ช่วงนี้คอนโดย่านเกษตร-ศรีปทุม สร้างเสร็จพร้อมอยู่หลายแห่งเลย วันนี้เราจึงมาร่วมงานเปิดชมตึกจริงกับโครงการพร้อมอยู่ “Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม” บอกเลยว่าถ้าใครอยากได้คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้+ส่วนกลางเยอะ ก็ต้องที่นี่เลย!

เพราะเป็นโครงการคอนโด High Rise แห่งเดียวในย่านนี้ที่เลี้ยงสัตว์ได้ ออกแบบอาคาร B เป็นอาคาร Pet-Friendly โดยเฉพาะ พร้อม Pet Facilities อย่าง  Pet Park, Pet Play Yard และ Pet Playhouse ให้น้องๆสัตว์เลี้ยงทั้งน้องสุนัขและน้องแมวมาเล่นสนุกกันได้เต็มที่ นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ร้านค้าถึง 11 ยูนิตเหมือนเป็น Shopping Street ภายในโครงการให้ลูกบ้านมาซื้อของกันได้ง่ายๆ

เอาจริงๆปัจจุบันหลายๆคนเริ่มหันมาเลี้ยงน้องๆสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนหรือครอบครัวมากขึ้น ทางโครงการจึงออกแบบมารองรับเทรนด์ใหม่นี้ เอาใจกลุ่ม Pet Lover โดยเฉพาะนั่นเอง

ส่วนใครที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ แต่ชอบพื้นที่ส่วนกลางเยอะๆ ทางโครงการก็ออกแบบอาคาร A ที่เป็นอาคารพักอาศัยทั่วไปได้ เพราะเป็นอาคารที่มีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 4 และ 21 นั่นเอง เช่น Meeting Room, Private Pod, Brainstorm Station, Recreation Space, VR Game, Theater, Salon & Beauty Lounge, Aroma Massage Room, Fit Club, Boxing Zone, Pilates Machine, Boxing Zone, Sunset Lounge, Sunset Amphitheater, Chilling Bar, The Cloud Lounge, Panoramic Mingle Room, Live Studio, Creative Studio, The Social Club, Moonlight Lounge, Sky BBQ, Co-Dining เป็นต้น

รวมๆแล้วโครงการนี้มีฟังก์ชันส่วนกลางมากถึง 60 รายการเลยค่ะ แถมมี Highlight อย่างสระว่ายน้ำ 2 สระ และ Co-Working Space ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงด้วย เรียกว่าจะทำงานจนถึงดึกหรือติวอ่านหนังสือสอบกับเพื่อนๆจนโต้รุ่งก็สบาย

มาพูดถึง Concept ของโครงการกันบ้าง จะเป็น ‘Compose Your Own Life’ ออกแบบในสไตล์ Timeless Design สถาปัตยกรรมรูปทรงโค้ง (Vault) ตามชื่อโครงการ ผสมเส้นสายที่โค้งมน ตัวโครงการตกแต่งด้วยใช้โทนสีสว่างตัดดำ จึงดูเรียบง่ายแต่มีลูกเล่นและมิติ อีกทั้งยังได้ความรู้สึกอ่อนนุ่ม เป็นมิตรด้วย ซึ่งเราจะเห็นรายละเอียดรูปทรงโค้งนี้ในจุดต่างๆภายในโครงการค่ะ

สำหรับตัวห้องก็จะเน้นไปทางห้อง 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus ขนาดตั้งแต่ 22.0 – 35.5 ตร.ม. โดยมี Layout ให้เลือกถึง 10 รูปแบบ เหมาะกับการอยู่อาศัย 1-2 คน

อีกทั้งยังมีแบบห้องพิเศษอย่างห้องฝ้าเพดานสูง (Vertical Room) และห้องสำหรับ Pet Friendly ที่มีการออกแบบและเพิ่มฟังก์ชันสำหรับสัตว์เลี้ยงเข้ามาด้วย เช่น เพิ่มประตูเข้า-ออกของสัตว์เลี้ยง และทำกรงเหล็กให้ตรงระเบียง เป็นต้น รวมถึงยังเป็นโครงการที่ขายแบบ Fully Furnished ไม่ต้องเสียเวลาตกแต่งห้องเอง จึงพร้อมเข้าอยู่ได้เลยค่ะ แต่ปัจจุบันห้องเล็กของโครงการขายหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ

ที่ตั้งของโครงการ “Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม” อยู่บนถนนเลียบคลองบางเขน ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่เชื่อมต่อถนนวิภาวดี และถนนพหลโยธิน ทำให้สามารถไปใช้งานได้สะดวกทั้ง 2 เส้นทาง รวมถึงใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีบางบัว 550 เมตร จึงเดินไปใช้งานได้สบาย แต่ใครไม่อยากเดินเหนื่อยหรือกลับคอนโดตอนดึกๆก็ยังมี Shuttle Service ของโครงการคอยบริการรับ-ส่งด้วยค่ะ

แน่นอนว่าด้วยที่ตั้งโครงการที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ทำให้เป็นโครงการที่น่าสนใจสำหรับน้องๆนิสิตนักศึกษา รวมไปถึงอาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัยด้วย นอกจากนั้นยังเป็นทำเลที่มีแหล่งงาน มีพนักงานต่างๆใช้ชีวิตอยู่บนทำเลเยอะ จึงทำให้เหมาะทั้งอยู่อาศัยเองหรือซื้อลงทุนด้วยนะ โดยทางโครงการก็บอกว่าสามารถปล่อยเช่าได้ผลตอบแทน (Rental Yield) สูง 7% ต่อปี* ราคาค่าเช่า 12,000-30,000 บาท

ลืมบอกไปเลยว่าปัจจุบันโครงการมียอดจอง 80% แล้วนะ โดยเฉพาะห้องพักแบบ Pet-Friendly ที่มีให้เลือกซื้อไม่เยอะแล้วค่ะ และจะเริ่มทยอยโอนห้องในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้

ขอแอบบอกอีกนิดว่าทางโครงการบอกเลยนะว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีราคาต่อตารางเมตรถูกสุดในย่านแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.99 ล้านบาทค่ะ ดังนั้นใครที่กำลังมองหาคอนโดใกล้ม.เกษตรและเดินไปรถไฟฟ้า BTS ได้ พร้อม Facilities เยอะและเลี้ยงสัตว์ได้ ก็อ่านรีวิวเจาะลึกและชมภาพบรรยากาศตึกจริงได้ด้านล่างเลยค่ะ

**Update ภาพบรรยากาศตึกจริงจากงานข่าว ณ วันที่ 5 พ.ค. 2569 มาให้ชมกันในรีวิวนี้ด้วยค่ะ

ข้อมูลโครงการ

Modiz Vault Kaset – Sripatum (โมดิซ วอลท์ เกษตร – ศรีปทุม) ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2566

 ชื่อโครงการ   Modiz Vault Kaset – Sripatum (โมดิซ วอลท์ เกษตร – ศรีปทุม)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   UPPER CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่   ซ.พลโยธิน 49/1 เขต จตุจักร
 ที่ดิน   5-01-42 ไร่
 ประเภทคอนโด   High Rise 21 ชั้น 1 อาคาร และ Low Rise 7 ชั้น 1 อาคาร
 จำนวนยูนิต   798 ยูนิต (แบ่งเป็น อาคาร A สูง 21 ชั้น 637 ยูนิต / อาคาร B สูง 7 ชั้น 150 ยูนิต และร้านค้า 11 ยูนิต)
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด   42 ยูนิต ที่อาคาร A
 ที่จอดรถ   292 คัน หรือคิดเป็น 37% แบบไม่รวมจอดซ้อนคัน และไม่รวม EV Charger 2 คัน
 เริ่มก่อสร้าง   Q1 ปี 2567
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   Q3 ปี 2569
 ประเภทห้องพัก

  • ห้องแบบ Simplex
  • 1 Bedroom (S) ขนาด 22.00 – 24.20 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 24.20 – 24.90 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Exclusive ขนาด 26.20 – 27.10 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Extra ขนาด 27.90 – 28.70 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 34.40 – 35.50 ตร.ม.
  • ห้องแบบ Vertical Suite (ฝ้าเพดานสูง)
  • 1 Bedroom (S) VS ขนาด 22.6 ตร.ม. + พื้นที่ชั้นลอย 9.3 ตร.ม.
  • 1 Bedroom VS ขนาด 24.4 – 24.5 ตร.ม. + พื้นที่ชั้นลอย 9.4 – 10 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Exclusive VS ขนาด 26.2 – 27 ตร.ม. + พื้นที่ชั้นลอย 10 – 10.5 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Extra VS ขนาด 27.9 ตร.ม. + พื้นที่ชั้นลอย 14.3 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus VS ขนาด 34.4 ตร.ม. + พื้นที่ชั้นลอย 19 ตร.ม.

 ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร ในแบบห้องปกติ
 ราคาเริ่มต้น  2.29 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  110,000 บาท/ตร.ม.
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม)  อยู่ระหว่างการประเมิน
 เว็บไซต์โครงการ https://modizcondo.com/condominium/modiz-vault-kaset-sripatum/
 Call Center 02-168-0000

 

ทำเลที่ตั้ง

Highlights :

  • ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีบางบัว 550 m. ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าเส้นหลักที่นั่งตรงเข้าเมืองได้แบบไม่ต้องเปลี่ยนสาย
  • ถนนเลียบคลองบางเขนเป็นถนนตัดใหม่ เชื่อมต่อถนนใหญ่ 2 สาย (ถนนพหลโยธิน + ถนนวิภาวดี-รังสิต) ทำให้เดินทางได้สะดวก
  • ใกล้มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ 2 แห่ง (ม.เกษตร + ม.ศรีปทุม) และใกล้แหล่งงานเยอะ จึงมีความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่มากพอสมควร

พิกัด Google Maps : 13.857375, 100.580815
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

..โครงการ Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม ตั้งอยู่ในย่าน ‘เกษตร-ศรีปทุม’ ใกล้กับมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ 2 แห่งคือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ซึ่งหากมองถึงกลุ่มเป้าหมายแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมีทั้งกลุ่มนักศึกษาและคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในนั้น ยิ่งสำหรับ ม.เกษตร ที่กำลังจะมีคณะแพทย์มาเปิดใหม่ในอนาคตด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะทำให้มีคนเข้ามาในพื้นที่นี้มากขึ้น ดังนั้นความต้องการที่อยู่อาศัยจึงยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องครับ

นอกจากนี้ยังเป็นทำเลที่มีแหล่งงานค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ราชการอย่างกรมป่าไม้ / กรมทหารราบ 11 และโรงพยาบาลข้างเคียงต่างๆ รวมไปถึงตรงบริเวณแยกรัชโยธินก็มีอาคารสำนักงานเพียบเลย เพียงแต่คอนโดบริเวณนั้นจะมีราคาที่ค่อนข้างสูงสำหรับพนักงานออฟฟิศปกติสักนิดนึง (ประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม.) ดังนั้นหากต้องการจะมองหาคอนโดทำเลข้างเคียง ที่พอจะจับต้องได้ง่ายขึ้นมาสักประมาณ 110,000 บาท/ตร.ม. ก็จะเป็นแถวๆโซน ‘เกษตร-ศรีปทุม’ เนี่ยแหละครับ ซึ่งปัจจุบันมีรถไฟฟ้าในย่านให้ใช้แล้วด้วย ก็เป็นอะไรที่สะดวกและตอบโจทย์ดีมากๆเลยทีเดียว

ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองบางเขน ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ติดกับรั้ว ม.เกษตร เชื่อมต่อระหว่างถนนใหญ่ 2 สายอย่าง ถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดี-รังสิต อีกทั้งปัจจุบันถนนเส้นนี้ก็ได้มีการขยายถนนเป็น 4 เลนเสร็จแล้วเรียบร้อย จึงทำให้เป็นอีกเส้นหนึ่งที่น่าใช้งาน และเป็นทางลัดไปขึ้นทางด่วนเพื่อเข้าเมืองได้สะดวกมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งครับว่า เรื่องความอุดมสมบูรณ์ของถนนเส้นนี้ปัจจุบันยังมีน้อยมากๆ กับราคาตอนนี้ที่เรียกได้ว่าเทียบเท่ากับคอนโดติดถนนใหญ่หรือใกล้รถไฟฟ้าของย่านนี้เลยนั่นเอง

ทำเลใกล้รถไฟฟ้าในระยะเดินถึง :

สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ BTS บางบัว (เดิมชื่อ สถานีศรีปทุม) ซึ่งจะอยู่บริเวณปากซอย ห่างจากโครงการประมาณ 550 m. ซึ่งถือได้ว่าเป็นระยะที่พอจะเดินถึงได้นะครับ หรือหากใครที่ไม่อยากเดินให้เหนื่อย ก็จะมีพี่วินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการอยู่ตรงปากซอยด้วย

นอกจากนี้ทางโครงการยังมีบริการ Shuttle Service คอยรับ-ส่งไปที่มหาวิทยาลัยเกษตร และยังแวะส่งที่ BTS สถานีบางบัว + BTS สถานีกรมป่าไม้ ให้ด้วยนะ โดยจะใช้เส้นทางวนรอบมหาวิทยาลัยเกษตร ผ่านไปทางถนนวิภาวดี > ถนนงามวงศ์วาน > ถนนพหลโยธิน > ถนนเลียบคลองบางเขน ตามลำดับ

และสำหรับสำนักงานขายในปัจจุบันจะตั้งอยู่เยื้องกับตัวโครงการนะครับ โดยหากเข้าซอยจากทางฝั่งพหลโยธินหรือเดินมาจากรถไฟฟ้า ก็จะอยู่ด้านขวามือในระยะเพียง 250 m. เท่านั้น หรือสามารถกดพิกัดได้ที่นี่ >> ตำแหน่งสำนักงานขาย

วันนี้ผมเดินทางมาด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งจะได้เป็นการทดลองเดินจากสถานีให้ดูกันด้วยว่าบรรยากาศจะเป็นอย่างไร และสามารถเดินได้จริงมั้ย? โดยเริ่มจากบนสถานี BTS บางบัว ให้เราใช้ทางออกที่ 3 ตามป้ายบอกทางเลยครับ

ซึ่งทางออก 3 จะเป็นบันไดลงแบบปกตินะครับ แต่ถ้าขาขึ้นจะเป็นบันไดเลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งเวลาที่เราจะเดินทางไปทำงานตอนเช้า หรือไปที่ต่างๆด้วยรถไฟฟ้าก็จะสะดวกสบายมากขึ้น

โดยจากตัวสถานีก็สามารถเดินริมถนนมาได้เรื่อยๆ จนถึงทางแยกก็เลี้ยวซ้ายไปทางถนนเลียบคลองบางเขนได้เลย

อย่างที่บอกครับว่าบริเวณปากซอยจะมีวินมอเตอร์ไซค์อยู่ด้วย ซึ่งเราสามารถเรียกใช้บริการพี่ๆเค้าได้ โดยมีค่าบริการเพียง 10 บาทเท่านั้น

และเมื่อเราเดินเข้ามาประมาณ 250 m. ก็จะเจอกับสำนักงานขายที่ตั้งอยู่ทางขวามือที่ถนนฝั่งตรงข้ามครับ ซึ่งหากใครที่ขับรถมาเองก็จะมีที่จอดคอยให้บริการอยู่ด้านหลังด้วยนะ

ภายในสำนักงานขายจะมีทั้งโมเดลขนาดใหญ่ และห้องตัวอย่างให้ชมกันทั้งหมด 4 Type ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถสอบถามกับเซลล์ได้ตลอดทุกวันเลยครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

บริบทโดยรอบโครงการปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นชุมชนแนวราบครับ ยังไม่มีตึกสูงข้างเคียงขึ้นมาบังวิวนะ อีกทั้งถนนด้านหน้าโครงการก็จะไม่ค่อยมีรถพลุกพล่านเหมือนตรงถนนใหญ่เท่าไหร่นัก จึงทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะแก่การอยู่อาศัย

และอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า ความอุดมสมบูรณ์ต่างๆยังไม่ค่อยมีนัก แต่ไม่แน่ว่าถ้าในอนาคตมีคอนโดหรือร้านค้ามาเปิดบนถนนเส้นนี้มากขึ้น ก็อาจทำให้กลายเป็นย่านที่อยู่อาศัยโซนใหม่ของ ม.เกษตร แบบจริงจังไปเลยก็ได้เหมือนกัน ส่วนด้านอื่นๆของโครงการก็จะได้วิวต่างๆดังนี้

  • ทิศเหนือ : เป็นทางเข้าหลักโครงการ ติดกับ ถนนเลียบคลองบางเขน ฝั่งตรงข้ามเป็นคลองบางเขน ที่ว่าง และชุมชนแนวราบ ระยะไกลได้วิวทางฝั่งดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ
  • ทิศใต้ : ติดกับ ที่ว่างและชุมชนแนวราบ ระยะไกลมองออกไปทางฝั่งแยก ม.เกษตร – งามวงศ์วาน
  • ทิศตะวันออก : ติดกับ ซอยอุดมมิตรและชุมชนแนวราบ ระยะไกลมองออกไปทางฝั่งพหลโยธิน เห็นรถไฟฟ้า BTS และโครงการตึกสูงเพื่อนบ้านอย่าง Ciela ศรีปทุม
  • ทิศตะวันตก : ติดกับ ซอยพหลโยธิน 54 / คอนโดเนเชอร์ เพลส และชุมชนแนวราบ ระยะไกลมองออกไปทาง ม.เกษตร – ถนนวิภาวดีรังสิต

เรามาเดินดูทำเลรอบๆโครงการกันสักหน่อยครับ เริ่มจากถนนด้านหน้าโครงการคือ “ถนนเลียบคลองบางเขน” ปัจจุบันมีการขยายถนนจาก 2 เลนเป็น 4 เลน กลายเป็นถนนใหญ่ที่น่าใช้งาน

อีกทั้งยังมีฟุตบาทขนาดใหญ่ที่เดินได้สะดวก ซึ่งก็จะมีทั้งบ้านคนและร้านค้าอยู่ 1 – 2 ร้าน แถมผมก็ยังเห็นว่ามีน้องๆนักเรียนนักศึกษา เดินเข้า-ออกถนนเส้นนี้อยู่เป็นระยะๆด้วยครับ

และที่ถนนฝั่งตรงข้ามก็จะมีการปลูกต้นไม้ ทำเป็นแนวสวนเลียบริมคลองไปตลอดทั้งเส้นเลยครับ ซึ่งทำให้มีบรรยากาศที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

โดยปัจจุบันถนนเส้นนี้ยังไม่ค่อยมีร้านค้าร้านอาหารมากนัก แต่ใกล้ๆกับสำนักงานขายจะมีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่งที่คนเยอะมากๆ รถจอดริมถนนค่อนข้างคึกคักน่าดู ซึ่งอนาคตหากมีร้านเกิดขึ้นใหม่อีกก็คงจะทำให้เป็นย่านที่น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียวครับ

ถัดเข้ามาจากตัวสำนักงานขายประมาณ 300 m. เราจะเจอกับที่ตั้งของโครงการที่ปัจจุบันมีการล้อมรั้วเอาไว้แล้วเรียบร้อย

โดยด้านซ้ายมือจะเป็นทางที่มุ่งหน้าไป ม.เกษตร และถนนใหญ่ทางฝั่งวิภาวดี-รังสิต ส่วนด้านข้างของที่ดินโครงการก็จะอยู่ติดกับซอยพหลโยธิน 54 และคอนโดเนเชอร์ เพลส แบบนี้เลยครับ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • เซ็นทรัล รามอินทรา ~ 4.2 km.
  • Tesco Lotus หลักสี่ ~ 4.9 km.
  • ตลาดบางเขน ~ 5.6 km.
  • Major รัชโยธิน ~ 5.8 km.
  • Central ลาดพร้าว ~ 6.9 km.
  • Union Mall ~ 7.9 km.

โรงพยาบาล

  • รพ.วิภาวดี ~ 2.8 km.
  • รพ.เปาโลเกษตร ~ 3.7 km.

โรงเรียน

  • โรงเรียนบางบัว ~ 550 m.
  • มหาวิทยาลัย ศรีปทุม ~ 700 m.
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ~ 1 km.
  • โรงเรียนสารวิทยา ~ 1.6 km.
  • มหาวิทยาลัย เกริก ~ 4.1 km.
  • โรงเรียนหอวัง ~ 5.9 km.

สถานที่ราชการและอื่นๆ

  • กรมที่ดินบางเขน ~ 1.5 km.
  • กรมทหารราบที่ 11 ~ 3.2 km.
  • SCB Park ~ 5.6 km.
  • ตึกช้าง ~ 5.9 km.
  • สนามบินดอนเมือง ~ 18.3 km.

รายละเอียดโครงการ

Highlights :

  • เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีฟังก์ชันหลากหลาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในทุกรูปแบบทั้ง Live / Work / Learn / Relax และ Shopping
  • เป็นโครงการที่มีฟังก์ชันส่วนกลางเยอะที่สุดในย่าน พร้อมสระว่ายน้ำ 2 สระ และ Co-Working Space ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
  • ปัจจุบันเป็นโครงการใกล้ ม.เกษตร เพียงแห่งเดียวที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Friendly)

.. Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่มี Facilities เยอะที่สุดในบรรดาคอนโดของ AssetWise เลยก็ว่าได้ เพราะเค้ามีมาให้ใช้งานมากถึง 60 ฟังก์ชัน และตามปกติแล้วเรามักจะเห็นคอนโดแบรนด์ Modiz ตั้งอยู่ทำเลในเมืองและใกล้รถไฟฟ้าเป็นหลักใช่มั้ยครับ

โดยนี่ถือเป็น Modiz ตัวที่ 2 (ต่อจาก Modiz Launch ที่ธรรมศาสตร์) ซึ่งมีทำเลตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเหมือนกัน จึงออกแบบให้มีฟังก์ชันภายในที่สามารถตอบโจทย์คนได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงาน นักลงทุน และนักศึกษา รวมไปจนถึงกลุ่มคนที่ต้องการเลี้ยงสัตว์ในคอนโดด้วยครับ

และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม เป็นโครงการที่ตอบโจทย์ทั้ง Live / Work / Learn / Relax และ Shopping โดยตัวโครงการแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ประกอบด้วยอาคาร A สูง 21 ชั้นที่เป็นอาคารหลัก และอาคาร B สูง 7 ชั้น ซึ่งมีห้องพักอาศัยรวมทั้งหมด 798 ยูนิต ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ในย่านเลยทีเดียวครับ

Master Plan ตัวอาคารจะแบ่งออกเป็น 2 ตึก โดยอาคาร B ที่อยู่ด้านหน้าจะมีความกึ่งสาธารณะสักนิดนึงครับ เพราะด้านล่างจะมียูนิตร้านค้าทั้งหมด 11 ยูนิต ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่พักอยู่อาคาร B อยู่แล้วก็จะสะดวกมาก รวมถึงบุคคลภายนอกก็สามารถแวะเข้ามาใช้บริการได้เช่นกัน ส่วนอาคาร A ที่อยู่ด้านในจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และจะมีจุด Drop-Off ให้วนรถรับ-ส่งที่ด้านหน้า Lobby ได้เลยครับ

ตัวโครงการมีที่จอดรถ 292 คัน หรือคิดเป็น 37% แบบไม่รวมซ้อนคัน ซึ่งจะมีทั้งที่จอดแบบกลางแจ้งรอบๆอาคารทั้ง 2 และส่วนใหญ่ก็จะอยู่ภายในอาคาร A เป็นหลักครับ โดยคนที่อยู่อาคาร B ก็สามารถเข้าไปจอดและเดินข้ามสะพานทางเชื่อมอาคาร เพื่อกลับมายังห้องพักของตัวเองได้จากชั้น 3 ในขณะที่คนพักอาศัยอยู่อาคาร A ก็จะขึ้นลิฟต์ตรงกลับขึ้นไปห้องพักได้สะดวกมากกว่าหน่อยนั่นเอง

จากโมเดลเราจะเห็นจุดที่จะมีการตั้งป้อม รปภ. และไม้กั้นกระดก ซึ่งของจริงจะมีการขยับออกมาอยู่ใกล้ถนนใหญ่มากขึ้นนะครับ

หมายความว่า Visitor ที่จะแวะมาร้านค้าใต้อาคาร B ก็จำเป็นต้องแลกบัตรกับพี่ยามก่อนทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยในการคัดกรองและรักษาความปลอดภัยให้กับอาคาร B ได้ดีมากขึ้นนั่นเอง

ซึ่งพอขับรถเข้ามาด้านในแล้ว ก็จะสามารถเลือกได้ว่าจะตรงเข้าไปในอาคาร A หรือจะเลี้ยวขวาแวะร้านค้าที่อาคาร B ก่อนก็ได้ครับ

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณทางเข้าโครงการ ถือว่าค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวดีทีเดียว เพราะจากมุมนี้เราจะยังมองไม่เห็นฟังก์ชันส่วนอื่นๆของโครงการได้เลย นอกจากยูนิตร้านค้าที่อยู่ด้านหน้าสุดครับ

อาคาร B : เลี้ยงสัตว์ได้ มีร้านค้าใต้ตึก

.. Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม ถือเป็นโครงการใกล้ ม.เกษตร เพียงแห่งเดียวในปัจจุบันที่อนุญาตให้สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มคนรักสัตว์ (Pet Friendly) ที่ต้องการเลี้ยงน้องหมาน้องแมวแก้เหงาในคอนโดมากๆครับ

โดยอาคารที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ก็จะเป็นอาคาร B ที่แยกออกมาอยู่ทางด้านหน้า และนอกจากนี้ยังเป็นอาคารที่มียูนิตร้านค้าอยู่ที่ชั้นล่างอีกด้วย (เป็นยูนิตขาย) ทำให้กลายเป็นอาคารที่ค่อนข้างมีความสะดวกสบาย ในการลงมาใช้บริการจับจ่ายใช้สอยที่ร้านค้าได้ง่ายนั่นเอง

แต่จะมีร้านค้าอะไรมาเปิดบ้างก็อาจต้องรอดูในอนาคตกันอีกครั้งนะครับ ซึ่งนอกจากร้านเหล่านี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านในโครงการแล้ว บุคคลภายนอกก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้ด้วยเช่นกัน โดยจะมีประตูคนเดินเล็กๆเชื่อมต่อกับฟุตบาทสาธารณะที่อยู่ด้านหน้าแบบนี้เลยครับ

แปลนชั้น 1 ของอาคาร B หลักๆก็จะมี Lobby ที่จะต้องใช้ Key Card Access เพื่อความปลอดภัย / มียูนิตร้านค้าต่างๆ รวมถึงยังมีพื้นที่สวนเล็กๆสำหรับสัตว์เลี้ยง และที่เหลือก็จะเป็นที่จอดรถกลางแจ้งหน้าอาคารครับ

ซึ่งโดยปกติก็อาจมี Visitor เข้ามาจอดเพื่อใช้บริการร้านต่างๆ หรือจะมาหาเพื่อนที่โครงการอยู่บ้างเหมือนกัน ดังนั้นลูกบ้านก็อาจต้องเลยเข้าไปจอดที่อาคาร A แทนครับ

ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Lobby อาคาร B โดดเด่นที่ฝ้าเพดานเป็นทรง Arch โค้ง โดยมีที่มาจากชื่อ ‘Vault’ ของโครงการนั่นเอง

ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง Curve & Symmetry (ความนุ่มนวล+ความสมดุล) และออกมาในรูปทรงโค้งและความสมมาตรแบบนี้ จึงทำให้ได้บรรยากาศที่ดูหรูหราสวยงามดีทีเดียวครับ

โดยเราจะสามารถพบเห็นสถาปัตยกรรมแบบนี้ได้บ่อยๆในต่างประเทศ เช่น วิหารนอร์เทอร์ดาม (NOTRE DAME) หรือโบสถ์แซงท์ ชาแปลล์ (Sainte Chapelle) เป็นต้น

ซึ่งหากใครได้มีโอกาสไปดูห้องตัวอย่างที่สำนักงานขาย ก็จะได้เห็นการจำลองฝ้าด้านบนให้คล้ายกับบรรยากาศของตัวอาคารในอนาคตด้วยนะ (แต่ของจริงน่าจะทำออกมาได้ชัดเจนมากกว่านี้อีกครับ)

ทางด้านขวาของอาคาร B จะเป็น Pet Park พื้นที่สีเขียวที่สามารถพาน้องๆสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นได้ โดยภายในก็จะมีอุปกรณ์ของเล่นต่างๆให้ใช้งานได้ด้วยครับ

ข้อกำหนดการเลี้ยงสัตว์พื้นฐาน : 

  • สัตว์เลี้ยงต้องเป็นพันธุ์เล็ก น้ำหนัก 10-15 kg.
  • สัตว์เลี้ยงจะต้องตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีน หรือมีใบรับรองจากสัตว์แพทย์ (แล้วแต่ทางโครงการจะกำหนด)
  • จำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงโดยทั่วไปอยู่ที่ 1 ตัว/ห้อง
  • อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงใช้งานได้เฉพาะ Pet Zone นี้เท่านั้น (บริเวณอาคาร B) ห้ามเข้าไปยังส่วนกลางอื่นๆของอาคาร A โดยเด็ดขาด
  • จะพาสัตว์เลี้ยงไปไหนในโครงการต้องมีสายจูงทุกครั้ง
  • เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องเป็นผู้ดูแลความสะอาด เก็บสิ่งปฎิกูลทุกครั้งที่มาใช้งาน Pet Zone ที่เตรียมไว้ให้
  • มีค่าใช้จ่าย/ค่าแรกเข้าเพิ่มเติม (สอบถามกับทางโครงการอีกครั้ง)

แปลนชั้น 2 / 4 / 6 และ 7 ของอาคาร B จะเป็นชั้นพักอาศัยที่เหมือนกันทั้งหมดเลยครับ โดยจะมีอยู่ 25 ห้อง/ชั้น และมีตำแหน่งห้องที่น่าสนใจหลักๆ 2 จุดคือ

  • กรอบสีแดง : จะเป็นห้องที่หันหน้าไปด้านในโครงการ ซึ่งจะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องที่หันหน้าออกมายังถนนใหญ่ด้านหน้า เหมาะกับคนที่ชอบความเงียบสงบไม่วุ่นวาย
  • กรอบสีน้ำเงิน : เป็นห้อง 1 Bedroom Plus ที่จะมีอยู่เพียง 2 ห้อง/ชั้นเท่านั้น เหมาะกับคนที่อาจอยู่กันเป็นครอบครัว ต้องการแยกห้องนอน หรืออยากได้ห้องอเนกประสงค์เพิ่มเติม

นอกจากนี้ตัวอาคาร B ยังมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือ ห้องพักบางแบบจะมีการออกแบบและเพิ่มฟังก์ชันสำหรับสัตว์เลี้ยงเข้ามาด้วย ซึ่งจะมีความแตกต่างจากห้องมาตรฐานเล็กน้อย เช่น เพิ่มประตูเข้า-ออกของสัตว์เลี้ยง และทำกรงเหล็กให้ตรงระเบียง เป็นต้น ตอบโจทย์คนมีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว และไม่ต้องเสียเวลาไปทำเพิ่มเองครับ

สำหรับฟังก์ชันส่วนกลางจะอยู่ทางฝั่งด้านซ้ายของอาคาร B ซึ่งนอกจาก Lobby ที่ชั้น 1 ก็จะมีอีก 2 ชั้นให้ใช้งานได้ครับ โดยทุกฟังก์ชันของอาคาร B เราจะสามารถพาน้องๆสัตว์เลี้ยงไปด้วยได้ทั้งหมดเลย แต่จะไม่สามารถข้ามฝั่งไปทางอาคาร A ได้นะครับ

แปลนชั้น 3 ของอาคาร B จะเป็นโซนสำหรับนั่งทำงานอ่านหนังสือ ประกอบด้วย Co-Living Space / Tutor Room และ Vault Pod อีกทั้งยังเป็นชั้นที่มีสะพานทางเชื่อมต่อไปยังอาคาร A ได้อีกด้วย ซึ่งหลักๆก็จะเป็นการข้ามไปใช้งาน Facilities หลักที่อยู่ฝั่งนั้น รวมถึงยังใช้เดินทางมาจากชั้นจอดรถเพื่อกลับมายังห้องพักที่ฝั่งนี้ได้อีกด้วยนั่นเอง

ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Co-Living Space จะมีพื้นที่โซฟานั่งเล่นหลายจุด ให้สามารถมานั่งทำงานอ่านหนังสือกันแบบชิลๆ และมี Vault Pod เป็นมุมส่วนตัวสำหรับคนที่ต้องการใช้สมาธิมากๆในการทำงานครับ

แปลนชั้น 5 ของอาคาร B จะเป็นชั้น Facilities หลักสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็นพื้นที่ Indoor อย่าง Pet Playhouse ที่พาน้องๆมาเล่นอุปกรณ์ต่างๆในห้องแอร์เย็นๆได้

ส่วนพื้นที่แบบ Outdoor จะเป็นโซนที่ให้พาน้องๆออกมาทำกิจกรรม เช่น ล้างตัว และทำธุระส่วนตัวต่างๆ เป็นต้น ซึ่งหากใครที่เน้นการเลี้ยงสัตว์อยู่แล้ว ก็สามารถเลือกห้องพักที่ชั้นนี้ได้นะครับ เพราะเราจะได้พาน้องหมาน้องแมวเดินมาใช้งานในชั้นเดียวกันได้สะดวกเลย

ภาพบรรยากาศจำลองของ Pet Playhouse ให้อารมณ์เหมือนเป็นคาเฟ่หมาแมวเลยครับ ซึ่งคนทั่วไปเองก็สามารถมานั่งเล่นกับน้องๆได้ด้วยนะ

ส่วนด้านนอกก็จะเป็นพื้นที่สวนแบบ Outdoor ให้ได้เปลี่ยนบรรยากาศและออกมาทำกิจกรรมต่างๆได้ด้วย

อาคาร A : เป็นอาคารพักอาศัยหลัก และมีส่วนกลางเยอะสุด

ขยับเข้ามาด้านในอีกอาคารกันบ้างครับ ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวจากบุคคลภายนอกมากกว่าอาคาร B และเป็นโซนที่ไม่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเดินได้นะ

โดยหากใครที่นั่งแท็กซี่หรือมีคนมารับ-ส่ง ก็สามารถวนรถได้ที่ Drop-Off ใต้อาคาร และเดินเข้าสู่ Lobby ได้เลย

ส่วนถ้าเป็นลูกบ้านที่ต้องการไปจอดรถในอาคาร ก็จะต้องอ้อมมาทางด้านซ้ายมือแบบนี้เลยครับ ซึ่งก็จะมีที่จอดรถกลางแจ้งที่อยู่รอบๆอาคารด้วย โดยจำนวนที่จอดรถทั้งหมดคือ 292 คัน หรือคิดเป็น 37% แบบไม่รวมจอดซ้อนคัน ถือว่าให้มาเป็นมาตรฐานของคอนโดทั่วไป

ทั้งนี้ทางโครงการยังแจ้งเพิ่มเติมมาอีกว่า จะมีการเตรียมที่จอดรถมอเตอร์ไซค์มาให้พอสมควรเลย เพราะคนในพื้นที่มักนิยมใช้กันเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานใกล้ๆ และน้องๆนักศึกษามหาวิทยาลัยครับ

ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Lobby อาคาร A จะเน้นสถาปัตยกรรมที่มีความโค้งเว้าเหมือนของอาคาร B ก่อนหน้านี้เลยครับ โดยที่จะมีขนาดใหญ่กว่าและสามารถรองรับคนได้เยอะเลยทีเดียว

แปลนชั้น 4 ของอาคาร A เป็นหนึ่งในชั้น Main Facilities หลักของโครงการ ซึ่งจะมีทั้งฟังก์ชัน Indoor และ Outdoor ให้ใช้งานครับ โดยหากเป็นด้านนอกอาคารหลักๆก็จะเป็นสระว่ายน้ำ และยังมีมุมนั่งเล่นต่างๆกระจายอยู่ทั่วบริเวณเลย

ส่วนถ้าเป็นฟังก์ชันที่อยู่ภายในอาคาร ที่โดดเด่นที่สุดก็คือ Co-Working Space ที่เปิดให้ใช้งานได้ 24 ชม. ตอบโจทย์ทั้งคนวัยทำงานและน้องๆนักศึกษา ที่อาจต้องมีการทำรายงานหรืออ่านหนังสือสอบกันตอนดึกๆ อีกทั้งยังมีฟังก์ชันสำหรับสายออกกำลังกาย ห้องเกมส์ ห้องดูหนัง และห้องนวด+ห้องแต่งหน้าเสริมสวยก็มี

นอกจากพื้นที่ส่วนกลางต่างๆแล้ว ด้านหนึ่งของอาคารก็จะมีห้องพักอาศัยอยู่ส่วนหนึ่งด้วยครับ โดยจะมีการกั้นโซนแยกออกจาก Facilities เพื่อความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย รวมถึงยังเป็นห้อง Type พิเศษอย่าง Vertical Suite (หรือห้องฝ้าเพดานสูง) ที่จะมีเพียง 15 ยูนิตเท่านั้นอีกด้วย

ภาพจากโมเดลเราจะเห็นบรรยากาศบริเวณ Outdoor ของสระว่ายน้ำได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยชื่อของฟังก์ชันที่นี่จะเรียกตามทิศเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำนะครับ อย่างทางฝั่งนี้ก็จะเป็น Sunrise Pool เพราะเป็นทิศที่อยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกนั่นเอง ซึ่งเราสามารถมาใช้งานช่วงบ่าย-เย็นได้แบบไม่ต้องกลัวร้อน เพราะจะมีเงาจากอาคารช่วยบังแดดให้ได้นั่นเอง

นอกจากนี้หากใครที่ชอบมองวิว Facilities จากในห้องสวยๆ ผมก็แนะนำเป็นห้องประมาณชั้น 6 – 7 จะยังสามารถมองเห็นวิวสระสวยๆได้สบาย แต่ถ้าเป็นชั้นที่สูงกว่านั้นก็อาจต้องมีการก้มลงมาดูสักหน่อยนะ

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณสระว่ายน้ำฝั่ง Sunrise ที่สามารถว่ายได้จริงจัง โดยจะมีขนาด 6.5 x 25 m. อีกทั้งยังมีฟังก์ชันอื่นๆกระจายอยู่รอบๆสระ ให้เราได้มาใช้งานกันได้ด้วยครับ

ทางด้านซ้ายของโมเดลจะเป็นฟังก์ชัน Indoor ประกอบด้วยโซนออกกำลังกายอย่างห้อง Fitness ที่ภายในยังมีการแบ่งโซนแยกย่อยออกมาอีกมากมาย ได้แก่

Boxing Zone เป็นจุดที่ไว้ใช้ซ้อมต่อยมวยได้ / Pilates Machine เป็นเครื่องเล่นพิลาทิสสำหรับสาวๆ / Fit Club เป็นโซนของ Weight Training สำหรับหนุ่มๆ และ Fit Studio เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ไว้เล่นโยคะและเต้นแอโรบิค เป็นต้น

ถัดมาจากโซนออกกำลังกายก็จะมีห้องเล่นเกมส์ ห้องดูหนัง และที่น่าจะถูกใจสาวๆมากที่สุดก็คือ ห้องเสริมสวยและห้องนวดสปาต่างๆ ซึ่งเราสามารถเรียกช่างจากภายนอกมาให้บริการที่คอนโดของเราได้นั่นเองครับ

ส่วนภาพบรรยากาศภายในแต่ละฟังก์ชันจะเป็นอย่างไร สามารถคลิกชมได้ใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/9
ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Fitness บริเวณ Boxing Zone และ Pilates Machine

ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Fitness บริเวณ Boxing Zone และ Pilates Machine

อีกด้านหนึ่งของอาคาร อย่างที่บอกไปในช่วงแปลนแล้วว่าจะเป็นห้อง Type พิเศษอย่าง Vertical Suite (หรือห้องฝ้าเพดานสูง) ที่จะมีเพียง 15 ยูนิตเท่านั้น (หากสนใจก็ลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากทางโครงการดูได้นะครับ)

ซึ่งการที่อยู่ในชั้นเดียวกับ Facilities แบบนี้ เค้าก็ได้มีการออกแบบมาโดยคำนึงถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวมาให้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกั้นโซนด้วยประตู Key Card และการใช้แนวต้นไม้มาช่วยพรางสายตา เป็นต้น

อีกด้านหนึ่งของอาคารก็จะมีโซนของสระน้ำเหมือนกัน แต่เราจะเรียกฝั่งนี้ว่า Sunset Pool เพราะเค้าจะอยู่ทางทิศตะวันตก เหมาะที่จะมานั่งดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในช่วงเย็นๆ จึงเน้นฟังก์ชันให้มานั่งเล่นพักผ่อนและชมวิวกระจายอยู่หลายๆจุดแบบนี้นั่นเองครับ

ภาพบรรยากาศจำลองของพื้นที่ส่วนกลางชั้น 4 ฝั่ง Sunset ที่จะเน้นการนั่งเล่นชมวิว ซึ่งสระน้ำก็จะเป็นลักษณะของสระนั่งแช่ขาเอาบรรยากาศ ไม่ได้เป็นสระว่ายน้ำจริงจังครับ

แปลนชั้น 12 ของอาคาร A จะเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยแบบเต็ม Floor โดยจะมีทั้งหมด 42 ยูนิต ถือว่าค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวครับ และอัตราส่วนลิฟต์ตึก A ก็จะอยู่ที่ 212 : 1 ซึ่งนับว่าหนาแน่นเลยทีเดียว ส่งผลให้เวลาใช้งานลิฟต์ในชั่วโมงเร่งด่วนที่คนใช้กันเยอะๆ ก็อาจต้องมีการรอลิฟต์นานอยู่สักหน่อย

ตัวอาคารมีลักษณะเป็นรูปตัว H ซึ่งจะมีคอร์ดของ Facilities อยู่ 2 จุดใหญ่ๆ ทำให้ห้องพักทุกห้องที่หันหน้าเข้ามาด้านในจะมองเห็นวิวสระสวยๆได้หมดเลย โดยทั้ง 2 คอร์ดนี้จะมีความแตกต่างกันคือ

ฝั่งของ Sunrise ที่มีสระว่ายน้ำจริงจัง จะมีความคึกคักและมีคนใช้งานค่อนข้างบ่อย ส่วนฝั่ง Sunset จะเน้นเป็นจุดนั่งชิล ก็เลยจะมีความเงียบสงบมากกว่า แต่แดดก็จะร้อนนิดนึงในช่วงบ่าย-เย็นๆครับ ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คนว่าจะชอบแบบไหนนะ

ส่วนตำแหน่งห้องอื่นๆที่น่าสนใจสำหรับผมก็จะมีดังนี้

  1. กรอบสีแดง : เป็นห้องพักที่หันหน้ารับวิวส่วนกลางด้านใน แต่จะมีความเป็นส่วนตัวที่ค่อนข้างสูง เพราะส่วนใหญ่มีผนังติดกับเพื่อนบ้านแค่ 1 ด้านเท่านั้น หรือบางห้องก็จะไม่อยู่ติดกับใครเลยก็มี จึงหมดปัญหาเรื่องเสียงรบกวนจากห้องข้างๆไปได้เลย
  2. กรอบสีฟ้า : เป็นห้องที่หันหน้ารับวิวส่วนกลางเช่นกัน ซึ่งคราวนี้จะหันหน้าออกไปรับวิวไกลๆด้านนอกโครงการด้วย ไม่เหมือนกับฝั่งสีแดงที่ยังอาจต้องหันหน้าเจอเพื่อนฝั่งตรงข้าม แต่ตัวห้องพักก็จะมีเพื่อนบ้านข้างๆทั้ง 2 ด้านตามปกติครับ
  3. กรอบสีส้ม : เป็นห้องที่หันหน้ารับวิวภายนอกโครงการ ซึ่งปัจจุบันก็ยังได้วิวที่เปิดโล่ง และมีห้องหลากหลายแบบให้เลือกมากๆ

แปลนชั้น 13 – 20 ของอาคาร A จะเป็นชั้นที่มีห้องพักเหมือนเดิมหมดเลย เพียงแต่บางชั้นจะมีจำนวนห้องพักที่ลดลง ซึ่งเป็นไปตามระยะร่นของอาคารตามกฎหมาย จึงทำให้ชั้นสูงๆมีความเป็นส่วนตัวในชั้นเพิ่มขึ้นนิดหน่อยครับ

แปลนชั้น 21 ของอาคาร A เป็นอีกหนึ่งชั้น Main Facilities ที่เราสามารถขึ้นมาใช้งานพร้อมกับชมวิวมุมสูงโดยรอบไปด้วยได้ โดยจะมีพื้นที่ให้ใช้งานทั้งแบบ Outdoor ที่เป็นสระว่ายน้ำและพื้นที่นั่งเล่นต่างๆ ส่วนพื้นที่แบบ Indoor ก็จะเน้นเป็น Sky Lounge / Social Club และพื้นที่สันทนาการต่างๆ

แต่ที่เพิ่มเข้ามาจากชั้น 4 ก่อนหน้านี้ก็คือ พื้นที่แบบ Semi-Outdoor ที่ส่วนตัวผมมองว่าของจริงคงจะน่าใช้งานมากๆแน่นอนครับ ซึ่งเค้าจะมีการจัดเป็นรูปแบบของสวนและมีหลังคาคลุมให้เรียบร้อยเลย

เริ่มกันที่ Relaxing Panoramic Lap Pool เป็นสระว่ายน้ำจริงจังจุดที่ 2 ของโครงการ ที่นอกจากเราจะขึ้นมาว่ายออกกำลังกายได้แล้ว ยังสามารถชมวิวมุมสูงได้ 180 องศาอีกด้วย โดยสระนี้ก็จะมีขนาด 4 x 20 m. อีกทั้งยังมีพื้นที่นั่งเล่นริมสระให้ได้ใช้งานอีกด้วยครับ

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณ Relaxing Panoramic Lap Pool ซึ่งจะมีจุดนั่งเล่นริมสระให้สามารถขึ้นมาชมวิวมุมสูงชิลๆได้แบบนี้เลยครับ

มาต่อกันที่โซนของพื้นที่ Semi-Outdoor ซึ่งทางโครงการเรียกฟังก์ชันนี้ว่า Sunrise Lounge และ Sunrise Pocket Space เป็นพื้นที่สีเขียวที่ปลูกต้นไม้กระถางตามจุดต่างๆโดยรอบ และมีหลังคาคลุมคอยช่วยบังแดดบังฝนได้

จึงทำให้สามารถขึ้นมาใช้งานตอนกลางวันได้แบบไม่ต้องกลัวแดด และแน่นอนว่าบนชั้นสูงๆแบบนี้จะมีลมพัดผ่านเย็นสบายตลอดทั้งวัน นั่นจึงทำให้ผมมองว่าพื้นที่บริเวณนี้คงจะน่าใช้งานพอดูครับ แต่ก็ต้องรอดูของจริงอีกทีว่าจะทำออกมายังไงบ้างนะ

สุดท้ายคือพื้นที่โซน Indoor ซึ่งจะเน้นเป็น Sky Lounge ให้เราได้ขึ้นมานั่งเล่นพักผ่อน และชมวิวมุมสูงสวยๆได้ 180 องศา โดยภายในก็จะมีการแบ่งฟังก์ชันแยกย่อยออกไปอีกหลายอย่าง เพื่อแยกการใช้งานให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น The Social Club / Co-Kitchen Space / Live Studio และ Co-Dinning Space เป็นต้น

ส่วนภาพบรรยากาศภายในแต่ละฟังก์ชันจะเป็นอย่างไร สามารถคลิกชมได้ใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/7
ภาพบรรยากาศจำลองของ Panoramic Mingle Room

ภาพบรรยากาศจำลองของ Panoramic Mingle Room

**Update ภาพบรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางของอาคาร B (Pet-Friendly) จากงานข่าว ณ วันที่ 5 พ.ค. 2569

ภาพบรรยากาศจริงของอาคาร A

Image 1/21
พื้นที่ส่วนกลางชั้น 4 ของอาคาร A

พื้นที่ส่วนกลางชั้น 4 ของอาคาร A

ภาพบรรยากาศจริงของอาคาร B

Image 1/14
พื้นที่ส่วนกลางชั้น 3 ของอาคาร B

พื้นที่ส่วนกลางชั้น 3 ของอาคาร B

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

ชั้น G

  • Backyard Living Space
  • Pet Park
  • EV Charging Station
  • The Vault Lobby A
  • The Vault Lobby B [Pet Friendly]

ชั้น 3

  • Tutor Room
  • Co-Living Space
  • Vault Pod

ชั้น 4

  • Sunrise Pool ขนาด 6.5 x 25 เมตร
  • Sunset Pool
  • Sunrise Floating Pavilion
  • Sunrise Jacuzzi
  • Sunset Amphitheater
  • Sunset Sunken Deck
  • Shallow Pool Bed
  • Sunset Lounge
  • Chilling Bar
  • Pool Deck
  • Pocket Seat
  • Co-Working Space 24 hrs.
  • Recreation Space
  • Meeting Room
  • Sharing Space
  • Private Pod
  • Brainstorm Station
  • Wash & Clean
  • Fit Club
  • Fit Studio
  • Boxing Zone
  • Pilates Machine
  • VR Game
  • Theater
  • Salon & Beauty Lounge
  • Aroma Massage Room
  • Relax Massage
  • Oxygen Room
  • Retreat Area

ชั้น 5

  • Seat Area
  • Pet Wash Station
  • Pet Waste Station
  • Pet Play Yard
  • Pet Playhouse

ชั้น 21

  • Relaxing Panoramic Lap Pool ขนาด 4 x 20 เมตร
  • Sunrise Lounge
  • Sunrise Pocket Space
  • Sunrise Sky Pool Deck
  • Sunset Sky Shallow Pool
  • Sunset Relaxing Deck
  • Sky BBQ
  • Heaven Balcony
  • The Cloud Lounge
  • Moonlight Lounge
  • Panoramic Mingle Room
  • Creative Studio
  • Live Studio
  • Co-Dining
  • Sky Seat
  • The Social Club
  • Private Jacuzzi
  • Sauna

 

  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 159 :  1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 212 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 75 : 1
  • Service Lift 1 ตัว/อาคาร
  • ที่จอดรถประมาณ 292 คัน หรือคิดเป็น 37% แบบไม่รวมจอดซ้อนคัน และไม่รวม EV Charger 2 คัน
  • มีบริการ Shuttle Service รับ-ส่งไปที่มหาวิทยาลัย และ BTS บางบัว / BTS กรมป่าไม้
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card Access / ระบบสแกนป้ายทะเบียนรถยนต์

แบบห้อง

Highlights :

  • มีแบบห้องให้เลือกหลากหลาย ทั้งห้องที่กั้นด้วยกระจกดูกว้างขวางโปร่งโล่ง กับห้องที่กั้นผนังทึบเป็นส่วนตัว รวมถึงยังมีแบบห้องพิเศษสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะอีกด้วย
  • ฝ้าเพดานสูงกว่าปกติ และได้ช่องแสงขนาดใหญ่ บรรยากาศโปร่งโล่งและกว้างขวาง (หากเทียบกับขนาดพื้นที่ห้อง)
  • แบ่งฟังก์ชันได้เป็นสัดส่วน มีครัวปิดทุกห้องสามารถทำอาหารทานเองได้
  • ขายแบบ Fully Furnished ไม่ต้องเสียเวลาตกแต่งห้องเอง พร้อมเข้าอยู่ได้เลย

..แบบห้องของโครงการ Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางห้อง 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus ซึ่งเหมาะกับการอาศัย 1 – 2 คน อีกทั้งยังมีแบบห้องพิเศษอย่างห้องฝ้าเพดานสูง (Vertical Room) และห้องสำหรับ Pet Friendly ซึ่งจะมีจุดเด่นและรายละเอียดที่แตกต่างออกไปให้เลือกครับ ประกอบด้วย

  • 1 Bedroom (S) ขนาด 22 – 24.20 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 24.2 – 24.9 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Exclusive ขนาด 26.2 – 27.1 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Extra ขนาด 27.9 – 28.7 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 34.4 – 35.5 ตร.ม.

ลักษณะการขายจะเป็นรูปแบบ Fully Furinshed ขาดแค่เพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ส่วนตัวบางอย่างก็พร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการตกแต่งห้องไปได้เยอะทีเดียว อีกทั้งยังมีการเพิ่ม Bluetooth Sound System เอาใจคนชอบฟังเพลงเข้ามาด้วยครับ ถือเป็นอีกหนึ่ง Signature หลักของคอนโด AssetWise ที่จะมีอยู่ในทุกโครงการเลยนั่นเอง

สำหรับห้องตัวอย่างแรกจะเป็นขนาดกลางที่จัดได้ลงตัวดีมากๆ จุดเด่นที่ไม่เหมือนห้องอื่นๆก็คือ “ห้องน้ำที่สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง” จึงทำให้สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งจากในห้องนอนและ Living  Room นอกจากนี้ยังได้ห้องนอนที่มีความเป็นส่วนตัวมากๆ เพราะกั้นห้องด้วยผนึงทึบเป็นสัดส่วน รวมถึงยังได้ครัวปิดที่อยู่ติดริมระเบียง จึงสามารถทำอาหารได้อย่างจริงจังเลยนั่นเองครับ

โดยภาพรวมผมมองว่าห้องนี้เหมาะกับการอยู่อาศัย 1 – 2 คน โดยเน้นการใช้งาน 2 ฟังก์ชันหลักๆคือ ห้องนอน และห้องครัว เพราะมีขนาดใหญ่และอยู่ติดกับช่องแสงทั้งคู่ อีกทั้งยังเหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารทานเอง และอาจเป็นคนที่มีเพื่อนมาหาบ่อยๆก็ได้ครับ ซึ่งรับรองว่าห้องนอนจะไม่เสียความเป็นส่วนตัวเลยนั่นเอง

สำหรับเฟอร์นิเจอร์ของห้องนี้ก็จะประกอบด้วย โซฟา / ชั้นวางทีวี / โต๊ะทานอาหาร / เก้าอี้ / ตู้รองเท้า / ตู้เสื้อผ้า / ชุดครัว และฐานเตียง ทั้งหมด 8 ชิ้นด้วยกัน ซึ่งลักษณะอาจจะไม่ได้เหมือนในห้องตัวอย่างที่เค้าจัดไว้ให้นะครับ แต่จะเหมือนกับในรูปภาพนี้แทน

นอกจากนี้ก็จะมีการติดตั้ง Digital Door Lock มาให้เป็นมตรฐานด้วย รองรับการใช้ Key Card / รหัสผ่าน / กุญแจ และลายนิ้วมือ ทำให้การใช้งานมีความปลอดภัยและสะดวกสบายมากขึ้น

เข้ามาภายในเราจะเจอกับ Living Room ซึ่งจะได้แสงสว่างหลักๆมาจากทางระเบียงในห้องครัวนั่นเอง อีกทั้งเรายังได้ฝ้าเพดานที่สูงกว่าห้องทั่วไปอยู่ที่ 2.6 m.

ส่วนพื้นห้องทั้งหมดก็จะเป็นกระเบื้อง SPC (Stone Plastic Composite) ลายไม้แบบนี้เลย ซึ่งจะมีความสามารถในการทนน้ำหรือความชื้นได้ดีกว่าไม้ลามิเนตครับ

สำหรับระยะดูทีวีจะกว้าง 2.5 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 40 – 50 นิ้วได้นะครับ และของจริงเราจะได้เป็นตู้เก็บรองเท้าตรงมุมห้องด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถเก็บของได้เป็นระเบียบ และหยิบใช้งานได้สะดวกมากขึ้นนั่นเอง

นอกจากนี้เรายังมองเห็นแผงระบบ Bluetooth Sound System ติดอยู่ตรงผนังแบบนี้ด้วยครับ ซึ่งสามารถใช้เปิดฟังเพลงผ่านลำโพงที่ติดอยู่บนฝ้าด้านบนได้

โดยจะมีอยู่ทั้งใน Living Room และห้องนอนทั้งหมด 2 จุดด้วยกันครับ ซึ่งคนที่ชอบฟังเพลงเป็นประจำอยู่แล้วก็น่าจะถูกใจไม่น้อย

ตรงกลางห้องจะเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหาร พร้อมกับมีเก้าอี้ให้อีก 1 ตัว ซึ่งหากใครที่อยู่ห้องนี้กัน 2 คน ก็สามารถนั่งบนโซฟาอีกคนหนึ่งได้นะครับ

หรือถ้าในช่วงเวลาปกติเราก็ยังสามารถใช้เป็นโต๊ะอเนกประสงค์ ไว้นั่งทำงาน/อ่านหนังสือ หรือจะใช้วางของข้างโซฟาให้หยิบจับง่ายก็ได้เหมือนกัน

ติดกันจะเป็นห้องครัวที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน จึงทำให้สามารถเปิดออกได้กว้าง แถมยังช่วยกันกลิ่น/ควันจากการทำอาหาร ไม่ให้เข้ามารบกวนพื้นที่พักผ่อนด้านในได้ด้วย อีกทั้งยังเป็นช่องแสงหลักของ Living Room ที่จะช่วยดึงแสงจากภายนอกให้เข้ามาภายในห้องได้นั่นเองครับ

ภายในเราจะได้ชุดครัว Built-in มาให้ครบแบบนี้เลย มีช่องเก็บของที่เพียงพอสำหรับการอยู่อาศัย 1 – 2 คน รวมถึงด้านล่างก็จะเป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าด้วยครับ

ซึ่งพื้นก็ยังคงเป็นกระเบื้อง SPC ลายไม้เหมือนกับภายในห้อง สามารถทนน้ำหรือความชื้นได้ระดับหนึ่ง โดยมีความกว้างของพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 75 cm. สามารถใช้งานได้พอดีๆ

Top เคาน์เตอร์ครัวเป็นหินสังเคราะห์ที่ทนความชื้นและความร้อนได้ดี แถมยังมีการติดตั้ง Blacksplash เอาไว้ที่ผนังเพื่อให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย

Hop+Hood เป็นของ TEKA ซึ่งจะดูดแบบหมุนเวียนภายใน จึงอาจต้องคอยถอดไส้กรองออกมาทำความสะอาดด้วยนะครับ นอกจากนี้เราจะได้อ่างล้างจานแบบ 1 หลุม และปลั๊กไฟก็อยู่ในตำแหน่งที่เสียบใช้งานง่าย

ด้านข้างเป็นพื้นที่วางตู้เย็นกว้าง 80 cm. ซึ่งจะตั้งอยู่ติดกับระเบียงที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน กรอบเป็นอลูมิเนียมสีดำพร้อมกระจกเขียวตัดแสงทุกจุด และภายนอกมีขนาด 1.4 x 0.9 m. พอที่จะออกไปยืนสูดอากาศหรือชมวิวได้ รวมถึงอาจใช้เป็นที่ตากผ้าเล็กๆน้อยๆได้ด้วยครับ

โดยด้านบนจะติด Condensing Unit แขวนเอาไว้เพื่อไม่ให้เกะกะพื้นที่ด้านล่าง ซึ่งเราอาจติดกริลดันลมร้อนออกไปด้านนอก เพื่อไม่ให้ระเบียงร้อนตอนเปิดแอร์ได้ หรือหากใครอยากให้ผ้าที่ตากไว้แห้งไวๆ ก็อาจปล่อยเอาไว้เหมือนเดิมแบบนี้ก็ได้นะครับ

ต่อมาจะเป็นห้องนอนที่จะมีเป็นส่วนตัวสูง เพราะกั้นด้วยผนังทึบและมีประตูปิดเป็นสัดส่วน

ภายในมีขนาดกว้าง 2.5 x 3.4 m. สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต และยังมีพื้นที่ปลายเตียงเหลือให้เดินขึ้น-ลงได้สะดวก โดยที่ฐานเตียงก็จะมีช่องให้เก็บของได้ด้วยนะครับ

และถ้าใครอยากนอนดูทีวีสบายๆ ก็สามารถติดทีวีที่ผนังปลายเตียงได้เลย แถมยังทำให้แบ่งกันดูคนละห้องได้ไม่รบกวนกัน ส่วนช่องแสงข้างเตียงก็ให้มาใหญ่ดีทีเดียว ทำให้ภายในห้องดูกว้างและสว่างโปร่งโล่งมากขึ้นครับ

อีกด้านหนึ่งของห้องจะเป็นพื้นที่แต่งตัวหน้าห้องน้ำ ประกอบด้วยตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่ทางโครงการจะ Built-in มาให้แบบนี้เลย

โดยหน้าบานเป็นกระจกใสเพื่อความโปร่งโล่ง แต่ก็ทำให้มองเห็นเสื้อผ้าด้านในได้ชัดเจน ซึ่งผมแนะนำให้ติดฟิล์มทึบหรือฟิล์มกระจกเงา เพื่อที่จะได้ใช้งานส่องแต่งตัวไปได้ด้วยจะดีครับ

และสิ่งที่เราสามารถทำเพิ่มเติมได้ก็คือ “โต๊ะเครื่องแป้ง” ซึ่งจะมีพื้นที่ว่างอยู่ด้านข้างเตียงครับ หรือเราอาจวางเป็นโคมไฟข้างหัวเตียงสวยๆก็แล้วแต่ความชอบเลย

สุดท้ายจะเป็นห้องน้ำที่มีจุดเด่นคือ “มีประตูที่สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง” ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เวลาเราอาบน้ำเสร็จก็ออกไปแต่งตัวในห้องนอนได้เลย แถมเวลามีแขกมาใช้เราก็จะไม่เสียความเป็นส่วนตัวในห้องนอนเลยด้วยครับ

ภายในมีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็น 2 ส่วนชัดเจน โดยพื้นที่ส่วนแห้งจะกว้าง 1.5 x 1.4 m. สามารถใช้งานได้พอดีๆ และได้สุขภัณฑ์ทั้งหมดเป็นของ Cotto เหมือนห้องตัวอย่างเลยครับ

ฉากกั้นอาบน้ำจะเป็นกระจกนิรภัย Tempered Glass แบบ 3 ตอน ทำให้สามารถเปิดออกได้กว้าง และช่วยป้องกันน้ำไม่ให้กระเด็นออกมาด้านนอกได้ดี มีพื้นที่ด้านในกว้าง 1 x 0.95 m. สามารถใช้งานได้พอดีๆ

ด้านข้างติดตั้ง Hand Shower พร้อมเสาปรับระดับความสูงตามต้องการ และมี Junction Box ให้ติดเครื่องทำน้ำอุ่นได้ ส่วนอุปกรณ์อาบน้ำก็วางในช่องตรงผนังได้เลย หรือจะเพิ่มชั้นวางเองก็ได้นะครับ ส่วนบนฝ้าเพดานก็จะมีไฟส่องสว่างมาให้ 2 ดวง พร้อมกับพัดลมดูดอากาศอีก 1 ตัวเป็นมาตรฐานแบบนี้เลย

สำหรับห้องนี้จะเป็นขนาดเริ่มต้นของโครงการ ซึ่งจุดเด่นก็คือ “ความกว้างขวางและโปร่งโล่ง” เพราะตรงกลางห้องจะมีการกั้นฟังก์ชันด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ทำให้พื้นที่ของทั้ง 2 ส่วนดูเชื่อมต่อถึงกันคล้ายห้องแบบ Studio เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศของห้องที่กว้างขวาง และไม่ค่อยจะมีแขกมาหาบ่อยนัก เพราะต้องแลกกับความเป็นส่วนตัวที่ลดลงอยู่บ้างนะครับ

นอกจากนี้ยังได้ครัวปิดที่อยู่ติดกับระเบียงเช่นเดิม จึงเหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารทานเองด้วยเช่นกัน ส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่สุดก็คือ “ตำแหน่งของห้องน้ำ” ที่คราวนี้จะเข้าได้จากทางห้องครัวแทน ซึ่งข้อดีคือเราสามารถเปิดระบายอากาศหรือความชื้น ผ่านทางระเบียงห้องครัวออกไปได้โดยตรง แต่ก็แลกมากับการใช้งานที่อาจต้องเปิดประตูผ่านหลายฟังก์ชันอยู่สักหน่อยนะครับ

เข้ามาภายในห้องเราจะเจอกับ Living Room ที่คราวนี้จะสัมผัสได้ว่าบรรยากาศของห้องมีความสว่างโปร่งโล่งมากขึ้น นั่นเป็นเพราะมีการเปิดเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ ให้สามารถเชื่อมต่อกับหน้าต่างในห้องนอนได้นั่นเอง

ด้านหน้าห้องเรายังได้เฟอร์นิเจอร์เหมือนเดิมนะครับ ประกอบด้วยชั้นวางทีวี ตู้รองเท้า และโซฟาแบบ 2 ที่นั่ง โดยมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.5 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 40 – 50 นิ้วได้เลย

และตรงกลางห้องเราก็จะได้โต๊ะทานอาหาร กับเก้าอี้ 1 ตัวมาให้เหมือนห้องก่อนหน้านี้เลยครับ

สำหรับห้องนอนจะถูกกั้นฟังก์ชันด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ทำให้มีความโปร่งโล่งและห้องก็ดูกว้างขวางเชื่อมต่อกันเหมือน Studio Type เลยครับ

ทั้งนี้ก็ต้องแลกกับความเป็นส่วนตัวของห้องนอนที่ต้องลดลงด้วยเช่นกัน จึงเป็นห้องที่เหมาะกับคนที่ไม่ได้มีแขกมาหาบ่อยนัก หรือเราอาจติดม่าน/มู่ลี่ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวก็ได้นะ

ภายในห้องนอนมีขนาด 2.6 x 2.75 m. ซึ่งจะเล็กกว่าห้องก่อนหน้านี้สักเล็กน้อยนะครับ ทำให้ฟังก์ชันที่หายไปก็คือ “โต๊ะเครื่องแป้ง” โดยผมแนะนำให้ติดเป็นโต๊ะแบบแขวนที่ผนังฝั่งตรงข้ามตู้เสื้อผ้าแทนได้นะ

ส่วนฟังก์ชันอื่นๆเราจะยังคงได้มาครบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นฐานเตียงขนาด 5 ฟุต ตู้เสื้อผ้า และสามารถติดทีวีแขวนผนังตรงปลายเตียงได้เหมือนเดิม

อีกด้านหนึ่งของห้องจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นแยกครัวออกไป ทำให้ช่วยกันกลิ่น/ควันไม่ให้ลอยเข้ามารบกวนพื้นที่พักผ่อนด้านในได้

โดยประตูนี้จะเป็นแบบเดินรางไว้ด้านบน ทำให้ไม่มีรางให้เดินสะดุดหรือเก็บฝุ่นที่พื้นด่านล่างเลยครับ ส่วนพื้นที่ในครัวก็จะกว้าง 80 cm. สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ภายในครัวจะมีการ Built-in เคาน์เตอร์มาให้เหมือนกับห้องก่อนหน้านี้เลยครับ ซึ่งตำแหน่งก็จะยังคงอยู่ติดกับระเบียงเช่นเดิม ดังนั้นเราจึงสามารถเปิดประตูเพื่อระบายกลิ่น/ควันได้โดยตรง เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารทานเองเป็นประจำมากๆครับ

ระเบียงภายนอกมีขนาด 1.4 x 0.9 m. สามารถออกไปยืนสูดอากาศและตากผ้าได้พอดีๆ

อีกด้านหนึ่งของครัวจะมีห้องน้ำให้ใช้งานครับ ซึ่งตำแหน่งนี้เราก็สามารถเปิดเชื่อมต่อกับระเบียง เพื่อช่วยระบายกลิ่น/ความชื้นในห้องน้ำได้โดยตรงอีกด้วย

ส่วนภายในห้องน้ำเราก็จะได้ฟังก์ชันและสุขภัณฑ์ครบเหมือนห้องที่แล้วเลยครับ สามารถใช้งานได้ตามปกติ

มาดูห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย โดยจุดเด่นของห้องนี้ก็คือ ภายในห้องนอนเราจะได้ฐานเตียง 3 ฟุต 2 เตียงแบบนี้เลย ซึ่งก็จะเหมาะกับน้องๆนักศึกษาที่อยู่ด้วยกันเป็น Roommate หรือเป็นพี่น้องที่สามารถนอนห้องเดียวกันก็ได้ จึงค่อนข้างเป็นห้องที่น่าสนใจสำหรับสายนักลงทุน และพ่อแม่ผู้ปกครองที่อยากซื้อให้ลูกๆหลานๆอาศัยอยู่ครับ

หรือหากใครที่ชอบฟังก์ชันห้องนี้แต่อาศัยอยู่คนเดียว เราก็สามารถเลื่อนฐานเตียงมาชิดกัน เพื่อให้กลายเป็นเตียง King Size และนอนคนเดียวสบายๆเลยก็ได้นะ ส่วนฟังก์ชันอื่นๆก็ยังคงมีให้ใช้งานครบ เพียงแต่ห้องครัวจะย้ายมาอยู่ทางด้านหน้าห้องแทน จึงเหมาะกับคนที่อาจไม่ค่อยเน้นการทำอาหาร แต่ชอบที่จะมีโซฟาอยู่ติดระเบียงแบบนี้แทนนั่นเอง

โดยของจริงจะเป็นอย่างไรสามารถคลิกชมใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/6

สำหรับห้องสุดท้ายจะคล้ายๆกับห้องเมื่อสักครู่ แต่คราวนี้จะเป็นรูปแบบของเตียงเดี่ยวแทนนะครับ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าเราจะมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือพอสมควร จึงสามารถวางเป็นโต๊ะนั่งทำงานอ่านหนังสือริมหน้าต่างได้ด้วย รวมถึงเรายังได้ตู้เสื้อผ้าเป็นรูปตัว L จึงสามารถเก็บของได้เยอะมากขึ้นครับ

นอกจากนี้ในอาคาร Pet Friendly ก็จะมีการจัดฟังก์ชันพิเศษที่ต่างไปจากห้องปกติเล็กน้อย คือจะมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงตรงระเบียง พร้อมช่องประตูน้องหมาน้องแมวให้เข้า-ออกได้สะดวก โดยแลกกับพื้นที่วางเครื่องซักผ้าตรงระเบียงที่จะต้องหายไป ซึ่งเราก็สามารถออกไปใช้บริการภายนอกได้แทนนั่นเอง

โดยของจริงจะเป็นอย่างไรสามารถคลิกชมใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/7

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

Image 1/6
1 Bedroom ขนาด 24.2 – 24.9 ตร.ม.

1 Bedroom ขนาด 24.2 – 24.9 ตร.ม.

Image 1/5
1 Bedroom Exclusive ขนาด 26.2 – 27.1 ตร.ม.

1 Bedroom Exclusive ขนาด 26.2 – 27.1 ตร.ม.

Image 1/7
1 Bedroom Extra ขนาด 27.9 – 28.7 ตร.ม.

1 Bedroom Extra ขนาด 27.9 – 28.7 ตร.ม.

**Update ภาพบรรยากาศห้องตัวอย่างของอาคาร B (Pet-Friendly) จากงานข่าว ณ วันที่ 5 พ.ค. 2569

ราคา

Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม ราคา ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2566

ห้องแบบ Simplex

  • 1 Bedroom (S) ขนาด 22 – 24.20 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท
  • 1 Bedroom ขนาด 24.2 – 24.9 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.64 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Exclusive ขนาด 26.2 – 27.1 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.66 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Extra ขนาด 27.9 – 28.7 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.09 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 34.4 – 35.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.79 ล้านบาท

 

  • รูปแบบการขาย Fully Furnished
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.6 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อปหินสังเคราะห์
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ TEKA
  • มีรถ Shuttle Service ไป-กลับ มหาวิทยาลัยเกษตร และ BTS บางบัว / BTS กรมป่าไม้
  • จอง 10,000 บาท
  • ทำสัญญา 10,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเล : ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองบางเขน ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่เชื่อมต่อถนนวิภาวดี และถนนพหลโยธิน ทำให้สามารถไปใช้งานได้สะดวกทั้ง 2 เส้นทาง เป็นทำเลที่มีความหลากหลายของคนเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานที่จะมีทั้งคณาจารย์ที่ทำงานในสถานศึกษาของย่านนี้อย่าง ม.เกษตร และ ม.ศรีปทุม รวมถึงยังมีคนที่ทำงานในกรมป่าไม้ กับพนักงานออฟฟิศแถวแยกรัชโยธิน ที่เน้นใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางเป็นหลักอีกด้วย

โดยถนนเลียบคลองบางเขนปัจจุบันได้มีการขยายเป็น 4 เลน และจัดสภาพแวดล้อมให้น่าใช้งานมากขึ้นเยอะเลยทีเดียวครับ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องแอบทำใจนิดนึงว่า ถนนเส้นนี้อาจยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกพวกร้านค้าร้านอาหารสู้ถนนใหญ่ข้างเคียงยังไม่ได้นะ แต่ไม่แน่ว่าในอนาคตถ้ามีคนมาอยู่กันเยอะขึ้น ก็อาจมีร้านค้าต่างๆตามมาให้บริการได้ด้วยเช่นกัน

ในด้านของราคาเฉลี่ย 110,000 บาท/ตร.ม. ก็ถือว่าค่อนข้างเกาะกลุ่มกับเพื่อนบ้านนะครับ แต่จะเทียบเท่ากับคอนโดที่อยู่ติดถนนใหญ่พหลโยธินนั่นเอง (ไม่ใช่คอนโดในซอยย่อยหรือถนนรองในย่าน) โดยความน่าสนใจที่ทำให้โครงการนี้ ที่มีความแตกต่างออกไปจากเพื่อนบ้านก็มีไม่น้อยก็

เช่น เป็นโครงการที่มีส่วนกลางที่เยอะที่สุดในย่าน / เป็นโครงการติด ม.เกษตร เพียงแห่งเดียวในปัจจุบันที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ และเป็นเพียงไม่กี่โครงการในย่านที่ขายห้องแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ได้เลย เป็นต้น ซึ่งเราก็ต้องลองตัดสินใจดูนะครับว่าสิ่งที่ทางโครงการจัดมาให้ตอบโจทย์ความต้องการของเรามากน้อยแค่ไหน และคุ้มค่าหรือไม่นั่นเอง

การเดินทางโดยใช้รถ : ถนนเลียบคลองบางเขนเป็นถนนที่เชื่อมต่อถนนใหญ่ 2 สาย คือถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดี-รังสิต จึงทำให้มีความสะดวกในการใช้เส้นทางทั้ง 2 อย่างมาก อีกทั้งยังมีประตูมหาลัยที่เข้าจากถนนเส้นนี้ได้โดยตรงอีกด้วย และสำหรับที่จอดรถของโครงการจะมี 292 คัน หรือคิดเป็น 37% แบบไม่รวมจอดซ้อนคัน ถือว่าให้มากลางๆเป็นมาตรฐาน เพราะทำเลนี้จะเน้นใช้รถไฟฟ้าเป็นหลักอีกส่วนหนึ่งด้วย รวมถึงยังมีบางส่วนที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ขับขี่อยู่ในพื้นที่มากกว่า ซึ่งทางโครงการก็จะมีที่จอดแยกเตรียมไว้ให้อีกทีด้วยครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีบางบัว 550 m. ซึ่งเป็นระยะที่พอจะสามารถเดินถึงได้นะครับ โดยฟุตบาทของถนนตามเส้นทางก็มีขนาดใหญ่และเดินได้สบายมากในตอนกลางวัน แต่ก็อาจเงียบๆเล็กน้อยในตอนกลางคืนเพราะไม่ใช่เส้นทางที่คึกคักนัก แนะนำให้นั่งวินมอเตอร์ไซร์ที่อยู่ตรงปากซอย หรือถ้าจะไปไหน-มาไหนก็สามารถเรียกแท็กซี่หน้าโครงการได้เหมือนกัน อีกทั้งทางโครงการก็ยังมี Shuttle Service คอยบริการรับ-ส่งที่มหาลัยและ BTS อีก 2 สถานีด้วยนะครับ สรุปแล้วก็มีความสะดวกพอสมควรเลย

การออกแบบโครงการ : ด้วยบริบทของทำเลที่ใกล้ทั้งสถานศึกษา สถานที่ทำงาน และรถไฟฟ้า ทางโครงการจึงคาดการณ์ว่าน่าจะมีกลุ่มคนที่หลากหลายให้ความสนใจไม่น้อย จึงได้ออกแบบให้มีฟังก์ชันที่สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยทุกในรูปแบบทั้ง Live / Work / Learn / Relax และ Shopping จนกลายมาเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีฟังก์ชันส่วนกลางเยอะที่สุดในย่าน

และถึงแม้ว่าอาจจะมีนักศึกษามาอยู่ด้วย แต่ทางโครงการก็ตีโจทย์ออกมาให้มีความแตกต่างจากคอนโดใกล้มหาลัยอย่างแบรนด์ Kave โดยเลือกการดีไซน์ภายในเป็นสถาปัตยกรรมแบบ Arch โค้งที่เน้น Curve & Symmetry ทำให้เกิดบรรยากาศที่หรูหราสวยงาม และดูเหมาะสมกับแบรนด์ Modiz ของ AssetWise เพราะมีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยชอบอะไรที่ดูหรูหรา มากกว่าความเป็นวัยรุ่นทรงสปอร์ตแบบเดิมๆนั่นเอง

ตัวโครงการจะแบ่งออกเป็น 2 อาคาร โดยอาคาร B จะเป็น Pet Friendly ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งจะแยกโซนการใช้งานออกมาจากอาคาร A ทำให้ไม่รบกวนกัน และยังมีความสะดวกในการลงมาซื้อของที่ร้านค้าใต้ตึกด้วย ในขณะที่อาคาร A จะมีความสะดวกในการใช้งานส่วนกลางมากกว่า และสามารถขึ้นลิฟต์ตรงมาจากชั้นจอดรถได้เลย แบบไม่ต้องเสียเวลาเดินข้ามสะพานทางเชื่อม แต่ก็แลกมากับความหนาแน่นของเพื่อนบ้าน และอัตราการใช้งานลิฟต์ที่สูงถึง 212 : 1 ทำให้ในชั่วโมงเร่งด่วนก็อาจต้องมีการรอลิฟต์กันอยู่บ้างครับ

การออกแบบห้องพักอาศัยและพื้นที่ใช้สอย : ส่วนใหญ่จะเน้นห้อง 1 Bedroom ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งห้องที่กั้นด้วยกระจกเพื่อความกว้างขวางและโปร่งโล่ง กับห้องที่กั้นด้วยผนังทึบเป็นส่วนตัวไปเลยก็มี โดยเราก็สามารถเลือกได้ตามความชอบและ Lifestyle ในการอยู่อาศัย นอกจากนี้ยังได้ครัวปิดทุกแบบห้อง จึงเหมาะกับการอยู่อาศัย 1 – 2 คน และอาจเป็นคนที่ชอบทำอาหารทานเองก็ได้

รวมถึงยังมีแบบห้องพิเศษ เช่น ห้องที่มีเตียงคู่สำหรับการอยู่อาศัยแบบ Roommate ของน้องๆนักศึกษา ซึ่งตอบโจทย์สำหรับกลุ่มนักลงทุน หรือพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก มีห้องฝ้าเพดานสูงที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน อีกทั้งยังมีห้องสำหรับคนเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะอีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าโครงการนี้มีแบบห้องที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของคนที่ค่อนข้างหลากหลายมากๆเลยครับ

วัสดุ : ขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์มาครบพร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้ทันที ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการตกแต่งห้องไปได้เยอะเลยครับ โดยวัสดุที่ได้ก็เป็นไปตามระดับราคาที่ค่อนข้างได้มาตรฐาน หลายๆอย่างก็ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและเทคโนโลยี เช่น พื้นเปลี่ยนมาใช้กระเบื้อง SPC ที่ทนน้ำมากขึ้น รวมถึงยังได้ระบบ Bluetooth Sound System เอาใจคนรักการฟังเพลงในห้องตามแบบฉบับของคอนโด AssetWise อีกด้วย

สาธารณูปโภค : เป็นโครงการที่มีส่วนกลางเยอะที่สุดในย่าน และเยอะที่สุดของ AssetWise ด้วยครับ ซึ่งมีมาให้ใช้งานกันมากถึง 60 ฟังก์ชันเลยทีเดียว โดดเด่นที่สุดก็คือ Co-Working Space 24 ชม. ตอบโจทย์ทั้งคนวัยทำงานและน้องๆวัยเรียน ที่ต้องอ่านหนังสือสอบตอนดึกๆบ่อยๆครับ

อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำที่ว่ายจริงจัง 2 สระ กับฟังก์ชันอื่นๆที่ใส่มาให้ครบแบบไม่ต้องออกไปด้านนอกให้เสียเวลา เช่น ห้องดูหนัง ห้องเล่นเกมส์ ห้องนวด/สปา และห้องเสริมสวย เป็นต้น รวมไปถึงตัวอาคาร B เค้าก็จะมีฟังก์ชันสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะแยกออกมาอีกที โดยค่าส่วนกลางก็เท่ากับคนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์เลย และไม่ได้เสียเงินเพิ่มแต่อย่างใด (มีแค่ค่าแรกเข้าเท่านั้น)

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 110,000 บาท/ตร.ม., 14 มิถุนายน 2566

  • ทำเล 7.5/10 – ติดรั้ว ม.เกษตร และใกล้แหล่งงานหลายแห่ง แต่ความอุดมสมบูณ์ของซอยยังมีไม่มาก
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – ถนนเลียบคลองบางเขนกว้างขวาง เชื่อมต่อถนนใหญ่ได้ 2 สาย เข้า-ออกเมืองสะดวก
  • ไม่ใช้รถ 8.25/10 – ใกล้รถไฟฟ้า BTS บางบัว 550 m. เรียกรถสาธารณะได้ไม่ยาก พร้อมมี Shuttle Service รับ-ส่งที่มหาลัยกับ BTS
  • วัสดุ 8/10 – Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมเข้าอยู่ เกรดวัสดุได้มาตรฐานตามระดับราคา
  • แบบ 8/10 – โครงการขนาดใหญ่ เน้นห้อง 1 Bedroom มีความเป็นสัดส่วน ได้ครัวปิดทุกแบบ
  • สาธารณูปโภค 9/10 – ส่วนกลางเยอะสุดในย่านกว่า 60 ฟังก์ชัน พร้อมสระว่ายน้ำ 2 สระ / Co-Working Space 24 ชม. และสามารถเลี้ยงสัตว์ที่อาคาร B ได้

  • UPPER CLASS
  • 7.96 / 10.00

Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม เหมาะกับใคร

..โครงการ Modiz Vault เกษตร – ศรีปทุม เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดใกล้ม.เกษตร และอยู่ในระยะที่สามารถเดินไปใช้งานรถไฟฟ้า BTS ได้ด้วย เป็นคอนโดที่จัดเต็ม Facilities มาให้เยอะสุดในย่านกว่า 60 ฟังก์ชัน ตอบโจทย์ทั้งคนวันทำงานและวัยเรียน อีกทั้งยังมีอาคารที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ด้วย โดยเน้นห้องพัก 1 Bedroom ที่เป็นสัดส่วน มีครัวปิดให้ใช้งาน และขายแบบ Fully Furnished พร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ มีงบประมาณระดับ 2.29 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 16,000 บาท/เดือนขึ้นไป


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc