รีวิวฉบับที่ 952 … สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาไปชมรีวิวคอนโดโครงการสร้างเสร็จของ อนันดากันอีกตัวที่ชื่อว่า IDEO Mobi จรัญ-Interchange ตัวโครงการเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 22 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ในย่านชุมชนเก่าฝั่งธนฯ ตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่จรัญสนิทวงศ์ ใกล้กับแยกบางขุนนนท์ โดยตัวโครงการมีจุดขายที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายอนาคต 3 สาย ซึ่งสายที่น่าจะเสร็จก่อนก็คงจะเป็นสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ) สถานีที่ใกล้สุดคือ สถานีบางขุนนนท์ เอาล่ะ ไปชมกันเลย

Fact @ 20 October 2015

  • IDEO Mobi จรัญ-Interchange ( ไอดีโอ โมบิ จรัญ-อินเตอร์เชนจ์)
  • บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS –  (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : บางกอกน้อย
  • คอนโด High Rise 22 ชั้น 1 อาคาร 1,196 ยูนิต(พักอาศัย) , 5 ยูนิต(ร้านค้า)
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 66 ยูนิต
  • ที่จอดในช่องจอด 427 คัน ประมาณ 36 %
  • ที่ดินประมาณ 5-3-68 ไร่
  • Studio ขนาด 21.5 ตารางเมตร (มีแบบหน้าแคบ/หน้ากว้าง)
  • 1 ห้องนอน 33.5 ตารางเมตร
  • 2 ห้องนอน 45 ตารางเมตร
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.69 ล้านบาท
  • ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร 02-316-2222
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 127,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 120,000 – 135,000 บาท/ตร.ม.

Update Fact @ 18 May 2016

  • ห้องแบบ Studio SOLD OUT
  • 1 ห้องนอนราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด – สูงสุด 105,000 – 135,000 บาท/ตร.ม.

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.762392, 100.472114

แผนที่จากโ๕รงการ

แผนที่จากทางโครงการของ IDEO Mobi จรัญ-Interchange ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์รอบๆและเส้นทางเชื่อมไปยังถนนหลักต่างๆ ตั้งอยู่บนถนนใหญ่จรัญสนิทวงศ์ และติดรถไฟฟ้าสายอนาคต 3 สาย  คือ

  • สายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ โดย MRT (กำลังก่อสร้าง)
  • สายสีส้ม ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม โดย MRT (อนาคต)
  • สายสีแดง ตลิ่งชัน-ศาลายา โดย รฟท. (อนาคต)

แผนที่ระยะไกลIdeo

ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนหลักจรัญสนิทวงศ์อยู่บริเวณหัวมุมถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชัน ใกล้กับแยกบางขุนนนท์ การเดินทางด้วยรถส่วนบุคคลนับว่าอยู่ในจุดที่สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกมาก มีเส้นทางลัดเลาะได้หมด ถ้าจะข้ามมาฝั่งพระนครสะพานที่อยู่ใกล้สุดคือสะพานพระปิ่นฯ กับสะพานพระราม 8 ส่วนถนนเลียบทางรถไฟและถนนบางขุนนนท์นั้นสามารถไปออกถนนบรมราชชนนีได้ ซอยจรัญ 35 และซอยจรัญ 13 สามารถลัดออกไปถนนราชพฤกษ์และถนนกาญจนาภิเษกได้ เดิม 2 เส้นนนี้จะการจราจรติดขัดสาหัสมาก แต่ตอนนี้มีถนนพระเทพตัดใหม่เกิดขึ้นมาก่อสร้างแล้วเสร็จไปเยอะแล้ว

ถนนพระเทพฯตัดใหม่  ถนนที่ตัดขึ้นใหม่จุดประสงค์เพื่อใช้ระบายการจราจรบนถนนจรัญสนิทวงศ์  เนื่องจากถนนจรัญฯแต่เดิมเป็นถนนเส้นยาวที่ไม่มีแยกและทางลัดมากนัก  โดยจะมีซอยใหญ่ๆ ที่สามารถใช้ที่เชื่อมไปออกถนนราชพฤกษ์ได้อยู่ 2 ซอยคือซอยจรัญฯ 13 และ ซอยจรัญฯ35 จุดเริ่มต้นของถนนพระเทพฯตัดใหม่นี้เริ่มจากบริเวณแยกไฟฉาย บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ตรงมาเรื่อยๆตัดผ่านถนนราชพฤกษ์  ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ไปบรรจบกับ ถนนกาญจนาภิเษก  กินระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ปัจจุบันถนนนี้สร้างใกล้เสร็จแล้ว มีรถเข้ามาวิ่งกันแล้วบ้างแต่ยังไม่ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากบริเวณแยกไฟฉายมีการขุดเจาะอุโมงค์และทำสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินอยู่ ซึ่งถ้าถนนสายนี้เสร็จจะทำให้การจราจรบนถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์คล่องตัวขึ้นมาก และยังช่วยเพิ่มช่องทางในการเดินทางเข้าเมืองของคนฝั่งพุทธมณฑล  โดยไม่ต้องใช้ถนนบรมราชชนนีซึ่งในช่วงเวลาเร่งด่วนก็มีสภาพการจราจรที่หนาแน่นเช่นกัน 

แผนที่ความอุดมสมบูรณ์

สิ่งอำนวยความสะดวก หรือความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการ มีดังนี้

  • ระยะทางประมาณ 400 เมตร สามารถเดินไปได้ ได้แก่ ตลาดสด  3 แห่ง คือ ตลาดบางขุนศรี ตลาดบางขุนนนท์ และตลาดน้ำเย็น และ Makro จรัญฯ
  • ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช ตลาดสถานีรถไฟ(ศาลาน้ำร้อน) ตลาดพรานนก และตลาดวังหลัง
  • ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร คือ ห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้าต่างๆ ได้แก่ เซนทรัล ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า และโลตัส ปิ่นเกล้า
The Palazzo จรัญ ทางด่วน
เครดิตภาพจาก – http://www.sirat-orr.com/P06.html

สำหรับบริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ นั้นไม่มีทางด่วนในบริเวณใกล้เคียง จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของการจราจรที่ติดขัดจะต้องไปขึ้นที่ทางด่วนบริเวณสะพานตากสิน หรือ ทางด่วนยมราช แต่ในอนาคตจะมีโครงการทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ก่อสร้างทางสายหลัก , ทางขึ้น-ลงทางพิเศษ, ทางแยกต่างระดับ และ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางพร้อมสะพานลอยกลับรถเพื่อแก้ไขปัญหาจุดตัดถนนท้องถิ่นช่วงจากถนนกาญจนาภิเษกถึงสะพานพระรามหกจำนวน 5 แห่ง โดยกำหนดทางขึ้น-ลงไว้ 6 แห่งคือ

  1. บริเวณถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก)
  2. ทางขึ้นลงราชพฤกษ์
  3. ทางแยกต่างระดับบรมราชชนนี
  4. ทางขึ้นลงบางบำหรุหรือถนนสิรินธร
  5. ทางขึ้นลงจรัญสนิทวงศ์
  6. ทางขึ้นลงพระราม 6
  7. ทางขึ้นลงกำแพงเพชรตรงทางแยกต่างระดับศรีรัช (ด่วนขั้นที่ 2)

ทางขึ้นลงทางด่วนที่ใกล้โครงการที่สุดคือ  ทางขึ้น-ลงบางบำหรุหรือถนนสิรินธร

แผนที่รถไฟฟ้า

สำหรับรถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการมากที่สุด คือ สถานีบางขุนนนท์ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วง(บางซื่อ – ท่าพระ) ตั้งอยู่บริเวณแยกบางขุนนนท์ บนถนน จรัญสนิทวงศ์พอดี ซึ่งตอนนี้โครงการรถไฟฟ้ากำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างคาดว่าน่าจะเปิดให้ใช้กันประมาณปี 2562 และในอนาคตอีกระยะนึงจะมีสายสีส้ม(ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม) กับ สายสีแดง(ตลิ่งชัน-ศาลายา) มาเพิ่มเป็นอินเตอร์เชนจ์แต่คาดว่า กว่าจะเสร็จครบทั้งสามสายอาจจะกินระยะเวลาเกือบสิบปี

รถไฟฟ้า1

แผนที่จากทางโครงการที่แสดงให้เห็นถึงโครงข่ายรถไฟฟ้าที่ Interchange กันทั้งสามสาย

รถไฟฟ้า2

ซูมให้ดูกันใกล้ๆครับ

แผนที่การเดินทาง

การเดินทางในวันนี้ ตัวผมเริ่มมาจากทางสะพานพระราม 7 มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนจรัญสนิทวงส์แล้วก็ตรงยิงยาวอย่างเดียว ลอดใต้อุโมงค์แยกสิรินธร และก็อุโมงค์แยกบรมราชชนนี หลังจากนั้นผ่านแยกบางขุนนนท์ จะเห็นโครงการอยู่ฝั่งตรงข้ามให้ตรงไปอีกหน่อยแล้วเจอห้าง Makro ให้ชิดขวาเตรียมกลับรถ แล้วก็ย้อนมาอีกประมาณ 200 เมตร ก็ถึงที่ตั้งโครงการ

แต่เดิมถนนจรัญสนิทวงศ์มี 3 เลน แต่ลดลงเหลืองเพียง 2 เลน เนื่องจากก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินตรงกลาง สองข้างถนนใหญ่ส่วนมากเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3-4 ชั้น โดยชั้นล่างสุด ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าต่างๆ จะมีสะพานลอยข้ามอยู่เรื่อยๆ ผมเริ่มจากบริเวณหน้ารพ.ยันฮีมุ่งหน้าตรงไปเรื่อยๆ

ผ่านหน้าห้าง Tesco Lotus ทางซ้ายมือ

หลังจากนั้นจะเจอป้ายเป็นทางอุโมงค์ ให้เราเตรียมชิดขวาลอดใต้อุโมงค์

อุโมงค์ที่เราจะลอดนี้เป็นแยกถนนสิริธร ซึ่งถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปสะพานซังฮี้ ส่วนเลี้ยวขวาจะไปห้างตั้งฮั่วเส็ง

พอขึ้นอุโมงค์มาจะเห็นว่าถนนค่อนข้างกว้างเพราะตรงนี้ยังไม่มีการก่อสร้างฐานเสาของรถไฟฟ้า

หลังจากนั้นให้เน้นตามป้ายพรานนกเอาไว้

ทางซ้ายมือผ่านหน้าสนง.ขายคอนโด High Rise ที่จะเปิดตัวเดือนหน้าคือ Life ปิ่นเกล้า ทีนี้ให้เราชิดขวาเอาไว้เลยเดี๋ยวจะลงอุโมงค์อีกอันนึง

อุโมงค์ที่ลอดคราวนี้ผ่านแยกบรมราชชนนี

หลังจากนั้นพอพ้นอุโมงค์มาตรงไปเรื่อยๆ ผ่านสะพานข้ามคลองบางกอกน้อย

และจะเห็นแยกไฟแดงบางขุนนนท์ แอบเห็นตึกโครงการอยู่ไกลๆแล้วทางขวามือ

พอข้ามแยกไฟแดงบางขุนนท์มาแล้ว จะเจอกับสามแยกทางซ้ายมือคือถนนสุทธาวาส ซึ่งถ้าเราเลี้ยวซ้ายไปจะเจอกับตลาดสดสหกรณ์น้ำเย็น แล้วตรงไปเชื่อมกับถนนอิสรภาพได้

โครงการอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้ว ให้ตรงไปอีก

เจอที่กลับรถ แต่เรายังกลับรถตรงนี้ไม่ได้นะครับ เพราะว่าไม่พ้นทางเข้าโครงการ ต้องไปกลับรถข้างหน้า

หลังจากนั้นเลยมาอีกหน่อย จะเห็นห้าง Makro อยู่ทางขวามือ ให้เราเตรียมชิดขวาเอาไว้เลย

กลับรถบริเวณหน้าห้างแม็คโคร อยู่บริเวณปากซอยจรัญฯ 37

พอกลับรถมาแล้วเจอกับทางเข้าห้าง Makro พอดี ให้เราย้อนไปประมาณ 250 เมตร

หลังจากนั้นตรงมาจะเจอกับคลองบางขุนนนท์ ให้เราชิดเลนซ้ายสุดเอาไว้เตรียมเข้าโครงการ

ก่อนถึงทางเข้าโครงการจะเป็นเป็นเลนขยาย(ขาวแดง) สำหรับเบี่ยงก่อนเลี้ยวเข้าโครงการ

เดินขึ้นเหนือ

มาถึงโครงการแล้วขอเดินไปดูระยะใกล้สักหน่อย โดยเริ่มจากทางทิศเหนือมุ่งหน้าไปทางแยกบางขุนนท์ก่อน

ป้ายรถเมล์หน้าโครงการ  ซึ่งนอกจากจะมีรถเมล์แล้ว ยังมีรถสองแถววิ่งด้วย ซึ่งรถสองแล้วเหล่านี้จะวิ่งเข้าไปทางบางขุนนนท์ และออกไปยังพุทธมณฑลสาย 2 อีกทั้งสามารถเรียกแท็กซี่จากบริเวณนี้ได้เลยเพราะอยู่ติดถนนหลักอย่างจรัญฯ

สายรถเมล์ที่ผ่านหน้าครับ สามารถเข้าไปเช็คได้ที่นี่เลยว่าสายเหล่านี้เริ่มต้นและผ่านจนถึงสุดสายที่ไหนบ้าง “คลิกที่นี่

พ้นป้ายรถเมล์มาจะเป็นทางออกของโครงการครับ

ผ่านที่ดินโครงการไป จะเจอธนาคาร CIMB ซึ่งอยู่บริเวณหัวมุมถนนจรัญสนิทวงศ์ตัดกับถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชัน

พอถึงหัวมุม จะเจอกับสามแยกถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชันทางซ้ายมือ

ด้านข้างโครงการคือ ถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชัน ที่จะไปเชื่อมต่อกับทางยกระดับบรมราชชนนีจากตรงนี้จะเห็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้าสายอนาคตทั้ง 3 สาย   สำหรับด้านข้างโครงการทางขวาในปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของรถไฟชานเมืองอยู่ แต่ต่อไปในอนาคตมีแผนจะสร้างรถไฟสายสีแดง

พื้นที่ตั้งของสถานีรถไฟสายสีส้ม(อนาคต) ปัจจุบันถูกล้อมรั้วเอาไว้อยู่ (อยู่ด้านหลัง CIMB)

ติดกันเป็นแนวรั้วกำแพงของโครงการฝั่งทิศเหนือ เป็นรั้วคอนกรีตทึบสีเทา

เงยหน้ามองเห็นตัวอาคาร โทนสีเทาตัดด้วยลายเส้นลวดลายสีขาวตามสไตล์ IDEO MOBI

ฝั่งตรงข้ามกับรั้วกำแพงเป็นชานชาลาของรถไฟ ซึ่งอนาคตบริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของสถานีสายสีแดง ตลิ่งชัน-ศาลายา โดย รฟท. ยังไม่กำหนดแผนแล้วเสร็จ ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าว ยังเป็นเส้นทางของรถไฟชานเมือง

ถ้าจะข้ามไปฝั่งตรงข้ามบริเวณนี้มีทางม้าลาย จะเจออีกตลาดสดคือ ตลาดสหกรณ์ศาลาน้ำเย็น ถนนด้านหน้าตลาดสหกรณ์ศาลาน้ำเย็นคือถนนสุทธาวาสเป็นทางลัดสามารถไปโรงพยาบาลศิริราช หรือว่าจะไปขึ้นสะพานอรุณอัมรินทร์ หรือจะไปแยกพรานนกก็ได้เช่นเดียวกัน

เดินผ่านโครงการมาประมาณ 120 เมตร ทางซ้ายมือจะเป็นแนวตึกแถวร้านเก่าแก่อยู่ประมาณนี้ ซึ่งตรงไปอีกนิดจะเจอแยกบางขุนนนท์ ซึ่งสถานีรถไฟฟ้าสถานี้บางขุนนท์จะอยู่บริเวณแยกเลย คร่าวๆจับระยะด้วย google map จากโครงการมาสถานีประมาณ 170 เมตร (ซึ่งโครงการเคลมมาว่า 80 เมตร) ต้องลองเดินดูเอานะครับ

เดินลงใต้

กลับมาบริเวณหน้าโครงการอีกครั้ง คราวนี้จะเดินไปทางทิศใต้จนถึงบริเวณซอยจรัญฯ 37 บ้าง

สังเกตริมรั้วของโครงการด้านหน้า จะเป็นเป็นแนวต้นไม้สีเขียวบังแทนรั้วเอาไว้ทั้งหมด ทำให้ดูสบายตา

ติดกับโครงการทางทิศใต้จะเป็นคลองบางขุนนนท์ ซึ่งมีกลิ่นนิดหน่อยแต่ไม่มากเท่าไร และโครงการก็กั้นรั้วมิดชิดพร้อมทั้งปลูกต้นไม้บังตามแนวรั้วยาวทั้งหมด

เดินต่อไปสภาพแวดล้อมเป็นแนวตึกแถวชุมชนเก่า เห็นป้ายซอยจรัญ 39

เดินมาได้ประมาณ 150 เมตร ร้านค้าข้างทางก็เปิดบ้างปิดบ้าง ที่เห็นก็มีร้านขายเครื่องเสียง ร้านอาหารตามสั่ง ร้านขายดอกไม้ ร้านเบเกอรี่ เป็นต้น

พอพ้นแนวตึกแถวแล้วจะเป็นรั้วของห้าง Makro ละ ด้านหน้าจะมีสะพานลอยข้ามไปฝั่งตรงข้าม

พื้นที่ของ Makro จรัญนี่ใหญ่มากๆ มีศูนย์ซ่อมบำรุงรถยนต์ด้วย

ขึ้นมายืนบนสะพานลอยจะเห็นว่าด้านข้างพื้นที่ใน Makro จะมี Mall เล็กๆอยู่ เดี๋ยวจะพาเดินไปดูหน่อยว่ามีร้านค้าสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง ที่แน่เห็น KFC เด่นมาแต่ไกลแล้ว

ภายใน Mall เป็น shop เล็กเช่นคลีนิค ร้านอาหาร ร้านแว่น ร้านหนังสือ ธนาคาร Swensens KFC และ MK เป็นต้น

ที่นี่ธนาคารเยอะดีครับ แถมตู้เอทีเอ็มหลากหลายสีเต็มไปหมด

ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และก็ซีเอ็ดบุ๊ค

เดินออกมาด้านหลัง Mall จะเป็นบริเวณปากซอยจรัญฯ 37 ซึ่งมีรวงร้านอาหารริมทางมากมาย คึกคักพอสมควร

ด้านหน้าปากซอยมี 7-11 และก็ร้านอาหารริมฟุตบาทเดินยากนิดหน่อย แต่ก็ทำให้ไม่เปลี่ยว

ภายในซอยจะเป็นแนวตึกแถว 3-4 ชั้น ยาวลึกไปถึงกลางซอยเลย ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารและก็ร้านจำเป็นจิปาถะต่างๆ

แผนที่ระยะประชิด

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

โครงการตั้งอยู่เกือบหัวมุมถนนจรัญสนิทวงศ์ตัดกับถนนเลียบทางรถไฟ โดยด้านหน้าโครงการ(ทิศตะวันออก) หันเข้าหาถนนจรัญสนิทวงศ์รับวิวเมืองฝั่งพระนคร ไม่มีอาคารสูงบัง แต่ถ้าใครอยู่ประมาณชั้น 4-6 จะเห็นแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนด้านบนของโครงการ(ทิศเหนือ) จะหันไปทางแยกบางขุนนนท์ และปิ่นเกล้า ส่วนด้านล่าง(ทิศใต้) หันไปทางชุมชนเก่าย่านตลาดบางขุนศรี และห้าง Makro สุดท้ายด้านหลังอาคารทิศตะวันตก) หันไปทางถนนเลียบทางรถไฟไปจนจรดทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีซึ่งด้านนี้จะได้วิวสวนและชุมชนเก่า

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดสดสหกรณ์น้ำเย็น ประมาณ 150 เมตร
  • ตลาดบางขุนนนท์ ประมาณ 260 เมตร
  • Makro จรัญ ประมาณ 260 เมตร
  • ตลาดบางขุนศรี ประมาณ 500 เมตร
  • Foodland ประมาณ 1.1 กิโลเมตร
  • ตลาดสถานีรถไฟ(ศาลาน้ำร้อน) ประมาณ 1.3 กิโลเมตร
  • ตลาดพรานนก ประมาณ 1.8 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus ปิ่นเกล้า ประมาณ 2.1 กิโลเมตร
  • รพ.ศิริราช ประมาณ 2.2 กิโลเมตร
  • ตลาดวังหลัง ประมาณ 2.3 กิโลเมตร
  • โลตัสตลาดจรัญ 15 ประมาณ 2.4 กิโลเมตร
  • Central ปิ่นเกล้า ประมาณ 2.4 กิโลเมตร
  • Major ปิ่นเกล้า ประมาณ 2.8 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ IDEO Mobi จรัญ-Interchange เป็นคอนโด High Rise สูง 22 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ 5-3-68 ไร่  มีจำนวน 1,196 ยูนิต(พักอาศัย) , 5 ยูนิต(ร้านค้า) ตัวอาคารเป็นรูปตัว H แต่มีจุดที่ยืดออกมาอีกทางมุมขวาบน ใช้โทนสีเทาเข้มตัดกับสีของกระจกสีเขียวตัดแสงและลวดลายเส้นสีขาว ซึ่งเป็น Signage Facade ตามสไตล์ของ Ideo Mobi

Ground-Plan

มาดู Plan กันบ้างเริ่มจากชั้นล่างก่อน Ground Floor ในแผนที่ผมใช้ลูกศรแสดงให้เห็นถึงทางเดินรถเอาไว้ให้แล้ว รั้วรอบอาคารสูงประมาณ 2-3 เมตรเป็นคอนกรีตทึบและจะปลูกแนวสีเขียวของต้นไม้ชิดกับแนวรั้วเอาไว้ทุกด้าน ที่นี่มี Lobby 2 จุดนะครับได้แก่ Lobby North, Lobby South(ฝั่งติดด้านหน้าโครงการ) ร้านค้าของที่นี่ตอนนี้คอนเฟิร์มแล้วคือ Max Value Tanjai และร้านกาแฟ Starbucks นั่นเอง พร้อมที่นั่งพักผ่อนไว้ให้บริการด้วยด้านหน้าบริเวณใต้ต้นโพธิ์

สำหรับผังอาคาร ชั้น 1-4 เป็นที่จอดรถ จะจอดได้ทั้งหมด 427 คัน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 36% ส่วนลิฟท์โดยสารของโครงการมีทั้งหมด 4 ตัว และ Service Lift 2 ตัว แบ่งเท่าๆกันระหว่าง Lobby North และ South

21

Floor Plan ชั้น 4 จะเห็นว่าเริ่มมีส่วนของห้องพักอาศัย โดยมีทั้งแบบ One Bedroom และ  Two Bedroom คือมีทุก Type ให้เลือกกันแล้ว แต่จะมีเฉพาะบริเวณที่ได้รับวิวด้านนอกโครงการ อย่างไรก็ตามชั้นนี้ยังมีส่วนของพื้นที่จอดรถด้านในอาคารอยู่ โดยการที่จะเข้ามาในอาคารต้องใช้ Keycard ลูกบ้านแตะเปิดประตูอีกชั้นนึง

22

Floor Plan ชั้น 5 เป็นชั้นของ Facility ซึ่งห้องน้ำประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำ 2 สระ, ห้องออกกำลังกาย, Social Club, ห้องซักผ้า, ห้องอบไอน้ำ, ห้องสตีม, ห้องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า, ห้องสมุด, ห้องดูหนัง และสวนส่วนกลาง  โดยที่ชั้นนี้มีส่วนของห้องพักอาศัยเช่นกัน โดยมีทั้งวิวด้านนอก และวิวด้าน Facility ที่จะได้วิวสระว่ายน้ำ

23

Floor Plan ชั้น 6- 22 เป็นส่วนของชั้นพักอาศัย วิวด้านใน เป็นวิวของสระว่ายน้ำส่วนกลาง และจะได้วิวเพื่อนบ้านด้วย

จากแปลน จะเห็นว่าแต่ละห้องจะใช้สีต่างสีกันนะ โดยแต่ละสีแทน Type  ของห้อง ดังนี้

  • สีน้ำตาล ที่เห็นเป็นแถบด้านนอกทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของตัวอาคาร แทนห้อง One Bedroom ขนาด 21.5 ตารางเมตร เป็นแบบหนึ่งห้องนอนแนวลึก
  • ส่วนสีเทาอ่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ด้านขวามือ แทนห้อง One Bedroom ขนาด 21.5 ตารางเมตร เช่นกัน แต่หน้าจะกว้างกว่า
  • สีเหลือง แทนห้อง One Bedroom ขนาด 33.5 ตารางเมตร ซึ่งเป็น One Bedroom ขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ
  • สีเทาเข้ม แทนห้อง Two Bedroom ขนาด 45 ตารางเมตร ซึ่งจะอยู่ตามมุมของตัวอาคาร

ชั้น 6-22 จะเป็นชั้นที่พักอาศัยหลักนะครับ โดยจำนวนห้องพักต่อชั้นจะอยู่ที่ 66 ห้องต่อชั้น เป็นจำนวนที่เยอะมากเมื่อเทียบกับโครงการทั่วๆไป ดีที่ทางโครงการเค้าแยกโซนลิฟท์ขึ้นลงเป็น 2 โซน จะได้ไม่หนาแน่นและเดินไกลเกินไป ลิฟท์โดยสาร มี 4 ตัว + ลิฟท์บริการ 2 ตัว อัตราส่วนลิฟท์โดยสารคือ 299 ต่อ 1 ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่ใช้งานสบายๆไปร่วม 3 เท่า (100:1) การใช้งานลิฟท์ คงจะรอนานหน่อย โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

เข้ามาในโครงการจะเห็นว่าพื้นบริเวณด้านหน้าโครงการทั้งหมดจะเป็นคอนกรีตพิมพ์ลาย บริเวณนี้เป็นจุด Drop Off ฝั่งด้านหน้า South Lobby

ชั้นล่างสุดของอาคารที่จะมีร้านกาแฟ ที่ตอนนี้ทางโครงการคอมเฟิร์มแล้วว่าเป็น Starbucks นะครับ ค่อยสมราคาหน่อย 😀

Update Fact @ 18 May 2016 Starbucks มาเปิดตามสัญญาแล้วนะครับ สาขานี้ใหญ่อยู่เหมือนกันนะครับมีที่ให้นั่งเยอะดี

ซ้ายมือห้องกระจกปัจจุบันเป็นห้อง Sale Office

บริเวณที่นั่งเล่นหน้าร้านกาแฟ เราจะเห็นต้นโพธิ์เก่าแก่ ที่โครงการจะเก็บไว้ด้วยนะ เป็นร่มเงาให้ความร่มรื่นได้บางโต๊ะครับ

และก็ MaxValue Tanjai ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดเล็กครับ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้าน แต่คนภายนอกสามารถเดินเข้ามาใช้บริการได้เหมือนกัน

Update Fact @ 18 May 2016  MaxValue Tanjai มาเปิดให้บริการเช่นกัน

ภายใน Sale Office ครับ ขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียว

ตัวโมเดลของโครงการที่แสดงให้เห็นถึงจุด Interchange ในอนาคต

ด้านข้างของ Starbucks มีห้องน้ำอยู่สำหรับผู้มาติดต่อ

บริเวณนี้เป็นจุด Drop Off หน้า South Lobby ซึ่งเดี๋ยวผมจะพาไปเดินดูรอบๆอาคารกันกันแล้วเดี๋ยวจะกลับมาดูข้างในกันอีกทีนะ

ด้านหน้าโครงการเป็นที่ตั้งของศาลพระพรหมและศาลพระภูมิ ถูกล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวทำให้ดูสบายตา

ตรงจุดนี้เป็น Gate รั้วกั้นไม้กระดก ที่ลูกบ้านต้องแตะคีย์การ์ดเพื่อใช้เข้าส่วนที่จอดรถ

ทางซ้ายมือเป็นป้อมรปภ. โทนสีเดียวกับอาคาร

หลังป้อมรปภ.จะเป็นสวนหย่อมที่อยู่ริมกับรั้ว ซึ่งรั้วฝั่งนี้คือส่วนที่อยู่ติดกับคลองบางขุนนนท์

พอพ้น Gate รั้วกั้นไม้กระดกมาแล้ว พื้นทางเดินรถเป็นแบบลาดยาง และเห็นพื้นที่จอดรถบางส่วนใต้อาคาร

ตามจุดมุมทุกแยกจะเห็น CCTV อยู่ตลอด

พอเลี้ยวมาแล้ว จะเจอกับทางเข้าอาคารส่วนที่จอดรถใต้อาคาร

หันมามองทางซ้ายนิดนึงจะเห็นรั้วกำแพงโครงการสูงประมาณ 2.2 เมตร มีปลูกแนวต้นไม้มาตัดกับสีเทาของกำแพงโครงการ ทำให้ไม่ดูอึดอัดจนเกินไป

ทางเข้าอาคารที่จอดรถ ระบุความสูงไม่เกิน 2.10 เมตร จะมีรปภ.ประจำอยู่ตรงนี้คนนึง

ช่องจอดรถใต้อาคารประมาณนี้

ภายในที่จอดรถจะมีลูกศรบางทางวิ่งเอาไว้ให้ และมีไฟส่องสว่างเอาไว้ให้เยอะพอสมควร

ขึ้นมาดูชั้น 2 กันบ้าง รูปแบบคล้ายๆกับชั้นแรก

ทางขึ้นและลงระหว่างชั้นก็มีลูกศรบอกเอาไว้ให้ มีความกว้างประมาณ 4 เมตร ถือว่ากว้างพอสมควร เลี้ยวง่าย

ที่จอดรถทุกชั้นจะมีตู้กันอัคคีภัยแบบนี้ประจำอยู่ข้างกับบันไดหนีไฟ

ออกมาที่ชั้นล่างกันอีกครั้ง จะเห็นที่จอดรถใต้อาคารอยู่ทางขวามือ ส่วนซ้ายมือเป็นตำแหน่งของเสาไฟ และหม้อแปลงไฟฟ้าภายในโครงการครับ ซึ่งความสูงก็ยังอยู่แค่บริเวณที่จอดรถไม่ถึงห้องพักอาศัย

วนตามทางวันเวย์มาเรื่อย จะเจอกับ Gate รั้วกั้นไม้กระดกอีกรอบ จุดนี้เป็นส่วนของทางออก จะอยู่บริเวณหน้า Lobby North ต้องแตะคีย์การ์ดเช่นกัน

หน้าตาภายนอก Lobby North

เข้ามาจะเจอกับ Counter Reception อยู่ใจกลาง ด้านหลังมีโลโก้ของ Ideo Mobi อยู่เห็นเด่นชัด

ทางซ้ายมือเป็นส่วนพื้นที่นั่งรับรองสำหรับลูกบ้าน หรือผู้มาติดต่อ โซฟาขนาดใหญ่นั่งได้หลายคนทีเดียว ผนังตกแต่งกรุด้วยไฮกลอสและลามิเนต

ชุดโต๊ะรับแขกอีก 3 ตัว อยู่บริเวณตรงข้าม Mailbox Room

Mailbox Room สว่างดี และมีเก้าอี้นั่งตรงกลางเผื่อเอาไว้อ่านจม.ชั่วคราว

มีห้องน้ำสำหรับลูกบ้านหรือผู้มาติดต่ออยู่เยื้องกับห้องจดหมาย

ทางเข้าโถงลิฟท์ จะมีประตูกระจกกั้นอีกชั้นนึง วึ่งต้องใช้ Keycard ลูกบ้านแตะเพื่อนเข้าไป

ลิฟท์โดยสารสองตัว

ป้ายบอกชั้นหน้าตาแบบนี้มีซ่อนไฟอยู่ด้านหลัง ภายในลิฟท์ปูพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้สีดำ ลิฟท์ของ OTIS

ออกมาด้านนอก Lobby ติดกันจะเป็นส่วนของห้องนิติบุคคล

เอาละกลับมาที่ Lobby หลักฝั่งทิศใต้กันบ้าง

ภายในค่อนข้างกว้างกว่าฝั่งทิศเหนือ มี Counter Reception อยู่ตรงกลางเช่นเดียวกัน

ทางซ้ายมือติดกับหน้าต่างช่องแสง เป็นชุดโซฟาขนาดใหญ่รูปทรง L 2 ตัว

ชุดเ้าอี้นั่งอีกจุดนึงด้านข้างเคาน์เตอร์

ห้องน้ำสำหรับลูกบ้านและผู้มาติดต่อ ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องจดหมาย ประตูบานตรงกลางเป็นทางออกไปที่จอดรถ

ภายในห้องน้ำหน้าตาเช่นนี้

ห้องจดหมายขนาดใหญ่กว่าฝั่งทิศเหนือ แต่รูปแบบเหมือนกัน

โถงลิฟ์ครับ ฝั่งทางขวาเป็นลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ส่วนทางซ้ายเป็นทางเข้า Service Lift

ขึ้นมาที่ชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้น Facility และมีห้องพักอาศัยด้วย ส่วนทางจะเข้าห้องพักอาศัยจะมีประตูกั้นอีกชั้น ต้องใช้คีย์การ์ดของลูกบ้านที่อยู่บริเวณชั้นนี้ถึงจะเปิดได้

Corridor กว้างประมาณ 1.4 เมตร ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีครีมกับเทา ไฟส่องสว่างทางเดินให้มาเยอะเป็นโคมไฟดาวน์ไลท์ ทุกชั้นจะมีห้องทิ้งขยะ(ที่เห็นประตูเหล็กขวามือ)

จุดทางออกบันไดหนีไฟมีป้ายไฟบอกเอาไว้ตลอด และมองไปตรงกลางจะเห็นหน้าต่างช่องแสงเป็นแบบบานกระทุ้ง

 

ห้อง Social Club และฟิตเนส

เข้ามาในห้อง Social Club จะเจอกับชุด Pantry ครัวมีตู้เย็นมาให้ด้วย และ Island ตรงกลางเอาไว้สำหรับลูกบ้านมาเตรียมของว่างเบาๆได้

ชุดโต๊ะนั่งเล่นภายในห้อง

ชุดโต๊ะนั่งเล่นภายในห้อง

 

มีชุดโต๊ะนั่งโซฟาให้สำหรับมานั่งดูทีวี 2 ตัว

มุมโต๊ะพูลครับ

มุม Soccer Ball Table

ห้องฟิตเนสวางเครื่องออกกำลังกายไว้ทั้งหมดประมาณ 11 เครื่อง

พื้นปูด้วยพรมตัดด้วยลวดลายสีเหลือ ผนังภายในกรุด้วยกระจกเงา

มองออกไปวิวสระว่ายน้ำด้านหน้าโครงการ มองเห็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

ชุดเตียงนอนเล่นริมสระให้มาเยอะดีครับ

สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาดประมาณ 6 x 25 เมตร ลึก 1.2 เมตร เสียตรงวิวเห็นรถไฟฟ้า เวลาวิ่งผ่านไปมา (ถ้ารถไฟฟ้าสร้างเสร็จ)

ด้านข้างสระมีทางเดินรอบๆ และก็กระจกนิรภัยกันตกเอาไว้

ด้านข้างเป็นศาลานั่งเล่นอยู่ริมสระบังแดดได้นิดหน่อย แต่ไม่กันฝนนะครับ

เดี๋ยวจะพาเดินไปดูฝั่งหลังกันบ้าง

ทางเดินเป็นทรายล้าง มีหลังคากันฝนได้

มีที่ล้างตัวมาให้ 1 จุด รอบๆโรยกรวดตกแต่งเอาไว้

ระหว่างทางเดินจะมีเสากลางน้ำให้เห็นแบบนี้ สวยงามดี

ทางขวามีชุดเก้าอี้สานนั่งเล่นเอาไว้ให้ ด้านหลังข้างในเป็นห้องอ่านหนังสือ

พิเนที่สวนหย่อมเล่นระดับทางเดินนิดหน่อย ทำให้ดูมีมิติ แต่ถ้ามีเด็กเล็กมาเดินด้วย ต้องระวังความปลอดภัยด้วยนะครับ

ชุดโซฟาสาน pvc เอาไว้นอนเล่นได้สบาย ขนาดใหญ่มาก

พื้นที่รอบๆต้นไม้ก่อคอนกรีตปูด้วยหินขัดสีขาวล้อมรอบ สามารถมานั่งเล่นได้ยามเย็น

พื้นที่ใจกลางสระเป็นแนว amphitheatre หรือบันไดเป็นชั้น สามารถนั่งรอบๆได้ ปูด้วยหินขัดเช่นเดียวกัน

มองเข้าไปเห็นห้อง Social Club มีชุดเก้าอี้นั่งเล่นริมสระน้ำ สามารถนั่งเล่นจุ่มขาลงไปในน้ำทอดอารมณ์ได้

พื้นที่ชั้น 5 ฝั่งด้านในจะมีห้องบางส่วนที่อยู่ติดกับ Facility เวลามองออกมาจากห้องพักอาศัยจะเห็นสวนหย่อมและสระว่ายน้ำ

ประตู Theatre Room

Theatre Room ทำออกมาได้น่าใช้ เหมือนโรงหนังขนาดจิ๋ว

จอฉายโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่และมีแอร์กระจายทุกทิศภายในห้อง ส่วนของรอบการฉายหนังอะไรยังไงต้องรอสอบถามทางโครงการอีกทีว่าวันนึงจะมีกี่รอบ

ฝั่งตรงข้ามห้อง Theatre Room จะเป็นห้องอ่านหนังสือ

ห้องอ่านหนังสือขนาดค่อนข้างใหญ่และโปร่งโล่งสบายตา มีพื้นที่นั่งเยอะพอสมควร

ชุดโต๊ะ Built-In นั่งทำงานมีปลั๊กไฟให้ทุกจุด เหมาะแก่การเอา Notebook มานั่งทำงานได้จริงจัง

มีพื้นที่มุมนึงกั้นห้องกระจกเอาไว้สำหรับประชุมเล็กๆได้ มีผนังติดไวท์บอร์ดให้ด้วยนะ

มุมสูงบริเวณ Facility ที่ผมพาเดินเมื่อสักครู่ครับ ออกแบบมาได้น่าใช้งานจริง

ส่วน Facade ลายเส้นสีขาวลวดลายของ Mobi

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สวนหย่อมโครงการชั้น G และชั้น 5
  • ร้านค้าใต้อาคาร เช่น Max Value และร้านกาแฟ Starbucks
  • ห้องออกกำลังกาย ขนาดใหญ่ วางเครื่องเล่นไว้ 11 เครื่อง
  • Sauna Stream Room
  • Laundry Room
  • Library (มีห้องประชุม)
  • Theatre
  • Social Club
  • Lap pool และ Relax pool ระบบเกลือ 2 สระ
  • ด้านหน้าอาคาร ขนาด 6 × 25 เมตร ลึก 1.2 เมตร และหลังอาคาร 15.7 × 24 เมตรตามลำดับ
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว , Service Lift 2 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 1196 : 4 หรือ 299 : 1
  • ที่จอดรถในช่องจอดจำนวน 427 คัน หรือประมาณ 36%
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

สำหรับแบบห้องของโครงการ IDEO MOBI จรัญ แบ่งออกเป็น 4 Type ด้วยกัน ได้แก่

  • Studio (NR) ขนาด 21.5 ตารางเมตร (Studio-หน้าแคบ)
  • Studio Bedroom (WD) ขนาด 21.5 ตารางเมตร (Studio-หน้ากว้าง)
  • One Bedroom ขนาด 33.5 ตารางเมตร
  • Two Bedroom ขนาด 45 ตารางเมตร

Room1

ห้องตัวอย่างที่จะพาไปดูแบบแรกเป็นห้องแบบ One Bedroom ขนาด 33.5 ตารางเมตร เริ่มจาก เข้ามาในตัวห้องเราจะเจอกับ Pantry ครัวทางซ้ายมือ ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่วางตู้เย็น และเชื่อต่อกันกับโซนโต๊ะรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่นรับแขก ซึ่งเราจะเห็นเอกลักษณ์ Ideo ที่มีระเบียงสองชั้นด้วยนะครับ ทำให้ใช้พื้นที่ระเบียงได้คุ้มค่ามาก คอมแอร์แยกเก็บต่างหาก และมีพื้นที่ติดหน้าต่างที่ทำเป็นส่วนนั่งเล่นได้ด้วย ส่วนของห้องนอน ขนาดค่อนข้างกว้างไม่อึกอัด และมีพื้นที่วางโซฟาเบดได้ติดกับผนัง ห้องน้ำแยกพื้นที่ส่วนแห้งและเปียกมีฉากกั้นกระจกนิรภัยพื้นที่อาบน้ำเอาไว้ให้ ห้องที่ขายโดยช่วงแรกโครงการจะขายแบบ Fully Fitted แต่ตอนนี้เป็นโปรโมชั่น ขายแบบ Fully Furnished ให้ทุกอย่างยกเว้นพร๊อพ, ฟูกที่นอน และผ้าม่านครับ

บานประดูหน้าห้องไม้ MDF

มีตาแมว กริ่งกดมาให้ ก้านจับเปิดเปิดประตูเป็นสแตนเลสก้านโยกแบบนี้

Digital Door Lock นี่ได้ด้วยของ Yale รุ่นนี้เป็นแบบกดรหัสหรือแตะคีย์การ์ดเพื่อเปิดก็ได้

พอเข้ามาในห้องพื้นจะเป็นลามิเนตหนา 8 mm.

เข้ามาปุ๊ปจะเจอกับ Pantry ครัวทางซ้ายมือ ทุกพื้นที่ภายในห้องเชื่อมต่อถึงกัน ระหว่างครัว รับประทานอาหาร นั่งเล่น และระเบียง ทำให้ได้แสงธรรมชาติส่องผ่านถึงกันทั้งหมด

มองย้อนกลับไปทางประตูหน้าห้องบ้าง ฝั่งตรงข้าม Pantry ครัวจะเป็นพื้นที่วางตู้เย็น มีสต็อปเปอร์กันกระแทกประตูมาให้ด้วย

หน้าตาชุดครัวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ในรูปแบบ 1 Bedroom ของ Modern Form

ลองเปิดชุดตู้ด้านบนให้ดูครับ ข้างในบานตู้ซ้ายเป็นที่เก็บซ่อนคัทเอาท์ไฟด้วย มีที่วางไมโครเวฟอยู่ด้านล่าง

Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว แบบนี้มีปลั๊กมาให้จุดนึง ผนังด้านข้างแนะนำให้กระกระเบื้องหรือกระจกเพิ่มเผื่อเวลาทำอาหารหรือล้างจานกระเด็นไปเลอะและจะได้ทำความสะอาดได้ง่าย

Hob & Hood by MEX

Sink ได้ของ Mex นะครับ ขนาดปานกลางไม่ใหญ่มากแต่หัวก๊อกได้ของ Prema

ด้านล่างมีตู้ใต้อ่างสามารถเก็บของใช้ทั่วไป ฝั่งขวาเป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้าเข้ามุมแบบพอดี

ลองเปิดชุดตู้ด้านล่างให้ดูมีฟังก์ชั่นเก็บของแบบนี้

ด้านบนเป็นที่เก็บช้อนส้อมแยกส่วนเอาไว้

พื้นที่วางตู้เย็นยังเหลือพื้นที่ด้านข้างอยู่นิดหน่อย สามารถหาตู้แนวสูงมาวางเพิ่มเป็นที่เก็บรองเท้าได้นะ หรือจะ Built-In เลยก็ได้

ชุดโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง นี่ได้ด้วยนะครับของ Quattro

ลองกางเก้าอี้ออกเพื่อใช้งานจริงก็ยังเหลือพื้นที่เข้าออกได้สบาย ไม่แออัด

ชุดสวิทช์และปลั๊กไฟในห้องทั้งหมดในห้องของ schindler

พื้นที่นั่งเล่นหรือรับแขกระยะค่อนข้างแคบ เมื่อเราเอาโต๊ะกลางมาวาง ระยะดูทีวีประมาณ 1.7 เมตร

ชุดโซฟาแบบ 2 ที่นั่ง มีพนัก และโต๊ะกลางนี่ได้เช่นเดียวกันของ Quattro

พื้นที่ด้านข้างโซฟา ซ้ายและขวายังเหลือยู่นะครับ อยากหาโต๊ะข้างโซฟามาวางเพิ่มอีกตัวก็ยังได้

ชั้นวางทีวีขนาดไม่ใหญ่มากของ ถ้าเราเอาทีวีแขวนผนังแบบห้องตัวอย่างจะทำให้ได้พื้นที่เก็บของมากกขึ้นและดูไม่เกะกะด้วย

ลองเปิดชุดตู้เก็บของด้านในให้ดู

ตำแหน่งแอร์อยู่ด้านบนทีวี แอร์ที่ได้เป็นของ TRANE ขนาด 12,000 BTU

หน้าต่างประตูบานเลื่อนกระจกออกไประเบียงสองชั้น สัญลักษณ์ของ IDEO ห้องนี้เป็นแบบบานเลื่อน 3 ตอน วงกบอลูมิเนียมพาวเดอร์โค๊ดสีออกนำตาลทอง

ตัวพื้นเป็นธรณีก่อสูงขึ้นมาเล็กน้อยประมาณ 7 ซม. ขนาดพื้นที่ระเบียงประมาณ 1.05 x 1.7 เมตร

ตัวเปิดปิดและล็อกเป็นแบบเซาะร่องแบบนี้ และยังมีการซีลขอบประตูด้วยสักหลาดเพื่อนกันเสียงและฝุ่นเพิ่มอีกระดับ

พื้นที่เก็บคอมแอร์นั้นกั้นแยกมีประตูเปิดปิดเป็นสัดส่วน

ภายในขนาดกว้างพอสมควรเพียงพอต่อการเข้าไปซ่อมบำรุงได้ และมีระแนงเหล็กปิดบังสายตาจากภายนอก

ตัวระเบียงชั้นที่สองมีก่อฐานคอนกรีตและรั้วเหล็กโปร่งสูง 1.1 เมตร และมีประตูกระจกบานเลื่อนอีกชั้น ข้อดีของมันคือช่วงหน้าฝนถ้าเราตากผ้าในห้องไม่ต้องกลัวฝนจะสาดกระเด็นเข้ามาในห้อง และบางครั้งเราสามารถใช้พื้นที่บริเวณนี้ขยายเป็นส่วนรับแขกได้เวลามีเพื่อนมา

บานประตูห้องนอนเป็น HDF เรียบสีเทาอ่อน

เข้ามาในห้องนอนแล้ว เตียงที่ทางโครงการให้มาเป็นไซส์ 5 ฟุตครึ่งหน้าตาแบบนี้

ระยะทางเดินปลายเตียงเหลือไม่มากประมาณ 40 ซม. ถ้าคนตัวใหญ่ต้องเอียงๆตัวหน่อย สามารถแขวนทีวีที่ผนังได้ด้วยนะ โครงการเค้าติดตั้งสวิทช์และปลั๊กไฟเอาไว้ให้

ได้ชุดโต๊ะนั่งอ่านหนังสือเล็กๆ สวยเ๋แบบนี้มาแบบ 1 ที่นั่ง

ลองกางเก้าอี้ออกมาให้ดูถ้าใช้งานจริงอยู่คนเดียวไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าอยู่กับครอบครัว ใครจะเดินผ่านคงไม่ได้

พื้นที่ด้านข้างเตียงฝั่งขวาเหลือเยอะพอสมควร สามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้สบาย

ริมหน้าต่างนั้นจะเป็นพื้นที่ที่เราสามารถวางโซฟาเบดได้แบบนี้ อารมณ์มานอนเล่น Ipad หรืออ่านหนังสือ มุมนี้ก็ได้

ชุดหน้าต่างช่องแสงธรรมชาติ ค่อนข้างสูง แต่บานด้านล่างจะเป็นแบบ Fix ด้านบนเป็นบานเลื่อนได้ทั้งสองทางซ้ายและขวา

มุมนี้ถ่ายย้อนไปอีกฝั่ง จะเห็นพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าอยู่ติดกับประตูห้องน้ำ ตำแหน่งแอร์ที่ได้อยู่ปลายเตียงพอดี ขนาด 12,000 BTU เช่นเดียวกัน

ระยะถ้านอนดูทีวีจะประมาณ 2.2 เมตร ฟีลลิ่งประมาณนี้ จัดทีวีไซส์สัก 43 นิ้วขึ้นไปกำลังดี

พื้นที่ด้านข้างเตียงฝั่งซ้ายถึงแม้จะมีตู้เสื้อผ้าและก็ยังเหลือพื้นที่เดินเข้ามาแต่งตัวได้สบาย ประมาณ 60 ซม.

หน้าตาตู้เสื้อผ้า Built-In หน้าบานฝั่งนึงเป็นกระจกเงา ส่วนอีกบานเป็นแบบบุหนังสีดำ

ทางเข้าห้องน้ำเป็นธรณีก่อสูงขึ้นมาประมาณ 10 ซม. ธรณีจบเป็นหินแกรนิต

ก้านจับและตัวล็อกของห้องน้ำและห้องนอนเป็นแบบนี้นะครับ

ภายในห้องน้ำขนาดปานกลางพื้นปูด้วยกระเบื้องผิวด้านสีเทาขนาดไซส์ 30 x 30 cm. แยกพื้นที่ส่วนแห้งและเปียกเอาไว้

ผนังหน้าอ่างล้างมือติดกระจกเงาและชั้รวางของใช้จุกจิกเล็กๆเอาไว้ให้

อ่างล้างมือขนาดค่อนข้างใหญ่ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ของ COTTO

มีชุดตู้ใต้อ่างให้ด้วย เอาไว้เก็บของใช้จุกจิกได้

ชุดสุขภัณฑ์ได้แบบนี้ ของ COTTO เช่นกัน

หัวฉีดก๊อกสายชำระ และที่แขวนกระดาษชำระได้ของ Prema

พื้นที่อาบน้ำแยกส่วนเปียกไว้ด้วยฉากกั้นกระจกอาบน้ำนิรภัย มีธรณีก่อสูงขึ้นมาประมาณ 6 ซม.(รวมธรณีจบ) ขนาดพื้นที่อาบน้ำประมาณ 0.8 x 0.9 , 0.45 x 0.50 เมตร

ชุดฝักบัวของ Prema ด้านข้างเตรียมติดตั้งสำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นเอาไว้ให้

มีชั้นวางของแบบยึดผนังเอาไว้ให้ 2 จุด ตัวหัวฝักบัวสามารถปรับระดับน้ำได้

Room2

ห้องตัวอย่างที่จะพาไปดูอีกแบบคือแบบ Two Bedroom ขนาด 45 ตารางเมตร เป็นห้องที่จัดพื้นที่มาเป็นห้อง 2 Bed แบบมีห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็กนะครับ ห้องนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือพื้นที่ได้คุ้มดี ได้ครัวแยกติดส่วนผนังที่ระบายอากาศได้ ระเบียงได้ 2 ชั้นที่ได้ช่องแสงเยอะ(บานเลื่อนใหญ่ 2 บาน) ที่สำคัญคือห้อง Type นี้จะอยู่ตามมุม ถ้าวันไหนอากาศดีๆไม่ร้อน เราสามารถเปิดหน้าต่างจากระเบียงและห้องนอน จะทำให้เกิดการ Flow ของลมและถ่ายเทอากาศได้ดี แต่ข้อเสียคือห้องน้ำเล็ก และต้องเดินผ่านส่วนนั่งเล่น

เข้ามาถึงจะเจอกับโซนรับประทานอาหารก่อนเลยทางซ้ายมือ ซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่น

ชุดโต๊ะรับประทานอาหารหน้าตาสวยงามแบบ 4  ที่นั่ง ตำแหน่งของแอร์อยู่บนโต๊ะ

ลองกางเก้าอี้ออกให้ดูว่าสามารถใช้งานพื้นที่ได้เต็มที่ ไม่อึดอัด

เห็นว่าตอนนี้ห้องนี้เป็นโปรแบบ Fully Furnished อยู่ชุดเก้าอี้ก็ได้ด้วย แอบดูมาเป็นแบนรด์ของ EICHHOLTZ มิน่าละสวยดีแห่ะ

ถัดมาพื้นที่ที่เชื่อมกันเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งทางโครงการจัดมาแค่โซฟาไซส์ 2 ที่นั่งเท่านั้น เพื่อที่จะได้ความโปร่งโล่งเดินไปมาไม่อึดอัด ระยะดูทีวีห่างประมาณ 2.4 เมตรครับ และสังเกตว่าจะได้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาได้มากด้วยเพราะประตูระเบียงขนาดใหญ่กว่าห้องไซส์ 1 Bed ซึ่งเป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน

พื้นที่ด้านข้างโซฟา ซ้ายและขวาเหลือเฟือ ทำให้เดินไปมารอบด้านได้สะดวก

ประตูระเบียงกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่กว่าห้องไซส์ 1 Bed ซึ่งทำให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาได้มากกว่า

ขนาดพื้นที่ระเบียงประมาณ 0.9 x 2.7 เมตร มุมซ้ายบนมีเดรนระบายน้ำเผื่อสำหรับเวลาทำความสะอาดระเบียงให้ด้วย

หน้าต่างบานเลื่อนระเบียงชั้นนอกเปิดออกได้ประมาณนี้ ห้องนี้เห็นวิว Makro มองตรงไปเป็นแยกไฟฉายฮะ

ชุดครัวตั้งอยู่ด้านหลังโซฟา เป็นแบบครัวเปิด รูปแบบ Pantry นั้นเหมือนกับห้อง 1 Bed เพียงแต่แค่ขยายความกว้างเพิ่มนิดหน่อย

ฟังก์ชั่นชุดตู้เก็บของด้านบน

ข้อดีของห้องนี้คือด้านข้าง Hob&Hood นั้นมีหน้างต่างกระจกบานเลื่อนช่องแสงอยู่ ช่วยเพิ่มแสงส่องสว่างเวลาทำอาหาร และสามารถระบายกลิ่นออกนอกจากที่ดูดควันได้อีก

Pantry ครัวห้องนี้ยาวกว่าทำให้มีพื้นที่เตรียมอาหารตรงกลางได้มากกว่าครับ

พื้นที่วางตู้เย็นด้านข้างเหลือประมาณ 75 ซม.

ทางเข้าห้องน้ำเป็นธรณีก่อแบบเดียวกันกับห้อง 1 Bed เวลาเดินเข้าออกก็ระวังหน่อยนะครับ ข้อดีของธรณีแบบนี้คือเวลาทำความสะอาดล้างห้องน้ำไม่ต้องกังวลเลยว่าน้ำจะกระเด็นออกมาโดนลามิเนต 😀

รูปบบภายในห้องน้ำ และวัสดุเหมือนกันกับห้อง 1 นะครับ ไม่อธิบายซ้ำละกัน

ตำแหน่งสุขภัณฑ์ครับ

พื้นที่อาบน้ำใกล้เคียงกับของ 1 Bed

ชุดฝักบัวและชั้นวางของติดผนัง

มาดูห้องนอนกันบ้าง บานประตูทางซ้ายเป็นห้องนอนใหญ่ เรามาดูห้องนี้กันก่อน

เข้ามาในห้องจะเจอกับเตียงไซส์ 5 ฟุตครึ่ง วางตำแหน่งเตียงชิดใกล้กับผนังกระจก

ระยะปลายเตียง ซึ่งเราได้ชุดตู้อันนี้มาด้วย เลยทำให้เหลือพื้นที่เดินแค่ 30 cm. เท่านั้น อึดอัดนิดหน่อย ทีวีนี่จะแขวนผนังหรือวางบนตู้ชุดนี้ก็ได้นะครับ แล้วแต่เลือกเลย

ติดกันกับชั้นวางทีวี จะมีชุดโต๊ะอ่านหนังสือแบบเดียวกับห้อง 1 Bed ก่อนหน้า แต่.. พอดึงออกมามันติดอ่ะครับ (T_T)

พื้นที่ด้านข้างเตียงฝั่งใกล้กับช่องแสงมีพื้นที่เหลือพอสมควรประมาณ 50 ซม. ส่วนฝั่งขวาที่มีตู้เสื้อผ้าเหลือเดินได้ประมาณ 25 ซม. ค่อนข้างแคบไปนิดนึง

มองย้อนไปทางประตูห้องจะเห็นตำแหน่งของตู้เสื้อผ้าซึ่งอยู่ชิดกับหัวเตียงแล้วจะเห็นว่าพื้นที่ด้านข้างมันเหลือนะ ถ้าใครอยากจะใช้ประโยชน์เพิ่มผมแนะนำจะหาตูเสื้อผ้าเล็กมาเพิ่มอีกตู้ได้หรือไม่ก็ทำเป็นชุดโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ครับ ตำแหน่งแอร์อยู่เหนือบานประตูแอร์ที่ได้ขนาด 12,000 BTU

ห้องนี้ได้ช่องแสงเยอะมาก ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งสบายตา รูปแบบหน้าต่างด้านล่างเป็นบาน Fix ส่วนด้านบนซ้าย 2 บานเป็นแบบเลื่อนได้

มุมนี้เห็นชัดๆถึงกระจกเข้ามุมที่ทำให้เห็นมิติมุมมองทัศนียภาพได้กว้างขึ้น

ระยะนอนดูทีวีประมาณ 2.3 เมตรครับ เหมือนตำแหน่งของห้องตัวอย่างจะแขวนทีวีสูงไปนิดนึง ถ้าจะใครแขวนทีวีก็กะความสูงดีดีนะครับ

มาดูห้องนอนเล็กกันบ้าง ห้องเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวลึกเข้าไป

โครงการวางเตียงแบบไซส์ 3 ฟุตครึ่งมาให้ (เตียงอลังการดีแหะ ชอบๆ) แต่ด้วยความที่ห้องนี้ค่อนข้างแคบทำให้ไม่เหลือพื้นที่เดินบริเวณปลายเตียงเลย

ชุดโต๊ะอ่านหนังสืออยู่ชิดหัวเตียง หรือจะทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้นะครับ

ระยะด้านข้างเตียงฝั่งชิดกระจกเหลือแค่ประมาณ 15-20 ซม. พอแค่สำหรับงานติดตั้งม่านเท่านั้น

หน้าต่างช่องแสงได้แบบเต็มบาน เป็นบาน Fix รูปตัว L ทางขวา ที่เหลือซ้ายบนสามารถเลื่อนเปิดปิดได้เหมือนห้องนอนใหญ่

ชุดตู้เสื้อผ้า Built-In ที่ได้ขนาดมาตรฐาน 1 คน

ฟังก์ชั่นเก็บของภายในประมาณนี้ครับ

ห้องนอนเล็กได้แอร์ขนาด 9,000 BTU นะครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

เงื่อนไขการขาย @ 20 October 2015

  • มีให้เลือกทั้ง 2 แบบ Fully Fitted และ Fully Furnished (ตกแต่งตามแบบห้องตัวอย่าง) (studio designed by SB, 1 bed & 2 bed designed by Quattro)
  • ฝ้าเพดานสูง 2.50 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง+ทำสัญญา 50,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน

Update Fact @ 18 May 2016

  • ตอนนี้โครงการขายไป 99% แล้วเหลือเพียงห้องแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ซึ่งยังคงมีให้เลือกทั้งแบบ Fully Fitted และ Fully Furnished
  • จอง+ทำสัญญา 10,000 บาท
  • พิเศษ 10 ห้องสุดท้ายก่อนปิดโครงการเพียงจองและโอนภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2560 รับเพิ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและ Package Tour ยุโรป* ทุกยูนิต

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

Ideo Mobi จรัญ-Interchange เป็นโครงการที่อยู่ติดถนนใหญ่จรัญสนิทวงศ์  และด้านข้างโครงการยังติดกับถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชันที่ถนนใหญ่ที่สามารถไปตัดกับทางยกระดับบรมราชชนนีได้ ซึ่งบนถนนจรัญสนิทวงศ์ย่านนี้ไม่ค่อยมีคอนโดมิเนียมตึกสูงทำให้ได้วิวที่ค่อนข้างจะเคลียโล่งเกือบทุกด้าน ตัวโครงการเป็นโครงการที่เกาะรถไฟฟ้าสายอนาคตซึ่งอยู่ติดใกล้สถานีรถไฟฟ้า 3 สถานีด้วยกัน ซึ่งสถานีที่ก่อสร้างแล้วคือสายสีน้ำเงิน(บางซื่อ-ท่าพระ) โครงการอยู่ใกลสถานีบางขุนนนท์ ในอนาคตยังมีสายสีส้ม(ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม) และสถานีรถไฟจรัญสนิทวงศ์ (สายสีแดง) ซึ่งปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของรถไฟชานเมืองอยู่ อาจจะมีเสียงรบกวนบ้างเล็กน้อย

สำหรับความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการ ในระยะใกล้ที่เดินไปได้ก็มีตลาดสด 3 ตลาด ได้แก่ ตลาดบางขุนศรี ตลาดสหกรณ์ศาลาน้ำเย็น และตลาดบางขุนนท์ นอกจากนี้ยังมี Makro สาขาจรัญสนิทวงศ์ที่ภายในมี Mall ร้านค้าและธนาคารอีกด้วย ขยับออกไปหน่อย ประมาณ 2-3 กิโลเมตร  ก็จะมีตลาดพรานนก ตลาดวังหลัง โรงพยาบาลศิริราช ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าไปทางบรมราชชนนี ก็จะมีห้างสรรพสินค้า อาทิ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เมเจอร์ปิ่นเกล้า และโลตัส

โดยการเดินทาง หากใช้รถยนต์ส่วนตัวบนถนนจรัญสนิทวงศ์ ขึ้นชื่อว่าจรัญฯนั้นค่อนข้างติดและสภาพการจราจรค่อนข้างจอแจทีเดียว เพราะเป็นแหล่งชุนชนตลอดแนวถนน แต่ถ้าไม่นับเรื่องรถติดนับว่าเป็นจุดที่เดินทางได้สะดวกมาก สามารถไปไหนมาไหนได้สบายทั้งเข้า-ออกเมือง อยู่ใกล้สะพานข้ามหลายจุด ไปได้ทั้งวงเวียนใหญ่ เพชรเกษม ราชพฤกษ์ วงศ์สว่าง นนทบุรี ถนนด้านข้างโครงการมีถนนเลียบทางรถไฟ ที่สามารถตัดเข้าถนนยกระดับบรมราชชนนีได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีทางลัดไปออกศิริราชหรือขึ้นสะพานอรุนอัมริมทร์เพื่อไปข้ามสะพานปิ่นเกล้าได้ เดินทางสะดวกพอสมควร สำหรับคนย่านนี้ แต่มีจุดด้อยตรงที่ มีที่จอดรถค่อนข้างน้อย ระดับ 36% ในช่องจอด ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาเรื่องที่จอดได้ ถ้าบริหารจัดการไม่ดี

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ สำหรับในปัจจุบัน ถึงแม้จะมีรถโดยสารประจำทางผ่านป้ายรถเมล์หน้าโครงการมากมาย และก็มีสองแถวไปยังถนนพุทธมณฑลผ่านหน้า แต่ก็ต้องทนกับสภาพจราจรที่ค่อนข้างจอแจนะครับ ยิ่งระหว่างนี้ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ยังไม่เสร็จด้วย  แต่ในอนาคตหากรถไฟฟ้าสร้างเสร็จทั้ง 3 สาย เราก็จะเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งข้อดีที่ติดถนนใหญ่ ก็จะทำให้เดินทางค่อนข้างสะดวก และมีทางเลือกมาหน่อย ที่สำคัญ จะปลอดภัยกว่าการเข้าซอยลึกหรือเปลี่ยว

การออกแบบโครงการ ค่อนข้างหนาแน่นทีเดียว สังเกตได้จากยูนิตต่อชั้นสูงสุดที่มีถึง 66 ยูนิต นับว่าเยอะมาก ส่วนห้องแต่ละ Type ออกแบบมาได้ค่อนข้างดีจัดฟังก์ชั่นได้ลงตัวเกือบทุกแบบใช้งานได้ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะหน้าต่าง 2 ชั้นที่เป็นระเบียง Indoor ไปในตัวจะช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้เป็นประโยชน์ขึ้น ซึ่งเป็น signature ของ Ideo เลย

วัสดุอุปกรณ์ของที่ให้(ปัจจุบัน) เป็นแบบ Fully Furnished ให้ทั้งหมดในห้องตัวอย่าง ยกเว้นพร็อพแต่งจุกจิก, ฟูกที่นอน และผ้าม่าน ที่เหลือได้หมด แต่มาเมื่อเทียบกับราคา ตารางเมตรละ 120,000 บาท นั้นถือว่าธรรมดานะ ความสูง 2.50 เมตร พื้นลามิเนต ชุดครัว Top หินสังเคราะห์ มี Hob&Hood ให้ ภายในห้องน้ำสุขภัณฑ์ Cotto ก๊อกของ Prema และกระจกฉากกั้นอาบน้ำ พื้นห้องน้ำและระเบียงเป็นกระเบื้องไซส์ 30 cm.

สาธารณูปโภคที่ให้มา จัดมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ ที่มีให้ถึง 2 สระ , ห้องออกกำลังกาย ขนาดค่อนข้างใหญ่วางเครื่องเล่นไว้ 11 เครื่อง,  Social Club ที่มีพื้นที่นั่งเล่นกว้างขวาง มี Pantry สามารถจัดเตรียมขนมอาหารว่างเบาๆมาทานได้รวมถึงโต๊ะพูล, ห้องซักผ้า ห้องอบไอน้ำ ห้องซาวน์น่า ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องสมุด ห้องประชุม ห้องดูหนัง และสวนส่วนกลาง อีกทั้งยังมี Max Value และร้านกาแฟ(คอนเฟิร์มแล้วว่าเป็น Starbucks) ด้านล่างอีกครบครัน แต่เมื่อเทียบกับจำนวนห้องระดับเกือบ 1,200 ห้อง ก็น่าจะแน่นอยู่ และจำนวนที่จอดในช่องจอด 427 คัน หรือคิดเป็นประมาณ 36 % นี่ค่อนข้างน้อยไปหน่อยนะ แถมลิฟท์ระดับ 299 ห้อง ต่อ ลิฟท์ 1 ตัว นี่ก็เรียกว่า แน่นมากทีเดียวนะ

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 120,000 บาท/ตร.ม., 20 October 2015

  • ทำเล (ปัจจุบัน) 7.25/10 – ทำเลใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นตลาด ห้างสรรพสินค้า หรือโรงพยาบาล แต่ราคานี้ ยังเลือกได้หลายทำเล
  • ทำเล (เมื่อรถไฟฟ้าสร้างเสร็จ) 8.0/10 – จะเป็นจุดที่ดีที่สุดจุดหนึ่งของย่านนี้ เมื่อระบบรถไฟฟ้าเสร็จครบ
  • เดินทางด้วยรถ 7.0/10 – เดินทางเข้าออกเมืองสะดวกไม่ไกล เสียตรงรถติดและที่จอดรถค่อนข้างน้อยมาก
  • ไม่ใช้รถ (ปัจจุบัน) 7.50/10 – ติดถนนใหญ่ และป้ายรถเมล์ มีรถสองแถวผ่านตลอดเวลา แต่เสียที่รถติด
  • ไม่ใช้รถ (เมื่อรถไฟฟ้าสร้างเสร็จ) 8.0/10 – มีทางเลือกในการใช้รถไฟฟ้าที่เป็นจุด Interchange
  • วัสดุ 6.75/10 – ค่อนข้างธรรมดา เมื่อเทียบกับราคาความคุ้มค่า
  • แบบ 7.50/10 –  แบบห้องลงตัวจัดฟังก์ชั่นได้ดี แต่ความหนาแน่นยูนิตมาก
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ครบครันจัดเต็มหลากหลายของจริงน่าใช้  แต่ถ้าเทียบกับจำนวนห้องถือว่าน้อยไปนิด
  • UPPER  CLASS
  • ปัจจุบัน 7.25 / 10.00
  • ถ้ารถไฟฟ้าสร้างเสร็จ 7.58/ 10.00

 

BOTTOM LINE

Ideo Mobi จรัญ-Interchange เหมาะกับคนที่เคยชินกับสภาพความเป็นอยู่ของชาวฝั่งธนฯครอบครัวเดิมอยู่แถวนี้ หรือสถานที่ทำงานอยู่บริเวณนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลศิริราช กรมบังคับคดี ฯลฯ ต้องการซื้ออนาคตที่จะกลายเป็นโครงการติดรถไฟฟ้า 3 สาย ชอบโครงการที่มี Facilities หลากหลาย มีงบประมาณระดับ 2.7 ล้านบาทขึ้นไป กำลังผ่อนต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 18,500 บาทขึ้นไป

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปครับ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )