Siamese ราชครู

รีวิวฉบับที่ 150 … โครงการ Siamese ราชครูเปิดขายในวันที่ 21-22 เมษายน 2555 โดยทำการขายด้วยวิธีพิเศษ ผู้ซื้อจะต้องสมัครสมาชิกเป็น Exclusive Member ก่อนจึงจะมีสิทธิ์จองในวันเปิดตัว 2 วันแรก โดยถ้าใครจะจำนงจองจะต้องจ่ายเงิน Pay up front ก่อนเลย 50,000 บาท เป็นค่าจำนงจองและจะได้บัตรคิวมา ถ้าใครไม่จองก็ไปเอาเงินคืนได้ ไม่อย่างนั้นหมดสิทธิ์ร่วมงานในวันที่ 21 เมษายน ส่วนก๊อก 2 ก็คือวันที่ 22 เมษายน คือพวกที่ลงทะเบียนไว้แต่ไม่ได้จ่ายเงิน 50,000 บาทล่วงหน้า ต้องรอพวกจ่ายก่อนเลือกห้องไปก่อนครับ

คอนโดมิเนียม Siamese ราชครู ออกแบบโครงการโดย บริษัท สถาปนิกสมดุล จากัด (WOHA Team) และดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัท ฤทธา จำกัด (คำว่า Siamese จริงๆอ่านว่า “ไซมิส” … ผมอ่านเป็น “สยามมิส” มานานมาก)

Fact @ 22 April 2012

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

แผนที่คร่าวๆจากทางโครงการ Siamese Ratchakru

ภาพตำแหน่งทำเลของโครงการ หยิบมาจาก Facebook ของ Siamese Asset ครับ ตัวตึกติดถนนใหญ่พหลโยธิน ตรงข้ามซอยพหลโยธิน 2 ที่สามารถลัดไปวิภาวดีได้ (ที่เราเคยไปรีวิว The Tempo พหลโยธิน) ห่าง 350 เมตรจาก BTS สนามเป้าและ 500 เมตรจาก BTS อารีย์ เรียกว่าทำเลอยู่ในจุด Prime Zone ของกรุงเทพมหานครเลย

Siamese ราชครู (14)

เรามาดูทำเลฝั่งอารีย์กันก่อนนะครับ

Siamese ราชครู (13)

เดินผ่าน Benz ราชครู

Siamese ราชครู (12)

มีตึก EXIM Bank ที่เป็นจุดบังวิวชั้นยอดของทิศเหนือ ทำให้ตึก Siamese โดย Block วิวไปในระยะ 330 เมตร ไม่แย่เท่าไรเพราะมีระยะห่างพอสมควร

Siamese ราชครู (11)

ข้างๆ EXIM Bank มี Lotus Express ให้ซื้อของนิดหน่อยได้

Siamese ราชครู (10)

ปั๊ม Esso … ข้างหลังเป็น Vertical Aree และ Noble Lite

Siamese ราชครู (9)

เดินผ่านซอยราชครู (พหลโยธิน 5) ไปอีกนิด

Siamese ราชครู (8)

จะเจอสำนักงานขายของ Siamese ราชครู

Siamese ราชครู (7)

ข้างๆฝั่งทิศเหนือเป็น Apartment สูง 10 ชั้น อันนี้คือ Block วิวแบบเต็มๆในระยะใกล้ ส่วนถ้าเลยไปอีก 300 เมตรจะเจอตึก Exim Bank

Siamese ราชครู (6)

หน้าตึกมีรถไฟฟ้าสูงประมาณชั้น 5

Siamese ราชครู (5)

ถนนพหลโยธินซอย 2 มองจากตึก Siamese ราชครู

มองจากถนนพหลโยธินซอย 2

Siamese ราชครู (4)

โตโยต้ามองไปทางสนามเป้า เห็นตึกสีฟ้าๆอยู่ไกลๆ

Siamese ราชครู (3)

มาจากทางสนามเป้ากันบ้าง ลง  BTS ทางออกที่ 3 แล้วเดินย้อนไปทางซอยราชครู ทางนี้เดินใกล้กว่า ระยะประมาณ 350 เมตร

Siamese ราชครู (2)

นี่คือตึกสีฟ้าๆเมื่อครู่ สถานที่ตั้งของ Yakult บังวิวทางทิศใต้ในระยะ 330 เมตรเช่นกัน สรุปก็คือเหนือใต้โดน Block หมด

ทิศตะวันออกได้พื้นที่สีเขียวของสนามเป้าและสนาม Driving Range ส่วนทิศตะวันตกได้วิวโล่งยาวไปไกลๆเลยเหมือนกัน ซึ่งถ้าให้เลือกระหว่างสองวิวก็คงเลือกทิศตะวันออกที่ได้แดดเช้า … แต่แดดเช้าก็ใช่ว่าจะไม่ร้อนนะครับ บางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าทิศนี้สบาย ไม่ใช่นะครับ แดดเช้าแดดบ่าย ก็แดดเหมือนกัน ร้อนกว่าทิศเหนือใต้แน่นอน คอนเฟิร์ม

Siamese ราชครู (1)

อ่อ ลืมไป เพิ่มเติมให้นิดนึง จากฝั่งสนามเป้าก่อนถึงอาคารก็จะมี 7-11 ด้วยนะครับ

ทิศเหนืออาคารบนยอดตึกแถวมีเสาอากาศแดงๆด้วย เป็นของไปรษณีย์สนามเป้า ไม่รู้ในเชิงเทคนิคว่ามีไว้ทำอะไรนะครับ แต่ที่แน่ๆส่งของส่งจดหมายสะดวกแน่นอน มีไปรษณีย์อยู่หน้าบ้าน

นี่คือ Apartment 10 ชั้นที่ว่า

แถมร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดัง รสเด็ด

อร่อยมาก ชามละ 35 บาท!

เจาะลึกตัวสินค้า

หน้าตาของ Model เป็นแบบนี้ ตึกหน้าเป็นอาคารสำนักงาน ชั้น 1-15 โดยชั้น 13-15 โดน Lock ไปแล้ว จะใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของ Siamese Asset … ซึ่งมีข้อดีและข้อเสีย

ข้อเสียก็คือเรื่องที่จอดรถ แน่นอนว่าพนักงานมาทำงาน ลูกค้ามาวางบิล โน่นนี่นั่น ไม่พอเห็นๆ ข้อดีก็คือในเมื่อสำนักงานใหญ่เค้าอยู่ตรงนี้ ตึกนี้ก็ต้องทำได้ดีแน่นอน เพราะเจ้าของตึกร่วมใช้ด้วย

ที่ดินแปลงนี้และใบอนุญาติอาคารโอนมาจากคุณรัมภา นาคะสิริ มีเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนปี 2535 แล้ว ทำให้ไม่จำเป็นต้องร่นระยะข้างตึก 6 เมตร สามารถสร้างอาคารได้ค่อนข้างเต็มพื้นที่มากกว่าปกติ แต่กฎปี 2535 ตั้งขึ้นมาก็มีเหตุผล สาเหตุก็คือถ้าเว้นโดยรอบ 6 เมตร จะทำให้รถดับเพลิงเข้าไปได้สะดวกเวลาเกิดอัคคีภัย

ใบอนุญาตเรียบร้อยครับ ไม่ต้องห่วงว่าตึกนี้จะสร้างไม่ได้

Facade ด้านข้างและด้านหน้าตึกดูแล้วเท่มาก สถาปนิกฝีมือเหลือร้าย

ชั้น G เป็น Lobby มีส่วนแยกกันชัดเจนระหว่าง Home Office และ Condominium ลิฟท์สองตัวสำหรับฝั่งออฟฟิศและลิฟท์ 3 ตัวสำหรับฝั่งคอนโดมิเนียม

อาคารออฟฟิศจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2-15 แต่สำหรับฝั่งคอนโดมิเนียมจะเป็นที่จอดรถชั้น 2-7 โดยชั้น B จะเป็นที่จอดรถกันไว้สำหรับ Floating ของฝั่งออฟฟิศประมาณ 30 คันจากที่จอดรถทั้งหมด 215 คัน

ที่ชั้น 8 เป็นจุดเชื่อมกันระหว่าง Office และ Condominium มีจุดที่เป็น Pool Access ใช้ร่วมกันได้ ตรงนี้จะมีเรื่อง Privacy Concern พอสมควร เนื่องจากทั้งสองตึกสามารถใช้สาธารณูปโภคเดียวกัน แปลว่าพนักงานออฟฟิศของบริษัทที่ซื้อพื้นที่ไว้สามารถมาว่ายน้ำร่วมกับเจ้าของคอนโดได้

ชั้น 9 – 11 ของฝั่งคอนโดมิเนียมโดน Lock ไว้ให้กับเจ้าของที่ดินเดิม (ซึ่งเป็นเจ้าของ Apartment 10 ชั้นตึกข้างๆนี่แหละ) ส่วนจะเอาไปทำอะไร ไม่ทราบได้ครับ

โดยช่วงชั้นที่ 9-15 ตึกออฟฟิศจะบังวิวของ Condominium ไปเยอะเลย โดยเฉพาะ 4 ห้องกลางที่น่าจะโดนเกือบๆมิด

ชั้น 16 ของออฟฟิศเป็นสวนลอยฟ้า ซึ่งจริงๆก็จะมีระดับความสูงบ้าง ดังนั้นถ้าอยากจะซื้อห้องกลาง 1 Bedroom ทิศตะวันออกให้ข้ามตึกหน้าไปต้องซื้อที่ชั้น 17 ขึ้นไปครับ

พอชั้น 17-27 ก็จะมีแค่ห้องของคอนโดอย่างเดียวแล้ว Layout เป็น East/West ทั้งหมด ไม่มียูนิตเหนือใต้ ดังนั้นปัญหาเรื่องการโดนตึก ยาคูลท์และธนาคาร EXIM บังก็หมดไป

1 ชั้นมีทั้งหมด 12 ห้อง ฝั่งละ 6 แบ่งเป็น 1 Bedroom 4 ห้องและ 2 Bedrooms 2 ห้องมุม

ชั้นดาดฟ้าของ Condo เป็นสวน Roof Garden

หน้าตาของส่วนกลางที่ชั้น 8 เตียง Daybed ตั้งอยู่บน Pool มีน้ำพุเตี้ยๆเพิ่มบรรยากาศ

จาก Pool มองไปยังฝั่งของออฟฟิศ

หน้าตึก Office & Lobby เวลาเดินเข้ามาจากถนนใหญ่พหลโยธิน จะเห็นว่ามีต้นไม้บริเวณระเบียงด้วย

ภาพของ Roof Garden ตึกคอนโดมิเนียม

สำนักงานขายทำออกมาเพื่อจอง จากนั้นต้องทุบทิ้ง เพราะเป็นตำแหน่งของตึก ยังไงก็ไม่รอด

สำนักงาน 2 ชั้น เพดานสูงทีเดียว สไตล์การตกแต่งภายใน น่าจะเป็นสไตล์เดียวกับ Lobby

มาดูภายนอกกันบ้าง ส่วนข้างตึกตรงส่วนที่เป็นทางเชื่อมมีการใช้ Vertical Garden มาปลูกทั้งแผงเลย

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • ห้องออกกำลังกาย
  • สระว่ายน้ำชั้น 8
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัวฝั่ง Condo, 2 ตัวฝั่ง Office
  • สวนชั้น G, 8 และ Roof Garden ของทั้งสองตึก
  • Lobby แยก Office และ Condo
  • ที่จอดรถ 215 คัน แบ่งเป็น 136 คัน Float
  • ที่จอดรถ Fix ซื้อได้สำหรับยูนิตที่ขนาดเกิน 70 Sq.m. ขึ้นไป ราคา 2 แสนบาท รวม 79 คัน
  • ที่จอดรถ Float ที่ชั้น B ประมาณ 30 คัน ดังนั้นตึกคอนโดชั้น 2-7 จะเหลือประมาณ 100 คัน
  • ระบบ CCTV / Access Card

Product Walkthrough

ห้องแบบ 1+1A แบบ One Bedroom ที่มีระเบียงรูปสามเหลี่ยม ขนาดประมาณ 34 ตารางเมตร ตกแต่งให้แล้วบางส่วน โดยมีรายการดังนี้

เฟอร์ลอยตัว

  • โต๊ะทานอาหาร
  • เก้าอี้โต๊ะทานอาหาร x2
  • Sofa 2 ที่นั่ง
  • โต๊ะกลางโซฟา

เฟอร์ Built-in

  • ครัวและตู้เหนือครัว
  • ตู้เสื้อผ้า 1 ชุดต่อ 1 ห้องนอน

เครื่องใช้ไฟฟ้า

  • Hob (เตาไฟฟ้าแบบ Ceramic)
  • Hood (เครื่องดูดควันต่อท่อไปออกข้างนอก)

ผนัง

  • ฉาบเรียบทาสี

ฝ้า

  • สกิมโค้ด
  • ดรอปฝ้าซ่อนไฟ

แปลนห้องเป็นแบบนี้ (เหมือนรถไฟโบราณมาก) ห้องนอนอยู่ก่อน เน้นให้ห้องนั่งเล่นกับพื้นที่ระเบียงเชื่อมกัน ใช้ครัวเปิดอยู่ด้านหน้าสุด ช่องตู้เสื้อผ้าเป็นแบบฝังผนังลึกเข้าไปในห้องข้างๆ

มือจับและประตู

เปิดประตูห้องเข้ามาปุ๊ปเจอครัวอยู่ทางซ้ายมือ มีซิงก์ เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควันให้เรียบร้อย วัสดุท๊อปเป็นหินมีตู้บนล่างให้ แต่ไม่มีเตาไมโครเวฟ

ทางซ้ายเปิดเข้ามาเจอห้องน้ำ อ่างล้างมือเป็นหินสังเคราะห์ทั้งเซ็ต มีที่วางของเพียงพอด้านข้าง ทำตู้ด้านล่างไว้ให้ซ่อนท่อเรียบร้อย ข้างบนซิงก์มีกระจกเงาให้

โถสุขภัณฑ์ American Standard

กระเบื้องโมเสกติดผนังเล่นลวดลายและพัดลมดูดอากาศ

ห้องน้ำเข้าได้สองด้าน จากห้องนอนและจากห้องนั่งเล่น ประตู Tempered Glass ที่เอาไว้ห้องอาบน้ำเป็นบานเปิดที่ใช้ปิดห้องน้ำจากฝั่งห้องนอนด้วย คือเป็นประตูแชร์กันระหว่างสองฝั่ง ตามซอกด้านข้างห้องอาบน้ำก็มีช่องเก็บของและจุดติดตั้งกระดาษชำระ และสายฉีดชำระ

มองจากระเบียงเข้าไปในห้องนอน กรอบกระจกที่กั้นห้องนอนเป็นบาน Slide สองฟาก สามารถกั้นปิดเปิด รวมและกักพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนได้ ทำให้ห้องใหญ่ขึ้นหรือแคบลงได้ตามที่เราต้องการ โดยการรวมพื้นที่ของห้องนอนและห้องนั่งเล่นเข้าด้วยกัน

ที่แปลกก็คือในห้องนอนไม่มีตู้เสื้อผ้า เวลาแต่งตัวต้องออกมาเปิดตู้เสื้อผ้าบริเวณ Living Room ซึ่งไม่ค่อยสะดวกนะครับ

นั่งบนโซฟา มองไปยังทีวี ได้ระยะโอเค

ระเบียงสามเหลี่ยม ดีไหม? มีคนถามมาเยอะครับ

ตอบสั้นๆเลยว่าโอเคครับ เพราะว่าถ้าลองตัดมุมสามเหลี่ยมออก จะเห็นว่าเหลือพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างประมาณ 2.3-2.4 เมตร และลึกประมาณ 1.2 เมตร ซึ่งเป็นขนาดระเบียงที่ดี เหมาะสม วางโต๊ะเก้าอี้ได้สบายอยู่แล้ว และพอเพิ่มบริเวณที่เป็นสามเหลี่ยมเข้ามา ส่วนลึกที่สุดจะขยายไปแถวๆ 2.4 เมตร ทำให้มีพื้นที่กว้างขึ้น สามารถนั่งได้สบายขึ้น และเปิดมุมมองให้กว้างขึ้นไปในตัวด้วย ประโยชน์ของพื้นที่เพิ่มเติมอาจจะไม่เท่ากับพื้นที่สี่เหลี่ยม แต่ก็ดีกว่าจบระเบียงไว้ตามแนวขอบตึกครับ

เวลามองออกไปจะเห็นสามเหลี่ยมของห้องเพื่อนบ้านแบบนี้ เห็นไหมครับว่ากระจกเขียวมันสะท้อนแสงออกไปเยอะ เวลากลางวันแสกๆมองเข้าไปห้องข้างๆไม่เห็นนะครับ ดังนั้นก็คงจะคลายเรื่องความเป็นส่วนตัวไปได้ระดับหนึ่ง

ห้องแบบ 2+1B แบบ Two Bedrooms ที่มีระเบียงรูปสามเหลี่ยม ขนาดประมาณ 65 ตารางเมตร ตกแต่งให้แล้วบางส่วน โดยมีรายการตามข้างบนเลยครับ จะเห้นว่าเยอะกว่าห้องแบบ 1 ห้องนอนพอสมควร มีพวกโต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้ ม้านั่ง โต๊ะเครื่องแป้งพร้อมเก้าอี้เพิ่มเข้ามาด้วย

ห้องน้ำเหมือนๆเดิมนะครับ

ม้านั่ง

ห้องนอนแรก จะเห็นว่ากระจกที่ปิดระหว่างห้องน้ำกับห้องนอนมีช่องอยู่ด้านบน และตามขอบกระจกก็ไม่มี Seal นั่นแปลว่าอะไร … กลิ่นจากห้องน้ำจะสามารถเข้ามาในห้องนอนได้ นั่นเอง … แต่อย่าพึ่งกังวลมากไปนัก เนื่องจากห้องน้ำมีพัดลมดูดอากาศติดตั้งไว้ด้านบน อากาศที่อยู่บนๆจะถูกพัดลมดูดออกไปก่อน ทำให้กลิ่นลอยเข้ามาในห้องนอนได้ยากหน่อย ถ้าไม่มีเรื่องกลิ่นจากท่อ (ปัญหาก่อสร้าง) โอกาสที่จะมีประเด็นใหญ่ตรงนี้ก็น้อย ซึ่งผมเชื่อฝีมือการก่อสร้างฤทธาพอสมควร ว่าปัญหาเหล่านี้จะไม่มี หรือมีก็สามารถแก้ไขให้เป็นปกติได้

เคาน์เตอร์ครัวยาวขึ้นผิดหูผิดตา และเตาก็ใช้เป็น 4 หัวแทนนะครับ

ห้องนอนใหญ่มีระเบียงส่วนตัว

มีห้องน้ำที่ใช้กระจก Tempered Glass ทั้งหมด และอ่างอาบน้ำที่สร้างจากหินสังเคราะห์อย่างสวยเลย แต่ดูจากความสูงของอ่างอาบน้ำเสียก่อน สูงพอตัว ก้าวขึ้นไปยากนะครับ ต้องหา Step มา 1 ขั้น ไม่อย่างนั้นอาจจะไม่ปลอดภัย

ห้องน้ำเหมือนเดิม

โต๊ะทานข้าว 4 ที่นั่ง เป็นกระจก Tempered Glass เหมือนกัน

ระเบียงแบบ 2 ห้องนอนกว้างกว่าเดิมอีก

โชว์ความกว้างโดยการเอาชิงช้าจิ๊วมาวางเลย … ด้านหลังเก้าอี้โยกตัวนี้เป็นห้อง Compressor แอร์ ซึ่งกั้นเป็นสัดส่วน แบบนี้ไม่มีลมร้อนเป่าเข้ามาที่ระเบียงแน่ ใช้พื้นที่ได้เต็มประสิทธิภาพ

ราวกันตกเป็น Tempered Glass

กรอบอลูมิเนียม Sahara ของดีครับ

แอร์ฝังเกือบทุกจุด ยกเว้นห้องนอนแรก

แอร์

แอร์ห้องรับแขก

บานสไลด์กั้นห้องนอนแรกเป็นบานเลื่อน 3 ชั้น กระจกเป็น Tempered Glass ทั้งหมด พื้นเป็น Engineering Wood และเซรามิค

Price vs Performance

  • ราคาต่อตารางเมตรประมาณ 90,000 – 110,000 บาท แล้วแต่ชั้นแล้วแต่ห้อง
  • 1 Bedroom ประมาณ 2.7 – 3.4 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms ประมาณ 6 – 7 ล้านบาท

  • Partly Furnished
  • ค่ากองทุน 500 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

เจาะลึกรวบยอด

ทำเลของตึก Siamese ราชครูตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ติดถนนใหญ่ในโซนอารีย์คาบเกี่ยวสนามเป้า ที่เป็นทำเลดีมากสำหรับย่านธุรกิจ ออฟฟิศและที่อยู่อาศัย ห้างใกล้บ้านคงจะหนีไม่พ้น La Villa ที่อารีย์ แต่ด้วยความที่ทำเลอยู่ค่อนมาทางสนามเป้าหน่อย ทำให้เดินไปอารีย์ไกลนิดนึง ราวๆ 500 เมตรและต้องข้ามสะพานลอยด้วย ถ้าจะไป Shopping ซื้อของเข้าบ้านอะไรแบบนี้ ใช้รถจะสะดวกกว่า  และสำหรับคนที่ถือเรื่องทางสามแพร่งก็ดูเอาเองนะครับจากรูปข้างบนว่าตัวตึกโดนไหม บางคนก็ว่าเฉียงๆ บางคนก็ว่าไม่โดน บางคนก็ว่าโดนเต็มๆ ต่างคนต่างความคิดครับ

การเดินทางด้วยรถรับรองว่าสะดวก ไปไหนมาไหนสบายมาก ทางด่วนก็แค่ฝั่งตรงข้าม เข้าเมืองออกเมืองทำได้ทุกอย่าง แต่สำหรับการสัญจรในชีวิตประจำวันเวลาจะกลับบ้าน ด้วยทำเลกระชั้นชิดจุดกลับรถหรือทางแยกแบบนี้ คนที่ขับรถมาจากทางวิภาวดีหรือกลับรถมาจากซอยอารีย์ไม่น่าจะปาดซ้ายเลี้ยวเข้าคอนโดทัน ทำให้ต้องไปใช้ที่กลับรถอันถัดไป ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลครับ

จำนวนยูนิตของ Siamese ราชครู มี 249 ยูนิตและ 3 Shops แต่ยังไม่รวมชั้น 9-11 ที่เป็นของเจ้าของที่ดินเดิม ซึ่งถ้าแบ่งซอยห้องตามปกติจะเพิ่มมาอีก 36 ห้องเป็น 288 ยูนิต แบ่งเป็น Office 52 ยูนิตและที่เหลือเป็น Condominium ส่วนที่จอดรถมี 215 คัน เป็นที่จอดรถส่วนตัว 79 คัน และที่จอดรถหมุนเวียน 136 คัน กันไว้ที่ Office ชั้น B ประมาณ 30 คัน จะจอดพอไหม ผมไม่ขอเดา ต้องให้ทุกท่านคิดเอาเองนะครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถทำได้สะดวกอีกเหมือนกัน แถวนี้มีครบ Taxi, BTS, รถตู้, รถเมล์ การเดินทางด้วย BTS ก็ไม่ใกล้ไม่ไกล 350 เมตรจากสถานีสนามเป้า ถือว่าอยู่ในระยะเดินได้ยังไม่เหนื่อย หาของกินอะไรก็แถวนี้แหละใกล้ๆง่ายๆ

วัสดุของที่นี่เรียกว่าจัดมาเต็ม ให้มาเยอะ ใช้ของดี กระจกแทบทุกบานเป็น Tempered Glass, กรอบวงกบอลูมิเนียม Sahara, แอร์ฝังฝ้าทุกจุดยกเว้นห้องนอนแรก, พื้น Engineering Wood, ครัวท๊อปหิน เตาเซรามิค เครื่องดูดควันแบบมีท่อปล่อยออกนอกอาคาร, อุปกรณ์ในห้องน้ำเป็นหินสังเคราะห์ และมีรายการ Furniture อีกชุดใหญ่ แม้ว่าจะไม่ครบถึงขั้น Fully Furnished ก็ตาม (ไม่มีเตียง หัวเตียง ฯลฯ)

สาธารณูปโภคมีให้ครบ ขนาดเหมาะสม ออกแบบสวยงามมาก ทั้งฟิตเนสและสระว่ายน้ำ แต่พอดูลงรายละเอียดแล้วยังติดเครื่องหมายคำถามในใจ เช่นส่วนของสระว่ายน้ำที่ให้ใช้ทั้ง Condo และ Office ก็เกิดคำถามขึ้นว่าความเป็นส่วนตัวของตึกพักอาศัยจะไปอยู่ที่ไหนในช่วงวันธรรมดา (บางคนอาจจะไม่กังวลเนื่องจากตอนกลางวันก็ออกจากบ้าน วันเสาร์ค่อยมีโอกาสใช้งานแต่อย่าลืมนะครับว่าออฟฟิศบางแห่งก็ทำงานวันเสาร์ด้วย) ในขณะที่สวนดาดฟ้าของทั้งสองจุดทำได้ดี สวยงาม ทางเข้าตึกและ Facade หน้าตึกไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมหรือออฟฟิศก็ทำออกมาได้สวยเช่นกัน

สุดท้ายคือเรื่องฐานรากเดิม อันนี้เอารูป Facebook ที่ Siamese Asset ชี้แจงไปอ่านดูแล้วกันนะครับ

Judgement

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 100,000 บาทต่อตารางเมตร, Q1/2012

  • ทำเล 9/10 – ทำเลดี ติดถนนใหญ่พหลโยธิน โซนอารีย์-สนามเป้า
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – สะดวกมาก แต่มีความกังวลเรื่องที่จอดรถ
  • ไม่ใช้รถ 8.75/10 – เดิน 350 เมตรถึง BTS มีครบทั้งรถตู้ รถเมล์ แท๊กซี่
  • วัสดุ 9.5/10 – ใช้ของที่ดีกว่ามาตรฐานเกือบทุกชนิด มีเฟอร์ให้หลายจุด
  • แบบ 7.25/10 – แบบตึกสวยมากยกให้สองนิ้ว แบบห้องมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อย แต่น่าเสียดายตรงที่ตึกบังกันเองไปหลายชั้น และหน้าห้องหันทิศตะวันออก-ตกล้วนๆ
  • สาธารณูปโภค 7/10 – มีให้ครบและเหมาะสม แต่ยังไม่รู้ว่าจะแยกสัดส่วนความชัดเจนระหว่าง Condo, Office อย่างไร

  • HIGH CLASS
  • 8.44 / 10.00

BOTTOM LINE

Siamese ราชครูโดยรวมแล้วจัดว่าดี ถ้าอยากจะเป็นเจ้าของ Home Office ติดรถไฟฟ้าโซนอารีย์ เลือกที่ Siamese ราชครู ไม่น่าจะผิดหวัง แต่ถ้าเป็นคิดจะพักอาศัย ต้องเปิดใจยอมรับได้ว่าตึกนี้มีส่วนของ Office, สำนักงานใหญ่ของ Siamese และชั้น 9-11 ที่เป็นของเจ้าของที่ดินเก่าด้วยครับ

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปครับ