รีวิวฉบับที่ 2169 ..ผ่านมา 4 ปีนับตั้งแต่วันเปิดตัว วันนี้โครงการ MUNIQ สุขุมวิท 23 จากค่ายเมเจอร์ ก็สร้างเสร็จพร้อมให้เข้าอยู่แล้ว เป็นคอนโดหรูบนทำเลใจกลางเมือง’ย่านอโศก’ ที่ได้ทำเลดีอยู่ระยะเดินสบายจากรถไฟฟ้า และหากขับรถยนต์ก็มีทางลัดให้ใช้ งานนี้ใช้สถาปนิกชั้นนำของประเทศทั้งหมด ในแนวคิด ‘LIVE AS ARTS’ ใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ มีรสนิยม มีห้องให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ 34 – 191 ตร.ม. แถมมีห้อง Duplex, Triplex ให้เลือกด้วย ในราคาเริ่มต้น 6.9 ล้านบาท ไปชมกันเลยค่ะ

 

ข้อมูลโครงการ

27 November 2020

  • MUNIQ Sukhumvit 23 (มิวนีค สุขุมวิท 23)
  • บริษัท เมเจอร์ เรสซิเด้นส์ จำกัด (บริษัทสาขาของ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ซอยสุขุมวิท 23
  • ที่ดินประมาณ 1-1-37 ไร่
  • คอนโด High Rise 36 ชั้น 1 อาคาร 201 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 10 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 166 คัน คิดเป็น 82 %
  • สร้างเสร็จพร้อมอยู่
  • 1 Bedroom 34.74 – 43.46 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 54.68 – 99.27 ตร.ม.
  • Simplex, Duplex and Triplex 83.22 – 191.11 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 6.9 ล้านบาท (1 Bedroom 34.74 ตร.ม.) / หรือตร.ม.ละ 198,618 บาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 285,000 บาท/ตร.ม.
  • ช่วงราคาต่อตารางเมตร ต่ำสุด – สูงสุดประมาณ 198,618 – n/a บาท/ตร.ม.
  • ว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1266

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มค่ะ

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.737717, 100.562856
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

โครงการ MUNIQ สุขุมวิท 23 ตั้งอยู่ในทำเลย่านอโศก – พร้อมพงษ์ ที่เป็น Center Business District ของกรุงเทพฯ อยู่ในซอยสุขุมวิท 23 ใกล้แยกอโศกและใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า Interchange BTS-MRT

ทำเลของโครงการนี้เรียกว่ามีไลฟ์สไตล์โดดเด่น และเต็มไปด้วยชาวต่างชาติโดยเฉพาะ Expat หรือคนต่างชาติที่มาทำงานในไทยอาศัยกันอยู่หนาแน่น ดังนั้นจึงไม่ต้องเเปลกใจไปเลยว่าทำไมแถวนี้จะมีคนหลากหลายเชื้อชาติมาอยู่อาศัย และมีการร้านค้า ร้านอาหาร กิจการต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับคนกลุ่มนี้มากเช่นกัน

อย่างในย่านพร้อมพงษ์จริงๆ เลยก็เป็นย่านที่มีชาวญี่ปุ่นมาอาศัยกันเป็นส่วนมาก ดังนั้นบรรยากาศภายในซอยเรื่อยไปจนถึงทองหล่อก็จะมีที่พักประเภท Apartment หรือ Service apartment ให้เช่าระยะยาวอยู่เยอะมาก และก็มีร้านรวงต่างๆ ตามตรอกซอกซอยที่ขายอาหารอย่างอาหารญี่ปุ่น, อาหารไทย, Fine dining หรือแม้กระทั่งคาเฟ่เเทรกตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยกันเยอะเลย

แหล่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะกับโครงการเราหลักๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น Terminal 21 ที่ติดกับรถไฟฟ้าอโศก และ Em District ที่แค่ก้าวออกมาจากรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ ก็จะเจอกับห้างใหญ่ถึง 2 ห้าง EmQuatier กับ Emporium ที่เเม้ว่าจะดูหรูหราแต่ก็ไม่น่าจะเกินกว่าฐานะของคนที่อาศัยอยู่แถวนี้ใช้จ่ายกัน

และที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือมีสวนสาธารณะอยู่ไม่ไกลจากโครงการ ในระยะประมาณ 1 กิโลเมตร ถึง 2 สวน ได้แก่ สวนเบญจกิติ และสวนเบญจสิริ เป็นสวนที่สะอาด ปลอดภัย และผู้คนที่มาใช้บริการดูเป็นมิตรมากค่ะ

ในส่วนของการบริการทางด้านสุขภาพ ย่านนี้ถือว่ามีตัวเลือกทั้งโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงอย่างโรงพยาบาลสมิติเวช และมีสถานที่ออกกำลังกายเช่นสตูดิโอต่างๆ กับ Fitness Center เปิดให้บริการหนาแน่นที่สุดในกรุงเทพเลยก็ว่าได้ ดังนั้นภาพรวมของทางด้านความอุดมสมบูรณ์รอบๆโครงการนี้จัดว่าดีเลยทีเดียว

โครงการ MUNIQ สุขุมวิท 23 ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 23 ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมย่านอโศกกับพร้อมพงษ์เข้าด้วยกัน ตัวโครงการจะลึกเข้าไปจากปากซอยสุขุมวิท 23 ประมาณ 230 เมตรค่ะ ในแง่ของถนนหนทางเเละการเดินทางโดยทั่วไปของทำเลนี้ จะสามารถเดินทางได้แทบทุกระบบการเดินทางเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว หรือจะเป็นระบบขนส่งสาธารณะ อย่างรถไฟฟ้า รถเมล์ รถกะป้อ หรือแม้กระทั่งเรือด่วนก็ยังมีให้บริการด้วยนะคะ

เราขอเริ่มต้นเล่าจากถนนหนทางกันก่อนเลยดีกว่า ซอยสุขุมวิท 23 เนี่ย เป็นถนนสุขุมวิทฝั่งเลขคี่ ที่จะอยู่ฝากเดียวกันกับย่านอโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัยนั่นเอง ความน่าสนใจของสุขุมวิทฝั่งเลขคี่นี้คือ จะมีเส้นทางลัดเลาะต่างๆมากมาย ที่ทำให้เราไม่ต้องออกไปใช้ถนนใหญ่เลย ก็ยังสามารถเดินทางผ่านเส้นทางเล็กๆเหล่านี้ตั้งแต่อโศกไปยังเอกมัยเลยก็ได้ ถือว่าเป็นเส้นทางตัวเลือกที่เราสามารถเลือกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดบนถนนในช่วงเวลาเร่งด่วนเลยก็ได้

ที่ตั้งโครงการ MUNIQ สุขุมวิท 23 สามารถเข้าออกจากถนนหลักได้ 3 ทาง ได้แก่ ถนนสุขุมวิท, ถนนอโศกมนตรี และถนนเพชรบุรี ภาพรวมด้านถนนหนทางจึงถือว่าเป็นทำเลที่สามารถเลือกใช้เส้นทางได้หลากหลาย ทั้งการเข้าและออกเมืองค่ะ

แต่สิ่งที่ต้องรู้สำหรับคนที่จะใช้รถใช้ถนนในย่านนี้คือ “ทางลัด” เช่น ซอยพร้อมศรี หรือซอยพร้อมมิตร ที่ลัดเลาะทะลุไปออกได้ตั้งแต่ อโศก ประสานมิตร สวัสดี พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย และอีกเรื่องคือทาง “One-Way” ซึ่งเราทำเส้นสีแดงไว้ให้ดูง่ายขึ้นค่ะ

จากภาพได้ทำลูกศรกำหนดเส้นทางการเดินรถเอาไว้ให้แล้ว เห็นระยะทางเหมือนไม่ไกล แต่ถ้าในช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ที่โรงเรียนและออฟฟิศเลิกงาน ย่านนี้นี่รถติดไม่เบาเลยนะคะ

เรื่องการเดินทางโดยไม่ใช้รถสำหรับทำเลนี้จะมีรถไฟฟ้า BTS วิ่งผ่าน โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ MRT สุขุมวิท ซึ่งเป็นสถานี Interchange กับ BTS อโศก มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 250 ม.

แต่ถ้าวันไหนไม่ได้จะเดินทางโดยใช้รถไฟฟ้าและไม่อยากใช้รถยนต์ส่วนตัว ก็สามารถโบกเรียกแท็กซี่และพี่วินมอเตอร์ไซค์ได้จากหน้าโครงการเลย หรือเรียกใช้บริการผ่าน Application ก็ได้ น่าจะใช้เวลาเรียกไม่นานด้วย เพราะทำเลนี้อยู่ในใจกลางเมืองจริงๆ

การเดินทางมาโครงการวันนี้เริ่มจากสถานี MRT สุขุมวิท บริเวณแยกอโศกตรงข้าม Terminal 21 จากหน้าสถานีเราสามารถเดินไปโครงการได้หลายเส้นทาง คือทางซอยคาวบอย หรือทางปากซอยสุขุมวิท 23 ก็ได้ ซึ่งทางซอยคาวบอยจะใกล้กว่า แต่ถ้าไม่ชอบบรรยากาศในซอยที่เป็นร้านผับบาร์เยอะๆ ก็เลือกเดินไปอีกทางแทนได้

และมีอีกเส้นทางที่เราจะพาไปวันนี้คือ ใช้ทางลัดทะลุอาคาร Interchange 21 ไปออกซอยสุขุมวิท 23 อาคารจะเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่ม เราชอบนะเพราะในอาคารจะมี Family Mart ร้านขายขนมเล็กๆ น้อยๆ ให้ช้อปปิ้งได้อีกนิดหน่อย แต่อันนี้เป็น Optional หากอาคารปิดก็ต้องไปใช้ทางปกติ เส้นทางลัดนี้มีระยะจาก MRT ถึงโครงการประมาณ 250 เมตร ก็พอๆ กับเดินผ่านซอยคาวบอยนั่นแหละ

เส้นทางการเดินทาง

Image 1/8
เริ่มต้นเดินทางจากสถานี MRT เราเลือกใช้ทางออก 2 ที่อยู่ใกล้กับโครงการมากที่สุดนะคะ

เริ่มต้นเดินทางจากสถานี MRT เราเลือกใช้ทางออก 2 ที่อยู่ใกล้กับโครงการมากที่สุดนะคะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูบริบทโดยรอบของโครงการกันบ้างนะคะ ขึ้นชื่อว่าใจกลางอโศก นั้นเต็มไปด้วยเหล่าอาคารสูงมากมายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องวิวก็จะมีส่วนที่ติดกับอาคารสูงเพื่อนบ้านบ้างเช่นกัน ในแผนที่เราลองเอาตำแหน่งอาคารต่างๆ มาแปะเพื่อให้ง่ายต่อการเห็นภาพมากที่สุด อาจจะมีเหลื่อมๆ สักเล็กน้อย แต่พวกระยะเราดึงเอาจาก Google Maps ลองมาดูไปพร้อมกันค่ะ

ทิศเหนือ : ในระยะที่ห่างไปประมาณ 50 เมตร จะเห็นตัวโรงแรม Taipan ความสูงราวๆ 17 ชั้น จึงไม่ได้บล็อควิวในระยะประชิด แต่ถ้ามองเฉียงไปทางตะวันตกจะติดกับคอนโด Celes สูง 40 ชั้น
ทิศตะวันออก : วิวฝั่งนี้โล่งเคลียร์ ไม่มีอาคารสูงบังเลย เห็นพวกชุมชนบ้านพักอาศัยในซอยสุขุมวิท 23
ทิศใต้ : โดนบล็อควิวจากคอนโด Le Premier สูง 21ชั้น ในระยะห่างกันประมาณ 10 เมตร
ทิศตะวันตก : หากมองตรงๆ จะไม่ถูกบล็อควิวนะ สามารถมองไปเห็นอาคาร Terminal 21 ได้เลย แต่ถ้ามองเฉียงไปทางเหนือใต้จะติดกับคอนโด Celes สูง 40 ชั้น และคอนโด Las Colinas สูง 44 ชั้น

ขอเร่ิมจากทิศตะวันออกที่ได้วิวดีที่สุดในโครงการ ทิศนี้วิวเคลียร์มากๆ เลย ยังไม่มีอาคารสูงขึ้นมาบัง ได้วิวของบ้านพักอาศัยในย่านนี้

หันมาดูทางฝั่งทิศเหนือกันต่อ ทิศนี้ไม่ได้โดนบล็อควิวในระยะประชิด มีระยะระหว่างอาคารที่เว้นไว้ทำให้ไม่อึดอัด

ถ้ามองมาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะเยื้องกับคอนโด Celes ก็จะบล็อควิวบางส่วน แต่โดยรวมแล้วทางทิศเหนือยังรับวิวได้แบบไม่อึดอัดนะคะ

ถัดมาทางทิศตะวันตก จะได้วิวของ Terminal 21 ที่ห่างออกไปประมาณ 170 เมตร ยังไม่มีอาคารมาบล็อควิวตรงๆ ค่ะ

ส่วนทิศใต้จะเป็นทิศที่อยู่ติดกับคอนโด Le Premire สูง 21 ชั้น หากเป็นห้องที่อยู่ด้านหน้าโครงการก็ยังมีมุมที่ได้วิวโล่งๆ แบบนี้อยู่นะ

แต่ห้องทางทิศใต้บางตำแหน่งจะโดนบล็อควิวในระยะประชิดแบบนี้ ถ้ามีงบพอก็แนะนำให้เลือกห้องที่สูงเกินชั้น 21 ของคอนโด Le Premier ขึ้นไป เพื่อให้พ้นการบังวิว

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

Urban Lifestyle

  • Soi Cowboy ~ 120 m.
  • Terminal 21 ~ 550 m.
  • EmQuartier ~ 2.1 km.
  • EmPorium ~ 1.9 km.
  • Central Embassy ~ 3.7 km.
  • Siam Paragon ~ 4.7 km.

Business District

  • Interchange Tower ~ 170 m.
  • Sino Thai Tower ~ 350 m.
  • Sermmit Tower ~ 500 m.
  • Exchange Tower ~ 750 m. (500 m. by foot)
  • GMM Tower ~ 1 km.
  • Singha Complex ~ 1.3 km.
  • Bhiraj Tower ~ 2.1 km.

Hospital & Education

  • Maefahluang Hospital ~ 600 m.
  • Srinakarinviroj University ~ 950 m.
  • NIST International School ~ 1.7 km.
  • Anglo Singapore International School ~ 2.6 km.
  • Australian International School ~ 2.7 km.

Public Transportation

  • MRT Asoke/ BTS Asoke ~ 200 m.
  • ARL Makkasan ~ 1.5 km.

รายละเอียดโครงการ

Muniq สุขุมวิท 23 นับเป็นคอนโดหรูแห่งหนึ่งในย่านอโศก ที่หลบความวุ่นวายบนถนนหลักเข้ามาในซอยสุขุมวิท 23 สักหน่อย แต่ก็ยังเดินทางด้วยรถยนต์และรถสาธารณะได้สะดวก เป็นคอนโด High Rise จำนวน 1 อาคาร ความสูง 36 ชั้น ห้องพักอาศัยรวม 201 ยูนิต มีห้องพักให้เลือกแบบ 1-Bedroom, 2-Bedroom และมีห้องพิเศษอย่าง Duplex and Triplex ขนาดเริ่มต้น 34.74 – 191.11 ตร.ม.

หน้าตาอาคารออกแบบมาในคอนเซปต์ “LIVE AS ART” ใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ มีรสนิยม เราจึงไม่ได้รู้สึกว่าโครงการออกแบบมาในสไตล์ Luxury เช่นการใช้โคมไฟแชนเดอเรียคริสตัลห้อยระย้า..อะไรแบบนั้น

การตกแต่งได้แรงบันดาลใจจากสไตล์ Mondrian Art ที่พยายามสร้างงานศิลปะให้เข้าใจง่าย ใช้รูปทรงเรขาคณิตอย่างสี่เหลี่ยมมาจัดเรียงให้เกิดความสวยงาม วัสดุที่เลือกใช้จะเป็นพวกหินอ่อนสีขาว ดำ ใช้กระจกบานใหญ่ จบขอบด้วยสีทองให้ดูหรูหรา

โครงการเลือกสถาปนิกชั้นนำของประเทศมาออกแบบในโครงการ ซึ่งทั้ง 3 เจ้ามีผลงานในโครงการระดับ Super Luxury มากมาย ได้แก่ Architect : Palmer & Tuner / Interior : J&H BOIFFILS / Landscape : SHAMA

มาดูภาพรวมของโครงการ Muniq สุขุมวิท 23 กันก่อน เราทำ Graphic มาให้ดูเข้าใจง่ายๆ นะคะ

เริ่มจากพื้นที่จอดรถจะมี 2 ส่วน แบ่งเป็นที่จอดรถใต้ดิน 1 ชั้น จอดได้ 34 คัน และที่จอดรถระบบ Automatic Parking อีก 132 คัน รวมเป็น 166 คัน (82%)

บริเวณชั้น 1 ด้านนอกจะมีสวนส่วนกลาง ส่วนด้านในอาคารจะเป็น Lobby Lounge / ส่วนของพักอาศัยจะแบ่งออกเป็น 3 Zone ได้แก่

  • Residential Zone เป็น Typical Plan ที่มีห้องแบบ 1-2 Bedroom
  • Terrace Garden Zone มีสวนบนชั้นพักอาศัย
  • The Collection Zone กลุ่มห้องพักขนาดใหญ่ และห้องพิเศษ เช่น Duplex, Triplex

Facilities หลักๆ ของโครงการถูกวางไว้บนชั้น 35 – 36 และ Rooftop เพื่อเปิดให้ชมวิวเมือง

มาดู Master Plan กันบ้างค่ะ ทางเข้าออกหลักของโครงการจะอยู่บนซอยสุขุมวิท 23 ใช้ระบบ Keycard Access และรั้วกั้นไม้กระดก การวางผังโครงการจะวางตำแหน่งของสวนไว้ที่ด้านหน้า และดันอาคารเข้าไปวางไว้ด้านใน ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัยมากขึ้น

ทางวนรถรอบอาคารเป็น “One Way” ตามลูกศร สามารถเลือกจอดรถได้ 3 จุด จุดแรกคือที่จอดรถใต้ดิน หากเป็น Visitors ก็ให้ลงไปจอดชั้นใต้ดินนะคะ ส่วน Auto Parking จะจอดได้เฉพาะลูกบ้านเท่านั้น มีให้เลือกจอด 2 ตำแหน่งที่ด้านหน้ากับด้านหลังอาคาร

สำหรับ Facilities ในอาคารจะมีตั้งแต่ด้านหน้าทางเข้าประตูที่เป็น Lobby ขนาดใหญ่, จุดนั่งคอยเพื่อรอรถจาก Automatic Parking, Mail Box และ Lift Lobby ที่ต้องใช้ Key Card ของลูกบ้านในการเข้า-ออก เท่านั้น

ซุ้มประตูทางเข้าโครงการติดซอยสุขุมวิท 23 ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีครีมๆ ตัดขอบทอง ซึ่งเป็นธีมเดียวกับการตกแต่งภายในสวน ตัวพื้นของโครงการทั้งหมดจะปูด้วยแสตมป์คอนกรีตให้ดูสวยงาม

ซุ้มรปถ.จะอยู่ติดกับรั้วทางเข้าออกของโครงการคอยสแกนทั้งลูกบ้านและ Visitors โครงการแยกทางเข้า-ออกของรถยนต์และประตูในการเดินเข้า-ออกของลูกบ้าน ทำให้เกิดความปลอดภัยใช้งานได้สะดวกดี

เดินเข้ามาในสวนจะมีทางให้เดินผ่านเพื่อไปยังอาคารได้ เรามองว่าเป็นเหมือน Transition Area ที่เปลี่ยนผ่านจากความคึกคักภายนอกเข้าสู่พื้นที่พักอาศัย แต่ถ้าหากอยากจะพักผ่อนในสวนสักนิด สวนนี้ก็มีมุมต่างๆให้นั่งเล่นได้อยู่นะคะ

ภายในสวนมีต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มคอยให้ร่มเงา

มีน้ำตกในสวนที่คอยช่วยสร้างบรรยากาศของการพักผ่อน

พื้นที่นั่งเล่นจะถูกจัดอยู่ตามมุมต่างๆ ในสวน

มุมนี้สำหรับคนที่ชอบวิวสนามหญ้าและน้ำตกน่าจะถูกใจทีเดียว

จากในสวนก็จะมีทางเดินให้มาใกล้ๆ ประตูทางเข้าอาคารได้

ออกมาจากสวนส่วนกลาง เราจะพาไปเดินดูที่จอดรถจุดต่างๆ รอบอาคารกันนะคะ

ตามทางมาเรื่อยๆ ส่วนแรกที่เจอจะเป็นทางลงชั้นจอดรถใต้ดิน

ขนาดของทางเดินรถกว้างดี มีความสูงที่รถกระบะสามารถลงไปจอดได้นะคะ

ที่จอดรถในชั้นใต้ดินนี้สามารถจอดรถได้ 18 คัน คิดเป็นประมาณ 20%

ช่องจอดรถมีขนาดตามมาตรฐาน ด้านหลังมีตัวหนอนเป็นกันชนไว้ให้เรียบร้อย

วนรอบโครงการมาเรื่อยๆ ก็จะถึงบริเวณ Drop-Off เราชอบดีไซน์ของประตูที่มองผ่านๆ เหมือนเป็นผนังกระจกแต่จริงๆ สามารถเปิดใช้ได้ทุกบานเลย มีส่วนที่เป็นทางลาดสำหรับใช้รถเข็นได้ด้วย

ถัดมาคือที่ทางเข้าจอดรถแบบ Automatic Parking เป็นระบบที่จอดรถที่เราไม่ค่อยชอบเพราะจากที่เคยใช้คือเค้าจะให้เราขับรถเข้าไปในลิฟต์แล้วค่อยเดินลงมา แต่ที่นี่เค้าจะให้จอดด้านนอกตรงถาดหมุนกลมๆ เสร็จแล้วจะมีระบบยกรถเข้าไปลิฟต์อีกที ส่วนตัวเรารู้สึกปลอดภัยกับระบบแบบนี้มากกว่า

เวลาจะขับรถเข้ามาจอดก็ถอยรถให้ตรงๆ นะคะ ถ้าตำแหน่งถูกต้องไฟเขียวจะขึ้นเต็มตัว M ค่ะ

เข้ามาด้านใน Lobby ดูกว้างด้วยเพดานสูงโปร่ง พื้นที่ Lobby ใหญ่ขนาดนี้จะกั้นออกเป็นมุมนั่งเล่นหลายๆ ส่วนก็ได้ แต่ทางโครงการออกแบบให้เปิดพื้นที่โล่งๆ แบบไม่มีอะไรกั้น ถ้าเทียบขนาด Lobby กับจำนวนยูนิตในคอนโดเราว่าใช้สอยแบบสบายๆ

ชุดโซฟาแต่ละชุดที่จัดไว้เป็นชุดโซฟาขนาดใหญ่ ให้ได้ความรู้สึกที่หรูหรา สังเกตการออกแบบผนังกระจกด้านหลัง เป็นอีกจุดที่นำเอางานออกแบบสไตล์ Mondrian Art เข้ามาใช้ แต่จะได้ใช้แบบประเจิดประเจ้อ จะมาเนียนๆ ทำให้ดูหรูหรานะคะ

มองกลับมาที่ประตูทางเข้า Lobby จะมีพื้นที่นั่งพักคอยรถยนต์ทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งกลายเป็นพื้นที่ที่ต้องมีสำหรับคอนโดในยุคนี้ไปแล้ว

พื้นที่สำหรับนั่งรอรถยนต์จะอยู่ในตำแหน่งที่ติดกับผนังกระจก จึงสามารถมองวิวภายนอกไปได้ ไม่น่าเบื่อ

ระบบการจัดการรถยนต์ของที่โครงการนี้ คือเมื่อเราจอดรถเสร็จแล้วต้องเอา Keycard มาสแกนที่จุดนี้ก่อน ลิฟต์จึงจะยกรถขึ้นไปจอดให้ อาจจะดูเสียเวลานิดหน่อยเพราะต้องเดินมาสแกน แต่ก็ได้ในเรื่องความปลอดภัยว่าจะไม่มีผู้โดยสารติดขึ้นไปกับลิฟต์ที่จอดรถนะคะ

เข้ามาด้านในอาคารจะเจอกับเคาน์เตอร์ Reception ซึ่งเราสอบถามกับเจ้าหน้าที่บอกว่าในอนาคตจะมีนิติบุคคลจะมานั่งบริเวณนี้เพื่อให้ลูกบ้านติดต่อได้สะดวก

เข้ามาด้านในทางขวามือจะเป็น Mail Box ฝั่งซ้ายเป็น Lift Lobby และด้านในสุดเป็นห้องน้ำค่ะ

ภายในโซน Mail Box ดูโปร่งๆ ดี สังเกตว่าโครงการนี้เค้าชอบใช้โทนสีขาวทอง ดูสวยงามหรูหราดี

อีกอย่างหนึ่งที่เราว่าเค้าเก็บรายละเอียดได้ดีคือ ตัวอักษรเป็นฟอนต์เดียวกับชื่อโครงการเลย ดูเก๋ๆ ดี ซึ่งเราก็จะเห็นการใช้ฟอนต์นี้ไปกับหลายๆ อย่าง เช่น เลขที่ชั้น เลขที่ห้อง

ส่วนที่เราชอบสุดในของตกแต่งชั้นนี้คือโคมไฟนี้ค่ะ หลายๆ โครงการที่เป็นโครงการหรูมักใช้กัน เห็นทีไรก็ชอบทุกที ^^

อีกส่วนหนึ่งที่เป็นบริการของคอนโดในยุคนี้คือตู้ฝากของ เพื่ออำนวยความสะดวกหากเราไม่อยู่คอนโดก็สามารถใส่ของไว้ที่ตู้แล้วเรียกงาน Service ต่างๆ มารับจากตู้ได้ค่ะ

เราสามารถเรียกเหล่า Delivery Service มารับของจากตู้ได้นะคะ ทั้งส่งผ้าไปซัก ส่งพัสดุ ซื้อของ หรือฝากของเอาไว้ให้เพื่อนๆ ก็ตอบโจทย์ค่ะ

สำหรับส่วนพื้นที่พักอาศัยต้องใช้ Keycard สแกนผ่านประตู Lift Lobby เข้าไป ส่วนนี้จึงเข้าได้เฉพาะลูกบ้านนะคะ

เข้ามาในโถงลิฟต์ของอาคาร มีลิฟต์ทั้งหมด 2 ตัว สำหรับอัตราส่วนลิฟต์ที่อยู่ในอัตราส่วน 101 : 1 ดูตามสัดส่วนก็ถือว่าปกติไม่ได้หนาแน่นอะไร และมีแยก Lift Service ไว้ให้ต่างหากด้วย แต่คอนโดที่มีลิฟต์หลัก 2 ตัวแบบนี้ก็ต้องระวังเรื่อง Maintenance ให้ดีๆ นะคะ เพราะหากมีลิฟต์ตัวหนึ่งเสียก็จะเหลือลิฟต์ให้ใช้แค่เพียงตัวเดียวค่ะ

Typical Plan ที่ชั้น 8-21 จะเริ่มเป็นชั้นห้องพักอาศัย มีเพียงแค่ 9 Unit/Floor เน้นความเป็นส่วนตัวให้แก่ลูกบ้าน การจัดวางห้องพักของโครงการนี้จะจัดห้อง 2 Bedroom ไว้เป็นห้องมุม และห้องแบบ 1 Bedroom ไว้ตรงกลาง วางพวกงานระบบ เช่น ลิฟต์ บันไดหนีไฟไว้ทางทิศใต้ เพราะเป็นด้านที่ถูกบล็อกวิวในระยะประชิดจากคอนโด Le Premier สูง 21 ชั้น

ตำแหน่งที่เราคิดว่าน่าสนใจและได้วิวดีที่สุดคือห้องมุมทางทิศเหนือ (กรอบสีส้ม) มุมนี้ได้วิวเคลียร์ดี และตำแหน่งอยู่สุดปลายทางเดินทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ส่วนห้องที่อยู่ทางทิศใต้ (ติดกรอบสีแดง) จะเป็นห้องแบบ 2 Bedroom ที่เป็นห้องมุมซะส่วนใหญ่ ทำให้ยังมีมุมอื่นที่ได้วิวโล่งๆ อยู่ และจะมีห้อง 1 Bedroom ที่อยู่ทางทิศใต้อีก 1 ห้อง ซึ่งออกแบบไว้เป็นห้องขนาดเล็กสุด เหมาะกับคนที่ต้องการอยู่คอนโดหรูทำเลนี้ แต่ไม่ได้ต้องการพื้นที่เยอะ ก็ทำให้ราคา Package ของห้องตำแหน่งนี้หยิบจับง่ายสุดไปด้วยค่ะ

บรรยากาศของโถงทางเดินบนชั้นพักอาศัย จะได้แสงธรรมชาติเข้ามาจากหน้าต่างทั้ง 2 ฝั่ง รูปนี้คือช่วงกลางวันที่ยังไม่ได้เปิดไฟก็ดูสว่างพอสมควรเลยนะ

Image 1/6
Screen-Shot-2020-08-04-at-15.12.49

Screen-Shot-2020-08-04-at-15.12.49

ถัดขึ้นมาที่ Terrace Zone ชั้น 22 – 27 เป็นชั้นที่มีสวนส่วนกลางเพิ่มเข้ามา โดยจะมีสวนบนชั้น 22, 24, 26 ทำให้ลูกบ้านสามารถไปใช้งานได้สะดวก และทำให้ห้องบนชั้น 23, 25, 27 ได้วิวสวนไปด้วยนะ เราไปเก็บบรรยากาศของห้องบนชั้น 23 มาฝาก ตามไปดูกันค่ะ

วิวจากห้องพักบนชั้น 23 จะได้บรรยากาศของยอดต้นไม้บนชั้น 22 ไปด้วย ทำให้ดูร่มรื่นขึ้น

ส่วนที่เราชอบคือหน้าต่างของห้องพักอาศัยในโซนนี้ จะถูกปรับมาเป็นแบบบานเฟี้ยม เพื่อให้เปิดรับวิวได้กว้างขึ้น

และจากห้องบนชั้น 23 จะได้วิวของสวนบนชั้น 22 ด้วย แต่เป็นมุมกดหน่อยค่ะ

Image 1/7
Screen-Shot-2020-08-04-at-15.14.07

Screen-Shot-2020-08-04-at-15.14.07

ถัดมาที่ Collection Zone ชั้น 28 – 34 จะเป็นชั้นของห้องพักอาศัยขนาดใหญ่ มีให้เลือกทั้งรูปแบบ Simplex, Duplex and Triplex ขนาด 83.22 – 191.11 ตร.ม. ซึ่งห้องในโซนนี้จะได้สิทธิที่จอดรถ 2 คัน เป็นที่จอดรถชั้นใต้ดิน 1 คัน และที่จอดรถแบบ Automatic Parking อีกหนึ่งคันค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 35 จะเป็นชั้น Main Facilities มี Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาด 16 x 6.4 เมตร ลึก 1.2 เมตร มีการแยกส่วนสระเด็กเอาไว้ด้านใน พร้อมห้องน้ำแยกชายหญิงและมี Sauna ให้ใช้ด้วย

ส่วนที่เราว่าน่าสนใจของชั้นนี้มีอยู่ 2 อย่างคือ Jacuzzi ที่เป็นแบบ Outdoor เอาไว้นั่งแช่ตัวชิลๆ ชมวิวเมืองได้ และอีกส่วนหนึ่งคือชั้นลอย ที่วาง Day Bed ไว้ให้นั่งเล่น นอนเล่น ซึ่งดีไซน์แบบนี้ไม่ค่อยเห็นจากโครงการในเมืองนะคะ

เดินออกมาจาก Lift Lobby เข้ามาด้านในโซนสระว่ายน้ำจะถูกเปลี่ยนอารมณ์ด้วยพื้นที่กว้างๆ โล่งๆ

ในส่วนของ Swimming Pool เป็นสระระบบเกลือ ขนาด 16 x 6.4 เมตร ลึก 1.2 เมตร เป็นสระที่มีทั้งโซน Indoor และ Outdoor ทำให้ใช้งานได้ตลอดทั้งวันเลย

พื้นที่ Outdoor จะอยู่ติดกับขอบอาคาร เพื่อให้เป็นส่วนที่มาชมวิวได้แบบโล่งๆ

ตอนกลางวันอาจจะแดดแรงไปนิด แต่กลางคืนบริเวณนี้คงเป็นมุมโปรดของลูกบ้านแน่ๆ

Jacuzzi ก็ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ชมวิวได้แบบโล่งๆ เช่นกัน มีพื้นที่ให้ลงแช่พร้อมกันได้ 4-5 คนกำลังดีค่ะ

ถัดมาที่สระเด็กจะอยู่ด้านในอาคารเพื่อความปลอดภัย และผู้ปกครองยังสามารถดูแลได้ง่ายขึ้น มีขนาด 2 x 6.4. เมตร ลึก 0.6 เมตร ติดกันเป็นบันไดขึ้นไปพื้นที่นั่งเล่นที่ชั้นลอย ไปดูกันต่อเลย

พื้นที่ชั้นลอยจะวาง Day Bed เอาไว้ให้นอนเล่น ชมวิวสระกันแบบชิลๆ

สังเกตดูพื้นเป็นกระจกมองเห็นสระว่ายน้ำด้านล่างได้เลย เป็นอีกหนึ่งดีไซน์ที่ทำให้อาคารดูทันสมัย ตามแบบอาคารของยุคนี้ที่ชอบออกแบบมาให้มีส่วนที่หวาดเสียวเล็กๆ เป็นพื้นกระจกบ้าง ลิฟต์กระจกบ้าง

จากมุมนั่งเล่นบนชั้นนี้ก็จะมองไปได้วิวสระแบบนี้เลย พอเป็น Day Bed ที่ตั้งอยู่ในร่มจึงสามารถมาใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องแคร์แดดแล้วค่ะ

สำหรับห้องน้ำบนชั้นนี้จะมี Locker ให้มาเก็บของได้ และด้านในสุดเป็น Sauna ส่วนฝั่งซ้ายเป็นผนังกระจกบานใหญ่ทำให้บรรยากาศภายในห้องดูสว่างและโปร่งโล่งดี แถมได้วิวแบบกว้างๆ เลยด้วย

พื้นที่ภายใน Sauna Room มีขนาดกะทัดรัด รองรับการใช้งานได้ประมาณ 3-4 คน

อีกฝั่งหนึ่งเป็นอ่างล้างมือและห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำมีความกว้างให้ใช้งานได้สะดวก ผนังและพื้นปูด้วยกระเบื้องทั้งหมด ดูเรียบร้อย ซึ่งชุดสุขภัณฑ์ก็ใช้ของ Duravit จากเยอรมัน เป็นเกรดเดียวกับที่ใช้ในห้องพักอาศัยนะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 36 จัดเป็นชั้น Facilities อีกชั้นหนึ่ง ส่วนกลางที่จัดไว้ให้ในชั้นนี้มีความหลากหลาย ได้แก่ Fitness ที่เป็นผนังกระจกรอบทั้ง 3 ด้าน สามารถชมวิวเมืองได้แบบ 270 องศา มี Social Lounge, Terrace Garden และ Theater Room ซึ่งแต่ละฟังก์ชันก็จะมีขนาดพื้นที่ที่ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แต่โดยรวมก็ถือว่าให้มาน่าใช้งานดี

วันนี้ในส่วนของ Social Lounge ยังไม่ได้มีภาพมาฝากกันนะ เพราะตอนนี้มีเก็บงานบางส่วนอยู่ยังไม่เรียบร้อยดี เราจะพาชมส่วนอื่นๆ ที่เสร็จแล้วนะ

ภายในห้อง Fitness ดูโปร่งโล่งด้วยผนังกระจกที่ล้อมรอบทั้งหมด วางเครื่องออกกำลังกายเอาไว้ประมาณ 10 เครื่อง สิ่งที่ทำให้ห้องนี้น่าใช้งานคือความสูงโปร่งจากพื้นถึงฝ้าเพดานและก็ช่องแสงหน้าต่างขนาดใหญ่ที่เป็นแบบ Floor to Ceiling และเครื่องออกกำลังกายที่ถูกจัดวางให้หันหน้าออกไปทางผนังกระจก เพื่อชมวิวได้สะดวก

โครงการเลือกใช้เครื่องออกกำลังกายของยี่ห้อ Techno Gym เป็นแบรนด์เครื่องออกกำลังกายระดับบนที่ใช้กันในโรงแรมระดับ 6 ดาวค่ะ

เครื่องออกกำลังกายภายในห้องมีความหลากหลายทั้งแบบที่เหมาะกับการเล่นเวท สร้างกล้ามและคนที่ต้องการออกกำลังแบบคาร์ดิโอ

เวลาออกกำลังกายก็ชมวิวนอกอาคารไปได้ แถมได้เป็นวิวมุมสูงเลยด้วย ติดกันเป็น Terrace Garden เผื่อเวลาออกกำลังกายเสร็จเหนื่อยๆ ก็ออกไปนั่งพักสูดอากาศได้ค่ะ

มีพื้นที่สวนเล็กๆ เอาไว้เดินเล่นยืดเส้นยืนสาย และชมวิวได้ แต่ก็เหมาะจะมาใช้งานช่วงเย็นๆ ที่แดดร่มสักหน่อยนะคะ

ปิดท้ายด้วย Theater Room เราว่าห้องนี้ได้ความเป็นส่วนตัวสุดๆ เพราะต้องขึ้นบันไดมาบนชั้นลอยสักหน่อย ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็สามารถมาเปิดหนังดูที่ห้องนี้แทนได้ แต่คงต้องถามนิติฯ ดูอีกทีว่ามีวิธีจัดการอย่างไร ต้องจองคิวไหมนะคะ

พื้นที่ภายในห้องค่อนข้างกว้าง ถ้านับตามที่นั่งของโซฟาก็นั่งชิลๆ ได้ 5 คน แต่ดูจากขนาดห้องเราว่ารองรับได้ประมาณ 7-8 คนเลยนะ ส่วนตัวชอบว่าห้องนี้สามารถนั่งดูหนังและชมวิวเมืองไปพร้อมๆ กันได้เลย

ชั้น Rooftop ก็จัดเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ให้นั่งเล่น ชมวิว ได้ด้วย แต่วันที่ไปถ่ายรูปยังไม่เรียบร้อยดีจึงไม่ได้เก็บภาพมาฝาก ถ้าเพื่อนๆ มีรูปก็คอมเมนต์มาแชร์กันได้นะคะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

Ground Floor

  • สวน Secret Garden
  • Auto Parking ที่จอดรถประมาณ 166 คันคิดเป็น 82%
  • EV Charger (Basement)
  • Lobby
  • Mail Box
  • Smart Locker

35th Floor

  • สระว่ายน้ำระบบ เกลือ ขนาด 16×6.4 เมตร ลึก 1.20 เมตร
  • มีการแบ่งสระเด็ก ลึก 0.6 เมตร ขนาดประมาณ 2 x 6.4 เมตร
  • Jacuzzi
  • Sauna
  • Fitness
  • Sky Terrace

36th Floor

  • Sky Lounge
  • Theater Room

  • สวนหย่อมที่ชั้น 1, 22, 24, 26, 28, 30, 32, 34, 36 และ ดาดฟ้า
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 101:  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card

แบบห้อง

โครงการ MUNIQ สุขุมวิท 23 มีห้องให้เลือกหลักๆ อยู่ 2 แบบ คือ

  • 1 Bedroom ขนาด 34.74 – 43.46 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 54.68 – 99.27 ตร.ม.

และห้องพิเศษที่เป็นห้องขนาดใหญ่ บน Collection Zone (ชั้น 28-34) เป็นห้อง Simplex, Duplex and Triplex ขนาด 83.22 – 191.11 ตร.ม.

โครงการขายแบบ Fully Fitted คือให้ชุดครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ตู้เก็บของ ตู้ใส่ตู้เย็น และตู้เสื้อผ้า ตามแบบในห้องตัวอย่าง

วัสดุที่ได้ ดังนี้

  • พื้น Engineering Wood 12 mm.
  • ผนังติด Wallpaper สีขาว
  • ประตู Digital Door Lock ของ Hafele
  • Built-in ตู้ของ RCD

โซนครัว

  • Top เคาน์เตอร์ครัวหิน Quartz
  • Backsplash เป็นกระเบื้อง Porcelain
  • เตาไฟฟ้า Gorenje
  • Sink จาก Franke
  • ไมโครเวฟ Gorenje
  • ตู้เย็น Gorenje พร้อม Built-in ตู้ให้

ห้องน้ำ

  • ผนังและพื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้อง Porcelain
  • สุขภัณฑ์ในห้องน้ำของ Duravit/ Geberit
  • ก๊อกและฝักบัวของ Kohler
  • เครื่องทำน้ำร้อนของ Stiebel Eltron
  • อ่างอาบน้ำของ Kasch

ห้องตัวอย่างห้องแรกที่จะพาไปชมคือห้อง 2-Bedroom ขนาด 69.39 ตร.ม. Type C3 ดูจาก Unit Plan จะเห็นว่าห้องนี้เป็นทรงจตุรัส และเป็นตำแหน่งห้องมุม ทำให้มีพื้นที่รับวิวมากกว่าห้องปกติ พื้นที่ส่วนใหญ่ในห้องจึงมีส่วนที่ติดกับผนังที่เป็นช่องแสงเกือบทั้งหมด ตั้งแต่ห้องนั่งเล่น, ห้องนอนใหญ่, ห้องนอน มีข้อดีหลักคือช่วยเพิ่มปริมาณแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาในห้องได้ ห้องจึงดูโปร่ง ไม่อึดอัด

Layout ของห้องนี้จัดฟังก์ชัน 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิก 2-3 คน ที่ไม่ได้เน้นการทำอาหารหนักมากๆ เพราะเป็นครัวเปิด (Pantry) ต้องระบายกลิ่นออกทางที่ดูดควันเท่านั้น

ห้องนั่งเล่นจะติดอยู่กับระเบียง ทำให้สามารถนั่งดูทีวีและชมวิวไปพร้อมๆ กันได้ โดยที่ระเบียงของห้องนี้จะแบ่งพื้นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ฝั่งหนึ่ง และวางให้เป่าออกด้านนอกห้อง ทำให้ห้องไม่ร้อน และทำให้ใช้งานพื้นที่ระเบียงได้เต็มพื้นที่

ประตูหน้าห้องเป็นคอนกรีตสำเร็จรูปแบบกลวงเสริมลวดอัด ช่วยกันเสียงได้ดี มีระบบ Digital Door Lock ของ Hafele ติดตั้งให้ตามมาตรฐาน

เข้ามาส่วนแรกจะมี Foyer ย่อมๆ ด้านหน้าประตูให้ใช้เป็นพื้นที่เก็บรองเท้า เก็บของใช้ก่อนจะเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยด้านใน โครงการจะ Built-in ตู้ทางฝั่งซ้ายให้ ซึ่งเราสามารถทำตู้เพิ่มด้านข้างประตูได้อีก 1 ตำแหน่ง

ตู้ที่ Built-in มาให้ของ RCD ปิดผิวหน้าตู้ด้วยไม้ลามิเนต ตู้ทางฝั่งขวาเตรียมไว้สำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ และมีชั้นวางของให้เก็บของใช้ได้อีกนิดหน่อย ส่วนตู้ทางฝั่งซ้ายจะ Built-in ไว้เป็นตู้เย็นของ Gorenje ตามแบบในห้องตัวอย่างเลย การจัดตำแหน่งตู้เย็นและตู้เก็บของไว้หน้าห้องก็ทำให้สะดวกเวลาที่ช้อปปิ้งกลับมา ก็เก็บของเข้าที่ได้สะดวกเลย

สำหรับแบรนด์ Gorenje เห็นชื่อไม่คุ้นจะขออธิบายเพิ่มนิดนึงว่าเป็นแบรนด์สัญชาติฝรั่งเศส เคยเป็นแบรนด์ Top ของ Hafele ปัจจุบันได้ข่าวว่าแยกบริษัทกันแล้ว เราลองไปอ่านรีวิวหลายๆ คนที่เคยใช้ก็บอกว่ามีเทคโนโลยีดี ใช้งานได้หลากหลาย ใครเคยใช้ก็มาแชร์ให้เพื่อนๆ ฟังกันได้นะคะ

ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่ครัว ถูกออกแบบมาให้เป็นครัวเปิด จึงมีพื้นที่ให้ยืนทำครัวได้ 1-2 คนแบบสบายๆ โครงการจะ Built-in มาให้ทั้งตู้เก็บของ, Pantry ครัว, เครื่องใช้ไฟฟ้าตามแบบในห้องตัวอย่าง ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานของโครงการ Luxury ในหลายๆที่ไปแล้ว

ระดับฝ้าเพดานของห้องสูง 2.7 m. ในส่วนที่ดรอปแอร์ฝังฝ้าสูง 2.4 m. ส่วนของแอร์ดูเรียบร้อย แต่ก็จะบำรุงรักษายากนิดนึง ต้องใช้ช่างดูแลให้นะ/ พื้นได้เป็น Engineering Wood 12 mm. ตามมาตรฐานของคอนโดระดับนี้อีกเช่นกัน

เคาน์เตอร์ครัวด้านล่างเป็นตู้มีบานปิดหลายตู้ ไว้เก็บของใช้ในครัว / ส่วนตู้ใต้อ่างล้างจานจะมีถังขยะไว้ให้ด้วย

ส่วนบนของเคาน์เตอร์เป็นซิงค์ล้างจาน ที่มีพื้นที่ข้างๆ ให้วางที่ตากจานได้ /Top เป็นหิน Quartz / ให้ Backsplash เป็นกระเบื้อง Porcelain และติดไฟซ่อนให้เหมือนตามห้องตัวอย่าง

ซิงค์ล้างจานของ Teka มีขนาดและความลึกพอสมควรที่ล้างจานแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมา

ตู้ใต้เคาน์เตอร์ครัวอีกฝั่งหนึ่งจะได้ตามแบบในห้องตัวอย่าง ทั้งลิ้นชักเก็บช้อนส้อม ชั้นเก็บจาน และให้ไมโครเวฟของ Gorenje มาด้วยค่ะ

เตาไฟฟ้าแบบ 4 หัวของ Gorenje จะใช้อุ่นอาหารเล็กๆ น้อยๆ หรือ ทำอาหารทานกันในห้องก็ได้ มาพร้อมเครื่องดูดควันที่เป็นระบบต่อท่อออกด้านนอก ก็จะช่วยระบายกลิ่นควันได้ดีกว่าแบบหมุนเวียน

ตู้ลอยสำหรับเก็บของด้านบนเป็นตู้บานเปิดปิด ภายในแบ่งเป็นช่องเก็บของย่อยๆ

ถัดมาที่ Living & Dining Area ที่เชื่อมต่อกัน ห้องจึงดูโล่งมองทะลุไปจนถึงประตูบานเลื่อนที่เป็นช่องแสงขนาดใหญ่เชื่อมไปยังระเบียงได้

ซึ่งการจัดวางฟังก์ชันแบบนี้มีข้อดีที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้มีปฏิสัมพันธ์กัน โดยที่อาจจะทำกิจกรรมกันคนละอย่าง เช่น คุณพ่อคุณแม่อาจจะนั่งดูทีวี ส่วนคุณลูกทานอาหารอยู่ แต่ก็ยังเห็นหน้าและพูดคุยกันได้

อย่างที่บอกไปว่าตัวห้องขายแบบ Fully Fitted จึงไม่ได้ให้เฟอร์นิเจอร์ในส่วนนี้ แต่เราสามารถเก็บไว้เป็นไอเดียในการตกแต่งได้นะคะ

โต๊ะรับประทานอาหารมีขนาด 4 ที่นั่ง ซึ่งเราก็เห็นด้วยว่าโต๊ะที่เหมาะกับพื้นที่ตรงนี้ก็คือโต๊ะกลมนี่แหละ เพราะทำให้สามารถเข้ามานั่งได้สะดวกทั้งหมด

ชุดโซฟามีขนาด 2-3 ที่นั่ง มีระยะดูทีวีประมาณ 3.5 เมตร สามารถติดทีวีจอใหญ่กว่า 60 นิ้วได้เลย

เราว่าพื้นที่ตรงนี้กว้างกำลังดี เพราะมีพื้นที่ให้วางโต๊ะกาแฟได้ และยังเหลือทางเดินให้เชื่อมไปยังระเบียงได้สะดวก

ส่วนที่เราชอบคือการจัดพื้นที่ระเบียงให้สามารถใช้งานได้จริง ขนาดประมาณ 1.1 x 2.5 เมตร ออกแบบไว้ให้วางชุดโต๊ะกาแฟสักชุดสำหรับนั่งชมวิวริมระเบียงได้

ตำแหน่งสำหรับวาง Condensing Unit จะถูกแบ่งพื้นที่เอาไว้เรียบร้อยทำให้พื้นที่ระเบียงสามารถใช้งานได้เต็มพื้นที่

ราวกันตกเป็นเหล็กซี่ๆ ดูโปร่งไม่ทึบตัน จากห้องตัวอย่างชั้น 14 ก็จะได้วิวประมาณนี้

สำหรับโซนห้องนอนที่ต้องการความสงบในการพักผ่อน จะอยู่ถัดเข้าไปด้านในจากโซนทานอาหาร ซึ่งห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องนอนเล็กจะต้องใช้ห้องน้ำกับส่วนกลาง

มาดูห้องนอนใหญ่กันก่อน เข้ามาส่วนแรกจะเจอกับห้องน้ำทางฝั่งซ้าย ตำแหน่งของเตียงนอนจะถูกดันเข้าไปด้านในเพื่อให้ติดหน้าต่าง

Highlight ของห้องนอนใหญ่คือได้หน้าต่างแบบ Full Height และเป็นแบบ Bay Window ซึ่งโครงการวางตำแหน่งไว้วางเตียงนอนแบบรับวิวได้เต็มๆ

วิวที่ได้จากบนเตียงนอนก็จะประมาณนี้ และมีช่องหน้าต่างบานเปิดให้ระบายอากาศได้ด้วย

พื้นที่สำหรับวางเตียงนอนมีความกว้างพอให้วางเตียงขนาด 6 ฟุตได้ และมีพื้นที่ให้วางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้ง 2 ด้าน

แต่ถ้าจะติดทีวีสำหรับห้องลักษณะนี้ ต้องติดเป็นแบบตั้งพื้นซึ่งทางโครงการก็เดินปลั๊กไฟมาให้เรียบร้อยแล้ว หรืออีกวิธีนึงก็คือติดเป็นแบบแขวนลงมาจากฝ้าเพดานแทนก็ได้ค่ะ

ทางโครงการจะเก็บรายละเอียดของรางซ่อนม่านมาให้ด้วย จึงไม่ต้องไปตกแต่งฝ้าเพิ่มเติมเลยนะ

ทางโครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ให้ พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งตรงเส้นประสีเหลือง ซึ่งในห้องตัวอย่างจะติดตั้งไว้เฉพาะตู้เสื้อผ้านะคะ

ตู้เสื้อผ้าเป็นตู้บานเปิดปิด ที่ Built-in ไว้เต็มผนังให้ถึงฝ้าเลย ภายในมีลิ้นชักย่อยๆ ให้เก็บของได้ แต่พื้นที่แขวนเสื้อผ้าจะไม่ได้เยอะมากนัก

ถัดมาคือห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ เป็นห้องน้ำที่มีหน้าต่างให้เปิดระบายอากาศ ช่วยให้ห้องน้ำไม่อับซึ่งเป็นปัญหาของห้องน้ำส่วนใหญ่ในคอนโด

ภายในห้องน้ำแบ่งแยกส่วนเปียกแห้งไว้ด้วยฉากกั้นอาบน้ำและขอบธรณี ทำให้สามารถใช้งานได้เป็นสัดส่วน พื้นและผนังปูด้วยกระเบื้อง Porcelain ทั้งหมด ซึ่งมีความทนทานกว่ากระเบื้องชนิดอื่นๆ

ชุดอ่างล้างมือขนาดกลางของ Kohler มีพื้นที่ขอบอ่างให้วางของได้อีกพอสมควร และให้กระจกมาด้วย ขนาดตามในห้องตัวอย่างเลยนะคะ

ใต้อ่างล้างมือมีตู้บานเปิดปิด ให้เก็บของเพิ่มได้นิดหน่อย / และอีกสิ่งหนึ่งที่สอบถามมาได้คือ โครงการติดเครื่องทำน้ำร้อนของ Stiebel Eltron ไว้ให้ด้วย ทำให้ก๊อกของโครงการนี้จะได้เป็นก๊อกผสมทั้งหมด

สุขภัณฑ์ของ Duravit และที่กดน้ำของ Geberit ซึ่งฝังงานระบบไว้ด้านหลังผนังทำให้ดูเรียบร้อยสวยงาม

มีพื้นที่เล็กๆ ให้วางของตกแต่งอย่างพวกต้นไม้ หรือใครที่มีของใช้เยอะๆ ก็สามารถทำเป็นชั้นวางของได้อีกค่ะ โดยพื้นที่ตรงนี้มีขนาด 0.38 x 0.4 เมตร

สำหรับพื้นที่อาบน้ำจะมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้เป็นแบบบานเปิดปิด มือจับฉากกั้นมีขนาดใหญ่ดี จับได้ถนัดมือ และเราสามารถแขวนผ้าเช็ดตัวไว้ที่ราวจับได้ด้วย

พื้นที่อาบน้ำกว้างทีเดียวมีขนาดประมาณ 0.85 x 1.7 m. ติดตั้งฝักบัวอาบน้ำและ Rain Shower มาให้ของ Kohler

โครงการเก็บรายละเอียดของการใช้งานมาดี คือ มี Built-in ผนังเป็นช่องสำหรับวางของใช้ในห้องน้ำมาให้ด้วย จึงไม่ต้องเจาะเพิ่มเองเลย และติดขอบยางกันประตูกระแทกไว้ให้ด้วย

อ่างอาบน้ำของ Kasch เป็นแบรนด์ทางฝั่งยุโรป ซึ่งวางตำแหน่งไว้ให้ติดกับหน้าต่าง ไว้ให้แช่ตัวไปชมวิวไปได้ เป็นอ่างขนาดกลางประมาณ 1.5 x 0.6 เมตร

ถัดมาที่ห้องนอนอีกห้องหนึ่งเป็นห้องที่ได้หน้าต่างแบบ Full Height เหมือนกัน แต่จะไม่ได้เป็น Bay Window นะคะ

ภายในสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตและมีพื้นที่ให้วางโต๊ะหัวเตียง 2 ฝั่ง สำหรับเรารู้สึกว่าห้องนี้อยู่คนเดียวกำลังดีไม่อึดอัด หรือจะวางเตียงเดี่ยวก็ทำให้เหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานได้ด้วย

แปลนห้องแบบนี้ทำให้ชมวิวได้จากบนเตียงเลยนะ ส่วนปลายเตียงเป็นพื้นที่ผนังโล่งๆ จึงสามารถติด TV แบบแขวนได้

อีกฝั่งหนึ่งของห้องเป็นพื้นที่ของตู้เสื้อผ้าที่ Built-in ไว้เรียบร้อยแล้ว

สุดท้ายที่จะพาไปชมคือห้องน้ำส่วนกลาง มีตำแหน่งอยู่ด้านในห้องจึงต้องพึ่งงานระบบของอาคารล้วนๆ มีขนาดกะทัดรัดหน่อย แต่ก็ยังแยกพื้นที่แห้งและพื้นที่อาบน้ำไว้ชัดเจน

แม้ว่าจะเป็นห้องน้ำส่วนกลางก็ยังคงให้วัสดุอุปกรณ์และสุขภัณฑ์ก็จะได้เหมือนห้องนอนใหญ่เลย รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การซ่อนไฟ ทำให้ห้องดูหรูหรานะคะ

สำหรับ Shower Box จะไม่ได้มีอ่างอาบน้ำเหมือนในห้องนอนใหญ่ แต่ก็มีพื้นที่อาบน้ำที่ได้มาตรฐาน ขนาดประมาณ 0.9. x1.4 เมตรค่ะ

มาดูห้องตัวอย่างแบบ 2 Bedroom อีกสักหนึ่งห้อง ห้องนี้มีขนาด 63.42 ตร.ม. Type C2L ดูจาก Unit Plan จะเห็นว่าห้องนี้มีขนาดเล็กกว่าห้องแรก แต่จะไปเน้นห้องนอนใหญ่ให้มีพื้นที่ใช้สอยแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย มีพื้นที่ Walk-in Closet ภายในตัว

สำหรับพื้นที่ส่วนอื่นๆ ก็จะได้ครัวเปิดแบบ Pantry ห้องนั่งเล่นที่ต่อเชื่อมกับพื้นที่ทานอาหารและระเบียง แต่ห้องนอนเล็กจะสามารถวางได้แค่เตียงเดี่ยว จึงเหมาะกับจะเป็นห้องของเด็กๆ หรือวัยรุ่นที่ยังมีของใช้ไม่เยอะนัก

เข้ามาส่วนแรกจะเป็น Pantry ครัวแบบเปิด เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดกับช่องแสงหลักของห้องที่เป็นประตูบานเลื่อนสำหรับเปิดออกไประเบียง

ครัวของห้องนี้จะเป็นครัวตัว U มีพื้นที่สำหรับทำครัวกว้างกว่าห้องแรก แต่ก็จะได้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าสเปคเดียวกัน

Living & Dining Area จะต่อเชื่อมเป็นพื้นที่เดียวกัน ทำให้คนในบ้านมีปฏิสัมพันธ์กันได้ตลอด วางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้กำลังดี แต่โต๊ะกลางต้องเลือกที่มีขนาดเล็กหน่อย ให้สามารถเดินผ่านไปยังระเบียงได้นะคะ

การเลือกขนาดทีวีของห้องนี้เราแนะนำที่ 60 นิ้ว เพราะเป็นขนาดที่นั่งเล่นดูตรงโซฟาได้หรือนั่งทานอาหารไปดูทีวีไปก็ยังมองเห็น

พื้นที่วางโต๊ะอาหารที่ห้องตัวอย่างจัดไว้แบบ 4 ที่นั่ง ส่วนตัวรู้สึกว่าถ้าวางโต๊ะชิดโซฟาไปฝั่งหนึ่งและเปลี่ยนเก้าอี้ให้เหลือสัก 3 ที่นั่ง ดูจะใช้งานได้สบายกว่า

ในส่วนของระเบียงก็ยังคงจัดพื้นที่ให้ออกมาใช้งานได้จริง สามารถมายืนชมวิว ปลูกต้นไม้ หรือวางชุดโต๊ะกาแฟเล็กๆ ได้

เหตุผลที่ทำให้พื้นที่ระเบียงใช้งานได้จริงก็เพราะว่า ทางโครงการออกแบบพื้นที่วาง Condensing Unit อย่างเป็นสัดส่วน จึงไม่บังวิวและไม่รบกวนการใช้งานระเบียงค่ะ

เข้ามาด้านในจะมีโถงทางเดินที่เชื่อมไปยังห้องน้ำ ห้องนอน และห้องนอนใหญ่ที่อยู่ด้านในสุด

ห้องน้ำส่วนกลางมีตำแหน่งอยู่ด้านในห้องจึงต้องพึ่งงานระบบของอาคารล้วนๆ มีขนาดกะทัดรัดหน่อย แต่ก็ยังแยกพื้นที่แห้งและพื้นที่อาบน้ำไว้ชัดเจน

ให้วัสดุอุปกรณ์และสุขภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงการตกแต่งเหมือนห้องแรก

ถัดมาที่ห้องนอนเล็กจะมีพื้นที่กะทัดรัดหน่อย แต่บรรยากาศภายในห้องก็ดูไม่ได้อึดอัด เพราะว่าได้หน้าต่างแบบ Full Height ทำให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาได้มาก

ถ้าวางเตียงเดี่ยวก็จะเหลือพื้นที่เดินข้างเตียงได้

ตำแหน่งของหน้าต่างจะอยู่ช่วงปลายเตียง เป็นระยะที่นอนมองวิวจากบนเตียงได้พอดีๆ

อีกฝั่งหนึ่งของห้องเป็นตำแหน่งของตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการจะ Built-in มาให้ตามแบบในห้องตัวอย่างเลยนะคะ

ปิดท้ายด้วยห้องนอนใหญ่ ที่จัดฟังก์ชันภายในมาครบทั้งห้องน้ำในตัว และ Walk-in Closet

เข้ามาในห้องส่วนแรกเลยจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ซึ่งโครงการจะ Built-in ตู้มาให้ตามแบบในห้องตัวอย่าง ซึ่งเก็บของได้เยอะพอสมควรทีเดียว และตำแหน่งของตู้ที่อยู่หน้าห้องน้ำก็ทำให้ออกมาแต่งตัวได้สะดวกดี

พื้นที่ด้านในห้องน้ำแบ่งแยกส่วนเปียกแห้งไว้ด้วยฉากกั้นอาบน้ำและขอบธรณี ทำให้สามารถใช้งานได้เป็นสัดส่วน วัสดุอุปกรณ์จะได้สเปคเดียวกับห้องน้ำอื่นๆ ซึ่งเป็นของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น

ในส่วนของห้องอาบน้ำจะมีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงเข้ามาได้มาก และมีบานกระทุ้งให้เปิดระบายอากาศได้ด้วย ช่วยให้ห้องน้ำไม่อับชื้น ซึ่งห้องน้ำนี้ก็จะได้อ่างอาบน้ำอยู่ติดกับหน้าต่างด้วยเช่นกัน

เข้ามายังพื้นที่พักผ่อนของห้องมีความกว้างให้วางเตียงขนาด 6 ฟุตได้ เราสังเกตอย่างนึงว่าห้องนี้เป็นห้องทางทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศที่โดนบล็อกวิวในระยะประชิดจากคอนโด Le Premier ที่อยู่ติดกัน ซึ่งทางผู้ออกแบบก็มีวิธีแก้นะ..

ทางผู้ออกแบบจึงการวางตำแหน่งของเตียงให้หันเข้าด้านในห้อง และให้ไปรับวิวจากหน้าต่างด้านข้างเตียงทางทิศตะวันตกแทน เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของการพักอาศัยในห้องนี้ค่ะ

ส่วนที่จะรับวิวทางทิศใต้จึงเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะทำงาน

ส่วนสวิตซ์และปลั๊กไฟใช้ของ Schneider

Image 1/4
Screen-Shot-2020-08-04-at-22.04.38

Screen-Shot-2020-08-04-at-22.04.38

สำหรับแปลนห้อง Type อื่นๆ ใน Residential Zone ก็ลองเลื่อนดูได้เลย มีทั้งที่เป็นแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

27 November 2020

  • 1 Bedroom / ชั้น 8 / เนื้อที่ 34.74 ตร.ม. / ราคา 6.9 ล้านบาท หรือ 198,618 บาท/ตร.ม. (ราคาโปรโมชันภายในเดือนธันวาคม 2020)
  • 2 Bedroom / ชั้น 8 / เนื้อที่ 63.42 ตร.ม. / ราคา 16.5 ล้านบาท หรือ 260,000 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom / ชั้น 8 / เนื้อที่ 69.39 ตร.ม. / ราคา 18.5 ล้านบาท หรือ 266,000 บาท/ตร.ม.

  • รูปแบบการขาย Fully Fitted
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.7 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อปหิน Quartz
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ Gorenje
  • ตู้เย็น ของยี่ห้อ Gorenje
  • สุขภัณฑ์ ของยี่ห้อ Duravit
  • จอง 100,000 – 200,000 บาท
  • ทำสัญญา 3%
  • ค่ากองทุน 900 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 95 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเล : MUNIQ สุขุมวิท 23 ตั้งอยู่บนซอยสุขุมวิท 23 ในย่านอโศก-พร้อมพงษ์ ทำเลนี้ถือเป็นทำเลใจกลางเมืองที่ดีทำเลหนึ่ง มีความอุดมสมบูรณ์รายรอบทั้งในเรื่องแหล่งความเจริญ แหล่งอาหารการกินก็มีหลากหลายสัญชาติมาก ตามซอยย่อยๆ ในย่านนี้จะมีร้านอาหาร ขนม ขึ้นชื่อตามรายทางเลย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่มักเลือกย่านนี้เป็นที่พักอาศัย จนกลายเป็นแหล่งรวมร้านอาหารญี่ปุ่นอีกย่านนึงก็ว่าได้ รวมถึงยังใกล้แหล่ง Hangout ในเวลากลางคืนอย่างซอย Cowboy และยังทะลุไปย่านทองหล่อ, เอกมัย ได้โดยไม่ต้องผ่านถนนใหญ่เลยด้วย

ถ้าจะหาแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆ อย่างศูนย์การค้า ก็แค่ออกมาถนนใหญ่ในระยะประมาณ 1 กม. ก็จะมีตั้งแต่ Terminal 21 ที่แยกอโศก ไล่มาที่พร้อมพงษ์จะมี The District Em ซึ่งประกอบด้วยห้าง ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และ ดิ เอ็มสเฟียร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 3 โครงการศูนย์การค้าระดับ World Class ใจกลางสุขุมวิท

การเดินทางโดยใช้รถ : เหมาะกับคนที่ชอบโครงการที่มีเส้นทางลัดไปออกถนนหลักได้หลายเส้นทาง ไปได้หมดทั้งอโศก สุขุมวิท ทองหล่อ และเพชรบุรี เป็นทำเลที่เป็นย่านออฟฟิศของแท้ เวลากลางวันจะมีความคึกคักมาก เวลากลางคืนก็จะสงบหน่อย เพราะคนกลับบ้านกันหมดแล้ว ที่จอดรถ 82% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่พอๆ กับคอนโดระดับเดียวกันในย่านนี้ แต่ส่วนตัวคิดว่าคอนโดระดับนี้คงมีรถกันทุกยูนิต ถ้าเข้าอยู่กันครบก็น่าคิดเหมือนกัน…

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 23 จากสถานี MRT สุขุมวิทก็มีระยะทางมาถึงโครงการประมาณ 200 ม. เดินได้สบายๆ เลย แต่ถ้าจะเรียกใช้พี่วินจาก MRT สุขุมวิทแถวปากซอยคาวบอยก็มีราคาประมาณ 15 บาทเท่านั้น แถมในซอยมี Taxi ผ่านหน้าโครงการอยู่ตลอด จึงมีทางเลือกในวันที่ไม่ต้องการใช้รถได้ค่ะ

วัสดุ : โครงการเลือกใช้วัสดุที่ดีตามมาตรฐานของราคาโครงการ ขายแบบ Fully Fitted จะได้(แอร์ฝังฝ้า), Digital Door Lock – Hafele, กระจก Full Height , Kitchen & Sink (Top หิน Quartz), Hob & Hood, Microwave by Gorenje, ตู้เย็น Gorenje แบบ Bulit-In ในห้องน้ำจะได้ชุดสุขภัณฑ์ Duravit ก๊อกและฝักบัวแบบ Kohler เป็นก๊อกหัวผสมพร้อมติดเครื่องทำน้ำร้อน Stiebel Eltron, อ่างอาบน้ำของ Kasch 

แต่แอบเสียดาบนึดนึงว่าระดับราคานี้น่าจะติดตั้ง Home Automation (สั่งการเปิดปิดไฟและแอร์) เพิ่มให้อีกสักหน่อยค่ะ

การออกแบบ : โครงการได้สถาปนิกมือดีอย่าง Palmer & Tuner ที่ออกแบบคอนโดชื่อดังมาแล้วหลายแบรนด์ งานออกแบบมีแรงบันดาลใจมาจากสไตล์ Mondrian Art ทำให้บรรยากาศของโครงการในหลายๆ ส่วนดูเป็นงานศิลปะ มีรสนิยม ซึ่งสไตล์ก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับความชอบแต่ละตัวบุคคลเลยค่ะ

ส่วนที่เราคิดว่าเป็นจุดเด่นคือ ห้องพักชั้นบนๆ ของอาคาร ที่ออกแบบให้เป็นห้อง Penthouse ขนาดใหญ่ มีทั้งแบบ Simplex, Duplex และ Triplex ขนาด 83.22 – 191.11 ตร.ม. ซึ่งเป็น Type ที่ไม่ค่อยได้เห็นจากคอนโดในทำเลนี้สักเท่าไหร่

และโครงการยังมีห้องพักให้เลือกหลากหลายมาก ทั้ง 1 – 2 Bedroom, 2+1 Bedroom ตั้งแต่ขนาด 34.7 ตร.ม. ไปจนถึง 191 ตร.ม.

สาธารณูปโภค : เป็นอีกหนึ่งคอนโดหรูในย่านนี้ที่ยก Facilities ส่วนกลางขึ้นมาไว้ชั้นบนสุดทั้งสระว่ายน้ำ, Jacuzzi, Fitness, Sauna, Sky Lounge และ Rooftop ส่วนที่เราว่าน่าสนใจของโครงการนี้ เราคิดว่าเป็นการออกแบบให้ส่วนกลางได้วิวเน้นทำเป็นห้องกระจก แต่ก็ต้องแลกมากับค่าส่วนกลางที่ไม่ธรรมดาเพราะมีเรื่องต้องบำรุงดูแลเยอะหน่อย พื้นที่ส่วนกลางมีทั้งขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แต่ก็สามารถแบ่งกันใช้กับจำนวนลูกบ้าน 201 ห้องได้สบายๆ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 285,000 บาท/ตร.ม., 27 November 2020

  • ทำเล 7.5/10 – ทำเลในเมือง เข้าซอยไม่ลึก ใกล้ห้างใหญ่ ใกล้สวน หาของกินง่าย
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 -สะดวกมาก ทางลัดเยอะ ออกถนนหลักสำคัญได้หมด ที่จอดรถ 82 %
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 -ห่าง MRT สุขุมวิท 250 ม. เรียกพี่วินและแท็กซี่จากหน้าโครงการได้
  • วัสดุ 7/10 – ใช้ของแบรนด์ ของดี ตามมาตรฐานคอนโด Luxury
  • แบบ 7.5/10 – ห้องพักมีหลายแบบ และหลายขนาดให้เลือก รวมถึงห้องแบบพิเศษที่เป็น Duplex และ Triplex
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 -ให้มาครบ จัดไว้บนชั้นสูง ได้วิวดี

  • LUXURY CLASS
  • 7.46 / 10.00

BOTTOM LINE

MUNIQ SUKHUMVIT 23 เหมาะกับคนที่ต้องการคอนโดระดับ Luxury Class ในย่านอโศก มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตทางฝั่งพร้อมพงษ์ ทองหล่อ ไม่ได้ชอบคอนโดติดถนนใหญ่ แต่ขอเป็นทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้าจริงๆ และมีทางลัดให้ใช้รถยนต์ได้สะดวก อยู่อาศัยแบบเป็นคู่หรือเป็นครอบครัวแบบพ่อแม่ลูก และชอบโครงการที่มี Facilities อยู่ชั้นบนๆ มีงบประมาณตั้งแต่ 6.9 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนเริ่มต้นที่ประมาณ 48,000 บาท/เดือน

 


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะคะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc