รีวิวฉบับที่ 1840.. แจ้งวัฒนะเป็นหนึ่งทำเลสำคัญของศูนย์ราชการ และแหล่งงานมากมาย.. วันนี้ผมจะพาทุกคนมาชมโครงการ PORCH Condominium คอนโด Low Rise 7 ชั้นในซอยแจ้งวัฒนะ 12 ซึ่งเดินทางสะดวกและอยู่ใกล้กับแหล่งความเจริญของย่านนี้ ความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างครบครันเลยล่ะ มาด้วยจำนวนยูนิตไม่เยอะ และแอบกระซิบให้ว่าวัสดุภายในห้องถือว่าไม่ธรรมดาเลยนะครับ สำหรับระดับราคาที่จับต้องได้ง่าย เริ่มจะสนใจกันแล้วสิ.. ไปดูรายละเอียดกันเลยครับ

Fact @ 21 March 2019

  • PORCH Condominium (พอร์ช คอนโดมิเนียม)
  • บริษัท วันฮันเดรดแอนด์ไรซ์ซิ่ง จำกัด
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : เขตหลักสี่
  • คอนโด Low Rise 7 ชั้น 1 อาคาร 101 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 17 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 38 คันคิดเป็น 37% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 0-3-73 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : กลางปี 2562
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : กลางปี 2564
  • 1 Bedroom ขนาด 29.20 – 33.60 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 41 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.99 – 2.6 ล้านบาท*
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 67,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 083-584-6868
  • Call Center : 02-575-1177

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.893984, 100.563822

แผนที่จากทางโครงการครับ  ตัวโครงการตั้งอยู่ซอยแจ้งวัฒนะ 12 แยก 2 เขตหลักสี่ ซึ่งยังอยู่ในพื้นที่ของกรุงเทพ (เพราะถ้าเลยข้ามคลองประปาหรือถนนประชาชื่นไปทางซ้ายอีกนิดเดียวจะถูกเปลี่ยนเป็นจังหวัดนนทบุรี) ทำเลโครงการอยู่ในพื้นที่ที่สามารถเดินทางได้ค่อนข้างหลากหลาย ไปได้ทั้งฝั่งปากเกร็ด, รามอินทราเพื่อเชื่อมต่อกับถนนพหลโยธิน และวิภาวดี-รังสิต เพื่อเข้าเมืองไปทางห้าแยกลาดพร้าว หรือออกเมืองไปยังรังสิต-ปทุมธานี พร้อมทั้งขนาบข้างด้วยทางด่วนสองสายทั้งทางพิเศษศรีรัช และทางยกระดับอุตรภิมุข เดินทางได้อีกหลากหลายเลยล่ะครับ

การเดินทางด้วยรถส่วนตัวถือว่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถเข้าออกพื้นที่โครงการได้หลายช่องทาง ทางแรกคือใช้ทางซอยแจ้งวัฒนะ 12 เองโดยตรง จะมีบริบทที่ไม่วุ่นวายมากนัก ส่วนอีกทางคือซอยแจ้งวัฒนะ 14 ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมากในย่านนี้ ทั้งตลาด ร้านค้า ร้านอาหาร เข้า Big C Supercenter, Avenue และ Tesco Lotus ทางด้านหลังเส้นนี้ได้ด้วย ภายในซอยจึงจะมีความพลุกพล่านสูงทีเดียว

โครงการตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 12 แยก 2 ซึ่งเป็นซอยตัน แต่ในซอยแจ้งวัฒนะ 12 สามารถเชื่อมต่อกับซอยแจ้งวัฒนะ 14, 10 ได้ นอกจากนั้นยังสามารถลัดเลาะทะลุออกถนนกำแพงเพชร 6 ได้ด้วย สำหรับเป็นตัวเลือกในการเดินทางเพื่อหนีรถติดบนเส้นแจ้งวัฒนะด้านหน้าตอนเวลาชั่วโมงเร่งด่วนได้

อีกประเด็นที่สำคัญของบริเวณนี้คือ “ทางด่วน” โดยถ้ามองจากในแผนที่จะเห็นว่าตัวตำแหน่งที่ตั้งโครงการอยู่กึ่งกลางระหว่างทางด่วน 2 ฝั่งเลยซึ่งก็ใช้งานได้สะดวกทั้งคู่  ได้แก่

  • ฝั่งซ้ายเป็นทางด่วนศรีรัชซึ่งใช้ออกเมืองไปทางปทุมธานี มีระยะประมาณ 4.2 กิโลเมตร หรือเข้าไปเมืองทางดินแดง-สีลม-ดาวคะนอง มีระยะประมาณ 3.2 กิโลเมตร
  • ฝั่งขวามือเป็นส่วนของทางด่วนโทลเวย์ ที่ใช้ออกเมืองไปทางรังสิต มีระยะประมาณ 3 กิโลเมตร หรือเข้าเมืองไปทางดินแดง-พระราม 9-สุขุมวิท โดยมีระยะประมาณ 6.1 กิโลเมตร

ส่วนการเดินทางสาธารณะอาจจะทำได้ยากหน่อย เพราะตัวโครงการตั้งอยู่ภายในซอยตัน ซึ่งเป็นย่อยของซอยแจ้งวัฒนะ 12 อีกที ต้องเดินออกมาที่ซอยแจ้งวัฒนะ 12 จึงจะมีรถ Taxi และวินมอเตอร์ไซค์ผ่านไปมาบ้าง โดยจะมีระยะประมาณ 150 เมตร สามารถเดินเท้าออกมาได้ แต่ถ้าจะให้สะดวกต้องเดินออกมาที่ถนนแจ้งวัฒนะเลย ถึงจะมีรถผ่านไปมาเยอะหน่อย มีระยะประมาณ 350 เมตร จากตัวโครงการ

ในอนาคตบนเส้นแจ้งวัฒนะด้านหน้าเป็นส่วนนึงของแผนรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสถานีที่ใกล้เราที่สุดคือสถานีแจ้งวัฒนะ 14 ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีตำแหน่งของตัวสถานีและทางขึ้นลงแบบแน่ชัด แต่จากระยะที่คาดการจะอยู่ในระยะประมาณ 700 เมตร บวกลบเล็กน้อย

ขอเสริมนิดนึงในเรื่องของรถไฟฟ้าในอนาคตนะ รถไฟฟ้าสายสีชมพูนั้นเป็นระบบขนส่งแบบโมโนเรล (แบบรางเดี่ยว) เส้นทางเริ่มจากศูนย์ราชการนนทบุรี วิ่งไปเลี้ยวเข้าถนนแจ้งวัฒนะ ผ่านถนนรามอินทรา ไปสิ้นสุดที่ มีนบุรี โดยมีระยะทางรวม 36 กิโลเมตร ทั้งหมด 30 สถานี โดยคาดว่าน่าจะเสร็จประมาณปี 2563-64 โดยแนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีชมพูไม่ได้มุ่งหน้าเข้าไปภายในเมือง แต่มีหน้าที่สำคัญคือเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ อย่างสีม่วง แดง เขียวเหนือและส้ม เพื่อให้สามารถเดินทางได้หลากหลายยิ่งขึ้น

อีกทั้งตำแหน่งที่ไม่ไกลจากโครงการก็คือ รถไฟฟ้าสายสีแดง “บางซื่อ-รังสิต” ที่หน้าห้างไอทีสแควร์นั้นมีตำแหน่งของสถานี “หลักสี่” ตั้งอยู่ ซึ่งหน้าที่ของสายสีแดงตัวนี้จะโดดเด่นกว่าตรงสามารถโดยสารเข้าออกเมืองได้ ถ้าเราจะเดินทางเข้าเมืองก็สามารถมาใช้สถานีนี้เพื่อต่อไปยังสถานีกลางบางซื่อในอนาคตได้

ส่วนความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้คงหนีไม่พ้นซอยที่เรียกว่าเป็นหัวใจหลักอย่าง แจ้งวัฒนะ 14 ครับ เพราะเป็นซอยที่มีความสมบูรณ์สูงมากในเรื่องของอาหารการกิน ตั้งแต่ปากซอยยันไปจนถึงหน้าโครงการหมู่บ้านเมืองทองนิเวศน์ ร้านอาหารเหล่านี้เปิดตั้งแต่เช้าจนถึงดึกๆเลยหลายร้าน อีกทั้งเราจะเห็นว่าที่ริมถนนแจ้งวัฒนะจะมี Supermarket & Community Mall ถึง 3 แห่งอย่าง Big C, The Avenue และ Lotus ซึ่งสามารถเข้าได้จากซอยแจ้งวัฒนะ 14 ที่เราสามารถทะลุไปได้ ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่ต้องออกไปถนนใหญ่ ทำให้ง่ายและสะดวกในการเลี่ยงรถติดได้ดีทีเดียว แต่ถ้าไกลออกไปหน่อยก็จะมี Makro และห้างใหญ่อย่างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะอยู่บนเส้นนี้ด้วย

และประเด็นที่สำคัญอีกอย่างที่คงไม่พูดถึงไม่ได้ หรือกลุ่ม User หลักในย่านนี้คือ พื้นที่ใกล้ๆโครงการนี้นั้นมีสถานที่ราชการ แหล่งงานที่สำคัญขนาดใหญ่อย่าง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ข้างๆก็มีกรมกงสุลแจ้งวัฒนะ, ศาลปกครอง, ไปรษณีย์ใหญ่หลักสี่, CAT, TOT, Software Park, อาคาร CP All และสุดท้ายก็คือ เมืองทองธานี ศูนย์แสดงสินค้าและสถานที่จัดคอนเสิร์ตที่มีการจัดงานอยู่ตลอดปี เรียกได้ว่าแถวนี้เป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ที่รองรับปริมาณข้าราชการและมนุษย์เงินเดือนได้มหาศาลทีเดียวนะครับ

สำหรับการเดินทางในไปโครงการวันนี้ ผมจะพาเข้าไปด้วยวิธีที่สะดวกที่สุด นั่นก็คือการเดินทางมาบนถนนแจ้งวัฒนะฝั่งมุ่งหน้าไปยังแยกหลักสี่ ผ่าน Tesco Lotus, Avenue, Bic G Supercenter ตามลำดับ จากนั้นขับเลยซอยแจ้งวัฒนะ 14  มาเข้าซอยแจ้งวัฒนะ 12 ตรงเข้าไปประมาณ 200 เมตร จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าซอยแจ้งวัฒนะ 12 แยก 2 ไปอีกประมาณ 150 เมตร จะพบพื้นที่โครงการอยู่ทางขวามือครับ

เริ่มต้นกันที่เดินทางมาบนถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งมุ่งหน้าไปยังแยกหลักสี่ จะเห็น Tesco Lotus แจ้งวัฒนะอยู่ทางซ้ายมือ ภายในมีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 8.00 – 23.00 น.

เมื่อตรงต่อไปบนถนนแจ้งวัฒนะ เลย Tesco Lotus มา จะมี Avenue แจ้งวัฒนะ ภายในมีขนาดค่อนข้างกว้าง เป็นศูนย์รวมร้านค้า ร้านอาหาร และโรงภาพยนตร์ หรือโยนโบว์ลิ่ง เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.

เลยมาติดๆกันจะมี Big C Supercenter แจ้งวัฒนะ เป็นแหล่งช้อปปิ้ง ซื้อทั้งของกินของใช้ที่ใกล้กับตัวโครงการเราที่สุด เปิดทำการทุกวัน 9.00-23.00 น.

เลย Big C Supercenter แจ้งวัฒนะ มาติดๆกันจะมีซอยแจ้งวัฒนะ 14 ซึ่งเป็นจุดที่เรียกได้ว่าเจริญที่สุดในละแวกนี้ สามารถเข้าไปโครงการของเราจากเส้นทางนี้ได้ด้วยเช่นกัน แต่ภายในจะมีซอยบรรยากาศที่พลุกพล่านมากกว่าซอยแจ้งวัฒนะ 12 และต้องอ้อมกลับมาสักนิดนึง ทำให้มีระยะทางไกลกว่าเข้าจากซอยแจ้งวัฒนะ 12 โดยตรง

ถัดมาไม่กี่สิบเมตร จะพบซอยแจ้งวัฒนะ 12 เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยครับ

เมื่อเข้ามาภายในซอย บรรยากาศจะมีความเป็นพื้นที่พักอาศัย โดยส่วนใหญ่จะเป็นหอพัก และพื้นที่พักอาศัยแนวราบส่วนบุคคลสลับกันไป มีร้านอาคารกระจายอยู่เรื่อยๆ บางช่วงก็เป็นอาคารพาณิชย์ที่เป็นทั้งที่พักอาศัย ร้านค้า และร้านอาหาร ให้เราตรงเข้าไปภายในซอยแจ้งวัฒนะ 12 อีกประมาณ 200 เมตรนะครับ

หลังจากตรงเข้ามาประมาณ 200 เมตร จะพบป้ายซอยแจ้งวัฒนะ 12 แยก 2 ทางขวามือ ให้เลี้ยวเข้าไปเลยครับ จะมีป้ายบอกทางโครงการกระจายอยู่เป็นจุดๆ

เมื่อเข้ามาภายในซอยแจ้งวัฒนะ 12 แยก 2 ภายในซอยนี้เป็นซอยตัน จะพบป้ายโครงการตั้งแต่ต้นซอยนำทางเข้าไปภายใน สองข้างทางส่วนใหญ่จะเป็นโครงการพักอาศัย ทั้งหอพัก และคอนโดมิเนียม ผสมผสานกับพื้นที่พักอาศัยแนวราบและพื้นที่ว่าง ให้ตรงเข้าไปภายในซอยอีกประมาณ 150 เมตรนะครับ

จะพบตัวสำนักงานขายของโครงการอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนขวามือจะเป็นพื้นที่ตั้งจริงของตัวโครงการครับ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

สำหรับที่ตั้งโครงการอยู่ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 12 แยก 2 ซึ่งเป็นซอยตัน ภายในซอยนี้มีบริบทโดยรอบทั้งหมดเป็นที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม หอพัก หรือบ้านพักอาศัย รวมถึงพื้นที่ว่าง มีร้านขายของชำเล็กๆในซอย 1 ร้าน แต่ไม่มีร้านอาหาร ต้องเดินออกไปที่ซอยแจ้งวัฒนะ 12 (ประมาณ 150 ม.) จึงทำให้มีความเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย พื้นที่โครงการขนาดไม่ใหญ่นัก ประมาณเกือบไร่ หรือ 373 ตร.ว. เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า รอบๆพื้นที่โครงการในระยะประชิดจะมีอาคารที่สูงเท่าๆกันกับโครงการเราอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออก สำหรับทัศนียภาพในมุมต่างๆจึงจะได้ค่อนข้างโล่งเกือบทุกฝั่ง ยกเว้นทิศตะวันออก ลองดูรายละเอียดในแต่ละทิศกันครับ

  • ทิศเหนือ – เป็นทางเข้าออกของโครงการติดกับถนนแจ้งวัฒนะ 12 แยก 2 ปัจจุบันมีสำนักงานขายอยู่ฝั่งตรงข้ามพื้นที่โครงการ แต่ในอนาคตจะถูกรื้อออกและเป็นพื้นที่ว่าง ซึ่งวิวมุมนี้จะได้ค่อนข้างโล่ง แต่เป็นด้านแคบของพื้นที่ดิน จึงทำให้มีห้องพักอาศัยที่จะได้รับวิวฝั่งนี้ไม่เยอะนัก แต่จะมีพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้นดาดฟ้า ที่จะตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของอาคารรับวิวโล่งรอบๆด้าน
  • ทิศตะวันออก – เรียกว่าเป็นทิศเดียวที่โดนอาคารรอบข้างบล็อควิวก็ว่าได้ โดยจะมีอาคารพักอาศัย 7 ชั้น (เท่ากับโครงการเรา) ของโครงการ Resta Pano Condominium ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกันกับโครงการเรา ตั้งอยู่ยาวตลอดแนวเลยทีเดียว จะมองเห็นส่วนของสระว่ายน้ำของโครงการ Resta Pano พอดี ในชั้นที่ไม่สูงอาจจะมีผลกระทบเรื่องเสียงบ้างนะครับ
  • ทิศใต้ – เป็นอีกฝั่งที่เปิดโล่งแต่ก็จะมีลักษณะคล้ายทิศเหนือ คือเป็นด้านแคบของพื้นที่ดิน จึงทำให้มีห้องพักอาศัยที่จะได้รับวิวฝั่งนี้ไม่เยอะนัก พื้นที่ติดกับโครงการเป็นพื้นที่ว่างเปล่ายาวไปจนถึงถนนแจ้งวัฒนะเลยครับ ซึ่งวิวฝั่งนี้จะได้เห็นเป็นถนนแจ้งวัฒนะ และมีระยะห่างพอสมควรจึงจะไม่มีผลกระทบเรื่องเสียงและฝุ่นมารบกวน
  • ทิศตะวันตก – ฝั่งนี้ติดกับพื้นที่ว่างทางฝั่งติดถนนแจ้งวัฒนะซอย 12 แยก 2 และบ้านพักอาศัย 3 ชั้น ตั้งอยู่ในแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้ จึงทำให้ห้องพักอาศัยในชั้น 2-3 จะได้บล็อควิวไปบางส่วน แต่นอกนั้นจะได้รับวิวค่อนข้างโล่ง นอกจากนั้นทางโครงการเลือกที่จะใช้พื้นที่ทางฝั่งนี้เป็นจุดวางพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ (เพื่อให้ไม่หันพื้นที่ส่วนกลางไปชนกับโครงการ Resta Pano) จึงทำให้ห้องพักอาศัยทางฝั่งนี้จะได้วิวของพื้นที่ส่วนกลางของโครงการด้วย

พื้นที่หน้าโครงการเป็น 4 เหลี่ยมผืนผ้ายาวเข้าไป ฝั่งซ้ายมือ (ทิศตะวันออก) ติดกับแนวอาคารโครงการ Resta Pano Condominium คอนโด Low Rise 7 ชั้น มีรั้วสูง 2 เมตร กั้นอยู่ ส่วนฝั่งขวามือ (ทิศตะวันตก) จะเป็นพื้นที่โล่งครับ ด้านในมีบ้านพักอาศัย 3 ชั้น

ฝั่งตรงข้ามพื้นที่โครงการคือสำนักงานขายของโครงการครับ ซึ่งในอนาคตจะเปลี่ยนเป็นพื้นที่โล่งนะ

เดินเข้าไปดูภายในซอยกันก่อนนะ อย่างที่บอกไปว่าเป็นซอยตัน แต่ภายในมีอาคารพักอาศัยอยู่ 3 โครงการ ลองเดินเข้าไปดูกัน

อาคารแรกเลย.. อย่างที่บอกไปแล้ว โครงการ Resta Pano Condominium คอนโด Low Rise 7 ชั้น ติดกับพื้นที่โครงการทางฝั่งทิศตะวันออก

ตรงข้ามเป็นโครงการ Resta Condominium คอนโด 5 ชั้น เจ้าของเดียวกันครับ

เลยตรงต่อเข้ามาจะมีอาคารพักอาศัยอยู่ 1 อาคาร ส่วนรอบๆ เป็นบ้านพักอาศัยแนวราบและพื้นที่ว่าง

ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ว่างที่ไม่ได้ถูกจัดการ ดูไม่ค่อยสวยงามนัก

ตรงข้ามมีร้านค้าเล็กๆ สำหรับขายคนภายในซอย เรามาซื้อขนม ซื้อน้ำ หรือของใช้เล็กน้อยได้จากร้านนี้นะครับ มีระยะประมาณ 60 เมตร เดินได้สบายๆ ถัดไปด้านหลังมีอาคารพักอาศัย 4 ชั้นของแจ้งวัฒนะคอนโดมิเนียมครับ

ภายในซอยด้านในสุดเป็นซอยตัน ซึ่งปัจจุบันก็เป็นพื้นที่จอดรถ ไม่ได้ถูกจัดการดีเท่าไรนัก

ลองเดินเข้าไปดูพื้นที่ภายในโครงการกันหน่อยนะ มองเข้าไปภายใน ด้านหน้าก็จะค่อนข้างโล่ง ส่วนฝั่งซ้ายมือมีอาคารพักอาศัย 7 ชั้น ขวามือเริ่มเห็นบ้านพักอาศัย 3 ชั้นแล้วนะ

ฝั่งทิศตะวันออก จะโดนบล็อควิวทั้งหมดด้วยแนวอาคารสูง 7 ชั้นเท่ากัน จะมีเพียงห้องที่อยู่มุมเท่านั้นที่พอจะได้วิวฝั่งด้านทิศเหนือและใต้อยู่บ้าง

ส่วนฝั่งทิศตะวันตกด้านในของพื้นที่ ค่อนไปทางทิศใต้จะมีบ้านพักอาศัย 3 ชั้น เรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังใหญ่เลยทีเดียว เป็นบ้านเก่าแต่มีคนอาศัยอยู่นะ ส่วนช่วงต้นของพื้นที่ทางฝั่งนี้จะค่อนข้างโล่งครับ ทางฝั่งทิศนี้จะมีปัญหากับช่วงชั้น 2-3 เท่านั้น สูงขึ้นไปก็จะได้รับวิวค่อนข้างโล่งแล้วนะ เห็นวิวเป็นส่วนของ Big C Supercenter ถนนแจ้งวัฒนะ และพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ

ส่วนพื้นที่ทางฝั่งทิศใต้จะได้วิวที่โล่ง มีแนวอาคารพักอาศัยเล็กน้อยทางฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ แต่มีระยะห่างพอสมควร จึงทำให้ไม่มีผลมากนัก

มองกลับออกมาที่ฝั่งทิศเหนือ ก็จัดว่าเป็นวิวที่ค่อนข้างโล่งเหมือนกัน

ลองเดินออกไปดูฝั่งหน้าปากซอยกันสักนิดนะ

ติดกับตัวโครงการฝั่งทิศตะวันตก คือบ้านพักอาศัย 3 ชั้น ซึ่งจะมีพื้นที่ภายในค่อนข้างเยอะ พอๆกับพื้นที่ดินของเราเลยล่ะ แต่ส่วนด้านหน้าจะเป็นพื้นที่สวนโล่งๆ ตัวบ้านอยู่ด้านในของพื้นที่

ฝั่งตรงข้ามมีโครงการวิลล่าวัฒนะ เป็นอพาร์ทเม้นท์ 5 ชั้น ซึ่งช่วงด้านหน้าเป็นลานจอดรถ ส่วนตัวอาคารจะอยู่ด้านในของพื้นที่ ร่นเข้าไปเยอะพอสมควร ทำให้ไม่ส่งผลกระทบกับวิวของเรามากนัก

เดินต่อไปทางฝั่งหน้าปากซอย จะมีแนวพื้นที่ว่างทั้งสองฝั่งซ้ายขวาค่อนข้างโล่ง ฝั่งซ้ายมือ (ฝั่งเดียวกับโครงการ) มีการปรับพื้นที่ดินอยู่นะ อาจจะสร้างเป็นโครงการอะไรสักอย่างในอนาคต

เดินต่อออกมาที่ช่วงใกล้ปากซอย ฝั่งซ้าย(ฝั่งเดียวกันกับโครงการ) จะมีบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล 2 ชั้น และหอพัก 4 ชั้น อยู่ที่หน้าปากซอยครับ

เดินออกมาหน้าปากซอยจะมีบรรยากาศคึกคักขึ้น มีรถและคนผ่านไปมาเรื่อยๆ เพราะเป็นซอยที่สามารถเชื่อมไปยังซอยอื่นๆได้ค่อนข้างหลากหลาย

ฝั่งออกไปยังถนนแจ้งวัฒนะมีแนวอาคารพาณิชย์ที่มีร้านค้าร้านอาหาร และแผงลอยเรียงรายตามสองข้างทาง สามารถมาฝากท้องกันได้ง่ายๆนะ

ส่วนฝั่งด้านในซอยที่จะไปทะลุกับซอยแจ้งวัฒนะ 14, 10 หรือออกไปยังถนนกำแพงเพชร 6 ได้ เป็นอีกตัวเลือกในการเดินทางเลี่ยงรถติดที่ดีทีเดียว สองข้างทางมีความคึกคักอยู่บ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ที่เป็นทั้งที่พักอาศัย, ร้านขายของและร้านอาหารต่างๆ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงพยาบาล มงกุฎวัฒนะ ~ 200 m.
  • Big C แจ้งวัฒนะ ~ 700 m.
  • Avenue แจ้งวัฒนะ ~ 850 m.
  • Major Cineplex แจ้งวัฒนะ ~ 900 m.
  • Tesco Lotus แจ้งวัฒนะ ~ 1.5 km.
  • ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ~ 2.2 km.
  • Makro แจ้งวัฒนะ ~ 2.5 km.
  • สถาบันการจัดการ ปัญญาภิวัฒน์ ~ 4.4 km.
  • เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ~ 4.6 km.
  • อิมแพคอารีน่าเมืองทองธานี ~ 6 km.
  • Home Pro แจ้งวัฒนะ 6 km.
  • Software Park ~ 7.4 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

มาดูรายละเอียดภายในโครงการกันบ้างครับ สำหรับตัวอาคารนี้เป็นโครงการ Low Rise 7 ชั้น บนพื้นที่เกือบ 1 ไร่ มีทั้งหมด 101 ยูนิต ถือว่าไม่เยอะ ออกแบบมาในสไตล์ Modern Classic สังเกตได้จากการย่อมุมตามขอบแนวเสาและคานภายนอก เน้นการใช้สีขาว เทา ดำ ในการตกแต่ง ดูเรียบง่าย ไม่โดดเด่นจนเกินไป ทำให้สามารถอยู่ได้นาน ไม่เบื่อและหลุดเทรนด์ง่ายๆ เป็นโครงสร้างแบบก่อฉาบ สามารถเจาะต่อเติมแขวนผนังได้ และผนังไม่อมความร้อนเท่ากับโครงสร้างแบบ Precast

พื้นที่โครงการเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้อาคารมีแนวยาว 2 ฝั่งรับวิวหลักๆทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก แนวผนังอาคารมีการเล่นระดับที่แตกต่างกัน ทำให้ตัวอาคารดูไม่เรียบและมีมิติ  นอกจากนั้นตัวโครงการยังเอาพื้นที่ส่วนกลางมาไว้ที่ฝั่งทิศตะวันตกทั้งหมดเป็นจุดเดียว เข้าถึงง่าย ได้ความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ข้างเคียง (Resta Pano Condominium คอนโด Low Rise 7 ชั้น) แต่ต้องรับแดดช่วงบ่ายเต็มๆ อาจจะร้อนหน่อยนะครับในช่วงบ่าย เหมาะแก่การใช้งานช่วงเช้าและเย็น-กลางคืนจะดีที่สุด

มีทางเข้าออกทางเดียวที่ถนนแจ้งวัฒนะ 12 แยก 2 หรือฝั่งทางทิศเหนือของโครงการนั่นเอง บริเวณนี้จะมีรูปแบบอาคารที่สวยเลยทีเดียว มีการเล่นสี และจังหวะของตัวอาคารที่หลากหลาย ทำให้ดูมีมิติ และเข้าถึงแนวคิดได้ชัดเจนว่าเป็นสไตล์ Modern Classic ให้ความรู้สึกหรูหรา สงบ และดูมีมูลค่า

สำหรับทางเข้าออกโครงการจะแยกออกให้เป็น 2 ส่วนนะ ทางสำหรับรถเข้าออก และทางเดินเท้าเข้าออกที่เชื่อมต่อกับ Lobby ได้โดยตรง สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สำหรับทางเข้าออกรถยนต์จะเป็น Keycard Access ระบบ Easy Pass นะครับ มีรปภ.และ CCTV ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อขับรถเข้ามาจะมีส่วนด้านหน้าเป็น Drop Off เข้าอาคาร  มีทางเดินเท้าแยกเข้าไปยัง Lobby ให้ด้วย ส่วนถ้าตรงเข้าไปจะเป็นพื้นที่จอดรถใต้อาคารและริมรั้วโครงการ ทั้งหมด 38 คันคิดเป็น 37% ไม่รวมจอดซ้อนคัน

มาดูกันต่อที่พื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้ จะมีหลักๆเลยอยู่ที่ชั้น 1 และ 2 ส่วนที่ดาดฟ้าจะมี Sky Garden ให้ออกมาสูดอากาศรับลมชิลๆ กันได้เล็กน้อย ไปดูพื้นที่ชั้นล่างกันก่อนนะ

ส่วนแรกเลยคือ Lobby ที่ภายในจะมีพื้นที่แบบ Double Volume ได้แนวกระจกรอบด้านรับแสง ทำให้ยิ่งดูโล่งขึ้นอีก มีพื้นที่ไปส่วนกลางส่วนสระว่ายน้ำได้ เป็นการคัดกรองความเป็นส่วนตัวแล้วด้วยระบบประตูที่ใช้ร่วมกับโถงลิฟต์ เข้าออกด้วยระบบ Keycard นอกจากนั้นยังมีบันไดที่เดินขึ้นไปด้านบนเพื่อเข้าถึงพื้นที่ห้อง Fitness ทำให้พื้นที่ส่วนกลางด้านล่างทั้งหมดมีจุดเข้าถึงจาก Lobby ที่ชั้น 1 นี้ ช่วยให้ควบคุมการใช้งานง่าย เป็นสัดส่วน และไม่รบกวนพื้นที่พักอาศัยของชั้น 2 ด้วย

ส่วนแรกเลยคือสระว่ายน้ำพร้อมพื้นที่ริมสระที่มีพื้นที่ทางเดินด้านข้าง บริเวณนี้จะเป็นวิวให้กับพื้นที่ส่วนกลางชั้นสอง และห้องพักอาศัยทางฝั่งทิศตะวันตกของอาคารด้วย เหมาะแก่การใช้งานในช่วงเช้า เพราะมีแนวอาคารบังแดดทางฝั่งทิศตะวันออกให้ซึ่งจะเป็นแดดช่วงเช้า แต่รับแดดช่วงบ่ายทางฝั่งทิศตะวันตกเต็มๆ ทำให้อาจจะใช้งานในเวลากลางวันได้ยากสักหน่อยนะครับ

เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 15.30 x 4.5 เมตร ลึกประมาณ 1.2 เมตร เป็นขนาดที่สามารถว่ายออกกำลังกายได้นะ

ส่วนต่อมาข้างๆคือพื้นที่ภายในอาคารที่ชั้น 2 เป็นห้องออกกำลังกายพร้อมพื้นที่ระเบียงภายนอก ที่จะได้รับวิวสระว่ายน้ำด้วย ส่วนนี้จะต้องเข้าจาก Lobby ที่ชั้น 1 นะ จัดว่ามีการดูแลการเข้าถึงได้ดี ไม่ไปรบกวนลูกบ้านที่ชั้น 2 ด้วย

พื้นที่ส่วนกลางอีกส่วนคือ Roof Garden อยู่ที่ดาดฟ้าของชั้น 7 จะตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของอาคาร ได้วิวค่อนข้างโล่งครับ สามารถเดินขึ้นมาใช้งานกันได้

มาดูที่ส่วนของผังพื้นกันต่อจะได้เห็นภาพรวมชัดขึ้น เป็นอาคารรูปทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งอยู่บนพื้นที่เกือบ 1 ไร่ ตัวอาคารรับวิวทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเป็นหลัก ที่ชั้น 1 หลักๆจะเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมดประมาณ 38 คันคิดเป็น 37% ไม่รวมจอดซ้อนคัน นอกจากนั้นจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการครับ

  • การเข้าออกและเดินรถภายในโครงการ – มีทางเข้าออก 1 ทางบนถนนแจ้งวัฒนะซอย 12 แยก 2 ทางฝั่งทิศเหนือ เข้าออกด้วย Keycard Access ระบบ Easy Pass ผ่านป้อมรปภ.เข้ามา ด้านหน้าทางเข้าจะมีจุด Drop Off เข้า Lobby ให้นะครับ พื้นที่ชั้น 1 ภายนอกอาคารจะเป็นที่จอดรถทั้งหมด เดินรถแบบ 2 เลน สวนกันได้
  • พื้นที่ส่วนกลาง – เริ่มที่ Lobby เป็นแบบ Double Volume ซึ่งจะยกเพดานสูง ได้แสงธรรมชาติ และความโปร่งโล่ง มีทางเข้าออก 2 ทาง สำหรับเดินเข้าจากหน้าโครงการ และเข้าจาก Drop Off พื้นที่นี้มีขนาดไม่ได้ใหญ่นัก เพราะจำนวนยูนิตที่มีไม่มาก ที่พิเศษคือส่วนพื้นที่ Lobby มีบันไดให้เดินขึ้นไปใช้พื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 2 ด้วยนะ  อีกส่วนคือสามารถเข้าไปที่โถงลิฟต์โดยจะมีประตูเข้าออกด้วยระบบ Keycard ภายในโครงการมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัวครับ และจากโถงลิฟต์ยังสามารถเดินทะลุไปสู่พื้นที่สระว่ายน้ำได้ด้วย เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 4.5 x 15.30 เมตร พร้อมพื้นที่รอบสระ บริเวณนี้จะเป็นวิวให้กับห้องพักอาศัยด้านบนทางฝั่งทิศตะวันตกของอาคารครับ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเริ่มมีห้องพักอาศัยมาให้เห็นแล้วนะ โดยชั้นนี้จะยังมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ด้วยเล็กน้อย โดยจะมีห้องพักอาศัย 16 ห้อง / ชั้น ถือว่าเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยน้อยที่สุด พื้นที่ส่วนกลางของชั้นนี้คือห้องนิติบุคคล และ Fitness รับวิวสระว่ายน้ำ ซึ่งจะต้องเข้าจากชั้น 1 นะ เป็นบันไดที่ึขึ้นมาจาก Lobby ข้อดีคือไม่ต้องเข้าออกที่ชั้นนี้ทำให้ไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวของพื้นที่พักอาศัย จัดการง่าย

  • โถงลิฟต์ – เชื่อมต่อกับส่วน Lobby ด้วยพื้นที่ Double Volume จะทำให้พื้นที่โถงลิฟต์ของชั้นนี้ได้แสงธรรมชาติ และความโล่งมากกว่าชั้นอื่นๆ
  • โถงทางเดิน – จะเป็นแบบ Double Corridor มีห้องพักอาศัยทั้งสองฝั่งซ้ายขวา ขนาดประมาณ 1.5 เมตร ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ทางเดินเป็นลักษณะตัว L เจาะช่องแสงไว้ให้ทุกๆจุดเลี้ยว ช่วยทำให้ประหยัดไฟในเวลากลางวัน นอกจากนั้นจะมีบางห้องที่ต้องเดินไกลสักหน่อย เพราะโถงลิฟต์ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่ายจากทุกตำแหน่ง อยู่ทางฝั่งทิศเหนือของอาคาร แต่ก็จะได้ความเป็นส่วนตัว ยิ่งไกลก็ยิ่งมีคนเดินผ่านไปมาหน้าห้องน้อยลงนะ
  • มุมมอง – ห้องพักอาศัยส่วนใหญ่จะรับวิวฝั่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเป็นหลัก โดยจะมีขนาด 29.40 ตร.ม. เกือบทั้งหมด มีเพียงห้องมุมทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 1 ห้อง จะมีขนาด 33.60 ตร.ม. ทางฝั่งทิศเหนือหน้าโครงการจะมี 2 ห้องรับวิวค่อนข้างโล่งขนาด 29.40 ตร.ม. 1 ห้อง และใหญ่กว่าเพื่อน 1 ห้องคือ 31.20 ตร.ม. ส่วนที่พิเศษที่สุดคือฝั่งทิศใต้จะมีห้องขนาดใหญ่ที่สุดในโครงการ 41.00 ตร.ม. 1 ห้อง ได้วิวโล่งเห็นถนนแจ้งวัฒนะ

มาต่อกันที่ชั้นอื่นๆที่เหลือ คือชั้น 3-7 ซึ่งจะมีจำนวนยูนิตต่อชั้นอยู่ที่ 17 ยูนิต สิ่งที่จะต่างจากชั้น 2 คือ ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางแล้วในชั้นต่างๆเหล่านี้ จะมีห้อง 32.60 ตร.ม. ขึ้นมาแทนที่ในตำแหน่งห้อง Fitness ของชั้นสอง รับวิวพื้นที่ส่วนกลางและทิศตะวันออก ส่วนโถงลิฟต์จะไม่ได้แสงจากทางหน้าโครงการเหมือนชั้นสองแล้ว แต่จะได้แสงจากทางฝั่งทิศใต้แทนครับ มองลงไปเห็นสระว่ายน้ำ นอกนั้นก็เป็นเหมือนชั้นสองทั้งหมดเลย

ชั้นดาดฟ้าจะมีพื้นที่สวนให้ขึ้นมาเดินเล่นได้ ขนาดไม่ได้ใหญ่นักแต่ก็เหมาะแก่การออกมาเดินสูดอากาศรับลม ชั้นนี้จะขึ้นมาด้วยบันไดหนีไฟจากชั้น 7 ครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Double Space Lobby
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ
  • ห้องออกกำลังกาย
  • สวนหย่อม
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 50 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 38 คันคิดเป็น 37% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบเข้า-ออกโครงการ แบบ Keycard Access ระบบ Easy Pass
  • ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม.
  • ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้
  • ระบบ CCTV


Product Walkthrough

มาดูที่ห้องตัวอย่างห้องแรกกันนะ 1 Bedroom Plus ขนาด 41.00 ตร.ม. เป็นห้องขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการที่มีแค่เพียง 1 ห้องต่อชั้น ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอาคารรับวิวโล่งเห็นถนนแจ้งวัฒนะ ตัวห้องมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ได้เป็นห้องแนวลึก ข้อดีของห้องนี้คือแบ่งสัดส่วนภายในห้องอย่างชัดเจน ได้ครัวปิด ห้องน้ำสามารถเข้าออกได้ 2 ทาง ส่วนห้องนอนและห้องอเนกประสงค์ได้รับแสงอย่างเต็มที่ แต่ตำแหน่งห้องเป็นห้องมุม ภายในห้องรับช่องแสงแค่ฝั่งเดียว (แอบเสียดายที่ไม่เปิดช่องแสงทางทิศใต้) และด้วยความที่ห้องเป็นแนวยาวทำให้พื้นที่ภายในค่อนข้างจำกัด จัดได้ไม่หลากหลาย และแสงอาจจะส่องเข้ามาได้ไม่ถึงพื้นที่ภายในมากนัก

ขอแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 6 ส่วนนะครับ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องอเนกประสงค์ ห้องนอน และระเบียงซักล้าง เริ่มที่ประตูหน้าห้องเป็น HDF และ Digital Door Lock ให้มาด้วย เข้ามาภายในห้องจะมีระดับพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.6 เมตร ถือว่าสูงใช้ได้เลยนะ ทำให้ห้องดูโล่งและกว้างมากยิ่งขึ้น ด้านหน้านี้มีพื้นที่ด้านข้างเล็กน้อยสำหรับวางตู้รองเท้าให้ด้วยนะ ถัดไปจะมีพื้นที่รับประทานอาหารให้ด้วย ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องครัวที่จัดให้มาเป็นแบบครัวปิด ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นและควันจะออกไปรบกวนพื้นที่ส่วนอื่นของห้องเลย ตรงต่อเข้าไปจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่น ที่ได้รับแสงธรรมชาติเข้ามาด้วยนะ แต่มีระยะที่ค่อนข้างจำกัดจึงทำให้จัดได้ไม่หลากหลายนัก ติดห้องครัวเป็นห้องน้ำหนึ่งเดียวของห้องครับ ข้อดีคือมีทางเข้าออก 2 ทาง จากห้องนั่งเล่นและห้องนอน ถือว่าสะดวกและห้องนอนยังได้ความเป็นส่วนตัวอยู่นะ

ด้านในสุดของห้องเป็นห้องอเนกประสงค์ที่เข้าด้วยประตูกระจกบานเลื่อน มีช่องแสงขนาดใหญ่ส่องเข้ามาได้ถึงภายในตัวห้อง ขนาดพื้นที่จัดได้เป็นทั้งห้องนอน ห้องทำงาน แล้วแต่ความต้องการเลย ส่วนอีกห้องคือห้องนอนที่ภายในมีขนาดค่อนข้างกว้างเลยล่ะ มีพื้นที่ Walk-in Closet และเข้าห้องน้ำได้เลยจากภายในห้องนอน ที่ริมอาคารมีประตูที่เป็นช่องแสงขนาดใหญ่ออกไประเบียงได้ครับ พื้นที่ระเบียงรับวิวค่อนข้างโล่ง จุดเด่นคือมีพื้นที่วาง Condensing Unit ที่เขาไม่ได้คิดเป็นพื้นที่ห้องให้มาด้วยนะ เดี๋ยวเราเข้าไปดูภายในห้องกันครับ แอบกระซิบว่าวัสดุไม่ธรรมดาเลยนะ สำหรับโครงการ Economy Class

ตัวโครงการขายแบบ Fully Fitted ให้ Furniture Built-in มาด้วยเล็กน้อย สำหรับสิ่งที่จะได้มาให้ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 41 ตร.ม. นี้ประกอบไปด้วย

  • ตู้เสื้อผ้าหน้าบานเปิด ขนาด 130 x 60 x 230 เซนติเมตร ในห้องนอนใหญ่
  • ตู้เสื้อผ้าหน้าบานเปิด ขนาด 100 x 60 x 230 เซนติเมตร ในห้องนอนอเนกประสงค์
  • ชุดเคาน์เตอร์ครัว พร้อมชั้นวางของด้านบน ขนาด 130 เซนติเมตร ปิดผิวด้วยหินเทียม หน้าบานต่างๆเป็นเมลามีน พร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานจาก Hafele

ห้องดูมีความโล่งเพราะระดับพื้นถึงฝ้าที่ 2.6 เมตร เฟอร์นิเจอร์ต่างๆภายในห้องจะไม่ได้นะครับ โครงการนี้ขายแบบ Fully Fitted ให้มาแค่ชุดครัว กับตู้เสื้อผ้า แต่ไม่ได้หน้าตาแบบในห้องตัวอย่างนะ พื้นภายในห้องเป็นไวนิลแบบ click lock หนา 4 มม. แข็งแรงทนความชื้น ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี มีบัวเชิงผนังให้มาด้วย ไฟทั้งหมดจะเป็น Downlight ครับ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้อง พื้นที่ส่วนหน้านี้จะเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร และฝั่งด้านข้างคือห้องครัว มีประตูกั้นปิดมิดชิด เป็นครัวปิดไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นและควันเลยครับ

พื้นที่หน้าห้องหลังโต๊ะรับประทานอาหารในรูปจะมีพื้นที่สำหรับวางชั้นรองเท้าให้ด้วยนะครับ แต่ต้องหามาเองนะไม่ได้มีมาให้ ไปดูห้องครัวกันก่อนดีกว่าครับ

ประตูเข้าห้องครัวเป็นกระจกบานเลื่อนปิดมิดชิด มีระยะเปิดอยู่ที่ประมาณ 65 ซม. เดินเข้าออกสบายๆ

ประตูกระจกกรอบบานอลูมิเนียม Powder Coat กระจกเขียวใสตัดแสงมาพร้อมตัวล็อค มีรางที่พื้นจะเดินถือจานอาหารเข้าออกต้องระวังสะดุดกันด้วยนะครับ มีการเปลี่ยนชนิดของวัสดุปิดผิวพื้นจากพื้นไวนิลเป็นพื้นกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน ง่ายต่อการทำความสะอาด และทนความชื้นมากกว่า เหมาะกับห้องครัวครับ

สำหรับห้องครัวจะได้เป็นตอนยาวเข้าไป มีเคาน์เตอร์ครัวอยู่ฝั่งหนึ่ง ซึ่งไม่ได้หน้าตาแบบในห้องตัวอย่างนะครับ แต่ลักษณะจะประมาณนี้

ทางเดินภายในจากเคาน์เตอร์ครัวถึงผนังมีระยะประมาณ 80 ซม. ยืนทำครัวได้สบายๆ ส่วนตัวผมชอบจัดให้ตู้เย็นใกล้ประตู เพราะเป็นส่วนที่ใช้งานบ่อย ไม่ต้องเดินไปลึก

สำหรับเคาน์เตอร์ครัวจะไม่ได้หน้าตาแบบในห้องตัวอย่างนะ มีชั้นวางของด้านบน เคาน์เตอร์ส่วนกลางและชั้นเก็บของด้านล่างครับ

ส่วนนี้จะไม่ได้หน้าตาแบบในห้องตัวอย่างเหมือนกัน แต่ของที่จะได้จะปิดผิวด้วยหินเทียม มีเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว มาพร้อมเครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานสเตนเลสแบบหลุมเดี่ยวจาก Hafele ทั้งหมดครับ

ส่วนด้านในสุดจะเว้นที่ไว้ให้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา ฝั่งเคาน์เตอร์ครัวจะมีช่องเว้นว่างไว้สำหรับวางตู้เย็น ขนาดประมาณ 65 x 70 เซนติเมตร เหมาะสำหรับวางตู้เย็นขนาดกลางครับ ส่วนฝั่งตรงข้ามคือช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าขนาดประมาณ 60 x 60 เซนติเมตร สามารถวางได้ทั้งแบบฝาบนและฝาหน้า ชั้นด้านบนไม่ได้ให้มาด้วยนะครับ แต่สามารถติดตั้งเองได้ ไว้สำหรับวางของและอุปกรณ์ซักผ้า

ส่วนของห้องครัวนี้จะได้ฝ้าฉาบเรียบทาสีและไฟ Downlight 2 ดวงครับ

มาดูห้องต่อมาที่อยู่ข้างๆกันครับ ห้องน้ำหนึ่งเดียวของห้องนี้นั้นเอง บอกได้เลยว่าห้องนี้มีความพิเศษที่น่าสนใจอยู่หลายอย่างเลยล่ะครับ เข้าไปดูกันเลย

ห้องน้ำดูดีทีเดียว ภายในมีระยะความสูงอยู่ที่ประมาณ 2.4 เมตร เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ทั้งพื้นและผนัง แบ่งส่วนแห้งส่วนเปียกได้ชัดเจน อุปกรณ์ภายในห้องน้ำก็ให้มาดีทีเดียว รวมถึงฉากกั้นอาบน้ำที่จะได้ด้วยนะ แต่ในห้องตัวอย่างยังติดตั้งไม่ทัน สำหรับ Economy Class วัสดุที่ได้มาถือว่าจัดเต็มมาให้เลยครับ

พื้นที่ภายในห้องน้ำมีลักษณะเป็นแนวยาวมีทางเข้าออกห้องน้ำ 2 ทาง ที่ห้องนั่งเล่น และห้องนอน ทั้ง 2 ทางมีขอบก่อขึ้นมาประมาณ 6 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อนออกไปเลอะนอกห้องน้ำ

เริ่มส่วนแรกด้วยอ่างล้างหน้าแบบฝังเคาน์เตอร์ สามารถวางของได้ด้านล่าง มาพร้อมกับกระจกเงาขนาดประมาณ 80 x 60 เซนติเมตร ติดผนัง

เป็นอ่างล้างหน้าเซรามิคขนาดประมาณ 60 x 50 เซนติเมตร ของ Hafele ครับ มีที่วางของด้านบนให้เล็กน้อย

ด้านล่างมีพื้นที่เก็บของให้ด้วยครับ ช่วยปิดส่วนงานระบบใต้อ่างให้เรียบร้อย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของห้องนี้ก็คือโถสุขภัณฑ์แบบ Automatic ของ Toto Washlet ครับ สำหรับโครงการในระดับ Economy Class มักจะไม่ค่อยมีให้เห็นกันนักนะ ที่นี่ก็จัดมาให้ ถือว่าดีเลยทีเดียว

ด้านข้างมีแถบควบคุม และที่ใส่กระดาษชำระ ไม่มีที่ปิดกันน้ำให้นะ แต่ก็ไม่ต้องกลัวเปียกเพราะเป็นโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติไม่มีสายชำระ และส่วนอาบน้ำก็มีฉากกั้นมาให้ ก็ถือว่าสะดวกดีนะ

ส่วนอาบน้ำจริงๆ เราจะได้ฉากกั้นอาบน้ำมาด้วยนะ เป็นแบบกระจกนิรภัยหนา 10 มม. ของ duscholux ในห้องตัวอย่างยังติดตั้งไม่เสร็จนะครับ ส่วนอาบน้ำได้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower มาด้วยเลย จัดเต็มมากๆ

พื้นที่อาบน้ำประมาณ 90 x 95 เซนติเมตร มียกขอบสูงขึ้นประมาณ 5 เซนติเมตรเพื่อแบ่งส่วน

ส่วนอาบน้ำได้ Hand Shower และ Rain Shower จาก Hafele มาให้ด้วย พร้อมที่วางสบู่ด้านข้าง แต่ถ้าจะต้องวางอุปกรณ์อาบน้ำมากขึ้นอาจจะต้องหาชั้นวางมาเพิ่ม หรือสามารถเจาะผนังแขวนชั้นวางได้นะครับ

เป็น Hand Shower แบบปรับระดับการไหลของน้ำได้หลากหลายรูปแบบ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี มีไฟ Downlight 3 ดวง พร้อมพัดลมระบายอากาศครับ

เมื่อออกมาจากห้องน้ำ มาดูภายในห้องกันต่อนะครับ เป็นห้องนั่งเล่นของห้องซึ่งจะเป็นส่วนแจกไปยังพื้นที่ต่างๆภายในห้อง มีลักษณะพื้นที่เป็นแนวยาว โดยมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.1 เมตร ทำให้ไม่สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่นักได้ และวางโต๊ะหน้าทีวีขนาดกลาง-ใหญ่ไม่ได้ จะขวางทางเดินไปมาครับ

สำหรับส่วนผนังที่แขวนทีวี ก็จะอยู่ระหว่างห้องน้ำที่เราพึ่งเข้าไปดูมาและห้องนอน ส่วนนี้ก็ดูเป็นสัดส่วนดีนะ แต่จะว่าไปก็ค่อนข้างตายตัว จะวางชั้นวางทีวีก็ขวางทางเดินไปมา หรือจะใช้ทีวีขนาดใหญ่มากก็จะไม่พอดีแนวผนัง ถือว่าจัดมาให้ลงตัวกับการใช้งาน

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ให้ไฟ Downlight 3 ดวง ตลอดแนวตั้งแต่หน้าห้องครับ

ไปดูพื้นที่ส่วนภายในของแนวห้องนี้กันก่อนนะ คือห้องอเนกประสงค์ ที่อยู่ติดริมขอบอาคาร เป็นห้องที่เปิดรับแสงธรรมชาติส่องเข้ามาสู่ภายในส่วนอื่นๆของห้องครับ

ประตูเข้าห้องเป็นบานเลื่อนกระจกกรอบบานอลูมิเนียม Powder Coat กระจกเขียวใสตัดแสงพร้อมตัวล็อค มีรางที่พื้นด้วยนะ ประตูเปิดสุดมีระยะเข้าห้องประมาณ 80 เซนติเมตร

ภายในห้องมีขนาดประมาณ 2.8 x 2.4 เมตร ซึ่งก็พอจะสามารถทำเป็นห้องนอนได้นะ วางเตียงขนาด 3.5 ฟุต หรือจะจัดเป็นห้องทำงานรับวิวพื้นที่ภายนอกก็ดี หรือจะเป็นห้องแต่งตัวสำหรับคุณผู้หญิงก็น่าสนใจ ซึ่งห้องนี้จะได้ตู้เสื้อผ้ามาให้ แต่ไม่ใช้แบบในห้องตัวอย่างนะ

สำหรับห้องตัวอย่างที่วางเตียง 3.5 ฟุต จะเหลือพื้นที่ไว้สำหรับวางตู้เสื้อผ้า และเดินเข้าออกพอสมควรเลย

จุดเด่นของห้องนี้คือได้แนวกระจกสูงจากพื้นเกือบถึงฝ้าเลย 2.4 เมตรได้ ถือว่าจัดมาให้เยอะเลยทีเดียว เป็นช่องแสงสำคัญที่ส่องเข้าไปถึงภายในห้องนั่งเล่น ที่สำคัญคือมีช่องเปิดขนาดใหญ่ให้ด้วย รับลมระบายอากาศได้ดีทีเดียว แต่ถ้าจะทำเป็นห้องนอน และนำเตียงไปชิดหน้าต่างก็อาจจะอันตรายเหมือนกันนะเพราะเปิดได้ค่อนข้างกว้าง ยิ่งถ้ามีเด็กเล็กก็ควรติดเหล็กดัดปิดป้องกันไว้หน่อยนะครับ ผมเป็นห่วง

ภายในห้องให้ฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบทาสีและไฟ Downlight 2 ดวง

ฝั่งซ้ายเราเข้าไปดูกันมาเรียบร้อยแล้ว ไปดูห้องทางฝั่งขวากันครับ.. ห้องนอนนั่นเอง

ห้องนี้จัดมาให้ค่อนข้างกว้างเลย ภายในวางเตียง 6 ฟุตแล้วเหลือพื้นที่ค่อนข้างเยอะ สิ่งที่จะได้มาด้วยคือตู้เสื้อผ้า จะไม่ได้หน้าตาแบบในห้องตัวอย่างนะครับ แต่ลักษณะจะประมาณนี้ พื้นที่ห้องนี้สามารถเชื่อมต่อได้กับห้องน้ำ และระเบียงซักล้าง เดี๋ยวเราไปดูกันทีละส่วนนะ

พื้นที่ภายในห้องเป็นตอนยาว ได้พื้นที่ใช้สอยเยอะ เราสามารถเลือกการจัดวางได้ตามความเหมาะสมกับการใช้งานได้

ปลายเตียงสามารถติดทีวีแขวนผนังได้นะ มีสวิทช์เตรียมไว้ให้

แต่ทางเดินก็ค่อนข้างแคบ มีระยะประมาณ 40 เซนติเมตร ถ้าติดทีวีแนะนำให้ติดกับผนังจะได้ประหยัดพื้นที่นะครับ

ส่วนผนังมีประตูเชื่อมต่อกับพื้นที่ระเบียง บริเวณนี้เป็นช่องแสงของห้องนี้ครับ แอบเสียดายเล็กน้อยที่ห้องนี้เปิดช่องเปิดแค่ฝั่งเดียว เพราะมีตำแหน่งที่มุมอาคาร น่าจะเปิดวิวสองฝั่งได้

พื้นที่หน้าทางไประเบียงก็มีเหลือเล็กน้อยนะ มีระยะประมาณ 45 เซนติเมตร สำหรับห้องตัวอย่าง เดินเข้าออกได้สะดวก ตรงนี้แล้วแต่เราจะจัดวางเตียงเลยครับ

ประตูเข้าออกระเบียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อนกรอบบานอลูมิเนียม Powder Coat กระจกเขียวใสตัดแสง มีขอบยกสูงจากพื้นประมาณ 10 เซนติเมตร พร้อมตัวล็อคครับ

พื้นที่ระเบียงค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว ประมาณ 2.4 x 1.2 เมตร สามารถวางที่นั่ง หรือชุดโต๊ะกาแฟเล็กๆได้นะ แถมยังกันพื้นที่ด้านข้างไว้สำหรับแขวนหรือวาง Condensing Unit ให้อีกด้วย มีผนังกั้นความเป็นส่วนตัวจากห้องด้านข้างให้ด้วย แต่แอบเสียดายที่จะไม่ได้รับวิวทิศด้านข้างด้วย

พื้นที่ส่วนที่กันไว้ให้วางหรือแขวน Condensing Unit พร้อมมีแนวแนวกั้นปิดให้พร้อมสวยงาม ทำให้ภายนอกอาคารดูสวย เรียบร้อย

ระเบียงให้ไฟ Downlight มา 1 ดวง

มองย้อนกลับเข้าไปภายในห้อง จะเห็นพื้นที่หน้าห้องน้ำ สามารถเข้าห้องน้ำได้เลยจากในห้องนี้ ไม่ต้องเดินออกไปห้องนั่งเล่น เรียกได้ว่าใครที่ชอบใช้เวลาอยู่ในห้องนอนเป็นส่วนใหญ่ก็อยู่ในนี้ได้ทั้งวันเลยล่ะครับ

พื้นที่หน้าประตูห้องเมื่อเปิดเข้ามาจะเจอส่วนของตู้เสื้อผ้าที่จะให้มาด้วยนะ พร้อมพื้นที่หน้าตู้ เป็นพื้นที่เดียวกับพื้นที่หน้าทางเข้าออกห้องนอนและห้องน้ำ บริเวณนี้ให้มากว้างดีครับ ขนาดจากเตียงถึงผนังห้องน้ำประมาณ 2.5 เมตรเลยทีเดียว

ห้องนี้ให้ฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 3 ดวงครับ

มาต่อกันที่ห้องที่สองนะครับ เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 29.40 ตร.ม. รูปแบบนี้มีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการ จะอยู่ตามแนวทิศตะวันออก, ทิศตะวันตกของอาคารเกือบทั้งหมด และทางทิศเหนืออีก 1 ห้อง ห้องนี้จะมีลักษณะเป็นจัตุรัสมากขึ้น ทำให้มีหน้ากว้างของห้องเยอะขึ้น ภายในถูกแบ่งสัดส่วนชัดเจนในหลายๆพื้นที่ ข้อดีคือได้ห้องนั่งเล่นที่มีความกว้างมากขึ้น พร้อมทั้งได้รับแสงจากภายนอกเยอะกว่าเดิม ห้องนอนอาจจะไม่ได้ขนาดใหญ่เท่าห้องก่อนหน้านี้ แต่ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน ส่วนห้องครัวได้เป็นครัวปิดที่ติดกับระเบียง ทำให้ได้ช่องแสงและง่ายแก่การระบายอากาศ แต่ส่วนรับประทานอาหารต้องไปทานในห้องครัว ไม่สามารถดูทีวีไปด้วยได้ และอาจจะลำบากหน่อยเวลาอากาศร้อน หรือยังมีกลิ่นและควันจากการประกอบอาหารอยู่ ต้องเปิดประตูระเบียงช่วยนะ

แบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 5 ส่วน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องครัว ระเบียงซักล้าง และห้องนอน เริ่มที่เปิดประตูเข้ามาจะเจอพื้นที่นั่งเล่นเป็นศูนย์กลางในการแจกไปยังส่วนต่างๆ มีระยะภายในที่กว้าง สามารถวางโซฟาและโต๊ะหน้าทีวีได้หลายหลากรูปแบบ หลังประตูมีพื้นที่สำหรับทำชั้นวางรองเท้าได้ หลังผนังฝั่งที่แขวนทีวี จะเป็นห้องน้ำที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทุกจุด แต่การตั้งอยู่ภายในห้องจะระบายความชื้นยากหน่อยต้องเปิดพัดลมระบายอากาศและประตูช่วยหน่อยนะ ถัดมาคือห้องครัว ที่เป็นช่องแสงให้กับพื้นที่ภายในห้อง ครัวมีขนาดกว้างมากกว่าห้องก่อนหน้านี้ ฝั่งหนึ่งคือเคาน์เตอร์ครัว ส่วนฝั่งตรงข้ามจะมีพื้นที่สำหรับนั่งรับประทานอาหารสำหรับ 2 คน ด้านในสุดเป็นระเบียงซักล้าง ห้องนี้ต้องวางเครื่องซักผ้าด้านนอกนะ และแขวน Condensing unit ด้านบน ส่วนห้องสุดท้ายคือห้องนอน มีขนาดไม่ได้กว้างนัก สำหรับวางเตียง 5 ฟุตและเหลือพื้นที่รอบเล็กน้อยพอสำหรับตู้เสื้อผ้า และชั้นวางทีวีภายในได้ด้วย พร้อมทั้งได้แนวช่องเปิดขนาดใหญ่ให้ด้วยครับ ไปดูภายในกัน

สำหรับห้องนี้ก็เป็น Fully Fitted เช่นกัน แต่ก็ให้เฟอร์นิเจอร์ built-in มาด้วยนะ ประกอบไปด้วย

  • ตู้เสื้อผ้าบานเปิด ขนาด 130 x 60 x 230 เซนติเมตร ภายในห้องนอน
  • ชุดเคาน์เตอร์ครัวพร้อมชั้นวางของ ขนาด 130 เซนติเมตร ปิดผิวด้วยหินเทียม หน้าบานต่างๆเป็นเมลามีน พร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานจาก Hafele

เปิดประตูเข้ามาภายในห้องจะเจอส่วนห้องนั่งเล่นที่ค่อนข้างกว้างเลยล่ะ มีระดับพื้นถึงฝ้า 2.6 เมตร วัสดุพื้นปิดผิวด้วยไวนิลแบบ click lock หนา 4 มม. แข็งแรงทนความชื้น ผนังและฝ้าฉาบเรียบทาสี ไฟ Downlight ทั้งหมด เหมือนห้องก่อนหน้านี้ทุกอย่างเลยครับ ให้มาเป็น Fully Fitted เช่นกัน

พื้นที่ห้องนั่งเล่นเข้ามุม อาจจะเป็นพื้นที่จำกัดหน่อย แต่สามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ได้นะ เหลือพื้นที่ตรงกลางไว้สำหรับวางโต๊ะหน้าทีวีด้วย

มีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.6 เมตร เหมาะกับทีวีขนาดประมาณ 40-55 นิ้ว

ส่วนฝั่งทีวี ไม่ได้มีพื้นที่ให้สำหรับทำตู้เก็บรองเท้า แต่ถ้าใช้เป็นทีวีแขวนผนังจะมีพื้นที่ด้านล่างเหลือให้ทำตู้เก็บรองเท้าได้นะครับ ส่วนด้านหลังผนังฝั่งทีวีคือห้องน้ำของห้องนี้ครับ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวง

ส่วนด้านข้างของพื้นที่นั่งเล่นจะมีห้องครัว และห้องนอน ห้องครัวถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้แสงสามารถเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นภายในนี้ได้ เข้าไปดูห้องครัวกันก่อนครับ

เป็นประตูบานเลื่อนกระจกกรอบบานอลูมิเนียม Powder Coat กระจกเขียวใสตัดแสงพร้อม ตัวล็อค มีระยะเปิดกว้างขนาดประมาณ 65 เซนติเมตร มีรางที่พื้นต้องระวังสะดุดนะ และพื้นภายในห้องครัวก็เปลี่ยนเป็นกระเบื้องเกลซ พอร์ซเลนเหมือนห้องก่อนหน้านี้ครับ

ภายในห้องครัวมีขนาดกว้างใช้ได้เลย เป็นทางเดินตรงกลางและมีพื้นที่ใช้งานทั้งซ้ายและขวา ฝั่งหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์ครัว ส่วนอีกฝั่งเป็นพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร ซึ่งจะไม่ได้ Built-in มาให้ และเคาน์เตอร์ครัวก็ไม่ได้หน้าตาแบบนี้ด้วยนะครับ

พื้นที่ตรงกลางค่อนข้างกว้าง มีระยะจากเคาน์เตอร์ถึงโต๊ะรับประทานอาหารประมาณ 1.5 เมตร เดินไปมาได้สะดวก นั่งรับประทานอาหารสบายไม่อึดอัด

สำหรับเคาน์เตอร์ครัวจะไม่ได้หน้าตาแบบในห้องตัวอย่างเช่นกันนะ แต่จะได้ขนาดประมาณนี้ 130 เซนติเมตร เคาน์เตอร์ปิดผิวด้วยหินเทียม บานเปิดต่างๆกรุด้วยเมลามีน เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานสเตนเลสแบบหลุมเดี่ยวจาก Hafele ทั้งหมด

ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเว้นพื้นที่ไว้ให้สำหรับทำพื้นที่รับประทานอาหาร ดูแล้วน่าจะนั่งได้แค่ 2 ที่  ด้านบนก็สามารถทำเป็นชั้นวางของได้ด้วย ใช้ห้องตัวอย่างเป็นไอเดียในการตกแต่งได้นะ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 1 ดวง

ด้านในสุดเป็นพื้นที่เชื่อมต่อไปยังระเบียง จุดนี้เป็นช่องแสงหลักของห้องครัว และยังทะลุไปยังพื้นที่ภายในห้องได้อีกด้วยนะ

ประตูเข้าออกระเบียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อนกรอบบานอลูมิเนียม Powder Coat กระจกเขียวใสตัดแสง มีขอบยกสูงจากพื้นประมาณ 10 เซนติเมตร พร้อมตัวล็อคครับ

พื้นที่ระเบียงขนาดกำลังดี ออกมายืนสูดอากาศได้ มีพื้นที่ด้านข้างไว้สำหรับวางเครื่องซักผ้า มีก็อกน้ำให้ 1 จุด และแขวน Condensing Unit ให้ด้วย ด้านข้างมีผนังกั้นความเป็นส่วนตัวจากห้องที่ติดกันให้ด้วย

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีให้ไฟ Downlight 1 ดวง

กลับเข้ามาภายในห้องเพื่อดูส่วนต่อไปกันครับ ไปที่ห้องน้ำกันก่อนนะ

ภายในห้องน้ำมีลักษณะคล้ายกับห้องที่แล้วเลย ใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ปิดผิวทั้งผนังและพื้น อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ต่างๆ เหมือนห้องที่แล้วเลยครับ ส่วนพื้นที่ด้านหลังส่วนอาบน้ำมีชั้นวางของให้ด้วยนะ และส่วนอาบน้ำก็มีฉากกั้นอาบน้ำให้ด้วยนะ แต่ของห้องตัวอย่างยังติดไม่เสร็จครับ

พื้นที่ภายในห้องน้ำมีลักษณะเป็นแนวยาว ที่ทางเข้าออกห้องน้ำมีขอบก่อขึ้นมาประมาณ 6 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อนออกไปเลอะนอกห้องน้ำ

ส่วนอ่างล้างหน้าแบบฝังเคาน์เตอร์ ขนาดประมาณ 60 x 50 เซนติเมตร ของ Hafele สามารถวางของได้ด้านล่าง มาพร้อมกับกระจกเงาขนาดประมาณ 80 x 60 เซนติเมตร ติดผนังให้มาด้วย

โถสุขภัณฑ์แบบ Automatic ของ Toto Washlet เช่นเคย

ส่วนอาบน้ำ จริงๆจะมีฉากกั้นอาบน้ำให้ด้วย เป็นแบบกระจกนิรภัยหนา 10 มม. ของ duscholux เช่นกันกับห้องก่อนหน้านี้ ภายในเป็น Hand Shower และ Rain Shower จาก Hafele พร้อมที่วางสบู่ด้านข้าง แต่ถ้าจะต้องวางอุปกรณ์อาบน้ำมากขึ้นอาจจะต้องหาชั้นวางมาเพิ่ม หรือสามารถเจาะผนังแขวนชั้นวางครับ

ส่วนอาบน้ำมีขนาดประมาณ 90 x 80 เซนติเมตร มีขอบยกสูงขึ้นประมาณ 6 เซนติเมตร

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ให้ไฟ Downlight 3 จุด พร้อมพัดลมดูดอากาศครับ

มาปิดด้วยห้องนอนของเรากันครับ ด้านหน้าจะมีทางเดินเข้าไปเล็กน้อย ช่วยแบ่งกั้นความเป็นส่วนตัวให้ห้องนอนนะ เวลาเปิดประตูแล้วมองเข้าไปก็จะไม่ได้เห็นส่วนที่เป็นเตียงเลย

ภายในขนาดกำลังพอดีครับ วางเตียง 5 ฟุตและเหลือพื้นที่รอบเตียงสำหรับใช้งานส่วนอื่นๆได้ ห้องนี้จะได้ตู้เสื้อผ้ามาด้วย ส่วนชั้นวางทีวีต้องทำเองนะ ที่สำคัญคือได้ช่องแสงขนาดใหญ่ที่ริมหน้าต่าง เปิดรับลมระบายอากาศได้

วางเตียง 5 ฟุตที่กลางห้อง เหลือพื้นที่รอบข้างทุกด้านเลยนะ หรือใครชอบนอนเตียงใหญ่ๆ ก็สามารถวางเป็นเตียง 6 ฟุตและตั้งชิดผนังได้นะ จะเหลือพื้นที่ปลายเตียง และหน้าตู้เสื้อผ้าให้ใช้งานอยู่นะ

พื้นที่ปลายเตียงเป็นแนวผนัง 2 ระดับ ติดทีวีแขวนผนังได้นะ แต่จะไม่ได้อยู่ตรงกลาง ต้องเยื้องๆ ไปทางผนังอาคารเล็กน้อย หรือจะ Built-in เป็นตู้เก็บของ วางของ ก็ได้หลากหลายเลยครับ

พื้นที่ด้านในเป็นแนวกระจกขนาดใหญ่เกือบถึงพื้น พร้อมบานเปิดขนาดใหญ่เลย แต่ก็เช่นเดิมครับ เพราะเปิดได้กว้าง จึงอาจจะอันตรายไปบ้าง ควรระวังให้ดีนะครับ

มองย้อนกลับเข้ามาจะเจอตู้เสื้อผ้าทางฝั่งประตูเข้าห้อง Built-in มาให้ แต่จะไม่ได้หน้าตาแบบนี้นะครับ เหลือพื้นที่หน้าตู้ให้ใช้งานได้สะดวก

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีพร้อมไฟ Downlight 2 ดวง

สวิทช์ไฟต่างๆภายในห้องใช้ของ Marvel ทั้งหมด ไม่ใช่ Superhero นะครับ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @21 March 2019

  • 1 Bedroom ชั้น 7 ห้อง 7XA12 เนื้อที่ 30 ตร.ม. ราคา 1.92 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus ชั้น 4 ห้อง 4ZZ10 เนื้อที่ 41 ตร.ม. ราคา 2.2 ล้านบาท
  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 5,000 บาท
  • ทำสัญญา 50,000 – 60,000 บาท
  • ผ่อนดาวน์ 25 งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 42 บาท/ตร.ม./เดือน ชำระล่วงหน้า 2 ปี

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – ตัวโครงการตั้งอยู่ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 12 แยก 2 ซึ่งจะมีระยะห่างจากถนนแจ้งวัฒนะประมาณ 350 เมตร ถนนเส้นนี้นอกจากจะเป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพกับนนทบุรีแล้ว ยังเป็นแหล่งงานสำคัญของคนฝั่งนนทบุรีด้วย ไม่ว่าจะเป็นราชการหรือเอกชน เพราะมีทั้งโซนศูนย์ราชการและเมืองทองธานี รวมถึงสำนักงานอีกมากมายที่รายล้อมอยู่โดยรอบ ตัวโครงการตั้งอยู่ภายในซอย จึงทำให้สัญจรไปมาได้หลายช่องทาง ทะลุออกได้ทั้งซอยแจ้งวัฒนะ 10 และ 14 ออกไปถนนกำแพง 6 ก็ได้ และยังถูกขนาบข้างด้วยทางด่วน 2 สาย ที่มีระยะจุดขึ้นลงไม่ไกลจากตัวโครงการอีกด้วย 

สำหรับเรื่องความอุดมสมบูรณ์ถือว่าเรามีซอยที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของย่านนี้ คือซอยแจ้งวัฒนะ 14 มีความอุดมสมบูรณ์ ของกิน ตลอดทั้งเส้น รวมถึงยังทะลุไปยัง Big C Supercenter, Avenue แจ้งวัฒนะ, Tesco Lotus ได้โดยไม่ต้องออกไปยังถนนใหญ่ ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาลดติดไปได้เยอะพอสมควรเลย ส่วนที่ไกลออกมาหน่อยจะมีเมืองทองธานี ศูนย์แสดงสินค้าและสถานที่จัดคอนเสิร์ต และเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ  ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ให้ไปใช้เดินเพลิดเพลินกันได้ไม่ไกล

การเดินทางโดยใช้รถ – ถือว่าสะดวกนะ เพราะอย่างที่บอกไป มีซอยให้ลัดเลาะค่อนข้างเยอะ เข้าออกได้หลายทาง มีตัวเลือกที่หลากหลายในการเดินทางเพื่อไม่ต้องออกไปที่ถนนใหญ่ ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงเวลาชั่วโมงเร่งด่วนของแถวนี้ติดกันขนาดไหน นอกจากนั้นยังมีทางด่วน 2 สายประกบข้างท้ังทางด่วนศรีรัชและทางยกระดับโทลเวย์ เดินทางเข้าเมืองหรือออกเมืองก็สะดวกเลยล่ะครับ แต่ติดที่พื้นที่จอดรถภายในโครงการไม่เยอะนัก มีประมาณ 37 % ไม่รวมจอดซ้อนคัน

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – หน้าโครงการเลย คงถือว่าไม่สะดวกเลยนะ เพราะภายในซอยเป็นซอยตัน ทำให้ต้องเดินประมาณ 150 เมตร ออกมาเรียกรถที่หน้าปากซอยแจ้งวัฒนะ 12 แยก 2 ก็จะพอมีผ่านไปมาบ้าง เพราะเป็นซอยที่ทะลุลัดเลาะได้หลากหลาย แต่ถ้าจะใช้งานสะดวกจริงๆ ต้องเดินไปที่ถนนใหญ่แจ้งวัฒนะ จากโครงการก็ประมาณ 350 เมตร จะมีรถสาธารณะผ่านไปมาเยอะมากขึ้น และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูตัดผ่านบนเส้นแจ้งวัฒนะ ซึ่งสถานีที่ใกล้เราที่สุดคือ สถานีแจ้งวัฒนะ 14 ปัจจุบันยังไม่มีตำแหน่งสถานีและทางขึ้นลงชัดเจน แต่จากการคาดการณ์จะมีระยะโดยประมาณอยู่ที่ 700 เมตร บวกลบนิดหน่อยครับ รวมไปถึงรถไฟฟ้าสายสีแดงที่จะเข้าเมืองได้สะดวกกว่า สถานีที่ใกล้กับตัวโครงการที่สุดคือสถานีหลักสี่อยู่บริเวณแยกหลักสี่ครับ

วัสดุ – โครงการนี้ถือว่าให้วัสดุค่อนข้างดีเลยนะ เมื่อเทียบกับระดับราคา ถึงจะให้มาแบบ Fully Fitted แต่ก็ได้เคาน์เตอร์ครัวที่มีชุดเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันและอ่างล้างจานจาก Hafele ปิดผิวด้วยหินเทียม และชั้นวางของต่างๆเป็นหน้าบานเมลามีน และตู้เสื้อผ้าพร้อมชั้นวางของด้านข้าง Built-in มาให้ในห้องนอนและห้องอเนกประสงค์ ส่วนวัสดุต่างๆภายในห้องเริ่มที่ Digital Door Lock พื้นไวนิล ผนังฉาบเรียบทาสีพร้อมบัวเชิงผนัง ห้องน้ำเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ครับ เพราะจะได้โถสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติจาก Toto Washlet ส่วนอ่างล้างหน้าเป็นแบบมีเคาน์เตอร์ด้านล่างจาก Hafele ส่วนอาบน้ำให้มาทั้ง Hand Shower และ Rain Shower จาก Hafele ทั้งหมดเช่นกัน รวมถึงได้ฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยหนา 10 มม. จาก Duscholux ด้วย ส่วนบานประตูและหน้าต่างภายในห้องเป็นกรอบบานอลูมิเนียม Powder Coat กระจกเขียวใสตัดแสงทั้งหมดครับ และที่บริเวณติดผนังอาคารได้ช่องแสงเป็นหน้าต่างบานใหญ่ทีเดียว

การออกแบบ – การออกแบบตัวโครงการจัดว่าทำได้ดีนะ ในเรื่องของแนวคิดการออกแบบ Modern Classic ตัวอาคารทำออกมาให้เห็นค่อนข้างชัดเจน รวมถึงสอดคล้องกับสไตล์เฟอร์นิเจอร์ built-in ที่ได้ภายในห้องด้วย (ชุดครัวและตู้เสื้อผ้า) การจัดการพื้นที่ภายในก็ทำได้ดีทีเดียว พื้นที่ชั้น 1 ทั้งหมดเป็นพื้นที่จอดรถและพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางในส่วนด้านล่างนี้จะเข้าถึงได้ที่ชั้น 1 ทั้งหมด (ส่วนห้องออกกำลังกายที่อยู่ชั้น 2 ก็เข้าจากชั้น 1 แล้วเดินขึ้นด้านบน) ทำให้ไม่รบกวนพื้นที่พักอาศัย แต่พื้นที่ส่วนกลางอีกส่วนที่อยู่ชั้นดาดฟ้าต้องขึ้นจากชั้น 7 ดังนั้นพื้นที่ห้องพักอาศัยที่อยู่ชั้น 7 จะมีคนผ่านไปมาที่โถงบันได และถูกรบกวนได้ง่าย เสียความเป็นส่วนตัวในจุดนี้ไปหน่อย ส่วนการวางพื้นที่ส่วนกลางด้านล่าง วางในทิศที่ไม่ชนกับอาคารข้างเคียงได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ต้องแลกกับแดดทางทิศตะวันตกในช่วงบ่าย ซึ่งจะทำให้ค่อนข้างร้อน และใช้งานยาก และด้วยจำนวนยูนิตที่ไม่เยอะนัก ทำให้ยูนิตต่อชั้นไม่เยอะนัก ส่วนใหญ่จะได้รับวิวทางฝั่งทิศตะวันออกที่แดดจะร้อนหน่อยแต่ได้วิวพื้นที่ส่วนกลาง และทิศตะวันตกจะเป็นทิศเดียวที่โดนบล็อควิว สองทิศนี้จะเป็นวิวของห้องส่วนใหญ่ในโครงการ ทางฝั่งทิศเหนือจะมี 2 ห้อง และทิศใต้เป็นทิศที่ได้วิวโล่งยาวถึงถนนแจ้งวัฒนะจะมีห้องที่ใหญ่ที่สุดของโครงการ (41ตร.ม.) อยู่ทางฝั่งนี้ 1 ห้องต่อชั้น

ส่วนการออกแบบห้องพักอาศัย มีแบบห้องให้เลือกค่อนข้างเยอะหลากหลายขนาด ภายในห้องให้ระดับพื้นถึงฝ้ามาค่อนข้างสูงครับ 2.6 เมตร และด้วยกระจกที่ใช้เป็นส่วนกั้นห้องภายในทำให้ห้องดูโล่ง พื้นที่แต่ละส่วนภายในห้องแบ่งสัดส่วนออกมาให้ชัดเจนทุกห้องครับ ได้ครัวปิด และพื้นที่ก็ถูกคิดมาค่อนข้างดี เช่นห้อง 41 ตร.ม. ห้องน้ำเข้าได้ 2 ฝั่ง ทำให้สะดวกและรักษาความเป็นส่วนตัวของห้องนอนได้ดี ห้องอเนกประสงค์ก็มีขนาดที่กำลังดีทำเป็นห้องนอนได้ ห้องทำงานก็ได้ ที่สำคัญคือมีช่องแสงขนาดใหญ่และยังส่องเข้าไปภายในตัวห้องได้ด้วย แต่แอบเสียดายที่ห้องนี้เปิดรับวิวและช่องแสงเพียงทิศเดียว ทั้งๆที่เป็นห้องมุม ส่วนห้อง 29.40 ซึ่งมีจำนวนเยอะที่สุด ก็จะได้ครัวขนาดใหญ่หน่อย มีพื้นที่รับประทานอาหารภายใน ติดกับพื้นที่ระเบียง ทำให้ได้แสงและระบายอากาศง่าย ส่วนห้องนั่งเล่นได้พื้นที่หน้ากว้าง มีพื้นที่ไม่อึดอัด และจัดได้หลากหลาย

สาธารณูปโภค – พื้นที่ส่วนกลางไม่ได้มีให้เยอะมากนักแต่ก็ครบนะ และด้วยจำนวนยูนิตที่ไม่เยอะ ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานครับ พื้นที่ส่วนกลางชั้นล่างเข้าถึงจาก Lobby ที่เป็นพื้นที่ Double Volume ชั้น 1 ทั้งหมด ซึ่งดีนะ เป็นสัดส่วนและดูแลจัดการและรักษาความปลอดภัยได้ง่าย ส่วนชั้นดาดฟ้าด้านบนต้องขึ้นไปที่ชั้น 7 ก่อน ซึ่งจะเป็นการรบกวนพื้นที่พักอาศัยของชั้น 7 เหมือนกัน อัตราส่วนลิฟต์ภายในโครงการถือว่ากำลังดีครับ อยู่ที่ 1 : 51 ยูนิต ได้ความเป็นส่วนตัวสูง เข้าออกโครงการด้วย Keycard Access ระบบ Easy Pass ครับ พร้อม CCTV ที่ทางเข้าออก พื้นที่ส่วนกลางและทุกๆชั้น

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคา AVG 67,000 บาท/ตร.ม., 21 March 2019

  • ทำเล 7.5/10 – อยู่ในซอย 350 ม. จากถนนแจ้งวัฒนะ เข้าถึงความอุดมสมบูรณ์หลักๆของย่านนี้ได้ง่าย
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – เดินทางสะดวก เข้าออกได้หลายทาง ใช้งานทางด่วนง่ายทั้งสองทาง
  • ไม่ใช้รถ (ปัจจุบัน) 6.25/10 – เป็นซอยตัน ใช้รถสาธารณะยากหน่อย
  • ไม่ใช้รถ (ในอนาคตมีรถไฟฟ้า) 7.25/10 – อนาคตจะมีรถไฟฟ้าให้ใช้ แต่ก็ไม่ใช่ระยะเดิน
  • วัสดุ 8.25/10 – Digital Door Lock,โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ Toto Washlet, Rain Shower,  และอุปกรณ์ในห้องน้ำจาก Hafele ท็อปครัวหินเทียม Sink, Hob&hood จาก Hafele
  • แบบ 7.5/10 – มีแบบห้องให้เลือกหลากหลาย ได้ระยะฝ้าเพดานสูง ส่วนกลางรับแดดทิศตะวันตกเต็มๆ อาจจะใช้งานยากหน่อย
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ให้มาครบ ขนาดกำลังเหมาะกับจำนวนยูนิต

  • ECONOMY CLASS
  • 7.6 / 10.00 (ปัจจุบัน)
  • 7.67 / 10.00 (อนาคตมีรถไฟฟ้า)

BOTTOM LINE

สำหรับ PORCH Condominium เหมาะสำหรับคนที่ทำงานอยู่ในย่านแจ้งวัฒนะฝั่งโซนศูนย์ราชการ-เมืองทองธานี เพราะเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ รวมถึงมีความอุดมสมบูรณ์รอบข้างค่อนข้างสูง เน้นห้อง 1 Bedroom เป็นหลัก ภายในวัสดุดีในราคาจับต้องได้ ได้ความเป็นส่วนตัว และมีส่วนกลางให้ใช้ครบ มีงบประมาณ 1.99 – 2.6 ล้านบาท หรือกำลังผ่อนประมาณ 15,000 – 21,000 บาท/เดือน