FB-Cover2-3-4-V2-mourning

รีวิวฉบับที่ 1196 … สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปชมรีวิวคอนโด The Tree สุขุมวิท 64 คอนโด Low Rise ใกล้ BTS ปุณณวิถี 310 เมตร จาก พฤกษา ซึ่งนำเอาแบรนด์ The Tree มาลุยฝั่งใกล้เมืองมากขึ้นและเกาะแนวรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ไปชมรายละเอียดกันเลยครับ

Fact @ 12 Oct 2016

  • The Tree Sukhumvit 64 (เดอะ ทรี สุขุมวิท 64)
  • บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)
  • MAIN-UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : พระโขนง แขวงบางจาก
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น 1 อาคาร 149 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 23 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 69 คันคิดเป็น 46% (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ที่ดินประมาณ 1-1-43 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : กุมภาพันธ์ 2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : เมษายน 2561
  • 1 Bedroom ขนาด 27.6 ตร.ม. – 41.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 40.8 ตร.ม. – 41.8 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 2 Baths ขนาด 51.1 ตร.ม. – 54.5 ตร.ม.
  • Double Volume Type ขนาด 80 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.55 เมตร / ส่วนครัวสูง 2.40 เมตร / ห้องน้ำสูง 2.30 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 2.20 ล้านบาท (หรือประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม.)
  • Update 17/4/2017 ราคาเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 41 ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 80,000-110,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS ปุณณวิถี ได้ที่ : มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS ปุณณวิถี
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS อุดมสุข ได้ที่ : มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS อุดมสุข
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1739

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.687096, 100.606809

แผนที่โครงการ

แผนที่จากทางโครงการครับ อยู่อิงแนวสถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี ห่างจากโครงการประมาณ 310 เมตร ซึ่งถนนหลักก็คือสุขุมวิท และด้านหลังก็เป็นทางด่วนเฉลิมมหานคร ซึ่งใช้งานง่ายและสะดวกมากสำหรับคนใช้รถ

แผนที่ระยะไกล

ทำเลของโครงการ The Tree สุขุมวิท 64 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 64 (ซอยพงษ์เวชอนุสรณ์) ซึ่งซอยนี้เป็นทางลัดระหว่างถนนสุขุมวิทช่วงซอยสุขุมวิท 64 กับทางไปขึ้นทางด่วนซึ่งอยู่ท้ายซอยสุขุมวิท 62 เส้นทางลัดนี้เป็นที่นิยมในช่วงเวลาเร่งด่วน เนื่องจากถนนสุขุมวิทเป็นถนนที่มีการจราจรค่อนข้างหนาแน่นสม่ำเสมอเพราะเป็นถนนเส้นหลักเส้นหนึ่งของกรุงเทพมหนครซึ่งมีอาคารสำคัญทั้งอาคารศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม รวมถึงวัดสำคัญๆ ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้จำนวนมาก แต่ถ้าใครไม่อยากเจอรถติด ก็ได้มีตัวช่วยในการเดินทางอย่างรถไฟฟ้าครับ โครงการนี้จึงมีทางเลือกในการเดินทางทั้งแบบใช้รถยนต์และแบบไม่ใช้รถยนต์ที่สะดวกใช้ได้

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ สามารถเดินทางได้ด้วย รถไฟฟ้า BTS สถานีปุณณวิถี  ซึ่งสถานีกับตัวโครงการมีระยะห่างเพียงแค่ประมาณ 310 ม. จึงอยู่ในระยะเดินง่ายสบายๆ หรืออยากจะใช้ตัวช่วยอย่างพี่วินมอเตอร์ไซค์ก็ง่ายนะครับ เพราะซอยนี้เป็นแหล่งชุมชนอยู่อาศัยเพียบ อีกทั้งหน้าซอยสุขุมวิท 64 มีรถเมล์ที่วิ่งผ่านหน้าซอย คือ รถเมล์สาย 545 วิ่งระหว่างนนทบุรี-สำโรง, สาย 511 ปากน้ำ-สายใต้ใหม่ และสาย 23 อู่เมกา-เทเวศร์ ที่ร่วมให้บริการด้วย / และถึงเป็นในซอยก็ไม่ต้องกลัวไม่มี Taxi นะครับ เพราะซอยนี้คนอยู่เยอะบวกกับท้ายซอยไปทะลุปั๊มกับจุดพักรถขนาดใหญ่ Taxi เลยนิยมผ่านกันบ่อยๆนั่นเอง

การเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถเดินทางได้โดยผ่านถนนสุขุมวิท ถ้าต้องการเข้าเมืองไปยังถนนอโศกมนตรี สามารถออกปากซอยเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นสุขุมวิทแล้ววิ่งตรงไปได้เลย ส่วนถ้าจะออกนอกเมืองเพื่อมุ่งหน้าสู่ถนนบางนา สมุทรปราการ ก็ทำได้ไม่ยากโดยไปกลับรถบนเส้นสุขุมวิทซึ่งมีระยะห่างจากปากซอยสุขุมวิท 64 ประมาณ 200 ม. หรือถ้าต้องการเดินทางไปแหล่งงานย่านสาทร สีลม พระราม 4 ก็สามารถใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยทะลุจากถนนพงษ์เวชอนุสรณ์ออกไปทางด้านหลังซอย เส้นนี้จะเชื่อมไปทางไปขึ้นทางด่วนที่ซอยสุขุมวิท 62 แต่อย่าลืมเผื่อเวลารถติดในการเดินทางนะครับ

แผนที่การใช้ทางด่วน

แผนที่ประกอบเส้นทางการใช้ “ทางด่วน” ที่ใกล้ที่สุดอย่างเฉลิมมหานคร  ซึ่งทางด่วนนี้สามารถเข้าเมืองไปได้ 2 เส้นทางได้แก่ เส้นทางแรกไปทางตะวันตก เพื่อไปย่านพระราม 3, พระราม 4, สีลม, สาทร และอีกเส้นทางหนึ่งคือทางทิศเหนือ เพื่อไปย่านรามอินทรา ลาดพร้าว เกษตรนวมินทร์ ส่วนการจราจรบนทางด่วนเส้นนี้จะติดขัดมากในช่วงเวลาเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็นเลย เพราะเป็นทางด่วนเส้นเดียวที่เชื่อมแหล่งงานในเมืองกับย่านที่อยู่อาศัยบริเวณชานเมืองฝั่งตะวันออกเอาไว้ การเข้าถึงโครงการโดยทางด่วนให้ลง ทางด่วนสุขุมวิท 62 แล้วเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 62 แยก 1 (ดูตามลูกศรสีเหลือง) ไม่ต้องไปผ่านเส้นสุขุมวิทหน้าเลย

แผนที่คอนโดใกล้ๆ

ทำเลของโครงการ จากหน้าซอย 64 เข้ามาจะมีโรงเรียนนานาชาติ Anglo Singapore เลยมาหน่อยก็มีโรงเรียนพิพัฒนา ทำให้แถวนี้มีเด็กและผู้ปกครองค่อนข้างเยอะ สภาพแวดล้อมโดยรอบจะเป็นที่พักอาศัยและอาคารพาณิชย์ซะส่วนใหญ่ ในช่วงต้นซอยจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขนม ร้านตัดผม อยู่เยอะเพราะอยู่ใกล้โรงเรียน ช่วงเช้าและช่วงเย็นช่วงต้นซอยจึงคึกคักพอสมควร รวมทั้งมีพี่วินมอเตอร์ไซค์คอยรับคอยส่งคนในซอยด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกที่ใกล้โครงการที่สุดก็คงจะเป็น 7-Eleven ที่อยู่ตรงต้นซอยสุขุมวิท 64 แยก 4 (ซอยพงษ์เวชนุสรณ์1) ห่างจากโครงการประมาณ 80 เมตร แต่สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างอื่นก็ไม่ค่อยมีมากสักเท่าไหร่

ซอยสุขุมวิท 64 นี้คือเห็นเด่นชัดเลยว่ามีคอนโด Low Rise ขึ้นมาเยอะมาก (ตามแผนที่ที่เป็นตัวหนังสือสีส้ม) ทั้ง Sari ของแสนสิริที่อยู่ฝั่งตรงข้าม, The Link VANO, May Fair Place, The Link condo, ถัดมาอีกหน่อยก็เป็น The Room และเดินไปสุดซอยก็เป็น Elio Del Ray ของ Ananda ส่วนคอนโดที่อยู่ใกล้ๆกัน คือเข้าไปทางซอยสุขุมวิท 64 แยก 4 (ซอยพงษ์เวชนุสรณ์1) คือ  Whizdom the Exclusive และ Whizdom ปุณณวิถี ของ Magnolia เรียกได้ว่าเพื่อนบ้านค่อนข้างเยอะทีเดียว รวมทั้งโรงแรมก็มี คือ Olive Resident ที่อยู่ติดกับ 7-11 นั่นเอง

แผนที่การเดินเท้า

การเดินทางมาโครงการในวันนี้ จะเป็นเส้นทางการเดินเท้า เริ่มต้นที่สถานี BTS ปุณณวิถี ใช้ทางออก 4 เดี๋ยวจะพาไปเดินเล่นดูสภาพแวดล้อมในซอยนี้กัน โดยระยะทางจากสถานี BTS ถึงโครงการประมาณ 310 ม. พร้อมแล้วก็ไปกันเลย

Map_BTS

 แผนที่แอเรียรอบสถานีของ BTS ปุณณวิถี (จะไปโครงการใช้ทางออกที่ 4 ใกล้ที่สุด)

สถานีปุณณุวิถี เป็นสถานีที่ไม่ได้มีบริเวณโดยรอบคึกคักอย่างสถานีอุดมสุขที่มีตลาดและชุมชนอยู่กันอย่างหนาแน่น แต่เป็นแหล่งที่พักอาศัยที่สร้างขึ้นใหม่ จึงจะพบคอนโดมิเนียมใหม่ๆจำนวนมากที่บริเวณรอบๆสถานีนี้ (โดยออกทางออก 4 ฝั่งขวามือจะเป็นฝั่งซอยเลขคู่นะครับ)

จากบนสถานี ใกล้ๆกับทางออก 4 มองลงมาจะพบซอยสุขุมวิท 64 อยู่ติดทางลง BTS เลย ซอยนี้มีจุดสังเกตง่ายๆคือหน้าปากซอยจะมี Anglo Singapore International School เห็นเด่นชัดนั่นเอง

ลงมาจากสถานีปุณณวิถี ทางออกที่ 4 แล้ว ร้านค้าใต้สถานีฝั่งนี้ไม่ค่อยมีร้านเปิดเลยเท่าไร ออกเงียบๆนิดนึง หากเป็นฝั่งตรงข้ามพอจะมีร้านค้าให้คึกคักอยู่บ้าง

เดินลงมาแล้วจะเห็นป้ายซอยสุขุมวิท 64 และป้ายซอยบางจากเนื่องจากเป็นทางเข้าไปยังโรงกลั่นน้ำมันบางจากเช่นกัน เลี้ยวขวาเข้าไปกันเลย

Moniiq_SV-8

หน้าปากซอยจะมีพี่วินอยู่ทางซ้ายมือติดรั้ว Anglo Singapore International School ส่วนขวามือจะเป็นร้านค้าต่างๆ ทั้งร้านขายยา ร้านอาหาร เป็นจุดที่สามารถแวะซื้อของใช้ของกินก่อนเข้าไปในโครงการได้นะ

อัตราค่าโดยสารพี่วิน ถ้าเรียกเข้าไปโครงการอยู่ที่ราคา 10 บาท เพราะเข้าไปนิดเดียว แต่ถ้าอากาศไม่ร้อนมาก หรือไม่ค่ำมากก็เดินสบายๆนะ 300 เมตร

Moniiq_SV-10

ซอยนี้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติ Anglo Singapore ทำให้แถวนี้มีเด็กนักเรียนและพ่อแม่ชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะ ในช่วงต้นซอยจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขนม ร้านตัดผม อยู่ใกล้ๆบริเวณโรงเรียนนี้แหละ

Moniiq_SV-12

ถัดเข้ามาหน่อยมีที่ดินว่างเปล่าเป็นพื้นที่ของโรงเรียนนานาชาติ Anglo Singapore ซึ่งมีแผนจะขยายโรงเรียนในอนาคต ในอนาคตซอยนี้จะเป็นซอยที่คึกคักเพิ่มขึ้นมาอีก

Moniiq_SV-13

ถัดจากโรงเรียนนานาชาติมาจะพบรั้วโรงเรียนสีชมพูเป็นรั้วโรงเรียนพิพัฒนาซึ่งเป็นโรงเรียนประถมครับ ดังนั้นช่วงเวลาเช้าเย็นคงจะมีผู้ปกครองมารับ-ส่งนักเรียนจำนวนมาก ก็จะทำให้การจราจรหนาแน่นในช่วงโรงเรียนเข้าและโรงเรียนเลิกได้เหมือนกัน

Moniiq_SV-14

ถัดจากโรงเรียนพิพัฒนาเข้ามาจะเจอ 7-11 ที่หัวมุมถนนด้านขวา จากตรงนี้จะห่างไปโครงการตรงไปอีกแค่ 80 เมตรเท่านั้น ซึ่ง 7-11 นี้แหละจะเป็นที่ซื้อของสะดวกซื้อที่ใกล้ที่สุดกับโครงการเรานั่นเองครับ

ฝั่งตรงข้าม 7-11 ซ้ายมือจะเป็นสตูดิโอของ Hafele ซึ่งรั้วของ Hafele นั้นจะติดกับที่ตั้งโครงการ The Tree สุขุมวิท 64 นั่นเอง

Moniiq_SV-31

ตรงเข้ามาอีกหน่อยเป็นโครงการ SARI คอนโด 8 ชั้นจากแสนสิริ ซึ่งที่ตั้งของโครงการเราอยู่ตรงข้ามเลย

แปลงที่ดินของโครงการ The Tree สุขุมวิท 64 อยู่ตรงข้ามกับ Sari คอนโด และ อาคารสำนักงานให้เช่า(ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Sale Office โครงการเราที่เช่าพื้นที่อยู่ที่ชั้น 3 ด้วย) / แต่เดี๋ยวจะขอเดินไปจนถึงท้ายซอยของสุขุมวิท 64 นี้ให้ดูคร่าวกันหน่อยครับ แล้วค่อยกลับมา

อาคารสำนักงานให้เช่า อยู่ตรงข้ามกับที่ตั้งโครงการ (ซึ่ง Sale Office โครงการเราที่เช่าพื้นที่อยู่ที่ชั้น 3 นี้)

ถัดมาทั้ง 2 ฝั่งจะเป็นคอนโด 8 ชั้นที่ขนาบถนนไว้นะ ซ้ายมือเป็น The Link VANO ที่ยังคงติด Sky Tube สีชมพูโบกสไวอยู่ ส่วนขวามือคือ Mayfair Place จาก PTF Realty

Moniiq_SV-34

เดินต่อมาไม่กี่ก้าวจะพบอาคารฝั่งขวาที่ติดกับ Mayfair Place คือ The Link เป็นคอนโดอีกเช่นกันนะครับ แต่ตัวนี้จะเก่ากว่า The Link VANO

Moniiq_SV-35

ถัดไปเป็น The Room สุขุมวิท 64 สร้างเสร็จมานานแล้ว น่าจะเป็นตัวแรกๆที่มาบุกเบิกในซอย 64 นะ จะสังเกตว่าคอนโดในซอยนี้เยอะมากๆเลยใช่มั้ยล่ะ แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะ เข้าไปยังมีโครงการที่ท้ายซอยอีก

ท้ายซอยเป็นสามแยกนะครับ หากเลี้ยวซ้ายจะไปซอยสุขุมวิท 66/1 ซึ่งสามารถไปออกสุขุมวิทบริเวณสถานีอุดมสุขได้ ซึ่งทางซ้ายมือนั่นเองเป็นที่ตั้งโครงการ Elio คอนโด Low Rise ที่มีจำนวนห้องพักเป็นพันยูนิตและ ส่วนหากเลี้ยวขวาขึ้นสะพานไปทางป้ายบางจาก จะเป็นเส้นทางไปโรงกลั่นน้ำมันบางจากที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของทางด่วน เดินมาถึงเกือบจะสุดซอยนับจำนวนคอนโดได้เยอะอยู่นะครับ ซอยนี้ช่วงเช้าและเย็นคงจะมีปริมาณรถเข้าออกไม่น้อยเลย

มองจากสะพานข้ามคลองนะครับ หากตรงไปตามทางจะเป็นทางข้ามไปอีกฟากหนึ่งของทางด่วนเพื่อไปยังโรงกลั่นน้ำมันบางจาก หากเลี้ยวขวาเข้าปั๊มน้ำมันปตท.ได้เช่นกัน ซึ่งปั๊มนี้เป็นปั๊มเล็กภายในจะมีทางเดินไปเข้าปั๊มใหญ่ที่เป็นจุดพักรถของคนใช้ทางด่วน ก็สามารถหาของกิน ร้านข้าว หรือหาร้านกาแฟทานที่ปั๊มใหญ่นี้ได้เหมือนกัน

แปลงที่ดินโครงการ

กลับมาที่ดินแปลงที่ตั้งโครงการกันอีกครั้ง โดยผมขึ้นมาถ่ายจากบนอาคาร Sale Office มองลงไป จะเห็นพื้นที่รอบๆข้างว่าฝั่งไหนโดนบังวิวอะไรบ้าง (โดยจะมีแผนที่ประกอบให้ดูง่ายๆในรูปถัดไป)

แผนที่ระยะประชิด(แก้ไข)

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

มาดูแผนผังบริเวณรอบๆโครงการ ที่ผมทำประกอบให้ดูคร่าวๆนะครับ โครงการคอนโดแบบ Low Rise จะไม่ได้เน้นเรื่องวิว กันอยู่แล้ว แต่ก็จะมีบางส่วนที่โดนบังในระยะประชิดบ้างแบบไหน

  • เริ่มจากทางทิศตะวันตกเฉียงหนือ : ติดกับถนนหน้าโครงการอย่าง ซอยสุขุมวิท 64 ที่ข้ามฝั่งไปจะเป็น Sari Condo ครึ่งนึง และก็อาคารสำนักงานที่สูงพอๆกันอีกครึ่งนึง ก็ไม่ได้ติดกันซะทีเดียวยังมีระยะห่างอยู่บ้างประมาณ 20 กว่าเมตร
  • ทิศตะวันออกเฉียงหนือ : ส่วนที่อยู่ด้านหน้าๆหน่อย วิวจะไม่มีอาคารบังใดเลย จะเห็นวิวที่จอดรถจากสตูดิโอของ Hafele ครับ แต่ช่วงครึ่งหลังจะชิดกับตัวสตูดิโอของ Hafele ซึ่งถ้าจะเอาพ้นหลังคาน่าจะต้องชั้น 6 เป็นต้นไป
  • ทิศตะวันออกเฉียงใต้ : ฝั่งนี้เป็นฝั่งที่โดนบล็อควิวประชิดมากที่สุด จะเป็นโกดังเก็บของ ที่สูงประมาณ ตึกแถว 5 ชั้น คือถ้าไม่ซีเรียสวิวก็ไม่อะไรมาก เพราะมองออกไปไม่ได้เห็นคนพักอาศัยอะไร แต่เป็นผนังอาคารในระยะประมาณ 10-15 เมตรแหละ แต่ถ้าอยากพ้นจริงๆก็คงต้องเลือกชั้น 7-8 ซึ่งน่าจะพ้นหลังคาไปแล้ว
  • ทิศตะวันตก : ฝั่งนี้ตรงกลางเลยจะติดกับอาคาร 4 ชั้นครึ่ง ซึ่งอยู่ชิดกับส่วนกลางของโครงการ ที่จัดเป็นพื้นที่สวนนั่นเอง แต่ระยะถัดออกไปหน่อยประมาณ 25-35 เมตร จะเป็นคอนโดเพื่อนบ้านอย่าง The Link Vano

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • รร.นานาชาติ Anglo Singapore ~ 250 เมตร
  • BTS ปุณณวิถี ~ 310 เมตร
  • ปิยะรมย์ สปอร์ตคลับ ~ 700 เมตร
  • Tesco Lotus อ่อนนุช ~ 2.5 กิโลเมตร
  • Bangkok Mall ~ 2.8 กิโลเมตร
  • BITEC บางนา ~ 3.5 กิโลเมตร
  • Gateway เอกมัย ~ 4.8 กิโลเมตร
  • Central บางนา ~ 5.6 กิโลเมตร
  • พาราไดซ์พาร์ค ~ 7.3 กิโลเมตร
  • ซีคอนสแควร์ ~ 7.8 กิโลเมตร
  • MEGA บางนา ~ 11.5 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โมเดลโครงการ โทนสีของอาคารจะเป็นสีเทาสลับกับสีน้ำตาลทองครับ ฝั่งด้านหน้าที่ติดกับซอยสุขุมวิท 64 ส่วนของทางเข้าออกมีแยกส่วนทางเดินไว้อีกจุดนึงด้านข้างซุ้มทางเข้ารถยนต์ จากมุมนี้จะมองเห็นว่าสระว่ายน้ำถูกเอาไว้ที่ชั้นดาดฟ้า

ฝั่งนี้เป็นฝั่งวิวทิศตะวันตกของโครงการ ซึ่งถ้ามองเข้าไปจะเห็นถึง Facility ที่ชั้น 1, ชั้น 8 และดาดฟ้า

ฝั่งนี้ทิศตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งจะอยู่ใกล้กับโกดัง จะเป็นโกดังเก็บของ ที่สูงประมาณ ตึกแถว 5 ชั้น

ฝั่งของทิศวิวตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนที่อยู่ด้านหน้าๆหน่อย วิวจะไม่มีอาคารบังใดเลย จะเห็นวิวที่จอดรถจากสตูดิโอของ Hafele ครับ แต่ช่วงครึ่งหลังจะชิดกับตัวสตูดิโอของ Hafele ซึ่งถ้าจะเอาพ้นหลังคา น่าจะต้องชั้น 6 เป็นต้นไป

ที่โครงการนี้ มียูนิตพิเศษที่ถูกวางตำแหน่งไว้หัวมุมติดกับถนนด้านหน้าโครงการด้วยครับ มีเพียงแค่ 3 ยูนิตเท่านั้น เรียกว่าแบบ Double Volume ที่กินพื้นที่ 2 ชั้น มีขนาดห้องประมาณ 80 ตร.ม.

ซูมบริเวณทางเข้าออกโครงการทั้งส่วนรถยนต์ และทางเดิน จะเห็นว่าตรงส่วนทางเดินโครงการยอมเสียพื้นที่ห้องชั้น 2 ไป เพื่อให้ซุ้มทางเดินเป็น Double Space / และมีส่วนที่เป็นสวนแนวตั้งมาติดกับสีตัวอาคาร ด้านหลังนั้นเป็นพื้นที่บันไดหนีไฟครับ

พื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 1 The Boutique Cordyard ที่เวลาใช้ต้องเข้าจาก Lobby ด้านในเป็น Double Volume (Wi-Fi บริเวณ Lobby) และเชื่อมต่อกับ Multipurpose Room

พื้นที่ส่วนกลางชั้น 8 เป็นห้อง Fitness ซึ่งด้านบนเป็น Roof Garden

ขึ้นมาที่ชั้นดาดฟ้า ก็จะมี Roof Garden + สระว่ายน้ำ ระบบเกลือขนาดประมาณ 3.7-5 x 25 เมตร ลึก 1.2 เมตร

ภาพจำลองบรรยากาศ ภายนอกตัวรูปแบบอาคาร และทางเข้าด้านหน้า

ภาพจำลองบรรยากาศ พื้นที่ส่วนกลาง บริเวณสวนใจกลางอาคาร The Boutique Cordyard

COURTYARD_BIRD

ภาพจำลองบรรยากาศ พื้นที่ส่วนกลาง บริเวณสวนใจกลางอาคาร The Boutique Cordyard (มุมสูง)

ภาพจำลองบรรยากาศ พื้นที่ส่วนกลาง บริเวณ Lobby Double Volume

ภาพจำลองบรรยากาศ พื้นที่ส่วนกลาง บริเวณห้องอเนกประสงค์ + Mailbox Area

ภาพจำลองบรรยากาศ พื้นที่ส่วนกลาง บริเวณห้องออกกำลังกายที่ชั้น 8

ภาพจำลองบรรยากาศ พื้นที่ส่วนกลาง บริเวณสระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้า ระบบเกลือขนาดประมาณ 3.7-5 x 25 เมตร ลึก 1.2 เมตร / Roof Garden

แปลนอาคารชั้นล่างนะครับ จากซุ้มทางเข้าออกด้านหน้า เข้ามาในอาคารการเดินรถจะเป็นแบบทูเวย์สวนกันได้ โดยมีทั้งที่จอดรถใต้อาคาร, กลางแจ้ง และลงไปจอดชั้นใต้ดินได้อีกรวมทั้งหมด 69 คันคิดเป็น 46% แต่ยังไม่มีแปลนชั้นใต้ดินให้ดูเลยยังไม่แน่ชัดว่ารวมจอดซ้อนคันจะเพิ่มเป็นกี่% พอเข้ามาในอาคารแล้วจะเป็นระบบ Keycard Access ทั้งหมด เข้ามาเจอโถงลิฟท์มีลิฟท์ 2 ตัว และถัดไปเป็นห้องจดหมาย Multipurpose และเชื่อมต่อกับ Lobby ที่ Space เป็นแบบ Double Volume โดยชั้น 2 จะเสียพื้นที่ห้องพักในส่วนนี้ไปเพื่อให้ลูกบ้านใช้งานได้ดูโปร่งน่าใช้และสวยงาม ห้องนิติบุคคลก็อยู่ติดกันนี่แหละ และส่วนของสวนหย่อม (The Boutique Cordyard) ที่อยู่กลางอาคารนั้นต้องมาเข้าออกที่ Lobby ตรงนี้ให้เป็น Private หน่อยครับ

ที่ชั้น 2 เริ่มเป็นส่วนของห้องพักอาศัยแล้ว ชั้นนี้จะมีจำนวนยูนิตอยู่ที่ 21 ยูนิต โดยจะเห็นจากแปลนว่า โครงการยอมเสียพื้นที่จาก Double Space ไปสองจุดคือที่โถงทางเดินทางเข้า กับ Lobby นั่นเอง ซึ่งก็หายไป 2 ห้อง / โถงทางเดิน(Corridor) ก็เป็นรูปทรงเดียวกับทรงอาคารคือตัว U โดยจะมีช่องแสงส่องผ่านเข้ามาได้ 2 จุดที่หน้าโถงลิฟท์และปลายอาคารฝั่งทิศใต้ / ที่นี่มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ไม่มีลิฟท์ Service อัตรส่วนจะอยู่ที่ 75:1 นะครับ

ตั้งแต่ชั้น 3-7 จะเป็นชั้นที่มีส่วนของห้องพักอาศัยแบบเต็มชั้นคืออัตราส่วนอยู่ที่ 23 ยูนิต จะเห็นได้ว่าห้องแบบขนาดใหญ่แบบ 2 Bed จะถูกวางไว้ตามตำแหน่งมุมอาคารนั่นเอง

ที่ชั้น 8 นี้ก็มี Facility อย่าง Fitness ให้ใช้ด้วย โดยการยกขึ้นเอามาไว้ชั้นบน ทำให้เวาใช้งานได้มองวิวสวนหย่อมชั้นล่างได้ และน่าใช้มากกว่าเอาไว้ชั้น 1 ชั้นนี้ห้องพักจะหายลงไปเยอะอยู่เหลือแค่ 15 ยูนิตเท่านั้น เพราะโครงการเลือกเอาสระว่ายน้ำที่เป็น Facility หลักไว้ชั้นดาดฟ้า เลยทำให้ชั้นนี้ด้านใต้เป็นส่วนของห้องงานระบบครับ

ขึ้นมาที่ชั้นดาดฟ้า โดยสามารถขึ้นได้จากลิฟท์ หรือเดินขึ้นบันไดมาจากชั้น 8 (ที่ติดกับห้อง Fitness) ชั้นนี้จะมี Roof Garden + สระว่ายน้ำ ระบบเกลือขนาดประมาณ 3.7-5 x 25 เมตร ลึก 1.2 เมตร แต่ว่าไม่มีห้องน้ำนะ ต้องเดินลงไปใช้ที่ชั้น 8 ตรงห้อง Fitness

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1 : Multipurpose Room
  • ชั้น 1 : Lobby Double Volume (Wi-Fi บริเวณ Lobby)
  • ชั้น 1 : The Boutique Cordyard
  • ชั้น 8 : ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง จำนวนเครื่องออกกำลังกาย(ยังไม่ระบุ)
  • ชั้น 8 : Roof Garden
  • ชั้น 8 : สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 3.7-5 x 25 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อ / ไม่มี Service Lift
  • อัตราส่วนลิฟท์ 75 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 69 คันคิดเป็น 46% (รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น n/a%)
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ห้องตัวอย่างห้องแรกที่จะพาไปดูเป็นแบบ 1 Bedroom Type 1B ขนาด 31.60 ตร.ม. เข้าไปในห้องนะเป็น Living Room พื้นที่ติดกันกับโซฟาเป็นครัวปิดและโซนรับประทานอาหารที่ด้านนอกเป็นระเบียงทำให้แสงส่องผ่านทะลุเข้ามาในตัวห้องนั่งเล่นได้ ส่วนของห้องนอน ก็มีระยะรอบด้านของเตียงนอนวางฟังก์ชั่นต่างๆได้ครบแต่ด้านข้างเหลือแคบหน่อย มีหน้าต่างบานเลื่อนช่องแสงส่องเข้ามากลางห้อง แต่การจะใช้ห้องน้ำต้องออกมาใช้ด้านนอกร่วมกับห้องนั่งเล่น ภายในห้องน้ำแยกส่วนแห้งและเปียกชัดเจนและได้ฉากกั้นด้วย

ที่โครงการนี้ขายแบบ Fully Fitted ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.55 เมตร, ส่วนครัวสูง 2.40 เมตร, ห้องน้ำสูง 2.30 เมตร / พื้นในห้องนั่งเล่นและห้องนอนเป็นลามิเนต พื้นครัวกับห้องน้ำเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ไซส์ 60 cm. / ครัวเป็นแบบครัวปิดได้ฉากกั้นประตูกระจกบานเลื่อน 2-3 ตอน ชุดครัวได้ของ Starmark ได้หน้าบานหมด Top เป็นหินเทียม ผนังกรุกระเบื้องให้ด้วย Hob&Hood&อ่างล้างจาน ได้ของ Franke / ห้องน้ำชุดอ่างและสุขภัณฑ์ได้ของ Kohler ได้กระจกฉากกั้นอาบน้ำ / ห้องนอนได้ตู้เสื้อผ้า Built-In / แอร์ 2-3 ตัวแล้วแต่ขนาดห้อง

เข้ามาถึงจะเจอกับส่วนห้องนั่งเล่นก่อนครับ ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.55 เมตร ระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.6 เมตร จะเห็นตำแหน่งแอร์ที่ได้อยู่เหนือประตูห้องนอน

ผนังติดกับทางเข้าห้องน้ำ เป็นส่วนที่มีพื้นที่วางชั้นวางทีวี หรือ Built-In เป็นชุดตู้เต็มผนังเพื่อความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์ที่สุด อาจจะทำเป็นตู้เก็บรองเท้าไปด้วยเลย

กลับหลังหัน ฝั่งตรงข้ามผนังของจริงจะเป็บฉาบเรียบทาสีธรรมดา แต่ห้องตัวอย่างทำเป็นไอเดียให้ดูว่าติดกระจกเงาจะช่วยเพิ่มมิติให้ดูกว้าง ส่วนของพื้นที่วางโซฟานั้น มีระยะวางแบบ 2-3 ที่นั่งได้เลย และมีระยะความกว้างที่สามารถเรื่องแบบรูปทรงตัว L ก็ยังได้

ติดกันด้านข้างเป็นส่วนของทางเข้าห้องครัว ซึ่งได้ประตูกระจกฉากกั้นบานเลื่อน 2 ตอน มากั้นส่วนทำให้กลายเป็นพื้นที่ครัวปิด ไม่มีกลิ่นรบกวนมาห้องนั่งเล่นเวลาประกอบอาหาร

เข้ามาในส่วนครัวแล้ว พื้นจะเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้แทนนะครับ ทางซ้ายมือเป็นพื้นที่รับประทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง และยังเหลือทางเดินไปมาได้

ลองกางเก้าอี้ออกให้ดูถ้าจะใช้งาน ก็ไม่ติดผนังทั้งสองฝั่งนะ

มาดูชุดครัวกันบ้าง ที่นี่ให้ครัวแบบเต็มชุด และได้ของตามนี้เลย โดยชุดครัวจะเป็นของ Starmark ด้านบนได้หน้าบานลายไม้สีโทนอ่อน

Hob&Hood ได้ของ Franke หน้าตาดูดี / Top ครัว เป็นหินเทียม / ผนังด้านหลังมีการกรุกระเบื้องมาให้เลย ซึ่งเหมาะกับเวลาทำครัวทำความสะอาดง่ายและเพิ่มความสวยงาม

หน้าตาของเจ้าอ่างล้างจานทรงสี่เหลี่ยมของ Franke

ด้านล่างมีช่องวางไมโครเวฟ และหน้าบานของชุดตู้จะเป็นไฮกลอสสีน้ำตาลอ่อน

ด้านในชุดเก็บของเป็นประมาณนี้ ซึ่งมีการแบ่งชั้นวาง ช่องเก็บช้อนส้อมเป็นสัดส่วน

ด้านข้างติดกันเป็นพื้นที่ชั้นวางตู้เย็น ซึ่งมีความกว้างประมาณ 90 ซม. แต่อย่าลืมเผื่อพื้นที่สำหรับผ้าม่านด้านข้างด้วยนะ

ประตูทางออกระเบียง เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ซึ่งจะเห็นว่าหน้าตาสีของกรอบบานวงกบจะเป็นสีออกน้ำตาลทอง เป็นอลูมิเนียมพาวเดอร์โค๊ท ซึ่งส่วนนี้มีการก่อธรณีกั้นสูงขึ้นมาประมาณ 9 ซม. เอาไว้ช่วยในเรื่องของกันฝนสาด หรือเวลาทำความสะอาดระเบียงไม่ให้น้ำเข้ามาในส่วนครัว

พื้นที่ของระเบียง ขนาดไม่เล็ก ไม่ใหญ่ มีขนาดประมาณ 0.80 x 2.1 เมตร

โดยทางขวามือเป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ มีการเดินท่อน้ำดีเอาไว้ให้ และด้านหลังมีเดรนระบายน้ำ และปลั๊กไฟครอบกันน้ำ

ส่วนของคอมแอร์ฯ ห้องนี้จะได้แอร์ 2 ตัว มีการแขวนเอาไว้และหันลมร้อนออกไปนอกอาคาร โดยมีระแนงของ Facade บังสายตาจากภายนอกเอาไว้ให้ดูเรียบร้อยสวยงาม

เข้ามาดูในส่วนของห้องนอน ห้องนอนสามารถวางเตียง King Size ได้นะ แต่ทางเดินด้านข้างเตียงทั้งซ้ายขวาก็จะลดลงอีก

ระยะทางเดินปลายเตียง ถ้ามีการวางเฟอร์นิเจอร์พวกชั้นวางทีวี ชั้นวางของแล้ว ก็ยังมีระยะเหลือทางเดินได้อยู่ประมาณ 40 ซม.

ที่ผนังปลายเตียง โครงการมีการแต่งให้ดูเป็นไอเดีย ว่าใช้ประโยชน์ใช้สอยให้คุ้มค่ายังไง

ช่องแสงจะเป็นหน้าต่างบานเลื่อนแบบในรูป ซึ่งขนาดได้ค่อนข้างใหญ่ดีนะ เลื่อนซ้ายขวาได้จากด้านบน

ระยะด้านข้างเตียงสองฝั่ง เหลือประมาณ 35 ซม. เหลือได้สำหรับเดินได้อย่างเดียวแล้วล่ะ

ทางซ้ายมือเป็นฝั่งที่ได้ตู้เสื้อผ้า Built-In จากทางโครงการ หน้าตาเป็นเช่นนี้ ทางซ้ายมือติดกระจกเงามาให้ ส่วนด้านบนไม่มีหน้าบานปิดอาจจะทำให้มีฝุ่นได้เวลาเก็บของ

เข้ามาดูในส่วนของห้องน้ำ ก่อนจะเข้ามาในห้องน้ำ มีการกั้นธรณีก่อขึ้นมาประมาณ 6 ซม. ส่วนเรื่องอุปกรณ์พวกอ่างล้างมือ สุขภัณฑ์ได้ของค่อนข้างดีอย่าง Kohler

ด้านบนก่อน ได้กระจกเงาพร้อมชั้นวางของ ผนังมีการก่อ Low Wall ขึ้นมาอีกสเต็ปเป็นชั้นวางของใช้ ของแต่งได้ และทางซ้ายมือสุดมีการเซาะร่องลึกเข้าไปอีก สามารถเก็บของชิ้นยาวๆได้

หน้าตาชุดอ่างล้างมือ ด้านล่างมีชุดตู้มีหน้าบานปิดด้วย ส่วนพวกการหยิบใช้งานของสายฉีดกับกระดาษชำระจะอยู่ทางขวามือ ซึ่งชิดหน่อยแต่ก็ยังพอใช้ได้

พื้นที่อาบน้ำมีการแยกส่วนแห้งและเปียกชัดเจน โดยทำทั้งธรณีสูงขึ้นมานิดหน่อย และได้กระจกฉากกั้นอาบน้ำแบบนี้เลย การเปิดเป็นแบบสวิงดันออกไปด้านหน้า / พื้นที่อาบน้ำระยะมาตรฐานไม่เล็กไม่ใหญ่ประมาณ 0.90 x 1.10 เมตร

ผนังกรุกระเบื้องไม่ได้เป็นลายเรียบซะทีเดียว มีทั้งแบบเรียบและมีลวดลาย หน้าตาของชุดฝักบัว ที่มีที่วางสบู่มาให้ 2 จุดครับ

ถัดมาดูห้องตัวอย่างอีกแบบนึงคือแบบ 1 Bedroom Plus (1C3-M) ขนาด 40.80 ตร.ม. ห้องนี้จะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เข้ามาในห้องนี้จะเป็นส่วนของ Living ที่เชื่อมต่อติดกันด้วยโซนรับประทานอาหาร และได้แสงส่องทะลุมาจากห้อง Multipurpose(อเนกประสงค์) ส่องผ่านเข้ามาจากระเบียงที่ติดกันอีกที ระเบียงห้องนี้จะวางคอมแอร์ 3 ตัวเลยนะครับ เพราะห้องนี้ได้แอร์ 3 ตัว ติดกันกับห้องอเนกประสงค์จะเป็นห้องนอน ที่ขนาดใกล้ๆกับห้องนอนแรกที่พาไปดู แต่จะพิเศษหน่อยคือได้หน้าต่างเข้ามุม ออกมานอกห้องซ้ายมือจะเป็นส่วนของห้องครัวที่กั้นฉากด้วยบานเลื่อน 3 ตอน ทำให้กลายเป็นส่วนครัวปิด และได้ Pantry ที่ขนาดใหญ่กว่า 1 Bed ธรรมดา โดยถ้าจะใช้ห้องน้ำต้องมาเข้าผ่านทางครัวนี่แหละครับ

เข้ามาในห้องเจอกับ Living Area ที่ต่อเนื่องติดกันไปเป็นโซนรับประทานอาหาร และได้แสงส่องทะลุมาจากห้อง Multipurpose(อเนกประสงค์) ส่องผ่านเข้ามาจากระเบียงที่ติดกันอีกที / ระยะดูทีวีประมาณ 2.30 เมตร

มองมาทาฝั่งขวามือ จะเป็นส่วนของพื้นที่ชั้นวางทีวี ซึ่งมีระยะที่ค่อนข้างกว้างทีเดียว สามารถทำชุดตู้เก็บรองเท้าชิดกับผนังได้เลย และตำแหน่งแอร์ที่ได้อยู่ด้านบนพอดี

ส่วนของพื้นที่วางโซฟา ถ้าเอาแบบไม่ชิดมากๆก็เลือกแบบ 2 ที่นั่งจะดีกว่า จะได้เลือกแบบมีที่วางแขนด้วย

ไอเดียการตกแต่งผนังของห้องตัวอย่างโดยใช้กระจกสีชาสลับกับไม้ และมีการซ่อนไฟมาตกแต่ง ใครชอบแบบนี้ก็ไปทำตามได้

พื้นที่โซนรับประทานอาหารที่ตำแหน่งอยู่ถัดจากโซฟา และอยู่ก่อนหน้าทางเข้าห้องอเนกประสงค์ ถ้าจัดวางแบบ 4 ที่นั่งก็จะพอดีไ สบายๆ แต่ถ้าเอาเก้าอี้มาไว้หัวโต๊ะเป็น 5 ที่นั่งก็ได้อยู่นะครับ แต่จะทำให้เดินผ่านไปมายากขึ้นนิดหน่อย

ห้องนั่งเล่นจะได้ช่องแสงที่ผ่านมาจากห้องอเนกประสงค์ทางซ้ายมือที่ติดกันเป็นระเบียง หรือต้องเปิดประตูห้องนอนทางขวามือ ถึงจะส่องผ่านเข้ามาได้

ฉากกั้นประตูกระจกใสบานเลื่อน 2 ตอนได้ตามนี้ ซึ่งพื้นที่ภายในห้องนี้ จะไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ที่เรียกว่าห้องอเนกประสงค์ (Multipurpose) เพราะเราจะสามารถจัดฟังก์ชั่นตามใจชอบเราได้เลยว่าอยากจะใช้งานเป็นอะไร อาทิเช่น เป็นห้องนอนเล็ก, ห้องทำงาน, ห้องดูหนัง 2, ห้องพระ เป็นต้น

ถ้าจะเลือกเป็นห้องนอนเล็กก็จะวางเตียงได้แค่ไซส์ 3 ฟุตนะครับ แต่แบบในห้องตัวอย่างเค้าจัดเป็นห้องนั่งเล่นแยกส่วน ห้องดูหนัง เลือกความยาวของโซฟาให้เกือบเต็มผนังสองฝั่ง และด้านหลังที่ผนังมีการติดตั้งชั้นวางเพื่อใช้ประโยชน์ของพื้นที่ใช้สอยแนวตั้ง (ส่วนของห้องนี้ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานจะถูกระดับลงเล็กน้อยเหลือเท่ากับห้องครัวคือ 2.40 เมตร)

ที่ผนังฝั่งตรงข้าม ด้านบนจะเป็นตำแหน่งของแอร์ที่ได้ และผนังเราสามารถติดทีวีแบบแขวนผนังได้

เชื่อมต่อกัน จะเป็นส่วนของพื้นที่ระเบียงนะครับ ซึ่งขนาดของระเบียงจะยาวกว่าห้องก่อนหน้านี้เล็กน้อย ขนาดอยู่ที่ประมาณ 0.80 x 2.45 เมตร

โดยที่ระเบียงห้องนี้ไม่ได้เอาเครื่องซักผ้าวางไว้เพราะ ห้อง Type นี้จะได้แอร์ 3 ตัว ด้านล่างเลยเป็นที่วางคอมแอร์แบบนี้แทน

ด้านบนก็จะเป็นเหมือนเดิมครับ

เข้ามาดูในห้องนอนกันบ้าง

68

โดยระยะรอบด้านของเตียง จะเหลือแบบค่อนข้างแบบเดินได้พอดีเท่านั้น คือปลายเตียงเหลือระยะประมาณ 50 ซม.(ยังพอติดทีวีแขวนผนังแล้วเดินได้) และด้านข้างเตียงทั้งสองฝั่งซ้ายขวาเหลือระยะประมาณ 35 ซม.

มุมทางขวามือเป็นพื้นที่ตู้เสื้อผ้า Built-In ที่ได้ หน้าตาเหมือนเดิม

มาดูหน้าต่างช่องแสงที่เข้ามาห้องนอนกันบ้าง ดูผิวเผินจะเหมือนห้องก่อนหน้าที่พาไปดูใช่ไหมละ

แต่จริงๆแล้ว เป็นแบบ Bay Window นะ ทำให้ได้แสงส่องเข้ามาได้มากกว่า และได้มุมมองวิวเพิ่มมากขึ้นด้วย

ส่วนของครัว จะอยู่ด้านนอกหน้าห้องนอน โดยได้ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนมาเป็นฉากกั้นส่วนครัวปิดแบบนี้

ลองเปิดออกให้ดูครับ การใช้งานเดินเข้าออกก็จะสะดวกดี เวลาเดินเข้าห้องน้ำก็ต้องมาผ่านตรงนี้ด้วยนะ

ชุดครัวเราจะได้ตามนี้เลย ห้องนี้ Pantry จะเป็นรูปตัว L มีพื้นที่ประกอบอาหารมากกว่า แต่พวกวัสดุอะไรที่ได้ก็เหมือนกัน

สิ่งที่แตกต่างคือ ตำแหน่งของที่วางเครื่องซักผ้าจะถูกจัดมาอยู่ใต้ Top ครัวตรงกลางแบบนี้ เพราะที่ระเบียงใช้วางคอมแอร์ฯ 3 ตัวไปแล้ว

พื้นที่วางตู้เย็นอยู่ติดกันทางขวาก่อนทางเข้าห้องน้ำ

เข้ามาในห้องน้ำแล้ว แยกส่วนแห้งเปียกจัดเจน แต่ด้วยรูปทรงขนาดห้องน้ำ ทำให้พื้นที่ส่วนแห้ง จะค่อนข้างจำกัดหน่อยเล็กน้อย

โดยทางขวามือจะเป็นส่วนของโซนอ่างล้างมือ มีชุดตู้ใต้อ่างและกระจกเงา / ส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นตำแหน่งของสุขภัณฑ์ ซึ่งนั่งแล้วเวลาหยิบจับใช้งานสายฉีดกับกระดาษชำระ ยังได้ระยะที่ดีกว่าห้องก่อนเสียอีก

ส่วนของพื้นที่ส่วนเปียก(พื้นที่อาบน้ำ) โครงการให้กระจกฉากกั้นเป็นบานเลื่อนออกจากตรงกลางแบบนี้ (ยี่ห้อ Original Duscholux)

นี่ครับเวลาเปิด เดินเข้าออกจะเป็นแบบนี้นะ โดยห้องนี้พื้นที่อาบน้ำจะกว้างหน่อย ขนาดพื้นที่ 1.0 x 1.45 เมตร

ตรงชุดฝักบัว กับที่แขวนได้เหมือนกันครับผม

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 12 Oct 2016

  • ราคาห้องเริ่มต้น 2.20 ล้านบาท (หรือประมาณ 80,000 บาท/ตร.ม.)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 80,000-110,000 บาท/ตร.ม.
  • Update 17/4/2017 ราคาเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 41 ตร.ม.
  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.55 เมตร / ส่วนครัวสูง 2.40 เมตร / ห้องน้ำสูง 2.30 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง,ทำสัญญาและผ่อนดาวน์ (สอบถามเจ้าหน้าที่สำนักงานขาย ณ ปัจจุบันอีกที)
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลของโครงการ The Tree สุขุมวิท 64 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 64 (ซอยพงษ์เวชอนุสรณ์) ซึ่งซอยนี้เป็นทางลัดระหว่างถนนสุขุมวิทช่วงซอยสุขุมวิท 64 กับทางไปขึ้นทางด่วนซึ่งอยู่ท้ายซอยสุขุมวิท 62 เส้นทางลัดนี้เป็นที่นิยมในช่วงเวลาเร่งด่วน เนื่องจากถนนสุขุมวิทเป็นถนนที่มีการจราจรค่อนข้างหนาแน่นสม่ำเสมอเพราะเป็นถนนเส้นหลักเส้นหนึ่งของกรุงเทพมหนครซึ่งมีอาคารสำคัญทั้งอาคารศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม รวมถึงวัดสำคัญๆ ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้จำนวนมาก แต่ถ้าใครไม่อยากเจอรถติด ก็ได้มีตัวช่วยในการเดินทางอย่างรถไฟฟ้าครับ โครงการนี้จึงมีทางเลือกในการเดินทางทั้งแบบใช้รถยนต์และแบบไม่ใช้รถยนต์ที่สะดวกใช้ได้

หน้าซอย 64 เข้ามาจะมีโรงเรียนนานาชาติ Anglo Singapore เลยมาหน่อยก็มีโรงเรียนพิพัฒนา ทำให้แถวนี้มีเด็กและผู้ปกครองค่อนข้างเยอะ สภาพแวดล้อมโดยรอบจะเป็นที่พักอาศัยและอาคารพาณิชย์ซะส่วนใหญ่ ในช่วงต้นซอยจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขนม ร้านตัดผม อยู่เยอะเพราะอยู่ใกล้โรงเรียน ช่วงเช้าและช่วงเย็นช่วงต้นซอยจึงคึกคักพอสมควร รวมทั้งมีพี่วินมอเตอร์ไซค์คอยรับคอยส่งคนในซอยด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกที่ใกล้โครงการที่สุดก็คงจะเป็น 7-Eleven ที่อยู่ตรงต้นซอยสุขุมวิท 64 แยก 4 (ซอยพงษ์เวชนุสรณ์1) ห่างจากโครงการประมาณ 80 เมตร แต่สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างอื่นก็ไม่ค่อยมีมากสักเท่าไหร่

การเดินทางโดยใช้รถยนต์ส่วนตัวสามารถเดินทางได้โดยผ่านถนนสุขุมวิท ถ้าต้องการเข้าเมืองไปยังถนนอโศกมนตรี สามารถออกปากซอยเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นสุขุมวิทแล้ววิ่งตรงไปได้เลย ส่วนถ้าจะออกนอกเมืองเพื่อมุ่งหน้าสู่ถนนบางนา สมุทรปราการ ก็ทำได้ไม่ยากโดยไปกลับรถบนเส้นสุขุมวิทซึ่งมีระยะห่างจากปากซอยสุขุมวิท 64 ประมาณ 200 ม. หรือถ้าต้องการเดินทางไปแหล่งงานย่านสาทร สีลม พระราม 4 ก็สามารถใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยทะลุจากถนนพงษ์เวชอนุสรณ์ออกไปทางด้านหลังซอย เส้นนี้จะเชื่อมไปทางไปขึ้นทางด่วนที่ซอยสุขุมวิท 62 แต่อย่าลืมเผื่อเวลารถติดในการเดินทางนะครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ สามารถเดินทางได้ด้วย รถไฟฟ้า BTS สถานีปุณณวิถี  ซึ่งสถานีกับตัวโครงการมีระยะห่างเพียงแค่ประมาณ 310 ม. จึงอยู่ในระยะเดินง่ายสบายๆ หรืออยากจะใช้ตัวช่วยอย่างพี่วินมอเตอร์ไซค์ก็ง่ายนะครับ เพราะซอยนี้เป็นแหล่งชุมชนอยู่อาศัยเพียบ อีกทั้งหน้าซอยสุขุมวิท 64 มีรถเมล์ที่วิ่งผ่านหน้าซอย คือ รถเมล์สาย 545 วิ่งระหว่างนนทบุรี-สำโรง, สาย 511 ปากน้ำ-สายใต้ใหม่ และสาย 23 อู่เมกา-เทเวศร์ ที่ร่วมให้บริการด้วย / และถึงเป็นในซอยก็ไม่ต้องกลัวไม่มี Taxi นะครับ เพราะซอยนี้คนอยู่เยอะบวกกับท้ายซอยไปทะลุปั๊มกับจุดพักรถขนาดใหญ่ Taxi เลยนิยมผ่านกันบ่อยๆนั่นเอง

โครงการนี้ขายแบบ Fully Fitted ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.55 เมตร, ส่วนครัวสูง 2.40 เมตร, ห้องน้ำสูง 2.30 เมตร / พื้นในห้องนั่งเล่นและห้องนอนเป็นลามิเนต พื้นครัวกับห้องน้ำเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ไซส์ 60 cm. / ครัวเป็นแบบครัวปิดได้ฉากกั้นประตูกระจกบานเลื่อน 2-3 ตอน ชุดครัวได้ของ Starmark ได้หน้าบานหมด Top เป็นหินเทียม ผนังกรุกระเบื้องให้ด้วย Hob&Hood&อ่างล้างจาน ได้ของ Franke / ห้องน้ำชุดอ่างและสุขภัณฑ์ได้ของ Kohler ได้กระจกฉากกั้นอาบน้ำ / ห้องนอนได้ตู้เสื้อผ้า Built-In / แอร์ 2-3 ตัวแล้วแต่ขนาดห้อง

การออกแบบหน้าตาอาคารทำออกมาได้สวยดีนะ ใช้โทนสีน้ำตาลกับเทาตัดกัน การวางผังอาคารเป็นรูปตัว U เพราะว่าไหนๆ รอบๆก็ไม่ได้วิวอะไรอยู่แล้วเพราะเป็นแบบ Low Rise เลยให้พื้นที่ห้องด้านในตัว U เห็นสวนหย่อมตรงใจกลางซะเลย อีกทั้งเลือกจัด Facility หลักๆไปไว้ที่ชั้น 8 กับดาดฟ้า ทำให้น่าใช้กว่าเดิมด้วย แบบห้องของที่นี่ก็จะมี 1 bed, 1bed+, 2bed เป็นหลัก โดยดูจากแปลนห้องแล้ว ค่อนข้างจัดฟังก์ชั่นได้ดี จะติดหน่อยแค่พวกแบบ type ใหญ่ขนาด 40 ตร.ม.ขึ้นไป จะมีพื้นที่เหลือนิดหน่อยบ้างเล็ก้อยยังไม่ลงตัว ก็ต้องแก้ด้วยการเลือกติดเฟอร์นิเจอร์ Built-In เอา และอีกอย่างที่แปลกคือห้อง 2 Bed นั้นได้แบบ 2 Bath แต่ว่าต้องออกมาใช้งานนอกห้องนอนหมดเลย

ส่วนของ Facility ที่นี่ให้มาไม่น้อยนะครับ กับระดับราคา ตัวอาคารทางเข้าออกใช้ระบบ Keycard Access ทั้งหมด เข้ามาเจอโถงลิฟท์มีลิฟท์ 2 ตัวไม่มีลิฟท์เซอร์วิส(อัตราส่วนลิฟท์ 75:1 ไม่มากไม่น้อย) และถัดไปเป็นห้องจดหมาย Multipurpose และเชื่อมต่อกับ Lobby ที่ Space เป็นแบบ Double Volume โดยชั้น 2 จะเสียพื้นที่ห้องพักในส่วนนี้ไปเพื่อให้ลูกบ้านใช้งานได้ดูโปร่งน่าใช้และสวยงาม ด้านนอกเป็นส่วนของสวนหย่อม (The Boutique Cordyard) ที่อยู่กลางอาคารให้เป็น Private / ชั้น 8 เป็นส่วนของ Fitness มองลงมาเป็นวิวสวน และชั้นดาดฟ้าเป็นของหลักอย่าง Roof Garden และ Infinity Edge Pool ระบบเกลือ ขนาด 3.7-5 x 25 เมตร ลึก 1.2 เมตร

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคาเฉลี่ย 80,000-110,000 บาท/ตร.ม., 12 Oct 2016

  • ทำเล 7.75/10 – ทำเลปุณณวิถีช่วงต้นซอย ไปไหนสะดวกมาก แต่ความอุดมสมบูรณ์น้อยกว่าสถานีอื่น
  • เดินทางด้วยรถ 8.0/10 – เดินทางสะดวกใกล้ถนนหลักสุขุมวิท ด้านหลังมีทางด่วนให้ใช้
  • ไม่ใช้รถ 7.75/10 – ระยะเดินไปรถไฟฟ้าสบายๆ ปากซอยมีพี่วิน,ป้ายรถเมล์ และในซอย Taxi ผ่านบ่อย
  • วัสดุ 7.75/10 – Fully Fitted ได้ของวัสดุค่อนข้างไปทางดี ถ้าเทียบกับราคาที่จ่าย
  • แบบ 7.75/10 – ออกแบบตัวอาคารกับ Landscape ดี ห้องแบบปกติก็ดี แต่แบบใหญ่มุมยังติดๆเล็กน้อย
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – Facilities ให้มาน่าใช้มาก และโอเคนะถ้าเทียบกับจำนวนยูนิต
  • MAIN-UPPER  CLASS
  • 7.86 / 10.00

 

BOTTOM LINE

The Tree สุขุมวิท 64 หมาะกับคนที่มองหาบ้านย่านทำเลสุขุมวิทตอนปลาย แต่ก็ไม่ได้ไกลจากเมืองมากนัก เน้นการใช้รถไฟฟ้า BTS เป็นหลักอยู่ในระยะเดินได้ได้สะดวก หรือจะใช้รถก็ดีเพราะอยู่ใกล้ถนนใหญ่อย่างสุขุมวิทและด้านหลังเป็นทางด่วน โดยที่จอดรถก็มีให้อยู่ระดับปานกลาง ซึ่งส่วนกลางจัดออกมาได้สวยและน่าใช้สำหรับคอนโดไม่น้อยหน้ารุ่นพี่บนเส้นนี้และราคาไม่สูงโดดเกินไป มีงบประมาณ 2.2 – 5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนชำระประมาณ 15,500 – 35,000 บาท/เดือน

 

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปครับ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )