ใครที่เป็นแฟนเพจของ Think of Living หรือเคยเข้าไปชมงาน Event ที่เรามักจะจัดกันเป็นประจำทุกปีที่สยามพารากอนบ้าง เซ็นทรัลลาดพร้าวบ้างคงจะคุ้นเคยกันอยู่แล้วว่าหนึ่งในกิจกรรมที่เราจัดในงานก็คือการแจกหนังสือ ซึ่งแต่ละปีก็จะมีหนังสือเล่มใหม่ที่มีเรื่องราวใหม่ๆไม่ซ้ำกันมาแจกให้อ่านอยู่เสมอๆตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ถ้าถามว่าเราแจกหนังสือไปทำไม? คงต้องเล่าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของ Website เราสักหน่อย เรื่องมีอยู่ว่า…..

“ย้อนไปเมื่อ 5-10 ปีก่อน เวลาจะซื้อบ้านซักหลัง หลายๆคนคงเลือกจากทำเลที่เราถูกใจเป็นอันดับแรก แล้วค่อยไปสำรวจตามโครงการต่างๆ ที่รายล้อมอยู่แถวนั้น แต่…สิ่งที่เราเห็นนั่น เป็นเพียง “ส่วนหนึ่ง” ที่ถูกเลือกโดยผู้พัฒนาโครงการ เราไม่มีทางรู้เลยว่า บ้านหลังนี้อยู่ไปแล้วจะเป็นยังไง ? เดินทางสะดวกรึเปล่า ?️ การก่อสร้างมีคุณภาพแค่ไหน ถ้าวันหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นมาล่ะ เราควรจะรับมือได้อย่างไรบ้าง ?”

“ปัญหาของคนซื้อบ้านในเวลานั้น คือ เราไม่มีความรู้มากพอที่จะตัดสินใจ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเวลาเราซื้อบ้านหลังหนึ่ง เราไม่ได้ซื้อด้วยเงินสด แต่เรากู้ 20-30 ปีถือเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่แทบจะทำให้ลืมตาอ้าปากไม่ได้เลย ซึ่งก่อนที่จะก่อตั้ง www.thinkofliving.com ข้อมูลในเชิงลึกของโครงการต่างๆ แทบจะไม่มีเลย ทำให้เราเริ่มคิดที่จะพัฒนาเว็บไซต์นี้ขึ้นมาเพื่อเป็นสื่อกลาง ให้ข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์รายโครงการ ช่วยให้คนไทยในการตัดสินใจเลือก “บ้าน” ที่เหมาะสมกับตัวเอง”

บทสัมภาษณ์จาก “บีมเธียรรุจ ธรณวิกรัย”  และ “โอ๋สุเชฏฐ์ ฤทธีภมร” ผู้ร่วมก่อตั้ง www.thinkofliving.com

Think of Living จึงถือกำเนิดขึ้นมา “เพื่อช่วยให้คนหาบ้านที่เหมาะสมกับตนเอง” โดยการสื่อสารกับผู้อ่านผ่านทางสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นทาง Website , Facebook หรือ Youtube ซึ่งเราได้ผลิต Product ที่หลากหลายเพื่อที่จะส่งต่อความรู้ให้กับผู้อ่านได้อย่างครบถ้วน เช่น Review เหมาะกับคนที่อยากได้รายละเอียดของโครงการแบบเจาะลึกพร้อมบทวิเคราะห์ ,  VDO เหมาะกับคนที่ไม่ชอบอ่าน ชอบข้อมูลที่สรุปมาเป็นรายการวีดีโอที่เห็นภาพชัดเจน กระชับและดูง่าย หรือแม้กระทั่ง PR News  Preview ที่เน้นข่าวสารที่รวดเร็ว

ทำไมเราต้องทำหนังสือ??

หลังจากที่เรามี Product ในรูปแบบของออนไลน์ที่ค่อนข้างจะหลากหลาย ทางทีมงานจึงเห็นพ้องต้องกันว่าเราควรมี “หนังสือ” เพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสื่อสารกับคนอ่านที่ต้องการข้อมูลในลักษณะออฟไลน์ โดยเนื้อหาที่เราเลือกมาเขียนนั้นก็คือข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคนที่กำลังมองหาบ้าน เช่น ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้ในการเลือกซื้อบ้าน เรื่อยไปจนถึงเทคนิคในการมองหาทำเลน่าอยู่ รวมไปถึงช่วยตอบคำถามต่างๆจากแฟนเพจที่ติดต่อมาอีกด้วย

หนังสือเล่มแรกของเราเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2013   “ซื้อคอนโดอย่าใจเร็ว” ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดอสังหาฯตอนนั้นค่อนข้างคึกคักเพราะผ่านช่วงน้ำท่วมมาได้ไม่นาน หนังสือเล่มนี้เราทำขายในราคา 150 บาทเท่านั้น และก็หมดอย่างรวดเร็ว พิมพ์ซ้ำกันมาหลายรอบ ตอนนี้เรียกว่ากลายเป็น “สิ่งของหายาก” ไปแล้ว ใครมีก็เก็บเอาไว้ดีๆนะ โดยเนื้อหาในเล่มนี้ก็เกี่ยวกับหลักการเลือกซื้อคอนโด ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเลือกทำเล การเลือกห้อง การเลือกอาคารต่างๆ เรียกว่าอ่านจบมีแนวทางในการเลือกซื้อมากขึ้น

ในปี 2014 หนังสือเล่มถัดมาก็คลอดให้เพื่อนๆสมาชิกได้อ่านกันคือ “ทุบกระปุกซื้อบ้าน” แจกในงานของ AP เป็นหนังสือเล่มแรกที่เราทำมาแจกฟรี โดยเขียนเนื้อหาใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งคนที่กำลังมองหา บ้าน และ คอนโด ไม่ว่าจะเป็น การกู้บ้านที่กู้ผ่านใช่ว่าจะซื้อไหว , การต่อเติมบ้าน , เทคนิคการตกแต่งห้อง เป็นต้น แน่นอนว่าเราแจกเฉพาะในงานเท่านั้นค่ะ

หลังจากนั้นในทุกๆงาน Event ของ Think of Living เราก็ได้จัดทำหนังสือเพื่อแจกให้กับผู้ที่สนใจเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยคนหาบ้านเรื่อยมา

ถ้านับจากหนังสือเล่มแรกที่เราทำออกมาแจกฟรีในงาน Event ของ Think of Living เองจะมีทั้งหมด 13 เล่ม เริ่มตั้งแต่ “ทุบกระปุกซื้อบ้าน 2015” เล่มนี้เป็นเวอร์ชั่นที่เราได้เพิ่มเลเวลจากหนังสือทุบกระปุกซื้อบ้านเมื่อปี 2014 ให้หนาขึ้น อัพเดตขึ้น ความรู้แน่นขึ้น ไอเดียการตกแต่งบ้านก็เยอะขึ้น เหมาะสำหรับมือใหม่หัดซื้อบ้าน ครอบคลุมทั้งเรื่องของการเงิน รูปแบบของบ้าน คอนโดมิเนียม และการวิธีเลือกซื้อ จัดทำขึ้นมาเพื่อแจกฟรีในงาน Think of Living Gallery 2015 ที่ศูนย์การค้า Emquartier  ในวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2015 หลังจากงานนี้ทางทีมงานก็ได้จัดทำหนังสือเล่มต่อๆมาเพื่อเป็นตัวช่วยในการให้ข้อมูลในการหาบ้านกับผู้อ่านในรูปแบบของออฟไลน์ จนมาถึงเล่มล่าสุด “ชีวิตติดรถไฟฟ้า” เนื้อหาจะเกี่ยวกับการวิเคราะห์ที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย 3 สายที่กำลังจะเปิดใช้บริการ ถ้าดูรวมๆแล้วเนื้อหาของหนังสือแต่ละเล่มที่เราเขียนจะสามารถแบ่งย่อยออกได้อีก 4 กลุ่มดังนี้ค่ะ

เนื้อหาเกี่ยวกับ “ทำเล”

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย แน่นอนว่าทำเลเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆในการตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดสักหลังแน่ๆ หลายคนมักจะเลือกทำเลที่เราคุ้นเคยไว้ก่อนแต่กลับไม่รู้ว่ามีโครงการอะไรมาขึ้นบ้าง พอขับรถเจอป้ายหรือเห็นในโฆษณาใน Internet ก็ตัดสินใจไปจองเลยโดยยังไม่ได้เปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ หรืออีกกลุ่มหนึ่งคือคนที่ต้องเลือกไปอยู่ในทำเลใหม่ที่ตนไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ เนื่องด้วยเหตุผลนานัปการ เช่น ขยายครอบครัวต้องเลือกทำเลใกล้บ้านแฟนบ้าง เป็นคนต่างจังหวัดอยากได้บ้านในเมืองบ้าง หรือแม้กระทั่งคนที่กำลังอยากได้คอนโดใหม่ใกล้ที่ทำงานตัวเอง ทั้งๆที่เพิ่งย้ายมาไม่กี่เดือน คนกลุ่มหลังนี้พอไม่รู้จักทำเลก็มีแนวโน้มที่จะไปเลือกโครงการที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะกับความต้องการของตัวเองด้วยความที่ “ไม่รู้” ไม่มีแหล่งข้อมูลให้ศึกษา จากปัญหาเหล่านี้เราจึงพยายามเขียนหนังสือให้ตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาบ้านโดยเลือกจากทำเลให้ได้มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น

“เปิดทำเลใหม่ รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย” เล่มนี้จะเป็นภาคต่อของ “มองหาทำเลน่าอยู่ 2015″ ที่ทางทีมงานได้ลงพื้นที่แบบเจาะลึก เพื่อสรุปบทวิเคราะห์ทำเลใกล้รถไฟฟ้าสายที่มีความคืบหน้าไปเยอะในตอนนั้น (2016)  เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับใครที่กำลังสนใจหาที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายกันอยู่  เนื้อหาภายในเล่มจะมีบทวิเคราะห์เจาะลึกทำเล รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง สถานีเตาปูน – คลองบางไผ่ , MRT สายสีน้ำเงิน สถานีหัวลำโพง – ท่าพระ และ BTS สายสีเขียว สถานีสำโรง – เคหะสมุทรปราการ กันแบบละเอียดมีแผนที่ของรถไฟฟ้าแต่ละสาย พร้อมตำแหน่งสถานีและสถานที่สำคัญ รวมถึงเจาะลึกสภาพแวดล้อม ชุนชน สถานที่สำคัญ การใช้ชีวิตของคนย่านนั้นๆ ซึ่งหนังสือเล่มล่าสุด “ชีวิตติดรถไฟฟ้า” ก็ได้ใช้แนวคิดนี้ในการจัดทำแต่เปลี่ยนเป็น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้งช่วงเตาปูน-ท่าพระ และช่วงหัวลำโพง-บางแค , รถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ สะพานใหม่-คูคต และรถไฟฟ้าสายสีเเดง บางซื่อ-รังสิตแทนค่ะ

“อยู่แถวไหนดี?” เป็นหนังสือที่หยิบยกเอาบริบทของนิสัยและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน มาเป็นตัวตั้งในการอธิบาย เพื่อให้ผู้อ่านได้เรียนรู้และคิดว่าตนเองเป็นคนแบบไหน และนำไปสำหรับพิจารณามองดูให้เข้าใจตัวเองที่สอดคล้องบริบทของทำเลต่างๆ เพื่อจะได้เลือกบ้านในย่านที่เหมาะสมกับนิสัยไลฟ์สไตล์เราได้จริงๆ

 

ความพิเศษของหนังสือเล่มนี้ จะช่วยคุณค้นหาย่านที่เหมาะกับคุณ โดยทางทีมงานได้ลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลในย่านต่างๆเพื่อนำมาวิเคราะห์ เรียบเรียง และทำออกมาเป็นหนังสือที่อ่านง่าย มีแผนที่แสดงสถานที่สำคัญของย่านต่างๆ เช่น ศูนย์การค้า สวนสาธารณะ โรงแรม โรงเรียน และแนวรถไฟฟ้า เพื่อให้เราเข้าใจถึงภาพรวมของย่านนั้นๆ ว่ามีอะไรบ้าง และจะเหมาะกับเราหรือไม่ ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะอยู่แถวไหนดี ในแต่ละบทจะมีการพูดถึงภาพรวมของทำเลว่ามีลักษณะเฉพาะตัวอย่างไร มีสถานที่สำคัญอะไรบ้าง รวมถึงไลฟ์สไตล์ ค่าครองชีพ การเดินทาง ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากๆสำหรับคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับตัวเอง  รวมถึงมีการบอกรายละเอียดเบื้องต้นของโครงการที่เปิดขายกันอยู่ในปัจจุบัน พร้อมภาพประกอบด้วยค่ะ

เนื้อหาเกี่ยวกับ “การออกแบบ”

ต่อมาเป็นเนื้อหาของหนังสือที่เกี่ยวกับ “การออกแบบ” เพื่อตอบโจทย์คนที่ชอบเสพงานดีไซน์ อย่าง “อยู่นอกกรอบ” ที่เนื้อหาภายในอัดแน่นไปด้วยแนวคิดการออกแบบที่อยู่อาศัยที่ไม่ธรรมดา น่าสนใจด้วยการออกแบบที่แหวกแนวอย่างสร้างสรรค์ มาพร้อมนวัตกรรมอาคารใหม่ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ จัดมาให้อ่านกันแบบเต็มอิ่มรวม 20 บทไปเลย

หรือ “เล็ก อยู่ ได้ ” หนังสือที่มาจากความจริงที่ว่าคอนโดมิเนียมในปัจจุบันมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ บางโครงการมีขนาดแค่เพียง 22 ตารางเมตรเท่านั้น เอาโต๊ะปิงปองมาวางได้ราว 4 ตัวก็เกือบจะเต็มห้องแล้ว แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัดและเงื่อนไขเกี่ยวกับทำเลที่ต้องการมีบ้านในเมืองที่ไม่ต้องเดินทางไกลมาก จึงทำให้ต้องตัดสินใจเลือกห้องที่มีขนาดกระทัดรัดนี้ 

เราจึงต้องปรับตัวให้อยู่อาศัยในพื้นที่เล็กๆ ซึ่งดูเหมือนง่ายแต่ไม่ง่ายเลย หากเราไม่รู้ถึงพื้นฐานของ human scale และฟังก์ชั่นการใช้งานและที่เราละเลยไม่ได้คือ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ การจัดเก็บของในบ้าน และแหล่งเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านที่เหมาะสม ซึ่งเป็นองค์ความรู้พื้นฐานที่เราจะเอาไปใช้ต่อยอดให้กับตัวเองในการออกแบบและจัดบ้านของเรา ให้สามารถอยู่อาศัยได้จริงอย่างมีความสุขและเหมาะสมกับตัวตนของเรา หนังสือในเล่มนี้จะบอกถึงข้อดีข้อเสียของคอนโดแต่ละแบบ การจัดพื้นที่ภายในคอนโดอย่างไรให้น่าอยู่ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งอย่างไรให้ห้องดูไม่เล็ก รวมไปถึงเคล็ดลับในการเก็บของในพื้นที่เล็กๆอย่างไรให้น่าอยู่

เนื้อหาเกี่ยวกับ “การเงิน”

“เงินหรืองบประมาณของตัวเอง” ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับการซื้อบ้าน เพราะมันเป็นตัวแปรที่สำคัญเลยค่ะว่าเราจะสามารถซื้อบ้านในฝันเราได้หรือไม่ เนื่องจากแต่ละคนมีต้นทุนชีวิตที่ไม่เท่ากัน บางคนก็ได้รับมรดกตกทอดเป็นเงินก้อนมากมาย ถึงขนาดซื้อเงินสดเต็มจำนวนได้เลยไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่บางคนไม่มีอะไรติดตัวมาเลย เริ่มต้นจากศูนย์หาด้วยตนเอง ก็ต้องพึ่งตัวช่วยอย่างธนาคารเพื่อขอสินเชื่อหรือคือ กู้ นั่นเองค่ะ พอจะกู้ก็จะเจออีกปัญหา เงินเดือนเท่านี้ ธนาคารจะปล่อยกู้ให้ได้เท่าไร? เงินเดือนเท่านี้ จะผ่อนสูงสุดต่อเดือนได้เท่าไร?

จากปัญหาที่ได้กล่าวมาเราจึงตัดสินใจทำหนังสือเล่ม “ซื้อคอนโดตามเงินเดือน” เพื่อตอบข้อข้องใจเกี่ยวกับความสามารถในการกู้และผ่อนชำระ รวมถึงงบประมาณเบื้องต้นที่เราสามารถซื้อคอนโดได้ โดยจะมีจัดสารบัญตาม Segment ของราคาสินค้า ในแต่ละ Segment นั้นเราได้ยกตัวอย่างทำเลที่มีโครงการในระดับราคานั้นๆอยู่ พร้อมกับเจาะลึกภาพรวมของทำเล เช่น การเดินทาง อาหารการกิน และความสะดวกสบายอื่นๆ โดยจะมีการเจาะลึกลงไปอีกว่าราคานี้ ในทำเลนี้ มีโครงการไหนบ้าง พร้อมรายละเอียดเบื้องต้นของโครงการ เพื่อช่วยให้คนที่หาบ้านได้ประโยชน์มากที่สุดค่ะ

เนื้อหาเกี่ยวกับ “การตัดสินใจ”

ถือว่าเป็นปัญหาโลกแตกก็ว่าได้สำหรับใครที่ลังเลในการที่จะตัดสินใจซื้ออะไรสักอย่าง ที่อยู่อาศัยก็เช่นกันค่ะ ไม่ว่าคุณกำลังใจเลือกว่าจะซื้อ “มือหนึ่ง VS มือสอง” หรือ เลือกบ้านหรือคอนโด?

“มือหนึ่ง VS มือสอง” หนังสือเล่มนี้ทางทีมงานเล็งเห็นว่าตลาดอสังหาฯในช่วงนี้มีของให้เลือกมากมายจนเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ไหนจะโครงการใหม่ที่ยังไม่สร้าง โครงการใหม่ที่สร้างอยู่ และโครงการเก่าที่สร้างเสร็จแล้ว หรือจะเป็นโครงการที่สร้างเสร็จมานานแล้ว สำหรับผู้คนทั่วไปที่ไม่ได้ซื้อบ้านกันบ่อยๆอาจจะยังไม่รู้ว่าบ้านมือหนึ่งกับมือสองมันแตกต่างกันอย่างไร  ทางทีมงานเลยตั้งใจจะทำหนังสือที่ให้ข้อมูลความรู้พื้นฐาน เข้าใจง่าย เป็นหนังสือเหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะซื้อบ้าน และต้องการความรู้พื้นฐาน

เนื้อหาจะครอบคลุมตั้งแต่อธิบายภาพรวมการซื้อขายอสังหาฯ ตลาดมือหนึ่งกับมือสองเป็นอย่างไร ลำดับขั้นตอนการซื้อขายนั้นต่างกันแค่ไหน ซื้อดาวน์คุ้มรึเปล่า ไปจนถึงการกู้ต่างๆ  ทำเลมือหนึ่งกับสองมีข้อดีเสียต่างกันยังไง สุดท้ายก็จะเป็น Case Study ที่ทางทีมงานลงพื้นที่จริงเก็บข้อมูลจริงแล้วนำมาสรุปให้อ่านกัน โดยใช้แนวคิดทั้งหมดที่มีอยู่ในหนังสือเผื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่คิดจะหาที่อยู่ด้วยตัวเองแล้วไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดีค่ะ

หนังสือ “บ้าน VS คอนโด” เป็นหนึ่งในซีรีย์หนังสือของ Think of Living ที่ช่วยให้คนทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจมากพอในการเลือกที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับตัวเอง โดยในเล่มนี้จะเป็นการเจาะประเด็นข้อแตกต่างระหว่างการอยู่อาศัยในบ้าน กับการใช้ชีวิตในคอนโด ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนต้องตัดสินใจเลือก… เราเข้าใจดีว่าในการเลือกที่อยู่อาศัยบางทีบ้านในฝันก็ไม่ใช่สิ่งที่เราเลือกจริง ผู้หญิงตัวคนเดียว แม้จะอยากอยู่บ้านเดียว สุดท้ายอาจจะต้องตัดสินใจซื้อคอนโดเพราะเรื่องการรักษาความปลอดภัย คู่รักหนุ่มสาวอาจจะต้องซื้อบ้านเดี่ยวชานเมืองเพราะลูกเล็กๆที่จะเกิดมาต้องมีพื้นที่ให้วิ่งเล่นก็เป็นไปได้… แม้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีบ้านในฝันได้ตามใจตัว แต่เมื่อต้องตัดสินใจเราหวังว่าองค์ความรู้ในหนังสือเล่มนี้ จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจบริบทของ “บ้าน” และ “คอนโด” อย่างแท้จริง เมื่อถึงเวลาต้องเลือก เราจะได้เลือกสิ่งที่เหมาะกับเราในห้วงเวลานั้นจริงๆค่ะ

เนื้อหาเกี่ยวกับ “Lifestyle”

ไม่เพียงแต่เนื้อหาที่หนักและอัดแน่นเท่านั้น แต่เรายังมีเนื้อหาเบาสมองให้อ่านกันอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น “กินอยู่คู่กัน” เป็นหนังสือเล่มที่แจกในงาน Think of Living in Central Ladprao ชั้น 1 วันที่ 20 – 26 ก.ค. 2017สำหรับเล่มนี้มีความแตกต่างจากทุกเล่มที่ผ่านมา เพราะเราไม่ได้พูดแค่เพียงที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่เราเปิดมุมมองของการอยู่อาศัยให้กว้างมากขึ้น ว่าจริงๆแล้ว การอยู่ ก็ต้องคู่กับ การกิน ถึงจะเป็นทำเลที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้หยิบยก ย่านลาดพร้าว ขึ้นมา เนื่องจากเป็นย่านแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ที่กำลังจะมีความเจริญเติบโตของของย่านนี้จากการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีแดง และเด่นในเรื่องอาหารการกินที่จัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก

ภายในเล่มมีแผนที่พร้อมแบ่งโซนชัดเจนและมีสถานที่สำคัญภายในโซนนั้นๆ พูดถึงลักษณะของย่าน บรรยากาศ และที่อยู่อาศัยในย่านนี้มีรูปแบบไหน ราคาประมาณเท่าไหร่ เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่มองหาที่อยู่อาศัยในโซนนี้ นอกจากที่อยู่อาศัยแล้วเรื่องของกินก็ไม่แพ้กันค่ะ เราได้รวบรวมร้านอาหารดัง เมนูเด็ดมาให้ได้อ่านกันด้วยค่ะ

ครั้งในการจัด Event เราจะมีการแจกหนังสือ ซึ่งเรียกว่าเป็น “หัวใจหลัก” ของงานเลยโดยหนังสือที่เราแจกถือได้ว่าเป็นแหล่งความรู้ออฟไลน์ในการช่วยคนหาบ้าน ตั้งแต่เล่มแรกที่เราได้เริ่มเขียนจนมาถึงทุกวันนี้ เราได้รวบรวมเกือบจะทุกเรื่องราวในการซื้อบ้านไว้ครบครัน เรียกได้ว่าถ้าใครเก็บครบทุกเล่มก็น่าจะมีข้อมูลพอที่จะไปแนะนำคนอื่นได้เลยค่ะ

สุดท้ายนี้ทางทีมงานมีความตั้งใจที่จะทำหนังสือดีๆออกมาให้อ่านกันอีกเรื่อยๆ สำหรับเล่มต่อไปมีชื่อว่า “คุ้มค่า ราคาบ้าน” ลงทะเบียนได้ที่ นี่ เลยค่ะ