THE LINE สุขุมวิท 101

Highlight

  • ห้องพัก Design แบบ Couple block ได้ฝ้าเพดานสูงมาก ทุกยูนิต เหมาะกับคนที่ชื่นชอบสไตล์ Loft
  • พื้นที่ส่วนกลางจัดเต็ม ทั้งขนาด และความหลากหลายของฟังก์ชันใช้งาน บรรยากาศ Playful
  • ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท


Fact @ 31 October 2019

  • THE LINE Sukhumvit 101 (เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101)
  • บจ.บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง อีเลฟเว่น
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง
  • คอนโด High Rise 38 ชั้น 1 อาคาร 778 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 24 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 320 คัน คิดเป็น 40% (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ที่ดินประมาณ 4 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : กุมภาพันธ์ 2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : มกราคม 2563
  • 1 Bedroom 1 Bath ขนาด 26.75 – 33.25 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 1 Bath ขนาด 47.25 ตร.ม.
  • 1 Bed 1 Bath (Duplex) ขนาด 40.75 – 44.25 ตร.ม.
  • 2 Bed 2 Bath (Duplex) ขนาด 60.75 – 63.25 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 3.4 – 5.5 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท หรือ 145,091 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร AVG ทั้งโครงการ 160,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : เรียบร้อย
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1685


ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 1 November 2019

  • 1 Bedroom Type 1A ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Type 1BM ราคาเริ่มต้น 4.99 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms Type 2A ราคาเริ่มต้น 8.29 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Type 1A ขนาด 27.5 ตร.ม. ชั้น 8  ราคา 4.53 ล้านบาท หรือ 164,755 บาทต่อตร.ม.
  • 1 Bedroom Type 1BM ขนาด 32.5 ตร.ม. ชั้น 6  ราคา 5.86 ล้านบาท หรือ 181,085 บาทต่อตร.ม.
  • 2 Bedrooms Type 2A ขนาด 47.25 ตร.ม. ชั้น 14  ราคา 9.32 ล้านบาท หรือ 197,222 บาทต่อตร.ม.

  • รูปแบบการขาย Fully Fitted  (สามารถเลือกแบบ Fully Furnished ได้)
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 3.4-5.5 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อป Porcelain Slab
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ MEX
  • มีรถ Shuttle Bus ไปกลับ BTS ปุณณวิถี
  • จอง 5,000 บาท
  • ทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.ม./เดือน

**ตอนนี้มีโปรโมชันอยู่นะคะ ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562 เป็นโปรฟรี 5 อย่าง คือ  1)ค่าใข้จ่ายวันโอน 2)ค่าส่วนกลาง 1 ปี 3)เครื่องใช้ไฟฟ้า 5 รายการ 4)ค่าทำสัญญา 5)ค่า Moving Package

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


Product Walkthrough

แบบห้องภายในโครงการนี้จะมีทั้งแบบที่เป็น 1 Bedroom และห้องแบบ 2 Bedrooms เป็นแบบที่มีความสูงของห้องทั้งที่เป็น Simplex และห้องแบบ Duplex (จริงๆแล้วจะถูกเรียกว่าห้องแบบ Loft หรือห้องฝ้าเพดานสูงที่สามารถทำเป็นชั้นลอยได้ค่ะ แต่เนื่องจากโครงการนี้แบบ Simplex ก็มีความสูงมากกว่าทั่วไปอยู่มาก คือสูง 3.4 เมตร ส่วนห้องที่เป็น Duplex หรือว่า Loft นั้น จะเป็นห้องที่สูง 5.5 เมตร และมีการทำชั้นลอยมาให้เลยนั่นเอง ทางโครงการเลยเรียกชื่อห้องแบบนี้ว่า Duplex ค่ะ)

อ่านบทความเกี่ยวกับ Loft vs Duplex ต่างกันอย่างไร

รูปแบบการขายภายในโครงการนี้จะขายเป็น Fully Fitted มีครัว ชั้นวางรองเท้า ตู้เสื้อผ้า ให้มาค่ะ แต่ถ้าใครไปดูห้องตัวอย่างแบบ Standard แล้วชอบเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่ง ที่โครงการนี้ก็จะมีห้องที่ขายพร้อม Furniture เช่นกัน แต่จะมีการเพิ่มราคานะคะ ขึ้นอยู่กับรูปแบบและขนาดห้องนั้นๆอีกที โดยสัดส่วนของห้องพักอาศัยนั้น ที่นี่จะเน้นขายห้อง 1 Bedroom ขนาด  26.75 – 33.25 ตร.ม. (Simplex สูง 3.4 เมตร) เป็นส่วนใหญ่ ส่วนห้องแบบ Duplex (สูง 5.5 เมตร) จะมีอยู่ทั้งหมด 5 ชั้นค่ะ โดยวันนี้เราจะพาไปดูห้องตัวอย่าง 2 ห้องที่เป็นห้องแบบ Simplex นะคะ เป็นห้อง 1A หรือ 1 Bedroom ขนาด 27.25 และห้องแบบ 1BM ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ที่ 32.5 ตร.ม.ค่ะ

1 Bedroom ขนาด 27.25 ตร.ม.

 

ห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราจะพาไปดูเป็นห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการนี้เลยค่ะ 1 Bedroom ขนาด 27.5 ตร.ม. โดยห้องที่ได้จะเป็นห้องหน้ากว้างที่มีห้องนอนแยกไปอีกฝั่งเป็นห้องนอนปิด ส่วนที่เป็นครัวกับพื้นที่นั่งเล่นจะเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกัน และมีระเบียงอยู่ข้างๆ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ภายในห้องนอนค่ะ ห้องแบบนี้ก็จะมีข้อดีตรงนี้ห้องนอนจะถูกแยกไปเป็นสัดส่วน เชื่อมต่อกับห้องน้ำได้ง่าย ภายในห้องนอนจะมีกระจกเข้ามุมที่สามารถชมวิวได้ด้วย ส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่นก็จะมีระเบียงขนาดใหญ่ โดยระเบียงนี้ถ้าเราดูจากแปลนจะมีแนวผนังด้านข้างประกบ ทั้งสองด้านของระเบียงทำให้แสงที่ได้ไม่จ้ามากเกินไป ไอร้อนจากภายนอกก็จะไม่แผ่มายังพื้นที่นั่งเล่นอีกด้วย แต่ข้อด้อยของห้องแบบนี้คือจะได้เป็นครัวเปิดนะคะ และก็ไม่มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหาร ซึ่งตรงนี้ผู้อยู่อาศัยต้องเลือกเอาว่าจะทานอาหารที่โซฟาจะสะดวกหรือไม่ (ซึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาโต๊ะหน้าโซฟาจะปรับระดับให้สูงขึ้นได้ เพื่อที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน เดี๋ยวเราจะเห็นกันนะคะ)

ก่อนจะเข้าไปภายในห้องเรามาดูประตูทางเข้าห้องกันก่อนจะเป็นลายไม้สีเข้ม มีตาแมวมาให้ ส่วนกลอนประตูจะติดตั้ง Digital Door Lock ของ YALE มาให้ค่ะ โดยระดับทางเดินจะลดต่ำกว่าพื้นภายในตัวห้องเล็กน้อย ฝุ่นผงหรือความสกปรกต่างๆที่อยู่บริเวณทางเดินก็จะไม่ปลิวเข้าไปในห้องนอน

เข้ามาภายในห้องจะเป็นพื้นที่ครัวที่ต่อเนื่องไปกับห้องนั่งเล่นค่ะ ขนาดตรงนี้จะมีหน้ากว้าง 3.1 เมตร ลึก 3.6 เมตร แต่ด้วยความสูงห้องที่สูง 3.4 เมตร เลยทำให้ดูไม่อึดอัดเท่าไหร่ค่ะ ห้องนี้จะมีราคาเริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาทนะคะ

พอเข้ามาเราจะเจอกับทางเดินกว้าง 1.8 เมตรเลย โดยวัสดุพื้นของห้องนี้จะเป็นลามิเนตค่ะ ตอนใช้งานครัวอาจจะต้องระมัดระวังไม่ให้มีน้ำหกหรือนองบ่อยๆ ไม่งั้นพื้นอาจจะบวมน้ำได้ แก้ไขทีจะเป็นเรื่องใหญ่

ในห้องมาตรฐานจะมี Built-in มาให้สองฝั่งเป็นครัวและชั้นวางรองเท้าข้างๆตำแหน่งตู้เย็นค่ะ ลายไม้คล้ายๆกับวัสดุพื้นเลย

ชั้นวางรองเท้าจะเป็นบานเปิดสวิงกว้าง 40 ซม. มีตู้บนมาให้ด้วย แต่เรา(ผู้เขียน)เป็นมนุษย์สูงเมตรครึ่ง เปิดไม่ถึงแหละ T.T

ส่วนฝั่งที่เป็นเคาน์เตอร์ครัวห้องมาตรฐานจะได้แค่ตู้เฉพาะบนและใต้เคาน์เตอร์ครัวเท่านั้นนะคะ (ชั้นวางทีวีไม่ได้ให้มา) แต่ถ้าเราซื้อห้องแบบที่มาพร้อมกับ Furniture Package ก็จะได้ชั้นวางทีวีและตู้บนชั้นวางทีวีเพิ่มมาค่ะ

ครัวที่ให้มาจะได้หน้าตาแบบนี้เลย อ่างล้างจาน เตา และเครื่องดูดควันจะได้ของ MEX ค่ะ ส่วน Top เคาน์เตอร์จะเป็น PORCELAIN SLAB ส่วน Back splash จะกรุกระเบื้องให้ค่ะ เราชอบดีเทลอย่างปลั๊กไฟ ไฟส่องสว่าง หรือชั้นวางของเล็กๆบนอ่างล้างจานนะ

ส่วนตู้บนและตู้ล่างก็จะได้พื้นที่เก็บของแบบนี้ ไมโครเวฟจะถูกวางไว้ด้านล่าง ส่วนตู้บนมากมากก็อาจจะต้องเก็บของที่ใช้งานไม่ค่อยบ่อย จะใช้ทีก็ต้องปีนเก้าอี้หรือบันไดเอาค่ะ

ส่วนที่เป็นพื้นที่นั่งเล่นจะอยู่ต่อเนื่องกับเคาน์เตอร์ครัวเลย ส่วนนี้ห้องมาตรฐานจะไม่ได้ให้อะไรมานะคะ แต่ถ้าเราซื้อ Package ที่มาพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ ตัวเฟอร์นิเจอร์ต่างๆจะได้หน้าตาแบบนี้เลยค่ะ

ซึ่งตัวเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาจะเป็นชิ้นที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานภายในโครงการนี้ด้วย อย่างไร? ไปดูกันค่ะ

อย่างแรกคือโต๊ะหน้าทีวีที่สามารถปรับระดับโต๊ะให้สูงขึ้นมาได้ ทำให้เราสามารถใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นที่ทานข้าวไปในตัว ไม่งั้นเราอาจจะต้องก้มตัวจากโซฟาเพื่อทานข้าว หรือนั่งกับพื้นแทนก็ได้นะคะ

ส่วนเก้าอี้เล็กๆที่ให้มา จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่สลับด้านกลายมาเป็นบันไดได้ (คงไม่มีใครอยากซื้อบันไดลิงเอาไว้หรอกใช่ไหมคะ) พอดูจากเฟอร์นิเจอร์และการทำ Built-in ที่ให้มาแล้ว เรามองว่าทางโครงการนี้พยายามที่จะสร้างประโยชน์จากความสูงห้องที่มากขึ้น = พื้นที่เก็บของที่เพิ่มขึ้น -> เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาให้หยิบใช้สอย เก็บ-หยิบของได้สะดวก แต่ก็ต้องแลกมากับการซื้อเฟอร์นิเจอร์พ่วงไปกับตอนซื้อห้องด้วยนะคะ เพราะถ้าจะต้องไปหาเฟอร์นิเจอร์แบบนี้เองให้พอดีกับขนาดพื้นที่อีก อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆคนก็ได้ค่ะ

มาดูที่พื้นที่ถัดไปอย่างระเบียงกันต่อค่ะ ประตูทางออกนี้จะเป็นประตูบานเลื่อน เปิดได้กว้างอยู่นะคะ ความสูงของประตูนี้อาจจะขัดใจหลายคนบ้างที่ทำไมไม่ให้ประตูสูงหรือช่องหน้าต่างแบบสูงๆมาด้วย เพราะห้องเป็นฝ้าเพดานสูงแล้ว? แต่ข้อดีของผนังและประตูแบบนี้คือ เรามีผนังไว้ติดแอร์ด้านใน ส่วนด้านนอกเราก็สามารถยก Condensing unit ของแอร์ไว้เหนือศรีษะเราไปได้ พอมองจากห้องนั่งเล่นออกไปก็จะไม่เจอส่วน Service ที่ดูไม่เรียบร้อย ได้วิวและแสงสว่างเต็มที่ค่ะ

พื้นที่ระเบียงก็ถือว่ากว้างเลย มีขนาด 0.85 x 2.00 เมตร

สำหรับห้องนี้ตำแหน่งสำหรับวางเครื่องซักผ้าจะอยู่ที่ระเบียงนี้ด้วยค่ะ เดินท่อ ต่อไฟเตรียมไว้ให้เรียบร้อย ส่วน CDU ของแอร์ก็ถูกซ่อนไว้ด้านบนอย่างที่บอกไป

ส่วนห้องนอนจะมีประตูทึบแยกออกไปอีกฟากของห้องนะคะ มีกลอนประตูและมือจับแบบก้านโยก

เข้ามาภายในห้องจะเจอกับตู้เสื้อผ้าก่อน ทางขวามือจะเป็นตำแหน่งของเตียงนอน ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำค่ะ บรรยากาศภายในห้องนอนจะไม่กว้างมาก แต่จะได้ฝ้าเพดานสูง และกระจกขนาดใหญ่แทน

สามารถวางเตียง Queen size ได้ พื้นที่ตรงนี้จะมีขนาดที่ 2.5×2.5 เมตร ปลายเตียงอาจจะไม่เหมาะกับการติดทีวีเท่าไหร่นะคะ

ในกรณีที่ซื้อเฟอร์นิเจอร์ด้วยจะได้เตียงที่มีฐานเตียงยกสูง เป็นลิ้นชัก 2 ชั้น และมีตู้ข้างเตียง 70 ซม.

ห้องนอนนี้จะได้กระจกแบบเข้ามุมค่ะ แถมเป็นกระจกสูงถึงฝ้าเพดานเลย นอนชมวิวได้เลยค่ะ

ส่วนหน้าต่างเราจะเห็นว่าหน้าต่างค่อนข้างสูงเลยนะคะ ดังนั้นในโครงการนี้จะมีสวิตช์เฉพาะ เอาไว้สำหรับเปิด-ปิดกระจกที่อยู่ตำแหน่งสูงเกินเอื้อมมาให้ค่ะ

ส่วนหน้าห้องน้ำจะมี Built-in ตู้เสื้อผ้าให้มา เป็นของที่ได้มาตรฐานในทุกห้องค่ะ หน้าบานเป็นกระจกด้วย ส่องได้เต็มตัว ตู้นี้จะกว้าง 1.10 เมตร ภายในจะมีราวแขวนต่างๆ (ราวแขวนชั้นบนสามารถปีนบนลิ้นชักข้างล่างและไปดึงลงมาได้นะคะ) มีไฟส่องสว่างให้ภายในตู้เสื้อผ้า และมีลิ้นชักเก็บของ หมุดแขวนต่างๆให้มา ซึ่งพอตู้มีความสูงเพิ่มขึ้นก็จะได้พื้นที่เก็บของมากขึ้นค่ะ แต่อาจจะลำบากตอนปีนนิดหน่อยค่ะ

ส่วนห้องน้ำจะอยู่ลึกเข้าไปด้านในค่ะ ภายในห้องน้ำจะมีพัดลมระบายอากาศไว้ให้ เพื่อระบายกลิ่นและความชื้นภายในห้องน้ำ

เข้ามาจะเจอกับพื้นที่ส่วนแห้งก่อน โดยห้องน้ำจะสูงอยู่ที่ 2.4 เมตรนะคะ ภายในห้องน้ำจะกรุกระเบื้องทั้งพื้นและผนังสีขาวและลายหินอ่อน ติดไฟดาวน์ไลท์ให้ค่ะ

ตรงอ่างล้างหน้าจะตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ มีปลั๊กไฟไว้ให้ด้านข้าง เผื่อใครจะมาเป่าผม ม้วนผมภายในห้องน้ำก็สะดวกเลยค่ะ

กระจกเงาก็สามารถเปิดออกได้สองด้านเลย มีพื้นที่เก็บของเล็กๆอยู่ เก็บพวกยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปากได้

สุขภัณฑ์ทั้งหมดภายในห้องน้ำจะเป็นของ Cotto ค่ะ ใต้อ่างล้างหน้าเป็นลิ้นชัก สามารถเปิดออกมาเก็บของเพิ่มได้ ส่วนข้างๆโถสุขภัณฑ์จะเป็นที่ใส่กระดาษชำระ แต่ตำแหน่งนี้กับดีไซน์นี้ เวลาใช้งานอ่างล้างหน้าอาจจะต้องระมัดระวังนิดนึงไม่ให้น้ำกระเด็นไปกระดาษทิชชู่นะคะ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะติดตั้งฉากกั้นกระจกให้มาด้วย ตัวฝักบัวจะได้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower ของ Cotto เช่นกันค่ะ

ตัวฝักบัวก็ดูใหญ่เหมือนกันนะคะ

พื้นที่ภายในห้องอาบน้ำจะมีขนาด 0.90×1.40 เมตร ใช้งานหมุนตัวถือว่าสะดวกดีค่ะ

เนื่องจากห้องนี้จะเป็นห้องเพดานสูง 3.4 เมตร ดังนั้นโครงการเลยทำห้องตัวอย่างสไตล์ Loft ให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยในห้องนอนจะต่อเติมเป็น 2 ชั้น ด้านล่างจะเป็นตู้เสื้อผ้าและมุมทำงาน แต่งหน้า แต่งตัวได้

ส่วนด้านบนจะเป็นฟูกเอาไว้นอนค่ะ แต่ห้องแบบนี้ก็จะมีข้อจำกัดเรื่องการกำหนดระยะบันไดนะคะ เพราะลูกตั้งอาจจะต้องสูงกว่าปกติมาก เดินลำบากหน่อย ตอนกลางคืนถ้าอยากลุกไปห้องน้ำ จะยืนที่ชั้นบนก็ไม่ได้เพราะหัวอาจจะชนฝ้าเพดานได้ และต้องระวังตอนเดินลงมากหน่อยค่ะ แต่ถ้าใครชอบ และอยากได้พื้นที่ใช้สอยในห้องเพิ่มขึ้น ไอเดียแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะคะ


1 Bedroom ขนาด 32.50 ตร.ม.

ห้องตัวอย่างอีกห้องจะเป็น 1 Bedroom ขนาด 32.50-33.00 ตร.ม.ค่ะ อันที่จริงผังห้องจะคล้ายกันกับห้องเมื่อซักครู่ที่พาไปดูเลย แต่ขนาดที่เพิ่มขึ้นมาประมาณ 5 ตร.ม. ทำให้มีพื้นที่อย่างเคาน์เตอร์ครัวเพิ่มขึ้น ระยะดูทีวีดีขึ้น มีพื้นที่สำหรับนั่งทานอาหารจริงจังมากขึ้นด้วยค่ะ และด้วยตัวห้องที่เป็นห้องหน้ากว้าง ทำให้แทบทุกฟังก์ชันได้แสงสว่างจากภายนอกอาคารอีกด้วย

พอเข้ามาภายในห้องเราจะเจอกับ Common Area เหมือนเดิมค่ะ แต่จะขนาดใหญ่ขึ้น หน้ากว้าง 4.6 เมตร ลึก 3.45 เมตรเลย ดังนั้นการจัดพื้นที่ให้ดูกว้างของที่นี่นอกจากความสูงที่สูง 3.4 เมตรแล้ว การที่ทำให้ทุกฟังก์ชันเชื่อมต่อถึงกันหมดก็จะทำให้ห้องดูใหญ่ขึ้นด้วยค่ะ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาฝั่งหลังประตูจะถูกจัดเป็นชั้นวางของ , ชั้นวางทีวี และชั้นวางรองเท้าค่ะ แต่ด้วยความสูงที่เกินเอื้อมถึง เลยมีบันไดเลื่อนได้ ที่สามารถ Lock อยู่กับที่ได้ เอาไว้ให้ปีนขึ้นไปเก็บของค่ะ

ดังนั้นห้องนี้ก็จะได้พื้นที่เก็บของเยอะขึ้นด้วยนะคะ หนอนหนังสือต้องชอบแบบนี้แน่เลยค่ะ

ส่วนนี้จะเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่สามารถเชื่อมไปยังระเบียงด้านข้างได้

ขอบโต๊ะถึงชั้นวางทีวีมีขนาด 1 เมตรโดยประมาณค่ะ ถือว่ากว้างใช้งานสะดวกนะคะ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นโซฟา โต๊ะกลาง และเก้าอี้ข้าง จะเป็น Furniture Package ที่ต้องซื้อเพิ่มเอาค่ะ หน้าตาและฟังก์ชันจะเหมือนกับห้องที่แล้ว

ออกมายังระเบียงจะได้เป็นระเบียงเข้ามุมเลย ขนาด 0.85×2.15 เมตร ใช้งานได้เต็มพื้นที่ (เครื่องซักผ้าจะไปอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ครัวแทน)

มองกลับเข้ามา จะเห็นว่าเคาน์เตอร์ครัวจะวางขนานไปตามความยาวของห้องนะคะ

Built-in ชิ้นนี้จะมีให้ค่ะ ได้หน้าตาแบบนี้เลย ขนาดจะยาวขึ้น ประมาณ 2.1 เมตร

อุปกรณ์ต่างๆในครัวจะใช้ของ MEX ค่ะ เราชอบดีเทลอย่างที่วางจานนะ เพราะหยิบใช้ง่ายกว่าการวางจานซ้อนๆกัน เพราะจริงๆแล้วเราไม่ได้มีจานขนาดเดียวกันทั้งหมดใช่ไหมค่ะ

ส่วนหน้าห้องนอนจะสามารถจัดเป็นมุมทำงานเพิ่ม หรือจะจัดโต๊ะทานอาหารได้ 2-4 ที่นั่งเลย ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่ถ้าเราซื้อแพคเกจเพิ่มจะได้ดีไซน์โต๊ะที่ดึงออกมาได้ และมีเก้าอี้ให้แบบนี้ค่ะ ส่วนลิ้นชักที่เห็นด้านข้างนี้สามารถวางพวกแก้วน้ำได้ ตรงนี้ดีนะคะ เพราะเวลาเราทำงานเราไม่อยากให้ไอเย็นหรือหยดน้ำที่อยู่รอบแก้วน้ำนองเปียกบนโต๊ะ หรือไหลมายังเอกสาร หนังสือ หรือแม้กระทั่งโน๊ตบุ๊คของเราใช่ไหมคะ

เข้ามาดูในห้องนอนกันต่อ เราจะเจอกับประตูห้องน้ำใกล้กับประตูทางเข้าห้องนอนเลย ตรงนี้ถือว่าดีนะคะ เพราะถ้ามีเพื่อนหรือแขกที่มาบ้าน ขอเข้าห้องน้ำ ก็จะไม่ต้องเดินผ่านเตียงนอนเราด้วย

พื้นที่ห้องนอนจะมีขนาด 2.6×2.7 เมตร วางเตียง Queen Size ชิดหน้าต่างได้ค่ะ ส่วนตัวหน้าต่างจะสูงจรดฝ้าเพดานเลย และจะได้หน้าต่างเข้ามุมด้วยค่ะ

ส่วนถ้าใครซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มกับทางโครงการจะได้ดีไซน์เหมือนเดิมนะคะ คือเป็นเตียงที่สูง มีลิ้นชักตรงฐานเตียง 2 ชั้น เเละมีพื้นที่เก็บของหัวเตียงฝั่งหนึ่งค่ะ

ส่วนด้านในสุดทางเดินหน้าห้องน้ำจะเป็นตู้เสื้อผ้าค่ะ

ตู้เสื้อผ้าจะกว้าง 1 เมตร หน้าบานเป็นกระจก มีระยะยืนส่องได้เต็มตัวเลย ด้านในมีราวแขวน ชั้นวางของหลายแบบค่ะ

ราวด้านบนสามารถปีนกล่องข้างล่างขึ้นไปดึงลงมาได้นะคะ จะได้พื้นที่แขวนเสื้อผ้าเพิ่มมากขึ้น

ภายในห้องน้ำจะได้วัสดุต่างๆเหมือนเดิมค่ะ ด้านในแยกส่วนเปียก ส่วนแห้งให้

สุขภัณฑ์ต่างๆได้ของ Cotto

กระจกเงาและใต้อ่างล้างหน้าเป็นพื้นที่เก็บของได้ ห้องน้ำจะได้ Rain Shower มาให้ด้วย พื้นที่อาบน้ำขนาด 0.85×1.00 เมตร ถือว่าใช้งานสะดวกค่ะ


2 Bedrooms ขนาด 47.25 ตร.ม.

นอกจากห้อง 1 Bedroom ที่เราพาไปรีวิวกันแบบละเอียดแล้ว ห้อง 2 Bedrooms ของโครงการนี้จะมีทั้งแบบ Simplex และแบบ Duplex ในรีวิวเก่าเราเคยพาไปชมห้องแบบ Duplex กันมาแล้วนะคะ วันนี้เรามาดูว่า 2 Bedrooms แบบ Simplex จะเป็นอย่างไรกัน แต่ก่อนที่จะเลื่อนดูรูป เราลองมาดูผังห้องกันซักนิดดีกว่าค่ะ อย่างที่เราเห็นกันนะคะ จุดเด่นของโครงการนี้คือความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน เพราะแม้จะเป็นห้องแบบ Simplex กลับมีความสูงถึง 3.4 เมตรเลย โดยห้อง 2 Bedrooms เนี่ย ก็จะได้ตำแหน่งที่อยู่หัวมุมอาคารอีก ทำให้ภายในห้องดูโปร่ง สว่างทั่วถึงทุกพื้นที่พักผ่อน อย่างเมื่อเราเข้ามาภายในห้องเราจะเจอกับครัวปิดก่อน ซึ่งตรงนี้มีลูกเล่นนิดนึงด้วยนะ คือถ้าเราดูผัง ส่วนครัวจะอยู่ใกล้กับทางเดินใช่ไหมค่ะ แต่ว่าห้องนี้เป็นห้องมุม โดยที่มีแค่ผนังฝั่งเดียวที่ติดกับเพื่อนบ้าน ผนังด้านที่ติดกับทางเดินหรือประตูทางเข้าข้างๆกันจะเป็นส่วนที่ติดกับผนังภายนอกอาคารแล้วค่ะ ทำให้สามารถมีช่องเปิดเล็กๆเอาไว้ระบายอากาศตรงครัวได้ด้วย! ตรงนี้เราว่าออกแบบมาได้ดีเลย ส่วนพื้นที่นั่งเล่นกับทานอาหารก็จะเป็นพื้นที่โล่งต่อเนื่องกันไป มีระเบียงอยู่บริเวณส่วนนั่งเล่นด้วย และเป็นระเบียงที่เข้ามุม ส่วนห้องนอนทั้ง 2 ห้องก็จะมีหน้าต่างเอาไว้ระบายอากาศและเป็นวิวให้กับภายในห้องนอนได้เลย โดยส่วนที่เป็น Master Bedroom จะได้หน้าต่างกระจกเข้ามุม ไม่ใช่แค่มุมเดียว แต่เป็น 2 มุมเลยค่ะ แต่ต้องบอกไว้นิดนึงว่า ข้อด้อยของห้องนี้ก็มีเช่นกันนะคะ ตรงที่ Master Bedroom ไม่ได้มีพื้นที่เดินรอบเตียงแบบกว้างขวาง เดินสบาย แต่จะเป็นห้องที่สามารถวางเตียงแบบ Queen size ได้เท่านั้นค่ะ ดังนั้นห้องนี้อาจจะเหมาะกับคนที่เน้นการใช้ชีวิตในห้องนั่งเล่นมากกว่า อยู่กันได้ 2-3 คน ห้องนอนก็เอาไว้สำหรับนอนพักผ่อนเท่านั้น

กดเลื่อนดูรูปได้นะคะ

Image 1/20
มาดูบรรยากาศในห้องกันค่ะ เข้ามาจะเจอครัวก่อนเลย ได้เป็นครัวปิด แสงจากส่วนนั่งเล่นยังส่องมาถึงครัวนะคะ

มาดูบรรยากาศในห้องกันค่ะ เข้ามาจะเจอครัวก่อนเลย ได้เป็นครัวปิด แสงจากส่วนนั่งเล่นยังส่องมาถึงครัวนะคะ

.**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการนี้ก็สร้างเสร็จพร้อมอยู่เรียบร้อยกันแล้วนะคะ วันนี้เรามาดูอาคารเมื่อสร้างเสร็จจริงๆกันดีกว่าว่าสภาพออกมาเป็นอย่างไรกันบ้าง เริ่มต้นจากตัวอาคารกันก่อน THE LINE สุขุมวิท 101 เป็นอาคาร High Rise 1 อาคาร สูง 37 ชั้น มีทั้งหมด 778 ยูนิต เราลองถ่ายรูปออกมา อาคารดูสูงชะลูดมากเลยนะคะ ด้วยความที่แต่ละชั้นมีความสูงที่สูงกว่าปกติขึ้นไปอีกเป็นจุดขายด้วย นอกจากนี้ตัวผังห้องจะมีแนวคิดในการออกแบบที่เรียกว่า Couple Block ที่แต่ละห้องพักอาศัยจะมีจุดเด่นคือมีระเบียงเข้ามุม พร้อมห้องนอนที่ได้หน้าต่างเข้ามุมอีก แถมมุมมองที่ได้จากระเบียงและห้องนอนนั้นก็จะมองได้วิวไกลขึ้น แต่ก็จะไม่เห็นห้องที่อยู่ข้างๆด้วย (เดี๋ยวไปดูละเอียดกันอีกครั้งตอนอธิบายผังชั้นพักอาศัยนะคะ) โดยการออกแบบผังที่มีเหลี่ยมมุมเยอะแบบนี้ เมื่อมาต่อกันเป็นชั้นหลายๆชั้นแล้ว ก็จะกลายเป็นเส้นตั้งให้กับตัวอาคาร รูปลักษณ์ภายนอกของอาคารเลยดูมีมิติมากขึ้น ไม่เรียบแบนไปทั้งหมดค่ะ นอกจากนี้ตัวอาคารจะเน้นสีเทา แทรกเส้นสีส้ม ที่ดูไม่ฉูดฉาดเกินไป แต่ก็ให้ความรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวอยู่ด้วย

ผังพื้นโครงการ

ก่อนที่จะไปดูอาคารสร้างเสร็จจริง เรามาดูผังโครงการกันก่อนนะคะ THE LINE สุขุมวิท 101 เป็นคอนโด High Rise ที่อยู่ติดกับถนนสุขุมวิทค่ะ แต่ส่วนที่ติดกับถนนสุขุมวิทนั้นจะเป็นทางเดินรถที่จะนำเข้าสู่ตัวอาคารที่อยู่ด้านในนะคะ โดยทางเดินรถจะสามารถขับวนรอบๆตัวตึกได้ เเต่จะเป็นทางเดินรถทางเดียวนะคะ จะมีแค่ช่วงเลี้ยวขึ้นตึกเพื่อจอดรถกับตรง Drop-off เท่านั้นที่รถสามารถขับสวนกันได้ โดยโครงการนี้จะเริ่มมีพื้นที่ส่วนกลางจัดไว้ตั้งแต่ชั้น 1 เลย โดยจะมีส่วนที่เป็น Lobby, Mail room และ Co-Working (ที่ต้อง Scan keycard เพื่อเข้าไปใช้งานค่ะ) โดย Lobby และ Co-working จะเป็นส่วนที่มีฝ้าเพดานสูง ตกแต่งสไตล์ Loft แต่ก็ยังถือว่าได้ความเป็นส่วนตัวอยู่เพราะทางด้านหน้าฝั่งที่เป็นกระจก จะมีแนวต้นไม้สูงปลูกอยู่ เพิ่มมุมมองสีเขียวให้กับภายในค่ะ

ที่จอดรถของโครงการนี้จะสามารถจอดรถได้ 320 คัน หรือคิดเป็นประมาณ 40% ของห้องพักอาศัย เราถือว่าไม่มากนะคะ แต่ปัจจุบันสัดส่วนที่จอดรถของโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้ามักจะอยู่ที่ประมาณนี้กันแทบทุกโครงการเลย โดยที่จอดรถของที่นี่จะจอดได้รอบๆอาคารที่ชั้น 1 และภายในอาคารชั้น 1-4 ค่ะ ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อดีที่ไม่ต้องวนรถขึ้นไปสูง และรอบๆโครงการที่ยังมีอาคารข้างเคียงสูงเท่าๆกันจะเป็นตำแหน่งของที่จอดรถไป

ขึ้นมาที่ชั้น 5 จะเป็นชั้นพักอาศัยและชั้นพื้นที่ส่วนกลางหลักค่ะ โดยห้องพักอาศัยที่ชั้นนี้จะเป็นห้องแบบ Duplex (Loft) ที่มีฝ้าเพดานสูง 5.5 เมตร เลยทำให้พื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ภายในอาคารเป็นพื้นที่ที่ได้ฝ้าเพดานสูงเช่นกันค่ะ โดยห้องพักอาศัยจะเป็นส่วนที่มีประตูกั้นอีกที คนที่จะเข้าไปส่วนพักอาศัยได้ก็จะมีแต่ลูกบ้านเท่านั้น ส่วนพื้นที่ส่วนกลางก็จะมีสระว่ายน้ำที่ยาว 46 เมตร (เกือบจะขนาด Olympic แล้วนะคะ ว่ายออกกำลังกายสบายเลย) มีฟิตเนส มีห้อง Laundry มีสวน มีห้องน้ำที่มีส่วนอาบน้ำและ Steam Room ภายใน และที่น่าสนใจคือมีห้อง Co-kitchen ที่มีครัวจริงจัง สามารถมาทำอาหารนั่งทานได้จริงๆ ภายในยังมีโต๊ะให้นั่งทานอาหาร นั่งเล่นนั่งทำงานได้ด้วยค่ะ นอกจากนี้จะมีสวนที่อยู่ Outdoor สามารถเดินออกไปจาก Co-working space ได้ และจะมีพื้นที่ Backyard เป็นพื้นที่สำหรับปลูกผักสวนครัว โดยพื้นที่ตรงนี้จะดูแลและบริหารโดยนิติบุคคลค่ะ

ส่วนชั้นพักอาศัยเราจะขอแบ่งเล่าเป็นชั้นที่มีห้องแบบ Simplex (ฝ้าเพดานสูง 3.4 เมตร) ก่อน ซึ่งในแต่ละชั้นจะเหมือนกันค่ะ โดยจะเน้นไปที่ห้องแบบ 1 Bedroom เป็นหลัก จะมีห้อง 2 Bedrooms อยู่ 1 ยูนิตเท่านั้นที่มุมอาคาร โดยตำแหน่งของลิฟต์จะอยู่กลางอาคารเลย ผังอาคารจะถูกวางเป็นรูปตัว S มีการเหลื่อมกันของห้องและทางเดินนิดหน่อยค่ะ รูปแบบของทางเดินหน้าห้องพักจะเป็นแบบ Double Corridor ที่มีห้องพักขนาบทั้ง 2 ฝั่งทางเดิน ซึ่งส่วนมากจะทำให้ทางเดินมืดอับ แต่โครงการนี้ก็พยายามแก้ปัญหาโดยการมีช่องแสงที่ปลายทางเดินและใกล้กับโถงลิฟต์ ทำให้ทางเดินหน้าห้องพักไม่มืดไปนัก และระบายอากาศได้ค่ะ ส่วนตัวห้องของโครงการนี้ถือว่าโดดเด่นอยู่นะคะ เพราะจะจัดห้องหน้ากว้างให้มาทุกยูนิตเลย ห้องนอนแยกเป็นสัดส่วน ได้ระเบียงเข้ามุมและหน้าต่างห้องนอนเข้ามุมด้วยค่ะ โดยทางโครงการเรียกการออกแบบนี้ว่า Couple Block ซึ่งมันก็ได้ข้อดีนะคะว่าแต่ละยูนิตจะได้วิวที่กว้างขึ้น เป็นวิวของตัวเองที่ไม่สามารถมองไปเห็นห้องข้างๆได้ค่ะ

ส่วนชั้นที่เป็นห้องแบบ Duplex (Loft) จะมีอยู่ทั้งหมด 5 ชั้น(ไม่รวมชั้น 5) โดยจะมีความสูงอยู่ที่ 5.5 เมตร และจัดชั้นลอยมาให้เลย โดยจะมีห้อง 2 Bedrooms มากขึ้นเป็น 8 ยูนิตต่อชั้นค่ะ

ส่วนชั้นดาดฟ้าหรือชั้นที่ 38 จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางอีกชั้น โดยจะมี Jogging Track และ Multi Sport Court เป็นลานออกกำลังกายให้มาเล่นกีฬาแบบแบดมินตัน เทนนิส บาสเกตบอล หรือฟุตซอลได้ นอกจากนี้จะมี Rock climbling Wall ที่เป็นหน้าผาจำลอง สามารถมาปีนออกกำลังกายได้ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูโครงการจริงกันนะคะ

มาดูตัวโครงการกันค่ะ โครงการนี้ตั้งอยู่ติดกับถนนสุขุมวิทก็จริง แต่ตัวอาคารจะถูกจัดวางให้อยู่ถัดลึกเข้าไปทางด้านใน เปิดเป็นถนนเข้า-ออกแทนค่ะ ซึ่งทางเข้า-ออกโครงการนี้จะมีอยู่ทางเดียวเท่านั้น รถสามารถขับสวนกันได้

การที่ตัวอาคารอยู่ลึกเข้าไปด้านในก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียนะคะ อย่างข้อเสียคือระยะที่ต้องใช้เดิน(ในกรณีที่ผู้อยู่อาศัยเดินจากรถไฟฟ้าเข้ามาภายในโครงการ)ก็จะไกลขึ้นนิดหน่อย ซึ่งข้อนี้ก็มีการออกแบบทางเดินที่มีหลังคาปกคลุม(Cover way) ช่วยอยู่ด้านข้าง ไม่ให้เดินร้อนเกินไป นอกจากทางเดินนี้ มีสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาให้ด้วยก็คือรถ Shuttle Bus รับ-ส่งรถไฟฟ้า (ตอนเปิดขายช่วงแรกยังไม่มี Service นี้ให้นะคะ) ซึ่งรายละเอียดรอบการเดินรถและช่วงเวลาการให้บริการนั้นอาจจะต้องรอถามกับทางนิติบุคคลอีกครั้งค่ะ พูดถึงข้อเสียของตัวอาคารที่อยู่ลึกเข้าไปแล้ว มาดูที่ข้อดีกันบ้าง คือความเป็นส่วนตัวนั่นเอง คนที่ขับรถผ่านไปมา หรือแม้กระทั่งนั่งรถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการ ก็มองเข้าไปในห้องนอนได้แบบไกลๆใช่ไหมคะ? รวมไปถึงเสียง รถรา ฝุ่นและควันจากถนนใหญ่ ก็จะลดลงไปตามระยะห่างระหว่างอาคารกับถนนด้วยเช่นกันค่ะ

จากถนนใหญ่เข้ามาสองฝั่งถนนจะมีการจัด Landscape เป็นสนามหญ้า และต้นไม้ใหญ่เอาไว้ให้ค่ะ

มีป้ายชื่อโครงการอยู่ หันไปยังฝั่งที่รถมุ่งหน้ามา ขับรถมาจะเห็นชัดเลย เลี้ยวเข้าได้ง่ายไม่หลงค่ะ ด้านหน้าป้ายโครงการฝั่งนี้จะมีทางเดินนะคะ

ทางเดินจะถูกออกแบบให้มีหลังคาปกคลุม มีสวนเล็กๆสองข้างทางเดิน มีการออกแบบที่โค้งไปมา พร้อมกับจังหวะของระแนงที่ถี่ห่างแตกต่างกัน ดูไม่น่าเบื่อค่ะ

ส่วนกลางถนนจะมีป้อมรปภ.อยู่ มีการออกแบบโดยใช้เส้นโค้งและระแนงเช่นกันค่ะ ทางเข้ากับทางออกจะอยู่กันคนละฝั่ง มีไม้กั้นกระดกช่วยในเรื่องความปลอดภัย การเข้าออกรถต้องใช้ Keycard

ตรงเข้ามาจะเจอกับตัวอาคารแบบนี้ จะมีพื้นที่รอบอาคารที่สามารถจอดรถได้ และพื้นที่บนอาคารชั้น 2-4 รวมแล้วที่จอดรถประมาณ 320 คัน หรือคิดเป็น 40% (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน)

ถ้าเราเลี้ยวซ้ายมาจะเจอกับส่วน Drop Off หน้าอาคาร ตรงนี้ถ้าใครเรียก Taxi มารับหรือมาส่งก็นั่งรอที่ Lobby สวยๆ พอรถมาก็เดินออกมาขึ้น แทบไม่ต้องตากฝนโดนแดดเลยค่ะ

การออกแบบทางเข้าหลักของอาคารก็ยังเน้นเส้นสายเหมือนเดิม ทั้งช่องหน้าต่างและฝ้าหลังคา Drop off

ข้างๆ Drop Off จะจัด Landscape เป็นสวน มีต้นไม้ใหญ่อยู่ด้วย และมีที่นั่งเล่นแบบนี้

ส่วนถ้าใครจะขึ้นไปจอดรถบนอาคาร ทางขึ้นก็จะอยู่ด้านข้างอาคารค่ะ

วนขึ้นมาที่จอดรถบนอาคารจะสามารถจอดได้ 2 ฝั่งทางเดินรถเลย ในแต่ละชั้นก็จะมีลิฟต์ที่สามารถมายัง Lobby ได้

นอกจากนี้รอบๆอาคารจะเป็นทางเดินรถซึ่งจะมีพื้นที่จอดรถอีกที่ชั้น 1 ด้วยค่ะ เราลองเดินวนมา จะเห็นการออกแบบหน้าตาของพื้นที่จอดรถนะ ตรงนี้จะมีการใช้ระแนงเส้นตั้ง สลับสี แถมลูกเล่นการเรียง เห็นเป็นคำว่า THE LINE อีกด้วย

บรรยากาศที่จอดรถชั้น 1 ค่ะ มีส่วนที่วนเข้าไปในอาคารจอดได้

และสามารถจอดรอบๆอาคารได้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้จะมีการให้บริการ EV Charger และ Smart Move ที่สามารถเช่ารถผ่านทาง Application ได้ด้วย ตรงนี้ก็เหมาะกับลูกบ้านที่ปกติมักจะใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง แต่เผื่อวันไหนอยากขับรถก็สามารถเช่าขับได้ (สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมกับทางโครงการอีกทีนะคะ)

กลับมาที่ทางเข้าโครงการกันอีกครั้ง ต่อไปเราจะพาไปดูพื้นที่ส่วนกลางต่างๆภายในโครงการกันนะคะ

เมื่อเข้ามาภายในตัวอาคาร ส่วนแรกที่เราจะเจอเลยคือ Lobby ที่มีความสูงแบบ Double Volume เลือกใช้วัสดุลายหินอ่อนต่อกันทั้งผนังเชื่อมต่อกับฝ้าเพดาน ดูหรูหรา

จาก Lobby นี้ จะมีทางแยกคือ ถ้าไปทางขวามือจะเป็น Co-Working Space ส่วนทางซ้ายมือจะเป็น Mail Room เดี๋ยวเราจะพาไปเดินดู Co-Working Space กันก่อนนะคะ

ก่อนจะไปดูของจริง เรามาดูภาพ perspective กันก่อน โซนนี้จะมีการออกแบบพื้นที่ย่อยเป็นส่วนๆ เพื่อการใช้งานแต่ละส่วนจะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนะคะ โดยบางส่วนจะอยู่ที่ on ground หรือพื้นระดับเดียวกับชั้น 1 เลย แต่บางส่วนจะออกแบบสไตล์ Loft คือต้องเดินขึ้นบันไดเพื่อไปใช้งาน โดยการที่จะเข้ามาใช้งาน Co-Working Space นี้ได้นั้นจะต้องใช้ Key Card Scan เพื่อเข้ามายังส่วนนี้ด้วยค่ะ

ส่วนแรกที่เจอเลยจะจัดเป็นมุมนั่งทำงานนั่งอ่านหนังสือเหมือนห้องสมุด ส่วนนี้จะเชื่อมต่อกับ Lobby เลยนะคะ ยังไม่ต้องใช้ Key Card เพื่อเข้ามา

มานั่งกาง Notebook ทำงานเลยก็ได้ค่ะ มีปลั๊กไฟให้ใช้ด้วย (ใต้โต๊ะ) นอกจากนี้จะมีตู้ Blue Mart ตั้งอยู่ตรงนี้ 1 ตู้ และข้างๆจะมีเครื่องถ่ายเอกสารที่สามารถ Print ได้ด้วยตั้งไว้ให้บริการกับลูกบ้านภายในโครงการค่ะ

Blue mart เป็น Vending Machine หรือตู้ขายสินค้าอัตโนมัติที่ไม่ได้ขายแค่เครื่องดื่มนะคะ แต่ยังมีพวกขนมอีกด้วย เหมาะกับใครที่อยากหาอะไรดื่มหรือกิน แต่ก็ขี้เกียจจะเดินไปร้านสะดวกซื้อ มีเครื่องแบบนี้ในโครงการเลยก็ดีเหมือนกัน นอกจากนี้เจ้าเครื่องนี้มักจะมีโปรโมชันลดราคาด้วย จ่ายเงินก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีเหรียญนะคะ ใช้ธนบัตรก็ได้ หรือจะจ่ายเงิน Online ก็ได้เหมือนกัน

มาดูที่ Co-Working Space แรกกันก่อน จะมีบันไดขึ้นไปยังชั้นลอย และพื้นที่ด้านล่าง

ตรงนี้แอบเก๋นะคะ เพราะจะมีเครื่องเดินออกกำลังกายเหมือนในฟิตเนส แต่จะมีโต๊ะแบบปรับระดับได้อยู่ อ่ะ เผื่อใครงานก็ต้องทำ ออกกำลังกายก็ต้องออก ก็มาเดินหรือวิ่งออกกำลังกายที่เครื่องนี้ได้เลย หรือจะเอา ipad หรือโน๊ตบุ๊คมาวาง ดูหนังไปออกกำลังกายไปก็ได้ค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้นลอยตรงนี้จะมีมุมนั่งทำงานอยู่ 2 ที่นั่ง มีปลั๊กให้ใช้งานด้วย

มาที่ Block ต่อมา พื้นที่ตรงนี้จะเป็นโต๊ะสำหรับ 6 ที่นั่ง มีบันไดขึ้นไปชั้นลอยเหมือนกัน แต่ทางเดินขึ้นจะสลับไปอยู่อีกฝั่งแทน

ขึ้นมาตรงนี้จะมีพื้นที่ใหญ่ขึ้น มีโต๊ะทำงานแบบ 4 ที่นั่ง และมีโต๊ะที่เป็นเคาน์เตอร์ทำงานอีก 2 ที่นั่งค่ะ

มาที่ Block สุดท้าย ตรงนี้จะมีขนาดใหญ่สุดเลย ชั้นล่างจะมีที่นั่งทำงาน 11 ที่นั่ง

ขึ้นมาชั้นบนเป็นมุมนั่งเล่นแบบโซฟา 4 ที่นั่งแทนค่ะ รวมๆแล้ว ส่วน Co-Working Space สามารถรองรับคนได้ประมาณ 30 คนเลย (ไม่รวมเครื่องเดินออกกำลังกายนะคะ)

มาเริ่มต้นกันที่ Lobby กันอีกครั้ง เดี๋ยวเราจะพาไปดู Mail Room กันต่อ ซึ่งตำแหน่งของ Mail Room จะอยู่ทางด้านหลังของ Double Space Lobby

Mail Room ของที่นี่ไม่ได้เป็นห้องเฉยๆนะคะ แต่จะมีพื้นที่นั่งเล่นที่รวมไปกับส่วน Mail Room ด้วย

มองว่ามุมนี้ก็จะมีพื้นที่นั่งเล่นที่หลากหลายมากขึ้นนะคะ ทั้งหน้าตารูปทรงของเก้าอี้ด้วย และความสูงฝ้าเพดานที่ลดลงมาเเล้ว บรรยากาศเลยดูเป็นส่วนตัวมากขึ้น

นอกจากส่วนที่เป็นตู้จดหมายแล้ว ยังมี Smart Locker ที่นิติบุคคลสามารถนำมาฝากไว้ และส่งรหัสไปให้ลูกบ้านเพื่อมารับของได้ ไม่ต้องกลัวของหายหรือปะปนกับห้องอื่นๆ

ตรงข้ามกับ Mail Room จะเป็นโถงลิฟต์ของอาคารค่ะ ตรงนี้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งเป็นระบบแบบ Face Recognition ค่ะ

แต่ถ้าเลยไปสุดทางเดินจะเป็นห้องน้ำนะคะ คนที่ใช้งาน Lobby กับ Co-Working Space มาใช้งานที่นี่ได้

ห้องน้ำจะแยกชาย-หญิงไว้ให้ และออกแบบให้เป็นประตูบานเลื่อนแบบที่รถเข็นสามารถเข็นเข้าไปได้เลย แต่ภายในยังไม่มีราวจับไว้นะ

ส่วนห้องน้ำชายก็จะเเยกส่วนที่เป็นโถสุขภัณฑ์เข้าประตูไปอีกครั้งนึงค่ะ โดยห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิงมีให้อย่างละ 1 ห้อง

กลับมาที่โถงลิฟต์กันนะคะ โครงการนี้จะมีลิฟต์โดยสารมาให้ 5 ตัว และมี Service Lift อยู่ 1 ตัวค่ะ อัตราส่วนลิฟต์ต่อจำนวนห้องพักอยู่ที่ 1:155 จัดว่าเยอะอยู่เหมือนกัน บริเวณโถงลิฟต์ตรงนี้จะตกแต่งโทนสีขาวและวัสดุลายหินอ่อนค่ะ

ลิฟต์โดยสารด้านในจะมีบอร์ดสำหรับให้นิติบุคคลประชาสัมพันธ์และแจ้งข่าวสารต่างๆ มีจอ 1 ตัว มีปุ่มสำหรับให้คนพิการกดลิฟต์ด้วยค่ะ

มาดูที่ชั้น 5 นะคะ ที่ชั้นนี้จะมีทั้งส่วนห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง โดยพื้นที่ส่วนกลางแรกที่เราจะพาไปดูเลยคือ Game Room ค่ะ โดยห้องนี้จะอยู่ข้างๆกับสระว่ายน้ำเลย สามารถมองออกไปเห็นสระว่ายน้ำได้ แต่วันที่เราไปทำรีวิวสระว่ายน้ำยังไม่ค่อยเรียบร้อย เลยไม่ได้ถ่ายวิวนั้นมาให้ดูนะคะ ที่ห้องนี้จะมีความสูงที่สูงกว่าระดับปกติ เลยทำให้ดีเทลต่างๆที่ตกแต่งอยู่ในห้องไม่ดูรกจนเกินไปนัก

บรรยากาศในห้องนี้ก็จะเน้นความ Relax มากขึ้น มีมุมนั่งเล่นเกมส์ และเกมส์ต่างๆที่เตรียมเอาไว้ สามารถมาเล่นกับเพื่อนๆได้ หรือใครอาจจะได้เพื่อนในโครงการเพิ่มจากห้องนี้ก็ได้นะ

ที่เราชอบเลยคือ Pinball เป็นตู้ Star wars เล่นไปรอบสองรอบเพลินมาก อยากจะเล่นอีกเลยค่ะ

เดินมาอีกฝั่งค่ะ ทางเดินจะปูกระเบื้อง มีหน้าต่างและผนังเป็นกระจกฝ้า ทำให้ทางเดินตรงนี้ไม่มืดนัก เดินมาเราจะเจอกับห้องฟิตเนสทางขวามือและห้อง Laundry ทางซ้าย

มาดูที่ฟิตเนสก่อน เราว่าการตกแต่งห้องที่นำเอาเส้นสายสีส้มมาตกแต่ง ล้อไปกับตัวโครงการมันดูเหมาะกับห้องนี้มากเลยค่ะ เพราะเส้นและสีสันมันจะดูเฉี่ยวๆ กระฉับกระเฉง เลยทำให้ฟิตเนสดู Active มากขึ้นด้วย ภายในห้องนี้ก็มีขนาดค่อนข้างกว้างเลย สามารถออกกำลังกายไป มองวิวสระว่ายน้ำไปได้ด้วย

และที่เราว่าดีอีกอย่างนึงคือตัวเลือกของเครื่องเล่นที่ให้มาในฟิตเนสค่อนข้างหลากหลายเลยนะคะ คือไม่ใช่แค่อุปกรณ์ Basic แบบลูวิ่ง หรือดัมเบล แต่จะมีบาร์ มีอุปกรณ์ให้เลือกใช้เยอะเลย ใครจะจ้างเทรนเนอร์มาช่วยเทรนให้ที่คอนโดเลยก็ได้นะ อุปกรณ์พร้อม

ส่วนห้องซักรีดก็จะมี Trendy Wash เป็น Application ที่สามารถ Track ดูได้ว่า เครื่องซักผ้าว่างอยู่ไหม หรือว่าเครื่องซักเสร็จรึยัง แล้วก็ยังสามารถจ่ายเงิน Online ได้ด้วยค่ะ นอกจากกิจกรรมซักผ้าแล้ว ที่ห้องนี้ยังมีโต๊ะและเก้าอี้เผื่อใครมานั่งรอ และมีตู้กดน้ำให้ด้วย (จริงๆไปนั่งรอริมสระว่ายน้ำหรือ Co-Kitchen ก็ได้เหมือนกัน)

เลยมาเราจะเจอกับ Co-Kitchen สุดทางเดิน ซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ ขวามือจะเป็นทางเดินไปยังสระว่ายน้ำค่ะ

ห้องน้ำของชั้นนี้จะจัดเต็มกว่าชั้น 1 นะคะ โดยจะมีห้องน้ำแยกชาย-หญิง และมีห้องน้ำสำหรับคนพิการเพิ่มมา

มาดูที่ห้องน้ำชายกันก่อนภายในจะมีทั้งอ่างล้างมือ Locker โถสุขภัณฑ์ ห้องอาบน้ำ และ Steam Room

ภายในก็มีการกรุกระเบื้องทั้งพื้นและผนังดูเรียบร้อยสวยงาม

ห้องน้ำหญิงก็เช่นกันค่ะ จะมีอ่างล้างหน้าและ Locker ไว้ให้ เอาไว้เก็บข้าวของสำหรับใครที่มาออกกำลังกายหรือเล่นฟิตเนสแล้วอยากอาบน้ำล้างตัว และเช็ดตัวให้แห้งก่อนกลับห้อง

ห้องน้ำหญิงก็จะมีทั้งห้องสุขา ห้องอาบน้ำ และ Steam Room มาให้เช่นกัน

มาต่อกันที่ Co-Kitchen กันค่ะ เราว่าตรงนี้เป็นอีกจุดที่เรามองว่าแตกต่างจากโครงการอื่นๆอยู่เหมือนกันนะคะ

ที่ว่าแตกต่างคือฟังก์ชันแบบ Co-Kitchen เราไม่ค่อยเห็นในโครงการอื่นเท่าไร และยังเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่มาก และตกแต่งแบบจัดเต็มเลย

คือภายในไม่ใช่แค่พื้นที่ครัวและโต๊ะที่มานั่งทำและทานอาหารได้ แต่จะมีมุมนั่งเล่น พักผ่อนสบายๆอยู่ด้วย นอกจากนี้พื้นที่ตรงนี้จะได้วิวทั้งสวนที่อยู่ด้านข้าง กับสระว่ายน้ำที่อยู่ตามทางยาวของห้องด้วยค่ะ

โซฟานั่งพักผ่อนก็ดูหลากหลาย สนุกสนานดีนะคะ ตัวหมอนมีปัก Logo THE LINE ด้วย

ส่วนที่เป็นครัวคือก็ดูจัดเต็มมาเหมือนกัน มี island สำหรับเตรียมอาหารและปรุงอาหารตรงกลาง มีโต๊ะทานอาหารให้ด้วย โดยครัวจะเป็นรุ่นพิเศษของ ScavolinixDiesel ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นของ SMEG ทั้งหมดค่ะ

สามารถชวนเพื่อนมาทำอาหารจัดเป็น Pool Party ได้เลยนะคะ

ส่วนที่เป็นครัวก็มีให้มาทั้งเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน มีพื้นที่เตรียมอาหารขนาดใหญ่อีก

ตรงตู้ที่อยู่ด้านหลังก็มีให้ทั้งตู้เย็น เตาอบ ไมโครเวฟครบเลย

นอกจากนี้ก็จะมีอ่างล้านจาน และอุปกรณ์ครัว เช่น จาน ชาม ช้อน ส้อมให้หยิบยืมได้ด้วย

ข้างๆกับ Co-Kitchen จะมีประตูเดินออกมาส่วนนอกอาคาร พอออกมาจะเป็นสวนด้านข้างค่ะ

ตรงนี้จะจัด Landscape ต้นไม้ไล่ระดับสลับกับต้นไม้ใหญ่และสนามหญ้าไว้  บรรยากาศดูร่มรื่นอยู่นะคะ

จากครัวเดินออกมาด้านข้างจะเป็นพื้นที่สวนค่ะ เดินเชื่อมไปสระว่ายน้ำข้างๆได้ เริ่มลงต้นไม้รอบๆแล้ว ถ้าต้นไม้โตกว่านี้น่าจะร่มรื่นน่าดูนะคะ

ข้างๆทางเดินจะมีจุดล้างตัวสำหรับคนที่มาใช้งานสระว่ายน้ำด้วยค่ะ

ส่วนทางเดินข้างๆนั้นพอเดินลงมาจะเจอกับแปลงปลูกผักด้วยนะ

สระว่ายน้ำของที่นี่จะเป็นระบบเกลือ ยาว 46×9 เมตร ลึก 1.2 เมตร

โดยพื้นที่ข้างๆสระจะถูกจัดเป็นมุมนั่งเล่นยาวไปตามความยาวของสระเลย

Pattern การเรียงกระเบื้องสระก็เน้นสีสันส้มฟ้า ดู Active และสดใส

นอกจากชั้น 5 แล้ว ที่ดาดฟ้าของโครงการจะมีพื้นที่ส่วนกลางอีกชั้นนะคะ โดยชั้นนี้จะเป็นส่วนกลางที่ Active เช่นกัน มีทั้ง Jogging Track และหน้าผาจำลอง สามารถมาใช้ปีนออกกำลังกายได้

และมี Multi Sports Court ที่สามารถเล่น แบดมินตัน, เทนนิส, บาสเกตบอล, ฟุตซอล ฯลฯ และยังมีการซ่อนไฟ LED ใต้พื้นด้วยค่ะ (อยากเห็นส่วนนี้ตอนสร้างเสร็จบ้างจัง)

มาดูที่ทางเดินหน้าห้องพักกันบ้างค่ะ ที่ทางเดินนี้จะมีช่องแสงฝั่งละ 2 จุด คือใกล้ๆกับลิฟต์และปลายสุดของทางเดิน ทำให้มีแสงสว่างบริเวณทางเดินนะคะ ไม่มืดเกินไป แถมระบายอากาศได้อีกด้วย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

ชั้น 1

  • Lobby
  • Co-working space
  • Mail Room
  • สวนรอบๆโครงการ

ชั้น 5

  • Game Room
  • Laundry
  • Fitness
  • Co-Kitchen
  • Lawn Pavilion (Garden)
  • Backyard
  • สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ ยาว 46×9 เมตร ลึก 1.2 เมตร

ชั้น 38 หรือ Rooftop

  • Lawn (สวน)
  • Jogging Track
  • Rock Climbing Wall
  • LED Multi Sports Court

อื่นๆ

  • Shuttle Bus รับส่งสถานีปุณณวิถี (รอรายละเอียดจากโครงการอีกที)
  • Wifi in Common Area
  • Vending Machine (บริเวณ Co-working space & Co-kitchen)
  • Smart locker
  • Smart move (BMWi3)
  • จุดบริการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV Charger)
  • ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว / Service Lift 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 155 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 320 คัน คิดเป็น 40% (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ระบบ CCTV / Access Card / Sticker


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.691985, 100.608012
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่ 

แผนที่จากทางโครงการ THE LINE สุขุมวิท 101 ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นอีกหนึ่งถนนหลักของชาวกรุงเทพเหมือนกันค่ะ โดยเป็นถนนที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน ซึ่งสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดจะเป็นสถานีปุณณวิถี โดยทางโครงการจะมีรถ Shuttle Bus รับส่งลูกบ้านที่สถานีนี้ด้วยค่ะ

รายละเอียดเกี่ยวกับทำเลเราเคยเขียนรีวิวทำเลไว้แล้ว สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดกันได้ที่ รีวิวทำเลโครงการ THE LINE สุขุมวิท 101 

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สำหรับสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ THE LINE สุขุมวิท 101  ถือว่าเป็นชุมชนพักอาศัยเป็นส่วนใหญ่นะคะ โดยตัวอาคารจะวางขนานไปกับถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นถนนหลัก และโชคดีทั้งด้านหน้าและด้านหลังของอาคารยังเป็นอาคารที่ไม่สูงมาก ดังนั้นชั้นเริ่มต้นที่เป็นส่วนกลางและห้องพักอาศัยอย่างชั้น 5 จึงเป็นชั้นที่ปริ่มๆอาคารรอบข้างไปแล้ว เลยไม่มีอาคารในระยะประชิดที่สามารถมองเข้ามายังโครงการนั่นเองค่ะ ส่วนด้านข้างๆของอาคารจะมีอาคารพักอาศัยที่เป็น Apartment และ Condominium ขึ้นมาสูง 18-19 ชั้น ดังนั้นชั้นพักอาศัยกลางๆอาจจะมองวิวได้ไม่กว้างเท่าไหร่นักแล้วนะคะ แต่ชั้นที่สูงๆยังได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ค่ะ

  • ทิศเหนือ ~ ฝั่งนี้กำลังมีโครงการคอนโดมิเนียมสูง 19 ชั้น กำลังก่อสร้างอยู่ค่ะ แต่สำหรับห้องที่อยู่ชั้นสูงๆจะได้วิวในเมืองฝั่งสุขุมวิท
  • ทิศใต้ ~ ติดกับ Apartment สูง 18 ชั้น ซึ่งตรงนี้จะเปลี่ยนเป็น Marriot สุขุมวิท 101 ในอนาคตค่ะ
  • ทิศตะวันออก ~ ติดกับซอยปุณณวิถี 1 เป็นบ้านพักอาศัย แย้มสรวลอพาร์ทเม้นท์และบุญทิมาอพาร์ทเม้นท์ สูง 5 ชั้น ซึ่งชั้นดาดฟ้าของทั้งสองตึกนี้จะมีการต่อหลังคายื่นขึ้นไปอีก ดังนั้นหากเลือกห้องพักที่ทิศตะวันออก แนะนำให้เลือกห้องที่อยู่ชั้น 6 ขึ้นไปก็จะไม่มีตึกมาบังวิวค่ะ
  • ทิศตะวันตก ~ ติดกับถนนสุขุมวิทที่เป็นทางเข้าออกหลักของโครงการ มีแนวรางรถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการ นอกจากนี้ยังติดกับอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ธนาคารกสิกร และปั๊มบางจากด้วย ทิศนี้ไม่มีตึกสูงมาบังวิวในระยะประชิด หากใครเลือกชั้นสูงๆอาจจะได้เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งนี้ค่ะ

มาดูรอบๆโครงการนะคะ ทางถนนหน้าโครงการหรือถนนสุขุมวิท ก่อนจะถึงโครงการจะมีจุดกลับรถอยู่ ระยะค่อนข้างกระชั้นนะคะ แต่ถ้ารถโล่งๆก็สามารถกลับรถมาแล้วเลี้ยวเข้าโครงการได้เลย แต่ถ้าเราอยู่ฝั่งออกเมืองอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหาค่ะ

หน้าโครงการจะเป็นถนนใหญ่ มีทางเท้าให้เดินกว้างขวางเดินปลอดภัย

ทิศใต้จะติดกับ Apartment สูง 18 ชั้น ในอนาคตจะเปลี่ยนเป็น Marriot สุขุมวิท 101 ค่ะ

VIEW

รูปนี้เราถ่ายจากชั้น 5 นะคะ ชั้นที่เป็น Facilities หลักของโครงการ หันมาทางด้านหน้าหรือถนนสุขุมวิท (ทิศตะวันตก) เห็นได้ว่าฝั่งนี้จะไม่มีอาคารสูงมาบังเท่าไหร่ แต่ในอนาคตที่ดินแปลงที่เห็นขวามือจะเป็น Condominium สูง 19 ชั้น ขึ้นมา ดังนั้นชั้นกลางๆของโครงการที่หันฝั่งนี้น่าจะโดนบังวิวเต็มๆเลยค่ะ

วิวจากชั้น 38 (ชั้นบนสุดของโครงการ)

ทิศตะวันตกหรือด้านหน้าโครงการ (หันฝั่งถนนสุขุมวิท) โครงการนี้มองออกไปเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาค่ะ ห้องพักที่อยู่ชั้นสูงๆของโครงการนี้จะได้วิวแบบนี้เลย

ทิศเหนือ ฝั่งนี้จะมองไปยังตัวเมืองกรุงเทพฯนะคะ เราจะเห็นสถานีบางจาก และคอนโดมิเนียมสูงไกลๆ

ทิศตะวันออก ฝั่งนี้ก็จะเห็นที่อยู่อาศัยแนวราบเป็นส่วนใหญ่ เรามองว่าอาคารเราสูง 38 ชั้น แถมแต่ละชั้นมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานที่สูงกว่าทั่วๆไปอีก วิวที่ได้เลยค่อนข้างเปิดกว้างแบบนี้ค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • BTS สถานี ปุณณวิถี ~ 250 m.
  • BTS สถานี บางจาก ~ 450 m.
  • Anglo-Singapore International School ~ 600 m.
  • True Digital Park ~ 850 m.
  • The Phyll ~ 1.4 km.
  • โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 2  ~ 1.9 km.
  • Berkeley International School ~ 2.9 km.
  • Tesco Lotus อ่อนนุช  ~ 3 km.
  • Century Movie Plaza ~ 4.3 km.
  • Gateway เอกมัย ~ 5.2 km.
  • Central บางนา ~ 5.4 km.
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~ 5.8 km.
  • Bangkok Pattana School ~ 6.3 km.
  • Wells International School ~ 7 km.
  • Mega Bangna ~ 11.4 km.


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล : ที่ตั้งของโครงการนี้จะอยู่บนถนนสุขุมวิท ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบางจาก กับสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี ซึ่งบรรยากาศของทำเลช่วงนี้ยังเป็นแหล่งชุมชนเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อไม่นานมานี้ เลยตัวสถานีปุณณวิถีไปนิดหน่อยมี True Digital Park หรือ Whizdom 101 ที่เป็น Mix-used Project เปิดให้ใช้บริการ ซึ่งตรงนี้เองถือว่าเป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์ที่ใหญ่ และใกล้กับตัวโครงการเรามากที่สุดค่ะ เพราะจะมีทั้งร้านอาหาร, Co-working space, ธนาคาร, Fitness และอีกไม่นานจะเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัท True ด้วย เลยทำให้บริเวณสถานีปุณณวิถีนี้มีการพัฒนาขึ้นมาก ส่วนแหล่งความอุดมสมบูรณ์อื่นๆก็จะมีตามข้างทาง ซอยสุขุมวิท 101 และซอยอุดมสุข ก็ถือว่าเป็นแหล่งชุมชมเดิม ที่มองหาของกินได้ไม่ยากเลยค่ะ แต่ถ้าใครอยากดูหนังหรือซื้อของใน Hypermarket ลองนั่งรถไฟฟ้าไปยังสถานีอ่อนนุช ก็จะมี Tesco Lotus และ Century Movie Plaza เป็นอีกหนึ่งสถานีที่ครบครันเรื่องการหาของกินและการจับจ่ายใช้สอยเลยค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถ :  ตัวโครงการนี้ตั้งอยู่ฝั่งขาออกเมืองนะคะ แต่อยู่บนถนนสุขุมวิทเลย ซึ่งเป็นถนนหลักที่คนกรุงใช้งานกันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยถนนเส้นนี้จะพาเราไปยังสมุทรปราการหรือบางนาได้ง่าย และทางฝั่งขาออกนี่เองก็ไม่ไกลจากซอยอุดมสุข ที่ใช้เชื่อมต่อกับถนนศรีนครินทร์ได้เลย แต่ถ้ากลับรถมาทางฝั่งมุ่งหน้าเข้าเมือง ก็จะสามารถไปขึ้นทางด่วนฉลองรัชและทางด่วนเฉลิมมหานครได้ง่าย และถนนสุขุมวิทเองก็จะเชื่อมกับพระราม 4 เดินทางไปเอกมัย ทองหล่อ หรืออโศกได้เลย ถึงแม้จะเป็นถนนใหญ่ก็ตาม การจราจรบนถนนเส้นนี้ก็ถือว่าสาหัสใช้ได้เลยนะคะ ต้องเผื่อเวลาเดินทางให้ดีๆนะ ส่วนเรื่องอัตราส่วนที่จอดรถนั้นจะอยู่ที่ 40% ซึ่งถือว่าไม่มากนัก แต่ก็อาจจะคิดได้ว่าเป็นโครงการที่อิงการใช้งานรถไฟฟ้าเป็นหลักนั่นเองค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : เนื่องจากโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่เลย จึงทำให้การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะค่อนข้างสะดวก ที่เห็นได้ชัดเลยคือการใช้งานรถไฟฟ้า สถานีเองก็ห่างจากโครงการไป 250 เมตร และจะมี Shutter Service ให้บริการไปยังตัวสถานีอีกด้วยนะคะ ถือว่าสะดวกสบายเลย หรือจะเรียกรถ Taxi เองก็เดินไปยังถนนใหญ่เลย เรียกไม่ยากค่ะ มีรถผ่านไปมาตลอด ไม่เสียค่าบริการเรียกผ่าน Application ด้วย นอกจากนี้ถนนสุขุมวิทเป็นถนนที่มีรถเมล์หลากหลายสายวิ่งผ่าน มีป้ายรถเมล์เป็นระยะ เราสามารถเดินไปขึ้นรถเมล์เพื่อไปยังบางนา สำโรง ไบเทค หรือจะเข้าเมืองไปอ่อนนุช พร้อมพงษ์ อโศกได้อีกด้วยค่ะ

วัสดุ : สำหรับวัสดุที่ให้เมื่อเทียบกับราคาถือว่ามาตรฐานนะคะ ยังไม่โดดเด่นมาก แต่ก็ไม่ได้แย่เลยค่ะ พื้นห้องได้เป็นลามิเนต ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว ให้ไฟมาเป็นดาวน์ไลท์ ครัวได้ของ MEX มีเคาน์เตอร์ครัว ตู้บนตู้ล่างให้ มี Built-in ช่องวางตู้เย็นและตู้รองเท้าให้มา รวมไปถึงตู้เสื้อผ้าค่ะ ส่วนห้องน้ำก็จะได้สุขภัณฑ์เป็นของ Cotto ทั้งหมด

การออกแบบ : เราถือว่าโครงการนี้ออกแบบมาได้แปลกน่าสนใจนะคะ เริ่มต้นจากห้องที่เพดานสูง ห้องปกติก็จะได้เพดานสูง 3.4 เมตรแล้ว และยังมีห้อง Duplex (Loft) ที่ได้ฝ้าเพดานมาถึง 5.5 เมตรเลย นอกจากนี้ทุกยูนิตจะเป็นห้องหน้ากว้าง ที่แนวผนังภายนอกจะยื่นยุบ ได้หน้าต่างห้องนอนแบบเข้ามุม มองไปไม่เห็นห้องของเพื่อนข้างๆด้วย ห้องนอนก็จะเป็นห้องนอนปิดทึบ แยกออกเป็นส่วนตัวดี ดังนั้นถ้ามองในเรื่องของรูปแบบผังห้องนี้เราว่าน่าสนใจและไม่ค่อยเจอผังแบบนี้ที่ไหนค่ะ ซึ่งการวางผังแบบนี้ก็ส่งผลมายังรูปร่างหน้าตาของอาคารด้วย ทำให้เกิดเส้นตั้งหลายๆเส้นบนตัวอาคาคาร ทำให้อาคารดูสูงมากกว่าเดิม (ด้วยความสูงและ 38 ชั้นนี้ก็สูงกว่าอาคารรอบๆเหมือนกันนะคะ) ส่วนการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ จะอยู่ที่ชั้น 1 ชั้น 5 และชั้นดาดฟ้า ซึ่งจัดพื้นที่ออกมาสไตล์สนุกสนาน ดูเยอะๆเหมือนกัน ซึ่งถ้าใครชอบสไตล์นี้แบบ Loft สีสันสนุกๆ อาจจะชอบมาก แต่ถ้าใครชอบเรียบหรูอาจจะไม่อินเท่าไหร่ค่ะ

สาธารณูปโภค : ส่วนกลางจัดมาให้ปริมาณค่อนข้างเหมาะสมกับจำนวนยูนิตนะคะ ฟังก์ชันต่างๆก็จะมาตรฐาน แต่ก็จะมีบางฟังก์ชันที่พิเศษขึ้นมาทั้งในแง่การใช้งานและการออกแบบด้วยค่ะ อย่าง Co-Working Space ที่ดีไซน์ออกมาสไตล์ Loft แบบ เอาไปเลย 3 บันได พื้นที่ซอยย่อยมาก ใครชอบมุมไหนขึ้นไปนั่งทำงานเป็นส่วนตัวดีค่ะ หรือจะเป็นห้อง Co-kitchen ที่ยกครัวใหญ่โต ตกแต่งสวยงามเหมือน Studio สอนทำอาหาร แอบคิดว่าทำคลิปสอนทำอาหารที่ครัวนี้ได้เลยด้วย จัดมาสวยเลยค่ะ และอีกส่วนที่น่าสนใจคือ Multi Sport Court ที่ชั้นดาดฟ้า ตรงสนามจะเป็นดีไซน์ LED ขนาดของสนามก็สามารถปรับตามชนิดกีฬาได้ด้วยค่ะ นอกจากนี้บนชั้นดาดฟ้าก็จะสามารถมองไปเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ด้วยค่ะ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 160,000 บาท/ตร.ม., 1 November 2019

  • ทำเล 7.25/10 – อยู่เส้นสุขุมวิทตอนปลายใกล้อุดมสุข แต่ยังไม่ใช่ทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงสุดบนเส้นนี้
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – ติดถนนใหญ่เดินทางสะดวกทั้งเข้าและออกเมือง
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า 250 เมตร
  • วัสดุ 7.25/10 – ถือว่ากลางๆไม่โดดเด่น
  • แบบ 8.25/10 – ออกแบบมาค่อนข้างดี ใช้แนวคิดที่น่าสนใจ
  • สาธารณูปโภค 8/10 – จัดออกมาสวย น่าใช้งาน

  • LUXURY CLASS
  • 7.65 / 10.00

BOTTOM LINE

THE LINE สุขุมวิท 101 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดใกล้รถไฟฟ้าในย่านอ่อนนุช-บางนา  เป็นคนทำงานหรือเรียนที่ต้องใช้งานรถไฟฟ้าเป็นประจำ ชอบห้องแบบฝ้าเพดานสูง ห้องนอนเป็นสัดส่วน และการออกแบบตกแต่งสไตล์ Loft ชอบพื้นที่ส่วนกลางที่มีบรรยากาศหลากหลาย มีงบประมาณ 4.3-10 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อน 30,000-70,000 บาทต่อเดือน


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving