รีวิวฉบับที่ 1657 … เปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ระดับบนสุดของ Origin กับโครงการ Park Origin พญาไท คอนโด High Rise ติดถนนพญาไท และใกล้กับรถไฟฟ้า Interchange ทั้ง BTS และ Airport link พญาไท มาพร้อมกับ Facilities ขนาดใหญ่แบบกลางแจ้งเชื่อมไปจนถึง Rooftop จากแนวคิดภูเขาใจกลางกรุง และห้องที่มีการจัดฟังก์ชันมาแปลกใหม่น่าสนใจ จะเป็นอย่างไรติดตามรีวิวนี้เลยค่ะ

 

Fact @ 15 August 2018

  • Park Origin Phayathai (พาร์ค ออริจิ้น พญาไท)
  • บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จํากัด (มหาชน)
  • LUXURY CLASS
  • โครงการตั้งอยู่ : ติดถนนพญาไท เขตราชเทวี
  • คอนโด High Rise 35 ชั้น 1 อาคาร 550 ยูนิต
  • อาคารสูง 121 เมตร
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 33 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 50 % (ทั้งระบบ Automatic Parking และที่จอดรถปกติ)
  • ขนาดที่ดิน 2-1-36 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  n/a  |  คาดว่าจะแล้วเสร็จ : n/a
  • Presale : กันยายน 2561
  • 1 Bedroom

  • พื้นที่ใช้สอย 23.8 – 25.7 ตร.ม.
  • พื้นที่ใช้สอย 27.1 – 31 ตร.ม.

  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 31.7 – 37.3 ตร.ม.
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 48.7 – 58.5 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 5.8 ล้านบาท (ราคา VVIP)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 250,000 – 260,000 บาท/ตร.ม.
  • Official Website : คลิกที่นี่
  • Register Official Website : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 020-300-000
  • เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

    สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด : 13.759470, 100.535464

    แผนที่จากทางโครงการ PARK Origin พญาไท ตั้งอยู่บนถนนพญาไทขาเข้ามุ่งหน้าเข้าสยาม โครงการตั้งอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงแยกพญาไท ที่เป็นจุดตัดระหว่างถนนพญาไทและศรีอยุธยา ฝั่งตรงข้ามคือโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ใกล้ๆแยกนี้เป็นแหล่งสถานที่ทางการแพทย์ที่สำคัญ รวมไปถึงแหล่งเรียนพิเศษมากมาย มีสถานีรถไฟฟ้า BTS พญาไท สายสีเขียว ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร และยังเป็น Interchange กับ Airport Link เพื่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้ด้วยค่ะ

    ที่ตั้งโครงการ Park Origin พญาไท จัดเป็นโครงการที่ได้ทำเลดีติดถนนพญาไท ซึ่งหาโครงการลักษณะนี้ได้น้อยลงทุกทีนะคะ การเดินทางเรียกได้ว่าสะดวกมาก ด้วยความที่อยู่ติดถนนพญาไทและอยู่ไม่ไกลจากแยกพญาไทซึ่งตัดกับถนนศรีอยุธยาเข้าถนนพระราม 6 และถนนจตุรทิศวิ่งเข้าพระราม 9 ได้สะดวก ที่สำคัญที่สุดคือการใช้ถนนพญาไท ถนนสายหลักวิ่งเข้าสู่ตัวเมืองไปยังโซนสยาม และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ง่าย หรือกลับรถไปยังอนุสาวรีย์ก็ไม่ยากค่ะ และเดี๋ยวนี้หลังจากเปลี่ยนทำเลวินรถตู้อนุสาวรีย์ใหม่ก็ช่วยบรรเทาความหนาแน่นของรถบริเวณอนุสาวรีย์ได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นอนิสงค์สำหรับลูกบ้านโครงการนี้สามารถเดินทางโดยใช้เส้นพญาไทได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้นอีก แต่ต้องบอกว่าทำเลใจกลางเมืองกทม.ทั้งหมดล้วนยังคงมีรถหนาแน่นนะคะ อย่างไรก็ดีควรเผื่อเวลาการเดินทางไว้ด้วยค่ะ

    สำหรับทางด่วนมีทางพิเศษศรีรัชวิ่งผ่าน ถ้าออกนอกเมืองทางขึ้นอยู่ที่ถนนจตุรทิศ ส่วนทางขึ้นเข้าเมืองและทางลงมีอยู่แถวสนามเป้าที่มีพื้นที่จอดรถของวินรถตู้ เส้นทางของทางพิเศษศรีรัชมาผ่านตั้งแต่หน้าอตก.เรื่อยๆมาจนมีทางแยกเหนือมักกะสัน สามารถไปได้ทั้งพระราม 9, ถนนเพชรบุรี ,ถนนสุขุมวิท หรือจะไปลงตรงหัวลำโพงหรือขับยาวๆไปถึงแถวพระราม 3 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือจะออกนอกเมืองก็สามารถวิ่งออกไปได้ทั้งนนทบุรี, เมืองทองธานี, รังสิต หรือเส้นวิภาวดีมุ่งหน้าดอนเมือง

    อีกจุดเด่นของทำเลนอกจากอยู่ติดถนนใหญ่พญาไทแล้วคือ ตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่ไม่ไกลจาก BTS และ Airport Link พญาไท ในระยะเดินได้ง่ายประมาณ 300 ม. นับจากขาลง BTS ถึงขอบเขตที่ดินเลยค่ะ ข้อดีที่แตกต่างจาก BTS สถานีอื่นๆ เนื่องจากมีพ่วง Interchange กับ Airport Link ด้วยทำให้การเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิสะดวกมากยิ่งขึ้น

    บริเวณรอบๆที่ตั้งของโครงการ Park Origin พญาไท จัดเป็นโซนที่มีความเจริญสูงและมีความหลากหลายมากทีเดียวค่ะ เพราะเป็นย่านออฟฟิศขนาดใหญ่ รวมไปถึงสถานที่ราชการและยังอยู่ระหว่างกลุ่มความอุดมสมบูรณ์อย่างฝั่งอนุสาวรีย์ที่มีร้านค้าร้านอาหารกหลากหลายในราคาสบายกระเป๋า หรือจะเป็นฝั่งสยาม – จุฬาฯ ที่มีห้างชั้นนำระดับประเทศ และร้านค้าร้านอาหารอีกมากมายทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ใกล้กับโครงการเองก็มี เซ็นจูรี่ และคิงพาวเวอร์อีกด้วย

    เพิ่มเติมกับอีกหนึ่ง Mega Project ของทาง Origin เองที่อยู่ติดกับโครงการเลยค่ะ โดยใช้ชื่อว่า One Phayathai อาคาร Mixed Use ที่ประกอบไปด้วยอาคารสำนักงาน ร้านค้า และโรงแรม เพิ่มความอุดมสมบูรณ์และความคึกคักให้กับทำเลโครงการมากยิ่งขึ้นทีเดียวค่ะ

    การเดินทางในวันนี้เราเริ่มต้นจาก BTS พญาไท จากนั้นเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามบริเวณตึกวรรณสรณ์ จากนั้นเดินตรงไปอีกหน่อย รวมระยะทางอยู่ที่ 300 ม.ก็จะเห็นที่ตั้งโครงการอยู่ฝั่งขวามือแล้วค่ะ

    ลงบันไดมาให้เราตามประตูทางออกที่ 4 เอาไว้นะคะ จะลงฝั่งเดียวกับโรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯค่ะ

    ซึ่งสถานีนี้เป็นสถานี Interchange เชื่อมไปยัง Airport Rail Link ซึ่งสะดวกมากกับคนที่ต้องการจะเดินทางเชื่อมไปสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถลากกระเป๋าขึ้น Airport Rail Link แล้วนั่งยาวไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้เลย ซึ่งอาจจะลำบากนิดหน่อยตรงที่ต้องลากกระเป๋าจากโครงการมายังสถานี แต่ก็เป็นระยะที่เดินได้สบายๆ ค่ะ

    ออกทางออก 4 ฝั่งมุ่งหน้าไปทางถนนศรีอยุธยา

    มีทางขึ้น-ลงบันไดยาวลงไปด้านล่าง เมื่อลงเสร็จก็สามารถเดินทางม้าลายข้ามฝั่งไปยังอาคารวรรณสรณ์ได้เลยค่ะ

    การข้ามถนนบริเวณแยกนี้ต้องข้ามทั้งหมด 4 ช่วงด้วยกัน เนื่องจากเป็นแยกขนาดใหญ่นะคะ การซอยช่วงทั้งหมด 4 ช่วงด้วยกันทำให้ข้ามได้ง่ายขึ้นค่ะ

    บริเวณถนนใหญ่ ทางม้าลายจะมีไฟจราจรสำหรับคนเดินให้ เพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้น

    ข้ามถนนอีก 2 ตอนก็จะอยู่ฝั่งอาคารวรรณสรณ์ซึ่งเป็นอาคารหัวมุมแยกพญาไทนี้แล้วค่ะ

    หลังจากข้ามมาแล้วให้เราเดินย้อนทางรถเดินเลียบถนนพญาไทไปเรื่อยๆ นะคะ อีกไม่ไกลค่ะ

    สำหรับทางเท้าบริเวณนี้เดินได้ง่ายมากค่ะ เพราะมีขนาดทางเท้ากว้างทั้งจากทางสาธารณะและทางเท้าของอาคาร

    ฝั่งตรงข้ามเป็นโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์

    ฝั่งโครงการจะติดกับ Cafe เก๋ๆ ขนาด 3 คูหาติดกันชื่อร้าน Factory Coffee

    และแล้วก็ถึงหน้าทางเข้าโครงการนะคะ ซึ่งปัจจุบันมีป้ายรถเมล์หน้าโครงการเลยทีเดียวค่ะ

    ด้านข้างที่ดินโครงการเป็นร้านอาหารใต้ตึกแถวเรียงรายกันไปหลายร้านเลยค่ะ พร้อม 7-11 อยู่ไม่ไกล

    เดี๋ยวเราไปดูบรรยากาศภายใน Sale Gallery โครงการพร้อมห้องตัวอย่างกันนะคะ

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    สรุปสภาพแวดล้อมโครงการจากที่ตั้งโครงการอยู่ติดถนนพญาไท ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ราชการขนาดใหญ่มีทั้งโรงพยาบาลโรคไตภูมิราชนครินทร์ กรมแพทย์ทหารบก ดังนั้นฝั่งด้านหน้าโครงการหรือฝั่งทิศตะวันตกจะได้เปรียบเรื่องวิวพอสมควรเลยค่ะ สำหรับทิศใต้อยู่ใกล้กับอาคาร Mixed Use และออฟฟิศอาคารสูงทั้ง 3 อาคารซึ่งจะบังวิวระยะไกลได้ ในทิศตะวันออกอยู่ติดกับถนนเลิศปัญญา ซึ่งมีโรงแรมขนาด 4-5 ชั้น ถัดไปเป็นโรงแรม Pullman Bangkok และทิศสุดท้ายคือทิศเหนือ ที่ได้เปรียบในเรื่องของทิศทางแดดแล้ว ยังได้วิวภายนอกระยะไกลบางส่วนที่หันไปทางอนุสาวรีย์อีกด้วยนะคะ

     

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

    • Century The Movie Plaza
    • อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
    • King Power Complex และโรงแรม Pullman King Power
    • โรงพยาบาลราชวิถี
    • สำนักงานเขตราชเทวี
    • อาคารวรรณสรณ์
    • โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ
    • สวนสันติภาพ
    • โรงพยาบาลเดชา
    • อาคารพญาไท พลาซ่า
    • โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย
    • โรงเรียนศรีอยุธยา
    • C.P. Tower 3
    • โรงพยาบาลพญาไท 1
    • Heap Cafe & Restaurant
    • โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
    • วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า
    • พระราชวังพญาไท
    • โรงเรียนอำนวยศิลป์
    • วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก
    • โรงพยาบาลรามาธิบดี

     

     


    เจาะลึกตัวโครงการ

    โครงการ Park Origin พญาไท หนึ่งในโครงการ Flagship ภายใต้แบรนด์ Park Origin ซึ่งจัดเป็นแบรนด์ระดับสูงสุดของ Origin สำหรับทำเลนี้เปิดตัวมาค่อนข้างหวือหวาทั้งทำเลและงานดีไซน์ที่มีแนวคิดชัดเจน “ภูเขากลางเมือง” โดยเน้นพื้นที่สีเขียวกลางแจ้งขนาดใหญ่ไล่จากชั้น 1-35 ร่วม 1,800 ตร.ม.

    รูปแบบการออกแบบโครงการสไตล์ Modern ชัดเจนด้วยรูปลักษณ์อาคารและวัสดุ สำหรับที่ดินทั้งหมดทาง Origin มีการแบ่งที่ดินออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกจัดเป็นโครงการ Park Origin พญาไท และอีกส่วนเป็นอาคาร Mixed Use จาก Origin ทั้งนี้ตัวโครงการเป็นรูปตัว L โอบล้อมที่ดินอยู่ค่ะ สิ่งที่ดีคืออยู่ใกล้ความอุดมสมบูรณ์ หรือออฟฟิศ แต่ก็แลกมากับห้องที่อยู่ในฝั่งนี้ที่โดนบล็อกวิวระยะไกลไปนะคะ

     

    สำหรับจุดเด่นของโครงการมาในแนวคิด ภูเขาใจกลางเมือง เกิดจากลักษณะอาคารแบบ Stack ผสานกับการวาง Landscape กลางแจ้ง ซึ่งไล่มาตั้งแต่ชั้นล่างสุดขึ้นไปชั้นบนสุดเลยค่ะ

    • ชั้น 1 – Garden Base Camp พื้นที่พักผ่อนชั้นล่าง
    • ชั้น 12 – Cascade Pool สระว่ายน้ำที่ออกแบบมาในแนวคิด น้ำตก
    • ชั้น 15 – Healing Terrace พื้นที่พักผ่อนที่มีการจัดสวนดอกไม้และต้นไม้สมุนไพร
    • ชั้น 18 – The Tree Cabin พื้นที่พักผ่อนที่มีการออกแบบมาในแนวคิดบ้านต้นไม้ผสมผสานกับ Pavilion
    • ชั้น 21 – 30 – Flower Field สวนดอกไม้ที่มีการจัดมาในหลายรูปแบบ Hammock, Court, Bench
    • ชั้น 35 – Starry Sky Lounge ชั้นดาดฟ้าที่จัดพื้นที่นั่งเล่นชมวิวมุมสูง

    ซึ่งต้องบอกว่าลูกบ้านตั้งแต่ชั้น 12 ขึ้นไปจะสามารถเดินออกมายังส่วน Facilities กลางแจ้งนี้ได้นะคะ ทำให้การเข้าถึงธรรมชาติหรือพื้นที่ส่วนกลางง่ายและสะดวกกว่าโครงการทั่วไป ทั้งนี้ยังมีความเป็นส่วนตัวอยู่เนื่องจากการเข้า-ออกแต่ละชั้นนั้นจะเฉพาะลูกบ้านในชั้นนั้นๆ เท่านั้นเพราะทางโครงการมีติดตั้ง Double Access ไว้ค่ะ ส่วนลูกบ้านในชั้นที่ต่ำกว่าชั้น 12 นี้จะสามารถเข้าถึง Facilities ได้โดยเข้าจากชั้น 12 (Cascade Pool) และชั้น 35 (Starry Sky Lounge) เท่านั้นนะคะ

    ภาพบรรยากาศบริเวณ Facilities กลางแจ้ง ในแต่ละชั้นเชื่อมกันด้วยบันไดภายนอกนะคะ ซึ่งมีจำนวนขั้นรวมแล้วประมาณ 1,500 ขั้น ใช้เป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายอย่างไม่น่าเบื่อได้เช่นเดียวกันค่ะ สอดคล้องกับแนวคิดของโครงการ ภูเขาใจกลางเมือง

    บรรยากาศภายในส่วน Lobby ตกแต่งหวือหวา พร้อมกับฝ้าเพดานสูง

    ชั้น 12-12A นอกจากออกแบบให้เป็นชั้น Cascade Pool แล้วก็จะมีโซน Sport & Relaxation รวมพื้นที่กว่า 780 ตร.ม. จากภาพเป็นบรรยากาศภายใน Fitness และ Yoga Room ที่อยู่บริเวณมุมอาคารได้ชุดกระจกแบบ Full Height เปิดรับวิวได้เต็มที่

    บรรยากาศบริเวณ Co-Working Area จัดพื้นที่คุยงานและทำงานทั้งแบบเดี่ยว กลุ่ม เป็นสัดส่วน ที่เด่นคือได้วิวมุมสูงจากพื้นที่ทำงานด้วยค่ะ

    บรรยากาศบริเวณ Co-Working Area และ Smart Logger ซึ่งมีการจัดพื้นที่ทั้งรูปแบบโต๊ะทำงาน และโต๊ะประชุม รวมไปถึงพื้นที่อ่านหนังสือ

    บรรยากาศภายใน Double Volume Sky Lounge ที่มีความสูงฝ้าเพดานร่วม 7 ม. พร้อมกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานเปิดมุมมองวิวมุมสูงได้กว้างขวางมากขึ้น ภายในนอกจากมีพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนแล้วยังจัดให้มีโซน Wine Room อีกด้วยค่ะ

    Mini Theatre จัดมาได้น่าสนใจดีค่ะ ปกติเราจะเห็นที่นั่งเป็นที่นั่งเดี่ยวมาตรฐาน หรือเป็นม้านั่งทั่วไป แต่ที่นี่ออกแบบที่นั่งเป็นชุดโซฟาเพื่อให้ลูกบ้านได้นั่งชมภาพยนตร์อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

    ปิดท้ายภาพ Perspective ด้วยบรรยากาศบริเวณ Private Dinning Area ซึ่งภายในจัดให้มีทั้ง Pantry ขนาดใหญ่ไว้สำหรับเตรียมอาหาร จัดปาร์ตี้ พร้อมกับ Long Table ขนาดรองรับจำนวน 10 ที่นั่ง ไว้ให้ลูกบ้านสามารถเชิญแขกพิเศษมาปาร์ตี้ที่คอนโดได้เลยค่ะ

    มาในส่วน Floor Plan กันต่อนะคะ เริ่มจากชั้น Typical Floor Plan ซึ่งเป็นชั้น 3-5 และ 8-9 โดยเป็นชั้นพักอาศัยด้านล่าง Facilities มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 33 ยูนิต ลักษณะการจัดวางตามแนวอาคารรูปตัว L โดยจำนวนห้อง 1 Bedroom มีจำนวนเยอะที่สุดค่ะ ส่วนห้อง 2 Bedroom ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ดีที่สุดคือ ฝั่งทิศตะวันตกหน้าอาคารที่ได้วิวโปร่งโล่ง และห้อง 2 Bedroom จะเป็นห้องมุมอาคารได้วิว 2 ทิศ พิเศษสำหรับห้องหมายเลข 33 คือเป็นห้องที่ตำแหน่งดีมาก เพราะมีฝั่งเดียวที่ผนังติดกับเพื่อนบ้าน และได้ทิศเหนือที่มองวิวระยะไกลได้

    ส่วนการจัดวางตำแหน่งลิฟต์ออกแบบมาได้ดี โดยแยกลิฟต์ไป 2 โซนเพื่อให้ลูกบ้านแต่ละโซนไม่จำเป็นต้องเดินไกล ส่วนอัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 137.5 : 1 ถือว่าไม่หนาแน่นมากไปนักค่ะ

    ขึ้นมาที่ชั้น 12 – 12A ชั้นนี้เป็นชั้นเริ่มต้น Facilities รวมถึงวาง Facilities หลักไว้ทั้งหมด ทั้งสระว่ายน้ำ Fitness นะคะ และมีห้องพักอาศัยในชั้นนี้ด้วย ทั้งนี้การจัดวางแยกเป็นสัดส่วนชัดเจนได้น่าสนใจดีค่ะ เริ่มจากการทำ Double Access เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านในชั้นนี้มากขึ้น เพราะลูกบ้านในชั้นอื่นจะไม่สามารถเข้าสู่โซนโถงทางเดินส่วนพักอาศัยได้ และห้องพักในชั้นนี้นอกจากจะมีจำนวนยูนิตน้อย เข้าถึงสระว่ายน้ำ Fitness ได้ง่ายแล้ว ยังได้ Single Loaded Corridor อีกด้วยค่ะ

    ในชั้นอื่นๆ จำนวนยูนิตจะลดหลั่นลงไปเรื่อยๆ ตาม Stack อาคารนะคะ ทั้งนี้ความน่าสนใจคือทุกชั้นจะสามารถเข้าถึง Facilities ได้ง่าย โดยเข้า-ออกจากชั้นตัวเองได้เลยค่ะ

     

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • ชั้น 1

    • Garden Base Camp
    • Double Lobby : Grand Lobby
    • Private Lobby
    • Shop

  • ชั้น 2
    • Co-Working Area
    • Smart Logger
    • Business Room
    • Business Lounge

  • ชั้น 12
    • Cascade Pool
    • Chill Terrace
    • Private Massage Room
    • Salon Room
    • Water Massage Room

  • ชั้น 12A
    • Fitness
    • Yoga Room
    • Social Room
    • Pool Game
    • Game Room

  • ชั้น 14-17
    • Heading Terrace

  • ชั้น 18
    • The Tree Cabin

  • ชั้น 21-30
    • Flower Field

  • ชั้น 34
    • Sky Lounge
    • Wine Room
    • Mini Theatre
    • Private Dinning Room

  • ชั้น 35
    • Starry Sky Lounge

  • ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์ 137.5 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 51 % (ระบบ Automatic Parking ทั้งหมด)
  • ระบบ CCTV / Access Card
  •  


    Product Walkthrough

    สำหรับห้องพักอาศัยของโครงการ Park Origin พญาไท นอกจากการตกแต่งที่ได้ Fully Fitted ครบแล้วยังมีการเพิ่ม Technology & Security ที่มากขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 แบบ

    • Home Automation

    • Energy Control
    • Smart Mirror

  • Digital Door Lock 4 Function (Key Less)
  • Fiber Optic High Speed Internet
  • ห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราจะพาไปชมคือห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.7 ตร.ม. ความน่าสนใจคือเป็นห้อง 1 Bed ที่เราสามารถแยกเตียงนอนได้ 2 เตียงด้วยกัน ทั้งนี้ใครที่อยู่อาศัยกับพี่น้อง หรือญาติ มีงบประมาณอยู่ที่ 1 Bedroom ขนาดไม่เกิน 30 ตร.ม. ก็สามารถมีพื้นที่เตียงนอนเป็นของตัวเองได้ค่ะ ถึงจะไม่ได้แยกห้องเป็นสัดส่วนแต่เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยกันแยกเตียงชั้นบนและชั้นล่างให้เป็นมาตรฐานอีกด้วย

    อีก 2 จุดเด่นของผังห้องนี้คือ ได้ครัวปิดที่สามารถทำอาหารได้ดี และมีห้อง Walk-in Closet ที่เป็นสัดส่วนดีทีเดียวค่ะ เรามองว่าตอบโจทย์สำหรับห้องที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่ออยู่ด้วยกัน 2 คน ที่ไม่ใช่คู่รักได้ด้วย เพราะเวลาแต่งตัวต่างๆ ก็ต้องการความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น แทนที่จะต้องเอาเสื้อผ้าไปแต่งตัวในห้องน้ำอย่างเดียว ก็สามารถปรับให้พื้นที่ Walk-in Closet เป็นพื้นที่เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งตัวได้แทน เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยการติดม่านบังสายตาได้

    สำหรับห้องพักอาศัยทุกห้องทางโครงการจะขายในรูปแบบ Fully Fitted มีชุด Built-in Furniture ครบ พร้อมชุดครัว เครื่องปรับอากาศ สุขภัณฑ์ Digital Door Lock จาก Samsung (หน้าตาตามภาพ) Smart Mirror พร้อม Home Automation ที่รองรับการใช้งานทั้ง Digital Door Lock, ม่านไฟฟ้า, แสงสว่างรวมการ Dim ไฟได้ และเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้เฉพาะโครงการ Park Origin ที่จะมี Application ของโครงการอีกด้วยค่ะ

    เข้ามาภายในห้องเจอกับพื้นที่ส่วนครัวปิดก่อนนะคะ สำหรับฝ้าเพดานห้องมีความสูงอยู่ที่ 3 ม. ทำให้ตัวห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้นแม้จะเป็นห้องหน้าแคบลึก ความกว้างทางเดินอยู่ที่ประมาณ 0.9 ม. ถือว่าไม่ได้แคบมากจนเกินไปค่ะ พื้นบริเวณนี้ออกแบบให้เป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อน ซึ่งเหมาะกับการใช้งานครัวดีค่ะ เนื่องจากทำความสะอาดได้ง่ายและมีความคงทนในการใช้งานดี

    จากหน้าห้องหันมาที่ฝั่งซ้ายมือก่อนเจอเคาน์เตอร์ครัว ทางโครงการออกแบบให้เป็นพื้นที่เก็บของต่างๆ ก่อนเข้าสู่ภายในห้อง โดยจัดเป็นชุด Built-in ที่แบ่งการใช้งานได้หลากหลายทีเดียว เริ่มจากด้านล่างเป็นเก้าอี้สตูลขนาดกำลังดีไว้สำหรับนั่งใส่รองเท้าได้ เมื่อใส่เสร็จก็เลื่อนเก็บเข้าชุดตู้ได้พอดีเลยค่ะ ไม่ขวางทางเดิน ชั้นที่สูงจากเก้าอี้เป็นชั้นวางรองเท้าใส่ได้ไม่มากนักนะคะ วางเต็มที่ประมาณ 4 คู่ค่ะ

    ตรงกลางเป็นชั้นวางของกระจุกกระจิกต่างๆ มีราวแขวนกุญแจพร้อมกระจกเงาให้ส่องเช็คหน้าตาการแต่งตัวได้ก่อนออกจากห้อง ส่วนชั้นบนเป็นชั้นเก็บของอเนกประสงค์

    ถัดมาเป็นชุดครัวที่ออกแบบมาได้ดีและเกรดดีตามราคาด้วยเช่นกันค่ะ โดยชุดครัวทั้งหมดจะได้ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ มาพร้อมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ยกเว้นเพียงเครื่องซักผ้าและตู้เย็น

    เริ่มต้นที่ชั้น Built-in ด้านบน หน้าบานใช้เป็นกระจกปิดขอบด้วยสแตนเลสสีทอง ส่วนตัวแล้วมองว่าสวยดีทีเดียวค่ะ ส่วนภายในไม่ได้มีเพียงชั้นวางของเท่านั้น มีการออกแบบการใช้งานภายในให้เพิ่มเติมเช่นการติดตั้งชั้นวางของขนาดเล็กฝั่งหน้าบานเพื่อเพิ่มพื้นที่ใส่ของให้มากขึ้น

    ถัดมาเป็นส่วนบนเคาน์เตอร์นะคะ ด้านหลังกรุกระจกเงาเป็น Back Splash ให้เรียบร้อย ซึ่งเหมาะสมกับการใช้ครัวหนักได้ดีค่ะ เพราะหากน้ำมันหรือเศษอาหารกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ไม่เป็นคราบ เพิ่มเติมจากโครงการทั่วไปคือติดตั้งไฟให้ด้วย เพิ่มความสว่างบนเคาน์เตอร์ได้ดี พร้อมติดตั้งราวแขวนไว้สำหรับแขวนอุปกรณ์ครัวต่างๆ ได้ พร้อมทั้งมีกระดานพลาสติกขนาดย่อมๆ ให้ซึ่งตั้งใจไว้ให้วาง iPad หรือ Tablet ดูคลิปสอนทำอาหารได้ค่ะ

    ส่วนท็อปเคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ทั้งชิ้น ข้อดีคือมีความคงทนในการใช้งานมากกว่า Particle ทั่วไป ซึ่งก็ถือว่าให้มาตามราคาที่จ่ายนะคะ

    ชุดเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนครัวทั้งหมดจาก Teka หนึ่งในนั้นคือ Hob & Hood หัวเตาเป็นแบบ Induction 2 หัว พร้อม Hood แบบ Exhausted หรือเดินท่อส่งควันออกด้านนอก ไม่ใช่ระบบหมุนเวียน เหมาะกับการทำครัวมากขึ้น

    ด้านบน Built-in Microwave จาก Teka ให้ค่ะ โดยรวมแล้วเป็นตำแหน่งที่ดูเรียบร้อยสวยงามนะคะ แต่การใช้งานหากเป็นผู้หญิงสูงราวๆ 160 เซนติเมตรจะไม่ถนัดมากเท่าไหร่ค่ะ เพราะเป็นความสูงที่ต้องเอื้อมมือขึ้นไปใช้งานอยู่เหนือหัวไปแล้วเล็กน้อย

    Sink ล้างจานแบบหลุมเดี่ยวจาก Teka เช่นกัน

    หน้าบานเคาน์เตอร์แบ่งการใช้งานเป็น 3 โซน ซ้ายสุดเป็นส่วนลิ้นชักใส่ของต่างๆ ทั้งจานชามและด้านบนมี Built-in ด้านในให้เป็นช่องสำหรับเก็บอุปกรณ์ขนาดเล็กต่างๆ เช่น ช้อนส้อม เป็นต้น ส่วนลิ้นชักบนสุดเปิดมาจะเป็นแผ่นกระดานเปล่าๆ ซึ่งทางโครงการตั้งใจออกแบบไว้สำหรับเพื่อวางของเพิ่มเติมขณะเตรียมอาหารได้ กรณีที่วางบนเคาน์เตอร์ไม่เพียงพอค่ะ

    ส่วนตรงกลางเป็นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า ขนาดเครื่องอยู่ที่ประมาณ 7-7.5 kg. กำลังดีค่ะ ส่วนฝั่งขวาเป็นชั้นเก็บของใต้อ่างล้างมือ

    ด้านข้างเคาน์เตอร์เว้นพื้นที่ว่างไว้สำหรับวางตู้เย็นขนาดกลาง กำลังดีค่ะ

    ลักษณะของประตูบานเลื่อนที่กั้นระหว่างห้องครัวและ Common Area ด้านในเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 3 ตอน สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน ซึ่งบานเลื่อน 3 ตอนนี้ถือว่าออกแบบมาได้เหมาะสมกับความกว้างทางเดินพอดีๆ ไม่มียื่นมาขวางทางเดินหรือทำทางเดินแคบลงเลยค่ะ

    ภายใน Common Area และพื้นที่เตียงนอนเมื่อรวมกัน ในลักษณะห้อง Studio จึงช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในห้องให้ดูโปร่งโล่งมากขึ้นได้ดี สำหรับการจัด Layout ห้อง แบ่งเป็นโซนนั่งเล่นและเป็นโซนเตียงนอนบน-ล่าง

    ฝั่งตรงข้าม Built-in ชั้นวางทีวีและโต๊ะเครื่องแป้งให้เป็นมาตรฐาน (ไม่รวมชั้นวางของด้านบน + เก้าอี้สตู)

    ภายในชุดเฟอร์นิเจอร์ Built-in มีลิ้นชักและชั้นวางของไว้พอสมควรเลยค่ะ โดยรวมแล้วพื้นที่นี้สามารถจัดเป็นพื้นที่รับประทานอาหารได้นะคะ แต่จะวางเก้าอี้ได้พอดีๆ 1 ตัว โดย 2 ตัวอาจจะแคบไปหน่อย หากทานเสร็จก็ปรับเป็นโต๊ะทำงานได้เช่นกัน

    สวิตช์ไฟจาก Siemens ที่ไม่เพียงแต่กดเปิด-ปิดไฟเท่านั้นนะคะ ยังสามารถ Dim ไฟส่องสว่างได้อีกด้วย

    ในส่วนฝ้าเพดานดวงโคมจะเป็น Downlight มาตรฐานนะคะ ส่วนเครื่องปรับอากาศจะไม่ได้แบบ Conceal เหมือนห้องตัวอย่างนะคะ แต่จะให้เป็น Spilt Type มาตรฐาน

    สุดทางเป็นระเบียงและชุดหน้าต่าง ซึ่งแอบเสียดายที่ราคาเท่านี้และฝ้าเพดานที่สูงถึง 3 ม. น่าจะได้ชุดหน้าต่างขนาดใหญ่ จะดีมากถ้าเป็น Full Height เพราะช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งได้มากขึ้น

    ขนาดระเบียงมีขนาดกะทัดรัดนะคะ เน้นไว้สำหรับตากผ้าเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ราวกันตกสเป็คมาตรฐานคือราวเหล็กพ่นสีดำ

    ด้านบนแขวน CDU เครื่องปรับอากาศให้เรียบร้อยเป็นสัดส่วนดีค่ะ เป็นข้อดีของห้องฝ้าเพดานสูงเลยเพราะสามารถแขวนบนฝ้าเพดานได้เลยและด้วยความสูงเลยไม่ติดหัว ทำให้เครื่องปรับอากาศไม่กินพื้นที่ด้านข้างระเบียงช่วยให้ระเบียงใช้งานได้เต็มที่

    สำหรับฝั่งโซนนี้สิ่งที่ได้เป็นมาตรฐานจากโครงการคือ ชุดเฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in ที่เป็นบันไดพร้อมชั้นเก็บของและพื้นที่เตียงด้านบนค่ะ ส่วนพื้นที่โซฟานี้มีขนาดกำลังดีสำหรับวางชุดโซฟา 2 ที่นั่งนะคะ และท่าจะให้สามารถใช้ชั้นเก็บของใต้บันไดได้ควรขยับชุดโซฟาออกอีกหน่อยค่ะ ทำให้บริเวณโซฟาไม่เหมาะกับการวางโต๊ะกลางเท่าไหร่นัก เพื่อที่จะได้เดินได้สะดวกมากขึ้นและใช้งานชั้นเก็บของได้ด้วย

    สำหรับพื้นที่เตียงชั้นล่างต้องเลือกวางเตียงขนาด 5 ฟุตจะลงตัว 6 ฟุตถือว่าใหญ่ไปนะคะ สำหรับพื้นที่นี้ ความสูงสุดจากพื้นถึงใต้เตียงชั้นสูงอยู่ที่ราว 150 ซม. ซึ่งก็ถือว่าเป็นความสูงที่ใช้งานได้ไม่ยากค่ะ เราลองไปนั่งและยืนดูแล้ว สำหรับคนที่มีความสูงประมาณ 160 ซม. สามารถใช้งานได้ไม่มีปัญหา

    ชุด Built-in มีชั้นวางของและตู้เก็บของใต้บันไดอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้นะคะ ว่าถ้าขยับโซฟาออกอีกหน่อยจะสามารถใช้งานตู้เก็บของได้เต็มที่ ส่วนตัวบันไดนี้มีความกว้างไม่มากนัก อยู่ราวๆ 70 ซม.ค่ะ

    ชั้นบนออกแบบให้เป็นพื้นที่เตียงชั้นลอยที่วางฟูกขนาด 3.5 ฟุตได้ลงตัวพอดี

    หันกลับเข้ามาภายในห้องติดๆ กับห้องครัวเป็นส่วน Walk-in Closet ที่กั้นด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน

    เข้ามาเป็นพื้นที่ Walk-in Closet โดยออกแบบให้ฝั่งซ้ายเป็นตู้เสื้อผ้าและฝั่งขวาเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง สุดทางคือห้องน้ำค่ะ

    สำหรับพื้นที่โต๊ะเครื่องแป้งทางโครงการไม่ได้ให้เป็นมาตรฐานนะคะ แต่มีการตกแต่งให้ดูเป็นตัวอย่างว่าสามารถติดตั้งโต๊ะพร้อมกระจกเงาจัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ หรือใครที่ต้องการตู้เสื้อผ้าเพิ่มเติมก็สามารถใช้พื้นที่ฝั่งนี้ Built-in ตู้เสื้อผ้าแทนได้

    สำหรับตู้เสื้อผ้าจะได้เป็นแบบ Built-in หน้าบานกระจกทั้งหมด พร้อมตัดขอบด้วยสแตนเลสสีทองสวยงาม

    ภายในจัดพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน แบ่งเป็นชั้นแขวนเสื้อผ้า เก็บของ มีลิ้นชักเก็บของขนาดเล็กๆ ชั้นบนซอยเป็นชั้นวางของหรืออุปกรณ์ห้องนอน

    พร้อมทั้งติดตั้งราวแขวนของเล็กๆ ได้อีกด้วยค่ะ

    เข้ามาในส่วนห้องน้ำกันต่อนะคะ สำหรับห้องน้ำนี้มีการแบ่งโซนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วนด้วยฉากกั้นกระจกเรียบร้อย

    การใช้งานห้องน้ำนี้สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทางคือจากห้องครัวและจากส่วน Common Area ผ่าน Walk-in Closet เพื่อสะดวกในการใช้งานมากขึ้น

    สำหรับโซนแห้งประกอบด้วยอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ ทั้งหมดจากยี่ห้อ Kasch เกรดถือว่าให้มาสมควรด้วยโถแบบชิ้นเดียว และอ่างล้างมือขนาดใหญ่พร้อมก่อเคาน์เตอร์แบบฝังผนังให้สวยงามดีค่ะ

    กระจกเงาที่นี่นอกจากเป็นกระจกขนาดใหญ่กว้างเท่ากับความกว้างผนังแล้ว ยังมีจุดเด่นคือเป็น Smart Mirror บางส่วนอีกด้วยค่ะ จะเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราจะอธิบายเจาะลึกกันต่อนะคะ

    ลักษณะของ Smart Mirror คือเป็นกระจกแบบ Touch Screen ได้และใช้งานได้เหมือนกับ Tablet ทั้งหมด สามารถโหลดแอพอย่าง Youtube, Netflix เพื่อฟังเพลงและดูหนังได้ รวมไปถึงมีแอพ Park Origin ที่บอกค่าใช้จ่าย พัสดุจดหมาย รวมไปถึงสุขภาพอีกด้วยค่ะ โดย Smart Mirror นี้จะมีให้เป็นมาตรฐานในทุกห้องนะคะ

    ด้านหลัง Smart Mirror เป็นชั้นวางของด้านในสามารถวางของเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีค่ะ

    ถัดมาในโซนพื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากกั้นกระจกแบบบานเปิด

    ภายในพื้นที่อาบน้ำยกขอบธรณีขึ้นเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อน มีพื้นที่ภายในพอสมควรสามารถอาบน้ำได้สบายๆ

    ฝักบัวที่ได้จาก Kasch ทั้งสายอ่อนและ Rain Shower แบบเดินท่อในผนังดูเรียบร้อยสวยงาม

    ห้องตัวอย่างห้องที่ 2 คือห้อง 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย 33 ตร.ม. ห้องนี้ต้องบอกว่าเป็นห้องที่ถูกพัฒนามาจากห้องใน Series Knightbridge ในปี 2017 ที่มีผังห้องในรูปแบบหน้าแคบลึกพร้อมฝ้าเพดานสูง 3 ม. แต่เดิมมีจุดที่หลายคนติงกันมาเรื่องพื้นที่ครัวขนาดเล็กและเป็นครัวเปิดไม่เน้นการทำอาหาร

    สำหรับห้องนี้ถือเป็นห้องที่มีการจัดผังได้น่าสนใจมากขึ้นและแก้ปัญหาเรื่องครัว พร้อมจัดให้เป็นครัวปิดที่สามารถทำครัวได้ดีเป็นสัดส่วนมากขึ้น ส่วนห้องอเนกประสงค์ขนาดจะเหมาะสมกับจัดเป็นห้องทำงานหรือห้องนอนขนาดกระทัดรัดได้ค่ะ เนื่องจากมีพื้นที่พอที่สามารถวางเตียงขนาด Single Bed ได้พอดีๆ

    ส่วนแรกจากทางเข้ามาจะเป็นส่วน Common Area ก่อนนะคะ ฝั่งซ้ายมือคือห้องครัว ตรงไปเป็นห้องนอนและห้องอเนกประสงค์ บรรยากาศในห้องนี้จะมีความกว้างที่มากกว่าห้องแรก ประกอบกับส่วนด้านในที่ได้ประตูกระจกบานเลื่อนกั้นห้องนอน

    ฝั่งชุดครัวกั้นด้วยฉากกั้นกระจกแบบ 3 ตอน ทำให้มีช่องเปิดได้กว้างมากขึ้นเหมาะสมกับพื้นที่ภายในครัวที่มีขนาดกะทัดรัด ส่วนประตูนี้มีสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานช่วยให้แสงจากภายนอก (Common Area) เข้าสู่ภายในครัวได้ดี

    สำหรับพื้นที่บริเวณทางเดินภายในครัวมีขนาดประมาณ 1.2 x 0.8 ม. ถือเป็นขนาดพื้นที่กะทัดรัดแต่สามารถใช้งานได้จริงค่ะ

    ลักษณะการจัดวางเคาน์เตอร์ภายในครัวเป็นรูปตัว L โดยวางเคาน์เตอร์ส่วน Hob & Hood และ Sink ล้างจานอยู่ฝั่งเดียวกัน อีกฝั่งเป็นพื้นที่ว่างสำหรับวางตู้เย็น ส่วนชั้นวางของ Built-in ชั้นบนออกแบบให้เป็นชั้นวางของทั้ง 2 ฝั่ง มีพื้นที่วางของพอสมควรค่ะ ในส่วนของสเป็ควัสดุทั้งหมดจะเหมือนกับห้องตัวอย่างที่แล้วนะคะ อย่างท็อปครัวหินสังเคราะห์ หน้าบานกระจกกรอบสแตนเลสสีทอง ชุดครัวจาก Teka

    บริเวณพื้นที่ Common Area ประกอบด้วยพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารร่วมกัน

    โดยความกว้างของพื้นที่นี้สามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งและโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งได้ค่ะ แต่ถือว่าค่อนข้างเล็กไปหน่อย เพราะหากต้องการวางโต๊ะขนาด 2 ที่นั่ง เก้าอี้ฝั่งที่ติดตู้จะอยู่ชิดกับตู้ไปหน่อยทำให้เปิดบานเปิดไม่ได้เต็มที่ อาจจะขยับโซฟาไปติดกับประตูฝั่งห้องอเนกประสงค์แทนที่จะวางโต๊ะข้างโซฟาจะลงตัวมากขึ้น

    บริเวณส่วน Common Area นี้จะมีชุดเฟอร์นิเจอร์ Built-in ทั้งหมด 2 จุดคือตู้เก็บของบริเวณหน้าห้องและชั้นวางทีวีค่ะ

    เริ่มต้นจากตู้เก็บของมีขนาดใหญ่กว่าจากห้องที่แล้วนะคะ โดยเพิ่มขนาดเก้าอี้สตู มีพื้นที่สำหรับชั้นวางของด้านข้างและด้านบน พร้อมชั้นวางรองเท้าอีกด้วย

    สำหรับชั้นวางทีวีได้ท็อปชั้นวางเป็นกระจกสวยงามมากขึ้นจากลามิเนตมาตรฐาน

    สำหรับห้องนอนจะให้เป็นประตูบานทึบเพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้นจากประตูบานเลื่อนกระจกค่ะ แต่สำหรับห้องอเนกประสงค์ออกแบบให้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 3 ตอน เพื่อให้แสงสว่างจากภายนอกเข้ามายังพื้นที่ Common Area ได้ดี

    สำหรับพื้นที่ในห้องอเนกประสงค์สามารถจัดเป็นห้องนอนเล็กวางเตียงขนาด Single Bed ได้ หรือจะจัดเป็นห้องทำงานก็ได้เช่นกันค่ะ ถัดจากห้องอเนกประสงค์จะเชื่อมเข้ากับระเบียงด้านนอก

    ขนาดระเบียงมีขนาดกะทัดรัดสามารถตากเสื้อผ้าหรือซักล้างต่างๆ ได้ระดับนึงค่ะ

    สำหรับราวกันตกและระแนงบัง CDU เครื่องปรับอากาศเป็นราวเหล็กพ่นสีดำ ส่วน CDU เครื่องปรับอากาศห้องนี้แขวนไว้ด้านข้างแทนนะคะ

    ภายในห้องน้ำแบ่งโซนเปียกและแห้งโดยกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกไว้เป็นสัดส่วน สำหรับสุขภัณฑ์ทั้งหมดใช้สเป็คและยี่ห้อเดียวจากห้องตัวอย่างที่แล้วค่ะ จาก Kasch รวมไปถึง Smart Mirror เช่นเดียวกัน

    การเข้า-ออกห้องน้ำสามารถเข้าได้จากทั้ง 2 ทางคือส่วน Common Area และห้องนอน เพื่อความสะดวกในการใช้งานรวมไปถึงยังคงความเป็นส่วนตัวได้อีกด้วย ในกรณีที่มีแขกมาเยี่ยมจะได้ไม่ต้องเข้ามายังส่วนห้องนอนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวค่ะ

    ถัดมาที่ภายในห้องนอนกันต่อนะคะ ภายในห้องนอนมีขนาดกำลังพอดีๆ เมื่อมีตู้เสื้อผ้า Built-in ที่ได้เป็นมาตรฐาน และเตียงขนาด 5 ฟุต

    ขนาดตู้เสื้อผ้าขนาด 3 บานเปิด สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน

    สำหรับเตียงสามารถวางได้สูงสุด 5 ฟุตนะคะ เพราะ 2 ฝั่งข้างเตียงอยู่ชิดกับผนังและตู้เสื้อผ้าพอดีๆ ส่วนปลายเตียงมีทางเดินที่สามารถเดินได้ง่ายค่ะ แต่หากต้องการติดตั้งทีวีควรใช้ทีวีแบบแขวนเพื่อไม่ขวางทางเดินปลายเตียงค่ะ

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 15 August 2018 

    ราคา VVIP

    • 1 Bedroom

    • พื้นที่ใช้สอย 23.8 – 25.7 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.8 ล้านบาท
    • พื้นที่ใช้สอย 27.1 – 31 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.82 ล้านบาท

  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 31.7 – 37.3 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 7.7 ล้านบาท
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 48.7 – 58.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 12.4 ล้านบาท
  •  

    • Fully Fitted
    • ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร
    • Kitchen & Sink
    • Hob & Hood
    • จอง 100,000-200,000 บาท
    • ทำสัญญา100,000-200,000 บาท
    • ดาวน์ ผ่อนดาวน์ 36 งวด

    • 1 Bedroom

    • พื้นที่ใช้สอย 23.8 – 25.7 ตร.ม. : 19,900 บาท
    • พื้นที่ใช้สอย 27.1 – 31 ตร.ม. : 24,900 บาท

  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 31.7 – 37.3 ตร.ม. : 29,900 บาท
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 48.7 – 58.5 ตร.ม. : 49,900 บาท
  • ค่ากองทุน 750 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 95 บาท/ตร.ม./เดือน
  • **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเล

    โครงการ Park Origin พญาไท จัดเป็นโครงการที่มีจุดเด่นเรื่องทำเล เพราะอยู่ติดถนนพญาไทฝั่งมุ่งหน้าเข้าราชเทวี-สยาม ใกล้แยกพญาไทและรถไฟฟ้า Interchange ในระยะเดินได้ เรื่องความอุดมสมบูรณ์เรียกว่าอยู่ในศูนย์กลางเลยก็ว่าได้ค่ะ ในย่านพญาไทจัดเป็นย่านอาคารสำนักงานและพื้นที่ราชการ ซึ่งด้วยจำนวนพนักงานที่เข้ามาภายในพื้นที่นี้จึงมีร้านค้าร้านอาหารทั้งราคาย่อมเยาและร้านอาหารมีแบรนด์หลากหลาย ถัดจากโซนพญาไทไปอีกหน่อยคือย่านอนุสาวรีย์ ย่านขึ้นชื่อเรื่องของกินเยอะและราคาเป็นมิตร อีกโซนถัดจากพญาไทคือสยาม ศูนย์การค้าและแหล่งท่องเที่ยวใจกลางเมืองที่มีห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

    การเดินทางโดยใช้รถ

    ด้วยความที่ทำเลโครงการตั้งอยู่ติดถนนพญาไท และใกล้กับช่วงแยกพญาไทจึงมีความสะดวกในการเดินทางมากทีเดียวค่ะ วิ่งตรงเข้าเมืองไปสยาม-จุฬา ได้ง่ายหรือจะเลี้ยวเข้าศรีอยุธยาวิ่งเข้าพระราม 9 ก็ไม่ยาก รวมถึงกลับรถไปยังอนุสาวรีย์ได้ง่ายบริเวณแยกพญาไท ส่วนที่จอดรถถือว่าให้มาไม่มากหากเทียบกับราคานะคะ โดยการใช้งานจะเป็น Automatic Parking ทั้งหมด 51% แต่ด้วยทำเลติดถนนใหญ่และใกล้รถไฟฟ้าจึงมีตัวเลือกในการเดินทางหลากหลาย ไม่จำเป็นต้องพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ

    ถือเป็นอีกจุดเด่นของโครงการก็ว่าได้ค่ะ เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าในระยะเดิน ซึ่งไม่ใช่รถไฟฟ้าสถานีเดียวแต่ด้วยความที่เป็นสถานีพญาไท ซึ่งเป็น Interchange ระหว่าง BTS สายสีเขียวหลัก และ Airport Link จึงมีความหลากหลายในการเดินทางทั้งเข้าเมืองและไปสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนการเรียกรถอื่นๆ ก็ไม่ยาก อยู่ติดถนนใหญ่เรียกง่ายและไม่เปลี่ยวค่ะ

    การออกแบบ

    โครงการ Park Origin พญาไท มีการออกแบบที่หวือหวาน่าสนใจทีเดียวค่ะ เรียกว่าแตกต่างจากโครงการอื่นๆ โดยใช้แนวคิดแปลกใหม่กับการทำ Facilities เชื่อมจริงจังตั้งแต่ชั้น 12 ไปจนถึง 35 (ดาดฟ้า) โดยใช้บันไดหนีไฟภายนอก (ที่มีการตกแต่งมากกว่าบันไดหนีไฟทั่วไป) เชื่อมรวมทั้งหมด 1,500 ขั้น และตกแต่ง Facilities ด้วยต้นไม้เป็นหลักจึงเป็นแหล่งพื้นที่สีเขียวที่ไม่จำเป็นต้องออกไปสวน

    ห้องพักอาศัย (ห้องตัวอย่างที่พาไปชม) 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 28.7 ตร.ม. ความน่าสนใจคือเป็นห้อง 1 Bed ที่เราสามารถมีพื้นที่เตียงนอนเป็นของตัวเองได้ค่ะ ถึงจะไม่ได้แยกห้องเป็นสัดส่วนแต่เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยกันแยกเตียงชั้นบนและชั้นล่างให้เป็นมาตรฐานอีกด้วย เหมาะกับคนที่มีพี่น้องอยู่ห้องเดียวกัน อีกจุดเด่นคือ ได้ครัวปิดที่สามารถทำอาหารได้ดี และมีห้อง Walk-in Closet ที่เป็นสัดส่วนดีทีเดียวค่ะ

    1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย 33 ตร.ม. เป็นห้องที่ถูกพัฒนาผังมาจากห้องใน Series Knightbridge ในปี 2017 ที่มีผังห้องในรูปแบบหน้าแคบลึกพร้อมฝ้าเพดานสูง 3 ม. แต่มีการจัดผังได้น่าสนใจมากขึ้น เพราะครัวปิดที่สามารถทำครัวได้ดีเป็นสัดส่วน ส่วนห้องอเนกประสงค์ขนาดจะเหมาะสมกับจัดเป็นห้องทำงานหรือห้องนอนขนาดกระทัดรัดได้ค่ะ เนื่องจากมีพื้นที่พอที่สามารถวางเตียงขนาด Single Bed ได้พอดีๆ และห้องนอนใหญ่ที่เป็นประตูปิดทึบเพิ่มความเป็นส่วนตัว

    วัสดุ

    รูปแบบการขายของที่นี่ให้เป็น Fully Fitted เกรดวัสดุถือว่าให้มาสมราคา ทั้งพื้น Engineering Wood ประตูบานเลื่อนกระจกแบบ Full Height ชุดครัวหน้าบานกระจกปิดขอบสแตนเลสสีทอง ท็อปเป็นหินสังเคราะห์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก Teka รวมไปถึงสุขภัณฑ์จาก Kasch ทั้งหมด เพิ่มเติมคือการนำ Technology เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยด้วยอย่าง Home Automation, Digital Door Lock และ Smart Mirror

    สาธารณูปโภค

    ทางโครงการจัด Facilities มาร่วม 1,800 ตร.ม. และมีฟังก์ชันหลากหลายให้ใช้งาน ซึ่งถือว่าให้มาเยอะพอสมควรเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตด้วย ทั้งนี้ต้องรอดูว่าบรรยากาศจริงจะเป็นอย่างไร รวมไปถึงการใช้งานโดยเฉพาะ Facilities กลางแจ้งที่เป็น Signature โครงการค่ะ

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับราคา 250,000 – 260,000 บาท/ตร.ม., 15 August 2018 

    • ทำเล 8.5/10 – ติดถนนใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์ในระยะใกล้และทำเลใกล้เคียง คึกคัก
    • เดินทางด้วยรถ 8/10 – เดินทางเข้าเมืองสะดวกและหลากหลายเพราะใกล้แยกพญาไท ติดตรงได้ที่จอดรถ Auto 51%
    • ไม่ใช้รถ 8/10 – ใกล้รถไฟฟ้า Interchange ในระยะเดิน
    • วัสดุ 7.5/10 – ให้แบบ Fully Fitted เกรดสมราคา + Technology
    • แบบ 7.5/10 – ค่อนข้างลงตัว และน่าสนใจ แต่ละห้องเจาะกลุ่มชัดเจน
    • สาธารณูปโภค 8/10 – ให้มาเยอะ หลากหลาย รอดูการใช้งานจริงและบรรยากาศจริง

    • LUXURY CLASS
    • 8.05 / 10.00

    BOTTOM LINE

    โครงการ Park Origin พญาไท เหมาะกับคนที่เน้นทำเลใจกลางเมือง ย่านพญาไท ใกล้สยาม – อนุสาวรีย์ ชอบคอนโดที่เน้นพื้นที่ส่วนกลางหลากหลาย และการเดินทางที่สะดวกทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้าเข้าเมือง หรือไปสุวรรณภูมิ ในราคาเริ่มต้น 5.8 ล้านบาท