รีวิว The Coopers สุขุมวิท 64 คอนโดเปิดใหม่ในซอยสุขุมวิท 64 ของบริษัทเดอะแคปปิตอลเอสเตทที่ออกแบบมาเอาใจกลุ่มคนเพิ่งเริ่มทำงาน (First Jobber) จึงทำราคาคอนโดออกมาให้หยิบจับง่ายเริ่มไม่ถึง 2 ล้านบาท ส่วนตัวเราลองเทียบสิ่งที่โครงการให้กับราคาแล้วคิดว่าโครงการนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนะคะ โดยเราสรุปจุดเด่นของโครงการออกมาได้ 5 ประเด็นสำคัญๆ ดังนี้

  • จำนวนยูนิต : เป็นโครงการขนาดเล็กจำนวนเพียง 79 ยูนิต ถือว่าได้ความเป็นส่วนตัวสูงเมื่อเทียบกับหลายๆ โครงการในย่านนี้
  • การออกแบบ : เอาใจวัยรุ่นที่ชอบอาคารสไตล์ Modern Luxury Loft ใช้สัจจะวัสดุ เช่น ปูนเปลือย ผนังอิฐ โดยสไตล์นี้จะเป็นที่นิยมกันในกลุ่มผู้รักงานออกแบบ, กลุ่มสถาปนิก ที่ชอบความเท่ แปลกตากว่าคอนโดส่วนใหญ่ที่มักจะออกแบบสไตล์โมเดิร์น
  • รูปแบบห้อง : เอาใจวัยรุ่นที่ยังมองหาห้องไม่ใหญ่นักเพื่อให้ได้ห้องตามงบประมาณ เน้นห้อง 1 Bedroom + 1 Bedroom Plus ขนาด 25 – 34 ตร.ม. เป็นหลัก เหมาะกับการอยู่อาศัย 1-2 คน ซึ่งเราชอบการจัดแปลนห้องที่เปิดโล่งให้สามารถวางโต๊ะทานอาหารหลังโซฟาได้ ทำให้สามารถนั่งทานข้าวไปด้วยดูทีวีไปด้วยสะดวก, มีโซนทำงานเป็นสัดส่วนและห้องนอนก็ได้เป็นประตูทึบทุกแบบได้ความเป็นส่วนตัวกว่าห้องที่ใช้ประตูกระจกบานเลื่อน
  • วัสดุ : ขายแบบ Fully Furnished Package ซึ่งหลายๆ คอนโดก็แถมเฟอร์ฯ ให้ แต่ที่นี่จะพิเศษตรงที่ได้ของ SB Furniture ช่วยการันตีคุณภาพว่าได้มาตรฐานนะคะ
  • Facility : ให้มาเยอะเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต ไม่น้อยหน้าคอนโดระดับ 100 ยูนิตเลยนะคะ ซึ่งจะแชร์กันใช้กับลูกบ้านจำนวนไม่มากนัก ทำให้ได้ใช้งานเต็มที่

แค่เกริ่นให้ฟังก็ดูน่าสนใจแล้วใช่มั้ยคะ ใครอยากได้ส่วนลดก็สามารถ คลิกลงทะเบียน ได้ที่นี่เลย

ข้อมูลโครงการ

The Coopers Sukhumvit 64 (เดอะ คูเปอร์ สุขุมวิท 64) ณ วันที่ 19 มกราคม 2565

 ชื่อโครงการ The Coopers Sukhumvit 64 (เดอะ คูเปอร์ สุขุมวิท 64)
 ชื่อผู้ประกอบการ  บริษัท เดอะแคปปิตอลเอสเตท จำกัด
 SEGMENT CLASS  MAIN CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่  ถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง
 ที่ดิน  0-2-50 ไร่
 ประเภทคอนโด  Low Rise 8 ชั้น
 จำนวนยูนิต  79 ยูนิต
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด  13 ยูนิต
 ที่จอดรถ  30 คัน คิดเป็น 37%
 เริ่มก่อสร้าง  ปี 2565
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ  ปี 2566
 ประเภทห้องพัก
  • Type A – 1 Bedroom ขนาด 25 ตร.ม. จำนวน 6 ยูนิต
  • Type B – 1 Bedroom Exclusive  ขนาด 29 ตร.ม. จำนวน 55 ยูนิต
  • Type C – 1 Bedroom Plus ขนาด 34 ตร.ม. จำนวน 18 ยูนิต

 ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
 ราคาเริ่มต้น 1.96 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ ประมาณ 86,000 บาท/ตร.ม.
 ช่วงราคาต่อตารางเมตร(ต่ำสุด-สูงสุด) 78,000 – 95,000 บาท
 เว็บไซต์โครงการ https://thecooperscondo.com
 Call Center 083-449-5551

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.689601, 100.605774
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการ The Coopers สุขุทวิท 64 ตั้งอยู่ในซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ โดยตัวโครงการเข้ามาจากหน้าปากซอยสุขุมวิท 64 ประมาณ 600 เมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานี BTS ปุณณวิถี และอยู่ก่อนถึงทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยทางขึ้นทางด่วนมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 2.6 กม. แต่หากอยากไปชมห้องตัวอย่าง Sale Gallery จะอยู่บนถนนสุขุมวิท ระหว่างซอยสุขุมวิท 62 และ 64 ค่ะ

เนื่องจากโครงการ The Coopers สุขุมวิท 64 ตั้งอยู่ในซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ ซึ่งแยกย่อยออกมาจากซอยสุขุมวิท 64 อีกที เป็นซอยที่ค่อนข้างเงียบสงบ พื้นที่โดยรอบยังคงเป็นที่พักอาศัยซะส่วนใหญ่ จึงมีความคึกคักสู้ซอยหลักอย่างซอยสุขุมวิท 64 ไม่ได้ แต่ส่วนที่เราชอบคือทำเลของโครงการนี้จะมีร้านกาแฟอยู่ใกล้ๆ ชื่อว่า Cedar 242 ซึ่งมี Gimmick ของกาแฟที่สามารถเลือกระดับการคั่วได้ มีอาหารให้ทาน และสั่ง Delivery ได้ด้วยค่ะ ในส่วนของความอุดมสมบูรณ์ในซอยสุขุมวิท 64 ก็จะกระจุกตัวกันบริเวณปากซอยมีทั้ง 7-11 และ ร้านค้า ร้านอาหาร ให้พึ่งพิงได้

ถ้าออกมาถนนใหญ่สุขุมวิทก็จะมี Community Mall และศูนย์การค้าเกิดใหม่ที่น่าสนใจหลายแห่ง ทั้งโครงการ Phyll สุขุมวิท 54 (เปิดตัวไปแล้ว) และก็มี Century Movie Plaza Onnut, 101 True Digital Park (โครงการ Mixed-use ที่ทำให้ย่านปุณณวิถีมีความน่าสนใจมากขึ้น) และปิดท้ายด้วย Bangkok Mall โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันเริ่มก่อสร้างบางส่วนแล้วนะคะ

  • Century Movie Plaza อ่อนนุช : ตั้งอยู่ติดกับ BTS อ่อนนุช เป็นโครงการแบบ Mixed-Use พื้นที่เชิงพาณิชย์ Shopping Complex , โรงภาพยนตร์
  • The Phyll : ตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 54 ข้างสำนักงานเขตพระโขนง เป็น Hybrid-Lifestyle Mall ที่ผสมความเป็นศูนย์การค้าแบบเปิด (Open-Air Mall), แบบปิด (Enclosed Mall) และชั้นใต้ดินแบบกึ่ง Opened-Air ด้วยพื้นที่ขาย 5,200 ตารางเมตร และประเภทร้านค้าที่หลากหลาย
  • 101 True Digital Park : เป็น Mixed use ขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท โดยภายในจะมีทั้งพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่, คอนโดรวมห้องพักอาศัยเกือบ 2,000 ยูนิต, พื้นที่สำนักงานขนาดใหญ่ และ Community Mall ที่มีโซนเปิด 24 hours ตอบโจทย์คนทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป บนเนื้อที่กว่า 43 ไร่
  • Bangkok Mall : ตั้งอยู่บริเวณถนนบางนา-ตราดตัดกับสุขุมวิท ตามแพลนออกแบบเป็นศูนย์การค้า Hall แสดงคอนเสิร์ตสินค้า และออฟฟิศบนที่ใหญ่เป็น 3 เท่าของสยามพารากอน ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างบางส่วน ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนนะคะ ซึ่งเดิมโซนปุณณวิถีเป็นชุมชนที่มีความครบครันด้วยร้านค้า ร้านอาหารอยู่แล้ว จนมาถึงปัจจุบันสำนักงานนวัตกรรมร่วมกับ True Digital Park มีแผนจะพัฒนาให้ย่านนี้เป็นหนึ่งในย่านนวัตกรรมที่สำคัญของกรุงเทพ โดยจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล ทั้งแหล่งสร้างสรรค์งานวิจัย นวัตกรรม Start Up เป็นต้น ทำให้ย่านนี้กำลังเป็นที่สนใจว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งทำเลศักยภาพค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ สามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้าสถานีปุณณวิถีค่ะ ซึ่งสถานีกับตัวโครงการมีระยะห่าง 600 เมตร จึงไม่ได้อยู่ในระยะที่น่าจะเดินไหวนะคะ ต้องใช้ตัวช่วยอย่างพี่วินมอเตอร์ไซค์ หรือรถ Shuttle Bus ของโครงการ อีกทั้งหน้าซอยสุขุมวิท 64 มีรถเมล์ที่วิ่งผ่านหน้าซอย คือ รถเมล์สาย 545 วิ่งระหว่างนนทบุรี-สำโรง, สาย 511 ปากน้ำ-สายใต้ใหม่ และสาย 23 อู่เมกา-เทเวศร์ ที่ร่วมให้บริการด้วย

การเดินทางโดยใช้รถยนต์สวนตัว สามารถเดินทางได้โดยผ่านถนนสุขุมวิท ถ้าต้องการเข้าเมืองไปยังถนนอโศกมนตรีก็ใช้เส้นสุขุมวิทแล้ววิ่งตรงไปได้เลย ส่วนถ้าจะออกนอกเมืองเพื่อมุ่งหน้าสู่ถนนบางนา สมุทรปราการ ก็ทำได้ไม่ยากโดยไปกลับรถบนเส้นสุขุมวิทซึ่งมีระยะห่างจากปากซอยสุขุมวิท 64 ประมาณ 200 เมตร

และเนื่องจากซอยสุขุมวิท 64 นี้เป็นทางลัดไปขึ้นทางด่วน จึงขออธิบายเส้นทางด่วนสักนิดค่ะ ทางด่วนด้านหลังโครงการเป็นทางด่วนเส้นเฉลิมมหานคร ซึ่งทางด่วนนี้สามารถเข้าเมืองไปได้ 2 เส้นทางได้แก่ เส้นทางทิศตะวันตก เพื่อไปย่านพระราม 3 พระราม 4 สีลม สาทร และอีกเส้นทางหนึ่งคือทางทิศเหนือ เพื่อไปย่านรามอินทรา ลาดพร้าว เกษตรนวมินทร์ ส่วนการจราจรบนทางด่วนเส้นนี้จะติดขัดมากในช่วงเวลาเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็นนะคะ เพราะเป็นทางด่วนเส้นเดียวที่เชื่อมแหล่งงานในเมืองกับย่านที่อยู่อาศัยบริเวณชานเมืองฝั่งตะวันออกเอาไว้ค่ะ

การเดินทางในวันนี้

Image 1/9
การเดินทางไปโครงการในวันนี้เราใช้เส้นทางด่วนเฉลิมมหานคร แล้วลัดเข้าโครงการทางซอยสุขุมวิท 62 เชื่อมเข้าซอยพงษ์เวชอนุสรณ์ โดยมีระยะทางรวม 2.9 กม. ค่ะ

การเดินทางไปโครงการในวันนี้เราใช้เส้นทางด่วนเฉลิมมหานคร แล้วลัดเข้าโครงการทางซอยสุขุมวิท 62 เชื่อมเข้าซอยพงษ์เวชอนุสรณ์ โดยมีระยะทางรวม 2.9 กม. ค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

โครงการ The Coopers สุขุมวิท 64 คอนโด Low Rise ภายในซอยพงษ์เวชอนุสรณ์บรรยากาศเป็นซอยอยู่อาศัยเงียบสงบ ทั้งบ้านพักอาศัยแนวราบและ Apartment ซึ่งเราสรุปได้ดังนี้

ทิศเหนือ : ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น
ทิศตะวันออก : ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น
ทิศใต้ : ติดกับซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ และฝั่งตรงข้ามเป็น Apartment 5 ชั้น
ทิศตะวันตก : ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น

ตำแหน่งโครงการจะเข้าซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์มาประมาณ 47 เมตร เป็นซอยตัน 2 เลนขับรถสวนกันได้ เราลองเข้าไปสำรวจด้านในซอยมาก็จะมีโฮมออฟฟิศและทาวน์โฮมอยู่ด้านในอีกนะคะ จึงเห็นมีรถผ่านเข้า-ออกอยู่บ้าง ไม่ได้เปลี่ยวมากค่ะ

เข้ามาในแปลงที่ดินของโครงการแล้วจะเห็นบริบทรอบๆ ได้ชัดขึ้นว่า ที่ดินแปลงนี้ถูกล้อมรอบด้วยบ้านพักอาศัย 2 ชั้น จึงไม่ได้มีประเด็นอะไรที่ส่งผลต่อการอยู่อาศัย

ฝั่งตรงข้ามที่ดินเป็น Apartment 5 ชั้น มีระยะอาคารที่ถอยร่นจากถนนซอยเข้าไป ทำให้บรรยากาศในซอยไม่อึดอัดนะคะ

สำหรับ Sale Gallery จะตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ถ้ามาจาก BTS ปุณณวิถีประมาณ 100 เมตรก็ถึงค่ะ

Image 1/6
Sale Gallery

Sale Gallery

อาคาร Sale Gallery จะตกแต่งสไตล์ Modern Luxury Loft เช่นเดียวกับคอนเซปต์ของคอนโด และทำเป็น Double Volume เหมือน Facility ส่วนกลางด้วยเช่นกัน ให้เราได้เห็นบรรยากาศคร่าวๆ ของคอนโดจริงค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

การเดินทาง

  • รถไฟฟ้าสถานีปุณณวิถี (สายเขียว) ~ 600 m.
  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านบางนา ~ 2.6 km.
  • ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านสุขุมวิท 62 ~ 2.8 km.

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • True Digital Park ~ 2 km.
  • Tesco Lotus อ่อนนุช ~ 2.9 km.
  • Big c อ่อนนุช ~ 4.2 km.
  • EmQuartier ~ 7.5 km.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลร่วมใจรักษ์ ~ 2.3 km.
  • โรงพยาบาลบางนา ~ 3.4 km.
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~ 5.8 km.
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ~ 6.9 km.

โรงเรียน

  • โรงเรียนพิพัฒนา ~ 500 m.
  • โรงเรียนนานาชาติแองโกลสิงคโปร์ ~ 750 m.
  • โรงเรียนนานาชาติเวลส์ล ~ 3.2 km.
  • โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์ ~ 4 km.

อื่นๆ

  • บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ~ 1.5 km.
  • M Tower ~ 1.6 km.

รายละเอียดโครงการ

โครงการ The Coopers สุขุมวิท 64 คอนโดเปิดใหม่ในโซนใกล้  BTS ปุณณวิถี สูง 8 ชั้น ให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนเพียง 79 ยูนิตเท่านั้น ดูๆ จากภาพรวมของโครงการแล้วบอกได้ว่า ที่นี่ทำออกมาเอาใจกลุ่มวัยรุ่นกำลังสร้างตัวโดยแท้จริงเลยค่ะ เพราะเห็นได้จากรูปแบบห้องเกือบทั้งหมดเป็น Type 1 Bedroom ขนาดกระทัดรัดหน่อย ซึ่งเป็นแบบห้องยอดนิยมของกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงาน นั่นทำให้ราคาหยิบจับง่ายเริ่มต้นที่ 1.96 ล้าบาทเท่านั้น

ในส่วนของ Facility ก็เน้นหนักไปทางมุมนั่งทำงานที่หลากหลาย ทั้ง Indoor/Outdoor , Public/Private , แบบกลุ่ม/แบบเดี่ยว มีมุมทำงานในสวน ที่หากเหนื่อยๆก็สลับมาตีปิงปองกับเพื่อนๆ ได้ ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานให้ไม่ซ้ำซากจำเจ

รวมถึงสไตล์การออกแบบก็จะมีความสดใส หวือหวา กว่าคอนโดอื่นๆในย่านที่จะออกแบบมาดูเรียบหรูกันเป็นส่วนใหญ่

Master Plan ของโครงการ มีทางเข้า-ออกหลักทางเดียวจากซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์  โดยชั้นล่างเป็นพื้นที่จอดรถ 30 คัน สำหรับตำแหน่งของ Lobby จะอยู่ใกล้กับทางเข้าโครงการเลย เป็นจุดที่ให้มานั่งรอ พักคอยได้ ส่วนลิฟต์โดยสารมีทั้งหมด 1 ตัว อัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 79 : 1 จัดว่าแบ่งกันใช้กับเจ้าของร่วมที่เยอะพอสมควร ต้องเผื่อเวลาในช่วงเร่งด่วนหน่อยค่ะ

ทางเข้าด้วยระบบ RFID เหมือนใช้ Easy Pass บนทางด่วน จึงผ่านเข้า-ออกได้สะดวก

ภาพจำลองบริเวณส่วน Double Volume Lobby เป็นพื้นที่ต้อนรับแขกในบรรยากาศลอฟท์ๆ เช่น การใช้สัจจะวัสดุ ตกแต่งด้วยอิฐมอญ ปูเปลือย เป็นต้น และนอกจากพื้นที่นั่งเล่นรับแขกแล้วก็จะมีฟังก์ชันพิเศษอย่าง Smart Box เป็นตู้ส่งพัสดุที่จะมีพนักงานมาเก็บไปส่งให้ในทุกๆ วัน ให้เรานึกภาพเหมือนมี Kerry มาอยู่ใต้ตึกเรานั่นเอง

ขึ้นมาที่ชั้น 2 เป็นชั้นแรกที่มีห้องพักอาศัย โดยห้องเกือบทั้งหมดเป็นแบบ 1 Bedroom ขนาด 25 – 34 ตร.ม. จำนวน 11 ห้องแยกโซนกับส่วน Facility โดยมีประตูกั้นอีกชั้นหนึ่งจึงยังรักษาความเป็นส่วนตัวของโซนพักอาศัยเอาไว้ได้ และสำหรับชั้นนี้จะเน้น Facility ที่เกี่ยวกับการทำงานอย่าง Co-Creative Space ให้มานั่งทำงานกันได้ แต่หากอยากได้ความสงบมากขึ้นก็จะมีการแบ่งเป็นโซนอ่านหนังสือ มีชื่อเรียกเก๋ๆ ว่า Coopers Readers และยังมีฟังก์ชันเอาใจวัยรุ่นอย่างห้อง Studio ไว้สำหรับถ่ายภาพ, Live ขายของกันได้ โดยห้องนี้มีชื่อว่า Coopers Tuber ค่ะ

ส่วนเรื่องวิวของคอนโด Low Rise บนทำเลในเมืองแบบนี้ คงไม่ได้เป็นที่คาดหวังสักเท่าไหร่อยู่แล้ว แต่เท่าที่สังเกตดูที่ดินแปลงนี้จะล้อมรอบด้วยบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ตอนนี้จึงไม่มีการโดนบล็อกวิวนะคะ แต่ประเด็นเรื่องทิศคงเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณากัน โดยห้องพักฝั่งหนึ่งจะอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะโดนแดดแรงหน่อยก็ได้ลมที่แรงเช่นกัน ส่วนห้องพักอีกฝั่งหนึ่งคือทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะหลบแดดตอนบ่ายได้เหมาะกับคนที่มักจะอยู่ห้องในตอนกลางวันค่ะ

ดีไซน์พิเศษของ Facility บนชั้น 2 และ 3 คือมีบันไดให้เดินเชื่อมถึงกันได้ โดยแต่ละฟังก์ชันบนชั้น 2 จะเน้นหนักไปสำหรับการทำงาน หากเวลาทำงานเหนื่อยๆ อยาก Relax ก็เดินขึ้นมาที่ชั้น 3 ได้ เพราะจะจัดไว้โดยเน้นฟังก์ชันสำหรับการพักผ่อน และติดกับบันได้ทางขึ้นชั้น 3 ก็จะมีมุมกาแฟไว้ให้บริการด้วยค่ะ

เมื่อจัด Facility ชั้น 2-3 ให้เชื่อมถึงกัน จึงเป็นพื้นที่ Double Volume ที่ดูโปร่ง ได้แสงธรรมชาติผ่านหน้าต่างเข้ามาเยอะ น่าใช้งานดีนะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 3 แปลนจะคล้ายกับชั้น 2 เลยค่ะ ต่างกันตรงที่ Facility บนชั้นนี้จะเป็น Coopers Club ซึ่งประกอบไปด้วยมุมดูหนัง (The Theater), โซนเล่นเกมส์ พบปะพูดคุย (Social) และ มุมกาแฟ (Corner) ค่ะ

โดยโซนแรกบนชั้น 3 ที่เราจะเจอก่อนก็คือ โซนเล่นเกมส์ที่จัดให้มีโต๊ะเกมส์เพื่อขึ้นมาเล่นสนุกกันได้

ถัดเข้าไปด้านในมีบรรยากาศที่สงบผ่อนคลายมากขึ้น ทางโครงการจึงจัดเป็นพื้นที่ดูหนัง

ชั้น 4 – 7 แปลนจะเหมือนกันทั้งหมด ภาพรวมคล้ายชั้น 2 แต่จะไม่มี Facility ส่วนกลาง จึงเป็นชั้นพักอาศัยแบบเต็มชั้น โดยห้องพักอาศัยในแต่ละชั้นมีจำนวน 13 ยูนิต ทำให้ห้อง 1 Bedroom ขนาด 29 ตร.ม. มียูนิตให้เลือกเพิ่มขึ้น

ส่วนเรื่องวิวจะคล้ายที่ชั้น 2 เลย เราแนะนำเป็นห้องทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะโดนแดดน้อยกว่า ตามที่เราล้อมกรอบสีแดงไว้ค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 8 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของโครงการ บนชั้นนี้จะมีทั้งห้องพักและ Facility ส่วนกลางอีกจุดหนึ่ง โดยห้องพักบนชั้นนี้จะมีทั้งหมด 5 ยูนิต กั้นโซนแยกออกจากพื้นที่ส่วนกลางอย่างชัดเจน จึงไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย

สำหรับ Facility ส่วนกลางหลักๆ บนชั้นนี้จะให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย และการพักผ่อนชมวิวเมืองรอบๆ ได้ในบรรยากาศที่เปิดโล่ง เพื่อให้เห็นภาพเรามี Perspective ของแต่ละส่วนมาฝากค่ะ

สระว่ายน้ำแบบกลางแจ้งระบบเกลือ ขนาด 15×4 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เราสามารถเล่นน้ำได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ เพราะอาคารจะบังแดดทางทิศตะวันตกให้ ซึ่งดีไซน์ออกมาให้มีม่านน้ำตก จึงมีเสียงน้ำที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศผ่อนคลายด้วยนะ

ส่วนตัวชอบส่วนกลางของโครงการนี้นะ แม้ว่าเป็น Low Rise แต่ก็จัดส่วนกลางไว้ให้ชมวิว สูดอากาศในบรรยากาศโล่งๆ ได้

Sky Sunken เป็นที่นั่งริมสระเก๋ๆ ที่ถูกลดระดับลงต่ำกว่าตัวสระ จึงได้บรรยากาศเหมือนนั่งอยู่ในน้ำค่ะ

Coopers Bar เป็นพื้นที่สำหรับนั่งดื่มชิลๆ ได้วิวสระและวิวเมือง ซึ่งจะเป็นมีทั้งโซนที่เป็น Semi-Outdoor และ Outdoor ค่ะ

อีก Facilities ที่เราไม่ค่อยได้เห็นในย่านนี้ก็คือ Onsen เอาไว้ให้แช่ตัว คลายปวดเมื่อย ซึ่งโครงการเพิ่มเติมมาให้เป็น Gimmick ของโครงการค่ะ

ปิดท้ายด้วยห้องฟิตเนสที่มีชื่อเรียกเก๋ๆ ว่า Coopers Booster ภายในมีทั้งเครื่อง Cardio และ Weight Training ให้เล่น ดูแล้วได้อุปกรณ์หลากหลายดี ภายในตกแต่งด้วยไม้สีธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่น พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ Take View เมืองค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

ชั้น 1

  • Meet The Coopers (Double Volume Lobby)

ชั้น 2

  • Creative Space (Co-Working Space) + Free WiFi
  • Coopers’ Tuber (Studio)
  • Coopers Readers (Library)

ชั้น 3

  • Coopers Club (The Theater / Social / Corner)

ชั้น 8

  • Sky Sunken
  • Coopers Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 15×4 เมตร
  • Coopers Booster (Fitness)
  • The Onsen
  • Coopers Bar

อื่นๆ

  • Smart  Box ตู้ส่งสินค้าอัจฉริยะ
  • Mailbox
  • Shuttle Bus
  • ลิฟต์โดยสาร 1 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 79 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 30 คันคิดเป็น 37% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card แบบล็อคชั้น
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.

แบบห้อง

ห้องพักอาศัยของโครงการ The Coopers สุขุมวิท 64 เน้นรูปแบบห้อง 1 Bedroom เป็นหลัก โดยมีขนาดและการจัดพื้นที่ใช้สอยภายในที่แตกต่างกันออกไป เริ่มตั้งแต่ไซส์เล็กสุดขนาด 25 ตารางเมตร ไปจนถึงห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34 ตารางเมตร มีแบบให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ ดังนี้

  • Type A – 1 Bedroom ขนาด 25 ตร.ม.
  • Type B – 1 Bedroom Exclusive  ขนาด 29 ตร.ม.
  • Type C – 1 Bedroom Plus ขนาด 34 ตร.ม.

โครงการนี้ขายในรูปแบบ Fully Furnished พร้อมอยู่ ให้เฟอร์นิเจอร์หลักๆ ที่ต้องใช้งานมาครบ เหลือแค่ซื้อฟูก, หมอน, เครื่องใช้ไฟฟ้าก็เข้าอยู่ได้เลย ส่วนเฟอร์นิเจอร์ทางโครงการเลือกใช้ของ SB Furniture ออกแบบมาให้เป็น Functionable เพื่อให้ใช้งานได้หลายฟังก์ชัน โดยวัสดุต่างๆ ในห้องพักอาศัยจะได้ตามนี้ค่ะ

  • ผนังติด Wallpaper
  • พื้นห้องปูด้วย SPC แบบ Click Lock
  • พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิก
  • Top ครัว หินสังเคราะห์
  • Hob & Hood ของ Tecnogas
  • Blacksplash กระจกใสพ่นสีเทา
  • สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำของ Kohler


1 Bedroom : 29 Sq.m.

เริ่มจากห้อง 1 Bedroom ขนาด 29 ตร.ม. เป็นห้องที่มีจำนวนมากที่สุดของโครงการ จัดพื้นที่ภายในเป็นสัดส่วนชัดเจนดี ได้ความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะในห้องนอนที่ได้ประตูทึบ …เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับ Common Area ที่เปิดเป็นพื้นที่โล่งเชื่อมโซนนั่งเล่น + ทานอาหาร + โต๊ะทำงานเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ห้องดูกว้าง / ห้องนอนมีขนาดให้วางเฟอร์ฯ ได้ครบทั้งเตียงและตู้เสื้อผ้า / ส่วนที่ชอบคือห้องน้ำ ที่สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง จึงเข้าใช้งานง่ายจากทุกพื้นที่ แต่ตำแหน่งนี้ต้องใช้พัดลมระบายอากาศ / ในส่วนของห้องครัวให้มาเป็นครัวปิดและวางไว้ติดระเบียงเลย จึงระบายอากาศได้ง่ายค่ะ

สำหรับห้อง 1 Bedroom ขนาด 29 ตร.ม. ทางโครงการจะมีชุดเฟอร์นิเจอร์มาให้ตามในรูปเลยนะคะ มีทั้งแบบ Built-in และลอยตัวของ FB Furniture ค่ะ

ก่อนเข้าไปดูในห้องขอพูดถึงประตูกันก่อน ประตูหน้าห้องเป็นประตูไม้สำเร็จรูป พร้อมระบบ Digital Doorlock ของ Kaadas ติดตั้งให้ค่ะ

เข้ามาในห้องส่วนแรกจะเป็น Common Area ที่รวม Living + Dining Area และโต๊ะทำงานเอาไว้ มีขนาดกลางๆ ใช้งานได้สะดวกไม่อึดอัด ระดับฝ้าเพดานของห้องสูง 2.4 m. ไม่ได้สูงเป็นพิเศษแต่ก็เป็นไปตามมาตรฐานของคอนโด Low Rise นะคะ / ผนังติด Wallpaper ให้ทั้งห้องแต่จะเป็นสีเรียบไม่มีลวดลาย ส่วนพื้นปูด้วย SPC แบบ Click Lock มีคุณสมบัติกันน้ำ กันปลวกค่ะ

บริเวณพื้นที่นั่งเล่นจะวางโซฟา 2 ที่นั่งไว้ให้ ระยะดูทีวีประมาณ 2.3 m. สามารถเลือกทีวีใหญ่ไม่เกิน 50″ กำลังดี และฝั่งผนังที่ติดทีวีก็ Built-in ตู้เก็บของไว้ให้ตามแบบในบ้านตัวอย่าง

ชั้นวางทีวีจะ Built-in ไว้เต็มผนัง ถ้าเป็นเราคงเลือกเก็บรองเท้าไว้ใต้ชั้นวางทีวีนี่แหละค่ะ เพราะอยู่โซนหน้าห้องมากที่สุด

โครงการเลือกใช้ของ SB Furniture ให้หน้าบานเป็น Soft Close และมีการเซาะร่องให้จับเปิดตู้ได้สะดวก ซึ่งเราก็ค่อนข้างสบายใจในเรื่องคุณภาพของแบรนด์นี้

ชุดโซฟาที่โครงการให้จะมีขนาด 2-3 ที่นั่ง เป็นรุ่นที่สามารถพับเป็นเตียงนอนได้ด้วย

ด้านหลังโซฟาเป็นพื้นที่วางโต๊ะอาหาร ทำให้เราสามารถนั่งทานอาหารพร้อมดูทีวีไปด้วยได้

โต๊ะทานอาหารที่ให้มาเป็นเซตพร้อมเก้าอี้ 2 ตัว เราลองเลื่อนเก้าอี้ออกมาให้ดูก็มีระยะที่สามารถใช้งานได้พอสมควร

ใกล้ๆ กับพื้นที่ Living & Dining นั่นเอง จะมีฟังก์ชันแปลกตาและไม่ได้เห็นบ่อยๆ คือ โต๊ะทำงาน ซึ่งจะแยกเข้ามุมไว้เป็นสัดส่วน

ขนาดพื้นที่บริเวณโต๊ะทำงานประมาณ 1 x 1 m. โดยทางโครงการจะให้โต๊ะทำงานพร้อมชั้นวางของลอยตัวมาตามแบบในห้องตัวอย่างเลย เราว่าการวางโต๊ะเข้ามุมแบบนี้ก็ทำให้เราสามารถทำบอร์ดติดผนัง ติด Note ต่างๆ ได้

ด้านหลังโต๊ะอาหารจะมีประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมไปห้องครัว ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ของลูกบ้านที่ชอบประกอบอาหาร เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นและควันจะไปรบกวนพื้นที่อื่นๆ ภายในห้อง

ภายในห้องครัวมีความกว้างไม่มาก ซึ่งโครงการจะ Built-in Pantry ครัวมาให้ทางฝั่งซ้าย และเหลือพื้นที่สำหรับเดินทำครัวกว้างประมาณ 0.8 m. พื้นปูด้วย SPC แบบ Click Lock เหมือนพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของห้อง

เคาน์เตอร์ครัวด้านล่างมีตู้ช่องโล่งสำหรับวางไมโครเวฟ และตู้เก็บของที่เป็นบานเปิดปิดและลิ้นชัก ซึ่งตู้ใต้อ่างล้างจานมีพื้นที่ให้ใช้เก็บของเล็กๆ น้อยๆ ได้ แต่ใส่ของเต็มไม่ได้ เพราะต้องเว้นพื้นที่ไว้เผื่อซ่อมแซมอ่างล้างจานด้วย

ข้างเคาน์เตอร์จะมีพื้นที่เว้นว่างไว้สำหรับวางตู้เย็น ก่อนซื้อก็อย่าลืมวัดขนาดให้สามารถวางได้พอดีนะคะ

มาดูส่วนบนของเคาน์เตอร์ครัวกันบ้าง พื้นที่กระทัดรัดหน่อยแต่แบ่งพื้นที่ใช้งานมาครบทั้งล้างจาน, เตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน แต่พื้นที่เตรียมอาหารจะดูเล็กหน่อย คิดว่าน่าจะสามารถขยัยไปเตรียมที่โต๊ะทานอาหารได้นะคะ เพราะอยู่ใกล้ๆ กัน / Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์ / ให้ Backsplash เหมือนห้องตัวอย่างแบบนี้แหละ มีข้อดีคือเวลาปรุงอาหารแล้วกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

ซิงค์ล้างจานของ Tecnogas มีขนาดและความลึกพอสมควรที่ล้างจานแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมา

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวของ Tecnogas จะใช้อุ่นอาหารเล็กๆ น้อยๆ หรือ ทำอาหารทานกันในห้องก็ได้ มาพร้อมเครื่องดูดควันแบบหมุนเวียนซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ได้ระบายอากาศได้ดีเท่าแบบต่อท่อออกไปด้านนอก แต่ทางโครงการก็มีการติดเครื่องระบายอากาศเหมือนในห้องน้ำมาเพิ่มให้ และตำแหน่งของห้องครัวก็สามารถเปิดประตูหน้าต่างระบายกลิ่นควันได้ด้วยค่ะ

ตู้ลอยสำหรับเก็บของด้านบนเป็นตู้บานเปิดปิด และตู้ช่องโล่ง ซึ่งแบ่งเป็นช่องเก็บของย่อยๆ ไว้ให้

ด้านในสุดของห้องครัวมีหน้าต่างและประตูกระจกสำหรับเปิดออกไประเบียง เวลาทำอาหารที่มีกลิ่นและควันแรงๆ ก็สามารถเปิดหน้าต่างและประตูช่วยระบายได้นะคะ

โครงการจะไม่ได้เน้นพื้นที่ระเบียงใหญ่นักจะไปเน้นพื้นที่ใช้สอยในห้องเสียมากกว่า จึงเตรียมพื้นที่ไว้แค่พอให้วางเครื่องซักผ้าและราวตากผ้าเล็กๆ ได้ ซึ่งทางโครงการช่วยประหยัดพื้นที่ด้วยการแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบนค่ะ

แม้ว่าระเบียงจะมีขนาด 1 x 1 m. แต่ทางโครงการก็ให้ราวกันตกเป็นกระจกเพื่อช่วยให้บริเวณนี้ดูโปร่งขึ้น

ภายในห้องมีพื้นที่ใช้สอยพอสมควร โดยโครงการจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ให้ ถ้าจัดห้องแบบนี้ก็ทำให้สามารถนอนชมวิวภายนอกจากบนเตียงนอนได้เลย

ฐานเตียงจะออกแบบมาให้มีพื้นที่เก็บของได้ ซึ่งเหมาะกับการอยู่อาศัยในคอนโดที่ต้องการพื้นที่ให้เก็บของได้เยอะๆ

ใครอยากติดทีวีในห้องนอนก็จะต้องใช้เป็นแบบแขวนผนังเอานะคะ ส่วนหน้าต่างจะมีดีไซน์เก๋ๆ ไม่ซ้ำใคร เป็นบาน Fixed ผสมบานกระทุ้ง ทำให้สามารถเปิดรับลมหรือเปิดระบายอากาศได้

อีกฝั่งหนึ่งของห้องนอนจะเป็นโซนแต่งตัว ซึ่งทางโครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งไว้ให้เหมือนในห้องตัวอย่างเลยค่ะ

โต๊ะเครื่องแป้งแบบลอยตัวมาพร้อมกระจกเงา

ส่วนตู้เสื้อผ้าจะ Built เต็มผนังให้ถึงฝ้าเลย ให้หน้าบานเป็นกระจกช่วยให้ห้องดูกว้าง และใช้เป็นบานสวิง / ภายในแบ่งเป็นราวแขวนเสื้อ, ช่องเก็บของและมีช่องโล่งๆ ด้านล่างให้เก็บกระเป๋าเดินทางได้

สุดท้ายที่จะพาไปชมคือห้องน้ำ มีตำแหน่งอยู่ด้านในห้องจึงต้องพึ่งงานระบบของอาคารล้วนๆ  ภายในมีสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ติดตั้งให้ครบตามอย่างห้องตัวอย่าง รวมถึงช่องวางของแบบ Built-in ด้วยค่ะ

Highlight ของห้องน้ำคือมีประตูเข้าถึงได้ 2 ฝั่ง หากมีแขกไปใครมาก็ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอน หรือหากอยากเข้าห้องน้ำกลางดึกก็เกินเข้าถึงได้ง่าย / ภายในห้องน้ำแบ่งแยกส่วนเปียกแห้งไว้ด้วยฉากกั้นอาบน้ำและขอบธรณี ทำให้สามารถใช้งานได้เป็นสัดส่วน พื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิกทั้งหมด แต่ในส่วนพื้นจะเป็นแบบผิวด้านเพื่อกันลื่น

อ่างล้างมือขนาดกะทัดรัด มีพื้นที่ขอบอ่างให้วางของได้นิดหน่อย และใต้อ่างล้างมือก็มีราวให้แขวนผ้าเช็ดมือ

สุขภัณฑ์ของ Kohler พร้อมสายฉีดชำระและแกนใส่กระดาษทิชชู่

สำหรับพื้นที่อาบน้ำจะมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้เป็นแบบบานสวิง โครงการเก็บรายละเอียดมาให้เรียบร้อยดี โดยฉากกั้นอาบน้ำจะใช้กระจกเทมเปอร์ เวลากระจกแตกจะเป็นเม็ดข้าวโพด ช่วยลดความอันตราย /มือจับฉากกั้นมีขนาดใหญ่ดี จับได้ถนัดมือ และเราสามารถแขวนผ้าเช็ดตัวไว้ที่ราวจับได้ด้วย

ภายในพื้นที่อาบน้ำจะติดตั้งฝักบัวอาบน้ำมาให้ของ Kohler ข้อดีของห้องน้ำนี้คือ มี Built-in ผนังเป็นช่องสำหรับวางของใช้ในห้องน้ำมาให้ด้วย จึงไม่ต้องเจาะเพิ่มเองเลย และติดตั้ง Stopper + ขอบยางกันกระแทกไว้ให้เรียบร้อย

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 0.9 x 1 m. เป็นขนาดที่ยืนอาบน้ำแล้วพอจะหมุนตัวได้

ภายในห้องน้ำจะติดเครื่องดูดอากาศมาให้ เพื่อช่วยลดความชื้นและกลิ่นในห้องน้ำ แต่อย่างไรก็ตามแนะนำให้เปิดประตูทิ้งไว้บ้างเพื่อให้ลมพัดผ่านค่ะ


1 Bedroom : 34 Sq.m.

หากใครคิดว่าอยากให้ห้องที่ใหญ่กว่าแบบ 1 Bedroom ก็จะมีแบบ 1 Bedroom Plus ด้วยนะคะ ซึ่งมีเพียงชั้นละ 3 ยูนิตเท่านั้น เป็น Type ที่มีห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมาให้สามารถจัดเป็นห้องนอนเล็กหรือห้องทำงานที่เป็นสัดส่วนเพิ่มได้ แต่ตำแหน่งครัวของห้องนี้จะถูกย้ายไปไว้ฝั่งหน้าห้องไม่ได้อยู่ติดกับระเบียง จึงต้องพึ่งพาระบบระบายอากาศล้วนๆ อยู่อาศัย 1-2 คิดว่าลงตัวอยู่นะ

ซึ่งห้อง Type นี้จะมี Option ของเฟอร์นิเจอร์ในห้องอเนกประสงค์ให้เลือก หากอยากให้ประโยชน์เป็ฯห้องนอนก็จะได้เตียงเดี่ยว+ตู้เสื้อผ้าเหมือนในแปลนด้านบน แต่หากอยากใช้เป็นห้องทำงานก็จะได้โต๊ะเขียนหนังสือ+ตู้เก็บของเหมือนในแปลนนี้ค่ะ

Image 1/4
เฟอร์นิเจอร์ที่ได้ก็จะเพิ่มเติมจากแบบแรกขึ้นมา หลักๆ ก็คือเพิ่มเฟอร์ฯ ในห้องอเนกประสงค์มาให้ค่ะ ซึ่งในภาพนี้จะเป็นเฟอร์ฯที่ให้เมื่อเลือก Option จัดห้องอเนกประสงค์เป็นห้องนอน

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้ก็จะเพิ่มเติมจากแบบแรกขึ้นมา หลักๆ ก็คือเพิ่มเฟอร์ฯ ในห้องอเนกประสงค์มาให้ค่ะ ซึ่งในภาพนี้จะเป็นเฟอร์ฯที่ให้เมื่อเลือก Option จัดห้องอเนกประสงค์เป็นห้องนอน

เปิดห้อง Type 1 Bedroom 34 ตร.ม. เข้ามา… ความรู้สึกแรกคือ ห้องนั่งเล่นจะกว้างเหมือนแบบแรก แต่ฟังก์ชันโต๊ะทำงานจะกลายเป็นห้องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ตัวห้องมีความลึกมากขึ้นและดูโปร่งขึ้นด้วยแสงธรรมชาติที่ผ่านระเบียงเข้ามาค่ะ

ส่วนตัวชอบการวางแปลนแบบนี้นะคะ เพราะไม่ว่าจะนั่งเล่นหรือทานข้าว ก็สามารถดูทีวีได้สะดวก และพอเป็นพื้นที่โล่งๆ เชื่อมกัน สมาชิกในครอบครัวก็พูดคุยกันได้สะดวกด้วย

ระยะดูทีวีของห้องนี้จะอยู่ที่ 2.1 m. จากประสบการณ์ส่วนตัวคิดว่า ขนาดของทีวีที่เหมาะสมไม่เกิน 50″ กำลังดีค่ะ

ห้องตัวอย่างจัดโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งไว้ให้ดูว่าสามารถวางได้ แต่ส่วนตัวคิดว่าเวลาใช้งานจริงวางเก้าอี้สัก 2 ตัวจะลงตัวกับขนาดพื้นที่และการใช้งานมากกว่าค่ะ

ติดกันเป็นพื้นที่ห้องอเนกประสงค์ที่ถูกกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจก มีดีเทลของลูกฟักทำให้ดูเท่ๆ ขึ้น ข้อดีคือให้ประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 3 ตอน จึงสามารถเปิดห้องได้กว้าง มีที่ว่างในการเดินเข้า-ออก หรือเคลื่อนย้ายขนของได้สะดวก แต่ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวในห้องก็ติดม่านเพิ่มเอานะคะ

ภายในห้องมีพื้นที่ให้วางโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ได้ ตอบโจทย์ยุค Work From Home แบบตอนนี้มากๆ เลย ซึ่งภายในห้องเองก็ได้แสงธรรมชาติที่ผ่านประตูระเบียงเข้ามาด้วยนะคะ

แปลนห้องจะมีความลึกมากกว่าแบบอื่นๆ และสามารถเปิดโล่งถึงกันได้ทำให้ห้องดูกว้าง

โครงการไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องของระเบียงมากนัก ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะจากการการใช้งานของคนส่วนใหญ่มักจะอยู่ในห้องมากกว่า จึงให้ขนาดระเบียงมาแค่พอใช้งาน วางเครื่องซักผ้า,  ราวตากผ้าเล็กๆ และ Condensing Unit ได้

อย่างไรก็ตามโครงการยังประหยัดพื้นที่ระเบียง โดยการติดตั้ง Condensing Unit แบบแขวน เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ด้านล่างได้อีกนะคะ

สำหรับห้องครัวจะได้ครัวปิดเป็นสัดส่วนแต่ตำแหน่งจะไม่ได้อยู่ติดระเบียง การระบายอากาศจึงต้องอาศัยงานระบบแทนนะคะ

สเปคของเคาน์เตอร์ครัวจะเหมือนกับห้องแบบแรกเลยนะ มีต่างกันนิดหน่อยที่ได้เป็นเคาน์เตอร์ตัว L มีพื้นที่ให้ทำครัวได้กว้างขึ้น

ส่วนที่ได้เพิ่มมากว่าห้องอื่นๆ คือ พื้นที่สำหรับเตรียมอาหาร และตู้ลอยที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

ทางเดินภายในห้องครัวมีขนาดที่เหมาะสำหรับเดินใช้งานได้คนเดียวกำลังดี ก็คงจะเป็นคุณแม่บ้านที่ได้ครอบครองพื้นที่ไป

ถัดมาที่ห้องน้ำมีขนาดและ Layout เหมือนๆ กับห้องแบบแรก ภายในติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ให้ครบของ Kohler เช่นเดียวกัน

Hightlight ของห้องคือยังสามารถเข้าได้จากทาง Common Area และห้องนอนค่ะ

ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ ชั้นวางของที่ Built-in ไว้ให้ใน Shower Box จะมีขนาดใหญ่ขึ้น ตอบโจทย์คุณผู้หญิงที่มักจะมีอุปกรณ์อาบน้ำเยอะ ^^

ปิดท้ายด้วยห้องนอนดูโปร่งด้วยช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ ซึ่งในห้องนี้ทางโครงการจะวางเตียงนอนและเฟอร์นิเจอร์มาให้ตามแบบในห้องตัวอย่างเลยค่ะ

พื้นที่อีกฝั่งหนึ่งของห้องจะ Built-in ตู้เสื้อผ้า+โต๊ะเครื่องแป้งไว้ให้ อยู่ติดกับห้องน้ำเลย

หน้าบานตู้เป็นกระจกช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น ภายในแบ่งเป็นราวแขวนและช่องเก็บของย่อยๆ ไว้ให้ใช้งานได้เป็นสัดส่วน


1 Bedroom : 25 Sq.m.

Type ห้องขนาด 25 ตร.ม. จะเป็นห้องเริ่มต้นของโครงการนี้ ซึ่งช่วงที่ไปเก็บข้อมูล ทางโครงการแจ้งว่าราคาไม่ถึง 2 ล้านและมีเพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ดูจากแปลนจะคล้ายๆ แบบ 29 ตร.ม. เลยนะคะ แต่ย่อขนาดลงมาและทางเข้าห้องน้ำจะเข้าได้จากทาง Coomon Area เท่านั้นค่ะ

เฟอร์นิเจอร์จาก SB Furniture ที่ติดตั้งไว้ให้ก็ครบครันตามแบบในภาพค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

The Coopers สุขุทวิท 64 ราคา ณ วันที่ 19 มกราคม 2565

  • Type A – 1 Bedroom ขนาด 25 ตร.ม. เริ่ม 1.96 ล้านบาท
  • Type B – 1 Bedroom Exclusive  ขนาด 29 ตร.ม. เริ่ม 2.5 ล้านบาท
  • Type C – 1 Bedroom Plus ขนาด 34 ตร.ม. เริ่ม 3.1 ล้านบาท

  • รูปแบบการขาย Fully Furnished
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.4 เมตร
  • มีรถ Shuttle Bus ไปกลับ BTS ปุณณวิถี
  • จอง 5,000 บาท
  • ทำสัญญา 15,000 บาท
  • ผ่อนดาวน์เริ่ม 3,900 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 59 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเล :

The Coopers สุขุมวิท 46 ตั้งอยู่ในโซนปุณณวิถีที่ค่อนข้างสงบเงียบ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเป็นส่วนตัวไม่วุ่นวาย ซอยนี้ความอุดมสมบูรณ์ไม่ค่อยมากนัก ข้อดีคือมีคาเฟ่ใกล้ๆ โครงการให้พึ่งพิงในระยะเดินสบาย, มีร้านอาหารใกล้ๆ ปากซอยตรงข้ามโรงเรียน Anglo Singapore และท้ายซอยมีโอเอซิสอย่างปั๊ม ปตท. ที่มีร้านอาหารให้เลือกหลายร้านให้พึ่งพิง นอกจากนั้นก็จะมี 7-11 ในซอยค่ะ ถ้าออกมาถนนใหญ่สุขุมวิทก็จะมี Community Mall และศูนย์การค้าเกิดใหม่ที่น่าสนใจหลายแห่ง ทั้งโครงการ Phyll สุขุมวิท 54 และก็มี Century Movie Plaza Onnut , 101 True Digital Park (โครงการ Mixed-use ที่ทำให้ย่านปุณณวิถีมีความน่าสนใจมากขึ้น) และ Bangkok Mall โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันเริ่มก่อสร้างบางส่วนแล้วนะคะ

การเดินทางโดยใช้รถ :

สะดวกใช้ได้ เพราะมีทางขึ้นทางด่วนอยู่ไม่ไกล และซอยนี้เป็นทางลัดไปขึ้นทางด่วนด้วยทำให้สะดวกสำหรับผู้เดินทางด้วยทางด่วนเป็นประจำทีเดียว แต่ทำเลตรงนี้ก็เป็นซอยสุขุมวิทที่ไกลจากเมืองพอสมควร การเข้าเมืองจึงมีช่วงเวลารถติดประจำต้องดูและคำนวนเวลาเดินทางดีๆ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

เป็นคอนโดที่มีระยะห่างจากสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถีประมาณ 600 เมตรจึงไม่ได้อยู่ในระยะเดินนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถนั่ง Shuttle Bus ของโครงการเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้า BTS สถานีปุณณวิถีได้ ส่วนพี่วินนั้นในปัจจุบันยังไม่มีวินตรงหน้าโครงการนะคะต้องเดินออกมาที่ซอยโรงเรียนพงษ์เวชอนุสรณ์ 1 สักหน่อย อีกทางเลือกหนึ่งคือ Taxi ซึ่งบริเวณหน้าโครงการจะไม่ค่อยมีผ่านสักเท่าไหร่ แต่ในปัจจุบันก็มี Grab ให้เรียกมารับได้ถึงโครงการได้เลย ดังนั้นการเดินทางไปไหนมาไหนในซอยต้องพึ่งพา Shuttle Bus ของโครงการหรือรถสาธารณะได้นะคะ

วัสดุ :

โครงการ The Coopers สุขุมวิท 64 ขายแบบ Fully Furnished ซึ่งได้ยี่ห้อ SB Furniture ทั้งหมดนะคะ โดยเฟอร์นิเจอร์จะเป็นแบบ Functionable ที่สามารถใช้งานได้เต็มที่ เช่น มีช่องเก็บของซ่อนอยู่ใต้เตียง มีลิ้นชักต่างๆ มาให้เก็บของได้ไม่รกสายตา ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับการอยู่คอนโดเลยนะคะ แต่ละแบบจะให้เฟอร์ฯมาครบถ้วน รวมถึงอุปกรณ์ครัวต่างๆ ส่วนที่ต้องซื้อเพิ่มก็เป็นพวกฟูกที่นอน และเครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้นค่ะ

การออกแบบ :

เป็นโครงการที่มีแนวความคิดในการออกแบบชัดเจนดี ตอบโจทย์กลุ่ม First Jobber ที่ต้องการประหยัดค่าเดินทาง เอาเงินมาผ่อนคอนโดแทน หรืออีกกลุ่มคือนักลงทุน ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของทำเลปุณณวิถี ซึ่งเป็นย่านที่มีคนเช่าหอพัก/คอนโด เป็นจำนวนมาก การออกแบบจึงเอาใจวัยรุ่นสร้างตัว มีความหวือหวาด้วยดีไซน์ของอาคาร และห้องพักส่วนใหญ่ก็เป็นห้องแบบ 1 Bedroom / 1 Bedroom Plus ขนาดกระทัดรัด 25 – 34 ตร.ม. เน้นจับกลุ่มผู้อยู่อาศัย 1-2 คน

เราชอบการจัดแปลนห้องของที่นี่นะ เพราะตัวห้องที่เปิดโล่งให้สามารถวางโต๊ะทานอาหารหลังโซฟาได้ ทำให้สามารถนั่งทานข้าวไปด้วยดูทีวีไปด้วยสะดวก, มีโซนทำงานเป็นสัดส่วน และห้องนอนก็ได้เป็นประตูทึบทุกแบบได้ความเป็นส่วนตัวกว่าห้องที่ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนค่ะ

สาธารณูปโภค :

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการจัดมาค่อนข้างเยอะที่ชั้น 1 , 2, 3 และ 8 โดย Facility จะครบครันทั้งที่ตอบโจทย์สำหรับการทำงาน, การพักผ่อน, การออกกำลังกาย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของวัยสร้างตัวได้เต็มที่ สำหรับฟังก์ชันเก๋ๆ ของที่นี่จะเป็น Onsen ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นในโซนนี้และมี Facility ที่เปิดให้รับวิวเมืองมุมสูงด้วย เมื่อคิดว่าแชร์กับลูกบ้านเพียง 79 ยูนิตก็ถือว่าแชร์กันใช้สบายๆ แลกกับค่าส่วนกลางที่สูงหน่อย 59 บาท/ตร.ม./เดือน

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่าเทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ 86,000 บาท/ตร.ม., 19 มกราคม 2565

  • ทำเล 7.75/10 – ทำเลปุณณวิถี ปลายๆ สุขุมวิท แต่เข้าไปในซอยลึกพอสมควร
  • เดินทางด้วยรถ 8.25/10 – มีทางด่วนให้ขึ้นไม่ไกล เพราะเป็นซอยลัดแต่รถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนพอสมควรทีเดียว
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – ห่าง BTS ปุณณวิถีในระยะ 600 เมตร ซึ่งใช้ Shuttle Bus ของโครงการไปได้ค่ะ
  • วัสดุ 8/10 – จัดวัสดุมาให้ค่อนข้างดี เป็นแบบ Built-in รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ หลายอย่าง และการเชื่อมต่อระหว่างวัสดุ เช่นกระเบื้องกับลามิเนต คุณภาพการก่อสร้างตอนโครงการเสร็จทำได้ดี
  • แบบ 8.5/10 – ออกแบบรายละเอียดในการอยู่อาศัยค่อนข้างดีอย่าง Foyer และพื้นที่สำหรับวางของตามขอบมุมต่างๆ แต่มีบางส่วนที่ยังสู้คอนโดอื่นระดับเดียวกันไม่ได้ เช่น ห้องน้ำ
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – Facilities ให้มาเยอะและหลากหลายดีเมื่อเทียบกับจำนวนห้อง

  • MAIN CLASS
  • 7.98 / 10.00

The Coopers สุขุทวิท 64 เหมาะกับใคร

โครงการ The Coopers สุขุทวิท 64 เหมาะกับคนที่ต้องการอยู่ในเมืองย่านสุขุมวิท ที่ต้องการใช้ทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า ทำงานอยู่ในย่านที่ทางด่วนและรถไฟฟ้าไปถึงอย่างสยาม, สีลม, สาทรและพระราม 3 ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย เพื่อนบ้านน้อยๆ เป็นคนรู้จักตัวเอง ซื้อของตามความต้องการไม่ใช่ตามตลาดที่เขานิยม สนใจเนื้อ Product มากกว่าชื่อยี่ห้อ หรืออีกมุมนึงก็เหมาะกับนักลงทุนไปเลย เพราะห้องมีราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงมากนักสำหรับโครงการที่ติดเส้นเอกมัยในยุคนี้ มีงบประมาณเริ่มต้น 1.96-3.1 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 14,000 – 22,000 บาท/เดือน


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc