IDEO จรัญฯ70-ริเวอร์วิว

รีวิวฉบับที่ 1979 … วันนี้ผมมีข้อมูลคอนโดเปิดใหม่ในย่านจรัญฯ-บางพลัด ที่พึ่งผ่านช่วง Online Booking กันไปเมื่อไม่นานมานี้ อย่าง IDEO จรัญฯ70 – ริเวอร์วิว คอนโด High Rise วิวแม่น้ำ บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ห่างจาก MRT บางพลัด 300 เมตร ภายในมีห้องพักอาศัยให้เลือกตั้งแต่ Studio ไปจนถึง 2 Bedroom พร้อมห้องเพดานสูง และจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้หลายชั้น ในราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท ถ้าพร้อมแล้ว ตามผมเข้าไปดูกันเลยครับ

Fact @ 29 October 2019

  • IDEO Charan70 – Riverview (ไอดีโอ จรัญฯ 70 – ริเวอร์วิว)
  • บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด
  • ที่ดินประมาณ 5-2-78.8 ไร่
  • คอนโด High Rise 38 ชั้น 1,421 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 45 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 533 คัน คิดเป็น 37.5% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • เริ่มก่อสร้าง :  มกราคา 2563
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : 2565
  • Studio 25.5-26 ตร.ม. จำนวน 260 ยูนิต
  • 1 Bedroom 30.5-31 ตร.ม.จำนวน 721 ยูนิต
  • 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. จำนวน 156 ยูนิต
  • 1 Bedroom Hybrid 25.5-34.5 ตร.ม. จำนวน 258 ยูนิต
  • 2 Bedrooms 55.5 ตร.ม. จำนวน 26 ยูนิต
  • ฝ้าเพดานห้องปกติสูง 2.65 เมตร และห้องเพดานสูง สูง 4.55 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท / หรือตร.ม.ละ 62,352 บาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVERAGE ประมาณ 73,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-316-2222

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.789699, 100.502902
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่ 

แผนที่จากทางโครงการครับ

ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ในช่วงระหว่างแยกบางพลัด-เชิงสะพานพระราม 7 บริเวณย่านนี้ยังคงสภาพแวดล้อมที่เป็นย่านชุมชนเก่าแก่อาศัยกันมานาน มีการยึดถือการใช้ชีวิตแบบเดิมๆที่เป็นมาอย่างเรียบง่าย สองข้างทางส่วนใหญ่จะยังคงเป็นอาคารพาณิชย์ตึกแถวเกือบตลอด เปิดเป็นร้านค้าร้านอาหารเรียงกันไป ภายในซอยส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถว บ้านพักอาศัย ทำให้บรรยากาศโดยรวมมีทั้งความคึกคัก หาของกินได้ง่าย ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะเริ่มเห็นคอนโดมิเนียมที่มาเกาะรางรถไฟสายสีน้ำเงินช่วงต่อขยายเกิดขึ้นเยอะขึ้นมาก ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศและสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปมากนัก

โดยในช่วงของตัวโครงการเราจะเรียกได้ว่าเป็น “จรัญฯ-บางพลัด” จัดอยู่ในช่วงปลายของถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งมีข้อดีคือใกล้สะพานหลายจุด ทั้งสะพานพระราม 7 ที่สามารถใช้เข้าเมืองไปยังย่าน รัชดาภิเษก, ลาดพร้าว, พระราม9 ได้สะดวก และสะพานกรุงธนฯ(ซังฮี้) สามารถใช้ข้ามฝั่งไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ แถมยังมีสะพานพระราม 8 และสะพานปิ่นเกล้า ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวเลือกในการเดินทางข้ามไปยังฝั่งกรุงเทพชั้นในทั้งสิ้น อีกทั้งยังใกล้ทางด่วนพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกใช้หนีรถติดได้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสะดวกในการเดินทางเลยล่ะครับ

โครงการนี้เราเคยทำพาชมทำเลไว้แล้ว ซึ่งได้เขียนอธิบายเกี่ยวกับทำเลนี้ไว้ค่อนข้างละเอียดเลยครับ ใครอยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับทำเลเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่

>> พาชมทำเล IDEO จรัญฯ 70 – ริเวอร์วิว

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

ตัวอาคารไม่ได้วางตามแนวทิศเหนือ -ใต้ จึงทำให้วิวหลักๆจะไปอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งการวางแนวอาคารลักษณะนี้ยังสามารถรับวิวแม่น้ำได้นะครับ แต่จะไม่ได้เป็นวิวที่เห็นแบบตรงๆ นอกจากนั้นยังเป็นทิศที่รับลมประจำปีของประเทศเราพอดี ไหนๆก็เป็นทิศหลักของโครงการแล้ว ขอเล่าเกร็ดความรู้ตรงนี้นิดนึงนะครับ

ลมประจำฤดูร้อน – เป็นลมอุ่นและชื้น จะพัดในทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมจนถึงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน รวมระยะเวลาประมาณ 6 เดือน
ลมประจำฤดูหนาว – เป็นลมเย็นและแห้ง จะพัดในทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ประมาณ 4 เดือน

พื้นที่รอบๆโครงการกันบ้างตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ในช่วงซอยจรัญสนิทวงศ์ 70/2 พื้นที่โดยรอบในระยะประชิดส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบชั้นเดียว จะมีอาคารสูงก็เพียงฝั่งทิศตะวันออก ซึ่งจะมีฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือคืออาคารเมืองไทย แคปปิตอล ที่กำลังก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2563 และทางทิศตะวันออกเป็นหอพัก 5 ชั้น ส่วนด้านหลังทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นโครงการ Bangkok River Marina ซึ่งอาจจะบังวิวแม่น้ำไปบางส่วน ห่างออกมาหน่อยจะมี My Resort @River อยู่ทางทิศตะวันออกเช่นกัน ก็จะบังวิวแม่น้ำไปบางส่วน แต่ด้วยระยะห่างพอสมควรก็ยังทำให้รับวิวข้างๆได้เยอะอยู่นะ ส่วนพื้นที่ฝั่งถนนจรัญฯ ก็จะมีแนวรถไฟฟ้าในส่วนนี้ด้วย จะสูงประมาณ 4 ชั้น แต่ด้วยระยะ Set Back เข้าไปของตัวอาคารตามกฎหมายอยู่แล้ว คงทำให้ไม่ส่งผลกระทบในเรื่องของวิวมากนัก

มาดูส่วนวิวกันบ้าง อย่างที่บอกไปว่าวิวหลักจะอยู่ที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นวิวที่เห็นโค้งแม่น้ำทั้งสองฝั่ง แต่ไม่ได้เห็นแบบตรงๆนะครับ จะเห็นแบบข้างๆ ซึ่งวิวหลักๆตรงๆจะยังคงเป็น City View เห็นบ้านพักอาศัยแนวราบซะเป็นส่วนใหญ่ ถ้าสังเกตจากแผนที่ด้านบน จะเห็นว่ามีตึกสูง 2 อาคาร ตั้งอยู่ระหว่างเรากับแม่น้ำ คือมายรีสอร์ท @ริเวอร์ 37 ชั้น และ บางกอกริเวอร์มารีน่า 33 ชั้น อาจจะดูว่าบังวิวแม่น้ำและอยู่ในตำแหน่งที่เป็นมุมดีๆของโครงการ ซึ่งเอาเข้าจริง คือไม่มีผลกระทบมากอย่างที่คิด เพราะอยู่บริเวณมุมอาคารพอดี ไม่ใช่อยู่ในตำแหน่งวิวหลักของโครงการครับ

วิวทิศตะวันออกเฉียงเหนือจากมุมมองชั้นประมาณ 30 เป็นหนึ่งในวิวหลักของโครงการ จะเป็นวิวที่เห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาวัดอาวุธวิกสิตาราม ซึ่งเป็นวัดขนาดใหญ่ ตอนกลางคืนเปิดไฟจะค่อนข้างสวย ไกลๆจะเห็นรัฐสภาใหม่, MRT บางพลัด และแนวถนนจรัญสนิทวงศ์ สังเกตจะมีแนวอาคาร มายรีสอร์ท @ริเวอร์ 37 ชั้น อยู่เยื้องๆบ้างทางฝั่งขวามือ ไม่ได้บังเต็มนะ อีกจุดเด่นของฝั่งนี้คือจะมีพื้นที่ส่วนกลางของโครงการที่ชั้น 6 เป็นวิวในระยะประชิดให้ด้วย

วิวทิศตะวันตกเฉียงใต้จากมุมมองชั้นประมาณ 30 เป็นอีกมุมที่เป็นวิวหลักของโครงการเช่นกัน จะเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา สะพานซังฮี้ และไกลๆเป็นสะพานพระราม 8 ฝั่งนี้จะเห็นแม่น้ำได้ชัดเจนกว่า แต่จะรับแดดต่อปีมากกว่าเช่นกัน (ร้อนกว่า) ยิ่งถ้าชั้นประมาณ 10-20 จะเห็นหลังคาของ Tesco Lotus ที่เป็นสังกะสีค่อนข้างชัด อาจจะมีการสะท้อนความร้อนและแสงบ้างในเวลากลางวัน

ทั้งนี้ทั้งนั้นวิวแม่น้ำทั้งสองมุมนี้ไม่ได้เห็นชัดแบบนี้ได้จากภายในห้องนะครับ แม่น้ำจะเป็นวิวเฉียงๆด้านข้างซักหน่อย ส่วนถ้าหันตรงจะเห็นเป็นวิวบ้านพักอาศัยแนวราบซะส่วนใหญ่ครับ

ส่วนรายละเอียดอื่นๆรอบๆโครงการก็มีอำนวยความสะดวกค่อนข้างพร้อมเหมือนกัน

  • จุดกลับรถ – บนถนนจรัญสนิทวงศ์ก็มีช่วงกลับรถทั้งสองฝั่งไม่ไกลจนเกินไป ส่วนแรกคือจุดกลับรถจากแยกบางพลัดเข้าตัวโครงการ จะอยู่บริเวณใต้สถานี MRT บางพลัดเลย มีระยะห่างประมาณ 300 เมตร ส่วนอีกฝั่ง จะกลับรถไปยังฝั่งสะพานพระราม 7 มีระยะห่างประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้งานได้ง่ายและสะดวกทั้งสองฝั่งครับ
  • ป้ายรถประจำทาง – มีให้ในระยะหน้าโครงการเลย โชคดีที่บริเวณหน้าโครงการมีสะพานลอย ซึ่งห่างออกไปประมาณ 100 เมตร และบริเวณทางขึ้นลงของสะพานลอยก็มีป้ายรถประจำทางให้ทั้งสองฝั่งเลยครับ ในส่วนนี้จะมีรถประจำทางให้บริการหลายสาย เช่น สาย 18, 110, 175, 203, ปอ.18, ปอ.170, ปอ.203 และรถกระป๊อสายสีเขียว ที่มีจะเส้นทางวิ่ง บางพลัด-เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า-ชัยพฤกษ์
  • วินมอเตอร์ไซค์ – จะมีให้บริการกระจายอยู่ตามถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งผมจะยกจุดที่ใกล้โครงการที่สุดมาให้ดูทั้งสองฝั่ง ฝั่งเดียวกันกับโครงการจะมีที่ปากซอยจรัญฯ 72 เยื้องๆกับตำแหน่งป้ายรถประจำทาง ส่วนฝั่งตรงข้าม จะอยู่บริเวณหน้าปากซอยจรัญฯ 79 ซึ่งใกล้ๆกับทางลงของสะพานลอย บริเวณนี้จะมี 7-Eleven ใกล้ๆให้ใช้บริการด้วยเช่นกันครับ
  • ท่าเรือ – จะมีท่าเรือของวัดอาวุธวิกสิตาราม อยู่ภายในซอยจรัญฯ 72 ด้านในสุด ซึ่งจะเป็นท่าเรือข้ามฝาก ให้เราข้ามไปยังท่าฝั่งตรงข้าม จากนั้นค่อยนั่งเรือด่วนเจ้าพระยา มีระยะทางรวมประมาณ 490 เมตร ซึ่งเดี๋ยวผมจะพาเดินไปชมบรรยากาศกันอีกทีนะครับ
  • ปั๊มน้ำมัน – จะมีให้ใช้บริการบริเวณใกล้ๆกับสถานี MRT บางพลัด ทางฝั่งเดียวกับตัวโครงการครับ
  • Tesco Lotus – อีกจุดเด่นหนึ่งของทำเลนี้เลย เพราะอยู่ห่างจาก Tesco Lotus จรัญสนิทวงศ์เพียงแค่ 140 เมตร จับจ่ายใช้สอย หรือหาของกินได้สะดวกเลยล่ะครับ
    เส้นทางลัดเลาะไปออกถนนสิรินธร – ผมขอแนะนำให้ใช้ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75 เป็นหลัก ภายในซอยที่อาจจะต้องเลี้ยวยากซักหน่อยแต่ขนาดถนนภายในเป็นถนน 2 เลนและขับได้ง่าย ส่วนซอยจรัญสนิทวงศ์ 79 เป็นซอยที่คึกคักกว่าในช่วงต้นซอย ด้านในมีวัด โรงเรียน และศูนย์ฝึกวิชาชีพบางพลัด แต่เลยเข้าไปจะเป็นชุมชนพักอาศัยซึ่งสามารถทะลุไปออกถนนสิรินธรได้ แต่จะเป็นทางที่ไปได้เฉพาะรถจักรยานยนต์เท่านั้น และทางค่อนข้างแคบครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Tesco Lotus ~ 140 เมตร
  • MRT บางพลัด ~ 300 เมตร
  • สำนักงานเขตบางพลัด ~ 550 เมตร
  • รพ.ยันฮี ~ 1.6 กิโลเมตร
  • T-Square ~ 2.4 กิโลเมตร
  • ตลาดอินดี้ ปิ่นเกล้า ~ 2.5 กิโลเมตร
  • ตลาดนัดสิรินทร ~ 3 กิโลเมตร
  • พาต้า ~ 3.3 กิโลเมตร
  • Major Cineplex ปิ่นเกล้า ~ 3.6 กิโลเมตร
  • ตลาดปิ่นเงินพลาซ่า ~ 3.7 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ~ 3.8 กิโลเมตร
  • ช่างชุ่ย ~ 3.9 กิโลเมตร
  • The Sense ปิ่นเกล้า ~ 4.1 กิโลเมตร
  • กฟผ.สำนักงานใหญ่ ~ 4.1 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

ตัวโครงการเป็นอาคาร High Rise สูง 38 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 5-2-78.8 ไร่ ใช้ระบบโครงสร้างผนังรับน้ำหนักข้อดีคือจะทำให้ Layout ของห้องไม่มีเสาภายใน ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น และทำให้ผนังจะมีความหนาแน่นสูงกว่าผนังเบา หรือก่ออิฐทั่วไป ทำให้จะสามารถป้องกันเสียงได้ดีกว่า แต่ข้อเสียคือจะไม่สามารถ Combine ห้องได้ ตัวอาคาร 38 ชั้นก็จริง แต่มีห้องเพดานสูงรวมอยู่ด้วยหลายชั้น ทำให้ความสูงโดยรวมของตัวอาคารจะมีระยะเทียบเท่าอาคารประมาณ 40-41 ชั้น ภายในมีพื้นที่พักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางกระจายอยู่ตามชั้นต่างๆโดยแต่ละชั้นจะแบ่งเป็น

ชั้น 1 

  • Lobby
  • Meeting
  • Living Room
  • Shop 3 ยูนิต
  • Mail Room
  • Smart Locker
  • Laundry
  • พื้นที่จอดรถ

ชั้น 1-5

  • พื้นที่จอดรถ

ชั้น 6 จะเริ่มมีพื้นที่ส่วนกลาง และห้องพักอาศัย

  • ห้องพักอาศัย 37 ยูนิต
  • Pool Lounge
  • Aqua Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 44 x 5 เมตร
  • Kid’s Pool
  • Jacuzzi
  • Floating Pavilion
  • Steam & Sauna
  • ห้องน้ำแยกชายหญิง

ชั้น 7-37

  • ห้องพักอาศัย

ชั้น 38 พื้นที่ส่วนกลาง เน้นไปที่พื้นที่ภายในอาคาร แต่ก็มีส่วนภายนอกให้ใช้ด้วยเช่นกัน

  • O2 Gym
  • 24/7 Active Gym
  • Boxing Area
  • Recharge Lab
  • Panoramic Work Loft
  • Iconic Sky Bar
  • Sky Deck
  • Ozone Hallway

Roof Top พื้นที่ส่วนกลางแบบ Out Door เชื่อมต่อกับชั้น 38

  • O2 Gym
  • Playground
  • Sky Infinite Track
  • Multi-Purpose Lawn
  • Flow’n Fly
  • Sky Riverview Point

Aqua Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดช่วงกว้างที่สุด 44 x 5 เมตร เป็นระยะที่สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้ มีสระเป็นแนวยาว แต่ทำรูปทรงให้เข้ากับพื้นที่ Landscape รอบๆ จึงทำให้ดูผ่อนคลายมากขึ้น เหมาะกับการแช่น้ำพักผ่อนก็ได้ด้วย

พื้นที่ด้านบนของตัวอาคารจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เน้นการรับวิวแม่น้ำ แบ่งสัดส่วนกิจกรรมที่แตกต่างกันไว้เป็นจุดๆ เช่น ชั้น 38 จะเน้นพื้นที่ภายใน ทั้งห้องออกกำลังกายต่างๆ และห้องทำงาน สวนชั้น Roof Top จะเป็นพื้นที่ภายนอก เช่น สวน สนามเด็กเล่น

พื้นที่ออกกำลังกายภายในก็เน้นการรับวิวด้วยแนวกระจกขนาดใหญ่ เพื่อเห็นวิวและความเคลื่อนไหวภายนอก ยกระดับฝ้าแบบ Double Volume ที่สำคัญคือเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่มีเวลาไม่ค่อยตรง หรือชอบใช้งานคนน้อยๆ ก็มาใช้เวลากลางคืนหรือเช้ามากๆ ได้นะ

ที่ชั้น 38 เอง ก็มีพื้นที่ภายนอกที่เป็นทั้งสวนและชานไม้ให้นั่งพักผ่อนรับลมชมวิวกันได้เช่นกัน

Panoramic Work Loft เป็นห้องทำงานที่เป็น Co-Working Space รับวิวมุมสูงจากชั้น 38 กันได้ มีช่องที่มีความเป็นส่วนตัวแยกตามจุดต่างๆ

และอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับวิวสวยๆแบบนี้ คือ Sky Bar นั่งจิบเครื่องดื่มชมวิวแม่น้ำ มีตำแหน่งอยู่ที่มุมอาคารชั้น 38 ครับ

ชั้น 38 และชั้นบนสุดเป็น Jogging Track แบบเล่นระดับที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ทั้ง 2 ชั้นส่วนเชื่อมต่อจะไม่ได้เป็นคั่นบันไดนะครับ แต่จะเป็นทางลาดแต่ละจุด เพื่อให้สามารถวิ่งได้ต่อเนื่อง มีระยะรวมประมาณ 350 เมตร ใช้เป็นพื้นสีน้ำเงินล้อไปกับ MRT สายสีน้ำเงิน ที่วิ่งวนเป็น Loop เช่นกัน

ตัวโครงการมีแนวที่ดินเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งก็วางแนวอาคารตามลักษณะของที่ดิน มีทางเข้าออกโครงการจากถนนจรัญสนิทวงศ์ ด้วยระบบ Keycard Access แบบ Easy Pass เมื่อเข้ามาแล้วจะเป็นการเดินรถทางเดียวอ้อมแนวอาคาร และเข้าพื้นที่จอดรถบนอาคารที่ด้านหลังตัวอาคารด้านใน

พื้นที่ส่วนกลาง

  • สวนด้านหน้า เป็นพื้นที่รับสายตาสำหรับทางเข้าออก และช่วยบังสายตาเบื้องต้นให้กับพื้นที่ Lobby ด้วย
  • Lobby – มีความสูงแบบ Double Volume เปิดรับลมระบายอากาศ หรือจะปิดก็ได้ เป็นส่วนที่แบ่งแยกออกไปยังพื้นที่อื่นๆภายในต่อ
  • Shop 3 ร้าน – ร้าน 1-2 ด้านหน้าจะเป็น 7-eleven ครับ ส่วนร้านที่ 3 ด้านในยังไม่สรุปนะครับว่าจะเป็นร้านอะไรในอนาคต
  • Meeting – พื้นที่สำหรับเป็นห้องประชุม คุยงาน ดูวิวสวน เป็นพื้นที่ Semi-Outdoor สามารถเปิดรับลมได้ หรือจะปิดแล้วเปิดแอร์ก็ได้
  • Living Room – พื้นที่นั่งเล่นที่จะมีมุมที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นกว่าส่วน Lobby สักหน่อย สำหรับนั่งรอหรือพักคอยได้
  • Mail Room – จะมี Smart Locker ภายในให้ใช้งาน สามารถรับของให้ได้ตอนที่เราไม่อยู่และนิติบุคคลปิดก็ยังมาเอาของได้
  • Laundry – ส่วนซักผ้าภายใน
  • พื้นที่จอดรถภายในอาคาร

ขึ้นมาที่ชั้น 6 จะเป็นชั้นแรกของห้องพักอาศัย และมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานด้วย ขออธิบายไปทีละส่วนนะครับ สำหรับพื้นที่ส่วนกลางจะประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำซึ่งจะมีทั้งศาลานั่งเล่น สระ Jacuzzi และสระเด็กด้านข้างด้วย พื้นที่ภายนอกส่วนนี้จะได้ตัวอาคารช่วยบังแดดช่วงบ่ายทางทิศใต้ด้วย ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายช่วงเวลามากขึ้น ไม่ร้อนมากนัก  ใกล้สระจะมี Private Sunken Seat สำหรับนั่งระดับเดียวกับสระว่ายน้ำ ส่วนพื้นที่ภายในอาคารจะมี Pool Lounge เป็นห้องนั่งเล่นรับวิวสวนและสระว่ายน้ำภายนอก ที่เป็นพื้นที่ Semi-Outdoor สามารถเปิดออกภายนอกหรือปิดก็ได้ และห้องน้ำแยกชายหญิงที่มี Steam & Suana ภายใน ก็จัดว่า Group กิจกรรมประเภทสระว่ายน้ำมาไว้ด้วยกันที่ชั้นนี้

ส่วนห้องพักอาศัยสำหรับชั้นนี้จะเป็นชั้นแรกมีทั้งหมด 37 ยูนิต ด้วยระดับความสูงที่ชั้นนี้จะยังไม่เห็นวิวแม่น้ำชัดเจนนัก และจะได้ผลกระทบเรื่องความเป็นส่วนตัวและเส่ียงบ้าง จากคนที่มาใช้พื้นที่ส่วนกลาง แต่จะได้ข้อดีคือมีพื้นที่ส่วนกลางมาให้ใช้งานได้ง่ายใกล้ๆห้อง เหมาะกับคนที่ชอบใช้งานพื้นที่ส่วนกลางบ่อยๆ

โถงลิฟต์ถูกวางไว้ตรงกลางอาคาร เป็นลิฟต์โดยสาร 6 ตัวและลิฟต์ขนของ 1 ตัว ทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายจากแนวทางเดินทั้ง 2 ฝั่ง เป็นทางเดินแบบ Double Corridor ที่มีห้องประกบซ้ายขวา ห้องพักอาศัยจะวางห้อง Studio ไว้ทางฝั่งถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งเป็นทางเข้าออกโครงการจะได้ผลกระทบเรื่องเสียงบ้างและไกลจากแม่น้ำสักหน่อย ส่วนฝั่งแม่น้ำจะเป็นห้อง 2 Bedroom 1 ยูนิต/ชั้น อยู่ที่มุมอาคาร มีสวนให้ใช้ด้านข้างได้ด้วย ติดๆกันอีก 6 ยูนิต จะเป็นห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34 ตร.ม. รับวิวฝั่งพื้นที่ส่วนกลาง และที่เหลือทั้งชั้นจะเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 30.5-31 ตร.ม. มีให้เลือกรับวิวทั้ง 2 ฝั่งครับ  

ส่วนไอเท่มลับน่าจะอยู่ที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 30.5 ตร.ม. ที่อยู่มุมอาคารฝั่งถนนจรัญสนิทวงศ์ ตั้งอยู่ท่ามกลางห้อง Studio เพราะเป็น Type พิเศษ ที่มีเฉพาะชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ภายในจะเป็นห้องตอนลึกที่ให้ฉากกั้นแบ่งสัดส่วนมาให้ตามแปลนเลยครับ ได้เป็นครัวปิด เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหาร ส่วน Living Room และ Bedroom ก็มีฉากกั้น 3 ตอนมาให้ หรือสำหรับใครที่อยากได้ห้องโล่งๆ ไม่ต้องติดแอร์หลายตัวก็เอาบานเลื่อนออกเป็นห้องยาวทั้งห้องได้ แต่ต้องเอาออกเองนะ ฮ่าๆ

ขึ้นมาที่ชั้น 7-31 จะมีห้องพักอาศัยชั้นละ 45 ยูนิต จัดว่าหนาแน่นอยู่เหมือนกัน แต่การแบ่งโถงทางเดินออกเป็นซ้ายและขวาจากโถงลิฟต์จะช่วยให้จำนวนเพื่อนบ้านของเราลดลงครึ่ง ชั้นเหล่านี้จะมีห้อง 1 Bedroom ขนาด 30.5-31 ตร.ม. เพิ่มขึ้นมาอีก 8 ห้องฝั่งรับวิวพื้นที่ส่วนกลาง นอกนั้นก็เป็นห้องตำแหน่งเดิมเหมือนชั้น 6 ครับ

เมื่อขึ้นมาที่ชั้นสูงอย่าง 32-37 ทุกห้องยกเว้น Studio 10 ห้องและห้อง 1 Bedroom Type พิเศษ จะเปลี่ยนเป็นห้อง 1 Bedroom Hybrid ทั้งหมดจำนวน 34 ยูนิต/ชั้น เพราะเป็นห้องเพดานสูง ที่จัดแนวกระจกมาให้เพื่อรับวิวกันแบบเต็มที่ จึงเริ่มมีห้องรูปแบบนี้ที่ชั้นบนๆเพื่อให้สามารถรับวิวสวยๆได้ การันตีวิวแม่น้ำ ใครที่สนใจอดใจรอกันอีกนิด เพราะวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปชมห้องรูปแบบนี้กันด้วยครับ

ขึ้นมาที่ชั้น 38 จะไม่มีห้องพักอาศัยแล้วครับ เป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งชั้นเลย ซึ่งจะจัดมาเป็นแบบ indoor ครึ่งหนึ่ง และ outdoor ครึ่งหนึ่ง จะเป็นกระจกทั้งหมด สามารถมองทะลุกันได้ทั้งหมด กิจกรรมส่วนใหญ่ของชั้นนี้จะเน้นไปที่การออกกำลังกาย, พื้นที่ทำงานและนั่งพักผ่อน ซึ่งทุกๆพื้นที่สามารถรับวิวพื้นที่รอบๆมุมสูง และเห็นแม่น้ำได้ดีทีเดียว

  • O2 Gym – พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง รับวิวมุมสูง แต่ไม่ได้อยู่ฝั่งที่เห็นแม่น้ำนะครับ อาจจะต้องเดินมาข้างๆหน่อย
  • 24/7 Active Gym – ห้องออกกำลังที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง มาพร้อมแนวกระจกใหญ่รับวิว และฝ้าเพดานสูงประมาณ 4.5 เมตร
  • Boxing Area – พื้นที่สำหรับสายต่อยมวย เป็นเทรนด์ออกกำลังกายที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมากๆในปัจจุบันนะ พื้นที่ส่วนนี้ก็ใช้ได้ 24 ชั่วโมงเช่นกัน
  • Recharge Lab – เป็นเหมือน Fitness Studio ที่เป็นห้องแยกสำหรับมี Class จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
  • Panoramic Work Loft – เรียกง่ายๆก็ Co-Working Space นั่นแหละ แต่ภายในจะมีพื้นที่ Double Volume และมีช่องพื้นที่แยกที่ได้มุมที่มีความเป็นส่วนตัว
  • Iconic Sky Bar – เป็นส่วนบาร์ พักผ่อน ภายในจะมีมุมนั่งรับวิว โต๊ะพูล และเคาน์เตอร์บาร์ให้บริการ
  • Sky Deck – เป็นระเบียงออกไปรับลมชมแม่น้ำภายนอก
  • Ozone Hallway – เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างส่วน Indoor และ Outdoor

 

ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นพื้นที่ Outdoor ทั้งหมดเลย เน้นการออกกำลังกายในสวนรับวิว ซึ่งแต่ละพื้นที่ของชั้นนี้จะถูกออกแบบมาในสไตล์เดียวกัน แต่จัดไว้เป็นมุมๆที่แตกต่างกันครับ ประกอบไปด้วย

  • O2 Gym – พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • Playground – สนามเด็กเล่น
  • Sky Infinite Track – ลู่วิ่งเชื่อมต่อระหว่างชั้น 38 และ Roof Top วนเป็น Loop ระยะทางรวมประมาณ 350 เมตร ใช้เป็นพื้นสีน้ำเงินล้อไปกับ MRT สายสีน้ำเงิน ที่วิ่งวนเป็น Loop เช่นกัน
  • Multi-Purpose Lawn – เป็นลานโล่ง สำหรับจัดกิจกรรม หรือออกกำลังกายได้
  • Flow’n Fly – พื้นที่เล่น Yoga กลางแจ้ง
  • Sky Riverview Point – เป็นจุดที่สูงที่สุดของอาคาร สำหรับรับวิวแม่น้ำแบบชัดเจน

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สวนหย่อมที่ชั้น 1, 6, 38 และ ดาดฟ้า
  • Shop 3 ยูนิต
  • Lobby
  • Meeting Room
  • Living Room
  • Mail Room
  • Smart Locker
  • Laundry
  • Pool Lounge
  • Aqua Pool
  • Kid’s Pool
  • Jacuzzi
  • Private Sunken Seat
  • Floating Pavilion
  • Steam & Sauna
  • O2 Gym
  • 24/7 Active Gym
  • Boxing Area
  • Recharge Lab
  • Panoramic Work Loft
  • Iconic Sky Bar
  • Sky Deck
  • Ozone Hallway
  • Playground
  • Sky Infinite Track
  • Multi-PurposeLawn
  • Flow’n Fly
  • Sky Riverview Point
  • ลิฟต์โดยสาร 6 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 237 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 533 คัน คิดเป็น 37.5% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card


Product Walkthrough

โครงการนี้มีโครงสร้างระบบผนังรับน้ำหนัก ทำให้ภายในห้องจะไม่มีเสาเลย ช่วยให้สามารถใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ข้อดีคือผนังจะมีความหนาแน่นมากกว่าแบบทั่วไป ป้องกันเสียงได้ดีกว่า แต่ข้อเสียคือจะไม่สามารถ Combine ห้องได้ ห้องพักอาศัยของที่นี่จะมีให้เลือกหลากหลายขนาดเลย ประกอบไปด้วย

  • Studio 25.5-26 ตร.ม. จำนวน 260 ยูนิต
  • 1 Bedroom 30.5-31 ตร.ม.จำนวน 721 ยูนิต
  • 1 Bedroom Plus 34 ตร.ม. จำนวน 156 ยูนิต
  • 1 Bedroom Hybrid 25.5-34.5 ตร.ม. จำนวน 156 ยูนิต
  • 2 Bedrooms 55.5 ตร.ม. จำนวน 26 ยูนิต

ทุกแบบห้องจะขายในรูปแบบ Fully Fitted ระดับพื้นถึงฝ้าภายในห้องแบบปกติจะอยู่ที่ 2.65 เมตร และห้องแบบเพดานสูงที่ 4.55 เมตร วัสดุพื้นภายในห้องจะให้มาเป็นพื้นไวนิล และได้เคาน์เตอร์ครัวที่ปิดผิวหน้าบานเคาน์เตอร์ด้วยลามิเนต ส่วน Top ตรงกลางปิดผิวด้วยหินสังเคราะห์ และได้เครื่องปรับอากาศมาให้ด้วยครับ (จำนวนแล้วแต่ขนาดห้อง) ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight ทั้งห้อง กระจกกรอบบานอลูมิเนียม Anodized กระจกเขียวตัดแสง (ห้องเพดานสูงจะเป็นกรอบบาน Powder Coat นะ)

มาดูแบบห้องแรกกันเลยครับ เป็นห้อง 1 Bedroom 30.5-31 ตร.ม. เป็นห้องที่มีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการที่ 721 ยูนิต จุดเด่นของห้องนี้อยู่ที่มีการจัดแบ่งสัดส่วนภายในห้องได้อย่างชัดเจน ทั้งการแยกครัวปิด ห้องนอนแบบประตูทึบ และห้องน้ำที่มีตำแหน่งเข้าถึงได้ง่ายจากทุกพื้นที่ภายในห้อง แต่ด้วยพื้นที่หน้าประตูที่เปิดเข้ามาเจอกับส่วนนั่งดูทีวีเลย ทำให้อาจจะไม่มีพื้นที่สำหรับวางตู้รองเท้า และการที่ต้องถอดหรือใส่รองเท้าก็อาจจะเลอะพื้นที่ภายในห้องได้ง่าย

แบ่งพื้นที่ภายในออกเป็น 5 ส่วน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะพบกับพื้นที่ห้องนั่งเล่น ที่ยังได้รับช่องแสงเข้ามาได้อยู่บ้างจากทางห้องครัว ภายในจัดมาให้เป็นครัวปิดและเปลี่ยนประเภทพื้นเป็นกระเบื้องให้ด้วย มีคุณสมบัติทนทานต่อน้ำและง่ายแก่การทำความสะอาด ภายในครัวจะมีพื้นที่รับประทานอาหารอยู่ด้วย ที่ดีคือมีตำแหน่งติดระเบียง ทำให้สามารถระบายอากาศหรือกลิ่นอาหารได้ง่าย ที่สำคัญคือได้เป็นช่องแสงหลักให้กับพื้นที่นั่งเล่นด้วย ส่วนฝั่งตรงข้ามโซฟาจะเป็นห้องน้ำที่เข้าถึงได้ง่ายจากห้องนั่งเล่น กรณีมีแขกก็จะได้ความเป็นส่วนตัวในห้องนอนอยู่ นอกจากนั้นห้องนอนของห้องนี้จะได้เป็นประตูทึบ ซึ่งจะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ภายในห้องนอนก็มีขนาดกำลังพอดี มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะหัวเตียงและตู้เสื้อผ้าได้ แขวนทีวีที่ปลายเตียงก็ได้ เข้าไปดูของจริงกันเลยครับ

เปิดประตูเข้ามาภายในห้องจะพบกับส่วนแรกที่เป็นห้องนั่งเล่น ด้วยฝ้าเพดานที่สูง 2.65 เมตร จึงทำให้ห้องดูโปร่ง ขนาดพื้นที่ก็กำลังพอดีสำหรับการอยู่ 1-2 คน

แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่าบริเวณพื้นที่หน้าประตูจะไม่ได้มีพื้นที่สำหรับวางตู้รองเท้ามากนัก อาจจะต้องเก็บใต้ชั้นวางทีวี หรือเข้ามาบริเวณด้านข้างโซฟานะ

พื้นที่สำหรับวางโซฟาก็มีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ตัวยาวได้ หรือจะวางแบบห้องตัวอย่างแล้วใช้พื้นที่ด้านข้างเหลือสำหรับวางชั้นของหรือชั้นวางรองเท้าก็ได้นะครับ

ส่วนนี้จะได้ไฟ Downlight มาให้ 2 ดวง พร้อมเครื่องปรับอากาศ 1 ตัว

พื้นที่ห้องนั่งเล่นจะได้แสงธรรมชาติจากทางห้องครัว ซึ่งจัดมาให้เป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน

การที่ใช้ประตูแบบ 3 ตอนจะทำให้สามารถเปิดได้กว้าง ตัวประตูกรอบบานอลูมิเนียม Anodized กระจกใส มีตัวล็อคให้ด้วยนะครับ

ภายในห้องครัวจะมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารรวมอยู่ด้วย พื้นที่นี้จะมีช่องแสงที่เป็นประตูเชื่อมต่อไปยังระเบียง ทำให้ภายในดูไม่อึดอัดและช่วยให้ระบายกลิ่นอาหารได้ง่ายด้วย

พื้นของห้องครัวจะเปลี่ยนจากไวนิลลายไม้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร จะมีคุณสมบัติกันน้ำและแข็งแรงกว่าพื้นในห้องนั่งเล่น แถมยังทำความสะอาดคราบสกปรกได้ง่ายกว่าด้วย

เคาน์เตอร์ที่ได้มากับห้องนี้จะปิดผิวด้วยลามิเนตลายไม้ มีชั้นเก็บของด้านบน ทั้งแบบบานเปิด และช่องสำหรับใส่เครื่องซักผ้าด้านล่างมาให้

ด้านบนจะมีช่องสำหรับใส่ของ วางไมโครเวฟ และมีบานปิดสำหรับเก็บของมาให้

ช่วงกลางจะปิดผิวด้วยหินสังเคราะห์ ให้เตาไฟฟ้าและอ่างล้างจานมาด้วย ผนัง Backsplash จะเป็นกระเบื้องให้มาด้วยแบบห้องตัวอย่างเลย จะทำให้ทำความสะอาดได้ง่าย

เป็นเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันแบบต่อท่อออกภายนอกให้ มีไฟติดตั้งมาให้ด้วย จาก MEX ครับ

อ่างล้างจานสเตนเลสแบบหลุมเดี่ยวจาก MEX เช่นกัน

ด้านล่างจะมีช่องเก็บของมาให้ พร้อมช่องสำหรับใส่เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า

ส่วนระเบียงก็มีกระจก 3 ตอนเชื่อมต่อออกไปเช่นกัน ทำให้สามารถเปิดได้กว้างกว่าแบบ 2 ตอน เป็นกรอบบาน อลูมิเนียม Anodized กระจกเขียวตัดแสง

พื้นที่ภายนอกมีขนาดกำลังพอดีสำหรับออกไปยืนใช้งานได้ และจะสะดวกมากขึ้นเพราะไม่ต้องวางเครื่องซักผ้า แถม Condensing Unit ก็แขวนด้านบน จึงทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเยอะมากขึ้น

บริเวณที่แขวน Condensing Unit ก็จะได้แนวระแนงปิดไว้ให้ด้วยเช่นกัน บริเวณนี้จะได้ไฟ Downlight 1 ดวง

ภายในครัวจะมีฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีพร้อมไฟ Downlight 1 ดวง

กลับออกมาห้องนั่งเล่นของเรา.. ด้านข้างจะมีห้องนอนเป็นตำแหน่งที่เข้าใช้งานห้องน้ำได้ง่าย และมีช่องแสงภายใน ส่วนฝั่งหลังชั้นวางทีวีจะเป็นห้องน้ำของห้องนี้นั่นเอง ตำแหน่งนี้จะช่วยให้เวลาที่คุณมีแขกมาที่ห้อง แล้วต้องการจะเข้าห้องน้ำ ก็ไม่ต้องเข้าผ่านห้องนอน หรือมีคนในห้องนอนอยู่ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวไปด้วย เราเข้าไปดูห้องนอนกันก่อนนะ

ห้องนอนของเราจัดช่องแสงมาขนาดกำลังดีเลย ภายในห้องมีระยะที่เหมาะกับการอยู่อาศัย 1-2 คน ภายในห้องนอนจะให้ Smart Plug มาด้วย มีช่องให้เสียบ USB

เมื่อวางเตียง 5 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่ด้านข้างให้เดินได้สบายๆและวางโต๊ะหัวเตียงได้ด้วยนะ  นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ให้วางและใช้งานตู้เสื้อผ้า

ปลายเตียงติดทีวีได้ ช่องแสงก็มีขนาดใหญ่มาเกือบเต็มแนวเลยเช่นกัน ปลายเตียงก็ติดทีวีได้ด้วย

มีระยะปลายเตียงประมาณที่เมื่อติดทีวีแล้วสามารถเดินได้ค่อนข้างสะดวกเลย

มีแนวกระจกที่เป็นบานสไลด์กรอบบาน Anodized กระจกเขียวตัดแสง เปิดรับลมระบายอากาศได้มาให้ด้วย ส่วนด้านล่างจะเป็นบาน Fixed สำหรับเป็นช่องแสง ด้านบนมีพื้นที่ว่างให้ติดรางม่านได้ปกติครับ

ส่วนด้านในจะเว้นพื้นที่ว่างไว้สำหรับให้ทำตู้เสื้อผ้าครับ ไม่ได้ให้มาด้วยนะ และเผื่อพื้นที่ให้ใช้งานได้สะดวกมาด้วยเรียบร้อยแล้ว

ห้องน้ำของที่นี่จะปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องแผ่นใหญ่ ส่วนในพื้นที่อาบน้ำจะเป็นกระเบื้องแผ่นเล็ก โทนสีสว่างทั้งหมด ห้องน้ำจะให้มาแบบในห้องตัวอย่างเลยนะครับ

พื้นที่ภายในขนาดกว้าง ไม่อึดอัด นั่งใช้งานโถสุขภัณฑ์แล้วมีพื้นที่ด้านหน้าเหลือ พื้นที่ภายในห้องน้ำลดระดับลงจากบนพื้นห้องเล็กน้อย

อ่างล้างหน้าเซรามิคจาก Charmer แบบมีเคาน์เตอร์​ด้านล่างสำหรับเก็บของได้ ยกสูงขึ้นจากพื้นเพื่อง่ายแก่การทำความสะอาด ด้านบนมีพื้นที่วางอุปกรณ์ต่างๆเล็กน้อย แถมแนวกระจกเงาสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบในห้องตัวอย่างมาให้ด้วย

โถสุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้นจาก American Standard มาพร้อมอุปกรณ์ชำระล้างด้านข้าง ทั้งสายฉีดและที่ใส่กระดาษชำระแบบมีที่กันน้ำ ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมพร้อมใช้งาน

ส่วนอาบน้ำมีฉากกั้นอาบน้ำแบบเป็นกระจก 3 ตอนมาให้ด้วย จะช่วยให้เปิดได้กว้างมากขึ้น ส่วนนี้จะช่วยแบ่งสัดส่วนแห้งและเปียกในห้องน้ำได้ดีทีเดียว

ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างสำหรับยืนอาบน้ำได้คนเดียวแบบสบายๆเลย สามารถมีชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำเล็กๆได้ครับ

Hand Shower จาก American Standard ไม่ได้มาพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นนะครับ แต่มี Junction Box ไว้ให้ ส่วนที่ผนังจะมีช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำไว้ให้ด้วย แต่ถ้าไม่พอก็สามารถวางชั้นวางที่พื้นได้นะ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีพร้อมไฟ Downlight 2 ดวง มีพัดลมดูดอากาศมาด้วย

มาดูห้องเพดานสูงกันบ้าง 1 Bedroom Hybrid ขนาด 34.5 ตร.ม. ห้องนี้จะเริ่มที่ชั้น 32 ขึ้นไป เพราะจะได้รับวิวแม่น้ำจากชั้นบนของอาคารด้วยแนวกระจกสูงตามความสูงห้องที่ 4.55 เมตร ที่จัดมาให้ภายใน พื้นที่ใช้สอยของห้องนี้ตามโฉนดจะอยู่ที่ 34.5 ตร.ม. แต่ในห้องจะให้บันไดและชั้นลอยมาด้วย ซึ่งจะรวมแล้วมีพื้นที่ทั้งห้องประมาณ 50.5 ตร.ม. (ชั้นบนมีพื้นที่ประมาณ 16 ตร.ม.) ห้องนี้จะเน้นความโปร่งและโล่ง แถมยังมีห้องอเนกประสงค์ที่ทำเป็นห้องนอนได้มาให้อีกหนึ่งห้องด้วย แต่ด้วยความที่เป็นห้องเพดานสูงทำให้การใช้เครื่องปรับอากาศจะต้องทำงานหนัก และส่งผลถึงค่าไฟที่อาจจะสูงกว่าห้องแบบปกติ เนื่องจากมีพื้นที่ภายในห้องเยอะและแนวกระจกที่รับความร้อนได้สูง อาจจะต้องทำใจในเรื่องนี้แลกกับความโปร่งและโล่งของพื้นที่นะครับ สำหรับราคาห้องนี้ยังไม่ได้ออกมาอย่างเป็นทางการ ผมลองนำพื้นที่ทั้งหมดของห้องมาคูณกับราคาเฉลี่ยทั้งโครงการให้ลองเห็นภาพกันคร่าวๆ จะได้อยู่ที่ประมาณ 3.68 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้บวกราคาที่ชั้นสูงนะครับ ซึ่งน่าจะต้องสูงขึ้นกว่านี้อยู่แล้ว

ภายในห้องแบ่งออกเป็น 6 ส่วน ครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ระเบียง ห้องอเนกประสงค์ และพื้นที่พักผ่อน เมื่อเข้ามาภายในห้องจะพบกับส่วนเคาน์เตอร์ครัว ส่วนของห้องนี้จะได้เป็นครัวเปิด ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้น แต่สำหรับคนที่ชอบทำอาหารอาจจะได้รับผลกระทบเรื่องการควบคุมกลิ่นและควันภายในห้องเหมือนกัน ถัดมาจะเป็นส่วนห้องน้ำ ที่อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่ายจากทุกพื้นที่นะ ตรงข้ามห้องน้ำจะเป็นบันไดเชื่อมต่อไปยังชั้นลอย พื้นที่ภายในห้องจะเป็นห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่รับประทานอาหารรวมอยู่ด้วย ห้องนั่งเล่นส่วนนี้จะอยู่ติดกับระเบียงซึ่งจะมีแนวกระจกสูงเกือบถึงฝ้าเลยมาให้ เป็นช่องแสงหลักของห้องนี้สำหรับรับวิวแม่น้ำ พื้นที่ระเบียงมีขนาดกว้างกว่าห้องปกติ สามารถวางโต๊ะนั่งเล่นจิบกาแฟชมแม่น้ำได้เลยล่ะ ส่วนด้านในจะมีห้องอเนกประสงค์ที่เป็นแนวกระจก ขนาดภายในสามารถทำเป็นห้องนอนได้เลยล่ะ แต่จะมีฝ้าเพดานที่ต่ำหน่อยนะ ส่วนพื้นที่ชั้นลอยด้านบนจะมีแนวทางเดินที่เห็นพื้นที่ห้องทั้งหมด มีพื้นที่ที่จัดเป็นแนวตู้เสื้อผ้าและด้านในที่สุดเป็นส่วนพักผ่อนหลักของห้องนี้ครับ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้อง จะพบกับส่วนครัวอยู่ด้านหน้า ซึ่งวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆที่จะได้ภายในห้องนี้จะเหมือนกับห้องก่อนหน้านี้ทั้งหมด ทั้งการขายแบบ Fully Fitted ที่จะได้แค่ชุดครัวและอุปกรณ์ภายในห้องน้ำ พื้นภายในห้องเป็นไวนิล ได้แนวกระจก บันได ราวกันตก และเครื่องปรับอากาศ

ฝั่งตรงข้ามครัวคือพื้นที่วางตู้เย็น ทำให้พื้นที่หน้าห้องไม่ได้มีพื้นที่สำหรับชั้นวางรองเท้าเช่นเคย ทำให้ต้องนำรองเท้าเข้าไปเก็บภายในตัวห้อง และเชื่อเถอะครับว่าเอาเข้าจริงๆเราก็คงจะมานั่งใส่รองเท้ากันที่บันได ซึ่งจะเป็นพื้นที่สำหรับเดินขึ้นลงเตียงนอน ฝุ่นและความสกปรกจากรองเท้าอาจจะทำให้ชั้นลอยเลอะได้ง่ายๆ แนะนำให้ต้องระมัดระวังความสะอาดส่วนนี้กันนิดนึงนะครับ

ส่วนครัวจะจัดมาให้หน้าตาเหมือนเดิมเลย มาพร้อมห้องน้ำข้างๆ

ส่วนนี้จะให้ไฟ Downlight 1 ดวง

ห้องน้ำก็มีหน้าตาเหมือนเดิมเช่นกัน ทั้งการปิดผิวพื้นและผนัง วัสดุและอุปกรณ์ภายในห้องน้ำทั้งหมด

ขนาดพื้นที่ภายในเหมือนกันกับห้องที่ผ่านมา เป็นขนาดที่ใช้งานได้ค่อนข้างสะดวก ไม่อึดอัด

อ่างล้างหน้าเซรามิคจาก Charmer แบบมีเคาน์เตอร์ด้านล่าง และโถสุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้นจาก American Standard มาพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาดติดตั้งพร้อมใช้งานที่เดิม

ส่วนอาบน้ำมีหน้าตาเหมือนเดิม ด้วยฉากกั้นอาบน้ำแบบ 3 ตอน

พื้นที่ภายในก็มีขนาดเท่าๆเดิมครับ ใช้งานได้สบาย และสามารถวางชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำเล็กๆได้บ้าง

ส่วนอาบน้ำก็ให้ Hand Shower จาก American Standard มาพร้อมพื้นที่วางอุปกรณ์อาบน้ำด้านข้าง

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีให้ไฟ Downlight 2 ดวงพร้อมพัดลมดูดอากาศ

ทีนี้มาดูส่วนภายในห้องกันบ้าง เราจะดูส่วนของชั้น 1 กันก่อนนะครับ พื้นที่ภายในจะมีขนาดการใช้งานค่อนข้างกว้าง เหมาะกับการใช้งานได้ 1-3 คน

พื้นที่ห้องนั่งเล่นมีขนาดที่ใช้งานได้สะดวกสบายสำหรับ 2-3 คน จะรวมส่วนดูทีวีและพื้นที่รับประทานอาหารเข้าด้วยกัน

พื้นที่ส่วนนี้สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่งได้ ส่วนผนังที่วางทีวีก็มีพื้นที่ที่สามารถวางได้ขนาดค่อนข้างใหญ่เลย ทั้งด้านข้างก็ทำ Built-in เป็นชั้นวางของได้

ห้องนั่งเล่นมีพื้นที่และระยะที่สามารถวางโซฟาขนาดกลางถึงใหญ่ได้ โดยมีพื้นที่วางโต๊ะกลางได้ด้วย แนะนำว่าถ้าใช้เป็นทีวีแขวนผนังจะได้พื้นที่ชั้นวางของใต้ทีวีเพิ่ม และทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้น

พื้นที่บริเวณนี้ออกแบบเป็นโถงสูง 4.55 เมตร และติดหน้าต่างแนวสูง ช่วยให้รับวิวแม่น้ำและเป็นช่องแสงหลักของห้อง

ประตูเชื่อมต่อไปยังระเบียง เป็นประตูบานสไลด์ ซึ่งของห้องนี้จะได้เป็นกรอบดำ Powder Coat กระจกเขียวตัดแสงนะครับ รวมถึงราวจับและแนวกระจกต่างๆด้วย

พื้นที่ภายนอกมีขนาดค่อนข้างกว้าง เหมาะแก่การนำชุดโต๊ะกาแฟมาวางสำหรับจิบกาแฟชมวิวแม่น้ำยามเช้า หรือจะปลูกต้นไม้วางกระถางก็จัดได้เยอะเลยทีเดียว

ส่วนด้านข้างมีการแขวน Condensing Unit และมีแนวระแนงปิดไว้ให้เช่นเดิม

พื้นที่ภายนอกนี้จะให้ไฟกิ่งมาด้วย 1 ดวง

กลับเข้ามาที่ภายในห้องกันต่อ จะมีห้องอเนกประสงค์อยู่หลังแนวโซฟา ซึ่งจะได้แนวกระจกหลายฝั่ง ทำให้ภาพรวมห้องดูโปร่ง ทางเข้าเป็นบานสไลด์ 3 ตอน เปิดได้กว้าง ด้านข้างจะมีแนวกระจกบาน Fixed ติดไว้ ให้แสงจากภายนอกส่องเข้าไปได้ถึงครัวและหน้าห้อง

พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างเลย สามารถวางเตียง 5 ฟุตได้ ทำเป็นห้องนอนได้ หรือจะจัดเป็นห้องทำงานก็เหมาะ เพราะรับแสงได้เพียงพอ

ด้วยแนวกระจกเต็มแนว เปิดกว้างตรงกลางรับลมได้เยอะ

แต่ห้องนี้มีความสูงเพียงประมาณ 2.2 เมตร จึงอาจจะไม่เหมาะสำหรับการจัดเป็นห้องนอนนัก และส่วนกระจกทางด้านในห้องก็ไม่ได้เหลือพื้นที่ด้านบนไว้ให้สำหรับติดม่าน เพื่อความเป็นส่วนตัวเท่าไรนัก อาจจะต้องติดเป็นม่านแบบฟิล์มที่ติดไปกับตัวกระจกหรือพวกมู่ลี่ช่วยแทน

ภายในห้องนี้ได้ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีพร้อมไฟ Downlight 2 ดวง มีเครื่องปรับอากาศมาให้ด้วย 1 ตัว

ถึงเวลาขึ้นไปดูด้านบนกันบ้าง บันไดส่วนทางขึ้นลงปิดผิวด้วยไวนิลเช่นเดียวกันกับพื้นห้อง มีขนาดที่เดินขึ้นลงคนเดียวได้สบายๆ พร้อมราวจับให้ด้านข้าง

บันไดจะมีลักษณะเป็นตัว U ซึ่งจะซอยคั่นได้ค่อนข้างถี่ ทำให้อาจจะต้องเดินระวัง ถ้าข้ึนลงดึกๆก็แอบอันตรายเหมือนกัน

จากจุดนี้จะเห็นห้องค่อนข้างชัดเจน สังเกตดูว่าเขาเน้นเรื่องการรับแสงและวิวค่อนข้างมาก จากการที่เจาะช่องแสงมาให้ค่อนข้างเยอะ

พื้นที่ด้านบนจะมีแนวทางเดินยาวเข้าไป ซึ่งผนังด้านข้างไม่ได้เป็นกระจกมาให้นะครับ แต่การตกแต่งแบบนี้จะช่วยให้ห้องดูสว่างและกว้างขึ้นไปอีก นำไปใช้เป็นไอเดียในการตกแต่งได้นะ

ด้านบนจะมีพื้นที่สำหรับทำตู้เสื้อผ้าตามแนวทางเดินแบบนี้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้มีพื้นที่ใช้งานตู้ และดูกลมกลืนไปกับแนวทางเดิน

ส่วนพื้นที่ห้องนอนจะเปิดค่อนข้างโล่ง ไม่ได้แบ่งกั้นสัดส่วนห้องมาให้ ซึ่งก็จะได้เรื่องความโล่ง แต่จะเสียความเป็นส่วนตัวเรื่องของเสียง และการใช้งานเครื่องปรับอากาศที่จะทำงานหนักกว่าปกติ

ส่วนพื้นที่ด้านบนนี้จะมีระดับฝ้าที่ 2.1 เมตร แต่จะดูโล่งกว่าห้องด้านล่างเพราะได้ความโล่งจากด้านข้างและพื้นที่ด้านล่างด้วย

ด้านข้างมีกระจกรับวิวและแสงเต็มแนวมาให้ ที่ผมชอบคือจะมีแนวผนังที่สามารถติดทีวีและเครื่องปรับอากาศได้มาให้ด้วย

พื้นที่ปลายเตียงก็เหลือให้เดินได้สบายๆไม่ต้องเบียดและอันตรายอะไร

ส่วนด้านในยิ่งเหลือเยอะ สำหรับวางโต๊ะหัวเตียง หรือจะนั่งที่เตียงชมวิวภายนอกก็ได้

ด้านข้างอีกฝั่งจะมีพื้นที่ให้ใช้ทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้

ส่วนตรงกลางของห้องจะให้ไฟมา 3 ดวง ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 29 October 2019

  • ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท (ปัจจุบันราคายังไม่ออก ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมทาง Thinkofliving จะนำมาอัพเดทให้เพิ่มมากขึ้นนะครับ)
  • รูปแบบการขาย Fully Fitted
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานห้องปกติ 2.65 เมตร / ห้องเพดานสูง 4.55 เมตร
  • Kitchen & Sink / Top หินสังเคราะห์
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ MEX
  • จอง 5,000 บาท
  • ทำสัญญา 20,000 บาท
  • ค่ากองทุน 450 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

สำหรับ Pre-Sales จะเปิดวันที่ 16-17 พ.ย. นี้นะครับ โดยจะมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ครับ

ลงทะเบียน คลิกเลย


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล : โครงการ IDEO จรัญฯ 70 – ริเวอร์วิว ตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ทำให้สังเกตเห็นได้ไม่ยากและใช้งานรถสาธารณะได้สะดวก ตัวโครงการตั้งอยู่ที่ซอยจรัญฯ 70 ซึ่งเป็นช่วงระหว่างแยกบางพลัดกับสะพานพระราม 7 เดินทางได้ง่าย เพราะใกลักับสะพานทั้ง 3 แห่ง คือ สะพานพระราม 7, สะพานกรุงธนฯ(ซังฮี้) และสะพานพระราม 8 แถมยังใกล้กับทางพิเศษศรีรัชใช้เข้าเมืองและออกรอบนอกได้สะดวก นอกจากนั้นยังมีการมาถึงของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายสายบางซื่อ-ท่าพระ สถานีบางพลัดซึ่งห่างจากตัวโครงการประมาณ 300 เมตร

อีกหนึ่งความพิเศษของทำเลช่วงนี้คือจะได้รับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา และมีการเดินทางด้วยเรือมาให้ใช้บริการเป็นตัวเลือกอีกด้วย โดยมีระยะห่างจากท่าเรือข้ามฝากประมาณ 490 เมตร  สำหรับความอุดมสมบูรณ์ก็มีร้านค้าร้านอาหารกระจายอยู่รอบๆ ส่วนใหญ่จะอยู่ทางฝั่งตรงข้ามโครงการซึ่งก็ข้ามไปได้ไม่ยาก แต่ที่สำคัญคือมี Tesco Lotus จรัญสนิทวงศ์อยู่ห่างจากตัวโครงการเพียง 140 เมตร เป็นระยะที่สามารถเดินไปจับจ่ายใช้สอยหรือหาของกินได้สะดวก

การเดินทางโดยใช้รถ :  ค่อนข้างเข้าเมืองได้สะดวกเพราะใกล้สะพานสายสำคัญถึง 3 จุด มีทางด่วนพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกใช้หนีรถติดได้  ในระยะไม่เกิน 3-4 กิโลเมตร และมีถนนสายออกเมืองได้ง่ายด้วย นอกจากนั้นการตั้งอยู่บนถนนใหญ่ก็ทำให้เข้าออกได้สะดวก และเห็นสังเกตได้ง่าย ที่จอดรถประมาณ 533 คัน คิดเป็น 37.5% ไม่รวมจอดซ้อนคัน

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :  ตัวโครงการมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายสายบางซื่อ-ท่าพระ สถานีบางพลัดซึ่งห่างจากตัวโครงการประมาณ 300 เมตร ซึ่งจะเปิดให้บริการในช่วงมีนาคนปีหน้า (2563) นอกจากนั้นก็มีป้ายรถประจำทางและสะพานลอย (ป้ายรถประจำทางฝั่งตรงข้ามก็อยู่ตรงตีนสะพานลอยเช่นกัน) อยู่ในระยะประมาณ 100 เมตร แถมถนนสายนี้ก็มีรถกระป้อสีเขียว สายบางพลัด-เซนทรัลปิ่นเกล้า-ชัยพฤกษ์ ให้บริการด้วย และการที่ตัวโครงการตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่ จึงทำให้เรียกรถแท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ได้ง่าย สุดท้ายนี้ยังมีระยะห่างจากท่าเรือข้ามฝากประมาณ 490 เมตรให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางด้วย

วัสดุ : ทุกแบบห้องจะขายในรูปแบบ Fully Fitted ระดับพื้นถึงฝ้าภายในห้องแบบปกติจะอยู่ที่ 2.65 เมตร และห้องแบบเพดานสูงที่ 4.55 เมตร วัสดุพื้นภายในห้องจะให้มาเป็นพื้นไวนิล และได้เคาน์เตอร์ครัวที่ปิดผิวหน้าบานเคาน์เตอร์ด้วยลามิเนต ส่วน Top ตรงกลางปิดผิวด้วยหินสังเคราะห์ และได้เครื่องปรับอากาศมาให้ด้วยครับ (จำนวนแล้วแต่ขนาดห้อง) ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight ทั้งห้อง

การออกแบบ : ตัวโครงการตั้งรับวิวแม่น้ำทั้งสองฝั่ง ซึ่งการวางผังโดยรวมเขาค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องวิว เช่นการเลือกวางตำแหน่งห้องประเภทต่างๆ ชั้นด้านล่างที่เห็นแม่น้ำไม่ชัดนักก็มีส่วนกลางมาให้ใช้ทดแทน อาจจะเป็นเหตุผลเรื่องของการลดงบประมาณด้วย แต่ก็ทำให้ห้องโซนล่างใช้ได้ง่าย แถมยังเป็นวิวให้กับพื้นที่ห้องด้านบนด้วย ส่วนห้องชั้นสูงที่เลือกวางเป็นห้องเพดานสูงก็เหมาะสมกับรูปแบบของห้อง ที่สำหรับเน้นรับวิวแม่น้ำอย่างเต็มที่ และก็ไม่ลืมการวางพื้นที่ส่วนกลาง 2 ชั้นบน ให้ได้มีพื้นที่ส่วนกลางรับวิวแม่น้ำกันด้วย การกระจายพื้นที่ส่วนกลางแบบนี้จะช่วยทำให้ลดจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่ ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ห้องพักอาศัยมีให้เลือกหลายแบบหลายขนาด จัดมาตั้งแต่ Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus, 1 Bedroom Hybrid (ห้องเพดานสูง), 2 Bedrooms และ 1 Bedroom Type พิเศษที่มีให้ชั้นละห้อง ทำให้มีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลาย ภายในก็แบ่งสัดส่วนมาให้ชัดเจน ทั้งการกั้นฉากแบ่งโซนภายในห้อง และพื้นที่ใช้สอย การขายแบบ Fully Fitted ก็เหมาะกับคนที่ชอบจัดตกแต่งห้องเอง ห้องน้ำเน้นการใช้งานเข้าได้ 2 ฝั่งทั้งจากห้องนั่งเล่นและห้องนอน  ได้ครัวปิดจะทำให้การปรุงอาหารแล้วกลิ่นและควันไม่ไปรบกวนส่วนอื่นภายในห้อง

สาธารณูปโภค : จัดมาให้หลากหลายพื้นที่และหลายชั้นกระจายอยู่บนอาคาร แบ่งแต่ละประเภทกิจกรรมตามชั้นต่างๆ ตั้งแต่ที่ชั้น 1 ที่เป็นพื้นที่รับรองและอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่นการมี Shop ถึง 3 ร้าน (จะเป็น 7-Eleven ในอนาคต และร้านอื่นๆยังไม่สรุป) พื้นที่นั่งเล่นและห้องประชุม ส่วนที่ชั้น 6 จะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสระว่ายน้ำทั้งหมด ขึ้นมาที่ชั้น 38 จะเป็นพื้นที่ indoor และ outdoor แบ่งออกอย่างละครึ่ง กิจกรรมส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการออกกำลังกายและพื้นที่พักผ่อน ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นสวนให้ใช้ออกกำลังกาย หรือจะมาเดินพักผ่อนรับลมชมวิวได้ทั้งชั้น


Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 73,000 บาท/ตร.ม., 29 October 2019

  • ทำเล 7.75/10 – ตั้งอยู่ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ ใกล้โลตัสและรถไฟฟ้าสถานีบางพลัด ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – เดินทางสะดวก ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วน
  • ไม่ใช้รถ 8.25/10 -ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางพลัด 300 เมตร ติดถนนใหญ่เรียกใช้รถง่าย มีท่าเรือเป็นตัวเลือก
  • วัสดุ 7.5/10 – Fully Fitted ให้มาตามมาตรฐานโครงการแถวนี้
  • แบบ 8/10 – คำนึงถึงวิวแม่น้ำ กระจายพื้นที่ส่วนกลางตามจุดต่างๆ มีห้องให้เลือกหลายแบบ
  • สาธารณูปโภค 8.25/10 – มี Shop ภายใน มีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้หลากหลาย รวมถึง Roof Top ด้วย
  • MAIN CLASS
  • 7.9 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการนี้เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดบนถนนจรัญสนิทวงศ์ วิวแม่น้ำ ใกล้ MRT บางพลัด 300 ม. และมีการเดินทางสาธารณะครบทุกรูปแบบ ภายในมีร้านค้าและพื้นที่ส่วนกลางให้เลือกใช้เยอะ ห้องพักอาศัยก็มีให้เลือกหลายรูปแบบตั้งแต่ Studio – 2 Bedroom ขายในแบบ Fully Fitted เหมาะกับคนชอบแต่งห้องเอง มีงบประมาณ 1.59 – 5 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 12,000 – 35,000 บาท/เดือน


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving