รีวิวฉบับที่ 200 ผู้อ่านหลายคนคงจะสังเกตได้ว่าทำไมมีรีวิวฉบับที่ 199 แล้วข้ามไปที่ 201 เลย รีวิวที่ 200 หายไปไหน? พอดีเลขสวยๆอย่างเลข 200 ทาง Think of Living เราก็อยากจะได้โปรเจคระดับสุดยอดมารีวิวเสียหน่อย ประกอบกับเมื่อช่วงที่ผ่านมามีการเปิดตัว Magnolias Ratchadamri Boulevard พอดี เลยได้ของดีมาลงแน่ๆแล้ว โครงการนี้เปิดตัวมาพักหนึ่งแต่ห้องตัวอย่างยังไม่เรียบร้อย ทางเราเลยยอมที่จะรอให้ทุกอย่างเนี๊ยบเสียก่อน ก่อนที่จะเริ่มรีวิวโปรเจคสำคัญระดับ ULTIMATE CLASS ที่หาดูกันได้ยากมากครับ

Fact @ 14 August 2012

  • Magnolias Ratchadamri Boulevard
  • Magnolia Finest Corporation Limited
  • ULTIMATE LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • คอนโด High Rise 60 ชั้น 1 อาคาร 200 ยูนิต
  • โรงแรม Waldorf Astoria แบรนด์สูงสุดของเครือโรงแรม Hilton
  • ที่จอดรถ 100%++
  • ที่ดินประมาณ 6ไร่
  • 1 Bedroom / 2 Bedrooms / Penthouse / Duplex Penthouse
  • พื้นที่ใช้สอย 48 – 360 ตร.ม.
  • ราคาประมาณ 10 ล้านบาท ถึง 70 ล้านบาท (เช่า 30 ปี) 
  • ราคาต่อตารางเมตรประมาณ 180,000 – 220,000 บาท (เช่า 30 ปี)

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

โครงการ Magnolias Boulevard ราชดำริ ตั้งอยู่บริเวณถนนราชดำริ เป็นที่ดินที่ติดกับโรงแรมเอราวัณและเพนินซูล่า หันหน้าออกไปทางทิศตะวันตก เห็น Royal Bangkok Sport Club ที่เป็นสนามกอล์ฟและสนามม้าดั่งในภาพวิวด้านล่าง

ตัวตึกตั้งอยู่ประมาณนี้ ติดถนนใหญ่ราชดำริเลย

วิวจากฝั่ง Sport Club

วิวจากฝั่ง Central World

จากหน้าโครงการสามารถเดินไป 2 สถานีรถไฟฟ้าได้ไม่ลำบาก ถ้าเดินไป BTS ราชดำริจะใกล้กว่าหน่อยประมาณเกือบๆ 300 เมตร ถ้าไป BTS ชิดลมจะใช้ระยะทางประมาณ 400 เมตร แต่ดีกว่าตรงที่สามารถขึ้น Skywalk ได้เลย

จะว่าไปถ้าพักอยู่ตรงนี้แล้วจะไปเดินห้างฯ ผมว่าเดิน Skywalk ไปตรงๆเลยดีกว่า Siam Square, Siam Paragon, Central World, Gaysorn, Central Chidlom หรือแม้กระทั่ง Central Embassy ที่กำลังจะเปิด ทุกอย่างอยู่ในระยะเดินถึงทั้งสิ้น เพราะเชื่อมกันด้วย Skywalk

 

มาดูทำเลรอบๆกันบ้างดีกว่า นี่เป็นบริเวณแยกราชประสงค์ที่ตั้งของ Central World

ลานด้านล่าง Central World

การจราจรตรงนี้จะติดขัดเป็นธรรมดา มุ่งหน้าประตูน้ำ วันไหนฝนตกก็เลี้ยวเข้าห้างได้เลย

การจราจรฝั่งราชดำริ หนึ่งในถนนที่รถติดที่สุดในประเทศไทย แต่ก็เป็นถนนที่คึกคักที่สุด แหล่งรวมโรงแรมระดับ 5-6 ดาวที่เจ๋งที่สุดเช่นกัน

ศาลท้าวมหาพรหม หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของคนไทยและชาวต่างชาติ กราบไหว้กันตลอดเวลา ไม่ว่าชาติไหน มาเมืองไทยก็ต้องไม่พลาดเข้าไปทำความเคารพบูชา

แปลงติดกันกับที่ดิน Magnolias คือ Grand Hyatt Erawan ตึกนี้นานแล้วสูงไม่มาก เลือกชั้นสูงกลางๆก็พ้นแล้ว

ตำแหน่งที่ตั้งสำนักงานขายของ Magnolias

ที่ติดกันคือ The Peninsula Plaza

ข้างๆจะเป็นซอยมหาดเล็กหลวง 1

ขนาดในซอยยังเอาโรงแรม 4-5 ดาวมาตั้งไว้ได้ Grande Centre Point เป็นต้น

ทางขึ้น Skywalk ที่บอก เดินง่าย

โรงพยาบาลตำรวจอยู่ฝั่งตรงข้าม

มีทางม้าลายไปยังคอนโดได้เลย

ถัดมาอีกหน่อยจะเป็นซอยมหาดเล็กหลวง 2

ข้างในมีโรงแรมหรรษา

ปากซอยคือ Four Seasons Hotel

มีพี่วินคอยรับส่งคนในซอย

ข้ามซอยมาก็จะเป็นโรงแรม St.Regis และห้องชุดสุดหรู The St.Regis Residence เริ่มที่ 99 ล้านบาท

ฝั่งตรงข้ามมี Pub ชื่อดัง Fallabella นักเที่ยวกลางคืนคงไม่มีคนไหนไม่รู้จัก

ทำเลเอาเท่านี้กันก่อน เรียกว่าเป็นจุดศูนย์กลางของกรุงเทพมหานครเลยก็ว่าได้ ถ้าไม่นับเรื่องราวกีฬาสีในช่วงที่ผ่านมา ทำเลนี้ต้องบอกว่าเป็นสุดยอดของทำเลทั้งกรุงเทพฯเลย

ปิดด้วยวีดีโอทำเลราชดำริ

เจาะลึกตัวโครงการ

ตัวโครงการออกแบบมาได้สวยมาก ตึกอื่นๆในถนนนี้เป็นเหลี่ยมๆหมด มีตึกนี้โค้งเป็นรูปกลีบดอกไม้ ผมได้มีโอกาสคุยกับคุณสุรวัฒน์ Design Director ของโครงการนี้ ที่เล่าให้ฟังอย่างใจจดใจจ่อว่าตึกนี้ออกแบบมาอย่างไร ฟังแล้วก็น่าทึ่งดีนะครับ คอนเซปท์แน่นปึ๊ก ไว้จะเอามาเล่าให้ฟังกันภายหลัง

ชั้นล่าง 1-16 เป็นโรงแรม Waldorf Astoria แบรนด์สูงที่สุดของ Hilton

หน้าตึกหันเข้าหาถนนราชดำริ

ตั้งแต่ชั้น 16 ซึ่งเป็น Facility ของโรงแรมขึ้นไปก็จะเป็นห้องพัก เริ่มจากชั้น 17 – 54

ด้านหลังอาคารจอดรถมีการออกแบบให้เป็นกลีบๆมาเชื่อมเข้ากับตัวอาคาร ที่จอดรถทะลุ 100% มีสวนที่เป็น Slope และสระว่ายน้ำขนาด 40 เมตร ด้านบนเป็นห้อง Grand Ballroom ของแขกโรงแรม Waldorf Astoria เวลาแขกมาก็จอดรถด้านหลังแล้วขึ้นไปยังห้อง Ballroom ได้เลย

สระว่ายน้ำชั้น 16 เป็น Facility ของโรงแรม

เรามาซูมให้ดู Facility ของตึกนี้อีกครั้ง จะเห็นว่าไม่มีทางลงที่จอดรถ เพราะมันซ่อนอยู่ใต้ Slope สวน! มุดลงไปจอดชั้น B1-B3 ได้ โดยที่เน้นความ Private อย่างสุดยอดเลย

3 ชั้นบนสุดเอาไว้เป็น Sky Bar

ดูวีดีโอกันเอาเองแล้วจะเข้าใจ

แบ่งเป็นชั้นๆดังนี้

ชั้นกลางๆจะเป็นแบบนี้ ตัวตึกเป็นทรงโค้ง เปิดมุมกว้าง หันบิดไปทาง Sport Club หน่อยๆ

ห้อง One Bedroom ที่จะรีวิว

ห้อง Two Bedrooms ที่จะรีวิว

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 40 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย
  • สวน Slope Garden
  • สิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรม 6 ดาว Waldorf Astoria
  • ลิฟท์สำหรับโดยสารหลัก 4 ตัว ลิฟท์อื่นๆแยกต่างหาก
  • ที่จอดรถ 100%++
  • ระบบรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวขั้นสุดยอด

Product Walkthrough

ห้องด้านหน้าประตูเป็นแบบนี้ บานที่สำนักงานขายใหญ่มากสูงเกือบ 3 เมตร ของจริงอาจจะลดขนาดลงมาหน่อย

เปิดเข้ามาเจอ Switch ไฟ

ตู้เก็บรองเท้าแบบ Custom Made

ชุดโซฟา โต๊ะกลางและ Armchair อย่างสวย ทั้งหมดรวมกันค่าตกแต่งห้องตัวอย่างราวๆ 3 ล้านบาท แต่ว่าห้องนี้ขายแบบ Fully Fitted นะครับ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์

ไม้พื้นเป็น Engineering Wood หนา 3 มม. Oak ทำสี Custom Made แบบเฉพาะตัว ไม่มีใครเหมือน

มุมนี้เด่นดี

ประตูด้านข้างเปิดออกมาเป็นเครื่องซักผ้า ด้านล่างแทนที่จะเป็นไม้ ก็ทำเป็นกระเบื้องให้ Washer / Dryer ใช้แบบเปิดฝาบนได้ด้วย เพราะไม่มีอะไรบังด้านบน

ข้างบนตู้นี้ก็เป็นระบบไฟ

พื้นที่ข้างๆโซฟา เฟอร์นิเจอร์ของชนินทร์แต่ละชิ้นแพงจริงอะไรจริง

ชิ้นนี้สุดยอดเลย สำหรับผมคิดว่าใช้พื้นที่ได้ดีมากๆ เป็น Island ที่เชื่อมครัวกับห้องนั่งเล่นเข้าด้วยกัน ด้านนี้กรุหนังแท้มีทีวี

ด้านหลังเป็นท๊อปหิน Quartz Composite เอาไว้เป็น Pantry Island

วางของเตรียมอาหารได้ทั้งหมด

ครัวระดับโลก นำเข้ามาในเมืองไทยใช้กับโครงการคอนโดมิเนียมเป็นเจ้าแรก Bulthaup ชุดนี้ล้านนึงได้

หน้าบานทุกชิ้นตัดด้วยเลเซอร์ เวลาตัดแล้วขอบจะแนบสนิทเวลาเปิดปิด ไม่มีเผยอ

เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นของ SIEMENS

เตาไฟฟ้า SIEMENS สำหรับห้องนอนเดี่ยวจะมี 2 หัว

เครื่องดูดควันก็เป็น SIEMENS

ท๊อปครัวเป็นหิน Quartz Composite รวมไปถึงผนังด้านหลังทั้งชุดด้วย

ซิงก์สแตนเลสหลุมลึกของ FRANKE

หัวก๊อกซิงก์ล้างจาน

มีที่พักจาน และ Accessory ให้ด้วย

ตู้ทุกบานเป็น Soft Close มีสวิทช์ไฟปิดเปิดได้

โลโก้ bulthaup

โซนนั่งกินข้าว อยากจะบอกว่าใช้เป็น Working Area ก็ได้ เพราะว่าบรรยากาศต่างๆให้มากๆ แทนที่จะใช้นั่งกินข้าวอย่างเดียว

กระจกของที่นี่ไม่มีกรอบให้เกะกะลูกตานะครับ ตัวกรอบทั้งหมดถูกฝังเข้าไปให้ขอบอยู่ในระดับเดียวกับพื้นไม้ เรียบแบบว่าเดินแล้วไม่เตะ ดังนั้นสิ่งที่เห็นในระดับสายตาทั้งหมดจะเป็นกระจกไร้ขอบ

บานกระจกหนา 30 มิลลิเมตร Double Glazing IGU Low-e เป็นกระจก 3 แผ่นวางประกบกัน 1 แผนชั้นด้านใน 2 แผ่นชั้นด้านนอก โดยมีการเว้นช่องอากาศให้กันเสียงกันความร้อน แล้วเคลือบผิวด้วย Low-E ตัดความร้อนอีกระดับ

ฝ้าดรอปไม่ใช่แค่สำหรับผ้าม่าน แต่สำหรับขอบกระจกด้วย ความสูงของฝ้าถึงจุดที่ “ดรอปแล้ว” คือ 3 เมตร ถ้าเป็นจุดที่มีแอร์จะสูง 2.7 เมตร

สีพื้นออกเทาปนเหลืองแบบ Vanilla Sky สั่งทำพิเศษสำหรับโครงการนี้โดยเฉพาะ

จุดนี้คือจุดที่ฝ้าสุูงแค่ 2.7 เมตร มีแอร์ระบบส่งมาให้ในแต่ละห้อง ดังนั้นจะไม่มี Compressor แอร์ ทุกอย่างใช้ของส่วนกลาง ห้องเครื่องตั้งอยู่บนยอดตึก

แอร์แบบ Split Type Water Cooling ใช้น้ำ Recycle ในโครงการ เป็นการออกแบบ Sustainability Building ที่ไม่ค่อยมีคนทำ

มาดูห้องนอนกันบ้าง แต่งได้หรูหราเหมือนเดิม

ปลายเตียงมีพื้นที่พอให้เดินได้

กระจกห้องนอนเป็นบานใหญ่มาก สูง 3 เมตรไม่มีอะไรมาบังสายตา ไม่มีเส้นกรอบแนวขวาง

มาดูภาพรวมห้องนอนกัน

ตู้เสื้อผ้ามีให้แต่ว่าเป็นบานทึบไม่ใช่บานโปร่งแบบห้องตัวอย่าง

มือจับตู้เสื้อผ้า

ในตู้ซ่อนไฟ LED

มีชั้นวางของเป็นชั้นๆ

มาดูห้องน้ำกันบ้าง ผมว่าก็เป็นไฮไลท์ได้เลย พื้นเป็นหินอ่อนนำเข้า

ห้องน้ำ

ชิ้นนี้เป็น KOHLER ตัวท๊อปๆ

ซิงก์ของ KOHLER อันใหญ่มาก วางอยู่บนท๊อปหินแท้

ก๊อกน้ำ Dorn Bracht รุ่นใหม่สุด แบรนด์ระดับโลกอีกแล้ว ส่วนใหญ่จะเจอแต่ในโรงแรม 6  ดาว

ห้องน้ำ มองดูข้างบนนะครับ นั่นคือ Rain Shower ของแท้ ต้องยิงลงมาจากฝ้า

หัวก๊อกฝักบัวสองระบบ Rain / Hand

หน้าตาของฝักบัว หมุนปรับความแรงได้

รุ่นนี้ของ hansgrohe

เดรนน้ำเป็นแบบร่อง ไม่มีฟลอร์เดรนให้เห็น พื้นหินอ่อนมีการทำเส้นขีดๆเอาไว้ ตรงนี้ไว้กันลื่นนะครับ

ด้านล่างของฉากกั้นอาบน้ำมีกินใช้หินอ่อนมาทำเป็นที่กั้นน้ำไม่ให้นองออกไปด้านนอก ลบมุม ลบขอบเรียบร้อย

ธรณีประตูห้องน้ำเนี๊ยบ ลบขอบ เดินแล้วไม่เตะ เป็นระดับเดียวกับพื้นห้องนอน

ลืมให้ดูมือจับตู้ครัว สวยงามๆ

นี่เป็นห้องแบบ 2 Bedrooms ขนาด 98 ตารางเมตร ห้องจะค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยม ซึ่งอาจจะขัดกับ Floor Plan ที่เป็นทรงกลม

Digital Doorlock ของ Yale มีให้ทั้งห้อง 1 Bedroom และ 2 Bedrooms

ห้องนี้แต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ของ Barbara Barry แพงจับใจเช่นกัน

ห้องนั่งเล่นเป็น Open Plan เน้นความกว้าง มีจุดที่เป็นระเบียงอยู่ด้านหลัง

ครัวเป็นของ bulthaup เช่นกัน

เตาไฟฟ้าเป็น 4 หัว

มี Island ให้แบบเต็มตัว ไม่ต้องแชร์พื้นที่กับจอทีวีเหมือนห้อง 1 Bedroom

ห้องนั่งเล่น กว้างขวาง รองรับแขกเหรื่อได้สบาย

โต๊ะรับประทานอาหารกับทีวี

ห้องเก็บของที่นี่ใหญ่มาก วางเครื่องซักผ้าได้ มีช่องวางของได้ดี

เดินไปดูระเบียงกันบ้าง

ตัวล็อคเป็นแบบนี้ สีเขียวเปิดได้

สีแดงเปิดไม่ออก

เลื่อนๆเอา กระจกต้องยอมรับว่าหนักครับ บานใหญ่ น้ำหนักมาก แต่ก็ยังเลื่อนได้อยู่

ราวจับระเบียงเป็นสแตนเลส กระจก Tempered Glass

มองขึ้นไปด้านบนเห็นงานจบขอบสแตนเลส

ห้องนอนเล็กนะครับ ขนาดใหญ่พอๆกับห้องนอนใหญ่ของที่อื่น แต่ห้องนี้จะวางชั้นวางทีวีไม่ได้ ขนาดจะไม่พอ เลยต้องเอาทีวีแขวน

ตู้เสื้อผ้าที่ได้เป็นแบบนี้

แอร์ฝังทุกจุด

ขนาดค่อนข้างฟิตเลยต้องใช้วิธี Built หัวเตียงเอา

ประมาณนี้

ห้องน้ำเกรดเดียวกันทั้งหมด

สุขภัณฑ์ก็ชุดเดียวกัน

ตู้โค้งบานคลาสสิกของ Barbara Barry วางอยู่หน้า Master Bedroom

ห้องนอนใหญ่ขนาดดีมาก

มุมนี้

มีโต๊ะเครื่องแป้ง Full Size วางอยู่ หลบเสาเข้าไป

ตรงนี้เป็นเสาเลยต้องเอาทีวีแขวน

ตู้เสื้อผ้า

ห้องนี้จะมีอ่างอาบน้ำเติมเข้ามาเป็น 4 Fixtures

ใช้ของ Kasch และบิ้วขอบอ่างรอบๆด้วยหินอ่อน

มีที่รองคอ

ห้องน้ำแบบเต็มๆ

มีชั้นวางของเหนือซิงก์ ติดปลั๊กที่โกนหนวดไว้และเจาะช่องสายไฟให้ด้วย

นี่ไม่ใช่กระเบื้องโมเสกนะครับ แต่เป็น “เปลือกหอย” แท้ๆ

รวมอุปกรณ์ห้องน้ำ

สายฉีดชำระ

ที่วางกระดาษทิชชู่

มือจับห้องอาบน้ำ

บัวพื้นก็ยังมีรายละเอียด

เท่านี้ก่อนครับ ของจริงดูดีกว่ารูปประมาณ 3 เท่า กล้องไอโฟนถ่ายได้เท่านี้ก็บุญแล้ว

ราคาและเงื่อนไขการเช่า 30 ปี @ 14/08/2012

  • 1 Bedroom ชั้น 27 ห้อง AA07 เนื้อที่ 57.32 ตารางเมตร ราคา 10.2 ล้านบาท หรือประมาณ 178,000 บาทต่อตารางเมตร
  • 2 Bedrooms ชั้น 28 ห้อง BF03 เนื้อที่ 96.67 ตารางเมตร ราคา 17.55 ล้านบาท หรือประมาณ 181,500 บาทต่อตารางเมตร
  • Duplex Penthouse ชั้น 51 ห้อง DC03 เนื้อที่ 315.9 ตารางเมตร ราคา 69.99 ล้านบาท หรือประมาณ 222,000 บาทต่อตารางเมตร

  • Fully Fitted
  • จอง 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 10%
  • ผ่อนดาวน์ 20% / 24 งวด
  • ค่าเช่า Sub-lease Registration 70%
  • ค่ากองทุน 1,000 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 90 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

เจาะลึกรวบยอด

โครงการนี้ก็ขอแหกกฎ Think of Living ที่จะต้องติบ้างชมบ้างไปหน่อยแล้วกันนะครับ เนื่องจากเป็นโครงการระดับสุดหรู จะไปบอกว่า โครงการนี้แพงจังแถมไม่ได้กรรมสิทธิ์ตลอดชีพด้วย อะไรแบบนี้ก็ใช่ที่ เพราะความแพงของแต่ละคนไม่เท่ากัน คนที่คิดจะซื้อ Magnolias Ratchadamri Boulevard นี้ได้ก็ต้องมีฐานะระดับหนึ่ง และเห็นว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับ Lifestyle ของเขาในระยะเวลา 30 ปีที่ซื้อไป แม้ว่าบางคนจะเป็นเจ้าของทั้ง St.Regis ที่อยู่ข้างๆด้วยแล้วก็ตาม

ทำเลราชดำริก็เป็นอะไรที่รู้ๆกันอยู่แล้ว ยิ่งอยู่ต้นๆราชดำริด้วยความแพงก็จะยิ่งตามกันไป เป็นทำเลของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง โรงแรม 5-6 ดาว จากหลายๆแบรนด์ เป็นแหล่งสะท้อนการใช้ชีวิตหรูหราไฮโซของคนในกรุงเทพมหานคร คนที่เป็นสมาชิก Sport Club ก็สามารถเข้าไปใช้ Facility ขี่ม้าตีกอล์ฟได้ แต่ถ้าไม่ได้เป็นสมาชิก จะไปวิ่งจ๊อกกิ้งรอบสวนลุมก็ยังใกล้นิดเดียว สภาพแวดล้อมสภาพถนนเขียวขจีร่มรื่น เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย ไม่คึกคักจนเกินไปเพราะไม่มีห้างใหญ่บนถนนเส้นนี้ แต่ในขณะเดียวก็ก็สามารถไปใช้ Lifestyle ของห้างฯใหญ่ได้บนถนนพระราม 1 ที่ถัดออกไปเพียง 200-300 เมตร

การเดินทางด้วยรถยนต์กลับไม่ค่อยสะดวกเท่าไร เพราะถนนเส้นราชดำรินี้เป็นถนนที่คนทุกสารทิศจะเดินทางผ่านเพื่อไปยังศูนย์การค้าและโรงแรม การจราจรจะหนาแน่นมากๆที่ช่วงแยกราชประสงค์ในฝั่งไปประตูน้ำหรือช่วงแยกพระราม 4 ในฝั่งมุ่งหน้าออกพระราม 4 พอรถติดขึ้นมาทีก็จะ Lock ทุกด้านกระดุกกระดิกแทบไม่ได้ เพราะไม่มีทางหนีทีไล่ ไปวิทยุก็ติด ประตูน้ำติด พระราม 4 ติด ก็ต้องฝ่ารถติดกันไป ซึ่งในจุดนี้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ใจกลางเมืองต้องยอมรับได้นะครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถไฟฟ้าต้องบอกว่าสะดวกแทบจะไม่รู้สะดวกอย่างไรแล้ว ทำเลของตึก Magnolias นี้เดินไปได้แทบทุกที่ ตั้งแต่ Siam Paragon ยัน Central Chidlom และติดรถไฟฟ้าสองสถานีของสองสาย คือราชดำริ (สายสีลม) และชิดลม (สายสุขุมวิท) โดยไม่ต้องไปรอเปลี่ยนรถที่สยาม ทำให้ประหยัดเวลาไปอีกมาก

พูดถึงความสวยงามและความใส่ใจในรายละเอียด ผมว่าที่นี่ทำได้ออกมาดีทีเดียว งานออกแบบหลายๆจุดได้แสดงอยู่ในห้องตัวอย่าง ทั้งเรื่องการคำนึงถึงเรื่องความร้อน การใช้ Sunshade รูปกลีบดอกไม้หมุนรอบตึกบังแดดในแต่ละทิศ การคำนึงถึงเรื่องแรงลมและการออกแบบตึกให้เป็นทรงโค้งมี Aerodynamics ลดแรงลมที่เข้าปะทะตึกสูง 60 ชั้น

รอยต่อของพื้นห้องตัวอย่างนั้นไม่มี คือเดินแล้วไปเตะโน่นนี่ตามพื้นจะไม่เจอ เพราะกดขอบกระจกลงไปหมด บานกระจกก็ใช้บานใหญ่ไม่มีรอยต่อ ไม่มีกรอบมาบังวิวที่มีมูลค่าสูงๆอย่าง Sport Club หรือ City View ฝั่ง Central World

วัสดุอุปกรณ์ของตึกนี้เรียกว่าเอาเกรดท๊อปมาเลยก็ว่าได้ แบรนด์อย่าง bulthaup, dornbracht, hansgrohe เป็นแบรนด์ที่หาได้ยาก และวัสดุแปลกๆอย่างโมเสกเปลือกหอยแท้ หรือหิน Quartz Composite บางพิเศษ ก็ใช่ว่าจะหาดูได้ง่ายๆเช่นกัน

Facility ของตึกนี้สวยและใหญ่ สระว่ายน้ำนี่ยาว 40 เมตร แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นจุดเด่นเท่ากับทำเลและปัจจัยเรื่องวัสดุอุปกรณ์ ทาง Developer เน้นคอนเซปท์การใช้ชีวิตร่วมกับโรงแรมระดับ 6 ดาวมากกว่า โดยให้ทาง Waldorf Astoria มารันโรงแรม เปิดร้านอาหาร มี Skybar ทำ Facility อะไรไว้ให้เรียบร้อย จากนั้นผู้ที่อยู่อาศัยในตึกก็สามารถเข้ามาใช้ร่วมกันได้ ตั้งแต่ภัตตาคารมีชื่อจนไปถึงห้องจัดเลี้ยงขนาด Grand Ballroom หรือจะว่ากันตรงๆ อยากกินร้านอาหารดีๆร้านไหน ก็สามารถเดินไปที่โรงแรมนั้นๆได้เลย

อ่อแล้วก็ อย่าเอา Magnolias ไปเทียบกับ St.Regis นะครับ ห้องแพงสุดของ Magnolias พึ่งจะ 70 ล้าน ซื้อห้องถูกสุดของ St.Regis 99 ล้านยังไม่ได้เลย ดังนั้นตลาดกลุ่ม 10 ล้าน กับกลุ่ม 100 ล้านนั้นต่างกันชัดเจนครับ ยกเว้นแถวๆ 50-70 ล้าน ที่จะใกล้เคียงหน่อย ส่วน Ritz Carlton Residence ที่มหานครนั้นคนละทำเล … ไว้ถ้ามีโอกาส เราอาจจะได้ไปรีวิวกันหน่อยละ

Judgement

ตึกนี้ก็รีวิวเอามันส์นะครับ นานๆจะได้เห็น ULTIMATE LUXURY CLASS สักรอบ ไม่มีคะแนนครับ

NOT JUDGED

BOTTOM LINE

ใครมีเงินเหลืออยากครอบครองตึกคุณภาพเยี่ยม ทำเลราชดำริ ใกล้ทุกศูนย์การค้า ก็ต้องพิจารณา Magnolias Ratchadamri Boulevard เป็นหนึ่งในตัวเลือกละครับ

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปครับ