รีวิวฉบับที่ 1945 … มาแล้วกับทำเลใหม่ของทาง Origin กับโครงการ The Origin รามอินทรา 83 สเตชั่น ที่ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา เยื้องๆกับรพ.สินแพทย์ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยตัวนี้เป็นอาคาร Lowrise 8 ชั้น 8 อาคาร มี Facilities จัดเต็มที่อาคาร A และกระจายไปบางส่วนที่อาคารด้านหลัง รวมถึง Highlight เลยคือ Sky Running บนชั้นดาดฟ้า พร้อมแบบห้องให้เลือกถึง 5 แบบ จะเป็นอย่างไรไปดูกันค่ะ

Fact @ 17 September 2019

  • The Origin Ramintra 83 Station (ดิ ออริจิ้น รามอินทรา 83 สเตชั่น)
  • บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนรามอินทรา เขตคันนายาว
  • ที่ดินประมาณ 6-3-53 ไร่
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 8 อาคาร 879 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 17 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 42 % รวมจอดซ้อนคัน
  • เริ่มก่อสร้าง : Q4 / 2562
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q1 / 2564  Q4/2563 (Update 26/9/19)
  • 1 Bedroom 22.50 ตร.ม.
  • 1 Bedroom 26.00 ตร.ม. 26.00-27.00 ตร.ม. (Update 26/9/19)
  • 1 Bedroom แบบ Smart Walk-in Closet  26.00 ตร.ม.  26.00-27.00 ตร.ม. (Update 26/9/19)
  • 1 Bedroom Plus 34.00 ตร.ม. 30.00-34.50 ตร.ม. (Update 26/9/19)
  • 2 Bedrooms 43.50 ตร.ม. 43.50-44.00 ตร.ม. (Update 26/9/19)
  • ฝ้าเพดานสูง 2.40 เมตร
  • ราคา Promotion ณ วัน Presale 1.69 ล้านบาท / หรือตร.ม.ละ 75,100 บาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 85,000 บาท/ตร.ม. 79,900 บาท/ตร.ม. (Update 26/9/19)
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-030-0000

**โครงการเปิด Pre-sale 19 ตุลาคม 2562 ในราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.8352222,100.6663333
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ The Origin รามอินทรา 83 สเตชั่น ตั้งอยู่บริเวณถนนรามอินทราช่วงตอนกลาง เยื้องกับรพ.สินแพทย์ โดยรวมทำเลนี้จัดเป็นโซนที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบเป็นหลัก ไม่ค่อยมีคอนโดสักเท่าไร โดยเฉพาะคอนโดติดถนนใหญ่ ซึ่งถ้าเทียบกับช่วงต้นและปลายจะมีความคึกคักมากกว่า แต่ก็พอมีร้านค้าต่างๆให้เห็นกันอยู่บ้างนะ นอกจากนี้โครงการยังอยู่ระหว่างทางด่วน 2 เส้น ทั้งทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ที่วิ่งเข้าเมืองไปพระราม 9 อ่อนนุช และทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก ที่วิ่งไปรามคำแหง บางนา หรือออกไปทางสายไหม ลำลูกกาก็ได้ ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางมากยิ่งขึ้น

พูดถึงในแง่ของที่อยู่อาศัยในละแวกนี้ ส่วนใหญ่ยังสามารถหาโครงการแนวราบได้อยู่เรื่อยๆ ในราคาประมาณ 2-4 ล้านบาทก็ยังพอหาได้ แต่ก็ต้องเข้าไปข้างในถนนเลียบวงแหวน ซึ่งสำหรับคอนโดมิเนียมที่มาเปิดในทำเลนี้ จึงตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่อยากขยับขยายออกมาจากครอบครัวหน่อย แต่ไม่ได้อยู่ไกลกันมาก รวมถึงเน้น Facilities ที่ครบครัน และเดินทางได้สะดวก เพราะตัวโครงการติดถนนใหญ่รามอินทรา และเป็นเส้นทางที่มีรถไฟฟ้าสายสีชมพูตัดผ่านอีกด้วย ปัจจุบันอยู่ในระหว่างก่อสร้างค่ะ

โครงการของเราเรียกว่าใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์หลักของคนในย่านนี้เลย อย่าง Fashion Island และ Promenade มีครบทั้ง Shopping Center, Dining และ Lifestyle Mall แบบ All-in-One ถือเป็นห้างหลักของทำเลนี้เลย หรือละแวกใกล้ๆก็มีซอยคู้บอน ที่เป็นแหล่งชุมชน มีความคึกคักพอสมควร ทั้งร้านอาหาร ตลาด และ Mini Hypermarket ให้พอซื้อของได้อยู่ ขยับออกไปหน่อยก็มีทั้งตลาดสดและตลาดนัดหลายแห่ง รวมถึง Hyper Market ที่มีให้เห็นตลอดถนนรามอินทราเลยนะ ส่วนในระยะเดินแม้จะไม่ได้คึกคักมากนัก แต่ก็มี KFC Drive-Thru อยู่ในระยะที่เดินไปหาของกินได้ง่ายๆเลย

สำหรับสายสีชมพู (แคราย-แจ้งวัฒนะ-มีนบุรี) เป็นเส้นที่ไม่ได้วิ่งเข้ามาในเมืองเลย แต่จะเป็นเส้นที่เชื่อมกับรถไฟฟ้าถึง 4 สาย ทั้งสายสีส้ม, สายสีแดง, สายสีเขียว และสายสีม่วง ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว หรือ Monorail (ตัวรถไฟวิ่งคร่อมรางเดียว แตกต่างกับ BTS และ MRT ) ทำให้เส้นนี้สามารถก่อสร้างได้เร็วกว่าปกติ ที่คาดว่าปี 2564 น่าจะเปิดให้ใช้งานก็ได้แล้วนะ แต่ต้องรอดูของจริงกันอีกที

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ย่านนี้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วคือการมาของรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-แจ้งวัฒนะ-มีนบุรี) ที่วิ่งผ่านถนนรามอินทรา โดยสถานีที่ใกล้โครงการที่สุดคือ สถานีสินแพทย์ ที่อยู่ตรงรพ.สินแพทย์เลย ในระยะที่เดินได้ง่าย ซึ่งอาจจะไม่สามารถตอบระยะห่างได้ชัดเจนนะคะ แต่จากข้อมูลการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนประเทศไทยได้ให้ข้อมูลมาคร่าวๆ ว่าจะอยู่ตรงรพ.สินแพทย์เลย โดยในอนาคตโครงการนี้ก็จะมีตัวเลือกในการเดินทางได้สะดวกมากขึ้นด้วยรถไฟฟ้าค่ะ

ส่วนรถสาธารณะอื่นๆ ก็ไม่ลำบากนะคะ เพราะตัวโครงการติดถนนใหญ่ทำให้เรียกรถ Taxi ได้ ไม่เปลี่ยวเลย รวมถึงใกล้ๆก็มีสะพานลอยข้ามไปรพ.สินแพทย์ได้ด้วย ซึ่งตรงนั้นจะมีพี่วินมอเตอร์ไซค์รอให้บริการอยู่นะ

อย่างที่บอกว่าทำเลโครงการเด่นในเรื่องการใช้รถยนต์ เพราะใกล้ทางด่วนถึง 2 เส้นทาง โดยจุดแรกคือทางพิเศษฉลองรัช หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากสำหรับย่านนี้ว่า ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ สามารถเข้าเมืองได้โดยกลับรถไปถนนรามอินทราฝั่งขาเข้า แล้วเลี้ยวซ้ายที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม โดยมีระยะทางประมาณ 8.4 กม. แต่ต้องบอกก่อนว่าถนนรามอินทราในช่วงเวลาเร่งด่วน มีประมาณรถหนาแน่นเลยทีเดียว เราจึงมีอีกทางมาแนะนำให้ใช้ จะได้ประหยัดเวลาเดินทางได้มากขึ้น ไปดูแผนที่ถัดไปกันค่ะ

ในเมื่อโครงการใกล้กับทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก ซึ่งตรงนี้ไม่เสียค่าผ่านทางด้วยนะ เราสามารถเลี้ยวซ้ายวิ่งตามทางไป เพื่อขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาณรงค์ (ด่านจตุโชติ) ได้เลย โดยมีระยะทางประมาณ 9.8 กม. แม้จะดูแล้วอ้อมหน่อย แต่ก็ช่วยประหยัดเวลาการเดินทางไปได้เยอะพอสมควรเลยค่ะ

และที่ขาดไม่ได้คือทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก ซึ่งมีจุดขึ้นอยู่บริเวณแถวๆหน้า Fashion Island โดยเราขับตรงขึ้นสะพานเลี้ยวเข้าทางด่วนได้เลย โดยมีระยะประมาณ 2.7 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 นาทีเองนะคะ

สำหรับการเดินทางมายังโครงการวันนี้ เราแนะนำมาจากถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือเลียบทางด่วน-รามอินทรา ขึ้นสะพานกลับรถเข้าถนนรามอินทราฝั่งมุ่งหน้ามีนบุรี พอเข้าถนนรามอินทราให้ขับตรงไปตามทาง ขึ้นสะพานข้ามแยกคู้บอนไป หลังจากลงมาแล้ว ให้ชิดซ้าย โครงการเราอยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ

เอาล่ะ…เริ่มการเดินทางบนถนนประดิษฐ์มนูธรรมให้มุ่งหน้าไปทางมีนบุรี โดยให้ขับขึ้นสะพานตามป้ายมีนบุรีไป

พอขึ้นมาแล้ว ให้เบี่ยงซ้ายลงไปถนนรามอินทราฝั่งมุ่งหน้ามีนบุรีค่ะ

หลังจากนั้น ให้วิ่งบนถนนรามอินทราไปเรื่อยๆ ผ่านแยกนวลจันทร์ไป

ขับตรงไปสักพักจะมีสะพานข้ามแยกคู้บอนอยู่ ให้ขับตามป้ายมีนบุรีไปเลย ถ้าเบี่ยงออกซ้ายจะไปทางคู้บอน หรือบางกระปิ (ถนนนวมินทร์)

ขับข้ามสะพานไปเลย แต่ให้ชิดช่องซ้ายไว้นะ เพราะเดี๋ยวพอลงสะพานไปแล้วประมาณ 200 เมตร โครงการจะอยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ

ขับตรงมาจะเห็นโครงการอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวามือเป็นรพ.สินแพทย์ค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โครงการอยู่เยื้องๆรพ.สินแพทย์ตามรูปภาพ สังเกตภาพรวมในละแวกนี้จะมี Showroom และอู่ซ่อมรถเยอะ ดูแล้วก็สะดวกดี ไม่ต้องไปนั่งรอที่ศูนย์ เราสามารถเดินกลับมารอที่ห้องได้นะ ส่วนความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดิน ใกล้ๆก็จะมี KFC drive Thru ที่เปิดตลอด 24 ชม. ถัดไปมีตลาดนัดรามอินทรา กม.8 เป็นตลาดนัดขนาดเล็กที่เปิดในช่วงเย็นๆ ที่เราพอเดินหาของกินได้อยู่

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ หรืออาคารแถวสูงไม่เกิน 4 ชั้น ไม่ก็เป็นที่ดินเปล่ารอการพัฒนา ซึ่งสังเกตที่ดินเปล่าค่อนข้างใหญ่ทีเดียว ซึ่งมีสิทธิที่จะขึ้นเป็นคอนโดบังวิวเราได้ ถ้าใครกลัวว่าจะโดนบังวิว แนะนำเลือกห้องที่หันเข้าภายในโครงการ เพื่อการันตีวิวค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ ที่ดินเปล่ารอการพัฒนา
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ
  • ทิศใต้ ติดกับ ถนนรามอินทรา + อาคารสูง 1-2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ดินเปล่ารอการพัฒนา

มาสำรวจบรรยากาศรอบๆโครงการกันสักเล็กน้อย ถนนรามอินทราตอนนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูนะ ทำให้ถนนตอนนี้วิ่งได้ฝั่งละ 3 เลนเท่านั้น ซึ่งช่วงเวลาเร่งด่วนแถวนี้จะมีปริมาณรถค่อนข้างหนาแน่นทีเดียว ส่วนถ้ามองไปฝั่งขวามือจะเห็นรพ.สินแพทย์อยู่เยื้องโครงการเลย

เดินมาดูทางซ้ายมือกัน ตรงข้ามมี Showroom Mazda ขนาดใหญ่ ซึ่งถ้าใครเอารถมาซ่อมก็ทิ้งรถไว้แล้วเดินกลับห้องไปรอได้เลย

ข้าง Sales Gallery จะเป็นพื้นที่จริงของโครงการ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้เตรียมการก่อสร้าง แต่จะเริ่มในช่วงปลายปีนี้นะคะ

เดินตรงมาอีกนิด จะเป็นอู่ซ่อมรถที่อยู่หน้าโครงการ (เป็นที่ดินบุคคลอื่น) ซึ่งถ้าใครพักอาศัยชั้น 2-4 อาจจะโดนบังวิวไปบ้าง แต่ก็มีระยะห่างพอสมควรเลยนะ

มาดูฝั่งขวากันบ้าง ฝั่งนี้ติดกับอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ที่ชั้นล่างทำเป็นอู่ซ่อมรถเช่นกัน

เดินถัดไปก็เป็นศูนย์ซ่อมรถอีกจุดนึง เวลารถเสียก็ไม่ต้องห่วง มีร้านให้เลือกได้ตามใจชอบเลยนะ

เดินต่อไปตรงข้ามรพ.สินแพทย์ มีร้าน KFC แบบ Drive Thru ซึ่งถ้าใครหิวตอนกลางคืน ก็ฝากท้องไว้ที่นี่ได้ เพราะร้านเปิดบริการ 24 ชม. เลยนะ > <

กลับมาที่ Sales Gallery ออกแบบโดยใช้โทนสีเดียวกันกับตัวอาคารจริงเลย รวมถึงดีไซน์ตัวอาคารไล่ลำดับมาสวยงามดี ถ้าใครสนใจก็ลองแวะมาดูห้องตัวอย่าง หรือสอบถามทางโครงการก็ได้นะคะ

ภายในจัดที่นั่งสำหรับผู้เยี่ยมชมโครงการไว้หลายชุดเลย + มีโมเดลภาพรวมโครงการให้ดูกันแล้ว พร้อมขนมและน้ำหวานเสิร์ฟ ให้ระหว่างสอบถามข้อมูลด้วยนะ

ภายในมีห้องตัวอย่างทั้งหมด 4 แบบจากทั้งหมด 5 แบบของโครงการ โดยแต่ละห้องจะมีกิมมิคที่แตกต่างกัน เดี๋ยวเราจะไปอธิบายให้ฝั่งแบบละเอียดที่ด้านล่างนะคะ

นอกจากนี้ยังจำลองบรรยากาศสวนหย่อมบางส่วนของโครงการมาให้ดูอีกด้วย เราสามารถนั่งชมวิวไปด้วยคุยกับพนักงานไปด้วยได้นะคะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงพยาบาลสินแพทย์ ~ 300 ม. (ระยะเดิน)
  • Fashion Island ~ 1.3 กิโลเมตร
  • เดอะ พรอมานาด ~ 1.3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลสินแพทย์ ~ 3.2 กิโลเมตร
  • Big C คู้บอน ~ 4.5 กิโลเมตร
  • สวนสยาม (Siam Park City) ~ 4.5 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ~ 4.6 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus สุขาภิบาล ~ 4.9 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ~ 6.6 กิโลเมตร
  • Safari World ~ 7.2 กิโลเมตร
  • ตลาดสดมีนบุรี ~ 8.2 กิโลเมตร
  • ตลาดสดถนอมมิตร ~ 8.9 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

ก่อนจะเข้าไปชมรายละเอียดของโครงการ เราจะขอเกริ่นเกี่ยวกับแบรนด์ของโครงการกันสักเล็กน้อยค่ะ โดย“ดิ ออริจิ้น” (The Origin) เป็นแบรนด์คอนโดน้องใหม่จาก บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ที่ทำออกมาเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) และกลุ่มที่กำลังต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเป็นทรัพย์สินอย่างแรก (First Condo Buyer) โดยมีแผนจะเปิดตัวทั้งหมด 6 โครงการ 6 ทำเล ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเรารีวิวไปแล้วทั้งหมด 4 ทำเลด้วยกัน แล้วก็มาถึงทำเลตัวที่ 5 กับโครงการ The Origin รามอินทรา 83 สเตชั่น

ถ้าสนใจรีวิวตัวอื่นๆคลิกตามชื่อได้เลยค่ะ

The Origin รามอินทรา 83 สเตชั่น อยู่ภายใต้เมกะโปรเจคอย่าง Origin Smart City Ramintra  ที่สร้าง ‘‘สมาร์ทแพลทฟอร์ม’’ ใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม บนพื้นที่ประมาณ 13 ไร่ มูลค่าโครงการกว่าหกพันล้านบาท “ออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ รามอินทรา” แห่งแรกของกรุงเทพฯ ประกอบไปด้วย Condominium, Office , Community Mall ,Hotel ภายใต้คอนเซปท์ ” BEYOND A LIVING PLATFORM ” ที่โครงการเราเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจคนี้นะคะ

โครงการ The Origin รามอินทรา 83 สเตชั่น เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 8 อาคาร จัดเป็นหมู่คอนโดขนาดใหญ่เลย มีจำนวนถึง 879 ยูนิตบนที่ดินประมาณ 6-3-53 ไร่ แต่พอโครงการแบ่งออกเป็นหลายๆอาคาร ทำให้ยูนิตต่อชั้นเหลือประมาณ 17 ยูนิต และกระจายยูนิตไปแต่ละอาคาร โดยมีตั้งแต่ 65-119 ยูนิต ที่ทำให้ภายในอาคารไม่หนาแน่นมากนัก

ตัวโครงการติดถนนรามอินทรา ทำให้เข้า-ออกได้สะดวก รวมถึงมีป้ายชื่อโครงการที่เห็นได้ชัดเจน ตัวอาคารออกแบบสไตล์เรียบง่าย โดยเลือกใช้สีเทา+สีแดง ที่เป็นลักษณะสีตัดกัน ทำให้มีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังจัดเต็มพื้นที่สีเขียวที่ชั้น 1 และดาดฟ้าอีกด้วย

การวางผังของอาคารเป็นแบบหันหน้าเข้าหากัน ระยะห่างประมาณ 17 เมตร ทำให้มีพื้นที่เหลือจัดสวนหย่อมตรงกลางได้ ส่วน Main Facilities จะอยู่ที่อาคาร A เพราะเป็นอาคารแรกสุด ที่นับจากประตูทางเข้า ทำให้เข้าถึงได้ง่าย ทุกคนต้องผ่านตึกนี้ก่อน ส่วนอาคาร B, C, D, H และ G จะเน้นอยู่อาศัยเองทั้งหมด ไม่เน้นใช้งาน Facilities ถัดมาที่ตึกหลังสุดอย่างอาคาร E,F เนื่องจากอาคารไกลกว่าชาวบ้านเลย ทำให้โครงการจัด Facilities บางส่วนมาให้ ซึ่งก็เหมาะกับคนที่อยากได้ Facilities ในตึกตัวเอง ไม่อยากเดินใช้งานไกลๆ ส่วนชั้นดาดฟ้าจะเป็นจุด Highlight ของโครงการเลย มี Sky Running เชื่อมทุกอาคาร ทำให้สามารถวิ่งรอบได้เลย ส่วนที่จอดรถจะแยกอยู่ชั้นล่างทั้งหมด ซึ่งจะไม่รบกวนการใช้งานกันส่วนพักอาศัยค่ะ

สำหรับการเดินรถที่นี่จะเป็นแบบ One Way วนรอบโครงการ แต่จะมี Two Way บางส่วนเฉพาะด้านหน้าที่ไว้ใช้เข้าออกโครงการ ซึ่งจะมีทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ให้เลือกใช้งาน โดยโครงการให้ที่จอดรถมาประมาณ 42% รวมจอดซ้อนคัน ซึ่งให้มาไม่มาก แต่ถ้าเทียบกับโครงการแนวรถไฟฟ้าที่เดินได้ ก็ถือเป็นจำนวนที่กำลังดีค่ะ

มาตราฐานที่เหมือนกันทุกอาคารคือ มีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร ทางเดินเป็น Double Corridor ที่อาจจะเปิดมาจ๊ะเอ๋กับเพื่อนบ้านได้ ถัดมาข้อพูดถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละอาคาร

  • อาคาร A ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดสามารถเข้าถึงได้ง่าย เป็นตึกที่มี Main Facilities ของโครงการโดยทั้งตึกมีแค่ 65 ยูนิต สูงสุด 13 ยูนิต/ชั้น อัตราส่วนลิฟต์ 33 : 1 ถือว่าน้อยเลยถ้าเทียบเฉพาะคนพักอาศัย แต่เนื่องจากเป็นตึก Main Facilities ทำให้มีคนใช้งานร่วมกันค่อนข้างเยอะ อาจจะเสียความเป็นส่วนตัวอยู่บ้าง แต่ก็เข้าถึงได้ง่าย เน้นใช้งานส่วนกลางสะดวก
  • อาคาร B ถัดไปหันออกหน้าโครงการเหมือนกัน โดยจะเป็นลักษณะ L-Shape มีจำนวน 112 ยูนิต สูงสุด 16 ยูนิต/ชั้น อัตราส่วนลิฟต์ 56 : 1 ที่ถือว่ายังไม่หนาแน่นมาก ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และยังเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางได้ง่ายอยู่
  • อาคาร C,D,H,G ลักษณะอาคารเหมือนกันเลย โดยมีทั้งหมด 119 ยูนิต สูงสุด 17 ยูนิต/ชั้น  อัตราส่วนลิฟต์ 60 : 1 ก็ยังไม่หนาแน่นมากนัก ส่วนอาคารหันหน้าชนกันเอง เวลาใช้งานจริงห้องตรงข้ามอาจจะมองเข้ามาในห้องได้ แต่ก็มองเห็นวิวสวนของโครงการค่ะ
  • อาคาร E,F เป็นตึกหลังสุดของโครงการ มีจำนวน 113 ยูนิต สูงสุด 17 ยูนิต/ชั้น อัตราส่วนลิฟต์ 56 : 1 ภายในมีพื้นที่ส่วนกลางมาบางส่วน อย่าง Library Room, Play Room และ Theater Room มาให้ใช้งาน ทดแทนกับระยะที่ห่างจากทางเข้าประมาณ 170 ม. เหมาะกับคนที่เน้นใช้ Facilities แต่ไม่อยากเดินไปใช้งานตึกอื่น

สำหรับอาคาร A มีห้องน่าสนใจอยู่ 2 ห้อง คือเบอร์ 01 และ 06 ที่ไม่มีห้องฝั่งตรงข้าม ทำให้ไม่มีคนมองเห็นภายในห้องได้ ซึ่งก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมถึงทั้ง 2 ฝั่งหันออก ถนนรามอินทรา ที่การันตีวิวได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีตึกมาบังวิวในอนาคตค่ะ

สำหรับอาคาร B จะมีห้องที่ผนังไม่ติดกับเพื่อนบ้านเลยอยู่ 2 ห้อง คือห้องเบอร์ 01 และ 16 ที่จะไม่มีเสียงรบกวนจากห้องข้างๆ รวมถึงหันเข้าภายในโครงการ ซึ่งเป็นการการันตีวิวได้ด้วย นอกจากนี้พอตัวอาคารเป็นรูปตัว L- Shape แล้ว จึงทำให้เกิดทางเดินแบบ Single Corridor ที่ประตูไม่ตรงกับพื้นบ้านฝั่งตรงข้าม ซึ่งก็ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

สำหรับอาคาร C,D,E จะอยู่ลักษณะคล้ายๆกันนะคะ โดยตึกนี้ที่มองว่าน่าสนใจคือห้อง 2 Bedrooms ที่ไม่มีผนังติดกับคนอื่น รวมถึงหันหน้าเข้าโครงการเห็นสวนหย่อมได้ด้วย แต่ก็ต้องแลกกับความเป็นส่วนตัวที่จะลดลง ทำให้ห้องพักฝั่งตรงข้าม อาจจะมองเข้ามาเห็นภายในห้องได้นะ

สำหรับอาคาร F,G,H ลักษณะคล้ายกันๆ วางขนานกับอาคารด้านบน ห้องที่น่าสนใจก็เหมือนกัน แต่ฝั่งนี้ห้องที่หันออกภายนอกโครงการ ต้องดูดีๆเพราะอาจจะมีอาคารบังวิวในอนาคตได้ เพราะเป็นที่ดินพื้นใหญ่เหมือนกันนะ

ส่วนชั้นดาดฟ้าเป็น Sky Running ของโครงการ โดยมีระยะทางประมาณ 400 เมตร ตรงนี้จะไม่มีลิฟต์ขึ้นมาถึง เป็นการวอมออกกำลังกายโดยการวิ่งขึ้นมาใช้งาน แต่แอบเสียดายที่ไม่มีห้องน้ำข้างบน เวลาใช้งานต้องลงไปใช้ที่ห้องตัวเองหรือพื้นที่ส่วนกลางนะคะ

โครงการมีทั้ง 8 อาคาร แต่จะมี 2 อาคารที่หันออกถนนรามอินทรา โดยเข้ามาจะเจออาคาร A ก่อน (ฝั่งขวามือ) ซึ่งภายในมี Main Facilities ของโครงการ โดยแบ่งออกมาส่วนหนึ่ง เริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 8 ที่เป็น Sky Running เลย ภายในจัดพื้นที่แบบ Double Volume ที่เดินใช้งานได้ 2 ชั้น อย่าง 1-2 , 3-4 ,5-6 และ ชั้นที่ 7

  • ชั้นที่ 1-2 เป็น Lobby + Co-living เวลามีเพื่อนมาเยี่ยมก็พามานั่งเล่นบริเวณนี้ได้
  • ชั้นที่ 3-4 เป็น Co-working + Meeting Room ที่เปิดตลอด 24 ชม. จัดพื้นที่ให้สำหรับคนชอบทำงานตอนกลางคืน
  • ชั้น 5-6 เป็น Co-dining + Co-kitchen เอาไว้จัดปารตี้ได้
  • ชั้น 7-8 เป็นสระว่ายน้ำ + ฟิตเนส
  • ชั้นดาดฟ้า เป็น Sky Running รอบโครงการ

โครงการมีทางเข้าติดถนนรามอินทรา ถนนภายในโครงการกว้าง 6 เมตร เป็นระยะที่สวนกันได้พอดี ทางเข้ามีประตูบานเลื่อนสูง 3 ม. ไว้ปิดในตอนกลางคืน เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน ถัดเข้ามาเป็นที่จอดรถ Visitor แบบ Outdoor พอเลี้ยวซ้ายไปจะมีป้อมรปภ. ดูแลความปลอดภัย 24 ชม. และไม้กั้นเข้า-ออกของลูกบ้าน โดยพื้นที่จอดรถจะมีทั้งแบบ Outdoor และ Indoor ซึ่งจะอยู่ใต้อาคารที่ชั้น 1 ทั้งหมด

สำหรับพื้นที่สวนด้านข้างฝั่งทิศตะวันออก มีความกว้างถึง 5 ม. ที่โครงการจัดสวนมาให้เรียบร้อยแล้ว สามารถมาเดินเล่นบริเวณนี้เพิ่มเติมได้

ชั้นที่ 1 Tower A : เข้ามาเป็น Lobby Area + ที่นั่งพักให้เลือกหลายหลายรูปแบบ / โถงลิฟต์จะมีประตูกั้นแยก + กระจกล้อมรอบที่สามารถมองเห็นวิวสวนหย่อมภายนอกได้ ส่วนโถงลิฟต์จะมีประตูกั้นอีกรอบ

เริ่มจากภาพจำลองบรรยากาศ Lobby ที่มีฝ้าแบบ Double Volume ทำให้ภายในดูโปร่งโล่ง / กระจกสูงมองเห็นสวนหย่อมได้ ภายในจัดวางโซฟามาให้หลายชุด ฝั่งซ้ายมีบันไดที่เดินขึ้นไปใช้งานชั้น 2 ได้ด้วย

เดินขึ้นไปเป็นพื้นที่ Co-Living ที่วางเก้าอี้ + โซฟาขนาดใหญ่ไว้หลายจุด ให้ใช้งานหลายคนได้พร้อมกันค่ะ

ถัดมาเป็นภาพจำลองพื้นที่ Co-Living ที่ชั้น 2 สังเกตจะมีฉากกั้นเป็นรูปทรงโค้ง ที่วิ่งตามรางบนฝ้าเพดาน เราสามารถปิดใช้งานเป็นส่วน Private ได้ด้วย

ถัดมาที่ชั้น 3 จะเป็นพื้นที่ Co-working Space ที่เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. ตอบโจทย์ Lifestyle ของวัยรุ่นที่ทำงานไม่ตรงเวลา โดยจะมี Private Meeting ให้จองมาประชุมงานได้ด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศพื้นที่ Co-working Space ที่ฝั่งซ้ายมีขั้นบันไดแบบ Theater พร้อมเบาะและหมอนที่สามารถนั่งได้เลย ดูน่าใช้งานดี ส่วนอื่นๆก็มีโต๊ะที่เหมาะกับการนั่งทำงานมาให้ ชั้นบนมีห้อง Studio ไว้ยืมถ่ายงานได้ด้วย เหมาะกับแม่ค้าออนไลน์เลย

ขึ้นมาที่ชั้น 5,6 เป็นพื้นที่ Co-Dining + Co-Kitchen ซึ่งถูกออกแบบมาให้จัด Party เล็กๆได้ด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศพื้นที่ Co-Dining เป็นแบบฝ้าเพดานสูง ที่ทำให้ภายในดูโล่ง พร้อมจัดชุดที่นั่งมาให้หลากรูปแบบ สามารถใช้งานพร้อมกันหลายคนได้เลย

โครงการจัดพื้นที่ Co-Kitchen มาให้ใช้งานอีกด้วย โดยออกแบบให้มี Island ตรงกลาง บรรยากาศเหมือนอยู่ในคอนโด Luxury เลยนะ

ถัดมาที่ชั้น 7-8 เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือยาว 25 x 7 ม. หรือ Half Olympic ที่เราสามารถวางน้ำจริงจังได้เลย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ Jacuzzi มาให้นั่งนวดตัวผ่อนคลายได้ ส่วนฝั่งขวามี Sunken Seat ให้คุณสัมผัสกับสระว่ายน้ำอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ช่วงเช้าหรือเย็นๆ น่าจะได้บรรยากาศชิลๆ ดีทีเดียวค่ะ

สระว่ายน้ำแบบ Outdoor เวลาฝนตกจะไม่สามารถใช้งานได้ ส่วน Semi Outdoor จะมีการวาง Day Bed ไว้ให้นั่งเล่นชิลๆ ริมสระ

ถัดมาเป็นห้องฟิตเนส ซึ่งเป็นกระจก 2 ฝั่ง รับแสงได้เต็มที่ พร้อมมองออกไปเห็นวิวสระได้ด้วยนะ  ภายในมีทั้งเครื่องเล่นแบบ Cardio และ Weight Training ครบครัน

ภายในจัดเครื่องเล่นชิดริมหน้าต่าง 2 ฝั่ง โดยลู่วิ่งวางไว้ให้เห็นวิวสระว่ายน้ำ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นจักรยาน + กระสอบทราบไว้ให้แตะมวยได้ / โทนสีดำ,แดง ให้ความรู้กระตืนรือร้นในการใช้งานดี

มองมุมสูงแล้ว เห็นอาคารวางเป็นแนวยาวเข้าไปข้างใน โดยมีระยะห่างประมาณ 17 ม. ถ้าเลือกห้องด้านในจะได้วิวสวน แต่ก็จะมองเห็นอาคารตรงข้ามด้วยนะ

ระหว่างอาคาร E และ F ที่อยู่ด้านหลังสุดของโครงการ จะมี Sky Bridge ที่ไว้เดินเชื่อม 2 อาคาร เนื่องจากโครงการจัด Facilities บางส่วน อย่าง Library Room, Play Room และ Theater Room มาให้ใช้งาน ทดแทนกับระยะที่ห่างจากอาคาร A และทางเข้าโครงการประมาณ 170 ม.

Facilities ของอาคารนี้ก็เป็นแบบ Double Volume เช่นกัน ซึ่งจะอยู่ที่ชั้น 7 และ 8 โดยจะได้หน้าต่างสูงเต็มพื้นที่ ทำให้รับแสงธรรมชาติและวิวได้ดีเลย

มาดู Facilities ที่ชั้น 7-8 ของ Tower E เป็นห้องสมุดสูงแบบ Double Volume ที่ทำให้ภายในดูโปร่งโล่งดี ซึ่งตรงนี้จะมี Sky Bridge เชื่อมกับ Tower F ที่เดินไปใช้งาน Facilities อีกฝั่งได้ พร้อมหลังคาคลุม ไม่ต้องกลัวเปียกค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศ Library Room ภายในจัดชุดเก้าอี้มาให้เลือกหลากหลายแบบเลย มีทั้งแบบนั่งอ่านหนังสือคนเดียว โดยเป็นซุ้มที่นั่งติดกำแพง บางจุดต้องปืนบันไดขึ้นไปใช้งาน น่าสนุกดี หรือจะนั่งทำงานเป็นกลุ่มก็มีโต๊ะยาวให้ใช้งาน

เดินมาดู Facilities ที่ Tower F กันดูบ้าง ภายในจะเป็นห้อง Play Room ที่ทางโครงการจัดเครื่องเล่นบางส่วนมาให้ พร้อมชุดเก้าอี้สำหรับนั่งเล่นเกมได้ + Theater Room ให้บริการอีกด้วย ซึ่งตรงนี้ต้องจองใช้งานกันด้วยนะ

ภาพจำลองบรรยากาศห้อง Theater Room ออกแบบเป็นผนังเก็บเสียง เพื่อให้เสียงดูสมจริงเหมือนนั่งอยู่ในโรงหนังเลย

ระหว่างอาคารยังมีสวนหย่อมให้ใช้งานอีกด้วย โดยสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน เนื่องจากมีอาคารล้อมรอบอยู่ ช่วยบังแดดได้ดีเลย

ภาพจำลองบรรยากาศสวนหย่อมชั้น 1  ภายในเล่นระดับขึ้นลงเล็กน้อย มีที่นั่ง + ต้นไม้สูงใหญ่รอบพื้นที่ ดูร่มรื่น น่าใช้งานดี

สำหรับ Sky Running จะอยู่ที่ชั้น 8 มีระยะทางประมาณ 400 เมตร เป็นระยะที่วิ่งได้เหงื่อออกกำลังดี แต่พออยู่บนดาดฟ้า แนะนำให้ออกกำลังช่วงเช้าไม่ก็เย็นไปเลย เพราะออกแบบเป็นส่วนกลางแบบเปิดโล่ง

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร A : Main Facilities
    • ชั้น 1
      • Visitor Lobby
      • Mail Room + Smart Locker
      • Sharing Service
      • Self Storage
      • Laundry Service
      • Vending Machine
      • 3 Shops
    •  ชั้น 2
      • Co-Living Space
    • ชั้น 3-4
      • Co-Working Space (Open 24 hour)
      • Co-Passion Room
      • Meeting Room
    • ชั้น 5-6
      • Private Dining Room
      • Co-Kitchen Space
    • ชั้น 7-8
      • สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 7 x 25 เมตร ลึก 1.20 เมตร
      • สระเด็ก ลึก 0.60 ซม.
      • Jacuzzi
      • Fitness
  • อาคาร E
    • ชั้น 7-8
      • Library Room
  • อาคาร F
    • ชั้น 7-8
      • Play Room
      • Theater Room
  • ชั้นดาดฟ้า
    • Sky Running ยาว 400 เมตร
    • Sky Garden
    • Pocket Seat
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์อาคาร A 33 : 1 ต้องใช้ร่วมกับ Main Facilities
  • อัตราส่วนลิฟต์อาคาร B 56 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์อาคาร C,D,H,G 60 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์อาคาร E,F 57 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 42% (รวมจอดซ้อนคัน)
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card

 


Product Walkthrough

สำหรับห้องพักอาศัยของโครงการมีทั้งหมด 5 แบบ เริ่มตั้งแต่ 1 Bedroom – 2 Bedrooms เริ่มต้นตั้งแต่ 22.50-43.50 เมตร 44.00 ตร.ม. (Update 26/9/19) ได้ความสูง 2.40 ม. โดยวันนี้เราจะพาไปดูละเอียด 2 ห้อง คือ 1 Bedroom 26 ตร.ม. แบบ Smart Walk-in Closet ที่เคยเห็นกันบ้างแล้วในตัว The Origin ที่เปิดตัวไปไม่นาน แต่พิเศษและน่าสนใจเลยคือห้อง 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. 34.50 ตร.ม. (Update 26/9/19) ที่ได้ Space แตกต่างจากที่อื่นเลย นอกนั้นจะพาไปชมบรรยากาศเป็นน้ำจิ้มเฉยๆนะ

รูปแบบการขายของโครงการเป็นแบบ Fully Fitted ที่จะได้เฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมบางส่วน อย่าง ตู้เสื้อผ้า, ตู้เก็บรองเท้า, ฐานเตียง 5 ฟุต และ Built-in บางส่วน ซึ่งแต่ละห้องจะได้ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ยังได้ Digital Door Lock , Home Automation และแอร์ Daikin หรือเทียบเท่า เป็นมาตรฐานด้วยนะ เราไปดูกันค่ะ

แปลนห้องตัวย่างแรกที่จะพาไปดูคือแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.00 ตร.ม. 34.50 ตร.ม. (Update 26/9/19) สำหรับห้องนี้จะพิเศษมากกว่าทั่วไปนิดนึง โดยจะได้เป็น Smart Mirror เพิ่มขึ้นมาในห้องน้ำด้วยนะ  ลักษณะแปลนถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน เข้ามาเจอส่วน Public + Service ก่อน ส่วนถัดเข้าไปเป็นส่วน Private หรือส่วนพักอาศัย ที่ติดหน้าต่างทำให้มองวิว+รับแสงได้เต็มที่เลย ซึ่งจัดเป็นสัดส่วนชัดเจนดี

โดยเป็นลักษณะห้อง Common Area ไม่ได้วิว แต่ก็ไม่ได้มืดทึบ เพราะยังได้แสงสว่างที่มาจากห้องนอนอยู่ ส่วน Serviceจะรวมกันที่ฝั่งขวา โดยห้องนี้จะได้เป็นครัวเปิด ที่ไม่สามารถทำอาหารจริงจังได้ แต่ก็พอจะทำเป็นครัวปิดได้อยู่นะ ส่วนห้องน้ำเข้าจาก Common Area ข้อดีคือเวลาแขกมาจะได้ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนก่อนค่ะ

ส่วน Highlight เลยคือห้องนอนและห้องอเนกประสงค์ ที่ปกติเขาจะเลือกใช้ผนังทึบกัน แต่สำหรับโครงการนี้เลือกใช้ประตูบานเลื่อนที่พอเปิดมาแล้วจะได้ Space ที่กว้างขึ้นทันตาเลย ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งานได้ตลอดเวลา แต่ถ้าทำเป็นห้องนอน 2 ห้อง ความเป็นส่วนตัวก็จะน้อยกว่าแบบผนังทึบนะคะ

โครงการนี้มี Digital Door Lock ยี่ห้อ LILIWISE มาให้ทุกห้องนะคะ ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งการตั้งรหัส คีย์การ์ด กุญแจ รวมถึงสามารถตั้งอายุการใช้งานของรหัสได้ด้วย เนื่องจากโครงการมีบริการ Hotel Service ให้แม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดได้เดือนละ 1 ครั้ง ตลอด 1 ปี อันนี้ก็เป็นบริการเสริมของทาง Origin ที่ช่วยทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นค่ะ

นอกจากรายการวัสดุมาตรฐานและเฟอร์นิเจอร์บางรายการแล้ว ทางโครงการยังมี Home Automation ซึ่งสามารถควบคุมการเปิด-ปิดไฟ แอร์ Smart Mirror ผ่านทาง Application ในมือถือมาให้ทุกห้องอีกด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกบ้าน

เมื่อเปิดประตูมาจะพบพื้นที่ Common Area ก่อน ซึ่งแม้จะไม่ได้เห็นวิวข้างนอก แต่ก็ยังได้รับแสงจากห้องนอนช่วย ไม่รู้สึกมืดทึบ / ความสูงพื้นถึงฝ้าที่ 2.40 เมตร พื้นเป็นลามิเนต หนา 8 มม. ทั้งห้อง ยกเว้นห้องน้ำ+ระเบียง ผนังฉาบเรียบทาสีขาว

เมื่อวางชุดโซฟาและโต๊ะวางทีวีไปแล้วก็ยังเหลือพื้นที่พอสมควรให้สามารถวางโต๊ะกลางขนาดเล็กได้ โดยไม่ไปขวางทางเดิน สำหรับคนนั่งดูทีวีมีระยะประมาณ 2.14 ม. ไซส์ทีวีที่เหมาะสมคือประมาณ 47″-55″ นิ้ว จะได้จอใหญ่เต็มสายตาพอดีค่ะ

สำหรับชุดวางทีวี + ตู้รองเท้าด้านข้าง ได้ตามนี้เลย ซึ่งข้อดีของการมีตู้รองเท้าหน้าห้อง คือช่วยเก็บกลิ่นของรองเท้าได้ รวมถึงพื้นภายในห้องยังไม่เลอะอีกด้วยนะ

หันกลับมาตรงนี้จะสามารถวางโซฟาสำหรับ 2-3 ที่นั่งได้ และมีพื้นที่เหลือด้านข้างให้วางโต๊ะทานข้าวสำหรับ 2 ที่นั่งได้อีกด้วยนะ

บริเวณฝ้าเพดานจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดไฟ Downlight มาให้

ถัดไปขอพูดถึงห้องนอนกันต่อ โดยกั้นด้วยมีประตูบานเลื่อน 3 ตอน แต่จะไม่สูงเต็มผนังนะ เพราะต้องการเหลือพื้นที่ให้ติดแอร์ได้ด้วย ซึ่งจะได้เป็นขอบอลูมิเนียมสีดำ Powder Coat + กระจกสีเขียวตัดแสง เหมือนหน้าต่างข้างนอกเลยนะ

ห้องนอนเหมาะกับวางเตียงขนาด 5 ฟุต กำลังดีเลย มีพื้นที่เหลือเดินรอบเตียงได้สบายๆ พร้อมหน้าต่างที่รับแสงธรรมชาติและวิวภายนอกได้

นอกจากนี้ทางโครงการได้ Built-in ตู้เสื้อผ้าตามห้องตัวอย่างให้เป็นมาตรฐานเลยนะคะ หน้าบานขวามือสุดจะเป็นกระจกเงาสำหรับแต่งตัวได้ ส่วนบานอื่นจะเป็นบานทึบปิดผิวด้วยลามิเนต

มือจับมีขอบยื่นออกมา ทำให้เปิดใช้งานได้ง่าย พร้อม Soft-close ภายในตู้ เพื่อป้องกันการกระทบรุนแรงของการเปิด-ปิดตู้ได้ค่ะ

พื้นหน้าตู้กว้าง 1.20 ม. เป็นระยะที่เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งตัวได้สบายๆเลย

โครงการให้ฐานเตียง 5 ฟุต + ลิ้นชักใต้เตียงไว้เก็บของส่วนตัวได้

บริเวณปลายเตียงกว้าง 1.00 ม. พร้อมปลั๊กติดตั้งกับพื้น ซึ่งตรงนี้ถ้าใครชอบดูทีวี จะเอาชั้นวางทีวีกว้างประมาณ 40 ซม. มาวางก็ได้ หลังจากวางแล้วยังมีพื้นที่เหลือพอเดินได้อยู่นะ

ส่วนฝั่งริมหน้าต่าง มีระยะประมาณ 72 ซม. ที่วางโต๊ะหัวเตียงได้สบายๆ เหมาะกับคนที่ชอบเล่นมือถือก่อนนอน เพราะถ้าวางบนเตียงนอน มือถืออาจจะตกพื้นได้ ผู้เขียนเป็นบ่อยค่ะ อิอิ

เสียดายนิดนึง ที่หน้าต่างห้องมีเสากั้นทำให้มองวิวได้ไม่เต็มที ซึ่งนอกจากหน้าต่างบาน Fix แล้วยังได้บานกระทุ้งมาถึง 2 บาน ที่ระบายอากาศภายในห้องได้ดียิ่งขึ้น โดยได้เป็นขอบอลูมิเนียม Powder Coat พ่นสีดำ พร้อมกระจกสีเขียวตัดแสง ที่สามารถป้องกัน UV ได้ระดับนึง

บริเวณฝ้าเพดานจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดไฟ Downlight มาให้เรียบร้อย

ส่วนผนังบริเวณปลายเตียง คือ Highlight ของห้องนี้เลย เป็นประตูกั้นระหว่างห้องนอนและห้องอเนกประสงค์ ซึ่งถ้าเราใช้งานเองแล้วเปิดพื้นที่เชื่อมต่อกัน ให้ความรู้สึกเหมือนว่าเราได้ห้องนอนใหญ่ขึ้นเลยนะ

แต่ห้องอเนกประสงค์ตรงนี้จะแยกใช้งานก็ได้ มีประตูบานเลื่อนแยกการใช้งานมาให้เรียบร้อยเลย

ห้องอเนกประสงค์ขนาด 2.52 x 2.24 เมตร ที่ค่อนข้างใหญ่เลยนะ วางเตียง 3.5 ฟุตได้สบายๆเลย ห้องนี้ของจริงจะเป็นห้องเปล่าๆนะ เผื่อคนที่อยากทำเป็นฟังก์ชั่นอื่นๆ ให้เหมาะกับ Lifestyle ตัวเอง

บริเวณฝ้าเพดานจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดไฟ Downlight มาให้เรียบร้อย

ประตูระเบียง เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน กรอบบานอลูมิเนียม Powder Coat พ่นสีเทา + กระจกสีเขียวตัดแสง ที่สามารถป้องกัน UV ได้ พร้อมทั้งแขวน Condensing Unit ไว้ด้านข้างเรียยร้อย

พื้นที่ระเบียงภายนอกมีขนาด 2.00 x 0.90 เมตร พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 ซม. โดยได้ระเบียงกว้างทีเดียว ยืนใช้งานพร้อมกันได้หลายคนเลยนะคะ

กลับเข้ามาส่วนครัวกันต่อ โดยห้องนี้จะได้เป็นครัวเปิด ที่ไม่เหมาะทำอาหารจริงจัง แต่ถ้าใครชอบทำอาหารจะติดตั้งประตูบานเลื่อนแบบแขวนก็ได้ ส่วนพื้นห้องครัวเป็นลามิเนต ที่ไม่ทนต่อความชื่น เวลาใช้งานระวังพื้นบวมด้วยนะ

บริเวณหน้าห้องน้ำมีพื้นที่เหลือประมาณ 97 x 60 ซม. ที่วางตู้เย็นขนาดกลางๆได้ค่ะ

เคาน์เตอร์ครัวเราได้ตามนี้เลย หน้าบานกรุด้วยลามิเนต Top เป็นกระเบื้องพอร์ซเลนของทาง Cotto ที่ทนความร้อนและรอยขูดขีดได้ดี พร้อมติด Soft Close มาให้ด้วย

ชั้นบนแบ่งชั้นวางของมาให้แล้วเรียบร้อย โดยมีทั้งส่วนปิดที่วางเครื่องปรุงได้ และส่วนเปิดที่วางแก้วน้ำ จาน ชามได้ รวมถึงมีชั้นที่ยืนออกมาสำหรับวางไมโครเวฟได้ด้วย

Top เป็นกระเบื้องพอร์ชเลนขสีขาวของทาง Cotto ที่ทนความร้อนและรอยขูดขีดได้ดี

อ่างล้างจานสแตนเลสหลุมเดี่ยว ขนาด 39 x 34 ซม. แบบฝั่งในเคาน์เตอร์ ที่ไม่ต้องกลัวน้ำซึม เลอะเทอะ มาพร้อมก๊อกน้ำล้างจานโครเมียมทรงสูง ส่วนพื้นที่สำหรับประกอบอาหาร จะให้ชุดเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวพร้อมเครื่องดูดควัน ยี่ห้อ Hafele ค่ะ

ชุดครัวด้านล่างฝั่งซ้ายมือมีช่องว่างขนาด 67 x 85 ซม. ที่วางเครื่องซักผ้าขนาด 9 kg. กำลังดี ส่วนตรงกลางเป็นตู้แบบดึงออกมาไว้วางเครื่องปรุงได้ ส่วนขวามือสุดเป็นตู้ใต้ซิงค์ ที่วางของชิ้นใหญ่ได้นะ

ด้านข้างมีประตูทางเข้าห้องน้ำค่ะ

เข้ามาในส่วนห้องน้ำกันต่อนะคะ สำหรับห้องน้ำนี้มีการแบ่งโซนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วนด้วยฉากกั้นกระจกเรียบร้อย โดยจะเรียงเป็นแนวยาวทำให้ใช้งานได้ง่าย

กระจกเงาที่นี่นอกจากเป็นกระจกขนาดใหญ่กว้างเท่ากับความกว้างผนังแล้ว ยังมีจุดเด่นคือเป็น Smart Mirror แบบ Touch Screen โดยจะใช้งานเหมือน Tablet ทั่วไปเลย จะเปิด YouTube หรือ Netflix ก็ได้นะคะ รวมถึงมี App ของ Origin ที่บอกความเคลื่อนไหวของนิติได้อีกด้วย

พื้นและผนังเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ เหมาะกับการใช้งานในห้องน้ำ ทนความชื้นและทำความสะอาดได้ง่าย

ส่วนอ่างล้างมือ ยี่ห้อ American Standard เป็นมาตรฐาน โดยตัวอ่างจะลอยเหนือพื้น ซึ่งจะง่ายต่อการทำความสะอาดพื้นห้องน้ำค่ะ

ภายในห้องน้ำมีปลั๊กกันน้ำ ที่ภายในมีช่องเสียบ 1 จุด + ช่องเสียบสาย USB มาให้ด้วยนะ

สำหรับโถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ American Standard เช่นกัน สายฉีดชำระติดตั้งที่ผนังทางด้านหลัง ส่วนที่วางทิชชู่จะอยู่ด้านข้างเป็นตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวก

สายชำระขนาดพอดีมือ แต่เวลานั่งใช้งานจริงๆอาจจะต้องเอี่ยวตัวหยิบหน่อยนะ

ถัดมาในโซนพื้นที่อาบน้ำ มีฉากกั้นกระจกแบบบานเปิด พร้อมมือจับด้านหน้าแขวนผ้าเช็ดตัวได้

ภายในพื้นที่อาบน้ำยกขอบธรณีขึ้นเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อน มีพื้นที่อาบน้ำขนาด 97 x 73 ซม. เป็นระยะที่ใช้งานได้กำลังดี

ฝักบัวแบบ Hand Shower ขนาดพอดีมือ + ด้านข้างเจาะช่องทำชั้นวางของมาให้ วางอุปกรณ์อาบน้ำได้ ส่วนประตูมีตัว Stoper มาให้กันกระแทกค่ะ

ถัดมาที่ห้อง 1 Bedroom 26.00 ตารางเมตร เป็นห้องฟังก์ชันใหม่จาก Origin ที่มีชื่อว่า Smart Walk-in Closet ทำออกมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ชอบแต่งตัว มีเสื้อผ้าเยอะหรืออยากได้พื้นที่เก็บของแบบเน้นๆ ซึ่งเป็นปัญหาในคอนโดปัจจุบันที่มีพื้นที่เก็บของน้อย โดยจัดให้มีห้อง Walk-in Closet ขนาดใหญ่อยู่หน้าห้องน้ำและเชื่อมต่อกับระเบียงไปเลย ตู้เสื้อผ้านี้ทางโครงการก็แถมมาให้ด้วยนะคะ ซึ่งจะมีมุมที่แบ่งมาทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วย

ห้องนอนเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นไปเลย ไม่ได้กั้นผนังมาให้ ซึ่งห้องแบบนี้ในความหมายของ Thinkofliving เราเรียกห้อง Studio เพราะ ไม่มีการแยกใช้งานห้องนอนและห้องนั่งเล่นออกจากกัน โดยพอเป็นแบบนี้จะทำให้เราสามารถวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่งได้เลย นั่งใช้งานได้สบายๆ หรือถ้าอยู่อาศัยเองจะปรับเป็นโซฟา 2 ที่นั่ง + โต๊ะกินข้าวก็ได้ ส่วนห้องครัวเป็นครัวปิดอยู่บริเวณหน้าห้อง ซึ่งฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัวเป็นตู้รองเท้าที่จัดวางได้หลายคู่มากๆ เดี๋ยวเราเข้าไปดูในห้องกันค่ะ

เข้ามาในห้องเราจะเจอกับห้องครัวที่มีการกั้นประตูระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนทำเป็นครัวปิด ทำให้เราสามารถทำอาหารจริงจังได้ พื้นบริเวณนี้จะเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ซึ่งมีคุณสมบัติในการซักล้างทำความสะอาดได้ง่ายเหมาะกับการใช้งานในครัวค่ะ

ชุดครัวได้ตามห้องตัวอย่าง ซึ่งจะเป็นชุดเดียวกับทั้งโครงการเลยนะคะ

หันกลับไปฝั่งตรงข้ามเราจะได้ชุดนี้ทั้งหมดเลยนะ เป็นตู้รองเท้า ที่ออกแบบชั้นมาให้วางรองเท้าได้เยอะพอสมควรเลย สาวๆแฟชั่นนิสต้าน่าจะชอบ ด้านข้างมีช่องให้วางตู้เย็นได้ ส่วนตู้ด้านบนยังสามารถเก็บของใช้ได้อีกด้วยนะ

ระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่นถูกกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจก กรอบบานอลูมิเนียม 4 ตอน สูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า แบบนี้เลยนะคะ นอกจากเอาไว้กันกลิ่นและควันเวลาทำอาหารแล้วยังถือเป็นการแบ่งฟังก์ชันการใช้งานด้วย

บริเวณมือจับเซาะร่อง มาพร้อมปุ่มล็อคให้ใช้งานด้วย อีกทั้งทางโครงการยังได้ฝังขอบอลูมิเนียมไว้กับพื้น ทำให้เดินได้สะดวกไม่ต้องกลัวสะดุดค่ะ

ถัดเข้ามาเป็นห้องนั่งเล่น+ห้องนอนต่อเนื่องกันยาวๆเลย ซึ่งข้อดีคือเราจะได้ความโปร่งโล่ง ได้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นเลย แต่ถ้าอยู่กันหลายคนแล้วมีคนนึงเข้านอนก่อนแล้วอีกคนดูทีวีอาจจะต้องเบาเสียงกันนิดนึงค่ะ ฝ้าเพดานห้องนี้สูง 2.4 เมตร และพื้นเป็นไม้ลามิเนต ส่วนระยะทีวีประมาณ 2.13 ม. ซึ่งขนาดทีวีที่เหมาะกับระยะสายตาอยู่ที่ประมาณ 47″-55″ จัดว่าวางทีวีขนาดใหญ่ได้สบายเลย

ชุดทีวีจะได้เฉพาะด้านล่าง ซึ่งถ้าใครมีของเยอะ แนะนำให้ทำชั้นวางของเพิ่มเหมือนห้องตัวอย่างได้ สำหรับแอร์จะได้ของ Daikin จำนวน BTU ขึ้นอยู่กับขนาดห้องค่ะ

ส่วนความกว้างของพื้นที่ส่วนนี้สามารถวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่งแบบห้องตัวอย่าง หรือจะเปลี่ยนเป็นโซฟาสำหรับ 2 ที่นั่ง + โต๊ะสำหรับนั่งใช้งาน 1 คนก็ได้นะ

ถัดมาเป็นพื้นที่นอนพักผ่อนซึ่งเราจะได้ฐานเตียงมาอย่างเดียว ตำแหน่งของเตียงจะอยู่ด้านข้างหน้าต่าง นอนชมวิวได้สบายๆเลย + หน้าต่างบานกระทุ้ง ที่สามารถระบายอากาศได้

ฐานเตียงขนาด 5 ฟุต มีการทำลิ้นชักมาให้ ใช้เก็บของเล็กๆน้อยๆได้อีกด้วย ถือเป็นการเพิ่มฟังก์ชันในกับเฟอร์นิเจอร์ของเราค่ะ

ข้างเตียงมี Built in โต๊ะหัวเตียงมาให้ ความพิเศษคือสามารถชาร์จมือถือแบบ Wifi ได้ ซึ่งจะรองรับกับโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ

หลังจากวางเฟอร์นิเจอร์แล้ว มีพื้นที่ปลายเตียงมีหลือประมาณ 30 ซม. เป็นระยะที่เดินผ่านได้พอดีๆ

ส่วนปลายเตียงจะเป็นทางไปห้อง Smart Walk-in Closet ที่เป็นไฮไลท์ของห้องนี้

ห้องนี้ออกแบบให้บริเวณหน้าห้องน้ำมีตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่แบ่งออกเป็นชั้นวางของหลายๆช่อง มีราวแขวนชุดสั้นและชุดเดรสยาว มีพื้นที่เก็บของชิ้นใหญ่ด้านบน ให้มาทั้งตู้แบบนี้ ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมกระจกเงา ที่มีลูกเล่นด้วยนะ เดี๋ยวเราไปดูกันค่ะ

บริเวณกระจกเงามีไฟสำหรับแต่งหน้ามาให้ ที่สามารถควบคุมผ่าน Application ให้เปลี่ยนสีได้ตามสั่ง หรือจะเปลี่ยนไฟตามจังหวะเพลงก็ได้นะ

สำหรับบริเวณโต๊ะเครื่องแป้งมีลิ้นชักให้เก็บของเพิ่มเติมด้วยนะ

เดินเข้าไปจะเป็นทางไปห้องน้ำ ซึ่งของจริงทางโครงการมีทำประตูมาให้นะคะ

ภายในห้องน้ำแบ่งออกเป็นส่วนแห้งส่วนเปียกเป็นสัดส่วน กั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัย สุขภัณฑ์และกระเบื้องที่กรุตามพื้นและผนังได้ตามนี้เลยค่ะ

ชุดสุขภัณฑ์จะเหมือนกับห้องที่แล้ว มีตำแหน่งสายชำระที่ผนังด้านหลัง เวลาใช้งานจริงคงต้องเอี้ยวตัวใช้งานเล็กน้อย ส่วนที่ใส่กระดาษทิชชู่จะอยู่ด้านข้าง ใช้งานง่ายค่ะ

พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1.00 x 0.78 ม. เป็นระยะที่ใช้งานกำลังดี โดยยกขอบประตูขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันน้ำไหลออกมาด้านนอกค่ะ

ฝักบัวเป็นแบบ Hand Shower เหมือนห้องที่แล้วเลย ด้านข้างมีช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ เป็นตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวก

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight + พัดลมดูดอากาศมาให้ค่ะ

เดินออกมาฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ระเบียง ทำให้ระบายอากาศโซนใช้งานนี้ได้ดีเลย

พื้นที่ระเบียงจะมีขนาด 1.40 x 0.90 ม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 ซม. ส่วนราวกันตกระเบียงเป็นเหล็กสีดำ ถ้าวางเครื่องซักผ้าแล้วจะมีพื้นที่เหลือไม่มากนะคะ

แปลนห้อง 1 Bedroom(Studio) ขนาด 22.50 ตร.ม. สิ่งที่ได้ภายในห้อง Home Automation, Digital Door Lock, แอร์ Daikin, ตู้เก็บรองเท้า, ชุดครัว, ชั้นวางทีวี, ฐานเตียง 5 ฟุต 2 ชิ้น, ตู้เสื้อผ้า (Update 26/9/19) 

The-Origin-รามอินทรา83_แก้_014

แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 26.00 ตร.ม. 26.00-27.00 ตร.ม. สิ่งที่ได้ภายในห้อง Home Automation, Digital Door Lock, แอร์ Daikin, ตู้เก็บรองเท้า, ชุดครัว, ชั้นวางทีวี, ฐานเตียง 5 ฟุต 2 ชิ้น, ตู้เสื้อผ้า (Update 26/9/19) 

The-Origin-รามอินทรา83_แก้_013

สุดท้ายแปลนห้อง 2 Bedrooms ขนาด 43.50 ตร.ม. 43.50-44.00 ตร.ม. สิ่งที่ได้ภายในห้อง Home Automation, Digital Door Lock, แอร์ Daikin, ตู้เก็บรองเท้า, ชุดครัว, ชั้นวางทีวี, ฐานเตียง 5 ฟุต 2 ชุด, ตู้เสื้อผ้า 2 ชุด และ Smart Mirror (Update 26/9/19) 

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 17 September 2019

  • เนื่องจากทางโครงการยังไม่ได้เปิดขายอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่มีรายละเอียดราคาทั้งหมด มีเฉพาะราคาของห้อง 1 Bedroom 22.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท ( Promotion สำหรับคนที่ Booking หรือ จองล่วง จะได้รับส่วนลด 200,000 บาท เพื่อมาใช้ในวัน Pre-Sale)
  • รูปแบบการขาย Fully Fitted + เฟอร์นิเจอร์ Built-in บางส่วน
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.40 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อปกระเบื้องพอร์ซเลน
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ Hafele
  • จอง n/a บาท
  • ทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน n/a บาท/ตร.ม. 450 บาท (Update 26/9/19)
  • ค่าส่วนกลาง n/a บาท/ตร.ม./เดือน 48 บาท (Update 26/9/19)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล : โครงการ The Origin รามอินทรา 83 สเตชั่น ตั้งอยู่บริเวณถนนรามอินทราช่วงตอนกลาง เยื้องกับรพ.สินแพทย์ ตำแหน่งอยู่ระหว่างทางด่วน 2 เส้นทำให้มีตัวเลือกในการใช้งานมากขึ้น รวมถึงใกล้ Fashion Island ที่เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์จุดใหญ่ของคนในย่านนี้เลย ซึ่งทำเลโครงการของเราได้เปรียบที่เดินทางเข้าห้างได้เลยไม่ต้องกลับ และความอุดมสมบูรณ์ในระยะที่เดิน ใกล้ๆก็มีให้เห็นทั้งตลาดนัด ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ดังนั้นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ถือว่าหาของกินของใช้ได้ง่าย

การเดินทางโดยใช้รถ : ด้วยความที่ตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่รามอินทราเลย ดังนั้นการเดินทางด้วยรถยนต์จึงค่อนข้างสะดวก ใกล้ทางด่วนกาญจนาภิเษก ที่ใช้งานได้ทั้งขาเข้า-ออก จะวิ่งไปเชื่อม Motorway หรือทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ก็ได้ โดยที่ไม่ต้องไปกลับรถเลยนะคะ ซึ่งตัวโครงการให้พื้นที่จอดรถมาทั้งหมด 42% ถือว่ามาตรฐานสำหรับโครงการติดรถไฟฟ้า ซึ่งจากที่ไปสำรวจโครงการ บริเวณที่จอดรถก็ไม่ได้หนาแน่นมาก

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ในอนาคตโครงการนี้จะกลายเป็นคอนโดมิเนียมที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าในระยะที่เดินได้ง่าย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนในย่านนี้ที่ไม่อยากย้ายทำเลเข้าเมือง แต่ต้องการความสะดวกในการใช้รถไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งตัวโครงการจะอยู่ห่างจากสถานีสินแพทย์ ที่คาดว่าไม่น่าจะเกิน 80 ม. ส่วนปัจจุบันใครที่ต้องพึ่งพิงระบบขนส่งสาธารณะก็ใช่งานได้สะดวก เพราะโครงการติดถนนใหญ่ มีรถประจำทาง, รถตู้ผ่านไปผ่านมาตลอด เพราะส่วนใหญ่จุดปลายทางจะอยู่ที่มีนบุรี ซึ่งต้องผ่านคอนโดเราก่อนอยู่แล้ว รวมไปถึงจะเรียกพี่แท็กซี่ก็ไม่ยากค่ะ

วัสดุ : ให้มาค่อนข้างดี ขายแบบ Fully Fitted + เฟอร์นิเจอร์ Built-in บางชิ้น อย่างห้อง Smart Closet จะได้ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เต็มๆเลย จุดที่คิดว่าค่อนข้างดีคือ เคาน์เตอร์ครัว Top กระเบื้องพอร์ซเลนสีขาว อุปกรณ์ครัวและสุขภัณฑ์ของ Hafele และการให้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น ระบบ Home Automation ที่ชาร์จมือถือ แบบ wifi , Smart Mirror ในห้องน้ำเป็นต้น

การออกแบบตัวอาคาร : ภายในโครงการแบ่งเป็น 8 อาคาร แต่ละอาคารจึงมีห้องพักอาศัยไม่มากนัก น้อยสุดที่ 65 ยูนิต มากที่สุด 119 ยูนิต ต่ออาคาร ทำให้ยังมีความเป็นส่วนตัว และอัตราส่วนลิฟต์แต่ละอาคารก็ไม่หนาแน่น ทางเดินเป็นแบบ Double Corridor ที่อาจจะเปิดมาเจอกับเพื่อนบ้านได้ แต่ก็มีบางตำแหน่งที่ได้ Single Corridor อยู่นะ ส่วนช่องแสงให้มาถึง 3 จุด ที่ช่วยประหยัดไฟบริเวณทางเดินได้

ส่วนอาคารที่ผู้เขียนชอบจะเป็นตึก B ที่บางห้องได้เป็นแบบ Single Corridor ที่เราจะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น คนเดินผ่านหน้าห้องไม่เยอะ หรือห้องที่ผนังไม่ติดกับห้องอื่นเลย ก็น่าสนใจ เพราะจะไม่มีเสียงรบกวนเวลาเรานอน ส่วนวิวที่หน้าเป็นห่วงเลยคือฝั่งทางทิศตะวันออก ที่ติดกับที่ดินเปล่ารอการพัฒนา เนื่องจากเป็นลักษณะที่ดินขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะขึ้นโครงการบังวิวเราในอนาคตได้ค่ะ

การออกแบบตัวห้อง : สำหรับห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย แถมมีแบบพิเศษที่ยังไม่เห็นในโครงการ Origin เลย อย่าง 1 Bedroom Plus ที่พอเปิดพื้นที่เชื่อมกัน ก็ทำให้ห้องนอนดูใหญ่ขึ้นทันตาเลย แต่เป็นลักษณะห้องที่ไม่เหมาะกับคนชอบทำอาหาร เพราะได้เป็นห้องครัวปิด แถมได้เป็นพื้นลามิเนตที่ต้องระวังการใช้งานด้วยนะ

ส่วนห้อง 1 Bedroom (Smart Closet) ก็ออกแบบมาได้ลงตัว เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่ Smart Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ตอบโจทย์คนทีชอบแต่งตัวหรือเก็บของได้เป็นอย่างดี พร้อมครัวปิดที่สามารถทำอาหารจริงจังได้ ส่วนห้องนอนจะรวมกับห้องนั่งเล่น ซึ่งเหมาะอยู่อาศัยเอง ไม่ค่อยมีเพื่อนมาบ้าน

สาธารณูปโภค : ด้วยความที่เป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตเยอะพอสมควร จึงได้ Facilities ค่อนข้างหลากหลาย ฟังก์ชัน น่าใช้งานและเพียงพอ ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าโครงการที่ต้องการไลฟ์สไตล์แบบคอนโด เน้นพื้นที่ส่วนกลางเป็นหลัก จัดเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการเลยก็ว่าได้ ตัวโครงการออกแบบให้ Facilities กระจายไปรอบๆ เพื่อให้ทุกอาคารเข้าถึงได้ง่าย เริ่มตั้งแต่ Main Facilities จะอยู่ที่อาคาร A ตึกแรกเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงง่าย ส่วนอาคารด้านหลังก็จะมี Facilities พิเศษ เพื่อทดแทนระยะที่ห่างจากข้างหน้าประมาณ 170 ม. นอกจากนี้ตรงกลางอาคารยังมีสวนหย่อมให้เดินเล่นได้อีก ส่วน Highlight เลยคือ Sky Running บนชั้นดาดฟ้าของทุกอาคาร ทำให้รู้สึกต่อเนื่องกันไป


Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 85,000 บาท/ตร.ม., 17 September 2019

  • ทำเล 8.25/10 -ทำเลใกล้ Fashion Island อยู่ติดถนนใหญ่รามอินทรา
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วนทั้ง 2 เส้น เดินทางสะดวก
  • ไม่ใช้รถ
    • 7/10 -ติดถนนใหญ่เลือกเดินทางได้สะดวกทั้งรถเมล์ รถตู้และแท็กซี่
    • 8/10 – สถานีรถไฟฟ้าอยู่ในระยะที่เดินสบาย ใกล้โครงการ
  • วัสดุ 7.5/10 -ให้มาค่อนข้างดี โครงการขายแบบ Fully Fitted + Home Automation + Hotel Service
  • แบบ 8.25/10 – ออกแบบค่อนข้างดี ทั้งส่วนกลางและห้องพัก มีห้องให้เลือกหลากหลาย
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – หลากหลาย ครบให้ใช้งาน เพียงพอกับยูนิต
  • MAIN CLASS
  • 7.86 / 10.00
  • 8.01 / 10.00 (กรณีใช้รถไฟฟ้า)

BOTTOM LINE

โครงการ The Origin รามอินทรา 83 สเตชั่น เหมาะกับคนในย่านรามอินทรา ชอบทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ ใกล้ Fashion Island ใกล้ทางด่วน เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า ชอบยูนิตแต่ละอาคารไม่มาก อยากได้ส่วนกลางที่หลากหลาย น่าใช้งาน มีแบบห้องให้เลือกถึง 5 แบบ ที่มีความพิเศษแตกต่างกัน มีงบประมาณเริ่มต้น 1.69  ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ  16,000-42,000 บาทต่อเดือน

The Origin รามอินทรา 83 สเตชั่น เปิดจองครั้งแรก 19 ตุลาคม 2562 นี้ บนเมกะโปรเจค “Origin Smart City Ramintra’’ ที่ติดสถานีรถไฟฟ้าสินแพทย์ ที่สุดแห่งส่วนกลาง 8 ชั้น พร้อม Sky Running เชื่อมต่อ 8 อาคาร ในราคาเริ่มต้น 1.69 ล้าน** Promotion เฉพาะวันงาน คลิ๊กลงทะเบียน ที่นี่ 

#จัดจ้านย่านรามอินทรา #SmartCityRamintra #TheOrigin #BlueOcean #StayTuned


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving