รีวิวฉบับที่ 443 … Serrano Condominium พระราม 2 (เซอราโน่ คอนโดมิเนียม) เป็นโครงการคอนโดมิเนียมโปรเจคแรกที่พัฒนาโดย Inspired Estate นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เก่าที่เคยทำหมู่บ้านสรัญทรแถวพุทธบูชามาก่อน ครั้งนี้ได้ขยับขึ้นมาทำคอนโดมิเนียม Low Rise ในซอยพระราม 2 54 หลังเซ็นทรัลพระราม 2 ไปประมาณ 400 – 500 เมตร โดยจะแบ่งการพัฒนาเป็น 2 เฟส ผมไปได้ทำการสำรวจโครงการเฟสแรกและนำมาให้ทุกท่านชมกันก่อนครับ

Fact @ 9 Oct 2013

  • Serrano Condominium พระราม 2 (เซอราโน่ คอนโดมิเนียม) เฟส 1
  • Inspired Estate Co., Ltd.
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 458 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 32 ยูนิต
  • ที่จอดรถ 35% รอบโครงการ ประมาณรวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 45%
  • ที่ดินประมาณ 4-0-99 ไร่
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2558
  • Studio ไม่มี
  • 1 Bedroom 28 – 45 ตารางเมตร
  • 2 Bedrooms 48 ตารางเมตร
  • 3 Bedrooms+ ไม่มี
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 1.29 ล้านบาท
  • Update 30 Nov 2016 : ราคาเริ่มต้น 1.75 ล้านบาท
  • ราคาต่อตารางเมตรประมาณ 52,000 บาท
  • Update 30 Nov 2016 : ราคาต่อตารางเมตรประมาณ 54,600 บาท
  • http://www.serranocondo.com
  • โทร 02-899-9041-3

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

โครงการเซอราโน่คอนโด (Serrano Condominium) ตั้งอยู่ในซอยพระราม 2 – 54 ซึ่งมีจุดเด่นตรงสามารถเข้าออกได้หลายทาง เป็นซอยทางลัดที่ทะลุจากถนนใหญ่ได้หลายเส้น ทั้งถนนพระราม 2 และถนนเอกชัย-บางบอน และมีทางลัดเข้า-ออกจากด้านหลังเซ็นทรัล ทำให้ไม่ต้องไปกลับรถไกลครับ

เส้นสีฟ้าที่เห็นแสดงเส้นทางการเข้าออกจากถนนสายต่างๆ

  • ถนนบางขุนเขียน สามารถเข้าผ่านซอยทางลัดด้านหลังโครงการได้
  • ถนนพระรามที่ 2 ขาเข้าสามารถเข้าตรงๆจากซอย 54 หรือ 56 ก็ได้
  • ถนนพระรามที่ 2 ขาออกสามารถเข้าผ่านทางกลับรถเซ็นทรัลได้

พิกัด 13.664843,100.432845

ตรงนี้ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 500 เมตร มีคลองเล็กๆกั้นนิดนึงนะครับ หน้าที่ดินเข้าออกได้ทางเดียวคือซอย 54 ส่วนด้านหลังที่ดูเหมือนจะติดกับซอย 56 แต่จริงๆแล้วไม่ติดนะครับ มี Strip ที่ดินของบุคคลอื่นอยู่ ไม่สามารถทำเป็นทางเข้า-ออกได้

ถนนพระรามที่ 2 ขาออกนอกเมืองช่วงสายๆรถไม่ติด เพราะรถส่วนใหญ่วิ่งสวนเข้าเมืองกันหมด 😀

ถนนเส้นนี้ขาเข้ามีปัญหาในเวลาเร่งด่วนช่วงเช้าอยู่แล้ว ขาออกมักจะเป็นช่วงเย็นๆ และถนนพระราม 2 ก็ยังมี Season รถติดพิเศษแถมให้อีก คือช่วงวันหยุดยาวที่คนกรุงเทพฯจะออกไปเที่ยวหัวหิน หรือไปเที่ยวภาคใต้กันครับ

เราต้องวิ่งเลยสะพานกลับรถแรกและโรงพยาบาลบางมดไปก่อน ตามป้าย Central พระราม 2 นะครับ

โดยห้างสรรพสินค้าที่ใกล้กับโครงการเด่นๆจะมี 3 จุด สองที่แรกจะติดกันเลยคือ HomePro กับ BigC

บริเวณนี้จะมีทั้ง Mc Donald, ปั๊มน้ำมัน และ SB Design Square

พอเราวิ่งเลยมานิดนึงก็จะถึงสะพานกลับรถ ซึ่งจะสามารถเข้าเซ็นทรัลได้จากสะพานนี้เลย

Central พระราม 2 เป็นเสมือนศูนย์กลางความเจริญโดยรอบของทำเลนี้

ซึ่งทางลงจากสะพานกลับรถจะสามารถเลือกได้ว่าตรงไปเข้าเซ็นทรัลหรือเลี้ยวขวาเพื่อกลับรถ โครงการอย่าง Origin บางมด – พระราม 2 ก็ต้องมากลับรถที่สะพานกลับรถนี้เหมือนกัน

ส่วนโครงการ Serrano ให้ใช้ทางเลี้ยวลงไปยังเซ็นทรัลแทนนะครับ

ลงมาแล้ววิ่งตรงไปสุด ก็จะเป็นเส้นทางที่

ถนนเส้นนี้เป็นทางเชื่อมระหว่างซอยพระราม 2 – 54 ไปยังเซ็นทรัลและเซ็นทรัลปาร์ค

สามแยกแรกที่เห็นคือซอยพระราม 2 – 54 นะครับ จะมีบางส่วนเป็นถนน 4 เลนพร้อมเกาะกลาง ก่อนที่จะข้ามคลอง

คลองนี้เรียกว่าคลอง 4 บาท พอข้ามไปแล้วถนนจะหดลงเหลือเพียง 2 เลนวิ่งสวน แนวเขตที่ดินโครงการอยู่ติดกับคลองสี่บาทนี้เลยครับ

ลงสะพานมาปุ๊บ ทางซ้ายมือก็คือทางเข้าโครงการเลยครับ ที่มีการเทลาดยางสีดำๆนี้ และพื้นที่ของคอนโดมิเนียมก็อยู่ในรั้วสีเขียว ยาวไปจรดแนวตึกแถวครับ

ที่ดินด้านหน้าโครงการยาวไปจรดแนวถนนและสะพานข้ามคลองสี่บาท

ถนนแถวนี้ก็พอมีต้นไม้บ้างนะครับ ที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่ดินเปล่าไม่ได้มีการพัฒนาเป็นชุมชน จึงจะหาของกินของใช้ยากหน่อย แต่ก็ดีที่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกล

ช่วงกลางวันก็พอเดินได้ สักประมาณ 400 – 500 เมตร แต่กลางคืนนั้นไม่แนะนำให้เดิน เพราะเป็นซอยที่มีที่เปลี่ยวร้างเยอะ อย่างน้อยควรจะขับรถหรือนั่งมอเตอร์ไซค์ออกไป เพื่อความปลอดภัยครับ

สำนักงานขายของ Serrano นั้นค่อนข้างสวย แบบนี้ต้องชม 🙂 ออกแบบมาได้เตะตามาก หากเป็นคนที่ขับรถผ่านไปผ่านมา อย่างน้อยก็ต้องเห็นสำนักงานขายกับบอลลูนด้านบน

ซึ่งสำนักงานขายนี้ตั้งอยู่บนเฟส 2 ของการพัฒนาโครงการ ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งปลูกสร้างโครงการแรกนะครับ

ในซอยแบบนี้ไม่ค่อยมีตึกใหญ่มาเกะกะสายตาเท่าไร ส่วนใหญ่ที่สูงๆอย่างมากก็จะเป็นแค่อาคารพาณิชย์ ตึกแถว ซึ่งจะสูงไม่เกิน 4-5 ชั้นอยู่แล้วครับ

ตึกสูงๆที่เห็นก็จะมีแต่โรงพยาบาลนครธนเท่านั้น ซึ่งเข้าออกได้จากซอยพระราม 2 – 56 เรียกว่ามีโรงพยาบาลอยู่ถัดไปเพียงซอยเดียวเท่านั้น

เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Serrano Condominium เป็นโครงการที่มีด้วยกันทั้งหมด 4 ตึก และ 2 Club Houses ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 เฟสย่อย นั้นก็คือเฟส 1 และ เฟส 2

วันนี้เปิดขายเพียง 2 ตึกในเฟส 1 ก่อน นั่นก็คืออาคาร A และ B ซึ่งมี Club House อยู่ตรงกลางแบบนี้

จุดเด่นคงจะเป็นอย่างอื่นเสียไม่ได้ นอกจากการออกแบบ Club House ที่ค่อนข้างล้ำ ดูเด้งออกมาเลยเมื่อเทียบกับป้ายราคาห้องละ 1.29 ล้านบาท จัดว่าทำแบบออกมาได้โดดเด่นมาก

เช่นเดียวกันในมุมต่างๆของอาคารก็จะมีจุดที่เป็นกรอบเด่นๆ เน้นความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอก ให้ดูพรีเมี่ยมกว่าพวกอพาร์ตเม้นท์หรือคอนโดมิเนียมราคาถูก

นี่เป็นถนนซอย 54 นะครับ ซึ่จะมีทางเข้าของ SERRANO แบบนี้ ทางเข้านี้ใช้ร่วมกันระหว่างคอนโดเฟส 1 และเฟส 2 จัดเป็นถนนภาระจำยอมนะครับ

ด้านหน้าสุดที่ิติดถนนใหญ่คือตึก A ตึกนี้จะมีติ่งด้านหน้างอกออกมานิดนึง ตัวตึกจึงเป็นรูปตัว T นิดๆ แตกต่างจากตึกอื่นที่วางตัวในรูปตัว L

ดูจากภาพด้านบนนะครับ ตัวตึกจะเป็นตัว L 2 ตึกงุ้มเข้าหากัน ได้วิวเป็น Club House อยู่ตรงกลางแบบนี้ โดยโมเดลของตึก B นั้นละไว้ในฐานที่เข้าใจ

ซูมเข้าไปถ่ายโมเดลคลับเฮาส์หน่อยนะครับ ฟังก์ชั่นด้านบนจะเป็นฟิตเนส

มีสระว่ายน้ำยาวพอให้ออกกำลังกายได้ มีต้นไม้อยู่ในน้ำ และมีที่นั่งเล่นประมาณ 3 ชุด

ซึ่งพื้นที่อื่นๆที่ไม่ใช่สระว่ายน้ำ ก็จะทำเป็นที่จอดรถทั้งหมด … แต่ที่จอดรถที่นี่มีมาให้ไม่มากนัก คือประมาณ 30% จอดในช่องจอด หรือเกือบๆ 40% เมื่อรวมจอดซ้อนคัน

ชั้น 1 ด้านล่างเป็นพื้นที่ของร้านค้า ที่เป็นกระจกแบบนี้ ไม่มีที่พักอาศัยนะครับ

เรามาดูภาพจำลองของ Club House กันบ้าง … ทำออกมาได้ดีกว่าในโมเดลเยอะมากๆ สังเกตว่าชั้น 1 ของ Club House มีส่วนของน้ำตกด้วยครับ

ชั้น 2 เป็นห้องสมุด นั่งเล่น ทำการบ้าน เล่นอินเตอร์เนต

ชั้น 3 เป็นฟิตเนส

สระว่ายน้ำอยู่ระดับเดียวกับห้องสมุด

มุมที่นั่งและภาพรวมของ Club House ครับ

ซึ่ง Floor Plan ทำออกมาแบบนี้ มีห้อง 2 Bedroom เพียงห้องเดียวต่อชั้น และห้องส่วนใหญ่จะเป็น 1 Bedroom ขนาด 28 – 32 ตารางเมตรทั้งสิ้น

สุดทางเดินของ Corridor ทุกจุดจะตัดเป็นช่องแสง ช่องลม ทำให้ตึกไม่อับนะครับ แต่ความหนาแน่นต่อ 1 ชั้นนั้นค่อนข้างจะมากหน่อย อยู่ที่ 32 ห้องต่อชั้น อัตราส่วนลิฟท์เฉลี่ยอยู่ที่ 114 ห้องต่อลิฟท์ 1 ตัว

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Club House แยกส่วน
  • สระว่ายน้ำ ที่ชั้น 2 ของ Club House
  • ห้องออกกำลังกาย ที่ชั้น 3 ของ Club House
  • สวนหย่อมบริเวณ Club House
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์ ประมาณ 114:1
  • Service Lift ไม่มี
  • ที่จอดรถในช่องจอด 30% รวมซ้อนคันคิดเป็นประมาณ 40%
  • ระบบ CCTV / Access Card

Product Walkthrough

ห้องแบบแรกของที่ Serrano Condominium เป็นห้องขนาด 28 ตารางเมตร มีเศษนิดหน่อยแล้วแต่มุมแต่ละส่วนของตึกนะครับ โดยเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ที่มีครัวแยกส่วน ใช้ประตูบานเลื่อนกั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น มีห้องน้ำต่อกับห้องครัว จัดเป็นแปลนยอดนิยมที่เราเห็นในหลายๆที่

มุมแรกที่เราเห็นห้องนี้ครับ จากหน้าประตูมองเข้าไปยังห้องนั่งเล่น ผ่านกระจกใสไปยังห้องนอน

มุมห้องนั่งเล่นนะครับ ที่นี่ให้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished ของ modernform และจะมีการเปลี่ยนโซฟาตัวนี้เป็นแบบ 3 ที่นั่ง ทำให้นั่งได้สบายขึ้น

ตู้รองเท้าและชั้นวางต่างๆฝั่งตรงข้ามโซฟา

ระยะดูทีวีเมื่อเทียบกับการนั่งที่โซฟา จัดว่าพอดี วางทีวีได้ใหญ่กว่านี้อีกหน่อย น่าจะราวๆ 46″ นะครับ Maximum

ระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่นกั้นด้วยกรอบอลูมิเนียม แบบเลื่อนสองทางไปซ้ายขวา

เตียงชุดนี้มีให้นะครับ ใต้เตียงเปิดเป็นลิ้นชักเก็บของได้ เอาไว้เก็บพวกหมอน ผ้าห่ม กำลังดีเลย

ฝั่งตรงข้ามเป็นชุดโต๊ะเครื่องแป้ง ติดกระจกให้ มีแอร์หนึ่งตัว และมีตู้เสื้อผ้าทรงสูง

ลิ้นชักเลื่อนออกมาได้แบบนี้ แต่ไม่มีเก้าอี้ให้นะครับ

หน้าต่างข้างเตียง บานกลางเป็นบานใหญ่ บานข้างๆเป็นบานกระทุ้ง เปิดได้แต่บานเล็กครับ

ข้างเตียงมีช่องว่างประมาณเท่านี้ ซึ่งจะเห็นว่ากระจกถูกติดตั้งจากพื้นเลยให้โปร่งมากขึ้น แต่ความจำเป็นมันค่อนข้างน้อยนะครับสำหรับคอนโดที่เหลือพื้นที่น้อยๆแบบนี้ โดนเตียงบังหมด มองไม่เห็นอยู่ดี

กระจกที่เปิดได้เป็นบานแบบนี้ครับ กระทุ้ง ผลักออกไป หลายคนอาจจะไม่ชอบเพราะชินกับบานเลื่อนทั่วๆไปมากกว่า

ตู้เสื้อผ้าน้อยไปหน่อยครับ ท่าทางต้องหาตู้มาเพิ่ม ถ้ากะว่าจะย้ายข้าวของมาอยู่อาศัยจริงจังเท่านี้คิดว่าไม่พอหรอก

พื้นที่ด้านนอกเหลือวางตู้ลอยเพิ่มได้สบายครับ ไม่ต้องห่วง พื้นที่เก็บของเหลืออีกเยอะ แค่หาทางใช้พื้นที่ให้คุ้มๆหน่อยก็โอเคแล้ว

ด้านข้างของห้องนั่งเล่นจะเป็นทางออกปยังห้องครัวและห้องน้ำ ซึ่งพื้นยังคงเป็นลามิเนตหนา 8 มม. เช่นเดิม ไม่ได้เปลี่ยนเป็นกระเบื้องนะครับ

ครัวที่นี่ให้มาค่อนข้างเล็ก ท๊อปหินสีดำวางซิงก์ได้อย่างเดียว ซึ่งข้างๆใช้วางโต๊ะอาหารเข้าไปแทน

โต๊ะทานข้าวเอามาแทนท๊อปครัวเสียเลย … แต่มันอึดอัดเหมือนกันนะ นั่งกินข้าวแบบนี้ ผมว่ายกจานไปนั่งกินที่โซฟายังจะสะดวกกว่า

ซิงก์บนท๊อปหินสังเคราะห์ เอาไว้ล้างจาน ก็เล็กเกินไปจริงๆครับ เรียกว่าไม่ได้เผื่อที่เอาไว้ให้ใช้เตาไฟฟ้าหรือแม้แต่ตั้งไมโครเวฟกันเลย

ตู้ลอยด้านบนก็ทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ฟังก์ชั่นการเก็บของเท่านี้เอง

ห้องน้ำทำดรอปพื้นลงไปนะครับ ปูกระเบื้องสีเทาอ่อน ผนังใช้สีขาว

โถสุขภัณฑ์หน้าตาไม่ค่อยทันสมัยเท่าไร แต่เรื่องฟังก์ชั่นก็ยังใช้การได้ตามปกติ เรื่องแบรนด์ได้มาตรฐาน American Standard

อ่างล้างหน้าไม่ได้ทำตู้มาให้ ไม่มี Counter จะทำให้เก็บของได้ค่อนข้างน้อย ไม่มีที่วางสบู่ ยาสีฟัน เครื่องสำอางค์ ฯลฯ

ห้องนี้แยกส่วนเปียกส่วนแห้งด้วยม่านและการก่ออิฐขึ้นมานะครับ

ส่วนของฝักบัว Shower Box ก็ได้มาแบบนี้ หัวก๊อกรูปกากบาทหมุนเปิดปิดน้ำ

พื้นที่อาบน้ำด้านข้างอาจจะแคบไปนิด แต่แนวลึกจัดว่าเหลือเฟือ และพอใช้ม่านเป็นบานเลื่อนเปิดปิด จึงไม่ถูกจำกัดพื้นที่เหมือนพวกฉากกั้นอาบน้ำ ยื่นมือยื่นข้อศอกออกไปด้านนอกได้ตามต้องการ

เรามาดูพื้นที่ระเบียงกันบ้าง ขนาดประมาณนี้ วางเครื่องซักผ้าขนาดเล็กได้พอดีเป๊ะๆ แต่อาจจะหาที่ตากผ้ายากหน่อย ต้องเอารางเข้ามาตากด้านใน

ด้านบนตรงนี้เอาไว้แขวนคอมพ์แอร์ ในห้องตัวอย่างไม่ได้ติดเอาไว้

แอร์เดินท่อลอยออกมาแบบนี้เลย ดูไม่ค่อยเรียบร้อยนะ ซึ่งแอร์นี้คือท่อในห้องนอน แต่ถ้าเป็นท่อในห้องนั่งเล่นก็ต้องเดินแยกมาอีกท่อหนึ่ง

ไฟที่ให้เป็น Down Light ตามนี้นะครับ

ต่อมาเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 32 ตารางเมตร ที่กั้นระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนด้วยประตูบานสวิง

เปิดเข้าไปปุ๊บ จะเจอตู้ก่อนเลย เอาไว้เก็บของ วางข้าวของ ถอดรองเท้า เก็บเข้าตู้ … ทางด้านขวาจริงๆจะทำตู้เพิ่มอีกก็ได้นะครับ ผนังว่างๆ

เฟอร์นิเจอร์ของที่นี่ทุกชิ้นเป็นแบรนด์ modernform ดังนั้นก็สามารถรับประกันเรื่องคุณภาพได้ระดับหนึ่ง

ทางซ้ายเป็นมุมครัว ซึ่งจัดเป็นครัวแบบ Open … ฟังก์ชั่นต่างๆของชุดครัวเรียกว่าดีกว่าห้องแบบ 28 ตารางเมตรอย่างเทียบกันไม่ได้

มีโต๊ะทานข้าวแยกให้ ต่อเชื่อมกับส่วนของโซฟาชุดนั่งเล่น

แอร์ติดตั้งตรงปลายสุดของห้องนั่งเล่น มีระเบียงยาวสุดทาง เปิดด้วยบานเลื่อน

ชุดครัวครบครัน ใหญ่และยาวกว่าห้องแบบ 28 ตารางเมตรเยอะๆ มีเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ที่วางไมโครเวฟ และซิงก์น้ำ

ชุดเตาแบบ Hot Plate พร้อมเครื่องดูดควัน Teka

ฟังก์ชั่นต่างๆของเก๊ะ

ฟังก์ชั่นโต๊ะทานข้าว ด้านหลังเป็นตู้เก็บถ้วยชามติดผนัง มีให้แบบนี้เลยด้วย

โซฟาแบบ 2 ที่นั่งและชุดดูทีวี

ระยะดูทีวีใกล้มาก แบบนี้จบที่ TV ขนาด 32 – 40 นิ้วก็เกินพอ

ตัวระเบียงยาวกว่าห้องที่แล้วมาก ความกว้างพอๆกัน

แอร์ยังคงเป็นท่อลอยเหมือนเดิม

ไปดูห้องนอนกันบ้าง พื้นที่เหลือมากกว่าห้องที่แล้วเยอะเลย

ห้องน้ำและโต๊ะเครื่องแป้งเหมือนเดิม

กระจกข้างเตียงเหมือนเดิม แต่พอมีพื้นที่มากขึ้น ก็จะดูสบายตาขึ้น

ปลายเตียงแขวนทีวีที่ผนัง ติดตั้งแอร์ริมๆ ห้องนี้มีแอร์ให้ 1 เครื่องในห้องนอน

ตู้เสื้อผ้าเป็นบานขุ่น Built-in ติดผนัง

ห้องน้ำใช้สุขภัณฑ์ของ American Standard เหมือนเดิมเด๊ะ ไม่ขอพูดเพิ่มเติมนะครับ พูดไปแล้วในห้อง 28 ตารางเมตร

ชุดปลั๊กไฟต่างๆของ bticino

จบด้วยภาพสำนักงานขาย ซึ่งต่อไป Facade หน้าตาตึกของ Serrano คงจะออกมาประมาณนี้ละครับ ดู Modern เฉี่ยวๆมากเลยทีเดียว

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 10 Oct 2013

  • 1 Bedroom เนื้อที่ 28.29 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท หรือ 46,000 บาทต่อตารางเมตร
  • 1 Bedroom เนื้อที่ 32.46 ตารางเมตร ชั้น 3 ราคา 1.639 ล้านบาท หรือ 50,500 บาทต่อตารางเมตร
  • 1 Bedroom เนื้อที่ 28.29 ตารางเมตร ชั้น 6 ราคา 1.51 ล้านบาท หรือ 53,400 บาทต่อตารางเมตร

  • Fully Furnished
  • เพดานสูง 2.4 เมตร
  • จอง 5,000 บาท
  • ทำสัญญา 25,000 บาท
  • ผ่อนดาวน์ 10%
  • ค่ากองทุน 500 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 35 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

เจาะลึกรวบยอด

ทำเลของโครงการ Serrano Condominium พระราม 2 ไม่ได้เป็นทำเลที่ติดถนนใหญ่ ต้องเข้าซอยพระราม 2 – 54 เข้าไปประมาณ 500 เมตรจึงจะถึงทางเข้าโครงการ ซึ่งซอยนี้ช่วงต้นๆก็พอมีความเป็นชุมชนบ้าง แต่พอเข้าไปข้างในแล้วจะเจอที่ดินว่างเปล่าค่อนข้างเยอะซึ่งความเป็นชุมชนจะลดลงไปตามลำดับ ข้อดีของทำเลของ Serrano Condominium อยู่ตรงระยะทางจากห้างสรรพสินค้า ซึ่งสามารถเดินเท้าไปที่เซ็นทรัลพระราม 2 ได้ ในระยะทางประมาณ 500 เมตร เวลาซื้อของที่ไม่หนักมาก ขาดตกบกพร่องอะไร ก็สามารถเดินไปเดินกลับได้สบายๆ

ในราคาขายอยู่ที่ประมาณตารางเมตรละ 46,000 – 55,000 บาท จัดว่าเป็นราคาที่ไม่แพงเหมาะสมกับทำเลชานเมือง การวางตัวของโครงการนี้จึงแตกต่างจากพวกคอนโดมิเนียมในเมืองใกล้รถไฟฟ้าหรืออยู่ในแหล่งชุมชนมากๆ ซึ่งจะมีราคาสูงกว่านี้ จุดเด่นของ Serrano จึงอยู่ที่เรื่องการเดินทางด้วยรถยนต์ ที่ไม่ว่าจะมาจากเส้นทางไหนก็สามารถเข้าถึงตัวโครงการได้สะดวก พระราม 2 ขาออกสามารถกลับรถทะลุผ่านเซ็นทรัลได้เลย หรือพระราม 2 ขาเข้าก็สามารถใช้ได้ทั้งซอย 54 และ 56 ส่วนถนนรองอย่างเอกชัย-บางบอน หรือถนนบางขุนเทียน ก็สามารถเข้าจากทางเข้าด้านหลังได้เช่นกัน ทำให้ใช้รถใช้ถนนได้สะดวก แต่ด้วยจำนวนที่จอดรถที่มีเพียง 45% ก็อาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่พอเพียงตามมาได้นะครับ เนื่องจากทำเลนี้เหมาะกับคนที่ใช้รถมากกว่าคนที่ไม่ใช้รถ

ด้วยความที่ไม่อยู่ติดถนนใหญ่ จึงต้องออกไปเรียกรถสาธารณะที่ถนนใหญ่ หากเป็นช่วงกลางวันการเดินเท้า 500 เมตรออกไปหน้าปากซอยรับรองว่าไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าเป็นช่วงกลางคืนนั้นกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะในซอยนั้นมีที่ดินว่างเปล่าค่อนข้างเยอะ จึงมีจุดที่น่าระวังว่าจะเป็นอันตรายอยู่หลายแห่ง ผมจึงแนะนำว่าถ้าจะเดินทางในช่วงกลางคืนควรจะเรียก Taxi ให้มารับมาส่งที่หน้าโครงการเลยจะปลอดภัยกว่ามาก ยกเว้นเสียแต่ว่าซอยนี้ถูกพัฒนาขึ้นจนคึกครื้น สามารถเดินไปไหนมาไหนได้อย่างไม่น่ากลัวในอนาคต

วัสดุต่างๆจัดมาให้เป็นแบบ Fully Furnished แต่ด้วยเกรดและคุณภาพของวัสดุก็คงจะไม่ใช่ระดับพรีเมี่ยม ซึ่งในจุดนี้แบรนด์ modernform ก็มีส่วนเป็นเครื่องยืนยันให้ลูกบ้านอุ่นใจได้ระดับหนึ่ง ว่าอย่างน้อยทางโครงการก็ไม่ได้ใช้วัสดุที่ผลิตมาอย่างไร้มาตรฐาน เช่นกันกับห้องน้ำที่เป็นแบรนด์มาตรฐาน American Standard

แบบห้องนั้นเรียกว่าแตกต่างกันมาก ในความเห็นส่วนตัวผมมองว่าห้องแบบ 28 ตารางเมตร ออกแบบมาได้ด้อยกว่าห้องแบบ 32 ตารางเมตรมาก ทั้งในฟังก์ชั่นเรื่องความอยู่สบายและความเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่นฟังก์ชั่นครัวที่เห็นได้เด่นชัด ห้อง 28 ตารางเมตรมีครัวเล็กมาก มีเพียงซิงก์อย่างเดียวบนพื้นที่ท๊อปครัวแคบๆแทบจะวางอะไรไม่ได้เลย ขนาดเตาไมโครเวฟยังต้องเอาไปวางไว้บนตู้เย็น และตู้เก็บของก็ออกแบบมาโล่งๆ วางอะไรไม่ค่อยได้ ทางโครงการเอาโต๊ะกินข้าวมาวางข้างๆครัวแทนเพื่อประหยัดพื้นที่ท๊อป … แต่ในห้อง 32 ตารางเมตรนั้น ได้ครัวจัดเต็ม วัสดุครบชุด ทั้งเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ซิงก์ และที่วางไมโครเวฟ มีโต๊ะทานข้าวแยกให้เป็นสัดส่วน ตู้เก็บจานแยกต่างหาก และฟังก์ชั่นอื่นๆเช่นระเบียงและห้องนอนที่ลงตัวกว่ามาก ซึ่งหากไม่จำเป็นจริงๆถ้าไม่ติดขัดเรื่องงบประมาณที่จำกัดมากๆ ทางเราแนะนำให้เลือกห้อง 32 ตารางเมตรนะครับ

แบบของตัวตึกนั้นดีไซน์ออกแบบมาได้ทันสมัย เน้นความสวยงามของ Facade หรือผนังตึกที่เห็นจากภายนอก ทำให้เวลาก่อสร้างจริงแล้ว หากทำได้เหมือนสำนักงานขาย ตัวตึกคอนโดมิเนียม Serrano นี้ก็จะเด่นเป็นสง่ากว่าใครในซอย ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับทีมออกแบบที่แม้ว่าจะเป็นคอนโดในตลาด Economy ก็ยังทำให้รูปลักษณ์ออกมาดูดีทันสมัยครับ

สุดท้ายคงจะเป็นเรื่องสาธารณูปโภค ที่เป็นจุดเด่นของโครงการนี้ … ซึ่งมีโครงการ Low Rise ไม่มากนัก ที่ทำ Club House แยกต่างหาก ฟังก์ชั่นครบ ใช้งานได้จริง ดีไซน์สวยงาม เหมาะสมสำหรับการเดินข้ามตึกมาใช้พักผ่อน ตรงนี้คงจะเป็นจุดขายหลักของโครงการเซอราโน่กันเลย

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 52,000 บาทต่อตารางเมตร, 10 Oct 2013

  • ทำเล 7.5/10 – อยู่ในซอย 500 เมตรจากถนนใหญ่ ไม่ค่อยเป็นชุมชน แต่อยู่ใกล้ห้างสรรพสินค้า
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – มีทางลัดเลาะมากมาย กลับรถเข้าโครงการที่เซ็นทรัลได้เลย มีปัญหารถติดเป็นช่วงเวลา ที่จอดรถเพียง 45%
  • ไม่ใช้รถ 7/10 – กลางวันเดินไปห้างสะดวก กลางคืนค่อนข้างเปลี่ยว เรียกรถสาธารณะยากกว่าโครงการที่ติดถนนใหญ่
  • วัสดุ 8/10 – Fully Furnished จัดมาครบ
  • แบบ 7/10 – แบบห้อง 32 ตารางเมตรลงตัวกว่าแบบ 28 ตารางเมตรมาก ตัวตึกดูทันสมัย
  • สาธารณูปโภค 9/10 – มี Club House แยกต่างหาก ออกแบบมาได้สวย ฟังก์ชั่นต่างๆครบครัน

  • ECONOMY CLASS
  • 7.73 / 10.00

BOTTOM LINE

Serrano Condominium เหมาะสำหรับคนที่กำลังหาคอนโดมิเนียมขนาดเล็กในโซนพระราม 2 ด้วยงบประมาณ 1 ล้านกว่าๆ ไม่เกิน 2 ล้านบาท กำลังผ่อนต่อเดือนแถวๆ 10,000 บาทบวกลบ ที่สามารถเดินไปยังเซ็นทรัลพระราม 2 ได้และมีสาธารณูปโภคให้ใช้งานครบครัน แลกกับทำเลที่อยู่ในซอยไม่ได้ติดถนนใหญ่

รบกวนทุกท่านช่วยกันคอมเม้นท์เพิ่มเติมหน่อยนะครับ เผื่อจะได้มีประโยชน์กับผู้อ่านท่านอื่นๆในอนาคต