้ก็ได้ขนาดมากว้างพอสมควร ทำให้สามารถใช้งานได้ลงตัวอยู่นะ

การตกแต่งบ้านภายนอกออกมาในสไตล์ Modern เรียบๆ ใช้สีคุ้นตาของลุมพินีคือ เขียว น้ำตาล ขาว สิ่งที่อยากให้สังเกตคือ เค้ามีดีเทลในการซ่อน Condensing Unit บนระเบียงชั้น 2 ด้วยการติดตั้งไว้ด้านบน และทำระแนงบังไว้ ทำให้สามารถใช้งานระเบียงได้เต็มที่ แถมหน้าบ้านยังดูเรียบร้อยด้วยค่ะ

รั้วบ้านเป็นรั้วเหล็กโปร่งแบบบานพับ เปิดได้เต็มความกว้างของหน้าบ้าน ทำให้ลมสามารถพัดผ่านเข้าบ้านได้แต่ก็สามารถมองผ่านเข้าไปด้านในได้เช่นกัน

บริเวณรั้วหน้าบ้านจะติดกล่องจดหมาย และกริ่งไว้ให้หน้าตาแบบนี้

พื้นบริเวณหน้าบ้านจะเป็นคอนกรีตฉาบเรียบ ไม่ได้ลงเสาเข็มไว้ให้ จอดรถได้ 2 คัน แบบที่คันนึงจอดกระบะได้ (ลึก 6 เมตร) อีกคันต้องเป็นพวกรถเก๋ง (ลึก 4.3 เมตร) แต่มีหลังคาคลุมแค่ครึ่งเดียวนะคะ ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นตำแหน่งที่เห็นว่าลูกบ้านส่วนใหญ่ต่อเติมหลังคาออกมากันมากที่สุด

ด้านในสุดของที่จอดรถมีห้องเก็บของให้ด้วย

ห้องนี้จะอยู่ใต้บันไดพอดี ซึ่งกว้างพอสมควรเลย เก็บอุปกรณ์ทำสวนได้สบายๆ

ทางเข้าบ้านมีการยกระดับพื้นขึ้นเป็นเฉลียงเล็กๆ ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิก ข้อดีของการยกระดับพื้นบ้านให้สูงขึ้นจากพื้นที่จอดรถ เพื่อช่วยกันไม่ให้ฝุ่นจากพื้นที่จอดรถปลิวเข้าบ้านได้ง่ายๆ

ประตูบ้านเป็นกระจกบานเลื่อน เปิดได้ฝั่งเดียวทำให้เหลือพื้นที่เดินเข้าออกประมาณ 1 เมตร ส่วนกระจกจะได้แบบตัดแสง จึงช่วยลดความจ้าของแสงที่ผ่านเข้ามาและยังช่วยลดความร้อนด้วยค่ะ

มือจับประตูขนาดใหญ่เปิดง่าย มาพร้อมตัวล็อกที่ติดมากับมือจับเลย ถ้าใครอยากเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวบ้านก็อาจจะติดตัวล็อกแบบก้นหอยเพิ่มระหว่างบานกระจก 2 บานก็ได้นะคะ

สำหรับบ้านมาตรฐานจะได้เป็นบ้านเปล่าไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว ไฟได้เป็นดาวน์ไลท์ตามแบบรูปล่าง พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ส่วนความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานของชั้นนี้จะสูง 2.5 เมตร

เข้ามาในบ้านส่วนแรกจะมีพื้นที่อเนกประสงค์ด้านหน้า เราว่าการจัดพื้นที่แบบนี้ต่างจากทาวน์โฮมทั่วๆ ไปที่มักจะวางชุดโซฟารับแขกไว้ติดกับประตูเลย ข้อดีคือมีพื้นที่ให้สามารถทำตู้โชว์ ตู้รองเท้า ตู้เก็บของต่างๆ ที่ต้องหยิบใช้อยู่บ่อยๆ ได้

ชุดโซฟาก็จะถูกขยับเข้าไปด้านในหน่อย ไม่ได้นั่งชมวิวติดประตูกระจก แต่ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น

บริเวณห้องรับแขก สามารถวางชุดโซฟาแบบ 3 – 4 ที่นั่ง และโต๊ะกลางเล็กๆ ได้โดยไม่ขวางทางเดิน ส่วนระยะดูทีวีค่อนข้างกว้างประมาณ 3 เมตร จึงสามารถติดทีวีที่ใหญ่แบบ 60 นิ้วหรือใหญ่กว่านั้นก็ยังได้ค่ะ

ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร สามารถตั้งโต๊ะทานอาหารแบบ 4 ที่นั่งได้แบบไม่อึดอัด ซึ่งจะได้แสงธรรมชาติผ่านประตูกระจกบานเลื่อนด้านหลังบ้าน แต่หากมีการต่อเติมหลังคาด้านหลังบ้าน ก็ลองเลือกเป็นหลังคาโปร่งแสงจะช่วยให้บริเวณพื้นที่ทานอาหารโปร่งขึ้นค่ะ

ลานซักล้างด้านหลังบ้านไม่ได้ลงเสาเข็มไว้ให้ ถ้าจะต่อเติมก็ควรลงเสาเข็มเพิ่มก่อนนะคะ ซึ่งการออกแบบหลังคาและผนังก็ไม่ควรไปอิงกับผนังบ้านหลัก เพราะถ้าไม่ได้ลงเสาเข็มลึกเท่าตัวบ้าน ก็มีสิทธิที่ดินจะทรุดไม่เท่ากัน ทำให้ผนังบ้านบ้านเดิมร้าวไปด้วยได้

หลังบ้านจะก่อกำแพงระหว่างบ้านสูง 1.6 เมตร พื้นเทปูนคอนกรีตไว้ให้และเว้นพื้นที่บางส่วนเป็นดินไว้ให้ทำสวนค่ะ

แต่ข้อจำกัดของการทำครัวด้านหลังบ้านแบบทาวน์โฮมคือไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ แนะนำให้ติดเครื่องดูดอากาศ หรือทำหลังคาแบบเปิดได้ ใช้หลังคาแบบใสในบางช่วงก็ช่วยให้บ้านดูโปร่งขึ้นได้

กลับเข้ามาในบ้านตัวอย่าง ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทานอาหารเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ซึ่งเค้าจัดไว้ให้ดูเป็น Pantry ครัวในบ้านจะอยู่ติดกับห้องน้ำเลย

หากกั้นพื้นที่ส่วนนี้เป็นห้องผู้สูงอายุก็จะได้ห้องนอนชั้นล่างที่มีห้องน้ำในตัว แต่เราว่ายังไม่เหมาะเท่าไหร่ เพราะถ้าใครจะเข้าห้องน้ำชั้นล่างต้องเดินผ่านห้องนอนผู้สูงอายุเข้าไปนะ พื้นที่ตรงนี้จึงเหมาะกับการเป็น Pantry หรือเป็นพื้นที่ให้ลูกๆ มานั่งเล่น มากกว่า

ภายในห้องน้ำจัดฟังก์ชันมาครบ ติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ตามแบบในบ้านตัวอย่างเลย

อ่างล้างมือขนาดกะทัดรัดจาก American Standard ด้านข้างก๊อกน้ำมีพื้นที่ให้วางของใช้ในห้องน้ำได้อีกเล็กน้อย

โถสุขภัณฑ์ได้แบบ 2 ชิ้นจาก American Standard มาพร้อมที่ใส่กระดาษชำระและสายฉีดน้ำค่ะ

พื้นที่อาบน้ำจะติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำมาให้เรียบร้อย แอบเสียดายนิดนึงที่ลดระดับพื้นที่อาบน้ำลงมานิดเดียว เวลาใช้งานจริงอาจจะเปียกไปทั่วห้องได้ จึงแนะนำให้ติดม่านกั้นอาบน้ำเพิ่มก็จะช่วยได้ค่ะ

ฝักบัวที่ให้มาของ American Standard จับได้ถนัดมือดี และทำที่วางสบู่มาให้เรียบร้อย

ตามปกติห้องน้ำในทาวน์โฮมมักจะไม่ได้มีหน้าต่าง ภายในห้องน้ำจึงติดตั้งพัดลมดูดอากาศมาให้ด้วยนะคะ

ต่อไปจะพาขึ้นไปชมชั้น 2 กันต่อ ตำแหน่งของบันไดจะอยู่ด้านหน้าบ้านใกล้กับประตูหน้าบ้านเลย เวลากลับบ้านมาก็ขึ้นชั้นบนได้สะดวก

ตัวบันไดเป็นโครงเหล็กปูพื้นด้วยไม้สำเร็จรูป เป็นสเปกมาตรฐานของทาวน์โฮมระดับราคานี้ เวลาเดินขึ้นลงบันไดจะมีเสียงก๊องๆ เพราะด้านล่างพื้นจะกลวง

ตลอดทางขึ้นบันไดจะมีมือจับให้ฝั่งหนึ่ง แม้ว่ามือจับจะไม่ได้เชื่อมต่อกันทั้งหมดแต่ก็ดีที่ให้มาตลอดทางค่ะ

ลักษณะบันไดเป็นบันไดเป็นรูปตัว U เนื่องจากฝ้าเพดานที่ค่อนข้างสูงและการประหยัดพื้นที่บันได ทำให้ชานพักต้องซอยขั้นเพิ่มจะไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมตามที่ควรจะเป็นทั้งหมด เวลาใช้งานเดินขึ้นลงต้องระวังหน่อยนะคะ

ขึ้นมาด้านบนจะมีทางเดินเชื่อมห้องต่างๆ คือ ห้องนอนใหญ่, ห้องนอนทางฝั่งหลังบ้าน, ห้องอเนกประสงค์และห้องน้ำ ซึ่งฝ้าเพดานบนชั้นนี้จะสูงขึ้นเป็น 2.7 เมตรนะคะ

มาดูฝั่งห้องนอนทางฝั่งหลังบ้านกันก่อน ภายในห้องมีขนาดเหมาะสำหรับเด็กหรือวัยรุ่นที่ไม่ได้มีของใช้มากมายนัก คือมีพื้นที่เพียงพอให้วางเตียงขนาด 5 ฟุต ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเขียนหนังสือ ถือว่าครบถ้วน

ห้องจริงที่ได้จะเป็นห้องเปล่าเราสามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ตามใจเราได้เลย ภายในห้องมีหน้าต่างบาน Fix ผสมบานเลื่อน ทำให้เปิดระบายอากาศได้และทำให้แสงธรรมชาติสามารถเข้ามาภายในห้องได้มาก ทำให้ห้องดูอบอุ่น น่าอยู่ทีเดียว

พอวางเตียงขนาด 5 ฟุต ก็ยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงให้วางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเขียนหนังสือได้

อีกห้องหนึ่งเป็นห้องอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถจัดเป็นห้องนอนได้นะแต่พื้นที่จะเล็กกว่าห้องแรก จึงเหมาะจะวางเตียง 3.5 ฟุตมากกว่า ภายในมีหน้าต่างที่สามารถเปิดระบายอากาศได้เหมือนกัน

ถ้าวางเตียง 3.5 ฟุตไว้ติดหน้าต่างก็จะมีพื้นที่ข้างเตียงอีกฝั่งให้วางเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ได้ครบ เช่น ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะเขียนหนังสือและตู้เก็บของค่ะ

ในส่วนของห้องน้ำชั้นบนต้องแชร์กันใช้กับห้องนอนทั้ง 3 ห้อง ภายในจัดฟังก์ชันการใช้งาน และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ครบเหมือนห้องน้ำชั้นล่าง จะต่างกันตรงที่มีขนาดใหญ่กว่า

พื้นที่อาบน้ำในห้องน้ำชั้น 2 ดูเป็นสัดส่วนขึ้น แต่ก็ยังมีการลดระดับพื้นลงไปไม่เยอะ เราสามารถติดเป็นฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มได้ลงตัวกว่าห้องน้ำชั้นล่าง เพราะพื้นที่กว้างกว่า ก็จะกันน้ำกระเด็นได้ดีกว่าแบบม่านค่ะ

ปิดท้ายบ้านหลังแรกด้วยห้องนอนใหญ่ ซึ่งจะได้พื้นที่ในส่วนหน้าบ้านทั้งหมด ภายในจะได้เป็นห้องเปล่าแบบรูปล่าง ผนังฉาบเรียบทาสีขาว

ขนาดของห้องสามารถใช้วางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ และยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงวางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง

พื้นที่ปลายเตียงมีขนาดใหญ่พอให้ทำ Walk-in Closet ได้ แนะนำให้ต่อเติมผนังในส่วนของชั้นวางทีวีเพิ่มขึ้นมา จะทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วนขึ้น

พื้นที่สำหรับทำ Walk-in Closet ก็สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้เต็มฝั่งหนึ่งของผนัง และเหลือพื้นที่ให้วางโต๊ะเครื่องแป้งได้ ด้านในสุดของห้องมีระเบียง ซึ่งจะส่องเข้ามาบริเวณ Walk-in Closet พอดี จึงได้แสงธรรมชาติมาใช้ในการแต่งหน้าได้

พื้นที่ระเบียงมีขนาดพอให้ออกมายืนรับลม เปลี่ยนบรรยากาศได้นิดหน่อย ซึ่งทางโครงการออกแบบ Condensing Unit ไว้ด้านบน ทำให้สามารถใช้ระเบียงได้อย่างเต็มที่

ถัดมาดูแบบบ้านไซส์ใหญ่กัน ดูผ่านๆ จะเห็นว่าบ้านนี้จะมีแปลนคล้ายๆ กับบ้านหลังแรกเลยใช่มั้ยคะ? เพราะบ้าน Type นี้จะนำแบบบ้านแรกมาขยายให้ได้หน้ากว้างเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 เมตร ได้ที่ดินใหญ่ขึ้นประมาณ 19.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 126.5 ตร.ม. ฟังก์ชันเป็น 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ

แบบบ้านนี้จะรองรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ เพราะมีห้องอเนกประสงค์ที่ชั้นล่าง ให้สามารถจัดเป็นห้องนอนได้ และห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำในตัวเพิ่มขึ้นมาอีกห้องได้ความเป็นส่วนตัวในการใช้งานมากขึ้น แลกกับราคาบ้านที่เพิ่มมาประมาณ 4 แสนบาทค่ะ

รูปลักษณ์ภายนอกบ้านจะคล้ายกับแบบแรกเลย ทั้งการใช้สีและการออกแบบสไตล์ Modern ต่างกันแค่หน้าบ้านที่กว้างขึ้นเท่านั้น

เข้ามาด้านในจะมีพื้นที่อเนกประสงค์ติดกับประตูให้ทำตู้โชว์ ตู้เก็บของ ได้เช่นเดียวกับบ้านแบบแรก

ถัดเข้ามาเป็นห้องรับแขก มีพื้นที่ให้วางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่ง ทั้งวัสดุพื้น ผนัง และโคมไฟจะเหมือนกับแบบแรกเลยนะคะ แต่บ้าน Type นี้จะกว้างกว่าหน่อย

อย่างระยะดูทีวีก็จะกว้างขึ้น ติดทีวีขนาดใหญ่ได้มากขึ้น

ส่วนที่แตกต่างจากบ้านหลังแรกคือ บ้านนี้จะกั้นห้องอเนกประสงค์มาให้เลย และปรับทางเข้า-ออกห้องน้ำให้อยู่ข้างทีวีแทน

ห้องอเนกประสงค์จะถูกกั้นไว้ให้เรียบร้อยด้วยประตูกระจกบานเลื่อน เก็บรายละเอียดมาให้เรียบร้อยด้วยตัวล็อก 2 ชั้น คือมีตัวล็อกที่มือจับประตูและติดตัวล็อกแบบก้นหอยมาให้ พร้อมเส้นกำมะหยี่ช่วยกันเสียง จึงพร้อมจัดเป็นห้องนอนได้เลย

พื้นที่ภายในห้องอเนกประสงค์สามารถจัดเป็นห้องนอนที่ชั้นล่างได้ หรือจะใช้งานเป็นครัวปิดก็ได้ในกรณีไม่ได้ต่อเติมครัวไทยที่หลังบ้านเพิ่ม

ภายในห้องมีหน้าต่างบานเลื่อนให้เปิดระบายอากาศได้ มีพื้นที่ภายในห้องเพียงพอสำหรับวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต  และมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือให้วางตู้เสื้อผ้าได้

สำหรับห้องน้ำชั้นล่างมีฟังก์ชันการใช้งานมาให้ครบทั้งส่วนเปียกและส่วนแห้ง วัสดุอุปกรณ์ภายในห้องน้ำก็จะได้มาเหมือนกับบ้านหลังแรกนะคะ

ติดกันกับห้องอเนกประสงค์เป็นพื้นที่รับประทานอาหาร สามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้ หากบ้านไหนเป็นหลังมุมจะมีประตูกระจกข้างบ้าน ทำให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในตัวบ้าน ก็จะได้บรรยากาศที่โปร่งขึ้นแบบบ้านตัวอย่างนะคะ

ประตูทางออกหลังบ้านของ Type นี้จะเป็นประตูบานทึบ ทำให้มีพื้นที่ด้านข้างให้ทำเป็น Pantry ครัวเล็กๆ และวางตู้เย็นในบ้านได้

ลานซักล้างหลังบ้านจะเทพื้นคอนกรีตและเว้นพื้นที่ไว้ให้ปลูกต้นไม้ได้เหมือนแบบบ้านหลังแรก และไม่ได้ลงเสาเข็มไว้ให้เช่นกัน

ต่อไปจะพาขึ้นไปชมชั้น 2 กันต่อ บันไดจะอยู่ฝั่งหน้าบ้านใกล้ประตูและมีช่องหน้าต่างเล็กๆ ทำให้บริเวณบันไดสว่างอยู่นะคะ

โครงการออกแบบให้ประหยัดพื้นที่บันได ทำให้ชานพักต้องซอยขั้นเพิ่มจะไม่ได้เป็นสี่เหลี่ยมตามที่ควรจะเป็นทั้งหมด เวลาใช้งานเดินขึ้นลงต้องระวังหน่อยนะคะ

พื้นที่ใช้สอยชั้นบนจะแบ่งเป็นห้องนอนและห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ฝั่งหลังบ้าน ซึ่งต้องแชร์ห้องน้ำส่วนกลางชั้นบนร่วมกัน ส่วนห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำในตัวค่ะ

ห้องอเนกประสงค์ที่ชั้นบนมีพื้นที่กว้างพอสมควรเลยนะ สามารถจัดเป็นห้องนอนตามแบบในบ้านตัวอย่างได้

ถ้าจัดเป็นห้องนอนก็จะมีพื้นที่ให้สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต และยังมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเขียนหนังสือได้ครบถ้วน

ในส่วนของห้องนอนฝั่งหลังบ้านจะมีขนาดใหญ่กว่าห้องอเนกประสงค์ หรือจะเรียกว่าห้องนอนของลูกคนโปรดก็ได้

ภายในบ้านตัวอย่างจัดไว้ให้ดูเป็นเตียงเดี่ยว ซึ่งจริงๆ แล้วพื้นที่ในห้องนี้สามารถวางเตียงใหญ่แบบ 5 ฟุตได้ และยังมีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะเขียนหนังสือพร้อมตู้เสื้อผ้าได้ด้วย

สุดท้ายคือห้องน้ำส่วนกลางบนชั้น 2 โดยรวมก็จะมีฟังก์ชันการใช้งานครบแต่ไม่ได้กั้นฉากกั้นอาบน้ำมาให้ วัสดุและสเปกของสุขภัณฑ์ต่างๆ จะเหมือนกับห้องน้ำชั้นล่างนะคะ

พื้นที่อาบน้ำกว้างขึ้น ใช้งานได้สะดวกขึ้นแต่แนะนำให้ติดฉากกั้นอาบน้ำหรือม่านเพิ่มอยู่ดีนะ เพราะเค้าลดระดับพื้นที่อาบน้ำลงไปไม่เยอะ ทำให้น้ำจะไหลไปส่วนอื่นในห้องน้ำได้

ห้องนอนใหญ่ของบ้าน Type นี้ จะเป็นตำแหน่งที่อยู่ด้านหน้าบ้านเช่นเดียวกับบ้านแบบแรก พื้นที่ภายในห้องกว้างพอให้ทำ Walk-in Closet ได้ ช่วยให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น

Highlight ของห้องนอนใหญ่ของบ้าน Type นี้คือมีห้องน้ำในตัว มีตำแหน่งอยู่ติดกับพื้นที่สำหรับทำ Walk-in Closet เลย

ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ โดยรวมมีฟังก์ชันการใช้งานครบแต่ไม่ได้กั้นฉากกั้นอาบน้ำมาให้ วัสดุและสเปกของสุขภัณฑ์ต่างๆ จะเหมือนกับห้องน้ำชั้นล่าง

ปิดท้ายด้วยพื้นที่สำหรับทำเป็น Walk-in Closet จะอยู่รติดกับระเบียงเลย ทำให้ได้แสงธรรมชาติเข้ามายังโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งสำคัญกับคุณผู้หญิงเวลาแต่งหน้านะคะ ><

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

29 May 2020

  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร ที่ดินประมาณ 16.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 110 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 1 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคา 2.59 ล้านบาท (ราคาโปรโมชันเดือนมิถุนายน 2.41 ล้านบาท)
  • ทาวน์โฮม 2 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดินประมาณ 19.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอยประมาณ 126.5 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 2 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ห้องอเนกประสงค์ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคา 3 ล้านบาท (ราคาโปรโมชันเดือนมิถุนายน 2.82 ล้านบาท)
  • แถมแอร์ขนาด 12,500 BTU 1 เครื่อง
  • ฟรีปั๊มน้ำและถังสำรองน้ำ
  • ฟรีเงินช่วยค่างวดผ่อนธนาคาร 2 ปี
  • จองและทำสัญญา 10,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด (การผ่อนดาวน์และจำนวนงวดขึ้นอยู่กับแปลงที่เลือกค่ะ)
  • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.วา/เดือน ฟรี 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : ทำเลของโครงการลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน-สะพานใหม่ เป็นทำเลของโครงการแนวราบที่คนไม่มีรถยนต์ก็เดินทางได้ ให้ความสำคัญในแง่ของการเดินทางเข้าถนนพหลโยธินสะดวก และไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวสายหลักที่วิ่งตรงเข้าเมืองด้วย (แต่จะต้องรอเปิดใช้งาน ตามแผนคือช่วงปลายปี 2563) การเดินทางไปถนนหลักก็ไม่ยากเพราะหน้าโครงการมีทั้งรถสองแถว แท็กซี่ พี่วินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเราสามารถเรียกพี่วินไปถึงสถานีรถไฟฟ้าได้ในราคา 35 บาท

ความอุดมสมบูรณ์รอบโครงการเรียกได้ว่าหมดห่วง ไม่อดแน่นอน เพราะรายล้อมด้วยตลาด ทั้งฝั่งตรงข้ามโครงการ และด้านข้างโครงการ คิดดูง่ายๆ ว่าระยะทางแค่ประมาณต้นซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4 ไปจนถึงโครงการประมาณ 1 กิโลเมตร มีทั้ง 7-11, Mini Big C, Tesco Lotus Express 3 แห่งแล้วค่ะ หรือถ้าขยับออกมาหน่อยบนถนนใหญ่อย่างพหลโยธิน ก็จะมีตลาดใหญ่อย่างตลาดยิ่งเจริญ, Big C สะพานใหม่ หากไปทางถนนสุขาภิบาล 5 ก็จะมีตลาดออเงิน แต่ถ้าอยากไปเดินช้อปปิ้งตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในระยะ 5 กิโลเมตรไม่มีนะคะ ใกล้สุดก็ Central รามอินทรา เลยค่ะ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการมี รปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ใช้ไม้กระดกกั้น เข้าออกผ่านระบบ Easy Pass เหมือนทางด่วน แต่เวลากลางคืนจะมีประตูเลื่อนกั้นอีกชั้นหนึ่ง มี CCTV รอบโครงการ ส่วนความสูงรั้วรอบโครงการ 3 เมตร

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : แบบบ้านมีให้เลือก 2 แบบ เหมาะกับความต้องการของครอบครัวที่ต่างกัน แบบหน้า 5 เมตร เหมาะกับสมาชิกครอบครัว 2-3 คนแบบพ่อแม่ลูก ส่วนแบบหน้า 5.5 เมตรจะเพิ่มห้องอเนกประสงค์ที่ชั้นล่างขึ้นมา จึงรองรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุได้ลงตัวมากกว่า

จุดเด่นของบ้านในโครงการนี้จะเป็นเรื่องของขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ให้มาใหญ่เมื่อเทียบกับราคา เราลองไปดูโครงการมือหนึ่งในซอยนี้มาเห็นว่าบ้านที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยพอๆ กันจะมีราคาสูงกว่าโครงการลุมพินีประมาณ 2 – 5 แสนบาท เทียบกันในเรื่องของจำนวนยูนิตของโครงการลุมพินีก็ไม่เยอะนักทั้งหมด 262 ยูนิต ในขณะที่โครงการในละแวกนี้มักเป็นโครงการใหญ่แบบ 300-500 ยูนิตกันเลย แต่ก็ต้องยอมรับอย่างนึงว่าพื้นที่ส่วนกลางของโครงการยูนิตน้อยกว่า คงไปสู้โครงการยูนิตเยอะๆ ไม่ได้ค่ะ

อีกจุดหนึ่งที่ต้องขอชมคือ การออกแบบพื้นที่หน้าบ้าน ให้จอดรถได้ 2 คันแบบจอดรถกระบะได้คันหนึ่งและจอดรถเก๋งได้อีกคันหนึ่ง เพราะครอบครัวส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้ซื้อรถใหญ่ทั้ง 2 คัน ทำให้แบบบ้านของโครงการนี้ได้พื้นที่ใช้สอยบริเวณประตูทางเข้าบ้านเพิ่ม แต่เสียดายนิดเดียวตรงพื้นที่อาบน้ำที่ลดระดับน้อยไปหน่อย และไม่การกั้นขอบของพื้นที่อาบน้ำให้ลดการกระเด็นของน้ำได้จริง จึงเป็นส่วนที่ทางผู้อยู่อาศัยต้องไปต่อเติมเพิ่มเองอีกหน่อยนะคะ

สุดท้ายคือ เรื่องการออกแบบโครงการถือว่าได้มาตรฐานดี ชอบที่โครงการมีระยะตั้งแต่ทางเข้าถึงท้ายโครงการประมาณ 360 เมตร ทำให้ลูกบ้านในซอยท้ายสุดก็ยังเดินออกมาหน้าโครงการได้สะดวก มีการวางตำแหน่งของ Clubhouse และสวนไว้ด้านหน้าโครงการ  จึงเป็นหน้าเป็นตาให้กับผู้อยู่อาศัย และซอยย่อยส่วนใหญ่จะมียูนิตไม่มากนัก ทำให้ยังมีความเป็นส่วนตัว

วัสดุ : วัสดุของโครงการเป็นไปตามมาตรฐานของราคา ประเด็นที่ต้องทราบไว้คือ งานก่อสร้างใช้ Precast จึงทำการทุบ เชื่อม ผนังบ้านไม่ได้ทุกส่วน เวลาต่อเติมต้องระวัง และอีกเรื่องนึงคือโครงการลงเสาเข็มเฉพาะตัวบ้าน ถ้าจะมีการต่อเติมหน้าบ้านหลังบ้าน ต้องพิจารณาเรื่องการลงเสาเข็มเพิ่มหรือการต่อเติมที่ไม่อิงกับโครงสร้างหลัก

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : วันที่ไปถ่ายรูปยังเข้าชมได้เฉพาะส่วนหน้าโครงการที่เป็น Clubhouse สวน และบ้านตัวอย่าง ก็ดูร่มรื่นดีเพราะมีทั้งต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม สภาพโครงการเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน

สาธารณูปโภค : มีมาให้ใช้ได้ครบทุกฟังก์ชันตามมาตรฐานโครงการบ้าน ได้แก่ สระว่ายน้ำ Clubhouse Fitness ห้องประชุม สวนส่วนกลาง แม้ว่าขนาดจะไม่ได้ใหญ่เมื่อเทียบกับโครงการในทำเลเดียวกัน แต่ก็ต้องเทียบว่าโครงการนี้แชร์กันใช้กับลูกบ้านเพียง 262 หลังด้วยเช่นกัน แลกมากับค่าส่วนกลาง 40บาท/ตร.วา ก็ถือว่าสมเหตุสมผลนะคะ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 2.41 – 3 ล้านบาท, 29 May 2020

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 – อยู่ในซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4 มีรถสาธารณะให้เลือกหลากกลาย
  • ความปลอดภัย 7.75/10 – รั้วกั้นไม้กระดก รปภ.หน้าหมู่บ้าน CCTV รอบโครงการ
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.25/10 – พื้นที่ใช้สอยใหญ่เมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไป ได้ฟังก์ชันลงตัว
  • วัสดุ 7/10 – มาตรฐานของทาวน์โฮมระดับนี้
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – มีสวนหย่อมและ Clubhouse อยู่หน้าโครงการ
  • สาธารณูปโภค 8/10 – มี Clubhouse ที่มี Facilities ครบทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำ สวนหย่อม
  • 7.65 / 10.00 

BOTTOM LINE

ลุมพินี ทาวน์วิลล์ พหลโยธิน – สะพานใหม่ เป็นโครงการทาวน์โฮมทางฝั่งเหนือของกรุงเทพ เหมาะสำหรับคนในพื้นที่ที่ต้องการขยับขยายครอบครัว หรือคนทำงานในแถบนั้นอยู่แล้ว โดยรวมถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการทาวน์โฮม ไม่ไกลถนนใหญ่ มีรถสาธารณะผ่าน เดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์ได้ และรอความสะดวกสบายจากรถไฟฟ้าในอนาคต เน้นหาบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะในราคา 2.41 – 3 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ  17,000 – 21,000 บาท


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving