รูปเปิด640

รีวิวฉบับที่ 819 … สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาไปชมรีวิวคอนโดโครงการ IDEO Q สยาม-ราชเทวี เป็นหนึ่งในโครงการร่วมทุนระหว่างบ.อนันดาฯ และ บ.มิตซุย ฟูโดซัง จากญี่ปุ่น เป็นคอนโด High Rise 36 ชั้น ซึ่งตัวโครงการตั้งอยู่ติดกับ ถนนเพชรบุรี ใกล้ BTS สถานีราชเทวี เป็นรีวิวฉบับอัพเดตจากเดิมที่ Mr.Oe เคยพาเราไปดูทำเลแบบเจาะลึกกันไปแล้วนะครับ วันนี้ผมจะพาไปอัพเดตรอบๆโครงการ และห้องตัวอย่างว่าเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลยดีกว่าครับ

 

Fact @ 27 March 2015

  • Ideo Q Siam-Ratchathewi (ไอดีโอ คิว สยาม-ราชเทวี )
  • บริษัท  อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์  จำกัด
  • LUXURY – SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถ.เพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.
  • คอนโด High Rise 36 ชั้น 1 อาคาร  552 ยูนิต
  • ที่ดินประมาณ 2-1-60.1 ไร่
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 29.5 – 37 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 51 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 62 – 69 ตร.ม.
  • จำนวนที่จอดรถช่องจอด 258 คัน คิดเป็น 46%
  • จะเริ่มก่อสร้าง กลางปี 2558 คาดว่าน่าจะเสร็จ กลางปี 2560
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 5.5 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรประมาณ 187,118 บาท
  • http://www.ananda.co.th/condo/ideo/q-siam-ratchathewi
  •  Tel : 02-316-2222

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.752548,100.534961

แผนที่จากทางโครงการ

แผนที่จากทางโครงการครับ ตัวโครงการจะอยู่บนถนนเพชรบุรี ฝั่งขาออกมุ่งหน้าประตูน้ำ โดยอยู่ห่างจากแยกราชเทวีประมาณ 310 เมตร และห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวีประมาณ 390 เมตร มีสำนักงานขายอยู่บริเวณสี่แยกราชเทวีฝั่งตรงข้าม(ฝั่งเดียวกันกับพันธุ์ทิพย์) โครงการอยู่ติดกับเพชรบุรีซอย 11 ซึ่งตรงข้ามโครงการคือ ซอยเพชรบุรี 20 ครับ ในแผนที่จะเน้นว่าในอนาคต จะมีส่วนของรถไฟฟ้าสายสีส้มมาเสริมในเรื่องของทำเลบริเวณนี้

แผนที่ระยะไกล640

ทำเลที่ตั้งของโครงการ อยู่บนถนนเพชรบุรีก็จริง แต่ลองดูแผนที่ด้านบน จะเห็นว่าการอยู่ตรงเพชรบุรีระหว่างแยกราชเทวี กับประตูน้ำนั้นมันแตกต่างจากเพชรบุรีทั่วไปยังไงนะครับ… ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการเมื่อดูภาพรวม จะอยู่ใกล้ BTS ราชเทวีราวๆ 390 เมตร ห่างจากแยกประตูน้ำ 700 เมตร และเดินไปสยามพารากอนได้ที่ระยะทางราวๆ 650 เมตรครับ ซึ่งการเดินไปพารากอนได้ถือเป็นสาระสำคัญและสามารถให้น้ำหนักได้มาก เพราะรายรอบพารากอนนี่คือแหล่งอารยธรรมขั้นสูงสุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะวัยรุ่นอย่างคุณผู้อ่าน ถ้าเราเดินมาสยามพารากอนได้ เราสามารถเดินต่อไป สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ข้ามไปเดินเล่นสยามสแคร์ และ มาบุญครอง หรือถ้าขยันเดินหน่อย ก็เดินบนสกายวอล์ค ไป Central World และไหว้พระพรหม ที่แยกราชประสงค์ก็ยังได้

ทำเล IDEO Q ราชเทวีนี่ ต้องบอกว่า อิง “สยาม” นะครับ คืออยู่ใกล้แบบเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสถานีเดียว  และแถวนั้นก็จะอยู่ไม่ไกลจากย่านไข่แดงใจกลางเมืองอย่าง ราชประสงค์ ชิดลม เพลินจิตเลยด้วย ถ้าเดินทางไปห้าง หรือพวกสำนักงานแถวนั้นนี่ด้วยรถไฟฟ้ามาได้ไม่ยาก… แต่ถ้าขับรถดูเหมือนใกล้ แต่ซับซ้อนหน่อย เรื่องทำเลและการเดินทางของโครงการถึงแม้จะมีข้อดีที่ใกล้ CBD, แหล่งงาน, ห้างสรรพสินค้า, การคมนาคมที่มีหลายทางเลือก แต่ข้อเสียก็มีครับเป็นธรรมดาของที่อยู่อาศัยในใจกลางเมือง มลภาวะทางเสียงและฝุ่นควันที่มาพร้อมกันจากถนนเพชรบุรีที่มีรถวิ่งตลอด

ภาพรวมการเดินทางของพื้นที่สำหรับย่านราชเทวี ต่อเนื่องย่านประตูน้ำ ค่อนข้างไปไหนต่อไหนได้ไม่ค่อยไกล ไปสยามนี่ใกล้มากๆ แต่ต้องทำใจในเรื่องรถติดหน่อยนะครับ ขาออกจากตัวโครงการไปยังที่ต่างๆ จะถูกบังคับให้มุ่งหน้า ประตูน้ำรถติดอยู่ในบางวันเวลา ยังดีที่ระยะทางไม่ได้ไกลเท่าไร และการจราจรของย่านนี้ ต้องดูดีๆ เพราะมีวันเวย์ และจุดห้ามเลี้ยว อยู่หลายจุด เช่น ถ้ามาจากสยาม มุ่งหน้าไปโครงการ พอถึงแยกที่ตัดกับถนนเพชรบุรี เราจะเลี้ยวขวาไม่ได้ ต้องตรงไปกลับรถมาเป็นต้น

เมื่อดูเฉพาะลงไปในพื้นที่โครงการ ในทำเลที่ตั้งโครงการ โดยรอบจะเห็นตึกสูงรายรอบโครงการ ตัวโครงการด้านหน้าติดถนนเพชรบุรี ด้านข้างโครงการเป็นซอยเพชรบุรี 11 ซึ่งเป็นทางเชื่อมลัดเลาะไปประตูน้ำเซ็นเตอร์หรือซอยราชปรารภได้ และติดกับซอย 11 เป็นบ้านเดี่ยวบนพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่ประกาศชัดเจนว่า “ไม่ขาย” ติดอยู่ ด้านหลังพื้นที่ที่ตั้งโรงแรมเกศสยามที่สูงแค่ 7 ชั้น ขณะที่ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นที่ตั้งของโครงการ Wish Signature Midtown Siam ของสยามนุวัตร และใกล้กับซอยกรุงเทพการบัญชีที่สามารถใช้เดินไปยังสยามพารากอนได้

การเดินทางเข้าสู่พื้นที่โครงการด้วยรถยนต์ สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยมีข้อแม้ว่าไม่ควรใช้ถนนเพชรบุรีขาเข้าที่มุ่งหน้าไปแยกยมราช เนื่องจากมีเพียง 2 ช่องจราจร และไม่สามารถใช้สะพานลอยข้ามแยกได้เลย ดังนั้นการเดินทางจากพื้นที่ต่างๆเข้าสู่พื้นที่โครงการจึงควรใช้เส้นทางที่ขนานกับถนนเพชรบุรีแล้วย้อนเข้าถนนเพชรบุรีเพื่อเข้าพื้นที่โครงการต่อไป การเดินทางการย่าน CBD ใจกลางเมืองทั้งย่านอโศก หรือพระราม 9 สามารถใช้เส้นจตุรทิศมาที่ถนนศรีอยุธยาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 6 ที่แยกศรีอยุธยาก่อนเลี้ยวซ้ายอีกครั้งที่แยกอุรุพงษ์เข้าถนนเพชรบุรี ตรงมาจนถึงตัวโครงการ แต่หากมาทางแยกปทุมวันให้ใช้ถนนบรรทัดทองมุ่งหน้ามาที่แยกพงษ์เพชร เลี้ยวขวาเข้าเพชรบุรีก็สะดวกเช่นกันแต่สภาพการจราจรจะติดขัดกว่าแต่ก็สามารถเลือกใช้ถนนพระราม 6 มุ่งหน้ามาแยกอุรุพงษ์เลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรบุรีได้เช่นกัน ตามที่ผมได้เล่ามาข้างต้นว่าบทบาทการใช้ถนนของถนนเพชรบุรีจะเป็นถนนที่ให้รถยนต์ใช้เป็นขาออกเมืองมากกว่า ดั้งนั้นการเดินทางไปยังทิศตะวันออกจะสะดวกเพราะช่องการจราจรที่มากกว่า จะมีสะพานลอยข้ามแยกโดยตลอดทำให้ไม่ต้องอารมณ์เสียก่อนการเดินทางไปทำงานในย่านทิศตะวันออกของโครงการ

แผนที่การเดินทางไม่ใช้รถ640

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ถ้าจะพึ่ง BTS ใกล้สุดคือสถานีราชเทวี ระยะเดินประมาณ 390 ม. ไม่ถึงกับใกล้ครับระยะนี้เหงื่อตกแน่นอน แต่ถ้าเดินชิวๆไม่รีบก็พอได้ครับ หรือไม่ก็ต้องพึ่งพี่วินมอเตอร์ไซค์ครับ ลงจากสถานีราชเทวีเรียกได้เลย ป้ายรถเมล์ฝั่งเดียวกับโครงการอยู่ห่างประมาณ 70 ม. หรือเดินขึ้นสะพานลอยหน้าโครงการ ข้ามฝั่งไปป้ายรถเมล์จะอยู่ใต้สะพานลอยครับ มีรถหลายสายวิ่งผ่านและมีพี่วินอยู่ประจำการตรงนี้ด้วยเช่นกัน ส่วนถ้าใครจะใช้บริการ Aairport Rail Link สถานีที่ใกล้โครงการคือสถานีพญาไทครับ ระยะประมาณ 800 ม.

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกระบบขนส่งทางน้ำ(ซึ่งอาจจะไม่ได้ใช้กันบ่อยหรอกนะ) นั่นคือคลองแสนแสบต้นทางตั้งแต่สะพานผ่านฟ้า ถึงวัดศรีบุญเรือง ซึ่งตัวโครงการอยู่ติดกับคลองแสนแสบ โดยท่าเรือที่ใกล้โครงการคือท่าเรือประตูน้ำประมาณ 800 ม. และท่าเรือสะพานหัวช้างประมาณ 850 ม. ส่วน Taxi ก็โบกเรียกได้ที่หน้าโครงการเลย ถือว่ามีตัวเลือกในการเดินทางหลายแบบเลยครับ จะนั่งเรือต่อ BTS หรือ MRT ก็ได้แล้วแต่ความสะดวกในการเดินทางแต่ละคนเลย

แผนที่รถไฟฟ้าสีส้ม640

นอกจากนี้ในอนาคตยังจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มที่วิ่งจากตลิ่งชันปลายทางมีนบุรี ทำให้ส่งผลดีกับโครงการ เพิ่มตัวเลือกในการเดินทางเพิ่มขึ้นอีก 1 ทาง โดยรถไฟฟ้าจะวิ่งผ่านบริเวณแยกอุรุพงษ์ แยกราชเทวี สุดที่แยกประตูน้ำ และเลี้ยวขึ้นไปทางดินแดง ซึ่งสถานีที่ใกล้โครงการคือสถานีประตูน้ำ คิดว่าถ้าก่อสร้างเสร็จพร้อมใช้งานย่านนี้ คงจะคึกคักมากกว่าเดิม อาจจะได้เห็นอะไรใหม่ๆเกินขึ้น แต่ก็คงต้องรอกันอีกสักพักใหญ่ครับ

**รูปแผนที่นี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของสถานีแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

แผนที่การเดินทางในวันนี้

การเดินทางในวันนี้ผมจะเริ่มเดินจาก BTS สถานีราชเทวี ออกทางออกหมายเลข 4 เดินขึ้นมาทางแยกราชเทวี และข้ามถนนทางม้าลาย หลังจากนั้นเดินตามทางริมฟุตบาทเลียบถนนเพชรบุรี(ฝั่งเลขคี่) จนไปถึงซอยเพชรบุรี 11 ก็จะถึงที่ตั้งโครงการ ระยะทางทั้งหมดประมาณ 390 เมตร ครับ

N1_update

แผนที่รอบๆสถานีราชเทวีจาก BTS ครับ (คลิกที่ภาพเพื่อขยายใหญ่)

ป้ายสถานี BTS ราชเทวี ซึ่งรหัสของสถานีนี้คือ N1 นะครับ

จากสถานีจะมองไปทางแยกราชเทวี จะเห็นสำนักงานขายของ IDEO เด่นชัด

มองไปทางถนนเพชรบุรี จะเห็นว่าอาคารสูงใหญ่เพียบ รวมถึงโครงการพี่ชายของเราที่เริ่มสร้างไปแล้วด้วย คือ IDEO Q ราชเทวี นั่นเอง

มุ่งหน้าไปทางออกที่ 4 นะครับ

ทางลงจะอยู่ขวามือ ส่วนทางซ้ายเป็นทางขึ้นจากด้านล่าง เป็นบันไดเลื่อนด้วยนะ

ทางลงสถานี จะเป็นแบบเดินลง

6.2

ที่อยู่ติดทางลงสถานี หลังคาสีๆพวกนี้คือ CocoWalk นะครับ เป็นจุดรวมร้านอาหาร ร้านหมูกระทะ และที่นั่งดื่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูง แบบ Open-Air มีหลายร้านครับ มีที่จอดรถเยอะแยะ อ้อ และร้าน Music Society ก็ยังเป็นร้านซ้อมดนตรีอีกแห่งหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีนะ

ลงสถานีมาแล้วก็จะเจอกับที่ประจำการของพี่วินตรงนี้ อยู่ประจำตั้งแต่เช้ายันมืดถึง 4-5 ทุ่มเลยนะ ฝั่งตรงข้ามจะเป็นโรงแรมเอเชียนะครับ เราต้องเดินไปทางแยกราชเทวีนะ

ด้านข้างจะเป็นที่ดินว่างเปล่าที่ยังไม่มีการพัฒนา

จุดนี้ทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าเป็นบันไดเลื่อนนะครับ เวลาเดินออกมาจากทางแยกราชเทวีขึ้นบันไดเลื่อนได้เลยสะดวกดี

ตรงทางขึ้นบันไดเลื่อนติดกันมีพี่วินประจำการอีกจุด แหม่ ห่างกันยังไม่ถึง 100 เมตรเลย

จากทางออกสถานีเดินย้อนมาทางแยกราชเทวี ระยะทางถึงจุดนี้คือประมาณ 80 เมตร

หันมามองทางขวามือ จะเป็นที่ตั้งของ Sale Office สำหรับสำนักงานขายจะเปิดทุกวันนะครับ ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น

จะไปที่ตั้งโครงการต้องรอสัญญาณไฟข้ามทางม้าลายไปฝั่งตรงข้าม ซึ่งแยกนี้รถจะเยอะต้องใจเย็น และระมัดระวังเวลาข้ามทางม้าลายให้มากครับ

มาถึงเกาะเกลาง ที่ติดกับป้อมจราจร มองรถซ้ายดีๆนะ ใจเย็นๆ

จุดข้ามสุดท้าย ตรงนี้ยิ่งต้องระวังเลยครับ เพราะเป็นทางที่รถจะเลี้ยวเข้าถนนเพชรบุรี บางทีอาจเจอรถยนต์ที่ไม่ได้มอง สัญญาณไฟทางม้าลาย อะไรพวกนี้ คือผมเป็นพวกข้ามถนนระวังตัวจัดนะฮะ เคยมีประสบการณ์ข้ามโดนชนมาก่อน (T_T)

เดินข้ามทางม้าลายมาแล้ว ให้เดินตามถนนเพชรบุรีไปเลยครับ จากแยกจุดนี้ตามถนนไปอีกราวๆ 300 เมตร ก็จะถึงโครงการครับ

ถ้าใครใช้รถยนต์แล้วมาจากทางแยกประตูน้ำ ก็ต้องมากลับรถตรงนี้เพื่อจะไปโครงการนะครับ

ริมถนนฟุตบาททางเดิน ก็จะเป็นร้านค้าดั้งเดิม ที่เป็นอาคารพาณิชย์นะครับ สภาพทางเดิน เดินไม่ลำบากมาก มีต้นไม้ตลอดทาง แต่นี่ กทม เค้าเพิ่งตัดกิ่งกันไป เลยไม่ค่อยจะเหลือร่มเงาครับ

ฝั่งตรงข้ามบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของโครงการบ้านกลางกรุง สยาม-ปทุมวัน

เดินต่อไปอีกหน่อยเดียวจะเจอกับ จุดประจำการพี่วินตรงนี้ ซึ่งติดกับปากซอย เพชรบุรี 9

ปากซอยหัวมุมเพชรบุรี 9 นี้จะติดกับโครงการพี่ชายของเรา ไอดีโอ คิว ราชเทวี

ยืนหน้าโครงการ ไอดีโอ คิว ราชเทวี มองย้อนไปทางถนนเพชรบุรี โครงการนั้นตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานลอยข้ามแยกราชเทวีเลย อนาคตเมื่อโครงการเสร็จสิ้นพร้อมเข้าอยู่ผู้ที่มาจากแยกอุรุพงษ์ แล้วขึ้นสะพานข้ามแยกราชเทวี จะเลี้ยวเข้าโครงการไม่ได้นะครับ

ฝั่งตรงข้ามเยื้องไปนิดหน่อยเป็น กรมการพลังงานทหาร และทางซ้ายคือคอนโด The Address สยาม

ตัวอาคารอยู่ระหว่างในการก่อสร้าง ตอนนี้ที่เห็นก็ประมาณ ชั้นที่ 15 ขึ้นไปละนะ

มุ่งหน้าต่อไปทางด้านแยกประตูน้ำ เป็นกำแพงรั้วบ้านที่ภายในมีขนาดที่ดินเยอะพอสมควร

บ้านหลังนี้ เจ้าของบ้านประกาศเจตนารมณ์ว่าไม่ขายนะครับ แต่ไม่ได้การันตีว่า จะไม่ขายไปตลอด :)

ริมฟุตบาทช่วงนี้ค่อนข้างเดินง่าย มีขนาดกว้างพอสมควร อีกทั้งยังมีทั้งร่มเงาต้นไม้บ้าง เอ๊ะ!! มีเสากล้องวงจรปิดด้วย ไม่รู้ว่าของกทม.หรือของบ้านหลังนี้กันแน่นะ

ติดกับรั้วบ้านเป็นซอยเพชรบุรี และติดกันเป็นก็เป็นที่ตั้งโครงการ IDEO Q สยาม-ราชเทวีแล้ว

ซอยเพชรบุรี 11 ขนาด 2 ช่องจราจร เป็นถนนลาดยาง ความกว้างประมาณ 4.5 เมตร รถวิ่งสวนทางกันได้ ซอยนี้เป็นเส้นทางลัดไปทะลุห้างประตูน้ำเซ็นเตอร์ ตึกใบหยก ห้างอินทรา และออกถนนราชปรารถได้

ติดกันกับโครงการด้านหลัง(คือทิศเหนือ) จะเป็นโรงแรมเกศสยามที่สูงประมาณ 7 ชั้น ซึ่งก็ไม่ได้มีผลกับโครงการเราที่พื้นที่พักอาศัยเริ่มที่ชั้น 8 เท่าไร

ยืนในซอยเพชรบุรี 11 มองออกไปทางถนนเพชรบุรี ฝั่งตรงข้ามจะเป็นโครงการ Wish Signature Siam

ทางเดินริมฟุตบาทช่วงด้านหน้าโครงการ อาจจะไม่เรียบร้อยเท่าไร เพราะช่วงนี้เค้ารื้อถอนโรงแรมเฟิร์ส แทบจะหมดแล้ว เตรียมกำลังจะก่อสร้างต่อเลย

โครงการ IDEO Q สยาม-ราชเทวี ปีที่แล้วได้รับรางวัล Think Of Living Awards 2 สาขาเลยนะ เป็นรางวัลที่ได้รับการโหวตจากแฟนๆเว็ปไซต์ คือ Best Facilities & Best Architecture

บริเวณทางเข้าโครงการ แต่ก่อนริมทางจะเป็นจุด Drop Off ของ Taxi แต่ในอนาคตยังไม่แน่ว่าจะปรับปรุงออกมาเป็นแบบไหน

ตรงข้ามกับทางเข้าจะเป็นซอยเพชรบุรี ที่อยู่ข้าง Wish Signature Siam

มุ่งหน้าต่อไปนิดหน่อยทางประตูน้ำ ที่ติดกับที่ตั้งโครงการทางซ้ายจะเป็นแนวอาคารพาณิชย์ และมีสะพานลอยข้ามแยกตรงนี้พอดี เลยสะพานลอยไปประมาณแค่ 50 เมตรก็จะเป็นป้ายรถเมล์นะครับ ถือว่าใกล้มากถ้าอยากจะใช้รถเมล์ในการเดินทาง

สะพานลอยนี่สำคัญนะครับ เพราะถนนเพชรบุรีนี่ข้ามยากมิใช่น้อย การมีสะพานลอยอยู่หน้าโครงการ ทำให้การเดินจากพารากอนผ่านซอยกรุงเทพการบัญชีไปโครงการ เดินได้ปลอดภัยและไม่ลำบากตอนข้ามถนน

ด้วยที่ตั้งที่ดินโครงการ จะอยู่ด้านหน้าเชิงสะพานลอยข้ามแยกราชเทวี  ซึ่งสะพานนี้จะเป็นสะพานที่อนุญาตเฉพาะรถที่มาจากแยกพงษ์เพชรวิ่งตรงเข้าสู่แยกประตูน้ำได้เท่านั้น จำนวนช่องจราจรของถนนเพชรบุรีมี  7 ช่องจราจร แบ่งเป็นขาเข้าเมือง (ทางซ้ายของภาพ) 2 ช่องจราจร และขาออกเมือง 5 ช่องจราจร

ที่ดินของโครงการตอนนี้รื้อถอนโรงแรมเฟิร์สไปหมดแล้วนะครับ ตัวอาคารพอขึ้นมาจริงๆผมว่าทางทิศตะวันตกนี่จะถูกบล็อควิวแน่นอนจากที่เห็นนั่นคือ โครงการรุ่นพี่อย่าง IDEO Q ราชเทวี และอาคารเพชร 9 ทาวเวอร์ที่อยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่ถึงขนาดระยะประชิดติดกัน ยังดีที่มีบ้านที่ขนาดที่ดินเยอะติดป้ายไม่ขายมาคั่นกลางไว้หน่อย แต่อนาคตก็ไม่แน่นะครับ

จุดที่น่าจะเป็นกังวลของถนนเส้นนี้มากที่สุดคือ ช่วงจากแยกราชเทวีกับแยกประตูน้ำ (ช่วงถนนด้านหน้าที่ตั้งโครงการ)  และอีกช่วงคือที่แยกอโศก –  เพชรบุรี ที่จราจรจะหนาแน่นมากเป็นพิเศษ นอกจาก 2 จุดนี้แล้วยังพอที่จะเคลื่อนตัวได้ จากจุดด้านหน้าโครงการสามารถเชื่อมต่อไปเส้นทางอื่นได้ทั้งเลี้ยวซ้ายที่แยกประตูน้ำเพื่อไปถนนราชปรารถ ออกไปทางดินแดง – วิภาวดีได้  หรือขึ้นสะพานข้ามแยกประตูน้ำไปเลี้ยวเข้าถนนชิดชม วิทยุ หรือขึ้นทางด่วนดินแดง – บางนาที่ด่านเพชรบุรีก็ได้

บรรยากาศของถนนเพชรบุรีตรงนี้ก็จะเป็นอาคารสูงตั้งเรียงรายกันยาวตลอดทั้งถนนน เป็นย่านการค้าขายที่สำคัญ และยังเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากด้วย เนื่องจากมีโรงแรมที่พักหลายแห่ง การจราจรตรงนี้ ปริมาณรถก็ยังไม่น้อยอยู่ตามเคย ตรงนี้รถที่ติดมาจากถนนราชปรารภมีจำนวนมาก ศูนย์การค้าด้าน I.T. และคอมพิวเตอร์อันโด่ง พันธุ์ทิพย์พลาซ่า นี่ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ทำเลตรงนี้มีคนมาเยอะ ซึ่งก็เป็นชาวต่างชาติ จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

Zoom ให้ดู พันธุ์ทิพย์ ที่อยู่ห่างจากโครงการไป 300 เมตร สำหรับคนที่ยังเคยชินกับห้างพันธุ์ทิพแบบเดิมๆ ที่ขายเทปหมี..ซีดีเถื่อน และอุปกรณ์ Hard ware Computer ขอบอกว่าไม่ใช่แล้วนะครับ ถ้ายังทำแบบเดิมอยู่ ไม่รอดแน่ๆ เพราะเดี๋ยวนี้คนเขาดาวน์โหลดกันหมดแล้ว คอมพ์ก็เปลี่ยนเป็นโน๊ตบุคและไอแพด ซึ่งซื้อตรงศูนย์และไม่ได้ซ่อมแซมอัพกันแบบเดิมอีกต่อไป… Pantip เลยต้องปรับตัวเองใหม่เป็น Lifestyle Mall ครับ ซึ่งก็ดีแล้ว อยู่ห่างไป 300 เมตรเอง จะได้พึ่งพาเดินไปกินข้าว ซื้อของอะไรได้บ้าง

หันมามองทางขวานิดนึง ฝั่งเดียวกับห้างพันธุ์ทิพย์ จะเห็นซอยกรุงเทพการบัญชี เป็นซอยที่สำคัญซอยนึงในทำเลนี้

Wish Signature 126

7-11 ซึ่งอยู่ปากซอยกรุงเทพการบัญชี

Wish Signature 127

ซอยกรุงเทพการบัญชี  ซอยนี้ เป็นจุดแข็งหลักในแง่ทำเลสำหรับโครงการ (ดูแผนที่ข้างล่างประกอบเลยครับ)

ทำเล Ideo สยาม-ราชเทวี 2

อย่างที่บอกไว้ตอนต้นนะครับ ว่าตัวโครงการยังอยู่ในระยะที่พอจะเดินมา สยามพารากอนได้ ตามเส้นทางสีแดงๆที่ผมลากเส้นให้ดู โดยเดินเข้าซอยกรุงเทพการบัญชี ผ่านวังสระปทุมและโรงแรมสยามเคมปินสกี้ ก็ถึงแล้ว ระยะทางรวมราวๆ 650 เมตร แต่เส้นทางเดินสบายๆ และความปลอดภัยสูงครับ เพราะเป็นเขตพื้นที่ต้องรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด … เส้นทางนี้สามารถใช้รถได้ แต่จะวิ่งออกจากสยามพารากอนออกไปเพชรบุรีเท่านั้น (One Way) ดังนั้นถ้าเรามา Shopping ซื้อของ ก็เอารถมาจอดพารากอน แล้วขับกลับบ้านผ่านเส้นทางนี้ได้

แผนที่ระยะประชิด

โครงการนี้ ชั้นพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 8 นะครับ จากที่เห็นว่า ด้านทิศตะวันตก และทิศใต้ นี่จะโดนบังวิวไกลๆค่อนข้างจะแน่นอน ส่วนทิศเหนือ เรายังใช้คำว่าเปิดโล่งได้อยู่ไม่มีตึกสูงใกล้ๆครับ…  ส่วนทิศตะวันออกระยะไกลนิดหน่อยประมาณ 170 จะเห็นคอนโดเก่าอย่างประตูน้ำ เพรสตีจ สูง 27 ชั้น วิวที่เป็นจุดดูดีหน่อยคงจะเป็นทิศตะวันออกเฉียงใต้นะครับ เป็นทิศทางห้างเซ็นทรัลเวิลด์ หรือถ้าใครอยู่ชั้นสูงๆอย่างชั้น 30 ขึ้นไป จะเห็นวิวพื้นที่สีเขียวไกลๆของราชกรีฑาสโมสรด้วย ใครเล็งห้องมุมด้านไหน จะได้พอเดาๆได้ว่า วิวด้านไหนปลอดภัย ด้านไหน เสี่ยงต่อการโดนบังวิวบ้าง ลองดูแผนที่ประกอบเอานะครับ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

**ภาพวิวมุมสูงที่นำมาประกอบต่อไปนี้ เป็นภาพตอนที่ Mr.Oe ได้ไปเก็บไว้ตั้งแต่ตอนโครงการเพิ่งเริ่มรื้อถอนโรงแรมเฟิร์สนะครับ

ทำเล Ideo สยาม-ราชเทวี 138

ภาพมุมสูง ผมลากเส้นประให้ดูที่ตั้งโครงการ ซึ่งแต่เดิมคือโรงแรมเฟิร์ส โฮเต็ล ที่กำลังรื้อถอนอยู่นะครับ

ทำเล Ideo สยาม-ราชเทวี 159

IDEO Q สยาม-ราชเทวี จะหันหน้าชนกับ Wish Signature ที่อยู่ตรงข้ามกันและกัน(ทิศใต้) ตัวโครงการ Wish มีระยะร่นของตึกพอสมควร จึงทำมาสูง 45 ชั้น ตัว IDEO Q สยาม-ราชเทวี ได้ความสูงมา 36 ชั้นครับ

ทำเล Ideo สยาม-ราชเทวี 150

ผมลองลากเส้นประ ให้ดูว่าตึกมันจะขึ้นประมาณไหน ซึ่งเมื่อเทียบกับอาคารเพชร 9 ทาวเวอร์ ด้านซ้ายมือที่สูง 27 ชั้น IDEO Q สยาม-ราชเทวี สูงกว่าแน่นอน

ทำเล Ideo สยาม-ราชเทวี 154

อย่างที่บอกไปว่าทางทิศตะวันตก ด้านซ้ายมือของโครงการ จะถูกบังด้วยโครงการรุ่นพี่อย่าง Ideo Q ราชเทวี สูง 37 ชั้น และอาคารเพชร 9 ทาวเวอร์ สูง 27 ชั้น แต่ก็ยังดี ที่ไม่ได้ประชิดติดกัน เพราะมีระยะห่างระหว่างสองตึกราวๆ 80 เมตร อ้อ ยกเว้นกรณี บ้านที่มีต้นไม้เยอะๆนี่เขาจะนำมาพัฒนาเป็นอาคารสูงนะครับ เพราะถ้าเขาทำจะได้ตึกสูงใหญ่พอสมควรเลย

แนวตึกทางด้านตะวันตก ระยะมองไปไกลๆ เด่นสุดก็ตึกสูงทางซ้าย Villa ราชเทวี ครับ

วิวที่ยังเปิดโล่งของโครงการ คือวิวด้านตะวันออก ซึ่งจะเห็นวิวประตูน้ำประมาณนี้

วิวด้านทิศเหนือ ก็ยังเปิดโล่งโดยเฉพาะชั้นสูงๆ เราจะเห็นแนวทางรถไฟยกระดับของ ARL ด้วยนะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • พันธุ์ทิพย์พลาซ่า ~ 300 ม.
  • แพลตตินั่ม ~ 550 ม.
  • Siam Paragon ~ 650 ม.
  • ประตูน้ำเซ็นเตอร์ ~ 750 ม.
  • The Palladium ~ 750 ม.
  • ตึกใบหยก, Indra Square ~ 850 ม.
  • Siam, Siam Center ~ 1 กม.
  • Central World ~ 1.1 กม.
  • Siam Discovery ~ 1.2 กม.
  • Gaysorn Plaza ~ 1.2 กม.
  • มาบุญครอง ~ 1.3 กม.
  • เซ็นทรัลชิดลม ~ 1.8 กม.
  • Central Embassy ~ 2 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

มาดูโมเดลโครงการกันบ้างครับ ไอดีโอ คิว สยาม-ราชเทวี การออกแบบเน้นเส้นสายในแนวตั้ง รูปแบบแปลกตา โทนสีที่ใช้จะเป็นสีเทาอ่อนตัดกับเทาเข้ม ด้านล่างชั้นจอดรถจะมีลวดลายของ Vertical Garden ลากยาวไปจนถึงสวนชั้น 8 ด้านบนสุดติดด้วยโลโก้ของโครงการ IDEO Q แบบเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล

โมเดล1

โครงการนี้วาง Facility ไว้ที่ชั้น 8, 29M, 30 ,30M และ ดาดฟ้า นะครับ โดยจุดเด่นก็อยู่ที่ชั้น 30 นั่นแหละ จัดเป็น Facility แบบเต็ม Floor มี Sky Pool 360 องศา, Fitness, Library, Business Center, Social Club ใครที่มีห้องได้วิวไม่ค่อยสวย ก็ขึ้นมานั่งดูวิวที่ชั้นนี้ได้ หรือสวนชั้นดาดฟ้าได้ แต่เดี๋ยวรูปส่วนกลางผมจะค่อยๆอธิบายจากรูป perspective ทางด้านล่างนะครับ เนื่องจากตัวโมเดลถูกล้อมด้วยอะคริลิคขนาดใหญ่ ทำให้แสงแดดสะท้อน จุดเด่นที่โครงการจัดให้มาอีกอย่างคือ Private Lift ที่มีมาให้ด้วย เดี๋ยวผมจะอธิบายในส่วนของ Floor Plan นะ

ทางเข้า

ทางเข้าโครงการด้านหน้าอยู่ติดกับถนนหลักอย่างเพชรบุรี ด้านข้างทางทิศตะวันตกติดกับซอยเพชรบุรี 11 ซึ่งเป็นรั้วของโครงการสูงประมาณ 3.5 เมตร การวนรถภายในโครงการตามรูปแบบลูกศรประกอบเลยครับ

ทางเข้า2

พอวนรถเข้ามาด้านหลัง ทางเข้า-ออก ภายในอาคารที่จอดรถจะอยู่ด้านหลังติด ฝั่งซอยเพชรบุรี 11 พื้นที่นอกอาคารของส่วนจอดรถ Facade เป็นแบบเส้นลวดลาย ผสมกับ Vertical Garden ทำให้มีสีเขียวบ้าง ไม่ดูกลมกลืนจนเกินไป

รูปหน้าตาโครงการ IDEO Q สยาม-ราชเทวี ออกแบบหน้าตา ตึกออกมาได้โดดเด้งออกมาจากตึกดั้งเดิมแถวนี้มาก การออกแบบเน้นการใช้เส้นสาย สีโทนสีเทาตัดกันอ่อนเข้ม

ภาพจำลองรูปแบบตัวอาคารภายนอก

ภาพจำลองบรรยากาศรูปทางเข้าโครงการ IDEO Q สยาม-ราชเทวี มีการออกแบบโดยใช้เส้นสาย เพื่อนำสายตา ตั้งแต่ถนน รวมไปถึงรั้วโครงการ และตัวอาคาร

ชั้น 30 เป็นสระว่ายน้ำ Sky Pool สามารถเห็นวิว City View รอบด้าน 360 องศา ตรงใจกลางสระจะเป็นส่วนของ Library, Business Center, Social Club มีชั้นลอยเหนือสระว่ายน้ำเป็นห้องออกกำลังกาย ที่ใช้กระจกเพื่อให้สามารถเห็นวิว City View เช่นเดียวกัน

ภาพจำลอง Sky Pool ชั้น 30

ภาพจำลอง Sky Pool 360 องศา ชั้น 30 มี Lounge, Library, Fitness

ภาพจำลองบรรยากาศส่วน Lobby ชั้น Ground Floor ผนังรอบๆเสากรุด้วยหินอ่อน ฝ้าเล่นระดับลวดลายไฟ

ภาพจำลองบรรยากาศส่วน Library ชั้น 30 ออกแบบแนว Modern โทนสีเข้มขรึม

ภาพจำลองบรรยากาศส่วน Social Club ชั้น 30 พื้นที่พักผ่อนส่วนกลาง มีที่นั่งเล่น มีโต๊ะพูล และเครื่องเล่น

ภาพจำลองบรรยากาศส่วน Lounge ชั้น 30

ภาพจำลองบรรยากาศส่วน Fitness ที่เห็น City View ชั้น 30M

Master Plan ของโครงการ ดูแนวการวนรถครับ ต้องวนมา Drop ด้านหลัง เพราะส่วน Lobby และโถงลิฟท์อยู่ด้านนี้ แยกขึ้นโซนใครโซนมัน ส่วนด้านหน้าจะมีร้านค้า 2 ยูนิต(ยังไม่กำหนด) และด้านหลังยังมีพื้นที่จอดรถได้อีกด้วย

ชั้น 2 – 7 ของตัวโครงการเป็นที่จอดรถ จำนวนที่จอดรถช่องจอด 258 คัน คิดเป็น 46% ถ้ารวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 49% ให้สิทธิในการจอดรถยูนิตละ 1 คันแบบไม่ fix

ชั้น 8 คือชั้นที่เริ่มมีห้องพักอาศัยแล้วนะครับ มี 12 ห้อง ทุกห้องมี Private Lift ไม่ใช่ลิฟท์ส่วนตัวนะ ยังแชร์ใช้กับห้องที่อยู่ในแนวตั้งแนวเดียวกัน แต่ที่เรียก Private Lift เพราะมันเปิดประตูออกจากลิฟท์แล้ว อยู่ในส่วนห้องเราเลย โดยจะมีประตูกั้นส่วนในห้องอีกประตู (ห้องมี 2 ประตู ประตูนอกกับประตูใน) เวลาพาใครมาบ้านก็ไม่ต้องเคอะเขิล เปิดเข้าห้องไม่มีคนเห็น… ยกเว้นคนที่ดันขึ้นลิฟท์มาพร้อมกัน อ้อ!ถ้าเป็นห้องแบบ 1 Bed ถ้าประตูลิฟท์เปิดออกมาจะเห็นเป็นครัวนะครับ ทุกห้องเลย.. ลิฟท์ลักษณะนี้มีดีมีเสีย ข้อดีบอกไปแล้วหนึ่ง อีกหนึ่งคือรอลิฟท์ไม่น่าจะนาน เพราะคนแชร์กันใช้น้อย

ข้อเสียของลิฟท์แบบนี้ก็มีนะ คือสาวๆบางคน อาจจะกังวล เกิดขึ้นลิฟท์แล้วมีชายหนุ่มขึ้นตามมาด้วย เพราะพอเปิดประตูลิฟท์ปั๊บ มันก็ในห้องเราเลยนะ บางท่านอาจจะตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง ยิ่งห้องแบบ 1 Bed นี่ถ้าใครดันรีบๆแล้วไม่ได้ล้างจานพูนไว้ แล้วมีลูกบ้านใช้ลิฟท์ร่วมมาด้วยละก็… ในลิฟท์มีทีวีวงจรปิดให้นะครับ ส่วนโถงทางเดินด้านนอกที่นี่แปลก จะไม่มีลิฟท์โดยสารรวมแล้ว แต่จะมีลิฟท์ส่วนกลาง ที่เป็น Service Lift แทน 1 ตัว ซึ่งถ้า Private Lift เสียเมื่อไรก็เลี่ยงมาใช้แทนได้จนกว่าจะซ่อมเสร็จ

ผังชั้น 9 – 28 เป็นส่วนพักอาศัยแบบจริงๆจังๆล่ะ เป็นใช้ที่มีความหนาแน่นของจำนวนยูนิตมากที่สุดคือ 22 ยูนิต โถงทางเดินจะเป็นตามรูปอาคารเลยนะครับ ทุกห้องจะมี Private Lift หมด จะสังเกตุเห็นว่าห้องแบบ 2 Bed จะอยู่ตำแหน่งมุมทั้ง 4 ด้านนะ

ชั้น 29 โดยรวมจะเหมือนชั้นก่อนหน้านี้เกือบหมด เพียงแต่จะมีห้องมุม 2 ห้องทางทิศใต้ เป็นส่วนหลังคาด้านบนของห้องเหล่านั้นแทน เลยเหลือแค่ 20 ยูนิต

ชั้น 29 M จะอยู่ใต้ชั้น Facilities หลักข้างบน ฝั่งขวาเป็นห้องของงานระบบสระน้ำต่าง ห้องตรงกลางเล็กเป็นห้องสตีม ซาวน์น่า และห้องซักผ้า ชั้นนี้ต้องใช้เดินลงมาจากชั้น 30 เอานะ (ดูรูปถัดไปประกอบเพิ่ม)

ชั้น 30 เป็นสระว่ายน้ำ Sky Pool สามารถเห็นวิว City View รอบด้าน 360 องศา ตรงใจกลางสระจะเป็นส่วนของ Library, Business Center, Social Club มีชั้นลอยเหนือสระว่ายน้ำเป็นห้องออกกำลังกาย ที่ใช้กระจกเพื่อให้สามารถเห็นวิว City View เช่นเดียวกัน (คือชั้น 30M นั่นเอง)

ถัดมาชั้นที่ 31-33 จะกลับมาที่ชั้นพักอาศัยอีกครั้ง แต่ชั้นนี้จำมียูนิตรวมน้อยหน่อยเพราะมีห้องไซส์ใหญ่สุดคือแบบ D3 และ D3M มาแทน เหลือ 14 ยูนิต และจำนวนลิฟท์น้อยลงตามไปด้วยเหลือ Private Lift 8 ตัว และ Service 1 ตัว

ชั้น 34-36 เหมือนกับชั้นก่อนหน้านี้ มีห้องลดไปอีก 2 ห้อง ตามรูปแบบอาคาร Facade ที่สโลฟเข้ามา ทำให้เหลือยูนิตพักอาศัยแค่ 12 ยูนิต

ชั้นบนสุด ดาดฟ้าจะเป็นสวนเดินเล่นธรรมดา ไม่มีห้องอะไรเป็นพิเศษ เผื่อใครอยากมาดูวิวสวยๆชั้นนี้เปลี่ยนบรรยากาศของห้องตัวเองบ้าง

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Private Lift 12 ตัว / Service Lift 1 ตัว
  • Lobby + ยูนิตร้านค้า 2 ยูนิต (ยังไม่กำหนด)
  • สวนหย่อมรอบโครงการ / สวนชั้น 8
  • Sky Pool 360 องศา & Kid Pool
  • Social Club
  • Library
  • Lounge
  • Business Center
  • Fitness
  • Steam & Sauna
  • Laundry Room
  • Garden Roof
  • Access Key Card
  • รปภ & CCTV 24 ชั่วโมง
  • ที่จอดรถช่องจอด 258 คัน คิดเป็น 46% ถ้ารวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 49%

 


Product Walkthrough

room-b1

ผังห้อง 1 Bedroom Type B1 ขนาด 34 ตารางเมตร Private Lift ซึ่งเมื่อเปิดประตูลิฟท์ออกมา มันจะเป็นห้องครัวโดยเราจะอยู่ระหว่างประตูสองบาน คือประตูหน้า(หันขวา) เปิดออกนอกห้องไปด้านนอกเลย เพื่อทิ้งขยะหรือไปบันไดหนีไฟ และมีประตูใน(หันซ้ายมือ) เมื่อเปิดเข้าไปจะเป็นส่วนภายในห้องจริงๆ ซึ่งประตูในอันนี้เขาจะติด Digital Door Lock มาให้ด้วย  การใช้งานสะดวกและ Private ดี  แต่สำหรับลูกบ้านที่ยังกังวลเรื่องความปลอดภัย ผมคิดว่าสามารถโหวตกันเพื่อติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มได้ เช่น ปุ่มแจ้งเตือนฉุกเฉิน ที่หน้าโถงลิฟท์ของทุกห้อง มีไว้ให้อุ่นใจยังดีกว่าไม่มีอะไรเลยปิด

ตัวครัววาง Pantry ได้ไม่ใหญ่มาก และตู้เย็นจะอยู่ด้านข้าง Pantry ส่วนห้องนั่งเล่นกับห้องนอน กั้นด้วยประตูบานเลื่อน บาน 4 ชิ้น ห้องน้ำอยู่ในห้องนอน ส่วน Signature ของห้องตระกูล IDEO ก็ยังคงมีอยู่คือระเบียงที่มีหน้าต่าง 2 ชั้น และแยกห้องเก็บคอมแอร์ต่างหาก ทำให้ใช้งาน ระเบียงได้หลากหลายมาก จะเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่ขยายออกก็ได้ จะเปิดหน้าต่างบานนอก เพื่อตากผ้าก็ได้ หรือในวันฝนตกก็ตากผ้าได้ ไม่ต้องกลัวระเบียงเปียก ส่วนคอมแอร์ที่แยกไปอยู่ต่างหาก ทำให้ระเบียงไม่มีลมร้อน ปลูกต้นไม้หรือนั่งเล่นที่ระเบียงได้ครับ… อ้อ ตรงนี้มีข้อเสียนิดนึง คือห้องนอนจะมีช่องเปิด รับวิวส่วนหน้าต่างห้องที่ค่อนข้างเล็ก แต่สามารถวางโซฟาเล็กหรือโต๊ะทำงานตรงนั้นได้

Spec ห้องขายแบบ Fully Fitted ได้ Pantry ครัว มี Hob & Hood และอ่างล้างจานของ MEX วัสดุผิวปิดท็อปครัวเป็นฟอร์ไมก้า ห้องน้ำ ชุดหัวก๊อกของ GROHE สุขภัณฑ์ Kohler พื้นห้องโถง Engineering Wood ส่วนพื้นครัว,ระเบียง,ห้องน้ำ เป็นกระเบื้องแรนิตโต้ 60 x 60 cm. มี Digital Doorlock ของ YALE ระยะพื้นถึงฝ้า 2.6 เมตร แอร์ห้องนี้จะได้ 2 ตัวคือในห้อง living room และ bedroom ที่เหลือนอกเกินจากนี้ไม่ได้นะครับ โครงการแค่จัดวางให้ดูว่าส่วนไหนของห้องคือฟังค์ชั่นอะไรเท่านั้นเอง

เริ่มจากประตูหน้าห้อง ส่วนโถงทางเดินด้านนอก บานประตูและมือจับเป็นแบบนี้

2

เข้ามาในส่วนห้อง ขวามือจะเป็นประตูลิฟท์ ซ้ายมือจะเป็นส่วนของ Pantry ครัว มองตรงไปจะเป็นประตูกั้นห้องอีกชั้นหนึ่งบานประตูจะเป็นเหมือนกับด้านหน้า แต่จะมี Digital Door Lock ของ YALE เพิ่มมาให้  ห้องแบบ 1 Bed ถ้าประตูลิฟท์เปิดออกมาจะเห็นเป็นครัวนะครับ ทุกห้องเลย.. ข้อเสียของ Private Lift แบบนี้ก็อย่างที่บอกไป คือสาวๆบางคน อาจจะกังวล เกิดขึ้นลิฟท์แล้วมีชายหนุ่มขึ้นตามมาด้วย เพราะพอเปิดประตูลิฟท์ปั๊บ มันก็ในห้องเราเลยนะ นี่ถ้าใครดันรีบๆแล้วไม่ได้ล้างจานพูนไว้ แล้วมีลูกบ้านใช้ลิฟท์ร่วมมาด้วยละก็…

Pantry มีที่วางเครื่องซักผ้าใต้ Counter  ได้เตาไฟฟ้าMEX 2  หัวเตาพร้อมเครื่องดูดควัน ไมโครเวฟวางด้านบนช่องกลาง สูง แต่ยังอยู่ในระยะที่หยิบได้ไม่ลำบากอยู่นะ ยกเว้นคุณจะเป็นคนไซส์ มินิจริงๆ

ฟังก์ชั่นภายในตู้เก็บของด้านบน เปิดมาจะเป็นแบบนี้ มีคัทเอาท์ไฟอยู่ด้านในด้วย ตัว Fitting ทุกอันเป็น Soft Close นะ

Top ผิวปิดของครัวจะเป็นฟอร์ไมก้านะครับ ส่วนผนัง เค้าติดกระเบื้องกันเลอะไว้ให้แล้ว มีช่องเสียบปลั๊กไฟมาให้ 1 จุด เตาไฟฟ้า 2 หัวและที่ดูดควันได้ของ MEX

ส่วนอ่างล้างจาน มีที่ปิดมาให้ เพื่อวางของเตรียมของได้ ถ้าจะล้างอะไร ก็เปิดฝาปิดออก

ฟังก์ชั่นเปิด-ปิด ชุดตู้ด้านล่าง

ตู้เย็น

ด้านข้างติดกับ Pantry ทางขวา เป็นที่วางตู้เย็นนะครับ วางตู้ได้ขนาดพอสมควร ถ้าเสียดายพื้นที่ด้านบน ก็ build ตู้เพิ่มซะเลย

ตรงนี้เป็นส่วนของบานประตูอีกชั้นนึงที่มี Digital Door Lock แต่ห้องตย.ไม่ได้ติดบานประตูมาให้ดู

ตัวพื้นจากห้องครัวที่เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ พอเข้าสู่ห้องนั่งเล่นจะกลายเป็นพื้น Engineer Wood แทน

ถ่ายให้ดูภาพรวมของ Living Area ซึ่งไม่ต้องไปสนใจเฟอร์นิเจอร์นะครับ เค้าไม่ได้ให้มา แค่วางให้ดูเป็นไอเดียว่าอะไรควรอยู่ตรงไหน (ห้องนี้ไม่มีโต๊ะกินข้าว) ระยะดูทีวีได้ 2 เมตรนิดๆ นะ ส่วนตัวโซฟาวางโซฟายาวได้

ผนังส่วนที่วาง TV ทั้งหมดนี้ของจริงจะโล่งๆนะครับ เราแต่งเองได้ตามใจ

ห้องตย.เค้าวางโซฟาแบบ 2 ที่นั่งเอาไว้ แบบนั่งสบายๆ และมีพื้นที่เหลือวางโต๊ะกลางได้ แต่ถ้าใครชอบมีแขกมาบ่อยๆ ก็เปลี่ยนเป้นแบบ 3-4 ที่นั่งได้นะพื้นที่เหลือ (แต่ต้องเลือกโซฟาแบบไม่มีพนักแขนนะ

แอร์ส่วน Living Room อันนี้ได้นะครับ ของ Daikin

ชุดประตูบานเลื่อนที่เอาไว้กั้นส่วนห้องนอนกับ Living Area แขวนบนรางด้านบน เป็นแบบบาน 4 ตอน ซึ่งมีข้อดีคือเลื่อนง่ายดี แต่ข้อเสียคือบานแบบนี้ต้องติดตั้งให้ดีมากๆไม่หย่อน และจะต้องเว้นระยะที่พื้น เผื่อไว้พอสมควร ดังนั้น จะปิดได้ไม่สนิทนะ กันแมลง และเสียงไม่ได้ แอร์ด้วย

ไฟเพดานส่วนของห้องนั่งเล่น เป็นโคมไฟดาวน์ไลท์ ได้มา 4 ดวง

ระเบียงที่เป็น เอกลักษณ์ ของตระกูล IDEO ที่จะทำเป็นกระจกหน้าต่างอีกหนึ่งชั้น ปิดอยู่ตรงกันตก  ทำให้ห้องนี้สามารถใช้งานระเบียงได้หลากหลาย จะเปิดต่อเชื่อมเหมือนเป็นพื้นที่ภายในก็ได้ เพราะมีหน้าต่างปิดอีกชั้น หรือจะเปิด เพื่อให้เป็นระเบียกปกติ เพื่อตากผ้าก็ได้

บานประตูกั้นส่วนของระเบียง เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนแบบนี้ กระจกเป็นแบบสีเขียวตัดแสง พื้นที่ในส่วนของระเบียงประมาณ 1.1 x 2.5 เมตร

มีทั้งราวกันตก และส่วนหน้าต่างด้านนอกประกระจกบานเลื่อน 2 ตอน

ห้องเก็บคอมแอร์ ทำเป็นสัดส่วนมิดชิด

ห้อง 1 Bed จะเก็บได้ประมาณ 2 ตัว มี ระแนงเหล็กบังสายตาจากภายนอกเพื่อความเรียบร้อย และยังเหลือพื้นที่เก็บของใช้ได้เล็กน้อย พวกไม้กวาด ไม้ถูพื้น อุปกรณ์จุกจิก

Living Area กับห้องนอนเชื่อมต่อกัน แบบนี้ แต่ถ้าอยากได้ความเป็นสัดส่วน ก็เลื่อนประตูปิดได้ เค้ามีบานเลื่อนแอบไว้ที่ผนัง

ระยะด้านข้างที่เหลือพื้นที่วางโต๊ะหัวเตียงได้สบายๆ

หันมามองทางขวาจะมีช่องหน้าต่างรับแสงอยู่ 1 บานเป็นบานกระทุ้ง (ผนังห้องของจริงเป็นฉาบเรียบทาสีธรรมดานะ) มีแอร์ในห้องนอนให้อีก 1 ตัว

ตรงจุดนี้ อันเนื่องมาจาก ต้องเสียพื้นที่ทำห้องเก็บคอมแอร์แยก ทำให้ห้องนอนเหลือพื้นที่รับวิวและแสงแค่นี้ ซึ่งเค้าเอาโซฟาเล็กมาตั้งให้ดู แต่ผมว่านั่งไม่สนุก มันเหงานั่งได้คนเดียว เข่าก็อาจติดโต๊ะหัวเตียงอีก ควรจะวางเป็นโต๊ะนั่งทำงานจะใช้งานคุ้มกว่า

โครงการเค้าทำ Idea ไว้ให้ดูเผื่อใครอยากนอนดูทีวี แยกกันกับครอบครัว คนนึงดูห้องนั่งเล่น อีกคนนอนดูในห้องนอน ว่ามันสามารถ ทำทีวีแบบแขวนผนัง และซื้อชุดขาแขวนทีวี ที่มันสามารถเอียงองศามาทางเตียงนอนได้

ชุดขาแขวนทีวี จะเป็นแบบนี้ สามารถปรับได้ตามใจชอบ หาซื้อได้ตามพาวเวอร์บายเลยครับ

ตรงจุดนี้ลองปิดบานเลื่อนกั้นห้องให้ดูว่า ปลายเตียงจะไม่เหลือพื้นที่ให้เดินได้แล้ว คงต้องปีนข้ามเตียงเอา

 

ฝั่งนี้เป็นพื้นที่ด้านหน้าห้องน้ำ สามารถทำเป็นตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานเล็กๆแบบนี้ได้

ตำแหน่งตู้เสื้อผ้า ขนาดพอใช้ได้ จะเลือกไซส์ให้ใหญ่อีกหน่อยมาจนถึงโต๊ะหัวเตียงด้านข้างก็ได้นะ เพราะต้องติดเพิ่มเองอยู่แล้ว

Idea Working Area ครับ

เข้ามาในส่วนของห้องน้ำกันบ้าง ตรงกลางจะเป็นชุดอ่างล้างมือ มีกระจกเงาบานใหญ่มาให้ ซ้ายมือเป้นสุขภัณฑ์ ขวามือเป็นพื้นที่อาบน้ำ ผนังภายในห้องน้ำเค้ากรุด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนนะครับ

พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องนอนประมาณ 3 ซม. ไม่มีธรณีก่อนะครับ

อ่างหน้าทรงเหลี่ยมสีขาว ของ KOLHER มาพร้อมก๊อกน้ำโครเมี่ยมเปิด – ปิดโ ดยการบิดซ้ายขวาจาก GROHE

ชุดตู้ใต้อ่างเลื่อนเปิดออกมาสุดได้เท่านี้ เอาไว้เก็บของใช้งานทั่วไป

ชุดสุขภัณฑ์ของ KOLHER ขวามือมีที่แขวนกระดาษชำระ แบะซ้ายมือมีที่ฉีดน้ำ และหัวก๊อกเล็กมาให้ ของ GROHE

มองขึ้นไปด้านบน มีที่แขวนผ้าขนหนู และพัดลูมดูดอากาศของ Panasonic

ฉากกั้นอาบน้ำกระจกแยกพื้นที่ส่วนเปียก ใช้ประตูกระจกบานสวิง พื้นที่อาบค่อนข้างกว้าง

ขนาดพื้นที่อาบน้ำประมาณ 0.8 x 1.4 เมตร กว้างอาบได้สบายๆ พื้นด้านล่างเป้นธรณีก่อสูงขึ้นมาประมาณ 3 ซม.

ตัวจับฉากกั้นเปิด-ปิด เป็นแบบนี้

ชุดฝักบัว & Rain Shower ที่ได้มา ของ GROHE ดูดีหน่อย มีที่วางอุปกรณ์เล็กมาให้จุดนึง โครงการเค้าทำมาให้ทั้ง 2 แบบเพราะว่าเผื่อใครไม่อยากอาบแบบ Rain Shower (คือไม่ต้องการสระผม) ก็มาใช้ฝักบัวแทนนะ

ตัวหัวของฝักบัวปรับระดับน้ำได้ 5 แบบครับ

ไฟในห้องน้ำเป็นโคมไฟแบบดาวน์ไลท์ 2 จุด

สวิทช์ และ ปลั๊กไฟ ภายในห้องหน้าตาจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด ของ Schneider

room-d1

ผังห้อง 2 Bedroom Type D1 ขนาด 62 ตารางเมตร ซึ่งมี Private Lift เหมือนกัน เมื่อเปิดประตูลิฟท์ออกมา ห้องนี้จะดีหน่อยออกจากลิฟท์มา ไม่ใช่เป็นห้องครัวเหมือนแบบห้อง 1 Bed เป็นพื้นที่ทางเดินเปล่า ทำให้เหมือนบริเวณนี้จะเป็น Foyer ที่สามารถใช้ประโยชน์เป็นที่เก็บรองเท้า ร่ม ของจุกจิกก่อนออกนอกบ้านได้ โดยเราจะอยู่ระหว่างประตูสองบาน คือประตูหน้า(หันขวา) เปิดออกนอกห้องไปด้านนอกเลย เพื่อทิ้งขยะหรือไปบันไดหนีไฟ และมีประตูใน(หันซ้ายมือ) เมื่อเปิดเข้าไปจะเป็นส่วนภายในห้องจริงๆ ซึ่งประตูในอันนี้เขาจะติด Digital Door Lock มาให้ด้วย

เข้ามาในประตูด้านในแล้ว ทางซ้ายมือจะเป็นครัววาง Pantry ไว้ และตู้เย็นจะอยู่ตรงข้าม Pantry ตรงข้ามห้องครัวจะเป็นส่วนของ Master Bedroom ที่มีห้องน้ำในตัว มีอ่างอาบน้ำด้วย ถัดไปเป็นส่วนห้องนั่งเล่นเชื่อมกับโซนรับประทานอาหาร และระเบียงก็ยังคงมีอยู่คือระเบียงที่มีหน้าต่าง 2 ชั้น กั้นด้วยประตูบานเลื่อน บาน 3 ชิ้น และแยกห้องเก็บคอมแอร์ต่างหาก ส่วนของห้องนอนอีกห้องก็เข้าจากห้องนั่งเล่น รูปแบบจะคล้ายๆห้องแรก ต่างกันแค่ห้องน้ำจะเล็กกว่านิดหน่อยและห้องน้ำห้องนี้ใช้ร่วมกับส่วนของ Living Room ด้วย(มี 2 ประตู)

Spec ห้องขายแบบ Fully Fitted ได้ Pantry ครัว มี Hob & Hood และอ่างล้างจานของ MEX วัสดุผิวปิดท็อปครัวเป็นฟอร์ไมก้า ห้องน้ำ ชุดหัวก๊อกของ GROHE สุขภัณฑ์ Kohler พื้นห้องโถง Engineering Wood ส่วนพื้นครัว,ระเบียง,ห้องน้ำ เป็นกระเบื้องแรนิตโต้ 60 x 60 cm. มี Digital Doorlock ของ YALE ระยะพื้นถึงฝ้า 2.6 เมตร แอร์ห้องนี้จะได้ 3 ตัว คือในห้อง living room และ bedroom 2 ตัว ที่เหลือนอกเกินจากนี้ไม่ได้นะครับ โครงการแค่จัดวางให้ดูว่าส่วนไหนของห้องคือฟังค์ชั่นอะไรเท่านั้นเอง

43

เข้ามาในส่วนห้อง ซ้ายมือมือจะเป็นประตูลิฟท์ ห้องนี้จะดีหน่อยออกจากลิฟท์มา ไม่ใช่เป็นห้องครัวเหมือนแบบห้อง 1 Bed เป็นพื้นที่ทางเดินเปล่า ทำให้เหมือนบริเวณนี้จะเป็น Foyer ที่สามารถใช้ประโยชน์เป็นที่เก็บรองเท้า ร่ม ของจุกจิกก่อนออกนอกบ้านได้ และดูเป็นส่วนตัวมากกว่า มองตรงไปจะเป็นประตูกั้นห้องอีกชั้นหนึ่งบานประตูจะเป็นเหมือนกับด้านหน้า แต่จะมี Digital Door Lock ของ YALE เพิ่มมาให้

ตรงนี้เป็นส่วนของบานประตูอีกชั้นนึงที่มี Digital Door Lock แต่ห้องตย.ไม่ได้ติดบานประตูมาให้ดู

เข้ามาในส่วนห้องพักอาศัยแล้ว ซ้ายมือมาถึงจะเจอกับครัว แต่ !! ประตูบานกั้นเลื่อน 3 ตอนแบบนี้เราไม่ได้นะครับ โครงการเค้าทำมาให้ดูเป็นตัวอย่างเฉยๆ ว่าสามารถกั้นเป็นครัวปิดได้ (ทำไมไม่กั้นมาให้เลย น้อววววว)

ข้างผนังห้องมีพื้นที่ว่างให้ว่างตู้เย็นขนาดใหญ่ได้สบายๆ

ติดกันจะเป็นช่องเปิด-ปิดของท่องานระบบต่างๆ ทำไว้มิดชิด ดีครับ

ชุด Pantry ครัว รูปแบบจะคล้ายๆกับห้อง 1 Bed แต่จะยาวกว่า นิดหน่อย ทำให้เพิ่มพื้นที่ในการเตรียมอาหารได้มากกว่า ที่เหลือพวกวัสดุเหมือนกัน

ฟังก์ชั่นตู้ด้านบน

ชุดตู้ด้านล่าง ตรงกลางจะกว้างกว่าแบบที่บอก เก็บของใช้ได้มากกว่า

อีกจุดนึงที่แตกต่างจากห้อง 1 Bed คือ.. ขนาดของอ่างล้างจานครับ ผมสังเกตุว่ามันค่อนข้างใหญ่กว่า เลยลองเอาจานในห้องตัวอย่างมาใส่ดู เออแหะ มันใหญ่กว่าจริงด้วย แบบนี้ล้างค่อนข้างจะสบาย

เอาละออกมาจากห้องครัว หันหน้าตรงกันเลย จะเป็นส่วนของ ห้องนอนนี่วางเตียง King Size มาให้ดู ระยะปลายเตียง ไปจนชิดผนังเหลือ ประมาณ 1.1 เมตร(ไม่นับโต๊ะทำงาน)

ระยะด้านข้างเตียงฝั่งชิดกับหน้าต่างเหลือไว้ประมาณ 30 ซม. คงวางโต๊ะหัวเตียงไม่ได้นะ เพราะกินพื้นที่ผ้าม่านแน่

ส่วนฝั่งขวา จะชิดกับประตูหน้าห้องน้ำ ก็ยังพอวางได้นะ ถ้าเลือกไซส์เล็กๆหน่อย

การตกแต่งปลายเตียงเป็นตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานไปพร้อมกัน และใช้ทีวีแขวนผนังตรงโต๊ะทำงาน เผื่ออยากนอนดูทีวีก็ทำได้

ลองเปิดผ้าม่านให้ดู หน้าต่างรับแสงธรรมชาติ ค่อนข้างใหญ่พอสมควร รูปแบบด้านล่างจะเป็นบานกระจกปิดตาย และด้านบนบานกลางก็ปิดตายเช่นเดียวกัน ส่วนบานซ้ายและขวาจะเป็นบานเปิดออก กระทุ้ง

เวลาเปิด-ปิดจะเป็นแบบนี้นะครับ

ส่วนของในห้องน้ำ นี่ชุดอ่างล้างมือ ตู้ สุขภัณฑ์ เหมือนกับห้อง 1 Bed นะครับ แต่กระจกเงาบานที่ได้จะบานใหญ่สะใจเป็นพิเศษหน่อย

ห้องน้ำนี้ตัวพื้นลดระดับลงมาจากห้องนอนประมาณ 2 ซม.

ตำแหน่งชุดสุขภัณฑ์แบบชัดๆ

จุดเด่นของห้องน้ำห้องนี้ คือมีอ่างอาบน้ำ ที่อยู่ในส่วนของพื้นที่อาบน้ำ เอาไว้นอนแช่อาบน้ำ ดู City View ไปเพลินๆ สบายๆ

ในส่วนของพื้นที่อาบน้ำ ถึงแม้ว่าจะมีอ่างอยู่ด้วย ก็ไม่ได้เล็กนะครับ ระยะประมาณ 0.8 x 1.6 เมตร

หน้าต่างรับแสงธรรมชาติที่ส่องมาในห้องจะเป็นแบบปิดตายรูปตัว L ส่วนที่เปิดได้คือบานขวาบน เป็นบานกระทุ้งแบบห้องนอน ตัววงกบเป็นอลูมิเนียมสีดำ ส่วนตัวผมว่า อ่างอาบน้ำระยะมันค่อนข้างสั้นไปหน่อย ถ้าเป็นผู้ชายตัวสูง อ่างแบบนี้นอนแผ่เหยียดขาไม่ได้แน่นอน ต้องแช่แบบงอเข่า (T_T)ฮือๆ จินตนาการว่าตัวเองนอนแช่อยู่ ติดแน่นอน

ชุดฝักบัวที่ได้ ให้มา 2 อันเลยนะครับ ส่วนที่อาบน้ำได้เหมือนห้อง 1 Bed คือมี Rain Shower มาให้ด้วย แต่ส่วนในพื้นที่อ่างอาบน้ำจะได้แค่ฝักบัวอย่างเดียว

ถัดมาออกมาจากห้องนอน จะเชื่อมกับโซน Living Room ประตูบานซ้ายมือเป็นห้องน้ำที่มี 2 ประตูเชื่อกับห้องนอนอีกห้องได้ ประตูบานตรงกลางเป็นประตูห้องนอน ขวามือเป็นห้องนั่งเล่น เชื่อมกับโซนรับประทานอาหาร

มาดูห้องนั่งเล่น เชื่อมกับโซนรับประทานอาหารกันก่อน

อีกมุม ซึ่งโต๊ะอาหาร โครงการวางโต๊ะตัวอย่างแบบ 4 ที่นั่งเอาไว้ แต่ถ้าจัดดีๆก็สามารถเปลี่ยนเป็นโต๊ะยาวมากกว่านี้ได้  เพื่อทำให้ส่วนนี้กลายเป็นโต๊ะอเนกประสงค์ ใช้นั่งทำอะไรอย่างอื่นนอกจากทานข้าวได้ด้วย

ระยะดูทีวีค่อนข้างไกลไปหน่อย ประมาณเกือบ 3 เมตร เหลือพื้นที่วางโต๊ะกลางขนาดใหญ่กว่านี้ก็ได้นะ แต่อย่างที่บอกนะครับ ส่วน Living Area นี้ เราจัดเองได้เต็มที่ จัดได้หลายแบบอยู่นะ แล้วแต่เรา

มุมวางโซฟา ตำแหน่งนี้ แล้วแต่เราว่าจะตกแต่งแบบไหนเลยครับ

ลองนั่งบนโซฟาให้ดู ฟิลลิ่ง เวลาดูทีวีจะประมาณนี้ มันแอบเยื้องไปทางขวานิดนึงแหะ ไม่ใช่ปัญหา อาจใช้ส่วนของขาแขวนทีวีที่ปรับมุมองศามาช่วยได้

มุมระเบียง 2 ตอนสไตล์ IDEO เหมือนกัน แต่จะได้ช่องแสงมาเยอะกว่าห้อง 1 Bed

ระเบียงห้อง ยังเป็นระเบียงที่ใช้งานคุ้มเช่นเคย เพราะติดหน้าต่างกระจกมา 2 ชั้น

ห้องเก็บคอมเพสเซอร์แอร์ ซึ่งสำหรับห้อง 2 Bed จะใหญ่กว่าหน่อยที่จะมีแอร์มาให้ 3 เครื่อง (แต่อันนี้ห้องตัวอย่างเค้าใช้แบบตัวใหญ่ตัวเดียว)

จากพื้นที่พักผ่อน เชื่อมต่อเข้าสู่ห้องนอน และห้องน้ำที่ใช้ร่วมกัน

เข้ามาดูในห้องนอน ที่ห้องตัวอย่างวางเตียงแบบ King Size ไว้ให้ แต่ก็ดูกว้างอยู่ แบบสบายๆ

มองไปทางซ้ายเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า แทนไม่มีโต๊ะหัวเตียง ระยะด้านข้างเตียงจนถึงผนังห้องน้ำจะประมาณ 1 เมตร

ระยะจากปลายเตียงจนถึงผนังประมาณ 1 เมตร เช่นกัน

ผมลองนอนให้ดูว่า ถ้านอนดูทีวีจะระยะประมาณนี้ 2.5 เมตร ควรจัดทีวีไซส์ประมาณ 50 นิ้ว จะได้ไม่ต้องเพ่ง

ระยะด้านข้างเตียงฝั่งชิดกับกระจก เหลือประมาณ 70 ซม. ค่อนข้างเยอะที่สามารถวางโต๊ะหัวเตียง และไม่ติดผ้าม่านด้วย

ลองเปิดผ้าม่าน หน้าต่างรับแสงธรรมชาติ รูปแบบเหมือนกันกับห้องก่อนหน้านี้เลย

เข้ามาดูในห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำอุปกรณ์และฟังก์ชั่นก็เหมือนเดิม เพียงแค่เปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อย

มุมอ่างล้างมือ กระจกเงา และที่แขวนผ้าขนหนู

มุมชุดสุขภัณฑ์

ที่ต่างจากห้องอื่นหน่อยคือส่วนของพื้นที่อาบน้ำ ห้องนี้จะได้เป็นแบบทรง 5 เหลี่ยมแบบนี้แทน แต่พื้นที่ก็ไม่ได้แคบอะไรเท่าไรครับ

ชุดฝักผัว และ Rain Shower กับที่วางสบู่เหมือนกัน

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 27 March 2015

  • แบบ D2 ชั้น 8 ห้อง 08-01 เนื้อที่ 66.0 ตร.ม. ราคา 11.98 ล้านบาท หรือ 181,515 บาท/ตร.ม.
  • แบบ A1M ชั้น 10 ห้อง 10-08 เนื้อที่ 29.5 ตร.ม. ราคา 5.52 ล้านบาท หรือ 187,118 บาท/ตร.ม.
  • แบบ C1M ชั้น 24 ห้อง 24-12 เนื้อที่ 51.0 ตร.ม. ราคา 10.18 ล้านบาท หรือ 199,607 บาท/ตร.ม.
  • แบบ A1M ชั้น 28 ห้อง 28-06 เนื้อที่ 29.5 ตร.ม. ราคา 5.94 ล้านบาท หรือ 201,355 บาท/ตร.ม.
  • แบบ C1 ชั้น 32 ห้อง 32-11 เนื้อที่ 51.0 ตร.ม. ราคา 10.41 ล้านบาท หรือ 204,117 บาท/ตร.ม.

  • Fully Fitted
  • เพดานสูง 2.6 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 50,000 บาท
  • ทำสัญญา 5%
  • ดาวน์ 8% ผ่อนดาวน์ 19 งวด
  • ค่ากองทุน 600 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตารางเมตร/เดือน
  • ค่าธรรมเนียมการโอน ผู้จะซื้อและผู้จะขายชำระคนละครึ่ง

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

IDEO Q สยาม-ราชเทวี อยู่ในทำเลที่เรียกว่าใจกลางเมืองเกาะอิงแอบแนบชิดสยาม ตัวทำเลโครงการ อยู่ติดถนนใหญ่บนถนนเพชรบุรีใกล้แยกราชเทวี และไม่ไกลจากประตูน้ำ ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งถ้าเป็นคนขยันเดินหน่อย นี่แทบจะเรียกว่าสะดวกมาก เพราะอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวีประมาณ 390 เมตร และพอที่จะเดินไปสยามพารากอนได้ด้วยประมาณ 650 เมตร รายรอบโครงการก็มีร้านค้า และร้านอาหารให้พอได้พึ่งพิงบ้าง แต่ถ้าเดินสัก 300 เมตรมาแถวๆหน้าพันธุ์ทิพย์นี่เรียกว่าอุดมสมบูรณ์สุดๆทีเดียวเชียว ส่วนสาธารณูปโภครอบโครงการในระยะที่พอจะเดินทางไปได้ใกล้ๆ เรียกว่า อยู่ในระดับหล่อเลือกได้ เพราะมาสยาม มาพารากอน Central World ชิดลม เพลินจิต ไม่ยากและใกล้มาก ซึ่งเหล่านี้คือแหล่งชอปปิ้งที่สมบูรณ์สุดของประเทศแล้ว เลือกได้เลยว่าจะนั่ง BTS ไป หรือขับรถไป ไม่ยากทั้งคู่ ส่วนแหล่งช้อปย่านประตูน้ำ นี่ไม่ต้องพูดถึงเนอะ ยิ่งใกล้ไปใหญ่

การเดินทางโดยรถยนต์ สะดวกมากในวันและช่วงที่รถไม่ติด แต่ต้องทำใจหน่อยนะครับว่านี่มันย่านกลางเมือง รถมันจะค่อนข้างติดเรียกว่าทุกวันในชั่วโมงเร่งด่วนก็ว่าได้ ข้อดีในการเดินทางด้วยรถคือ เข้าเมืองง่าย ไปได้หลายทางพอใช้ แต่น่ารำคาญเรื่องการห้ามเลี้ยว ห้ามกลับรถ และรถติดนี่แหละ โดยเฉพาะขากลับบ้าน นี่ต้องวางแผนดีๆเลย ไม่งั้นที่เห็นว่าใกล้ๆ จะกลายเป็นใช้เวลานานแบบไม่น่าเชื่อได้เหมือนกัน สัดส่วนที่จอดรถในช่องจอด 46% ยังไม่รวมซ้อนคัน ซ้อนแล้วเป็น 49% เมื่อพิจารณาจากความสะดวกในการไม่ใช้รถแล้ว ถือว่ายังน้อยนะ โครงการและราคาระดับนี้อยู่ในหมวดของ Luxury ขึ้นไปเป็น Super Luxury แล้ว น่าจะได้เยอะกว่านี้หน่อย

สำหรับคนไม่ใช้รถ นี่เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ คนไม่ใช้รถ อยู่ได้แบบ สบายๆ แม้จะไม่ได้ติดรถไฟฟ้าแบบบันไดสถานีพาดเข้าโครงการ เหมือนเพื่อนบ้านย่านนี้หลายตึก แต่ก็อยู่ในระยะเดินไม่ลำบาก 390 เมตรถึงบันไดเลื่อนของสถานี คงพอเดินได้ไม่ยากนัก ในอนาคตจะมีส่วนของรถไฟฟ้าสายสีส้มมาเสริมในศักยภาพทำเลโครงการเพิ่มไปอีก แต่คงยังไม่ใช่เร็วๆนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 5 ปีแน่ ด้านหน้าโครงการอยู่ในทำเลที่เรียกรถได้ 24 ชั่วโมง มีป้ายรถเมล์ใกล้หน้าโครงการบริเวณสะพานลอยและตรงข้ามโครงการ อีกทั้งแถวนี้ Taxi, พี่วินชุกชุมมากมาย และมีห้างดีๆอยู่ในระยะเดินด้วย

การออกแบบโครงการทำออกมาค่อนข้างโดดเด่นแปลกตา หน้าตาดีทีเดียว ยิ่งเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านบนถนนเดียวกัน IDEO Q ก็คงเด้งออกมาเด่นอยู่คนเดียวในตอนนี้ แต่เราจะไม่พูดกันเรื่องความสวยงาม เพราะคนเราชอบไม่เหมือนกัน ว่ากันที่การใช้งาน ตัวส่วนกลาง ออกแบบมาดูดี น่าใช้ แต่ละคนต้องดูว่าเราชอบแบบนี้ไหม โดยส่วนกลางหลักจะจัดอยู่ที่ชั้น 30 อย่าง Sky Pool, Kid Pool, Social Club, Business Center, Library, Lounge ซึ่งทุกห้องจะมองเห็น City View ได้ทุกด้านคงจะสวยไม่น้อย

จุดเด่นที่ “ลิฟท์” ที่เปิดเข้าห้องได้เลย ซึ่งมันดีสะดวกและ Private มาก สำหรับหลายๆคน แต่มีเรื่องที่น่ากังวลคือ “ความปลอดภัย” ซึ่งแม้ว่าทางโครงการจัดทำประตูกั้นห้องหน้าลิฟท์ไว้ให้อีกชุด ก็ต้องเลือกดูดีๆนะครับ เพราะความสะดวกของห้องแต่ละ Type มันไม่เหมือนกัน…  ส่วนการออกแบบห้อง ตัวห้อง 1 Bedroom เป็นรูปแบบมาตรฐานของ Ideo ที่ทำออกมาได้ลงตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะระเบียง ส่วนห้อง 1+1 แนะนำให้เจ้าของห้องใช้ Built in ในหลายๆจุด เพื่อความลงตัวและพื้นที่ใช้สอย+เก็บของได้คุ้มๆ

วัสดุอุปกรณ์ของที่ให้มา เป็นแบบ Fully Fitted เมื่อเทียบกับระดับราคาแล้ว ถือว่าค่อนข้างได้มาน้อยนะครับ ในระดับราคา 180,000 บาทต่อตารางเมตร ที่ควรจะได้อะไรเยอะ หรือมากกว่าที่เห็นนี้มาก ต้องแต่งห้องใหม่เองเพิ่มเยอะอยู่นะ ภายในห้องจะได้ Pantry ครัว มี Hob & Hood และอ่างล้างจานของ MEX วัสดุผิวปิดท็อปครัวเป็นฟอร์ไมก้า ห้องน้ำ ชุดหัวก๊อกของ GROHE สุขภัณฑ์ Kohler พื้นห้องโถง Engineering Wood ส่วนพื้นครัว,ระเบียง,ห้องน้ำ เป็นกระเบื้องแรนิตโต้ 60 x 60 cm. มี Digital Doorlock ของ YALE ระยะพื้นถึงฝ้า 2.65 เมตร แอร์ห้องนี้จะได้ 2 ตัวคือในห้อง living room และ bedroom

สาธารณูปโภคมีมาให้ค่อนข้างครบและสมบูรณ์ โครงการนี้วาง Facility ไว้ที่ชั้น 8, 29M, 30 ,30M และ ดาดฟ้า นะครับ โดยจุดเด่นก็อยู่ที่ชั้น 30 นั่นแหละ จัดเป็น Facility แบบเต็ม Floor มี Sky Pool 360 องศา, Fitness, Library, Business Center, Social Club ใครที่มีห้องได้วิวไม่ค่อยสวย ก็ขึ้นมานั่งดูวิวที่ชั้นนี้ได้ หรือสวนชั้นดาดฟ้าได้ ส่วนที่แปลกคือลิฟท์ ที่เป็น Private ถึงห้องตัวเองเลย รูปแบบลิฟท์ที่มีลิฟท์จะมี Service Lift 1 ตัว + Private Lift 12 ตัว รวมทั้งโครงการมีลิฟท์ 13 ตัว น่าจะพอใช้นะ

 

Judgement

ราคาของคอนโดนี้ถือเป็นระดับ LUXURY – SUPER LUXURY ซึ่งความคุ้มค่าด้านราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อ ความคุ้มค่าด้านอารมณ์คือปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตราบเท่าที่ทางเรายังไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานทางอารมณ์ได้ ทาง Think of Living ขอไม่ให้คะแนนฟันธงในรีวิวเจาะลึกนะครับ เพราะมีตัวเปรียบเทียบน้อย เป็นสินค้าประเภท Unique เสียส่วนใหญ่ และเราก็เชื่อว่าลูกค้าที่พร้อมจะซื้อคอนโดระดับนี้ ไม่ตัดสินง่ายๆด้วยคะแนนแน่นอน

 

BOTTOM LINE

Ideo Q สยาม-ราชเทวี เป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่เหมาะกับคนที่มองหาบ้านที่อยู่ใกล้ย่านสยาม หรือประตูน้ำ แบบพอจะเดินไปได้ มีความอุดมสมบูรณ์ครบเครื่องรายรอบโครงการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สะดวก ต้องการลดการใช้รถ หรือเบื่อเต็มทีแล้วกับการขับรถเข้าเมือง เป็นคนไม่เรื่องมากเรื่องวิว มีนิสัยเลือกของมองที่ความโดดเด่นสะดุดตา มี Brand Name หน่อย ไม่ได้สนใจไล่หาของที่ถูกที่สุด มีงบประมาณระดับ 5-13 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 35,000 – 91,000 บาท

 

สมัครสมาชิก www.thinkofliving.com พร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี่ https://thinkofliving.com/register/

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปครับ