รีวิวฉบับที่ 1837 … กลับมาอีกครั้งกับแบรนด์ The Matt ภายใต้โครงการ The Matt สุขุมวิท 101/1 จากบริษัท อัคร บ้านและที่ดิน โดยตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 101/1 ที่เรารู้จักกัน ว่า “ซอยวชิรธรรมสาธิต” ซึ่งเป็นซอยพิเศษสามารถทะลุออกไปได้หลากหลายเส้นทาง ตัวโครงการเป็นอาคาร Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร รวม 279 ยูนิต มีห้องให้เลือกหลากหลายแบบ โดยจะเน้นห้องขนาด Studio และ 1 Bedroom เป็นหลัก โครงการจะเป็นยังไงกันบ้างไปดูกันเลยค่ะ

Fact @ 18 March 2019

  • The Matt Sukhumvit 101/1 (เดอะ แมทท์ สุขุมวิท 101/1)
  • บริษัท อัคร บ้านและที่ดิน จำกัด
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : พระโขนง
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 279 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 20 ยูนิตที่อาคาร B
  • อาคาร A มีทั้งหมด 139 ยูนิต
  • อาคาร B มีทั้งหมด 140 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 43% รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 2-0-13.7 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ก.ค. 2562
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : พ.ย. 2563
  • Studio 21 ตร.ม. จำนวน 82 ยูนิต
  • Studio Exclusive 25 – 27 ตร.ม. จำนวน 14 ยูนิต
  • 1 Bedroom 26 – 27 ตร.ม. จำนวน 123 ยูนิต
  • 1 Bedroom Plus 32 ตร.ม. จำนวน 32 ยูนิต
  • 1 Bedroom Exclusive 38 ตร.ม. จำนวน 13 ยูนิต
  • 1 Bedroom Extra 41 ตร.ม. จำนวน 1 ยูนิต
  • 2 Bedroom Extra 53 – 55 ตร.ม. จำนวน 14 ยูนิต
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.55 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 85,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 0661645514

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.685009, 100.626910

แผนที่จากทางโครงการค่ะ ที่ตั้งของโครงการ The Matt สุขุมวิท 101/1 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 101/1 หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ซอยวชิรธรรมสาธิต ที่ซอยสามารถทะลุจากถนนสุขุมวิทไปถนนศรีนครินทร์ได้ รวมถึงยังอยู่ระหว่าง BTS สถานีปุณณวิถี และสถานีอุดมสุข ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนในอนาคตทำเลนี้มีแผนที่จะทำรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีน้ำตาล แต่ต้องรอกันไปก่อนไม่รู้ว่าของจริงจะได้ใช้งานกันเมื่อไหร่นะคะ ถ้ามีความคืบหน้ายังไงทาง Think จะรีบมาบอกให้ทราบกันค่ะ

มาดูแผนที่จริงกันดีกว่าค่ะ จะเห็นว่าตัวโครงการจะอยู่ในซอยสุขุมวิท 101/1 (วชิรธรรมสาธิต) ที่ซอยนี้จะอยู่เกือบตรงกลางระหว่างสถานีรถไฟฟ้า 2 สถานีคือ ปุณณวิถีและอุดมสุขเป็นซอยที่มีความเจริญค่อนข้างสูง เนื่องจากเดินทางสะดวก มีเส้นทางทะลุออกไปถนนหลักได้หลากหลายเส้น อาทิเช่น ถนนศรีนครินทร์, ซ.สุขุมวิท 101(ปุณณวิถี), ซ.สุขุมวิท 103(อุดมสุข), และซ.สุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ซึ่งทำให้มีคนอาศัยในซอยนี้มาก ความคึกคักก็ตามมาและยิ่งจะเกิดแผนพัฒนาพื้นที่ในอนาคต จึงทำให้ทำเลนี้ดูเป็นอีกทำเลที่น่าสนใจเลยทีเดียว

สำหรับเดินทางขึ้น-ลงทางด่วนเฉลิมมหานคร

  • เส้นทางที่ 1 –  เริ่มจากหน้าปากซอยวชิรธรรมสาธิต > ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้า > ขับชิดซ้ายตรงไปประมาณ 1.4 กม. > เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 62 > ไปยังด่านสุขุมวิท 62 ห่างจากโครงการประมาณ 4.3 กม. แต่เนื่องจากถนนสุขุมวิทมีรถค่อนข้างติด ขอให้เผื่อเวลาเดินทางด้วยนะคะ
  • เส้นทางที่ 2 – เริ่มจากหน้าปากซอยวชิรธรรมสาธิต > ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุขุมวิทฝั่งขาออก > ขับตรงไปประมาณ 2.0 กม. > ผ่านแยกบางนา > เลี้ยวขวาเตรียมขึ้นทางด่วน > ไปยังด่านบางนา ห่างจากโครงการประมาณ 4.4 กม.

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ สำหรับการจราจรบนถนนสุขุมวิทตรงนี้ รถติดไม่เท่ากับฝั่งในเมืองที่ข้ามคลองพระโขนงไปแล้ว แต่ปริมาณรถก็ยังเยอะอยู่ อย่างไรก็ดี ถ้าจะเข้าเมืองใช้รถไฟฟ้ายังสะดวกกว่ามาก มีระยะทางวัดจากตัวโครงการถึงจุดขึ้นลงรถไฟฟ้าประมาณ 2.5 กม. ไม่ใช้ระยะเดินได้สบาย ที่ไม่ได้เป็นระยะที่เดินสบาย แต่ก็ถือว่าไม่ได้ลำบาก เพราะสามารถต่อรถออกมาใช้รถไฟฟ้าที่บริเวณปากซอยได้ไม่ยาก โดยใช้รถสองแถว, แท็กซี่ หรือวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้ ทำให้สะดวกทั้งเดินทางด้วยรถยนต์และรถสาธารณะ นอกจากนี้ตัวโครงการยังมี Shuttle Bus รับ-ส่งให้สำหรับลูกบ้านอีกด้วย สำหรับรายละเอียดต้องขึ้นอยู่กับนิติบุคคลค่ะ

ภายในซอยสุขุมวิท 101/1 ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ ทั้งบ้านพักอาศัย และตึกแถวสูง 4-5 ชั้น ที่ชั้นล่างทำเป็นร้านค้า ร้านอาหาร รวมถึงยังมีตลาด Tesco Lotus และ 7-11 ตลอดทั้งซอย ที่สามารถซื้อของได้สะดวก ส่วนแหล่งช้อปปิ้งรอบโครงการ ถ้าเป็นห้างใหญ่ๆจะต้องไปบนเส้นบางนากับศรีนครินทร์ บนเส้นบางนาใกล้สุดจะเป็น เซ็นทรัลบางนา กับ Big C Supercenter ถัดไปอีกหน่อยก็จะมี Mega บางนา และ Tesco Lotus หรือถ้าไปบนถนนศรีนครินทร์ จะมีห้างอย่าง Secon Square, Paradise Park, ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ รวมไปถึงสวนหลวงร.9 ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ในย่านนี้ที่เหมาะไปเดิน-วิ่งออกกำลังกายได้ค่ะ

และนอกจากห้างบนเส้นศรีนครินทร์แล้ว ยังมีห้างและ Community Mall ในระยะใกล้ๆ อิงเส้นสุขุมวิท เช่น

  • Phyll สุขุมวิท 54 – ตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 54 ข้างสำนักงานเขตพระโขนง เป็น Hybrid-Lifestyle Mall มีทั้งพื้นที่ Open-Air และ พื้นที่ภายใน รวมถึงชั้นใต้ดินด้วย มีสินค้าหลากหลายประเภท บนพื้นที่ขายขนาด 5,200 ตารางเมตร
  • Century Movie Plaza Onnut – ตั้งอยู่ข้างๆ BTS อ่อนนุช เป็นโครงการ Mixed Use คือมีทั้งส่วนของคอนโดมิเนียมและพื้นที่เชิงพาณิชย์ Shopping complex , โรงภาพยนตร์
  • Whizdom 101 – Mixed use ขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ภายในประกอบไปด้วย สวนสาธารณะขนาดใหญ่ คอนโด และ Community Mall บนเนื้อที่กว่า 43 ไร่ นอกจากนั้นยังมี True Digital Park สถานที่สำหรับคนยุคดิจิทัล ได้ครบทั้งที่ทำงาน พักผ่อน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มสตาร์ทอัพให้ครบวงจร
  • Bangkok Mall – ตั้งอยู่บริเวณถนนบางนา-ตราด ตัดกับสุขุมวิท ศูนย์การค้าและออฟฟิศบนพื้นที่ใหญ่เป็น 3 เท่าของสยามพารากอน ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์จะกลายเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในช่วงหลายปีมานี้ทำเลแถบสุขุมวิทตอนปลายมีคอนโดเกิดใหม่ตามรถไฟฟ้าค่อนข้างเยอะ สภาพชุมชนจังค่อยๆพัฒนา ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น เชื่อว่ามี Community Mall และ ศูนย์การค้าเหล่านี้ จะยิ่งทำให้ทำเลแถวนี้เจริญมากขึ้นไปอีกค่ะ

การเดินทางไปโครงการวันนี้ เราจะขอพาไปด้วยรถยนต์กันดูบ้าง เริ่มจากจุดพักรถทางด่วนเฉลิมมหานคร > เบี่ยงซ้ายออกตามป้ายบางนา-พระโขนง > เข้าถนนสุขุมวิท > ผ่านแยกอุดมสุข > หลัดงจากนั้นชิดขวา > พอถึงแยกสุขุมวิท 101/1 ให้เลี้ยวเข้าซอยวชิรธรรมสาธิต > ตรงเข้าไปข้างในโครงการจะอยู่ระหว่างซอยวชิรธรรมสาธิต 35 และ 37 ตรงข้ามกับซอยวชิรธรรม 42 ไปดูบรรยากาศระหว่างทางกันค่ะ

เริ่มจากจุดพักรถทางด่วนเฉลิมมหานคร ให้ขับตรงไปตามทางก่อนนะคะ

ตรงมาสักพักจะมีป้ายบางนา-พระโขนง ที่ต้องเบี่ยงซ้ายออกไปเพื่อเข้าถนนสุขุมวิท หรือถ้าใครอยากไปเส้นบางนา-ตราดให้ขับตรงไปป้ายชลบุรีได้นะคะ

หลังจากขับตามทางมาเรื่อยๆจะมาโผล่ตรงถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้าเมือง ซึ่งเป็นเส้นที่มีรถไฟฟ้า BTS วิ่งอยู่ทางด้านบนค่ะ

เมื่อเข้าถนนสุขุมวิทให้เราขับตรงมาเรื่อยๆจะเจอแยกอุดมสุข ให้เราขับผ่านแยกไปแล้วเตรียมชิดขวา เพื่อเลี้ยวขวาที่แยกหน้าค่ะ

หลังจากนั้น เราจะเห็นป้ายให้เลี้ยวขวาเข้าซอยวชิรธรรมสาธิตค่ะ

พอถึงแยกให้เราเลี้ยวขวาเข้าซอยวชิรธรรมสาธิต (สุขุมวิท 101/1) ภายในซอยมีวัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร ซึ่งเอามาตั้งเป็นชื่อซอยอีกด้วยค่ะ

ภายในซอยวชิรธรรมสาธิต ส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัยประเภทแนวราบ มีตึกสูงอยู่บางประปราย ซึ่งเห็นว่าตึกแถวชั้นล่างจะทำเป็นร้านค้าพาณิชย์ตลอดทาง รวมๆแล้วก็เป็นซอยที่คึกคักทีเดียว มีคนเดินไป-มาตลอดทั้งวัน ไม่ต้องกลัวเปลี่ยวนะคะ

ขับตรงมาเรื่อยๆเราจะเห็น Sale Gallery อยู่ทางขวามือ ซึ่งจะอยู่คนละที่กับพื้นที่โครงการของจริงนะคะ แต่มีที่จอดรถไม่มากนัก ถ้าที่จอดรถเต็มขอแนะนำให้ตรงไปอีกนิด ทางโครงการได้เตรียมที่จอดรถให้สำหรับลูกค้าที่มาเยี่ยมชมค่ะ

ตรงผ่าน 7-11 มาอีกนิด เราจะเห็นพื้นที่ร้านค้าที่พื้นเป็นดินแดง ให้เราเลี้ยวขวาเข้าไปด้านในภายในมีที่จอดรถของ Sale Gallery อยู่ค่ะ ส่วนถ้าใครอยากไปดูบรรยากาศพื้นที่โครงการให้ขับตรงไปอีกนิดค่ะ

ขับตรงมาเรื่อยๆจนถึงซอยวชิรธรรมสาธิต 35 ให้เราขับตรงมีอีกนิดจะเห็นพื้นที่โครงการอยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งฝั่งตรงข้ามจะเป็นซอยวชิรธรรมสาธิต 42 เดี๋ยวเราจะพาไปชมบรรยากาศโดยรอบโครงการกันค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูพื้นที่รอบๆโครงการกันบ้างค่ะ ตัวโครงการมีขนาดพื้นที่ 2 ไร่กว่าๆ เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งอยู่ระหว่างซอยวชิรธรรมสาธิต 35 และ 37 ซึ่งตัวโครงการจะติดถนนสุขุมวิท 101/1  ทำให้สามารถเรียกรถได้ง่าย แต่ห้องพักอาศัยที่อยู่ติดถนนอาจจะได้ยินเสียงรถยนต์รวบกวนสักเล็กน้อย เนื่องจากมีรถผ่านไปมาตลอดเวลา ซึ่งตัวอาคาร A ห้องพักที่หันออกทางด้านทิศตะวันออกจะมีมุมที่ถูกตึกแถวบังอยู่บ้าง ซึ่งถ้าให้แนะนำจริงๆควรกลับอาคารไปอีกฝั่ง เนื่องจากอีกฝั่งเป็นที่อยู่อาศัยไม่สูงมาก ทำให้ทุกห้องของโครงการจะได้วิวที่เปิดโล่งได้ดีกว่า แต่อาจจะต้องแลกกับเสียงซ่อมรถยนต์เล็กน้อยนะคะ ส่วนโดยรวมถือว่าเป็นอาคาร Low Rise ที่ได้วิวเปิดโล่งทีเดียว

ทิศเหนือ – ติดกับพื้นที่ว่างรอการพัฒนา เป็นส่วนของพื้นที่พักอาศัยส่วนบุคคล ปัจจุบันคาดว่าปล่อยให้เป็นพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ ซึ่งพอตึกเสร็จต้องมาดูกันอีกทีว่าจะมีลักษณะเป็นยังไงกันบ้างค่ะ

ทิศตะวันออก – ติดกับตึกแถวสูง 3-4 ชั้น ที่ชั้นล่างทำเป็นร้านค้าพาณิชย์ ถัดเข้าไปข้างในเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบสูง 1-2 ชั้น ถัดออกไปเป็นซอยวชิรธรรม 37 ภายในซอยค่อนข้างเงียบเป็นที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบทั้งหมด ทำให้มีส่วนที่โดนบังเฉพาะห้องพักอาศัยด้านหน้าที่ติดถนนใหญ่ นอกนั้นได้วิวค่อนข้างโล่งทีเดียว

ทิศตะวันตก – ติดกับอู่ซ่อมรถ และบ้านพักอาศัยขนาด 1-2 ชั้น ถัดไปเป็นซอยวชิรธรรม 35 ซึ่งเป็นซอยส่วนบุคคลและซอยตัน ทำให้ไม่วุ่นวาย ไม่มีคนผ่านไปผ่านมาสักเท่าไหร่ สำหรับทิศนี้เป็นทิศที่ได้รับแดดและความร้อนสูงที่สุด สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้อยู่ห้องในช่วงกลางวัน ก็จะไม่ได้ผลกระทบเท่าไรนัก หรือใครที่อยู่ก็แนะนำให้ติดม่านแบบทึบหน่อยนะคะ จะช่วยลดความร้อนภายในห้องได้

ทิศใต้ – ติดกับทางเข้า-ออกหลักของโครงการ คือถนนสุขุมวิท 101/1 ที่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นซอยวชิรธรรม 42 และมีตึกแถวสูง 3-4 ชั้นอยู่ สำหรับทิศนี้อาจจะต้องระหว่างเสียงรถยนต์ที่อาจจะเข้ามารบกวนภายในห้องพักอาศัยได้ เนื่องจากเป็นถนนหลักที่คนผ่านเข้า-ออกตลอดเวลาค่ะ แต่ถ้าชั้นบนๆหน่อยน่าจะได้วิวที่โล่งอยู่ต้องมารอลุ้นตอนตึกเสร็จกันอีกทีค่ะ

พื้นที่รอบของโครงการ ปัจจุบันรอบรั้วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวโครงการเองอยู่ติดกับถนนสุขุมวิท 101/1 ทำให้เข้าออกโครงการได้ง่าย รวมถึงยังสามารถเรียกรถสาธารณะได้ง่ายอีกด้วย เหมาะทั้งกับคนใช้รถยนต์และรถสาธารณะ

ทิศตะวันตก – เรามาดูบรรยากาศอู่ซ่อมรถด้านข้างกันค่ะ ซึ่งของจริงห้องพักอาศัยฝั่งนี้ที่ติดกับอู่รถจะไม่มีนะคะ ทำให้ไม่มีเสียงซ่อมรถยนต์และกลิ่นเข้าไปรบกวนภายในห้องค่ะ

ถัดมาที่บรรยากาศในซอยวชิรธรรมสาธิต 35 ซึ่งเป็นซอยตันส่วนบุคคล ทำให้บรรยากาศเงียบสงบทีเดียวค่ะ ถัดไปเป็นตึกแถวสูง 3-4 ชั้นเรียงยาวตามแนวถนน

ทิศใต้ – มาดูฝั่งตรงข้ามของอาคารดูบ้าง จะเป็นตึกแถวสูง 3-4 ชั้น ข้างๆเป็นซอยวชิรธรรมสาธิต 42 ภายในเป็นซอยตัน ทำให้บรรยากาศไม่วุ่นวายมากนัก

ถัดมาด้านข้างซอยอีกฝั่งเป็นตึกแถวสูง 3-4 ชั้น ที่ด่างล่างทำเป็นร้านค้าพาณิชย์เรียงยาวตามแนวถนน ซึ่งมีร้านอาหารอยู่ถ้าใครหิวก็เดินข้ามถนนมากินได้เลยค่ะ

ทิศตะวันออก – เป็นตึกแถวสูง 3-4 ชั้น ที่ด่างล่างทำเป็นร้านค้าพาณิชย์ ซึ่งฝั่งนี้แหละที่มีห้องพักอาศัยบางห้องที่โดนบังวิวอยู่ค่ะ

ถัดมาอีกนิดเป็นซอยวชิรธรรมสาธิต 37 ภายในซอยเป็นบ้านพักอาศัยประเภทแนวราบ ทำให้ไม่มีรถยนต์ผ่านไปมามากนัก ค่อนข้างเงียบสงบทีเดียวค่ะ

ถัดไปอาคารด้านข้างจะเป็น ห้องพักอาศัยสูง 1 ชั้นที่ทำเป็นร้านค้า ร้านอาหารอยู่ ซึ่งทางใครหิวก็เดินมาฝากท้องที่นี่ได้ค่ะ

เยื้องๆกับโครงการจะมีปั๊มน้ำมัน PT อยู่สะดวกดีสำหรับคนขับรถ เพราะเติมได้ทั้งก่อน-หลังไปทำงานได้ ภายในปั๊มจะมีร้านกาแฟ และร้านสะดวกซื้อ ทำให้สามารถเดินไปซื้อของกินก่อนเข้าบ้านได้ค่ะ

ถัดไปด้านข้างปั๊มอีกนิด จะมี Park Avenue ที่ภายในจะมีร้านทำฟัน รัานเสริมสวย Tesco Lotus และอื่นๆให้เลือกใช้บริการอีกมากมาย รวมถึงด้านข้างยังมีร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ถ้าใครหิวๆในยามค่ำคืนก็เดินมาซื้อของที่นี่ได้ และยังมีร้านค้ารถเข็นให้เลือกกินอีกด้วย ทำให้โดยรอบโครงการถือว่าอุดมสมบูรณ์ทีเดียว ภายในระยะที่เดินได้สบายหาของกินได้ตลอดทั้งวันค่ะ

บริเวณด้านหน้าโครงการ Park Avenue จะมีพี่วินมอเตอร์ไซค์อยู่ ถ้าใครขี้เกียจเดินและต้องการไปขึ้นรถไฟฟ้า BTS ก็สามารถใช้บริการพี่วินได้ในราคา 30 บาทค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ปิยรมย์ เพลส ~ 1.9 กม.
  • Bangkok Mall ~ 2.7 กม.
  • เซ็นทรัลบางนา ~ 3.8 ก.ม.
  • บิ๊กซีบางนา ~ 4.0 ก.ม.
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ~ 4.5 ก.ม.
  • Paradise Park ~ 4.8 กม.
  • Seacon Square ~ 5.0 กม.
  • เซ็นทรัลบางนา ~ 5.2 กม.
  • เมกะ บางนา ~ 6.0 กม.
  • สนามบินสุวรรณภูมิ ~ 27 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

มากันที่ภาพ perspective ภายนอกโครงการกันก่อนนะคะ ตัวโครงการเป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคารจำนวน 279 ยูนิต บนพื้นที่ดินขนาด 2 ไร่กว่าๆ ตัวอาคารลักษณะเป็นรูปตัว L สองอาคารที่หันหน้าเข้าหากัน ทำให้มี Courtyard ตรงกลางระหว่างทั้ง 2 อาคาร ส่วนห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 2 นอกจากนั้นที่ชั้น Roof Top ด้านบนอาคาร B ทางโครงการยังได้ทำเป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่ที่สามารถขึ้นไปใช้บริการได้อีกด้วยค่ะ

มาเริ่มดูที่ผังโครงการกันก่อน ทางเข้า-ออกของโครงการอยู่ที่ถนนสุขุมวิท 101/1 ซึ่งจะติดกับอู่รถยนต์ด้านข้างโครงการตรงกลางชั้นที่ 1 จะทำเป็นพื้นที่สระว่ายน้ำ และสวนหย่อม พร้อมบันไดที่สามารถขึ้นไปชั้น Facilities ที่อาคาร A ได้เลย นอกนั้นจะเป็นพื้นที่จอดรถ ทั้งในร่มและกลางแจ้ง สำหรับการเดินรถ เมื่อเข้ามาภายในโครงการจะเป็นทางเดินรถแบบ One Way โดยจะต้องขับตรงไปผ่านใต้อาคาร B ก่อนแล้ววนกลับมาที่ใต้อาคาร A แล้วค่อยออกนอกตัวโครงการที่ทางเดิม โดยทางโครงการให้ที่จอดรถมาประมาณ 43% รวมจอดซ้อนคัน ถือว่าให้มาไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตและระดับราคาที่จ่าย แต่น่าจะหักลบความต้องการในการใช้รถยนต์ได้บ้าง เนื่องจากที่ตั้งโครงการต่อรถไปใช้ BTS ได้ไม่ยาก

มาดูหน้าตาของโมเดลกันดูบ้าง โดยโครงการได้ออกแบบหน้าตามาค่อนข้างเรียบหรู โดยจะเน้นโทนสีเทา ขาว ดำ เป็นหลัก ซึ่งตัวโครงการออกแบบป้ายชื่อโครงการไว้ด้านหน้า เวลาขับรถผ่านจะเห็นได้ชัดเจน โดยมีรั้วรอบตัวของโครงการ พร้อมทั้งต้นไม้ที่วิ่งรอบรั้ว ทำให้บรรยากาศภายในดูร่มรื่นมากขึ้น และมี Buffer Zone ระหว่างภายในและภายนอกโครงการ ทำให้มีความเป็นส่วนตัว

ทางเข้าออกโครงการอยู่ที่ถนนสุขุมวิท 101/1 โดยจะชิดมาทางซอยวชิรธรรมสาธิต 35 ซึ่งรูปแบบระบบรักษาความปลอดภัยจะเป็นระบบไม้กั้นกระดกอัตโนมัติ ที่มาพร้อม Key Card Access แบบแตะบัตรระยะใกล้ ส่วนตำแหน่งจะอยู่ตรงไหนต้องรอดูตอนโครงการเสร็จอีกทีนะคะ ข้อดีของทางเข้า-ออกทางเดียว ทำให้สามารถดูแลรักษาความปลอดภัยได้ง่ายค่ะ

เข้ามาด้านในโครงการ เราจะเจอพื้นที่จอดรถแบบกลางแจ้งของโครงการก่อน ซึ่งบริเวณที่จอดรถจะมีรั้วรอบพร้อมต้นไม้ใหญ่ เพื่อความเป็นส่วนตัวของพื้นที่ส่วนกลาง หรือถ้าใครอยากจอดรถในที่ร่มจะต้องขับตรงเข้าไปยังใต้อาคารนะคะ

เราจะขอแวะมาดูพื้นที่ตรงกลางระหว่างทั้ง 2 อาคารกันดูบ้าง ซึ่งทางโครงการได้ทำเป็นสระว่ายน้ำและพื้นที่สวนหย่อม ทำให้ห้องพักอาศัยที่หันหน้าเข้ามาด้านในจะได้วิวส่วนกลางของตัวโครงการนะคะ

มาดูภาพบรรยากาศจำลอง บริเวณสระว่ายน้ำกันสักหน่อย สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดไม่ใหญ่มาก ขนาด 18.5 x 5.0 เมตร ลึก 1.20 เมตร พร้อมสระเด็ก ขนาด 2.5 x 3.0 เมตร ลึก 50 ซม. รวมถึงมุม Jacuzzi ภายในสระอีกด้วย ซึ่งตัวสระจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายจริงจังได้ค่ะ

ถัดมาที่โมเดลจำลองฝั่งทิศตะวันตก จะเห็นได้ชัดว่าตัวโครงการแบ่งออกเป็น 2 อาคารด้วยกัน โดยตึกแรกที่ชิดกับถนนสุขุมวิท 101/1 จะเป็นอาคาร A ส่วนตึกที่ถัดเข้ามาข้างในจะเป็นอาคาร B โดยระหว่างอาคารจะมีระยะห่างพอสมควร ทำให้ไม่อึดอัด และมีการหมุนเวียนอากาศภายในโครงการได้ดี ห้องที่หันออกทางนี้จะติดกับบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น ซึ่งจะมีห้องพักอาศัยบางห้องที่โดนบังวิวเท่านั้น นอกนั้นจะได้วิวเปิดโล่งเลยทีเดียว

มาดูกันต่อที่ฝั่งทิศเหนือ ซึ่งทิศนี้จะติดกับพื้นที่ว่างเปล่ารอการพัฒนาขนาดใหญ่ ทำให้ในอนาคตมีสิทธิที่จะก่อสร้างเป็นคอนโดได้ ถ้าใครกลัวว่าจะบดบังทัศนียภาพของตัวห้องพักอาศัย เราแนะนำให้เลือกห้องพักอาศัยที่หันเข้าพื้นที่ด้านในโครงการ ที่จะได้วิวพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ เป็นการการันตีวิวที่แน่นอนค่ะ

สุดท้ายจบที่โมเดลฝั่งทิศตะวันออก ซึ่งด้านนี้บริเวณด้านหน้าจะโดนตึกแถวสูง 3-4 ชั้นบังอยู่ (บริเวณที่ทำเส้นประสีแดงไว้) ซึ่งคาดว่าชั้น 5 ขึ้นไปน่าจะได้วิวที่เปิดโล่ง แต่ต้องมารอลุ้นกันตอนตึกเสร็จอีกทีนะคะ ส่วนถัดเข้ามาข้างในจะเป็นห้องพักอาศัยที่ติดกับบ้านพักอาศัยสูง 1-2 ชั้น ทำให้ได้วิวเปิดโล่งทีเดียวค่ะ

เรามาต่อกันที่ชั้น 2 ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางของโครงการจะอยู่ที่อาคาร A มีทั้ง Lobby, Fitness และ Co-working Space ที่ใช้ร่วมกันของทั้ง 2 อาคาร ซึ่งบริเวณนี้จะไม่มีลิฟต์โดยสาร จะเป็นการเดินเท้าด้วยบันไดเท่านั้น ที่สามารถขึ้นจากบริเวณลานจอดรถก็ได้ หรือจะเข้าจากพื้นที่สระว่ายน้ำก็ได้นะคะ

ส่วนห้องพักอาศัยของอาคาร A จะเริ่มต้นที่ปีกฝั่งทิศตะวันออก ซึ่งแยกทางเข้า-ออกจากกันชัดเจน ทำให้ห้องพักอาศัยนี้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น โดยอาคาร A ลิฟต์โดยสารทั้งหมด 2 ตัว พร้อมบันไดหนีไฟ 3 จุด ซึ่งชั้นนี้จะเน้นห้อง 1 Bedroom เป็นหลัก และมีห้อง 2 Bedrooms อยู่ที่หัวมุมโดยจะมีชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น

ส่วนห้องพักอาศัยของอาคาร B จะเป็นห้องพักอาศัยแบบเต็มชั้น ซึ่งเน้นห้อง 1 Bedroom เป็นหลัก แต่ส่วนใหญ่จะหันหน้าออกนอกตัวโครงการทั้งหมด มีเพียง 1 ห้องที่หันเข้ามาด้านในโครงการเท่านั้น ซึ่งอาคารนี้จะมีลิฟต์ 2 ตัวเช่นเดียวกัน ซึ่งตัวลิฟต์จะอยู่ตรงกลางของอาคาร ทำให้ห้องพักอาศัยด้านริมอาคาร สามารถเดินได้ไม่ไกลมากนัก สำหรับทางเดินจะเป็นแบบ Double Corridor ที่ได้ช่องแสงถึง 3 จุดด้วยกัน ทำให้ได้รับแสงเข้ามาด้านในค่อนข้างเยอะ อาจจะมีบางส่วนที่ต้องเปิดไฟบริเวณโถงทางเดินช่วย

มาดูภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ Fitness กันดูบ้าง โดยตัวห้องจะหันหน้าเข้าในอาคาร ซึ่งได้วิวของสระว่ายน้ำของโครงการไปด้วย ภายในห้องตามรูปค่อนข้างกว้าง สามารถวางเครื่องเล่นได้หลายเครื่อง มาพร้อมกระจกบานใหญ่ และปูพื้นไม้แบบก้างปลา ทำให้บรรยากาศห้องดูหรูหรามากยิ่งขึ้น โดยจะมีทั้งเครื่องเล่นแบบ Cardio และ Weight Training ค่ะ

ถัดมาที่ภาพบรรยากาศพื้นที่ Co-working Space ภายในตามรูปทำออกมาได้ค่อนข้างกว้างทีเดียว โดยจะมีที่นั่งหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ลูกบ้านที่ค่อนข้างหลากหลายการใช้งาน ซึ่งห้องนี้จะหันออกนอกตัวอาคารฝั่งถนนสุขุมวิท 101/1 ค่ะ

เราจะขออธิบายแยกออกเป็นอาคาร A และ อาคาร B ซึ่งตั้งแต่ชั้นที่ 3-8 จะวางห้องเหมือนกันทั้งหมดค่ะ

เริ่มที่อาคาร A ด้านหน้าโครงการ ตัวอาคารจะมีจำนวนยูนิตทั้งหมด 132 ยูนิต ซึ่งมีลิฟต์โดยสารทั้งหมด 2 ตัว มีอัตตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 66 : 1  ถือว่าใช้งานไม่หนาแน่น ซึ่งตัวอาคารจะไม่มีลิฟต์ Service มาให้ ทำให้ต้องใช้งานร่วมกันซึ่งอาจจะไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัวมากนัก โถงลิฟต์อยู่ตรงกลางทำให้สะดวกในกลางใช้งานได้ง่าย รวมถึงยังมีบันไดหนีไฟ 3 จุด ทำให้ช่วยกระจายการใช้งานได้ สำหรับทางเดินเป็นแบบ Double Corridor ประตูจะตรงกับห้องฝั่งตรงข้าม เวลาใช้งานอาจจะเปิดประตูมาจ๊ะเอ๋กันบ้างนะคะ โดยจะเน้นไปที่ห้องห้อง 1 Bedroom เป็นหลัก ซึ่งส่วนใหญ่ห้องจะหันออกนอกตัวโครงการค่ะ ส่วนห้อง 2 Bedrooms จะมีเพียง 1 ห้อง/ชั้น เท่านั้น ที่จะหันเข้าด้านในอาคาร ทำให้ได้วิวสระว่ายน้ำของโครงการไปโดยปริยาย สำหรับห้องที่อาจจะได้วิวไม่ค่อยดีนัก จะเป็นห้องที่หันออกทางทิศตะวันออกประมาณ 3 -4 ห้องแรกมุมฝั่งซ้ายประมาณชั้นที่ 2-4 เนื่องจากอาจจะโดยตึกแถวด้านข้างบดบังวิวได้ แต่ข้อดีคือจะอยู่ใกล้กับโถงลิฟต์ทำให้ใช้งานได้สะดวกค่ะ

ถัดมาที่อาคาร B  หลักๆแล้วการใช้งานจะเหมือนกับอาคาร A เลย แต่จะมีจำนวนยูนิตที่มากกว่าอยู่ที่ 140 ยูนิต ทำให้มีอัตราส่วนลิฟต์ที่มากกว่าประมาณ 70 : 1 ถือว่าเป็นปริมาณความหนาแน่นที่ยังไม่มาเท่าไหร่ ซึ่งอาคารนี้จะเน้นไปที่ห้อง Studio ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวิวที่หันออกด้านนอกตัวอาคาร หรือถ้าหันเข้ามาด้านในก็จะเป็นห้องที่โดนวิวของอาคาร A พอดี ส่วนห้อง 1 Bedroom Plus และ 1 Bedroom Exclusive จะเป็นห้องที่หันเข้าข้างในโครงการเท่านั้น เสมือนเป็นการการันตีวิวที่จะได้ด้วยนะคะ

มาดูกันที่ชั้น 8 ความพิเศษอยู่ที่อาคาร B เนื่องจากบริเวณชั้น Roof Top จะเป็นพื้นที่สวนหย่อม ที่สามารถมาใช้บริการได้ทั้งผู้พักอาศัยอาคาร A และ B ทำให้มีการกั้นส่วนห้องพักอาศัยแยกออกจากตัวโถงลิฟต์เพื่อความเป็นส่วนตัว ซึ่งพอกั้นแล้วจะมีห้องพักอาศัย 1 ห้อง ที่อยู่ตรงข้ามกับบันไดหนีไฟ (ตำแหน่งที่ถมสีน้ำเงินไว้ ) จะไม่มีประตูกั้นทำให้มีคนเดินผ่านไปผ่านมาหน้าห้องตลอดเวลา ซึ่งทำให้ความเป็นส่วนตัวลดลง แต่จะแลกกับราคาที่ถูกกว่าห้องอื่นอยู่ค่ะ แต่ถ้าเพื่อความชัวร์ต้องลองสอบถามทางโครงการอีกทีนะคะ

มาต่อกันที่ชั้น Roof Top ความพิเศษอยู่ที่อาคาร B ซึ่งด้านบนจะเป็นพื้นที่สวนหย่อมขนาดใหญ่ ที่สามารถไปเดินเล่นและพักผ่อนในบริเวณนี้ได้ แต่ชั้นนี้จะไม่มีลิฟต์ขึ้นมาถึง ต้องเดินบันไดจากชั้น 8 ขึ้นมาเท่านั้นนะคะ

มาดูภาพโมเดลของชั้น Roof Top กันสักหน่อย โดยทางโครงการมีการออกแบบสวนมาสวยงามทีเดียว มีลูกเล่นของการเล่นเส้นเฉียงเพื่อทำให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยั้งมีซุ้มที่นั่งมาให้ สามารถขึ้นมานั่งเล่นรับลมบริเวณนี้ได้ค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศของชั้น Roof Top จะเห็นว่ามีการออกแบบที่นั่งมาค่อนข้างหลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งชั้นนี้จะไม่มีหลังคาคลุมมาให้ ทำให้ขณะฝนตกจะไม่สามารถใช้งานบริเวณนี้ได้นะคะ

บรรยากาศภายในชั้น ออกแบบมาน่าใช้งานทีเดียว มีที่นั่งเป็นซุ้มๆ มานั่งพักผ่อน อ่านหนังสือได้ รวมถึงมีพื้นสนามหญ้าที่ให้เด็กๆมาวิ่งเล่นกันได้ค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ขนาด 18.5 x 5 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย
  • Sky Garden
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์ รวมทั้งโครงการ 70 :  1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 66 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 70 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 43% รวมจอดซ้อนคัน
  • Wi-Fi ฟรีที่ส่วนกลาง
  • พื้นที่จอดรถ 43 % รวมจอดซ้อนคัน
  • Main Entrance : Easy pass (คาดว่า) รั้วกั้นไม้กระดกอัตโนมัติ
  • ระบบ CCTV
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง


Product Walkthrough

จากแนวคิดในการออกแบบที่ต้องการให้ลูกบ้าน Match การใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง ทางโครงการจึงทำ Material มาให้เลือก 2 โทนสีด้วยกัน คือ

  • โทนสีขาว คลีนๆ หินอ่อนสีขาว
  • โทนสีเทา เข้มๆ หินอ่อนสีดำ

ทางโครงการมี Material Board โทนสีต่างๆมาให้ชมกันค่ะ ใครไปที่สำนักงานขายก็ไปขอดูได้ว่า ของจริงเราจะได้วัสดุเป็นอะไร หน้าตาเป็นแบบไหน หรือถ้านึกไม่ออกทางโครงการก็จัดห้องตัวอย่างมาให้ดู 2 ห้อง 2 โทนสีเลย

สำหรับห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมจะมี 2 Type ได้แก่

  • Studio ขนาด 21 ตารางเมตร
  • 1 Bedroom ขนาด 27 ตารางเมตร

ห้องแรกที่จะพาไปชมคือ Studio 21 ตารางเมตร เป็นห้องที่ได้รับแสงจากฝั่ง ห้องนั่งเล่นและพื้นที่ระเบียง ที่ช่วยทำให้ภายในห้องได้รับแสงจากภายนอกได้ ซึ่งบริเวณห้องครัวอาจจะได้แสงไม่มากนัก แปลนมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนชัดเจน เข้ามาจะเจอกับห้องครัวก่อน ซึ่งจะได้เป็นห้องครัวปิด ทำให้สามารถทำอาหารจริงจังได้ ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำ ที่แยกส่วนแห้งและเปียกออกจากกันชัดเจน ซึ่งทั้ง 2 ฟังก์ชันนี้จะอยู่ด้านในอาคารทำให้ต้องใช้เครื่องดูดอากาศช่วยในการระบายอากาศอีกแรงค่ะ ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นโล่งขนาดใหญ่ ซึ่งทางโครงการได้รวมห้องนั่งเล่นและห้องนอนไว้ด้วยกัน กรณีอยู่อาศัยมากกว่า 1 คน อาจจะไม่เป็นส่วนตัวมากนัก เนื่องจากต้องใช้พื้นที่ร่วมกัน ส่วนพื้นที่ระเบียงสามารถเข้าจากบริเวณข้างเตียงได้เลย ทำให้เดินออกไปสูดอากาศได้สะดวกทีเดียว รวมถึงยังตั้งเครื่องซักผ้าและตากผ้าได้ พร้อมแขวน Condensing Unit มาให้เรียบร้อย

ห้องของโครงการนี้ขายในรูปแบบ Fully Furnished มีเฟอร์นิเจอร์ต่างๆมาให้พร้อมอยู่ จะได้เหมือนกับในห้องตัวอย่างเลยนะคะ ไปดูรายละเอียดในจุดต่างๆกัน

เฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาประกอบไปด้วย

  • ชุดครัว – ให้มาเป็นชุด Built-in ขนาด 1.2 ม. พร้อม Hob & Hood
  • Sofa – เป็นแบบ 2 ที่นั่ง ขนาดกำลังพอดี
  • ชั้นวางทีวี – ให้เป็นแบบ Built-in ติดผนัง ซึ่งของจริงจะได้เฉพาะตู้ด่างล่างเท่านั้น
  • ตู้เสื้อผ้า – หน้าบานแบบเปิด เนื่องจากเหลือพื้นที่หน้าตู้ค่อนข้างเยอะ ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่
  • ฐานวางเตียง – ให้ฐานวางเตียง ที่มีช่องเปิดด้านใต้มาให้อีกด้วย
  • เครื่องปรับอากาศ – 1 ตัวขนาด 12,000 BTU.

ประตูไม้สำเร็จรูป HDF ปิดผิวลามิเนต ขนาด 2.00 x 0.90 เมตร

สำหรับห้องพักอาศัยทุกห้องจะได้ Digital Door Lock ของ Samsung ดยรุ่นนี้จะรองรับการเปิดเข้าทั้งรหัส, การ์ด, rabbit card และ Bluetooth ส่วนธรณีประตูหน้าห้อง เป็นแบบยกขอบขึ้นมาประมาณ 2.5 ซม. ทำให้แยกจากพื้นทางเดินหน้าห้อง ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้แม่บ้านโครงการกวาดทำความสะอาดฝุ่นเข้ามาในห้องเราได้

เมื่อเปิดเข้ามาภายในห้อง จะพบพื้นที่ส่วนแรกคือห้องครัวปิด ถัดเข้าไปจะมีประตูบานเลื่อน 3 ตอน เพื่อกั้นพื้นที่ของห้องนอนและครัวออกจากกัน มีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.40 เมตร เป็นความสูงมาตรฐานตามกฎหมาย พื้นภายในห้องเป็นกระเบื้องยางสมาร์ทไวนิลลายไม้ คุณสมบัติจะเป็นวัสดุ PVC 100% ข้อดีคือมีลวดลายและสีมากกว่าทำให้คล้ายคลึงกับไม้จริง อีกทั้งถ้าพื้นเปียกก็จะไม่บวม เนื่องจากมีความทนทานต่อน้ำได้ดีกว่าลามิเนต ทำให้สามารถปูพื้นห้องครัวได้ ส่วนผนังห้องของจริงจะได้เป็นแบบฉาบเรียบทาสีค่ะ

หันกลับมาตรงประตู ซึ่งด้านหลังทางโครงการจะมี Door Stopper มาให้ ทำให้ประตูไม่เปิดมาชนกับผนัง เพื่อป้องกันความเสียหายของตัวห้อง หลังจากวางเฟอร์นิเจอร์แล้ว จะมีพื้นที่หน้าครัวกว้างประมาณ 1.54 เมตร

เคาน์เตอร์ครัวชุดนี้ทางโครงการมีให้นะคะ หน้าบานปิดผิวด้วยเมลามีน Top ครัวหินสังเคราะห์  มาพร้อม Backsplash เป็นกระเบื้องเซรามิค ด้านข้างมีพื้นที่กว้างประมาณ 70 ซม. สามารถวางตู้เย็นขนาด 10.9 คิวบิกได้ ซึ่งของจริงทางโครงการจะไม่ได้ให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามานะคะ

ชุด Built in ครัวที่ให้มีทั้งหมด 3 ระดับ ด้านบนสุดเป็นตู้เก็บของ มีหลายช่อง แบ่งเก็บของได้ค่อนข้างหลากหลาย ตู้หน้าบานปิดผิวเมลามีนข้อดีคือสามารถทนความร้อน ความชื้น และน้ำได้ดีมากกว่าลามิเนต รวมถึงยังเช็คทำความสะอาดได้ง่าย ฝั่งซ้ายมือสุดจะเป็นช่องใส่ Hood ยี่ห้อ MEK เป็นแบบหมุนเวียนภายในอาคารค่ะ

ตู้ด้านบนของเคาน์เตอร์ แถม Soft Close มาให้เพื่อป้องกันไม่ให้ตู้เกิดเสียง และลดแรงกระแทกก่อนที่หน้าบานจะปิดสนิท อีกทั้งยังให้ที่จับแบบเฉียง 45 องศา เพื่อให้สามารถจับได้สะดวกมากยิ่งขึ้นค่ะ

บริเวณเคาน์เตอร์ทางโครงการจะให้วัสดุ Top เคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ ที่ทนต่อน้ำและความร้อนได้ดี รวมถึงยังได้ Backsplash เป็นกระเบื้องเซรามิคขนาด 20 x 40 ซม. ซึ่งทำความสะอาดได้ง่ายและป้องกันคราบสกปรกได้ ระหว่างซิงค์ล้างจานและเตาไฟฟ้า มีพื้นที่ตรงกลางสำหรับใช้เตรียมอาหารได้

ทางโครงการให้ซิงค์ล้างจานสแตนเลสหลุมเดี่ยว ขนาด 50 x 50 ซม. พร้อมก๊อกน้ำล้างจานโครเมียมทรงสูง ปรับโยกขึ้น-ลงได้ ส่วนพื้นที่ประกอบอาหาร จะให้ชุดเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวพร้อมเครื่องดูดควัน ยี่ห้อ MEX ค่ะ

ชุดครัวด้านล่างฝั่งขวามือจะเป็นตู้ใต้ซิงค์ล้างจาน ซึ่งสามารถวางของขนาดใหญ่ในบริเวณนี้ได้ ส่วนฝั่งซ้ายจะมีช่องวางตรงกลางที่สามารถวางไมโครเวฟได้ ส่วนบนล่างจะเป็นลิ้นชักที่ใส่อุปกรณ์ช้อนส้อมให้ใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 1 ดวงค่ะ

ฝั่งตรงข้ามจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ จะได้เป็นประตูสำเร็จรูปแบบ HDF ขนาด 0.80 x 2.00 ม.

ภายในห้องน้ำมีขนาดกำลังพอดี ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส มีการจัดส่วนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วนชัดเจนดี พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิคขนาด 40 x 40 ซม.และผนังเป็นกระเบื้องเซรามิคขนาด 20 x 40 ซม. ซึ่งทำความสะอาดง่ายและสวยงามทีเดียว สุขภัณฑ์เป็นของ American Standard ทั้งหมด เริ่มจากโซนแรกจะเป็นส่วนแห้ง มีทั้งอ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์ ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่ส่วนอาบน้ำค่ะ

พื้นที่ภายในห้องน้ำพอใช้งานได้พอดี พื้นที่หน้าโถสุขภัณฑ์กว้างประมาณ 70 ซม. มีระยะการใช้งานพอกลับตัวไปมาได้ ประตูทางเข้าห้องน้ำลดระดับลงมาประมาณ 3 ซม. พื้นที่อาบน้ำให้ฉากกั้นอาบน้ำมาด้วย โดยจะได้ตามห้องตัวอย่างนี้ทั้งหมดเลยค่ะ

อ่างล้างหน้าเซรามิคของ American Standard ขนาด 55 x 35 ซม. ด้านบนมีขอบกว้าง 10 ซม. สามารถวางของได้ ด้านล่างเคาน์เตอร์มีตู้เก็บของใต้อ่าง สามารถเก็บของได้นิดหน่อย ตัวอ่างยกสูงขึ้นจากพื้น 30 ซม. เพื่อให้ไม่โดนน้ำและง่ายต่อการทำความสะอาดค่ะ

โถสุขภัณฑ์ของ American Standard มาพร้อมสายชำระ และที่ใส่กระดาษชำระสแตนเลส ซึ่งจะอยู่ผนังด้านหลัง เวลาใช้งานอาจจะต้องเอียงตัวสักเล็กน้อยนะคะ

สายชำระสแตนเลสจับถนัดมือ มาพร้อมกับที่ใส่กระดาษชำระแบบแกนเสียบ ซึ่งไม่มีที่กันน้ำมาให้ ต้องระวังเปียกกันด้วยนะคะ

ผนังด้านข้างโถสุขภัณฑ์ จะมีที่แขวนผ้าเช็ดตัวแบบติดผนังมาให้อีกด้วยค่ะ

ส่วนอาบน้ำมีฉากกั้นอาบน้ำแบบบานเลื่อนมาให้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกมาเลอะส่วนอื่น นอกจากนี้ยังมีการยื่นที่จับมือออกมาให้สามารถใช้งานได้สะดวก

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 73 x 1.38 ซม. ประตูทางเข้ากว้าง พื้นที่อาบน้ำมีการยกขอบขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกมาด้านนอก มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุมค่ะ

ฝักบัวอาบน้ำเป็นแบบ Hand Shower พร้อมที่วางสบู่ นอกจากนี้ยังติดตั้งช่องงานระบบ Junction Box มาให้ เราสามารถติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเองได้ในภายหลัง และยังติดตั้งชั้นวางของเพิ่มเติมเองได้ค่ะ

ฝักบัวของ American Standard ขนาดใหญ่อาบได้สะใจทีเดียว สามารถปรับรูปแบบการไหลของน้ำได้หลากหลายเลย

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวง และพัดลมดูดอากาศ 1 จุด ยี่ห้อ Wolter

กลับออกมาด้านนอก ถัดเข้าไปจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอน มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นแบบ 3 ตอน ทำให้เปิดได้กว้างกว่าบานเลื่อน 2 ตอน โดยภายในห้องเปิดได้กว้างประมาณ 1.25 เมตร เป็นแบบ Double Slice บานขวาสุดจะเป็นบาน Fixed พร้อมความสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ช่วยทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาถึงภายในห้องครัวได้เต็มที่ เป็นการประหยัดไฟที่ดีทีเดียว ซึ่งจะได้กระจกสีเขียวตัดแสง ที่ป้องกัน UV ได้ดี

บริเวณมือจับเซาะร่องพร้อมปุ่มล็อคและมีสักกะหลาดไว้สำหรับกั้นฝุ่นบริเวณขอบประตู

อีกทั้งทางโครงการยังได้ฝังขอบอลูมิเนียมไว้กับพื้น แต่จะมีมุม 1 ที่มีขอบยกสูงขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นจากหัวครัวลอดเข้าไปยังพื้นที่ห้องนอน ซึ่งเวลาเดินต้องดูกันดีๆระวังสะดุดด้วยนะคะ

เข้ามาภายในห้องนอนจะเป็นพื้นที่ค่อนข้างกว้าง มองตรงไปริมหน้าต่างจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น ส่วนเตียงนอนสามารถวางฝั่งซ้ายมือได้

ภายในห้องนอนทางโครงการมีฐานเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ ซึ่งฐานเตียงนี้จะมีช่องเก็บของด้านล่างมาให้ ทำให้สามารถเก็บของได้มากขึ้น ส่วนฟูกลูกบ้านต้องหามาใส่เพิ่มเองนะคะ ผนังของจริงจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสีทั้งหมดค่ะ

ทางโครงการได้วางเตียงชิดผนังมาให้ ทำให้มีพื้นที่เหลือด้านข้างกว้างพอสมควร อย่างบริเวณด้านข้างเตียงริมระเบียงจะมีพื้นที่กว้างประมาณ 70 ซม. เป็นระยะที่เดินสบายทีเดียว ส่วนปลายเตียงทางโครงการได้วางตู้เสื้อผ้ามาให้ ซึ่งหลังจากวางเฟอร์นิเจอร์แล้วจะมีพื้นที่กว้างประมาณ 1.30 ซม.

เรามาดูฝั่งตรงข้ามเตียงกันดูบ้าง บริเวณปลายเตียงทางโครงการได้วางตู้เสื้อผ้ามาให้ ส่วนชุดทีวีจะได้เฉพาะด้านล่างที่ทำเส้นประสีแดงไว้ ส่วนด้านบนจะไม่ได้ให้มาค่ะ ซึ่งของจริงจะได้เป็นแบบนี้เลย

เรามาดูบริเวณตู้เสื้อผ้ากันก่อน ตู้เสื้อผ้าที่ได้จะเป็นแบบบานเปิด ภายในมีราวแขวนเสื้อผ้ามาให้ รวมถึงยังมีลิ้นชักที่สามารถเก็บชุดชั้นในได้อีกด้วย ด้านบนมีพื้นที่สามารถเก็บกระเป๋าขนาดไม่ใหญ่มากได้ ถ้าใครจะเก็บกระเป๋าการเดินทาง อาจจะต้องเอาออกมาวางด้านนอกแทนนะคะ

ตู้เสื้อผ้า แถม Soft Close มาให้เพื่อป้องกันไม่ให้ตู้เกิดเสียง และลดแรงกระแทกก่อนที่หน้าบานจะปิดสนิท

สำหรับชุดวางทีวีชั้นล่าง ทางโครงการให้มาขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถวางหนังสือได้ และมีตู้เก็บมาให้ ถ้ามีพื้นที่เก็บของไม่พอ เราขอแนะนำให้ทำตู้ Built in เพิ่มเติมด้านบนได้นะคะ

หันกลับมาที่ริมหน้าตาทางโครงการให้ชุดโซฟาสำหรับ 2 ที่นั่งมาให้ ส่วนชั้นวางด้านบนจะไม่มีนะคะ

เมื่อวางชุดโซฟาและโต๊ะวางทีวีไปแล้วก็ยังเหลือพื้นที่พอใช้งานได้ สำหรับคนที่นั่งดูทีวีมีระยะประมาณ 1.73 ม. ซึ่งขนาดทีวีที่เหมาะกับระยะสายตาอยู่ที่ประมาณ 40″- 42″ ได้ ของจริงทางโครงการไม่ให้เครื่องใช้ไฟฟ้ามานะคะ ก็อย่าลืมเผื่องบประมาณมาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องเพิ่มเติมด้วยนะ

ริมด้านนอกมีหน้าต่างบานใหญ่ มีทั้งส่วน Fix ด้านล่าง และบานเลื่อนด้านบน โดยจะได้เป็นขอบอลูมิเนียมพ่นสีดำ พร้อมกระจกตัดแสงสีเขียวตัดแสง ที่ช่วยป้องกันแสง UV ได้ดี

หน้าต่างบานเลื่อนมือจับแบบเซาะร่อง พร้อมหน้าต่างที่เปิดได้กว้าง ทำให้สามารถระบายอากาศได้ดี

บริเวณเพดานจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดไฟ Downlight มาให้ 3 ดวง พร้อมเครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU.

ด้านข้างเตียงมีประตูบานเลื่อนที่สามารถออกไปพื้นที่ระเบียงได้ ซึ่งจะได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ที่ได้กรอบอลูมิเนียมพ่นสีดำ พร้อมกระจกสีเขียวตัดแสงเช่นเดียวกัน

พื้นที่ระเบียงภายนอกมีขนาด 1.56 x 1.12 เมตร พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิคขนาด 40 x 40 ซม. ด้านนอกมีขนาดถือว่าเหมาะสมใช้งานได้จริง มีพื้นที่เหลือวางเครื่องซักผ้าได้

ราวระเบียงเป็นระแนงเหล็กสีดำสูงจากพื้น 1.10 เมตร พร้อมระแนงเหล็กสูงด้านข้าง ที่สูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า เพื่อบัง Condensing Unit จากรูปด้านอาคารภายนอก

ทางโครงการได้แขวน Condensing Unit มาให้ ทำให้มีพื้นที่ด้านล่างเหลือใช้งานได้เต็มที่

ระเบียงมีขอบสูงขึ้น 15 เซนติเมตร เพื่อกันไม่ให้น้ำฝนไหลเข้ามาภายในตัวห้อง อีกทั้งด้านนอกยังเตรียมปลั๊กไฟแบบกันน้ำมาให้ ทำให้สามารถต่อเครื่องซักผ้าใช้งานได้เลย

สำหรับปลั๊กไฟภายในห้องจะได้เป็นแบบยี่ห้อ Bticino พร้อมปลั๊กเสียบ USB มาให้

ถัดมาอีก 1 ห้องจะเป็นแบบ 1 Bedroom ขนาด 27 ตารางเมตร เป็นห้องแบบหน้ากว้าง พื้นที่ใช้สอยจัดเป็นสัดส่วนดี จุดเด่นคือจะได้ห้องครัวปิดแบบติดริมหน้าต่าง ทำให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากสามารถระบายกลิ่นออกนอกตัวอาคารได้ ซึ่งห้องนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าห้องที่แล้ว ทำให้สามารถวางโต๊ะทานข้าวสำหรับ 2 ที่นั่งได้ ส่วนห้องนั่งเล่นจะย้ายเข้ามาอยู่ข้างในแทน ทำให้ไม่ได้วิว แต่จะไม่มืดทึบมากเนื่องจากได้แสงสว่างที่มาจากห้องครัว ส่วนห้องนอนนั้นได้เป็นห้องประตูบานทึบชัดเจน ซึ่งข้อดีคือมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องที่ใช้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกใส ภายในห้องนอนมีขนาดกะทัดรัด ถ้าต้องการวางเตียงขนาด 5 ฟุต ต้องวางชิดริมหน้าต่าง ทำให้พื้นที่ทางเดินรอบเตียงเหลือเพียง 2 ด้านเท่านั้น ส่วนตำแหน่งห้องน้ำจะเข้าทางห้องนั่งเล่นและติดกับส่วนห้องนอนใช้งานได้สะดวก รวมถึงหากมีเพื่อนมาห้องก็ไม่ต้องเข้าห้องน้ำผ่านห้องนอน ที่ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราด้วยค่ะ

ห้องของโครงการนี้ขายในรูปแบบ Fully Furnished ซึ่งจะได้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆมาให้ ซึ่งจะได้เหมือนกับในห้องตัวอย่างเลยนะคะ ไปดูรายละเอียดในจุดต่างๆกัน

เฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาประกอบไปด้วย

  • ชุดครัว – ให้มาเป็นชุด Built-in ขนาด 1.20 ม. พร้อม Hob & Hood
  • โต๊ะทานอาหาร – สำหรับ 2 ที่นั่งมาให้ โดยจะได้เป็นหินอ่อนสามารถเลือกสีได้
  • เก้าอี้ – ได้เก้าอี้เข้าชุดกับโต๊ะทานข้าว 2 ตัว
  • Sofa – เป็นแบบ 2 ที่นั่ง ขนาดกำลังพอดี
  • ชั้นวางทีวี – ให้เป็นแบบ Built-in ติดผนัง ซึ่งของจริงจะได้เฉพาะตู้ด่างล่างเท่านั้น
  • ตู้เสื้อผ้า – หน้าบานแบบเปิด เนื่องจากเหลือพื้นที่หน้าตู้ค่อนข้างเยอะ ไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่
  • ฐานวางเตียง – ให้ฐานวางเตียง ที่มีช่องเปิดด้านใต้มาให้อีกด้วย
  • โต๊ะเครื่องแป้ง – ได้เป็นแบบลอยตัวจากพื้น ที่มาพร้อมลิ้นชักและกระจกเงา
  • เครื่องปรับอากาศ – 2 ตัวขนาด 9,000 BTU.

เข้ามาภายในห้องจะเจอกับส่วนนั่งเล่นก่อน ซึ่งห้องนั่งเล่นจะอยู่ด้านในตัวห้อง ทำให้ไม่เห็นวิวจากด้านนอก แต่ก็ยังได้แสงสว่างจากภายนอกระดับนึง เนื่องจากห้องครัวเราจะเป็นกระจกบานเลื่อนสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ความสูงพื้นถึงฝ้า 2.40 เมตร ถือว่าเป็นความสูงมาตรฐานทั่วไป แต่อาจจะไม่สูงเท่าเพื่อนบ้านในระดับราคาเดียวกันนะคะ

พื้นห้องเป็นกระเบื้องยางสมาร์ทไวนิลเหมือนกับห้องที่แล้ว เมื่อวางชุดโซฟาและชุดวางทีวีไปแล้วก็ยังเหลือพื้นที่พอใช้งานได้สามารถวางโต๊ะกลางขนาดเล็กได้ สำหรับคนนั่งดูทีวีมีระยะประมาณ 2.43 ม. ซึ่งขนาดทีวีที่เหมาะกับระยะสายตาอยู่ที่ประมาณ 40″- 47″  ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกใส่เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ตามใจชอบค่ะ

ทางโครงการจะให้โซฟาสำหรับ 2 ที่นั่งมาให้ ซึ่งเราสามารถเลือกสีตามโทนห้องได้ หลังจากวางโซฟาแล้วจะมีพื้นที่เหลือด้านข้าง ในห้องตัวอย่างได้ทำเป็นตู้  Built in เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของ แต่ของจริงทางโครงการจะไม่มีมาให้ เราสามารถดูเป็นไอเดียในการจัดวางตำแหน่งต่างๆของห้องได้

ฝั่งตรงข้ามโซฟา ทางโครงการได้ทำชุดวางทีวีมาให้ ของจริงจะได้เฉพาะตู้ด้านล่างเท่านั้นนะคะ ส่วนชั้นวางด้านบนจะไม่ได้ให้มาสามารถดูเป็นไอเดียติดตั้งในอนาคตเองได้ ส่วนผนังของจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสี นอกจากนี้ด้านข้างชุดวางทีวีจะมีประตูทางเข้าห้องน้ำค่ะ

สำหรับชุดวางทีวีชั้นล่างจะเหมือนกับห้องที่แล้วนะคะ ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่มาก พอวางของได้นิดหน่อย มาพร้อมตู้เก็บของด้านข้างเล็กๆ ซึ่งถ้าเก็บของไม่พอ เราขอแนะนำให้ทำตู้ Built in เพิ่มเติมด้านบนได้ค่ะ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวงค่ะ

เราจะแวะมาดูห้องน้ำกันก่อน ห้องน้ำที่นี่จะแยกส่วนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วนชัดเจน พื้นและผนังเป็นกระเบื้องเซรามิคแบบเดียวกับห้องที่แล้ว ซึ่งจะทำความสะอาดได้ง่าย

พื้นที่ภายในห้องน้ำพอใช้งานได้พอดี พื้นที่หน้าโถสุขภัณฑ์กว้างประมาณ 73 ซม. มีระยะการใช้งานพอกลับตัวไปมาได้ ประตูทางเข้าห้องน้ำลดระดับลงมาประมาณ 5 ซม. พื้นที่อาบน้ำให้ฉากกั้นอาบน้ำมาด้วย โดยจะได้ตามห้องตัวอย่างนี้ทั้งหมดเลยค่ะ

สำหรับอ่างล่างมือและโถสุขภัณฑ์จะได้เหมือนกับห้องที่แล้วเลยค่ะ มาพร้อมสายชำระและที่วางทิชชู่ครบ ของ American Standard ทั้งหมดค่ะ

ผนังฝั่งตรงข้าม มีที่แขวนผ้าเช็ดตัวแบบติดผนังมาให้อีกด้วยค่ะ

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.20 x 0.80 ซม. ประตูทางเข้ากว้าง พื้นที่อาบน้ำมีการยกขอบขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกมาด้านนอก มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุมค่ะ

ฝักบัวอาบน้ำเป็นแบบ Hand Shower พร้อมที่วางสบู่ นอกจากนี้ยังติดตั้งช่องงานระบบ Junction Box มาให้ เราสามารถติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเองได้ในภายหลัง ด้านข้างมีช่องวางขนาด 53 x 33 ซม. ที่สามารถวางอุปกรณ์อาบนำ้ได้ค่ะ

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวง และพัดลมดูดอากาศ 1 จุด ยี่ห้อ Wolter

ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องครัวปิด ซึ่งจะมีประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 3 ตอนขั้น แบบเดียวกับห้องที่แล้ว โดยจะได้ความสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ช่วยทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาถึงภายในห้องนั่งเล่นได้อีกด้วย โดยจะได้เป็นขอบอลูมิเนียมพ่นสีดำ พร้อมกระจกสีเขียวตัดแสง

สำหรับห้องนี้จะได้เป็นครัวปิด ที่มีตำแหน่งอยู่ริมระเบียง ทำให้สามารถระบายอากาศได้ง่าย โดยจะมีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถใช้งาน 2-3 คนได้ อีกทั้งยังสามารถวางโต๊ะกินข้าวภายในห้องครัวได้อีกด้วย ซึ่งหลังจากวางแล้วจะมีโต๊ะกินข้าวแล้ว จะมีพื้นที่เหลือใช้งานประมาณ 80 ซม.

ซึ่งทางโครงการจะให้โต๊ะทานข้าวและเก้าอี้มาให้ 2 ตัว ที่สามารถเลือกโทนสีได้ตามสีห้อง ซึ่งเหมาะสำหรับใช้งาน 2 คน

ชุดตู้ Built-in ของห้องครัวเราจะได้เหมือนกับห้องที่แล้วเลยค่ะ แต่สีจะได้ตามโทนที่เลือกค่ะ ส่วนด้านข้างมีพื้นที่เหลือวางตู้เย็นได้

ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 1 ดวงค่ะ

ถัดไปมีพื้นประตูบานเลื่อนที่สามารถออกไปพื้นที่ระเบียงได้ ซึ่งจะได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ที่ได้เป็นกรอบอลูมิเนียมพ่นสีดำ พร้อมกระจกตัดแสงสีเขียว

พื้นที่ระเบียงภายนอกมีขนาด 2.00 x 1.00 เมตร พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิคขนาด 40 x 40 ซม. ด้านนอกมีขนาดถือว่าเหมาะสมใช้งานได้จริง มีพื้นที่เหลือวางเครื่องซักผ้าได้

ราวระเบียงจะเหมือนกับห้องที่แล้วเลยค่ะ

ซึ่งห้องนี้จะได้แอร์ 2 ตัว ทำให้มี Condensing Unit 2 ตัว ซึ่งทางโครงการได้แขวนมาให้เป็นที่เรียบร้อย ทำให้มีพื้นที่ด้านล่างเหลือใช้งานได้เต็มที่

พื้นที่ห้องนอนสามารถวางเตียง 5 ฟุตได้ แต่ต้องชิดริมหน้าต่าง ทำให้เหลือพื้นที่ข้างเตียงเพิ่มขึ้น แม้ขนาดห้องนอนไม่ใหญ่มาก แต่จะได้หน้าต่างขนาดใหญ่ ที่สามารถมองเห็นวิวและรับแสงได้ดีค่ะ

ภายในห้องนอนทางโครงการมีฐานเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ ซึ่งฐานเตียงนี้จะมีช่องเก็บของด้านล่างมาให้ เหมือนกันห้องที่แล้วเลยนะคะ

ทางโครงการได้วางเตียงชิดริมหน้าต่างมาให้ ทำให้มีพื้นที่เหลือด้านข้างกว้างสามารถวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ หลังจากวางแล้วจะมีพื้นที่เหลือประมาณ 60 ซม.  เป็นระยะที่พอใช้งานได้ ส่วนปลายเตียงมีพื้นที่เหลือประมาณ  90 ซม. ทำให้สามารถเปิดลิ้นชักใต้เตียงได้สะดวกค่ะ

ฝั่งตรงข้ามเตียงทางโครงการได้ติดตั้งจุดรับสัญญาณทีวีมาให้เรียบร้อย 1 จุด เราสามารถมาติดตั้งทีวีเพิ่มเติมได้ ซึ่งเราขอแนะนำให้ใช้ทีวีแบบแขวน เพื่อประหยัดพื้นที่การใช้งานได้มากยิ่งขึ้นค่ะ

ฝั่งข้างเตียงทางโครงการได้วางตู้เสื้อผ้าที่ได้เป็นแบบบานเลื่อนมาให้ เนื่องจากมีพื้นที่เหลือหน้าตู้ไม่มากนัก พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งด้านข้าง ของจริงจะได้แบบห้องตัวอย่างเลยนะคะ

สำหรับโต๊ะเครื่องแป้ง มีลิ้นชักมาให้สามารถเก็บของได้

ตู้เสื้อผ้าได้เป็นแบบบานเลื่อน ภายในมีราวแขวนเสื้อผ้ามาให้ รวมถึงยังมีลิ้นชักที่สามารถเก็บชุดชั้นในได้อีกด้วย ด้านบนมีพื้นที่สามารถเก็บกระเป๋าขนาดไม่ใหญ่มากได้ ซึ่งจะคล้ายๆกับห้องที่แล้วเลยค่ะ

หน้าต่างของห้องนอน เป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อน เอาไว้เปิดระบายอากาศ โดยจะได้เป็นขอบอลูมิเนียมพ่นสีดำ พร้อมกระจกสีเขียวตัดแสง ที่ป้องกันแสง UV ได้ดี

บริเวณเพดานจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดไฟ Downlight มาให้ 2 ดวง พร้อมเครื่องปรับอากาศขนาด 9,000 BTU.

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 18 March 2019

  • เนื่องจากทางโครงการยังไม่ได้เปิดขายอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่มีรายละเอียดราคามาให้ แต่มีราคาของห้อง Studio ขนาด 21 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 1.55 ล้านบาท
  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • Shuttle Bus ไปกลับ BTS ซึ่งต้องสอบถามทางโครงการอีกทีค่ะ
  • จอง n/a บาท
  • ทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – โครงการสำหรับเรามองว่าตอบโจทย์คนที่อยากได้คอนโดในทำเลอุดมสมบูรณ์หาของกินได้ง่าย เพราะในซอยนี้มีตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ที่สามารถหาของกินได้ตลอด 24 ชม. เรทราคาก็ไม่ได้แพงมาก รวมไปถึงจะไปห้างก็มีตัวเลือกทั้ง 2 โซนคือ โซนสุขุมวิทอย่าง  Whizdom 101, Phyll สุขุมวิท 54 และ Hybrid-Lifestyle Mall และโซนศรีนครินทร์อย่าง Seacon Square, ตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ และ Paradise Park รวมถึงยังเดินทางไป Mega Bangna ได้ไม่ไกล

การเดินทางโดยใช้รถ – ตัวโครงการอยู่ภายในย่านปุณณวิถี-อุดมสุข มีซอยที่สำคัญๆอยู่ 2 ซอยคือ ซอยสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) กับ ซอยสุขุมวิท 101/1 (วชิรธรรมสาธิต) โดยตัวโครงการตั้งอยู่ใน 101/1 ที่มีทางเข้าหลักเป็นเส้นสุขุมวิทอยู่แล้ว แต่ซอยนี้เป็นซอยพิเศษหน่อยตรงที่สามารถทะลุ ลัดเลาะ ซอยแยกย่อย ออกไปถนนหลักเส้นอื่นอาทิเช่น ถนนศรีนครินทร์, ซ.สุขุมวิท 101(ปุณณวิถี), ซ.สุขุมวิท 103(อุดมสุข), และซ.สุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ได้หมด รวมถึงยังมีทางด่วนในระยะที่ไม่ไกลมากนัก โดยทางโครงการให้ที่จอดรถมาประมาณ 43% ไม่รวมจอดซ้อนคัน สรุปแล้วถือว่าสะดวกดีค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – การเดินทางด้วยระบบอื่นๆนอกจากรถยนต์ส่วนตัว ต้องบอกก่อนเลยด้วยระยะทางห่างจาก BTS 2.0 กม. ถือว่าไม่ได้อยู่ในระยะเดินต้องอาศัยการต่อรถสาธารณะอื่นๆออกมา แต่ก็ดีที่ทางโครงการเค้าคำนึงถึงลูกบ้านให้ โดยที่โครงการมี Shuttle Bus รับส่งมาให้ และก็มีตัวเลือกอื่นถ้า Shuttle Service ไม่เพียงพอ เช่นรถสองแถว แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ทำให้การต่อรถไป BTS ไม่ได้ลำบากนะคะ

การออกแบบตัวอาคาร – อาคารภายนอก เน้นความเรียบง่าย เน้นสีโทนเข้ม เทา ดำ แต่มีการออกแบบลูกเล่นหน้าตาอาคารไม่ให้เรียบจนเกินไป ยังคงความทันสมัย และโมเดิร์นไว้ได้อยู่ โดยตัวโครงการจะเป็นตึก Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร ลักษณะรูปตัว L 2 ตัว วางเข้าหากัน ทำให้เกิดพื้นที่ตรงกลาง โดยทางโครงการได้ทำพื้นที่ตรงกลางเป็นสระว่ายน้ำ ซึ่งจะทำให้เราใช้งานได้ตลอดทั้งวัน เนื่องจากมีแนวอาคารช่วยบังแดดทางทิศใต้ไว้ให้ ซึ่งข้อดีของการแบ่งออกเป็น 2 อาคาร จะเป็นการกระจายความหนาแน่นต่อชั้น เพื่อให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น และใช้งานลิฟต์โดยสารได้สะดวก ข้อดีของคนที่อยู่อาคาร A คืออยู่ใกล้ทางเข้า-ออก พร้อม Facilities ที่ชั้น 2 ใช้งานได้ง่าย แต่จะแลกกับเสียงรถยนต์ที่ค่อนข้างดังสักหน่อย ส่วนคนที่อยู่อาคาร B จะเดินไกลกว่า แต่จะมีความส่วนตัวมากกว่า รวมถึงยังมีสวนหย่อมที่ดาดฟ้า สามารถขึ้นไปใช้งานได้ง่าย นอกจากนี้วิวโดยรอบโครงการถือว่าเปิดโล่งทีเดียว จะมีเพียงทิศตะวันออกทางด้านหน้า ที่อาจจะโดนตึกแถวบังได้

การออกแบบ – มีห้องพักอาศัยให้เลือกหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ Studio – 2 Bedroom มีขนาดตั้งแต่ 21-55 ตร.ม. ส่วนที่เน้นมากที่สุดจะเป็นห้อง Studio ขนาด 21 ตร.ม. ที่อาคาร B และ 1 Bedroom ขนาด 26-27 ตร.ม. ที่อาคาร A เริ่มจากห้อง Studio ที่ออกแบบห้องมาค่อนข้างดีกั้นแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน ซึ่งถ้าเทียบกับตารางเมตร ถือว่าจัดได้ดีมีห้องครัวปิด รวมถึงห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่ได้วิวและแสงภายนอก ส่วนขนาด 1 Bedroom จุดเด่นคือจะเป็นครัวปิดที่ชิดริมหน้าต่างทำให้สามารถระบายกลิ่นได้ดี ไม่รวมกวนภายในตัวห้อง รวมถึงห้องนั่งเล่นที่อยู่ด้านในก็ไม่ทึบมาก เนื่องจากได้กระจกบานเลื่อนบานใหญ่ ทำให้ได้รับแสงที่ส่องผ่านห้องครัวเข้ามา โดยรวมถือว่าออกแบบมาได้ดีทีเดียว

วัสดุ – ภายในห้องถือว่าจัดมาให้ตามมาตรฐานค่อนไปทางดีเหมือนกัน เนื่องจากมีโทนสีให้เลือกถึง 2 แบบ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในโครงการอื่นๆมากนัก เริ่มที่ได้แบบ Fully Furnished ให้มาครบพร้อมอยู่ ทั้งโซฟา ชั้นวางทีวี โต๊ะทานข้าว โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า เครื่องปรับอากาศ และ ชุดครัว ที่ได้ Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์ มี Backsplash กระเบื้องเซรามิค ที่เช็คทำความสะอาดได้ง่าย เรียกได้ว่ายกกระเป็าเสื้อผ้าเข้ามาอยู่ได้เลย ส่วนวัสดุอื่นๆเพิ่มเติมอย่าง Digital Door Lock , พื้นกระเบื้องยางสมาร์ทไวนิล, บานอลูมิเนียมพ่นสีดำพร้อมกระจกสีเขียวตัดแสง, ห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์ของ American Standard ทั้งหมด พร้อมฉากกั้นห้องน้ำแยกส่วนแห้งและเปียก

สาธารณูปโภค – พื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้จัดมาไม่ได้เยอะมากนัก แต่ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิต แต่ก็ถือว่าให้มาครบและสามารถใช้งานได้จริงนะ เริ่มจากสระว่ายน้ำและสวนหย่อมบริเวณตรงกลางของชั้นล่าง ที่ล้อมรอบด้วยรั้วต้นไม้กั้นระหว่างพื้นที่จอดรถและพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังสามารถเดินจากสระว่ายน้ำ ขึ้นไปส่วน Facilities ที่ชั้น 2 ของอาคาร A ที่ไม่ว่าอยู่อาคารไหนก็สามารถมาใช้งานได้ โดยจะมีทั้ง Lobby, Co working Space และ Fitness ถัดมาที่ชั้น Roof Top ของอาคาร B จะมีสวนหย่อมที่ด้านบน ที่สามารถขึ้นไปพักผ่อนได้ ซึ่งจะไม่มีลิฟต์ขึ้นไปต้องขึ้นไปที่ชั้น 8 แล้วต่อบันไดขึ้นไปใช้ ซึ่งถ้าใครอยู่อาคาร A อาจจะไม่สะดวกมากนัก

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคา AVG 85,000 บาท/ตร.ม., 18 March 2019

  • ทำเล 7.5/10 – ติดถนนหลักสุขุมวิท 101/1 ทำให้เข้า-ออกได้ง่าย
  • เดินทางด้วยรถ  7.5/10 – มีเส้นทางให้เลือกเยอะ เข้าออกได้หลายทาง ไม่ไกลทางด่วนมาก
  • ไม่ใช้รถ 7.75/10 – ในถนนสุขุมวิท 101/1 มีทั้งสองแถว Taxi วินมอเตอร์ไซค์ รวมถึงทางโครงการมี Shutter Bus ไว้บริการด้วยค่ะ
  • วัสดุ 7.5/10 – เหมาะกับการใช้งาน Fully Furnished พร้อมอยู่
  • แบบ 7.5/10 – วางผังได้ดี ส่วนกลางครบ ภายในห้องจัดเป็นสัดส่วน ได้ครัวปิด
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – เพียงพอต่อการใช้งาน ครบตามมาตรฐาน มีแนวอาคารบังแดดให้

  • MAIN CLASS
  • 7.53 / 10.00

BOTTOM LINE

The Matt สุขุมวิท 101/1 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหาที่อยู่ในย่านปุณณวิถี-อุดมสุข ที่เป็นซอยหลักมีทางเข้า-ออกได้ง่าย เป็นย่านที่หาของกินได้ในระยะเดิน เป็นทำเลที่เหมาะกับการใช้รถยนต์เและรถสาธารณะ เดินทางสะดวก หรือจะไปใช้รถไฟฟ้าก็ได้ มีห้องให้เลือกหลากหลายขนาด ออกแบบห้องเป็นสัดส่วนชัดเจน ส่วนกลางครบครัน มีงบประมาณ 1.50-4.50 ล้าน มีกำลังผ่อนประมาณ 12,000 – 30,000 บาท/เดือน