ปก Vino

รีวิวฉบับที่ 957  สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาไปดูโครงการ Vino Ratchada 32 คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างเฟส 1 ส่วนเฟส 2 นั้นยังเป็นโครงการในอนาคตค่ะ พิกัดโครงการอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 ห่างจาก MRT ลาดพร้าวประมาณ 1.9 กิโลเมตร สามารถเข้าออกได้หลายเส้นทางทั้งจากถนนรัชดาภิเษก ถนนลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน ถนนประเสริจมนูกิจ และถนนประดิษฐมนูธรรม หน้าตาโครงการจะเป็นอย่างไรบ้างเราไปดูพร้อมๆกันเลยค่ะ 🙂

 

Fact @ 27 October 2015  

  • Vino Ratchada 32 (วีโน่ รัชดา 32)
  • บริษัท บ้านดี ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร มีห้องพักทั้งหมด 71 ยูนิตที่อาคาร A ส่วนอาคาร B เป็นโครงการในอนาคต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 11 ยูนิตที่ชั้น 3-7
  • ที่จอดรถ  28  คันคิดเป็นประมาณ 40% รวมจอดซ้อนคัน 35 คัน คิดเป็นประมาณ 50%
  • ที่ดินประมาณ o-2-16 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  มิถุนายน 2558
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : พฤศจิกายน 2559
  • Studio ขนาด 21.80-24.20 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.53 ล้านบาท
  • 1 Bedrooms 29.20-34.25 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.17 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.53 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 75,000 บาทต่อตารางเมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 70,183-81,751 บาทต่อตารางเมตร
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • โทร  : 084-923-0000

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.818918, 100.580977

graphic-map

โครงการ Vino รัชดา 32 อยู่ในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 ห่างจาก MRT ลาดพร้าวประมาณ 1.9 กิโลเมตร

Vino MAP สถานที่

ทำเลของโครงการนั้นอยู่ในย่าน”เสือใหญ่”  ซึ่งไม่ได้เป็นอาณาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของซอยรัชดาภิเษก 36 หลัง ม.ราชภัฎจันทรเกษม ที่อยู่ถัดจากซอยที่ตั้งโครงการมาเพียง 1 ซอย สภาพแวดล้อมในซอยเสือใหญ่เป็นซอยเล็กๆที่มีครบทั้ง ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารหอพัก ที่รองรับนักศึกษา ถัดออกไปก็จะเป็นซอยลาดพร้าววังหินที่ค่อนข้างเจริญและสาธารณูปโภคครบครัน Community mall ก็มี The Jas และ Green Plaza  ถ้าอยากหาของแห้งของสดเอาไปประกอบอาหารก็มี ตลาดวังหินยิ่งเจริญ ตลาดสะพาน 2 และ ตลาดโชคชัย 4  ส่วนศูนย์การค้าที่อยู่ในละแวกนี้ก็มีคือ เมเจอร์รัชโยธิน, Big C Extra ลาดพร้าว, เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว และ ยูเนี่ยน มอลล์  หรือถ้าออกไปทางเส้นประเสริฐมนูกิจก็มี The Walk , นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว และยังมีศูนย์การค้าต่างๆในย่านรัชดาภิเษก นอกจากนั้นอีกไม่นานบนถนนประดิษฐ์มนูธรรมหรือเลียบด่วนรามอินทราก็จะมี Central Festival East Ville ศูนย์การค้า Open-Air บนที่ดินแปลงใหญ่ใกล้ Tesco Lotus มาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการช้อปปิ้งอีกด้วย

ถ้าโฟกัสที่ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 ซึ่งเป็นซอยที่ตั้งโครงการ สภาพแวดล้อมส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว อพาร์ทเม้นต์ให้เช่า ตึกแถวและอาคารสำนักงานตั้งอยู่ประปราย สาธารณูปโภคใกล้เคียงที่สุด ก็จะมีร้าน 108 Shop ที่อยู่ใต้อพาร์ทเม้นต์บ้านเทพ, ร้านบ้านสุขนิยมที่อยู่หน้าตรงข้ามซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 ค่ะVino overall MAP

ตัวโครงการเองอยู่ในซอยย่อยที่แตกแขนงมาจากซอยรัชดาภิเษก 32 ดังนั้นการจะเข้า-ออกโครงการ หลักๆเลยต้องพึ่งพาซอยรัชดาภิเษก 32 เป็นหลัก ซึ่งซอยนี้จะมีรถวิ่งผ่านตลอดวันเนื่องจากเป็นทางลัดไปรามอินทรา(ลาดปลาเค้า) หรือบางคนที่จะไปลาดพร้าววังหินแล้วไม่อยากไปติดอยู่บนถนนลาดพร้าว ก็ใช้ถนนเส้นรัชดาภิเษก 32 นี้เป็นทางลัดได้เหมือนกัน การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวค่อนข้างสะดวก สามารถเข้าได้ทั้งจากถนนลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก ถนนพหลโยธิน ถนนประดิษฐ์มนูธรรม และ ถนนประเสริฐมนูกิจ

สำหรับคนที่เดินทางโดยไม่ใช้รถ หลักๆเลยคงเป็นพี่วินที่อยู่ใกล้ๆโครงการ ที่วิ่งผ่านค่อนข้างบ่อย เรียกได้ไม่ยาก หากต้องการใช้รถไฟฟ้า MRT ลาดพร้าวก็ใช้บริการพี่วินไปได้ ค่าบริการประมาณจากโครงการถึง MRT ลาดพร้าว 30 บาท ซึ่งตรงแถวๆ MRT เป็นสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ที่มีรถประจำทางผ่านค่อนข้างเยอะ สามารถนั่งรถต่อไปได้อีกหลายเส้นทาง

Vino การเดินทาง

การเข้าถึงโครงการ สามารถเข้าถึงได้หลายเส้นทางดังนี้

  • เส้นทางที่ 1 : เข้าจากทางถนนลาดพร้าวโดยสามารถเข้าจากทางซอยลาดพร้าว 41 (ซอยภาวนา) หรือ จากถนนโชคชัย 4 ก็ได้ จากนั้นตรงเข้ามาเข้าถนนลาดพร้าววังหิน เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดาภิเษก 32 แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 เพื่อเข้าสู่โครงการ
  • เส้นทางที่ 2 : เข้าจากทางถนนรัชดาภิเษก โดยสามารถเข้าจากทางซอย รัชดาภิเษก 32 หรือ ซอยรัชดาภิเษก 36 ก็ได้ ตรงเข้ามาเลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 เพื่อเข้าสู่โครงการ ซึ่งหากขับมาจากแยกรัชดา-ลาดพร้าวจะต้องไปยูเทิร์นไกลหน่อยที่ใต้สะพานข้ามแยกรัชโยธินค่ะ
  • เส้นทางที่ 3 : เข้าจากทางถนนพหลโยธิน เลี้ยวเข้าถนนเสนานิคม ตรงเข้ามาเลี้ยวเข้าถนนลาดพร้าววังหิน เลี้ยวขวาเข้าซอยรัชดาภิเษก 32 แล้วเลี้ยวเข้าซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 เข้าสู่โครงการ
  • เส้นทางที่ 4 : เข้าจากทางถนนประเสริฐมนูกิจ ตรงผ่านถนนลาดปลาเค้า ผ่านแยกวังหิน ตรงมาเข้าถนนลาดพร้าววังหิน เลี้ยวขวาเข้าซอยรัชดาภิเษก 32 แล้วเลี้ยวเข้าซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 เข้าสู่โครงการ
  • เส้นทางที่ 5 : เข้าจากทางถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือ เลียบทางด่วนรามอินทรา เลี้ยวเข้าถนนสังคมสงเคราะห์ มาเข้าถนนโชคชัย 4 และ ถนนลาดพร้าววังหิน เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดาภิเษก 32 ตรงไปเรื่อยๆแล้วเลี้ยวเข้าซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 เพื่อเข้าสู่โครงการ

Map เดินทาง

เส้นทางที่เราจะพาไปในวันนี้ จะสตาร์ทกันที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ตรงไปเรื่อยๆดูทำเลบนถนนรัชดาภิเษกแล้วไปกลับรถใต้สะพานข้ามแยกแยกรัชโยธิน ขับตรงไปเรื่อยๆจนถึงซอยรัชดาภิเษก 32 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1  ตรงไปประมาณ 140 เมตรก็ถึงโครงการแล้ว

เริ่มจากแยกรัชดา-ลาดพร้าว เป็นแยกที่ตัดกันระหว่างถนนรัชดาภิเษกกับถนนลาดพร้าว หากเลี้ยวซ้ายสามารถไปห้าแยกลาดพร้าว , เซ็นทรัลลาดพร้าว หรือยูเนี่ยนมอลได้ หากเลี้ยวขวาจะไปบางกะปิได้ ซึ่งเราจะตรงไปหาทางยูเทิร์นเพื่อเข้าโครงการในซอยรัชดาภิเษก 32 กัน ซึ่งแยกรัชดา-ลาดพร้าวนี้รถติดค่อนข้างโหด โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นเวลาคนเลิกงาน

ขับผ่านแยกมา เราจะเห็นอาคารจอดแล้วจร ซึ่งเป็นอาคารจอดรถ 9 ชั้นของ รฟม. ด้านหน้าเป็นอาคาร The Connection ซึ่งเป็นอาคารสำหรับจัดประชุมสัมมนา โดยตรงนี้จะเป็น MRT สถานีลาดพร้าวที่ห่างจากโครงการมาประมาณ 1.9 กิโลเมตร

ใกล้ๆกันจะมีพี่วินอยู่ หากลง MRT แล้วจะไปที่โครงการก็สามารถใช้บริการได้ ค่าบริการประมาณ 30 บาทค่ะ ข้างๆกันเป็นจุดกลับรถ ซึ่งกลับได้เฉพาะรถจากเลนทางซ้ายกลับเข้ามาเลนนี้เท่านั้น ดังนั้นเราจึงต้องไปหาจุดกลับรถเอาข้างหน้า

แต่หากใช้บริการพี่วินบางคนจะพาเราไปทางลัด โดยพี่วินเค้าจะใช้เส้นทางยูเทิร์นที่จุดใกล้ๆ แล้วเลี้ยวเข้าซอยรัชดาภิเษก 23 ก็จะสามารถลัดเลาะไปโครงการได้เหมือนกัน

บนถนนเส้นนี้จะเป็นที่ตั้งของสำนักงานราชการซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างทางซ้ายมือนี้ก็เป็นศาลแขวงพระนครเหนือ ส่วนทางขวามือฝั่งตรงข้ามกันก็เป็นกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่มักจะมีสินค้าส่งออกลดราคามาเซลล์กันอยู่บ่อยๆ

ถัดมาเป็นศาลอาญา ส่วนฝั่งตรงข้ามกันเป็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ) ซึ่งซอยรัชดาภิเษก 32 ที่เราจะเลี้ยวไปโครงการก็อยู่ข้างๆอาคารนี้เอง เดี๋ยวเราจะหาทางยูเทิร์นเพื่อไปกันนะคะ

ถัดมาเป็นสำนักงานอัยการสูงสุด

ปั๊มแก๊สก็มีให้บริการนะ

แถวๆนี้ก็จะมีเต้นท์รถทั้งมือหนึ่งและมือสองค่อนข้างหลากหลายเหมือนกัน มองตรงไปเป็นป้ายบอกทาง หากตรงไปจะสามารถไปยังถนนพหลโยธิน, ห้าแยกลาดพร้าว หรือจะไปถนนวิภาวดีรังสิตก็ได้

หากต้องการไปถนนวิภาวดีรังสิต ให้ชิดขวาแล้วข้ามสะพานข้ามแยกรัชโยธินไปจะเร็วกว่า เพราะถ้าชิดขวาตรงไปนี่จะไปแยกรัชโยธินซึ่งรถติดมากมาย ซึ่งทางไปแยกรัชโยธินนี้จะมีจุดให้เรายูเทิร์นใต้สะพานได้ค่ะ

เตรียมเลี้ยวขวาเพื่อยูเทิร์นกันได้เลยยย

พอยูเทิร์นกลับมาแล้ว เราก็จะเห็นความอุดมสมบูรณ์ ทั้ง 7 Eleven และของกินหลากหลาย

มีร้านครัวเจ๊ง้อ ร้านอาหารร้านดังที่ปัจจุบันมีอยู่ทั้งในกรุงเทพและปริมณฑลกว่า 11 สาขาแล้ว

ฝั่งนี้ก็ยังคงมีเต้นท์รถมือสองให้เลือกมากมายอยู่

ถัดมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ซึ่งถือว่าเป็นสถานศึกษาที่ดึงความคึกคักให้ย่านนี้ โดยเฉพาะหลังมหาวิทยาลัยนี้มีทั้งหอพักและร้านอาหาร ที่รองรับนักศึกษาอยู่ตรึม

ถัดมาเป็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ) คุ้นๆไหมคะ ตึกนี้คือที่เราเห็นตั้งแต่อยู่ฝั่งตรงข้ามแล้ว

ซึ่งข้างๆตึกนี้จะมีทางเข้าซอยรัชดาภิเษก 32 ซึ่งเป็นทางเข้าไปโครงการได้ โดยซอยนี้จะเป็นทางลัดไปยังรามอินทรา (ลาดปลาเค้า) ได้ด้วย

หน้าซอยมีศูนย์อาหาร รัชดา 32 มินิพลาซ่า ที่เป็นเต้นท์ขนาดใหญ่ให้ซื้อของกินกันได้

เข้ามาในซอย เป็นถนน 2 เลน รถสวนเข้าออกได้และมีรถเข้าออกตลอดวัน เพราะคนใช้เป็นเส้นทางลัดเข้าออกรามอินทรา(ลาดปลาเค้า) แถมยังไปทะลุถนนลาดพร้าววังหินได้

ข้างหน้าซอยนี้อุดมสมบูรณ์มาก มีทั้งเต้นท์ขายอาหารทางซ้ายมืออีกหนึ่งจุด ส่วนทางขวามือมีทั้งร้านขายยา แผงลอยขายอาหาร และ 7 Eleven

เข้ามาในซอยก็จะเจออพาร์ทเม้นต์ Low Rise ทั้งสองข้างทาง ส่วนใหญ่เป็นหอพักนักศึกษา และคนที่มาทำงานอยู่ในย่านนี้

ขับมาเรื่อยๆเราจะเจอทางแยก ซึ่งหากเลี้ยวซ้ายจะสามารถไปซอยรัชดาภิเษก 36 หรือซอยเสือใหญ่ ซึ่งเป็นถนนเส้นหลัง ม.ราชภัฎจันทรเกษม ที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ เดี๋ยวเราจะพาเลี้ยวซ้ายไปดูนิดนึง

ซอยเสือใหญ่

แวะพามาดูบรรยากาศในรัชดาภิเษก 36 (ซอยเสือใหญ่) ในซอยก็จะมีทั้งร้านอาหาร, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านเครื่องเขียน, 7 Eleven ,Tesco Lotus รวมทั้งอพาร์ทเม้นต์และห้องพักให้เช่า ซึ่งถนนเส้นนี้ก็จะยาวไปทะลุถนนลาดพร้าววังหิน หรือจะไปทะลุออกถนนใหญ่รัชดาภิเษกก็ได้ค่ะ

แยกโครงการ

กลับมาที่ถนนรัชดาภิเษก 32 เพื่อไปโครงการกันต่อ พอขับมาอีกหน่อยจะเจอร้านบ้านสุขนิยมซึ่งเป็นร้านส้มตำขนาดค่อนข้างใหญ่ บรรยากาศดี ตรงข้ามกันเป็นร้านคาร์แคร์ Wash Arena ซึ่งเป็นร้านที่อยู่ต้นซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 ซึ่งเป็นซอยที่ตั้งโครงการ เดี๋ยวเราจะเลี้ยวซ้ายเข้าซอยกันนะคะ

พอเข้าซอยมาเราจะเจอตึกสีส้มๆอยู่ตรงต้นซอยทางซ้ายมือนี้คือ บ้านเทพ อพาร์ทเม้นต์ 4 ชั้น ที่ข้างล่างมีร้าน 108 Shop เป็นร้านสะดวกซื้อเล็กๆที่สามารถมาซื้อของใช้ในห้องและขนมได้ในระยะใกล้ๆ จากการพูดคุยกับคนในละแวกนี้ เค้าบอกว่าซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 นี้คนแถวนี้จะรู้จักกันในชื่อซอยบ้านเทพ เพราะเป็นซอยที่มีอพาร์ทเม้นต์บ้านเทพตั้งอยู่มายาวนานค่ะ

เลยจากบ้านเทพมานิดเดียว มองตรงไปก็จะเจอตึกของ Vino รัชดา 32 แล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างเลย

map zoom

บริบทโดยรอบโครงการ ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัยและอพาร์ทเม้นต์ โดย

ทิศเหนือ ติดต่อกับ โครงการ Vino รัชดา 32 เฟส 2 ซึ่งเป็นโครงการในอนาคต หากสร้างเสร็จแล้วตัวตึกจะอยู่ขนานกัน ความสูงเท่ากัน มุมมองที่มองออกมาจากห้องจึงจะเห็นตึกของเฟส 2 เต็มๆเลย ถัดจากตัวอาคารเฟส 2 ไปจะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อพาร์ทเม้นต์ 5 ชั้น โดยอาคารทางทิศนี้จะเป็นผนังทึบและบันไดหนีไฟ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องวิวที่มองไปเป็นอพาร์ทเม้นต์สูง 5 ชั้นค่ะ

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ  ซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 ซึ่งเป็นถนนทางเข้า-ออกหลักของโครงการ โดยอาคารทางทิศนี้จะเป็นผนังตึกที่มีการตกแต่ง Facade ด้วย Fin อลูมิเนียม มีช่องเปิดจุดเดียวคือหน้าต่างของโถงลิฟต์ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรถและฝุ่นละอองที่มารบกวนมากนัก

ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าคงสร้างเสร็จพร้อมโครงการ ดังนั้นเมื่อบ้านหลังนี้สร้างเสร็จอาจจะมีห้องพักในชั้น 2-3 ที่โดนบังวิวอยู่บ้างนะคะ

อาคารที่ติดกับโครงการทางทิศใต้จะเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ตอนนี้กำลังก่อสร้างอยู่ ดังนั้นห้องที่อยู่ทางทิศนี้ในชั้น 2-3 อาจจะโดนบังวิวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้โดนทั้งหมด เพราะตัวบ้านไม่ใหญ่มาก

ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น

ถัดจากโครงการไปทางทิศเหนือ เป็นที่ตั้งของโครงการ Vino รัชดา 32 เฟส 2 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสำนักงานขายโครงการเฟส 1 อยู่ค่ะ

ถัดจากโครงการเฟส 2 ไปจะเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้นที่เป็นบ้านค่อนข้างเก่าแล้ว หากขับไปเรื่อยๆก็จะเจอบ้านพักอาศัย อพาร์ทเม้นต์ และอาคารสำนักงานสลับๆกันไป

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Tesco Lotus  ~  800 เมตร
  • ม.ราชภัฎจันทรเกษม ~  1  กิโลเมตร
  • Plaza Lagoon ~  1.5 กิโลเมตร
  • Green Plaza ~  1.8 กิโลเมตร
  • The JAS ~  1.8 กิโลเมตร
  • วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม) ~  2 กิโลเมตร
  • Major Cineplex รัชโยธิน ~2.3 กิโลเมตร
  • ตลาดวังหินยิ่งเจริญ ~  2.7 กิโลเมตร
  • Big C Extra ลาดพร้าว ~2.8 กิโลเมตร
  • ศาลอาญา ~3.1 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัลลาดพร้าว ~  3.7 กิโลเมตร

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Vino รัชดา 32 เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 71 ยูนิต ตัวอาคารเป็นรูปแบบเรียบๆไม่หวือหวา ใช้โทนสี ขาว-น้ำตาล มีการตกแต่ง Facade  ด้านหน้าอาคารด้วย Fin ระแนงอลูมิเนียมทาสีน้ำตาล ตกแต่งด้วยอลูมิเนียมทาสีขาวจัดวางให้ดูมีลูกเล่น  ส่วนของที่จอดรถ, Lobby และตู้จดหมายจะอยู่ที่ชั้น 1, นิติบุคคลของอาคารจะอยู่ที่ชั้น 2 และส่วนของ Facilities อย่างห้อง Fitness และ Indoor Living จะอยู่บนชั้น 8 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคาร ภาพรวมของโครงการเป็นคอนโดมิเนียมที่มีดีไซน์เรียบๆ Facilities ไม่เยอะ เน้นการอยู่อาศัยในห้องมากกว่าจะออกมาใช้ส่วนกลางค่ะ

ตัวอาคารอยู่ติดกับซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 ซึ่งเป็นทางเข้า-ออกหลักทางเดียวของโครงการ

ภาพจำลอง Facilities ในชั้น 8  เป็น Indoor Living หลังคาใสโพลีคาร์บอเนต ทำให้แสงธรรมชาติลงได้ แต่เวลาฝนตกนี่เสียงดังสุดๆเลยนะ

ภาพจำลองห้องออกกำลังกายในชั้น 8 สามารถบรรจุเครื่องออกกำลังกายได้ 6 เครื่อง อัตราส่วนก็ประมาณ 1 เครื่อง 12 ยูนิต ต้องอาศัยจังหวะคนน้อยค่อยมาเล่น จะได้ไม่แย่งกัน

มาดูที่โมเดลจำลองโครงการกันบ้างค่ะ ตัวอาคารอยู่ติดกับซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1

ตัวโครงการจริงๆแล้วจะมีทั้งหมด 2 อาคาร โดยส่วนที่เปิดขายและกำลังก่อสร้างในปัจจุบันนี้คืออาคาร A ส่วนอาคาร B จะเป็นโครงการในอน​าคตค่ะ

อาคารทางทิศตะวันออก จะตกแต่ง Facade อาคารด้วยระแนงอลูมิเนียมทาสีน้ำตาล สลับกับทาสีขาวเพื่อเพิ่มลูกเล่น หลังระแนงเป็นช่องเปิดของโถงลิฟต์ ที่มองออกมาจะเห็นซี่ระแนงด้านนอกเล็กน้อย 

รั้วของอาคารเป็นปูนฉาบเรียบทาสีขาว ด้านหน้าเป็นเหล็กโปร่งทาสีดำ มีป้าย Vino สีแดงชัดเจน  ประตูทางเข้าอาคารกว้าง 7 เมตร สามารถให้รถวิ่งสวนทางกันสบายๆ  พอผ่านเข้ามาก็จะเป็นที่จอดรถใต้อาคาร ทางซ้ายมือเป็น Lobby ส่วนชั้นลอยชั้น 2 จะเป็นสำนักงานนิติบุคคล

ที่จอดรถใต้อาคารจะก่อปูนยื่นขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อกันชนไม่ให้รถไหลเข้ากำแพง

ทางขวามือของอาคารจะเป็นที่ว่างที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นที่จอดรถจักรยานยนต์ในอนาคต

อาคารทางทิศใต้จะเป็นห้องพักแบบ 1 Bedroom ทั้งหมด แต่จะคละ Type A และ Type B โดยอาคารทางทิศนี้จะติดกับบ้านเดี่ยว 3 ชั้น และไม่มีตึกสูงในระยะใกล้ ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องโดนบังวิวค่ะ

อาคารทางทิศตะวันตกเป็นทิศที่ค่อนข้างร้อน และติดกับอพาร์ทเม้นท์ 5 ชั้น ซึ่งห้องพักในชั้น 2-5 จะโดนบังวิวทั้งหมด อาคารในด้านนี้จึงออกแบบให้เป็นบันไดหนีไฟนอกอาคาร เพื่อหนีออกจากข้อเสียทั้งหมด

อาคารทางทิศเหนือจะเป็นห้องพักอาศัยทุก Type คละๆกันไป โดยทิศนี้จะติดกับอาคาร B ซึ่งเป็นโครงการในอนาคต ดังนั้นเมื่อทั้งสองอาคารสร้างเสร็จก็จะมองออกมาจ๊ะเอ๋กันหน่อยนะ

ชั้น 8 เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ประกอบด้วย Fitness และพื้นที่ Indoor living ที่มีที่นั่งรองรับให้นั่งเล่นได้ ซึ่งดูจากพื้นที่แล้วคงไม่ใช่ว่าครึ้มอกครึ้มใจแล้วจะอยากมานั่งเล่น เพราะไม่ได้มีการจัดสวนตกแต่งสร้างบรรยากาศอะไรเท่าใดนัก ผู้ใช้งานหลักๆจึงน่าจะเป็นผู้ที่มาใช้ Fitness แล้วออกมานั่งพักมากกว่า

โดยหลังคาของส่วน Ourdoor living เป็นโพลิคาร์บอเนตโปร่งแสง ในตอนกลางวันแสงธรรมชาติจึงเข้าได้ดีมาดูที่ผังโครงการกันบ้าง อาคารในชั้น 1 จะเป็น  Lobby และที่จอดรถจำนวนที่จอดรถ  28  คันคิดเป็นประมาณ 40% รวมจอดซ้อนคัน 35 คัน คิดเป็นประมาณ 50% ถือว่าให้มาค่อนข้างน้อยนะ สำหรับโครงการที่อยู่ในซอยไม่มีรถโดยสารผ่านมากเท่าไหร่ จะมีก็แต่พี่วินที่วิ่งผ่านไปผ่านมากับพี่แท๊กซี่เท่านั้น แต่ยังดีที่โครงการมี Shuttle Service รับส่งลูกบ้านที่ MRT ลาดพร้าว ช่วยอำนวยความสะดวกสบายได้เยอะเลย

ในส่วนของผังชั้น 2 จะเป็นชั้นพักอาศัยและนิติบุคคลโดยในชั้นนี้มีห้องพักจำนวน 8 ยูนิต มีทางเดินในอาคารเป็นแบบ Double Corridor ยาวไปตลอดแนว ที่ปลายตึกด้านซ้ายจะเป็นทางออกสู่บันไดหนีไฟด้านนอกอาคาร ส่วนทางขวามือจะเป็นทางไปสู่ห้องนิติบุคคลและโถงลิฟต์ ซึ่งมีลิฟต์โดยสารให้ทั้งหมด 2  ตัว ไม่มีลิฟท์บริการแยกต่างหาก อัตราส่วนลิฟท์อยู่ที่ 36 : 1 สบายๆไม่หนาแน่น เนื่องจากจำนวนยูนิตที่น้อย จำนวนลิฟต์ก็น้อยสมดุลกัน

ถัดมาเป็นผังชั้น 3-7 จะเป็นห้องพักอาศัยล้วนๆ มีห้องพักทั้งหมด 11 ยูนิต โดยอาคารทางทิศเหนือที่ติดกับโครงการ Vino เฟส 2 จะเป็นห้อง Studio จำนวน 3 ยูนิต คละกับห้อง 1 Bedroom แบบ B จำนวน 2 ยูนิต ซึ่งวิวห้องด้านนี้จะจ๊ะเอ๋กับโครงการเฟส 2 เต็มๆ ส่วนห้องทางทิศใต้ที่ติดกับบ้านเดี่ยว 3 ชั้นจะเป็นห้อง 1 Bedroom A และ B คละกันไปแบบละ 3 ยูนิตค่ะ

floorplan-popup-8floor

ชั้น 8 เป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยรวมกับห้อง Fitness และ Indoor Living โดยห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะมีทั้งหมด 8 ยูนิต มีห้องทุกแบบตั้งแต่ Studio จำนวน 3  ยูนิต, ห้อง  1 Bedroom แบบ A จำนวน 2  ยูนิต และห้อง 1 Bedroom แบบ B จำนวน 3 ยูนิต

ตอนนี้ตัวโครงการกำลังก่อสร้าง โดยมีสำนักงานขายตั้งอยู่ข้างๆกัน(ที่ดินโครงการเฟส 2) จากตรงนี้เดี๋ยวเราจะพาไปชมห้องตัวอย่างกันค่ะ ^^

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 6 เครื่อง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 36 : 1
  • ที่จอดรถ  28  คันคิดเป็นประมาณ 40% รวมจอดซ้อนคัน 35 คัน คิดเป็นประมาณ 50%
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • Shuttle Service

 


Product Walkthrough

โครงการขายแบบ Fully Furnished ให้ทุกอย่างเหมือนห้องตัวอย่างยกเว้น Prop ของที่แถมให้ประกอบด้วย ห้อง 1 Bedroom ให้แอร์ยี่ห้อ Panasonic 2 เครื่องขนาด 9000 BTU และ 12000 BTU ส่วนห้อง Studio ให้ขนาด 12,000 BTU, ชุดครัว Built-in พร้อมซิงค์ เตาและที่ดูดควัน, ชั้นวางของ เตียง ตู้เสื้อผ้า สุขภัณฑ์พร้อมฉากกั้นอาบน้ำ ห้องพักของโครงการมีดังนี้

  • Studio ขนาด 21.80-24.20 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.53 ล้านบาท จำนวน 21 ยูนิต
  • 1 Bedrooms 29.20-34.25 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.17 ล้านบาท จำนวน 50 ยูนิต มี 2 แบบ คือ  Type A และ B

โดยห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูวันนี้เป็นห้อง 1 Bedroom Type B  ส่วนห้องแบบอื่นๆเราจะนำภาพจำลองโครงการมาให้ดูเพื่อให้เห็นภาพนะคะ

plan-popup-one_bed_typeB

เรามาเริ่มกันที่ห้องแบบ 1 Bedrooms ขนาด 29.20-34.25 ตารางเมตร  เหมาะการอยู่อาศัย 1-2 คน พื้นที่ใช้สอยของห้องนี้ค่อนข้างครบและ Fix ปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่ได้มากนัก เนื่องจากโครงการให้แบบ Fully Furnised ที่ Built-in และจัดเฟอร์นิเจอร์มาให้เรียบร้อย ซึ่งก็มีข้อดีตรงที่เราไม่ต้องทำอะไรมาก สามารถหิ้วกระเป๋าแล้วเข้าอยู่ได้เลย เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาเราจะเจอกับครัวเปิดที่มีการ Built-in ชุด Pantry ครัวพร้อมโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งมาให้ ฝั่งตรงข้ามกันเป็นตู้ Built-in ฟังก์ชั่นภายในเป็นชั้นวางรองเท้าและชั้นวางของจิปาถะ ถัดไปเป็นห้องนั่งเล่นที่จัดโซฟาพร้อมชั้นวางทีวีมาให้แล้ว โดยห้องนี้จะมีประตูกระจกค่อนข้างโปร่ง สามารถนั่งมองวิวได้สบายๆ ถัดไปเป็นระเบียงที่วาง Compressor แอร์แบบเป่าลมร้อนเข้าในระเบียง อาจทำให้ระเบียงร้อนแต่ตากผ้าแห้งเร็ว ส่วนพื้นที่ใต้ compressor แอร์ สามารถวางเครื่องซักผ้าได้

ถัดไปเป็นห้องนอนที่มีการ Built-in ตู้เสื้อผ้า วางเตียง 5 ฟุตพร้อมโต๊ะหัวเตียงมาให้ ห้องนำ้ด้านในมีฟังก์ชั่นครบทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ พื้นที่อาบน้ำที่มีฉากกั้นกระจกนิรภัย แบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน โดยรวมแล้วห้องนี้จัดฟังก์ชั่นได้เยอะและครบดี จะติดก็แค่เสียดายที่สามารถเข้าห้องน้ำได้ทางเดียวคือจากห้องนอนเท่านั้น เวลาเพื่อนมาห้องทีก็ต้องเข้าจากห้องนอนเราทางเดียวเลยจะขาดความเป็นส่วนตัวไปนิดนึงค่ะ

มาดูห้องตัวอย่างกันค่ะ ประตูห้องของจริงจะเป็นประตูบานสำเร็จรูป

พื้นห้องนอนปูด้วยกระเบื้องไวนิลลายไม้ ระดับเดียวกับพื้นโถงทางเดิน มีการปิดคิ้วรอยต่อเรียบร้อย

พอเปิดประตูมาจะเจอครัวเปิดที่เชื่อมต่อกับห้องรับแขกและระเบียง ฟังก์ชั่นของห้องค่อนข้าง Fix เพราะมีการ Built-in ชั้นวางของและวางเฟอร์นิเจอร์มาให้เรียบร้อยแล้ว ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร ที่ผนังห้องจะติดวอลเปเปอร์สีขาวให้ทั้งหมด

ลองมองกลับไปที่หน้าห้องจะเห็นว่า  ด้านซ้ายมือจะเป็นครัวแบบเปิด ซึ่งครัวเปิดแบบนี้จะต้องระมัดระวังในเรื่องของการประกอบอาหารนะคะ เพราะไม่ค่อยเหมาะกับการทำอาหารที่มีควันหรือกลิ่น แต่ก็มีข้อดีตรงที่ทำให้ห้องดูกว้าง  พื้นที่ครัวแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนสำหรับประกอบอาหารและพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร 2 ที่นั่งส่วนทางขวามือเป็นตู้และชั้นวางของซึ่งโครงการ Built-in มาให้ด้วยค่ะ มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานในพื้นที่ส่วนนี้มีการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 1 ดวง

มองไปทางซ้ายมือเป็นชุดครัว Built-in ที่มีโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งมาประกอบกันเป็นรูปตัว L

ชุดครัว Built-in ของ Starmarkที่โครงการติดตั้งมาให้หน้าบานเป็นสีขาวเรียบๆบานพับเป็นแบบ  Soft closed ทั้งหมด ช่องเปิดด้านในพอเปิดออกมาจะเห็นว่าสามารถใส่ของได้เยอะดี

ตู้เย็นโครงการไม่ได้แถมให้ แต่มีช่องที่เว้นไว้ให้สามารถใส่ตู้เย็นขนาด 10.9 คิว ได้พอดี

ตู้ Built-in ด้านบนตู้เย็นติดตั้งเมนบอร์ดไฟมาให้

มือจับตู้ครัวด้านบนและด้านล่างค่ะ

ที่ผนังเคาท์เตอร์ครัวติดกระจกเงามาให้ สามารถเช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกค่อนข้างง่ายดี

ซิ้งค์อ่างล้างมือทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสของ ​Teka ขนาดไม่ใหญ่มาก

ก็อกน้ำสแตนเลสทรงโค้งของ Teka เช่นกัน

เตา 2 หัวและที่ดูดควันของ Teka

ข้างๆกันเป็นโต๊ะรับประทานอาหาร 2 ที่นั่ง ขนาด  0.40 x 1.40 เมตร พร้อมเก้าอี้ 2 ตัว ของ Modernform สีขาว

พื้นที่ตั้งแต่โต๊ะจนถึงชั้นวางทีวีมีระยะประมาณ 1 เมตร สามารถนั่งได้สบายๆ และระยะตั้งแต่โต๊ะจนถึงผนังหน้าห้องกว้าง 1.72 เมตร พื้นที่ค่อนข้างกว้าง จึงสามารถจัดเก้าอี้นั่งรับประทานอาหารได้หลายแบบ จะนั่งกินข้าวข้างๆกัน หรือจะนั่งตรงข้ามแบบมองตากันปิ๊งๆก็ได้ค่ะ

ที่ผนังหลังโต๊ะรับประทานอาหารโครงการ  Built-in ชั้นวางของมาให้ พร้อมกับติดตั้งแอร์ Panasonic ขนาด 12,000 BTU มาให้ด้วย

ฝั่งตรงข้ามกับครัวโครงการ Built-in ชั้นวางของพร้อมตู้ใส่ของมาให้

เมื่อเปิดตู้ออกมาจะเห็นว่าฟังก์ชั่นด้านในเป็นชั้นวางของอเนกประสงค์ และชั้นวางรองเท้า 4 ชั้น

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานส่วนโถงทางเข้าห้องและห้องครัวนี้มีไฟดาวน์ไลท์ติดตั้งมาให้ 1 ดวง แนะนำให้หาหลอดไฟมาติดช่วยเพิ่มแสงสว่างนะคะ เวลาทำกับข้าวจะได้ปลอดภัยหายห่วง

ถัดไปเป็นห้องนั่งเล่น ที่โครงการแถมเฟอร์นิเจอร์มาให้ครบ ทั้งโซฟา โต๊ะกลางและชั้นวางทีวี โดยห้องนี้มีระยะดูทีวีประมาณ 1.70 เมตร เหมาะกับการวางทีวี 40″ จะเป็นขนาดที่พอดีกับสายตาค่ะ

โซฟาที่โครงการแถมให้เป็นโซฟา 2 ที่นั่ง ขนาด 0.90 x 1.50 เมตร สีครีม ส่วนโต๊ะกลางขนาด 0.50 x 0.50 เมตร ของ Modernform

ฝั่งตรงข้ามกันเป็นชั้นวางทีวีแบบลอยตัวที่ติดตั้งมาให้แบบนี้เลย

หน้าบานจะเลื่อนซ้าย-ขวา แบบนี้จึงไม่เหมาะสำหรับเก็บของมีค่า แต่จะเหมาะสำหรับวางเครื่องเสียง,เก็บซีดี, หนังสือหรือของกระจุกกระจิกมากกว่า

รางเลื่อนของตู้ค่ะ

ห้องนี้เป็นห้องที่ค่อนข้างโปร่ง แสงธรรมชาติเข้าดี เนื่องจากมีช่องเปิดที่ค่อนข้างกว้าง ประตูระเบียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อน ที่สามารถเลื่อนไปทางซ้ายได้อย่างเดียว ส่วนบานด้านซ้ายมือจะเป็นบาน Fix กระจกเป็นกระจกเขียวใสตัดแสง กรอบอลูมิเนียมสีดำ

ตัวล็อกประตู

พื้นระเบียงไม่มีการลดระดับ แต่จะยกธรณีประตูประมาณ 10 ซม. ขึ้นมาเพื่อกันน้ำแทน วัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30  ซม. ส่วนพื้นที่ระเบียงมีขนาด 0.90 x 2.40 เมตร สามารถนำราวตากผ้ามาตั้งตากได้สบายๆ หรือวางเก้าอี้นั่งเล่นสักตัวพร้อมจัดสวนเล็กๆก็มีพื้นที่เพียงพอ

แต่หากจะนั่งเล่นก็ติดตรงที่ฝั่งตรงข้ามกันนี้เป็นที่วาง Compressor แอร์ที่หันลมร้อนเข้าระเบียงถึง 2 ตัว ทำให้ระเบียงมีอากาศร้อนตอนเปิดแอร์ แต่ก็มีข้อดีตรงที่ตากผ้าแห้งเร็ว ถ้าใครใช้ระเบียงสำหรับตากผ้าอย่างเดียวก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่หากต้องการพื้นที่นั่งเล่นลมเย็นๆที่ระเบียงด้วยก็แนะนำให้ติดกริลที่แอร์ จะได้ช่วยเป่าลมเย็นออกข้างนอกได้ส่วนหนึ่ง ใต้ Compressor แอร์เป็นพื้นที่ว่างสำหรับวางเครื่องซักผ้า ที่โครงการติดตั้งก็อกน้ำ เต้ารับแบบกันน้ำของ Panasonic และจะติดตั้งท่อน้ำทิ้งไว้รองรับ

ราวระเบียงเป็นเหล็กโปร่งทาสีดำ สูง 1.10 เมตร มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานมีการติดตั้งไฟดาน์ไลท์ทรงสี่เหลี่ยมมาให้ 1 ดวง

จากระเบียงมองเข้าไปในห้อง

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานมีการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 4 ดวง ห้องนี้สว่างดี

ถัดไปเราจะไปดูห้องนอนกัน ในห้องตัวอย่างจะไม่มีประตูติดตั้งมาให้ แต่ของจริงจะเป็นบานประตูสำเร็จรูปนะคะ

ห้องนอนมีขนาด 2.57 x 3.80 เมตร ขนาดห้องกลางๆไม่ใหญ่มาก โครงการติดตั้งตู้เสื้อผ้า พร้อมเตียงไม่รวมฟูกและโต๊ะหัวเตียงมาให้ด้วย เฟอร์นิเจอร์เป็นของ Modernform ทั้งหมด

เตียงที่โครงการแถมมาให้เป็นเตียง Queen size ขนาด  5  ฟุต มีลิ้นชัก 2 ตอนสามารถเปิดออกมาเก็บของได้

ส่วนข้างเตียงอีกด้านหนึ่งเป็นช่องสำหรับใส่ของจิปาถะ ซึ่งช่องเก็บของแบบนี้มีทั้งข้อดีที่สามารถเก็บของได้ แต่ข้อเสียคือมันจะเป็นตัวกักเก็บฝุ่นชั้นดี ดังนั้นต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดบ่อยๆฝุ่นจะได้ไม่มากวนใจ เพื่อสุขภาพพลานามัยของคุณนะคะ 🙂 พื้นที่ว่างข้างเตียงด้านนี้กว้าง 0.84 เมตร ซึ่งกว้างพอสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงได้

และโครงการก็แถมโต๊ะหัวเตียงมาให้ เป็นโต๊ะที่มีลิ้นชักและช่องใส่ของกระจุกกระจิกได้ค่ะ ข้างๆกันติดตั้งเต้ารับสำหรับเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าให้

พื้นที่ปลายเตียงกว้าง 0.45 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ค่อนข้างแคบ หากใครจะติดตั้งทีวีแนะนำให้ติดแบบแขวนผนังจะประหยัดเนื้อที่ไปได้เยอะ ส่วนเต้ารับและที่เสียบสายเคเบิล โครงการติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้ว

มองขึ้นไปด้านบนติดตั้งแอร์ Panasonic ขนาด  9000 BTU มาให้

หน้าต่างห้องนอนเป็นหน้าต่างบานเลื่อนคู่ กระจกใสเขียวตัดแสง กรอบอลูมิเนียมสีดำ บานด้านล่างเป็นบาน Fix ด้วยความที่ช่องเปิดค่อนข้างกว้างทำให้ห้องนี้ดูโปร่ง ไม่มืด ไม่อับ

ตัวล็อกหน้าต่าง

จากหน้าต่างห้องนอนมองกลับไปจะเป็นพื้นที่หน้าห้องน้ำ ที่โครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ด้วย

ตู้เสื้อผ้าขนาด 0.60 x 1.40 เมตร ด้านในตู้เป็นช่องให้วางของได้อเนกประสงค์แต่ไม่มีลิ้นชักให้

เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าออกมาก็ยังเหลือที่ให้แต่งตัวอีกเย๊อะ เพราะพื้นที่ข้างเตียงค่อนข้างกว้าง

มือจับตู้เวลาปิด-เปิด จับแบบนี้นะ

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดาน มีไฟดาวน์ไลท์มาให้ทั้งหมด 5 ดวง โดยจะอยู่บริเวณเตียงนอน 4 ดวง และอยู่ตรงหน้าตู้เสื้อผ้า(ที่แต่งตัว) 1 ดวง

มาดูที่ห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำมีขนาด 2.40 x 1.80 เมตร แบ่งเป็นอ่างล้างหน้า ส่วนนั่งส้วม และพื้นที่อาบน้ำที่มีการกั้นห้องแยกส่วนเปียกส่วนแห้งให้เรียบร้อย

พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวด้านกันลื่น ขนาด 30 x 60 ซม.มีการลดระดับลงเล็กน้อย เพื่อให้น้ำไม่ไหลเปียกออกมาโดนพื้นห้องนอน

อ่างล้างหน้าแบบลอยตัว ท็อปเคาท์เตอร์เป็นหินแกรนิตสีดำ มีกระจกเงาติดที่ผนังให้เรียบร้อย ทางซ้ายมือติดตั้งเต้ารับแบบมีฝาครอบกันน้ำให้เผื่อเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ไดร์เป่าผม เป็นต้น

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าของ American Standard

ก็อกน้ำสแตนเลสของ American Standard เช่นกัน

ฝั่งตรงข้ามกันเป็นจุดติดตั้งโถสุขภัณฑ์ มีความกว้างประมาณ 0.82 เมตร พื้นที่พอดีๆตัว ไม่กว้างมากนัก ทางซ้ายมือติดตั้งสายฉีดชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่มาให้ในตำแหน่งที่ต้องเอื้อมหน่อยนะคะ ซึ่งสาเหตุที่ติดที่แขวนกระดาษทิชชู่ไว้ตรงนี้ก็เพื่อให้สามารถใช้งานได้ทั้งคนที่นั่งส้วมและคนที่ล้างมือที่อ่างล้างหน้า สามารถเอื้อมหยิบใช้งานได้นั่นเอง ด้านหลังโถสุขภัณฑ์มีการ Drop ผนังเพื่อทำชั้นวางของให้

โดยชั้นวางของนี้จะเป็นชั้นกระจก มีการรองชั้นด้วยตัวยึดสแตนเลส

ข้างๆกันเป็นฉากกั้นอาบน้ำ ใช้กระจกนิรภัยใส หนา 6 มม. พื้นที่อาบน้ำขนาด 0.90 x 0.97  เมตร เป็นระยะอาบที่สบายๆ

มือจับประตูเป็นสแตนเลสหน้าตาแบบนี้

พื้นที่อาบน้ำมีการยกธรณีประตูขึ้นมา 10 ซม. เพื่อกั้นไม่ให้น้ำไหลออกไปส่วนแห้ง

ติดตั้งชุดฝักบัวอาบน้ำพร้อมที่วางสบู่มาให้ของ American standard ทางซ้ายมือ Drop  ผนังเพื่อทำชั้นวางของให้

ชั้นวางของตรงนี้ก็เป็นชั้นกระจกเหมือนชั้นวางของตรงโถสุขภัณฑ์

ฝักบัวขนาดใหญ่ดี

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานมีการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 4 ดวง และพัดลมระบายอากาศ 1 ตัว

เต้ารับ ที่เสียบสายเคเบิล และสวิตซ์ไฟในห้องที่ให้มาหน้าตาแบบนี้นะคะ ของ Panasonic

มาดูห้องแบบอื่นๆกันบ้างค่ะ ห้อง 1 Bedroom Type A ขนาด 29.20 ตารางเมตร เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่ชอบห้องแบบ 1 Bedroom การวางฟังก์ชั่นของห้องนี้จะต่างกับห้อง 1 Bedroom Type B ตรงที่จะสลับเอาห้องนั่งเล่นมาไว้ตรงทางเข้า แล้วผลักให้ห้องครัวไปอยู่ด้านนอกอาคารติดกับระเบียงที่มีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าให้ ความพิเศษของห้องนี้คือได้ครัวปิดที่มีฉากกั้นให้เรียบร้อย ดังนั้นเวลาประกอบอาหารก็ไม่ต้องกังวลว่ากลิ่นจะเข้าห้องและยังได้ความเป็นสัดเป็นส่วนด้วย ถัดไปเป็นห้องนอนที่มีการ Built-in ตู้เสื้อผ้า วางเตียง 5 ฟุตพร้อมโต๊ะหัวเตียงมาให้ ห้องนำ้ด้านในมีฟังก์ชั่นครบทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ พื้นที่อาบน้ำที่มีฉากกั้นกระจกนิรภัย แบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน ซึ่งห้องนี้ก็ยังคงเหมือนห้องที่แล้วที่สามารถเข้าห้องน้ำได้ทางเดียวคือจากห้องนอนเท่านั้นค่ะ

ภาพจำลองห้อง 1 Bedroom เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่ต่อเนื่องกับห้องครัวที่มีฉากกระจกบานเลื่อนกั้นให้เป็นสัดส่วน ป้องกันกลิ่นที่เกิดจากการประกอบอาหารเข้ามารบกวนภายในห้อง โดยห้องครัวจะมี Pantry ครัว Built-in ที่มีทั้งเตาและที่ดูดควัน อ่างล้างมือ โต๊ะรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง พื้นที่วางตู้เย็น ถัดไปเป็นพื้นที่ระเบียงที่มีที่ว่างให้วางเครื่องซักผ้าได้

ภาพจำลองห้องนั่งเล่นในห้อง 1 Bedroom

ภาพจำลองห้องนอนในห้อง 1 Bedroom มีการ Built-in ตู้เสื้อผ้า, เตียงขนาด  5 ฟุต และโต๊ะหัวเตียงมาให้เรียบร้อย

plan-popup-studio_type

มาดูห้อง Type อื่นกันบ้าง ห้อง Studio ขนาด 21.80-24.20 ตารางเมตร ห้อง Type นี้เหมาะสำหรับการพักอาศัย 1-2 คน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอ Pantry ครัวเล็กๆ ที่มีฟังก์ชั่นพอทำอาหารเบาๆได้อย่างพื้นที่วางเตาและที่ดูดควัน ข้างๆกันเป็นซิ้งค์ล้างจาน และตู้เย็นให้เรียบร้อย ฝั่งตรงข้ามกันเป็นห้องน้ำที่มีอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยให้เรียบร้อย โถงทางเดินหน้าห้องน้ำ โครงการวางโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้ 2 ตัวมาให้เผื่อนั่งทานข้าวซึ่งได้ฟังก์ชั่นเพิ่มแต่ดูขวางทางและเกะกะไปนิดนึง ถัดมาเป็นห้องนอนที่มีโซฟานั่งเล่นพร้อมโต๊ะกลางให้, เตียงขนาด 5 ฟุต รวมทั้ง Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อย ถัดไปเป็นระเบียงเล็กๆที่มีที่วาง Compressor แอร์เป่าลมร้อนเข้าด้านในระเบียง และที่ว่างด้านล่าง Compressor แอร์ก็ใช้วางเครื่องซักผ้าค่ะ โดยรวมแล้วห้องนี้ให้ฟังก์ชั่นมาครบ สามารถจับฟังก์ชั่นทุกอย่างใส่ลงไปได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยพื้นที่ในแต่ละฟังก์ชั่นที่ค่อนข้างน้อยนะคะ

ภาพจำลองห้อง Studio ที่จะเห็นได้ว่าให้ฟังก์ชั่นมาครบ ตั้งแต่ Pantry ครัว Built-in, โต๊ะรับประทานอาหาร, ชั้นวางทีวี, ตู้เสื้อผ้า มองตรงไปเป็นระเบียงเล็กๆที่มีพื้นที่ให้วางเครื่องซักผ้าได้

ภาพจำลองห้อง Studio แสดงให้เห็นมุมมองจากเตียงนอนที่มองเข้าไปในห้อง จะเห็นเฟอร์นิเจอร์ที่โครงการให้มาหน้าตาแบบนี้เลยค่ะ ทางขวามือของห้องเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อนคู่และที่ปลายเตียงมีประตูออกไปสู่ระเบียงที่เป็นกระจกเช่นกัน ห้องนี้จึงมีบรรยากาศที่ค่อนข้างโปร่ง แสงธรรมชาติเข้าดี 

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 27 October 2015 

  • Studio  ชั้น 2 ห้อง 2-SA1 เนื้อที่ 24.20 ตร.ม. ราคา 1,799,028 บาท หรือ 74,340 บาท/ตร.ม. (ส่วนลด 3% เหลือ 1,745,057 บาท หรือ 72,110 บาท/ตร.ม.)
  • Studio  ชั้น 7 ห้อง 7-SA1 เนื้อที่ 24.20 ตร.ม. ราคา 2,027,718 บาท หรือ 83,790 บาท/ตร.ม. (ส่วนลด 3% เหลือ 1,966,886 บาท หรือ 81,276 บาท/ตร.ม.)
  • 1 Bedroom  ชั้น 3 ห้อง 3-B11 เนื้อที่ 34.25 ตร.ม. ราคา 2,661,225 บาท หรือ 77,700 บาท/ตร.ม. (ส่วนลด 3% เหลือ 2,581,388 บาท หรือ 75,369 บาท/ตร.ม.)
  • 1 Bedroom  ชั้น 5 ห้อง 5-B11 เนื้อที่ 34.25 ตร.ม. ราคา 2,805,075 บาท หรือ 81,900 บาท/ตร.ม. (ส่วนลด 3% เหลือ 2,720,923 บาท หรือ 79,443 บาท/ตร.ม.)
  • 1 Bedroom  ชั้น 4 ห้อง 4-A9 เนื้อที่ 29.20 ตร.ม. ราคา 2,324,028 บาท หรือ 79,590 บาท/ตร.ม. (ส่วนลด 50,000 บาทเหลือ 2,274,028 บาท หรือ 77,878 บาท/ตร.ม.)
  • 1 Bedroom  ชั้น 6 ห้อง 6-A6 เนื้อที่ 29.20 ตร.ม. ราคา 2,416,008 บาท หรือ 82,740 บาท/ตร.ม. (ส่วนลด 50,000 บาทเหลือ 2,366,008 บาท หรือ 81,028 บาท/ตร.ม.)

 

  • Fully Furnished
  • เพดานสูง 2.4 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 8000 บาท
  • ทำสัญญา 30,000-55,000 บาท
  • ดาวน์ x% ผ่อนดาวน์ x งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน
  • โปรโมชั่น : ส่วนลด 3 % สำหรับห้องขนาด 24.20 และ 34.25
  •                     ส่วนลด 50,000 บาท สำหรับห้องขนาด 21.80 และ 29.20

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Vino รัชดาภิเษก 32 ตั้งอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 ซึ่งเป็นทำเลในย่านเสือใหญ่ หลัง ม.ราชภัฎจันทรเกษม ซึ่งตัวซอยเสือใหญ่ (รัชดาภิเษก 36) เองนั้นอยู่ถัดจากโครงการไป 1 ซอย และเป็นซอยที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยร้านอาหาร ร้านซักรีด ร้านขายของหลากหลายชนิด ร้านสะดวกซื้อ Tesco Lotus และหอพักนักศึกษา ถัดไปหน่อยก็มีเส้นลาดพร้าววังหิน ที่มีทั้งร้านค้า ร้านอาหารน้อยใหญ่ ตั้งแต่รถเข็น ร้านตึกแถว ยันร้านอาหารติดแอร์  ซึ่งเป็นร้านที่อร่อยและขึ้นชื่อหลายร้าน นอกจากนี้ยังมี Community mall บริเวณใกล้เคียงอีก 2 แห่งคือ Green Plaza และ The Jas วังหิน ส่วนตลาดก็มีตลาดวังหิน ตลาดสะพาน 2 และ ตลาดโชคชัย 4 ให้เลือกซื้อของสดของแห้งกัน หากโฟกัสที่ซอยที่ตั้งโครงการแล้วสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว 1-2 ชั้น อพาร์ทเม้นต์ ตึกแถว และมีอาคารสำนักงานให้เห็นบ้างเล็กน้อย

การจะเข้าถึงซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 19-1 ซึ่งเป็นซอยที่ตั้งโครงการ จะต้องใช้ซอยรัชดาภิเษก 32 เป็นหลักซึ่งนี้เป็นซอยที่เป็นทางลัดไปลาดพร้าววังหิน โชคชัย 4 หรือลัดไปถึงรามอินทรา(ลาดปลาเค้า)ได้ ซอยนี้จึงมีรถวิ่งผ่านตลอดเวลา รถค่อนข้างติดขัดเป็นช่วงๆตลอดวัน และเนื่องจากซอยรัชดาภิเษก 32 เป็นเส้นทางลัด การเดินทางด้วยรถยนต์จึงสะดวก สามารถเข้าออกได้หลายเส้นทางทั้งจากถนนรัชดาภิเษก ถนนลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน ถนนประเสริฐมนูกิจ และถนนประดิษฐมนูธรรม

สำหรับคนที่เดินทางโดยไม่ใช้รถ หลักๆเลยคงเป็นพี่วินที่อยู่ใกล้ๆโครงการ ที่วิ่งผ่านค่อนข้างบ่อย เรียกได้ไม่ยาก หากต้องการไปขึ้นรถไฟฟ้า MRT ลาดพร้าวก็นั่งพี่วินไปได้ ค่าบริการประมาณ 30 บาท ซึ่งตรงแถวๆ MRT เป็นสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ที่มีรถประจำทางผ่านค่อนข้างเยอะ

วัสดุของโครงการให้มามาตรฐานของราคานี้ และมีข้อดีตรงที่ให้มาครบแบบหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย โครงการขายแบบ Fully Furnished ให้ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-inอย่างชุดครัว ที่ให้เตาและที่ดูดควันรวมทั้งซิงค์ล้างจานของ Teka, ตู้วางของอเนกประสงค์หน้าห้องที่มีฟังก์ชั่นเป็นชั้นวางรองเท้าให้, ตู้วางทีวี, ตู้เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวอย่างโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้ 2 ตัว, โซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลาง, เตียงขนาด 5 ฟุตไม่รวมฟูกพร้อมโต๊ะหัวเตียง โดยเฟอร์นิเจอร์ให้ของ Starmark และ Modernform ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีแอร์ 2 เครื่องขนาด 12,000 BTU ที่ห้องรับแขก และขนาด 9,000 BTU ที่ห้องนอน ของ Panasonic ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำใช้ของ American Standard ทั้งหมด มีฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยหนา 6 มม. พื้นห้องใช้กระเบื้องไวนิลลายไม้ ส่วนพื้นระเบียงใช้กระเบื้องเซรามิคและห้องน้ำใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ผิวด้าน ส่วนผนังติดวอลเปเปอร์ให้สีขาว

ส่วนการออกแบบหน้าตาอาคารออกมาเรียบๆไม่หวือหวา จะมาเน้นการใช้งานฟังก์ชั่นที่ห้องพักอาศัยมากกว่า ห้องพักของโครงการมีแบบห้อง Studio และ 1 Bedroom ขนาดห้อง 21.80-34.25 ตารางเมตร ซึ่งแบบห้องไซส์นี้เหมาะสำหรับการพักอาศัยแค่ 1-2 คน ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายจึงน่าจะเป็นเหล่านักศึกษาหรือคนทำงานในย่านนี้ที่ไม่ได้ต้องการห้องพักแบบครอบครัวใหญ่ การจัดวางฟังก์ชั่นในห้องค่อนข้างดี เป็นการใช้งานพื้นที่ขนาดเล็กที่สามารถดูแลทำความสะอาดง่าย อย่างห้อง Studio ที่ห้องไม่ใหญ่มาก แต่ฟังก์ชั่นทุกอย่างก็ได้ครบเพียงแต่อาจจะได้อย่างละนิดละหน่อย ส่วนห้อง 1 Bedroom Type A ค่อนข้างเป็นสัดส่วน ข้อดีของห้องนี้คือมีห้องครัวที่เชื่อมต่อกับระเบียงและมีการกั้นห้องทำครัวปิดให้ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นของอาหารจะเข้ามาในห้องพัก ส่วนห้องแบบ 1 Bedroom Type B ซึ่งห้องนี้จะได้ครัวเปิด แต่ได้ชั้นวางของเพิ่มและได้ห้องนั่งเล่นติดระเบียงมาแทน ซึ่งห้องแต่ละแบบก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เป็นตัวเลือกให้ตามความชอบค่ะ

สาธารณูปโภคของโครงการให้มาค่อนข้างน้อย ส่วนกลางหลักๆคือ ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 36 : 1 ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่สบายๆไม่หนาแน่นดี ที่จอดรถจอดใต้อาคารทั้งหมด  28  คันคิดเป็นประมาณ 40% รวมจอดซ้อนคัน 35 คัน คิดเป็นประมาณ 50% ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับโครงการที่อยู่ในซอยย่อย ไม่ค่อยมีรถประจำทางผ่าน แต่โครงการก็ทดแทนด้วยการมีบริการ  Shuttle Service ไปส่งที่ MRT ลาดพร้าวที่ห่างจากโครงการไป 1.9 กิโลเมตร ส่วน Facilities จะอยู่ที่ชั้น 8 มีห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 6 เครื่อง และพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งสำหรับสาธารณูปโภคที่น้อยกับการเก็บค่าส่วนกลาง 45 บาทต่อตารางเมตร ก็ค่อนข้างแพงไปนิดนึง เนื่องจากไม่มีสระว่ายน้ำ ไม่มีสวนขนาดใหญ่ที่ต้องดูแลมากมาย ดังนั้นการตัดสินใจก็ต้องอยู่ที่การชั่งนำหนักความคุ้มค่าว่าสิ่งที่เราได้รับนั้นเพียงพอและพอใจเราหรือไม่ค่ะ

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 75,000  บาท/ตร.ม., 27 Oct 2015

  • ทำเล 7.5/10 -ทำเลรอบๆโครงการค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ แต่โครงการเข้าซอยย่อยมาพอสมควร
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 -สะดวก สามารถลัดเลาะเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง เสียดายให้ที่จอดรถน้อยไปหน่อย
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 -พึ่งพาได้แต่พี่วินมอเตอร์ไซค์และแท๊กซี่ที่ผ่านไปผ่านมา แต่ยังดีที่มี Shuttle Service รับส่ง MRT ลาดพร้าว
  • วัสดุ 7.5/10 -วัสดุให้มามาตรฐานสำหรับราคานี้ และให้ของมาเยอะดี
  • แบบ 7.5/10 -แบบลงตัวดี ฟังก์ชั่นครบเหมาะสมกับการพักอาศัย 1-2 คน
  • สาธารณูปโภค 7/10 -มีแค่ฟิตเนส ไม่มีสระว่ายน้ำ

  • MAIN CLASS
  • 7.45 / 10.00

BOTTOM LINE

Vino รัชดา 32 เหมาะกับนักศึกษาหรือบุคลากรใน ม.ราชภัฎจันทรเกษมที่ต้องการหาที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย หรือคนทั่วไปที่มองหาคอนโดในย่านซอยเสือใหญ่ รัชดาภิเษก ลาดพร้าววังหิน เดินทางโดยรถส่วนตัวพอๆกับการใช้บริการโดยสารสาธารณะ ชอบคอนโดที่ยูนิตน้อย ไม่หนาแน่น ไม่ซีเรียสเรื่องส่วนกลาง ชอบห้องขนาดกระทัดรัด ฟังก์ชั่นครบ มีงบประมาณ 1.53 – 2.8 ล้านบาท หรือและมีกำลังผ่อนประมาณ 10,710-19,600 บาท/เดือน

 

ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )