รีวิวฉบับที่  893 … วันนี้เราจะพาไปอัพเดตโครงการ Episode พหลโยธิน – สะพานใหม่ คอนโด High Rise 14 ชั้น  ใกล้ Big C สะพานใหม่ โดยก่อนหน้านี้ดาได้พาไปดูทำเลมาเรียบร้อยแล้ว (คลิกที่นี่เพื่ออ่าน) เชื่อว่าหลายๆท่านคงอยากรู้แล้วว่าโครงการจะเป็นอย่างไร วันนี้เราจะพาไปดูในส่วนของตัวโครงการและห้องตัวอย่าง โดยสำนักงานขายตั้งอยู่ติดกับที่ดินโครงการ ตามมาชมพร้อมๆกันเลยค่ะ

Fact @ 06 August 2015 

  • Episode Phaholyothin – Sapanmai (เอพพิโซด พหลโยธิน – สะพานใหม่) 
  • บริษัท ไพร์ซ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : บางเขน
  • คอนโด High Rise 14 ชั้น 1 อาคาร 465 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 41 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 173 คันคิดเป็น  40% ไม่รวมจอดซ้อนคัน และ 45% รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 2-2-72 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  2559
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : 2560
  • Studio 22.67 – 23.84 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.59 – 1.89 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 23.84 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.79 – 1.99 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Extra 25.20 – 28.42 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.99 – 2.29 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Exclusive 23.37 – 30.63 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.89 – 2.59 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus 32.70 – 37.83 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.69 – 3.29 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus Extra 40.49 – 43.28 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3.59 – 4.39 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 41.31 – 48.26 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3.49 – 4.29 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.45 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการประมาณ 82,000  บาทต่อตารางเมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด ประมาณ 70,150 – 88,000 บาทต่อตารางเมตร
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 093-5500-500

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะคะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.890018, 100.607342

ขอเล่าการเข้าถึงโครงการโดยคร่าวๆ นะคะ ด้วยโครงการ Episode พหลโยธิน – สะพานใหม่ ตั้งอยู่ติดกับถนนตัดใหม่พหลโยธิน – รัตนโกสินทร์สมโภช โดยเป็นเส้นคู่ขนานกับถนนรามอินทรา ซึ่งเชื่อมถนนพหลโยธินไปยังถนนวัชรพล – สุขาภิบาล 5 แต่สำหรับการเข้าถึงโครงการในปัจจุบันต้องเข้าทางถนนพหลโยธิน ซึ่งเป็นถนนหลักที่ผ่านตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจนไปถึงปทุมธานี ถนนพหลโยธินมีหลายถนนที่ตัดผ่านเชื่อมต่อกันหลายสาย ทั้งถนนแจ้งวัฒนะที่มาจากทางปากเกร็ด นนทบุรี และถนนรามอินทราที่มาจากทางมีนบุรี รวมถึงถนนพหลโยธินที่ตรงมาจากเสนานิคมก็สามารถขับตรงมาลงอุโมงค์ตรงวงเวียนหลักสี่และมุ่งหน้ามายังโครงการโดยไม่ต้องฝ่าด่านรถติดที่บริเวณวงเวียนหลักสี่ ทำให้การเข้าถึงโครงการค่อนข้างสะดวก และในอนาคตที่ถนนตัดใหม่เปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกในการเดินทางมาขึ้นอีกด้วย

ทำเลในย่านนี้ เราเรียกกันว่าย่าน สะพานใหม่ มีลักษณะการอยู่อาศัยแบบชุมชนท้องถิ่น จุดเด่นๆที่ใกล้กับโครงการอย่างแรกเลยคือ Big C ที่อยู่หน้าซอยพหลโยธิน 50 ค่ะ เรียกได้ว่าเดินออกมาจากโครงการ 250 เมตร ก็เข้าไปช้อปปิ้งกันได้แล้วค่ะ ถัดมาก็มีโรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัลที่ห่างจากโครงการ 400 เมตร และยังมีตลาดสดใหญ่ๆอย่างตลาดยิ่งเจริญที่อยู่ห่างไปอีกหน่อยประมาณ 1.1 กิโลเมตร

และในอนาคตก็จะมีโครงการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยต่อขยายมาจากสถานีหมอชิต มาทาง ห้าแยกลาดพร้าว วิ่งไปตามเส้นพหลโยธิน โดยสถานีสายหยุดจะอยู่ใกล้กับโครงการมากที่สุด ซึ่งถ้าสถานีรถไฟฟ้าแล้วเสร็จก็จะเพิ่มความสะดวกสบายและประหยัดเวลาในการเดินทางมากยิ่งขึ้น รถไฟฟ้าสายสีเขียวนี้จะไปบรรจบกับรถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยมีสถานี Interchange ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุค่ะ ซึ่งโครงการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย หมอชิต-สะพานใหม่-คูคตมีกำหนดการคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2563

อัพเดตพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสีเขียว (เหนือ) ในช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ค่ะ

ซึ่งบริเวณสถานีสายหยุดที่อยู่ใกล้กับโครงการมากที่สุดจะมีการก่อสร้างบริเวณใต้ซอยพหลโยธิน 48 และช่วงบนระหว่างซอยพหลโยธิน 48 และซอยพหลโยธิน 50 ก็จะใกล้กับโรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัลค่ะ

สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจึงจำเป็นต้องเลี่ยงพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต) ในจุดที่ 3 ที่อยู่ใกล้กับโครงการมากที่สุด คือการเลี่ยงเส้นทางขาเข้า โดยให้เข้าซอยพหลโยธิน 48 หรือซอยสายหยุด ผ่านซอยรามอินทรา 5 เพื่อออกถนนรามอินทราค่ะ

โดยรายละเอียดทำเลโครงการ Episode พหลโยธิน – สะพานใหม่ ทุกท่านสามารถเข้ามาอ่านกันแบบเต็มๆได้โดย (คลิกที่นี่)


เจาะลึกตัวโครงการ

จากถนนพหลโยธิน เลี้ยวเข้าถนนตัดใหม่พหลโยธิน – สะพานใหม่มาประมาณ 160 เมตร ก็จะมาถึงหน้าสำนักงานขายโครงการ โดยที่ดินที่เป็นที่ตั้งโครงการจะอยู่ข้างๆติดกับสำนักงานขาย ถนนด้านหน้านี้คือถนนตัดใหม่พหลโยธิน – สะพานใหม่ ซึ่งยังไม่เปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีชาวบ้านบริเวณนี้ได้เข้ามาใช้ถนนอย่างไม่เป็นทางการแล้วค่ะ ซึ่งคาดว่าถนนตัดใหม่นี้กำลังจะเปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการตามที่ประกาศแจ้งก็น่าจะประมาณปลายปี 2558 นี้

เดินเข้ามาภายในสำนักงานขาย บรรยากาศและการตกแต่งเป็นแบบเรียบง่ายสไตล์ Modern การตกแต่งเฟอร์นิเจอร์และเคาน์เตอร์จะมีรูปทรงเหลี่ยมมุมตามคอนเซ็ปต์ของโลโก้

มุมโซฟาต้อนรับของโครงการใช้โทนสีเบจเน้นสว่างและดูเรียบง่ายค่ะ

รูปหน้าตาตึก มองจากด้านหน้าค่ะ

ตัวตึกจะมี Facility หลักอยู่ที่ชั้นบนคือชั้น 12A และ ชั้นดาดฟ้าแบบเต็ม Floor เวลากลางคืนจะเห็นภาพราวๆนี้ค่ะ

รูป Lobby ที่ชั้นล่าง จะมีส่วนบันได เดินไปชั้น 2 ซึ่งเป็นสวนและพื้นที่นั่งเล่นด้วยค่ะ

รูปสวน และพื้นที่นั่งเล่น outdoor ของชั้น 2

รูป Facility บนชั้น 14 ซึ่งได้เต็ม Floor ชั้นนี้จะมีทั้ง Facility indoor และ outdoor นะคะ

รูปสระว่ายน้ำ ที่ชั้น 14

รูป Sky Cinema ที่ชั้น 14

มาต่อกันที่โมเดลของอาคาร มีรูปทรงของอาคารเป็นรูปตัว E โดยด้านหน้าจะหันไปทางด้านทิศใต้ ซึ่งกับติดถนนตัดใหม่ โครงการมีอาคาร 1 อาคาร สูง 14 ชั้น โดยชั้นที่ 14 จะเป็นชั้นดาดฟ้าที่มี Facility หลัก เช่น สระว่ายน้ำ และสวน การออกแบบอาคารใช้โทนสีขาว เทา ดำ เป็นสีพื้นของสไตล์ Modern ที่แสดงออกถึงความเรียบง่ายและดูทันสมัย

ด้านข้างของอาคารทั้ง 2 ด้านคือทิศตะวันตกและทิศตะวันออกจะอยู่ติดกับร้านค้า, อาคารพาณิชย์สูงไม่เกิน 5 ชั้น และบ้านเดี่ยวสูงไม่เกิน 2 ชั้น ทำให้ยูนิตที่อยู่ด้านข้างของอาคารไม่ถูกอาคารจากบริบทข้างเคียงมาบดบังทัศนียภาพมากนัก ด้านทิศตะวันตกซึ่งอยู่ใกล้กับถนนพหลโยธิน ก็จะได้วิวในส่วนของถนนพหลโยธิน แต่ก็ต้องแลกกับมลภาวะทางเสียงและอากาศจากถนนใหญ่ที่มากกว่าด้านอื่นๆนะคะ ทางด้านทิศตะวันออกจะติดกับบ้านเดี่ยวสูงไม่เกิน 2 ชั้น ฝั่งนี้ได้เปรียบเรื่องความสะดวกในการใช้งานเพราะลิฟต์ service จะอยู่ใกล้กว่าทางด้านทิศตะวันตกค่ะ

ทิศเหนือหรือด้านหลังโครงการจะติดกับซอยพหลโยธิน 50 โดยทัศนียภาพจากบริบทข้างเคียงจะเป็นชุมชนตึกแถว อาคารพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ค่ะ

สำหรับในชั้น 1 เมื่อเข้ามาถึงโครงการจะเจอกับ Drop off อยู่ด้านหน้าสุด เข้ามาในตัวอาคารจะเจอกับส่วนของ Lobby Hall ซึ่งจะเชื่อมกับ Library Lounge, Meeting room และส่วนของโถงลิฟต์โดยสารเพื่อขึ้นไปยังส่วนของห้องพัก การวางลิฟต์โดยสารอยู่ตรงกลางจะช่วยทำให้สะดวกต่อการใช้งาน เมื่อออกจากลิฟต์สามารถเดินแยกออกไปยัง 2 ฝั่งของอาคารได้ ไม่ต้องเดินไกล ลิฟต์ Service แยกออกมาอยู่ทางฝั่งขวาของอาคาร มีประโยชน์ตรงที่เวลาขนของจะไม่ค่อยรบกวนส่วนของห้องพัก สำหรับบันไดหนีไฟมีทั้งหมด 3 ที่ ซึ่งสะดวกและลดจำนวนคนแอดอัดในช่วงเกิดเพลิงไหม้ และสำหรับลักษณะการวนรถของอาคารจะวนทางเดียวไปทางซ้ายเพื่อสะดวกในการลงไปจอดรถในชั้น Basement ค่ะ

ชั้น Basement สำหรับจอดรถจะมีทั้งหมด 3 ชั้น คือชั้น  1A, 1B, 2 โดยทั้งโครงการสามารถจอดรถได้ทั้งหมด 173 คัน หรือคิดเป็น 40% ไม่รวมจอดซ้อนคัน และจอดได้ 209 คันเมื่อรวมจอดซ้อนคัน ลูกบ้านสามารถจอดรถในชั้นใต้ดินและขึ้นลิฟต์เข้าห้องพักได้

ในชั้น  2  จะเป็นชั้นพักอาศัย มีพื้นที่สวนหย่อมและพื้นที่นั่งเล่น Outdoor มีสระน้ำล้นเล็กๆอยู่ด้านหน้าสร้างบรรยากาศ

มาดูที่แปลนของชั้น 2 จะเห็นว่าสวนทางเดินจะเดินขึ้นจากชั้น 1 มาถึงชั้น 2 และลอดผ่าน Lobby Hall ที่เป็น Double Space มายังพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ได้ด้วย สำหรับห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะได้สวนสำหรับเดินมานั่งเล่นได้ แต่ก็มีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าชั้นอื่นๆไปสักหน่อยเพราะลูกบ้านคนอื่นๆก็มาใช้งานได้ด้วยเช่นกัน

มาดูที่สวนทางเดินที่เล่น Step บันไดจากชั้น 1 – 2 โดยมีต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มรายล้อมรอบๆ ทำให้บรรยากาศทางเข้าโครงการดูร่มรื่น

ต่อกันที่พื้นที่นั่งเล่น Outdoor บนชั้น 2 โดยบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อลูกบ้านสามารถเข้ามานั่งคอยตรงนี้ได้ค่ะ ในส่วนของชั้นล่างจะเป็นพื้นที่จอดรถสำหรับผู้เข้ามาติดต่อในโครงการค่ะ

ในชั้น 3 – 8 มีห้องพักทั้งหมด 41 ยูนิต อัตราส่วนของลิฟต์ 155:1 การจัดเรียงห้องพักเป็นแบบ Double Corridoor ตามแนวตึกรูปตัว E ห้องพักมี 6 แบบ คือ Studio จำนวน 2 ห้องอยู่ติดบันไดหนีไฟฝั่งทิศตะวันออกและอยู่ฝั่งทิศตะวันตกใกล้บันไดหนีไฟอีกห้อง ,แบบ 1 Bedroom จำนวน 8 ห้องอยู่ทางทิศเหนือโดยวางสลับกับห้อง 1 Bedroom Exclusive ,แบบ 1 Bedroom Exclusive จำนวน 15 ห้องวางสลับกับห้องแบบ 1 Bedroomมีตำแหน่งอยู่ทั้งทิศเหนือและทิศใต้ ,แบบ 1 Bedroom Extra จำนวน 4 ห้องอยู่ติดกับบันไดหนีไฟและลิฟต์อาคาร ,แบบ 1 Bedroom Plus จำนวน 6 ห้อง อยู่ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของอาคารและสุดท้ายคือ แบบ 2 Bedroom จำนวน 4 ห้อง อยู่ทางทิศใต้หรือหน้าโครงการเป็นห้องมุมสามารถเป็นวิวได้ 2 ทาง การระบายอากาศตรงบริเวณ Corridoor ค่อนข้างถ่ายเทสะดวกเนื่องจากมีหน้าต่างทั้งสองด้านเพื่อให้ลมเข้าออก การวางผังตึกลักษณะนี้ในบางห้อง จะมีความห่างระหว่างห้องพักที่ราวๆ 15.40 เมตร เป็นระยะที่มองเห็นกันได้และอาจจะเสียความเป็นส่วนบุคคลไปสักหน่อย แต่ก็หักล้างกันกับวิวด้านล่างที่มีพื้นที่สีเขียวไว้ให้ค่ะ ห้องมุมนี้จึงน่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ซีเรียสเรื่องวิวอะไรมาก หรือไม่ค่อยจะเปิดม่านนะคะ

ชั้น 9 – 10 มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 38 ยูนิต มีจำนวนยูนิตน้อยกว่าชั้นล่างเนื่องจากติด Set Back ตามกฎหมาย ทำให้ชั้นนี้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกหน่อย

ชั้น 11 – 12 มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 39 ยูนิต โดยมีแบบ 1 Bedroom Plus Extra เพิ่มขึ้นมาตรงด้านมุม

มาต่อกันที่ชั้น 12A และ ชั้น 14 ซึ่งเป็นชั้นของ Facility หลักๆ กันค่ะ โครงการจัดวาง Main Facility ไว้ที่สองชั้นบนสุดนะคะ

ในชั้น 12A มีทั้งห้อง 29 ยูนิต เหมาะกับคนที่เน้นการใช้งาน Facility เป็นหลัก เพราะเดินมาใช้ได้เลยไม่ต้องขึ้นลิฟท์ แต่อาจจะมีเพื่อนบ้านมาที่ชั้นนี้เยอะหน่อยนะคะ ในชั้นนี้มี Facility คือ Play Zone & Sky Lounge, Double Volume Fitness, Steam Room และลิฟต์โดยสารจะขึ้นสูงสุดที่ชั้นนี้เป็นชั้นสุดท้าย หากใครที่จะขึ้นไปใช้ Facility บนชั้นดาดฟ้าต้องขึ้นบันไดจากชั้นนี้ได้ 2 บริเวณ คือจากบริเวณ Fitness และบริเวณ Play Zone & Sky Lounge ค่ะ

บรรยากาศ Play Zone & Sky Lounge เป็น Double Floor ทำให้ดูโปร่งและโอ่โถงมากขึ้นในบริเวณนี้สามารถนั่งชมวิวชิวๆยามเย็นหรือค่ำคืนได้ดีทีเดียวค่ะ

มาต่อกันที่ชั้นดาดฟ้าค่ะ Facility ค่อนข้างเยอะทีเดียวโดยมี สระว่ายน้ำ แบ่งออกเป็น 2 สระคือ สระเด็ก ขนาด 7.70 x 4.00 เมตร และสระผู้ใหญ่ ขนาด 18.30 x 5.45 เมตร ระบบเกลือ, Chill Out Area เป็นที่วาง Day Bed ไว้สำหรับนอนอาบแดด ,Panoramic Yoga Deck พื้นหญ้าเปิดโล่ง เป็นพื้นอเนกประสงค์หรือจะรวมก๊วนกันเปิดคลาสเล่นโยคะกันก็ได้ค่ะ ,Moon Deck พื้นที่นั่งเล่น ,Co – Working Space สำหรับนั่งทำงานหรือจะรวมก๊วนเพื่อนๆมาติวหนังสือกันที่นี่ก็ดีนะคะ เพราะบนชั้นดาดฟ้าของโครงการมี Wifi สำหรับลูกบ้านให้ใช้กันได้ค่ะ ,Leisure Canopy พื้นที่นั่งเล่นพร้อมระแนงกันแดด ,Party & BBQ Terrace สำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ใครที่ไม่อยากไปไหนไกลก็มาปิกนิก BBQ Party กันตรงบริเวณนี้ได้เลยค่ะ และสุดท้ายคือ Sky Cinema โรงภาพยนตร์ Indoor ขนาดหย่อมๆ ไว้ดูหนังการจนตาแฉะไปเลยค่ะ

ดูกันจากโมเดล จะเห็นว่ามีบันไดทางขึ้นจากชั้น 12A ไปยังชั้นดาดฟ้าตรงบริเวณส่วน Double Volume Fitness โดยตรงบริเวณนี้มีการทำระแนงเป็น Facade บังสายตาจากภายนอกและทำให้เกิด Shade and Shadow จากส่วนของระแนงอีกด้วย

เมื่อขึ้นบันไดมาจะเจอกับบริเวณของ Panoramic Yoga Deck

จากส่วน Play Zone & Sky Lounge ในชั้น 12A เดินขึ้นมาผ่าน Sky Cinema ก็สามารถทะลุออกมาที่ชั้นดาดฟ้าตรงบริเวณของ Panoramic Yoga Deck ได้เช่นกันค่ะ

ส่วนของสระว่ายน้ำที่แบ่งเป็นสระเด็ก ขนาด 7.70 x 4.00 เมตร และสระผู้ใหญ่ ขนาด 18.30 x 5.45 เมตร ระบบเกลือทั้งคู่ จากสระเด็กมีสเต็ปขั้นบันไดเดินลงไปสระผู้ใหญ่ พื้นที่ Chill Out Area เป็นที่วาง Day Bed ไว้สำหรับนอนอาบแดดอยู่ด้านหลัง เดินลงจากส่วนของสระว่ายน้ำจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น หรือ Moon Deck ค่ะ สำหรับห้องที่อยู่ด้านล่างของสระว่ายน้ำไม่ต้องกังวลเรื่องความสูงของฝ้าจะถูกกดต่ำลงนะคะ เพราะสระยกพื้นสูงขึ้นจากพื้นชั้นดาดฟ้า

บรรยากาศของบริเวณ Chill Out Area ที่มองไปยังสระว่ายน้ำ

พื้นที่บริเวณ Co – Working Space เล่นเสต็ปบันไดขึ้นมา เป็นโต๊ะขนาดใหญ่ไว้นั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ มี Wifi และปลั๊กไฟไว้บริการ ไม่มีหลังคาคลุมนะคะ ร้อนแน่ๆในช่วงกลางวัน เค้าเลยจัดให้มี meeting room ติดแอร์ไว้ที่ชั้น 1 ค่ะ ตรง Co-working space ที่ชั้น 14 นี้ จึงเหมาะนั่งกันยามค่ำๆและกลางคืนมากกว่า

พื้นที่ Party & BBQ Terrace สำหรับสังสรรค์ หรือมานั่งปิกนิกกัน

ดาลองถ่ายจากห้องพักชั้นสูงๆหน่อย จะเห็นมุมมองเป็นพื้นที่สีเขียวประมาณนี้ค่ะ

ถ้าใครอยู่ห้องพักชั้นล่างๆก็จะเห็นมุมมองของสวนหรือพื้นที่นั่งเล่นได้ง่ายและเข้าถึงบรรยากาศได้มากกว่าค่ะ

ภาพและบรรยากาศจำลองของชั้นดาดฟ้าบริเวณ Leisure Canopy และ Co – Working Space ในตอนกลางคืน เปิดมุมมองไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เห็น City View และรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ภาพและบรรยากาศจำลองของชั้นดาดฟ้าบริเวณ Sky Swimming Pool แบบสระน้ำล้น มีทางเดินเชื่อมกับพื้นที่ Chill Out Area

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1 Lobby Hall
  • ชั้น 1 Meeting Room
  • ชั้น 1 Library Lounge
  • ชั้น 2 พื้นที่นั่งเล่น และสวนบริเวณทางเดิน
  • ชั้น 12A Double Volume Fitness
  • ชั้น 12A Steam Room
  • ชั้น 12A Play Zone & Sky Lounge
  • ชั้นดาดฟ้า สระว่ายน้ำ 2 สระ สระเด็ก ขนาด 7.70 x 4.00 เมตร และสระผู้ใหญ่ ขนาด 18.30 x 5.45 เมตร
  • ชั้นดาดฟ้า Chill Out Area
  • ชั้นดาดฟ้า Moon Deck
  • ชั้นดาดฟ้า Panoramic Yoga Deck
  • ชั้นดาดฟ้า Sky Cinema
  • ชั้นดาดฟ้า Leisure Canopy
  • ชั้นดาดฟ้า Co – Working Space
  • ชั้นดาดฟ้า Party & BBQ Terrace
  • ลิฟท์โดยสาร 4 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 155 : 1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถ 173 คัน คิดเป็น 40%  ไม่รวมจอดซ้อนคัน 45% รวมจอดซ้อนคัน


Product Walkthrough

เริ่มจากห้องตัวอย่างของโครงการห้องแรกกันนะคะ คือแบบ 1 Bedroom ขนาด 23.84 ตารางเมตร มีจำนวน 9 ห้องต่อชั้น รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบ แบ่งออกเป็น 2 โซน โดยมีประตูบานเลื่อนเป็นตัวกั้น คือ โซน Living ที่อยู่ส่วนหน้า และ โซนห้องนอน ที่อยู่ในส่วนหลัง เมื่อเข้าสู่ตัวห้องจะเจอกับส่วน Pantry ครัว เป็นครัวเปิด ทำให้เวลาทำอาหารจะมีกลิ่นลอยไปทั่วห้องได้ และระบบระบายอากาศของเครื่องดูดควันเป็นระบบหมุนเวียน คือระบบที่ดูดเข้าผ่านถ่านคาร์บอนแล้วระบายออกไม่ได้ต่อท่อออกนอกห้อง มีห้องน้ำอยู่ด้านในของอาคารไม่มีช่องระบายอากาศ ต้องพึ่งพาระบบดูดอากาศของอาคาร ถัดมาเป็นพื้นที่นั่งเล่นจะเป็นชุดโซฟา 2 ที่นั่ง และอีกฝั่งจะเป็นที่วาง TV บริเวณนี้ไม่มีโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารนะคะ ถัดมาเป็นโซนห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต ได้ มีตู้เสื้อผ้าอยู่ทางด้านขวา และระเบียงซึ่งเป็นบริเวณซักล้างและวางคอมเพรสเซอร์แอร์เป่าลมทางด้านข้าง ห้องนี้เป็นขนาดเล็กสุดของโครงการเหมาะกับคนโสด หรือคนที่ไม่ได้ทำอาหารจริงจังนะคะ

ห้องนี้ให้เฟอร์นิเจอร์แบบ fully furnished มีเคาน์เตอร์ครัว, สุขภัณฑ์ห้องน้ำ, ชั้นวาง TV แบบติดผนัง, โซฟา 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง, เตียงขนาด 5 ฟุต ไม่รวมฟูก และตู้เสื้อผ้าค่ะ

เริ่มจากทางเข้าประตูกันเลยนะคะ ประตูเป็นบาน HDF ขนาดมาตรฐาน 0.9 x 2.0 เมตร พร้อมมือจับประตูแบบก้านโยกและ Digital Door Lock ของยี่ห้อ Samsung ค่ะ

ยกธรณีประตูขึ้นมา พื้นห้องเป็นสมาร์ทไวนิลสีน้ำตาลอ่อนค่ะ

เข้ามาจะเจอกับ Pantry ครัวทางขวาและห้องน้ำอยู่ทางซ้าย ตรงเข้าไปอีกหน่อยเป็นพื้นที่ส่วนห้องนั่งเล่น มีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นด้านในจะเป็นพื้นที่ส่วนห้องนอนและถัดไปข้างในสุดจะเป็นบริเวณระเบียงค่ะ ซึ่งพื้นที่ครัวเป็นแบบครัวเปิด เหมาะกับอุ่นอาหารหรือทำอาหารไม่หนักหน่วงนะคะ เพราะเวลาทำอาหารกลิ่นจะฟุ้งกระจายออกไปทั่วห้องได้

Pantry ห้องครัว Top เคาน์เตอร์เป็น Particle ค่ะ ตู้เป็นบานเปิดมีตัวดูดแม่เหล็กกันกระแทก

อ่างล้างจานสแตนเลสแบบหลุมเดียวทรงสี่เหลี่ยม

เตาไฟฟ้าเซรามิก 2 หัว และ Hood ดูดควัน จาก Teka ระบบดูดอากาศเป็นแบบระบบหมุนเวียนค่ะ

สวิชต์ไฟจะมีลักษณะเป็นแบบนี้ค่ะ จากยี่ห้อ Siemens

มาต่อกันที่ห้องน้ำกันค่ะ มีการยกธรณีประตูขึ้นมานิดหน่อยปูด้วยกระเบื้อง พื้นห้องน้ำลดระดับจากพื้นห้องลงมาประมาณ​ 5 เซนติเมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนขนาด  30 x 30 เซนติเมตร

เข้ามาดูในห้องน้ำ ประกอบไปด้วย อ่างล้างมือ ,โถสุขภัณฑ์ และส่วนพื้นที่อาบน้ำแบบ Shower ด้านบนมีพัดลมดูดอากาศตามมาตรฐานปกติ

บริเวณโซนแห้ง หรือพื้นที่วางโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือมีความกว้างประมาณ 1.50 เมตร

อ่างล้างมือเป็นแบบลอยตัวทรงสี่เหลี่ยม ยี่ห้อ Mogen มีชั้นวางของข้างล่างอ่าง และก็อกน้ำจาก American Standard

บริเวณก็อกน้ำมีพื้นที่ให้วางครีมและสบู่ล้างมือได้

โถสุขภัณฑ์ ,ที่แขวนกระดาษชำระ และสายฉีดชำระ ยี่ห้อ American Standard ที่แขวนกระดาษทิชชู่จะอยู่ด้านซ้ายมือนะคะ ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่

ราวแขวนผ้าติดผนัง ยี่ห้อ American Standard

ฉากกั้นกันน้ำเป็นประตูบานเลื่อนกระจก 3 บาน กรอบบานเป็นอลูมิเนียมสีขาว

ผนังด้านฝักบัวมีการเซตผนังเข้าไปเพื่อวางของได้ค่ะ สามารถใส่ชั้นวางของเพิ่มได้

ฝักบัวและที่วางสบู่ยี่ห้อ American Standard มีลักษณะเป็นแบบนี้ค่ะ

มาต่อกันที่ส่วนพื้นที่นั่งเล่น จะมีชุดโซฟา 2 ที่นั่งและโต๊ะกลางให้ค่ะ ซึ่งสามารถเลือกเฉดสีได้ 2 เฉดด้วยกัน ที่เห็นจากรูปจะเป็นเฉดสีเทาเข้ม เดี๋ยวเราจะพาไปดูอีกเฉดสีหนึ่งในห้องถัดไปนะคะ จะเห็นว่าโซฟา 2 ที่นั่งที่โครงการให้มาออกแบบมาพิเศษค่ะ สามารถดึงเบาะที่นั่งออกมาได้ด้วยนะ เนื่องจากเป็นเบาะพับ 3 ตอน เผื่อใครจะนอนดูหนังเล่นได้สบายเลยค่ะ

ถัดมาอีกฝั่งจะเป็นที่วาง TV แบบติดผนังมี 2 ชั้น และบานสไลด์

ถัดมาเป็นฉากกั้นกระจกบานเลื่อน 3 บาน กรอบบานอลูมิเนียมสีดำ กั้นโซนพื้นที่นั่งเล่นกับโซนห้องนอนไว้ การกั้นด้วยกระจกทำให้แสงสว่างจากภายนอกที่ผ่านมาจากทางระเบียงสามารถเข้าถึงห้องนั่งเล่นได้ และทำให้ห้องดูโปร่งโล่งได้มากกว่าการกั้นเป็นผนัง โดยได้ประโยชน์จากฟังก์ชั่นในแบบเดียว หากใครรู้สึกว่ากระจกทำให้ขาดความเป็นส่วนตัวเกินไปแนะนำให้ติดฟิล์มขุ่นโปร่งแสงที่กระจกค่ะ หรือถ้ายังไม่พอก็ติดม่านเพิ่มได้

มือจับเป็นแบบมาตรฐาน

รางบานเลื่อนค่ะ

เข้ามาที่ห้องนอน มีเตียงขนาด 5 ฟุต ,ตู้เสื้อผ้าให้ค่ะ

พื้นที่ทางเดินที่ปลายเตียงมีความกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร ด้านซ้ายของเตียงที่ติดกับฉากกั้นกระจกไม่มีพื้นที่เหลือ ส่วนทางด้านขวามีทางเดินห่างประมาณ 50 เซนติเมตร

ตู้เสื้อผ้าเป็นบานเปิด 2 ด้านแบบ Softclose สูงถึงเพดานมีชั้นวางของด้านบน ราวแขวนเสื้อและ 2 ลิ้นชัก

มือจับอลูมิเนียมแบบยื่นออกมาค่ะ

ถัดมาเป็นประตูบานเลื่อนกระจกกรอบบานอลูมิเนียมสีดำ

มือจับมาตราฐาน

ธรณีระเบียงยกสูงขึ้นประมาณ​ 5 เซนติเมตร

พื้นระเบียงปูกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 1.0 x 1.5 เมตร

ผนังมีดวงโคมสีดำติดผนัง และอีกด้านเป็นทางวางคอมเพรสเซอร์แอร์เป่ามาทางด้านข้าง

และสุดท้ายสำหรับใครที่ชำระจองพร้อมผ่อนดาวน์งวดที่ 1 จะได้รับ Bluetooth Sound System ค่ะ ตัว Sound System เป็นระบบเครื่องเล่นเพลง ที่ฝังลำโพงไว้บนฝ้านะคะ เราสามารถสั่งงานผ่าน Bluetooth ให้เล่นเพลงจากมือถือได้ หรือใช้ SD, USB drive ไปเสียบก็ได้ค่ะ

 

ห้องตัวอย่างห้องที่สองเป็นแบบ 1 Bedroom Exclusive ขนาด 29.46 ตารางเมตร เป็นห้องที่มีจำนวนมากที่สุดของโครงการ คือมี 14 ห้องต่อชั้น เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น และ 1 ห้องครัว รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบเหมือนเดิม เมื่อเข้าสู่ตัวห้องจะเจอส่วนของห้องนั่งเล่นก่อน คือมีชุดโซฟาและชั้นวางTV แบบชิดผนัง ถัดมาจะเป็นโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้ 2 ตัว มีห้องน้ำอยู่ด้านขวา ซึ่งห้องน้ำสามารถเปิดได้ 2 ทาง คือจากทางห้องนั่งเล่น และทางห้องนอน ถัดมาเป็นห้องครัวที่เป็นครัวปิดเชื่อมกับระเบียง ห้องนี้จึงเหมาะกับคนที่อุ่นหรือทำอาหารบ่อยและจริงจังเพราะกลิ่นมันจะได้ไม่กระจายค่ะ สำหรับห้องนอนมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างทีเดียว คือสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต ,มีพื้นที่ทำงาน และ Walk in Closet อีกด้วย

ห้องนี้ให้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished เช่นกันกับห้อง 1 Bedroom มีเพิ่มขึ้นมาคือ ชุดโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้ 2 ตัว

บรรยากาศภายในห้องจะค่อนข้างโปร่ง เพราะมีแสงเข้าทั่วถึงจากการกั้นพื้นที่ด้วยกระจกไม่ใช่กั้นเป็นผนังปกติ

เมื่อเข้ามาถึงจะเจอกับชุดโซฟา 2 ที่นั่งแบบเฉดสีครีมอ่อน อย่างที่บอกไปตอนดูห้องตัวอย่างแรกว่าโครงการมีให้เลือกเฉดสีของโซฟาได้ 2 แบบคือสีเทาเข้ม และสีครีมอ่อนค่ะ โซฟาชุดนี้ก็สามารถดึงเบาะที่นั่งออกมาได้เหมือนกับห้องแรกด้วยนะคะ

ถัดมาเป็นชั้นวาง TV เหมือนแบบห้องตัวอย่างแรก

ชุดโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้ 2 ที่นั่ง

มาที่ห้องน้ำ ยกธรณีขึ้นปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนและพื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนขนาด 30 x 30 เซนติเมตร

ห้องน้ำแยกโซนเปียกและโซนแห้งชัดเจนเป็นสัดส่วนโดยการกั้นฉากกระจกตรงบริเวณพื้นที่อาบน้ำ

พื้นที่ในโซนเปียกมีความกว้างประมาณ 1.5 เมตร ยี่ห้อและชนิดโถสุขภัณฑ์ ,อ่างล้างมือ ,ก็อกน้ำ ,สายฉีดชำระและที่แขวนกระดาษชำระ เหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ เพียงแต่ห้องนี้มีปลาวาฬด้วย 1 ตัว ^-^

ฉากกั้นกระจกบานเลื่อน 3 บาน กรอบบานเป็นอลูมิเนียมสีขาว

มือจับเป็นแบบนี้ค่ะ

ระดับพื้นในบริเวณอาบน้ำมีระดับเดียวกันกับพื้นที่โซนแห้ง มีธรณีขึ้นมาเล็กน้อยจากรางเลื่อนบานเลื่อนค่ะ

มีเซตผนังเข้าไปเพื่อวางของเหมือนห้องตัวอย่างแรกค่ะ

ชนิดและยี่ห้อของฝักบัวและที่วางสบู่เหมือนกับห้องตัวอย่างแรกค่ะ คือยี่ห้อ American Standard

หันหลังกลับมาจะเจอประตูบานเลื่อนที่เปิดมาจากทางห้องนอน

มีแต่มือจับแบบนี้ค่ะ ไม่มีตัวล็อก ถ้าไม่ชอบจะเปลี่ยนให้ล็อคได้ก็ไม่ยากค่ะ

มาต่อกันที่ส่วนของพื้นที่ครัวกัน มีประตูบานเลื่อนกระจก กรอบบานอลูมิเนียมกั้นระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องครัว สำหรับใครที่กลัวกลิ่นเข้ามารบกวนภายในห้องก็ปิดประตูบานเลื่อนได้ค่ะ

พื้นที่ห้องครัวจะค่อนข้างแคบไปหน่อย โดยมีระยะห่างให้เดินได้ประมาณ 70 เซนติเมตร พื้นห้องครัวเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร ช่วยให้ง่ายต่อการทำความสะอาดดีค่ะ เครื่องซักผ้าเค้าวางไว้ใต้ Pantry นะคะ เพราะครัวอยู่ติดระเบียงเลย ซักเสร็จเอาออกไปตากง่าย

ชุด Pantry ครัวเหมือนกับห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ

ถัดมาเป็นบานเลื่อนกระจก บานกรอบอลูมิเนียมสีดำที่กั้นระหว่างห้องครัวและระเบียง มีการยกธรณีประตูสูงขึ้นมานิดหน่อย

พื้นระเบียงเป็นกระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 เซนติเมตร โดยระเบียงมีความกว้างประมาณ 1.3 x 1.0 เมตร

ด้านบนมีดวงโคมสีดำแบบติดผนังเหมือนกับห้องตัวอย่างแรก

ถัดมาเป็นส่วนของห้องนอน กั้นผนังเป็นกระจกกรอบบานอลูมิเนียมสีดำเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับห้องนอน

บรรยากาศภายในห้องนอนมีเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ส่วนฝั่งตรงข้ามก็จะมีการต่อสายต่างๆไว้สำหรับให้ต่อทีวีแบบติดผนัง

หน้าต่างภายในห้องนอนเป็นบานกระทุ้ง 2 บาน โดยมีกระจกบาน Fixed อยู่ตรงกลาง

ตู้เสื้อผ้าบานสไลด์เปิดได้ทั้ง 2 ด้าน ติดกระจกเงาด้านนึง ภายในตู้เสื้อผ้ามีลิ้นชัก 2 ลิ้นชักและราวแขวนเสื้อผ้า

เดินตรงมาอีกหน่อยจะเห็นประตูบานเลื่อนที่เชื่อมกับห้องน้ำ

ปิดท้ายด้วยบรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นของห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom Exclusive ค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 06 August 2015 

  • Studio ขนาด 22.67 – 23.84 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.59 – 1.89 ล้านบาท
  • 1 Bedroom ขนาด 23.84 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.79 – 1.99 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Extra ขนาด 25.20 – 28.42 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.99 – 2.29 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Exclusive ขนาด 23.37 – 30.63 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.89 – 2.59 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 32.70 – 37.83 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.69 – 3.29 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus Extra ขนาด 40.49 – 43.28 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3.59 – 4.39 ล้านบาท
  • 2 Bedroom ขนาด 41.31 – 48.26 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3.49 – 4.29 ล้านบาท
  • ขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์ครบ
  • เพดานสูง 2.45 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • เครื่องปรับอากาศ
  • Digital Door Lock
  • จอง 10,000 บาท
  • ดาวน์ ประมาณ  10%
  • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 2% ของราคาประเมิน (ชำระคนละครึ่ง)
  • ค่ากองทุน 500 บาทต่อตารางเมตร (ชำระครั้งเดียว)
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน
  • โปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ ณ วันโอนฯ 100,000 บาท (สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดแล้วเท่านั้น)
  • Bluetooth Sound System (สำหรับลูกค้าที่ชำระจองพร้อมผ่อนดาวน์งวดที่ 1 เท่านั้น)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Episode พหลโยธิน – สะพานใหม่  อยู่ในทำเลย่านค้าขายที่คึกคักดั้งเดิมอยู่แล้วของชุมชนย่านสะพานใหม่ เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่รองรับการขยายตัวของระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายหมอชิต – สะพานใหม่โดยสถานีที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดคือ สถานีสายหยุด ปัจจุบันย่านสะพานใหม่นี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม หรืออาคารพาณิชย์ เมื่อมีนโยบายต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวจึงเริ่มมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นตามแนวสถานีรถไฟฟ้าและถนนตัดใหม่ ความอุดมสมบูรณ์ในบริเวณใกล้เคียงไม่เกิน 5 กิโลเมตร ที่เกื้อกูลต่อการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตประจำวัน มี Big C Supercenter,โรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล, ตลาดยิ่งเจริญ, Tesco Lotus, เซ็นทรัลรามอินทรา วัดและโรงเรียนต่างๆ รวมถึงเป็นพื้นที่ของสถานที่ราชการอย่างทหาร

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสะดวก เนื่องจากเป็นโครงการที่ติดกับถนนตัดใหม่ และอยู่ห่างจากถนนพหลโยธินเพียง 160 ม. แต่ถึงอย่างไรก็ต้องอย่าลืมว่าย่านสะพานใหม่นี้มีทั้งชุมชนและตลาดใหญ่ๆอย่างตลาดยิ่งเจริญ ดังนั้นความวุ่นวายและการจราจรจะค่อนข้างติดขัดโดยเฉพาะบริเวณตลาดยิ่งเจริญที่มีรถโดยสารสาธารณะทั้งรถตู้ รถสองแถว และรถประจำทาง จึงควรเผื่อเวลาการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนด้วยนะคะ

สำหรับถนนที่อยู่หน้าโครงการคือถนนตัดใหม่พหลโยธิน – รัตนโกสินทร์สมโภชที่กำลังจะเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการในปลายปี 2558 นี้ เป็นถนนใหญ่ขนาด 6 เลน เชื่อมจากพหลโยธินไปยังวัชรพลซึ่งเป็นถนนคู่ขนานกับถนนรามอินทรา สร้างขึ้นมาเพื่อแบ่งเบาภาระของถนนรามอินทราที่ค่อนข้างจะแน่นแล้ว ตัวถนนสามารถวิ่งไปยังแนววงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกหรือทางด่วนสุขาภิบาล 5 ได้ และในอนาคตมีแผนจะขยายไปเชื่อมกับถนนวิภาวดีรังสิต อันจะกลายเป็นถนนคู่ขนานกับรามอินทราตอนต้นโดยสมบูรณ์ คงช่วยแก้ปัญหารถติดและสร้างความสะดวกให้คนย่านนี้ได้มากขึ้นค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช่รถ ที่เด่นๆคือโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่มีนโยบายต่อขยายหมอชิต – สะพานใหม่ ซึ่งมีสถานี Interchange กับสายสีชมพูอยู่ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและลดจำนวนปริมาณรถยนต์บนท้องถนน เนื่องจากคนมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้คืบหน้าไปมากนักถึงแม้จะมีโครงการกันมานานมากแล้ว ดังนั้นก็จะมีการขนส่งสาธารณะประเภทอื่นๆให้พึ่งพาอย่างรถเมล์ประจำทางที่มีตลอดถนนพหลโยธินทั้งขาเข้าและขาออก, รถตู้วิ่งผ่านหลายสายทั้งไปเข้าเมืองไปอนุสาวรีย์ หมอชิต หรือจะขึ้นเหนือไปทางรังสิต ปทุมธานี

การออกแบบของอาคาร มีรูปลักษณ์อาคารที่เรียบง่ายตามแบบฉบับความเป็น Modern ตึก 14 ชั้นทรงตัว E นี้ เป็นความสูงมากสุดที่สามารถสร้างได้ในย่านนี้ เพราะมีข้อกำหนดจำกัดความสูงอาคาร อันเนื่องมาจากอยู่ในระยะควบคุมของเขตสนามบินดอนเมือง ถ้าไม่มีการเปลี่ยนกฎ คงไม่มีตึกสูงกว่านี้ขึ้นในทำเลใกล้เคียงกันค่ะ ตัวตึกออกแบบให้หันออกหน้าโครงการทางถนนตัดใหม่พหลโยธิน – รัตนโกสินทร์สมโภช ซึ่งจะได้ตึกแนวตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ความที่ตึกเป็นตัว E จึงมีห้องที่หันรับทุกทิศ จำนวนยูนิตอาคารทั้งหมดอยู่ที่ 465 ยูนิต วาง Facility ไว้ที่ชั้น 1, 2, 12A และ 14 โดยจัด Facility ชั้น 14 เต็ม Floor ถือเป็นชั้น Facility หลัก ซึ่งน่าจะได้ Privacy ดี เพราะตึกแถวนั้นถูกจำกัดความสูง

การวางผังแต่ละชั้นเป็นทางเดินแบบ Double Corridor มีห้องทั้งหมด 7 แบบ ขนาดห้องตั้งแต่ 22.67 – 48.26 ตารางเมตร ซึ่งเน้นไปที่ห้องขนาดเล็กคือ 1 Bedroom Exclusive เป็นส่วนใหญ่ ห้องแต่ละ Type จะเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน มีทั้งแบบครัวปิดและครัวเปิด สำหรับห้องเล็กการกั้นห้องนอนใช้กระจกบานเลื่อนทำให้ภายในห้องโปร่งโล่งและแสงธรรมชาติภายนอกเข้าถึงภายในห้อง

วัสดุของโครงการตามราคาและรายการโปรโมชั่นวันที่เข้าไปรีวิว มีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งครบชุดตามรูปแบบการขายอย่าง Fully Furnished พร้อมเครื่องปรับอากาศ แต่ไม่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า พื้นห้องนั่งเล่นและห้องนอนใช้วัสดุเป็นสมาร์ทไวนิลซึ่งดีในแง่ทนน้ำและไม่ขึ้นราเมื่อเทียบกับลามิเนต  พื้นครัวเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 เซนติเมตรและพื้นระเบียงเป็นกระเบื้องเซรามิก, ฝ้าสูง 2.45 เมตร ผนังเป็นฉาบปูนเรียบ ไม่มี Wallpaper, Pantry ครัวพร้อม Hob & Hood  ระบบดูดควันเป็นระบบหมุนเวียน สุขภัณฑ์ห้องน้ำใช้ของ American Standard เป็นส่วนหลัก มีอ่างล้างมือเป็นยี่ห้อ Mogen, มี Digital Doorlock ของ Samsung ให้มาด้วยค่ะ ถือว่าให้วัสดุมาค่อนข้างครบ

สาธารณูปโภคส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 1 – 2 และชั้น 12A – ชั้นดาดฟ้า โดยชั้น 1 มี Lobby Hall, Meeting Room, Library Lounge ชั้น 2 มีพื้นที่นั่งเล่นและสวนบริเวณทางเดิน ต่อมาชั้น 12A จะมี Double Volume Fitness, Steam Room, Play Zone & Sky Lounge ต่อมาคือชั้นดาดฟ้า ซึ่งเป็นชั้น Facility หลักโดยต้องเดินขึ้นบันไดจากชั้น 12A ชั้นนี้มี สระว่ายน้ำ 2 สระระบบเกลือ สระเด็ก ขนาด 7.70 x 4.00 เมตร และสระผู้ใหญ่ ขนาด 18.30 x 5.45 เมตร, Chill Out Area, Moon Deck, Panoramic Yoga Deck, Sky Cinema, Leisure Canopy, Co – Working Space และ Party & BBQ Terrace โดยรวมแล้ว ถือว่าเป็นโครงการที่ให้ Facility ค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับขนาดของโครงการและเพื่อนบ้านย่านนี้ การวาง Facility ไว้ที่ชั้น 14 ช่วยให้เพิ่มความเป็นส่วนตัวและน่าใช้งานมากขึ้นด้วยค่ะ

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคาเฉลี่ย 82,000 บาท/ตร.ม., 06 August 2015 (70,000 – 88,000 บาท)

  • ทำเล 7.75/10 – ทำเลใกล้ย่านค้าขายดั้งเดิม ติดถนนตัดใหม่ ใกล้รถไฟฟ้าในอนาคต มีความสมบูรณ์สูง
  • เดินทางด้วยรถ 7.50/10 – การเดินทางสะดวก ติดถนนตัดใหม่ ห่างจากถนนพหลโยธิน 160 ม. ปัจจุบันรถยังติดอยู่ แต่เมื่อถนนเปิดใช้สมบูรณ์แล้ว การจราจรคงดีขึ้น
  • ไม่ใช้รถ ณ ปัจจุบันที่ยังไม่มีรถไฟฟ้า 7.50/10 – พึ่งพารถเมล์ รถตู้ Taxi พี่วิน ก็จริง แต่เมื่อตึกเสร็จถนนหน้าโครงการเปิดใช้แล้ว การเดินทางจะสะดวกขึ้นมาก ปลอดภัยไม่เข้าซอย
  • ไม่ใช้รถ เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ 8.25/10 – ใกล้รถไฟฟ้าไม่เกิน 200 – 300 เมตร อยู่ในระยะเดินได้ไม่ลำบาก
  • วัสดุ 7.75/10 – Fully Furnished ได้เฟอร์ที่ออกแบบมาพอดีห้องมาครบ พื้นสมาร์ทไวนิล สุขภัณฑ์ห้องน้ำใช้ American Standard
  • แบบ 7.25/10 – จำนวนห้องต่อชั้นค่อนข้างหนาแน่น มีโถงลิฟท์เดียวตรงกลาง รูปแบบตึกตัว E มีบางห้องไม่ Private แต่การออกแบบห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่คิดมาให้ ค่อนข้างทำได้ดี
  • สาธารณูปโภค 8.50/10 – ออกแบบมาน่าใช้และ Private เพราะยกมาไว้บนชั้น 14 เป็นส่วนใหญ่ Facility โดยรวมครบและจัดวางกระจายให้ใช้งานสะดวก Facility ถือเป็นจุดเด่นสุดของโครงการนี้

  • MAIN CLASS
  • 7.78 / 10.00 คะแนน ณ ปัจจุบันที่ยังไม่มีรถไฟฟ้า
  • 7.85 / 10.00 คะแนน เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ

 

BOTTOM LINE

Episode พหลโยธิน – สะพานใหม่ เป็นโครงการในย่านสะพานใหม่ ติดถนนตัดใหม่และในอนาคตใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีสายหยุด เหมาะสำหรับคนที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในย่านนี้ มีรถยนต์ส่วนตัว คาดหวังจะใช้รถไฟฟ้าในอนาคต มีงบประมาณ 1.69 – 4.29 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 12,000 – 34,000 บาท

 

ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไปค่ะ 🙂

สมัครสมาชิก www.thinkofliving.com พร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี่ https://thinkofliving.com/register/