รีวิวฉบับที่ 2025 …  Quintara Kynett รัชดา 12 เป็นคอนโด Low Rise โครงการล่าสุดจาก Eastern Star ที่มาใจกลางถนนรัชดาภิเษก สิ่งที่น่าสนใจคือเป็น Low Rise ใกล้รถไฟฟ้าห้วยขวาง 400 เมตร และห่างจากถนนใหญ่อย่างถนนรัชดาภิเษกเพียง 90 เมตร อีกจุดที่น่าสนใจคือการออกแบบหน้าตาอาคารที่ได้บริษัท IDIN Architects มาออกแบบ และฟังก์ชันห้องที่ได้เป็นห้องหน้ากว้างทุกยูนิตเลย ราคาเริ่มต้นโครงการนี้อยู่ที่ 2.59 ล้านบาทค่ะ ไปดูรายละเอียดโครงการนี้พร้อมๆกันเลยดีกว่าค่ะ

ข้อมูลโครงการ

07 January 2020

  • Quintara Kynett Ratchada 12 (ควินทารา คีเนท รัชดา 12)
  • EASTERN STAR REAL ESTATE PCL
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ซอยรัชดาภิเษก 12 เขตห้วยขวาง
  • ที่ดินประมาณ 2-1-79.5 ไร่
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 310 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด อาคาร A – 22 ยูนิต , อาคาร B – 24 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 118 คัน คิดเป็น 38% (ไม่รวมซ้อนคัน)
  • เริ่มก่อสร้าง :  มีนาคม 2563 เมษายน 2564 (Update May 2020)
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ตุลาคม 2564 ตุลาคม 2565 (Update May 2020)
  • 1 Bedroom 28 – 34 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 1 Bathroom 41 – 44 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 2 Bathrooms 47 – 54 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท (1 Bedroom 28 ตร.ม.) / หรือตร.ม.ละ 92,500 บาท (ห้อง Promotion วันเปิดตัวค่ะ ส่วนราคาจริงจะอยู่ที่ 2.9x ล้านบาท)
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 11x,xxx บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • ว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 091 949 0000

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มค่ะ

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.774730, 100.574668
หรือสามารถคลิกที่นี่ 

แผนที่จากทางโครงการค่ะ Quintara Kynett รัชดา 12 เป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 12 ฝั่งขาเข้าเมือง ใกล้กับ MRT สถานีห้วยขวางระยะทางประมาณ 400 เมตร ถือว่าเดินสะดวกค่ะ

Quintara Kynett รัชดา 12 เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในย่านรัชดาภิเษก ที่ในระยะหลังเริ่มมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้กันมากขึ้น โดยบริเวณถนนเส้นนี้ถือว่าเป็นย่านที่มีความหลากหลายสูง ทั้งที่ทำงาน ที่อยู่อาศัยเดิม ตลาด ชุมชน สถานศึกษา โดยเฉพาะแยกรัชดาฯ – ห้วยขวาง (MRT ห้วยขวาง) ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมากในเรื่องของที่อยู่อาศัยและอาหารการกิน มีหอพัก, Apartment และ คอนโดมิเนียมอยู่มาก และเป็นย่านที่เรียกได้ว่ามีความคึกคักตลอด 24 ชม.เลยค่ะ ซึ่งเรื่องอาหารการกินนี้เองที่เราว่าเป็นจุดเด่นของทำเลนี้ เลยเป็นจุดเด่นของโครงการ Quintara Kynett รัชดา 12 นี้ด้วย เพราะโครงการนี้ตั้งอยู่ใกล้สี่แยกรัชดาฯ – ห้วยขวาง ไม่เกิน 500 เมตร ทำให้เราสามารถเดินเล่นหาของกินแถวตลาดห้วยขวางตอนเที่ยงคืนได้สบาย แต่ถ้าชอบตลาดนัดหรือห้างร้านที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย นั่งมา 1 สถานีตรงสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ก็จะมีทั้งตลาดรถไฟรัชดาฯ , The Street (เปิด 24 ชม.), Esplanade รัชดาฯ และ Hypermarket อย่าง Big-C รัชดาฯ อยู่ด้วยค่ะ

Quintara Kynett รัชดา 12  ตั้งอยู่ใกล้กับแยกรัชดาฯ – ห้วยขวางอย่างที่บอกไป และยังเป็นฝั่งขาเข้ามุ่งไปยังพระราม 9 และอโศกได้สะดวก หรือจะออกไปยังลาดพร้าวก็ไม่ไกล นอกจากนี้ในแง่การใช้ถนนหนทาง ทำเลห้วยขวางเป็นอีกทำเลหนึ่งที่มีทางลัดเลาะค่อนข้างมาก ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ , เทียนร่วมมิตร , ประชาอุทิศ , สุทธิสารวินิจฉัยสามารถเชื่อมต่อกันได้หมด ไปทางสี่แยกเหม่งจ๋ายก็ออกไปยังถนนประดิษฐ์มนูธรรมเข้าเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ได้เลยค่ะ แต่สิ่งที่ควรคำนึงถีงเวลาเดินทางคือเรื่องการจราจรบนถนนรัชดาฯนี้เองค่ะ เพราะช่วงเข้า-ออกงานรถเยอะถือว่าเป็นเรื่องปกติ ตอนดึกๆจะมีทัวร์จีนอยู่หน้าตลาดรถไฟด้วยทำให้รถติดอีกเช่นกัน ดังนั้นถ้าจะต้องใช้รถใช้ถนนต้องเผื่อเวลากันให้ดีๆ หรือจะเลือกใช้รถไฟฟ้า MRT อาจจะสะดวกกว่านะคะ

คอนโดใกล้รถไฟฟ้าถือเป็นโครงการที่มักจะได้รับความสนใจอยู่ตลอดเวลา Quintara Kynett รัชดา 12 ตัวนี้เราถือว่าเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าในระยะที่เดินเท้าไปได้สบายอยู่ค่ะ (ประมาณ 400 เมตร) โดยรถไฟฟ้าที่ใกล้กับโครงการจะเป็น MRT สถานีห้วยขวาง สายสีน้ำเงินที่เปิดให้บริการมานานแล้ว และเป็นสายที่ได้ใช้ไปไหนมาไหนภายในเมืองได้สะดวกค่ะ นอกจากนี้นั่งไป 3 สถานีก็จะเป็นสถานีเพชรบุรี ที่ไปเชื่อมต่อกับ Airport Rail Link สถานีมักกะสัน นั่งไปยังสุวรรณภูมิได้สบาย หรือจะไปลงที่สถานีสุขุมวิท เปลี่ยนไปใช้งานรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก นั่งเข้าสยามก็ถือว่าไม่ลำบากค่ะ

โดยภาพรวมจุดเด่นของทำเลโครงการ  Quintara Kynett รัชดา 12 นี้คือ
1) ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบสถานีห้วยขวาง อาหารการกินในระยะเดินเท้าง่าย
2) เป็นคอนโด Low Rise ที่เดินเท้าไปรถไฟฟ้า MRT ห้วยขวางเพียง 400 เมตร
3) สถานี MRT ห้วยขวางเป็นสถานีที่ไม่ไกลกับจุด Interchange ไปยังรถไฟฟ้า BTS และ Airport Rail Link
4) ถนนรัชดาภิเษกเป็นถนนเส้นสำคัญที่ใช้เดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวก

เส้นทางการเดินทาง

Quintara Kynett รัชดา 12 อยู่ในซอยรัชดาฯ 12 ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สถานีห้วยขวางนะคะ ดังนั้น เราจะพาคุณผู้อ่านเดินไปโครงการจากสถานีรถไฟฟ้ากัน เส้นทางเป็นอย่างไร ไปดูกันค่ะ

Image 1/13
เริ่มต้นกันที่รถไฟฟ้า MRT สถานีห้วยขวางนะคะ ออกทางออกที่ 2 ค่ะ

เริ่มต้นกันที่รถไฟฟ้า MRT สถานีห้วยขวางนะคะ ออกทางออกที่ 2 ค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ซอยรัชดาฯ 12 เป็นซอยตันค่ะ โดยภายในซอยสภาพแวดล้อมจะเป็นที่อยู่อาศัยเป็นหลัก มีทั้ง Apartment หอพัก และบ้านพักอาศัยอยู่ภายในซอย ตัวโครงการจะอยู่ไม่ไกลจากปากซอยมากนัก (ระยะทางประมาณ 90 เมตร) ถือว่ายังเป็นช่วงต้นซอยที่ได้ความสะดวกสบายแบบไม่ต้องเรียกรถสาธารณะเพื่อเข้าไปยังโครงการ และยังมีอาหารการกินอยู่มาก โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-eleven ที่ห่างออกไปนิดเดียวเท่านั้นค่ะ แต่ด้วยความที่เป็นหอพักและ Apartment เยอะ ดังนั้นอาจจะคาดหวังเรื่องวิวไม่ได้ และอาจจะเจอกับรถที่จอดอยู่ข้างทางภายในซอยได้เช่นกัน ดังนั้นโครงการนี้จึงเหมาะกับคนที่ใช้รถสาธารณะเป็นหลักค่ะ

ทิศตะวันตก ติดกับคอนโดมิเนียม Diamond รัชดาฯ สูง 31 ชั้น ที่ชั้นล่างๆจะเป็นตำแหน่งที่จอดรถนะคะ ตั้งนั้นห้องที่หันฝั่งนี้จะไม่เจอกับห้องตรงข้ามระยะประชิดนะ

ทิศเหนือ จะเป็นทางเข้าออกหลักของโครงการ ติดกับซอยรัชดาภิเษก 12 ฝั่งตรงข้ามจะเป็น Apartment ให้เช่า และคอนโดเล็กๆสูงประมาณ 8 ชั้นค่ะ

ทิศเหนือ เป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้นค่ะ ห้องพักที่อยู่อาคาร A รอบนอก เมื่อมองออกนอกหน้าต่างไปก็จะเจอกับห้องของคอนโดฝั่งตรงข้ามค่ะ

ทิศเหนือ ที่พักอาศัยอีก 1 โครงการที่อยู่ติดกันค่ะ

ตัวโครงการจะตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนเลย ในซอยนี้ด้านในก็จะมีห้องเช่าและ Apartment ให้เช่าอีกเยอะเลยค่ะ

เลี้ยวขวามาจากซอยรัชดาฯ 12 (ทิศตะวันออก) เข้าไปจะเป็นที่พักอาศัย 1-2 ชั้นเป็นส่วนใหญ่ค่ะ มีบรรยากาศเป็นชุมชนอยู่บ้าง มีร้านอาหารต่างๆบ้างด้านใน

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ 

  • Esplanade รัชดาฯ ~ 1.6 Km.
  • ตลาดรถไฟ รัชดาฯ ~ 1.7 Km.
  • Big-C Extra รัชดาภิเษก ~ 2 Km.
  • The Street รัชดาฯ ~ 2.1 Km.
  • Central Plaza พระราม 9 ~ 2.2 Km.
  • ฟอร์จูน ทาวน์ ~ 2.3 Km.
  • โรงพยาบาลพระรามเก้า ~ 3.5 Km.
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ~ 3.8 Km.
  • Show DC ~ 4.1 Km.
  • Terminal 21 อโศก ~ 5 Km.
  • Singha Complex ~ 5.3 Km.

รายละเอียดโครงการ

ถนนรัชดาภิเษกถือว่าเป็นถนนวงแหวนรอบในของกรุงเทพฯที่เก่าแก่ที่สุดก็ว่าได้ เป็นถนนที่มีการเคลื่อนไหว หรือมีผู้คนสัญจรผ่านไปมาตลอดเวลา จากตัวถนนหรือทำเลที่ตั้งของโครงการนี้เอง จึงกลายมาเป็นแนวความคิดในการออกแบบโครงการ ความเคลื่อนไหว หรือ Kinetic กลายมาเป็น Kynett หรือชื่อโครงการนี้ค่ะ ดังนั้นหน้าตาของอาคารจึงออกแบบด้วยเส้นแนวเฉียงให้ดูตัวอาคารมี Movement หรือดูแล้วไม่นิ่งค่ะ

ที่เห็นได้ชัดคือการออกแบบ Facade หรือหน้าตาของอาคารค่ะ ถึงแม้จะเน้นเส้นสายเฉียง แต่ฟังก์ชันภายในอาคายังคงใช้งานได้ดังเดิมค่ะ โดยจะเลือกเล่นกับสีของกระจกที่ต่างไป และรูปร่างของผนังทึบโปร่งของระเบียง

Quintara Kynett รัชดา 12 ตั้งอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 12 บนที่ดินขนาดประมาณ 2 ไร่ครึ่งโดยโครงการนี้เป็นคอนโด สูง 8 ชั้น 2 อาคาร รวมทั้งสิ้น 310 ยูนิต ถือว่าเป็นโครงการขนาดไม่ใหญ่มาก เป็น Low Rise ที่ใกล้กับถนนใหญ่ด้วยค่ะ ซึ่งปกติแล้วโครงการ Low Rise ที่เราเจอ มักจะตั้งอยู่ในซอยลึก แต่โครงการนี้จะห่างจากถนนใหญ่อยู่ประมาณ 90 เมตร

โครงการนี้จะแบ่งออกเป็น 2 อาคาร อาคาร A มี 150 ยูนิต และอาคาร B มี 160 ยูนิต ทั้ง 2 อาคารจะเป็นรูปตัว L จัดวางชิดขอบที่ดินทำให้เกิด Court ตรงกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางและวิวหลักของอาคารค่ะ

ทางเข้าโครงการจะมีอยู่ทางเดียว ติดกับซอยรัชดาภิเษก 12 ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 90 เมตร ที่จอดรถจะจอดใต้อาคารค่ะ ไม่ Fix ที่จอดรถ สามารถจอดได้ทั้งใต้อาคาร A และ B เลยค่ะ โดยสามารถจอดรถได้ทั้งหมด 118 คัน หรือ 38% ค่ะ ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่ไม่เยอะนะคะ แต่ด้วยโครงการใกล้ถนนใหญ่และรถไฟฟ้า MRT สถานีห้วยขวาง ทำให้สะดวกเรื่องการใช้งานรถสาธารณะ เหมาะกับคนที่ใช้งานรถไฟฟ้าไปทำงานเป็นประจำ

Court ตรงกลางระหว่างอาคารจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งจะถูกวางเป็นสวนและสระว่ายน้ำ  พื้นที่ตรงนี้จะเป็นวิวให้กับห้องพักภายในโครงการด้วย ตัวสระจะเป็นระบบเกลือ มีขนาด 4.4 x 19.8 เมตร ลึก 1.2 เมตรค่ะ

ดีไซน์สระว่ายน้ำที่ปลายสุดฝั่งหนึ่งจะดีไซน์เป็นระบบน้ำล้น กลายเป็นน้ำตกเบาๆ ซึ่งด้านข้างจะเป็นสวนที่เรียกว่า Kynett Arena คนที่นั่งพักผ่อนตรงนี้ก็จะได้ยินเสียงน้ำไหลไปด้วยนะคะ สิ่งที่น่าสนใจในการออกแบบพื้นที่ส่วนนี้คือระดับของพื้นที่ส่วนกลางด้านในจะอยู่ระดับเดียวกับที่จอดรถ แต่จะมีการออกแบบผนัง หรือ พื้นที่สีเขียวที่กั้นแยกโซนเอาไว้ให้ ทำให้เวลาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางก็จะไม่เห็นที่จอดรถด้วย คนที่ใช้งานก็จะได้พักผ่อนเต็มที่ ลดเสียงและควันจากเครื่องยนต์ได้ด้วยนะคะ

ในส่วนพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆที่อยู่ภายในอาคารจะกระจายตัวอยู่ทั้งอาคาร A และอาคาร B ค่ะ ผู้อยู่อาศัยทั้ง 2 อาคารสามารถใช้งานร่วมกันได้ อย่างในรูปจะเป็นชั้น 2 ของอาคาร A พื้นที่นี้จะเรียกว่า Lounge ซึ่งจะมีบางส่วนออกแบบเป็นฝ้าเพดานสูง เปิดโล่งเห็นไปยังฟังก์ชันที่ชั้น 3 ที่เรียกว่า Energy Room หรือฟิตเนส ส่วนกลางที่อยู่ในอาคาร ก็สามารถมองออกไปเห็นวิวสระว่ายน้ำตรงกลางได้ด้วย

นอกจากนี้จะมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้นดาดฟ้าอีกนะคะ โดยจะเป็นพื้นที่กลางแจ้งทั้งหมด แต่ว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่ได้มีแค่สวนเท่านั้น ยังมีกิจกรรมและฟังก์ชันอื่นๆเพิ่มเติมขึ้นมาให้ เช่น Sky Active หรือว่าพื้นที่ออกกำลังกายชั้นดาดฟ้า ตรงนี้จะมีอุปกรณ์สำหรับชกมวยเตรียมไว้ให้ หรือว่าจะเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า Rooftop Bar ก็จะมีบาร์ให้มา เราสามารถมาจัดกิจกรรมสนุกๆ กินดื่มเล็กๆกับเพื่อนที่ชั้นดาดฟ้าได้ค่ะ ซึ่งที่ดาดฟ้านี้ทั้ง 2 อาคารสามารถเดินเชื่อมกันได้นะคะ

มาดูที่ผังพื้นอาคารกันค่ะ เริ่มกันที่ชั้น 1 ทางเข้าออกจะอยู่ที่ซอยรัชดาฯ 12 เข้า-ออกได้จุดเดียวนะคะ โดยอาคาร A จะเป็นอาคารแรกที่เจอ ส่วนอาคาร B จะอยู่ด้านในค่ะ ที่จอดรถมีความแปลกอยู่ตรงที่ ทางเดินรถที่อยู่ใต้อาคาร A และอาคาร B นั้นจะแยกจากกันไม่เชื่อมถึงกัน แต่ว่าในแง่การใช้งานสามารถใช้งานร่วมกันได้ คือเราอาศัยที่อาคาร A จะไปจอดใต้อาคาร B ก็สามารถทำได้ค่ะ แต่ว่าแต่ละอาคารจะแยกลิฟต์ออกจากกันค่ะ ดังนั้นเราอยู่อาคารไหน จอดใต้อาคารนั้นก็จะสะดวกกว่ากันมากเลย (เดินไปที่ Lobby ของอาคารตัวเองได้ง่ายกว่า) บริเวณ Lobby A จะมีความพิเศษกว่า Lobby B ตรงที่จะมี Smart Locker อยู่ตรงโถงลิฟต์ แต่พื้นที่ใต้อาคาร B จะมีพื้นที่จอดรถส่วนหนึ่งที่สามารถล้างรถได้ ข้อดีข้อเสียต่างกันไปนะคะ แล้วแต่คนชอบ ส่วนตรงกลางระหว่างอาคารจะเป็นพื้นที่สระว่ายน้ำ มีสวนที่เรียกว่า Arena เป็นที่นั่ง และพื้นที่ใต้อาคาร A จะมีห้องน้ำที่มี Steam Room ให้บริการด้วยค่ะ ส่วนฟังก์ชันใช้งานส่วนกลางอื่นๆที่อยู่ในอาคารจะมีทั้ง 2 อาคาร โดยเราสามารถเดินขึ้นจากส่วนกลางนี้ได้ค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเริ่มเป็นชั้นพักอาศัยค่ะ แต่ว่าจะมีฟังก์ชันที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางอยู่ทั้ง 2 อาคาร โดยที่อาคาร A จะมี Lounge อยู่ ส่วนอาคาร B จะเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า Functional Space และ Social Club ค่ะ ทั้งสองส่วนนี้ก็จะมีพื้นที่นั่งเล่นบรรยากาศผ่อนคลาย นั่งเล่น นั่งทำงานได้ สามารถมองมายังพื้นที่ส่วนกลางอย่างสระว่ายน้ำที่อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารได้ค่ะ ส่วนจำนวนห้องพัก ที่อาคาร A จะมีอยู่ 20 ยูนิตต่อชั้น ส่วนอาคาร B จะอยู่ที่ 22 ยูนิตต่อชั้นค่ะ

ส่วนที่ชั้น 3 ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางอีกเช่นกัน แต่จะเป็นพื้นที่ที่สามารถเดินขึ้นมาจากส่วนกลางชั้น 2 ได้ ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางชั้น 2 กับ 3 นี้ก็จะมีการออกแบบพื้นที่ที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ด้วย Double Volume ของ Lounge และ Function Space ทำให้พื้นที่ใช้งานดูโปร่งโล่งและเชื่อมถึงกันได้หมดเลยค่ะ โดยที่อาคาร A จะมีห้อง Energy Room หรือเป็นห้องฟิตเนสนั่นเอง ส่วนที่อาคาร B จะเป็น Game Room ฟังก์ชันก็ตามชื่อห้องเลย และก็จะมี Creator Studio ที่เป็นห้องสตูดิโอเล็กๆ ให้ใครอยากถ่ายรูปสินค้าลงขายออนไลน์ก็มาทำได้ หรือจะอัดคลิปวีดีโอรีวิวสินค้าต่างๆก็มาหยิบยืมใช้พื้นที่ตรงนี้ได้เหมือนกันค่ะ ในส่วนของห้องพักก็จะเหมือนกันกับที่ชั้น 2 เลยนะคะ

มาดู Typical Floor Plan กันค่ะ ชั้น 4-6 ผังจะเหมือนกันหมดเลยค่ะ โดยอาคาร A จะมีอยู่ 22 ยูนิตต่อชั้น ส่วนอาคาร B จะมีอยู่ 24 ยูนิตต่อชั้น เนื่องจากตัวอาคารเป็นรูปตัว L เลยจะวางตำแหน่งของลิฟต์ไว้ที่มุมของอาคารเพื่อความสะดวกในการใช้งานทั้ง 2 ฝั่งค่ะ ทางเดินของที่นี่จะเป็นทางเดินแบบ Double Corridor ที่จะมีห้องขนาบทั้งสองฝั่งทางเดินเลย ผังแบบนี้บางคนจะไม่ชอบห้องที่เปิดประตูไปเจอกับห้องฝั่งตรงข้ามนะคะ เพราะจะมีประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวด้วย เช่น ไม่อยากให้ห้องตรงข้ามแอบมองเข้ามาภายในห้องเรา หรือไม่อยากให้รู้ว่ามีแขกใครมาเยี่ยมเรา เป็นต้นค่ะ ส่วนตัวทางเดินจะมีการออกแบบปลายทางเดินและบริเวณโถงลิฟต์ให้มีหน้าต่าง เอาไว้เป็นช่องแสง ช่วยระบายอากาศและความชื้นบริเวณทางเดินได้ด้วย

ในส่วนการจัดวางห้อง โครงการนี้จะมีห้องอยู่ 2 แบบหลักๆคือห้อง 1 Bedroom กับห้อง 2 Bedrooms โดยห้อง 2 Bedrooms จะมีทั้งห้องที่อยู่มุมอาคารและอยู่ตรงกลาง คละๆไปกับห้องแบบ 1 Bedroom ซึ่งเราชอบเหมือนกันนะคะ เพราะห้องด้านในที่จะได้วิวสระว่ายน้ำนั้น ก็จะมีห้องแบบ 1 Bedroom ให้เลือกด้วย ไม่ใช่จะเก็บวิวที่ดีไว้ขายห้องขนาดใหญ่อย่างเดียวค่ะ

ที่ชั้น 7-8 เรื่องของตำแหน่งและรูปแบบห้องจะเหมือนกับชั้น 4-6 เพียงแต่อาคาร B จะมีจำนวนยูนิตลดลง 2 ยูนิต ดังนั้นทั้งสองอาคารจะมีอยู่ 22 ยูนิตต่อชั้นเท่ากันแล้วค่ะ

ส่วนชั้นดาดฟ้าก็จะจัดไว้เป็นสวนและพื้นที่ส่วนกลางที่มีฟังก์ชันใช้งาน ที่อาคาร A จะมี Sky Active จัดไว้เป็นพื้นที่ที่เราสามารถมาต่อยมวยได้ เป็นพื้นที่กลางแจ้ง เหมาะกับการมาใช้งานตอนเย็นๆแดดร่มลมตกนะคะ และทั้งสองอาคารสามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ โดยจะมี Sky Connect เป็นสะพานเชื่อมระหว่าง 2 อาคารเข้าด้วยกัน ส่วนที่อาคาร B จะมีฟังก์ชันที่เรียกว่า Sky Ease และ Rooftop Bar ที่เราสามารถขึ้นมานั่งเล่น เดินเล่น และชวนเพื่อนขึ้นมานั่งกินดื่มบริเวณดาดฟ้าได้ค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1

  • Kynett Pool ระบบเกลือ ขนาด  4.4×19.8 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • Kynett Arena
  • Smart Locker & Storage (อาคาร A)
  • AUTO SERVICE (พื้นที่ล้างรถ,เติมลม)
  • Lobby แยกอาคาร A และ B
  • Steam Room (อาคาร A)

  • ชั้น 2
    • Lounge (อาคาร A)
    • Social Club (อาคาร B)
    • Functional Space (อาคาร B)

  •  ชั้น 3
    • Energy Zone (อาคาร A)
    • Game Room (อาคาร B)
    • Creator Studio – พื้นที่สำหรับถ่ายภาพหรือถ่ายทำวีดีโอ(อาคาร B)

  • Rooftop
    • Sky Ease (อาคาร B)
    • Kynett Sky Active – พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง (อาคาร A)
    • Rooftop Bar (อาคาร B)
    • Sky Connnect – สะพานเชื่อมอาคารที่ชั้นดาดฟ้า

  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์อาคาร A 75 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์อาคาร B 80 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 118 คัน คิดเป็น 38% (ไม่รวมซ้อนคัน)
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card / Finger Scan / Face Scan
  • แบบห้อง

    มาดูที่รูปแบบห้องพักกันค่ะ โครงการนี้ห้องจะเริ่มต้นที่ 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม.ไปจนถึง 34 ตร.ม. และห้อง 2 Bedrooms ขนาด 41 – 54 ตร.ม.ค่ะ รวมแล้ว 310 ยูนิต ส่วนรูปแบบการขายของที่นี่จะมีทั้งแบบ Fully Furnished และ Fully Fitted ค่ะ ราคาห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์จะต่างกับห้อง Fully Fitted อยู่ที่ 100,000 – 150,000 บาทโดยประมาณ แต่จะได้ห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋ครบ พร้อมอยู่เลย โดยวันนี้เรามีห้องตัวอย่าง 1 ห้องที่จะพาไปดู เป็นห้อง 1 Bedroom 28 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นภายในโครงการนี้ค่ะ

    1 Bedroom 28 sq.m.

    ห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม.ห้องนี้ถือว่าจัด Layout ออกมาดีเลยนะคะ เพราะว่าได้เป็นห้องหน้ากว้างและฟังก์ชันหลักๆภายในห้องก็จะได้ครบเลย เมื่อเข้าห้องมาจะเป็นห้องครัวที่ได้เป็นครัวปิดเครื่องดูดควันก็เป็นแบบดูดออกนอกอาคารด้วยค่ะ ทำให้เรื่องการระบายกลิ่นควันจากการทำอาหารดีกว่าเครื่องดูดควันแบบที่เป็นระบบหมุนเวียน ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่  Living Area ที่เราสามารถจัดมุมรับประทานอาหารขนาด 2 ที่ไว้ข้างหน้าต่างได้ด้วย อาจจะลำบากเดินข้ามโซฟาไปนิดหน่อย แต่ถ้าไม่ได้มีโต๊ะหน้าโซฟาก็ถือว่าเดินสบายอยู่ ด้วยความที่ห้องนี้จะได้เป็นห้องหน้ากว้าง ทำให้จาก Living Area ไปยังห้องนอนจะเป็นบานเลื่อนกระจกอีกเช่นกัน ซึ่งจุดที่น่าสนใจของห้องนี้คือการออกแบบประตูที่ใช้กั้นในแต่ละโซน โครงการจะเลือกใช้บานเลื่อนกระจกที่เปิดได้สองทางหมดเลย ทั้งจากครัว-ห้องนั่งเล่น , ห้องนั่งเล่น-ห้องนอน และห้องนอน-ระเบียง ทำให้เมื่ออยู่ในห้องแล้ว เวลาเราใช้งานพื้นที่แต่ละส่วนก็จะรู้สึกกว้างกว่าขนาดที่จริงด้วยค่ะ เหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่กว้าง แต่ก็ชอบการใช้งานที่สามารถแยกเป็นสัดส่วนได้ ถ้ามีเพื่อนมาบ้านบ่อย แต่ก็ยังอยากได้ความ Private ของห้องนอน เราอาจจะติดสติ๊กเกอร์ขุ่นที่ประตูบานเลื่อนกระจกเพิ่ม เพื่อไม่ให้เพื่อนมองเข้ามาในห้องนอนเราก็ได้นะคะ ส่วนฟังก์ชันของห้องนอน ห้องน้ำ และระเบียงจะอยู่ฝั่งเดียวกันหมด ถือว่าขนาดใช้งาน 1-2 คนกำลังดีค่ะ

    ห้องตัวอย่างของที่นี่จะมีหน้าตาเฟอร์นิเจอร์ที่ให้จริงสำหรับคนที่เลือกห้องแบบ Fully Furnished ไว้นะคะ เดี๋ยวเราไปดูกัน

    มาดูที่ห้องตัวอย่างกันค่ะ ส่วนแรกที่เราจะเจอเลยคือห้องครัวค่ะ โดยจะเห็นประตูบานเลื่อนกันแยกพื้นที่ระหว่างห้องครัวกับ Living Area ที่อยู่ด้านในนะคะ

    ประตูเข้า-ออกห้องพักจะติดตั้ง Digital Door Lock ของ Colt มาให้ค่ะ เป็นรุ่นที่สามารถเข้า-ออกได้หลายวิธีนะคะ มีทั้งกุญแจ / Keycard / Passcode / Finger Print / IC Card (Rabbit Card หรือบัตร MRT) และสามารถ Set 1 Time Password เป็น Password ที่สามารถใช้ได้ครั้งเดียวเพื่อส่งไปให้แม่บ้าน หรือเพื่อนที่มาเยี่ยมบ้านสามารถเข้ามาที่ห้องพักเราได้ค่ะ

    Digital Door Lock นี้จะมี Application แยกใช้งานให้โดยเฉพาะค่ะ ชื่อว่า TTLock เราสามารถจัดการได้เองเลย

    นอกจากนี้ภายในโครงการจะมีระบบ Home Automation มาให้ด้วยค่ะ ชื่อว่า E-Control ควบคุมการเปิด-ปิดไฟ, แอร์ ผ่าน Application ได้เลย สามารถติดตั้งระบบควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นที่สามารถผูกกับระบบ IOTs ได้หมด (แต่ติดตั้งทีหลังนะคะ) เช่น ทีวี,ผ้าม่าน ,เครื่องเสียง เป็นต้นค่ะ โดยเราสามารถ Set Scene ได้ด้วยเช่น กำหนดฉากหลังตื่นนอน แอร์จะปิด ไฟห้องน้ำจะเปิด ม่านจะเปิด เป็นต้นค่ะ

    มาดูที่วัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่ให้มาภายในห้องกันบ้าน เข้ามาในห้อง อันดับแรกเราจะเจอกับครัวค่ะ โดยพื้นที่ภายในครัวจะมีขนาด 2.4 x 1.5 เมตรค่ะ พื้นบริเวณครัวจะได้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้

    จากประตูทางเข้าเราจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ฝั่งค่ะ มีทางเดินตรงกลาง ขนาดทางเดินกว้างประมาณ 1.1 เมตร ถือว่าเป็นระยะที่เดินสะดวกนะคะ สะพานกระเป๋าหรือหิ้ว Shopping Bag หลายๆถุงเข้าห้องก็ยังไม่ชนกับอะไร

    ฝั่งหนึ่งจะเป็นตำแหน่งวางตู้เย็นและชั้นวางรองเท้าค่ะ ในห้องจริงผนังจะมีติด Wallpaper ให้ด้วยนะคะ แต่จะไม่ได้ตกแต่งแบบในห้องตัวอย่าง

    ถึงแม้ผนังและโครงตกแต่งจะไม่ได้ให้มา แต่ถ้าใครซื้อห้องที่เป็นแบบ Fully Furnished จะได้ชั้นวางรองเท้าขนาด 40×60 cm. สูง 90 cm. หน้าตาแบบนี้มาค่ะ ด้านบนตู้เราอาจหาถาดมาวางจดหมาย กุญแจต่างๆได้นะคะ เข้า-ออกบ้านจะได้ไม่หลงลืม

    ส่วนอีกฝั่งจะได้มาเป็นเคาน์เตอร์ครัว กว้าง 1.5 เมตร

    Top ของเคาน์เตอร์จะให้เป็นหิน Terrazzo ค่ะ ด้านหลังติดกระจกเป็น Back Splash เวลาทำอาหารก็จะทำความสะอาดควัน คราบอาหารได้ง่ายขึ้น

    ชุดครัวเช่นอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันจะได้ของ MEX ค่ะ เครื่องดูดควันเป็นแบบต่อท่อออกนอกอาคารด้วย ซึ่งจะระบายอากาศได้ดีกว่าระบบหมุนเวียนนะคะ และที่เราชอบคือบนอ่างล้างจานจะมีราวสำหรับแขวนผ้าเช็ดโต๊ะ หรือว่าอุปกรณ์ครัวได้ด้วย รวมถึงปลั๊กไฟที่เดินระบบให้มา ทำให้เราสามารถใช้งานหม้อหุงข้าว กาต้มน้ำได้สะดวกขึ้น บนเคาน์เตอร์ก็ยังพอมีพื้นที่เหลือให้วางอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้อยู่เหมือนกันค่ะ

    นอกจากนี้ยังมีตู้เก็บของทั้งด้านบนและใต้เคาน์เตอร์ทำมาให้เรียบร้อย ด้านบนวางของชิ้นใหญ่ๆแบบหม้อ, จาน, ชาม หรือแก้วทรงสูงใต้ ส่วนข้างล่างจะมีตำแหน่งให้วางไมโครเวฟ มีลิ้นชักวางช้อนส้อม และสามารถนำถังขยะมาวางไว้ใต้อ่างล้างจานได้ด้วยนะคะ

    จากครัวไปยัง Living Area จะกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอนนะคะ บานกระจกใส เปิดเลื่อนได้ 2 ฝั่ง ขนาดของบานกว้างเต็มความกว้างห้องและสูง 2.2 เมตรค่ะ

    แอบเห็นสวิตช์ไฟของห้องจะได้เป็นแบบระบบสัมผัสแบบนี้ค่ะ

    มาดูที่ส่วนต่อมา Living Area กันค่ะ เนื่องจากห้องนี้เป็นห้องหน้ากว้างที่มีจุดเด่นเรื่องการเชื่อมต่อของพื้นที่ต่างๆด้วยประตูบานเลื่อนกระจก ทำให้ภายในห้องดูกว้างมากขึ้นค่ะ

    พื้นที่ส่วน Living Area และห้องนอนจะมีความสูงที่สูงขึ้นอยู่ที่ 2.6 เมตร จุดที่น่าสนใจอีกจุดคือจะมีขอบปิดรางผ้าม่านทำมาให้แล้วด้วยนะคะ ทำให้เวลาเราติดตั้งผ้าม่านก็จะไม่เห็นตัวราง ภายในห้องก็ดูเรียบร้อยมากขึ้น

    ภายในห้องวัสดุพื้นจะเปลี่ยนเป็นพื้นลามิเนตลายไม้ค่ะ พื้นที่ส่วน Living Area จะมีขนาดอยู่ที่ 2.4 x 3.85 เมตรค่ะ

    ในห้องแบบ Fully Furnished จะได้โซฟาหน้าตาแบบนี้เลยนะคะ ขนาดประมาณ 1.60 เมตร

    ส่วนผนังฝั่งตรงข้ามโซฟาจะเป็นผนังทึบ​ ซึ่งถ้าใครซื้อห้องแบบ Fully Fitted ไป เราอาจจะทำ Built-in เต็มผนังเลยก็ได้ ก็จะได้พื้นที่เก็บของเยอะขึ้นตาม

    แบบพื้นที่โล่งตรงนี้ก็จะหาชั้นวางของมาวางเพิ่มได้นะคะ

    ส่วนห้องแบบ Fully Furnished จะมีชั้นวางทีวีให้มา หน้าบานเป็นบานเปิดสวิง มีชั้นวางของให้เห็นแบบในรูป ขนาดจะอยู่ที่ 1.35 x 0.40 เมตร

    พื้นที่ริมหน้าต่างจะมีส่วนที่เป็นผนังทึบอยู่ 2 ด้าน ดูเป็นมุมส่วนตัวขึ้นมา เหมาะกับการจัดเป็นโต๊ะกินข้าว 2-3 ที่นั่งได้เลย

    สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มาจะเป็นโต๊ะขนาด 0.70 x 0.70 เมตร ดีไซน์โต๊ะและเก้าอี้ตามนี้เลยค่ะ สีเขียวนี้ดูสวยแปลกตาดีนะคะ

    พื้นที่ตรงนี้จะมีหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดใหญ่อยู่ ช่วยระบายอากาศภายในห้องได้

    ในห้องแบบ Fully Furnished นี้จะไม่มีโต๊ะกลางหน้าทีวีมาให้ ทำให้ทางเดินจะมีขนาดอยู่ที่ 1.15 เมตร สามารถเดินไปมาได้สบายเลย เราอาจซื้อโต๊ะกลมเล็กๆแบบเลื่อนสะดวกมาวางไว้ข้างๆโซฟาได้นะคะ ถ้าไม่ใช้งานก็เลื่อนเก็บเข้ามุม ไม่เกะกะพื้นที่ด้วย

    ส่วนประตูห้องนอนจะเป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน ตัวบานเป็นประจกใส เปิดได้ 2 ฝั่งค่ะ ใครกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว อาจจะหาสติ๊กเกอร์ขุ่นมาแปะเพิ่ม จะแปะเต็มบานหรือแปะคาดแนวนอนบางส่วนบังเฉพาะตำแหน่งสายตาก็ได้นะคะ

    มาดูภายในห้องนอนกันค่ะ ห้องนอนนี้จะเชื่อมต่อกับส่วนที่เป็นระเบียงของห้อง โดยที่ประตูไปยังระเบียงนั้นจะไม่ได้กว้างสุดหน้ากว้างห้องนะคะ บริเวณตำแหน่งที่เป็นหัวเตียงจะมีผนังทึบอยู่ทำให้ความร้อนและแสงจากภายนอกไม่ส่องเข้ามาในห้องมากเกินไป คนที่นอนตื่นสายก็ไม่แสบตาจากแสงที่จ้า นอกจากนี้ผนังนั้นยังจะบังตำแหน่งที่ใช้วาง Condensing Unit อีกด้วย เมื่อมองจากภายในห้องออกไปก็ดูเรียบร้อยสวยงามค่ะ

    ห้องนอนจะมีขนาด 2.55 x 3.00 เมตรค่ะ ถ้าเลือกแบบ Fully Furnished ก็จะได้เตียงกว้าง 1.6 เมตรมา

    ขนาดนี้ถือว่าเป็นขนาดเตียงที่กำลังดีกับขนาดห้องนะคะ เพราะยังพอเดินรอบๆเตียงได้ด้วย ไม่ดูอึดอัดจนเกินไป อยู่คนเดียวสบายเลย แต่ถ้านอนสองคนอาจจะเบียดๆได้ไออุ่นมากหน่อย

    ตรงหัวเตียงของห้องนอนจะมีที่ชาร์จไฟแบบ USB ให้มาด้วยค่ะ

    ไปดูที่ระเบียงกันนะคะ ประตูระเบียงจะเป็นแบบบานเลื่อน 2 ตอน เปิดได้ 2 ฝั่งกว้าง 1.8 เมตร

    ขนาดระเบียงจะอยู่ที่ 2.5 x 0.70 เมตรค่ะ ใช้งานได้สะดวกอยู่นะคะ ตำแหน่งวาง Condensing Unit ก็สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ด้วยค่ะ เราจะเห็นว่านอกราวกันตกจะมีผนังเฉียงๆอยู่ ตรงนี้ที่เราบอกว่าเป็น Concept ของโครงการที่อิงกับชื่อว่า Kynett หรือความเคลื่อนไหว เลยจะเห็นผนังเฉียงๆแบบนี้ด้วยค่ะ

    ห้องนี้จะให้แอร์มา 2 ตัวขนาด 9,000 BTU ค่ะ แต่ถ้าเป็นห้องแบบอื่น จำนวนและขนาดแอร์อาจจะมีความแตกต่างออกไปตามรูปแบบของห้องนะคะ

    ส่วนหน้าห้องน้ำจะเป็นตำแหน่งตู้เสื้อผ้าค่ะ

    ตัวตู้จะเป็นแบบบานเลื่อน กว้าง 1.50 เมตร เป็นแบบบานเลื่อนก็จะได้ประโยชน์ตรงที่ไม่เสียพื้นที่ที่เป็นระยะสวิงของบานเปิดนะคะ ดีไซน์ของตู้หน้าบานก็จะเป็นกระจกเงา ด้านในก็จะมีชั้นวางของ ราวแขวน ลิ้นชักให้มา

    มาดูที่ห้องน้ำกันค่ะ ภายในห้องน้ำจะมีความสูงอยู่ที่ 2.3 เมตร พื้นและผนังจะกรุด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ค่ะ แยกพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งเอาไว้ให้

    เข้ามาจะเจอกับอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้งก่อนค่ะ

    ตรงนี้กระจกเงาจะได้เฉพาะที่เป็นเส้นประนะคะ โดยปาดมุมเฉียงเข้ากับแนวความคิดของโครงการด้วย ใต้กระจกจะมีผนัง Low wall ที่สามารถวางข้าวของเครื่องใช้ได้

    อ่างล้างมือจะได้ของ HAFELE จุดที่หน้าสนใจคืออุปกรณ์ Fitting ต่างๆ เช่นก๊อกน้ำจะได้สีดำดูเก๋ไม่เบาเลยค่ะ ส่วนใต้อ่างล้างหน้าจะมี Built-in บังท่อน้ำไว้ และสามารถวางของได้ด้วย

    ส่วนโถสุขภัณฑ์ของจะเป็นของ HAFELE เหมือนกันนะคะ

    สายฉีดชำระสีดำเท่ห์

    มาดูพื้นที่ส่วนเปียกกันต่อ ตรงนี้จะมีฉากกั้นอาบน้ำให้มาด้วยค่ะ เป็นกระจกบานเลื่อน ในห้องน้ำก็จะมีช่องวางของที่อยู่ตรงผนัง วางสบู่ แชมพูได้เยอะเลยนะคะ

    ห้องอาบน้ำจะมีขนาด 1.03×1.16 เมตร ถือว่ากว้างเลยค่ะ อาบน้ำหมุนตัว เข้า-ออกสะดวก

    ฝักบัวแบบ Hand Shower ของ HAFELE สีดำดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกันทั้งห้อง

    เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะกับห้องนอน 1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นของโครงการ Quintara Kynett รัชดาฯ 12 ส่วนตัวมองว่าดีไซน์และฟังก์ชันให้มาโอเคเลยนะคะ ห้องนี้จะมีโปรโมชัน Lucky Draw ในวันเปิดตัวที่ 2.59 ล้านบาท ส่วนราคาห้องจริงเดาว่าอยู่ที่สามล้านต้นๆ (สอบถามกับทางโครงการกันอีกครั้งนะคะ)


    นอกจากห้องตัวอย่างที่มีให้ดูแล้ว เรามาดูแปลนห้องแบบอื่นๆที่มีในโครงการกันดีกว่าค่ะ เผื่อมีห้องไหนถูกใจผู้อ่านมากกว่านะ

    1 Bedroom 34 sq.m.

    ถ้าใครที่ชอบ Layout ของห้องตัวอย่างแล้วละ แต่ว่าขนาดยังเล็กเกินไป ข้าวของเราเยอะกว่านั้นมาก อยากได้โซฟาใหญ่ๆ เตียงกว้างๆ ห้องนอนปิดทึบก็ดี ห้อง 1 Bedroom 34 ตร.ม.จะเป็นห้องที่ตอบโจทย์คุณมากกว่าค่ะ การจัดวาง Layout ที่เหมือนเดิม แต่ว่าความลึกของห้องที่มีมากขึ้น และห้องนอนที่มีผนังปิดกั้นเป็นสัดส่วน เลยทำให้สามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ขึ้นได้ หรือว่ามีพื้นที่เก็บข้าวของได้มากขึ้นนั่นเอง

    2 Bedrooms 1 Bathroom 42 sq.m.

    ห้อง 2 Bedrooms 1 Bathroom นี้จะเหมาะกับผู้อยู่อาศัย 1-3 คนนะคะ ทำไมเราถึงบอกว่า 1 คนก็อยู่ได้เพราะว่าถ้าใครเป็น Freelance ทำงานที่บ้านเป็นประจำ หรือว่าทรัพย์สมบัติเยอะ อยากได้ห้องเก็บของเอาไว้เก็บเสื้อผ้า มี Walk-in Closet ขนาดใหญ่ ห้องนี้ก็จะตอบโจทย์คนที่อยู่ 1-2 คน เพราะว่าเราสามารถปรับห้องอเนกประสงค์มาเป็นห้องทำงานหรือห้องอื่นๆตามฟังก์ชันที่เราต้องการได้ แต่สำหรับครอบครัวเริ่มต้น มีลูก 1 คน หรือว่าครอบครัวที่เป็นพี่น้อง 2-3 คนอยู่ด้วยกัน ห้องนี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ

    อิงจากผู้อยู่อาศัยกันแล้ว ลองมาดูฟังก์ชันภายในห้องกันนะคะ ตัวห้องนี้จะเป็นห้องหน้ากว้าง แบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน เราจะเข้าห้องมาตรงกลาง เป็น Living Area ที่เราสามารถจัดโต๊ะกินข้าวไว้กลางห้องได้ มีโซฟานั่งเล่นอยู่ด้านใน ขวามือเป็นครัวปิด ส่วนซ้ายมือเป็นห้องน้ำ โดยห้องน้ำนี้จะเป็นห้องที่เข้า-ออกได้ 2 ทาง เพื่อให้สะดวกสำหรับใช้งานในห้องนอนใหญ่และเข้าจากพื้นที่อื่นๆของห้องได้ด้วย ในห้องนอนใหญ่สามารถวางเตียงใหญ่ได้ แต่ห้องนอนเล็กจะวางได้แค่เตียงแบบ 3 ฟุตครึ่งนะคะ จุดเดียวที่ติดสำหรับห้องนี้คือโต๊ะกินข้าวที่ไม่สามารถวางชิดผนังได้ ดังนั้นในกรณีที่จะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เอง อาจจะต้องวัดขนาดดีๆ อย่าลืมเผื่อระยะที่เราต้องเลื่อนเก้าอี้เวลาใช้งานด้วยนะคะ ไม่งั้นอาจจะไปขวางประตูใดประตูหนึ่งของห้องได้ค่ะ

    2 Bedrooms 2 Bathrooms 53 sq.m.

    มาดูห้อง 2 Bedrooms 2 Bathrooms กันค่ะ ถ้าเทียบกับห้องที่แล้วห้องนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าเกือบ 10 ตร.ม.เลย ทำให้มีห้องน้ำ 2 ห้อง และห้องนอน เป็นห้องนอนที่สามารถวางตียงใหญ่ได้ทั้งคู่เลยค่ะ ห้องนี้ เมื่อเข้ามาจะเจอกับครัว แต่ก็จะได้ครัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และห้องนอนเล็กที่สามารถเข้าห้องน้ำได้จากห้องนอนเลย และห้องน้ำนี้เข้า-ออกได้ 2 ทาง ทำให้พื้นที่ห้องนอนทั้งหมดได้ความเป็นส่วนตัวค่ะ

    2 Bedrooms 2 Bathrooms 54 sq.m.

    ห้องนี้จะมี Layout ที่ต่างออกไปเล็กน้อย ตรงที่เมื่อเข้าไปในห้องจะไม่เจอกับครัวนะคะ เป็น Living Area ยาวต่อเนื่องจากประตูทางเข้าไปยังหน้าต่างของห้องด้านในเลย ครัวอาจจะเล็กลง แต่ก็เหมาะกับครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับห้องนั่งเล่นมากกว่า ครัวอาจจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของคุณแม่ ที่อาจจะทำอาหารจริงจังจนรกได้ จะตั้งไว้ตรงประตูทางเข้าเลยก็อาจจะเขินแขกที่มาหาที่บ้านได้ค่ะ

    จุดสังเกตหนึ่งที่เราเห็นได้จากผังของทุกห้องคือ โครงการนี้จะไม่เน้นระเบียงห้องพักนะคะ อาจจะเพราะเป็นคอนโด Low Rise ด้วย รอบๆโครงการก็จะมีอาคารสูงในระดับเดียวกันอยู่มาก ในการใช้งานจริงจึงไม่เหมาะกับระเบียงใหญ่ๆ นั่งชมวิวเท่าไหร่ ดังนั้นระเบียงของโครงการนี้จึงเหมาะกับการทำหน้าที่วาง Condensing Unit วางเครื่องซักผ้า และตากผ้าค่ะ (รูปแบบห้องที่เป็น 2 Bedrooms จึงมีระเบียงที่ห้องนอนเล็กมากกว่าห้องนอนใหญ่ด้วยค่ะ ส่วนห้องนอนใหญ่ก็จะได้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องที่ใหญ่ขึ้นด้วย)

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคา

    07 January 2020

    • 1 Bedroom อาคาร A ชั้น 3 ขนาด 28 ตร.ม. ราคา 3.18 ล้านบาท หรือ 113,571 บาท/ตร.ม. (Fully Furnished)
    • 2 Bedrooms อาคาร A ชั้น 3 ขนาด 54 ตร.ม. ราคา 6.67 ล้านบาท หรือ 123,519 บาท/ตร.ม. (Fully Furnished)
    • 2 Bedrooms อาคาร A ชั้น 3 ขนาด 44 ตร.ม. ราคา 5.04 ล้านบาท หรือ 114,545 บาท/ตร.ม. (Fully Furnished)

    • รูปแบบการขาย Fully Furnished /  Fully Fitted
    • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.60 เมตร
    • Kitchen & Sink / ท็อป TERRAZZO
    • Hob & Hood / ของยี่ห้อ MEX
    • จอง 10,000 – 30,000 บาท
    • ทำสัญญา 30,000 – 80,000 บาท
    • ดาวน์ 8% ผ่อนดาวน์ 17 งวด
    • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
    • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม./เดือน

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

    บทสรุป

    ทำเล : ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกใกล้แยกห้วยขวาง ซึ่งเป็นโซนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก มีตลาดและร้านอาหารที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ในขณะที่ถนนรัชดาภิเษก เป็นย่าน CBD ใหม่ที่มีอาคารสำนักงานมาก มีห้างสรรพสินค้า โรงเรียน สถานฑูตตั้งอยู่ตลอดถนนรัชดาฯช่วงพระราม 9 ถึงลาดพร้าวนี้เอง เลยสามารถเรียกได้ว่าเป็นย่านใจกลางเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงย่านหนึ่งเลยค่ะ

    การเดินทางโดยใช้รถ :  ถนนรัชดาภิเษกเป็นถนนวงแหวนรอบในของกรุงเทพฯ ดังนั้นเราสามารถใช้ถนนเส้นนี้ขับไปรอบๆตัวเมืองชั้นในได้สบายเลย หรือในระยะที่ใกล้กว่านั้นคือเป็นถนนที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 9 และถนนลาดพร้าวได้ นอกจากนี้โซนห้วยขวางฝั่งที่โครงการตั้งอยู่จะมีเส้นทางลัดเลาะไปยังสี่แยกเหม่งจ๋าย ออกไปยังเส้นเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราได้ด้วยค่ะ แต่ถึงแม้จะมีเส้นทางให้เลือกหลากหลาย แต่ว่าการจราจรของย่านนี้นับว่าติดขัดพอสมควร และจำนวนที่จอดรถที่ให้มาภายในโครงการอยู่ที่ 38% ซึ่งถือว่าน้อยอยู่นะคะ

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ต่อจากหัวข้อที่แล้ว เรามองว่าโครงการนี้เหมาะกับการใช้งานระบบขนส่งสาธารณะมากกว่า ถึงแม้โครงการจะตั้งอยู่ในซอยตัน แต่ว่าห่างจากถนนใหญ่อย่างถนนรัชดาฯอยู่ 90 เมตร และห่างจาก MRT สถานีห้วยขวางประมาณ 400 เมตร มีป้ายรถเมล์อยู่ใกล้ๆ สะพายลอยข้ามถนนอยู่ตรงหน้าปากซอย เรียกรถสาธารณะได้สะดวก มี Taxi ผ่านไปมาทั้งวันทั้งคืน มีการเคลื่อนไหวบนถนนรัชดาฯนี้ตลอดเวลานั่นเองค่ะ

    วัสดุ : โครงการมีให้เลือกทั้งแบบ Fully Furnished และ Fully Fitted ซึ่งให้หน้าตาเฟอร์นิเจอร์มาครบชิ้นการใช้งานและดีไซน์ดูสวยเก๋นะคะ ส่วนวัสดุมาตรฐานที่ให้ในห้องก็ถือว่าโอเคเลยเหมาะสมกับราคา พื้นจะใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ในพื้นที่ที่อาจเปียกหรือเปื้อนบ่อยอย่างครัวและห้องน้ำ ส่วนพื้นที่ Living Area กับห้องนอนจะได้เป็นพื้นลามิเนต ส่วนผนังมีติด Wallpaper มาให้ด้วย ซึ่งไม่ค่อยเจอโครงการไหนให้นะคะ (โครงการที่มักติด Wallpaper มามักจะเป็นคอนโดราคาสูงมากมาก) ส่วนในครัวจะได้ Top เคาน์เตอร์เป็นหิน Terrazzo มี Backsplash เป็นกระจก ได้เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควันแบบท่อดูดออกนอกอาคารและอ่างล้างจานของ MEX ส่วนห้องน้ำจะได้สุขภัณฑ์ของ HAFELE ค่ะ Fitting สีดำดูเก๋ไก๋ นอกจากนี้จะมี Digital Door Lock ของ Colt และมี Home Automation มาให้ด้วยค่ะ

    การออกแบบ : ตัวโครงการมีแนวคิดในการออกแบบที่อิงกับทำเลที่ตั้ง – ถนนรัชดาภิเษก มาสู่คำว่า Kynett หรือ Kenetic ที่แปลว่าความเคลื่อนไหว ทำให้หน้าตาของอาคารเน้นเส้นเฉียงดูแปลกตาขึ้น ส่วนการวางผังอาคาร ด้วยความที่เป็นอาคาร Low Rise ในเมือง จึงไม่สามารถคาดหวังเรื่องมุมมองรอบๆโครงการได้ ตัวอาคารจึงเป็นรูปตัว L ที่โอบล้อมเกิด Court ตรงกลางขึ้นมา เป็นทั้งพื้นที่ส่วนกลาง และมุมมองที่ผ่อนคลายให้กับห้องที่อยู่ด้านในของโครงการ ส่วนเรื่องการออกแบบภายในห้องพักอาศัย ทุกห้องจะเป็นห้องหน้ากว้างที่จะได้อย่างน้อย 2 ฟังก์ชันวางชิดหน้าต่าง รูปแบบห้องแบ่งแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน ได้ครัวปิด และฟังก์ชันการใช้งานถือว่าครบครันค่ะ

    สาธารณูปโภค : ที่ถือว่าโดดเด่นคือพื้นที่สีเขียวที่ให้มามากกว่าที่กฏหมายกำหนด มีการจัดวางสวนทั้งบริเวณ Court กลางอาคาร และที่ชั้นดาดฟ้า ส่วนกลางอื่นๆก็จะมีสระว่ายน้ำที่กลางอาคาร มีฟังก์ชัน Indoor ที่อยู่ทั้ง 2 อาคาร สามารถใช้งานร่วมกันได้ มีฟังก์ชันใหม่ๆที่ไม่ค่อยเจออย่าง Sky Active ที่ทำเป็น Gym มวยกลางแจ้งบนดาดฟ้า มี Creator Studio ฉากขาวให้ลูกบ้านมาถ่ายรูปสินค้าหรือถ่ายคลิปวีดีโอได้ ภาพรวมถือว่าให้มาหลากหลายและเหมาะสมกับจำนวนห้องพักอาศัยค่ะ ดูจากภาพจำลองก็ถือว่าดีไซน์ดูดี น่าใช้งานเหมือนกันค่ะ

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 90,000 – 120,000 บาท/ตร.ม., 07 January 2020

    • ทำเล 8/10 – ใจกลางเมือง ความอุดมสมบูรณ์สูง
    • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – ใกล้ถนนใหญ่ อยู่ใจกลางเมือง
    • ไม่ใช้รถ 8/10 – ใกล้ MRT ห้วยขวาง ใกล้ป้ายรถเมล์ เรียกรถ Taxi ง่าย
    • วัสดุ 7.5/10 – ให้ตามมาตรฐาน
    • แบบ 8/10 – ดีไซน์อาคารสวย ห้องวางฟังก์ชันดี
    • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ให้ส่วนกลางมาเยอะ ทั้งในและนอกอาคาร

    • UPPER CLASS
    • 7.83 / 10.00

    BOTTOM LINE

     Quintara Kynett รัชดา 12 เป็นคอนโด Low Rise ที่ใกล้กับ MRTสถานีห้วยขวางมากที่สุดในตอนนี้ เหมาะกับคนที่หาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ชอบความเป็นส่วนตัว แต่รักความสะดวกสบาย อยากได้  Low Rise จำนวนยูนิตไม่มาก ให้ความสำคัญเรื่องการออกแบบทั้งหน้าตาอาคารและวัสดุในห้อง มีงบประมาณ 3 – 5 ล้านสำหรับห้อง 1 Bedroom และ 5 – 7 ล้านสำหรับ 2 Bedrooms หรือมีกำลังผ่อนที่ 21,000 – 49,000 บาทต่อเดือน


    ติดตามพวกเราได้ที่
    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving