รูปเปิด

รีวิวฉบับที่ 1026 … สวัสดีครับวันนี้พาไปชมรีวิวคอนโด พฤกษา เรียลเอสเตท ที่กำลังจะเปิดตัวโปรเจค Plum Condo ทั้งสี่แห่ง วันนี้เลยขอพาไปดูหนึ่งในสี่โครงการคือ Plum Condo แจ้งวัฒนะ สเตชั่น เป็นกลุ่มคอนโด Low Rise ที่จะค่อยพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่และสร้างทีละเฟสไป โดยเฟสแรกที่จะเปิดขายเป็นคอนโด 8 ชั้น 3 อาคาร ตัวโครงการอยู่ติดซอยแจ้งวัฒนะ 1 ห่างจากถนนแจ้งวัฒนะประมาณ 170 เมตร และสามารถลัดออกซอยวิภาวดีรังสิต 62, 64 ได้ ตัวห้องมีแบบ 1-2 Bedroom ขนาด 22.5-45 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้น 990,000 บาท

Fact @ 29 February 2016

  • Plum Condo Chaengwattana Station (พลัม คอนโด แจ้งวัฒนะ สเตชั่น)
  • บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
  • SUPER ECONOMY – ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : หลักสี่
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร 809 ยูนิต และร้านค้า 5 ยูนิต (เฟส 1)
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 38 ยูนิตที่อาคาร A และ B
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 32 ยูนิตที่อาคาร C
  • ที่จอดรถประมาณ 246 คันคิดเป็น 30.5% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 36%
  • ที่ดินประมาณ 6-2-63 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : เมษายน 2559
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ธันวาคม 2559
  • 1 Bedroom 22.5 ตร.ม. จำนวน 554 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 990,000 บาท
  • 1 Bedroom 26.0 ตร.ม. จำนวน 213 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.2 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 45.0 ตร.ม. จำนวน 37 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.45 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 990,000 บาท หรือเฉลี่ยราคา 44,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 54,500 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Presale : 2 เมษายน 2559
  • Call Center : 1739

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.879370, 100.585810

แผนที่จากโ๕รงการ

แผนที่จากทางโครงการครับ ทำมาค่อนข้างโล่งๆ ตั้งอยู่ซอยแจ้งวัฒนะ 1 ถนนหลักด้านหน้าคือถนนแจ้งวัฒนะ ที่อยู่ระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตกับถนนพหลโยธิน ซอยแจ้งวัฒนะ 1 สามารถลัดเลาะทะลุไปออกซอยวิภาวดีรังสิต 64 และ 64 ได้ ส่วนรถไฟฟ้าในอนาคตเป็นสายสีชมพูที่จะผ่านหน้าถนนแจ้งวัฒนะ และอยู่กึ่งกลางระหว่างรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม(กำลังก่อสร้าง) และรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อขยายหมอชิต-คูคต(กำลังก่อสร้าง)

แผนที่ระยะไกล(แก้ไข)

มาดูทำเลที่ตั้งกันบ้าง Plum คอนโด แจ้งวัฒนะ สเตชั่น เป็นโปรเจ็คขนาดใหญ่นะครับ ที่ดินทั้งหมดที่พฤกษามีคือแปลงสีเหลืองในแผนที่ ขนาดประมาณ 37 ไร่ แต่ว่าโครงการจะค่อยๆทยอยทำเป็นเฟสๆ และพัฒนาเรื่อยๆต่อไปจนเต็มผืน โดยในเฟสแรกนี้ จะเริ่มจากแปลงที่อยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 1 (ตีกรอบสีดำเอาไว้) ห่างจากถนนแจ้งวัฒนะประมาณ 170 เมตร ซึ่งเจ้าซอยแจ้งวัฒนะ 1 นี่เป็นซอยเชื่อมลัดเลาะได้หลายทางครับ สามารถไปออกทั้งซอยวิภาวดี 64 และ 62 ก็ได้ ตัวทำเล อีกทั้งทำเลนี้ยังอยู่ใกล้จุดตัดบนถนนหลักทั้งสี่แห่งเลยได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน และถนนรามอินทราครับ

แผนที่อุดมสมบูรณ์

ความอุดมสมบูรณ์ และสถานที่สำคัญต่างๆรอบโครงการ ในย่านรอบๆโครงการนี้มีจุดเด่นคือมีสถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจอยู่หลายแห่ง อาทิเช่น การประปาส่วนภูมิภาค การประนครหลวง กรมทหารราบ 11 ทีโอที และ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ล้วนเป็นแหล่งงานที่มีคนอยู่หลายพันคน อีกทั้งยังถือว่าไม่ไกลจากแหล่งสถานศึกษาทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอาทิเช่น รร.ไผทอุดมศึกษา รร.เจริญผลวิทยา ม.ราชภัฏพระนคร ม.เกริก ม.ศรีปทุม และม.เกษตรศาสตร์ โรงพยาบาลก็มี และที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากสนามบินดอนเมืองเท่าไรด้วย

แหล่งอาหารการกินถ้านับจุดที่ใกล้ที่สุดมีสองแห่งคือ ตลาด Market Today ซอยวิภาฯ64 ซึ่งนอกจากในตลาดที่มีอาหารการกินเยอะอยู่แล้ว รอบๆด้านข้างก็มีมินิมาร์ท ร้านค้า ร้านอาหารตามสั่ง ร้านรถเข็นมากมายเต็มไปหมด ส่วนอีกจุดนั่นคือ Max Valu หลักสี่ที่อยู่บนถนนแจ้งวัฒนะเยื้องกับที่ดินโครงการไปหน่อยนึง ซึ่งภายในก็จะมีซูปเปอร์มาร์เก็ต Mcdonal เปิดตลอด 24 ชม. หรือถ้าขับรถออกไปอีกหน่อยบนถนนพหลโยธินก็จะมี Tesco Lotus, Big C และห้างที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้คือ Central Plaza รามอินทรา ที่อยู่เลยม.เกริกไปนิดนึง ถือว่าเป็นย่านที่อุดมสมบูรณ์นะ

แผนที่การใช้ทางด่วน

การเดินทางโดยใช้รถ อย่างที่บอกไปตอนต้นถือว่าสะดวก เพราะอยู่ใกล้กับถนนหลักทั้งสี่สาย และภายในซอยยังเป็นซอยลัดเลาะทางเชื่อมได้อีก ส่วนทางด่วนที่ใกล้ที่สุดคือ ทางยกระดับอุตรภิมุข(ดอนเมืองโทลล์เวย์) ที่ถ้าเข้าเมืองแค่เลี้ยวเข้าถนนวิภาวดีรังสิตก็เจอเลย ส่วนถ้าออกเมืองให้ไปกลับรถแถวหน้าทีโอทีก่อนถึงศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แล้วกลับเข้ามาวิภาวดีรังสิตอีกครั้งก็เจอทางขึ้นฝั่งออกเมืองเลย

แผนที่รถไฟฟ้า(แก้ไข)

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ถือว่าง่ายพอสมควรเริ่มจาก รถเมล์ ซึ่งบนถนนแจ้งวัฒนะเป็นถนนเส้นหลักมีผ่านไปมาตลอดอยู่แล้ว ด้วยระยะทางจากถนนใหญ่เดินเข้าไปซอยแจ้งวัฒนะซอย 1 จนถึงทางเข้าโครงการ(เฟส 1) ก็ประมาณ 170 เมตร เป็นระยะที่เดินได้อยู่ แต่กลางคืนจะเปลี่ยวหรือไม่ต้องรอดูโครงการสร้างเสร็จกันอีกที บริเวณปากซอย 1 นั้นมีพี่วินมอเตอร์ไซต์ให้เรียกใช้ได้อยู่นะ ส่วน Taxi ก็หาเรียกไม่ยากนั้นเพราะเป็นซอยที่คนนิยมใช้ลัดเลาะตลอดเวลา

ส่วนระบบราง เนื่องด้วย รถไฟฟ้าสายสีชมพู นั้นยังอยูในระหว่างแผนรอเสนออนุมัติ ปัจจุบันมีการปรับตำแหน่งที่ตั้งสถานีไปแล้วหลายครั้ง อันนี้เป็นแผนผังสถานีล่าสุด มากจาก Official Website คลิกที่นี่ โดยสถานีทั้งใกล้สุดนั้นน่าจะเป็นสถานีที่ 15 (ราชภัฏพระนคร) ซึ่งคาดว่าน่าจะห่างจากปากซอยแจ้งวัฒนะ 1 ประมาณ 200 เมตรครับ จุดเด่นอีกอย่างคือทำเลรวมของโครงการนั้นอยู่ใกล้กับจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆอาทิเช่น ทางซ้ายมือสถานีหลักสี่จะไปเชื่อมต่อกับสายสีแดงเข้มไปรังสิต(กำลังก่อสร้าง) ส่วนทางขวามือสถานีวัดพระศรีมหาธาตุก็จะเชื่อมต่อกับสายสีเขียวเข้มหมอชิต-คูคต(กำลังก่อสร้าง) ถือว่าเราอยู่กึ่งกลางซึ่งมีตัวเลือกให้ใช้งานได้หลากหลายพอสมควรถ้าสร้างเสร็จแล้วทั้งหมด

เดินทางวันนี้1

การเดินทางในวันนี้ ผมจะใช้ถนนวิภาวดีรังสิตมุ่งหน้าขาออก วิ่งตรงยาวๆ ผ่านแยกงามวงศ์วาน แยกหลักสี่(แจ้งวัฒนะ) และให้ออกเลนขนานเพื่อเตรียมขึ้นสะพานกลับรถเกือกม้า หลังจากนั้นให้วิ่งเลนขนานเอาไว้ และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ วิ่งตรงไปก่อนถึงวงเวียนจะมีที่กลับรถ พอผ่านหน้าม.ราชภัฏพระนครแล้วก็จะเห็น Sale Office ทางซ้ายมือ และก็ปากซอยแจ้งวัฒนะซอย 1

ผมเริ่มจากถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณห้าแยกลาดพร้าว มุ่งหน้าออกเมืองไปทางดอนเมืองนะครับ

เราจะวิ่งเลนใต้ทางด่วนหรือเลนขนานก็ได้ ตอนนี้ให้เน้นตามป้ายดอนเมืองเอาไว้ก่อน

ผ่านจุดตัดแยกถนนงามวงศ์วาน

ที่เห็นทางซ้ายมือที่รถติดๆนั้นเป็นสะพานกลับรถเกือกม้าไปม.เกษตรศาสตร์ครับ ติดแบบนี้เป็นประจำ

หลักจากนั้นจะผ่านจุดตัดแยกถนนแจ้งวัฒนะ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปทางศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะครับ

เลยมาหน่อยก็จะเจอสะพานกลับรถแล้ว

บนถนนวิภาวดีขาเข้าทางค่อนข้างจะคดเคี้ยวและความกว้างไม่เท่ากันตลอดเส้น บางทีจะแคบลงเนื่องจากมีสถานีระบายน้ำสำหรับคลองที่อยู่ข้างๆทางซ้ายมือ บางทีก็จะกว้างเป็นถนน 4 เลน

กลับมาถึงจุดตัดข้ามแยกถนนแจ้งวัฒนะ-วิภาฯ ให้เราชิดซ้ายเอาไว้ตามป้ายรามอินทรานะครับ

พอเลี้ยวซ้ายมาแล้วจะเป็นถนนแจ้งวัฒนะ ให้ระวังรถทางขวามือที่กลับรถมาด้วยนะ

ถนนแจ้งวัฒนะช่วงนี้เป็นถนน 4 เลนจราจร ที่มีรถหนาแน่นช่วงเข้า-เลิกงาน เพราะมีสถานที่ออฟฟิศ ราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาหลายแห่ง มีสถานที่อำนวยความสะดวกให้เห็นตามข้างทางตลอดเช่น มินิมาร์ท ธนาคาร ร้านค้าทั่วไป เป็นต้น

ขับมาหน่อยซ้ายมือจะเป็นโรงเรียนเจริญผลวิทยา ถัดไปเป็นโชว์รูม Toyota และธ.กรุงเทพ ซึ่ง Sale Office เราจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับธนาคาร สะพานลอยที่เห็นเป็นสะพานลอยที่ข้ามไปจะเป็นปากซอยแจ้งวัฒนะซอย 1 เลยนะครับ

เลยข้ามสะพานคลองบางบัวมาจะเจอกับ Cockpit ทางซ้ายมือ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ Max Valu

ทางเข้า Max Valu หลักสี่ จุดช้อปซูเปอร์มาร์เกตหาของกินเข้าบ้านที่ใกล้โครงการในระดับนึง

สาขานี้ขนาดค่อนข้างใหญ่และมีที่จอดรถเยอะครับ

ภายในก็มีพวกคาร์แคร์ และด้านหลังเป็นแนวอาคารพาณิชย์ร้านค้า ร้านอาหาร ตามสั่งให้เลือก

มี McDonald’s เปิดให้บริการ 24 ชม.เช่นเดียวกัน

ออกจาก Max Valu ขับตรงมานิดหน่อย จะเห็นป้ายรถเมล์ที่มีนักศึกษายืนรออยู่หลายคน เพราะข้ามสะพานลอยฝั่งตรงข้ามไปจะเป็นม.ราชภัฏพระนคร

ทีนี้ให้เราชิดซ้ายเลน 2 ช่องนี้เอาไว้นะครับ เพราะถ้าอยู่สองเลนขวาจะจะพาเราขึ้นสะพานข้ามแยกวงเวียนหลักสี่ไปลงถนนรามอินทราโน้น จุดสังเกตุคือร้าน ป.กุ้งเผา

เราจะเห็นวงเวียนหลักสี่(แยกรามอินทรา) อยู่ด้านหน้า ให้เราชิดเลนขวาสุดเพื่อกลับรถครับ

กลับรถมาแล้วจะเจอกับการประปานครหลวงซ้ายมือ

ถัดไปเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร อ่านประวัติคร่าวๆได้ ที่นี่

หลังจากนั้นจะเห็นป้าย Billboard ริมทางเริ่มเป็นส่วนนึงของผืนที่ดินของพฤกษาแล้วนะครับ แต่จะเป็นโครงการในอาคตอย่างที่บอกไปตอนแรก

เห็น Sale Office แล้วอยู่ทางซ้ายมือ และก็มีป้ายบอกทางด้านบนว่าถ้าเลี้ยวซ้ายจะเป็นทางลัดไปซอยวิภา 62, 64 ได้

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยแจ้งวัฒนะ 1 ครับ บริเวณนี้จะเป็นเขตชุมชนโรงเรียนนะครับ ให้ขับช้ากันนิดนึง

พอเลี้ยวมาแล้ว ถนนเป็นลาดยาง 2 เลนสภาพแวดล้อมช่วงต้นซอยฝั่งซ้ายมือที่ดินของพฤกษาจะดูน่าเดินมากกว่า

เลี้ยวมาแค่ประมาณ 30 เมตรก็ถึงทางเข้า Sale Office แล้วครับ ปากทางเข้าเป็นที่ตั้งของพี่วินที่ประจำการอยู่ตรงนี้ด้วย ดีเลย 😀

เดินทางวันนี้2

ส่วนเส้นทางอีกเส้นที่จะพาไปดู ก็คือถ้าเรามาจากถนนวิภาวดีรังสิตแล้วจะมาเข้าที่ซอยวิภาวดีรังสิต 64 สามารถลัดทะลุไปถึงซอยแจ้งวัฒนะ 1 ที่ตั้งโครงการได้เหมือนกัน

จากถนนวิภาวดีรังสิต เราเลยแยกจุดตัดวิภา-แจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าขาเข้าเมืองมานิดเดียวก็จะเจอกับทางขึ้นทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์อยู่ตรงกลาง 2 เลน ทางขวาเป็นทางเข้าไปใต้สะพานสำหรับรถที่วิ่งตรงยาวๆ ต้องการเร่งความเร็วนิดนึง ส่วนเราที่ใกล้จะเลี้ยวซ้ายก็ชิดซ้ายเลย สองข้างทางของถนนวิภาวดีก็จะมีป้ายรถเมล์ มีสะพานลอยข้ามยาวๆ และมีรถตู้วิ่งผ่านตลอดๆ

ตรงมาเรื่อยๆทางซ้ายมือก็จะเป็นเขตโรงเรียนของโรงเรียนไผทอุดมศึกษา ที่จะมีการแบ่งช่องตั้งกรวยจราจรกั้นไว้เลย เผื่อการหยุดรถเป็นเวลาสั้นๆ รถตามหลังจะได้ไม่หงุดหงิดกัน ผ่านตรงนี้เราก็จะชะลอและเร่ิมชิดซ้ายนะครับ ซอยวิภาวดี 64 อยู่ห่างไปไม่ไกลแล้ว

สะพานลอยข้ามถนนวิภาวดีกว้างประมาณ 10 เลนก็จะเป็นทางวนๆที่สามารถลากจักรยานขึ้น-ลงได้ด้วย

เลยสะพานลอยมานิดเดียวก็จะเจอซอยวิภาวดี 64 อยู่ทางซ้ายมือ โดยมีจุดสังเกตคือมี 7-11 อยู่หน้าปากซ้าย มีรถสัญจรเข้า-ออกเยอะ

เข้าซอยมาแล้วก็จะเจอรถจอดอยู่บริเวณหน้าซอยทั้งสองข้างเยอะมาก ทั้งคนที่ผ่านไปมาและคนในพื้นที่ เพราะจะมีตลาดอยู่ทางซ้าย รวมถึงร้านมินิมาร์ททั้งหลายแหล่ ในระยะไม่ถึง 500 เมตรเท่าที่นับได้มีร้านสะดวกซื้อประมาณ 6 ร้าน ลองดูกันไปเรื่อยๆ ส่วนทางเดินเท้าทางขวามือก็จะเป็นรถจอดขายของ ขายผลไม้ รวมถึงร้านอาหารแบบชั่วคราว

เลย CP Fresh Mart มาจะเจอกับตลาด market today วิภา 64 ซึ่งเป็นแหล่งอาหารการกินหลักแถวนี้ จะเป็นตลาดที่ขายของแห้ง ของสด อาหารถุง และอาหารทำสดต่างๆ รอบๆที่เห็นมีร้านกาแฟอยู่หลายเจ้าเหมือนกัน

เลยถัดมาอีกหน่อยเป็นแนวตึกแถวร้านค้าสองฝั่งข้างทาง ร้านที่สังเกตุ ก็จะมีทั้งร้านยา คลีนิค ร้านซ่อมรถ ร้านอาหาร ร้านขายอุปกรณ์ทั่วไป เรียกว่ามีร้านทั่วไปที่เหมาะกับชุมชนอยู่อาศัยที่อยู่ในซอยนี้ ที่เห็น 7-11 ขวามือนี่เป็นอันที่ 3 แล้วนะครับ

เลยมาอีกนิดเดียว ร้านค้ารถเข็นริมทางก็ยังมีให้เห็นอยู่ อ้าวว เจอ 7-11 ที่ 4 ละ จะเยอะไปไหนเนี่ย >_<

ที่เห็นสี่แยกข้างหน้าคือซอยนิเวศน์นะครับ ให้เราเลี้ยวซ้ายเพื่อจะไปเชื่อมกับซอยแจ้งวัฒนะ 1 ได้

สภาพแวดล้อมในซอยนิเวศน์ ส่วนใหญ่เป็นชุมชนอยู่อาศัยมีทั้งบ้านปลูกเอง และโครงการจัดสรรทำให้ข้างทางได้อานิสงค์ของพวกต้นไม้ริมทางและบ้านคน กลางวันเดินได้ร่มรื่น แต่ถ้าเดินกลางคืนน่าจะเปลี่ยวนะครับ

ถึงทางสามแยกเลี้ยวซ้ายเจ้าสู่ซอยแจ้งวัฒนะ 1

เลี้ยวมาแล้วสภาพแวดล้อมก้ไม่ต่างจากซอยนิเวศน์มากเท่าไร แต่จะเริ่มมีพวกออฟฟิศของบริษัทมาสลับกับบ้านกันบ้าง

วิ่งมาจนถึงสี่แยกเล็กๆ ที่ตัดกันเป็นซอยแจ้งวัฒนะ 1 แยก 1 และ 2 ขวามือจะเริ่มเห็นที่ดินโครงการแล้ว

ผืนที่ดินของโครงการ Plum แจ้งวัฒนะนั้นจะยาวไปจนถึงถนนแจ้งวัฒนะโน้นเลยนะครับ

ทางขวามือนี้ในอนาคตจะเป็นส่วนของทางเข้าเฟสแรก ซึ้งฝั่งตรงข้ามเป็นบจก.NXP เกี่ยวกับพวกแผงวงจรไฟฟ้าครับ

วิ่งมาจนเกือบถึงปากซอยก็เจอกับทางเข้า Sale Office อีกครั้ง

เข้ามาดูในส่วน Sale Office สามารถจอดรถได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังอาคาร ด้านหน้าจะเป็นลานคอนกรีตพิมพ์ลายแบบนี้

ขวามืจัดเป็นสวนสนามหญ้าลายตาราง

มองไปที่ถนนแจ้งวัฒนะ จะเห็นว่าอยู่ตรงข้ามกับธนาคารกรุงเทพ และซ้ายมือเป็นสะพานลอยพอดี ป้ายรถเมลล์ก็อยู่แถวนี้ด้วย

หน้าตาภายนอกของอาคาร Sale Office เป็นโทนสีออกน้ำตาลส้มอ่อนๆ ตัดกับสีขาวครับ เดี๋ยวเราเข้าไปดูข้างในกัน

แผนที่ระยะประชิด

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

แผนผังโดยรอบๆของโครงการ Plum แจ้งวัฒนะที่เปิดขายในครั้งนี้เป็นส่วนของเฟสแรก ซึ่งลองวัดระยะจาก Google Map ดูทางเข้าจะอยู่ห่างจากถนนแจ้งวัฒนะประมาณ 175 เมตร ถามว่าเดินได้ไหม เดินได้นะครับ แต่กลางคืนจะเปลี่ยวหน่อย ฝั่งตรงข้ามกับทางเข้าโครงการเฟสแรก(ทิศตะวันตก) จะเป็นพื้นที่ของบจก.NXP กินพื้นที่ขนาดใหญ่มาก ส่วนฝั่งทิศเหนือและตะวันออกจะเป็นที่ดินเปล่าของทางพฤกษา ที่อนาคตจะพัฒนาเป็นเฟสถัดๆไป แต่ก็คงไปคอนโด Low Rise นั่นแหละเพราะว่าแถวนี้อยู่ใกล้สนามบินดอนเมืองคงไม่สามารถสร้างอาคารสูงได้ ส่วนทางทิศใต้ติดกับแนวกำแพงจะเป็นซอยแจ้งวัฒนะ 1 แยก 1 และตรงข้ามจะเป็นที่ดินเปล่าสลับกับแนวบ้านพักอาศัยสูง 1-2 ชั้นครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • การประปาส่วนภูมิภาค 500 เมตร
  • ม.ราชภัฏพระนคร 600 เมตร
  • ตลาดหน้าซอยวิภาวดี 64 1.3 กิโลเมตร
  • โรงเรียนไผทอุดมศึกษา 1.7 กิโลเมตร
  • Max Valu หลักสี่ 1.7 กิโลเมตร
  • วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร 1.8 กิโลเมตร
  • เทสโก้ โลตัส 2.2 กิโลเมตร
  • ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ 2.5 กิโลเมตร
  • ไอทีสแควร์ 3 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัล รามอินทรา 3.3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลเซ็นทรัล เยเนอรัล 3.5 กิโลเมตร
  • กรมทหารราบที่ 11 3.7 กิโลเมตร
  • ม.ศรีปทุม 4.6 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลวิภาวดี 5.5 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 6 กิโลเมตร
  • สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ 6.2 กิโลเมตร
  • สนามบินดอนเมือง 6.5 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Plum Condo แจ้งวัฒนะ สเตชั่น เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 3 มีห้องพักจำนวน 809 ยูนิต และร้านค้า 5 ยูนิต บนเนื้อที่ดินที่พัฒนาเฟสแรก 6-2-63 ไร่ ถือว่าค่อนข้างหนาแน่นทีเดียว แต่ด้วยความที่มีพื้นที่กว้างจึงสามารถกระจาย สร้างไปได้หลายอาคาร ทำให้ยูนิตในแต่ละอาคารไม่แออัดจนเกินไป สำหรับโครงการนี้เรียกได้ว่าเป็นคอนโดราคาประหยัด ที่มีพิกัดอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 1 ซึ่งเป็นซอยชุมชนอยู่อาศัยที่มีทั้งบ้านสร้างเองและโครงการจัดสรร และเป็นซอยที่ลัดเลาะไปออกวิภาฯ 62, 64 ได้ มีอพาร์ทเม้นต์อยู่บ้างประปรายแต่ไม่มากนัก

กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้จึงเน้นไปที่ผู้มีรายได้น้อยไปถึงกลางให้สามารถจับต้องได้ง่าย อีกทั้งในย่านรอบๆโครงการนี้มีจุดเด่นคือมีสถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจ สถานศึกษาทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอยู่หลายแห่งอีกด้วย ตัวอาคารเน้นสีโทนเย็นให้ดูสบายตาอย่างสีเทาอ่อนครีมน้ำตาลตัดกัน หน้าต่างที่ได้ก็ค่อนข้างเยอะและสูงระดับนึง ทำให้ได้แสงส่องเข้ามาในห้องได้พอสมควรอยู่

Master-Plan

มาดู Master Plan กันก่อนครับ ที่ดินของโครงการเฟสแรก ทางเข้าด้านหน้าติดซอยแจ้งวัฒนะ 1 และมีอีกด้านนึงทางทิศใต้จะติดกับซอยแจ้งวัฒนะ 1 แยก 1 พื้นที่โครงการของเฟสแรกมีเนื้อที่ดินประมาณ 6-2-63 ไร่ รอบๆโครงการมีการจัดสวนและสอดแทรกพื้นที่สีเขียวระหว่างอาคารตลอดแนว โดยโครงการจะมีทั้งหมด 3 อาคาร แบ่งเป็นอาคาร A, B (เป็นรูปทรงตัว H) และ C (เป็นรูปทรงตัว L) เมื่อเข้าโครงการมาจะเจอกับป้อมรปภ. และมีทางเข้าแบบแตะคีย์การ์ดรั้วกั้นไม้กระดกสำหรับลูกบ้านทางขวามือ ส่วนของ Visitor ต้องแลกบัตรที่จุดทางเข้าออกอีกทาง

ทางเดินรถภายในโครงการเป็นแบบสวนทางกันได้(ตามลูกศร) Shop ยูนิตร้านค้า 5 ยูนิตจะอยู่ที่อาคาร A ทั้งหมด ส่วนของ Facility นั้นจะกระจายตัวอยู่ที่ทั้ง 3 อาคาร โดยอาคาร A จะมี Game Room, Library Room, Relaxing Court, Swimming Pool  ส่วนอาคาร B จะมี Fitness, ห้องนิติบุคคล, Relaxing Court, Swimming Pool ทั้งหมดอยู่ที่ชั้น 1 สุดท้ายอาคาร C ส่วนกลางจะอยู่ที่ชั้นดาดฟ้า เป็นสวนหย่อม

โดยที่จอดรถนั้นมีช่องจอดทั้งหมดประมาณ 246 คันคิดเป็น 30.5 % รวมจอดซ้อนคันเพิ่มอีก 44 คัน คิดเป็น 36%  ด้วยจำนวนที่จอดรถเท่านี้อาจจะไม่เพียงพอเท่าไหร่นะ แต่ก็ยังหักลบไปได้บ้างนิดหน่อยกับความสะดวกในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในอนาคต

ส่วนของชั้น 1 ทุกอาคารก็มีห้องพักอาศัยแล้วนะครับ เริ่มจากอาคาร A นั้นมีจำนวนห้องพักอาศัย 15 ยูนิต ต่อด้วยอาคาร B มีจำนวนห้องพักอาศัย 18 ยูนิต และสุดท้ายอาคาร C มีจำนวนห้องพักอาศัย 16 ยูนิต

ภาพจำลองบรรยากาศ Facility ห้อง Fitness ที่อาคาร B โดยจะมีเครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง และมองวิวสระว่ายน้ำ

ภาพจำลองบรรยากาศ Facility ห้อง Fitness ที่อาคาร B โดยจะมีเครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง และมองวิวสระว่ายน้ำ รวมถึงมีโต๊ะปิงปองด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศของสระว่ายน้ำของโครงการ ที่มีจำนวน 2 สระ ที่อยู่ที่อาคาร A และ B เป็นระบบคลอรีน ขนาด 5 x 15 เมตร ลึก 1.2 เมตร เป็นสระน้ำล้น ระบบเกลือ

Plum-CH-Master-Plan

เรามาดูที่ผังของตัวอาคาร เริ่มจากอาคาร A และ B ซึ่งมีรูปอาคารทรงตัว H เหมือนกัน ชั้น 2-8 จะเหมือนกันหมด โดยจะมีจำนวนความหนาแน่น 38 ยูนิตต่อชั้น ซึ่งถ้าอาคารออกแบบมาเป็นรูปทรงตัว H นี้ก็ไม่ถึงกับต้องมองเห็นกันหมดเวลาเดินสวนกันระหว่างชั้น และจะมีห้องตำแหน่งพิเศษที่อยู่บริเวณทางเชื่อมกึ่งกลางตัว H เป็นห้อง 2 Bedroom ที่ด้านหน้าเป็น Single Corridor ครับ ลิฟท์โดยสารมีให้ 2 ตัว ไม่มี Service Lift อัตราส่วนการใช้งานลิฟท์อาคาร A 140 : 1 และ อัตราส่วนการใช้งานลิฟท์อาคาร B 142 : 1 ค่อนข้างหนาแน่นเลยล่ะ ส่วนบันไดหนีไฟมีมาให้ 5 จุด ตรงปลายมุมอาคารสี่ด้านและกลางอาคารใกล้ลิฟท์

ส่วนของอาคาร C ชั้น 2-8 มีจำนวนความหนาแน่น 32 ยูนิตต่อชั้น ลิฟท์โดยสารมีให้ 2 ตัว ไม่มี Service Lift เช่นกัน อัตราส่วนการใช้งานลิฟท์อาคาร C 120 : 1 ถือว่าน้อยกว่าอาคาร A,B แต่ก็ยังพอหนาแน่นตึงๆอยู่ดี ส่วนบันไดหนีไฟ 2 จุด ส่วนชั้นดาดฟ้าจะเป็นสวน Facility ครับ

เข้ามาดูภายใน Sale Office กันนิดนึงครับ เข้ามาจะเจอกับเคาน์เตอร์ ที่มีเซลล์ของโครงการนั่งประจำกันอยู่ประมาณ 4 ท่าน มีชุดโต๊ะรับแขกสำหรับผู้สนใจมาเยี่ยมชมโครงการหลายที่นั่งอยู่ บรรยากาศภายในค่อนข้างโปร่งโล่งเพราะเป็น Double Space ตกแต่งภายในโทนสีอ่อนสบายตา

ส่วนฝั่งขวามือก็จะมีจอทีวี Vdo Presentation โครงการ Mater Plan โครงการส่นของเฟสแรกที่เปิดขาย และที่คนมุงๆกันนั่นคือโมเดลครับ

โมเดลโครงการเฟสแรก สเกล 1:100 ขนาดค่อนข้างใหญ่ให้เห็นภาพสมจริง

มาดูโมเดลกันครับ อาจจะติดภาพสะท้อนเล็กน้อยนะครับ เพราะว่ามีอะคริลิคขนาดใหญ่ครอบเอาไว้อยู่ มุมนี้ถ่ายแนวตั้งให้เห็นเหมือนกันมุมมองของ Master Plan ที่อธิบายไปไว้แล้วด้านบน

ทางเข้าโครงการอยู่ติดถนนซอยแจ้งวัฒนะ 1 ซึ่งอีกหน่อยจะทำรั้วกำแพงใหม่เป็นคอนกรีตสีขาวสูงประมาณ 2.5 เมตรและมีสวนต้นไม้อยู่รอบๆริมกำแพง

ถนนทางเข้าจะเป็นคอนกรีตพิมพ์ลายสีน้ำตาลนะครับ ถนนที่ตรงไปเนี่ย เป็นถนนภารจำยอมที่ใช้ร่วมกันของโครงการในผืนที่ดินของพฤกษาทั้งหมด ที่บอกว่าจะไล่พัฒนาไปทีละเฟส  ส่วนใครที่เป็นลูกบ้านก็เลี้ยวขวา แตะคีย์การ์ด รั้วไม้กั้นกระดกก็เปิดและเข้าได้เลย ส่วนผู้มาติดต่อ Visitor ให้แลกบัตรที่ป้อมยามก่อน แล้วตรงไปเข้าทางเข้าอีกทางนึงที่เป็นวงเวียน

วงเวียนตรงนี้ก็มีทางเข้าโครงการอีกจุดนึงครับ สำหรับ Visitor ที่บอกไว้

ตัวอาคารเน้นสีโทนเย็นให้ดูสบายตาอย่างสีเทาอ่อนครีมน้ำตาลตัดกัน หน้าต่างที่ได้ก็ค่อนข้างเยอะและสูงระดับนึง ทำให้ได้แสงส่องเข้ามาในห้องได้พอสมควรอยู่

ช่องว่างระอาคาร A และ B ที่เป็นรูปทรงอาคารตัว H ทั้งสองฝั่งจะเป็นส่วนของ Facility ด้านนึงจะเป็น Relaxing Court ส่วนอีกด้านจะเป็น Swimming Pool

ส่วนของอาคาร C ก็ไม่ต้องน้อยใจไปครับ มี Facility อยู่ที่ชั้นดาดฟ้า เป็นสวนทั้งหมดครับ 😀

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 2 สระ ที่อาคาร A และ B ระบบเกลือ ขนาด 5 x 15 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • ห้องออกกำลังกายที่อาคาร B 1 ห้องขนาดปานกลาง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง และมีโต๊ะปิงปอง
  • Game Room + Library Room ที่อาคาร A
  • Shop ร้านค้า 5 ยูนิต ที่อาคาร A
  • สวนดาดฟ้า ที่อาคาร C
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อ 1 อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก A 140 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก B 142 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก C 120 : 1
  • Service Lift : ไม่มี
  • ที่จอดรถประมาณ 246 คันคิดเป็น 30.5 % รวมจอดซ้อนคันเพิ่มอีก 44 คัน คิดเป็น 36%
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

 

โครงการ Plum นี้มีห้องตัวอย่างด้วยกันทั้งหมด 3 แบบนะครับ แบ่งเป็นแบบ Studio 22.5 ตารางเมตร, 1-Bedroom 26 ตารางเมตร และห้อง 2-Bedrooms 45 ตารางเมตร แต่ห้อง 45 ตารางเมตรนี้ไม่ใช่ห้อง 45 ตารางเมตรแท้ๆ กลับเป็นห้องแบบ 22.5 ตารางเมตร 2 ห้อง รวมร่างกัน จะเป็นอย่างไรนั้น ไปชมกันเลย

ห้อง Studio ขนาด 22.5 ตารางเมตรเป็นห้องที่ไม่ใหญ่มาก ประกอบด้วยห้องนอนที่ซ้อนอยู่ด้านในห้องด้านนอกอีกทีหนึ่ง กั้นด้วยกระจกบานเลื่อน 3 ตอน แอร์ที่นี่ไม่มีมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานนะครับ ในห้องตัวอย่างติดแอร์ไว้ให้ดูเฉยๆ สำหรับคนที่ประหยัดค่าไฟห้องนี้จริงๆแล้วติดแอร์ที่ใหญ่หน่อยตัวเดียวก็พอ เปิดแอร์แล้วรอสักพักไอเย็นจากห้องนอนก็สามารถส่งผ่านไปถึงส่วนต่างๆในบ้านได้หมด เพราะพื้นที่มันมีแค่ 22.5 ตารางเมตรเท่านั้นเองครับ

ความกว้างของห้องรับแขกมีประมาณเท่านี้ ฝั่งหนึ่งทำเป็นโต๊ะทำงาน อีกฝั่งหนึ่งทำเป็นโซฟาขนาดนั่ง 2 คนได้ ถ้าใครชอบโซฟายาวที่นั่งได้ 3 คน ก็ต้องเสียสละโต๊ะทำงานไปนะครับ

ฝั่งตรงข้ามของโซฟาเป็นผนังห้องน้ำ ที่ทำเป็นชั้นวางทีวีได้พอดิบพอดี ฟังก์ชั่นนี้มีประโยชน์สำหรับคนที่ชอบดูทีวี แต่คนสมัยใหม่อยู่คนเดียวห้องเล็กๆแบบนี้ ถ้าไม่ชอบดูทีวีแล้ววันๆเปิดแต่คอมกับไอแพด ก็สามารถปรับเป็นแผงตู้ขนาดใหญ่ ใส่ชั้นวางรองเท้า ที่เก็บของ แขวนร่ม วางกระเป๋า ได้พื้นที่ใช้สอยอีกเยอะ

บานเลื่อนที่นี่เป็นบานเลื่อน 3 ตอน เวลาเลื่อนกลับไปเก็บก็จะไปกองกันอยู่ฝั่งหัวเตียง ทำให้ห้องสองห้องนั้นเชื่อมกันได้ค่อนข้างสนิท เพิ่มความโปร่งให้กับห้องทั้งหมด

เตียงควีนไซส์ขนาด 5 ฟุต จัดวางไว้ริมหน้าต่างได้พอดี วางโต๊ะข้างเตียงได้ตัวหนึ่ง พร้อมกับโต๊ะเครื่องแป้งบริเวณปลายเตียง ถ้าห้องนี้อยู่คนเดียวเราก็ไม่จำเป็นต้องใส่เตียงใหญ่ขนาดนี้ก็ได้ ปรับเปลี่ยนเป็นเตียง 3.5 ฟุต ก็จะมีพื้นที่เหลือวางโต๊ะทำงานจริงๆแทนที่จะเป็นโต๊ะข้างเตียงได้เลยครับ

ปลายเตียงจัดทำเป็นพื้นที่รูปตัว L วางโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกับตู้เสื้อผ้า ถ้าใครคิดว่าไม่พอ ก็ต้องปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นอื่นมาเก็บเสื้อผ้าเพิ่มเติมหน่อยแล้วล่ะ

บานกระจกนี้ให้เป็นกระจกบานใหญ่ มีช่องแสงลงไปแทบจะถึงพื้น ดูดแสงภายนอกเข้ามาในห้องได้มากกว่าปกติ ช่วยให้ห้องดูโปร่งมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับห้องขนาดเล็ก

นอกจากห้องน้ำแล้ว ครัวเป็นอีกฟังก์ชั่นเดียวที่แถมมาให้พร้อมกับห้องนี้ ประกอบด้วยเคาน์เตอร์ท๊อปลามิเนตและชั้นวางของด้านบน ติดตั้งซิงก์น้ำมาให้ชุดหนึ่งและช่องวางไมโครเวฟ ถ้าใครชอบทำอาหารก็ให้ซื้อเตาลอยมาตั้งนะครับ

ชั้นวางของด้านบนที่ติดตั้งมาให้นั้นค่อนข้างบางมาก ความแข็งแรงน้อยหน่อย วางของกระจุ๊กกระจิ๊กแบบนี้ก็คงจะไม่มีปัญหา แต่ถ้าใครจะวางหม้อ กระทะ จานชามหนักๆ ซ้อนกันมากๆ ก็ควรไปหาตู้แขวนมาติดตั้งนะครับ

โต๊ะทานข้าวตัวนี้เป็นโต๊ะเล็กๆที่นั่งได้สองคน วางชิดผนังพอดิบพอดี แต่เวลาเลือกเก้าอี้ก็ต้องเลือกแบบที่สามารถสอดเก็บได้แบบขาไม่ชนกัน ไม่อย่างนั้นเวลาสอดเก็บก็จะเกะกะทางเดินแบบที่เห็น

พื้นที่ระเบียงด้านนอกเป็นพื้นที่ที่ใช้ในการวางเครื่องซักผ้า ซักล้าง ตากผ้า ขนาดพอใช้งานได้สำหรับหนึ่งคนครับ

ห้องน้ำเป็นอีกฟังก์ชั่นหนึ่งที่มีมาให้ครบถ้วน ประกอบด้วยโถสุขภัณฑ์ อ่างน้ำและห้องอาบน้ำ แยกส่วนเปียกส่วนแห้ง มีเคาน์เตอร์วางของนิดหน่อยตามธรรมเนียม

พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ไซส์ 30 cm. ผิวด้าน ตามภาพ พื้นกั้นเป็นธรณีก่อขึ้นมาช่วยไม่ให้น้ำกระเด็นมาในส่วนครัวเวลาใช้งาน

ห้องอาบน้ำไม่ได้ติดเครื่องทำน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นมาให้ มีระบบน้ำเป็นฝักบัว 1 ชุด และพัดลมดูดอากาศมาให้ ตามที่เห็นครับ

จบห้องขนาด 22.5 ตารางเมตรกันแล้ว ขนาดอาจจะเล็กไปสำหรับบางคน ถ้ามีงบประมาณมากอีกนิดก็เชิญไปดูห้อง 26 ตารางเมตร ที่ขยายขึ้นมาอีกหน่อยกันต่อเลย

ห้องขนาด 26 ตารางเมตรเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย ฟังก์ชั่นต่างๆนั้นลงตัวมากขึ้น วางห้องน้ำอยู่ในห้องนอนและมีการแยกสัดส่วนระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่นออกจากกันอย่างชัดเจน

ห้องขนาด 26 ตารางเมตรเป็นขนาดที่เล็กที่สุดที่ผมแนะนำสำหรับการใช้ชีวิตของคน 2 คนนะครับ เนื่องจากขนาดและฟังก์ชั่นต่างๆนั้นลงตัวสำหรับการอยู่ 2 คนมากกว่าห้องขนาด 22.5 ตารางเมตรพอสมควร เริ่มจากห้องนั่งเล่นที่แยกส่วนออกมาพร้อมกับพื้นที่โต๊ะกินข้าว ชุดครัวที่ไม่ต้องไปเบียดเสียดกันเท่าไร

มุมห้องนั่งเล่นนี้กว้างกว่าห้อง 22.5 มาก เพราะเป็นผนังยาวสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามใจชอบ

ในขณะที่มุมวางทีวีนั้นติดข้อจำกัดของช่องประตูเข้าห้องนอน ขนาดที่ติดตั้งได้จึงไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไร

โต๊ะกินข้าวแยกส่วนที่ไม่ต้องหันชิดผนังนั้นให้ความรู้สึกดีกว่ากันเยอะเวลานั่งรับประทานอาหาร

ตู้เย็นจะหล่อไปไหนใบนี้ร่วมแสนบาทน่าเสียดายที่ไม่ได้แถมให้นะครับ ส่วนฟังก์ชั่นของครัวนั้นยกชุดมาจากห้องเดิมเลย

โคมไฟขาตั้ง ใครพื้นที่เหลือก็เอามาวางได้ ถ้าใครอยากได้ที่เก็บของเพิ่มก็ไปติดโคมไฟชนิดอื่น ปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ตู้เก็บของที่ติดตั้งโคมไฟในตัวจะดีกว่า

ห้องนอนวางเตียงขนาด 5 ฟุตสำหรับนอนได้สองคนแล้วยังเหลือพื้นที่วางโต๊ะด้านข้างได้สบายๆ

ปลายเตียงสามารถแขวนทีวีได้แล้ว ไม่ติดพื้นที่ตู้เสื้อผ้าเหมือนห้องที่แล้ว

ตู้เสื้อผ้าแยกส่วนออกมาวางอยู่ด้านข้างได้สบายๆ

ห้องน้ำเหมือนเดิมเด๊ะๆ แค่เปลี่ยนจากตำแหน่งหน้าครัวมาอยู่ในห้องนอน ขอข้ามนะครับ

สุดท้ายคือระเบียงที่มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มอีกหน่อย วางของ ตากผ้าได้สบายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย

สุดท้ายเป็นห้องขนาด 45 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ แบบที่โครงการจัดเตรียมไว้ให้แล้ว ห้องนี้เกิดจากการรวมห้อง Studio 22.5 ตารางเมตร จำนวน 2 ห้องเข้าด้วยกัน จึงเหมือนเป็นการซื้อ 2 ห้อง ไม่ใช่ซื้อ 1 ห้องนะครับ

ห้อง 2 ห้องนอนขนาด 45 ตารางเมตรนั้นดูอยู่สบายกว่าห้อง 26 ตารางเมตรหรือ 22.5 ตารางเมตรแบบคนละเรื่องกันเลยทีเดียว ห้องนี้มีพื้นที่ใหญ่ตรงกลางซึ่งเป็น Open Space ที่รวมห้องนั่งเล่นและโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่งไว้ด้วยกัน

โต๊ะทานข้าว 4 ที่นั่งแบบสบายๆ จริงๆกว้างกว่านี้หน่อยก็ยังได้เลย

โซฟาจัดเต็มเพราะมีพื้นที่เหลือค่อนข้างมาก

ผนังตู้ฝั่งนี้สามารถทำเป็นชั้นวางรองเท้าขนาดใหญ่ได้สบายๆ

ระยะดูทีวีเรียกว่าเกินพอ สามารถติดตั้งจอขนาดใหญ่ที่ให้ครอบครัว 3-4 คนมาดูร่วมกันได้

ระยะระหว่างโต๊ะทานข้าวกับชั้นวางทีวีก็เหลือเยอะแยะ จะทำตู้แขวนหรือแผงตู้รอบทีวีก็ยังเหลือพื้นที่อีกมาก

สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยก็คือขนาดครัว ที่เอาของห้อง 22.5 มาใช้เด๊ะๆ ถ้าใครชอบทำครัวก็ต้องไปหาทางขยับขยายพื้นที่ด้วยการไปแย่งพื้นที่บางส่วนที่เหลือเฟือจากห้องนั่งเล่นมาใช้นะครับ

ทำแหน่งวางตู้เย็น เครื่องซักผ้าและระเบียงก็เช่นกัน อาจจะลำบากหน่อยสำหรับบ้างที่อยู่กัน 4 คน เพราะพื้นที่ตากผ้าไม่น่าจะพอแล้วล่ะ

ช่วงเวลาเร่งด่วนสำหรับคน 4 คน ห้องน้ำห้องเดียวก็อาจจะเป็นปัญหาได้ แต่ถ้า 3 คนก็ยังพอทำเนานะครับ

ถัดจากโซนห้องนั่งเล่นก็จะเป็นโซนห้องนอนทั้งสองห้อง

แอบมีผนังเล็กๆตกแต่งอยู่ระหว่างห้องนอนทั้งสองด้วย ความเห็นของผมคือปรับเป็นตู้ขนาดใหญ่ เอาไว้วางของใช้ที่ใช้ร่วมกันระหว่างสองห้องนอนจะดีมาก เช่นที่วางกระเป๋าถือ กระเป๋าเดินทาง ฯลฯ

ห้องนอนเล็กแม้จะเล็กหน่อยแต่ก็มีช่องแสงกระจกเต็มบาน ไม่อึดอัดอู้ทู่เหมือนห้องที่ไม่มีหน้าต่าง

แต่พอดูอีกทีห้องนี้ก็เอาไว้นอนได้อย่างเดียว เหมาะกับห้องนอนเด็กมากกว่าห้องนอนผู้ใหญ่นะครับ

พื้นที่ส่วนใหญ่นั้นกลายเป็นพื้นที่ของห้องนอนใหญ่ไปเสีย เพราะเป็นพื้นที่ที่จัดเต็มให้อยู่อาศัยได้ค่อนข้างสบาย

วางเตียงใหญ่ขนาด 5-6 ฟุตได้ทั้งหมด แถมยังเหลือพื้นที่วางโต๊ะข้างเตียงได้อีกสองฝั่ง มีระเบียงส่วนตัวของห้องนอนใหญ่ที่จะตากผ้าแขวนผ้าตรงนี้ก็ได้

ข้างระเบียงวางโต๊ะทำงานได้อีกชุดหนึ่ง

ดูจากพื้นที่ก็ค่อนข้างพอดีเลย

โต๊ะข้างเตียงชุดนี้วางซ้อนกันก็สวยดีนะครับ เป็นมิติที่ดูแปลกตา

ด้านข้างเตียงเป็นแผงโต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจกขนาดใหญ่ ให้แต่งตัวแต่งหน้าได้สบาย

แอร์ติดตั้งตรงนี้ แต่คาดว่าสำหรับห้องขนาด 45 ตารางเมตร ก็คงต้องใช้แอร์อย่างน้อย 3 ตัว ในห้องนอนใหญ่ ห้องนอนเล็ก และห้องรับแขก ซึ่งต้องซื้อเพิ่มเอาทีหลังนะครับ

ตู้เสื้อผ้าอาจจะมองว่าเล็กไปหน่อย ซึ่งผมก็เห็นด้วย พื้นที่โต๊ะเครื่องแป้งจัดมาเยอะไป ลดลงบ้างแล้วเปลี่ยนเป็นตู้เสื้อผ้าที่ใหญ่กว่านี้จะเหมาะสมกว่า

สองช่องเอง ไม่คณามือคุณผู้หญิงแน่นอน

แต่บางทีโต๊ะเครื่องแป้งใหญ่ๆอย่างนี้ ก็ไม่คณามือปริมาณขวดเครื่องสำอางค์เช่นกัน

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 29 February 2016

  • 1 Bedroom 22.5 ตร.ม. จำนวน 554 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 990,000 บาท หรือ 44,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom 26.0 ตร.ม. จำนวน 213 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.2 ล้านบาท หรือ 46,153 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 45.0 ตร.ม. จำนวน 37 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท หรือ 48,888 บาท/ตร.ม.

  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.45 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Wallpaper
  • จอง 5,000 – 15,000 บาท
  • ทำสัญญา 5,000 – 20,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด (สอบถามกับทางเซลล์เพิ่มเติม)
  • ค่ากองทุน n/a บาท/ตร.ม. (สอบถามกับทางเซลล์เพิ่มเติม)
  • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลที่ตั้ง Plum คอนโด แจ้งวัฒนะ สเตชั่น อยู่ชานเมืองตอนเหนือของกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 1 ห่างจากถนนแจ้งวัฒนะประมาณ 170 เมตร ซึ่งเจ้าซอยแจ้งวัฒนะ 1 นี่เป็นซอยเชื่อมลัดเลาะได้หลายทางครับ สามารถไปออกทั้งซอยวิภาวดี 64 และ 62 ก็ได้ ตัวทำเล อีกทั้งทำเลนี้ยังอยู่ใกล้จุดตัดบนถนนหลักทั้งสี่แห่งเลยได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน และถนนรามอินทราครับ ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบทั้งที่จัดสรรและไม่จัดสรร ปะปนกับสิ่งปลูกสร้างที่เกื้อกูลในการใช้ชีวิตประจำวัน  มีสถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจอยู่หลายแห่ง อาทิเช่น การประปาส่วนภูมิภาค การประนครหลวง กรมทหารราบ 11 ทีโอที และ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ล้วนเป็นแหล่งงานที่มีคนอยู่หลายพันคน อีกทั้งยังถือว่าไม่ไกลจากแหล่งสถานศึกษาทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอาทิเช่น รร.ไผทอุดมศึกษา รร.เจริญผลวิทยา ม.ราชภัฏพระนคร ม.เกริก ม.ศรีปทุม และม.เกษตรศาสตร์ โรงพยาบาลก็มี และที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากสนามบินดอนเมืองเท่าไรด้วย

แหล่งอาหารการกินถ้านับจุดที่ใกล้ที่สุดมีสองแห่งคือ ตลาด Market Today ซอยวิภาฯ64 ซึ่งนอกจากในตลาดที่มีอาหารการกินเยอะอยู่แล้ว รอบๆด้านข้างก็มีมินิมาร์ท ร้านค้า ร้านอาหารตามสั่ง ร้านรถเข็นมากมายเต็มไปหมด ส่วนอีกจุดนั่นคือ Max Valu หลักสี่ที่อยู่บนถนนแจ้งวัฒนะเยื้องกับที่ดินโครงการไปหน่อยนึง ซึ่งภายในก็จะมีซูปเปอร์มาร์เก็ต Mcdonal เปิดตลอด 24 ชม. หรือถ้าขับรถออกไปอีกหน่อยบนถนนพหลโยธินก็จะมี Tesco Lotus, Big C และห้างที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้คือ Central Plaza รามอินทรา ที่อยู่เลยม.เกริกไปนิดนึง ถือว่าเป็นย่านที่อุดมสมบูรณ์นะ

การเดินทางโดยใช้รถ อย่างที่บอกไปตอนต้นถือว่าสะดวก เพราะอยู่ใกล้กับถนนหลักทั้งสี่สาย และภายในซอยยังเป็นซอยลัดเลาะทางเชื่อมได้อีก ส่วนทางด่วนที่ใกล้ที่สุดคือ ทางยกระดับอุตรภิมุข(ดอนเมืองโทลล์เวย์) ที่ถ้าเข้าเมืองแค่เลี้ยวเข้าถนนวิภาวดีรังสิตก็เจอเลย ส่วนถ้าออกเมืองให้ไปกลับรถแถวหน้าทีโอทีก่อนถึงศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แล้วกลับเข้ามาวิภาวดีรังสิตอีกครั้งก็เจอทางขึ้นฝั่งออกเมืองเลย แต่ติดเรื่องที่จอดรถที่ให้มาน้อยมาหน่อยโดยจอดรถรวมซ้อนคันได้มา 36%

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ถือว่าง่ายพอสมควรเริ่มจาก รถเมล์ ซึ่งบนถนนแจ้งวัฒนะเป็นถนนเส้นหลักมีผ่านไปมาตลอดอยู่แล้ว ด้วยระยะทางจากถนนใหญ่เดินเข้าไปซอยแจ้งวัฒนะซอย 1 จนถึงทางเข้าโครงการ(เฟส 1) ก็ประมาณ 170 เมตร เป็นระยะที่เดินได้อยู่ แต่กลางคืนจะเปลี่ยวหรือไม่ต้องรอดูโครงการสร้างเสร็จกันอีกที บริเวณปากซอย 1 นั้นมีพี่วินมอเตอร์ไซต์ให้เรียกใช้ได้อยู่นะ ส่วน Taxi ก็หาเรียกไม่ยากนั้นเพราะเป็นซอยที่คนนิยมใช้ลัดเลาะตลอดเวลา

ส่วนระบบราง เนื่องด้วย รถไฟฟ้าสายสีชมพู นั้นยังอยูในระหว่างแผนรอเสนออนุมัติ ปัจจุบันมีการปรับตำแหน่งที่ตั้งสถานีไปแล้วหลายครั้ง อันนี้เป็นแผนผังสถานีล่าสุด มากจาก Official Website คลิกที่นี่ โดยสถานีทั้งใกล้สุดนั้นน่าจะเป็นสถานีที่ 15 (ราชภัฏพระนคร) ซึ่งคาดว่าน่าจะห่างจากปากซอยแจ้งวัฒนะ 1 ประมาณ 200 เมตรครับ จุดเด่นอีกอย่างคือทำเลรวมของโครงการนั้นอยู่ใกล้กับจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆอาทิเช่น ทางซ้ายมือสถานีหลักสี่จะไปเชื่อมต่อกับสายสีแดงเข้มไปรังสิต(กำลังก่อสร้าง) ส่วนทางขวามือสถานีวัดพระศรีมหาธาตุก็จะเชื่อมต่อกับสายสีเขียวเข้มหมอชิต-คูคต(กำลังก่อสร้าง) ถือว่าเราอยู่กึ่งกลางซึ่งมีตัวเลือกให้ใช้งานได้หลากหลายพอสมควรถ้าสร้างเสร็จแล้วทั้งหมด

วัสดุภายในห้องได้มาตามราคานะครับ ด้วยราคาต่อตร.ม. ที่เริ่มต้น 44,000 บาท และเฉลี่ยที่ประมาณ 54,500 บาท/ตร.ม. โครงการขายแบบ Fully Fitted พื้นห้องได้เป็นลามิเนต 8 mm. ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.45 เมตร โคมไฟซาละเปา ถ้าเป็นห้องไซส์ 22.5 ตร.ม. จะได้ประตูกระจกฉากกั้นกับห้องนอน พื้นห้องน้ำและระเบียงเป็นกระเบื้องผิวด้านไซส์ 30 cm. โดยที่ห้องน้ำเป็นห้องน้ำแบบสำเร็จ อุปกรณ์ในห้องน้ำทั้งหมดเป็นของ COTTO ส่วนครัวได้แต่เคาน์เตอร์และซิงก์ล้างจานเท่านั้น แอร์ไม่ได้นะครับ จะได้เป็นวอลเปเปอร์แทน(ดูในส่วนห้องตัวอย่าง)

การออกแบบที่ทำมา ถือว่าค่อนข้างหนาแน่นระดับนึง แต่ด้วยความที่มีพื้นที่กว้างจึงสามารถกระจาย สร้างไปได้หลายอาคาร ทำให้ยูนิตในแต่ละอาคารไม่แออัดจนเกินไป ครับสำหรับที่ดิน 6-2-63 ไร่ ทำสองตึก มีแค่ 809 Units ตัวรูปแบบอาคาร A และ B เป็นตัว H และมีจำนวนยูนิตอยู่อาศัยหนาแน่นสุด แต่ก็ใกล้กับ Facilty หลักที่อยู่สองอาคารนี้ ตัวอาคารเน้นสีโทนเย็นให้ดูสบายตาอย่างสีเทาอ่อน–ครีมน้ำตาลตัดกัน หน้าต่างที่ได้ก็ค่อนข้างเยอะและสูงระดับนึง ทำให้ได้แสงส่องเข้ามาในห้องได้พอสมควรอยู่ การออกแบบห้องทำออกมาค่อนข้างมาตรฐาน เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเป็นหลัก

สุดท้ายคือเรื่องของส่วนกลางที่จัดพื้นที่มาให้ค่อนข้างเยอะ Facility หลักจะไปรวมอยู่ที่อาคาร A, B มีสระว่ายน้ำสองสระระบบเกลือกว้าง 5 x 15 เมตร มี Relaxing Court 2 จุด สวนหย่อมรอบโครงการ ห้อง Gameroom, Library, Fitness และสวนชั้นดาดฟ้าไปอยู่ที่อาคาร ​C  ที่ช่วยให้คนที่อาศัยอยู่ในห้องเล็กหน่อยได้มีที่พักผ่อนหย่อนใจสามารถขึ้นมาชมวิวบนยอดตึกได้ ถือว่าให้มาเยอะสมกับราคาค่าส่งกลาง 40 บาท/ตร.ม./เดือน แต่ติดอยู่อย่างนึงที่อัตราส่วนลิฟท์นั้นหนาแน่นไปหน่อยนึง  อัตราส่วนลิฟท์ตึก A 140 : 1 / อัตราส่วนลิฟท์ตึก B 142 : 1 / อัตราส่วนลิฟท์ตึก C 120 : 1

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา(AVG) 54,500 บาท/ตร.ม., 29 February 2016

  • ทำเล 7.5/10 – อยู่ในซอยไม่ไกลถนนหลัก ใกล้แหล่งอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ระดับนึง และใกล้สถานที่ทำงานและสถานศึกษาต่างๆ
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – ถือว่าสะดวก เพราะอยู่ใกล้กับถนนหลักทั้งสี่สาย และภายในซอยยังเป็นซอยลัดเลาะทางเชื่อมได้อีก ใช้ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ได้ง่ายและใกล้ แต่หักตรงให้ที่จอดรถน้อยไปหน่อย
  • ไม่ใช้รถ(รถไฟฟ้ายังไม่เสร็จ) 7.5/10 – เนื่องด้วยอยู่ในซอย แต่มีพี่วินปากซอยและรถ Taxi ผ่านบ้างเพราะเป็นทางลัดชุมชน ถนนหลักด้านหน้ามีรถเมล์และรถตู้ผ่าน
  • ไม่ใช้รถ(รถไฟฟ้าเสร็จ) 8.5/10 – ถ้ารถไฟฟ้าสายสีชมพูอนาคตเสร็จแล้ว ซึ่งสีแดงเข้มและเขียวต่อขยายซึ่งสร้างก่อนก็เสร็จก่อนแน่ จะกลายเป็นใกล้กับทั้งสาม 3 สี เลยเป็นจุดเชื่อมต่อที่เข้าออกเมืองได้หลากหลาย ระยะเดินไปสถานีคาดว่าประมาณ 350-400 เมตร (เฟสแรก)
  • วัสดุ 7/10 – มาตรฐานใช้ของตามราคา พื้นลามิเนต 8 มม. สุขภัณฑ์ Cotto มี Pantry ครัว และ Wallpaper แต่ไม่ได้แอร์
  • แบบ 7.75/10 –  แบบทำออกมาได้โอเค ฝ้าเพดานโปร่ง 2.45 เมตร แบบห้องใช้ 22.5 ตารางเมตรมาตรฐาน(ใกล้เคียงลุมพินี) ที่ผ่านการทดสอบมาเยอะแล้วว่าอยู่ได้แน่ๆ
  • สาธารณูปโภค 8.25/10 – ถือว่าให้มาเยอะนะครับสำหรับคอนโด Low Rise สระว่ายน้ำ 2 สระ, Fitness, Library, Game Room , Relaxing Court 2 จุด, สวนหย่อมชั้นดาดฟ้า

  • SUPER ECONOMY – ECONOMY CLASS
  • 7.56 / 10.00 (รถไฟฟ้ายังไม่เสร็จ)
  • 7.71 / 10.00 (รถไฟฟ้าเสร็จ)

 

BOTTOM LINE

Plum Condo แจ้งวัฒนะ สเตชั่น เหมาะกับคนวัยทำงานที่อยู่อาศัยในย่านนี้ ที่มีสถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาอยู่หลายแห่ง ด้วยตัวราคาสามารถหยิบจับต้องได้ง่าย และยังมีส่วนกลางให้ใช้ในระดับนึงด้วย มีงบประมาณระดับ  0.99 – 2.4 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 7,000 – 17,000 บาท/เดือน 

 

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )