Perspective02

รีวิวฉบับที่ 605  … สวัสดีค่ะ : ) วันนี้เราพาท่านผู้อ่านมาชมโครงการ Maestro 02 ร่วมฤดี คอนโด Low Rise 8 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนทำเลสงบในซอยร่วมฤดี 2 ใจกลางเมืองย่านเพลินจิต จาก Major Development ค่ะ ตัวโครงการตั้งอยู่ห่างจาก BTS เพลินจิตประมาณ 1.1 กิโลเมตร เข้าไปอยู่ในซอยร่วมฤดี 2 ซึ่งซอยนี้จะเป็นที่ดินโซนที่พักอาศัยในย่านเพลินจิต ที่ตอนนี้ก็เหลือที่ดินเปล่าอยู่ไม่กี่ผืนแล้วนะ ส่วนโครงการ Maestro 02 ร่วมฤดี แห่งนี้เป็นโครงการที่สามของแบรนด์มาเอสโตรค่ะ หลังจากมาเอสโตร สุขุมวิท 39 และมาเอสโตร 12 ราชเทวี โดยโครงการล่าสุดนี้มีมูลค่าโครงการ 590 ล้านบาทค่ะ คงคอนเซ็ปต์การออกแบบในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิคและขายแบบ Fully Furnished เหมือนเดิม รายละเอียดโครงการเป็นยังไงไปดูกันค่ะ 🙂

Fact @ 11 June 2014

  • MAESTRO 02 RUAMRUDEE (มาเอสโตร 02 ร่วมฤดี)
  • บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน:  ซ.ร่วมฤดี 2  ถ.เพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10310 
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น  1 อาคาร
  • จำนวนห้องพักอาศัยทั้งโครงการ 126 ยูนิต
  • ที่ดินประมาณ 1-0-62 ไร่
  • Type A: 1 ห้องนอน   25.5 – 37 ตร.ม. 
  • Type B: 2 ห้องนอน   51 – 57.5 ตร.ม.         
  • Type D: 1 ห้องนอน ดูเพล็กซ์   47-47.5 ตร.ม.        
  • Type D: 2 ห้องนอน ดูเพล็กซ์   69.5 ตร.ม.               
  • Type D: 3 ห้องนอน ดูเพล็กซ์    87 ตร.ม.                 
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 3.7 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ  150,000บาท
  • เริ่มก่อสร้าง: ก.ค. ปี 2557
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ: เม.ย. ปี 2559
  • www.maestroresidences.com 
  • Tel:02-254-4777

ช่วยกด Like เพื่อสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living กันหน่อยนะคะ :)

เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด: 13.735873,100.550704

maestroclassic map

แผนที่เวอร์ชั่นคลาสสิคจากทางโครงการค่ะ มาเป็นภาพวาดลายแทงบอกจุดช้อปปิ้งและสถานที่สำคัญต่างๆใกล้ๆโครงการที่ตั้งอยู่ในย่านเพลินจิต โดยย่านเพลินจิตนี้เป็นจุดศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งของกรุงเทพมหานคร เป็นย่านที่เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานขนาดใหญ่,โรงแรมหรู และยังอยู่ใกล้กับสถานฑูตสหรัฐอเมริกา สถานฑูตอังกฤษ และสถานฑูตอีกมากมายค่ะ (อย่างในซอยร่วมฤดี 2 ซอยที่ตั้งโครงการก็มีสถานฑูตของสาธารณรัฐเชคตั้งอยู่) และเมื่อเดือนที่ผ่านมา (พฤษภาคม 2557) ห้างสรรพสินค้าสุดหรูขนาดใหญ่ Central Embassy ก็เพิ่งสร้างเสร็จและเปิดตัวไปค่ะ แถมเพลินจิตยังครองแชมป์กลุ่มทำเลที่มีราคาแพงที่สุดในประเทศไทย(สยามสแควร์, เพลินจิต, ชิดลม ) จากบริษัทประเมินราคาที่ดินในปีที่แล้วอีกด้วย (ผลการประเมินปลายปี ธ.ค.2556) อ่านข่าวคลิกที่นี่ค่ะ สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเจาะลึกทำเลเพลินจิต คลิกที่นี่ค่ะ

loct maestro

โครงการ Maestro 02 ร่วมฤดี ตั้งอยู่ในซอยร่วมฤดีซอย 2 เป็นโซนที่พักอาศัยที่เงียบสงบอยู่ห่างจาก BTSเพลินจิตและถนนเพลินจิตประมาณ 1 กิโลเมตรค่ะ ถนนเพลินจิตเป็นถนนเก่า ถูกสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.6) ที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร มีระยะทางตั้งแต่ถนนราชดำริ (แยกราชประสงค์) ตัดกับถนนชิดลม (แยกชิดลม) และถนนวิทยุ ไปจนถึงทางด่วน ซึ่งถัดจากทางด่วนที่ตัดผ่านจะเป็นถนนสุขุมวิทค่ะ โดยร.6 โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “ถนนเพลินจิต” ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2464 ส่วนอีกถนนหนึ่งตัดเชื่อมถนนเพลินจิตกับถนนพระรามที่ 4และพระราชทานนามว่า “ถนนวิทยุ”

เรื่องทำเลและทางสัญจรขอยกบางส่วนของบทความใน มองหาทำเลน่าอยู่ เพลินจิต  มาใช้อธิบายตามนี้ค่ะ,,,

“ถนนเส้นหลัก 2 เส้นที่ผูกติดอยู่กับ BTS เพลินจิต ที่คนใช้บ่อยที่สุดคือ ถนนวิทยุ และ ถนนเพลินจิต ซึ่งก็จะเป็นถนนสองเส้นในบริเวณนี้ที่เจริญที่สุด และมีสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่สำคัญ (และไม่สำคัญ) มาตั้งเรียงรายอยู่โดยรอบ แล้วก็ไอ้ที่ดินที่ติดถนนใหญ่สองเส้นนี้แหละที่ได้ชื่อว่าแพงเกือบจะที่สุดของประเทศ การเดินทางไปไหนมาไหนบริเวณนี้ จะบอกว่ายากก็ยาก จะง่ายก็ง่าย ขึ้นอยู่กับว่า มาจากที่ไหน แล้วจะไปไหน ซึ่งตรงนี้ถ้าวางแผนมาดีๆ หรือคุ้นเคยกับเส้นทางแล้ว จะถือว่าสะดวกมากค่ะ เพราะอะไรๆก็อยู่ใกล้เพลินจิต ไม่ว่าจะเป็น สยาม (แยกราชประสงค์), ถนนพระราม 4, ถนนเพชรบุรี, ถนนสุขุมวิท, ทางด่วน แต่อุปสรรคที่สำคัญมากประการแรกของการจราจรบนทำเลแถวนี้คือ ทิศทางการเดินรถ และการแบ่งฝั่งการจราจรของถนนเพลินจิต ซึ่งจะเป็นยังไงขออธิบายให้ฟังแบบนี้ (ดูแผนที่ประกอบ)

ถนนวิทยุ นั้นจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนแรกจากแยกลุมพินีมาจนถึงแยกเพลินจิต (เส้นทึบสีม่วง) จะเป็นถนน Two-Way ปกติ รถวิ่งสวนทางได้ และส่วนที่เป็นเส้นประสีม่วง ต่อจากแยกเพลินจิตไปจนถึงแยกเพชรบุรีเป็นถนน One-Way

ถนนเพลินจิต กับ ถนนสุขุมวิท ความจริงก็เป็นถนนเส้นเดียวกัน แต่ถนนสุขุมวิทเกิดก่อน ส่วนถนนเพลินจิตนั้นเกิดทีหลัง เป็นถนนที่ตัดจากสุขุมวิทไปเชื่อมกับ ถนนพระราม 1 ที่ แยกราชประสงค์ โดยที่ถนนเพลินจิตจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ เพลินจิตฝั่งเหนือ และ เพลินจิตฝั่งใต้

***ข้อควรระวังข้อแรก ที่มีคนผิดพลาดมากที่สุด และโดนตำรวจเรียกบ่อยที่สุด คือ  ในแผนที่ตรงจุดที่ทำเครื่องหมายห้ามผ่านเอาไว้ หากขับรถวิ่งมาจากถนนเพลินจิตมุ่งหน้าไปทางทางด่วน, ห้าม! ขับผ่านทางด่วนตรงต่อไปสุขุมวิท แต่บังคับให้ขึ้นทางด่วนเท่านั้น ไม่งั้นโดนตำรวจเรียกแน่ๆ

ซอยร่วมฤดี  ที่โครงการ Maestro 02 ร่วมฤดี ตั้งอยู่ เป็นซอยใหญ่ที่เชื่อมระหว่างถนนเพลินจิตและถนนวิทยุ  ซอยร่วมฤดีเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ถนนเพลินจิตมันแบ่งออกเป็นสองฝั่งเนี่ยแหละ เพราะมันทำให้มีผลต่อการเดินรถ และการคมนาคมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเหตุผลที่เค้าแบ่งสองฝั่งก็เพื่อที่จะแบ่งวงจรของการจราจรออกเป็นส่วนย่อยๆที่ไม่ปนกัน ถ้ารถติดมันจะได้ติดฝั่งเดียว และอีกฝั่งสามารถ Flow ไปได้ (แต่บางทีมันก็ติดหมดทั้งสองฝั่งอ่ะนะ) แต่ในหลายจังหวะมันก็มีข้อเสีย คือถ้าเราเลี้ยวผิดทาง, มาผิดถนน, อยู่ผิดเลน ฯลฯ อาจจะทำให้ต้องวนรถใหม่รอบใหญ่เลยทีเดียว แล้วการที่มีบ้านกับที่ทำงานอยู่บนถนนคนละฝั่ง ก็อาจจะส่งผลต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันได้เลย  ตัวอย่างเช่น

(1) มีบ้านอยู่ในซอยร่วมฤดีแล้วจะไปทำงานที่เซ็นทรัลชิดลม จะขับรถออกจากซอยทางถนนเพลินจิตฝั่งใต้ไม่ได้นะคะ เพราะจากเพลินจิตฝั่งใต้จะเบี่ยงไปฝั่งเหนือไม่ได้ จนกว่าจะเลยเซ็นทรัลไปแล้ว ต้องไปออกจากซอยทางถนนวิทยุก่อนแล้วค่อยวนกลับมาเลี้ยวซ้ายที่แยกเพลินจิต หรือ

(2) ทำงานที่เซ็นทรัลชิดลมเหมือนกัน แต่มาจากแถวนานา ไกลกว่าซอยร่วมฤดีแน่ แต่วิ่งตรงๆมาได้เลยก็ถึงที่ทำงานได้”

zoomruamrudee

ส่วนการการเดินทางโดยไม่ใช้รถก็ถือว่าสะดวกสบายนะ โครงการมี Shuttle Bus ส่งถึงรถไฟฟ้า BTS เพลินจิตให้ ถ้าเป็นคนชอบเดินก็จะบอกว่าซอยร่วมฤดีเป็นถนนที่เดินสนุกดีใช้ได้ ซอยเต็มไปด้วยโรงแรมหรู ร้านอาหาร และคอนโดที่พักอาศัยที่ดูดีน่ามองและถนนไม่เปลี่ยว แถมไม่เจอแดดมากเพราะตึกช่วยบังแดดไปเยอะ แต่ระยะ 1.1 กิโลเมตรถึง BTS นี่ก็ถือว่าค่อนข้างไกล คนส่วนใหญ่คงจะไม่เดิน สำหรับกรณีนี้แนะนำให้ใช้วินมอเตอร์ไซค์ (ในซอยร่วมฤดี 2 มีประจำอยู่ เรียกใช้ได้) แล้วไปนั่งรถไฟฟ้าหรือรถเมล์เอา (ป้ายรถเมล์อยู่แถวหน้าตึกมหาทุนพลาซ่าเดี๋ยวมีรูปให้ดูและอธิบายรายละเอียดอีกทีนะ ซึ่งรถเมล์จะได้รับการยกเว้นกฎระเบียบหลายข้อที่กล่าวมา เช่น รถเมล์จากเพลินจิตวิ่งตรงผ่านทางด่วนไปสุขุมวิทได้ เป็นต้น) เรียกแท็กซี่ก็มีให้เรียกอยู่เรื่อยๆค่ะ สำหรับคนขับจักรยาน มีสถานีจักรยานที่หน้า Park Venture(สถานีนี้อยู่ใกล้โครงการที่สุด), Wave Place และ หน้าธนาคารกรุงศรีค่ะ(เดี๋ยวมีภาพและรายละเอียดอธิบายอีกทีค่ะ)

อธิบายมาซะยาว อาจจะยังไม่เห็นภาพ ไปดูภาพของจริงกันดีกว่าค่ะ

C Maestro 4

เราเริ่มกันจากรถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิตนะคะ

C Maestro 16

ทางออก BTS ที่ใกล้ซอยร่วมฤดีหรือที่ตั้งโครงการ Maestro 02 ร่วมฤดี ที่สุดคือทางออก 4 ค่ะ สามารถ ตรงออกทางนี้แล้วเดินเข้าซอยได้เลยนะ แต่วันนี้เราจะพาไปดูรอบสถานีเพลินจิตกันก่อนนะคะ

DSCN9944-checker

BTS เพลินจิต ทางออก 2 เชื่อมไปอาคารสำนักงาน Park Venture และโรงแรมดิโอกุระ เพรสทีจ

A Maestro 6

ทางซ้ายนี้ คือ ลานด้านหน้าของอาคาร Park Ventures เป็นอาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่หัวมุมระหว่างถนนเพลินจิตและถนนวิทยุค่ะ

C Maestro 199 

ด้านหน้า Park Venture จะมีสถานีจักรยานอยู่ด้วย

ขอเพิ่มเติมเรื่องโครงการ “ปันปั่น” โครงการสนับสนุนให้คนขับจักรยานของ กทม. นะคะ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.punpunbikeshare.com ได้นะคะ โดยคุณสมบัติผู้ใช้คือมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ในวันที่สมัครใช้บริการ และผู้ใช้บริการต้องสมัครลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการจักรยานสาธารณะปันปั่นด้วยตนเอง โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน บัตรข้าราชการ หรือหนังสือเดินทาง และได้ชำระค่าธรรมเนียมและค่าบริการล่วงหน้าตามที่โครงการกำหนดที่สถานีได้เลยค่ะ

The bangkok plan 4

ภาพอธิบายการใช้งานสถานีจักรยานค่ะ

bikemap

สถานี BTS เพลินจิต อยู่ห่างจากที่ตั้งโครงการประมาณ 1.1 กิโลเมตรค่ะ จากในแผนที่ข้างบนเราตัดช่วงสถานีจักรยานแถว สยาม ชิดลม เพลินจิต มาให้ดูกันนะคะ จะเห็นว่าบนถนนเพลินจิต มีสถานี 3 สถานี คือสถานี 21.ปาร์คเวนเจอร์ , 22.เวฟเพลส , 20.ธนาคารกรุงศรีอยุธยาค่ะ

A Maestro 3

ต่อไปทางออก 5 ทางออกนี้ปัจจุบันนอกจากจะเชื่อมไปตึกเวฟเพลส โฮมโปรพลัสแล้ว ยังเป็นทางเดินเชื่อมไป Central Embassy อีกด้วยค่ะ

C Maestro 1 

วิวฝั่งขวามือเป็นโครงการ Noble เพลินจิต ที่กำลังก่อสร้างอยู่ค่ะ ตอนนี้ฐานรากเสร็จและเริ่มลงเสากันแล้ว

C Maestro 2      

แปลงข้างๆ Noble มีที่ดินเปล่าอยู่ ต่อไปมีข่าวว่าจะกลายเป็นโรงแรมตึกสูง อยู่ติดสถานี BTS เด๊ะๆเลย

DSCN9950-checker

ถัดมาขวามือเป็นทางเชื่อมไปตึกเวฟเพลส โฮมโปรพลัสค่ะ ด้านหน้าตึกเวฟเพลสก็มีสถานีจักรยานอยู่เช่นกันค่ะ

A Maestro 11

เดินตรงต่อไปจะเห็นเสาของ Central Embassy อยู่นะคะ สังเกตว่าวัสดุหุ้มฝ้าของ Sky way ก็เปลี่ยนไป ดูล้ำๆทันสมัยขึ้นมา เพราะทางเชื่อมนี้เป็นของ Central Embassy ทำให้น่ะนะ

DSCN9961-checker

ใน Central Embassy มีร้านอาหารมากมายนะคะ ถือเป็นแหล่งอาหารการกินที่ใกล้โครงการนะ เนื่องจากเพิ่งเปิดตัวมาไม่นาน หลายคนยังไม่ได้แวะมาเดิน วันนี้จะพาเข้าไปชมในโซนอาหารหน่อยแล้วกันนะคะ

A Maestro 19

เข้ามาก็จะเห็นบันไดเลื่อนขึ้นด้านบน ด้านบนชั้น 5 จะเป็นโซนร้านอาหารนะ ขึ้นไปดูกัน

A Maestro 20

ถึงด้านบนแล้วค่ะ ไปเดินดูรอบกันๆ ร้านที่เห็นข้างหน้าเป็นร้าน Kyo by kyo Roll En ร้านเค้กโรลสไตล์ญี่ปุ่น

A Maestro 26 

จริงๆก็เห็นพวกร้านคาเฟ่ ร้านขนมเค้กดังๆกระจายตัวอยู่ตามชั้นต่างๆแทบทุกชั้นล่ะนะ(ประมาณว่าให้นั่งพักเหนื่อย สั่งอะไรมากินได้ระหว่างช้อปในแต่ละชั้น) แต่พวกร้านอาหารจะรวมอยู่ชั้น 5 ค่ะ มีร้านอาหารดังๆมากันหลายร้านเลยนะ ร้านในดวงใจใครหลายๆคนอย่าง Audrey, Hinata, Nara, Nabe-zo, Maizen ก็มานะ เห็นข่าวร้าน Issaya ของเชฟเอียน ก็มาเปิดที่นี่ด้วย(แต่เหมือนสาขานี้เป็นร้านเบเกอรี่นะ) แต่หาร้านไม่เจอค่ะ 555+ ขอโทษด้วยนะคะ

A Maestro 24 

ร้าน Love eat จัดร้านแบบชวนให้เข้าใจผิดว่าเป็นร้านดอกไม้มากๆ ร้านน่ารักดีค่ะ เหมาะเอาไว้มาถ่ายรูปเล่นกะเพื่อนสาว

A Maestro 27

ซ้ายสุดของภาพนี่ Water Library ร้านอาหารฝรั่งเศสที่เอาใจคนรักไวน์และค็อกเทลก็มา

A Maestro 29

สมบูรณ์โภชนาก็มา ใครอยากกินปูผัดผงกะหรี่มาทางนี้ ข้างๆมีร้านอาหารจีน หงเปา ร้านอาหารจีนแบบดั้งเดิมในสไตล์กวางตุ้ง มีเมนูเด็ดหอยเป๋าฮื้อและหูฉลาม มีสรรพคุณช่วยลดน้ำหนักกระเป๋าตังค์ ที่นี่ก็กำลังจะมาเปิดในไม่ช้า

A Maestro 28

ร้าน Tropical Monkey ไอศครีมโฮมเมดพรีเมี่ยม ที่ดูมีคนรอคิวกันคึกคัก เราลงไปดูชั้นล่างสุดกันต่อดีกว่าค่ะ ชั้นล่างเป็น Eathai Food court และ Eathai market ค่ะ

A Maestro 33

Eathai (อีทไทย)เป็นฟู๊ดคอร์ทพวกอาหารไทย ต้องรับการ์ดด้านหน้า แล้วชำระเงินตอนออกค่ะ เหมือน FoodLoft ถ้าใครเคยไปกินตามเซ็นทรัลชิดลม/เซ็นทรัลเวิลด์

DSCN9982-checker

 ที่ทางเข้าจะได้รับการ์ดสำหรับใช้แทนเงินสดมูลค่า 1,000 บาท ต่อคน วิธีใช้ก็ถือการ์ดจ่ายแทนเงินสดด้านในเหมือนเวลาไปฟู้ดคอร์ทตามห้างทั่วไปแหละค่ะ แต่ที่นี่ไม่ต้องเข้าแถวจ่ายเงินแลกบัตรให้งบมาเลย 1 พัน กินเสร็จก็เดินออกไปจ่ายตามมูลค่าเงินที่ใช้ไปที่เคาเตอร์ค่ะ  เก็บค่า Service Charge 5% ของมูลค่าเงินที่ใช้ไปนะ (ก็ไม่เห็นมีบริการต่างจากฟู้ดคอร์ทอื่นนะ เดาว่าเป็นค่าบริการสถานที่สวยๆ ระบบไฮๆอะไรแบบนั้น)

DSCN9983-checker

บรรยากาศคล้าย ๆ กับ Food Loft ชั้นบนของเซ็นทรัลชิดลม (Central Embassy มีทางเชื่อมกับ Central ชิดลม ที่ชั้น 2 นะคะ) แต่คอนเซ็ปที่นี่เป็นร้านอาหารไทยจากภาคต่างๆ อย่างอาหารทะเล อาหารอิสาน อาหารเหนือ อาหารภาคกลาง มีรถเข็นขายขนมไทย แบบน่าแนะนำเพื่อนฝรั่งมาลองเพราะรวมอาหารไทยมาให้ลองหลายอย่างนะ 

DSCN9999-side

อีกโซนนึงมีรถเข็นมาเปิดหลายร้าน ขายอาหารอย่างหมูสะเต๊ะ ก๋วยเตี๋ยวเป็ด กระเพาะปลา เต้าทึง โรตี ฯลฯ

DSCN9996-side

และยังมีส่วนตลาด Eathai ที่คล้ายๆกับ Supermarket แต่เป็นสินค้าไทยล้วนๆ เราเดินๆดู นอกจากของสด (พวกออแกร์นิคราคาโหดเอาการ) เราเห็นพวกเครื่องเทศแบรนด์ดังๆจากร้านอาหารอย่าง Blue elephant มาที่นี่ด้วย และยังมีสินค้าโครงการหลวงอีกหลายอย่าง แต่ดูจะเน้นคอนเซ็ปความเป็นไทยเช่นกัน กลับออกไปดูข้างนอกห้างกันต่อนะ

B Maestro 3

มองจากบน Sky way จะเห็นธนาคารกรุงศรีอยุธยา (ฝั่งตรงข้าม Central Embassy)  ด้านหน้าก็มีสถานีจักรยานอยู่เหมือนกัน

A-Maestro-49 copy

ข้ามจากฝั่ง Central Embassy มาที่ถนนเพลินจิตฝั่งตรงข้ามบ้าง ถัดจากธนาคารกรุงศรีไปทางขวามือ (ขวามือของคนที่มองลงมาจากบน Sky Walk นะ) จะมีทางเข้าตลาดนัดและศูนย์อาหารของพนักงานออฟฟิศย่านนี้ค่ะ อาหารถูกและมีให้เลือกหลากหลาย ขนมและเสื้อผ้า ของกิน ของใช้ต่างๆ ในช่วงเที่ยงๆจะคึกคักมากเลย เปิดมาดูดเงินในกระเป๋าพนักงานออฟฟิศแถวนี้ เราเข้าไปดูข้างในกันดีกว่า

1321813735559-side

บรรยากาศข้างในวันปกติช่วงเที่ยงๆจะมีร้านอาหารมาเปิดขายนะ แนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำปลาสดรสมะนาวภาพฝั่งขวามือค่ะ แถวยาวตลอดและสั่งได้คนละถ้วยเท่านั้นด้วย (เพื่อความยุติธรรม ถ้าอยากกินอีกต้องไปต่อแถวใหม่และห้ามสั่งเผื่อคนอื่น) รสชาดเปรี้ยวสดชื่นดีมีเนื้อปลาสดที่ดีกับสุขภาพกับแล้วก็มีปลาเส้นด้วยค่ะ

1321813767558-checker

เหมือนเป็นตลาดนัดที่มีในทุกเที่ยงวันทำงานน่ะนะ คนแน่นแทบทุกวัน  เราลงไปเดินดูข้างล่างกันดีกว่าค่ะ

ABCzoomruamrudee

เราเริ่มเดินกันตั้งแต่ Park Venture ไปถึงโครงการกันนะ ระยะทางจาก A ไป B ประมาณ 1.1 กิโลเมตร ค่ะ เดินประมาณ 15 นาทีนะ

A-Maestro-6 copy

Park Venture เป็นอาคารสำนักงานที่ตั้งอยู่หัวมุมระหว่างถนนเพลินจิตและถนนวิทยุ มีสถานีจักรยานด้านหน้าที่เราอธิบายรายละเอียดไปแล้วนะ เราลงไปเดินกันดีกว่า

B Maestro 10

ลานด้านหน้า Park Venture มีชุดโต๊ะเก้าอี้ด้านนอกของร้าน Dean & Deluca อยู่ 

B Maestro 14

ด้านในนอกจากกาแฟ อาหาร ขนม ที่สั่งได้แล้ว ก็มีอาหารและขนมแบบแพ็คทั้งของแบรนด์ร้านเองและพวกขนมนำเข้าจากอังกฤษมาขายด้วย

B Maestro 11

อีกมุมของร้านค่ะ

B Maestro 17

7-11 ของปาร์คเวนเจอร์ค่ะ เป็น 7-11 แบบ Premium โทนสีเงินเข้ากับดีไซน์อาคาร 

B Maestro 16

อันนี้ภาพทางเข้าจากด้านในค่ะ 7-11 สาขานี้ใหญ่เหมือนกันนะ

B Maestro 20

เดินต่อมาอีกหน่อยจะเจอป้ายรถเมล์หน้ามหาทุนพลาซ่า มีรถเมล์สาย 2, 25, 40, 48 และ ปอ. 2, 8, 11, 13 และ ปอพ. 13, 6 วิ่งผ่านค่ะ

B Maestro 23

ถัดจากป้ายรถเมล์มีทางขึ้น BTS เพลินจิต บันไดเลื่อน จุดนี้เป็นบันไดเลื่อนขาขึ้นBTS ที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดนะ ระยะประมาณ 1.1 กิโลเมตร

B Maestro 24

เดินต่อมาอีกหน่อยเป็นป้ายอาคารมหาทุน พลาซ่า มีป้ายออฟฟิศต่างๆที่อยู่ข้างในอาคารติดอยู่ด้วย

B Maestro 25

ถัดมาเป็นร้านอาหารชื่อ Cafe’ bicycle ร้านอาหาร 2 ชั้น แนวคิดแบบ eco green

B Maestro 28

เดินต่อมาอีก จะเจอโรงแรมโนโวเทล โรงแรมนี้อยู่ตรงหัวมุมระหว่างซอยเพลินจิตกับซอยร่วมฤดีนะคะ ก็คือพอเห็นโนโวเทลก็เตรียมเลี้ยวขวาเข้าซอยร่วมฤดีได้เลย

B Maestro 29

นี่ ถึงต้นซอยร่วมฤดีแล้วค่ะ แต่เราเดินเลยไปดูรอบๆอีกหน่อยนึงก่อนเข้าซอยนะ ข้ามถนนไปเลย

B Maestro 142

ข้ามมาจะเป็นทางเดินเท้าหน้าคอนโด Q House เพลินจิต ซึ่งมีทางขึ้นลง BTS ที่ใกล้โครงการที่สุดนะ (ประมาณ 1 กิโลเมตร)

DSCN0149-side copy

Q House เพลินจิต ซึ่งมีทางขึ้นลง BTS เพลินจิต

B Maestro 146

เดินต่อไปอีกหน่อยที่ใต้ทางด่วน จุดที่ทางด่วนตัดผ่านนี่ถือว่าสุดถนนเพลินจิตแล้วนะคะ ถนนที่อยู่ถัดจากทางด่วนไปเป็นถนนสุขุมวิทช่วงต้นค่ะ

B Maestro 148

ใต้ทางด่วนมี OTOP Gallery อยู่ค่ะ เป็นการใช้พื้นที่ใต้ทางด่วนให้เป็นประโยชน์นะ จุดนี้อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 1.1 กิโลเมตร

DSCN0157-side copy

OTOP gallery นี่มีร้านกาแฟด้วยนะ เราเข้าไปดูสินค้าข้างในกันหน่อยดีกว่า

DSCN0160-checker copy

ข้างในก็มีสินค้าที่น่าสนใจหลายอย่างนะ เพิ่งสังเกตว่าสินค้า OTOP เดี๋ยวนี้ทำแพคเกจจิ้งน่าสนใจขึ้นนะ ราคาก็ไม่แพงด้วย อย่างพวกกล่องขนมโมจิ คุ้กกี้ ผลไม้อบแห้ง หรือ ภาพช่องขวาบนเป็นกล่องมะม่วงหิมพานต์เผาจากภูเก็ตค่ะ แพคเกจดีไซน์เป็นกล่องกระดาษรูปตึกแบบโปรตุกีสในภูเก็ตค่ะ น่ารักดีนะ ราคา 45 บาท พวกกระเป๋าทำมือลายแบบชาวเขาๆหน่อยใบเล็กๆราคาอยู่ในเรต 30-40 บาท จนถึงพวกงานฝีมือ เบญจรงค์ งานสาน อะไรแบบนี้ก็มีเหมือนกัน ใครผ่านแถวนั้นลองแวะไปดูกันนะคะ

C Maestro 20

เรากลับมาที่ต้นซอยร่วมฤดี ซอยที่ตั้งโครงการกันอีกครั้งค่ะ เข้าไปดูในซอยกันเถอะ

C Maestro 23

ถนนในซอยเป็นถนนสองเลน มีรถวิ่งเข้าออกตลอดเวลา มีวินมอเตอร์ไซค์ต้นซอย

C Maestro 26

เป็นวินหน้าโรงแรมโนโวเทลนะ ไปโครงการราคา 15 บาท

C Maestro 29

เดินเข้าไปดูกันต่อ ถนนสองฝั่งมีทางเดินเท้ายกขึ้นมา เดินง่ายค่ะ

C Maestro 31

เดินเข้าไปหน่อยฝั่งขวามือจะเห็น The Athenee Place ด้านหลังของโรงแรม Plaza Athenee 

C Maestro 34

ทางเข้าด้านหลังของ Athenee Residence

C Maestro 33

ฝั่งซ้ายมือเป็น บ้านสิริฤดี ของแสนสิริ ตรงนี้เป็นคอนโด Low Rise รุ่นเก่า ขายหมดไปนานแล้ว

B Maestro 42cc

ถัดจากบ้านสิริฤดี เป็นโนเบิล09ร่วมฤดี เป็น Low Rise 8 ชั้น เหมือนกันค่ะขายหมดไปนานแล้วเหมือนกัน ถัดไปเป็น 7-11

C Maestro 36

7-11 ตอนนี้ปรับปรุงใหม่ เป็นสาขาใหญ่กว่าเดิมค่ะ

C Maestro 45 

เดินมาอีกหน่อยจะเจอ ร่วมฤดี วิลเลจ  ข้างในมีร้านอาหาร และ Bar&Restaurant หลายร้าน นวดเพื่อสุขภาพก็มี เข้าไปดูข้างในกันหน่อย ตรงนี้เป็นแหล่งที่คนในโครงการน่าแวะมาแฮงก์เอาท์และพักผ่อนได้ง่าย อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 600 เมตร ค่ะ

B Maestro 49

ร้านแรกสุดมุมขวามือร้าน Smiles Jazz&Bistro ร้านนี้นอกจากเป็นร้านอาหาร ใครเป็นคอแจ๊สน่าจะชอบนะคะ มีวงดนตรีเล่นสดทุกคืน 🙂

B Maestro 52

Coffee Beans By Dao สาขาแรกค่ะ มีแหล่งเค้กกับอาหารอร่อยๆไว้กินอีกหนึ่งที่ละนะ

B Maestro 53

สำหรับคนชอบนวดเพื่อสุขภาพก็มีร้านนวดร้านนี้

B Maestro 54

Witch’s Oyster Bar & Restaurant เป็นเครือเดียวกับ Witch’s Tavern หรือก๋วยเตี๋ยวแม่มด (ช่วงกลางวัน) ที่อยู่ที่ทองหล่อนะ แต่ที่นี่มีบาร์หอยนางรมด้วย เมนูอย่างอื่นและเครื่องดื่มนั้นคล้ายๆกัน

B Maestro 55

ถัดมาเป็น ร้านซูชิ Anata และ Circle restaurant

B Maestro 56

ออกมาจากร่วมฤดี วิลเลจเดินมาอีกหน่อยจะเจอ ซอยร่วมฤดี 1 ค่ะ ข้างในเป็นซอยตันนะ

B Maestro 57

ตรงข้ามปากซอยร่วมฤดี 1 เป็น Noble House ร่วมฤดี เป็นคอนโด Low Rise 7 ชั้นอายุเกิน10ปีแล้วนะ

B Maestro 58

ถัดมาหน่อยฝั่งซ้ายมือเป็น Chateau de Bangkok เป็นที่อยู่อาศัยให้เช่าอีกแห่งหนึ่ง เป็นโรงแรมด้วย

C Maestro 55

ถัดมาฝั่งขวามือเป็นด้านหลังของ All Seaons Place และ โรงแรม Conrad ค่ะ

B Maestro 62

เยื้องๆกันฝั่งซ้ายมือเป็นร้าน Lyon(ลียง)ร้านอาหารฝรั่งเศสเก่าแก่ของซอยนี้นะ ร้านนี้อยู่ติดทางเข้าซอยร่วมฤดี 2 ซอยที่ตั้งโครงการค่ะ

ติดทางเข้าซอยอีกด้านคือ The Aetas Bangkok ที่เป็นทั้งโรงแรม และ Serviced Apartment

ด้านล่างของ The Aetas ก็จะมีส่วนที่เป็นร้านอาหารด้วยค่ะ กลับไปที่ซอยร่วมฤดี 2 กันเถอะ

B Maestro 64

เข้าไปดูในซอยกัน

B Maestro 65

ถนนในซอยร่วมฤดี2 ไม่กว้างนะแค่พอรถสวนเข้าออกได้

B Maestro 70

เข้าไปหน่อยจะเห็นโรงเรียนสอนภาษาทีเอสร่วมฤดี ข้างๆมีป้ายโครงการติดอยู่

B Maestro 71

ป้ายโฆษณาของโครงการค่ะ ใครไปช่วงนี้อาจจะยังพอเห็นติดตามเสาไฟฟ้าบ้าง

B Maestro 73

บรรยากาศในซอยเงียบสงบค่ะ เต็มไปด้วยอาคารที่พักอาศัย บ้านสองชั้นที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็บ้านคนมีอันจะกินทั้งนั้นค่ะ แบบว่าอยู่กันมานานแล้ว คอนโด อพาร์ทเม้นท์ Low Rise ก็เยอะ

C Maestro 76 

คอนโด La Maison ร่วมฤดีค่ะ สูง 14 ชั้น อยู่ติดหัวมุมทางเลี้ยว

C Maestro 77 copy

ตรงหัวมุมทางเลี้ยวของซอยค่ะ เลี้ยวขวาตามทางเลย

C Maestro 79

เลี้ยวมาแล้วก็จะเป็นแบบนี้

C Maestro 80

มีวินมอเตอร์ไซค์อยู่ตรงข้างกำแพงของคอนโด La Maison ร่วมฤดี นะ จุดนี้อยู่ห่างจากที่ตั้งโครงการประมาณ 260 เมตรค่ะ

B Maestro 82  

Art Studio The Factory วาดการ์ตูนโชว์ฝีมือบนผนังอาคารเลย 

B Maestro 85

เดินต่อมาฝั่งซ้ายมือเป็นอาคารสีฟ้า เป็นมูลนิธิชื่อกลุ่มปรารถนาดี  ฝั่งขวาเป็นกำแพงหินของคอนโดร่วมฤดีทาวเวอร์

C Maestro 171

มูลนิธิชื่อกลุ่มปรารถนาดี หรือ ชื่อภาษาอังกฤษว่า Goodwill Group Foundation นะ มีป้ายเขียนไว้ว่า มุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรีไทย

C Maestro 170

ถัดมาอีกเป็นบ้านไม้สองชั้น เหมือนมีขายของกินด้วยนะ

B Maestro 90

ถัดมาเป็นสถานฑูตสาธารณรัฐเช็กค่ะ เป็นสถานฑูตที่ขนาดเล็กที่สุดที่เคยเห็นมาเลยค่ะ

B Maestro 91

ฝั่งตรงข้ามสถานฑูตเป็นทางเข้าร่วมฤดีทาวเวอร์ค่ะ สูง 16 ชั้น

B Maestro 97

จะเห็นว่าในซอยมีคอนโด ที่พักอาศัยเรียงรายเต็มไปหมด ไม่มีที่ดินว่างเปล่าเลย

B Maestro 98

ซ้ายมือนี่ The Crest ร่วมฤดี ของ SC Asset ค่ะ ทางเราเคยทำรีวิวไว้นะ อ่านคลิก

B Maestro 99

ตรงกันข้ามเป็นคอนโดชื่อ บ้านเพลินจิต ค่ะ สูง 20 ชั้น

B Maestro 101 

อันนี้คอนโดร่วมฤดี เพลส ค่ะ Low Rise 8 ชั้น(พวกคอนโดในร่วมฤดี,เพลินจิตนี่ไม่คิดจะตั้งชื่อแนวอื่นกันเลยจริงๆ แบบว่าชื่อซอยกะชื่อย่านขายได้น่ะนะ)

B Maestro 103

ถัดมาเป็นทาวน์โฮมสูง 4 ชั้น เป็นอาคารสำนักงานนะ

B Maestro 107

ถัดมาก็คือสำนักงานขายของ Maestro  02 ร่วมฤดี ที่เรามาสำรวจกันวันนี้นั่นเองค่ะ แต่ขอพาเดินดูในซอยต่ออีกหน่อยนะคะ แล้วเดี๋ยวค่อยเข้าไปชมสำนักงานขายกัน

B Maestro 118

ถัดจากสำนักงานขายจะเป็นที่ดินโครงการค่ะ อย่างที่เห็นในภาพฝั่งขวามือจะมีรั้วล้อมไว้ ฝั่งขวามือตรงข้ามที่ดินโครงการเป็นโครงการ Socio ร่วมฤดี ค่ะ

B Maestro 121

Socio ร่วมฤดี นี่ก็ขายหมดไปแล้วนะ ทางเราเคยทำรีวิววีดีโอไว้ค่ะ ดูคลิก

B Maestro 130

เดินต่อมาฝั่งขวามือถัดจากโครงการ เป็นเหมือนบ้านคน 2 ชั้นค่ะ ด้านหน้ามีติดป้าย มูลนิธิ สร้างสรรค์ชีวิต (Creative Life Foundatiom) ติดอยู่

B Maestro 135

ถัดมาเป็นบริษัทสยามเทลเทค เป็นอาคารสีฟ้าสูง 8 ชั้น

B Maestro 134

ซอยนี้เป็นซอยตันค่ะ ช่วงสุดซอยก็เป็นอาคารที่พักอาศัยและบ้านสองชั้น

B Maestro 139 

สุดซอยฝั่งขวามือเป็น  TENFACE Serviced Residence ค่ะ เป็นเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ ที่เราจะเห็น Shuttle bus เป็นเหมือนรถตุ๊กๆสีดำ รับส่งผู้มาเข้าพักอยู่เรื่อยๆค่ะ เดินจนสุดแล้วเรากลับไปดูตัวโครงการกันเลย

สถานที่แวดล้อมโครงการ (ระยะห่างจุดต่างๆจากโครงการ)

  • โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ~ 1.7 k.m.
  • โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ~ 3.8 k.m.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ~ 4.3 k.m.
  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ~ 4 k.m.
  • Central Embassy ~ 1.3 k.m.
  • Central Chidlom ~ 1.5 k.m.
  • เกษร พลาซ่า ~ 2 k.m.
  • อัมรินทร์ พลาซ่า ~ 1.2 k.m.
  • Central World ~ 2.2 k.m.
  • Siam Paragon ~2.8 k.m.
  • Siam Discovery ~ 3 k.m.
  • Siam Square ~2.7 k.m.
  • มาบุญครอง ~3.2 k.m.
  • สนามม้าราชกรีฑาสโมสร ~3.2 k.m.
  • สมาคมราชกรีฑาสโมสรโปโลคลับ ~2.2 km.

เจาะลึกตัวโครงการ

ผทมาเอสโตร

ด้านบนไดอะแกรมฝั่งซ้ายมือเป็นแผนที่จากถนนเพลินจิตเข้ามาในซอยร่วมฤดีจนถึงโครงการเป็นระยะประมาณ 1.1 กิโลเมตรค่ะ  และจากต้นซอยร่วมฤดี 2 ถึงโครงการเป็นระยะประมาณ 500 เมตร ส่วนไดอะแกรมฝั่งขวามือเป็นภาพขยายรอบโครงการค่ะ เราใส่ความสูงของอาคารโดยรอบเข้าไปด้วยค่ะ  จะได้เห็นภาพมากขึ้นว่าแต่ละด้านของที่ดิน หันไปเจออะไรบ้าง

dmaestrosite copy

จากไดอะแกรมภาพขยายรอบโครงการด้านบนจะเห็นว่าตึกที่อยู่รอบๆโครงการมีความสูงอยู่ประมาณ 2- 8 ชั้นเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ผลจากกฏหมายอาคารและความกว้างของถนนน่ะนะ  อาคารที่อยู่ใกล้ทิศเหนือ, ทิศตะวันตก,ทิศใต้  ของโครงการที่สุด เป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้นค่ะ ในซอยร่วมฤดี 2 จะมีคอนโดชื่อบ้านเพลินจิตสูง 20 ชั้น(สูงสุดที่เจอในซอยร่วมฤดี 2) ห่างจากด้าน c ของโครงการประมาณ 200 เมตรนะ ส่วนทิศตะวันออกติดถนนในซอยนะ ฝั่งตรงข้ามเป็นโครงการ Socio ค่ะ สูง 8 ชั้น เท่ากับโครงการ  จากไดอะแกรมจะเห็นว่าในซอยเต็มไปด้วยที่พักอาศัยนะคะ คอนโด 8 ชั้นและบ้าน 2 ชั้นเป็นส่วนใหญ่ค่ะ  

C Maestro 136 c

รั้วที่ดินโครงการอยู่ติดกับสำนักงานขายค่ะ

B Maestro 121

ฝั่งตรงข้ามที่ดินโครงการ (วิวด้าน d) คือโครงการ Socio ค่ะ สูง 8 ชั้น

B Maestro 120

โครงการตอนนี้ล้อมรั้วไว้นะ มุดไปชะโงกดูได้หน่อยนึง ด้านล่างเป็นภาพมุมมองรอบด้านจากที่ดินโครงการที่เรามุดไปถ่ายมานะ เป็นภาพจากพื้นถนนที่อาจไม่ได้บรรยากาศจริงแบบที่อยู่บนตึกนะ แต่อย่างน้อยจะพอเห็นคร่าวๆว่ารอบๆที่ดินทั้งสี่ด้านเห็นอะไรบ้าง

fixC Maestro 139 copy

ภาพจากมุมนี้จะเห็นว่า ทิศใต้ ของโครงการ อยู่ติดบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จะเห็นตึกสีฟ้าของสยามเทลเทคที่สูง 8 ชั้น ถัดๆมาตรงมุมระหว่าง ด้าน a, b ก็จะเห็นพวกตึก 8 ชั้น แถวซอยร่วมฤดี 3 แต่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะคะ ว่านี่เป็นมุมจากพื้นถนน ถ้าเป็นบนโครงการที่อยู่อาศัยเริ่มจากชั้น 2 ขึ้นไปจะมองเห็นได้ไกลกว่านี้นะคะ

fixB Maestro 124 copy

ทิศตะวันตก ของโครงการก็อยู่ติดบ้านเดี่ยว 2 ชั้นเหมือนกัน แต่มองไม่เห็นเพราะรั้วบังน่ะนะ เราจะมองตึก 4 ชั้น และ 8 ชั้น จากซอยร่วมฤดี 3

fixB Maestro 127

ทิศเหนือนี่คนชอบวิวตึก วิวเมืองน่าจะชอบนะคะ ดูมีความเป็นเมืองสูง คือเราจะเห็น บ้านเพลินจิตในซอยร่วมฤดี 2 ที่สูง 20 ชั้น เห็นโรงแรม Aetas สูง 24 ชั้น ที่หน้าทางเข้าซอยร่วมฤดี 2  และกลุ่มอาคาร All Seasons Place ที่ตึกสูง 52 ชั้น และ 27 ชั้น จริงๆในกลุ่มตึกนั้นถ้าไม่มีพุ่มไม้มาบังวิว หรือเรายืนอยู่บนพื้นอาคารตามปกติ เราจะเห็นโรงแรม  Conrad ในกลุ่ม All Season ด้วยค่ะ

B Maestro 141 

เข้าไปดูในสำนักงานขายกันหน่อย

B Maestro 109

สำนักงานขายเปิดทุกวันนะคะ 9.30 – 18.30 น.

B Maestro 110

เข้าไปข้างในบรรยากาศเป็นแบบนี้ มีโมเดลอยู่ฝั่งขวามือ มีเคาน์เตอร์อยู่ด้านใน

B Maestro 111

เคาเตอร์พนักงานขายกำลังวุ่นๆ

C Maestro 99

เรามาดูโมเดลกันดีกว่า ลักษณะอาคารขึ้นตามทรงที่ดินซึ่งได้มาเป็นผืนรูปสี่เหลี่ยมเกือบๆจตุรัส ดีไซน์ตามคอนเซ็ปโมเดิร์น คลาสสิค  รายละเอียดของเปลือกอาคารหลักๆเป็นโทนเทาอมน้ำตาล มีมิติการยุบเข้าของระเบียงในแต่ละห้องพร้อมราวกันตกสีเดียวกันกับโทนสีอาคาร ตัวตึกเป็นอาคารรูปตัว U เมื่อมองจากด้านบน เปลือกอาคารฝั่งขวามือโดดเด่นด้วยผนังปูนเซาะร่องสีขาว เหมือนเป็นผนังอิฐก้อนใหญ่สีขาว 2 ชั้นบนเป็นห้อง Duplex 2 ชั้น มีระเบียงสวนส่วนตัว อารมณ์แบบอาคารสไตล์ยุโรป, มี Courtyard หรือสวนขนาดเล็กตรงกลางอาคาร, บนดาดฟ้ามีสวน ลานบาร์บีคิวและลานโยคะ, สระว่ายน้ำอยู่ชั้นล่างสุดด้านหน้าค่ะ มาดูโมเดลกันทีละส่วน ไล่จากสระว่ายน้ำชั้นล่างกันก่อนนะ

C Maestro 111  

สระว่ายน้ำของโครงการขนาด 14.5 x 5 m. ลึก 1.2 เมตร เป็นระบบน้ำล้น มีจากุซซี่ มีชายคายื่นไว้หลบแดดครึ่งนึง ล้อมรอบด้วยรั้วไม้พุ่มสูงประมาณ 5 เมตร ด้านนอกรั้วพุ่มไม้มีติดแท่งโคมไฟเป็นจังหวะ  รั้วโครงการเป็นสีขาว(ข้างรั้วพุ่มไม้) สูง 3 เมตร

DSCN9852-side copyf

ที่นั่งด้านข้างสระโซน 1 ตั้งอยู่บนพื้นข้างสระที่ลดระดับลงมา ใช้น้ำล้นข้างสระเป็นเหมือนผนังน้ำตก ผนังอีกฝั่งเป็นรั้วพุ่มไม้น่าจะดูดี แต่ในแง่ Zoning ที่นั่ง โซนเบอร์ 1 จะอยู่ไกลระยะเดินไปสระไปหน่อยนะ เหมือนที่นั่งสระว่ายน้ำจริงๆอยู่โซน 2 เพราะใกล้จุดขึ้นลงสระมากกว่า ด้านหลังที่นั่งโซน 2เป็นคอร์ทยาร์ดหรือสวนเล็กๆตรงกลาง 

C Maestro 110

เมื่อมองโมเดลจากด้านบน เราจะเห็นคอร์ทยาร์ดที่อยู่ชั้น 2 ค่ะ

C Maestro 120

ดาดฟ้าด้านบนจัดเป็นลานบาร์บีคิว มีศาลานั่งพักผ่อน ราวกันตกเป็นรั้วพุ่มไม้

C Maestro 119 

มีสวนเล็กๆให้

C-Maestro-122 copy

สวนดาดฟ้ามีรูปร่างเป็นรูปตัว U นะ โถงลิฟต์แจกออกฝั่งซ้ายและขวา ภาพด้านบนถ่ายจากด้านหลังอาคารนะ ก็คือลานบาร์บีคิวอยู่ฝั่งซ้าย ลานโยคะอยู่ฝั่งขวา

DSCN9846-side copy

เปลือกอาคารฝั่งขวาเป็นผนังปูนเซาะร่องสีขาว ให้ลุคแบบอาคารอิฐก้อนใหญ่สีขาวสไตล์ยุโรป ลักษณะเหมือนผนังปูนเซาะร่องของสำนักงานขายอันนี้ค่ะ

C Maestro 115

2 ชั้นบนฝั่งนี้เป็นห้องแพงสุด แบบ duplex 2 ชั้น 3 ห้องนอน ขนาด 87 ตารางเมตร มีระเบียงสวนส่วนตัว เท่าที่สอบถามราคาโดยประมาณห้องนี้ราคา 19 ล้านบาทค่ะ ตกตารางเมตรละ 218,000 บาท  หรูหราราคาโหด บอกเลย เหมือนจะมีคนซื้อไปแล้วด้วย บอกเลย 

C Maestro 124

ด้านข้างอาคารเป็นแบบนี้ค่ะ  ไปดูรายละเอียดผังโครงการกันเลย

 

Product Walkthrough

X:ThailandRUAM RUDEE SOI 2 (MJD)1.Concept and presentation20

ชั้นล่างสุดของอาคารทำเป็นที่จอดรถค่ะ และยังมีชั้นใต้ดินอีก 1 ชั้นที่สามารถจอดรถได้อีก จำนวนที่จอดรถประมาณ 50% แต่จอดซ้อนคันไม่ได้นะคะ เนื่องจากขนาดของที่ดินที่จำกัด ทำให้ถ้าจอดซ้อนแล้วจะกลับรถลำบาก ทางเข้าอาคารคือทางเข้าติดถนนด้านหน้า ทางเดียวกับทางเข้ารถค่ะ เข้ามาจะเห็น Rack จอดจักรยานซ้ายมือ ป้อมรักษาความปลอดภัยอยู่ขวามือ จากในแปลนมีการทำทางเท้าที่จุด drop-off หน้าทางเข้าอาคารนะคะ

หลังจาก Drop-off กันเสร็จแล้ว เข้าไปจะเจอกับ Lobby ที่มีบันไดเวียนที่เชื่อมขึ้นไปชั้น 2 ได้ วางอยู่กลางล้อบบี้เลย ส่วนโถงลิฟท์อยู่แยกออกไปอีกจุดหนึ่ง โครงการมีลิฟต์ 2 ตัวค่ะเป็นลิฟต์ล็อกชั้นนะ ชั้นนี้ติดกับโถงลิฟต์จะมีตู้จดหมายด้วย และห้องซักรีดก็อยู่ชั้นนี้เช่นกันค่ะ 

X:ThailandRUAM RUDEE SOI 2 (MJD)1.Concept and presentation20

ผังอาคารชั้น 2 จะเป็นชั้นที่มีพื้นที่ส่วนกลางอย่างห้องฟิตเนส, สระว่ายน้ำ และคอร์ทยาร์ดตรงกลางค่ะ มีระเบียงพักผ่อนเล่นระดับข้างสระน้ำและในสวนตรงกลาง (อธิบายไปแล้วในภาพโมเดลด้านบนนะ) สระว่ายน้ำเป็นแบบ Outdoor แต่มีชายคายื่นมาบังแดดครึ่งนึง เป็นสระแบบ Aquatic Pool พร้อมสระ Jacuzzi ขนาด 14.5 x 5 ม. ลึก 1.2 ม.  มีห้อง Steam และ Sauna มีโซนแบ่งไว้ให้ซ้อมมวยด้วยนะ  

ชั้นนี้จะมียูนิตที่พักอาศัยอยู่ด้วยค่ะ ข้อดีของห้องพักในชั้นนี้ คือ คนอยู่จะรู้สึกเหมือนมีสระว่ายน้ำและฟิตเนสเป็นของตัวเอง เพราะไม่ต้องขึ้น-ลงลิฟท์มาใช้งาน เปิดประตูออกจากบ้าน เดินไปกระโดดลงสระได้เลย ถ้าเป็นคนไม่ชอบใช้ลิฟต์ก็ใช้บันไดลงไปที่ล้อบบี้ได้สบายๆ แต่ก็จะมีข้อเสียคือจะเจอเสียงรบกวนจากพื้นที่ส่วนกลาง

ใน Floor Plan นี้ เราวางไดอะแกรมทิศแดดและลมมาให้ดูเพิ่มนะคะ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ทิศทางลมของประเทศไทยส่วนใหญ่ลมจะมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศใต้ ส่วนในหน้าหนาวลมจะมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นห้องบริเวณทิศเหนือตะวันออก ( โซนยูนิตB2-1 และ A3-6,A3-5) และทิศใต้ตะวันออก (โซนฟิตเนสและสระว่ายน้ำและA2-1)  จะได้รับแดดช่วงเช้าที่ไม่จัดมาก รวมทั้งได้รับลมในปริมาณที่เหมาะสมค่ะ

X:ThailandRUAM RUDEE SOI 2 (MJD)1.Concept and presentation20

ชั้น 3-6 จริงๆนั้นมีผังเหมือนกันแทบทุกอย่างนะคะ ต่างกันแค่ส่วนห้อง D1-2, D1-1 ที่เป็นห้องแบบ 2 ชั้นนะ เดี๋ยวอธิบายรายละเอียดในผังห้องอีกทีนะ แต่ละชั้นจะมียูนิตที่พักอาศัยชั้นละ 23 ห้องค่ะ ห้องบริเวณทิศเหนือตะวันออกและทิศใต้ตะวันออก ( B2-1 , A3-6, A5-1, D1-1, D1-2, A1-1) จะได้รับแดดเช้าที่ไม่จัดมาก รวมทั้งได้รับลมในปริมาณที่เหมาะสม

ส่วนห้องฝั่งตะวันตก (A2-2, B3-3, B3-2, B1-1) จะเป็นห้องส่วนที่ได้รับแดดช่วงบ่าย ซึ่งร้อนกว่าและไม่ค่อยมีลมค่ะ ตัว corridor หรือโถงทางเดินแจกแต่ละยูนิตกว้าง 1.5 เมตร ฝั่งใต้ (ทางเดินหน้าห้อง A2-1, A3-1) จะสว่างกว่าส่วนอื่นด้วยแสงธรรมชาตินะ เพราะมีหน้าต่างมองลงไปเห็นคอร์ทยาร์ดชั้นล่าง

ส่วนห้องB3-1และB4-1 ระเบียงห้องนอกจากจะมองเห็นคอร์ทยาร์ดชั้นล่างแล้ว ยังมองเห็นกันเองด้วยค่ะ ระเบียงห้องทำมุมกัน 90 องศาเลยนะ โดยเฉพาะห้อง B3-1 ซึ่งถูกขนาบด้วยโถงลิฟต์ข้างนึง โถงบันไดข้างนึง จะเจอเสียงรบกวนจากลิฟต์และคนเยอะหน่อย อีกอย่างที่สังเกตเห็นคือ ประตูทางเข้าห้อง (A1-1, D1-2,D1-1) คือใกล้กันมากไปหน่อยด้วย แบบเปิดมานี่เป็นระยะตกใจเลยนะ อันนี้ก็ลองพิจารณาดูนะคะ 

X:ThailandRUAM RUDEE SOI 2 (MJD)1.Concept and presentation20

ผังอาคารชั้น 7 -8  การจัดผังเหมือนกับชั้น 3-6 ค่ะ ต่างกันตรงที่ชั้นนี้ส่วนด้านหน้า หรือปลายของตัว C เป็นห้องแบบ Duplex  Type D หรือห้องที่ควบสองชั้น ทั้ง 2 ฝั่ง ที่อลังคือห้อง D3-1G, D2-1G ห้องบริเวณทิศเหนือตะวันออก ที่ชั้น 7 จะมีระเบียงใหญ่หรือสวนส่วนตัวเล็กๆของแต่ละห้องด้วย (ชั้น 8 ไม่มีส่วนระเบียงนี้นะ) ห้องโซนนี้และทิศใต้ตะวันออก (D1-1, D1-2, A1-1) จะได้รับแดดเช้าที่ไม่จัดมาก รวมทั้งได้รับลมในปริมาณที่เหมาะสมกว่าโซนอื่นๆ

X:ThailandRUAM RUDEE SOI 2 (MJD)1.Concept and presentation20

Rooftop หรือชั้นดาดฟ้า จัดเป็นพื้นที่สำหรับผ่อนคลาย มีมุมบาร์บีคิวปาร์ตี้ มีสนามหญ้าเล็กๆ และลานโยคะ Outdoor เป็นเหมือน Relaxing Zone ของลูกบ้าน ที่ทุกคนสามารถขึ้นมาใช้ Rooftop Facilities ชั้นบนนี้ได้

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ

  • Free-wifi
  • มุมบาร์บีคิวปาร์ตี้ สนามหญ้า และลานโยคะ ชั้นดาดฟ้า
  • สวนกลางอาคาร (Courtyard) ชั้น 2
  • สระแบบ Aquatic Pool พร้อม Jacuzzi ขนาด 14.5 x 5 ม. ลึก 1.2 ม.  ชั้น 2
  • ห้อง Steam และซาวน่า ชั้น 2
  • Fitness & Boxing ชั้น 2
  • ลิฟต์ล็อกชั้น
  • ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • บริการรถรับส่งโครงการ –  BTS เพลินจิต

MET02_landscape pool Tive1

ภาพจำลองสระแบบอควาติกพูลพร้อมจากุซซี่ขนาด 14.5 x 5 ม. ลึก 1.2 ม.  ชั้น 2

MET02_landscape front Tive2

ภาพจำลองมุมมองชั้นล่าง ที่นั่งข้างสระเป็นลานต่างระดับ ล้อมรอบด้วยรั้วไม้พุ่มสูงประมาณ 5 เมตร ด้านนอกมีติดแท่งโคมไฟเป็นจังหวะ  

MET02_landscape all Tive3

ภาพจำลองมุมมองชั้นดาดฟ้า มีมุมบาร์บีคิวปาร์ตี้ สนามหญ้า ลานโยคะ และศาลานั่งเล่น

MET02_landscape BBQ Tive4

ภาพจำลองมุมมองศาลานั่งเล่นชั้นดาดฟ้า

Lobby3  

ภาพจำลองมุมมอง Lobby ชั้นล่าง  และบันไดเวียนขึ้นชั้นบนที่ดูหรูหรา

Fitness

ภาพจำลองมุมมองห้องฟิตเนสและมีโซนซ้อมมวยให้

 

แบบห้อง 

***โครงการ MAESTRO นี้ไม่มีห้องตัวอย่างนะคะ มีแต่ภาพจำลองห้องตัวอย่างนะ เราถ่ายภาพวัสดุมา เดี๋ยวจะอธิบายเทียบให้ดูนะคะ***

Type A: 1 ห้องนอน ขนาด 25.5-37 ตร.ม.

MET02 UL With DIM 1-BR-03

ขอยกตัวอย่างห้อง Type A2-1 ขนาด 28 ตร.ม. นะคะ 

เรามาดู Floor Plan ของห้องนี้กันก่อน ผังห้องนี้เป็นห้องสตูดิโอค่ะ แต่มีบานเลื่อนกระจกใสกั้นส่วนห้องนอนมาให้ จึงจะดูเหมือนเป็นห้อง 1-Bedroom โดยจะเอาไว้กั้นเพื่อกันกลิ่นเวลาทำอาหาร แต่จะใส่เป็นบานกระจกใสสร้างมุมมองที่มีความต่อเนื่องไปที่ระเบียง และรับแสงธรรมชาติต่อจากช่องหน้าต่างที่ระเบียงด้วย  เปิดประตูเข้าห้องมาจะมีห้องน้ำอยู่ด้านข้างอ่างล้างมืออยู่ชิดผนังฝั่งขวาเกินไปนะ เวลาใช้งานอย่างล้างหน้าแปรงฟัน ข้อศอกชน  มีที่สำหรับวางรองเท้า โซนพักผ่อน, ทานอาหาร และเตรียมอาหารจัดไว้ในโซนเดียวกัน   คือเวลาทานข้าวก็จะดูทีวีไปด้วยได้เหมือนนั่งอยู่โซฟาตามปกติ  เวลาลำเลียงอาหารก็ง่าย โซนครัวมีอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและส่วนเตรียมอาหารเล็กๆมาให้ มีที่วางตู้เย็น โดยรวมแล้วก็ถือว่าให้ฟังก์ชั่นมาครบตามมาตรฐานสำหรับห้อง 1 ห้องนอน 28 ตารางเมตรค่ะ

โครงการนี้ไม่มีห้องตัวอย่างมาให้ แต่เป็น Fully Furnished ที่ได้เฟอร์นิเจอร์ตามภาพจำลองที่เห็น ไม่รวมพร๊อพและเครื่องใช้ไฟฟ้า รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์นี่โครงการออกแบบเอง แบบตามภาพตัวอย่าง มีชื่อเรียกเฟอร์นิเจอร์เซต Fully Furnished ที่ให้ว่าแบบ Milano เท่าที่เราดูจากลุคในภาพตีฟคือเป็น แนว Modern contempolary  สไตล์ Italian แต่เรื่องคุณภาพอันนี้เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อต้องรับความเสี่ยงเองนะ เพราะไม่มีของจริงให้ดู และโครงการทำเอง เรื่องรายละเอียดวัสดุและดีเทลของเฟอร์นิเจอร์เราจึงไม่สามารถอธิบายอะไรได้มากนะ เราไปดูภาพประกอบกันค่ะ

ภาพจำลองการตกแต่งห้องตัวอย่าง  

Living room

ภาพจำลองมุมมองจากทางเข้าห้องค่ะ มีบานเลื่อนกระจกใสกั้นส่วนห้องนอนมาให้เพื่อกันกลิ่นเวลาทำอาหาร และมุมมองที่มีความต่อเนื่องไปที่ระเบียง และรับแสงธรรมชาติจากช่องแสงระเบียงด้วย ชุดครัวไม่มีภาพที่ชัดกว่านี้ ได้ชุดครัวของ Haffele ได้ Hob, Hood ของ Electrolux, แอร์มองไม่เห็นว่าติดไว้ตรงไหน แต่ถามมาได้เป็นยี่ห้อ Trane ห้องแบบ 1 ห้องนอน จะได้แอร์ 2 เครื่องค่ะ ( 2 ห้องนอน ได้ 3 เครื่อง, และ 3 ห้องนอนได้ 4 เครื่อง)

พื้นเป็นไม้ลามิเนตหนา 8 มม. ค่ะ ห้องครัวผนังเป็นกระเบื้องลายหินสีเบจ ท้อปของชุดครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาวลายเทาแบบหินอ่อนไวท์คาราร่า ผนังห้องนอนห้องนั่งเล่นเป็นผนังปูนทาสีขาวเรียบค่ะ

วัสดุาเอสโตร

นี่เป็นภาพบอร์ดวัสดุที่เราถ่ายมาค่ะ ขอพิมพ์เพิ่มไปให้เห็นภาพง่ายขึ้นนะคะ ว่าส่วนไหนใช้วัสดุอะไร

Bathroom

ห้องน้ำใช้ผลิตภัณฑ์ของ American Standard ค่ะ ได้รุ่นตามที่เห็น ตัวอ่างล้างมือมีพื้นที่รอบๆให้วางของได้ และมีลิ้นชักด้านล่างสำหรับเก็บของใช้ต่างๆในห้องน้ำ กระจกเงาได้บานยาวเต็มผนัง แต่ไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ ระยะอ่างล้างมือด้านขวาชิดผนังแบบนี้ เวลาแปรงฟันข้อศอกอาจมีชนนะ ส่วนฉากกั้นโซนอาบน้ำเป็นกระจกค่ะ พื้นเป็นกระเบื้องแผ่นใหญ่ผิวด้านสีเบจ ผนังในห้องอาบน้ำเป็นกระเบื้องสีเทาเข้มค่ะ

Bedroom

โซนห้องนอนค่ะ เตียงคู่หุ้มหนังสีดำ มีโต๊ะทำงานผิวไม้  เซตโต๊ะข้างเตียงเป็นท้อปไม้โครงเหล็ก ตู้เสื้อผ้าเป็นไฮกลอสสีอมน้ำตาล พื้นเป็นไม้ลามิเนตหนา 8 มม. ผนังห้องนอนทาสีขาว

MET02 UL With DIM 1-BR-11

 

A3-3 ขนาด 32.5 ตร.ม.

ผังแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 32.5 ตารางเมตรนี้หน้าห้องจะกว้างขึ้นกว่าแบบ 28 ตารางเมตรนะ และกั้นห้องเป็นสัดส่วนด้วยผนังทึบค่ะ  แยกโซนของห้องนอนและห้องทำงาน กับโซนพักผ่อนกับทานอาหารออกจากกัน โดยทั้งสองส่วนได้รับแสงธรรมชาติทั้งคู่ค่ะ ประตูทางเข้าห้องน้ำอยู่ในห้องนอนนะ 

 

Type B: 2 ห้องนอน ขนาด 51-57.5 ตร.ม. 

MET02 UL With DIM 2-BR-02

 

B1-1 ขนาด 57.5 ตร.ม.

ห้องType B แบบ 2 ห้องนอนส่วนใหญ่จะอยู่ตรงหัวมุมค่ะ  ได้เป็นห้องหน้ากว้างด้วย การออกแบบสามารถนำแสงธรรมชาติเข้ามาได้ทั้งในส่วนห้องนอนใหญ่, ห้องนอนเล็ก และส่วนพักผ่อน เปิดประตูเข้าห้องมาจะเจอโซนครัวก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งพื้นที่บริเวณครัวนี้น่าจะมืดหน่อย เพราะแสงธรรมชาติน่าจะเข้ามาไม่ถึง แต่ครัวได้มาใหญ่ขึ้นเป็นรูปตัว C มีพื้นที่เตรียมอาหารเยอะขึ้น และมีเคาน์เตอร์บาร์ที่ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นด้วย ใกล้ๆกับครัวและทางเข้าห้องจะมีพื้นที่สำหรับวางตู้รองเท้า และเครื่องซักผ้า โต๊ะรับประทานอาหาร วางอยู่ในห้องนั่งเล่น สามารถนั่งได้ 4-6 คน

ห้องนอนเล็กกับห้องนอนใหญ่มีหน้าต่างทั้งคู่ แต่ว่าห้องนอนเล็กหน้าต่างจะบานเล็กกว่า เนื่องจากเสียพื้นที่ให้กับผนังระเบียงไปเยอะ เพราะต้องวางคอมเพรสเซอร์แอร์ด้วย ระเบียงของห้องนอนเล็กกับห้องนั่งเล่นจะยาวเชื่อมต่อกันเป็นระเบียงใหญ่ ในขณะที่ห้องนอนใหญ่จะมีระเบียงส่วนตัวแยกออกไป ห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องนอนเล็กมีห้องน้ำอยู่ด้านนอก ใช้ห้องน้ำร่วมกับส่วน Living

 

Type D: Duplex ขนาด 47-87 ตร.ม. เป็นห้องแบบ 2 ชั้น นะ

MET02 UL With DIM DUPLEX-06

ห้อง D3-1G ขนาด 87 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอนค่ะ ห้องนี้เป็นห้อง Duplex และเป็นห้องที่พิเศษมาก เพราะที่ชั้นล่างของห้องจะมาพร้อมกับพื้นที่สวนและระเบียงส่วนตัวขนาดใหญ่ ทั้งโครงการมีแค่ 2 ยูนิตที่มีระเบียงลักษณะนี้

เมื่อเปิดประตูเข้าห้องมาแล้ว ติดกับประตูมีที่วางเครื่องซักผ้าอยู่หน้าห้อง อยู่ใกล้กับโถงบันไดขึ้นชั้นสองพอดี สามารถเปิดประตูเข้าห้องมาปุ๊บ ก็เดินขึ้นชั้นบนได้เลย โดยที่ไม่ต้องเดินผ่านห้อง Living ตรงข้ามกับโถงบันไดเป็นพื้นที่ครัวซึ่งอยู่ติดกับทางเข้าห้องเหมือนกัน ครัวอันนี้ระยะเตรียมอาหารและระยะเปิดตู้เย็นดูจากแปลนนี้อาจจะแคบไปหน่อย เกรงว่าอาจจะใส่ตู้เย็นได้ขนาดค่อนข้างจำกัด พื้นที่ครัวอยู่ค่อนข้างห่างจากโต๊ะอาหารด้วย การลำเลียงอาหารจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ส่วนโซนโต๊ะอาหารแอบเสียดายนิดนึงตรงที่มองไม่เห็นวิวสวนแบบเต็มๆ เนื่องจากผนังข้างๆเป็นผนังทึบ (เข้าใจว่าเพื่อให้ลิ้งค์กับดีไซน์ด้านนอกและเป็นจุดวางแอร์คอมเพรสเซอร์) แต่ยังดีที่มีเจาะช่องแสงเป็นกระจกเข้ามุมมาให้นิดหน่อย โซนห้องนั่งเล่นอลังการด้วยวิวสวนและขนาดที่วางโซฟาเต็มชุดได้สบายๆ

ห้องนอนชั้นล่างทั้งสองห้องอยู่ถัดจากโซนครัวลึกเข้าไปด้านใน มีโถงทางเดินหน้าห้องเล็กๆก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปยังห้องแต่ละห้อง ห้องนอนทั้งสองห้องนี้ดูจากแปลนแล้ว ระยะปลายเตียงค่อนข้างแคบ อาจจะติดทีวีที่ผนังได้ไม่สะดวกนัก ต้องรอดูระยะของจริงอีกทีว่าจะเป็นแบบไหน

MET02 UL With DIM DUPLEX-07

มาดูผังชั้น 2 ของห้องนี้กันต่อค่ะ พื้นที่ชั้น 2 นี้จะมีส่วนที่เปิดโล่งแบบ Double Volume ต่อเนื่องขึ้นมาจากบริเวณห้องนั่งเล่น ตรงโซฟาดูทีวีที่อยู่ ชั้นล่าง กลายเป็นผนังสูงราวๆ 6 เมตร สามารถมองมุมกดจากชั้น 2 ลงไปเห็นพื้นที่สวนที่ระเบียงได้เต็มๆ จากในห้องนอน Master Bedroom ที่กินพื้นที่ยาวตลอดทั้งชั้นเลย ชั้นนี้ขึ้นมามีประตูเปิดเข้าห้องอีกทีเพื่อความเป็นส่วนตัว ห้องนอน Master Bedroom นี้มีห้องน้ำในตัว แต่ขนาดห้องค่อนข้างเล็กนะ ใส่ตู้เสื้อผ้าไปก็เต็มแล้ว ถ้าวางเตียง 6 ฟุต ระยะปลายเตียงก็จะยังแคบอยู่เหมือนเดิม (เพราะห้องมาเป็นห้องหน้าแคบอยู่แล้ว)

รายละเอียดการจองห้องชุด @ 11 June 2014

ใบราคายังไม่ออกค่ะ ราคาสอบถามรายละเอียดจากทางโครงการนะคะ

  • ค่าใช้จ่ายส่วนกลางนิติบุคคลอาคารชุดประมาณ 50 บาท/ตร.ม. ชำระล่วงหน้า 1 ปี ณ วันโอนกรรมสิทธิ์
  • เงินกองทุนบำรุงรักษาอาคารประมาณ 500 บาท/ ตร.ม. ชำระ ณ วันโอนกรรมสิทธิ์

  • Fully Furnished

 

เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Maestro 02  ร่วมฤดี ตั้งอยู่ในซอยร่วมฤดี 2 ซึ่งเป็นซอยโซนที่พักอาศัยที่เงียบสงบของย่านเพลินจิตที่เต็มไปด้วยโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์และคอนโดมิเนียม ซอยร่วมฤดีเป็นซอยใหญ่ที่เชื่อมระหว่างถนนเพลินจิตและถนนวิทยุ ที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากจุดขึ้นลงทางด่วนประมาณ 1.1 กิโลเมตร ด้วยที่ตั้งที่อยู่ในใจกลางเมืองย่านธุรกิจอย่างเพลินจิต บวกกับถนนย่านนี้(สยาม,ชิดลม,เพลินจิต,นานา,อโศกเป็นย่านที่มีสี่แยกเยอะนะ ซึ่งส่งผลให้รถติดต่อเนื่องกันไปตามธรรมชาติ ถนนวิทยุเองก็เชื่อมระหว่างสี่แยกเพลินจิตและสี่แยกสารสินทำให้เป็นถนนที่รถติดสุดๆโดยเฉพาะในช่วงเวลาเข้าออกเช้าเย็น คนขับรถเวลาจะไปไหนต้องเผื่อเวลากันหน่อยนะคะ

ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถก็ถือว่าสะดวกสบายนะ โครงการมี Shuttle Bus ส่งถึงรถไฟฟ้า BTS เพลินจิตให้ ถ้าเป็นคนชอบเดินก็จะบอกว่าซอยร่วมฤดีเป็นถนนที่เดินสนุกดีนะ ซอยเต็มไปด้วยโรงแรมหรู ร้านอาหาร และคอนโดที่พักอาศัยที่ดูดีน่ามองและถนนไม่เปลี่ยว แถมไม่เจอแดดมากเพราะตึกช่วยบังแดดไปเยอะ แต่ระยะ 1.1 กิโลเมตรถึง BTS นี่ไม่ใช่ระยะเดินที่ใกล้นะ ถือว่าเป็นระยะเหงื่อตกค่ะ สำหรับกรณีนี้แนะนำใช้วินมอเตอร์ไซค์ที่ประจำอยู่แถวต้นซอยร่วมฤดี ฝั่งโรงแรม Novotel  แล้วไปนั่งรถไฟฟ้าหรือรถเมล์เอา (ป้ายรถเมล์อยู่แถวหน้าตึกมหาทุนพลาซ่าเดี๋ยวมีรูปให้ดูและอธิบายรายละเอียดอีกทีนะ ซึ่งรถเมล์จะได้รับการยกเว้นกฎระเบียบหลายข้อที่กล่าวมา เช่น รถเมล์จากเพลินจิตวิ่งตรงผ่านทางด่วนไปสุขุมวิทได้ เป็นต้น) เรียกแท็กซี่ก็มีให้เรียกอยู่เรื่อยๆค่ะ สำหรับคนขับจักรยาน มีสถานีจักรยานที่หน้า Park Venture(สถานีนี้อยู่ใกล้โครงการที่สุด), Wave Place และ หน้าธนาคารกรุงศรีค่ะ

อาคารถูกออกแบบตามทรงที่ดินซึ่งได้มาเป็นผืนรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส   ดีไซน์ตามคอนเซ็ปโมเดิร์น คลาสสิค  รายละเอียดของเปลือกอาคารหลักๆเป็นโทนสีน้ำตาลเทาขรึม มีมิติการยุบเข้าของระเบียงในแต่ละห้องพร้อมราวกันตกสีเดียวกันกับโทนสีอาคาร  เปลือกอาคารฝั่งขวามือโดดเด่นด้วยผนังปูนเซาะร่องสีขาว เหมือนเป็นผนังอิฐก้อนใหญ่สีขาว 2 ชั้นบนยุบเข้าไปเป็นห้อง duplex 2 ชั้น มีระเบียงสวนส่วนตัว ระเบียงและผนังอิฐขาวนี่ทำให้อาคารดูมีรายละเอียดที่น่าสนใจขึ้นนะ มีความเป็นโมเดิร์นคลาสสิคตามคอนเซ็ปเพิ่มขึ้นด้วย มีคอร์ทยาร์ดหรือสวนขนาดเล็กตรงกลาง บนดาดฟ้าหรือรู้ฟท้อปมีสวน ลานบาร์บีคิวและลานโยคะ สระว่ายน้ำอยู่ชั้นล่างสุดด้านหน้าค่ะ ล้อมด้วยรั้วต้นไม้สูง 5 เมตร รั้วโครงการสูง 3 เมตร โครงการให้พื้นที่ส่วนกลางมาเยอะนะ ถ้าเทียบกับที่อื่น สระให้มาแบบอควาติกพูลพร้อมจากุซซี่ขนาด 14.5 x 5 ม. ลึก 1.2 ม. มีห้องสตรีมและซาวน่า ห้องFitnessมีโซนให้ซ้อมต่อยมวยได้ด้วย

ขนาดพื้นที่ใช้สอยในยูนิตโดยรวมถือว่าให้มาค่อนข้างงเล็กนะ ถ้าเทียบกับห้องโครงการอื่นๆในย่านเดียวกัน แต่ 1 Bedroom ขนาด 28 ตารางเมตรจัดพื้นที่ใช้สอยมาได้ลงตัวดีนะ ห้องDuplex 2 ชั้นขนาดใหญ่สุดอยู่ที่ 87 ตารางเมตร ที่มีระเบียงสวนส่วนตัว อันนี้ระยะเตรียมอาหารและระยะเปิดตู้เย็นดูยังไม่ค่อยลงตัวนะ และค่อนข้างห่างจากโต๊ะอาหารด้วย โซนโต๊ะอาหารผนังฝั่งสวนที่ระเบียงเป็นผนังทึบแอบเสียดายนะ ไม่เห็นวิวสวน (แต่ก็เข้าใจว่าลิ้งค์กับดีไซน์ด้านนอกและเป็นจุดวางแอร์คอมเพรสเซอร์) แต่มีเจาะช่องแสงเป็นกระจกเข้ามุมมา โซนห้องนั่งเล่นอลังการด้วยวิวสวนและขนาดที่วางโซฟาเต็มชุดได้สบายๆ ห้องนอนชั้นล่างทั้งสองห้อง ไม่มีระยะวางทีวีที่เหมาะสมนะ แคบไปบ้าง ผนังไม่เต็มบ้าง ห้องนอนชั้น 2  ค่อนข้างเล็กนะ ใส่ตู้เสื้อผ้าไปก็เต็มแล้วถ้าใช้เตียงคู่ ระยะวางทีวีปลายเตียงก็แคบค่ะ

วัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่ได้ถือว่าธรรมดานะถ้าเทียบกับราคาระดับนี้  ชุดครัวของ Haffele ท้อปเป็นหินสังเคราะห์ ผนังครัว พื้นและผนังห้องน้ำเป็นกระเบื้องผิวด้านอิตาเลียที่ดูดีนะ ชุดโต๊ะและชั้นเป็นไฮกลอส แต่พื้นเป็นไม้ลามิเนตหนา 8 มม. ห้องน้ำ American Standard และผนังห้องนอกจากผนังครัวและห้องน้ำเป็นผนังปูนฉาบเรียบทาสีขาวธรรมดา

โดยรวม Maestro 02 ร่วมฤดี จัดเป็นโครงการที่ทำออกมาได้น่าอยู่ อยู่ในย่านที่พักอาศัยที่เงียบสงบและทำเลราคาสูงอย่างเพลินจิต จุดขายหลักของโครงการคือขายทำเลนั่นเอง บวกกับในซอยร่วมฤดีที่เงียบสงบนี้ที่ดินเปล่าเริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยราคาที่สูงระดับนี้ ทางเลือกที่คุ้มค่าทางด้านการเงินมากกว่าจึงมีอยู่มากมาย คนที่จะเลือก Maestro 02 ร่วมฤดี จะต้องเป็นคนที่ใจรัก เห็นแล้วชอบดีไซน์ของอาคาร และมองหาที่อยู่ย่านเพลินจิต ไม่ได้เน้นที่หาของถูก มีงบประมาณ ระดับ 4.5 – 8 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 30,000 – 50,000 บาท ขึ้นไป

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 150,000 บาทต่อตารางเมตร, 11 June 2014

  • ทำเล 8/10 – ทำเลดี สำหรับคนมองหาบ้านในย่านนี้ ครบเครื่องและอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมือง ขณะเดียวกันก็มีความเงียบสงบในซอยที่เป็นย่านที่พักอาศัยราคาแพง
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – อยู่ห่างจากจุดขึ้นทางด่วนประมาณ 1 กิโลเมตรและอยู่ใจกลางเมืองอยู่แล้ว แต่หักคะแนนรถติด
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – เรียกรถง่ายมีให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ ปลอดภัยไม่เปลี่ยว เดินไป BTS เพลินจิตได้ แต่ไกลหน่อย
  • วัสดุ 7 /10 – ธรรมดาถ้าเทียบกับราคาระดับนี้ (คะแนนนี้ให้ขณะที่ไม่มีห้องตัวอย่างนะคะ จากลิสต์วัสดุที่ได้)
  • แบบ 7.5/10 – ออกแบบมาค่อนข้างลงตัว แต่ก็มีจุดให้ติอยู่บ้าง เช่นช่องแสง ตำแน่งการวางของต่างๆ
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ให้เยอะถ้าเทียบกับโครงการอื่นที่เป็น Low Rise ด้วยกัน

  • HIGH CLASS
  • 7.7 / 10.00

BOTTOM LINE

Maestro 02 ร่วมฤดี เหมาะกับคนมองหาบ้านย่านเพลินจิตต้องการโครงการที่เดินทางสะดวก จอดรถพอเพียง พอจะเดินไปรถไฟฟ้าได้ และมีความอุดมสมบูรณ์สูง ใกล้ห้าง และสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เป็นคนซื้อของดูของที่ชอบและเหมาะกับตัวเอง ไม่ได้เน้นที่หาของถูก มีงบประมาณ ระดับ 4.5 – 8 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 30,000 – 50,000 บาท ขึ้นไป