รีวิวฉบับที่ 1755 .. วันนี้ผมจะพามาชมโครงการใหม่ติดถนนวิภาวดีรังสิตใกล้ห้าแยกลาดพร้าว ที่จัดเป็นทำเลยอดนิยมเพราะมีความอุดมสมบูรณ์สูง รายล้อมไปด้วยห้างและอาคารสำนักงานเต็มไปหมด กับโครงการ The Privacy จตุจักร คอนโด High Rise 34 ชั้น ห่างจาก MRT พหลโยธิน 500 เมตร มากับห้องหลากหลายขนาด พร้อมกับ Main Facilities ที่ชั้นดาดฟ้า ในราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท รายละเอียดโครงการจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยครับ

Fact @ 4 December 2018

  • THE PRIVACY JATUJAK (เดอะ ไพรเวซี่ จตุจักร)
  • บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนวิภาวดีรังสิต  เขตจตุจักร
  • คอนโด High Rise 34 ชั้น 847 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 35 ยูนิต
  • ที่จอดรถคิดเป็น 37% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 43%
  • ที่ดินประมาณ 3-0-25.5 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  เมษายน 2562
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : มิถุนายน 2564
  • 1 Bedroom 26 – 33.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 1 Bathroom 45 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.7 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 2 Bathrooms 53 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 8 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.5, 2.75 เมตร ห้อง Loft สูง 5.8 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVERAGE ประมาณ 141,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างรอการอนุมัติ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1739

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ

แผนที่จากทางโครงการครับ

ทำเลโครงการ The Privacy จตุจักร อยู่ใกล้กับห้าแยกลาดพร้าว ตั้งอยู่ติดถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งมุ่งหน้าไปดินแดง ซึ่งถนนวิภาวดีรังสิต เป็นถนนที่สามารถใช้เดินทางได้สะดวกทั้งการเข้าและออกกรุงเทพ เชื่อมต่อได้กับถนนสายสำคัญหลายๆสายเช่น ถนนพหลโยธิน, ถนนสุทธิสาร, ถนนรัชดาภิเษก, ถนนงามวงศ์วาน อีกทั้งยังมีจุดขึ้นลงทางด่วนไม่ไกลโครงการอีกด้วย ตัวโครงการอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต มีซอยวิภาวดีฯ 20 และ 22 ลัดเลาะไปโผล่ถนนลาดพร้าวได้ ซึ่งเป็นซอยลาดพร้าวที่เป็นเลขคู่ ไม่ว่าจะเป็นซอย 4, 6, 8 หรือ 10 โดยมีข้อดีที่สามารถเข้าไปที่เส้นลาดพร้าวได้โดยไม่ต้องผ่านทาง 5 แยกลาดพร้าว ซึ่งมีมหกรรมรถติดเป็นประจำอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังสามารถทะลุไปยังถนนรัชดาภิเษกได้อีกด้วย ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็สามารถเชื่อมต่อกับถนนพหลโยธินได้ง่ายเช่นกัน ไม่ว่าจะไปทางแยกหลัก หรือซอยลัดเลาะก็มีหลายซอยเช่นกัน เช่น ซอยเฉยพ่วง (ซอยข้างตึก Sun Tower) ทะลุจากถนนวิภาวดีฯไปยังพหลโยธินได้เลย นี่ยังไม่พูดถึงรถไฟฟ้าเลยนะ อยู่ไม่ไกลโครงการประมาณ 500 เมตร ก็มี MRT พหลโยธินให้บริการ ถือเป็นทำเลที่โดดเด่นและน่าสนใจใช้ได้เลย

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว เป็นการเดินทางหลักที่สะดวกสบาย เนื่องจากตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนใหญ่ เข้าออกสะดวก เป็นจุดสังเกตง่าย อย่างที่บอกไปข้างต้น มีซอยให้ลัดเลาะไปเชื่อมได้กับทั้งลาดพร้าวและพหลโยธิน หรือหากจะวิ่งบนถนนวิภาวดีรังสิตมุ่งหน้าออกเมือง ก็มีจุดกลับรถไม่ไกลจากตัวโครงการ ประมาณ 3-5 นาที อีกทั้งยังมีจุดขึ้นลงทางด่วนที่ไม่ไกลมากนักอีกด้วย แต่การอยู่ใกล้ห้าแยกลาดพร้าวก็อาจจะต้องทำใจเรื่องรถติดสักหน่อย โดยเฉพาะในช่วง Rush Hour ของแต่ละวันนะครับ

การเดินทางสาธารณะ  ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าจะสนใจ หลักๆเลยคือ MRT สถานีพหลโยธิน ห่างจากตัวโครงการประมาณ 500 เมตร และหากเลยไปอีก 1 สถานีที่ MRT สถานีจตุจักร ก็สามารถไป Interchange กับรถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิต ได้ด้วย ซึ่งช่วงเวลาเร่งด่วนทางโครงการก็มี Shuttle Bus รับส่งที่ MRT สถานีพหลโยธินให้ด้วย ส่วนบริเวณหน้าโครงการ มีป้ายรถประจำทางให้บริการพร้อมที่นั่งมีหลังคาสะดวกสบาย อีกจุดเด่นหนึ่งคือเนื่องจากเป็นโครงการติดถนนใหญ่ ทำให้สามารถเรียกรถ Taxi และ วินมอเตอร์ไซต์ได้ง่าย นอกจากนั้นขากลับมายังโครงการก็สะดวก บอกทางง่าย ปลอดภัย ไม่ต้องเข้าซอย

พื้นที่โครงการรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งจากทางฝั่งลาดพร้าว และจตุจักร ไม่ว่าจะเป็น Union Mall หรือ Central ลาดพร้าว ที่เป็นห้างสรรพสินค้าขาใหญ่ประจำย่านนี้อยู่แล้ว ส่วน HyperMarkets ก็จะมี Tesco Lotus ไม่ไกลจากตัวโครงการ และ Big C ลาดพร้าว ภายในถนนลาดพร้าว หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินตลาดนัด ก็มีตลาดนัดจตุจักร ตลาด อตก. ให้เดินเล่นกันได้ยาวๆ ในระยะเดินจะเน้นไปทางบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งจะมีร้านค้าร้านอาหารที่นิยมกัน รวมถึงร้านนั่งชิลยามค่ำคืนเรียงรายให้เลือกอีกเยอะพอสมควรเลย ภายในถนนลาดพร้าวเองก็มีร้านค้าและร้านอาหารมีชื่ออีกมากมายเช่นกัน อีกส่วนที่สำคัญของทำเลนี้คือมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ให้เลือกไปออกกำลังกาย สูดอากาศกันได้ถึง 2 จุดใหญ่ๆ คือสวนจตุจักร และสวนรถไฟ นอกจากนั้นยังมีกลุ่มอาคารสำนักงานจำนวนมากบนเส้นวิภาวดีรังสิตอีกด้วย เป็นแหล่งงานที่สำคัญของกรุงเทพเหมือนกัน ซึ่งหากใครที่ทำงานอยู่บริเวณนี้ ก็ถือว่าสะดวกทีเดียว จะเดินก็มีสะพานลอยข้าม หรือนั่งรถสาธารณะก็ไม่ไกล

ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งมุ่งหน้าไปดินแดง ซึ่งถ้าหากต้องการเดินทางมุ่งหน้าออกเมืองไปทางรังสิต ก็ต้องมากลับรถกันก่อน เลยไปประมาณ 2.2 กิโลเมตร ถ้าในเวลาปกติรถไม่ติดก็ใช้เวลาประมาณ 2-3 นาทีเองครับ

จุดขึ้นทางยกระดับอุตรภิมุขฝั่งมุ่งหน้าดอนเมืองที่ใกล้โครงการที่สุด คือด่านสุทธิสาร มีระยะทางจากโครงการประมาณ 3.3 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-5 นาทีครับ

ส่วนทางฝั่งขาเข้าเมือง คือ ด่านดินแดง1 จะอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 5.1 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-7 นาที โดยเส้นนี้จะไปเชื่อมกับทางด่วนศรีรัชและทางพิเศษเฉลิมมหานครได้ด้วยครับ

วันนี้จะพาเดินทางไปโครงการ ด้วนเส้นทางมาตรฐานและค่อนข้างสะดวก โดยการเดินทางสาธารณะด้วย รถไฟฟ้ามหานคร MRT สถานีพหลโยธิน ให้เราออกมาที่ประตูทางออกหมายเลข 2 จะขึ้นมาโผล่ที่ ต้นถนนลาดพร้าว แล้วเดินตามทางเลาะมาเรื่อยๆ ผ่านห้าแยกลาดพร้าว เดินเข้าถนนวิภาวดีรังสิต ระยะทางไม่ไกลมากนัก ประมาณ 500 เมตรก็ถึงแล้วครับ

เริ่มที่เราเดินมาถึง MRT พหลโยธิน ประตูทางออกหมายเลข 2 นะ ซึ่งจะมีตำแหน่งอยู่ที่บริเวณปากซอยถนนลาดพร้าว

MRT สถานีพหลโยธิน ภายในมี Metro Mall และร้านค้าต่างๆมากมาย ร้านกาแฟชื่อดัง Starbucks,  Cafe’ Amazon ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าให้เช่าขายของอีกมากมายเลย ภายในมีโต๊ะและเก้าอี้ให้นั่งได้ด้วย สามารถนั่งรอ นั่งทำงานได้ด้วยนะ

บริเวณหน้าสถานีมีป้ายรถประจำทาง ติดๆกันเลยครับ ซึ่งจะมีบางสายที่วิ่งผ่านหน้าโครงการเราด้วยนะ แต่เราจะเดินไปกันครับผม

เริ่มต้นที่ปากซอยถนนลาดพร้าว เดินไปทางห้าแยกลาดพร้าวนะ มีทางเท้าระยะประมาณ 2-3 เมตร ยกระดับสูงจากพื้นถนน เดินได้สบายนะครับ

เมื่อถึงห้าแยกลาดพร้าวให้เลี้ยวเข้าไปทางถนนวิภาวดีรังสิตเดินตามทางเท้าไปเลยครับ

หลังจากเลี้ยวมาจะเจอแนวอาคารพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นร้านค้า ร้านอาหารทั้งหมด ร้านส่วนนี้จะเปิดในช่วงเวลาค่ำๆ เป็นร้านอาหาร สไตล์นั่งชิล ช่วงวันศุกร์และเสาร์ คนจะค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวครับ มีโต๊ะตั้งหน้าร้าน บริเวณทางเท้าจะเหลือทางเดินค่อนข้างแคบ ต้องระวังกันด้วยนะครับ

เมื่อเดินพ้นแนวร้านอาหารมา จะมีช่วงทางเท้าที่กว้างยิ่งขึ้น เดินสบายมากขึ้น ให้เราเดินตรงต่อไปเข้าถนนวิภาวดีรังสิตไปเลยครับ

เดินเลยมาสักพักจะเจอสำนักงานขายของโครงการ The Saint Residences ซึ่งที่ตั้งโครงการก็จะอยู่ด้านหลังนี้เลยครับ เป็นโครงการเพื่อนบ้างใกล้เคียงกับเรานั่นเอง

เลยมาอีกสักนิดก็มีทางเข้าโครงการ The Saint Residences นะครับ ด้านหลังนั้นเป็น มหาวิทยาลัย Saint John ซึ่งอยู่ติดโครงการเรา

ฝั่งตรงข้ามมีแนวอาคารสำนักงาน Equinox, Sun Tower, T.S.T Tower, เล่าเป้งง้วน ครับ

ต่อมาเป็นซอยพหลโยธิน 24 ซึ่งภายในเป็นมหาวิทยาลัย Saint John ครับ ซึ่งติดกับพื้นที่โครงการเรานะ ตรงส่วนที่ล้อมรั้วในรูปนั่นแหละครับ

เมื่อเดินมาบริเวณหน้าโครงการ มีทางเท้าที่ค่อนข้างกว้างทีเดียว ประมาณ 4.5 เมตร ที่ริมถนนมีแนวรั้วกั้นไว้ให้ด้วย เดินสบาย ปลอดภัยครับ

เดินเลยพื้นที่โครงการมา สักนิดจะเจอสำนักงานขายของโครงการครับ  ตกแต่งสวยงาม โดดเด่นทีเดียว หากขับมาตามทางบนถนนวิภาวดีรังสิตก็สังเกตได้ไม่ยากครับ

ตัวโครงการมีพื้นที่ดิน 3 ไร่กว่า ติดถนนวิภาวดีรังสิต และทางยกระดับอุตรภิมุข การตั้งอยู่บนถนนใหญ่มีข้อดีอยู่หลายข้อเหมือนกันนะ หลักๆเลยคือการเข้า-ออกง่าย ดูโดดเด่นมองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกล มีความปลอดภัยในการเดินทางไม่ต้องเข้าซอยเปลี่ยว เรียกรถสาธารณะง่าย แต่ก็มาพร้อมความวุ่นวายและมลภาวะทางเสียงและฝุ่นเช่นกัน สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ ฝั่งติดถนนวิภาวดีรังสิต จะเป็นสำนักงาน โชว์รูม ซะส่วนใหญ่ มีอาคารสูงทางทิศเหนือคือ คอนโด The Saint Residence

  • ทิศเหนือ ติดกับ St.John’s University และ The Saint Residence กลุ่มอาคาร สูง 41 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ที่พักอาศัยแนวราบส่วนใหญ่
  • ทิศตะวันตก ติดกับถนนวิภาวดีรังสิต ถ้าข้ามถนนไปจะเป็นกลุ่มอาคารสำนักงาน
  • ทิศใต้ ติดกับ Show Room Royal Enfield และ Show Room BMW และที่พักอาศัยแนวราบ

ฝั่งตรงข้ามโครงการคือ ถนนวิภาวดีรังสิต อีกทั้งยังมีทางยกระดับอุตรภิมุขอีกด้วย ช้ามไปฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารสำนักงานต่างๆเรียงรายกันค่อนข้างเยอะครับ สำหรับคนที่ทำงานอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็มีสะพานลอยให้เดินข้ามได้ไม่ไกลจากตัวโครงการนะครับ

ไปดูฝั่งซ้ายมือของโครงการกันก่อนนะครับ ซึ่งเป็นฝั่งมุ่งหน้าไปดินแดงนะครับ ขนาดทางเดินทางเท้ามีระยะเท่าเดิม ถือว่าค่อนข้างกว้างเดินสะดวกครับ มีแนวกั้นสำหรับป้องกันไม่ให้รถยนต์และมอเตอร์ไซต์เข้าไปในทางเท้าได้ด้วย

เดินเลยมาสักนิดมีป้ายรถประจำทางให้บริการอยู่บริเวณเยื้องๆหน้าโครงการเลย ซึ่งมีตำแหน่งที่ถือว่าสะดวกมากๆ สำหรับคนที่ใช้การเดินทางประเภทนี้เป็นประจำ

เลยป้ายรถประจำทางมาสักพักเจอ Show Room Royal Enfield คลาสสิคไบค์สไตล์อังกฤษ เป็นแบรนด์จากอังกฤษ ซึ่งพึ่งเปิดตัวในไทยได้ไม่นานนะครับ มีรถมอเตอร์ไซต์ราคาตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนครับ

เลยมาเป็น Show Room BMW ขนาดใหญ่ทีเดียว เลยถัดไปนั้นเป็น Show Room Ducati มอเตอร์ไซต์สัญชาติอิตาเลี่ยนครับ

มาดูอีกฝั่งกันบ้างครับ ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่เราเดินมาโครงการกันเมื่อสักครู่นี้นะครับ บริเวณนี้เป็นทางเดินค่อนข้างกว้าง แต่ไม่มี Cover Way ซึ่งถ้าหากใครเดินทางเส้นนี้เป็นประจำ แนะนำให้พกร่มด้วยนะครับ สำหรับกันแดดและฝน

เลยมาเป็น Show Room BMW ขนาดใหญ่ทีเดียว เลยถัดไปนั้นเป็น Show Room Ducati มอเตอร์ไซต์สัญชาติอิตาเลี่ยนครับ

มาดูอีกฝั่งกันบ้างครับ ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่เราเดินมาโครงการกันเมื่อสักครู่นี้นะครับ บริเวณนี้เป็นทางเดินค่อนข้างกว้าง แต่ไม่มี Cover Way ซึ่งถ้าหากใครเดินทางเส้นนี้เป็นประจำ แนะนำให้พกร่มด้วยนะครับ สำหรับกันแดดและฝน

กลับมาที่ซอยวิภาวดีฯ 24 ซึ่งบริเวณหน้าปากซอย มีสะพานลอยอยู่ด้วย ถือว่าไม่ไกลจากโครงการนะครับ ประมาณ 250 เมตร

ซอยวิภาวดีฯ 24 เป็นซอยตันนะครับ อย่างที่บอกไป ซึ่งภายในเป็นอาคารของ St.John’s University และบ้านพักอาศัยบางส่วน

เดินเลยมาสักนิดจะมีสะพานลอยนะครับ ซึ่งเป็นสะพานลอยแบบมีหลังคาให้ด้วยภายในมีไฟและราวเหล็กยาวตลอดแนว ปลอดภัยครับผม

เดินเลยไปทางห้าแยกลาดพร้าวกันต่อ จะเป็นทางเข้าโครงการ The Saint Residences นะครับผม

The Saint Residences เป็นกลุ่มอาคารสูง 41 ชั้น 3 อาคาร รวมๆแล้วมี 1500 กว่ายูนิต คนเยอะพอสมควรนะ

เลยมาเป็นจุดกลับรถสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากอีกฝั่ง ก็กลับรถบริเวณนี้แล้วเข้าโครงการนะครับ มีระยะประมาณ 300 เมตรจากตัวโครงการ ซึ่งในช่วงรถเยอะๆอาจจะตัดเข้าซ้ายยากซะหน่อยนะครับ ดูรถกันดีๆนะครับ ค่อนข้างอันตราย

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • อาคารเล่าเป้งง้วน ~ 450 ม.
  • อาคารซันทาวเวอร์ ~ 550 ม.
  • สนง.ใหญ่การบินไทย ~ 650 ม.
  • ตลาดลุงเพิ่ม ~ 700 ม.
  • เซ็นทรัลลาดพร้าว ~ 700 ม.
  • ไทยรัฐ ~ 750 ม.
  • Union Mall ~ 800 ม.
  • Tesco Lotus ลาดพร้าว ~ 1.2 กม.
  • รร.หอวัง ~ 1.2 กม.
  • Big C ลาดพร้าว 2 ~ 1.4 กม.
  • สวนรถไฟ ~ 1.4 กม.
  • ตลาดนัดสวนจตุจักร ~ 2.0 กม.
  • สวนจตุจักร ~ 2.0 กม.
  • รพ.สุทธิสาร ~ 2.4 กม.
  • สวนลุมไนท์บาซ่าร์ ~ 2.5 กม.
  • Major Cineplex รัชโยธิน ~ 4.0 กม.
  • รพ.โกลเด้นเยียร์ ~ 4.0 กม.
  • รพ.เปาโลเมโมเรียล ~ 4.2 กม.
  • บุญถาวร ~ 4.2 กม.
  • JJ Mall ~ 4.3 กม.
  • ตลาดโชคชัย 4 ~ 5.0 กม.
  • ม.ราชภัฏจันทรเกษม ~ 6.1 กม.
  • ม.เกษตรศาสตร์ ~ 8.5 กม.

เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ The Privacy จตุจักร ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 3 ไร่เศษๆ เป็นคอนโด High Rise 34 ชั้น 1 อาคาร 847 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต ที่ชั้น 1 นอกจากจะมีพื้นที่ Lobby และ Facilities ส่วนกลางอีกนิดหน่อยแล้ว ยังเป็นส่วนของพื้นที่ร้านค้าอีก 3 ร้านให้คอยให้บริการ รวมถึงมีพื้นที่จอดรถภายนอกอาคารด้วย ชั้น 2-7 จะเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมดคิดเป็น 37% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 43% ซึ่งอาจจะดูว่าน้อยไปสักหน่อย แต่ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีการสัญจรแบบสาธารณะอยู่ไม่ไกล จึงช่วยทดแทนเรื่องที่จอดรถและการเดินทางไปได้เยอะทีเดียว พื้นที่โดยรอบอาคารมีเพียงทิศเหนือที่มีอาคารสูง ส่วนทิศอื่นๆเป็นพื้นที่พักอาศัยแนวราบซะส่วนใหญ่ ซึ่งพื้นที่พักอาศัยของโครงการจะเริ่มที่ชั้น 8 ไปจนถึงชั้น 33 ดังนั้นจะสามารถได้รับวิวค่อนข้างโล่ง พื้นที่ส่วนกลางหลักๆทั้งหมดจะอยู่ที่ชั้น 34 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคาร มีข้อดีคือสามารถรับวิวมุมสูงได้รอบด้าน เป็นสัดส่วน มีการเข้าถึงและการจัดการง่าย ดูแลรักษาความปลอดภัยได้ดี

ตัวอาคารออกแบบด้วยสไตล์ Modern Luxury มีรูปทรงอาคารเป็นตัว L ตามแนวพื้นที่ดิน ซึ่งลักษณะอาคารประเภทนี้ จะมีมุมมองของห้องพักที่หลากหลายกว่าปกติ มีบางฝั่งที่จะเห็นแนวอาคารด้วยเช่นกัน จึงได้ออกแบบให้มีพื้นที่ส่วนกลางบางส่วน ที่สามารถเป็นได้ทั้งพื้นที่พักผ่อนและเป็นทัศนียภาพที่สวยงามให้แก่ห้องพักอาศัยได้ด้วยเช่นกัน โดยชั้น 1-7 ที่เป็น Podium ของอาคาร มีการตกแต่งด้วยเส้นไฟแนวตั้ง ดูเรียบแต่หรูหรา ถ้ามองจากมุมด้านล่างจะช่วยให้อาคารดูสูงขึ้นไปอีก มีความต่อเนื่องกันกับเส้นพื้นภายในโครงการ ส่วนพื้นที่ด้านบนเน้นเป็นส่วนของกระจกห้องพัก มีเส้นแนวตั้งเป็นแกนหลักๆ นอกจากจะรับวิวจากภายนอกสู่ภายในได้เยอะแล้ว ยังมีความต่อเนื่องกับส่วน Podium ด้านล่าง เป็นรูปด้านที่ดูเรียบหรูให้กับโครงการ

พื้นที่ทางเท้าหน้าโครงการปัจจุบันมีความกว้างค่อนข้างเยอะ จึงเป็นข้อดีที่ช่วยทำให้ระยะอาคารของโครงการดูดี ไม่ชิดถนนเกินไป รั้วรอบโครงการยังใช้เส้นแนวตั้งมาเล่นเช่นเคย มีความสอดคล้องกับตัวอาคาร ทำให้ไม่ดูทึบจนเกินไป แทรกด้วยต้นไม้จากสวน Hiden Forest ด้านหน้า ทำให้ดูร่มรื่น สร้างบรรยากาศได้ดีทีเดียว ที่สำคัญคือการเข้าออกโครงการมีการแยกฝั่งเข้าและออกชัดเจน มีป้อม รปภ. ที่ตกแต่งสไตล์เดียวกันกับรั้วโครงการอยู่ตรงกลาง ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ง่ายต่อการจัดการ

พื้นที่ส่วน Drop Off ของโครงการ ซึ่งจะมีส่วน Semi-Outdoor Lobby อยู่บริเวณด้านหน้า เป็นหลังคายื่นออกมารับพื้นที่ Drop Off มีการยกระดับฝ้าให้สูง ดูสง่าและสวยงาม มาพร้อมกับน้ำพุช่วยสร้างบรรยากาศ คือการค่อยๆนำเข้าพื้นที่โครงการ เป็นพื้นที่เหมือนชานหน้าบ้าน มีความ Relax มากกว่าภายใน

ส่วนตรงข้ามมี Hiden Forest พื้นที่สวนหน้าโครงการที่ถูกจัดไว้เป็นอย่างดี มีการตกแต่งภายในที่หลากหลาย เล่นระดับ และจัดแต่ละมุมให้เลือกใช้งานที่แตกต่างกัน นอกจากจะเป็นพื้นที่แรกที่รับสายตาสำหรับผู้มาเยือนแล้ว ยังเป็นบรรยากาศภายในที่ร่มรื่นหน้าอยู่ให้กับตัวโครงการอีกด้วย

ภาพจำลองส่วน Lobby Lounge ที่หน้าโครงการ หลังจากเข้ามาจาก Semi-Outdoor Lobby จะมีพื้นที่ภายในสำหรับรับรองทั้งลูกบ้านและ Visitor ซึ่งบริเวณนี้จะมีระดับพื้นถึงฝ้าค่อนข้างสูง ตกแต่างด้วยโทนสีขาว สว่าง สบายตา ด้วยผนังเป็นหิน White Onyx เป็นหินที่มีความแข็งแรงสูง ทนรอยขีดข่วน และลายจะคงทน สีไม่จาง พื้นลายหินอ่อนสีขาวและมุมนั่งเล่นที่หลากหลาย มีบันไดวนเชื่อมต่อไปยังชั้น 2 และ 3 ซึ่งเป็นพื้นที่ E-Library และ Meeting Room ตามลำดับ วัสดุปิดผิวบันไดเป็นหินอ่อน Phantom White ซึ่งจะเป็นหินอ่อนที่สามารถต่อลายได้ นิยมทำให้มีความต่อเนื่องของลายพื้น

เมื่อขึ้นมาจาก Lobby Lounge ชั้น 1 จะมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 2 คือ E-Library ซึ่งจุดเด่นของพื้นที่บริเวณนี้คือ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ใช่แล้วครับ สำหรับคนที่ชื่นชอบในการทำงานนอกสถานที่ หรือต้องการหาข้อมูล คงจะชื่นชอบพื้นที่นี้อยู่ไม่น้อย เพราะภายในนอกจากจะมีบรรยากาศเงียบสงบ ตกแต่งได้เรียบร้อยสบายตา มีมุมนั่งทำงานที่หลากหลายให้เลือกแล้ว ยังจะมี Wifi Free และปรับอากาศตลอดเวลาให้ด้วย

สำหรับใครที่ต้องการพื้นที่สำหรับทำงานเป็นกลุ่ม หรือประชุม ก็มีพื้นที่สำหรับรับรองกันด้วย ที่ชั้น 3 เป็นห้องประชุมที่จะมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น จากพื้นที่เมื่อสักครู่ ตกแต่งด้วยพื้นลายหินอ่อนและผนังลายไม้ เปิดมุมมองภายนอกค่อนข้างเยอะ ได้รับแสงจากธรรมชาติ มีระดับพื้นถึงฝ้าค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญพื้นที่บริเวณนี้ก็เปิด 24 ชั่วโมงเช่นกันนะ

ที่ชั้น 8 ซึ่งเป็นชั้นเริ่มของพื้นที่พักอาศัย มีสวนทางฝั่งทิศตะวันออกของอาคาร หันหน้าเปิดรับถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้ถูกจัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่สามารถได้รับวิวมุมสูงทางฝั่งด้านหน้าโครงการ เน้นปลูกต้นไม้นานาชนิด และพื้นที่นั่งที่หลากหลาย มีการเล่นระดับพื้นเพื่อแบ่งพื้นที่ เป็นทั้งพื้นที่นั่งพักผ่อน และเป็นบรรยากาศดีๆให้กับตัวพื้นที่พักอาศัยทางฝั่งด้านนี้ของโครงการด้วย

มาดูส่วน Sky Facilities กันต่อครับ ที่ชั้น 34 และดาดฟ้าบนสุดของอาคาร ซึ่งข้อดีของการยกพื้นที่ส่วนกลางมาไว้ด้านบนคือสามารถรับวิวมุมสูงไปด้วยได้ ซึ่งเป็นมุมมองที่ค่อนข้างเปิดโล่ง เห็นทั้งส่วน City View ของฝั่งลาดพร้าว รัชดา ทางฝั่งด้านหลังโครงการ และ Garden View ของฝั่งสวนจตุจักรทางด้านหน้าโครงการ สวยงามทีเดียว นอกจากนั้นยังเป็นการเข้าถึงง่าย เป็นสัดส่วน ง่ายต่อการจัดการและการรักษาความปลอดภัย ไม่โดนมลภาวะเรื่องเสียงและฝุ่นจากทางถนนใหญ่ พื้นที่ส่วนกลางด้านบนประกอบไปด้วย

  • Sky Pool
  • Jacuzzi
  • Sky Lounge
  • Co-Working Space
  • Sky Bar
  • Sky Terrace
  • Workout Space With Fitness On Demand
  • Theater Room
  • Kid’s Room
  • Co-Kitchen
  • Sky Garden
  • Jogging Track With Functional Training
  • Sky Deck

จัดว่ามีพื้นที่ค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียว

มาดูพระเอกของเรากันก่อนเลย สระว่ายน้ำระบบเกลือ รูปทรงตัว L ขนาด 30 x 6 เมตร ซึ่งจะมีพื้นที่ข้างเคียงค่อนข้างเยอะ มีส่วนของหลังคาปกคลุมบางส่วน ซึ่งเป็นกระจก ทำให้เกิดการสะท้อนกับแสงไฟและพื้นผิวของน้ำ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ มีพื้นที่ Pool Terrace ที่เป็นมุมนั่งเล่น มีทั้งแบบเตียงอาบแดด และที่นั่งแบบแขวน ที่จะอยู่เหนือพื้นที่ Shallow Pool สามารถเดิน หรือนั่งจุ่มขาได้เลยและ Sunken Seat ที่ทำให้ใกล้ชิดกับสระว่ายน้ำมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีสระเด็กและสระ Jacuzzi ให้ในตัวอีกด้วย ใช้งานได้หลายหลายกลุ่ม ถือว่าจัดมาให้ค่อนข้างครบและหลากหลายการใช้งาน เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าสนใจทีเดียวครับ

ภายในสระเองมีผนังเป็นกระจก ทำให้สามารถรับวิวได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นวิวให้กับพื้นที่อื่นๆข้างเคียงอีกด้วย เป็นส่วนสร้างบรรยากาศและความเคลื่อนไหวให้กับพื้นที่รอบข้าง ที่ถูกจัดเป็นมุมนั่งเล่น พักผ่อนต่างๆอีกมากมาย

พื้นที่ด้านข้างถูกจัดเป็น Pool Terrace ซึ่งเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor มีมุมนั่งเล่น รับบรรยากาศภายนอกนี้ รับวิวสองฝั่ง

มาดูส่วนภายในกันบ้าง พื้นที่ส่วน Co-Working Space นอกจากพื้นที่ E-Library แล้ว ยังมีพื้นที่นั่งทำงานอีกส่วน ที่ได้รับวิวสวนจตุจักรมุมสูง ในบรรยากาศที่เงียบสงบ ด้วยพื้นที่แบบ Double Volume และการตกแต่งที่ดูอบอุ่น ถ้าเป็นส่วนตัวผมเอง พื้นที่นี้คงจะเป็นมุมโปรดของผมเลยล่ะครับ

ส่วนต่อมาสำหรับสายออกกำลังกาย พื้นที่ Workout Space หรือ ห้องออกกำลังกายนั่นเอง ซึ่งจะรับวิวส่วนเมือง หันหน้าไปทางห้าแยกลาดพร้าว แต่ก็ยังแอบเห็นสวนจตุจักรอยู่บ้างนะ พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้าง จัดเครื่องออกกำลังกายมาให้ครบทั้งแบบ Cardio และ Weight Training

ส่วนสำคัญของพื้นที่นี้คือมีมุม Fitness On Demand ซึ่งจะออกกำลังกายแบบเป็น Class นั่นเอง เป็นการออกกำลังกายแบบส่วนตัว มีการเชื่อมต่อกับคนอื่น ซึ่งพื้นที่นี้ต้องจองล่วงหน้ากันนะครับ

พื้นที่ต่อไปคือส่วน Sky Lounge ซึ่งเป็นพื้นที่นั่งเล่น พักคอย คุยงาน ในบรรยากาศสวนจตุจักร และเมือง ภายในตกแต่งได้หรูหรา มีความกว้าง เนื่องจากเป็นผนังกระจกทั้งหมด รับวิวได้หลายได้ แต่ก็อาจจะรับความร้อนสูงเช่นกัน เหมาะกับการใช้งานช่วงเวลาเย็น หรือกลางคืน

ตัวอาคาร 34 ชั้น มีทั้งหมด 847 ยูนิต

  • ชั้น 1 ซึ่งส่วนชั้น 1 เป็นชั้นต้อนรับของโครงการ มีการแยก Lobby มี 2 ส่วนคือ Semi-Outdoor Lobby และ Lobby Lounge ซึ่งจะเป็นพื้นที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 2 และ 3 คือ E-Library และ Meeting Room ตามลำดับ มีร้านค้า 3 ร้านที่ชั้น 1 และพื้นที่จอดรถรอบๆอาคาร
  • ชั้น 2-7 คือ พื้นที่จอดรถภายในอาคาร คิดเป็น 37% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 43%
  • ชั้น 8-29 คือ พื้นที่พักอาศัย ที่มีห้องค่อนข้างหลายรูปแบบ มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง และประเภทของห้องบ้างในแต่ละชั้น มีระดับพื้นถึงฝ้า 2.5 และ 2.75 เมตร
  • ชั้น 30-33 คือ พื้นที่พักอาศัยเช่นกัน แต่จะมีพื้นที่บางส่วนที่เป็นห้อง Loft นั่นเอง มีระดับพื้นถึงฝ้าเพดานภายในห้องอยู่ที่ 5.8 เมตร
  • ชั้น 34 ชั้น Sky Facilities ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ที่ผมอธิบายไปบ้างแล้วในส่วนของภาพ Perspective ภายในชั้นนี้มีส่วนของดาดฟ้าด้วย ทำให้พื้นที่ด้านบนเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่ มีหลากหลายส่วน ทั้งหมดสามารถรับวิวมุมกว้างจากภายนอกได้ดีทีเดียว

รูปด้านอาคาร เน้นการใช้เส้นแนวตั้งในการออกแบบ ดูเรียบง่าย แต่หรูหรา ซึ่งในทางออกแบบเส้นตั้งนั้นให้ความรู้สึกมั่นคง จริงจัง ทางโครงการมุ่งเน้นให้ดูเรียบหรูสไตล์ Modern Luxury แต่ก็ยังผสมผสานความร่มรื่นอยู่เสมอ สังเกตได้จากพื้นที่สวนที่หลากหลาย ตามจุดต่างๆของตัวโครงการออกแบบให้มีการเชื่อมต่อกับตัวอาคาร และเป็นมุมมองภายในให้กับห้องพักอาศัยทั้งหลาย

ส่วนทางเข้าโครงการ ตัวโครงการติดถนนใหญ่ ซึ่งมีขนาดทางเท้าค่อนข้างกว้าง ทำให้มีระยะหน้าโครงการเยอะ ดูโล่งเด่น และปลอดภัย ส่วนตัวรั้วโครงการสูง 3 เมตร ใช้เส้นแนวตั้งเช่นเดิมในการตกแต่ง ถนนทางเข้าโครงการ

บรรยากาศการเดินรถภายในโครงการค่อนข้างร่มรื่น มีต้นไม้รับตั้งแต่หน้าโครงการทั้งฝั่งซ้ายและขวา แยกเลนเข้าและออกชัดเจน มีป้อมรปภ. อยู่ตรงกลาง มีการเข้าออกด้วยระบบ Key Card Access และการจดจำทะเบียน มีไม้กระดก และประตู Safty Gate ด้านใน ซึ่งในช่วงเวลากลางวันจะเปิดตลอด แต่ช่วงกลางคืนจะมีปิดเป็นเวลานะครับ

ส่วนแรกที่จะเป็นพื้นที่ที่พบคือสวน Hiden Forest ทางด้านหน้าโครงการ มีขนาดพื้นที่ใหญ่พอสมควร ภายในจัดได้ค่อนข้างหลากหลาย มีพื้นที่ยกระดับ และพื้นที่นั่งเล่น สามารถเดินสูดอากาศ นั่งพักผ่อน และเป็นบรรยากาศที่ดีให้กับตัวโครงการ ตัวอาคารมีระยะ Set Back ห่างจากถนนประมาณ 35-40 เมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างเยอะ ได้เรื่องของความเป็นส่วนตัว และช่วยลดมลภาวะจากฝุ่นและเสียงของถนนใหญ่ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

การวนรถภายในเป็นแบบสวนกันได้ทั้งหมด ยกเว้นส่วนของ Drop Off ที่จะเป็นพื้นที่ให้สามารถวนเข้ามา เพื่อส่งหรือรับผู้โดยสาร จากนั้นจะวนเข้าไปจอดรถภายในโครงการ หรือขับออกไปเลยก็ได้ พื้นที่ Drop Off ตกแต่งด้วยน้ำพุ ได้วิวสวน Hiden Forest มีพื้นที่ Semi-Outdoor Lobby ยื่นออกมารับ

การวนรถภายในโครงการอย่างที่บอกไปว่าเป็นแบบสวนกันได้ทั้งหมด ยกเว้นส่วนของ Drop Off ซึ่งที่ด้านหลังอาคารจะมีพื้นที่จอดรถรอบอาคาร และที่จอดรถบนอาคาร

พื้นที่จอดรถภายในอาคารจะอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกของอาคาร ขึ้นลงแบบสวนกันได้ พื้นที่จอดรถภายในอยู่ที่ชั้น 2-7 โดยจะมีที่จอดรถทั้งหมดคิดเป็น 37% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 43%

พื้นที่ด้านหลังสามารถจอดรอบอาคารได้ สำหรับ Visitor และลูกบ้านบางส่วน ซึ่งไม่ได้มีการทำทางเดินแบบ Cover Way ไว้ให้ในส่วนนี้

แต่มีทางเข้าด้านหลังโครงการให้นะ จะเข้าไปที่ส่วนของ Lobby Lounge เช่นกัน ถือว่าก็สะดวกอยู่ครับ

มาดูที่พื้นที่ส่วนกลางกัน ภายในอาคารด้านหน้าโครงการจะมีส่วนของ Lobby Lounge ซึ่งเป็นพื้นที่ต้อนรับ และเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 2 และ 3 เป็นส่วนของ E-Library และ Meeting Room ตามลำดับ นอกจากนั้นยังมีส่วนของร้านค้า 3 ร้าน ซึ่ง 1 ในนั้นจะเป็น 7-eleven ร้านสะดวกซื้อ ถือว่าสะดวกเลยทีเดียวครับ

ที่ส่วนของชั้น 8 ด้านหลังอาคาร ทางทิศตะวันออก มีส่วนของสวนแนวยาว ที่สามารถเดินออกมาสูดอากาศได้ และเป็นบรรยากาศให้กับห้องพักอาศัยทางด้านนี้ด้วยเช่นกัน

ส่วนทางด้านหน้าอาคาร หันหน้าให้ถนนวิภาวดีรังสิต เป็นสวนขนาดใหญ่ ซึ่งอย่างที่อธิบายไปบ้างแล้ว บริเวณนี้เป็นพื้นที่นั่งเล่น สูดอากาศ ที่ถูกจัดไว้ให้ค่อนข้างหลากหลายมุมเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นวิวให้กับห้องพักทางด้านที่จะหันมาชนกันเองบ้างอีกด้วย

มาถึงชั้นบนสุดของอาคาร ซึ่งอย่างที่บอกไปแล้วว่าเป็นพื้นที่ของชั้นส่วนกลางหลักของโครงการ มีขนาดค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว ประกอบไปด้วยพื้นที่หลายส่วน ซึ่งถ้าหากมองจากโมเดลโครงการแล้ว จะสังเกตได้เลยว่าพื้นที่ด้านบนส่วนนี้ ออกแบบให้สามารถรับวิวได้รอบด้าน จากทุกพื้นที่เลย ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้อยู่ในชั้น 34 ก็จริง แต่จริงๆแล้วก็มีดาดฟ้าขึ้นไปอีก ทำให้ถึงแม้จำนวนยูนิตของโครงการนี้จะเยอะ แต่พื้นที่ส่วนกลางที่ให้มา ก็มีจำนวนเยอะอยู่เหมือนกัน แถมยังถูกออกแบบให้แต่ละพื้นที่มีความพิเศษในตัวอีกด้วย พื้นที่ต่างๆที่บอกมา ประกอบไปด้วย

  • Sky Pool
  • Jacuzzi
  • Sky Lounge
  • Co-Working Space
  • Sky Bar
  • Sky Terrace
  • Workout Space With Fitness On Demand
  • Theater Room
  • Kid’s Room
  • Co-Kitchen
  • Sky Garden
  • Jogging Track With Functional Training
  • Sky Deck

มาดูฝั่งสระว่ายน้ำกันก่อนนะ บริเวณนี้เรียกได้ว่ามีพื้นที่สระว่ายน้ำเป็นพื้นที่หลัก และมีพื้นที่รอบข้างที่สามารถได้รับทั้งวิวมุมสูงของอาคาร และบรรยากาศของสระว่ายน้ำในเวลาเดียวกัน เราไปดูรายละเอียดแต่ละพื้นที่กันครับ

เริ่มต้นที่สระว่ายน้ำ ซึ่งมีรูปทรงเป็นตัว L พร้อมรายละเอียดในส่วนต่างๆภายในค่อนข้างเยอะ ประกอบไปด้วย

  • Sky Pool : สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 30 x 6 เมตร
  • Kid’s Pool : สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก
  • Glass Jacuzzi Pool : มุม Jacuzzi ภายในสระว่ายน้ำ
  • Shallow Pool : พื้นที่สระตื้นมาพร้อมกับที่นั่งเหนือสระ
  • Pool Terrace : ระเบียงริมสระ พื้นที่นั่งเล่น พักผ่อนได้รับบรรยากาศของสระว่ายน้ำ
  • Sunken Seat : พื้นที่นั่งเล่นริมสระ ที่มีการลดระดับลงไป ให้เท่ากับตัวสระ
  • Reflective Ceiling : ฝ้ากระจก สะท้อนกับตัวสระ ให้บรรยากาศที่แตกต่าง

พื้นที่ Sky Bar เป็นกระจกรอบด้าน ทำให้สามารถได้รับวิวได้สองด้าน ทั้งวิวของสระว่ายน้ำทางฝั่งทิศตะวันตกทางฝั่งหน้าโครงการ และวิวทางฝั่งทิศตะวันออก ภายในเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อน รับวิว มีพื้นที่ภายในรับรองหลายรูปแบบ

ส่วนชั้นดาดฟ้าด้านบนถูกจัดเป็นสวน มี Jogging Track สำหรับวิ่งออกกำลังกาย พร้อมบรรยากาศรอบข้างที่มีทั้งความร่มรื่นจากพื้นที่สวน และวิวเมืองรอบด้าน

ส่วนพื้นที่อีกฝั่งค่อนข้างหลากหลาย มีฟังค์ชั่นภายในเยอะกว่าอีกฝั่ง แต่ทุกพื้นที่เน้นการรับบรรยากาศมุมสูงรอบข้างโครงการ ประกอบไปด้วย

  • Co-Working Space : พื้นที่นั่งทำงานในบรรยากาศเมือง
  • Workout Space With Fitness On Demand : พื้นที่ออกกำลังกาย มีห้องส่วนตัวสำหรับออกกำลังกายแบบเป็น Class ด้วย
  • Sky Lounge : พื้นที่พักผ่อน นั่งเล่น รับวิวเมือง
  • Theater Room : ห้องสำหรับดูหนังฟังเพลง
  • Kid’s Room : ห้องสำหรับเด็ก
  • Co-Kitchen : พื้นที่ครัว สำหรับจัดปาร์ตี้ พื้นที่ในส่วนนี้ต้องจองก่อน และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วยนะ
  • Sky Deck : พื้นที่ระเบียงดาดฟ้า รับวิวรอบด้าน
  • Sky Garden : พื้นที่สวนที่ชั้นดาดฟ้า

Sky Lounge มีผนังเป็นกระจกสูงยาวตลอดแนว รับวิว 3 ด้าน หันหน้าไปยังถนนวิภาวดีรังสิต ทางด้านหน้าโครงการ อีกทั้งยังได้รับวิวทั้งฝั่งซ้ายและขวาอีกด้วยนะ

พื้นที่ส่วนของชั้นดาดฟ้า ก็เป็นพื้นที่สวนเช่นกัน มี Jogging Track สำหรับวิ่งออกกำลังกาย เชื่อมต่อกับอีกฝั่ง นอกจากนั้นยังมีพื้นที่นั่งเล่นที่หลากหลาย มีส่วน Co-Kitchen เป็นส่วนพื้นที่ทำอาหาร สำหรับจัดปาร์ตี้ ให้เช่าใช้พื้นที่ บริเวณนี้มีส่วนของค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และต้องจองล่วงหน้าด้วยนะ อีกส่วนคือ Sky Deck ทางฝั่งด้านหน้าโครงการ เป็นพื้นที่รับรองสำหรับคนที่ต้องการมานั่งรับลมและบรรยากาศด้านบน

มาดูกันต่อที่ส่วนของแปลนนะครับ โครงการ The Privacy จตุจักร ตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 3 ไร่นิดๆ เป็นรูปตัว L ที่ด้านหน้าโครงการ มีถนนขนาดประมาณ 10 เมตร แบ่งเป็น 2 เลน เข้าและออกชัดเจน มีซุ้มรปภ.อยู่ตรงกลาง เมื่อเข้ามาภายในมีการเดินรถแบบสองทางทั้งหมด ยกเว้นส่วนของ Drop Off ที่เป็นจุดวนเข้าไปรับ-ส่ง และเลือกวนเข้าไปจอดรถภายในโครงการ หรือจะวนออกเลยก็ได้ ส่วนด้านในมีพื้นที่จอดรถรอบอาคาร และจอดรถภายในอาคารที่ชั้น 2-7 รวมทั้งหมดที่จอดรถคิดเป็น 37% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 43% นอกจากนั้นยังมีตำแหน่ง EV Charger ให้ด้วย

ภายในอาคารมีพื้นที่ส่วนกลางรองรับอยู่บ้าง ที่บริเวณชั้นด้านล่าง มีร้านค้า 3 ยูนิต หนึ่งในนั้นคือ 7-eleven ร้านสะดวกซื้อยอดนิยม นอกจากนั้นภายในมีส่วนของ Lobby 2 ส่วน ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกัน คือ Semi-Outdoor Lobby ทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับการเข้าออก เตรียมตัว ปรับพื้นที่ ส่วนพื้นที่ Lobby Lounge คือพื้นที่นั่งพักคอย เป็นเหมือนตัวแจกไปยังส่วนต่างๆต่อ ซึ่งมีบันไดเชื่อมไปยังพื้นที่ส่วนกลางของชั้น 2 และ 3 ด้วย นอกจากนั้นยังแจกไปยังพื้นที่ Mail Room, พื้นที่นิติบุคคล และโถงลิฟต์อีกด้วย

ชั้น 8 เป็นชั้นของห้องพักอาศัยชั้นแรก ซึ่งจะมีจำนวนยูนิตมากที่สุดอยู่ที่ 35 ยูนิต เนื่องจากเน้นไปที่ห้องพักแบบ 1 Bedroom เกือบทั้งหมด มีเพียงห้อง 2 Bedrooms 1 ห้อง ที่มุมฝั่งทิศใต้ มีลิฟต์โดยสารทั้งหมด 5 ตัว และลิฟต์ขนของ 1 ตัว อยู่ตรงกลางอาคาร ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่มีห้องพักอาศัยฝั่งไหนไกลเกินไป ทางเดินเป็นแบบ Double Corridor Loaded ซึ่งจะมีห้องพักอาศัยทั้งสองฝั่งทางเดิน ชั้นนี้จะมีพื้นที่สวนให้ด้วย ตั้งอยู่ที่มุมอาคาร  ช่วยเป็นทัศนียภาพทดแทนให้กับวิวมุมที่อาคารหันเข้าหากัน นอกจากนั้นยังเป็นสวนเดินเล่นพักผ่อน รับวิวได้อีกด้วย ที่ฝั่งทิศตะวันออกก็มีพื้นที่สวนด้านหลังด้วยเช่นกัน แต่ขนาดไม่ใหญ่นัก ทั้งสองส่วนนี้มีการเข้าออกแบบ Key Card มีประตูกั้น ทำให้ไม่รบกวนพื้นที่พักอาศัยของชั้นนี้ครับ

ขั้นมาที่ชั้น 9 จะมีลักษณะห้องพักอาศัยเหมือนชั้น 8 ทั้งหมด ยังเน้นห้องแบบ 1 Bedroom เป็นหลักอยู่ เพียงแต่จะไม่มีพื้นที่สวนแล้ว

เมื่อขึ้นมาที่ชั้น 11 จำนวนห้องต่อชั้นจะลดลง เนื่องจากจะเปลี่ยนจากห้อง 1 Bedroom เป็นห้องแบบ 2 Bedrooms มากยิ่งขึ้น ทางฝั่งหน้าโครงการ เหลือ 33 ยูนิต / ชั้น

เมื่อขึ้นมาที่ชั้น 30 และ 32 จะมีความพิเศษมากยิ่งขึ้น คือห้องฝั่ง ทิศตะวันตก แนวยาวจะเป็นห้อง Loft จำนวน 8 ห้องต่อชั้น ซึ่งจะมีฝ้าเพดานสูง 5.8 เมตร ส่วนชั้น 31 และ 33 จะมีจำนวนยูนิตน้อยที่สุด เนื่องจากพื้นที่บริเวณห้อง Loft ของชั้น 30, 32 จะเหลืออยู่เพียง 25 ยูนิต / ชั้น

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Hidden Forest
  • ร้านค้า 3 ยูนิต
  • Lobby Lounge
  • Semi-Outdoor Lobby
  • E-Library (24 Hours)
  • Meeting Room (24 Hours)
  • Sky Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือ รูปตัว L ขนาด 30 x 6 เมตร แบ่งสระเด็ก และสระ Jacuzzi ในตัว
  • Sky Lounge
  • Co-Working Space
  • Workout Space With Fitness On Demand
  • Sky Bar
  • Sky Terrace
  • Theater Room
  • Kid’s Room
  • Co-Kitchen
  • Sky Garden
  • Jogging Track With Functional Training
  • Sky Deck
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 170:  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถคิดเป็น 37% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 43%
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • รปภ. 24 ชั่วโมง


Product Walkthrough

มาเริ่มกันที่ห้องพักอาศัยแบบแรกกันเลย คือห้อง 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. ซึ่งเป็นห้องที่มีขนาดเล็กที่สุด และจำนวนมากที่สุดในโครงการ มาแบบ Fully Fitted มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.75 เมตร รูปร่างของห้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า จัดพื้นที่การใช้งานภายในห้องเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียงซักล้าง จัดพื้นที่การใช้งานในส่วนต่างๆไว้เป็นสัดส่วนชัดเจน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ส่วนห้องนั่งเล่น พื้นที่ห้องนั่งเล่นสามารถวางชุดโซฟาขนาดกลาง 2-3 ที่นั่งได้ พร้อมกับพื้นที่รับประทานอาหาร ส่วนในสุดคือห้องนอน ซึ่งจะมีตำแหน่งอยู่ติดกับผนัง และมีกระจกใสกั้นมาให้ ทำให้พื้นที่ภายในห้องได้รับแสงธรรมชาติไปด้วย

ส่วนต่อไปคือส่วนครัว เป็นครัวแบบปิด มีฉากกั้นมาให้ด้วย สามารถประกอบอาหารได้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นและควันจะเข้าไปรบกวนห้องส่วนอื่น พื้นครัวเป็นกระเบื้อง ง่ายต่อการทำความสะอาด มีเคาน์เตอร์ครัวมาให้ อีกทั้งยังมีตำแหน่งติดระเบียง ทำให้ง่ายต่อการระบายอากาศอีกด้วย พื้นที่ระเบียงมีขนาดพอเหมาะใช้งานได้จริง ส่วนสุดท้ายคือห้องน้ำซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงค่อนข้างง่ายจากทุกพื้นที่ภายในห้อง แต่มีตำแหน่งอยู่ด้านใน ทำให้ต้องใช้พัดลมระบายอากาศช่วย อาจจะต้องเปิดประตูระเบียงช่วยระบายอากาศอีกทางด้วย ไปดูรายละเอียดต่างๆภายในห้องกันเลยครับ

เมื่อเปิดเข้ามาภายในห้อง จะพบพื้นที่ส่วนแรกคือห้องนั่งเล่น มีระยะพื้นถึงฝ้า 2.75 เมตร พื้นภายในเป็นพื้นไม้ลามิเนต หนา 8 มม. มีคุณสมบัติผิวหน้าสามารถทนทานต่อรอยขูดขีดและแรงกดกระแทกได้ดี ผนังให้ Wallpaper มา พร้อมกับ บัวไม้ที่เชิงผนัง ภายในห้องจัดมาให้แบบ Fully Fitted สิ่งที่ได้คือ ตู้เสื้อผ้า ชุดครัว Wallpaper และ เครื่องปรับอากาศ Daikin 9,000 btu. จำนวน 2 เครื่อง นอกจากนี้ภายในห้องยังมี Home Automation อีกด้วย คือควบคุมการเปิดปิดเครื่องปรับอากาศและไฟได้ง่ายยิ่งขึ้น

ภายในถัดเข้าไปเป็นพื้นที่ห้องนอนมีฉากกั้นกระจกกั้นอยู่ ซึ่งมีข้อดีเชื่อมต่อมาถึงส่วนห้องนั่งเล่นส่วนแรกนี้คือ เป็นพื้นที่ติดริมอาคาร ทำให้มีช่องแสงทะลุฉากกั้นเข้ามาสู่ตัวห้องนั่งเล่นด้วยเช่นกัน

ประตูหน้าห้องเป็น HDF ขนาด 2.40 x 0.9 m. ขนาดสูงกว่าประตูปกติ โดยมีระบบเข้าแบบ Digital Door Lock ของ Unicor ใช้ได้ทั้ง สแกนลายนิ้วมือได้ถึง 100 ลาย, Password, Key Card, กุญแจ, OTP ชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีระบบเชื่อมต่อกับ Application ประตูสามารถเปิดให้เองได้เลย ถ้าได้รับสัญญาณในระยะใกล้ และในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ จะจับความร้อนและประตูจะปลดล็อคให้ง่ายต่อการออกและเข้ามาช่วยเหลือ ที่ด้านในห้องมี Stopper ป้องกันไม่ให้ประตูกระแทกกับผนัง

ที่ฝั่งด้านข้างมีประตูบานเลื่อนเชื่อมต่อไปยังส่วนครัว ระเบียงซักล้าง และห้องน้ำ แต่เดี๋ยวเรามาดูพื้นที่ในส่วนแรกนี้กันก่อนแล้วกันนะครับ

ฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบทาสี ให้ไฟ Downlight 2 ดวง พร้อมเครื่องปรับอากาศ Daikin 9,000 btu. มาให้ด้วย

ส่วนด้านในคือห้องนอนของห้องนี้ มีประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน เปิดแบบ Double Slice บานขวาสุดจะเป็นบาน Fixed  ช่วยทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาถึงภายในห้องนั่งเล่นส่วนนี้ด้วย ประหยัดไฟได้ดีเลยทีเดียว

ประตูมีตัวจับจะดวกติดตั้งพร้อมลางเลื่อนสไลด์ด้านล่างมาให้ครับ จะสังเกตว่า ส่วนต่อไปภายในห้อง ซึ่งพื้นที่ส่วนบานสไลด์นี้เมื่อเปิดกว้างสุดจะมีระยะ 1.5 เมตร

ภายในห้องนอนมีขนาดวางเตียง 5 ฟุตได้ ทางโครงการให้ตู้เสื้อผ้ามาด้วย แต่จะไม่ได้หน้าตาแบบนี้นะ ห้องนอนมีตำแหน่งติดผนังมีข้อดีในเรื่องของการรับวิวและแสงธรรมชาติได้ดี นอกจากนี้ยังมีบานกระทุ้งสำหรับเปิดรับลม ระบายอากาศได้อีกด้วย

ผนังกระจกค่อนข้างกว้างเลยนะครับ มีทั้งส่วนด้านล่างเกือบติดพื้นและด้านบนที่สูงเกือบจะถึงฝ้าเลย เรียกว่ากว้างเกือบจะทั้งแผ่นผนังเลยก็ว่าได้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นบาน Fixed ซึ่งไม่สามารถเปิดได้ มีบานกระทุ้งขนาด 45 x 125 ซม. อยู่ด้านข้าง รับลมระบายอากาศได้ดี

พื้นที่ข้างเตียงฝั่งชิดผนังเหลือค่อนข้างน้อย สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่บริเวณทางเข้าหน้าห้องมากขึ้น ควรเลื่อนเตียงให้ชิดผนังฝั่งนี้นะครับ แต่สำหรับคนที่คุ้นเคยกับการมีโต๊ะหัวเตียง ก็สามารถเลื่อนออกมาสักหน่อยได้ ยังมีพื้นที่อยู่นะ

ที่ผนังสามารถติดทีวีแขวนผนังได้ด้วย สำหรับใครที่ชอบนอนดูทีวี โดยจะมีพื้นที่ปลายเตียงเหลือ โดยจะมีระยะประมาณ 50 ซม. ซึ่งสามารถเดินไปมาได้สะดวก

พื้นที่ฝั่งทางเข้าห้องนอน ค่อนข้างกว้าง เนื่องจากมีตู้เสื้อผ้าให้มาด้วย จะเป็นแบบบานเลื่อน ทำให้ไม่ต้องใช้พื้นที่บริเวณหน้าตู้มากนัก ทางฝั่งผนังปลายเตียงสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งได้นะ

ตู้เสื้อผ้าที่ได้มาจะมีขนาดเท่ากับห้องตัวอย่าง แต่ไม่ใช่สีนี้นะครับ ซึ่งเราสามารถดูเป็นไอเดียในการจัดวางตำแหน่งต่างๆของห้องตัวอย่างได้

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวง ให้มาพร้อม เครื่องปรับอากาศ Daikin 9,000 btu. อีกตัวนะ

จบจากส่วนห้องส่วนแรกแล้ว ไปดูอีกฝั่งภายในประตูบานเลี่อนนี้กัน คือเป็นส่วนครัวติดระเบียงซักล้าง และห้องน้ำ โดยจะมีบานเลื่อนให้มาด้วยนะ ข้อดีของบานเลื่อนส่วนนี้คือเป็นรางแบบแขวน ไม่มีรางที่พื้น ทำให้ไม่ต้องกลัวสะดุดเลยนะ พื้นมีการเปลี่ยนจากไม้ลามิเนต หนา 8 มม. เป็น กระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. เพื่อง่ายแก่การทำความสะอาด

มาดูพื้นที่ครัวกันก่อน ภายในห้องครัวมีลักษณะเป็นครัวปิด อย่างที่บอกไปว่ามีบานสไลด์ปิดกั้นแบ่งส่วน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นหรือควันที่เกิดจากการประกอบอาหารจะไปรบกวนส่วนอื่นๆภายในห้อง อีกทั้งยังมีตำแหน่งอยู่ริมระเบียง ทำให้สามารถระบายอากาศได้ง่ายอีกด้วยครับ ภายในครัวมีเคาน์เตอร์ Built-in มาให้ครับ

พื้นที่ภายในมีที่ยืนทำครัวจากเคาน์เตอร์ถึงผนัง มีระยะประมาณ 75 ซม. ยืนคนเดียวได้สะดวก บริเวณนี้ได้รับแสงธรรมชาติจากระเบียงซักล้างด้วยนะ นอกจากนี้ยังเปิดรับลมระบายอากาศได้ง่ายอีกด้วย

เคาน์เตอร์ที่ให้มามี 3 ระดับ ด้านบนสุดเป็นตู้เก็บของ มีหลายช่อง แบ่งเก็บของได้ค่อนข้างหลากหลายครับ เคาน์เตอร์ครัว Built-in มาให้เป็นเซทเดียวกัน โทนสีเทา ตกแต่งง่าย หน้าบานเป็นไม้ลามิเนต

หน้าบานเป็นแบบทำมุมที่เปิดไว้ ทำให้หน้าบานเรียบ ไม่มีที่เปิดหน้าบาน มีตัว Solf-Close สำหรับเปิดปิด ไม่มีเสียงดัง

บริเวณส่วนชั้นกลางเป็นส่วนของ อ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า พร้อมที่ดูดควัน และพื้นที่ทำครัว มี backsplash เป็นแนวกระจกยาว Top ครัว เป็นหินสังเคราะห์ Backsplash เป็นกระจกเงายาว

อ่างล้างจานของ Franke แบบ 1 หลุม ขนาด 35 x 40 ซม. ใช้ได้สะดวก

พื้นที่เตรียมอาหารค่อนข้างกว้าง ประมาณ 90 ซม. มีปลั้กไฟให้ด้วยสะดวกทีเดียว

ส่วนเตาไฟฟ้าของ Franke เช่นเดียวกัน มีจำนวน 2 หัว พร้อมที่ดูดควัน เป็นแบบระบบดูดออกนอกอาคาร

ด้านล่างมีหน้าบานเปิด ภายในมีพื้นที่เก็บของและลิ้นชักต่างๆ บานเปิดใต้อ่างคือส่วนถังขยะติดกับฝาบาน เปิดหน้าบานออกก็มีการเลื่อนตัวถังขยะออกมาด้วย ง่ายต่อการใช้งาน ส่วนกลางเป็นช่องสำหรับใส่เครื่องซักผ้าแบบหน้าบานเปิดด้านหน้า มีขนาดประมาณ 65 x 85 ซม. สามารถวางเครื่องซักผ้าแบบเปิดบานด้านหน้าไซต์มาตรฐานได้สบายๆครับ ส่วนที่เตาไฟฟ้า มีลิ้นชักสำหรับเก็บช้อนส้อม จานชาม เรียงขนาดของชั้นจากเล็กไปใหญ่จากบนลงล่างตามลำดับครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสีพร้อมไฟ Downlight 2 ดวง ครับ

ที่บริเวณริมผนังมีทางเชื่อมต่อไปยังระเบียง ซึ่งเป็นประตูกระจกบานเลื่อน กรอบบานอลูมิเนียม Powder Coat พร้อมกระจกเขียวตัดแสง

ระเบียงมีขอบสูงขึ้น 12 เซนติเมตร มาพร้อมตัวจับมีตัวล็อค มีทางออกที่เปิดกว้างมีระยะ 70 ซม. พื้นที่ระเบียงภายนอกมีขนาด 1.10 x 1.45 เมตร พื้นเป็น กระเบื้องเซรามิก ด้านนอกมีขนาดถือว่าเหมาะสม ใช้งานได้จริง เนื่องจากไม่ต้องวางเครื่องซักผ้า แต่ทางโครงการก็ให้ปลั้กไฟ และน้ำมาติดตั้งไว้ให้ด้วยนะ มีราวระเบียงเป็นระแนงเหล็กสูงจากพื้น 1.1 เมตร

ด้านบนวาง Condensing Unit 2 ตัว มีแนวตะแกรงเหล็กปิดไว้ให้ พร้อมไฟกิ่ง 1 ตัวครับ

มองกลับเข้ามาภายในตัวห้อง ไปดูที่ส่วนสุดท้ายของห้องนี้กันครับ คือส่วนห้องน้ำมีตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่ายจากทุกพื้นที่ แต่การที่มีตำแหน่งอยู่ด้านในห้อง จะทำให้ระบายความชื้นภายในห้องน้ำได้ยาก ทางโครงการก็ให้พัดลมดูดอากาศมา แต่ผมแนะนำให้เปิดประตู และระเบียงช่วยบ้างครับ

พื้นที่ภายในห้องน้ำขนาดกำลังพอดี มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวเข้าไป มีการจัดสรรสัดส่วนชัดเจน มีการเรียงส่วนอาบน้ำ ส่วนโถสุขภัณฑ์ และ ส่วนอ่างล้างมือ พื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ชนิดกันลื่นขนาด 60 x 60 ซม. ผนังเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนสวยงามทีเดียว สุขภัณฑ์เป็นของ Cotto ทั้งหมด

พื้นที่ภายในห้องน้ำเป็นแนวยาวตามทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าของห้อง มีพื้นที่ภายในแบ่งส่วนชัดเจนอย่างที่กล่าวไปเมื่อสักครู่ ภายในส่วนอาบน้ำได้ให้ฉากกั้นอาบน้ำมาให้ด้วยนะครับได้ตามห้องตัวอย่างนี้ทั้งหมดเลย ทางเข้ามีขอบสูงขึ้นประมาณ 6 ซม.

กระจกเงาขนาด 120 x 120 ซม. สามารถเปิดได้ทั้งซ้ายและขวา ข้างในเป็นช่องเก็บของ ขนาดบานละ 60 ซม.

อ่างล้างหน้าเซรามิกของ Cotto ขนาด 55 x 45 ซม. ด้านบนสามารถวางของได้

ด้านล่างเป็นเคาน์เตอร์ใต้อ่าง สามารถเก็บของได้สองชั้น ขนาด 45 x 50 ซม. หน้าบานไม้ลามิเนต ยกสูงขึ้นจากพื้น เพื่อให้ไม่โดนน้ำ และง่ายต่อการทำความสะอาด

โภสุขภัณฑ์ของ Cotto เช่นกัน มาพร้อมสายชำระ และที่ใส่กระดาษชำระแสตนเลส มาในตำแหน่งที่เหมาะสม

สายชำระแสตนเลสจับถนัดมือครับ มาพร้อมกับที่ใส่กระดาษชำระแบบแกนเสียบ ไม่มีฉากกันน้ำมาให้ ต้องระวังเปียกกันด้วยนะครับ

ส่วนอาบน้ำมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ เป็นข้อดีที่ป้องกันไม่ให้น้ำออกมาเลอะส่วนอื่น แบ่งส่วนการจัดการชัดเจน พร้อมราวจับแสตนเลส ภายในมีให้ทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower เลย

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 90 x 100 ซม. มีทางเข้าพื้นที่อาบน้ำ ประมาณ 65 ซม. ลดระดับลงประมาณ 3 ซม. มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุม

ส่วนอาบน้ำมีให้ทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower เลย มีช่องอาบน้ำให้ด้วยข้างๆ ขนาด 30 x 40 ซม. ต่อช่อง 3 ช่อง วางของได้เยอะทีเดียว

Hand Shower ของ Cotto ขนาดใหญ่อาบได้สะใจทีเดียว สามารถปรับรูปแบบการไหลของน้ำได้หลากหลายเลย

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวง และพัดลมดูดอากาศ 1 จุดครับ

ส่วนห้องตัวอย่างห้องที่ 2 ที่เราจะมาดูกันนี้นะครับ เป็นห้อง 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ 53 ตร.ม. ห้องนี้จัดมาให้แบบ Fully Fitted เช่นเดียวกัน พื้นห้องส่วนใหญ่ปูด้วยไม้ลามิเนต มีเพียงห้องครัวและห้องน้ำที่ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ภายในห้องความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.75 m. รูปร่างของห้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมเกือบจะจัตุรัส จัดพื้นที่การใช้งานภายในห้องหลักๆ เป็น 6 ส่วน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว, ห้องนอน Master Bedroom และห้องน้ำในตัว และระเบียง, ห้องนอน Second Bedroom, ห้องน้ำ มีการจัดพื้นที่การใช้งานในส่วนต่างๆไว้เป็นสัดส่วน แยกพื้นที่ส่วนกลางและส่วนพักผ่อนออกจากกันอย่างชัดเจน เมื่อเปิดประตูเข้ามาฝั่งขวามือจะเจอกับพื้นที่ห้องนั่งเล่น ขนาดค่อนข้างกว้าง ที่สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้ มีตำแหน่งติดกับผนัง รับแสงธรรมชาติให้กับตัวห้อง หันกลับมาฝั่งซ้ายมือ ตรงข้ามกับห้องนั่งเล่นจะเป็นส่วนห้องครัวแบบเปิด พื้นที่ครัวไม่ได้มีฉากกั้น อาจจะต้องระวังปัญหาเรื่องกลิ่นและควันจะไปรบกวนส่วนอื่นของห้องอีกด้วย

ส่วนต่อมาเป็นทางเข้าสู่ส่วนพักผ่อน มีทางเดินเพื่อนำเข้าสู่พื้นที่ห้องนอนหลักของห้อง มีห้องน้ำและระเบียงในตัว อีกส่วนคือทางเดินบริเวณห้องครัว โดยมีห้องน้ำหลักของห้องอยู่สุดท้างเดินฝั่งซ้ายมือ ขวามือเป็นส่วนของห้องนอนรอง ซึ่งจะมีพื้นที่ภายในสำหรับตู้เสื้อผ้ามาให้ด้วย ตรงกลางมีตู้สำหรับใส่เครื่องซักผ้ามาให้ด้วย ไปดูรายละเอียดภายในห้องกันเลยครับ 

เปิดประตูเข้ามาจะพบพื้นที่ภายในค่อนข้างกว้าง ขอเริ่มต้นที่ส่วนของห้องนั่งเล่นแล้วกันนะครับ ภายในมีระดับพื้นถึงฝ้า 2.75 เมตร พื้นเป็นไม้ลามิเนต หนา 8 มม. ผนัง Wallpaper พร้อมบัวไม้เชิงผนัง ภายในห้องจัดมาให้แบบ Fully Fitted สิ่งที่ได้คือ ตู้เสื้อผ้า ชุดครัว Wallpaper เครื่องปรับอากาศ Daikin 9,000 btu. จำนวน 2 เครื่อง และ Home Automation เช่นเดียวกันกับห้องก่อนหน้านี้เลยครับ

ประตูห้องขนาด Over Size มีระบบการเข้าออกแบบ Digital Door lock ของ Unicor นะ มี Stopper ให้เช่นกัน

ขอเริ่มที่ส่วนของห้องนั่งเล่นกันก่อนเลยนะครับ มีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางโซฟาตัว L ยาว เซทใหญ่ได้เลย ที่สำคัญคือมีจุดเด่นที่อยู่ในตำแหน่งติดผนังโครงการ ทำให้สามารถทำช่องแสงได้ค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว เป็นช่องแสงหลักให้กับห้องเลยทีเดียว โดยจะมีบาน Fixed ที่ด้านล่างและตรงกลาง ส่วนซ้ายและขวามีบานกระทุ้งขนาด 45 x 125 ซม. ช่วยทำให้รับลมและระบายอากาศได้ครับ

อีกจุดเด่นนึงของห้องนี้คือมีพื้นที่หน้าห้องค่อนข้างกว้างเลยทีเดียวครับ สามารถจัดพื้นที่ได้หลากหลาย ระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 3 เมตร สามารถใช้ทีวีขนาดใหญ่ได้ประมาณ 55-60 นิ้วครับ

ฝ้าเพดานให้มาแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 4 ดวงนะครับ

หันมาอีกส่วนนึงคือพื้นที่ครัวนั่นเอง พื้นที่ครัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ซึ่งของห้องนี้ที่จะได้คือครัวแบบเปิด มีลักษณะเป็น เคาน์เตอร์ตัว L มี 3 ระดับเหมือนเดิมครับ พร้อมเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นมาให้ด้านข้าง ขนาดประมาณ 75 x 175 ซม.  แต่ไม่ได้มีส่วนโต๊ะกินข้าวให้มาด้วยนะครับ ต้องหามาใส่เอง

พื้นภายในส่วนครัวจะเปลี่ยนเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 ซม. นะครับ ง่ายต่อการทำความสะอาดมากกว่าพื้นไม้ลามิเนต

ส่วนเคาน์เตอร์ด้านบนมีช่องใส่ของค่อนข้างเยอะเลย หลายรูปแบบมากๆ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นหน้าบานเรียบ ไม่มีตัวจับเปิด ใช้เป็นการทำมุมที่ขอบแทน และเป็นบาน Solf Close ครับ

ส่วนชั้นกลางเป็นเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน และอ่างล้างจาน พร้อมพื้นที่เตรียมอาหาร ซึ่งการมีลักษณะเป็นตัว L จะทำให้ง่ายต่อการใช้งานพื้นที่หลายๆส่วน หมุนตัวหยิบจับได้สะดวก Top ครัว เป็นหินสังเคราะห์ Backsplash เป็นแนวกระจกเงายาวตามเคาน์เตอร์เลย

อ่างล้างจานของ Franke ขนาด 50 x 40 แบบ 1 หลุม มีพื้นที่ด้านข้างสำหรับวางของได้เยอะทีเดียว

เตาไฟฟ้าแบบ 4 หัว ของ Franke พร้อมเครื่องดูดควัน มีพื้นที่เตรียมอาหารด้านข้างเยอะทีเดียว

พื้นที่เตรียมอาหาร วางของค่อนข้างเยอะ ข้อดีของการเป็นเคาน์เตอร์ตัว L คือการที่หมุนตัวหยิบจับอะไรง่าย ประหยัดพื้นที่ มีความสะดวกในการเดินและทำอาหาร พร้อมทั้งมีพื้นที่เหลือสำหรับวางโต๊ะกับเก้าอี้รับประทานอาหารด้วย

ด้านล่างมีช่องสำหรับใส่ไมโครเวฟให้ด้วย ขนาด 60 x 30 ซม. ที่ส่วนล่างของตู้มีร่องเว้นเข้าไปด้านในเล็กน้อย ทำให้เราสามารถยืนชิดเคาน์เตอร์ได้ครับ

ด้านล่างมีหน้าบานเปิด บานเปิดใต้อ่างคือส่วนถังขยะติดกับฝาบาน เปิดหน้าบานออกก็มีการเลื่อนตัวถังขยะออกมาด้วย ง่ายต่อการใช้งาน ส่วนอื่นๆ มีทั้งลิ้นชักสำหรับเก็บช้อนส้อม จานชาม ขนาดต่างๆ ตู้เปล่า สำหรับเก็บของขนาดใหญ่ ค่อยข้างหลากหลายเลยครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 4 ดวงครับ

ที่บริเวณด้านข้างของห้องครัวมีส่วนของประตูแยกไปยังห้องต่างๆ นั่นคือส่วนพักผ่อนของห้องนี้เช่นกัน ไปดูประตูใกล้เราที่สุดกันก่อนเลยครับ

ห้อง Master Bedroom มีทางเข้าออกที่เข้าถึงง่ายทีเดียว อยู่กลางห้อง ภายในมีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้ มีพื้นที่เหลือเดินได้รอบด้าน พร้อมทั้งยังมีห้องน้ำและระเบียงภายในห้องด้วย ระเบียงมีความกว้างยาวตลอดแนวห้องนอนเลย รับวิวและได้แสงธรรมชาติค่อนข้างเยอะ ทีเดียว

พื้นที่ปลายเตียงมีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางที่นั่งได้ด้วย มีระยะประมาณ 1.1 เมตร ทีเดียว หากจะติดทีวีแขวนผนังนอนดูอาจจะต้องใช้ทีวีขนาดใหญ่สักหน่อยนะครับ

พื้นที่ซ้ายและขวาของเตียง มีขนาดกว้างพอวางโต๊ะหัวเตียงได้ เดินเข้าออกสะดวกครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวง มีเครื่องประอากาศ Daikin 9,000 btu. ให้มาด้วย

ระเบียงของห้องนี้มีความกว้างตลอดแนว อย่างที่บอกไปแล้วนั้น มีประตูทางออกไปเปิดได้กว้างทีเดียว ระยะประมาณ 1.2 ม. รับลม ระบายอากาศได้เยอะทีเดียว

มีตัวล็อคติดตั้งมาให้ ที่พื้นมีรางสำหรับประตูบานเลื่อนออกไประเบียง มีขอบเพิ่มสูงมากขึ้น 10 ซม.

พื้นที่ระเบียงมีขนาด 0.8 x 3.35 เมตร ปูด้วยกระเบื้องเซรามิก มีปลั้กไฟและก็อกน้ำติดตั้งไว้ให้ด้วยครับ

ที่ด้านบนมีแขวน Condensing unit ของห้องนี้ 3 ตัว พร้อมระแนงปิดให้เรียบร้อย ริมผนังมีไฟกิ่งคอยให้แสงสว่างบริเวณนี้ครับ

มองกลับเข้ามาภายในห้อง อีกฝั่งหนึ่งของห้องนอนใหญ่มีส่วนของตู้เสื้อผ้า และห้องน้ำ เป็นทางเดินเข้าไปครับ

ทางเดินบริเวณนี้มีความกว้างประมาณ 80 ซม. ด้วยความที่ตู้เสื้อผ้าเป็นหน้าบานเปิดแบบสไลด์ด้านข้าง ทำให้ไม่ต้องใช้พื้นที่หน้าตู้เยอะนัก ถือว่ามีระยะที่เพียงพอครับ

ตู้เสื้อผ้าที่จะได้จะมีลักษณะเป็นแบบนี้เลยครับ สำหรับขนาดและสี เป็นกระจกสีดำ มีตู้เก็บของ วางกระเป๋าสำหรับคุณผู้หญิง ที่เป็นบานเปิด ส่วนอีกสองตู้ด้านในเป็นบานสไลด์

พื้นที่ภายในตู้แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ด้านบนมีพื้นที่กว้างพอสมควร สำหรับใส่ของขนาดใหญ่ ชั้นกลางเป็นราวแขวนเสื้อ ส่วนด้านล่างสำหรับฝั่งซ้ายคือพื้นที่ว่าง ส่วนฝั่งขวาคือลิ้นชักต่างๆไว้เลือกเก็บของแบ่งประเภท

ทางเข้าประตูห้องน้ำก็เป็นบานเลื่อนเช่นเดียวกัน เพื่อประหยัดพื้นที่ เป็นบานเลื่อนแบบ 3 ตอน เปิดแบบ Double Slice ไปทางขวามือครับ มีระยะทางเข้าอยู่ที่ 60 ซม.

ภายในห้องน้ำมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ถือว่าจัดมาให้แบบครบครันทีเดียว ประกอบไปด้วย อ่างล้างหน้าที่มาพร้อมเคาน์เตอร์เก็บของใต้อ่าง ส่วนโถสุขภัณฑ์ และส่วนอาบน้ำ ที่ให้มาทั้งอ่างอาบน้ำ Hand Shower และ Rain Shower ครับ ให้เลือกกันแล้วแต่ความชอบเลย สุขภัณฑ์ทั้งหมดเป็นของ Cotto หรือเทียบเท่านะครับ

พื้นที่ภายในห้องน้ำอย่างที่บอกไป ว่าไม่ได้มีความใหญ่มากนัก แต่จัดมาให้ครบ แบ่งสัดส่วนมาให้ชัดเจน ส่วนทางเข้ามีการลดระดับลงประมาณ 6 ซม. ส่วนอาบน้ำก่อขึ้นเป็นเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ สูง 55 ซม. ทำเป็นอ่างอาบน้ำ

ส่วนอ่างล้างหน้าเป็นเคาน์เตอร์ มาพร้อมกระจกติดผนัง เปิดเก็บของได้ ขนาดประมาณ 1.2 x 0.6 ม.

อ่าง Cotto ขนาด 55 x 45 ซม. พร้อมเคาน์เตอร์ด้านล่าง

เคาน์เตอร์มีช่องเก็บของ 2 ช่อง หน้าบานไม้ลามิเนต ยกสูงจากพื้น เพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด และไม่โดนน้ำครับ

โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัตของ Cotto มาพร้อมแผงควบคุมด้านข้าง และ ที่ใส่กระดาษทิชชู่ มาในตำแหน่งที่เหมาะสม

โถสุขภัณฑ์อัตโนมัตของ Cotto รุ่นที่สามารถปรับได้ค่อนข้างเยอะ ได้ทั้งการเลือกอุณหภูมิน้ำ อุณหภูมิของที่นั่ง ส่วนตัวที่ใส่กระดาษชำระไม่มีแผงกันน้ำมาให้นะครับ

ส่วนอาบน้ำให้มา 3 แบบเลย คือ ที่ให้มาทั้งอ่างอาบน้ำ, Hand Shower และ Rain Shower ครับ ให้เลือกกันแล้วแต่ความชอบเลย เป็นของ Cotto หรือเทียบเท่าทั้งหมดนะครับ ที่สำคัญคือมีแนวกระจกยาว รับวิวได้เต็มที่เลย

อ่างอาบน้ำขนาด 70 x 150 x 55 ซม. ของ Cotto เช่นกัน สำหรับอาบได้หนึ่งคน ซึ่งหากจะใช้ Hand Shower หรือ Rain Shower ก็ต้องเข้าไปยืนอาบในอ่างอาบน้ำครับ

มีฝักบัวอีกอันที่ส่วนของอ่างอาบน้ำด้วย พร้อมหมอน สำหรับนอนแช่น้ำ สบายทีเดียว

มีแนวกระจกที่เชื่อมกับส่วนของห้องนอนด้วย เป็นห้องอาบน้ำแบบ Sexy Bath ครับ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 1 ดวง และพัดลมดูดอากาศ

ไปดูกันต่ออีกห้องเลยนะครับ มีตำแหน่งทางเข้าอยู่ที่ทางเดินข้างพื้นที่ครัว พื้นที่ทางเดินบริเวณนี้ก็มีขนาดกว้าง เดินเข้าออกได้สะดวกทีเดียว

เมื่อเดินเข้ามาในสุดมีทางแยกออกไปฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ส่วนตรงกลาง เป็นตู้เก็บของครับผม

เปิดตู้ตรงกลางออกมาดู ถึงได้ทราบว่าเป็นตู้สำหรับเก็บเครื่องซักผ้า ซึ่งภายในของจริงที่จะได้จะไม่มีชั้นวางของมาให้นะครับ ต้องทำเพิ่มเติมเอง

ที่ด้านล่างของตู้ก็มีรูสำหรับระบายอากาศมาให้ด้วยนะ

มาดูห้องฝั่งขวามือกันก่อน ซึ่งคือห้องนอนรองนั่นเอง ถึงจะเล็กกว่า แต่ก็มีพื้นที่แต่งตัว และผนังที่รับวิวได้เยอะเช่นกัน เป็นบาน Fixed และบานกระทุ้ง ขนาด 0.45 x 1.25 ม. พื้นที่ภายในสามารถวางเตียง 5 ฟุต สามารถเดินได้รอบ มาพร้อมกับตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการจัดให้ครับ

พื้นที่ปลายเตียงค่อนข้างเยอะ สามารถติดทีวีริมผนังและสามารถนอนดูได้ แถมยังเหลือพื้นที่ทางเดินเยอะอีกด้วยประมาณ 80 ซม.

ด้านข้างเตียงมีพื้นที่เหลือพอสมควร ประมาณ 40 ซม. สามารถเปิดหน้าต่างยืนสูดอากาศได้นะ

อีกฝั่งคือตู้เสื้อผ้าครับ ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ ในห้องตัวอย่างจัดวางตู้เสื้อผ้ามาชนกับส่วนของโต๊ะเครื่องแป้งนะครับ น่าจะต้องเอาโต๊ะเครื่องแป้งออกเพื่อให้ใช้งานตู้เสื้อผ้าได้นะครับ

พื้นที่ด้านข้างฝั่งทางนี้มีขนาดความกว้างค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นทางเข้าห้อง และเป็นพื้นที่หน้าตู้เสื้อผ้าด้วย ทำให้ต้องมีพื้นที่แต่งตัวด้านหน้าด้วยนะ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี และไฟ Downlight 2 ดวง ให้เครื่องปรับอากาศ Daikin 9,000 btu.

มาดูส่วนห้องน้ำกันต่อครับ มีตำแหน่งอยู่ตรงข้ามห้องนอน พื้นที่ภายในห้องน้ำขนาดกำลังพอดี มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวเข้าไปเหมือนกับของห้อง 1 Bedroom ก่อนหน้านี้ มีการจัดสรรสัดส่วนชัดเจน พื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ชนิดกันลื่นขนาด 60 x 60 ซม. ผนังเป็นกระเบื้องลายหินอ่อน สุขภัณฑ์เป็นของ Cotto ทั้งหมด

พื้นที่ภายในมีขนาดค่อนข้างโอเค ทางเข้ามีขอบยกสูงขึ้นประมาณ 4 ซม.

กระจกเงาขนาด 1.20 x 1.20 ม. สามารถเปิดได้ทั้งซ้ายและขวา ข้างในเป็นช่องเก็บของ ขนาดบานละ 60 ซม. และผนัง Low wall ด้านล่าง ขนาด 0.15 x 1.25 ม.ใช้วางของได้เยอะทีเดียว

อ่างล้างหน้าเซรามิกของ Cotto ขนาด 55 x 45 ซม. ด้านบนสามารถวางของได้

ด้านล่างเป็นเคาน์เตอร์ใต้อ่าง สามารถเก็บของได้สองชั้น ขนาด 45 x 50 ซม. หน้าบานไม้ลามิเนต ยกสูงขึ้นจากพื้น เพื่อให้ไม่โดนน้ำ และง่ายต่อการทำความสะอาด

โถสุขภัณฑ์เป็นแบบอัตโนมัตจาก Cotto  มาพร้อมแบบแผงควบคุม และที่ใส่กระดาษทิชชู่ ติดตั้งมาให้ในตำแหน่งที่เหมาะสม

โถสุขภัณฑ์เป็นแบบอัตโนมัตจาก Cotto  ซึ่งจะไม่ใช่รุ่นเดียวกันกับของห้องน้ำในห้องนอนใหญ่นะ จะปรับฟังค์ชั่นต่างๆได้ไม่ละเอียดเท่าครับ มากับที่ใส่กระดาษทิชชู่แบบเดิม

ส่วนอาบน้ำมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ ป้องกันไม่ให้น้ำออกมาเลอะส่วนอื่น พร้อมราวจับแสตนเลส ภายในมีให้ทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower เลยเช่นกัน

ส่วนอาบน้ำมีให้ทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower เลย มีช่องอาบน้ำให้ด้วยข้างๆ ขนาด 30 x 40 ซม. ต่อช่อง 3 ช่อง วางของได้เยอะ

พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 0.95 x 1.10 ม. ลดระดับลงไปจากพื้นห้องน้ำประมาณ 3 ซม.

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวง และพัดลมดูดอากาศครับ

สวิทช์ไฟทั้งหมดของโครงการเป็นแบบ Touch Screen ของ Broadlink ครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 04 December 2018

  • 1 Bedroom ชั้น 8 ห้อง A0809 เนื้อที่ 26.50 ตร.ม. ราคา 3.29 ล้านบาท
  • 1 Bedroom ชั้น 10 ห้อง A1024 เนื้อที่ 30 ตร.ม. ราคา 4.28 ล้านบาท
  • 1 Bedroom ชั้น 11 ห้อง A1114 เนื้อที่ 26.50 ตร.ม. ราคา 3.63 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms ชั้น 11 ห้อง A1101 เนื้อที่ 53 ตร.ม. ราคา 8.07 ล้านบาท

  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.75 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • Shuttle Bus ไปกลับ MRT พหลโยธิน
  • จอง 30,000 บาท
  • ทำสัญญา 50,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม./เดือน จ่ายล่วงหน้า 2 เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล ทำเลที่ตั้งของโครงการตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งข้อดีของการมีโครงการติดถนนใหญ่เข้าถึงง่าย แต่ก็จะมีมลภาวะเรื่องเสียงและฝุ่นหน่อย แต่ทางโครงการก็มีระยะ Set Back แนวอาคารเข้าไปประมาณ 40 เมตร ห่างจากถนน ดังนั้นจึงช่วยแก้ไขปัญหาในจุดนี้ได้ค่อนข้างดี สำหรับถนนวิภาวดีรังสิต เป็นถนนที่สามารถใช้เดินทางได้สะดวกทั้งการเข้าและออกกรุงเทพ เชื่อมต่อได้กับถนนสายสำคัญหลายสาย ขนาบข้างด้วยถนนลาดพร้าว ซึ่งเป็นถนนที่มีความคึกคักสูง ไม่ไกลจาก MRT สถานีพหลโยธิน จึงทำให้ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถสาธารณะก็สะดวกทั้งนั้น ส่วนความอุดมสมบูรณ์รอบๆ พื้นที่โครงการรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งจากทางฝั่งลาดพร้าว และฝั่งจตุจักร มีให้เลือกทั้งห้างสรรพสินค้า และตลาดนัด รวมถึงสวนสาธารณะอีก 2 แห่ง ให้ไปสูดอากาศ ออกกำลังกายกันได้ และมีอาคารสำนักงานรายล้อมค่อนข้างเยอะไม่ว่าจะเป็นในส่วนของลาดพร้าว และวิภาวดีรังสิต สำหรับใครที่ทำงานในย่านนี้ก็ถือว่าสะดวกเลยล่ะครับ

การเดินทางโดยใช้รถ ทำเลใกล้แยกลาดพร้าว ก็เป็นที่ทราบกันดีเรื่องรถติดอยู่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงเวลา Rush Hour แต่การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ก็ยังเป็นการเดินทางหลักที่สะดวกสบาย เนื่องจากตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ มีซอยให้ลัดเลาะไปเชื่อมได้กับทั้งลาดพร้าวและพหลโยธินไม่ต้องรถติดบนแยกใหญ่ๆ หรือหากจะวิ่งบนถนนวิภาวดีรังสิตมุ่งหน้าออกเมือง ก็มีจุดกลับรถไม่ไกลจากตัวโครงการ ประมาณ 3-5 นาที อีกทั้งยังมีจุดขึ้นลงทางด่วนที่ไม่ไกลมากนักอีกด้วย แต่ที่จอดรถภายในโครงการไม่เยอะเท่าไหร่นัก โดยมีที่จอดรถคิดเป็น 37% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 43%

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ เป็นทางเลือกในการเดินทางที่น่าสนใจ เพราะมี MRT สถานีพหลโยธิน อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 500 เมตร แถมยังมี Shuttle Bus รับส่งจากทางโครงการให้อีก ในเวลาเร่งด่วน ส่วนบริเวณหน้าโครงการ มีป้ายรถประจำทางให้บริการพร้อมที่นั่งมีหลังคาสะดวกสบาย อีกจุดเด่นหนึ่งคือเนื่องจากเป็นโครงการติดถนนใหญ่ ทำให้สามารถเรียกรถ Taxi และ วินมอเตอร์ไซต์ได้ง่าย นอกจากนั้นขากลับมายังโครงการก็สะดวก บอกทางง่าย ปลอดภัย ไม่ต้องเข้าซอย

การออกแบบโครงการ การออกแบบโครงการทำได้ดีทีเดียว เนื่องจากตัวโครงการวางตามแนวที่ดินเป็นตัว L ทำให้มีบางฝั่งของอาคารต้องหันเข้าหากัน จึงจัดพื้นที่สวน เป็นวิวให้กับพื้นที่บริเวณนั้นด้วย นอกจากนี้ยังมีการร่นระยะตัวโครงการให้ห่างจากถนนเพื่อป้องกันมลภาวะทางฝั่นและเสียงที่จะมาพร้อมกับถนนใหญ่ พื้นที่ส่วนกลางถูกจัดไว้เป็นสัดส่วน ง่ายต่อการเข้าถึงและการจัดการ รวมถึงในแง่ของความเป็นส่วนตัว ไม่รบกวนชั้นที่มีห้องพักอาศัย พื้นที่จอดรถมีการจัดสัดส่วนได้ดี แยกกันชัดเจน จัดการง่าย เรื่องความสวยงามทางโครงการออกแบบให้แต่ละส่วนมีการเชื่อมต่อกันได้ดี ใช้เส้นแนวตั้งในการออกแบบส่วนต่างๆ มีความเป็น Unity

การออกแบบห้องพักอาศัย ออกแบบได้ค่อนข้างดีพื้นที่ภายในห้องพักเริ่มต้นที่ 26-53 ตร.ม. มีหลากหลายขนาดให้เลือก สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ง่าย เน้นการใช้งานที่มีความต่อเนื่องกันแต่ก็มีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนไม่อึดอัด โดยในแต่ละส่วนนั้นมีบานเลื่อนกั้นหรือประตูแบ่งออกจากกันชัดเจน แต่ก็ยังคำนึงถึงมุมมองภายในห้อง จึงเลือกใช้วัสดุที่ทำให้ห้องโปร่งโล่งน่าอยู่อาศัย เน้นการใช้กระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติได้ดี

วัสดุ วัสดุภายในโครงการผมคิดว่าให้มาค่อนข้างดีเลยนะ โครงการจัดมาให้แบบ Fully Fitted โดยจะให้ชุดครัว Wallpaper เครื่องปรับอากาศ และ ตู้เสื้อผ้า Built-in มาด้วย เริ่มต้นที่ประตูห้อง ให้มาแบบ Oversize และระบบ Digital Door Lock ซึ่งมีความพิเศษกว่าอันอื่นทั่วไป ใช้ได้ทั้งสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งบันทึกได้ถึง 100 ลาย, Password, Key Card, กุญแจ, OTP ชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีระบบเชื่อมต่อกับ Application ประตูสามารถเปิดให้เองได้เลย ถ้าได้รับสัญญาณในระยะใกล้ และในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้ จะจับความร้อนและประตูจะปลดล็อคให้ง่ายต่อการออกและเข้ามาช่วยเหลือ พื้นจะให้เป็นไม้ลามิเนตหนา 8 มม. แต่ผนังจะได้ Wallpaper สวิทช์ภายในห้องเป็น Touch Screen ทั้งหมด พื้นที่ครัวจะได้ Top เคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ Hob&Hood ของ Franke บานลามิเนต soft-close พื้นครัวเป็นแกรนิตโต้ง่ายต่อการทำความสะอาด ส่วนห้องน้ำได้สุขภัณฑ์เป็น Cotto ทั้งหมด ส่วนของห้องขนาดใหญ่จะได้เป็นโถอัตโนมัติด้วย

สาธารณูปโภค ถือว่าจัดมาให้เยอะทีเดียว นอกจากจะครบตามมาตรฐานแล้วยังมีมุมอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น E-Library และ Meeting Room ที่เปิดให้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วน Main Facilities ถูกจัดไว้เป็นกลุ่มที่ด้านบนอาคาร ง่ายต่อการจัดการ เข้าถึงง่าย ทุกพื้นที่รับวิวจากรอบอาคารได้ทั้งหมด นอกจากนั้นยังเป็นมุมมองดีๆให้กับพื้นที่อื่นๆภายในโครงการอีกด้วย และแต่ละพื้นที่ก็มีความพิเศษในตัวเองอีก เช่น สระว่ายน้ำที่มีกระจก Reflextion ด้านบน และมีผนังเป็นกระจกทำให้เข้าถึงวิวรอบด้านได้ดียิ่งขึ้น มีส่วนที่นั่งบน Shallow Pool มีพื้นที่ Sky Bar ที่รับวิวสระว่ายน้ำ และวิวภายนอกอาคาร ส่วนห้องออกกำลังกายก็มี Class พิเศษ ให้ร่วมอีกด้วยกับ Fitness On Demand รวมถึงพื้นที่ Co-Working Space เปิดมุมกว้างรับวิวเมือง และพื้นที่อื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมาย

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคา AVG 141,000 บาท/ตร.ม., 04 December 2018

  • ทำเล 8/10 – ทำเลลาดพร้าว-วิภาวดี ติดถนนใหญ่ ความเจริญรอบด้าน
  • เดินทางด้วยรถ 8.25/10 – ติดถนนใหญ่ ขึ้นลงทางด่วนง่าย แต่ที่จอดรถไม่เยอะ
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – ใกล้ MRT พหลโยธิน มี Shuttle Bus ใช้รถสาธารณะง่าย
  • วัสดุ 8/10 – Fully Fitted วัสดุภายในให้มาดี มี Home Automation
  • แบบ 8/10 – วางผังได้ดี ส่วนกลางเข้าถึงและจัดการง่าย ภายในห้องจัดเป็นสัดส่วนดี แบ่งพื้นที่ชัดเจน
  • สาธารณูปโภค 8/10 – ให้มาค่อนข้างเยอะหลากหลาย ในแต่ละพื้นที่มีความพิเศษ

  • HIGH CLASS
  • 8.04 / 10.00

BOTTOM LINE

The Privacy จตุจักร เหมาะสำหรับคนที่มองหาคอนโดหรือทำงานอยู่แถวห้าแยกลาดพร้าวและถนนวิภาวดีรังสิต เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือสาธารณะก็ได้ ใกล้แหล่งชอปปิ้งและตลาดนัดต่างๆ ชอบวิวสวนและเมือง ใช้พื้นที่ส่วนกลางเป็นประจำ วัสดุของที่ให้มาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาในย่านนี้ มีงบประมาณระดับ 3.5 – 9 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 25,000 – 65,000 บาท/เดือน