รีวิวฉบับที่ 1875 … กลับมาอีกครั้งกับโครงการภายใต้แบรนด์ Groove ซึ่งเป็นโครงการที่ 3 แล้วนะคะ กับโครงการ GROOVE VIBES ลาดพร้าว 18 จากบริษัท กรู๊ฟ คอนโด แอล18 จำกัด (บริษัทในเครือ ดิวายน์ ดิเวลลอปเมนท์ โฮลดิงส์ จำกัด)เป็นคอนโด Low Rise ที่ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 18 ที่ห่าง MRT ลาดพร้าว ประมาณ 750 เมตร โดยความพิเศษคือจะมีห้องแบบ Loft  ฝ้าเพดานสูง รวมถึงมีแปลนห้องให้เลือกหลากหลายเเบบ ในราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.99 ล้านบาท รายละเอียดโครงการจะเป็นอย่างไร ตามอ่านกันเลยนะคะ > <

Fact @ 29 May 2019

  • GROOVE VIBES LADPRAO 18 (กรู๊ฟ ไวบส์ ลาดพร้าว 18)
  • บริษัท กรู๊ฟ คอนโด แอล18 จำกัด (บริษัทในเครือ ดิวายน์ ดิเวลลอปเมนท์ โฮลดิงส์ จำกัด)
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ซอยลาดพร้าว 18 เขตจตุจักร
  • ที่ดินประมาณ 1-0-51 ไร่
  • คอนโด Low Rise 7 ชั้น 1 อาคาร 217 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 32 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณคิดเป็น 45%

  • ที่จอดธรรมดา 12 คัน
  • ที่จอดรถอัตโนมัติ 86 คัน

  • เริ่มก่อสร้าง : Q1 / 2563
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q2 / 2564
  • 1 Bedroom 20.28 – 25.40 ตร.ม. จำนวน 95 ยูนิต
  • 1 Bedroom Plus 28.42 – 35.35 ตร.ม. จำนวน 52 ยูนิต
  • Loft 1 Bedroom 20.10 – 25.40 ตร.ม. จำนวน 40 ยูนิต
  • Loft 1 Bedroom Plus 1 WC 28.02 – 30.00 ตร.ม. จำนวน 4 ยูนิต
  • Loft 1 Bedroom Plus 2 WC 27.13 – 35.35 ตร.ม. จำนวน 20 ยูนิต
  • 1 Bedroom Villa 25.99 ตร.ม. จำนวน 6 ยูนิต
  • ฝ้าเพดานสูง 2.55 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท
  • ช่วงราคาอยู่ที่ 1.99-5.33 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVERAGE ประมาณ 108,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 095-141-5566
  • สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด Google Maps : 13.8028741,100.567811
    หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

    แผนที่จากทางโครงการค่ะ

    โครงการ GROOVE VIBES ลาดพร้าว 18 เป็นคอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 18 เข้าจากปากซอยไปประมาณ 550 เมตร เป็นระยะที่เดินได้สบายๆ ตัวโครงการอยู่ห่างจาก MRT ลาดพร้าว ประมาณ 750 เมตร (ทางออกที่ 2)

    สำหรับที่ตั้งโครงการจะอยู่ในช่วงลาดพร้าวตอนต้น ระหว่างห้าแยกลาดพร้าว กับแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว ซึ่งช่วงนี้จะไม่ติดเท่ากับช่วงลาดพร้าวตอนกลางและตอนปลายนะ เพราะมีซอยลัดเลาะไปเยอะ อย่างตัวโครงการเองก็มีทางออกให้เลือกหลากหลายเส้น เช่นถ้าออกถนนลาดพร้าวก็มีทั้ง 18, 20, 26 ที่เลือกใชได้ตามใจชอบ ถัดมาที่วิภา ก็ใช้ซอยวิภาวดี 20 และ 16 รวมถึงซอยรัชดา 19 ที่ขับไปออกถนนรัชดาภิเษกได้อีกด้วย ถือว่าได้เปรียบเรื่องการเดินทางเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีรถผ่านเข้า-ออกตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศไม่เปลี่ยวมากนัก แต่เนื่องจากซอยนี้ไม่ได้ใหญ่มาก เป็นถนนวิ่งสวนกัน 2 เลน ไม่มีทางเท้าแบ่งชัดเจน เวลาเดินเข้า-ออก ต้องระมัดระวังกันหน่อยนะคะ

    สภาพแวดล้อม ภายในซอยนี้ส่วนมากเป็นอพาร์ทเม้นท์และคอนโด Low Rise ส่วนฝั่งที่ติดถนนใหญ่ลาดพร้าวจะเป็นตึกแถวและคอนโด High Rise เรียงกันไป ส่วนเรื่องความอุดมสมบูรณ์ ภายในซอยค่อนข้างคึกคัก มีร้านค้า ร้านอาหาร รวมถึงร้านสะดวกซื้อทั้ง 7-11 และ Mini Mart ตลอดทั้งซอย ทำให้หาของกินได้ง่าย ซึ่งจะแตกต่างจากลาดพร้าวบางซอยที่มีแต่บ้านพักอาศัยเท่านั้น หรือถ้าออกจากซอยไปใกล้ที่สุดจะเป็น BigC Extra , HomePro อยู่ในระยะที่เดินข้ามสะพานลอยไปนิดหน่อยก็ถึง ส่วนถ้าขยับออกไปหน่อยจะมีย่านสำคัญ 2 จุด ได้แก่

    จุดแรกคือถนนรัชดาภิเษก ที่สามารถนั่งรถไฟฟ้า MRT ไปได้ แหล่งช้อปปิ้งก็จะมี สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก, เซ็นทรัลพระราม 9, เอสพลานาด, ตลาดรถไฟรัชดาภิเษก,The Street เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแหล่งงานใหญ่ๆ อย่าง ตลาดหลักทรัพย์ (SET) , AIA ,Unilever , G Tower, เมืองไทยภัทร เป็นต้น

    ส่วนอีกจุดคือไปแถวห้าแยกลาดพร้าว และถนนวิภาวดีรังสิต ยกตัวอย่างเช่น Union Mall, เซ็นทรัลลาดพร้าว, ตลาดนัดสวนจตุจักร , ตลาด อ.ต.ก , ตลาดการบินไทย รวมถึงมีแหล่งงานใหญ่ๆ อย่าง การบินไทย , ไทยรัฐ , อาคารซันทาวเวอร์ , อาคารเล้าเป้งง้วน 1 เป็นต้น นอกจากนั้นยังใกล้กับสวนจตุจักร , สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของคนย่านนี้อีกด้วย รวมๆถือว่าอุดมสมบูรณ์ใช้ได้เลยนะคะ

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : เนื่องจากโครงการอยู่ในซอยลาดพร้าว 18 เป็นซอยที่เชื่อมได้หลากหลายเส้นทาง ทำให้มีรถสาธารณะผ่านไปมาตลอดเวลา รวมถึงด้านหน้าโครงการยังมีพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้เลือกใช้บริการอีกด้วย หรือถ้าใครชอบใช้รถประจำทาง ก็สามารถออกมาเรียกบริเวณหน้าปากซอยได้ เนื่องจากเส้นลาดพร้าวจะมีทั้งรถเมล์ และรถตู้โดยสารประจำทาง วิ่งผ่านเส้นนี้เยอะมากเหมือนกัน

    นอกจากนี้ยังสามารถใช้ MRT สถานีลาดพร้าวซึ่งเป็นจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองอ่อนในอนาคต “รัชดา-พัฒนาการ” ที่ปัจจุบันอยู่ในระหว่างก่อสร้างแล้ว ซึ่งสถานีจะอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 750 เมตร ที่สามารถใช้ทางออกหมายเลข 2 เพื่อมาโครงการได้ หรือถ้าใครไม่อยากเดิน ทางโครงการจะมี Shutter Service ไว้ให้บริการอีกด้วยนะคะ หรือถ้านั่งไป 1 สถานีจะเป็นสถานีพหลโยธิน ซึ่งจะเป็นจุด Interchange กับ BTS สายสีเขียวอ่อน ที่เป็นส่วนต่อขยาย “หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต” ซึ่งปัจจุบันสร้างเสร็จเกือบ 100% แล้ว คาดว่าจะเปิดให้บริการบางส่วนได้ในปี 2563 ค่ะ

    การเดินทางโดยใช้รถ ถือว่าค่อนข้างสะดวก เนื่องจากคนแถวนี้นิยมใช้หนีรถติด ที่ไม่ต้องไปผ่านบริเวณแยกรัชดาฯ -ลาดพร้าว หรือห้าแยกลาดพร้าว สำหรับทางด่วนที่ใกล้กับโครงการจะมีทั้งทางยกระดับอุตราภิมุข( Toll way) และทางด่วนพิเศษศรีรัช ซึ่งจะมีจุดขึ้น-ลงอยู่ที่ถนนวิภาวดีรังสิตนะคะ

    จากโครงการสามารถออกไปทางถนนหลักต่างๆได้ ทั้งไปยังย่านรัชดาฯ-พระราม 9 ที่มีแหล่งอาคารสำนักงานอยู่หลายแห่ง หรือวิ่งตรงไปยังเส้นเพชรบุรี อโศก เชื่อมต่อไปจนถึง ทองหล่อ เอกมัยได้ และสามารถเดินทางไปยังถนนวิภาวดี – รังสิต ซึ่งก็เป็นอีกแหล่งอาคารสำนักงานที่อยู่ใกล้กับที่ตั้งโครงการเช่นกัน

    • เส้นที่ 1 ขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุขที่มีจุดขึ้นแถวห้าแยกลาดพร้าว(หน้าปตท. สำนักงานใหญ่)

    • เริ่มจากโครงการ > ขับตรงไปตามทางไปออกถนนลาดพร้าว > ออกมาแล้วให้เลี้ยวซ้ายวิ่งตามป้ายไป เพื่อวิ่งไปถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก (ซึ่งต้องกลับรถเล็กน้อย) > ขับตามทางไปจะเจอด่านเก็บเงินขึ้น Toll way มีระยะทางประมาณ 3.4 กิโลเมตร

    • เส้นที่ 2 ขึ้นทางด่วนพิเศษศรีรัช ที่มีจุดขึ้นลงทางด่วนอยู่ที่ถนนวิภาวดีรังสิต

    • เริ่มจากโครงการขับไปซอยลาดพร้าว 18 แยก 10 ที่อยู่ด้านข้างโครงการ > ขับตามป้ายวิภาวดี-รังสิต 20 ไปเรื่อยๆ > เมื่อออกมาถนนใหญ่ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิภาวดี-รังสิต > ตรงไปตามทางจะเจอป้ายขึ้นทางด่วนด่านดินแดง ซึ่งความพิเศษของด่านนี้ จะสามารถไปได้ทั้งฝั่ง “พระราม9 – แจ้งวัฒนะ” และ “บางนา-ดาวคะนอง” ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางมากยิ่งขึ้น มีระยะทางประมาณ 5.7 กิโลเมตร

    การเดินทางในวันนี้ : เราเริ่มจากถนนวิภาวดี-รังสิต (ก่อนห้าแยกลาดพร้าว) > ให้ขับข้ามสะพานเพื่อเข้าถนนพหลโยธิน (แถวเซ็นทรัลลาดพร้าว) > หลังจากนั้นให้ชิดซ้าย เพื่อขึ้นสะพานไปลงถนนลาดพร้าว > ลงมาแล้ว ให้ขับตามทางไปเรื่อยๆ > แล้วให้เตรียมกลับรถ (จุดที่ 2) > กลับรถมาแล้วให้ชิดขวา เพื่อเลี้ยวเข้าซอยลาดพร้าว 18 > เมื่อเข้ามาในซอยแล้ว ให้ขับตามทางไปประมาณ 550 เมตร > จะเห็น Sale Gallery อยู่ทางขวามือค่ะ

    เริ่มจากถนนวิภาวดี-รังสิตฝั่งมุ่งหน้าไปห้าแยกลาดพร้าว ให้ขับตามป้าย รัชโยธิน-ลาดพร้าวไปนะคะ

    ขับตรงไปตามทางจะมีสะพาน 2 ฝั่ง ให้เราขึ้นฝั่งขวาจะไปโผล่ที่ถนนพหลโยธินค่ะ ส่วนสะพานฝั่งซ้ายเป็นสะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าวนะคะ

    หลังจากลงสะพานแล้วให้เราพยายามชิดซ้าย เพื่อขึ้นอีกสะพานที่จะวนไปยังถนนลาดพร้าวค่ะ ถ้าใครสับสนให้ดูป้ายดีๆนะคะ > <

    หลังจากนั้นให้เลี้ยวซ้ายวนขึ้นตามทางไปเลยนะคะ

    หลังจากนั้น เราจะมาโผล่ที่ถนนลาดพร้าวแล้ว สังเกตฝั่งซ้ายมือจะเป็น Union Mall นะคะ

    ขับตามทางมาเรื่อยๆ สังเกตฝั่งซ้ายจะเป็น Big C Extra ให้เราเตรียมชิดขวาไว้เลยนะคะ

    ขับตรงมาเรื่อยๆ จะมีทางให้กลับรถไปอีกฝั่งค่ะ ซึ่งตรงนี้เวลากลับให้เรากลับไปเลนซ้ายสุดเลยค่ะ

    หลังจากกลับมานิดเดียว จะมีปากซอยลาดพร้าว 18 อยู่ ให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าไปได้เลยค่ะ

    บริเวณปากซอยลาดพร้าว 18 จะมีวินมอเตอร์ไซด์ให้บริการอยู่ ปากซอยจะคึกคักหน่อย มีร้านค้า ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้ออยู่เยอะ

    วิ่งตรงเข้ามาเรื่อยๆ ก็ยังมีร้านค้าอยู่ตลอดเส้นทาง มีทั้งร้านขายอาหารสด และร้านขายผักผลไม้ เป็นตลาดสดเล็กๆให้พอเลือกซื้อของกันได้ รวมถึงยังมีร้านสะดวกซื้อตลอดทางเลยค่ะ

    หลังจากนั้นให้ขับตามทางมาเรื่อย ทางเข้า Sale Gallery และที่ตั้งโครงการจะอยู่ทางขวามือนะคะ ตรงจากปากซอยเข้ามาประมาณ 550 m. ค่ะ

    มาดูกันที่ Sale Gallery กันค่ะ ถูกออกแบบมาเป็นอาคารเรียบๆ โดยใช้โทนสีซาฮาร่าที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับโครงการนี้เลยนะคะ

    ภายใน Sale Gallery ถูกตกแต่งด้วยแผ่นอลูมิเนียมเหล็กเจาะรู เล่น Pattern แบบเดียวกับหน้าตา Fin ของอาคาร ปัจจุบันทางโครงการเปิดให้เข้าชม และจองห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใครที่สนใจโครงการสามารถเข้าไปดูห้องตัวอย่าง และสอบถามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมกันได้เลยค่ะ

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    บริเวณโดยรอบโครงการ GROOVE VIBES ลาดพร้าว 18 ทางเข้า-ออกหลักของโครงการจะอยู่ในซอยลาดพร้าว 18 แยก 10 ภาพรวมทิศโดยรอบและสิ่งปลูกสร้างโดยรอบของโครงการ ประกอบด้วย

    ทิศเหนือ ติดกับ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ถัดไปเป็นอาคารพาณิชย์สูง 8 ชั้น
    ทิศตะวันออก ติดกับ คอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น
    ทิศใต้ ติดกับ ซอยลาดพร้าว 18 แยก 10 (ทางเข้าโครงการ) ถัดไปบ้านเดี่ยว 2 ชั้น
    ทิศตะวันตก ติดกับ อาคารพาณิชย์สูง 8 ชั้น

    บริเวณโดยรอบที่ตั้งโครงการมีสิ่งปลูกสร้างรอบๆ จะมีอาคารสูง 8 ชั้น สลับกับบ้านพักอาศัย จะได้วิวเปิดโล่งในทางทิศเหนือและใต้ โดยภาพรวมยังเป็นทำเลย่านพักอาศัย มีร้านค้าและร้านสะดวกซื้อในระยะเดินโดยรอบ ไม่มีแหล่งเสื่อมโทรม หรือแหล่งที่เกิดมลภาวะต่างๆที่จะรบกวนการอยู่อาศัยค่ะ

    ทิศตะวันออก ติดกับ คอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น ที่มีระยะห่างไม่มาก ส่งผลให้เวลาอยู่อาศัยอาจจะมองเห็นกันค่ะ

    เดินออกมาทางหน้าปากซอยลาดพร้าว 18 บริเวณแยกจะมีพี่วินมอเตอร์ไซด์ รอให้บริการอยู่ ซึ่งถ้าใครรีบๆ จะนั่งวินไปหน้าปากซอยก็จะเสียเงินประมาณ 10 บาทเองเท่านั้นค่ะ

    สำหรับทางเข้าโครงการของจริง จะอยู่ในซอยลาดพร้าว 18 แยก 10 นะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้รถติดออกมาบริเวณนอกโครงการ เนื่องจากโครงการเป็นที่จอดแบบ Auto Parking ทำให้เวลาจอดรถพร้อมกันหลายๆคัน อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยค่ะ

    ทิศใต้ ติดกับ ซอยลาดพร้าว 18 แยก 10 ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ทำให้วิวฝั่งนี้ค่อนข้างโล่งทีเดียวค่ะ

    ทิศตะวันตก ติดกับ อาคารพาณิชย์สูง 8 ชั้น ที่มีระยะห่างไม่มาก ส่งผลให้เวลาอยู่อาศัยอาจจะมองเห็นกันค่ะ

    ทิศเหนือ ติดกับ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ถัดไปเป็นอาคารพาณิชย์สูง 8 ชั้น เป็นวิวที่ยังโล่งอยู่ เนื่องจากตึก 8 ชั้น ยังไม่ได้อยู่ในระยะประชิดมากนัก

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

    • Family Mart ~ 190 ม.
    • 7-11 ~ 150 ม.
    • Big C Extra ~ 1.4 กม.
    • ยูเนียนมอลล์ ~1.5 กม.
    • สวนลุมไนท์พลาซ่ารัชดา ~ 1.6 กม.
    • เซ็นทรัลลาดพร้าว ~ 2.4 กม.
    • โรงเรียนหอวัง ~ 2.4 กม.
    • สวนจตุจักร ~ 2.8 กม.
    • Tesco Lotus ~ 3.0 กม.
    • สวนรถไฟ ~ 3.0 กม.


    เจาะลึกตัวโครงการ

    โครงการ GROOVE VIBES ลาดพร้าว 18 เป็นคอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น จำนวน 217 ยูนิต ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 18 ซึ่งทางเข้าหลักจะอยู่ในซอยลาดพร้าว 18 แยก 10 โครงการนี้ตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 1 ไร่ 51 ตารางวา มีห้องทั้งแบบ 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus และจุดเด่นเลยคือมีห้องแบบ Loft เพดานสูง ที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นมากนักในโครงการละแวกนี้ โดยโครงการนี้จะขายเป็นแบบ Fully Furnished ให้ Furniture ครบทุกชิ้น เเละเพิ่มระบบ Home Automation ให้ด้วยค่ะ

    Concept ของโครงการนี้มีชื่อว่า “Urban modern life for design mania” ซึ่งเป็นเเนวคิดในการออกแบบในลักษณะ Retro futurism (เรทโทร ฟิวเจอร์ริซึ่ม) ซึ่งเป็นการใช้กลิ่นอายของสถาปัตยกรรมในยุค Modern มาพัฒนาและลดทอนองค์ประกอบให้เกิดรูปแบบอาคารที่ดูล้ำสมัย เริ่มตั้งแต่ออกแบบ Fin บังแสง ด้วยแผ่นอลูมิเนียมเหล็กเจาะรู เล่น Pattern เพื่อความสวยงาม และไม่น่าเบื่อ ซึ่ง Fin นี้สามารถเปิด-ปิดได้ ทำให้ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามใจชอบ รวมถึงมีการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางไปในทางเดียวกัน

    จาก Master Plan ทางเข้าหลักโครงการติดกับซอยลาดพร้าว 18 แยก 10 ที่จอดรถของโครงการนี้จะมีอยู่ 2 ส่วนคือส่วนที่ On Ground จำนวน 12 คัน และที่จอดรถแบบ Automatic Parking อีก 86 คัน ที่ชั้น 2-6 รวมแล้วอยู่ที่ 45% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตพักอาศัยของทั้งโครงการ ถือว่ากลางๆ เป็นทำเลที่เหมาะกับการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และรถยนต์ส่วนตัวเลย

    พื้นที่ชั้น 1 นี่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนทางเดินรถและที่จอดรถ ส่วนอีกครึ่งนึงจะเป็นพื้นที่ภายในอาคารและยูนิตพักอาศัยค่ะ บริเวณด้านข้าง Auto Parking จะเป็น Lobby ของโครงการค่ะ ซึ่งมีบันไดสามารถเดินลงไปชั้น Facilities ที่ Basement ได้นะคะ ส่วนอีกทางจะอยู่ตรงกลางระหว่าง Auto Parking ทั้ง 2 ประตู จะเป็น Core ลิฟต์ ซึ่งบริเวณนี้ต้องใช้ Key-Card ในการเข้า-ออกแล้วค่ะ ลิฟต์โดยสารจะมีให้มา 2 ตัว อัตราส่วนจะอยู่ที่ 108 : 1 ถือว่ากลางๆค่อนไปทางหนาแน่นค่ะ

    ที่ชั้นนี้ก็จะเริ่มมียูนิตพักอาศัยเเล้วนะคะ โดยจะมีอยู่ทั้งหมด 19 ยูนิต เน้นไปที่แบบ 1 Bedroom (สีน้ำตาลอ่อน) และมี 1 Bedroom Plus ประมาณ 4 ยูนิตค่ะ สำหรับส่วนที่เป็นห้องพักอาศัย จะมีประตูกันอีกชั้นนึง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวให้กับคนที่อยู่ชั้นนี้ค่ะ โดยทางเดินหน้าห้องพักก็จะเป็น Single Corridor ซึ่งจะได้ไม่ต้องเปิดมาเจอกับเพื่อนบ้าน แต่ทางเดินจะไม่มีหน้าต่างเปิดออกด้านนอก ทำให้ต้องเปิดไฟช่วยตลอด ที่อาจจะส่งผลกับค่าส่วนกลางในอนาคตนะคะ

    จุดเด่นของโครงการเลยคือ Facilities ที่ให้มาเต็มพื้นที่ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “Good Community ก้าวสู่อีกโลกแห่งความล้ำสมัย ที่จะเปลี่ยนนิยามการใช้ชีวิตไปสู่อีกมิติที่น่าค้นหา” โดยตกแต่งด้วยสไตล์ Retro ผสม Modern ให้ความ Luxury มากยิ่งขึ้น นอกจาก Facilities หลักๆ เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส แล้ว ก็มีฟังก์ชันเพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์คนสมัยใหม่ที่ส่วนใหญ่ที่นิยมมีธุรกิจเล็กๆ เสริมจากกงานประจำ ทางโครงการจึงได้เตรียมพื้นที่ เช่น Co-Working Space, Library มาให้ และ Option เสริมอย่าง Game Room และ Play Cave ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การผ่อนคลายของคนรุ่นใหม่ ซึ่งบรรยากาศจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวไปดูใน Perspective กันต่อนะคะ

    บรรยากาศภายใน Groove Facilities ที่ถูกออกแบบมาด้วยโทนสีซาฮาร่าที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับโครงการ นอกจากนี้ยังใช้แผ่นอลูมิเนียมเหล็กเจาะรู เล่น Pattern แบบเดียวกับ Facade อาคารเลย เพื่อคุ้มโทนให้ไปในทางเดียวกันค่ะ

    ส่วนสระว่ายน้ำระบบน้ำแร่ ที่มีความยาวถึง 24 เมตร ที่ว่ายน้ำออกกำลังกายได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังมี Jacuzzi ให้นั่งผ่อนคลายอีกด้วย ข้อดีสำหรับ Indoor Pool คือสามารถใช้ได้ทุกเวลา ไม่ต้องตากแดด หรือเวลาฝนตกก็ใช้งานได้นะคะ

    นอกจากนี้ส่วนของห้อง Fitness ถูกล้อมรอบด้วยกระจกทรงสูงจากพื้นถึงฝ้าทั้ง ทำให้สามารถชมวิวสระว่ายน้ำขณะออกกำลังกายได้เต็มที่

    ถัดมาในส่วนของ Co-working Space ซึ่งตกแต่งมาในสไตล์ Modern Luxury พร้อมที่นั่งหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามใจชอบค่ะ

    ต่อมาที่ห้อง Play Cave สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมกับเพื่อน ให้มีพื้นที่ได้ผ่อนคลายเต็มที่

    สุดท้ายคือส่วนของ E-Gamer Room ที่ปัจจุบันค่อนข้างเป็นที่นิยม เนื่องจากมีความสมจริงสูง ซึ่งทางโครงการก็เตรียมพื้นที่มาให้ ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นในคอนโดอื่นมากนักนะคะ

    ขึ้นมาที่ชั้น 2-5 จะเป็นยูนิตพักอาศัยทั้งหมด 32 ยูนิต โดยจะเน้นห้องแบบ 1 Bedroom ไปไว้ทางทิศเหนือ และห้องแบบ 1 Bedroom Plus ทางทิศใต้ ซึ่งแต่ละห้องจะมีขนาดที่แตกต่างกันไปตาม Form ของอาคาร ทำให้มีตัวเลือกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีห้องพิเศษอยู่ตรงกลาง Corridor ซึ่งจะมีเพียง 2 ห้อง ที่ออกแบบมาค่อนข้างแปลกไม่ค่อยได้เห็นในคอนโดอื่นๆมากนัก โครงการออกแบบมาให้ช่องแสงส่วนตัว แต่จะไม่ได้ช่องเปิด ทำให้ต้องระวังเรื่องการระบายอากาศภายในห้องหน่อยนะคะ รวมถึงจะไม่ได้เห็นวิวเหมือนกับห้องอื่นๆด้วย เรามองว่าน่าจะเหมาะกับคนที่เน้นอยู่อาศัย ไม่ต้องเว้นพื้นที่บริเวณหน้าต่าง ใช้พื้นที่ได้เต็มที่ และไม่ได้เน้นวิวมากนัก

    ส่วนทางเดินจะเป็นแบบ Single Corridor เนื่องจากตรงกลางจะเป็นพื้นที่ Auto Parking นอกจากนี้ทางเดินจะไม่มีหน้าต่างระบายออกด้านนอกเลย ทำให้ต้องเปิดไฟช่วยตลอดทั้งวันนะคะ สำหรับตำแหน่งลิฟต์จะมีจุดเดียวที่ค่อนไปทางด้านซ้ายของโครงการ ห้องที่อยู่ด้านขวาก็อาจจะเดินไกลหน่อย แต่ก็ถือว่าเดินไปได้ไม่ไกลมากนัก นอกจากนี้ทางเดินยังเป็นวงกลม เราสามารถเดินทางซ้ายหรือขวาก็ได้ตามความสะดวกของแต่ละคนเลย

    สำหรับชั้นที่ 6 จะเป็นห้อง Loft ทั้งหมด ทำให้ชั้นนี้จะมีความสูงมากกว่าชั้นอื่นๆ โดยชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยเต็มชั้นที่ 32 ยูนิต โดยจะมีทั้งห้อง Loft 1 Bedroom, Loft 1 Bedroom Plus+1 Toilet และ Loft 1 Bedroom Plus+2 Toilet ซึ่งนอกจากความสูงห้องแล้ว รายละเอียดอย่างอื่นยังเหมือนกับชั้นที่ 2-5 เลยนะคะ

    ถัดขึ้นมาชั้นที่ 7 จะเป็นห้อง Loft ทั้งหมด ทำให้ชั้นนี้จะมีความสูงมากกว่าชั้นอื่นๆ โดยชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยเต็มชั้นที่ 38 ยูนิต โดยจะมีทั้งห้อง Loft 1 Bedroom, Loft 1 Bedroom Plus+1 Toilet และ Loft 1 Bedroom Plus+2 Toilet ซึ่งนอกจากความสูงห้องแล้ว รายละเอียดอย่างอื่นยังเหมือนกับชั้นที่ 2-5 เลยนะคะ รวมถึงยังมีห้องตรงกลางเพิ่มขึ้นมาอีก 6 ห้องคือ One Bedroom Villa คือจะมีอ่างอาบน้ำแบบ Outdoor และพื้นที่สวนมาให้ในห้องอีกด้วย โดยมีช่องแสงที่เจาะจากชั้น Roof Top มาให้ แต่จะไม่มีช่องเปิดทำให้ต้องระวังเรื่องการระบายอากาศภายในห้อง รวมถึงยังไม่มีหน้าต่างติดด้านนอก น่าจะเหมาะกับคนเน้นอยู่อาศัยไม่เน้นวิวภายนอกค่ะ

    ตัวอย่างโมเดลบริเวณด้านทิศตะวันออก สำหรับตัวผู้เขียนคิดว่า ห้องที่หันมาทางฝั่งนี้จะไม่ค่อยได้วิวมากนัก เนื่องจากมีคอนโดสูง 8 ชั้น บังวิวพอดีค่ะ ซึ่งเป็นมุมที่ห้องพักอาศัยจะหันประชันหน้ากับห้องพักอาศัยของโครงการอื่น เวลาใช้งานอาจจะต้องระวังกันด้วยนะคะ

    นอกจากนี้ถ้าสังเกตบริเวณ Facade อาคาร จะมีแผ่นเหล็กที่เจาะรูมาให้ ซึ่งสามารถเปิด-ปิดได้ตามต้องการ ช่วยป้องกันแสงแดดที่จะเข้าห้องได้โดยตรง รวมถึงยังได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น แต่จะไม่ได้ทุกห้อง เวลาเลือกห้องต้องสอบถามทางโครงการอีกทีนะคะ

    ตัวอย่างโมเดลบริเวณด้านทิศใต้ เป็นวิวที่ดีที่สุดของโครงการ เนื่องจากติดกันเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น รวมถึงยังไม่มีอาคารสูงในระยะประชิด ทำให้ได้วิวค่อนข้างโล่งทีเดียว เวลาอยู่แล้วจะไม่อึดอัดค่ะ นอกจากนี้ความพิเศษของชั้นที่ 7 หลังคาจะเป็นแบบเอียงเล็กน้อย ทำให้ตอนกลางคืนเราสามารถนอนดูดาวได้เต็มที่ แต่ในช่วงกลางวันอาจจะต้องหาผ้าม่านมาติดเพิ่มเติมด้วยนะคะ นอกจากนี้ยังได้ระเบียงกว้างเต็มพื้นที่อีกด้วยค่ะ

    ตัวอย่างโมเดลบริเวณด้านทิศตะวันตก ห้องที่หันออกมาทางนี้จะติดกับอาคารพาณิชย์สูง 8 ชั้น เรียกได้ว่าค่อนข้างประชิดเลย ซึ่งเวลาอยู่อาศัยอาจจะไม่เป็นส่วนตัวมากนัก ใครที่จะเลือกห้องฝั่งนี้ เราแนะนำให้ติดผ้าม่านเพิ่มเติมด้วยนะคะ

    ตัวอย่างโมเดลบริเวณด้านทิศเหนือ ยังได้วิวเปิดโล่งอยู่ เนื่องจากติดกับบ้านเดี่ยว 2 ชั้นเช่นเดียวกับทางทิศใต้ แต่ถัดไปจะเป็นอาคารสูง 8 ชั้น ซึ่งจะบังวิวห้องอยู่นะคะ แต่ถือว่าไม่อึดอัดมากนัก

    สุดท้ายที่ชั้นแปลน Roof Top จะเป็นพื้นที่สวนหย่อมขนาดใหญ่แบบเต็มพื้นที่ พร้อมที่นั่งพักผ่อน ไว้นั่งดูวิวมุมสูงของโครงการได้ บริเวณเส้นปะสีแดง ทางโครงการได้เจาะช่องมาให้ สำหรับฝั่งขวามือจะเจาะลงไปถึงชั้นที่ 2 เลย (บริเวณตรงกลาง Corridor) ส่วนฝั่งซ้ายมือจะมีช่องแสงส่วนตัวสำหรับห้อง One Bedroom Villa ค่ะ

    ตัวอย่างโมเดลบริเวณ Roof Top จะเห็นได้ว่าจะมีช่องแสง เพื่อช่วยห้องที่อยู่ตรงกลาง Corridor ให้ได้รับแสงธรรมชาติ ซึ่งยังไม่ค่อยได้เห็นในโครงการอื่นๆมากนัก

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • Lobby
    • Mailbox
    • Facilities

    • CO-WORKING SPACE
    • E-GAMER ROOM
    • PLAY CAVE
    • GROOVE BOX CAFÉ
    • MINERAL POOL + JACUZZI ยาว 24 เมตร
    • FIT CLUB
    • ACTIVE STUDIO

  • สวนหย่อมที่ชั้นดาดฟ้า
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 108 :  1
  • ที่จอดรถประมาณคันคิดเป็น 45%
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card

  • Product Walkthrough

    ห้องตัวอย่างห้องแรกเป็นห้องแบบ Loft 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ 30.13 ตร.ม. มีจุดเด่นตรงที่เป็นห้องเพดานสูง Higher Ceiling ด้านบนทำเป็นชั้นลอย ได้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน 2 ชั้น มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าประมาณ 4.45 เมตร โครงการจัดมาให้แบบ Fully Furnished ซึ่งห้องนี้เป็นลักษณะห้องหน้ากว้าง ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติ และชมวิวได้เต็มที่ 

    เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ห้องนั่งเล่น ที่เชื่อมต่อออกไปยังพื้นที่ระเบียง รวมถึงฝ้าเพดานสูง ทำให้ห้องโล่งและโปร่งทีเดียว นอกจากนี้ฝั่งซ้ายมือยังมีพื้นที่เหลือ จะวางโต๊ะทำงานหรือตู้รองเท้าก็ได้ แล้วแต่ lifestyle ของแต่ละคนนะคะ ส่วนฝั่งขวามือจะมีทางเข้าห้องครัวปิด ที่มีประตูบานเลื่อนกั้นแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วน ทำให้สามารถทำอาหารจริงจังได้ ซึ่งทางโครงการติดตั้ง Hood ดูดอากาศมาให้เรียบร้อย ส่วนห้องน้ำจะอยู่ใต้ชั้นลอย ที่มีขนาดใหญ่ทีเดียว ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่การใช้งานโซนเปียกและโซนแห้งชัดเจน พร้อมอุปกรณ์ภายในห้องน้ำหลักๆครบตามที่ต้องใช้งาน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เหลือสามารวางเครื่องซักผ้าได้อีกด้วย

    ขึ้นมาที่ชั้นลอยจะเป็นพื้นที่ห้องนอน ที่มีความสูงสามารถยื่นได้สบายๆ บริเวณด้านบนทางโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อย รวมถึงวางเตียง 5 ฟุตได้สบายๆ ซึ่งทางโครงการให้ฐานมาด้วยนะ แค่เอาฟูกมาวางก็อยู่อาศัยได้แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถนอนดูวิวได้อีกด้วยนะ เนื่องจากกระจกฝั่งตรงข้ามจะมีความสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้าเลยนะคะ > <

    สำหรับห้องทุกห้องนั้นจะได้ Digital Door Lock จาก LILIWISE โดยรุ่นนี้รองรับการเปิดเข้าทั้ง 4 แบบ รหัส PIN, กุญแจ, สแกนนิ้ว และ Keycard

    โดยความพิเศษของตัวโครงการจะให้ตัว Home Automation มาให้ เป็นตัวรับคำสั่งผ่าน Smart Home App ของโครงการ ซึ่งภายใน App จะมีระบบ Control Lights สำหรับเปิด-ปิดไฟภายในห้อง รวมถึงระบบ Control Air-Condition สำหรับเปิด-ปิดแอร์ในห้องได้อีกด้วย ข้อดีคือเราสามารถใช้งานจากบนเตียงได้เลยนะ และยังสามารถทำอย่างอื่นได้อีกนะคะ ไปลองดูของจริงกันได้

    เข้ามาภายในเจอกับส่วน Common Area ก่อนเลย ซึ่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่เชื่อมต่อไปกับพื้นที่ระเบียง ทำให้ได้รับแสงและวิวได้เต็มที่ พร้อมทั้งฝ้าเพดานแบบ Double สูง 4.45 ม. ซึ่งเป็นการเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับตัวห้องมากขึ้น ส่วนผนังเเละฝ้าเพดานของจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ สำหรับห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว ขนาด 12,000 BTU

    พื้นห้องเป็นพื้น Smart Vinyl หนา 3 มม. โดยข้อดีของพื้น Smart Vinyl นั้นคือสามารถทนรอยขีดข่วนต่างๆ ได้พอสมควร รวมไปถึงสามารถทนน้ำ/ความชื้นได้มากกว่าพื้นลามิเนตมาตรฐานทั่วไป และตัวพื้นเองมีความนุ่มเล็กน้อยเวลาเดินแล้วสบายเท้าค่ะ โดยมีระยะห่างทีวีประมาณ 1.84 เมตร สำหรับขนาดของทีวีที่เหมาะสมกับความกว้างของพื้นที่นี้จะอยู่ที่ประมาณ 30-40 นิ้ว กำลังดีค่ะ

    เรามาดูในส่วน Common Area กันต่อนะคะ ตรงนี้จะได้ชุดโซฟาบุผ้าขนาดสำหรับ 2 ที่นั่ง ซึ่งหน้าตาของเฟอร์นิเจอร์จะได้ตามห้องตัวอย่างเลยค่ะ ส่วนฝั่งซ้ายของจริงทางโครงการจะไม่มีให้นะคะ เราสามารถทำเป็นชั้นวางรองเท้า หรือโต๊ะกินข้าวแบบเข้ามุมสำหรับ 2 ที่นั่งได้

    หันกลับมาที่ส่วนชั้นวางทีวี ของจริงจะไม่ได้ชุดทีวีแบบนี้นะคะ ต้องรอสอบถามโครงการอีกทีค่ะ ส่วนฝั่งขวามือจะเป็นประตูทางเข้าห้องครัวปิด ซึ่งด้านหน้ามีพื้นที่เหลือสามารถวางตู้เย็นได้ค่ะ

    ฝ้าเพดานบริเวณนี้เป็นแบบ Double สูง 4.45 เมตร ซึ่งทางโครงการได้ฉาบเรียบทาสีขาวมาให้เรียบร้อย พร้อมติดไฟ Downlight มาให้ 6 จุด ส่วนโคมไฟ Chandelier ของจริงจะไม่มีให้นะคะ สามารถดูเป็นไอเดียได้ค่ะ

    ประตูทางออกระเบียงเป็นกระจกบานเลื่อน ที่มีกรอบอลูมิเนียมสีสีซาฮาร่า ที่สั่งทำพิเศษสำหรับโครงการโดยเฉพาะเลยนะคะ ซี่งจะได้เป็นบานสลับ ข้อดีคือสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามใจชอบ ส่วนกระจกได้เป็นสีใส ซึ่งจะไม่ได้ทนแสง UV มากนักนะคะ นอกจากนี้ทางโครงการได้แขวน Condensing Unit มาไว้ด้านบน ทำให้สามารถมองเห็นวิวได้อย่างเต็มที่ด้วย ไม่มีอะไรมารบกวนสายตาค่ะ

    พื้นทีระเบียงจะมีขนาด 1.30 x 0.53 เมตร ขนาดค่อนข้างพอดีกับการใช้งาน ที่วางราวตากผ้าเล็กๆได้ โดยปูพื้นกระเบื้องมาให้เรียบร้อย ที่ทำความสะอาดได้ง่ายเหมาะกับการใช้งานภายนอก ส่วนราวกันตกระเบียงเป็นเหล็กสีซาฮาร่าเดียวกันกับกรอบอลูมิเนียมค่ะ

    โครงการแขวน Condensing Unit มาให้ด้านบนเรียบร้อย เพื่อให้ใช้พื้นที่ระเบียงได้เต็มที่

    ความสูงของภายในครัวจะอยู่ที่ประมาณ 2.2 เมตร เป็นระยะที่ใช้งานได้สะดวกค่ะ โดยบานประตูจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 2 ตอน พร้อมกรอบอลูมิเนียมสีซาฮาร่า ที่สั่งทำพิเศษสำหรับโครงการโดยเฉพาะเลยนะคะ

    เข้ามาในห้องครัวมีพื้นที่เหลือประมาณ 77 ซม. เปิดใช้งานได้แบบพอดี เดินเข้า-ออกได้ สามารถใช้งานได้ 1-2 คนกำลังดีค่ะ

    ภายในห้องครัวมีลักษณะเป็นครัวปิด อย่างที่บอกไปว่ามีบานสไลด์ปิดกั้นแบ่งส่วน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นหรือควันที่เกิดจากการประกอบอาหารจะไปรบกวนส่วนอื่นๆภายในห้อง แต่เนื่องจากตำแหน่งห้องครัวอยู่ด้านใน ทำให้ไม่สามารถเปิดระบายอากาศออกด้านนอกได้ซึ่งบริเวณนี้ ทางโครงการได้ติดตั้งเครื่องดูดควันมาให้เรียบร้อยค่ะ

    สำหรับชุด Pantry ประกอบด้วยชั้นวางของ 6 ช่อง ที่สามารถวางอุปกรณ์ครัวแบบโชว์ได้ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นส่วน Hood ที่ได้ตามมาตรฐานเช่นกัน ตู้หน้าบานปิดผิวเมลามีนสีน้ำตาล ข้อดีคือสามารถทนความร้อน ความชื้น และน้ำได้ดีมากกว่าลามิเนต รวมถึงยังเช็คทำความสะอาดได้ง่าย

    ตู้ด้านบนของเคาน์เตอร์ แถม Soft Close มาให้เพื่อป้องกันไม่ให้ตู้เกิดเสียง และลดแรงกระแทกก่อนที่หน้าบานจะปิดสนิท

    เคาน์เตอร์ครัว ท็อปใช้วัสดุเป็นหินเทียมสีขาว (หินเทียมคือการนำหินจริงมาบดและอัดกลับมาเป็นแผ่น) ข้อดีคือทนน้ำและความร้อนได้ดี นอกจากนี้ระหว่างซิงค์ล้างจาน และเตาไฟฟ้ามีพื้นที่ตรงกลางกว้างสามารถเตรียมอาหารได้เต็มที่

    ทางโครงการให้ซิงค์ล้างจานสแตนเลสหลุมเดี่ยว ขนาด 25 x 40 ซม. พร้อมก๊อกน้ำล้างจานโครเมียมทรงสูง ปรับโยกซ้าย-ขวาได้ ส่วนพื้นที่ประกอบอาหาร จะให้ชุดเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวพร้อมเครื่องดูดควัน ยี่ห้อ Teka ค่ะ ซึ่ง Hood ทำงานแบบดูดหมุนเวียนในอาคารค่ะ

    ชุดครัวด้านล่างจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ฝั่งขวามือจะเป็นตู้ใต้ซิงค์ล้างจาน ซึ่งสามารถวางของขนาดใหญ่ในบริเวณนี้ได้ ส่วนตรงกลางจะมีพื้นที่ว่าง สามารถวางไมโครเวฟได้ รวมถึงมีลิ้นชักด้านล่างไว้เก็บของได้ ส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นลิ้นชักเลื่อนเปิดปิด ที่สามารถเก็บจามชามได้สะดวกค่ะ

    ออกจากห้องครัวมา เราจะพาไปดูห้องน้ำและชั้นลอยกันค่ะ

    ซึ่งบริเวณด้านหน้าห้องน้ำ หน้าต่างได้วัสดุเป็นกรอบอลูมิเนียมทำสีซาฮาร่า พร้อมกระจกใสเช่นเดียวกันตรงระเบียง แต่จะได้หน้าต่างบานใหญ่สูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ทำให้สามารถรับแสงและวิวได้เต็มที่ แต่ของจริงทางโครงการจะไม่มีผ้าม่านมาให้ต้องติดตั้งเพิ่มเองนะ

    บริเวณฝ้าเพดานจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ Downlight 2 ดวงค่ะ

    ภายในห้องน้ำมีการแบ่งแยกเป็นส่วนแห้งและส่วนเปียกชัดเจน ส่วนพื้นและผนังเป็นกระเบื้องเซรามิคสีเทา แต่ผนังจะเป็นลายหินอ่อน ทำความสะอาดง่าย

    พื้นที่ภายในห้องน้ำกว้างประมาณ 1.42 x 3.00 เมตร บริเวณประตูทางเข้าห้องน้ำมีขอบยกสูงขึ้นประมาณ 5 ซม. โดยสุขภัณฑ์เป็นของ COTTO ทั้งหมดค่ะ

    บริเวณอ่างล้างมือได้กระจกเงาติดตั้งที่ผนังตรงกับอ่างล้างมือพร้อมไฟซ่อน ไว้สำหรับแต่งหน้าได้ ด้านข้างมีปลั๊กสำหรับกันน้ำมาให้อีกด้วยค่ะ

    อ่างล้างมือจาก COTTO ขนาดประมาณ 55 x 32 ซม. พร้อม Built-in ชั้นวางของใต้อ่างให้เรียบร้อย สามารถวางของได้พอสมควรนะคะ

    โถสุขภัณฑ์ของ COTTO เช่นกัน มาพร้อมสายชำระ และที่ใส่กระดาษชำระสแตนเลส ซึ่งจะอยู่ผนังด้านหลัง อาจจะต้องเอียงตัวใช้งานกันสักเล็กน้อยค่ะ

    สายชำระเป็นสแตนเลสขนาดพอดีมือ มาพร้อมกับที่ใส่กระดาษชำระแบบมีฝากั้นน้ำมาให้ค่ะ

    สำหรับห้องน้ำของห้องแบบนี้ทางโครงการได้ติดตั้งท่อสำหรับเครื่องซักผ้ามาให้ในห้องน้ำ ซึ่งเวลาใช้งานจริงๆอาจจะต้องหาฐานพลาสติกมารองหน่อย ตัวเครื่องได้ไม่เปียกเวลาล้างห้องน้ำ

    ในส่วนพื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากกั้นกระจกเทมเปอร์แบบ 3 ตอน มีกรอบเฟรมลาย Modern Loft

    พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 95 x 95 ซม. พื้นที่อาบน้ำลดระดับลงประมาณ 10 ซม. มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุมค่ะ

    ฝักบัวขนาดใหญ่จาก Cotto เช่นเดียวกัน ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ แต่มีการเดินท่อต่างๆ ไว้ให้เป็นมาตรฐานให้ลูกบ้านติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีชั้นวางแชมพู และยาสระผมมาให้เล็กน้อย แต่ถ้าวางอุปกรณ์ไม่พอสามารถติดตั้งชั้นวางของเพิ่มเองได้นะคะ

    มือจับขนาดพอดีมือ บริเวณหัวมีขนาดใหญ่อาบได้สะใจทีเดียว นอกจากนี้ยังปรับรูปแบบการไหลของน้ำได้หลากหลายเลย

    ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวง และพัดลมดูดอากาศ 1 จุดยี่ห้อ Panasonic หรือเทียบเท่า

    สำหรับบันไดของที่นี้เป็นรูปตัว L ซึ่งบันไดลูกตั้ง 21 ซม. ที่ถือว่าค่อนข้างชันทีเดียว แต่ได้ลูกนอนขนาด 24.5 ซม. ที่สามารถวางได้เต็มฝาเท้าเลย ส่วนความกว้างประมาณ 85 ซม. ถ้าเดิน 2 คนก็จะเบียดๆหน่อยนะคะ

    ขึ้นมาด้านบนบริเวณหัวมุมเป็นสี่เหลี่ยมแบบหันครึ่ง รวมถึงบันไดนี้จะไม่มีราวจับมาให้ เวลาเดินต้องระวังสะดุดกันด้วยนะคะ

    ขึ้นมาที่ชั้นลอยจะเป็นห้องนอน ที่ประกอบด้วยตู้เสื้อผ้าและเตียงนอนขนาด 5 ฟุต โดยจะได้เป็นมาตรฐานตามห้องตัวอย่างเลยค่ะ ส่วนฟูกต้องซื้อมาเพิ่มเองนะคะ บริเวณนี้มีความสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้าประมาณ 2.1 เมตร เป็นระยะที่ใช้งานสบาย

    เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตไปแล้ว จะเหลือพื้นที่ปลายเตียงประมาณ 94 ซม. เป็นระยะที่สามารถวางชุดทีวีได้อีกนิดหน่อย ส่วนทางเดินด้านข้างจะมีระยะเหลือเล็กน้อยประมาณ 36 ซม. ซึ่งเป็นระยะที่พอเดินได้ค่ะ

    จากชั้นลอย เราจะสามารถมองลงเป็นเห็นพื้นที่ Common Area ชั้นล่างได้นะคะ ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวในการใช้งานห้องนอน อาจติดผ้าม่านเพิ่มตรงราวระเบียง และช่วยจำกัดพื้นที่ในการเปิดเครื่องปรับอากาศได้ค่ะ

    สำหรับตู้เสื้อผ้าจะอยู่ด้านข้างเตียงขนาดกะทัดรัด แต่ได้ความสูงถึงฝ้าเพดานเลย บานกระจกใช้เป็นสีชาดำสวยงาม ด้านในประกอบด้วยลิ้นชักวางเสื้อผ้าขนาดเล็ก ราวแขวนเสื้อ และชั้นวางของด้านบน นอกจากนี้บริเวณด้านข้างจะมีพื้นที่วางของมาให้อีกด้วยค่ะ

    สำหรับพื้นหน้าตู้เสื้อผ้าเหลือประมาณ 1.40 x 1.00 เมตร เป็นระยะที่เปลี่ยนเสื้อผ้าได้สบาย

    ส่วนชั้นลอยตรงนี้จะมีราวกั้นตกมา โดยจะให้เป็นกระจก Temper Glass (กระจกนิรภัย) ที่ค่อนข้างปลอดภัยเลยทีเดียว นอกจากนี้ริมห้องยังได้หน้าต่างบานใหญ่ ทำให้สามารถนอนมองวิวได้เต็มที่อีกด้วยนะคะ

    ฝ้าเพดานบริเวณนี้เป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดตั้งไฟ Downlight มาให้เรียบร้อย ซึ่งจะเป็นไฟแบบยื่นออกมาจากฝ้าเพดานเล็กน้อย เวลาคนตัวสูงๆเดินอาจจะต้องระวังหัวกันด้วยนะคะ

    สวิตช์ ไฟของห้องได้เป็นยี่ห้อ Panasonic โดยโครงการจะให้ปลั๊กที่มี USB มา 2 จุด บริเวณห้องนอนและ Common Area ซึ่งเหมาะกับการใช้งานของคนรุ่นใหม่ทีเดียวค่ะ

    ถัดมาที่ห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 28.80-32.70 ตร.ม. เป็นห้องที่จะมีห้องอเนกประสงค์เพิ่มเข้ามาให้ค่ะ ห้องนี้ลักษณะหน้าแคบลึก ภายในจัดฟังก์ชันได้ลงตัว โดยเมื่อเข้าห้องมาเราจะเจอกับ ห้องครัวปิด เชื่อมกับพื้นที่ Common Area ก่อน ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหาร ถึงแม้ห้องจะไม่ได้ติดริมหน้าต่าง เราก็ยังได้รับแสงสว่างผ่านห้องอเนกประสงค์ ซึ่งถือว่าเป็นห้องที่ Plus เพิ่มขึ้นมานั่นเอง ตัวห้องอเนกประสงค์จะเป็นห้องที่มีผนังกระจกอยู่ 2 ด้านเลย คือฝั่งที่ติดระเบียงที่ใช้วาง CDU และผนังฝั่งที่ติดกับพื้นที่ห้องนั่งเล่น

    ส่วนห้องนอนก็จะอยู่อีกฝั่งนึง ซึ่งประตูทางเข้าห้องนอนนี้จะเป็นประตูทึบ ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น แต่ยังมีกระจกที่เชื่อมกับห้องอเนกประสงค์เล็กน้อย ซึ่งถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัว ก็สามารถติดผ้าม่านเพิ่มได้ สำหรับจุดเด่นของการออกแบบห้องนอนคือ มีการหน้าต่างที่สูงจากพื้นจรดฝ้าเพดาน ทำให้ห้องดูสูงและโปร่งมากขึ้น พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้ง ไว้ระบายอากาศภายในห้อง รวมถึงยังมีพื้นที่ Walk in closet ให้ด้วย เพื่อความเป็นส่วนตัว ส่วนห้องน้ำจะอยู่บริเวณหน้าห้อง ที่เข้า-ออกได้ 2 ทางจากห้องนอนและห้องนั่งเล่นค่ะ สะดวกสำหรับการใช้งานทั้งของเพื่อนที่มาเยี่ยมบ้าน และเจ้าของห้องด้วยค่ะ

    เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องจะเจอ ห้องครัวปิดที่เชื่อมกับบริเวณ Common Area ถัดไปเป็นห้องอเนกประสงค์ ที่ต่อไปจนถึงระเบียงเลย พื้นเป็น Smart Vinyl แบบเดียวกันกับห้องที่แล้วเลย ส่วนฝ้าเพดานห้องนี้สูง 2.55 เมตร เป็นระยะที่ค่อนข้างสูงทีเดียว ทำให้ภายในห้องดูโล่ง โปร่งมากยิ่งขึ้น

    ส่วนห้องครัวได้เป็นครัวแบบปิดค่ะ โดยใช้กระจกบานเลื่อน 3 ตอนเข้ามุม ที่ทำให้ห้องโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น แต่ห้องครัวจะอยู่ด้านในที่ต้องใช้เครื่องดูดอากาศช่วยนะคะ

    ขอบอลูมิเนียมฝังไว้กับพื้น เวลาเดินไม่สะดุด รวมถึงประตูมีช่องที่เข้าล็อคกัน ทำให้ปิดประตูได้สนิม ทำให้ไม่มีกลิ้นเข้ามาภายในห้องค่ะ

    พื้นที่ครัวกว้างประมาณ 68 ซม. ขนาดไม่ใหญ่มาก เหมาะใช้งาน 1-2 คนกำลังดี ลักษณะชุด Built in จะแยกออกเป็น 2 ฝั่ง ซึ่งฝั่งซ้ายมือจะเป็น เคาน์เตอร์ขนาดเล็กพร้อมอ่างล้างมือ  ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นตู้ Built-in ที่มีพื้นที่ว่างสามารถวางตู้เย็นได้อีกด้วยค่ะ

    บริเวณ Island ขนาดเล็ก ที่มาพร้อมอ่างล้างมือยี่ห้อ TEKA ด้านล่างมีตู้สำหรับวางอุปกรณ์ครัวได้ ส่วนชั้นล่างสุดจะมีช่องสำหรับวางไมโครเวฟ ซึ่งเวลาใช้งานจริงจะไม่ค่อยสะดวกนัก เราแนะนำให้เอาขึ้นมาไว้บนเคาน์เตอร์แทนดีกว่านะคะ

    ส่วนอีกฝั่งจะเป็นชุด Built-in ขนาดกระทัดรัด ซึ่งจะได้หน้าตาแบบนี้เลยนะคะ

    ส่วนชุดเตาไฟฟ้าจะได้แบบ 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน ยี่ห้อ TEKA ซึ่งด้านล่างมีช่องว่างสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ค่ะ

    ด้านบนตู้จะเป็นแบบบานเปิด มีช่องเก็บของต่างๆตามภาพเยอะอยู่นะคะ

    ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวงค่ะ

    เข้ามาบริเวณ Common Area จะเชื่อมต่อกับห้องอเนกประสงค์ ที่มีฉากกระจกกั้นอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้เห็นวิว แต่ก็ยังได้ช่องแสงทะลุผ่านเข้ามาในตัวห้องนะคะ

    พื้นที่ Common Area มีระยะห่างจากทีวีประมาณ 2.38 เมตร ซึ่งขนาดทีวีที่เหมาะกับระยะสายตาอยู่ที่ประมาณ 42″- 50″ จัดว่าวางทีวีขนาดใหญ่ได้สบายเลยทีเดียว

    ชุดโซฟาได้แบบเดียวกับห้องที่แล้วเลยนะคะ

    หันกลับมาที่ส่วนชั้น Built-in วางทีวี ที่จะได้ตู้ด้านล่างตามนี้เลยนะคะ สามารถเก็บของต่างๆ ได้นิดหน่อย สำหรับห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว ขนาด 12,000 BTU เช่นเดียวกันค่ะ

    ตู้ด้านล่างมีลิ้นชักด้านล่าง ที่สามารถเก็บของได้นะคะ

    บริเวณเพดานจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดไฟ Downlight มาให้ 1 ดวง พร้อมติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณของ Home Automation มาให้ 1 ตัว ซึ่งตัวนี้จะเชื่อมกับเครื่องปรับอากาศ ที่ไว้ใช้เปิด-ปิดได้ค่ะ

    ห้องอเนกประสงค์ของห้องนี้ เป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน เปิดแบบ Double Slice บานขวาสุดจะเป็นบาน Fixed ข้อดีของบานประตู 3 ตอน คือมีช่องทางเดินกว้างมากยิ่งขึ้น เดินใช้งานได้ง่าย รวมถึงแสงยังส่องเข้ามาบริเวณ Common Area อีกด้วย

    ภายในห้องอเนกประสงค์มีขนาดประมาณ 2.06 x 1.90 เมตร ที่สามารถวางมีเตียง 3 ฟุตได้ ซึ่งของจริงห้องนี้จะได้เป็นห้องเปล่าๆนะคะ สามารถตกแต่งเฟอร์นิเจอร์เองได้ตามใจชอบค่ะ

    หลังจากวางเฟอร์นิเจอร์แล้ว มีพื้นที่เหลือประมาณ 90 ซม. เป็นระยะที่เดินสบายนะคะ

    บริเวณเพดานจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดไฟ Downlight มาให้ 2 ดวง สำหรับของจริงจะไม่มีไฟซ่อนมาให้นะคะ

    ห้องนี้จะเชื่อมออกไปยังพื้นที่ระเบียง ซึ่งจะได้เป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอน วัสดุเป็นกรอบอลูมิเนียมทำสีซาฮาร่าเช่นเดียวกับห้องที่แล้ว พร้อมกระจกใสนะคะ

    พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 60 x 1.80 เมตร ที่สามารถพอยืนใช้งานได้ ส่วนเครื่อง CDU ทางโครงการแขวนมาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ของจริงจะไม่มี Grill ระบายลมร้อนออกมาให้นะ

    สำหรับห้องน้ำนี้แบ่งโซนเปียกและแห้งให้เป็นสัดส่วนชัดเจนดี ด้วยประตูบานเลื่อนแบบเข้ามุม พื้นห้องน้ำใช้เป็นกระเบื้องแกรนิโต้แบบกันลื่นได้ระดับนึงนะคะ

    พื้นที่ภายในห้องน้ำมีขนาดไม่ใหญ่มาก เป็นขนาดที่ใช้งานกำลังดี ประตูทางเข้าห้องน้ำมีขอบสูงขึ้นประมาณ 6 ซม. โดยจะได้ตามห้องตัวอย่างนี้ทั้งหมดเลย

    ชุดอ่างล่างหน้าจะเหมือนกับห้องที่แล้วเลยนะคะ

    โถสุขภัณฑ์ของ COTTO เช่นเดียวกันค่ะ พร้อมพร้อมสายชำระ และที่ใส่กระดาษชำระสแตนเลส ซึ่งจะอยู่ผนังด้านหลัง อาจจะต้องเอียงตัวใช้งานกันสักเล็กน้อยค่ะ

    ในส่วนพื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากกั้นกระจกเทมเปอร์แบบเข้ามุม มีกรอบเฟรมเล่นลายเหมือนกับห้องที่แล้วเลยนะคะ

    ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวง และพัดลมดูดอากาศ 1 จุดยี่ห้อ Panosonic หรือเทียบเท่า

    สำหรับห้องนี้จะเข้าออกได้ 2 ทาง ทั้งจากบริเวณห้องนอน และ Common Area ซึ่งเวลามีแขกมาบ้านไม่จำเป็นต้องผ่านห้องนอนก่อน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

    ภายในห้องสามารถวางเตียง 5 ฟุตได้ ที่ทางโครงการจะให้ฐานเตียงแบบเดียวกับห้องที่แล้ว ซึ่งห้องนี้ตำแหน่งจะอยู่ริมอาคาร ที่ได้หน้าต่างสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ทำให้สามารถรับแสงได้เต็มที สำหรับผนังของจริงจะได้เป็นฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ

    เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตไปแล้ว จะเหลือพื้นที่ทางเดินรอบข้างและปลายเตียงให้พอเดินได้บ้าง อย่างฝั่งปลายเตียงมีระยะประมาณ 53 ซม. ส่วนฝั่งที่ติดหน้าต่างจะเหลือค่อนข้างน้อย สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่บริเวณหน้าห้องมากขึ้น ควรเลื่อนเตียงให้ชิดผนังฝั่งนี้นะคะ แต่สำหรับคนที่คุ้นเคยกับการมีโต๊ะหัวเตียง ก็สามารถเลื่อนออกมาสักหน่อยได้ค่ะ

    หลังจากวางเตียงแล้วมีพื้นที่เหลือไม่มากนัก ถ้าใครชอบดูทีวีในห้องแนะนำให้ติดเป็นทีวีแบบแขวนเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานค่ะ โดยห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศอีก 1 ตัวนะคะ

    บริเวณเพดานจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดไฟ Downlight มาให้ 4 ดวง

    มองกลับเข้ามาในส่วนของห้องนอนด้านใน จะมีส่วนที่เป็น Walk-in Closet ของห้อง ซึ่งจะอยู่บริเวณหน้าประตูห้องน้ำค่ะ

    หลังจากวางเฟอร์นิเจอร์แล้วมีพื้นที่เหลือประมาณ 93 ซม. เป็นระยะที่เดินใช้งานสำหรับ 1 คนได้สบายๆค่ะ

    สำหรับตู้เสื้อผ้าจะมีขนาดใหญ่ ที่สูงถึงฝ้าเพดานเลย บานกระจกใช้เป็นสีชา ด้านในประกอบด้วยลิ้นชัก ราวแขวนเสื้อ และชั้นวางของด้านบน พร้อมติดตั้งหลอดไฟให้ด้วย ส่วนฝั่งซ้ายสุดจะมีชั้นวางของมาให้เพิ่มเติมด้วยนะคะ

    หันกลับมาอีกฝั่งจะเป็นตู้วางของ พร้อมโต๊ะเครื่องสำอาง ซึ่งจะได้ตามนี้เลยนะคะ ยกเว้นกระจกอย่างเดียวค่ะ

    ฝ้าเพดานเป็นแบบฉาบเรียบทาสี พร้อมไฟ Downlight 2 ดวง

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 29 May 2019

    • 1 Bedroom 20.28 – 25.40 ตร.ม. ช่วงราคา 1.99 – 2.77 ล้านบาท
    • 1 Bedroom Plus 28.42 – 35.35 ตร.ม. ช่วงราคา 2.86 – 3.74 ล้านบาท
    • Loft 1 Bedroom 20.10 – 25.40 ตร.ม. ช่วงราคา 3.08 – 3.92 ล้านบาท
    • Loft 1 Bedroom Plus 1 WC 28.02 – 30.00 ตร.ม. ช่วงราคา 4.54 – 4.58 ล้านบาท
    • Loft 1 Bedroom Plus 2 WC 27.13 – 35.35 ตร.ม. ช่วงราคา 4.15 – 5.33 ล้านบาท
    • 1 Bedroom Villa 25.99 ตร.ม. ช่วงราคา 3.91 – 4.00 ล้านบาท

     

    • รูปแบบการขาย Fully Furnished
    • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.55 เมตร
    • Double Volume ห้อง Loft สูง 4.45 เมตร
    • Kitchen & Sink / ท๊อปหินเที่ยม
    • Hob & Hood / ของยี่ห้อง TEKA
    • มีรถ Shuttle Bus ไปกลับ
    • จอง n/a บาท
    • ทำสัญญา n/a บาท
    • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม. ชำระครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์
    • ค่าส่วนกลาง 58 บาท/ตร.ม./เดือน (เก็บล่วงหน้า 1 ปี ณ วันโอนกรรมสิทธิ์ หลังจากนั้นชำระเป็นรายปี)

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเล : โครงการ GROOVE VIBES ลาดพร้าว 18 ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 18 จัดว่าอยู่ในทำเลลาดพร้าวช่วงต้นๆ ฝั่งเลขคู่ที่ได้เปรียบเรื่องทำเล ออกได้หลากหลาย ทั้งถนนลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก และถนนวิภาวดี-รังสิต ที่สามารถหลีกเลี่ยงรถติดได้ โดยไม่ต้องออกถนนใหญ่ สภาพแวดล้อมภายในซอยนี้ส่วนมากเป็นอพาร์ทเม้นท์และคอนโด Low Rise ฝั่งที่ติดถนนใหญ่ลาดพร้าวจะเป็นตึกแถวและคอนโด High Rise เรียงกันไป ส่วนความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างเยอะ มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อตลอดทาง ทำให้หาของกินง่ายซึ่งเป็นข้อดีของการอยู่อาศัย ส่วนถ้าจะช็อปปิ้งที่ใกล้ที่สุดจะเป็น BigC Extra , HomePro อยู่ในระยะที่เดินข้ามสะพานลอยไปนิดหน่อยก็ถึง ส่วนห้างที่ขยับออกไปหน่อยอีกก็คงจะเป็น Union Mall ,Central ลาดพร้าว, Big C Extra เป็นต้น

    การเดินทางโดยใช้รถ :   ถือว่าสะดวกในการเลือกใช้งาน เพราะโครงการตั้งอยู่ในซอยฝั่งเลขคู่ที่ได้เปรียบเรื่องทำเล ออกได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งถนนลาดพร้าวก็มีทั้ง 18, 20, 26 ที่เลือกใชได้ตามใจชอบ ถัดมาที่วิภาวดี-รังสิต 20 และ 16 ที่ไปเส้นวิภา และซอยรัชดา 19 ที่ไปรัชดาภิเษกได้ ซึ่งตัวเลือกในการเดินทางเหล่านี้ ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ โดยโครงการจัดที่จอดรถมาให้ 98 คัน หรือประมาณ 45% ไม่มีจอดซ้อนคัน ซึ่งจะเป็นทั้งแบบจอดใต้อาคารและระบบ Auto Parking ข้อดีคือรถไม่ต้องจอดตากแดดและไม่ต้องขับวนหาที่จอดนะคะ

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :  โครงการอยู่ห่างจาก MRT ลาดพร้าว ประมาณ 750 เมตร (ทางออกที่ 2) ซึ่งไกลไปนิดถ้าจะเดิน แต่ทางโครงการมี Shuttle Service ไว้บริการสำหรับลูกบ้าน นอกจากนี้บริเวณด้านข้างโครงการยังมีพี่วินรอให้บริการอีกด้วย รวมถึงเป็นซอยที่มีรถ Taxi ผ่านไปผ่านมาค่อนข้างเยอะ สามารถเลือกใช้ได้ตามใจชอบค่ะ ส่วนคนที่ชอบเดินเท้า ต้องระวังกันหน่อย เพราะซอยนี้จะไม่มีฟุตบาทแยกทางเดินคนกับรถนะคะ

    การออกแบบโครงการ : รูปแบบโครงการคือเป็นคอนโดที่มีจำนวนยูนิต 217 ยูนิต มีจำนวน 1 อาคาร ซึ่งทางโครงการได้จัดห้องพักอาศัยไว้เต็มพื้นที่ และทำให้แต่ละชั้นมีจำนวนถึง 32 ยูนิต แต่โถงทางเดินภายในเป็นแบบ Single Corridor ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง แต่จะแลกกับช่องแสงที่ไม่มีภายในโถงทางเดิน ส่วนรูปแบบอาคารดีไซน์ในรูปแบบ Retro+Modern เน้นความเรียบทันสมัย พร้อม Fin กันแสงที่ถูกออกแบบด้วยแผ่นเหล็กอลูมิเนียมเจาะรู เล่น Pattern ไปมาเพื่อความสวยงาม และสามารถเปิด-ปิดเองได้ เพื่อใช้บังสายตาจากอาคารรอบข้างค่ะ

    การออกแบบห้อง : มีแบบห้องให้เลือกหลายขนาด มีตั้งแต่ 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus จนถึงห้อง Loft พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 20.45 – 25.99 ตร.ม. สำหรับห้อง Loft ในห้องตัวอย่างจะเป็นแบบหน้ากว้าง เพดานสูง ครัวปิด ห้องน้ำกว้าง พร้อมกระจกบานใหญ่สูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ทำให้สามารถมองวิวและรับแสงได้เต็มที่ ส่วนห้อง 1 Bedroom Plus จะมีห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมา พื้นที่การใช้งานภายในห้องถูกออกแบบมาเป็นสัดส่วนดี ได้ครัวปิด ส่วนห้องนอนจัดวางเตียงใหญ่ได้ พร้อมพื้นที่ Walk in closet ในตัว ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำที่จะเข้าออกได้ 2 ทาง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ที่นี้ก็จะมีห้องที่ไม่เน้นช่องเปิดและวิวก็เป็นอีกตัวเลือก สำหรับคนที่เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในแบบเต็มที่ แต่ก็ต้องระวังเรื่องการระบายอากาศหน่อยค่ะ

    วัสดุ : ให้ครบตามมาตรฐานเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละส่วน Fully Furnished ขอเริ่มจากพื้นห้องก่อนจะได้เป็น Smart Vinyl ส่วนพื้นระเบียงเเละห้องน้ำจะเป็นกระเบื้อง ผนังฉาบเรียบทางสีขาว ชุดครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อ TEKA ห้องน้ำได้โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ COTTO ชุดหน้าต่างขอบอลูมิเนียม พร้อมกระจกสีเขียวตัดแสง ไฟส่องสว่างภายในห้องได้เป็น LED ดาวน์ไลท์ มีเเถมระบบ Home Automation ไว้เปิด-ปิดไฟให้อีกด้วยค่ะ

    สาธารณูปโภค : มีให้มาใช้งานครบ ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตแล้ว ถือว่าให้มาเหมาะสมดี จัดพื้นที่ส่วนกลาง Facility ต่างๆเอาไว้ที่ชั้นใต้ดิน และ Roof Top แบ่งโซนการใช้งานชัดเจนไม่รบกวนส่วนพักอาศัย ชั้นใต้ดินมีทั้งสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 5 x 24 เมตร เป็นความยาวสระที่ว่ายออกกำลังได้จริง , ห้องฟิตเนส, ห้อง E-Gamer Room, ห้อง Co-working Space เป็นต้น ซึ่งจะได้แบบเต็มพื้นที่เลยนะคะ ส่วนชั้น Roof Top จะเป็นสวนหย่อม ที่สามารถนั่งชมวิวมุมสูงของโครงการได้ สำหรับลิฟต์โดยสาร 2 ตัว อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 108 : 1 ถือว่ากลางๆค่อนไปทางหนาแน่นค่ะ

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 108,000 บาท/ตร.ม., 29 May 2019

    • ทำเล 8/10 – ทำเลอยู่ในซอยแต่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ หาของกินง่าย มี 7/11 อยู่ใกล้ๆ
    • เดินทางด้วยรถ 8.25/10 – ทางลัดเยอะ มีตัวเลือกในการเดินทางได้หลากหลาย
    • ไม่ใช้รถ 8.25/10 – มีตัวเลือกในการเดินทาง ห่าง MRT ลาดพร้าว 750 ม. พร้อม Shuttle Service ไว้ให้บริการรับ-ส่ง
    • วัสดุ 8/10 – ขายเป็นแบบ Fully Furnished วัสดุได้ตามมาตรฐานราคาระดับนี้ พร้อม Home Automation ภายในห้อง
    • แบบ 7/10 – สร้างเต็มพื้นที่ใช้สอย มียูนิตเยอะ มีแบบหลากหลายให้เลือก
    • สาธารณูปโภค 8/10 – ให้มาค่อนข้างเยอะเหมาะสมกับจำนวนยูนิต

    • UPPER CLASS
    • 7.97 / 10.00

    BOTTOM LINE

    โครงการ GROOVE VIBES ลาดพร้าว 18 เหมาะกับคนมองหาคอนโดย่านลาดพร้าว ทำเลเดินทางสะดวก หาของกินของใช้ง่าย มีตัวเลือกในการเดินทาง มี Facilities ครบครัน ขายแบบ Fully Furnished แต่งครบ มีให้เลือกหลายแบบ มีห้องเพดานสูงให้เลือก ในราคาเริ่มต้น 1.99 ล้าน ยังไงก็ลองพิจารณากันดูนะคะ