5 the tree rio model 1

รีวิวฉบับที่ 758 สวัสดีค่า วันนี้จะพาไปชมความคืบหน้าคอนโดน้องใหม่ของกลุ่มพฤกษาในชื่อ The Tree RIO Bang-aor Station เป็นคอนโด High Rise สูง 41 ชั้น Facility จัดเต็ม คอนโดตัวล่าสุดในกลุ่ม The Tree ที่มีแนวคิดแบบ Passive Design เน้นการออกแบบให้กลมกลืนกับระบบของธรรมชาติให้มากที่สุด ทั้งการวางผังอาคาร ผังห้องและระบบต่างๆของตึก ตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ระหว่างซอยจรัญสนิทวงศ์ 89/1 และ 89/2 เยื้องโรงพยาบาลยันฮี อยู่ห่างจากทางลงสะพานพระราม7 1.2 กิโลเมตร โครงการคอนโด The Tree RIO Bang-aor Station ได้รับการคัดเลือกจากทีมงานให้เป็น 1 ใน 10 โครงการ ของ Think of Living Award สาขา Best Facility ประจำปี 2014 ลงทะเบียนรับสิทธิ์จองที่สำนักงานขายตั้งแต่ 22 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2558 เปิดจอง 7-8 กุมภาพันธ์ 2558 นี้

Fact @ 11 December 2014

  • The Tree RIO Bang-aor Station (เดอะทรี ริโอ บางอ้อ สเตชั่น)
  • Developer : บริษัท พฤกษา เรียวเอสเตท จํากัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : บางอ้อ
  • คอนโด High Rise 41 ชั้น  1 อาคาร และ Clubhouse 1 อาคาร
  • จำนวนยูนิต 1,412 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 44 ห้อง
  • ที่จอดรถ 608 คัน 5 ชั้น และกลางแจ้ง ไม่รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 43% รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 53%
  • ที่ดินประมาณ 10-0-80 ไร่
  • Passenger lift 6 ตัว และ Service lift 2 ตัว อัตราส่วนคิดเป็น 235:1
  • 1 Bedroom :  28-29.50 ตารางเมตร 154 ห้อง ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,690,000 บาท
  • 1 Bedroom :  30-30.5 ตารางเมตร 1,046 ห้อง ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,890,000 บาท
  • 1 Bedroom (corner) :  37 ตารางเมตร 68 ห้อง ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,379,000 บาท
  • 2 Bedroom :  59.5 ตารางเมตร 46 ห้อง ราคาเริ่มต้นประมาณ 4,170,000 บาท
  • 2 Bedroom (corner) :  60.5-61 ตารางเมตร 98 ห้อง ราคาเริ่มต้นประมาณ 4,170,000 บาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร ชั้น 38 และ 39 สูง 2.80 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาทหรือ 60,358 บาทต่อตารางเมตร ณ วันเปิดตัว
  • สถานะโครงการ : EIA approved
  • เริ่มดำเนินการก่อสร้าง : ต้นปี 2558
  • กำหนดแล้วเสร็จ : ต้นปี 2561
  • ลงทะเบียนรับสิทธิ์จองที่สำนักงานขายตั้งแต่ 22 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2558 เปิดจอง 7-8 กุมภาพันธ์ 2558
  • www.thetreecondo.com
  • สำนักงานขาย : 02-435-8909

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living 

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


ทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.799704,100.508578

สามารถอ่านเจาะลึกทำเลที่ตั้งอย่างละเอียดที่ทีมงานเคยพาไปชมก่อนหน้านี้ได้ที่นี่นะคะ คลิก

 map 2 final แก้คำ

ที่ตั้งของโครงการ The Tree RIO Bang-aor Station ตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์มุ่งหน้าสะพานพระราม7 อยู่ระหว่างทางขึ้นสะพานพระราม7 มุ่งหน้าฝั่งพระนครและแยกบางพลัด ระหว่างถนนจรัญสนิทวงศ์ระหว่างซอย 89/1 และ 89/2 โครงการอยู่ด้านซ้ายมือ ทางเข้าติดกับถนนใหญ่ จากทางเข้าโครงการถึงอาคารพักอาศัยลึก 200 เมตร มีสถานีรถไฟฟ้าบางอ้อ สายน้ำเงินส่วนต่อขยาย ทางลงสถานีฝั่งถนนจรัญสนิทวงศ์มุ่งหน้าพระราม7 มีทางลงทางเดียว ซึ่งอยู่บนถนนใหญ่ติดกับทางเข้าโครงการ

the tree rio 1map3km

ถึงแม้ว่าโครงการจะตั้งอยู่บนฝั่งธนบุรี แต่ตำแหน่งอยู่ติดกับถนนจรัญสนิทวงศ์ที่เป็นถนนสายหลัก ระยะทางในการเดินทางเข้าออกเมืองนับว่าสะดวก มี 6 ช่องจราจร มีทางกลับรถเป็นระยะ และเป็นถนนหนึ่งในถนนรัชดาภิเษก ถนนวงแหวนรอบในของกรุงเทพฯ สร้างขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด แต่ด้วยพื้นที่แถบนี้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รถไฟฟ้ายังไม่เปิดให้ใช้บริการ ทำให้ปริมาณรถบนถนนหนาแน่นโดยเฉพาะถนนเป็นทางตรงยาว อยู่ระหว่างสะพานพระราม7 และสะพานกรุงธนบุรีเพื่อข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปฝั่งพระนคร และแยกออกไปตามจุดหมาย เช่น ประชาชื่น, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือลาดพร้าว

จุดที่ตั้งของโครงการ The Tree RIO Bang-aor Station อยู่ค่อนมาใกล้สะพานพระราม 7 ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใกล้กับโครงการที่สุด โดยรอบๆนั้นเป็นทำเลอยู่อาศัย วัด โรงเรียน และชุมชน อาคารสูงไม่มีให้เห็นมากเท่าไหร่ ยกเว้นโรงพยาบาลยันฮี ที่อยู่เยื้องๆกัน โครงการอยู่ไม่ไกลจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ตรงบางใหญ่ผู้คนก็อาศัยหนาแน่นเช่นกัน แหล่งจับจ่ายใช้สอยที่สะดวกที่สุดคือ ตลาดบางอ้อที่อยู่ติดกับโรงพยาบาลยันฮี ส่วนห้างสรรพสินค้าจะอยู่ไกลออกไปหน่อยในระยะ 5 กิโลเมตร ใกล้ที่สุดคือ Tesco Lotus ใกล้สี่แยกบางพลัด, Big C วงศ์สว่าง หรือเซ็นทรัลปิ่นเกล้า และเมเจอร์ปิ่นเกล้า หรือห้างเก่าแก่อย่างตั้งฮั่วเส็งค่ะ

the tree rio 2map mass transit

มาถึงข่าวดีสำหรับชาวจรัญสนิทวงศ์ที่อดทนรถติดระหว่างงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ตามสัญญาก่อสร้าง จะเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินอย่างเต็มรูปแบบในปี 2560 พอดีกับที่โครงการสร้างเสร็จพอดี ทำให้เพิ่มตัวเลือกด้านการเดินทางนอกเหนือจากการใช้รถส่วนบุคคล และอีก 2 สถานีถัดไปที่สถานีเตาปูนยังเป็นสถานี Interchangeใหญ่เชื่อมต่อกับสายสีม่วงขึ้นทิศเหนือไปนนทบุรีที่ใกล้จะเปิดให้บริการเต็มที และทิศใต้เรียบน้ำบนถนนสามเสนไปเรื่อยๆ ถัดจากสถานีเตาปูนไปยังเป็นสถานีบางซื่อ ที่จะมีการสร้างสถานีรถไฟใหม่ ย้ายจากสถานีหัวลำโพงเพื่อออกนอกเมืองไปยังต่างจังหวัด ส่วนเส้นทางในอนาคตอย่างรถไฟชานเมืองสายสีแดงพึ่งเร่ิมก่อสร้าง แต่สถานีอยู่ไม่ไกลมากจากทำเลคอนโดมากนัก เมื่อมองภาพรวมกับยาวๆก็ถือว่าเป็นข้อดีสำหรับการเดินทางไปฝั่งตะวันตก

Site Model ขนาดใหญ่ครอบคลุมตำแหน่งที่ตั้งกลุ่มโครงการ The Tree ทั้ง 3 โครงการ โครงการ The Tree RIO Bang-aor Station เป็นโครงการหนึ่งเดียวที่ตั้งอยู่บนฝั่งธนบุรี ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำเป็นรัฐสภาใหม่ ตำแหน่งห้องชั้นสูงๆตั้งแต่ 30 ขึ้นไป หรือบน Facility ชั้น 40-41 คงจะมีสิทธิ์ได้ชมความอลังการงานสร้างของรัฐสภาใหม่ และโค้งน้ำเจ้าพระยากันแน่ๆ

the tree rio 3map route

เนื่องจากทางทีมงานเคยพาไปชมทำเลโครงการ The Tree RIO Bang-aor Station ไปเมื่อกลางปีที่แล้ว วันนี้เราจึงจะมาอัพเดตสภาพแวดล้อมของโครงการในรัศมีใกล้ๆกันนะคะ เริ่มต้นจากหน้าโครงการบนถนนจรัญสนิทวงศ์ ระหว่างซอยจรัญสนิทวงศ์ 89/1 และ 89/2 เลี้ยวซ้ายเดินตามทางเท้าไปเรื่อยๆ ขึ้นสะพานลอยไปลงอีกฝั่ง หน้าโรงพยาบาลยันฮี และข้ามสะพานลอยอีกครั้ง กลับไปสิ้นสุดที่หน้าโครงการค่ะ

เริ่มจากทางเข้าโครงการอยู่บนถนนใหญ่ ถนนจรัญสนิทวงศ์มุ่งหน้าสะพานพระราม7 อยู่ทางซ้ายมือ ระหว่างซอยจรัญสนิทวงศ์ 89/1 และ 89/2

จากทางเข้า มองไปทางด้านซ้ายจะติดกับอาคารพาณิชย์สูง 3-4 ชั้น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายตัดผ่านเป็นเกาะกลางถนน จากที่เคยเป็น 6 เลนจราจร พื้นที่การก่อสร้างทำให้ลดเหลือ 4 เลนค่ะ

ตัวสถานีฝั่งขวาเลยไปหน่อย หน้าโครงการมีเสาไฟฟ้าตัดผ่านอยู่บนทางเดินเท้าพอดีนะคะ สภาพสิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่บนสองข้างของถนนใหญ่ก็ยังเป็นอาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้น บ้างเป็นที่อยู่อาศัยทั้งหมด บ้างเปิดชั้น 1 เป็นร้านค้าขาย ตั้งแต่กาแฟ อะไหล่รถ ของชำ

เดินมาทางซ้ายกันต่อ จะต้องข้ามสะพานยาว คลองมอญ ข้อดีของถนนจรัญสนิทวงศ์คือทางเดินเท้ากว้างทั้งสองฝั่งค่ะ เดินสวนกันเยอะๆได้สบาย ยกเว้นบางจุดที่ใกล้พื้นที่ก่อสร้าง ทำให้พื้นผิวทางเดินอาจจะไม่เรียบ หรือบางจุดที่กำลังทำเป็นทางลงของตัวสถานีรถไฟฟ้าบางอ้อ อาจจะต้องเดินด้วยความระมัดระวังบ้าง เพราะบางทีมีมอเตอร์ไซค์ขับบนทางเท้าด้วยนะ

the tree rio ps fix1

ขึ้นมาอยู่บนสะพานลอยหน้าซอยจรัญสนิทวงศ์ 91 ทิศทางการเดินรถด้านขวาคือมุ่งหน้าสะพานพระราม7 มีรถวิ่งเรื่อยๆ ส่วนฝั่งตรงข้ามคือมุ่งหน้าแยกบางพลัด ทางลงของสะพานลอยอยู่ใกล้โรงพยาบาลยันฮีพอดี

the tree rio ps fix2

มองขึ้นไปทางเหนือบ้างค่ะ สองข้างของถนนยังคงเป็นอาคารพาณิชย์หลังเก่า มีป้ายโฆษณาให้เห็นอยู่บ้าง บนทางเท้าฝั่งขวามีการค้าขายอยู่บ้าง เพราะใกล้ตำแหน่งของตลาดบางอ้อ การก่อสร้างของรางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเคลียร์พื้นที่เหลือภายในแค่เกาะกลาง ไม่กีดขวางการเดินรถ

บนทางเท้าก่อนถึงซอยจรัญสนิทวงศ์ 86/2 มีการขุดเจาะบนทางเท้าอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทำให้ต้องระมัดระวังในการเดินผ่านไปมาด้วยนะคะ

เลยซอยจรัญสนิทวงศ์ 86/2 มาจะมีปั้มน้ำมัน Shell อยู่ทางซ้ายมือ ส่วนด้านขวาเป็นที่กลับรถ เป็นจุดกลับรถที่ใกล้โครงการที่สุดเมื่อมาจากทางสะพานพระราม7 ห่างจากโครงการเพียง 200 เมตร จุดกลับรถจะมีอยู่เป็นระยะๆ กลับได้ทั้งถนนจรัญสนิทวงศ์มุ่งหน้าพระราม7 และมุ่งหน้าแยกบางพลัด

แถวนี้ยังมีรถกระป๊อรับจ้างให้บริการด้วยนะคะ บางพื้นที่หาได้ยากแล้ว

กลับมาที่ฝั่งด้านหน้าโครงการค่ะ บางอ้อ คาร์เซ็นเตอร์ ติดกับปากทางเข้าโครงการ

the tree rio surrounding

ถัดจากบางอ้อ คาร์เซ็นเตอร์จะเป็นพื้นที่ว่าง ที่ต่อไปจะเป็นทางลงของสถานีรถไฟฟ้าบางอ้อ เป็นทางลงทางเดียวของฝั่งถนนจรัญสนิทวงศ์มุ่งหน้าสะพานพระราม7 หลังฉากกั้นสีขาวด้านขวาก็จะเป็นทางเข้าโครงการ The Tree RIO Bang-aor Station แล้ว

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะค่ะ

สภาพทางเดินหน้าทางลงสถานีและหน้าโครงการยังไม่ค่อยสมบูรณ์นะคะ

เดินเข้าโครงการกันนะคะ มีพี่ยามคอยรักษาความปลอดภัยกันตั้งแต่ทางเข้า

มีสะพานข้ามคลองอีกนิดหน่อย ก่อนถึง Sales Office เป็นทางน้ำที่บางส่วนได้ถมที่ไปแล้ว

ถึงแล้ว Sales Office 2 ชั้น หลังจากจบการขายจะเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานเป็น Clubhouse เป็นหนึ่งในส่วนของ Facility ที่ลูกบ้านสามารถเข้ามาใช้งานได้ ตั้งแต่ปากทางเข้าโครงการบนถนนจรัญสนิทวงศ์ถึง Sales Office ลึก 150 เมตร ส่วนตัวอาคารพักอาศัยจริงจะลึกเข้าไปอีก 50 เมตร หลัง Sales Office ด้านหลังมีพื้นที่จอดรถสำหรับผู้ที่สนใจนะคะ

the tree rio 4 surrounding

มาดูรอบๆโครงการกันหน่อยนะคะ ริมถนนใหญ่ส่วนมากเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3-4 ชั้น ด้านซ้ายของโครงการเป็นบางอ้อ คาร์เซ็นเตอร์แบบเต้นท์ และมีทางลงสถานีรถไฟฟ้าบางอ้ออยู่ติดทางเข้าโครงการ ทิศเหนือ, ตะวันออก และตะวันตก รอบไปด้วยบ้านพักอาศัยขนาดเล็กออกเป็นแนวชุมชนมากกว่า สูง 1-2 ชั้น บางพื้นที่เป็นสวนและที่ดินเปล่า รูปร่างแปลงโครงการเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบ และมีพื้นที่ยื่นออกไปตรงทางเข้าโครงการที่เป็นทางเข้า-ออกเดียว และส่วนท้ายโครงการ มีพื้นที่เปิดโล่งรอบโครงการเยอะ บ้างแบ่งเป็นที่จอดรถกลางแจ้ง บ้างปลูกเป็นต้นไม้ใหญ่รอบๆโครงการ ภายในพื้นที่แปลงแบ่งออกเป็น 2 อาคาร อาคารแรกคือ Clubhouse สูง 2 ชั้น เป็นส่วน Facility ล้วนๆ และลึกเข้ามาถึงจะเป็นตัวอาคารพักอาศัยสูง 41 ชั้น โดยเริ่มแปลนห้องพักอาศัยอยู่ที่ชั้น 6 ถือว่าเลยความสูงของตึกรอบข้างไปนิดนึง ดังนั้นปัญหาเรื่องวิวระยะประชิดจะยังคงไม่มี แต่ในอนาคตก็ยังไม่แน่นอน เพราะพื้นที่นี้ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ติดกับทางขึ้น-ลงของสถานีรถไฟฟ้าบางอ้อเลย

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงพยาบาลยันฮี 300 เมตร
  • ตลาดบางอ้อ 400 เมตร
  • สำนักงานเขตบางพลัด 750 เมตร
  • โรงเรียนทิวไผ่งาม 850 เมตร
  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 1.3 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus 1.5 กิโลเมตร
  • สวนสาธารณะพระราม7 2.2 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้านครเหนือ 2.5 กิโลเมตร
  • โรงแรม Riverside Bangkok 3 กิโลเมตร
  • ท่าเรือสะพานกรุงธนบุรี 3.2 กิโลเมตร
  • โรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์ 3.3 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า 4.9 กิโลเมตร
  • เมเจอร์ ปิ่นเกล้า 4.9 กิโลเมตร
  • โรงเรียนเซนต์คาเบรียล 5 กิโลเมตร
  • โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ 5 กิโลเมตร
  • รัฐสภาใหม่ 5.3 กิโลเมตร
  • โรงเรียนราชินีบน 6.5 กิโลเมตร
  • เมเจอร์รัชโยธิน 8.6  กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

ภาพจำลองภายนอกของโครงการ The Tree RIO Bang-aor Station คอนโด High Rise สูง 41 ชั้น 1412 ห้อง ตัวอาคารเป็นรูปสีเหลี่ยมผืนผ้า ใช้โทนสีเข้มตกแต่ง ชั้น 1-5 เป็นชั้นจอดรถ ชั้น 6 เป็นชั้นที่มี Facilities ส่วนกลาง และมีห้องพักอาศัยอยู่ครึ่งต่อครึ่ง ตั้งแต่ชั้น 7-39 เป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด ชั้น 40-41 เป็น Facilities ส่วนกลาง และมี Clubhouse 2 ชั้น อยู่หน้าอาคารพักอาศัย ที่จอดรถบางส่วนอยู่กลางแจ้งรอบๆตัวอาคาร โครงการติดกับทางขึ้นรถไฟฟ้าสถานีบางอ้อ สายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย

Site Model แสดงให้เห็นพื้นที่ภายในโครงการ

ทางเข้าโครงการอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ติดกับทางลงรถไฟฟ้าสถานีบางอ้อ สายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ที่จะเปิดให้บริการประมาณปี 2560

ทางเดินแนวยาวเข้าโครงการ ถึง Clubhouse ลึก 150 เมตร ถึงอาคารพักอาศัย 200 เมตร มีป้อมยามหน้าโครงการ จากทางลงสถานีบางอ้อมีทางเดินกั้นเป็นสัดส่วนพร้อมหลังคากันแดดกันฝนจนถึงสะพานข้ามทางน้ำ ก่อนจะมีทางเดินและหลังคาอีกทีช่วงหลังสะพานข้ามทางน้ำก่อนถึง Clubhouse

Clubhouse 2 ชั้น ภายในประกอบไปด้วย Double Height Ceiling Lobby บนชั้น 1 และมีห้องแยกย่อยเป็นห้องต่างๆ ตั้งแต่ Meeting Room, Golf Simulator, Yoga Room, Pool Room, Reading Room, Multipurpose Room และ Kids Room

ทางเข้าหลักของตัวตึกอยุ่บนทิศเหนือ มี Drop Off เพื่อเข้าสู่ส่วน Lobby บนชั้น 6 แบ่งออกเป็นห้องพักอาศัย และ Facility ครึ่งๆ คือ Kid pool ขนาด 3 x 3 เมตร / Family pool ขนาด 9.7 x 20 เมตร / Plunge pool ขนาด 4.5 x 10 เมตร ระบบน้ำเกลืออยู่บนฝั่งใต้ และฝั่งเหนือคือ Sky Garden อย่างที่เห็นในภาพ

ที่จอดรถกลางแจ้งและสนามเด็กเล่นด้านในโครงการ

เร่ิมกันที่ผังชั้น 1 กันค่ะ โครงการ The Tree RIO Bang-aor Station อยู่ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ ระหว่างซอยจรัญสนิทวงศ์ 89/1 และ 89/2 พื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีพื้นที่ยื่นในส่วนทางเข้าและท้ายโครงการ ทางเข้าถึงตัว Clubhouse ลึก 150 เมตร และ 200 เมตรถึงอาคารพักอาศัย ที่จอดรถส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคาร ตั้งแต่ชั้น 1-5 และบางส่วนอยู่กลางแจ้งรอบๆโครงการ รวมที่จอดรถทั้งหมด 608 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 43% รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 53% พื้นที่ตรงกลางชั้น 1 เป็นส่วนของ Lobby และบางส่วนเป็นร้านค้าประมาณ 7 ร้าน สภาพรอบตัวตึกทำเป็นพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้ใหญ่รอบแปลงพื้นที่ตามแนวตึก ที่จอดรถกลางแจ้งเพื่อให้ร่มเงา และต้นไม้พุ่มรอบเขตพื้นที่

ภายในตัวอาคารชั้น 2 แบ่งออกเป็นที่จอดรถครึ่งหนึ่งฝั่งตะวันตก และอีกครึ่งหนึ่งฝั่งตะวันออกเป็นพื้นที่ Double Height Ceiling จากชั้น 1 บริเวณโถง Lobby และร้านค้า ตำแหน่งลิฟท์โดยสารภายในโครงการมี 2 ชุด ชุดละ 3 ตัว

ชั้น 3-5 เป็นชั้นที่จอดรถแบบเต็มพื้นที่ทั้งหมด

พื้นที่ชั้น 6 แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนของห้องพักอาศัยปีกตะวันออกและตะวันตก และพื้นที่อีกครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่ของ Facilities คือ Kid pool ขนาด 3 x 3 เมตร / Family pool ขนาด 9.7 x 20 เมตร / Plunge pool ขนาด 4.5 x 10 เมตร ระบบน้ำเกลืออยู่บนปีกตะวันตกฝั่งใต้ และปีกตะวันออกฝั่งเหนือคือ Sky Garden ที่มีทั้งการปลูกต้นไม้ใหญ่ และพื้นที่โล่งเตียนสีเขียวพร้อมที่นั่ง

ตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไปจะเป็นห้องพักอาศัยอย่างเต็มรูปแบบ อาคารทั้งหมด 41 ชั้น จำนวนยูนิตทั้งหมด 1,412 ยูนิต มี Passenger lift 6 ตัว และ Service lift 2 ตัว อัตราส่วนลิฟท์คิดเป็น 235:1 มีบันไดทั้งหมด 3 จุด โถงลิฟท์ 2 ชุด ดีตรงที่ไม่ได้มีโถงลิฟท์เพียงจุดเดียว ทำให้ลูกบ้านมาเกาะกลุ่มกับรอลิฟท์ แต่ห้องที่อยู่สุดทางเดินอาจจะอยู่ไกลจากโถลงลิฟท์นิดนึงนะคะ ชั้นนี้มีทั้งหมด 37 ห้อง ไม่มีห้องตรงโถงลิฟท์

ผังอาคารนี้คือผังของชั้น 8-15 เป็นชั้นที่มีจำนวนห้องมากที่สุด นั้นก็คือ 44 ห้อง มีห้องทั้งหมด 4 แบบ คือ

  • 1 Bedroom :  28-29.50 ตารางเมตร 4 ห้อง หลังลิฟท์โดยสารตรงกลางและปีกฝั่งตะวันตก
  • 1 Bedroom :  30-30.5 ตารางเมตร 35 ห้อง เป็นห้องแบบที่จำนวนเยอะที่สุดในทุกๆชั้น
  • 1 Bedroom (corner) :  37 ตารางเมตร 2 ห้อง อยู่สุดทางของปีกตะวันตก
  • 2 Bedroom (corner) :  60.5-61 ตารางเมตร 3 ห้อง อยู่สุดทางของปีกตะวันออก และหลังโถงลิฟท์กลาง

ไม่มีห้องแบบ 2 Bedroom :  59.5 ตารางเมตร

ชั้น 16-38 แบบห้องเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยคือ Combine ห้อง 1 Bedroom :  30-30.5 ตารางเมตร จำนวน 4 ห้องให้กลายเป็น ห้องแบบ 2 Bedroom :  59.5 ตารางเมตร จำนวน 2 ห้อง ทางฝั่งปีกตะวันออก

ห้องที่อยู่ปลายของปีกแต่ละด้านอาจจะต้องเดินไกลจากโถงลิฟท์หน่อยนะคะ แต่จะได้เรื่องของความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น ส่วนห้องที่อยู่ใกล้โถงลิฟท์ก็อาจจะมีเสียงรบกวนเข้า-ออก เดินไปเดินมามากหน่อย ทางเดินช่วงกลางๆของปีกแต่ละด้านแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้าไม่ถึงนะคะ เพราะเป็นทางเดินยาวแยกเข้าห้องเลย ไม่มีช่องแสงตรงทางเดินมากนัก ห้องทางทิศเหนือและตะวันออกเป็นห้องที่ได้รับแสงเช้าและแสงที่กำลังดีตลอดวัน แต่ห้องที่มีระเบียงทางทิศใต้หรือทิศตะวันตก อาจจะต้องระวังเรื่องแสงแดดและอุณหภูมิความร้อนที่หลงเหลือจากแสงธรรมชาติในช่วงบ่ายและเย็น แอร์ในห้องอาจจะต้องทำงานหนักกันซักหน่อย

ชั้น 39 มีห้องเพียงปีกตะวันตก และห้องบางส่วนใกล้โถงลิฟท์

ชั้น 40 เป็นพื้นที่ของ Facilities ตั้งแต่ Infinity Edge Pool ระบบน้ำเกลือ ขนาด 12.5 x 40 เมตร ที่ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาและกรุงเทพฯฝั่งพระนคร รวมไปถึงรัฐสภาแห่งใหม่ด้วยค่ะ ภายในอาคารเป็นห้อง Duplex Gym ที่หันหน้าไปทางแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นกัน รวมถึงมีที่นั่งแบบเป็น Island แบบมีน้ำล้อม

ชั้น 41 มีพื้นที่หลักๆเป็น Sky Lounge และชั้นสองของ Duplex Gym

8-the-tree-rio-view

ผังนี้แสดงถึงภาพโดยรวมของวิวที่จะได้จากห้องมุมต่างๆของโครงการโดยเฉพาะตั้งแต่ชั้น 15 เป็นต้นไป เป็นเรื่องความชอบส่วนตัวของผู้อ่านแต่ละท่านนะคะ เพราะวิวที่ได้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเลือกซื้อห้องนั้นๆ โดยเฉพาะโครงการคอนโดแบบ High Rise ที่จะต้องเสียเงินมากกว่าเพื่อชั้นที่สูงกว่า และคาดหวังวิวที่ดีกว่าและไม่โดนบังจากอาคารรอบข้าง เราแบ่งวิวที่ได้จากห้องมุมต่างๆออกเป็น 3 มุมใหญ่ๆ คือมุมที่ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนใหญ่คือห้องปีกตะวันออกฝั่งเหนือ ห้องส่วนใหญ่ที่ได้วิวสะพานพระราม7 คือห้องปีกตะวันตกฝั่งเหนือ และห้องที่ได้วิวปิ่นเกล้า คือห้องฝั่งใต้ทั้งหมด

วิว 360 องศา ช่วงกลางวัน

วิว 360 องศาช่วงกลางคืน

Clubhouse 2 ชั้น

ส่วน Double Height Ceiling Lobby ภายใน Clubhouse มีชุดโซฟาสำหรับนั่งเล่นหรือพบปะสังสรรค์ มีห้องย่อยอยู่ทางด้านขวา ตรงกลางมีบันไดขึ้นสู่ชั้น 2

ภายใน Clubhouse จะแบ่งห้องออกเป็นห้องต่างๆ อย่างห้องนี้จะเป็น Golf Simulator

Clubhouse : Kids Room

Clubhouse : Meeting Room

Clubhouse : Multipurpose Room

Clubhouse : Pool Room

Clubhouse : Yoga Room

ทางเข้าอาคารพักอาศัยหลัก มีจุด Drop Off อยู่ทางฝั่งเหนือ

Lobby ภายในอาคารพักอาศัย

ส่วนกลางมีมุมต่างๆให้ได้เลือกใช้หลายรูป ไม่ว่าจะเป็นโซฟาชุด หรือเก้าอี้เดียว

จากมุมนี้บนชั้น 40 Infinity Edge Pool ระบบน้ำเกลือ ขนาด 12.5 x 40 เมตร ขวามือเป็น Duplex Gym และ Sky Lounge อยู่บนชั้น 41

Duplex Gym มุมฝั่งตะวันออกหันหน้าเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา ชั้น 40-41 มีความสูงพอที่จะได้ชมวิวมุมสูงของรัฐสภาใหม่ที่ตั้งอยู่บนฝั่งตรงข้ามของโค้งน้ำ ออกกำลังกายไปด้วยชมสถาปัตยกรรมและผังเมืองของสองฝั่งแม่น้ำไปด้วย เป็นไอเดียชวนให้ฟิตร่างกายได้ดีเลยค่ะ

Sky Lounge บนชั้น 41

เราเข้ามาดูภายใน Sales Office ที่หลังจากปิดการขายจะกลายเป็น Clubhouse กันดีกว่าค่ะ จากทางเข้าจะเป็นเคาท์เตอร์ต้อนรับ มี Site Model 2 ขนาดแสดงอยู่ตรงกลาง มีชุดเก้าอี้รับรองอยู่เป็นสัดส่วน และมีห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอนให้ชมกับในส่วนชั้น1 ก่อนขึ้นบันได

ส่วนห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอนอยู่ด้านบนค่ะ

มองลงมาจากชั้น 2 มองในแง่ของการเป็น Clubhouse ถือว่าโล่งและโปร่งดีนะคะ เพราะตกแต่งด้วยกระจกสูงขึ้นไปถึงเพดาน แต่ด้วยสภาพอากาศของประเทศไทยก็ต้องมีม่านกั้นแสงแบบเปิด-ปิดได้ในเกือบจะทุกๆมุมค่ะ

ชุดเก้าอี้รับรองบนชั้น 2 ด้านซ้ายมือที่เป็นฉากกั้นไว้ เมื่อตึกหลังนี้กลายเป็น Clubhouse คงจะแบ่งห้องออกเป็นสัดส่วน แต่ตกแต่งตามการใช้งานที่ได้กล่าวไว้

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ:

  • Clubhouse ประกอบไปด้วย
  • Lobby
  • Meeting Room
  • Golf Simulator
  • Yoga Room
  • Pool Room
  • Reading Room
  • Multipurpose Room
  • Kids Room

  • ส่วนกลางอื่นๆภายในอาคาร
  • ชั้น 1 Lobby
  • ชั้น 6 Kid pool ขนาด 3 x 3 เมตร / Family pool ขนาด 9.7 x 20 เมตร / Plunge pool ขนาด 4.5 x 10 เมตร ระบบน้ำเกลือ
  • ชั้น 6 Sky Garden
  • ชั้น 40 Infinity Edge Pool ระบบน้ำเกลือ ขนาด 12.5 x 40 เมตร
  • ชั้น 40-41 Duplex Gym
  • ชั้น 41 Sky Lounge
  • Jogging Track รอบโครงการ
  • สนามเด็กเล่น

  • สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
  • 24 hour Security Guard
  • Access Card Control
  • CCTV
  • Wi-Fi Service
  • ลิฟท์ล็อกชั้น (Proxy Lift) Passenger lift 6 ตัว และ Service lift 2 ตัว อัตราส่วนคิดเป็น 235:1
  • Shop ประมาณ 7 ร้าน


Product Walkthrough

เริ่มจากห้องตัวอย่างของโครงการมี 2 แบบ แบบแรกนี้คือแบบ 1 ห้องนอนนะคะ พื้นที่ห้องขนาด 30-30.5 ตารางเมตร รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบ เป็นแบบห้องที่มีจำนวนมากที่สุดในทุกๆชั้น เมื่อเข้าสู่ตัวห้องจะเจอห้องส่วน Living ที่ด้านนึงจะเป็นพื้นที่สำหรับวางชุดโซฟา และฝั่งตรงข้ามของห้องจะเป็นชั้นวางทีวี ลึกเข้าไปหน่อยจะเป็นพื้นที่ทานอาหาร ตรงกลางจะเป็นทางเดินเข้าไปในส่วนของห้องนอนที่กั้นด้วยบานเลื่อนกระจก ที่ทำให้แสงธรรมชาติส่องผ่านจากหน้าต่างห้องนอนและระเบียงเข้ามายังห้องนั่งเล่นได้มากขึ้น ส่วนครัวและห้องน้ำจะแยกออกไปด้านข้างมีประตูเปิด-ปิดอีกเช่นกันเป็นสัดส่วนติดกับระเบียงเพื่อความสะดวกในการใช้พื้นที่ทำอาหารและลดปัญหาเรื่องกลิ่น การจัดผังแบบนี้มีข้อเสียคือไม่สามารถเข้าห้องน้ำได้จากห้องนอนโดยตรง และพื้นที่ Living ค่อนข้างจะเบียดสำหรับการวางชุดโซฟาและโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้แบบ 2 ที่นั่ง ส่วนข้อดีคือได้ระยะดูทีวีที่ไกลหน่อย และมีระเบียงให้ 2 ส่วน ทั้งส่วนที่ติดกับห้องนอนและส่วนที่ติดกับห้องครัว แต่เนื่องจากราคาขายของโครงการไม่ได้ให้เฟอร์นิเจอร์มา ดังนั้นเราอาจจะเปลี่ยน Function การใช้งานตามใจชอบในภายหลังได้

จากทางเข้าห้องตัวอย่าง ฝ้าเพดานยิปซั่มห้องชั้น 6-37 สูง 2.6 เมตร ชั้น 38-39 สูง 2.80 เมตร พื้นเป็นแบบลามิเนตสำเร็จรูป ส่วนแรกเป็นส่วน Living ด้านซ้ายเป็นชุดโซฟาวางชิดผนัง และโต๊ะเตี้ยรับแขก ฝั่งขวาเป็นชั้นวางทีวี และโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ 2 ที่นั่ง ลึกเข้าไปด้านในเป็นห้องนอนที่กั้นด้วยประตูบานเลื่อนแบบกระจก 3 ตอน สุดทางเป็นระเบียงที่เปิดจากห้องนอน ทางขวาเป็นทางเข้าไปยังห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียงอีกจุดหนึ่ง

พื้นที่วางโซฟาขนาดไม่เกิน 2 เมตร สามารถนำชุดโซฟารูปตัวL มาใส่ได้ ถ้าไม่ได้มีความยาวเกิน 2 เมตร

โต๊ะทานข้าวและเก้าอี้แบบ 2 ที่นั่ง จะสังเกตได้ว่า แม้โซฟาจะมีขนาดแค่ 2 คนนั่ง แต่ก็แทบจะชิดกับโต๊ะทานข้าวแล้ว คงไม่สามารถเพิ่มโต๊ะทานข้าวเป็นแบบ 4 ที่นั่งได้ เนื่องจากพื้นที่ไม่เพียงพอ

มุมฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวี ที่เห็นอยู่ในห้องตัวอย่างนี้เป็นตู้แบบลอยติดกับผนัง แต่ความจริงเราสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นตู้ขนาดเต็มพื้นที่ที่มีชั้นวางของด้านข้างสูงขึ้นมาอีกได้ หรือจะแบ่งตู้ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่เก็บรองเท้า ระยะดูทีวีถือว่ากว้าง อยู่ที่ประมาณ 2 เมตร

พื้นที่ห้องนอนที่กั้นระยะมา มีขนาด 2.20 x 3.30 เมตร  แค่วางเตียงก็น่าจะไม่มีพื้นที่ข้างเตียงมากแล้ว

ประตูเลื่อนกั้นห้องนอนกระจกกรอบอลูมิเนียมแบบ 3 ตอน วางกรอบประตูเลื่อนบนพื้นไม้ลามิเนต ดังนั้นพื้นจะไม่เรียบนะคะ พื้นที่ข้างเตียงเหลือประมาณ 30 เซนติเมตร มีปลั๊ก 3 ตาอยู่ที่หัวเตียง หากจะวางโต๊ะข้างเตียง คงจะต้องชิดเตียงไปไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง

พื้นที่ข้างเตียงฝั่งติดกับประตูเลื่อนที่ออกไปสู่ระเบียง

พื้นที่ปลายเตียงประมาณ 1 เมตร ระหว่างตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง

ประตูบานเลื่อนออกไปสู่ระเบียง เป็นแบบเลื่อน 2 ด้าน สูง 2 เมตร

กรอบประตูบานเลื่อนตั้งอยู่บนปูนก่อ 4 เซนติเมตร พื้นที่ระเบียงขนาด 0.60 x 3.30 เมตร ปูด้วยกระเบื้อง Cotto ขนาด 30 x 30 เซนติเมตร มีราวกันตกสูง 1.10 เมตร

พื้นที่ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งแบบมีเก้าอี้ และตำแหน่งติดแอร์

ดวงไฟที่ใช้เป็นแบบดาวน์ไลท์ ห้องนอนมี 2 ดวง

มาถึงห้องน้ำ ขนาด 1.40 x 2.25 เมตร มีธรณีก่อปูนสูง 10 เซนติเมตร ไล่ลำดับการวางตำแหน่งสุขภัณฑ์จากด้านนอกไปด้านใน คือ อ่างล้างหน้า โถส้วม และพื้นที่อาบน้ำ พื้นปูด้วยกระเบื้อง Cotto ขนาด 30 x 30 เซนติเมตรสีอ่อน และสีเข้มที่พื้นที่ส่วนเปียก ผนังห้องน้ำกรุด้วยกระเบื้องเซรามิค Cotto ขนาด 20 x 30 เซนติเมตร

พื้นที่ภายในห้องน้ำ มีการก่อปูนออกมาเป็นชั้นวางของ 12 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่เปียกมีส่วนงานระบบยื่นออกมา

อ่างล้างหน้า สุขภัณฑ์ห้องน้ำจาก American Standard

โถส้วม

Shower มีช่องวางของโดยเจาะปูนเข้าไปด้วย

ฝักบัว แบบ 1 หัว ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้นะคะ

พื้นที่ส่วนเปียกขนาด 0.80 x 1.00 เมตร

พื้นที่ส่วนเปียกมีการลดระดับ และเช่นเดียวกับมีธรณีปูนก่อหน้าห้องน้ำ

ดวงไฟที่ใช้เป็นแบบดาวน์ไลท์ ห้องน้ำมี 2 ดวง

ออกจากห้องน้ำมาจะเป็นส่วนพื้นที่ครัว ประกอบไปด้วยเคาท์เตอร์บนและล่าง และเว้นช่องไว้สำหรับที่วางตู้เย็น

พื้นครัวปูด้วยกระเบื้อง Cotto ขนาด 30 x 30 เซนติเมตรสีอ่อน เคาท์เตอร์ด้านล่างเปิดออกมาเป็นลิ้นชักและชั้นวาง ความกว้างระหว่างบานตู้เปิดและผนังอีกฝั่งเหลือไม่มาก เวลาเลือกเคาท์เตอร์เข้าห้อง นอกจากควรจะวัดขนาดกว้างยาวของเคาท์เตอร์แล้ว อย่าลืมวัดขนาดระยะประตูเคาท์เตอร์เปิดด้วยนะคะ อาจจะเลือกที่เป็นบานเปิดที่ขนาดเล็กกว่านี้หน่อยนึง

ระยะเคาท์เตอร์ด้านบนเวลาเปิดใช้งาน

สวิตซ์ไฟห้องจริงแค่อันทางขวามือนะคะ จาก BTICINO หรือเทียบเท่า

ปลั๊กไฟสามตาจาก BTICINO หรือเทียบเท่า

ถัดจากพื้นที่ครัวออกไปก็เป็นระเบียงที่มีการวางตำแหน่งของเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า และที่วาง Compressor แอร์ 2 ตัวให้เรียบร้อย

พื้นที่ระเบียงขนาด 1.00 x 1.35 เมตร ปูด้วยกระเบื้อง Cotto ขนาด 30 x 30 เซนติเมตรสีอ่อน มีธรณีระหว่างห้องครัวและระเบียงสูง 12 เซนติเมตร ราวกันตกความความสูงปูนก่ออยู่ที่ 1.10 เมตร ความกว้างจากเครื่องซักผ้าฝาหน้าไปถึงผนังอีกด้านหนึ่ง เหลือความกว้าง 70 เซนติเมตร ไม่แน่ใจว่าจะพอตากผ้ารึเปล่านะคะ อาจจะต้องไปใช้ระเบียงห้องนอนแทน

ที่วาง Compressor แอร์ 2 ตัว แถมมาให้ในโปรโมชั่นตลอดการขายนะคะ แต่ไม่มีตะแกรงเปลี่ยนทิศทางลมมาให้

พื้นที่ระหว่างที่วาง Compressor แอร์ และด้านบนของเครื่องเสื้อผ้า อาจจะเหลือไม่มากนัก แต่จากพื้นจนถึงที่วาง Compressor แอร์ คือ 1.30 เมตร มีปลั๊กไฟพร้อมกล่องกันน้ำมาให้ด้วย

ไฟติดผนังระเบียง

ห้องตัวอย่างแบบที่ 2 ของโครงการคือแบบ 2 ห้องนอน พื้นที่ห้องขนาด 60.5-61 ตารางเมตร รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากว้าง มีจำนวน 3 ยูนิตในแต่ละชั้น อยู่สุดทางของปีกตะวันออก และใกล้โถงลิฟท์ เมื่อเข้าสู่ตัวห้องจะเจอห้องส่วน Living ที่ขวามือเป็นพื้นที่ตู้วางรองเท้า ตู้วางของ หรือตู้โชว์ ฝั่งซ้ายเว้นพื้นที่ไว้สำหรับโต๊ะทานอาหารพร้อมเก้าอี้แบบ 4 ที่นั่ง ลึกเข้าไปจะเป็นพื้นที่สำหรับวางชุดโซฟา และฝั่งตรงข้ามของห้องจะเป็นชั้นวางทีวี หลังพื้นที่ Living เป็นระเบียงยาวที่ต่อกับระเบียงฝั่งห้องครัว ส่วนครัวและห้องน้ำจะแยกออกไปด้านข้างมีประตูเปิด-ปิดอีกเช่นกัน เป็นสัดส่วนติดกับระเบียงเพื่อความสะดวกในการใช้พื้นที่ทำอาหารและลดปัญหาเรื่องกลิ่น ส่วนห้องนอนแยกไปอีกฝั่งประกอบด้วยห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็ก ภายในห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำและพื้นที่ Walk-in Closet ในตัว การจัดผังแบบนี้มีข้อเสีย คือห้องนอนห้องที่มีขนาดเล็กขวามีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก ส่วนข้อดีคือมีห้องน้ำ 2 ห้อง และมีระเบียงยาวติดกับทั้งพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่ครัว

จากทางเข้าห้องตัวอย่าง พื้นเป็นแบบลามิเนตสำเร็จรูป ส่วนแรกเป็นส่วน Living ด้านซ้ายเป็นโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้แบบ 4 ที่นั่ง ลึกเข้าไปด้านในเป็นชุดโซฟาวางชิดผนัง และโต๊ะเตี้ยรับแขก ฝั่งขวาเป็นชั้นวางทีวี เปิดประตูบานเลื่อนออกไปจะเจอระเบียงยาว ห้องน้ำ ห้องครัวและระเบียงอยู่ทางด้านขวา ด้านซ้ายเป็นทางเข้าห้องนอนเล็กและห้องนอนใหญ่

พื้นส่วนนั่งเล่นเป็นแบบลามิเนตสำเร็จรูป โต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ 4 ที่นั่ง ขนาดกำลังพอดีกับระยะความกว้างที่เว้นไว้ 1.4 เมตร

พื้นที่วางตู้โชว์ ชั้นเก็บของหรือชั้นวางรองเท้า ยาว 2.3 เมตร ประตูที่เห็นเป็นทางเข้าไปสู่ห้องน้ำ ห้องครัวและระเบียง

ลึกเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่นั่งเล่นขนาด 2.5 เมตร ชุดโซฟาแบบนั่งได้ 3 คน โต๊ะเตี้ยรับแขก และฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวีที่เป็นที่เก็บของได้ด้วย พื้นที่ตรงนี้ค่อนข้างกว้าง สามารถเอาโซฟารูปตัวL มาใส่เพิ่มได้

พื้นที่นั่งเล่นและระเบียงกั้นด้วยประตูบานเลื่อนระจกกรอบอลูมิเนียม พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้อง Cotto ขนาด 30 x 30 เซนติเมตรสีอ่อน กว้าง 60 เซนติเมตร ราวกันตกและปูนก่อสูงรวม 1.10 เมตร

ดวงไฟที่ใช้เป็นแบบดาวน์ไลท์ ห้องนั่งเล่นมี 4 ดวง แค่ที่เป็นดวงเดี่ยวๆนะคะ นอกนั้นที่เป็นดวงไฟคู่เป็นการจัดไฟห้องตัวอย่างเพิ่มเติมของทางโครงการ

ตำแหน่งการติดแอร์อยู่เหนือประตูข้างชั้นวางทีวีเป็นทางเข้าไปสู่ห้องน้ำ ห้องครัวและระเบียง พื้นถึงกรอบประตูสูง 2 เมตร

การต่อวัสดุพื้นระหว่างลามิเนตและพื้นห้องครัวปูด้วยกระเบื้อง Cotto ขนาด 30 x 30 เซนติเมตรสีอ่อน

ห้องครัวแบบ 2 ห้องนอนมีขนาดใหญ่ดีนะคะ ใส่ได้ทั้งอ่างล้างจาน ที่เตรียมอาหาร Hob and Hood แม้กระทั้งเครื่องซักผ้าฝาหน้ายังย้ายเข้ามาอยู่ด้านใน เคาท์เตอร์ล่างมีการเจาะช่องสำหรับเตาอบ เคาท์เตอร์บนก็เป็นชั้นเก็บอุปกรณ์เครื่องครัวตามปกติ

มีการเว้นช่องไว้สำหรับตู้เย็นเหมือนเคยค่ะ

การเปิดลิ้นชักด้านล่าง บานใหญ่ยังคงมีปัญหาตรงที่พื้นที่ที่เหลือระหว่างบานเปิดและผนังอีกฝั่งเหลือไม่มากพอ ทำให้ดูอึดอัดด้วยค่ะ ลองไปเลือกซื้อเคาท์เตอร์แบบบานเปิดที่มีขนาดเล็กกว่านี้นะคะ อาจจะพื้นที่ครัวดูกว้างขึ้น

เปิดชั้นวางของด้านบน แบบนี้เป็นเลือกชั้นวางที่ดีค่ะ คำนึงถึงระยะเปิดให้ไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ใช้งาน มีพื้นที่เหลือระหว่างครัวมากขึ้น

เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าก็มาหลบอยู่ภายในบริเวณห้องครัว ทำให้พื้นที่ระเบียงด้านนอกมีพื้นที่ในการตากผ้ามากขึ้น

ระเบียงห้องครัวเชื่อมต่อกับระเบียงห้องนั่งเล่นเป็นรูปตัว L ขนาดเฉพาะระเบียงส่วนครัวนี้อยู่ที่ 1.35 x 1.40 เมตร

ประตูบานเลื่อนกระจกของระเบียงสามารถล็อกได้จากข้างในห้องนะคะ

มีช่องวาง Compressor แอร์ 2 ตัวเรียบร้อย แต่ยังคงไม่มีตะแกรงเปลี่ยนทิศทางลมมาให้

เมื่อมองจากระเบียงห้องครัวไปยังระเบียงห้องนั่งเล่น ได้พื้นที่เยอะขึ้นดีค่ะ

เมื่อมองจากพื้นที่ระเบียงห้องนั่งเล่นไปยังระเบียงห้องครัว มีท่อระบายน้ำอยู่ตรงหัวมุมระเบียงด้วย

ห้องน้ำขนาด 1.40 x 2.25 เมตร มีธรณีก่อปูนสูง 10 เซนติเมตร ไล่ลำดับการวางตำแหน่งสุขภัณฑ์จากด้านนอกไปด้านใน คือ อ่างล้างหน้า โถส้วม และพื้นที่อาบน้ำ พื้นปูด้วยกระเบื้อง Cotto ขนาด 30 x 30 เซนติเมตรสีอ่อน และสีเข้มที่พื้นที่ส่วนเปียก ผนังห้องน้ำกรุด้วยกระเบื้องเซรามิค Cotto ขนาด 20 x 30 เซนติเมตร การวางสุขภัณฑ์ต่างๆเหมือนห้องน้ำของ 1 ห้องนอนค่ะ

ไปดูฝั่งห้องนอนกันบ้างดีกว่า ห้องนอนใหญ่คือห้องด้านหน้าตรงไป ส่วนห้องนอนเล็กคือห้องนอนด้านขวามือ

ห้องนอนใหญ่จัดวางเตียง 6 ฟุตอยู่ฝั่งซ้าย และตู้เก็บของพร้อมวางทีวีอยู่ด้านขวา มีหน้าต่างกว้างมากให้ชมวิวด้านนอก แต่ไม่มีระเบียง

ที่ว่างปลายเตียงเหลือประมาณ 1 เมตร

พื้นที่ข้างเตียงฝั่งขวาเหลือพื้นที่ประมาณ 45 เซนติเมตร กว้างพอที่จะใส่โต๊ะข้างเตียงได้ตัวนึงเลยนะคะ

มองกลับไปยังปลายเตียง ผนังหลังทีวีตกแต่งด้วยกระจกเงาทำให้ห้องดูกว้างขึ้นอีกเยอะเลย ที่วางทีวีอาจจะเปลี่ยนเป็นตู้เก็บของด้วยก็ได้นะคะ

เมื่อมองไปยังห้องน้ำ และ Walk-in Closet ตำแหน่งแอร์แบบติดผนังอยู่บนทางเข้าห้องน้ำพอดี

พื้นที่ข้างเตียงเหลือมากกว่า 75 เซนติเมตร วางโต๊ะข้างเตียงฝั่งนี้ก็ได้เช่นกัน

พื้นที่หน้าต่างชมวิวกว้างมาก แถมเป็นแบบเข้ามุม แต่เปิดได้จริงๆแค่ 1 บานข้างเตียง นอกนั้นเป็นหน้าต่างแบบเปิดไม่ได้

Walk-in Closet แบบสองตอน ตกแต่งด้วยกระจกภายนอก

อีกด้านหนึ่งเป็นพื้นที่เว้นไว้สำหรับโต๊ะเครื่องแป้ง อาจจะมีเก้าอี้นั่งด้วย เพื่อความสะดวกนะคะ

ห้องนอนก็ปูด้วยพื้นไม้ลามิเนตสำเร็จรูปด้วยเช่นกัน ห้องน้ำปูด้วยกระเบื้อง Cotto ขนาด 30 x 30 เซนติเมตรสีอ่อน มีธรณีปูนก่อสูง 10 เซนติเมตร

การจัดวางสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจาก American Standard เรียงจากซ้ายไปขวาคือ โถส้วม อ่างล้างหน้า และพื้นที่อาบน้ำ มีปูนก่อยื่นออกมาเป็นชั้นวางของอยู่หน้ากระจก

ชักโครก

อ่างล้างหน้า

ฝักบัว

พื้นที่อาบน้ำขนาด 0.80 x 1.50 เมตร

มาดูห้องนอนห้องเล็กกันบ้าง มีเตียงขนาด 5 ฟุต แบบเดียวตั้งอยู่กลางห้อง

หน้าต่างเป็นแบบเข้ามุมเช่นเดียวกับห้องใหญ่ เปิดหน้าต่างได้ 1 บานถ้วน ไม่มีระเบียง พื้นที่ตรงมุมซ้ายมือที่แหว่งออกไปจัดพื้นที่ค่อนข้างยากนะคะ คือไม่รู้ว่าควรจะปล่อยทิ้งไว้โล่งๆดี หรือควรจะหาตู้หรือโต๊ะมาใส่ให้เต็มพื้นที่

พื้นที่ข้างเตียงเหลือประมาณ 30 เซนติเมตรค่ะ

พื้นที่ปลายเตียงเหลือพอที่จะเดินไปมาได้อยู่ที่ 45 เซนติเมตร

พื้นที่ข้างเตียงอีกด้านหนึ่งสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้นะคะ แต่ทั้งนี้ต้องดูวงสวิงของบานประตูจริงด้วยว่าจะติดหรือเปล่า ทางห้องตัวอย่างนี้ไม่ได้ติดบานประตูทุกห้องไว้นะคะ แต่บานประตูจะเป็นบานแบบสำเร็จรูปทั่วไป

เว้นพื้นที่ด้านซ้ายของทางเข้าไว้สำหรับตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ดูการวางเฟอร์นิเจอร์จะอึดอัดไปหน่อยนะคะห้องนอนนี้ ทางที่ดีอย่างน้อยตู้เสื้อผ้าอาจจะเป็นแบบประตูบานเลื่อนที่ตกแต่งด้วยกระจก จะได้ช่วยทำให้ห้องกว้างขึ้นอีกหน่อย

แบบห้องตัวอย่างที่เล็กที่สุดของโครงการนี้คือแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 28-29.50 ตารางเมตร รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบ มีชั้นละ 4 ห้อง คืออยู่ตรงหลังลิฟท์โดยสารตรงกลางและปีกฝั่งตะวันตก แบบห้องทุกอย่างเหมือนกับแบบห้องตัวอย่างห้องแรกที่มีมากที่สุดในโครงการ ต่างกันแค่ที่แบบห้องแบบนี้ไม่มีพื้นที่ระเบียงใกล้ห้องนอน

แบบห้องตัวอย่างห้องนี้เป็นแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 37 ตารางเมตร รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบ เป็นแบบห้องที่มีจำนวน 2 ห้องต่อ 1 ชั้น อยู่สุดทางของปีกตะวันตก พื้นที่การจัดวางการใช้งานทุกอย่างคล้ายกับแบบห้องตัวอย่างห้องแรก ต่างกันตรงที่ระเบียงใกล้ห้องนอนและระเบียงใกล้ห้องครัวทะลุถึงกันได้ แต่การจัดวางให้ส่วน Living จะแตกต่างคือพยายามจะจัดโต๊ะทานอาหารแบบ 2 ที่นั่งให้เข้ามุมลึก และเขยิบชุดโซฟาไปอยู่ใกล้ฉากกั้นห้องนอน ทำให้ชุดโซฟาไม่ตรงกับชั้นวางทีวี อาจจะจัดเฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัวยากหน่อยในแบบห้องนี้นะคะ

แบบห้องตัวอย่างห้องนี้เป็นแบบ 2 ห้องนอน พื้นที่ห้องขนาด 59.5 ตารางเมตร รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากว้าง มีจำนวน 2 ห้องต่อหนึ่งชั้น ตั้งแต่ชั้น 16-38 เกิดจากการ Combine ห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 30-30.5 ตารางเมตร จำนวน 4 ห้อง กลายเป็น ห้องแบบ 2 ห้องนอน จำนวน 2 ห้อง ทางฝั่งปีกตะวันออก เมื่อเข้าสู่ตัวห้องจะเจอห้องส่วน Living อยู่ตรงกลาง ขวามือเป็นชั้นวางทีวี ฝั่งตรงข้ามเป็นชุดโซฟา และหลังชุดโซฟาเป็นโต๊ะทานข้าวแบบ 4 ที่นั่ง เดินตรงเข้าไปจะเป็นพื้นที่โต๊ะทำงานและระเบียง ห้องนอนเล็กอยู่ด้านหลังพื้นที่โต๊ะทำงาน และใกล้ทางเข้าประตูเปิด-ปิดของห้องครัว ห้องน้ำ และระเบียงที่แยกออกไป ทางเข้าห้องนอนใหญ่อยู่ขวาสุดหลังชั้นวางทีวี มีห้องน้ำและ Walk-in Closet ในตัว ข้อดีของแบบห้องนี้คือ มีระเบียงทั้งหมด 3 จุด ซึ่งแบ่งการใช้งานออกเป็นการชมวิวและการระบายอากาศและกลิ่นจากห้องครัว ห้องนอนและห้องครัวอยู่กันสุดคนละมุม ป้องกันการรบกวนของกลิ่นได้ดี การวางเฟอร์นิเจอร์ในส่วนห้องนั่งเล่นสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบค่ะ ข้อเสียคือมีห้องนอนเล็กอยู่ระหว่างพื้นที่ตรงกลางทั้งหมด ทำให้อาจจะโดนรบกวนได้ง่าย

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 11 December 2014

  • 1 Bedroom พื้นที่ 28-29.50 ตารางเมตร 154 ห้อง ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,690,000 บาท หรือ เริ่มต้น 60,358 บาท/ตารางเมตร
  • 1 Bedroom พื้นที่ 30-30.5 ตารางเมตร 1,046 ห้อง ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,890,000 บาท หรือ เริ่มต้น 60,358 บาท/ตารางเมตร
  • 1 Bedroom (corner) พื้นที่ 37 ตารางเมตร 68 ห้อง ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,379,000 บาท หรือ เริ่มต้น 60,358 บาท/ตารางเมตร
  • 2 Bedroom พื้นที่ 59.5 ตารางเมตร 46 ห้อง ราคาเริ่มต้นประมาณ 4,170,000 บาท หรือ เริ่มต้น 60,358 บาท/ตารางเมตร
  • 2 Bedroom (corner) พื้นที่ 60.5-61 ตารางเมตร 98 ห้อง ราคาเริ่มต้นประมาณ 4,170,000 บาท หรือ เริ่มต้น 60,358 บาท/ตารางเมตร

  • Partly Fitted โปรโมชั่นพร้อมเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่องสำหรับ 1 ห้องนอนและ 3 เครื่องสำหรับ 2 ห้องนอนและวอลล์เปเปอร์ตลอดการขาย
  • เพดานสูง 2.6 เมตร ชั้น 38-39 สูง 2.8 เมตร
  • 1 Bedroom / 1 Bedroom Corner จอง 10,000 บาท ทำสัญญา 20,000 บาท
  • 2 Bedroom / 2 Bedroom Corner จอง 20,000 บาท ทำสัญญา 40,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาทต่อตารางเมตร ชำระครั้งเดียวในวันโอนกรรมสิทธิ์
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ชำระ 2 ปี ในวันโอนกรรมสิทธิ์
  • ดาวน์ 10% ผ่อนดาวน์ 40 งวด
  • *ลงทะเบียนรับสิทธิ์จองที่สำนักงานขายตั้งแต่ 22 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2558 เปิดจอง 7-8 กุมภาพันธ์ 2558

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลโครงการ The Tree RIO Bang-aor Station ค่อนข้างเป็นชุมชน สิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่จะเป็นที่พักอาศัยแนวราบ จำพวกอาคารพาณิชย์สูง 3-4 ชั้น สองข้างถนนจรัญสนิทวงศ์ ในซอยลึกเข้าไปถึงจะเป็นบ้านพักอาศัยขนาดเล็กเกาะกลุ่มกัน การก่อสร้างของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายไม่ค่อยมีผลในการกระตุ้นให้ชุมชนมีการพัฒนาเท่าไรนัก อาจจะเป็นเพราะไม่มีศูนย์การค้าหรืออาคารสำนักงานขนาดใหญ่อยู่ในระยะใกล้ ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องอาหารการกินนอกจากภายในโครงการที่จะมีร้านค้าเปิดให้บริการประมาณ 7 ร้านแล้ว รอบๆโครงการในระยะเดินได้หาของกินได้ที่ตลาดบางอ้อ และอีกที่นึงตรงพระนครเหนือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ตรงตีนสะพานพระราม7 แถวนั้นก็เป็นชุมชนที่คึกคักอยู่พอสมควร ศูนย์การค้าตั้งแต่ Tesco Lotus หรือเซ็นทรัลปิ่นเกล้าอยู่ไกลออกไปในระยะประมาณ 5 กิโลเมตร

การเดินทางโดยใช้รถ โครงการตั้งอยู่บนฝั่งธนบุรี ติดกับถนนจรัญสนิทวงศ์ที่เป็นถนนสายหลัก อยู่ค่อนมาใกล้สะพานพระราม 7 ระยะทางในการเดินทางเข้าออกเมืองนับว่าสะดวก ถนนกว้าง มีทางกลับรถเป็นระยะ ยังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าอยู่บางช่วงทำให้ปริมาณรถบนถนนหนาแน่นโดยเฉพาะถนนเป็นทางตรงยาว ที่ตั้งอยู่ระหว่างสะพานพระราม7 และสะพานกรุงธนบุรี ทำให้การข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปฝั่งพระนครทำได้ไม่ยากนัก แต่ที่จอดรถ 5 ชั้น และกลางแจ้ง ไม่รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 43% รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 53% ถือว่าอยู่ในระดับที่ใช้ได้ แต่ไม่มาก

การเดินทางโดยไม่ใช่รถ สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสถานีบางอ้อ อาจจะต้องรอกันถึงปี 2560 กว่าจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ แต่ทางเข้าโครงการแทบจะอยู่ติดกับทางขึ้น-ลงสถานีเลย ทำให้ขณะที่ลูกบ้านกำลังจะย้ายเข้าอยู่ น่าจะมีความสะดวกในการใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น นอกจากนี้ 2 สถานีถถัดไปอย่างสถานีเตาปูนยังเป็นสถานี Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีม่วง และที่ตั้งโครงการยังอยู่ไม่ไกลจากรถไฟสีแดงอ่อนสายชานเมือง นอกจากนี้ยังมีป้ายรถประจำทางอยู่เป็นระยะ มีสะพานลอยให้เดินข้ามฝั่ง และมีแท๊กซี่วิ่งบนถนนจรัญสนิทวงศ์อยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงรถกระป๊อรับจ้าง สิ่งที่เหมือนจะขาดในพื้นที่นี้เห็นจะเป็นพี่วิน ที่แทบจะไม่เห็นเลยในระยะรัศมี 500 เมตร

วัสดุอุปกรณ์ที่ได้ถือว่ามาตรฐาน ขายแบบ Partly Fitted พื้นไม้ลามิเนตสำเร็จรูป พื้นครัว, ห้องน้ำ และระเบียงเป็นกระเบื้อง Cotto 30 x 30 เซนติเมตร ไม่มีฉากกั้นส่วนเปียกส่วนแห้ง ชุดสุขภัณฑ์ของ American Standard แถมแอร์ แถม Wallpaper ไฟดาวน์ไลท์ แอร์คอมเพรสเซอร์เป็นแบบแขวน

การออกแบบตัวอาคารค่อนข้างโดดเด่นในแถบเดียวกัน ให้ความสำคัญกับวิวที่แต่ละห้องจะได้ และขนาดระเบียงของแต่ละห้องได้ดี การวางเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นยังไม่ค่อยลงตัวกับขนาดรูปร่างของพื้นที่ เพราะไม่ใช่แบบ Fully Furnished แบบสั่งทำ ส่วนพื้นที่ Living อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการวางเฟอร์นิเจอร์ใหม่ อาจจะต้องสลับการใช้งานในแต่ละมุม ความกว้างของพื้นที่ครัวน้อยไปนิดนึงเมื่อเวลาเปิดตู้ ซึ่งก็สามารถเลือกซื้อเคาท์เตอร์ครัวแบบที่บานเล็กลง ทำให้ไม่กินพื้นที่วงสวิงการเปิด-ปิดมาก แต่ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล อย่าลืมวัดพื้นก่อนจะไปเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าห้องนะคะ

สาธารณูปโภค โครงการนี้จัดมาเต็มตั้งแต่ทางเข้าที่มี Clubhouse 2 ชั้น ที่แต่ละห้องย่อยก็จะมี Function การใช้งานไม่เหมือนกัน ทำให้มีกิจกรรมภายในพื้นที่โครงการที่ดี สวนกลางแจ้งรอบโครงการก็มีพื้นที่เปิดโล่งเยอะใช้ได้ มี Facilies บางส่วนอยู่บนชั้น 6 มีทั้ง Kid pool, Family pool, Plunge pool ระบบน้ำเกลือ และ Sky Garden ขนาดใหญ่ ชั้น 40-41 ยังมี Infinity Edge Pool ระบบน้ำเกลือ ขนาด 12.5 x 40 เมตร ที่มีขนาดใหญ่ใช้ได้ดีเลยทีเดียว แถมได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาและกรุงเทพฯฝั่งพระนคร รวมไปถึงรัฐสภาแห่งใหม่ ภายในอาคารเป็นห้อง Duplex Gym และ Sky Lounge โหดมากค่ะ แต่มี Passenger lift 6 ตัว และ Service lift 2 ตัว อัตราส่วนลิฟท์คิดเป็น 235:1 อาจจะต้องอดทนรอลิฟท์กันหน่อยนะคะ

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 60,358 บาทต่อตารางเมตร, 11 December 2014

  • ทำเล 7.5/10 – ติดถนนใหญ่ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ใกล้ตลาด ติดรถไฟฟ้า แต่ความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินได้มีไม่มากนัก
  • เดินทางด้วยรถ 8.00/10 – เดินทางด้วยรถสะดวก อยู่ระหว่าง 2 สะพานข้ามไปฝั่งพระนคร และไม่ไกลมากจากย่านปิ่นเกล้า
  • ไม่ใช้รถ 8.75/10 ถือเป็นจุดแข็งของโครงการ ติดรถทางลงรถไฟฟ้าบางอ้อ และ 2 สถานีจากสถานี Interchange
  • วัสดุ 7/10 – ระดับกลาง ขายแบบPartly Fitted มีให้แค่เครื่องปรับอากาศและวอลล์เปเปอร์
  • แบบ 7.5/10 – แบบห้องขนาดกำลังพอดี พื้นที่ระเบียงมีเยอะ แต่รูปร่างห้องบางแบบวางเฟอร์นิเจอร์ยาก
  • สาธารณูปโภค 8.75/10 – ติด 1 ใน 10  Think of Living Award สาขา Best Facility ประจำปี 2014 จัดเต็มระดับดีเลยค่ะ

  • MAIN CLASS
  • 7.81 / 10.00

BOTTOM LINE

The Tree RIO Bang-aor Station เป็นโครงการที่เหมาะกับคนที่ทำงานฝั่งธนบุรี ช่วงจรัญสนิทวงศ์ช่วงปลายๆ หรือฝั่งพระนครที่ไม่ไกลจากแม่น้ำเจ้าพระยามาก มีใช้รถส่วนตัวบ้าง เน้นไปทางระบบสาธารณะมากกว่า อยากได้คอนโดอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ในระยะเดินชอบวิวสวยๆ ยอมอยู่ไกลออกมาจากตัวเมืองหน่อยแต่ได้ราคาที่หยิบจับง่ายกว่า มีงบประมาณประมาณ 1.6-4.2 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 6,000-13,000 บาท

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไป