Cover-Web

รีวิวฉบับที่ 1201 … สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปชม The Line ตัวใหม่ที่เปิด Sale Office ให้ Walk-In เข้าไปเยี่ยมชมโครงการเได้แล้วอย่าง The Line สุขุมวิท 101 จาก แสนสิริ ซึ่งที่นี่มีจุดเด่นเป็นห้องเพดานสูง 3.40 เมตร และแบบพิเศษถึง 5.50 เมตร ให้ Facility มาหลากหลายในการใช้งาน ทำเลนั้นอยู่ติดถนนสุขุมวิทอิงแนวรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี ประมาณ 250 เมตร

 

Fact @ 21 Oct 2016

  • The Line Sukhumvit 101 (เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101)
  • บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : แขวงบางจาก เขตพระโขนง
  • คอนโด High Rise 37 ชั้น 1 อาคาร 778 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 24 ยูนิต ที่ชั้น 6-19 และ 22-34
  • ที่จอดรถประมาณ 321 คัน คิดเป็น 41% (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • แบ่งเป็นที่จอดรถในร่ม 263 คัน และจอดกลางแจ้ง 58 คัน
  • ที่ดินประมาณ 4 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : กุมภาพันธ์ 2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : มกราคม 2563
  • 1 Bedroom 1 Bath ขนาด 26.75 – 33.25 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 1 Bath ขนาด 47.25  ตร.ม.
  • 1 Bed 1 Bath (Duplex) ขนาด 40.75 – 44.25 ตร.ม.
  • 2 Bed 2 Bath (Duplex) ขนาด 60.75 – 63.25 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 3.4 – 5.5 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 3.55 – 11.5 ล้านบาท (หรือ 131,481 บาทต่อตร.ม.)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร AVG ทั้งโครงการ 150,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงสุด 170,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1685

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.691873, 100.607919

แผนที่โครงการ The Line สุขุมวิท 101 ทำเลของโครงการอยู่ติดถนนใหญ่สุขุมวิท ระหว่างรถไฟฟ้า 2 สถานีคือ สถานีปุณณวิถี ห่างจากโครงการประมาณ 250 เมตรและสถานีบางจาก ห่างจากโครงการประมาณ 500 เมตร สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ริมเส้นสุขุมวิทและแหล่งอาคารสำนักงาน และในแผนที่ยังแสดงให้เห็นถึงโรงเรียน และห้างสรรพสินค้าที่สำคัญในละแวกอีกด้วย

**ส่วนพาร์ททำเลจะไม่อธิบายซ้ำนะครับ เพราะเคยทำรีวิวแบบเจาะลึกไว้แล้ว “รีวิวทำเลแบบเจาะลึก คลิกที่นี่”


 วิว1.1

มาดูวิวกันบ้าง ตัวอาคารที่นี่เป็นรูปทรงตัว S ตามในแผนผังนะครับ แต่วิวหลักๆที่จะได้ คือฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออก โดยเราจะเริ่มมาดูที่ฝั่งตะวันตกกันก่อน

รูปวิวประกอบจากโดรน ฝั่งทิศตะวันตก ที่ความสูง 17 เมตร อยู่ที่ประมาณชั้น 6-8 ซึ่งก็จะเห็นแนวหลังคาอาคารพาณิชย์ด้านหน้าที่ติดถนนสุขุมวิท และแนวรถไฟฟ้า BTS

จากวิวเดิม(ฝั่งทิศตะวันตก) ลองเพิ่มมาดูที่ความสูง 109 เมตร จะอยู่ที่ประมาณชั้น 25-28 นะครับ ด้วยความสูงประมาณนี้ ก็จะเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว และเห็นสีเขียวของบางกระเจ้าด้วย (ทิศนี้จะร้อนหน่อย แต่กว่าถ้าได้ความสูงที่ได้วิวแบบนี้ก็เป็นฝั่งที่วิวสวยที่สุด)

วิว2

ทีนี้มาดูฝั่งทิศตะวันออก จะออกไปทางเหนือนิดหน่อยนะครับ โดยฝั่งนี้จะเป็น City View ค่อนข้างจะโล่งและเคลีย

รูปวิวประกอบฝั่งทิศตะวันออก ที่ความสูง 17 เมตร อยู่ที่ประมาณชั้น 6-8 จะเห็นแนวหลังคาบ้านพักอาศัย สลับกับพวกอพาร์ทเมนท์ ทางขวาสุดในระยะไกลหน่อยมีอาคารสูงอย่างคอนโด Regent Orchid 21 ชั้น

9

ลองดูที่ความสูง 109 เมตร City View ค่อนข้างโล่งเคลียทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีโหมดกลางคืนให้ดูภาพอีกด้วย City View ยามค่ำคืน ลองเลือกดูว่าใครชอบฝั่งไหนกัน

**สามารถเข้าไปลองเล่นดูวิว 360 องศา ความสูง 4 ระดับ ได้ที่ Offcial Website โครงการ “คลิกที่นี่”


เจาะลึกตัวโครงการ

หน้าตา Sale Office ด้านหน้าที่ตกแต่งเป็นสวนขั้นบันได ที่ชั้นสองด้านหน้าเป็นส่วนของห้องตัวอย่างแบบ DP เพดานสูง 5.5 เมตร

ส่วนถนนทางเข้าตรงนี้ เป็นพื้นสแตมป์คอนกรีตทางเข้าโครงการ

ซุ้มโครงเหล็กสีสันคัลเลอร์ฟูล ทางซ้ายมือเป็นประตูทางเข้าส่วนของ Sale Office เลยถัดไปตอนนี้เป็นที่จอดรถ Visitor

เข้ามาใน Sale Office แล้ว ตกแต่งแนวสไตล์ลอฟท์ แต่ก็แอบมีแนวสีสันเป็นเส้นลวดลายตัดแนวสายตาด้วย

มุมเตรียมเครื่องดื่มและของว่างให้แก่ผู้มาเยี่ยมชมโครงการ

มุม Logoโครงการและพื้นที่นั่งเล่น

มุมโต๊ะ และเก้าอี้นั่ง ที่อยู่ติดกับหน้าต่างช่องแสงด้านหน้า จะเห็นว่าเค้ามีมุมนั่งเล่นให้นั่งอ่าน Sale Kit รายละเอียดโครงการ หลายมุม หลายแบบ

ตรงกลางเป็นที่ตั้งโมเดล โดยมีกระจกล้อมรอบ ระหว่างที่ผมถ่าย โมเดลกำลังมารอติดตั้งครับ

ด้านบนเป็นที่ตั้งของห้องตัวอย่างซึ่งทำมา 2 แบบ

ขึ้นมาชั้นบน ทางขวาจะเป็นห้องตัวอย่างแบบแรก 1 Bedroom 33 ตร.ม.

มองไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นส่วนของห้องตัวอย่าง DP เพดานสูงพิเศษ 5.5 เมตร และทางขวามือติดกันเป็นลิฟท์ให้สำหรับแขกที่มาเยี่ยมชมโครงการเผื่อมีใครใช้รถเข็นนะครับ

มาดูโมเดลโครงการกันบ้าง โครงการ The Line สุขุมวิท 101 เป็นคอนโด High Rise 37 ชั้น 1 อาคาร 778 ยูนิต สร้างอยู่บนเนื้อที่ดินประมาณ 4 ไร่ รูปทรงของอาคารเป็นตัว S และวางอาคารเป็นแนวขวางได้วิวทิศตะวันตกและตะวันออกเป็นหลัก การจอดรถที่นี่จะเป็นแบบจอดกลางแจ้งรอบอาคารและจอดในอาคารตั้งแต่ชั้น 1-4 ส่วนของ Facility จะมีที่ชั้น 1, 5 และ ดาดฟ้า เดี๋ยวเราค่อยๆไปดูกัน

Overal-Building-V1

ภาพจำลองบรรยากาศรูปด้านภายนอกตัวอาคารโครงการ ทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ติดกับถนนสุขุมวิท และอิงแนวรถไฟฟ้า BTS สถานี ปุณณวิถี ระยะทางประมาณ 250 เมตร Concept การออกแบบอาคารที่นี่คือ  “Couple Block” ทำให้ภาพรวมของอาคารดูสูงเพรียว และสง่างาม เริ่มจากอาคารหน้า ที่ใช้สีโทนอ่อน และองค์ประกอบที่ดูบางเบาตัดกับอาคารหลังที่ใช้สีโทนดำ สื่อถึงความมั่นคง หนักแน่น โดยวางตำแหน่งอาคารเยื้องกันเล็กน้อย ให้ความรู้สึกเหมือน คู่เต้นรำในชุดราตรีที่โดดเด่นอยู่กลางฟลอร์อย่างสง่างาม

นอกจากนี้ การวางอาคารแบบ “Couple Block” ยังทำให้ทางเดินเชื่อมจากโถงลิฟต์กลางไปสู่ห้องพักแต่ละห้อง มีระยะทางที่สั้นที่สุดอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การเติมแต้มสีสันที่ตัวอาคาร ได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้ชีวิตของคนหลากหลายไลฟ์สไตล์ ที่ต่างคนต่างมีสีสันเฉพาะตัว มีเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ มีความชัดเจน เป็นตัวของตัวเอง เมื่ออยู่ร่วมกันแล้ว ก่อให้เกิดสีสันของชีวิตที่สวยงาม จึงมีการเลือกนำสีสันที่สดใส จัดจ้าน หลากหลายสี โดยวางเส้นสีให้ไหลจากชั้นบนสุด เป็นเส้นตรงลงมาตามตัวอาคาร และมาบรรจบกันที่สระว่ายน้ำชั้น 5

ฝั่งด้านหลังโครงการ ฝั่งนี้จะเป็นฝั่งที่ได้รับวิวทิศตะวันออก เป็น City View ที่ค่อนข้างโล่งเคลียไม่มีอาคารสูงใดๆบัง

OVERALL_FINAL

ภาพจำลองบรรยากศภายในโครงการ บริเวณชั้น Facilities ดาดฟ้า และเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา (วิวทิศตะวันตก)

มองจากด้านข้างจะเห็นชัดว่ารูปทรงอาคารเป็นตัว S อย่างที่บอกไปโครงการนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ห้องเป็นแบบ High Ceiling โดยห้องชั้นแบบมาตรฐานจะสูง 3.40 เมตร และยังมีห้องแบบพิเศษอยู่ที่ชั้น 5, 20-21, 35-37 เป็นแบบ Duplex ของโครงการ ซึ่งทางเราจะขอเรียกว่าแบบ Loft เพดานสูงนะครับ มีความสูงอยู่ที่ 5.50 เมตร

ซุ้มทางเข้าของโครงการ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ Sale Office อยู่บริเวณนี้แหละ จะเห็นป้อมรปภ.ตั้งอยู่ตรงกลาง และจะมีระบบ Keycard Access รั้วไม้กั้นกระดก จะเห็นว่าทางขวามือเป็นส่วนของทางเดินทีมีหลังคาคลุมกันแดดฝน และมีการแต่งสีสันหลากสีด้วย

รูปแบบการเดินรถจะเดินรถวันเวย์รอบอาคารนะครับ และวนกลับมาทางเดิม โดยสามารถจอดรถที่รอบอาคารกลางแจ้งได้ และสามารถเข้าออกที่จุดที่ชี้เป็นทางเข้าออกที่จอดรถในอาคารสามารถขึ้นไปจอดได้ถึงชั้น 4 นะ (ที่จอดรถ 321 คัน คิดเป็น 41% ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน)

มุมนี้จะเห็นว่าส่วนที่จอดรถ จะมีโครงเหล็กปิด และก็มีการตกแต่ง Facade คัลเลอร์ฟูล เป็นเส้นลวดลายแนวตั้งตกแต่งปิดอยู่

02Sansiri-The-Line-101-Facilies_drop-off-HIRES

ภาพจำลองบรรยากศภายในโครงการ บริเวณ Drop Off มองทะลุเข้าไปด้านในจะเป็นส่วนของ Facility อย่าง Lobby และ Co-working space

ภาพจำลองบรรยากศภายในโครงการ บริเวณ Co-working space พื้นที่เพื่อการทำงาน มีการเลือกใช้สีโทนร้อน และโทนเย็นในการตกแต่งจัดสรรพื้นที่อย่างลงตัว แบ่งเป็นห้อง ตอบรับทั้งการทำงานคนเดียวและเป็นกลุ่ม พร้อมด้วยบริการฟรีอินเตอร์เนต Wi-Fi ตลอด 24 ชม. สะดวกทุกการใช้งานด้วยอุปกรณ์สำนักงานเช่น โปรเจคเตอร์สกรีนหรือไวท์บอร์ด

ภาพจำลองบรรยากศภายในโครงการ บริเวณ Lobby เป็น Double Volume ดูโปร่งและผนังตกแต่งปิดผิวด้วยหินอ่อนตามสไตล์แสนสิริ

ส่วนพื้นที่จอดรถกลางแจ้งฝั่งทิศเหนือโครงการครับ โดยจะเห็นว่ารอบๆแนวรั้วกำแพงโครงการ จะปลูกต้นไม้ใหญ้ล้อมเอาไว้เช่นกัน

มาดูที่มุมนี้ฝั่งทิศตะวันตก จะเห็น Facility หลักอยู่ที่ชั้น 5 ได้แก่ Game Room, Fitness, Co-kitchen และ สวนหย่อม ที่ชั้นนี้ก็เริ่มมีห้องพักอาศัยแล้วนะครับ เป็นห้องแบบ DP สูงพิเศษ 5.5 เมตร

06Sansiri-The-Line-101-Facilies-Pool-HIRES

ภาพจำลองบรรยากศภายในโครงการ บริเวณชั้น 5 Facilities เดี๋ยวจะไปดูทีละส่วนนะ

ภาพจำลองบรรยากศภายในโครงการ Facilities ชั้น 5 บริเวณ Co-Kitchen ซึ่งเป็นเสมือนพื้นที่กิจกรรมครอบครัวขนาดใหญ่ และเป็น Double Volume ด้วย มองออกไปด้านนอกจะเป็นส่วนของสวนหย่อม และสระว่ายน้ำ

ภาพจำลองบรรยากศภายในโครงการ Facilities ชั้น 5 บริเวณ Game Room ซึ่งจัดออกมาได้น่าใช้งานมาก มี พินบอล แอร์ฮอคกี้ หมากรุก และจอฉายโปรเจคเตอร์ด้วยนะ

ภาพจำลองบรรยากศภายในโครงการ Facilities ชั้น 5 บริเวณสระว่ายน้ำ ที่มองไปด้านหลังเป็นสวนหย่อมขนาดไม่ใหญ่มากแต่ลงต้นไม้ไว้ให้เยอะ และก็มีศาลาแบบตกแต่งเอาไว้ให้

ภาพจำลองบรรยากศภายในโครงการ Facilities ชั้น 5 บริเวณสระว่ายน้ำ (เป็นภาพมุมสูงกดลง) จะเห็นพื้นกระเบื้องของสระว่ายน้ำเป็นโทนสีคัลเลอร์ฟูลเหมือนกับเส้นลวดลายของอาคารเป็นแนวสายตาลงมา และก็มีส่วนของสระเด็กเป็นวงกลมเล็กๆนั่นละ สระว่ายน้ำผู้ใหญ่ขนาด 8 x 54 เมตรนะครับ เป็นแบบไซส์โอลิมปิค ออกกำลังกายได้จริงจัง

ที่ชั้น 35-37 เป็นอีก 3 ชั้นที่เป็นห้อง DP สูง 5.5 เมตรนะครับ แต่ว่ายังมีส่วนของชั้น Facility อีกที่ดาดฟ้า

ที่ชั้นดาดฟ้าจะมี Multi Sport Court และเชื่อมต่อไปยังสวนที่ตรงกลางเป็นลาน Jogging Track

ภาพจำลองบรรยากศภายในโครงการ Facilities ชั้นดาดฟ้า บริเวณ Multi Sport Court และเชื่อมต่อไปยังสวนที่ตรงกลางเป็นลาน Jogging Track ส่วนของสนามนั้นมีการซ่อนระบบไฟ LED ใต้พื้นและทำให้สนามกีฬาปรับเปลี่ยนรูปแบบของสนามได้ เป็นทั้งสนามแบต เทนนิส บาสเกตบอล และฟุตซอล รองรับกีฬาได้หลากหลายรูปแบบ

มาดู Master Plan กัน เริ่มจากถนนตั้งแต่เข้าโครงการมาจะเป็นพื้นสแตมป์คอนกรีต ที่ปูเป็นลวดลายเป็นจนถึงบริเวณทางเข้าอาคารที่จอดรถและ Drop Off ที่นี่สามารถจอดรถตั้งแต่ชั้น 1 ทั้งใต้อาคาร กลางแจ้ง และเข้าไปจอดได้ถึงที่ชั้น 4 นะครับ เข้ามาในอาคารแล้วจะเจอกับ Lobby และอยู่ติดกันเป็น Co-Working space ซึ่งทั้งคู่เป็น Double Volume ด้วย ถัดไปจะเป็นโซนตู้จดหมายกับห้องนิติฯ อยู่บริเวณทางเข้าโถงลิฟท์ ซึ่งมีลิฟท์โดยสารทั้งหมด 5 ตัวและ service lift 1 ตัว อัตราส่วนคิดเป็น 155:1 ซึ่งถือว่าเยอะเหมือนกันนะครับ

ขึ้นมาที่ชั้น 5 ชั้นนี้จะเริ่มมีส่วนของห้องพักอาศัยอย่าง Duplex (Loft) เพดานสูงแล้ว ทางฝั่งขวามือ มีจำนวนห้องพักแค่ 10 ยูนิต ส่วนที่เหลือของชั้นนี้จะเป็น Main Facility ซึ่งได้แก่ Game Room, Laundry, Fitness, Co-Kitchen, Lawn และสระว่ายน้ำแบบโอลิมปิคไซส์ แยกสระเด็กและมีสระจากุชชี่ด้วย

มาที่ชั้น 6-19 และ 22-34 เป็นส่วนของชั้นพักอาศัยแบบจริงจังและมีส่วนของห้องพักอาศัยเยอะสุด คือ 24 ยูนิต/ชั้น ซึ่งการวางอาคารเป็นรูปตัว S ทำให้ Corridor(โถงทางเดิน) ไม่ได้เห็นหน้าห้องกันเองหมดทั้งชั้น และตำแหน่งของลิฟท์จะอยู่ตรงกลางอาคารเลย ทำให้เดินไปห้องทั้งสองฝั่งระยะเท่าๆกัน ช่องแสงที่ส่องเข้ามาในโถงทางเดินมีแค่ 2 จุดที่ปลายอาคารทั้งสองฝั่ง และมีบันไดหนีไฟในอาคาร 2 จุด จะเห็นว่ารูปแบบของห้องเป็นแบบ 1 Bed เกือบทั้งหมด จะมีแค่ห้องเดียว(ซ้ายบน)เป็นห้องแบบ 2 Bed

ส่วนของชั้นพิเศษอย่างชั้น 20-21 และ 35-37 นั้นเป็นชั้นของแบบห้อง Duplex(โครงการเรียกแบบนี้) แต่ทางผมขอเขียนว่าเป็นห้องแบบ Loft ฝ้าเพดานสูงนะครับ เพราะที่ชั้นบนไม่ได้มีทางออกไปโถงทางเดินด้วย รูปแบบของห้องก็จะมีทั้งแบบ 1 Bed ขนาด 41-44 ตร.ม.(สีครีมและส้ม) และก็ 2 Bed ขนาด 61-62 ตร.ม.(ในแปลนเป็นสีเหลืองครับ)

ชั้นดาดฟ้า อย่างที่บอกไปใน Model แล้วว่าชั้นนี้เป็นส่วนของ Facility อย่างลาน Jogging Track และทีเด็ดของแปลกอย่าง Multi Sports Court ซึ่งสนามนั้นมีการซ่อนระบบไฟ LED ใต้พื้นและทำให้สนามกีฬาปรับเปลี่ยนรูปแบบของสนามได้ เป็นทั้งสนามแบต เทนนิส บาสเกตบอล และฟุตซอล รองรับกีฬาได้หลากหลายรูปแบบ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1 : Lobby, Co-working space (เป็น Double Volume)
  • ชั้น 5 : Game Room, Laundry, Fitness, Co-Kitchen, Lawn Pavilion
  • ชั้น 5 : สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ยาว 8 x 54 เมตร (โอลิมปิคไซส์), แบ่งสระเด็ก, สระจากุชชี่
  • ชั้น Rooftop : Lawn, Jogging Track, LED Multi Sports Court
  • สวนหย่อมรอบโครงการ / สวนหย่อมที่ชั้น 5 / สวนหย่อมชั้นดาดฟ้า
  • Wifi in Common Area
  • จุดบริการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า
  • ลิฟท์โดยสาร 5 ตัว / Service Lift 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 155 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 321 คัน คิดเป็น 41% (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

ก่อนที่จะเข้าไปดูห้องตัวอย่างแบบแรก ขอเอาคอนเซปท์ การออกแบบห้องของโครงการมาบอกหน่อย คือ ห้องของที่นี่เน้นแบบ High Ceiling ทำให้รู้สึกโปร่ง โล่ง และสบายตาเพิ่มมุมมองที่กว้างกว่ากับเพดานสูงพิเศษ และมีพื้นที่ใช้งานและเก็บของที่มากขึ้น นอกจากนี้ยังคัดสรรเฟอร์นิเจอร์รูปแบบพิเศษมัลติฟังก์ชั่น สามารถปรับเปลี่ยนหรือพับเก็บได้ตามการใช้งาน (อยู่ในเฟอร์นิเจอร์แพ็คเกจ) และห้องยังเป็นแบบหน้ากว้าง ที่รับแสงธรรมชาติส่องเข้ามาในโครงการได้มากอีกด้วย

ห้อง Type 1BM ขนาด 32.50 – 33.00 ตร.ม. โครงการขายแบบ Fully Fiited ได้เฉพาะชุดครัว(Pantry, Sink, Hob&Hood) และแอร์ 2 ตัว ส่วนที่เหลือที่ Built-In ตามในแบบห้องตัวอย่าง(รวมถึงสเต็ปและทุกอย่างในห้องนอน) เป็นส่วนของเฟอร์นิเจอร์แพ็คเกจที่ต้องซื้อเพิ่มจากทางโครงการ

เข้ามาในตัวห้องจะเจอกับ Living Area ที่ทุกพื้นที่จะเชื่อมต่อกันอย่างโซนรับประทานอาหาร(หรือแปลงร่างเป็นโต๊ะทำงาน) และโซนครัว ติดกับพื้นที่นั่งเล่นมีทางออกไปยังระเบียง ซึ่งห้องที่นี่เป็นแบบเพดานสูง 3.4 เมตร อีกทั้งยังเป็นแบบหน้ากว้าง ทำให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้มาก เข้ามาตอนแรกจะรู้สึกถึงความโปร่งเลยล่ะ ถัดไปบริเวณครัว จะมีประตูทางเข้าห้องนอน พอเข้าไปแล้วขวามือเป็นพื้นที่สำหรับ Built ตู้เสื้อผ้า มองตรงไปเป็นห้องน้ำ และซ้ายมือเป็นพื้นที่ทางไปเตียงนอน(ช่องแสงห้องนอนได้แบบ Bay Window ด้วย) ในห้องน้ำแยกส่วนแห้งและเปียกชัดเจน ได้กระจกฉากกั้นและวัสดุของ KOLHER

หน้าตาประตูห้องเป็นบานไม้ สีไม้โอ๊ค มีการเจาะตาแมว กิ่งกดด้านข้าง และ Digital Door Lock แบบก้านโยก ของ YALE เป็นมาตรฐาน

เข้ามาในตัวห้องจะเจอกับ Living Area ด้านนอกจะมีทางออกไปยังระเบียง และด้านหลังเชื่อมต่อกันอย่างโซนรับประทานอาหาร(หรือแปลงร่างเป็นโต๊ะทำงานได้) และโซนครัวที่อยู่ตรงข้าม จะเห็นว่าความสูง 3.40 บวกกับช่องแสงที่จัดมาเต็มทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมาก พื้นในส่วนห้องนี้เป็นลามิเนตนะครับ

มองย้อนกลับไปทางบานประตูทางเข้า ซึ่งประตูนั้นสูงถึง 2.60 เมตร อยู่แล้ว แต่เหนือประตูนั้นจะเห็นถึงความสูงของห้องอย่างชัดเจน

ทางขวามือเป็นพื้นที่สำหรับทำเป็นตู้เก็บรองเท้า เก็บของแบบจริงจังตรงมุมนี้ (ส่วนนี้เป็นไอเดียจากโครงการ หรือรับทำให้อยู่ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์แพคเกจ)

พื้นที่นั่งเล่น Living Area จัดวางตำแหน่งนี้ จะได้ระยะที่ดูทีวีประมาณ 2.4 เมตร กำลังดี ถึงแม้วางโต๊ะกลางแล้ว ยังมีพื้นที่ทางเดินไปมาได้ไม่เกะกะ และได้ช่องแสงขนาดใหญ่ที่ด้านนอกเป็นทางออกไปยังระเบียง

ผนังฝั่งนี้เป็นส่วนเอาไว้ทำเป็นชั้นวางของใช้ ของโชว์ แขวนทีวี ใช้ให้เต็มผนังให้คุ้มค่ากับพื้นที่ใช้สอยไปเลยครับ ทีนี้เราจะเห็นไอเดียจากห้องตัวอย่างว่ามี “บันไดล้อเลื่อน” ติดตั้งอยู่

ซึ่งบันไดตัวนี้ เป็นไอเดียนะครับ สำหรับคนที่ต้องการใช้พื้นที่ใช้สอยแนวตั้ง(ติดผนัง)ให้คุ้มค่าที่สุด โดยการ Built-In ตู้ด้านบนแบบนี้ เพราะห้องสูงใช่ไหมละ แต่ว่าการขึ้นไปหยิบจับ หรือเก็บของ ยังไงก็ต้องมีบันได เลยกลายมาเป็นไอเดีย “บันไดล้อเลื่อน” แบบนี้ และมีตัวล็อคฐานไม่ให้บันไดขยับด้วยนะ

กลับหลังหันเป็นพื้นที่วางโซฟา ซึ่งห้อง Type นี้ วางแบบ 2 ที่นั่งจะเหมาะสมที่สุด ไม่เกะกะพื้นที่ทางเดินตัวห้อง

ด้านนอกที่ติดกันเป็นส่วนของพื้นที่ระเบียง ประตูทางออกเป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบหนา ค่อนข้างหนักและแข็งแรง บานกระจกเป็นสีออกน้ำเงินตัดแสง จะเห็นว่าที่ระเบียงจะมีรั้วกันตกเป็นโครงเหล็กโปร่งทั้งสีดำ และสีสัน(เป็นส่วนของแนวเส้นสายตาอาคาร) โดยพื้นที่ระเบียงจะลดระดับลงไปจากห้องนั่งเล่นประมาณ 10 ซม. และส่วนของระเบียงนั้นกว้างประมาณ 80 ซม.โดยมีการทำสโลปให้น้ำไหลไปยังเดรนเห็นชัดเจน

เงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน จะเห็นไฟกิ่งติดอยู่ที่ผนัง และก็เป็นส่วนของพื้นที่เก็บคอมแอร์ฯ โดยมีการทำโครงเหล็กยึดและปิดเป็นสัดส่วนให้ดูเรียบร้อย ห้องนี้จะได้แอร์ 2 ตัวนะครับ และหันลมร้อนแอร์ออกไปนอกอาคาร

กลับเข้ามาในห้อง ด้านหลังของโซฟา เป็นส่วนของพื้นที่รับประทานอาหาร(ดูจากในแปลนห้อง) แต่ว่ามันก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วย

นี่ครับ ดูจากมุมนี้มันคือโต๊ะทำงาน อ่านหนังสือ ที่มีระยะทางเดินเข้าออกปกติ ซึ่งด้านหลังเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ส่องลงมา

แต่ด้วยการเลือกเฟอร์นิเจอร์รูปแบบของมัลติฟังก์ชั่น(อเนกประสงค์) ทำให้มีการปรับเปลี่ยนโต๊ะให้เป็นโต๊ะทานอาหารได้แบบนี้ (ส่วนนี้เป็นไอเดียจากโครงการ หรืออยู่ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์แพคเกจ)

รูปแบบช่องแสงขนาดใหญ่จากพื้นถึงฝ้าเพดาน ที่อยู่ติดกับโซนนี้ โดยที่หน้าต่างเปิดออกมี 2 จุด ตามในรูป

ผนังของจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสีนะครับ แต่การแต่งผนังแบบนี้ก็สวยดี เป็นไอเดียแล้วแต่ความชอบของเจ้าของห้อง จากมุมนี้จะเห็นตำแหน่งของแอร์ที่ได้จะอยู่เหนือประตูทางเข้าไปห้องนอน

หันขวามาดูส่วยของครัวกันบ้าง ครัวเราจะได้ตามนี้เลย ยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็น เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟ เรามาดูทีละส่วนกันดีกว่า

ด้านบนจะเป็นชุดตู้ Built-In ติดผนัง หน้าบานเป็นลามิเนตลายไม้สีอ่อน(ยังมีพื้นที่เก็บของด้านบนเหลืออีกนะ ถ้าใครมีงบผมว่า Built ตรงนี้ให้เต็มไปเลย จะคุ้มค่าพื้นที่มากกว่า)

ลองเปิดด้านในชุดตู้ด้านบนให้ดูครับ มีการแบ่งชั้น และช่องเก็บของเป็นสัดส่วน รวมถึงให้ช่องเก็บชั้นวางจาน, ชั้นแขวนกระดาษทิชชู่ม้วนใหญ่ และฟิตติ้งเป็น Soft Close ด้วย

ที่ผนังด้านหลังมีการติดกระเบื้องแผ่นใหญ่(สีเทา) เอาไว้ให้เลย สำหรับเวลาทำอาหารจะได้ทำความสะอาดง่าย และจะเห็นถึงราวเหล็กแขวนสีดำที่ติดมาให้เลย อันนี้ดีนะครับ เอาไว้ไปติดกับพวกชั้นวางของแบบแขวน เราไม่ต้องเจาะเพิ่มแล้ว

Hob&Hood เป็นเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัวของ MEX รวมถึงชุดของ Sink ด้วยเช่นเดียวกัน (ก๊อกน้ำสีดำด้านของ Mex ดูแปลกและตัดสายตาได้ดีแหะ) จากมุมนี้จะเห็นส่วนของ Top ครัว ซึ่งเป็นกระเบื้องพอร์ชเลนขนาดใหญ่ไร้รอยต่อ ยาวทั้งแผ่นเลย เป็นลวดลายของหินอ่อน

ชุดตู้ด้านล่าง หน้าบานจะเป็นลวดลายหินอ่อนต่อเนื่องมาจาก Top ครัว มีช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าและไมโครเวฟได้ และมีพวกชั้นเก็บของรูปแบบเลื่อนและเปิดหน้าบานออกตามรูป

เดี๋ยวไปดูส่วนในห้องนอนกันบ้างครัว (ผมทำลูกศรบอกคร่าวๆไว้นะ)

เข้ามาแล้วทางขวามือเป็นส่วนของพื้นที่ Built-In ตู้เสื้อผ้า (ส่วนนี้เป็นไอเดียจากโครงการ หรือรับทำให้อยู่ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์แพคเกจ) ซึ่งจะเห็นว่าเจ้าตู้เสื้อผ้านี้มันสูงมาก และจะใช้งานยังไงล่ะ

ลักษณะการ Built-In ตู้เสื้อผ้า ซึ่งด้านล่างก็จะเป็นแบบปกตินั่นแหละ แต่ด้านบนต้องใช้ลูกเล่นหน่อย โดยจะมีตัวจับแบบดึงก้านโยกลงมาได้เพื่อให้ใช้งานได้ที่ความสูงปกติ

ทีนี้เข้าไปดูส่วนของห้องน้ำกัน ตัวห้องน้ำมีธรณีจบวัสดุเป็นแกรนิตสีขาว และส่วนของพื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้สีอ่อนผิวด้าน ความสูงลดระดับลงเอาไว้ส่วนเวลาทำความสะอาด น้ำจะได้ไม่กระเด็นไปโดนส่วนพื้นลามิเนตในห้องนอน

ในห้องน้ำมีหน้าตาแบบนี้ ตรงนี้เป็นส่วนของพื้นที่แห้ง มีฟังก์ชั่นอ่างล้างมือ ชุดตู้ติดผนัง ชุดตู้ใต้อ่าง และด้านข้างเป็นพื้นที่ของสุขภัณฑ์

เจ้าชุดตู้ติดผนัง ด้านหน้าเป็นกระจกเงา พอเปิดออกมาทำเป็นชั้นเก็บของเป็นชั้นๆ และมีการซ่อนไฟอยู่ด้านหลัง อ้อตรงนี้ก็เป็น Soft Close นะ

ชุดอ่างล้างมือมีเคาน์เตอร์รอบๆอ่าง สำหรับวางข้าวของเครื่องใช้ในห้องน้ำได้ พวกวัสดุและก๊อก ในฝั่งส่วนพื้นที่แห้งจะเป็นของ Kolher

ชุดตู้ใต้อ่างที่หน้าบานเป็นลายหินอ่อน(แต่วัสดุเป็นกระเบื้องนะครับ) เป็นแบบลิ้นชักดึงเข้าออก และมีเป็นช่องๆเอาไว้เก็บของแยกเป็นหมวดหมู่ได้เลย

หันไปมองทางขวาเป็นส่วนของพื้นที่ส่วนเปียก หรือพื้นที่อาบน้ำนั่นเอง โดยมีการทำธรณียกสเต็ปขึ้นมาเล็กน้อย ได้กระจกนิรภัยกั้นฉากส่วนนี้ มองตรงไปผนังไม่ได้มีแต่สีขาวเรียบเสียทีเดียว มีบางส่วนกรุด้วยกระเบื้องลายอินอ่อนด้วย (มีพื้นที่อาบน้ำประมาณ 0.90 x 1.10 เมตร)

ผนังด้านในใกล้ๆชุดฝักบัว มีการเซาะร่อง เอาไว้สำหรับทำเป็นชั้นวางของใช้ในการอาบน้ำ / หน้าตาชุดฝักบัวแบบ Rain Shower เป็นของ Cotto แทน

ทีนี้จะเข้าไปดูโซนเตียงนอนกันบ้าง ซึ่งห้องตัวอย่าง เค้าทำเป็นไอเดีย โดยยกสเต็ปพื้น เป็นขั้นบันไดก่อนขึ้นไปเตียงนอน (ของจริงจะเสมอพื้นปกติ)

ส่วนของพื้นที่เตียงนอน ดูผิวเผินก็ปกติดี วางเตียง King Size ได้นะ โดยเอาเตียงไปชิดกันหน้าต่างช่องแสง และทางเดินปลายเตียงเหลือพอเดินได้

แต่ลูกเล่นไอเดียของโครงการคือ สามารถเลือกเป็นเตียงแบบที่ติดตั้งโช๊ค ยกเตียงขึ้นแบบนี้ และได้พื้นที่เก็บของชิ้นใหญ้ใต้เตียงได้ การจะทำแบบนี้ได้ก็ต้องมีสเปซห้องที่สูงแบบนี้นี่แหละ

ด้านขวาเหลือพื้นที่เดินไปมาได้สะดวกประมาณ 60 ซม. และวางเป็นโตีะหัวเตียงเล็กๆได้

ไอเดีย ตกแต่งผนังหัวเตียงจากโครงการ

ส่วนของหน้าต่างช่องแสงในห้องนอนก็จะสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานแบบนี้นะครับ โดยที่ห้องนี้จะได้หน้าต่างแบบ Bay Window(หน้าต่างเข้ามุม) ด้วย โดยผ้าม่านจะบังอยู่นะ ลองดูจากแปลนห้องเพิ่มเติมได้ การมีหน้าต่างช่องแสงแบบนี้ จะทำให้เวลาเรานอนดูวิว ได้มุมมองสายตาที่กว้างกว่าปกติ

ห้องตัวอย่างแบบถัดไปที่จะพาไปดู ชื่อ Type ว่า 2DP ขนาด 61.25 – 61.75 ตร.ม. แต่ว่าชั้นบนไม่ได้มีประตูทางออกไปยังโถงทางเดินด้านหน้าจริงๆตามหลักเราจะเรียกห้องแบบนี้ว่าแบบ ลอฟท์(เพดานสูง)นะครับ แต่โครงการตั้งชื่อว่า Duplex ก็อย่างงกันนะ ห้องนี้มีความสูงอยู่ที่ 5.5 เมตร

เข้ามาในห้องปุ๊ป ทางซ้ายมือจะเป็นทางขึ้นบันไดไปชั้นบนนะครับ เราดูชั้นล่างกันก่อน จะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่เชื่อมต่อกันทั้ง 3 ฟังก์ชั่นอย่า Living Area, Dinning Area และ Kitchen ด้านนอกมีทางออกไประเบียง และมีช่องแสงขนาดใหญ่สูงลิ่วสไตล์ลอฟท์ ติดกับครัวจะเป็นพื้นที่ใต้บันไดถูกทำเป็นห้องวางเครื่องซักผ้าและชั้นวางของ ถัดมาจะเป็นส่วนของห้องน้ำที่ฟังก์ชั่นครบ 3 ประการอาบน้ำได้ และติดกับห้องน้ำจะเป็นส่วนของห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งตรงนี้ใครไม่ได้ใช้นอนก็ปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงานได้(ได้หน้าต่าง Bay Window) / ส่วนของพื้นที่ชั้นบน แปลนห้องจะเหมือนกับชั้นล่างเลย คือมีห้องน้ำและห้องนอน ที่ตำแหน่งตรงกันเป๊ะเลย

เข้ามาในห้องปุ๊ป ทางซ้ายมือจะเป็นทางขึ้นบันไดไปชั้นบนนะครับ เราดูชั้นล่างกันก่อน พื้นที่หลักกันก่อน

มองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้า ให้เห็นถึงความสูงถึงฝ้าเพดาน ลองนึกตามดูนะครับ (ประตูสูง 2.60 เมตร) และตำแหน่งแอร์อยู่เหนือประตูครับ

ผนังด้านนี้ทำเป็นไอเดียให้ดู Built-In การใช้งานอย่างเต็มที่ โดยสามารถใช้เป็นช่องเก็บของ ตู้โชว์ แล้วแต่เจ้าของห้อง (ทางขวามือใกล้ประตูสามารถทำเป็นตู้ชั้นเก็บรองเท้าได้ด้วย)

ด้านบนส่วนนี้มีการปิดผิวตกแต่งด้วยอิฐแดง ให้ดูเป็นสไตล์ลอฟท์ (แต่ของจริงจะเป็นจะเป็นฉาบเรียบทาสีนะ ทำให้ดูเป็นไอเดียจ๊ะ)

ส่วนกลางห้องจะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่เชื่อมต่อกันทั้ง 3 ฟังก์ชั่นอย่า Living Area, Dinning Area และ Kitchen ด้านนอกมีทางออกไประเบียง และมีช่องแสงขนาดใหญ่สูงลิ่วสไตล์ลอฟท์

พื้นที่ตรงกลางของห้องตัวอย่างจัดโดยการเอาโต๊ะขนาดใหญ่มาวางไว้กลางห้อง ให้ส่วนนี้เป็นได้ทั้งโต๊ะทานอาหาร และโต๊ะทำงานไปในตัว โดยได้แสงส่องเข้ามาจุดนี้เต็มที่

มองไปยังรูปแบบช่องแสงที่ออกไปยังระเบียงมีหน้าประตูบานเลื่อน และก็หน้าต่างบานกระทุ้งครับ

เงยหน้าให้ดูด้านบน จะเห็นว่าช่องแสงตั้งแต่จรดพื้นยันฝ้าเพดานเลยนะ

ทางออกไปยังระเบียง พื้นที่ระเบียงขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ แต่สามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่น หรือทำเป็นสวนกระถางเล็กๆได้เหมือนกัน

ออกมายืนที่ระเบียงทางขวามือเป็นส่วนของพื้นที่เก็บคอมแอร์ โดยมีประตูเหล็กกั้นปิดเป็นสัดส่วน จะเห็นได้เลยว่าคอมแอร์ห้อง Type นี้ใหญ่มากๆ อยู่แล้วล่ะ เพราะว่าห้องนี้เป็นแบบเพดานสูงพิเศษ ทำให้มีปริมาตรห้องที่มากกว่าปกติ และ BTU ของแอร์ต้องสูงตามด้วย โดยห้องแบบนี้จะได้แอร์ 3 ตัวครับ

เงยหน้าให้ดูด้านบนครับ

มองเข้ามาในห้อง จะเห็นโซนครัว ที่ทางซ้ายมือสุดเป็นพื้นที่วางตู้เย็น และติดกันเป็น Pantry ครัว ส่วนทางขวามือก่อนทางเข้าห้องน้ำ เป็นพื้นที่ใต้บันไดโดยทำเป็นห้องเก็บเครื่องซักผ้าและชั้นวางของ

ชุดครัว จะเหมือนกันกับห้องก่อนหน้าที่พาไปดูเลยนะครับ จะเห็นว่าหน้าบานชุดตู้ด้านบนเป็นแบบกระจกชาดำ แต่ของจริงก็จะเป็นลามิเนตลายไม้สีอ่อนเหมือนห้องก่อนหน้า

ช่องเก็บของชั้นวางด้านในเหมือนกัน

วัสดุอย่าง Top / Sink / Hob&Hood ก็เหมือนกัน จะต่างตรงที่ชุดตู้ด้านล่างมีพื้นที่เก็บของมากกว่าเพราะตำแหน่งของเครื่องซักผ้าไม่ได้วางไว้ตรงนี้

ตำแหน่งของเครื่องซักผ้าจะมาอยู่ในห้องนี้ เป็นพื้นที่ใต้บันไดโดยทำเป็นห้องเก็บเครื่องซักผ้าและชั้นวางของ แยกเป็นสัดส่วนนั่นเอง

หันมามองทางขวาตรงนี้เป็นทางเข้าห้องนอนชั้นล่าง(ดูจากในแปลนนะครับ) ถ้าของจริงทางขวาที่เป็นกระจกบานเลื่อนจะเป็นผนังทึบนะครับ และประตูเข้าออกเป็นบานไม้ปกติ เรามาดูในห้องนี้กันก่อน

จากในแปลนที่ห้องนี้เป็นห้องนอนชั้นล่าง แต่ว่าห้องตัวอย่างนั้นจัดเป็นห้องทำงาน สตูดิโอเล็กๆ แบบนี้

ห้องนี้แต่งเป็นสไตล์ลอฟท์ ให้เข้ากับแบบของห้อง แต่ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างคุ้ม โดยการ Built-In โต๊ะและชั้นเก็บของชิดผนังเอาไว้ล้อมรอบ

ส่วนนี้ที่เป็นช่องแสงภายในห้องรูปแบบของหน้าต่างก็สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานและเป็น Bay Window เช่นเดียวกัน

ออกมาดูในส่วนของห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำรูปแบบฟังก์ชั่น และวัสดุก็จะเหมือนกับห้องก่อนหน้าแทบทุกประการ จะไม่อธิบายซ้ำนะครับ สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือเจ้าชุดก๊อก และตัวจับการใช้งานต่าง ที่เป็นสีดำด้าน

พื้นที่อาบน้ำเหมือนกัน แต่มือจับยังเป็นสีดำเห็นเด่นชัด

หน้าตาชุดฝักบัวและ Rain Shower แบบสีดำด้าน ของ Cotto แปลกดีฮะ ช่างดูตัดกับผนังสีขาวได้เด่นจริงๆ

เดี๋ยวขึ้นไปดูที่ชั้นบนกันบ้าง ช่องความกว้างทางเดินประมาณ 1 เมตร ค่อนข้างกว้าง แต่ว่าไม่ได้ติดตั้งราวจับมาให้

โดยที่พื้นบันได 3 ขั้นแรก ทำเป็นลิ้นชักเก็บรองเท้าเอาไว้ให้แบบนี้

ขึ้นมาจนถึงบริเวณชานพักบันไดที่ถูกหั่นออกเป็น 3 ตอนแบบนี้ ต้องระวังหน่อยนะครับ ให้เดินชิดฝั่งซ้ายมือเอาไว้จะได้เหยียบได้เต็มเท้าหน่อย

ขึ้นมาที่ชั้นบนแล้ว จะเห็นว่าพื้นไม้สำเร็จของบันได เป็นสีเดียวกับลามิเนตเลย / ทางซ้ายมือเป็นส่วนห้องน้ำ และตรงไปเป็นห้องนอน ซึ่งตำแหน่งของห้องทั้งสองนี้จะตรงกับแบบห้องชั้นล่างเลย

ตรงส่วนนี้ทางโครงการแจ้งว่าพื้นที่กันตกจะติดตั้งกระจกนิรภัยแบบนี้ หรือมีมือจับกันตกยังไง ต้องรอทางโครงการอัพเดตอีกครั้งนะครับ

ในส่วนของห้องน้ำ ขนาดและตำแหน่งของของจะเหมือนกับห้องชั้นล่างเลยนะครับ เลยถ่ายภาพรวมให้ดูรูปเดียวนะ

เข้ามาดูในห้องนอนกันบ้างห้องนี้ก็วางเตียง King Size ปกติไว้กลางห้อง โดยจะมีพื้นที่เหลือรอบๆ เตียงเดินได้สบายๆ

ระยะเหลือทางเดินปลายเตียงประมาณ 60 ซม. เดินสบายครับ

สามารถติดตั้งทีวีแบบเขวนผนัง เวลานอนดูจะได้ระยะประมาณนี้ ระยะนอนดูทีวีประมาณ 2.30 เมตร / ทางขวามือจะเป็นชุดหน้าต่างช่องแสงบานกระทุ้งที่มองลงไปชั้นล่างได้ / ทางซ้ายมือจะเป็นมุมมองของ Bay Window(หน้าต่างเข้ามุมที่บอกไว้ก่อนหน้านี้)จะเห็นวิวได้มากกว่าเวลานอน

ไอเดียตกแต่งผนังหัวเตียงจากห้องตัวอย่าง

พื้นที่ด้านข้างเตียงทั้งสองฝั่งเหลือประมาณ 50 ซม. ถึงแม้จะติดตั้งชุดตู้เสื้อผ้าแล้ว เดินได้สบายๆฮะ

มุมพื้นที่ติดตั้งตู้เสื้อผ้าแบบ 2 ตอน สำหรับคนเดียวก็น่าจะเพียงพอสบายๆ และตำแหน่งของแอร์จะอยู่เหนือประตูห้องนอนครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 21 Oct 2016

  • ราคาเริ่มต้น 3.55 – 11.5 ล้านบาท หรือ 132,710 บาทต่อตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร AVG ทั้งโครงการ 150,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงสุด 170,000 บาท/ตร.ม.

  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 3.4 และ 5.5 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 30,000-100,000 บาท
  • ทำสัญญา 50,000-150,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลนี้ค่อนข้างสะดวกทั้งการเดินทางโดยใช้รถและไม่ใช้รถ สำหรับใครที่ไม่มีรถก็สามารถเดินไป BTS ปุณณวิถีได้ในระยะ 250 เมตร ใครอยากเดินจับโปเกม่อนนานๆหน่อยก็เดินไปทาง BTS บางจากประมาณ 500 เมตร หรือถ้าใครเมื่อยๆไม่อยากเดินก็มีแท๊กซี่ พี่วิน วิ่งไปวิ่งมาไม่ขาดสาย และยังมีรถเมล์ให้เลือกใช้บริการกันได้ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง บนถนนศรีนครินทร์มาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทาง โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีอุดมสุข คาดว่ากว่าจะได้ใช้บริการกันก็ประมาณปี 2562 แหล่งช้อปปิ้งรอบโครงการ ถ้าเป็นห้างใหญ่ๆจะต้องไปบนเส้นบางนากับศรีนครินทร์ บนเส้นบางนาใกล้สุดจะเป็น เซ็นทรัล กับ Big C  ไกลไปอีกหน่อยก็ Mega บางนา ส่วนเส้นศรีนครินทร์จะมี Seacon Square, Paradise Park สำหรับใครที่ชอบไลฟ์สไตล์การเดินชอปปิ้งแบบชิคๆชิว ในย่านนี้ก็มี Community Mall และศูนย์การค้าเกิดใหม่ที่น่าสนใจหลายที่ ทั้งโครงการ Phyll สุขุมวิท 54 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว และกำลังจะมี Century Movie Plaza Onnut และ Bangkok Mall ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง

สำหรับการเดินทางด้วยรถส่วนตัวค่อนข้างสะดวก เนื่องจากโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ จะเข้า-ออก เมืองก็ใช้ถนนสุขุมวิทได้เลย โดยถนนหน้าโครงการจะเป็นฝั่งสุขุมวิทขาออก ตรงไปเรื่อยๆจะสามารถเลี้ยวเข้าบางนา-ตราด หรือตรงไปสมุทรปราการได้ แต่หากใครอยากเข้าเมืองก็ให้ไปกลับรถที่หน้าซอยสุขุมวิท 64/1 แล้ววิ่งตรงๆเข้าเมืองได้เลย ซึ่งถนนสุขุมวิทนี้เป็นที่รู้กันดีว่ารถติดมากทั้งเช้าและเย็น การใช้ทางลัดจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีในการเดินทางซึ่งหลักๆแล้วเราสามารถใช้ถนนสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) และถนนสุขุมวิท 101/1(วชิรธรรมสาธิต) เป็นเส้นทางไปทะลุออกถนนเส้นต่างๆได้ / แต่ที่จอดรถซึ่งได้มา 41%(ยังไม่ซ้อนคัน) ถึงแม้จะเป็นแนวรถไฟฟ้า แต่ให้มาน้อยไปหน่อยนะถ้ามีคนอยู่อาศัยกันจริงจังแค่ครึ่งนึงก็น่าจะมีปัญหาแล้ว เพราะคนซื้อโครงการระดับ The Line เชื่อว่าส่วนใหญ่มีรถยนต์ส่วนตัวแน่นอน

โครงการ The Line สุขุมวิท 101 เป็นคอนโด High Rise 37 ชั้น 1 อาคาร 778 ยูนิต สร้างอยู่บนเนื้อที่ดินประมาณ 4 ไร่ รูปทรงของอาคารเป็นตัว S และวางอาคารเป็นแนวขวางได้วิวทิศตะวันตกและตะวันออกเป็นหลัก การจอดรถที่นี่จะเป็นแบบจอดกลางแจ้งรอบอาคารและจอดในอาคารตั้งแต่ชั้น 1-4 ส่วนของ Facility จะมีที่ชั้น 1, 5 และ ดาดฟ้า การออกแบบห้องของโครงการ ที่นี่เป็นห้องแบบหน้ากว้าง ที่รับแสงธรรมชาติส่องเข้ามาในโครงการได้มาก อีกทั้งด้วยห้องของที่นี่เป็นแบบ High Ceiling ทำให้รู้สึกโปร่ง โล่ง และสบายตาเพิ่มมุมมองที่กว้างกว่ากับเพดานสูงพิเศษ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ ห้องจะดูสูงโปร่ง โอโถ่ สบายตา ส่วนของเสียคือปริมาตรของห้องที่มากขึ้น แอร์ก็ต้องใหญ่ตามและค่าไฟมากขึ้น อีกทั้งพื้นที่ใช้สอยที่ผนังด้านบน การใช้งานจะต้องมีตัวช่วย อย่างบันได และเฟอร์นิเจอร์รูปแบบพิเศษมัลติฟังก์ชั่น สามารถปรับเปลี่ยนหรือพับเก็บได้ตามการใช้งาน

วัสดุโครงการขายแบบ Fully Fiited ราคาขายอยู่ที่ 130,000-170,000 บาท/ตร.ม. ได้เฉพาะชุดครัว(Pantry, Sink, Hob&Hood) และแอร์ 2-3 ตัว(แล้วแต่ขนาดห้อง) ส่วนที่เหลือที่ Built-In ตามในแบบห้องตัวอย่าง(รวมถึงสเต็ปและทุกอย่างในห้องนอน) เป็นส่วนของเฟอร์นิเจอร์แพ็คเกจที่ต้องซื้อเพิ่มจากทางโครงการ พื้นเป็นลามิเนต, ชุดหน้าต่างวงกบเป็นอลูมิเนียมดำหนาและแข็งแรงกระจกเป็นสีน้ำเงินตัดแสง, ชุดครัวได้มาค่อนข้างดีสมตามราคา ฟิตติ้งทุอย่างเป็น Soft Close, ห้องน้ำของ Kolher และ Cotto ได้กระจกฉากกั้น

Facility ที่นี่ให้ออกมาหลากหลาย เริ่มจากชั้นล่าง Lobby, Co-working space (เป็น Double Volume) และขึ้นมาที่ชั้น 5 ที่เป็น Main ได้แก่ Game Room, Laundry, Fitness, Co-Kitchen, Lawn Pavilion อีกทั้ง สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ยาว 8 x 54 เมตร (โอลิมปิคไซส์) แบ่งสระเด็ก สระจากุชชี่ ขึ้นมาชั้น Rooftop : Lawn, Jogging Track, LED Multi Sports Court ซึ่งสนามนั้นมีการซ่อนระบบไฟ LED ใต้พื้นและทำให้สนามกีฬาปรับเปลี่ยนรูปแบบของสนามได้ เป็นทั้งสนามแบต เทนนิส บาสเกตบอล และฟุตซอล รองรับกีฬาได้หลากหลายรูปแบบ

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคาเฉลี่ย(AVG) 150,000 บาท/ตร.ม., 21 Oct 2016

  • ทำเล 7/10 – มีระยะจากถนนใหญ่ 200 เมตรและมีการพัฒนาอาคารสำนักงานกับ Community Mall ภายในพื้นที่
  • เดินทางด้วยรถ 8.0/10 – ติดถนนใหญ่และมีทางลัดให้ใช้เยอะ ใกล้ทางด่วน
  • ไม่ใช้รถ 7.75/10 – มีระยะเดินประมาณ 250 ไป BTS ปุณณวิถี อยู่ติดถนนใหญ่ใช้รถสาธารณะง่ายมาก
  • วัสดุ 7.25/10 – ให้มาสมราคาแต่ให้มาน้อยไปนิด กรอบประตูหน้าต่างและอุปกรณ์ Fitting ทำมาดีแข็งแรง
  • แบบ 8.0/10 – ออกแบบมาค่อนข้างลงตัวในหลายๆแบบและใส่ใจในรายละเอียดดี แต่จะมีจุดที่จัดวางเฟอร์นิเจอร์ยากเป็นบางจุด
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – ให้ส่วนกลางมาครบตามสมัยนิยมแต่เสียดายน่าจะให้มาทั้ง Floor เลย
  • HIGH CLASS
  • 7.55 / 10.00

 

BOTTOM LINE

The Line สุขุมวิท 101 นั้นเหมาะกับคนที่อยู่อาศัยโซนสุขุมวิทตอนปลายใกล้แนวรถไฟฟ้า BTS และทางด่วนเข้าออกเมืองง่าย ชอบของแบรนด์และมีการออกแบบเฉพาะ มี Facility ให้ใช้หลากหลาย มีงบประมาณ 3.55 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนชำระต่อเดือนเริ่มต้นที่ 25,000 บาท/เดือนขึ้นไป

 

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปครับ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )