วันนี้เราลองเข้าไปชมอีกหนึ่งโครงการที่เพิ่งสร้างเสร็จกันมาในปีนี้อย่าง METRIS ลาดพร้าว กันนะครับ เป็นโครงการที่มีจุดเด่นเฉพาะตัวหลายอย่างเลย ดังนี้ครับ…

  • จำนวนยูนิต – เป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตน้อย ได้ความเป็นส่วนตัวสูง เมื่อเทียบกับโครงการใกล้เคียง
  • ทำเล – ติดถนนใหญ่อย่างลาดพร้าว มีรถไฟฟ้า MRT และห้างยูเนียนมอลล์ในระยะเดิน
  • พื้นที่จอดรถ – ให้มาถึง 58% (Automatic Parking) จัดว่าสูงสำหรับโครงการในแนวรถไฟฟ้า และใช้เวลารอรถไม่นาน
  • สามารถเลี้ยงสัตว์ภายในโครงการได้ – มีการจัดการที่ดีต่อทั้งลูกบ้านที่เลี้ยงและลูกบ้านท่านอื่นๆ
  • มีแบบห้องพักอาศัยให้เลือกเยอะ – รวมๆแล้วประมาณ 19 รูปแบบห้อง

ข้อมูลโครงการ

Fact @ 30 September 2020

  • METRIS Ladprao (เมทริส ลาดพร้าว)
  • บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร
  • คอนโด High Rise 29 ชั้น 1 อาคาร 193 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 11 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 58 % (Automatic Parking)
  • ที่ดินประมาณ 1-0-78.1 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : กุมภาพันธ์ 2561
  • 1 Bedroom 1 Bathroom 30 – 31 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.88 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 1 Bathroom 44 – 52.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.08 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 2 Bathroom 51 – 61 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 8.5 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 137,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 02-116-1111

ทำเลที่ตั้ง

ที่ตั้งโครงการ Metris ลาดพร้าว อยู่ติดถนนลาดพร้าวเลย ในช่วงซอยลาดพร้าว 8 ซึ่งจัดอยู่ในช่วงถนนลาดพร้าวตอนต้น มีความคึกคักสูง และมีจุดเด่นเยอะเลยล่ะ ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับทำเลของโครงการมีดังนี้ครับ

ประเด็นเกี่ยวกับทำเลที่น่าสนใจ

  • โครงการนี้ตั้งอยู่บนถนนลาดพร้าวฝั่งมุ่งหน้าไปห้าแยกลาดพร้าว เหมาะกับคนที่ทำงานย่านจตุจักร, วิภาวดี-รังสิต, รัชโยธิน รวมถึงฝั่งบางซื่อด้วยเช่นกัน
  • มีรถไฟฟ้า MRT และห้างยูเนียนมอลล์ในระยะที่สามารถเดินได้สะดวก (ประมาณ 290 ม.) ซึ่งสถานีพหลโยธินที่เป็นสถานี Interchange กับ BTS สายสีเขียวสถานีห้าแยกลาดพร้าว
  • รอบๆ มีร้านสะดวกซื้อและของกินค่อนข้างเยอะ ในระยะไม่เกิน 200 เมตร

พิกัด Google Maps : 13.7173166 , 100.4589638
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

สำหรับโครงการนี้จะตั้งอยู่บนถนนลาดพร้าวเลย บริเวณลาดพร้าวซอย 8 ซึ่งปัจจุบันก็สร้างเสร็จและเป็นที่สังเกตได้ง่าย ในรีวิวก่อนหน้าเราได้เขียนเกี่ยวกับทำเลโครงการนี้ไว้ค่อนข้างละเอียดเลยทีเดียว ใครสนใจอ่านเพิ่มคลิก > ทำเล Metris ลาดพร้าว

สำหรับคู่แข่งที่ชนกับโครงการเราในย่านนี้นะครับ จะเห็นว่ามีหลายโครงการเหมือนกัน ทั้งในแง่ชนในเรื่องของราคา และชนในเรื่องของทำเล จากแผนที่แล้วในเรื่องของราคาจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะค่อนข้างเกาะกลุ่มกันอยู่ในช่วงแสนต้นๆต่อตร.ม. ไม่ต่างกันนัก แต่ในส่วนของจำนวนยูนิตจะเห็นได้ชัดเลยว่าเป็นจุดเด่นหลักๆของโครงการ Metris ลาดพร้าว เพราะมีเพียง 193 ยูนิต จัดว่าน้อยกว่าเพื่อนๆในย่านนี้แบบเห็นได้ชัดเลย (แต่ก็อย่าลืมเทียบกับพื้นที่โครงการด้วยนะครับ เพราะอย่างบางโครงการที่เราเห็นว่าเขามีจำนวนยูนิตเยอะ แต่พื้นที่โครงการเขาก็ใหญ่และมีหลายอาคารเหมือนกัน) ซึ่งจะได้ความเป็นส่วนตัวสูงในหลายๆด้าน ทั้งการอยู่อาศัยที่เงียบสงบ พื้นที่ส่วนกลางไม่ต้องใช้ร่วมกันเยอะ รวมไปถึงเวลามีปัญหาแล้วแจ้งไปที่นิติบุคคลก็ไม่ต้องรอต่อคิวแจ้งเรื่องนานครับ

ส่วนในเรื่องของทำเลจะมีโครงการ Maru ลาดพร้าว 15 ที่อยู่บนถนนลาดพร้าวเช่นกันกับเรา แต่จะค่อนไปเน้นฝั่งรัชดาภิเษกซะมากกว่า โดยโครงการของเราจะได้เปรียบที่อยู่ฝั่งมุ่งหน้าไปห้าแยกลาดพร้าว แถมยังลัดเลาะออกวิภาวดีรังสิตได้ง่ายด้วย เช่นเดียวกันกับอีก 2 โครงการบนถนนวิภาวดีรังสิต อย่าง The Saint Residences และ The Privacy จตุจักร ซึ่งสามารถลัดเขามาลาดพร้าวได้เช่นกัน แต่บริบทโดยรอบเราจะมีของกินให้หาได้ง่ายกว่านะครับ ส่วนอีก 2 โครงการบนถนนพหลโยธินอย่าง Life ลาดพร้าว และ The Line พหลโยธิน พาร์ค จะได้เปรียบที่อยู่ติดโลตัสเลย แต่จะเน้นทำเลรอบๆห้าแยกและวิภาวดีซะมากกว่า ให้เข้ามาลาดพร้าวหรือไปรัชดาฯ ก็จะลำบากกว่าหน่อย

ในเรื่องของพื้นที่ส่วนกลาง ถ้าดูเผินๆก็ต้องยอมรับว่าของเราก็จัดว่าให้มาน้อยและไม่อลังการเท่าเพื่อนๆเท่าไหร่นะครับ แต่ก็อย่าลืมว่าเรามีเพียง 193 ยูนิตเท่านั้น ดังนั้นสัดส่วนในการใช้งานก็จะต่างกันเลย เพราะจริงๆก็ให้มาครบตามมาตรฐานเหมือนกัน รวมไปถึงของเราจะสามารถเลี้ยงสัตว์ภายในโครงการได้ด้วย เช่นเดียวกันกับ Maru ลาดพร้าว 15 ครับ แต่อีกเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้คือได้พื้นที่จอดรถมาถึง 58% ซึ่งจัดว่าเยอะกว่าเพื่อนๆส่วนใหญ่ในย่านนี้ครับ

ส่วนเรื่องของห้องพักอาศัย ก็จัดว่าเราจะเน้นขนาดห้องที่ค่อนข้างกว้าง เริ่มต้นที่ 30 ตร.ม. ใกล้กันๆกับ Maru ลาดพร้าว 15 และ The Line พหลโยธิน พาร์ค และจะเยอะกว่าโครงการจำนวนยูนิตเยอะอย่าง Life ลาดพร้าว และ The Privacy จตุจักร ครับ ในเรื่องของรูปแบบห้องเราก็มีให้เลือกค่อนข้างเยอะกว่าเพื่อนๆส่วนใหญ่ในย่านนี้นะ และถ้าเป็นเรื่องของวัสดุ โครงการส่วนใหญ่ในย่านนี้ก็จะขายแบบ Fully Fitted เช่นเดียวกัน และวัสดุภายในห้องก็ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่ครับ ถือว่าอยู่ในระดับราคานี้

รายละเอียดโครงการ

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ที่จอดรถ 58% ถือว่าเยอะ เมื่อเทียบกับโครงการที่ติดรถไฟฟ้า
  • สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ และมีการจัดการได้ค่อนข้างดี เช่นการแยกลิฟต์ใช้งาน มีการลงทะเบียน + ตรวจสุขภาพน้องก่อน
  • จัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้หลายส่วน กระจายจำนวนผู้ใช้

Project Overview

เป็นอาคารสร้างเสร็จใหม่ในช่วงถนนลาดพร้าวตอนต้น ทะลุออกห้าแยกลาดพร้าวและวิภาวดีฯได้ง่าย ตัวอาคารสูง 29 ชั้น ที่ถูกออกแบบมาในสไตล์ Mid-Century ซึ่งจะเป็นการออกแบบในสมัยยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เน้นการใช้รูปทรงเลขาคณิต ภายในก็ออกแบบให้มีความ Privacy เป็นพิเศษด้วยจำนวนยูนิตไม่มากเพียง 193 ยูนิต เทียบกับโครงการในทำเลนี้แล้ว ก็ถือว่าจำนวนยูนิตน้อยที่สุด พอกับๆคอนโด Low Rise ในทำเลนี้ ก็เอาใจคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว อยู่อาศัยแบบสงบจริงๆได้ดีเลยทีเดียว ส่วนชั้นที่พักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 9 และจะยกพื้นที่ส่วนกลางหลักๆ ไปไว้บนชั้น 24 เพื่อให้ได้วิวเมืองโดยรอบ ถึงจะไม่ได้ดูให้มาเยอะและอลังการนัก แต่ก็เหมาะสมกับจำนวนยูนิตประมาณนี้ครับ ส่วนห้องพักก็เลือกขนาดมาให้อยู่ได้สบาย โดยจะเริ่มต้นที่ 30 ตร.ม. และด้วยลักษณะของพื้นที่และตัวอาคารทำให้มีแบบแปลนให้เลือกเยอะหลายแบบมากๆ ในแต่ละชั้นครับ

ชั้น G

  • โถงต้อนรับ
  • ห้องสันทนาการ
  • Co-Working Space
  • ห้องจดหมาย
  • พื้นที่ทำบาร์บีคิวในสวน
  • พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง
  • สวนพักผ่อน
  • พื้นที่ล้างรถ
  • ห้องซักผ้า

ชั้น 2-8

  • ที่จอดรถอัตโนมัติประมาณ 58 % ไม่รวมจอดซ้อนคัน

ชั้น 9-23

  • ห้องพักอาศัย

ชั้น 24

  • ห้องพักอาศัย
  • ห้องออกกำลังกาย
  • ห้องน้ำแยกชายหญิง / Steam and Sauna
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 4 x 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร และ ที่พักผ่อนริมสระ

ชั้น 25-26

  • ห้องพักอาศัย

ชั้น 27-29

  • ห้องพักอาศัยพร้อมสวนส่วนตัว

ชั้นดาดฟ้า

  • สวนพักผ่อนดาดฟ้า

พื้นที่รอบโครงการจะเป็นพื้นที่พักอาศัยซะส่วนใหญ่ครับ ทั้งแบบบ้านเดี่ยว อาคาร Low Rise และ อาคาร High Rise รายล้อมเลย ซึ่งในแต่ละฝั่งก็มีบริบทที่แตกต่างกัน ลองไปดูแต่ละฝั่งกันครับ

  • ทิศเหนือ – เป็นทางเข้าออกโครงการ ติดกับถนนลาดพร้าว ฝั่งตรงข้ามโครงการมีอาคาร 5 ชั้นครับ
  • ทิศตะวันออก – เป็นซอยลาดพร้าว 8 ซึ่งจะสามารถทะลุออกฝั่งวิภาวดีรังสิตได้ด้วย ฝั่งตรงข้ามโครงการทางฝั่งนี้เป็นพื้นที่พักอาศัยแนวราบครับ จะมีอาคาร 20 ชั้นห่างออกไปในระยะประมาณ 90 เมตร
  • ทิศใต้ – ติดกับซอยลาดพร้าว 8 ซึ่งจะมีทางเข้าออกโครงการอีกจุดทางฝั่งนี้ด้วย ช่วยให้เดินทางลัดเลาะได้สะดวกขึ้นเยอะเลย ใกล้ๆตัวโครงการจะเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบ ไกลออกไปในระยะประมาณ 90 เมตร จะเป็นอาคาร 16 ชั้น ครับ
  • ทิศตะวันตก – ปัจจุบันติดกับพื้นที่โล่ง ซึ่งช่วยทำให้วิวฝั่งนี้มองเห็นห้าแยกลาดพร้าว, Union Mall ได้ แต่ในอนาคตพื้นที่ดินด้านข้างอาจจะมีโครงการตึกสูงขึ้นได้ นอกจากนั้นฝั่งนี้จะมีแนวสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านใกล้ๆด้วย

Image 1/6
ด้านข้างโครงการเลยจะมีป้ายรถประจำทาง จะเห็นว่ามีรถเมล์วิ่งผ่านหลายสายเลยครับ ใช้งานได้สะดวก

ด้านข้างโครงการเลยจะมีป้ายรถประจำทาง จะเห็นว่ามีรถเมล์วิ่งผ่านหลายสายเลยครับ ใช้งานได้สะดวก

ส่วนถ้านเป็นด้านล่างรอบๆจะประมาณนี้ครับ ลองดูกัน

Facility

ที่ชั้น 1

มาดู Master Plan ของโครงการ METRIS ลาดพร้าว กันก่อนเลย ดูจากรูปของที่ดินจะเป็นแปลงสามเหลี่ยม มีทางเข้าออก 2 ทางคือทางถนนลาดพร้าวเป็นทางเข้าออกหลัก และทางซอยลาดพร้าว 8 เป็นทางเข้าออกรอง ที่สามารถทะลุออกถนนวิภาวดีฯได้ เมื่อเข้ามาจะมีพื้นที่ภายนอกรอบตัวอาคารให้ใช้งานหลายจุดเหมือนกันครับ ส่วนการขับรถจะเป็นการวนรถทางเดียว อ้อมตัวอาคารไปจอดฝั่งทิศตะวันออก จะรองรับด้วยที่จอดรถแบบ Automatic Parking รวมที่จอดรถคิดเป็น 58% ซึ่งจัดว่าเยอะกว่าโครงการเพื่อนๆในย่านนี้นะ

เข้ามาภายในจะมีพื้นที่ Lobby ที่เป็นส่วนต้อนรับ ทางเข้าจะไม่ได้อยู่ตรงฝั่งถนนลาดพร้าวนะครับ จะถูกวางหลบมาทางด้านข้าง ซึ่งการวางแบบนี้มีข้อดีที่ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นอีกระดับ ช่วยหลบความวุ่นวายและมลภาวะจากถนนลาดพร้าวได้ดี ภายในมีส่วนของ CO-Working Space, Mail Box ให้อีก ส่วน Lift ของโครงการจะมีทั้งหมด 2 ตัว ตัวหนึ่งเป็นลิฟต์โดยสารโดยเฉพาะ อีกตัวหนึ่งเป็น Service Lift (ถ้ามีสัตว์เลี้ยงจะต้องใช้ลิฟต์นี้เท่านั้น) ซึ่งก็ตกแต่งให้ใช้งานได้เหมือนลิฟต์โดยสารเลย ทำให้มีอัตราส่วนลิฟต์ทั้งโครงการอยู่ที่ 1 : 96.5

 

Image 1/5
ด้านหน้าจะมีป้อม รปภ. ดูแลให้ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้านหน้าจะมีป้อม รปภ. ดูแลให้ตลอด 24 ชั่วโมง

เข้ามาภายในพื้นที่โครงการ ลองเดินดูพื้นที่ภายนอกอาคารรอบๆกันก่อนครับ

Image 1/12
เปิดประตูเข้ามาส่วนแรกที่เจอจะเป็น Lobby ของโครงการ แบ่งมุมพักผ่อนให้เยอะและหลากหลายเหมือนกันครับ

เปิดประตูเข้ามาส่วนแรกที่เจอจะเป็น Lobby ของโครงการ แบ่งมุมพักผ่อนให้เยอะและหลากหลายเหมือนกันครับ

เข้าไปภายในอาคารกันเลยครับ

ชั้น 24

เป็นชั้น Facility หลักของโครงการ ถือว่าให้มาสมน้ำสมเนื้อถ้าเทียบจากจำนวนยูนิตของโครงการที่ไม่มากนัก ส่วนกลางที่จัดไว้ให้ก็มีครบตามมาตรฐาน ได้แก่ Dynamic Fitness Center ที่เป็นส่วนแรกของพื้นที่ส่วนกลาง จะไปยังส่วนอื่นๆก็ต้องเดินผ่านห้องออกกำลังกายนี้ ซึ่งอาจจะทำให้เสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง ออกมาภายนอกจะเป็น  Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาดประมาณ 20 x 4 ม. ที่ออกแบบให้มีส่วนของ Shallow Pool แบบเล่นระดับ สำหรับใครที่อาจไม่ได้ชอบว่ายน้ำหนักๆ ก็จะมีพื้นที่ให้นั่งเล่น ชมวิวได้สบายๆ และยังมี Sky Terrace Garden ให้นั่งเล่นได้อีกตำแหน่งหนึ่ง มีห้องน้ำแยกชายหญิงที่ภายในจัด Sauna มาให้สำหรับห้องน้ำชาย และห้อง Steam สำหรับห้องน้ำหญิง

การวางผังพื้นที่ในชั้นนี้โดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดี แต่ในแง่ของการวาง Zoning ยังมีบางห้องที่อาจเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง เมื่อแยกส่วนพื้นที่ส่วนกลางและห้องพักอาศัยที่มีทั้งหมด 4 ยูนิตในชั้นนี้ เนื่องจากในโซนห้องพักอาศัยส่วนใหญ่ของชั้นนี้จะมีประตูกั้นอีกชั้นหนึ่งให้ ทำให้ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ที่พักอาศัยในชั้นนี้ไว้ได้ แต่จะมีห้องทางทิศใต้ที่อยู่ติด Lift Lobby เพียงห้องเดียวที่อยู่นอกโซนนี้ ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากคนที่เดินผ่านไปมาหน้าห้องพอสมควร ส่วนห้องอื่นๆจะได้โถงทางเดินแบบ Single Corridor ครับ

Image 1/9
ขึ้นมาด้านบนโถงลิฟต์จะเป็นอีกแบบ ไม่ได้ตกแต่งเหมือนชั้น 1 นะครับ จะได้ช่องแสงขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างเหมือนกัน

ขึ้นมาด้านบนโถงลิฟต์จะเป็นอีกแบบ ไม่ได้ตกแต่งเหมือนชั้น 1 นะครับ จะได้ช่องแสงขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างเหมือนกัน

ชั้น Roof Top

พื้นที่ส่วนกลางบนชั้นนี้จัดเป็นลักษณะของ Sky Terrace แบบ Open Air ทั้งหมด มีมุมต่างๆ ให้นั่งชมวิว นั่งพักผ่อน และมีส่วนที่เป็น View Point Deck ไว้ให้ชมวิวได้หลายทิศเลย ส่วนตัวชอบที่มีพื้นที่รองรับหลายรูปแบบ ทั้งสำหรับมานั่งเล่นคนเดียว มาเป็นกลุ่ม หรือพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นก็มีพื้นที่รองรับไว้ให้ และนอกจากพื้นที่บนนี้จะใช้เป็น Facilities ที่ชั้นบนสุดแล้ว Roof Floor ยังมีข้อดีที่ช่วยป้องกันความร้อนจากบนหลังคาให้แก่ห้องพักบนชั้น 29 ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

Image 1/4
ฝั่งทิศใต้จะมีพื้นที่โล่ง สำหรับให้ออกมารับวิวได้ พาน้องๆมาเดินเล่นได้ครับ แต่ส่วนตัวมองว่าน่าจะวางชุดโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้หน่อย สำหรับใช้งานพื้นที่นี้ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ฝั่งทิศใต้จะมีพื้นที่โล่ง สำหรับให้ออกมารับวิวได้ พาน้องๆมาเดินเล่นได้ครับ แต่ส่วนตัวมองว่าน่าจะวางชุดโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้หน่อย สำหรับใช้งานพื้นที่นี้ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น


วิเคราะห์ห้องพักอาศัยและวิวรอบๆโครงการ

Image 1/6
ผังพื้นชั้น 9

ผังพื้นชั้น 9

สำหรับการออกแบบห้องพักของที่นี่โดยรวมหลักๆแล้วจะเหมือนกันทุกชั้น โดยมีจำนวนห้องอยู่สูงสุดที่ 11 ยูนิตต่อชั้น ซึ่งถือว่าน้อยนะ มีลิฟต์โดยสารอยู่ 2 ตัว หรือเทียบเป็นอัตราส่วน ลิฟต์ 1 ตัวต่อ 97 ยูนิต ก็จัดมาไม่ได้มากไม่ได้น้อย

ในส่วนของทางเดิน จะเป็นแบบ Double Corridor คือมีห้องอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง แต่ก็ออกแบบให้ประตูห้องส่วนใหญ่ไม่อยู่ตรงกับห้องฝั่งตรงข้ามนะ จะช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวได้บ้าง แต่โถงทางเดินไม่ค่อยมีช่องแสงให้ทำให้อาจจะทำให้มืดและอับชื้นได้ง่าย แต่ทางโครงการก็ใช้ไฟตามแนวทางเดินแบบ Sensor จับความเคลื่อนไหว ทำให้ช่วยประหยัดไฟได้บ้าง

ส่วนการวางรูปแบบห้องภายในอาคาร จะมีรูปแบบห้องหลากหลายแบบมากตั้งแต่

  • 1 Bedroom ขนาด 30 – 31 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 1 Bathroom ขนาด 44 – 52.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 2 Bathroom ขนาด 51 – 61 ตร.ม.

โดยในชั้นช่วงประมาณ 9-24 จะเน้นห้อง 1 Bedroom วางไว้บริเวณทิศใต้, ตะวันออกและตะวันตก ทั้ง 3 ฝั่งเลย ส่วนทิศเหนือจะเป็นห้องแบบ 2 ห้องนอนขนาดใหญ่ครับ และในชั้นสูงๆที่เหลือก็จะเป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด และจำนวนยูนิตก็ลดลงด้วยเช่นกัน บางชั้นจะมีพื้นที่ Private Garden ให้หลังห้องด้วย ซึ่งรวมๆแล้วมีแบบห้องที่ไม่ซ้ำกันทั้งหมดประมาณ 19 แบบ จัดว่าหลากหลายมากๆครับ

วิวแต่ละทิศรอบๆโครงการ

ลองมาดูวิวแต่ละฝั่งกันบ้างครับ ผมถ่ายจากชั้น 10 ของโครงการ ซึ่งเป็นชั้นเริ่มต้นแรกๆ ของห้องพักอาศัย (เริ่มต้นที่ชั้น 9) บรรยากาศรอบๆโครงการในแต่ละฝั่งก็มีคาแร็คเตอร์ไม่เหมือนกันเลย ซึ่งด้วยรูปทรงอาคารและตำแหน่งแต่ละห้อง ทำให้จะมีวิวที่หลากหลายและต่างกันครับไปครับ อาจจะไม่ได้ตรงแนวทิศทั้งหมดซะทีเดียว

Image 1/4
วิวทิศเหนือจะค่อนข้างโล่งครับ ตรงข้ามเป็นอาคาร Low Rise ประมาณ 5 ชั้น ซึ่งก็จัดเป็นฝั่งที่โล่งที่สุดเลย แต่จะเป็นฝั่งของถนนลาดพร้าวซึ่งจะเป็นทางเข้าออกโครงการ มีรถวิ่งไปมาตลอดทั้งบนถนนและเข้าออกโครงการ ทำให้ชั้นล่างๆหน่อย จะได้รับผลกระทบเรื่องเสียงและฝุ่นบ้างครับ

วิวทิศเหนือจะค่อนข้างโล่งครับ ตรงข้ามเป็นอาคาร Low Rise ประมาณ 5 ชั้น ซึ่งก็จัดเป็นฝั่งที่โล่งที่สุดเลย แต่จะเป็นฝั่งของถนนลาดพร้าวซึ่งจะเป็นทางเข้าออกโครงการ มีรถวิ่งไปมาตลอดทั้งบนถนนและเข้าออกโครงการ ทำให้ชั้นล่างๆหน่อย จะได้รับผลกระทบเรื่องเสียงและฝุ่นบ้างครับ

แบบห้อง

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • มีแบบห้องให้เลือกหลายแบบ
  • ไม่มีห้องที่เป็นครัวปิดเลย ข้อดีคือได้ความโล่งภายในห้อง แต่ใครที่ชอบทำอาหารก็สามารถต่อเติมเองได้ในบางแบบห้อง
  • มีห้องน้ำแบบเข้าได้หลายทาง ทำให้สะดวกในการใช้งานและรักษาความเป็นส่วนตัวได้ดี

Product Overview

Metris ลาดพร้าว มีรายละเอียดรูปแบบห้องขายทั้งหมดดังนี้

Image 1/4
1 Bedroom ขนาด 30.45 ตร.ม.

1 Bedroom ขนาด 30.45 ตร.ม.

  • 1 Bedroom 1 Bathroom 30 – 31 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.88 ล้านบาท

Image 1/10
2 Bedroom ขนาด 47.18 ตร.ม.

2 Bedroom ขนาด 47.18 ตร.ม.

  • 2 Bedrooms 1 Bathroom 44 – 52.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.08 ล้านบาท

Image 1/5
2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 52.14 ตร.ม.

2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 52.14 ตร.ม.

  • 2 Bedrooms 2 Bathroom 51 – 61 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 8.5 ล้านบาท


ห้อง 1 Bedroom ขนาด 30.45 ตร.ม.

เป็นห้องแรกของเราในวันนี้นะครับ เป็นห้อง 1 Bedroom 30.45 ตร.ม. เป็นห้องทรง 4 เหลี่ยมที่เมื่อเข้ามาจะเจอกับครัวก่อนเลย เป็นครัวเปิดที่ช่วยทำให้ห้องดูโล่ง แต่สำหรับใครที่ชอบทำอาหารอาจจะไม่สะดวกนัก เพราะควบคุมกลิ่นและควันได้ยากหน่อย เข้ามาจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นที่รวมส่วนรับประทานอาหารไว้กับห้องนั่งเล่นด้วย ด้านในจะเชื่อมต่อไปยังระเบียงห้องทำให้ตรงนี้เป็นช่องแสงหลักของห้อง ด้านข้างจะเป็นห้องน้ำที่มีทางเข้าออก 2 ทาง ใช้ร่วมกับห้องนอนด้านใน ข้อดีคือใช้งานได้สะดวกและได้ความเป็นส่วนตัวเวลามีแขกมาที่ห้อง ส่วนด้านในห้องนอน จะได้ห้องนอนขนาดค่อนข้างกว้าง ที่มีพื้นที่ทำ Walk-in Closet หน้าห้องน้ำอีกฝั่งให้ด้วย ลองเข้าไปชมกันครับ

Kitchen

ส่วนแรกที่เข้ามาในห้องจะเป็นพื้นที่ของครัวเลยครับ เป็นครัวเปิดที่ใช้งานได้ง่ายและช่วยทำให้ห้องดูกว้าง แต่จะยากเวลาทำอาหารหน่อย เพราะควบคุมกลิ่นและควันไม่ให้ไปรบกวนส่วนอื่นได้ยาก จะเหมาะกับการทำอาหารง่ายๆ เช่นต้ม หรืออุ่นด้วยไมโครเวฟกันซะมากกว่า

Image 1/2
ตรงนี้จะไม่มีพื้นที่ให้วางตู้รองเท้า ทำให้อาจจะต้องนำไปเก็บภายในห้อง ด้านข้างจะเป็นห้องน้ำครับ

ตรงนี้จะไม่มีพื้นที่ให้วางตู้รองเท้า ทำให้อาจจะต้องนำไปเก็บภายในห้อง ด้านข้างจะเป็นห้องน้ำครับ

ครัวที่นี่จะได้ Top เป็นหินสังเคราะห์ Backsplash เป็นกระเบื้องแบบในห้องตัวอย่างเลย ส่วนอ่างล้างจานและเตาไฟฟ้าจะเป็น Hafele แบบดูควันออกภายนอก ครับ

Bathroom

ตำแหน่งของห้องน้ำจะอยู่ใกล้กับทางเข้าออกห้องและครัว แถมยังสามารถเข้าได้จากห้องนอนด้วย ทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทุกพื้นที่ ภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้แผ่นใหญ่โทนสีอ่อน สุขภัณฑ์และอุปกรณ์จะเป็นของ Hafele

Image 1/4
ประตูห้องน้ำทางฝั่งนี้จะเป็นแบบบานเลื่อน เป็นหน้าบานไม้เมลามีน แต่ดีที่ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งได้ดี ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้นเลย แถมตัวประตูเองก็ตั้งอยู่บนพื้นห้อง ไม่โดนน้ำภายในห้องน้ำได้ง่ายๆแน่นอน

ประตูห้องน้ำทางฝั่งนี้จะเป็นแบบบานเลื่อน เป็นหน้าบานไม้เมลามีน แต่ดีที่ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งได้ดี ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้นเลย แถมตัวประตูเองก็ตั้งอยู่บนพื้นห้อง ไม่โดนน้ำภายในห้องน้ำได้ง่ายๆแน่นอน

Living Area + Balcony

ส่วนห้องนั่งเล่นจะอยู่ด้านในของตัวห้อง ได้ช่องแสงจากระเบียง จะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.3 เมตร จะเหมาะกับทีวีขนาดประมาณ 50-55 นิ้ว ครับ ส่วนพื้นที่ตรงนี้อาจจะวางโต๊ะกลางได้ยากหน่อยเพราะเป็นพื้นที่ออกไประเบียง ซึ่งถ้าอยากจะวางก็อาจจะต้องมีขนาดเล็กนิดนึงครับ

Image 1/2
พื้นที่ตรงนี้จะรวมส่วนของรับประทานอาหารไว้ด้วย ก็จะสามารถวางได้ประมาณ 2-3 ที่นั่งครับ อย่างมากนะ

พื้นที่ตรงนี้จะรวมส่วนของรับประทานอาหารไว้ด้วย ก็จะสามารถวางได้ประมาณ 2-3 ที่นั่งครับ อย่างมากนะ

Bedroom + Extra area

ห้องนอนจะเป็นฟังก์ชันที่อยู่ด้านในสุดของห้อง ติดกับหน้าต่างด้วย เลยเป็นห้องที่ได้รับแสงเหมือนกัน ห้องนี้สำหรับเรามองว่าสามารถวางเตียง 5-5.5 ฟุตได้นะ พอมีทางเดินข้างเตียงอยู่ โต๊ะหัวเตียงก็สามารถวางได้ ด้านในของห้องจะมีพื้นที่หน้าห้องน้ำให้ด้วยครับ

Image 1/3
ส่วนทางปลายเตียงไม่เหมาะกับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์เท่าไหร่ แต่ถ้าใครอยากติดทีวีแนะนำให้เป็นทีวีแขวนผนังเหมือนกับห้องตัวอย่างจะดีกว่าครับ มีช่องแสงให้เล็กๆ แอบเสียดายที่เล็กไปหน่อย

ส่วนทางปลายเตียงไม่เหมาะกับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์เท่าไหร่ แต่ถ้าใครอยากติดทีวีแนะนำให้เป็นทีวีแขวนผนังเหมือนกับห้องตัวอย่างจะดีกว่าครับ มีช่องแสงให้เล็กๆ แอบเสียดายที่เล็กไปหน่อย


ห้อง 2 Bedroom ขนาด 47.18 ตร.ม.

เป็นห้อง 2 Bedroom 1 Bathroom ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ รับวิวฝั่งถนนลาดพร้าว ซึ่งจะมีแบบห้องนี้ประมาณชั้นละ 2 ห้อง ข้อดีคือเป็นห้องหน้ากว้าง ได้ช่องแสงในหลายๆส่วนของห้อง ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอนทั้งสองห้อง เรียกว่าได้แสงเพียงพอทั้งวันเลยล่ะครับ

ส่วนภายในห้องจะแยกส่วน Common Area กับ Living Area ได้ชัดเจน ส่วนแรกที่เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่นก่อนเลย ด้านในเป็นห้องกินข้าวและครัวติดระเบียง ซึ่งขนาดระเบียงก็จะใหญ่หน่อย เพราะวางเครื่องซักผ้าด้านในแล้ว ส่วนพื้นที่ห้องนอนทั้งสองจะอยู่ติดริมห้อง ได้แสงธรรมชาติครับ โดยจะมีห้องน้ำอยู่ตรงกลางห้องเลยทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทุกส่วนภายในห้อง

Living Room

เปิดประตูเข้ามาเจอกับส่วนของ Living Room ก่อนเลยครับ ขนาดค่อนข้างกว้างเลย เป็นจุดเด่นของห้องนี้เลยครับ เพราะสามารถจัดได้หลากหลาย วางโซฟาขนาดใหญ่ได้สบายๆ

Image 1/3
พื้นที่หน้าห้องจะมีขนาดกว้าง วางชั้นวางรองเท้าได้ ตรงนี้จะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 3.4 เมตร ถือว่ากว้างมากๆ เหมาะกับการวางทีวีขนาด 60 นิ้วขึ้นไปครับ ส่วนพื้นที่นี่สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายเลย จะวางโซฟาขนาดเล็กน้อย

พื้นที่หน้าห้องจะมีขนาดกว้าง วางชั้นวางรองเท้าได้ ตรงนี้จะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 3.4 เมตร ถือว่ากว้างมากๆ เหมาะกับการวางทีวีขนาด 60 นิ้วขึ้นไปครับ ส่วนพื้นที่นี่สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายเลย จะวางโซฟาขนาดเล็กน้อย

Kitchen + Balcony

อย่างที่บอกไปว่าด้านในจะเป็นห้องครัวครับ ข้อดีคือได้ติดระเบียง และเป็นพื้นที่ที่สามารถปิดเป็นตัวปิดเสริมเองได้ด้วย โดยส่วนประกอบต่างๆจะเป็นเหมือนห้องก่อนหน้านี้

Image 1/4
Top ครัวจะเป็นหินสังเคราะห์เช่นเดิม Backsplash จะเป็นกระเบื้อง ส่วนอ่าง, เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันแบบดูดออกภายนอกจะเป็นของ Hafele เช่นเดิม

Top ครัวจะเป็นหินสังเคราะห์เช่นเดิม Backsplash จะเป็นกระเบื้อง ส่วนอ่าง, เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันแบบดูดออกภายนอกจะเป็นของ Hafele เช่นเดิม

Multi purpose room

ห้องนอนรองหรือห้องอเนกประสงค์ของห้องนี้สามารถจัดได้หลากหลายเลยครับ ข้อดีคือได้ช่องแสงในตัว และประตูห้องแบบทึบ ทำให้สามารถทำเป็นห้องนอนได้สบายๆ แถมมีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าภายในห้อง

Image 1/2
ภายในห้องเหมาะจะวางเตียง 3.5 ฟุต ครับ จะได้เหลือพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าภายในห้องให้ใช้งานได้ง่ายด้วย

ภายในห้องเหมาะจะวางเตียง 3.5 ฟุต ครับ จะได้เหลือพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าภายในห้องให้ใช้งานได้ง่ายด้วย

Bathroom

ห้องน้ำของห้องนี้จะมีสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆเหมือนกันห้องก่อนหน้านี้ทั้งหมดเลยครับ แต่รูปทรงของห้องไม่เหมือนเดิมกัน ลองเข้าไปชมเลย

Image 1/4
ห้องน้ำจะตั้งอยู่ก่อนถึงห้องนอนหลัก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ตรงกลางของห้องนี้ครับ สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทุกตำแหน่ง

ห้องน้ำจะตั้งอยู่ก่อนถึงห้องนอนหลัก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ตรงกลางของห้องนี้ครับ สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทุกตำแหน่ง

Bedroom

มาดูที่ห้องนอนหลักกันต่อเลยครับ เป็นห้องนอนหลักที่มีขนาดไม่ได้เยอะนัก แต่ก็ได้ช่องแสงของตัวเองและมีพื้นที่ Walk-in Closet ภายในตัวครับ

Image 1/2
ข้างในภายในห้องจะมีส่วนให้วางตู้เสื้อผ้าด้วย แนะนำว่าให้ใช้แบบหน้าบานเลื่อนเพื่อประหยัดพื้นที่ใช้งานหน้าตู้ครับ

ข้างในภายในห้องจะมีส่วนให้วางตู้เสื้อผ้าด้วย แนะนำว่าให้ใช้แบบหน้าบานเลื่อนเพื่อประหยัดพื้นที่ใช้งานหน้าตู้ครับ


สุดท้ายจะเป็นห้อง 2 Bedroom ขนาดประมาณ 48.02 ตร.ม. เป็นห้องลักษณะคล้ายๆเดิมครับ แยกส่วน Common Area กับ Living Area ไว้ค่อนข้างชัดเจน ได้ครัวเปิด และห้องนอนก็แยกห้องเป็น 2 ห้อง แต่มีห้องน้ำอยู่กลางห้อง เข้าถึงได้ง่ายจากทุกส่วนของห้องครับแถมยังเข้าได้จากห้องนอนหลักด้วย ลองเข้าไปชมภาพในแต่ละส่วนกัน

Image 1/6
เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับภาพนี้เลยครับ เห็นห้องนั่งเล่นอยู่ด้านใน มีส่วนของพื้นที่กินข้าวอยู่ด้วย

เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับภาพนี้เลยครับ เห็นห้องนั่งเล่นอยู่ด้านใน มีส่วนของพื้นที่กินข้าวอยู่ด้วย


สรุปวัสดุและของแถมภายในห้อง

  • รูปแบบการขาย : Fully Fitted
  • Digital Door Lock จาก Hafele
  • พื้น : ลามิเนต หนา 8 มม. สี white walnut
  • ครัว : Built-in + อ่างล้างจาน + เตาและเครื่องดูดควันแบบออกภายนอกจาก Hafele, Backsplash กระเบื้อง
  • ผนัง : ฉาบเรียบทาสี
  • ห้องน้ำ : สุขภัณฑ์ของ Hafele, ฉากกั้นอาบน้ำแบบกระจกนิรภัย
  • ฝ้าเพดาน : สูง 2.6 เมตร ฉาบเรียบ ติดไฟดาวน์ไลท์
  • กระจกเขียวใสตัดแสง กรอบบานอลูมิเนียม Anodize
  • ติดตั้งเครื่องปรับอากาศจาก Trane (ขนาดของ BTU เหมาะกับขนาดพื้นที่ภายในห้อง)

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

สำหรับเรื่องการเงินนั้น เรามองว่าคนที่อยากได้คอนโดนี้น่าจะมีงบประมาณ 4-9 ล้านบาทโดยประมาณ (เผื่อค่าตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ไว้ให้แล้ว) หรือว่ามีกำลังผ่อนอยู่ที่ 28,000-32,000 บาทต่อเดือนครับ

ตัวอย่างราคาห้องพักอาศัยในโครงการ Metris ลาดพร้าว ณ วันที่ 30 September 2020

  • ห้อง 1 Bedroom ห้องที่ 10A1-1_L ชั้น 10 ขนาด 30.45 ตร.ม.
    ราคา 4.46 ล้านบาท หรือ 146,469 บาท/ตร.ม.
  • ห้อง 2 Bedroom ห้องที่ 9C2-1E_R ชั้นที่ 9 ขนาด 47.18 ตร.ม.
    ราคา 6.8 ล้านบาท หรือ 144,128 บาท/ตร.ม.

ค่าใช้จ่ายต่างๆ

  • จอง 20,000 – 40,000 บาท
  • ทำสัญญา 30,000 – 60,000 บาท
  • ค่ากองทุน 650 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

โครงการ Metris ลาดพร้าว เป็นโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้าและห้างในระยะเดินได้ เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดสำหรับอยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า แต่ก็มีที่จอดรถยนต์ส่วนตัวให้เยอะเช่นกัน ทั้งยังมีซอยลัดเลาะที่เดินทางได้สะดวก ภายในโครงการเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตที่น้อย ชอบรูปแบบห้องที่มีขนาดใหญ่ ดูโปร่งโล่ง อยู่อาศัยได้สบาย 1-2 คนสำหรับ 1 ห้องนอน หรือจะอยู่กันเป็นครอบครัวขนาดเล็กกับห้องแบบ 2 Bedrooms ได้ สามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ มีพื้นที่ส่วนกลางแบบไม่ได้หวือหวามากแต่เหมาะกับจำนวนยูนิต