
สร้างเสร็จพร้อมอยู่เรียบร้อยแล้วครับกับคอนโดที่เห็นวิววัดอรุณได้ใกล้ที่สุด บนทำเลที่หาโครงการใหม่ได้ยากในย่านเมืองเก่าธนบุรี กับโครงการ Aspire อิสรภาพ สเตชั่น คอนโด Low Rise 5 ชั้นและ 8 ชั้น วิววัดอรุณ จาก AP ทำเลติดถนนวังเดิม ใกล้ MRT อิสรภาพ 400 เมตร ได้ความเป็นส่วนตัวสูงเพียง 270 ยูนิต ในราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท โดยมี Highlights ที่น่าสนใจดังนี้
- ใกล้รถไฟฟ้าและท่าเรือ : 400 เมตร ถึง MRT อิสรภาพ มีท่าเรือวัดอรุณห่างจากโครงการประมาณ 750 เมตร มีทั้งเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือข้ามฟาก ทำให้ข้ามไปฝั่งท่าเตียน พระนครได้ง่าย
- วิววัดอรุณ : เป็นโครงการที่ได้วิวพระปรางค์วัดอรุณได้ใกล้และเต็มตาที่สุด แบบไม่มีอะไรบดบัง ชมวิวพลุช่วงเทศกาลทั้งโซนเมืองเก่าและโซนไอคอนสยามได้แบบสวยงามมาก ๆ
- ไม่ไกลจากสถานศึกษาชื่อดังหลายแห่ง : ในรัศมี 3 กิโลเมตร มีโรงเรียนชื่อดังอยู่หลายแห่งเช่น โรงเรียนทวีธาภิเศกและโรงเรียนศึกษานารี หรือขึ้น MRT ไป 1 – 5 สถานี ถึงโรงเรียนสวนกุหลาบ ราชินี หรือจุฬาฯ ได้สะดวกครับ
- Sky Facilities : โครงการอยู่ในเขตเมืองเก่า มีการจำกัดความสูง ทำให้ในอนาคตไม่สามารถมีอาคารมาสร้างบังวิววัดอรุณจากโครงการเราได้ โครงการจึงวางพื้นที่นั่งเล่น นั่งทำงานไว้ชั้นบนสุด เปิดรับวิววัดอรุณได้เต็มตา
- ห้องหน้ากว้างถึง 7.5 เมตร : โครงการมีห้อง 1 Bedroom หน้ากว้างถึง 7.5 เมตร หนึ่งเดียวในย่านนี้ ได้ช่องแสงเยอะ ได้ความโปร่งโล่งเป็นพิเศษ
ข้อมูลโครงการ
Aspire Itsaraphap Station (แอสปาย อิสรภาพ สเตชั่น) ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
| ชื่อโครงการ | Aspire Itsaraphap Station (แอสปาย อิสรภาพ สเตชั่น) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จํากัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | MAIN CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600 |
| ที่ดิน | 3-0-93.30 ไร่ |
| ประเภทคอนโด | Low Rise 2 อาคาร สูง 5 และ 8 ชั้น |
| จำนวนยูนิต | 270 ยูนิต |
| ที่จอดรถ | 105 คัน คิดเป็นประมาณ 39% (รวมจอดซ้อนคันได้ 46%) |
| เริ่มก่อสร้าง | ปี 2567 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | กุมภาพันธ์ ปี 2569 |
| ประเภทห้องพัก |
|
| ความสูงพื้นถึงฝ้า | 2.45 เมตร |
| ราคาเริ่มต้น | 3.29 ล้านบาท* (1 Bedroom หน้ากว้าง 7.5 เมตร ขนาด 31 ตร.ม.) |
| ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ | ประมาณ 105,000 บาท/ตร.ม. |
| ค่าส่วนกลาง | 59 บาท/ตร.ม./เดือน |
| EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) | (ผ่านแล้ว) สร้างเสร็จพร้อมอยู่ |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| Call Center | 1623 หรือ 02-408-6445 |

ทำเลที่ตั้ง
Highlight
- ใกล้ MRT อิสรภาพ : ประมาณ 400 เมตร ถือเป็นระยะที่เดินได้สบาย มีร้านค้าตลอดทาง เพียง 5 สถานี ถึง จุฬาฯ – สามย่าน หรือประมาณ 10 นาทีเท่านั้น
- ใกล้วัดอรุณ : ห่างจากโครงการประมาณ 500 เมตร รวมถึงมีจุดขึ้นเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือข้ามฟาก ข้ามไปฝั่งท่าเตียนและพระนครได้ง่าย
- ไม่ไกลจากสถานศึกษาชื่อดังหลายแห่ง : เช่น โรงเรียนทวีธาภิเศกที่ห่างออกไปเพียง 850 เมตร หรือโรงเรียนศึกษานารีที่อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 1.7 กิโลเมตร เดินทางไปโรงเรียนได้สะดวก
พิกัด Google Maps : 13.74111744190507, 100.48512807262904
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
Aspire Itsaraphap Station (แอสปาย อิสรภาพ สเตชั่น) ตั้งอยู่ตรงไหน?
โครงการ Aspire Itsaraphap Station (แอสปาย อิสรภาพ สเตชั่น) ตั้งอยู่ติดถนนวังเดิม ใกล้กับแยกโพธิ์สามต้น เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนอิสรภาพและถนนอรุณอมรินทร์ โดยถนนอรุณอมรินทร์จะเป็นโซนที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่วังเดิม (สมัยกรุงธนบุรี) จึงมีวัดวาอารามต่าง ๆ อยู่หลายแห่ง รวมถึงสถานที่ราชการและพื้นที่ของกองทัพเรืออยู่ตลอดแนวแม่น้ำ โดยในบริเวณนี้จะมีการจำกัดความสูงอาคารรอบพื้นที่วัดอรุณ ไม่เกิน 16 เมตร หรือสูงได้ไม่เกินประมาณ 5 ชั้น ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพักอาศัยและอาคารพาณิชย์ที่สูงไม่เกิน 4 ชั้น ส่วนโซนถนนอิสรภาพจะมีความเป็นชุมชนพักอาศัยมากขึ้น โดยบริเวณถนนอิสรภาพมีการจำกัดความสูงอาคารรอบพื้นที่วัดอรุณที่ไม่เคร่งเท่าถนนอรุณอมรินทร์อยู่ที่ไม่เกิน 24 เมตร
คอนโดอิสรภาพ ราคาเท่าไหร่?
โซนอิสรภาพถือเป็นโซนที่เมืองเก่าที่มีการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ เกิดขึ้นน้อยมาก ๆ โดยปัจจุบันโครงการ Aspire Itsaraphap Station (แอสปาย อิสรภาพ สเตชั่น) เป็นคอนโดหนึ่งเดียวในย่านนี้ที่เป็นคอนโดใหม่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ ส่วนใหญ่โครงการคอนโดมักจะเขยิบออกไปในโซนท่าพระ – เพชรเกษม มีที่ว่างเยอะและมีข้อจำกัดในการพัฒนาน้อยกว่า ทำให้ราคาจับต้องได้ง่ายกว่า โดยโซนท่าพระ – เพชรเกษมจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ในช่วงประมาณ 2 ล้านบาท แต่โครงการส่วนใหญ่จะอยู่ใน Segment Economy – Main Class เป็นหลักซึ่งส่วนใหญ่มาด้วยจำนวนยูนิตที่ค่อนข้างเยอะครับ
ความอุดมสมบูรณ์รอบ ๆ โครงการ Aspire แอสปาย อิสรภาพ สเตชั่น ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ความดั้งเดิมของร้านค้าร้านอาหารต่าง ๆ ในโซนนี้ รวมคาเฟ่ต่าง ๆ ในโซนที่ใกล้วัดอรุณ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาค่อนข้างเยอะ ถ้าเขยิบออกมาหน่อยจะมีตลาดวังหลังและโซนสวัสดิการทหารเรือบริเวณใกล้โรงพยาบาลธนบุรี มีตลาดพรานนก มีร้านค้า ร้านอาหารภายในอยู่หลายร้านเลย มี Big C อิสรภาพห่างจากโครงการประมาณ 1.6 กิโลเมตร ลูกบ้านสามารถหาของกินของใช้ได้สะดวก แต่ถ้าใครอยากจะเดินช้อปปิ้งห้างใหญ่ ๆ จะเดินทางไป ICONSIAM ก็อยู่ห่างออกไปประมาณ 3.8 กิโลเมตรครับ หรือจะไปหาของกินโซนเยาวราชก็ไม่ไกลเลยครับ
โรงพยาบาลสำคัญอย่างศิริราชถือว่าอยู่ใกล้เลยครับ เดินทางไปหาหมอได้ง่าย ส่วนคนที่ทำงานในโซนนี้ หรือเป็นบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลธนบุรี ก็สามารถเดินทางไปทำงานได้สะดวกมาก ๆ ไม่ว่าจะขับรถยนต์ส่วนตัวไป หรือนั่งรถสาธารณะอย่างรถเมล์และรถกระป๊อไปได้ในระยะประมาณ 1 – 3 กิโลเมตรเท่านั้น โดยโครงการมี Shuttle Service รับ-ส่งที่โรงพยาบาลศิริราชและละแวกใกล้เคียงมาให้ด้วยนะครับ
ส่วนใครที่มีลูกหรือวางแผนในอนาคตอยากให้ลูกเรียนโรงเรียนชื่อดังในโซนนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์นะครับ เพราะ Aspire อิสรภาพ สเตชั่น ใกล้สถานศึกษาชื่อดังหลายแห่งทั้งโรงเรียนชายล้วนประจำย่านนี้อย่างทวีธาภิเษกเพียง 850 เมตร โรงเรียนหญิงล้วนอย่างศึกษานารี มีโรงเรียราชินีและสวนกุหลาบอยู่ไม่ไกลประมาณ 2 กิโลเมตรกว่า ๆ เท่านั้น รวมถึงยังมีเรือข้ามฟากจากท่าเรือวัดอรุณไปลงท่าเตียนได้ สะดวกทำหรับคนที่เรียนมหาวิทยาลัยศิลปากร หรือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือคนที่เรียนจุฬาลงกรณ์ก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปได้สะดวกเพียง 5 สถานีครับ
หรือจริง ๆ เราจะขึ้น MRT ไปห้างต่าง ๆ ก็สะดวกนะครับ 5 สถานี ถึง สามย่านมิตรทาวน์ และซีคอนบางแค และในระยะไม่เกิน 7 สถานี เราไปได้ทั้ง Dusit Central Park, One Bangkok และ The Mall บางแคได้สบาย ๆ เลยครับ นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีแดง และสายสีม่วงอยู่ไม่ไกลจากโครงการ Aspire อิสรภาพ สเตชั่น อีกด้วยครับ เป็นตัวเลือกในการเชื่อมต่อการเดินทางไปยังโซนอื่น ๆ ของกรุงเทพได้อีกเยอะเลยครับ
การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า
ตัวโครงการใกล้ MRT อิสรภาพ ในระยะเดินประมาณ 400 เมตร เดินมาใช้งานได้สบาย ๆ เลย โดยเราสามารถเดินเลาะไปตามถนนใหญ่ทำให้ไม่เปลี่ยว เดินได้ปลอดภัย หรือใครไม่อยากเดินจะเรียกพี่วินไปขึ้นรถไฟฟ้าก็ได้เช่นกันครับ จุดเด่นของ MRT อิสรภาพ คือเป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เป็นสถานีใต้ดินแห่งเดียวของฝั่งธนบุรีในตอนนี้ (ในอนาคตจะมีสถานีใต้ดินของสายสีม่วงและสายสีส้มตามมาอีกหลายสถานีเลยครับ) ข้อดีคือภายในสถานีจะมีระบบปรับอากาศ พร้อมกับบันไดเลื่อนขึ้น – ลง ทุกจุด ต่างจากสถานีลอยฟ้าที่จะไม่มีระบบปรับอากาศและไม่มีบันไดเลื่อนลงครับ นอกจากนี้ MRT อิสรภาพเราไม่ต้องเปลี่ยนสายเพื่อเข้าตัวเมืองเหมือนสายสีน้ำเงินโซนจรัญสนิทวงศ์ครับ ขึ้นรถไฟฟ้าไปเพียง 5-6 สถานีก็สามารถเข้าถึงตัวเมืองและแหล่งงานอย่างสามย่านและสีลมแล้วครับ หรือใครที่ทำงานโซน อโศก , พระราม 9 ก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานได้ไม่ยากเลยครับ
การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
สำหรับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก จะมีทางด่วนศรีรัชที่ใกล้ที่สุดประมาณ 5.7 กิโลเมตร ใช้เดินทางไปยังโซนจตุจักร , พญาไทและพระราม 9
เราจึงมองว่าโครงการนี้รองรับกลุ่มคน 3 กลุ่มเป็นหลักคือ กลุ่มคนที่ทำงานในเมืองโดยใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก , กลุ่มคนที่ทำงานในละแวกนี้ รวมถึงบุคลากรของโรงพยาบาลศิริราชด้วย และกลุ่มสุดท้ายคือคนที่ทำงานหรือเรียนฝั่งตรงพระนคร
ส่วนถัดไปเดี๋ยวผมจะพาทุก ๆ คนเดินจาก MRT อิสรภาพไปยังโครงการนะครับ
สถานีอิสรภาพ เป็นหนึ่งใน 1 ใน 4 สถานีของ MRT สายสีน้ำเงินในเขตเมืองเก่า มีการตกแต่งโดยมีสัญลักษณ์ของย่านมาตกแต่งภายในสถานี โดยสถานีอิสรภาพจะมีการตกแต่งด้วยรูปหงส์ เป็นสัญลักษณ์แทนวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เป็นวัดที่เก่าแก่ของธนบุรี มีความสวยงามและสำคัญของย่านอิสรภาพเลยครับ
ทางออกสำหรับไปที่โครงการ Aspire อิสรภาพ สเตชั่น ให้เราใช้ทางออกที่ 1 (ซอยอิสรภาพ 34) เป็นทางออกที่คนค่อนข้างเยอะเลย เพราะว่าทางออกที่ 1 เป็นทางออกเดียวกันกับวัดอรุณ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร และสถานที่ท่องเที่ยว คาเฟ่ ร้านค้าต่าง ๆ ของโซนนี้ได้ครับ
ขึ้นบันไดเลื่อนมาก่อนจะถึงระดับพื้นดิน ทางรถไฟฟ้ามหานครติดแผนที่แหล่งที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญของย่านนี้มาให้ดู ใครที่อยากมาเดินเที่ยวแบบ 1 Day Trip สามารถมาตามรอยได้เลยนะครับ
ขึ้นมาจากสถานี เราจะเจอซอยอิสรภาพ 34 ให้เราเดินกลับไปอีกฝั่งนึงนะครับ
ลงมา MRT มาพอเราเดินกลับไปอีกฝั่งนึง จะมีคิวรถกระป๊อที่จะจอดรับส่งผู้โดยสารบริเวณนี้ครับ เราสามารถขึ้นรถกระป๊อบริเวณนี้ไปคลองสาน วงเวียนใหญ่ ตลาดพลู ได้ด้วยครับ
เดินตามทางมาเราจะเจอกับร้านสะดวกซื้อ ร้านปิ้งย่างติดมันส์ และร้านค้าต่าง ๆ ด้านหน้าเซเว่นครับ สามารถแวะซื้อของหรือนั่งกินก่อนกลับคอนโดได้
ปั๊มน้ำมัน SUSCO
ติด ๆ กันจะมีปั๊มน้ำมัน SUSCO ภายในจะมีร้านกาแฟ Starbucks และร้านราเมงตั้งอยู่ แวะซื้อกาแฟตอนเช้าหรือนั่งทานราเมงตอนเย็นก่อนกลับห้องได้
เดินตามทางกันต่อไปอีกประมาณ 150 เมตร เราจะไปถึงบริเวณแยกโพธิ์สามต้นครับ
ระหว่างทางจะมีป้ายรถเมล์อยู่ มีสายให้ใช้งานเบื้องต้น ดังนี้ครับ
- สาย 85 (สถานีรถไฟธนบุรี – วงเวียนใหญ่ – เจริญนคร – พระประแดง)
- สาย 40 (สายใต้ใหม่ – เยาวราช – สยาม – อโศก – เอกมัย)
- สาย 56L (วงกลม : สะพานซังฮี้ – ไฟฉาย – สะพานพุทธ – บางลำพู – สะพานซังฮี้)
- สาย 57R (สำนักงานเขตตลิ่งชัน – ปิ่นเกล้า – ศิริราช – คลองสาน – วงเวียนใหญ่ – สำเหร่ – ท่าพระ – บางขุนนนท์)
- สาย 149 (บรมราชชนนี – ปิ่นเกล้า – ศิริราช – วงเวียนใหญ่ – สาทร – พระราม 4 – เอกมัย)
อีกหนึ่งสิ่งที่แสดงถึงความเป็นย่านเมืองเก่าที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมค่อนข้างเยอะ บริเวณตะแกรงท่อน้ำบนถนนอิสรภาพ จะมีการเล่นลวดลายเป็นคำว่า “อิสรภาพ” เพื่อให้เกิดความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ของย่านนี้
เดินต่อมาถึงบริเวณแยกโพธิ์สามต้น จะเจอกับสะพานลอยข้ามแยกฝั่งตรงข้ามด้านซ้ายจะมีร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า และตลาดโพธิ์สามต้นอยู่ครับ
เดินเลี้ยวขวาเข้ามาบริเวณถนนวังเดิม เราจะเจอกับสำนักงานขายโครงการ Aspire อิสรภาพ สเตชั่น ที่เราเคยพามาชมตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ครับ เวลาเดินไว แปปเดียวเท่านั้นครับ วันนี้เดี๋ยวเราจะพาไปชมตึกจริง วิวจริงกันแล้วครับ
เดินต่อมาอีกนิด เราจะเจอกับทางม้าลาย ซึ่งทางโครงการน่าจะมีการขอทางเขตเพิ่มมา เพราะตอนที่เรามารีวิวสำนักงานขายยังไม่มีทางม้าลายตรงนี้เลยครับ ทางม้าลายตรงนี้สามารถข้ามได้ง่าย เพราะถนนเป็น 2 เลนไม่ใหญ่ รถขับกันไม่เร็วครับ หรือถ้าใครไม่ชอบข้ามทางม้าลายจะไปข้ามสะพานลอยตรงแยกโพธิ์สามต้นแทนก็ได้นะครับ
บริเวณปากทางเข้าโครงการครับ ก่อนจะพาเข้าไปชมภายในเดี๋ยวเราพาเดินเลยไปทางวัดอรุณอีกสักหน่อยเพื่อดูว่าทำเลนี้เป็นยังไง มีอะไรน่าสนใจบ้างครับ
ใกล้ ๆ กับโครงการจะเป็นกรมช่างโยธาทหารเรือ
บรรยากาศบริเวณถนนวังเดิม
บรรยากาศตลอดสองฝั่งถนนวังเดิมจะมีร้านค้าร้านอาหารอยู่หลากหลายร้านเลยครับ มีร้านสเต็ก ร้านกาแฟ ร้านเค้ก ร้านตัดผม ใครชอบทานเค้ก ขอแอบแนะนำร้าน Gunsbake เขาทำเค้กเอง ไปแวะชิมมาอร่อยดีเลยครับ มีเจ้าแมวเหมียวด้วย เดินเลยมาอีกหน่อยจะมีสถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่อยู่ด้วย ทำให้รู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัยเพราะมีตำรวจอยู่ใกล้ ๆ ตลอดครับ
ซอยวังเดิม 2
เดินเลยสถานีตำรวจมาหน่อยจะเจอกับซอยวังเดิม 2 มีเซเว่นอยู่ปากซอย เราสามารถเดินจากโครงการมาซื้อของได้ครับ อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 220 เมตร โดยซอยวังเดิม 2 จะเป็นซอยเข้าวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหารด้วยครับ
เดินถัดมาอีกนิดเราจะเจอกับแยกวังเดิม เป็นจุดตัดถนนวังเดิมกับถนนอรุณอมรินทร์
รวมถึงเป็นทางเข้ากองทัพเรือและวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารด้วยครับ
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
ที่ตั้งโครงการ Aspire อิสรภาพ สเตชั่น จะมีลักษณะกลมกลืนไปกับชุมชนดั้งเดิมของบริเวณนี้ ทั้งอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นที่ส่วนใหญ่ทำเป็นร้านค้า ร้านอาหาร และคลองขนาดเล็ก , กรมช่างโยธาทหารเรือ โดยบรรยากาศรอบ ๆโครงการส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ของชุมชนพักอาศัย , อาคารพาณิชย์ และที่ว่างรอการพัฒนา ทำให้เป็นคอนโด Low Rise ที่ได้วิวที่ค่อนข้างเปิดโล่ง ทำให้ทางทิศเราสามารถทอดสายตาระยะไกลแบบวิวคอนโด High Rise ได้เลยครับ
- ทิศเหนือ ติดกับ ชุมชนบ้าน 2-3 ชั้น
- ทิศตะวันออก ติดกับ อาคารราชการ 3-4 ชั้น , ชุมชนบ้าน 2-3 ชั้น
- ทิศใต้ ติดกับ อาคารพาณิชย์ 2 ชั้น
- ทิศตะวันตก ติดกับ อาคารราชการ 2-4 ชั้น , ที่ว่างรอการพัฒนา
โดยปกติถ้าเป็นคอนโด Low Rise เราอาจจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับวิวภายนอกแต่ละทิศเท่าไหร่ แต่สำหรับโครงการนี้ ด้วยความที่อยู่ในเขตจำกัดความสูงรอบวัดอรุณ ทำให้วิวภายนอกมีความโปร่ง โล่ง อยู่แทบทุกทิศทาง เราจึงถ่ายภาพวิวแต่ละทิศมาฝาก เผื่อใครที่อยากได้วิวภายนอกโครงการ ดูประกอบการตัดสินใจได้ครับ
วิวทิศเหนือ จากอาคาร B ที่ความสูงชั้น 7 จะเห็นได้ว่าบริเวณโดยรอบเป็นชุมชนชุมชนบ้าน 2-3 ชั้น ทำให้วิวค่อนข้างโปร่ง โล่ง ไม่มีตึกสูงหรืออาคาร Low Rise บังวิวในระยะประชิดเลยครับ และในอนาคตเกิดอาคารสูงได้ยากเพราะเป็นบ้านพักอาศัยที่อยู่ในซอยย่อย
วิวทิศตะวันออก จากอาคาร B ที่ความสูงชั้น 8 จะเห็นหลังคาของอาคาร A สูง 5 ชั้น ระยะกลางเป็นวิวพระปรางค์วัดอรุณอยู่ตรงกลางแบบพอดี ช่วงค่ำ ๆ ที่พระปรางค์เปิดไฟ น่าจะเป็นวิวที่สวยงามมาก ๆ เลย แถมยังได้วิวเมืองเป็นพื้นหลังไกล ๆ ด้วยครับ
วิวทิศใต้ จากอาคาร B ที่ความสูงชั้น 5 จะสูงพ้นบ้านพักอาศัยและอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นขึ้นมา เห็นวิวเมืองโซน ICONSIAM เป็นพื้นหลัง ฝั่งขวาเห็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้นอยู่ในระยะสายตา แต่ไม่ได้ใกล้จนรู้สึกว่าบังวิวครับ
วิวทิศตะวันตก จากอาคาร B ที่ความสูงชั้น 7 จะมองไปทางถนนอิสรภาพ โดยปัจจุบันที่ดินที่ติดกับโครงการจะเป็นบ้านพักอาศัยที่มีการปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ค่อนข้างเยอะ ทำให้ได้ความร่มรื่น ระยะกลางเห็นวัดใหม่พิเรนทร์ ส่วนระยะไกลจะเห็นเป็นสถานีท่าพระอินเตอร์เชนจ์ และวิวตึกสูงโซนถนนเพชรเกษมครับ
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่าง ๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- SUSCO อิสรภาพ ~ 330 m.
- Big C อิสรภาพ ~ 1.6 km.
- ตลาดวังหลัง ~ 2.3 km.
- The Old Siam Plaza ~ 3.0 km.
- Icon Siam ~ 3.8 km.
- ตลาดพลู ~ 3.9 km.
- ตลาดสำเพ็ง ~ 3.9 km.
- The Mall Lifestore ท่าพระ ~ 4.8 km.
- เยาวราช ~ 4.9 km.
โรงพยาบาล
- โรงพยาบาลธนบุรี ~ 1.8 km.
- โรงพยาบาลศิริราช ~ 2.6 km.
- โรงพยาบาลตากสิน ~ 3.3 km.
- โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ~ 3.9 km.
- โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ~ 4.7 km.
โรงเรียน
- วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน ~ 700 m.
- โรงเรียนทวีธาภิเศก ~ 850 m.
- มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ~ 1.2 km.
- โรงเรียนศึกษานารี ~ 1.7 km.
- โรงเรียนสตรีวัดระฆัง ~ 2.0 km.
- โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ~ 2.4 km.
- โรงเรียนราชินี ~ 2.6 km.
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ~ 5.2 km.
- มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ~ 5.2 km.
การเดินทาง
- MRT อิสรภาพ ~ 400 m.
- ท่าเรือข้ามฟากวัดอรุณ ~ 750 m.
- สถานีสะพานพุทธ (สถานีในอนาคตของสายสีม่วง) ~ 2.0 km.
- สถานีศิริราช (สถานีในอนาคตของสายสีส้มและสายสีแดง) ~ 2.6 km.
- ทางด่วนศรีรัช ด่านหัวลำโพง ~ 5.7 km.
รายละเอียดโครงการ
Highlights :
- ส่วนกลางลอยฟ้า : ได้วิวพระปรางค์วัดอรุณใกล้ที่สุด ไม่มีอาคารสูงขึ้นมาบังได้ในอนาคต
- อาคารรูปตัว L จำนวน 2 อาคาร : ล้อมส่วนกลาง ทำให้ได้วิวสวนและสระว่ายน้ำของส่วนกลาง ออกแบบสไตล์ Modern Heritage Twist บรรยากาศร่มรื่น
- ส่วนกลางกระจายอยู่หลายชั้น : ทำให้การใช้งานแต่ละอาคารและฟังก์ชันไม่หนาแน่น ลูกบ้านได้ความสงบในการใช้งาน
Aspire Itsaraphap Station (แอสปาย อิสรภาพ สเตชั่น) เป็นคอนโด Low Rise 2 อาคาร จาก AP ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 3-0-93.30 ไร่ รวม 270 ยูนิต ที่จอดรถ 39% ไม่รวมซ้อนคัน โดยแบ่งเป็นอาคาร A จำนวน 100 ยูนิต และอาคาร B จำนวน 170 ยูนิต เมื่อเทียบกับโครงการเพื่อนบ้านแล้ว โครงการนี้ถือว่ามีจำนวนยูนิตน้อยเป็นอันดับต้นๆเลยครับ ทำให้ลูกบ้านโครงการนี้ได้ความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัย ออกแบบมาในสไตล์ Modern Heritage Twist ให้อารมณ์เหมือน Boutique Hotel บรรยากาศร่มรื่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย
มาดูรายละเอียดของโครงการกัน เริ่มจาก Masterplan ของโครงการ ชั้นแรกเป็นส่วนกลางทั้งหมด ไม่มีห้องพักอาศัยเลย เราจะสังเกตได้ว่าทางเข้าโครงการมีความยาวพอสมควรซึ่งตรงนี้จะเป็นถนนภาระจำยอม (อัปเดตจากโครงการล่าสุด กุมภาพันธ์ 2569 ถนนทางเข้าโครงการเป็นถนนสาธารณะ) ทางโครงการจึงตั้งซุ้มประตูลึกเข้าไปด้านในโครงการ ให้พ้นแนวถนนนี้ โครงการแยกซุ้มประตูโครงการออกจากบริเวณ Drop-off ทำให้รถวนส่งลูกบ้านได้ง่ายขึ้น ระหว่างโถงลิฟต์อาคาร A และ B จะมีทั้งห้องนิติบุคคลและร้านค้าอยู่ ทำให้ลูกบ้านทั้ง 2 อาคารมาติดต่อได้ง่าย สำหรับ Facility ส่วนกลางของชั้น 1 จะมี Lobby, สระว่ายน้ำและสวนอยู่บริเวณตรงกลางโครงการ บรรยากาศร่มรื่นเลยทีเดียว
ลิฟต์ของโครงการแบ่งออกเป็นของอาคาร A และ B อาคารละ 2 ตัว ทำให้อัตราส่วนลิฟต์อาคาร A อยู่ที่ 50 : 1 และ 85 : 1 สำหรับอาคาร B ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่น้อย ไม่ต้องรอลิฟต์นาน โดยลูกบ้านจะต้องสแกนใบหน้าเพื่อเข้าสู่โถงลิฟต์และใช้ลิฟต์ด้วย เดี๋ยวเราพาชมตั้งแต่บริเวณทางเข้าโครงการกันเลยครับ
บรรยากาศบริเวณทางเข้าติดถนนวังเดิม ซึ่งบริเวณนี้ปัจจุบันทางโครงการแจ้งว่าเป็นถนนสาธารณะ (เดิมเป็นถนนภาระจำยอม)
เหตุผลที่ต้องทำเป็นถนนสาธารณะเพราะว่าทางซ้ายมือมีซอยที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ประมาณ 10 – 14 หลัง ใช้ทางบริเวณนี้ร่วมกัน
ส่วนตรงนี้จะเริ่มเป็นที่ดินของโครงการแล้วครับ เนื่องจากพ้นจากบริเวณซอยเข้าบ้านพักอาศัยแล้ว โดยทางจะมีลักษณะลาดลงเล็กน้อยต่ำกว่าพื้นถนนวังเดิมประมาณ 60 เซนติเมตร ถือว่าลาดลงไปไม่เยอะเมื่อเทียบกับโครงการที่มีชั้นจอดรถใต้ดินครับ เพราะที่ดินโครงการอยู่ในเขตจำกัดความสูงอาคารรอบวัดอรุณทำให้บริเวณอาคาร A และอาคาร B บางส่วนสูงได้ไม่เกิน 16 เมตร เพื่อทำให้โครงการสามารถขึ้นอาคารสูง 5 ชั้น พร้อมส่วนกลางเพดานสูงที่ชั้น 5 ได้ครับ หากใครที่กังวลเรื่องน้ำฝนจะไหลเข้าโครงการ โครงการมีการทำรางท่อรับน้ำฝนไว้ที่พื้นเรียบร้อยครับ ภายในโครงการมีบ่อหน่วงน้ำ กักเก็บเวลาฝนตก พร้อมปั๊มสูบออก โดยจะมีประตูน้ำกั้นเพื่อไม่ให้น้ำจากท่อระบายน้ำสาธารณะไหลเข้ามาในโครงการครับ รวมถึงโซนนี้เป็นโซนที่อยู่ในเขตเมืองเก่า ที่ริมน้ำเป็นวัดวาอารามและวังเก่าแก่ ทำให้มีการป้องกันเขื่อนบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นอย่างดี รวมถึงมีประตูน้ำปิดทุกคลองที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยาครับ
เข้ามาถึงภายในโครงการ เราจะเจอกับ Drop-Off สำหรับวนส่งใต้อาคาร สามารถวนรับ – ส่ง ได้สะดวก เราจะสังเกตเห็นว่าโครงการใช้สีแดงอิฐพร้อมตกแต่งด้วยบานประตูหน้าต่างบานเกล็ดซี่ไม้ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ของบ้านเรือนไทยแบบดั้งเดิมในอิสรภาพ-วังเดิมนำมาเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ในโครงการ
โครงการมีรถ Shuttle Service สำหรับรับ-ส่งลูกบ้าน มีจุดจอด MRT อิสรภาพ, โรงพยาบาลธนบุรี/สหกรณ์ทหารเรือ, ท่าเรือวังหลัง/โรงพยาบาลศิริราช (รอบการเดินรถขึ้นอยู่กับทางนิติบุคคลตามมติลูกบ้านอีกครั้งนึงครับ)ใครที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ หรือต้องการไปหาหมอที่โรงพยาบาลในย่านนี้ ไปเดินตลาดซื้อของกินย่านวังหลัง หรือไม่อยากเดินไป MRT ก็ใช้งานบริการรับ-ส่งได้ ถือว่าสะดวกเลยครับ
รถยนต์ที่จะผ่านเข้าซุ้มประตูต้องใช้ระบบ Katsan สแกนป้ายทะเบียนในการเข้า-ออก หมายความว่ารถยนต์ที่เข้าออกได้จะเป็นลูกบ้านเท่านั้น ส่วน Vistor ต้องใช้ระบบ VMS นัดหมายก่อนเข้าโครงการ หากไม่ได้นัดมาก่อนต้องแลกบัตรก่อนเข้าโครงการนะครับ สำหรับที่จอดรถภายในโครงการมี 105 คัน หรือประมาณ 39% ไม่รวมซ้อนคัน
ด้านขวาจะมี Shop 1 ยูนิต ซึ่งคาดว่าจะทำเป็นสำนักงานขาย และในอนาคตที่โครงการขายหมดแล้ว อาจจะปรับเป็นร้านค้าได้ครับ
ติดกันจะมีสำนักงานนิติบุคคล เวลาจะติดต่อหรือรับพัสดุสามารถเดินมาติดต่อที่ใต้อาคาร B ได้ครับ
ใต้อาคาร A และ B จะมีช่องจอดสำหรับ EV Charger มาให้อาคารละ 2 ช่องจอด รวมเป็น 4 ช่อง EV Charger เมื่อเทียบกับจำนวน 270 ยูนิตภายในโครงการถือว่าให้มาค่อนข้างเยอะเลยครับ
ส่วนทางออกจะอยู่บริเวณ Drop-off ใกล้กับ Lobby บริเวณอาคาร A ครับ มีไม้กั้นกระดกพร้อมระบบ Katsan อ่านป้ายทะเบียนมาให้เช่นกันครับ
อยากให้ทุกคนสังเกตบริเวณสีแดงที่มีการทำเป็นลวดลายเส้นต่าง ๆ เป็นการนำองค์ประกอบและสถาปัตยกรรมของการ “ย่อมุม” จากวัดอรุณ มาเป็นส่วนหนึ่งของงานดีไซน์ภายในโครงการครับ
ติดกับโซน Drop-Off ที่ชั้น 1 ของอาคาร A จะเป็น Lobby
ซึ่งหากเรานั่งอยู่ภายในบริเวณ Lobby เราสามารถมองออกมาเห็นวิวสระกลางโครงการได้ บรรยากาศร่มรื่นเลยทีเดียวครับ
Lobby
Lobby ของโครงการมีชื่อว่า The Itsara Lounge เป็นห้องที่ได้กระจกแบบเต็มความสูง เปิดรับแสงและวิวสระกลางโครงการได้แบบเต็มตา ทำให้ดูโปร่ง โล่ง พร้อมความร่มรื่นจะวิวสระและต้นไม้ ลูกบ้านสามารถมานั่งเล่นพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศได้ครับ
Lobby
ภายใน Lobby จะมีโซนเล็ก ๆ อีกจุดนึง เป็นที่นั่งที่ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ตกแต่งผนังเป็นไม้ พร้อมกรุลายไม้เป็นเส้น ให้ความรู้สึกที่ดูอบอุ่นและโฮมมี่มากขึ้น มีการตกแต่งด้วยรูปคลื่นทะเล ซึ่งคาดว่าได้แรงบันดาลใจมาจากความที่ย่านนี้เป็นโซนของกองทัพเรือครับ
บริเวณผนังกระจกด้านขวาโครงการยังใช้ดีไซน์การย่อมุมจากวัดอรุณเข้ามาใช้อีกจุดนึงด้วยครับ ใกล้ ๆ กันจะมีห้องน้ำรองรับวีลแชร์มาให้ 1 ห้องครับ
ภายในให้สุขภัณฑ์มาครบ พร้อมใช้งาน มีราวจับช่วงพยุงตัวและระบบดึงเพื่อขอความช่วยเหลือ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุภายในครับ
ส่วนถัดไปเราจะพาทุกคนไปเดินชมบริเวณ Facilities กลางโครงการกันต่อครับ
โครงการออกแบบให้มีทางเดินรอบสระพร้อมที่นั่งเล่นตามจุดต่าง ๆ พร้อมลงต้นไม้ตามแนวสระมาให้เพื่อให้เกิดความร่มรื่น เดี๋ยวเราพาเดินไปชมทางขวาก่อนนะครับ
The Pier Seat
ที่นั่งบริเวณนี้มีชื่อว่า The Pier Seat เป็นที่นั่งริมสระที่ยกสูงขึ้นจากตัวสระเล็กน้อยให้อารมณ์เหมือนเรานั่งเล่นอยู่บริเวณริมท่าน้ำของบ้านทรงไทยริมน้ำในสมัยก่อน โครงการเตรียมที่นั่งเล่นมาให้ 3 ชุด ลูกบ้านไม่ต้องแย่งกันใช้งาน
ห้องแบบ Pool Access
ฝั่งตรงข้าม The Pier Seat ก็ยังคงคอนเซปจากบ้านทรงไทยในสมัยก่อน โดยห้องพักบางส่วนที่อาคาร A ชั้น 2 จะมีบันไดเดินลงมาจากระเบียงได้ ทำให้เป็นห้องแบบ Pool Access ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านทรงใต้ถุนสูงในสมัยก่อน เดินลงมาใช้งานสระว่ายน้ำ หรือมานั่งเล่นริมสระได้ง่ายเลยครับ โดยโครงการแจ้งว่าห้องแบบ Pool Access ขายหมดเป็นที่เรียบร้อย ใครที่สนใจ สามารถลองสอบถามโครงการเพิ่มเติมอีกทีนึงได้ อาจจะมีห้องหลุดจองออกมาครับ
ถัดมาเรามาดูทางด้านซ้ายกันต่อครับ บริเวณนี้มีชื่อว่า The Serenity Court เป็นพื้นที่นั่งเล่นริมสระใต้ต้นไม้ใหญ่ โดยบริเวณนี้จะอยู่ระหว่างสระว่ายน้ำ และช่องวางระหว่างอาคาร A และ B ตรง Drop-Off ทำให้มีลม Flow พัดผ่านเรื่อย ๆ เย็นสบาย พร้อมได้ร่มเงาจากต้นไม้ด้วยครับ ด้านซ้ายของภาพจะมีที่นั่งเล่นอีก 3 จุด ชื่อว่า The Calm Nook Seat เป็นที่นั่งเล่นริมสระเช่นกันครับ
นอกจากนี้ โครงการยังมีการกดพื้นลงจากตัวสระ คล้าย ๆ Sunken Seat ทำให้เวลาเรานั่งเล่นบริเวณนี้ ระดับน้ำภายในสระ อยู่ใกล้เคียงกับระดับสายตาของเราเลยครับ
บรรยากาศเวลาเรานั่งอยู่ที่ The Calm Nook Seat จะได้วิวสระในระดับสายตาแบบนี้เช่นกันครับ นั่งเล่นเพลิน ๆ รับลมเย็น ๆ ได้ครับ
เดินตามทางเดินริมสระต่อมาจะมีทางลาดขึ้นเล็กน้อย มีบันไดเชื่อมต่อไปยัง Fitness ที่ชั้น 2 ของอาคาร B
บริเวณนี้มีชื่อว่า The Leisure Court เป็นที่นั่งเล่นริมสระอีกโซนนึง พร้อมหมอนสำหรับมานอนเล่นเปลี่ยนบรรยากาศได้
โดยจุดเด่นของ The Leisure Court คือเราจะเทควิวสระว่ายน้ำแบบแนวยาวเลยครับ สามารถมานั่งเล่นรับลม เปลี่ยนบรรยากาศได้ ซึ่งหากเรานับจำนวนที่นั่งเล่นริมสระทั้งหมดแล้วจะนับได้รวมกว่า 12 ชุด ซึ่งถือว่าจัดมาเยอะมาก เมื่อเทียบกับสัดส่วนลูกบ้านภายในโครงการเพียง 270 ยูนิตครับ
สระว่ายน้ำที่โครงการให้มาเป็นระบบเกลือมีชื่อว่า The Aqua มีขนาด 20 x 8 เมตร ลึก 1.10 เมตร พร้อม Jacuzzi ที่มีลักษณะเป็น Hydro Spa Seat เป็นที่นั่งพร้อมแรงดันน้ำช่วยนวดตัว ลดความเมื่อยล้าได้ ใครที่มีเด็กเล็กอาจจะต้องดูแลใกล้ชิดหน่อยนะครับ เพราะโครงการไม่มีสระสำหรับเด็กมาให้ โดยตำแหน่งของสระว่ายน้ำอยู่กลางโครงการมีอาคารล้อมรอบทั้งหมด ทำให้ได้ร่มเงาจากอาคารและต้นไม้ริมสระ บ่าย ๆ ก็สามารถลงมาใช้งานได้แล้วครับ
บริเวณใต้อาคาร B จะมีห้องน้ำแยกชาย – หญิง พร้อมห้องน้ำรองรับผู้สูงอายุมาให้ครับ รองรับสำหรับคนที่มาใช้งานสระว่ายน้ำและฟิตเนสครับ
อาคาร A
แปลนชั้น 2-4
สำหรับอาคาร A มีรูปทรงคล้ายตัว L อยู่ทางทิศเหนือ ทำให้อาคารไม่ได้รับแดดโดยตรง จึงไม่รู้สึกร้อน อาคารนี้มี 100 ยูนิต ซึ่งน้อยกว่าอาคาร B ทำให้ลูกบ้านของอาคารนี้ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า โดยโซนพักอาศัยจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป ชั้น 2-4 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด ทำให้คนที่พักอาศัยในชั้นนี้ได้ความเป็นส่วนตัวเพราะไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง คนที่พักชั้นอื่น ๆ จึงไม่สามารถเข้าถึงชั้นนี้ได้เลยครับ
ส่วนชั้น 5 จะมีทั้งโซนพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางที่ประกอบไปด้วย Co-Working & Meeting Room , Sky Lounge , Terrace และสวนส่วนกลาง ที่แยกออกจากโซนพักอาศัยอย่างชัดเจน โดยโครงการจัดให้ส่วนกลางอยู่ติดโถงลิฟต์ ลูกบ้านจากชั้นอื่นๆเดินเข้าไปใช้งานส่วนกลางได้เลย ส่วนคนที่พักชั้นนี้จะต้องสแกนหน้าเพื่อเข้าไปยังโซนพักอาศัย เสริมความปลอดภัยให้กับลูกบ้านชั้นนี้โดยส่วนกลางที่ชั้น 5 อาคาร A จะอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นวัดอรุณได้พอดีครับ
โซนพักอาศัยที่น่าสนใจเรามองว่ามีถึง 4 โซนด้วยกัน คือ
- โซนกรอบสีแดง เป็นโซนห้องพักที่อยู่ใกล้กับลิฟต์โดยสารสะดวกในการขึ้น-ลงอาคารมากที่สุด
- โซนกรอบสีน้ำเงิน เป็นโซนที่บางตำแหน่งสามารถจะเห็นวิววัดอรุณได้ แต่บางตำแหน่งจะมีอาคารของกรมช่างโยธาทหารเรือบังวิววัดอรุณอยู่ครับ ถ้าจะให้ดีลองไปเช็ควิวจริงที่โครงการกันอีกทีนะครับ
- โซนสีส้ม เป็นโซนที่ได้วิวส่วนกลางพอดี เป็นบรรยากาศที่ดีเวลามองลงมาครับ
- โซนสีเขียวเป็นห้องเดียวของชั้นที่ไม่มีห้องเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นครับ
ส่วนกลางทั้งหมดของชั้น 5 ไม่ว่าจะเป็น Co-Working & Meeting Room , Sky Lounge , Terrace หรือสวนส่วนกลางจะอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือใครตื่นเช้า ๆ จะมาดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ได้นะ แต่ช่วงเวลาที่เราว่าเหมาะในการชมวิวพระปรางค์วัดอรุณคือช่วงเย็นหรือค่ำ ๆ นะครับ
บนชั้น 5 ของอาคาร A จะมี The Relaxing Hub ตกแต่งมาสวยงาม เพดานเป็นสีฟ้า ตัดกับสีของไม้บริเวณผนังและสีส้มของเฟอร์นิเจอร์ ถือว่ามีการเล่นสีสันดูสวยงามโดดเด่นดีครับ ภายในห้องจะเน้นช่องแสงขนาดใหญ่ พร้อมเพดานที่สูงกว่าปกติ ทำให้ดูโปร่ง โล่งมากขึ้น มีชุดโซฟาสำหรับนั่งเล่นมาให้ทางด้านขวา
มีโต๊ะพูลมาให้ สามารถชวนเพื่อน ๆ ขึ้นมาเล่นได้ครับ
บรรยากาศภายใน The Relaxing Hub
บรรยากาศภายใน The Relaxing Hub เหมาะสำหรับคนที่อยู่อาคาร A สามารถกดลิฟต์ขึ้นมานั่งเล่นได้สะดวกครับ ถือว่าให้มาขนาดค่อนข้างใหญ่ ใช้งานได้สบาย ๆ เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตในตึก A เพียง 100 ยูนิต
ส่วนบริเวณที่ติดกับช่องแสงขนาดใหญ่ โครงการจัดฟังก์ชันมาเป็น The Sky Lounge สามารถมานั่งเล่นเปลี่ยนบรรยากาศได้อีกจุดนึงครับ
โดยบริเวณนี้จะสามารถมองเห็นพระปรางค์วัดอรุณได้แบบพอดี ๆ ครับ มีอาคารของกรมช่างโยธาทหารเรือบังอยู่เล็กน้อย
The Private Meeting
ทางด้านซ้ายโครงการจัดห้อง The Private Meeting มาให้ เหมาะสำหรับคนที่อยากนั่งทำงาน คุยงาน หรือประชุมที่ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สามารถนั่งทำงานคนเดียวเงียบ ๆ หรือเป็นกลุ่ม 3 คนได้ มีจอทีวีรองรับการพรีเซ้นต์งานมาให้เรียบร้อยครับ
The Sky Co-Working
อีกห้องนึงจะเป็น The Sky Co-Working เหมาะสำหรับมานั่งทำงานเป็นกลุ่ม หรือมานั่งติวหนังสือสอบกันเป็นกลุ่มได้ครับ โดยห้องนี้จะได้ช่องแสงขนาดใหญ่ ทำให้ดูสว่างเลยทีเดียว รองรับการนั่งเป็นกลุ่มได้สูงสุดประมาณ 7 คน มีจอทีวีมาให้เรียบร้อยเสียบสายใช้งานได้ครับ
นอกจากนี้ ยังมีส่วนกลางแบบ Outdoor มาให้ด้วยนะครับ เป็น The Sky Garden และ Arun Terrace
The Sky Garden
บริเวณ The Sky Garden เราสามารถมานั่งเล่นชมวิวสระและสวนภายในโครงการแบบมุมสูงได้ครับ เหมาะสำหรับมานั่งรับลม ชมวิวช่วงเย็น ๆ ครับ
ส่วนอีกฝั่งนึงจะเป็น Arun Terrace ซึ่งแปลตรงตัวว่าระเบียงสำหรับชมวิววัดอรุณ เพราะบริเวณนี้เป็นจุดที่ชมวิววัดอรุณได้สวยที่สุดของอาคาร A ครับ เราสามารถมานั่งเล่นช่วงเย็น ๆ ค่ำ ๆ ดูวิววัดอรุณ เพลิน ๆ หาเครื่องดื่มมาจิบซักหน่อย ผมว่าบริเวณนี้สวยไม่แพ้ร้าน Rooftop บาร์ฝั่งท่าเตียน – วัดโพธิ์เลยครับ
อาคาร B
อาคาร B มีรูปทรงคล้ายตัว L เช่นกัน ต่างกันตรงที่อาคาร B วางทางทิศใต้ของโครงการ ซึ่งเป็นทิศที่ลมพัดผ่านพอดีครับ อาคารนี้จะมีโซนอาคารฝั่ง 5 ชั้นและฝั่ง 8 ชั้น โดยมีทั้งหมด 170 ยูนิต เรามองว่าอาคารนี้เหมาะกับคนที่ชอบออกกำลังกายเป็นหลักเพราะภายในอาคารมี Fitness อยู่ด้วย ซึ่งบริเวณนี้จะมีบันไดเชื่อมต่อไปยังสระว่ายน้ำ ทำให้ลูกบ้านอาคารนี้สามารถเข้าถึงสระว่ายน้ำได้ง่ายกว่าอาคาร A ส่วนโซนห้องพักอาศัยที่น่าสนใจมีดังนี้
- โซนกรอบสีม่วง ห้องหน้ากว้างมีข้อดีตรงที่มีฟังก์ชันที่ติดหน้าต่างเยอะ ทำให้แสงธรรมชาติเข้าห้องได้อย่างทั่วถึง ห้องจึงดูโปร่งโล่งมากกว่า
- โซนกรอบสีแดง จะใกล้กับโถงลิฟต์มากที่สุดทำให้ขึ้น-ลงอาคารได้สะดวก นอกจากนี้ยังใกล้กับส่วนกลางของชั้น อย่าง Fitness ด้วย เหมาะกับคนที่ชอบมาออกกำลังกายเลยครับ
- โซนสีส้ม เป็นโซนที่ได้ Benefit จากส่วนกลางมากที่สุดเพราะได้วิวสวนและสระว่ายน้ำส่วนกลางครับ
โถงลิฟต์อาคาร B
บริเวณโถงลิฟต์ของแต่ละอาคารมีตู้จดหมายอยู่ภายในเลยครับ ทำให้เราสังเกตเห็นได้ง่ายว่าห้องของเรามีจดหมายหรือไม่ และสามารถหยิบได้สะดวกครับ
จากบริเวณสระว่ายน้ำจะมีบันไดเชื่อมขึ้นมาที่ Fitness ชั้น 2 ได้ หรือหากใครไม่อยากขึ้นบันได จะไปขึ้นลิฟต์จากโถงลิฟต์ตามปกติก็ได้นะครับ
ขึ้นมาเราจะเจอกับทางเดินสั้น ๆ พร้อมประตูเข้า Fitness ที่ติดตั้งระบบ Face Scan ครับ
ส่วนถ้าใครที่อยู่อาคาร B สามารถกดลิฟต์มาที่ชั้น 2 เพื่อเข้า Fitness ได้เหมือนกันครับ
Fitness ของโครงการเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงเลยครับ ใครเลิกงานดึกกลับมาคอนโดก็ยังสามารถลงมาเล่นได้ครับ ภายใน The Gym จะมีเครื่องเล่นมาให้หลากหลายนับได้ประมาณ 9 ชุด ใช้งานพร้อม ๆ กันได้ 8 – 9 คนครับ
ฝั่งที่หันออกไปทางวิวสระว่ายน้ำจะมีเครื่องสำหรับ Cardio มาให้ 3 เครื่อง เป็นลู่วิ่ง 2 เครื่อง และเครื่อง Elliptical อีก 1 เครื่องครับ เป็นเครื่องเล่นที่เรามักใช้เวลานานจึงวางมาในตำแหน่งที่เทควิวสวย ๆ ได้ครับ
อีกโซนนึงมีเครื่องปั่นจักรยานมาให้อีก 3 เครื่อง ถือว่าโครงการนี้ให้เครื่องปั่นมาเยอะเป็นพิเศษ มากกว่าลู่วิ่งอีกครับ ใกล้ ๆ กันมีที่นั่งสำหรับนั่งพักหรือวางของมาให้
ส่วนมุมด้านในห้อง The Gym จะวางเป็นเครื่องเล่น Weight training มาให้ บริเวณนี้จะมีมาให้ 2 เครื่อง เป็นเครื่องสำหรับเล่นกล้ามเนื้ออก และกล้ามเนื้อขา
อีกโซนนึงจะมีเบาะสำหรับนอนเล่น 2 ตัว พร้อมชุดดัมเบลมาให้ครับ ใกล้ ๆ กันมีตู้กดน้ำดื่มสามารถเตรียมขวดหรือแก้วมากดน้ำดื่มหลังออกกำลังกายเสร็จได้ครับ
แปลนชั้น 3-5
ชั้น 3-7 จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด ต่างกันตรงที่ชั้น 6-7 จะเหลือโซนพักอาศัยแค่ฝั่งเดียว คือฝั่งอาคาร 8 ชั้น เพราะว่าเป็นโซนตึกที่อยู่นอกเขตจำกัดความสูง 16 เมตร รอบวัดอรุณพอดี จึงสามารถสร้างอาคารสูงขึ้นมาไม่เกิน 24 เมตรได้ โดยเราแบ่งโซนที่น่าสนใจของชั้นพักอาศัยได้ไว้ 4 โซนดังนี้
- โซนกรอบสีม่วง ซึ่งเป็น Rare item ของโครงการ เพราะเป็นห้องหน้ากว้าง ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติมากกว่าห้องทั่วไป ห้องจึงดูโปร่งโล่ง
- โซนสีส้ม เป็นห้องพักที่หันเข้าหาส่วนกลาง ทำให้ได้วิวส่วนกลางสร้างบรรยากาศที่ดีให้แก่ลูกบ้าน และยังสามารถเห็นวิววัดอรุณได้แบบเต็มตา เพราะสูงพ้นอาคาร A แล้ว
- โซนสีแดง เป็นโซนที่อยู่ใกล้โถงลิฟต์ เหมาะกับคนที่ต้องการความรวดเร็วในการขึ้น-ลงอาคาร
- โซนสีน้ำเงิน เป็นโซนห้องพักที่จะเห็นวิววัดอรุณตั้งแต่ชั้น 5 เลยครับ
ชั้นบนสุดของอาคาร B มีทั้งโซนพักอาศัยและส่วนกลางอย่าง Co-Working Space ซึ่งแยกสัดส่วนกันอย่างชัดเจน ห้อง Co-Working Space อยู่ติดโถงลิฟต์เห็นวิววัดอรุณในมุมสูงแบบไม่มีอาคารบังเลยครับ เพราะอยู่ชั้นสูงสุดและติดกับเขตที่โดนจำกัดความสูง 16 เมตรรอบวัดอรุณ ห้องพักอาศัยที่ชั้น 8 จะกั้นด้วยประตูระบบสแกนหน้า ทำให้การใช้งานของคนที่พักอาศัยและคนที่มาใช้งานส่วนกลางไม่ปะปนกัน
โซนพักอาศัยที่น่าสนใจมี 4 โซนด้วยกัน
- โซนสีแดง เป็นโซนที่เข้า-ออกอาคารได้ไวสุดเพราะใกล้โถงลิฟต์
- โซนกรอบสีม่วง เป็นโซนที่มีห้องหน้ากว้างให้เลือก ซึ่งเป็นโซนที่แสงธรรมชาติเข้าถึงทุกฟังก์ชันของห้อง ห้องจึงดูโปร่งโล่ง
- โซนสีน้ำเงิน เป็นห้องที่เห็นวิววัดอรุณซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของย่านวังเดิม
- โซนสีส้ม เห็นทั้งวิวส่วนกลางที่อยู่ด้านล่างและวิววัดอรุณ ใครที่ชอบชมวิวไม่ว่าจะวิวเมืองหรือวิวสวน โซนนี้เหมาะสมที่สุดเลยครับ
ขึ้นมาที่ชั้น 8 ของอาคาร B
บริเวณโถงลิฟต์ของชั้น 8 จะได้ช่องแสงขนาดใหญ่เชื่อมต่อมาจากบริเวณ The CO-OP Society ทำให้ดูโปร่ง โล่งกว่าโถงลิฟต์ชั้นอื่น ๆ
ภายใน The CO-OP Society จะเป็นฟังก์ชันส่วนกลางที่ได้วิววัดอรุณสวยที่สุดของโครงการ Aspire อิสรภาพ สเตชั่น เลยครับ โครงการจึงออกแบบมาเป็นพื้นที่สำหรับนั่งเล่น นั่งทำงาน วางเป็นโต๊ะยาวบริเวณกลางห้องมาให้
ส่วนบริเวณที่ใกล้กับหน้าต่าง โครงการวางเป็นเก้าอี้เดี่ยวสำหรับนั่งมองวิววัดอรุณแบบเพลิน ๆ ครับ
เวลาเรานั่งเราจะมองออกไปทางวัดอรุณแบบนี้เลยครับ ซึ่งในภาพถ่ายอาจจะรู้สึกว่าวัดอรุณอยู่ไกล แต่เวลามองจริง จะเห็นพระปรางค์ใหญ่กว่านี้มาก ๆ เลยครับ
เวลาตาเรามองจริง ๆ จะมีความคล้ายมุมนี้ครับ แต่ยังไง เราอยากให้ลองไปเยี่ยมชมโครงการและขึ้นไปมองด้วยตาตัวเองสักครั้งนึงนะครับ จุดนี้เป็นมุมที่สวยจริง ๆ ครับ
The CO-OP Society
นอกจากนี้ภายใน The CO-OP Society ยังชุดโต๊ะเก้าอี้อีกหลายชุด สามารถขึ้นมานั่งเล่นชมวิว หรือมานั่งทำงานได้สบาย ๆ เลยครับ ซึ่งถ้าเรานับรวมพื้นที่นั่งเล่นทั้งโครงการ คือบริเวณ Lobby อาคาร A ชั้น 1, The Sky Lounge อาคาร A ชั้น 5 และที่ The CO-OP Society อาคาร B ชั้น 8 ถือว่าโครงการเตรียมส่วนกลางสำหรับนั่งเล่น นั่งทำงานมาให้หลากหลายจุดเลยครับ เมื่อเทียบกับจำนวนห้องเพียง 270 ยูนิต ทำให้สามารถกระจายการใช้งานของลูกบ้านได้ดี ไม่กระจุกการใช้งานอยู่ที่อาคารใดอาคารนึงจนเกิดความหนาแน่นครับ
โถงลิฟต์ชั้นพักอาศัย
บริเวณโถงลิฟต์และโถงทางเดินชั้นพักอาศัยจะปูเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60×60 พร้อมช่องแสงบริเวณโถงลิฟต์เป็นบานเปิด 2 จุด ตามมาตรฐานโครงการครับ
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- ไม้กระดก 2 จุด ขาเข้าบริเวณ อาคาร B ขาออกบริเวณ อาคาร A เดินรถทางเดียววนรอบโครงการ
- ระบบ KATSAN พร้อมระบบจดจำป้ายทะเบียน และสติ๊กเกอร์
- เข้า-ออกอาคารด้วยระบบ Face Scan
- ลิฟท์โดยสารอาคารละ 2 ตัว แบรนด์ OTIS
- อัตราส่วนลิฟต์ต่อจำนวนยูนิตอาคาร A 50 : 1
- อัตราส่วนลิฟต์ต่อจำนวนยูนิตอาคาร B 85 : 1
- อัตราส่วนลิฟต์ต่อจำนวนยูนิตรวมทั้งโครงการ 5 : 1
- Shuttle Service รับ-ส่ง มีจุดจอด MRT อิสรภาพ, โรงพยาบาลธนบุรี/สหกรณ์ทหารเรือ, ท่าเรือวังหลัง/โรงพยาบาลศิริราช (รอบการเดินรถขึ้นอยู่กับทางนิติบุคคลตามมติลูกบ้านอีกครั้งนึงครับ)
- CCTV รอบโครงการ
- รั้วทึบ 3 เมตร และเสริมระแนงไม้เทียมสูง 3.2 เมตร (ด้านทิศเหนือ)
- รั้วทึบ 3 เมตร (ด้านทิศใต้และทิศตะวันตก)
- รั้วทึบ 1.35 เมตร และเสริมระแนงไม้ 1.65เมตร (ด้านทิศตะวันออก)
- EV Charger จำนวน 4 ช่องจอด (อาคาร A จำนวน 2 ช่อง และ อาคาร B จำนวน 2 ช่อง)
- พนักงานรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
ชั้น 1
- The Pier Seat
- The Leisure Court
- The Aqua (สระว่ายน้ำระบบ เกลือ ขนาด 20 x 8 เมตร ลึก 1.10 เมตร พร้อม jacuzzi)
- The Hydro Spa Seat
- The Serenity Court
- The Calm Nook Seat
- The Itsara Lounge (อาคาร A)
อาคาร A
ชั้น 5
- The Sky Lounge
- The Relaxing Hub
- The Sky Co – Working Space
- The Private Meeting
- Arun Terrace
- The Sky Garden
อาคาร B
ชั้น 2
- The Gym (เปิด 24 ชั่วโมง)
อาคาร B
ชั้น 8
- The Co-op Society
แบบห้อง
Highlights :
- มีห้องหน้ากว้างให้เลือกทุก Type : ได้แสงสว่างทั่วทั้งห้อง ห้องจึงดูโปร่งโล่งมากขึ้น
- มีแบบห้องให้เลือกมากกว่า 21 แบบ : ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่หลากหลาย
ห้องพักอาศัยในโครงการ Aspire Itsaraphap Station (แอสปาย อิสรภาพ สเตชั่น) จะขายแบบ Fully Fitted จะได้เฟอร์นิเจอร์ชุดครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และรายการเฟอร์นิเจอร์ตามที่ทางโครงการกำหนดมาให้ครับ โดยมีราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท (1 Bedroom 31 ตารางเมตร) เรื่องรูปแบบห้องนั้น มีให้เลือกหลากหลายทีเดียว ทั้งห้องหน้ากว้างและห้องปกติ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและการใช้งานในหลายประเภท ไม่ว่าจะอยู่คนเดียว อยู่เป็นคู่หรืออยู่แบบครอบครัว 3-4 คน ขนาดเริ่มต้น 25.5 ตารางเมตร ไปจนถึง 57.5 ตารางเมตร
วัสดุภายในห้อง
- พื้นห้องนั่งเล่น, ห้องนอน และครัวเปิด : พื้นลามิเนต หนา 8 มม.
- พื้นห้องครัวปิด : กระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 ซม.
- พื้นระเบียง : กระเบื้องเซรามิค ขนาด 30×30 ซม.
- พื้นห้องน้ำ : กระเบื้องเซรามิค ขนาด 60×60 ซม.
- Backsplash : กระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 ซม.
- ประตูเข้าห้อง HDF มือจับก้านโยก ไขกุญแจ
- ความสูงพื้นถึงฝ้า 2.45 เมตร
- ผนังฉาบเรียบทาสี
- ชุดครัวพร้อมอ่างล้างจาน เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน(ระบบดูดออกภายนอก) แบรนด์ MEX พร้อมตู้ลอย
- ท็อปครัววัสดุเป็นหินสังเคราะห์ พร้อมฝาปิดอ่างล้างจาน
- สุขภัณฑ์แบรนด์ COTTO หรือเทียบเท่า
- รองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น
- ฉากกั้นอาบน้ำแบบบานเลื่อน 3 ตอน
- ขายแบบ Fully-Furnished
- เครื่องปรับอากาศ Wall Type แบรนด์ Panasonic หรือเทียบเท่า
- เครื่องปรับอากาศ 1 ตัว สำหรับห้อง Studio
- เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว สำหรับห้อง 1 Bedroom
- เครื่องปรับอากาศ 3 ตัว สำหรับห้อง 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom
**รายละเอียดของวัสดุต่าง ๆ เช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ
ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom C3 (หน้ากว้าง 7.5 เมตร) พื้นที่ใช้สอย 31 ตร.ม.
ห้อง 1 Bedroom C3 ขนาด 31 ตร.ม. เป็นห้องที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความหน้ากว้างถึง 7.5 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นห้อง 1 Bedroom ที่หน้ากว้างที่สุดในโซนนี้เลยครับ โดยห้อง Type นี้จะมีอยู่ที่อาคาร B ฝั่งทิศตะวันตก ปัจจุบันห้องนี้มีราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท
เมื่อเข้าห้องมาเราจะเจอกับโซนครัวเปิด มีเคาน์เตอร์อยู่ด้านขวา ฝั่งซ้ายมีตู้เย็นและชั้นวางรองเท้า ใครอยากได้ครัวปิดสามารถติดบานเลื่อนเพิ่มเองได้ ถัดเข้าไปเราจะเจอกับ Living Area วัดความกว้างได้ถึง 4.55 เมตร ทำให้วางโต๊ะทานข้าวหลังโซฟาได้แบบไม่อึดอัด ได้ช่องแสงตลอดแนว วางทีวีขนาดใหญ่ได้ ใกล้ ๆ กันมีห้องน้ำ ด้านซ้ายของห้องมีห้องนอนกั้นด้วยประตูบานทึบได้ความเป็นส่วนตัว ภายในมีระเบียง แต่เวลาเข้าห้องน้ำอาจจะต้องเดินไกลสักหน่อยครับ โดยรวมเป็นห้องที่มีจุดเด่นอยู่ที่ Living Area ครับ
โดยชุดเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการแถมให้สำหรับห้องนี้มี 8 รายการจาก SB Furniture ดังรูปนี้ครับ ส่วนห้องตำแหน่งอีก ๆ อาจจะต้องสอบถามโครงการเพิ่มเติมอีกทีนะครับว่าได้เฟอร์นิเจอร์ส่วนไหนบ้าง
ประตูสำหรับเข้าห้องจะให้มาเป็นมือจับก้านโยก ไขกุญแจ เราสามารถติดตั้ง Digital Door Lock เพิ่มเองได้ เลือกแบรนด์ ราคา และระดับคุณภาพได้ตามที่เราต้องการเองได้ครับ
เข้ามาภายในห้องพื้นจะปูด้วยลามิเนต หนา 8 มิลลิเมตร ความสูงพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.45 เมตร
ด้านขวาเราจะเจอกับชุดครัวที่ทางโครงการบิ้วอินมาให้เป็นมาตรฐาน Backsplash กรุกระเบื้องมาให้แบบนี้เลย
ชุดครัว
มีเตาไฟฟ้าแบรนด์ MEX พร้อมอ่างล้างจาน มีแผ่นท็อปครัวสำหรับปิดช่องอ่างล้างจานเพื่อเพิ่มพื้นที่ทำครัวได้มากขึ้น ด้านล่างมีลิ้นชักสำหรับเก็บช้อนส้อม มีตู้เก็บของมาให้ครับ
ชุดครัว
ด้านบนจะมีตู้ลอย เป็นตำแหน่งวางไมโครเวฟ มีเครื่องดูดควันแบรนด์ MEX ระบบดูดปล่อยออกด้านนอกมาให้ ทำให้ช่วยลดกลิ่นเวลาเราประกอบอาหารภายในห้องได้ครับ
ฝั่งตรงข้ามจะเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เก็บรองเท้าและตู้เย็นครับ เราสามารถบิ้วอินตู้ลอยเหนือตู้เย็นไว้เก็บของเพิ่มเติมอีกจุดนึงได้ครับ
ถัดมาจะเป็น Living Area ที่ได้ความกว้างถึง 4.55 x 2.6 เมตร ซึ่งเรามักจะไม่ค่อยเห็นห้อง 1 Bedroom ที่ได้ห้องนั่งเล่นกว้างระดับนี้เลยครับ ได้ช่องแสง 3 จุด เป็นบานเปิด 2 จุด บาน Fix 1 จุด เปิดระบายอากาศได้
ด้านหลังโซฟาเราสามารถจัดวางโต๊ะทานข้าวแบบ 4 ที่นั่งได้แบบพอดี ๆ เลยครับ หรือใครจะวางเป็นโต๊ะทำงานติดกับช่องแสงก็ได้ครับ นั่งทำงานพร้อมมองวิวภายในไปเพลิน ๆ
เราสามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้แบบลงตัว บริเวณตำแหน่งวางโซฟา จะอยู่ใกล้กับช่องแสงขนาดใหญ่ ทำให้เวลาเรานั่งเล่นเราสามารถมองเทควิวภายนอกได้กว้าง
บริเวณผนังเราสามารถบิ้วอินชั้นวางทีวีเต็มระยะ 2.6 เมตรได้แบบสบาย ๆ ทำชั้นวางของเพิ่มได้ข้างได้ หรือใครที่ชอบดูทีวีจอใหญ่ ๆ จะติดทีวีระดับ 70 นิ้วก็ยังได้ แต่แนะนำให้ถอยระยะโซฟาให้ไกลจากจอทีวีเพิ่มอีกสักหน่อยนะครับ
ภายในพื้นที่นั่งเล่นจะมีห้องน้ำอยู่ด้วย เวลาเราใช้ชีวิตอยู่บริเวณนี้สามารถเข้าห้องน้ำได้สะดวก รวมถึงเวลามีแขกมาก็สามารถเข้าได้เลยครับ
ห้องน้ำ
ภายในห้องน้ำให้สุขภัณฑ์แบรนด์ Cotto มาครบ อ่างล้างมือพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง รวมถึงมีตู้เก็บของหลังบานกระจกเงามาให้อีกจุดนึง เก็บอุปกรณ์ สบู่ ยาสีฟันได้เยอะเลย ใกล้ ๆ กันมีโถสุขภัณฑ์มาให้
พื้นที่อาบน้ำ
พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 0.87 x 0.78 เมตร ยืนอาบได้แบบพอดี ๆ ติดตั้งบานเลื่อน 3 ตอนแยกส่วนเปียก – แห้งมาให้เป็นมาตรฐาน รองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น
ส่วนถัดไป เดี๋ยวเราพาไปชมภายในห้องนอนกันต่อครับ โดยห้องนอนจะเป็นห้องที่กั้นด้วยประตูบานทึบ ได้ความเป็นส่วนตัว
ภายในห้องนอนมีขนาดประมาณ 3.1 x 2.7 เมตร
วางเตียงขนาด 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า 2 หน้าบานได้แบบพอดี ๆ
ภายในห้องนอนดูโปร่งและสว่างเลยทีเดียว เพราะมีช่องแสงจากบานเลื่อนระเบียง 2 ตอน
ระเบียง
บริเวณระเบียงมีขนาดประมาณ 2.7 x 0.9 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30×30 เซนติเมตร สามารถวางราวตากผ้าขนาดเล็ก หรือวางต้นไม้ตกแต่งได้ CDU แขวนไว้ด้านบนทางซ้าย ด้านล่างเราสามารถวางเครื่องซักผ้าฝาหน้าได้ครับ
โดยวิวของห้องตัวอย่างห้องนี้จะเป็นวิวทิศตะวันตก ที่ความสูงชั้น 5 วิวที่ได้จะเป็นวิวต้นไม้ใหญ่ของบ้านข้าง ๆ ทำให้ได้ความร่มรื่น มองเห็นต้นไม้เขียว ๆ จากภายในห้อง
ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus D2M พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.
ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตร.ม. ถือว่าเป็นห้องที่เป็น Mode หลักของโครงการและเป็น Layout เด่นจากทาง AP เลยครับ เหมาะกับการอยู่อาศัยแบบ 1-2 คน ปัจจุบันห้องนี้มีราคาเริ่มต้น 3.79 ล้านบาท
- ห้องครัวแบบเปิดขนาดเล็ก เหมาะกับคนที่ไม่ชอบทำอาหาร หรือทำไม่จริงจังมากนัก เน้นประกอบอาหารที่ไม่มีควันฟุ้งหรือกลิ่นฉุน
- ห้องนั่งเล่นอยู่โซนด้านใน ไม่อยู่ติดริมหน้าต่าง แต่ยังพอได้แสงสว่างจากภายนอกอยู่ครับ
- ห้องอเนกประสงค์ติดหน้าต่าง ได้รับแสงธรรมชาติ ได้ความโปร่ง โล่ง และเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นได้
- ห้องน้ำแบบ Jack And Jill เข้า-ออกได้ 2 ทาง จากห้องนอนและห้องนั่งเล่น ไม่เสียความเป็นส่วนตัวเวลาแขกเข้าห้องน้ำ
- ห้องนอนติดระเบียง วางเตียง 5 ฟุตได้และเหลือพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า นอกจากนี้ยังติดกับระเบียง ทำให้เจ้าของห้องสามารถเปิดประตูรับลม และมองวิวภายนอกจากห้องนอนได้เลย
ภายในห้องตัวอย่างจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปชมกันเลยครับ
เมื่อเข้ามาภายในห้องเราจะเจอกับโถงบริเวณครัวที่เชื่อมต่อฟังก์ชันหลัก ๆ ของห้องทำให้ดูกว้าง ไม่อึดอัดครับ พื้นปูด้วยลามิเนต หนา 8 มิลลิเมตร ทำให้แข็งแรงมากกว่าแบบ 4 มิลลิเมตร ที่เป็นมาตรฐานทั่วไป ความสูงพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.45 เมตรตามมาตรฐาน
ครัวเป็นแบบเปิด เคาน์เตอร์มีขนาดประมาณ 1.2 เมตร เหมาะสำหรับการจัดเตรียมอาหารง่าย ๆ ไม่เน้นทำอาหารหนัก ข้างๆเคาน์เตอร์มีพื้นที่ให้วางตู้เย็นได้ เวลาประกอบอาหารจะได้หยิบของได้สะดวก
ชุดครัว
เคาน์เตอร์ครัวให้ท็อปเคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ แข็งแรงทนความร้อน ทนต่อการขีดข่วน ทำความสะอาดง่าย ส่วน Backsplash กรุกระเบื้องมาให้แบบนี้เลย ทำความสะอาดได้ง่ายครับ มีฝาหินสังเคราะห์ปิดซิงค์ล้างจานมาครึ่งหนึ่ง ทำให้ได้พื้นที่เตรียมอาหารมากขึ้น ใต้เคาน์เตอร์ Built-in เป็นตู้เก็บของ มีบานเปิดตู้เก็บของปิดผิวเมลามีน ซึ่งอาจจะไม่ทนต่อความชื้นมากนัก เราต้องคอยเช็ดทำความสะอาดอยู่เสมอ มาพร้อมเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว
ชุดครัว
ด้านบนให้ที่ดูดควันแบรนด์ Mex ระบบดูดออกภายนอก กำจัดกลิ่นควันได้ดีกว่าระบบหมุนเวียน มีตู้ใช้เก็บของเพิ่มเติมและมีช่องสำหรับวางไมโครเวฟมาให้ครับ
ตรงข้ามกับโซนครัวเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าว ด้านซ้ายมีตำแหน่งสำหรับตู้เก็บรองเท้า เวลาเข้าห้องมาสามารถถอดรองเท้าเก็บเข้าตู้ได้สะดวก
ถัดมาจากโซนครัว จะเป็นห้องนั่งเล่นที่มีขนาดประมาณ 2.4 x 2.3 เมตร มีระยะดูทีวีประมาณ 2.4 เมตร เหมาะกับการติดตั้งทีวีขนาดประมาณ 46 นิ้ว มีพื้นที่พอที่จะวางโซฟาขนาด 2 – 3 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางไว้วางของกินและเครื่องดื่มขณะดูทีวี
โดยห้อง Type นี้ โครงการให้แอร์มา 3 เครื่องแบบ Wall Type ของ Panasonic ให้บริเวณห้องนั่งเล่น ห้องอเนกประสงค์และห้องนอนเลยครับ ไม่ต้องไปติดเพิ่มเอง
ห้องนั่งเล่นสามารถเปิดเชื่อมต่อกับห้องอเนกประสงค์ได้ โดยมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน จะสามารถเปิดได้กว้างกว่าแบบ 2 ตอน ทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นด้วย ช่วยให้ห้องดูโปร่งมากขึ้น
ห้องอเนกประสงค์มีขนาดประมาณ 2.1 x 2.4 เมตร ดูจากขนาดแล้วสามารถจัดเป็นห้องนอนเล็ก วางเตียงขนาด 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าพอได้ครับ แต่ผมมองว่าจัดเป็นห้องทำงานพร้อมมุมนั่งเล่นเพิ่มเติม จะทำให้ภาพรวมของห้องดูโปร่งมากกว่าครับ เวลาอยู่กัน 2 คน แล้วคนหนึ่งจะทำงาน อีกคนจะดูทีวี ก็สามารถปิดประตูบานเลื่อน เพื่อแยกโซนการใช้งาน ไม่รบกวนซึ่งกันและกันครับ
ส่วนถัดไปเราพาไปชมภายในห้องนอนกันต่อ โดยห้องนอนจะกั้นด้วยผนังทึบ ทำให้เราได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ภายในห้องนอนมีขนาดประมาณ 3.4 x 2.6 เมตร สามารถวางเตียง 5 ฟุตได้แล้วยังเหลือพื้นที่รอบเตียงอยู่
สามารถวางตู้เสื้อผ้าขนาดประมาณ 1.2 เมตร หรือแบบ 2 หน้าบานได้พอดี ๆ ถ้าใครอยากได้ความโปร่งของห้อง แนะนำให้ใช้หน้าบานตู้เป็นกระจกสีชาแบบห้องตัวอย่างนะครับ หรือจะติดหน้าบานกระจกเงาไว้ส่องดูความเรียบร้อยตอนแต่งตัวก็ได้ครับ
หากใครชอบดูทีวี แนะนำให้ติดตั้งทีวีแบบแขวนนะครับ โดยห้อง Type นี้ห้องนอนจะติดกับระเบียง สามารถออกไปสูดอากาศ รับลม ยืดเส้นยืดสายได้
ระเบียงมีขนาดประมาณ 2.5 x 0.9 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30×30 เซนติเมตร วางกระถางต้นไม้หรือราวตากผ้าเพิ่มได้
ด้านซ้าย บริเวณใต้ CDU แอร์เหมาะสำหรับวางเครื่องซักผ้าฝาหน้า สะดวกเวลาซักผ้า เราสามารถตากที่ระเบียงได้เลย
โดยห้องนี้จะอยู่ที่ชั้น 5 อาคาร B หันด้านทิศเหนือ ได้วิวสระภายในโครงการ
หรือหากมองเฉียงไปทางทิศตะวันออก จะเห็นพื้นที่สวนบริเวณ Arun Terrace ที่ชั้น 5 อาคาร A ด้วยครับ
ประตูห้องน้ำจะอยู่ใกล้กับตู้เสื้อผ้า ทำให้ออกมาแต่งตัวได้สะดวก
โดยห้องน้ำห้องนี้จะเป็นแบบ Jack and Jill เข้า – ออกได้ 2 ทาง ทำให้เจ้าของห้องเข้าถึงห้องน้ำได้ง่ายเวลานอน ในขณะเดียวกันแขกที่มาเยี่ยมเยียนก็เข้าห้องน้ำได้สะดวก โดยที่เจ้าของห้องไม่เสียความเป็นส่วนตัว
ห้องน้ำ
ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งมาชัดเจน มี Built-in ชั้นวางของและสุขภัณฑ์ต่าง ๆ แบรนด์ Cotto มาครบตามมาตรฐานโครงการเลยครับ
โครงการให้ฉากกั้นอาบน้ำเป็นบานเลื่อน 3 ตอน มีข้อดีที่เวลาเปิดใช้งานจะกว้างกว่าแบบ 2 ตอน เดินเข้า-ออกได้สะดวกกว่า พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 0.78 x 1.00 เมตร ยืนอาบน้ำได้สะดวก โครงการจะไม่ได้ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้ แต่จะมี Junction ไว้ให้ ลูกบ้านสามารถซื้อมาติดตั้งเพิ่มได้
ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom C1M พื้นที่ใช้สอย 31 ตร.ม. (สำนักงานขาย)
ห้อง 1 Bedroom Type นี้จะเป็นห้องที่มีจำนวนมากที่สุดในโครงการ เหมาะกับการอยู่อาศัยแบบ 1-2 คน
- Common Area ขนาดใหญ่ รวมพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารเข้าด้วยกัน อยู่โซนด้านในของห้อง จะได้แสงธรรมชาติน้อยกว่า แต่ก็จะไม่อยู่ริมกำแพง หรือหน้าต่างทำให้ได้รับความร้อนในช่วงกลางวันน้อยกว่าเช่นกัน
- ห้องน้ำอยู่ใกล้ประตูห้อง เข้าถึงได้สะดวกเวลากลับเข้าคอนโดมา ภายในห้องน้ำมีการแยกโซนเป็นสัดส่วน
- ครัวแบบปิด ติดระเบียง สามารถทำอาหารได้จริงจัง โดยไม่มีกลิ่นไปรบกวนในส่วนพื้นที่พักผ่อนอื่นๆ เพราะมีประตูกั้นเป็นสัดส่วนและเปิดระบายกลิ่นควันทางระเบียงได้
- ห้องนอนใหญ่ ภายในจัดวางเตียง 5 ฟุตพร้อมพื้นที่แต่งตัว ภายในมีหน้าต่างบานใหญ่ สามารถมองวิวได้จากบนเตียงนอนเลย ส่วนประตูจะเป็นบานกระจกช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่งไม่ทึบตัน ถ้าอยู่ 2 คนแนะนำให้ติดม่านเพิ่มเพื่อความเป็นส่วนตัวในแต่ละห้อง
เมื่อเขามาในตัวห้องเราจะยังไม่เจอห้องนั่งเล่นโดยตรง แต่จะเจอพื้นสำหรับวางตู้เก็บของ หรือตู้รองเท้ากับห้องน้ำก่อน ช่วยบังสายตาก่อนถึง Common Area ทำให้เจ้าของห้องได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ตัวพื้นปูด้วยลามิเนต 8 มิลลิเมตร ตามมาตรฐาน
พื้นที่หน้าประตูหลักเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เก็บของ แนะนำให้ทำเป็นตู้รองเท้าเพื่อจะได้เก็บและหยิบได้สะดวกเวลาเข้า-ออกห้องครับ
ห้องน้ำมีชุดสุขภัณฑ์ของ Cotto มาให้ครบตามมาตรฐาน
ห้องน้ำภายในห้องจัดแปลนมาเหมือนห้องน้ำห้อง 1 Bedroom Plus เลยครับ เพียงแต่มีทางเข้า-ออกเพียงทางเดียวเท่านั้น ภายในส่วนห้องน้ำแบ่งพื้นที่ภายในไว้เป็นสัดส่วน แยกส่วนเปียก-ส่วนแห้งได้อย่างชัดเจน ตัวห้องน้ำมีการยกขอบธรณีขึ้นมาเพื่อกันน้ำไหลออก แล้วยังช่วยให้เราสามารถทำความสะอาดห้องน้ำได้อย่างเต็มที่
ภายในห้องน้ำมีพื้นที่เก็บของมาให้ค่อนข้างเยอะครับ มีทั้งตู้เก็บของตรงกระจกและใต้ซิงค์ล้างจาน ทำให้เราเก็บอุปกรณ์อาบน้ำได้เป็นระเบียบ และหยิบมาใช้ได้ง่าย
Common Area อยู่โซนด้านในห้อง ทำให้แสงเข้าถึงน้อยกว่า อาจต้องเปิดไฟช่วยในบางเวลา แต่ก็จะไม่ร้อนเท่าห้องริมหน้าต่างหรือริมอาคาร ตัวห้องมีขนาดใหญ่มากเลยนะครับ มีระยะดูทีวีประมาณ 4 เมตร เหมาะกับการติดตั้งทีวีขนาดใหญ่ถึง 70 นิ้วเลยครับ เพื่อการรับชมที่ชัดเจน
พื้นที่ตรงนี้วางโซฟาได้ 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะเล็กสำหรับวางของกินเวลาดูทีวี ถ้าใครต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้รับประทานอาหารไปด้วย แนะนำให้เลือกโต๊ะหน้าทีวีขนาดใหญ่และสูงขึ้นมาหน่อยครับ
ผนังที่เราติดตั้งทีวีเป็นผนังยาวต่อเนื่องมาตั้งแต่บริเวณหน้าห้อง ถ้าใครมีข้าวของอุปกรณ์ของใช้ในบ้านเยอะ แนะนำให้ Built-in เป็นตู้เก็บของยาวมาเลยครับ แต่ถ้าใครมีของสะสมจะทำเป็นตู้โชว์ก็ดีนะครับ
ห้องครัวเป็นแบบปิด กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ช่วยกันกลิ่นควันไม่ให้ลอยออกไปส่วนอื่น ๆ ของห้องพัก
ตามมาตรฐานภายในห้องครัวจะมีชุดครัว Built-in มาให้เหมือนในห้องตัวอย่าง ยกเว้นไมโครเวฟและตู้เย็น ภายในห้องครัวเหลือระยะทำครัวหรือเดินผ่าน 0.9 เมตร พอให้คนทำอาหารแล้วอีกคนเดินผ่านได้พอดี
ชุดครัว Built-in ในห้องครัวพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง
ด้านล่างเคาน์เตอร์ครัวจะมีตู้เก็บช้อนส้อม และตู้เก็บของต่าง ๆ ให้ใช้งานกันได้พอสมควร
เคาน์เตอร์ครัวมีทั้งส่วนทำอาคาร เตรียมอาหารและซิงค์ล้างจาน
ในส่วนของเคาน์เตอร์ครัวแบ่งพื้นที่ใช้งานมาได้ครบซิงค์ล้างจาน, เตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควันจาก Mex และมีพื้นที่รอบๆ ให้เตรียมอาหาร โดยโครงการให้ฝาปิดซิงค์ล้างจานมาครึ่งหนึ่ง ทำให้เราได้พื้นที่เตรียมอาหารเพิ่มครับ ส่วน Backsplash ที่ผนังหลังเคาน์เตอร์มาให้วัสดุเป็นกระเบื้อง ช่วยกันเปื้อนและทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น
ด้านบนเคาน์เตอร์เป็นตู้เก็บของและช่องสำหรับวางไมโครเวฟ
นอกจากนี้โครงการจะ Built-in ตู้ลอยมาให้ใช้เก็บของเพิ่มเติมและมีช่องสำหรับวางไมโครเวฟมาให้ครบเลย
ติดกับห้องครัวเป็นระเบียง สามารถเปิดประตูเพื่อระบายอากาศได้เวลาทำอาหาร พื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 1.35 x 1.5 m.(เมตร) มีพื้นที่ให้วางเครื่องซักผ้าได้ แนะนำให้ติดตั้งราวตากผ้าแบบแขวน เพื่อประหยัดพื้นที่ ส่วนพื้นระเบียงมีการลดระดับลงมาเล็กน้อย เพื่อกันน้ำไหลย้อนครับ
CDU จะแขวนไว้ด้านบน หันหน้าเข้าหาระเบียง โครงการจึงติดตั้ง Grill เพื่อให้ลมร้อนพัดออกไปด้านนอก ทำให้คนที่มาใช้งานพื้นที่ระเบียงไม่รู้สึกร้อน
ภายในห้องนอนกว้างพอสมควรเลย สามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ได้ แล้วยังเหลือพื้นที่จัดเป็นมุมทำงานได้ด้วย แต่ประตูห้องนอนเป็นกระจกแนะนำให้ติดตั้งผ้าม่าน เพื่อความเป็นส่วนตัวนะครับ
ภายในห้องมีหน้าต่างบานกระทุ้ง 2 บานให้เราพอเปิดระบายอากาศได้ ปลายเตียงเหลือพื้นที่ในเดินได้เล็กน้อย ถ้าใครชอบดูหนังแนะนำให้ติดตั้งทีวีแบบแขวนนะ
ข้างๆเตียงเหลือมุมให้จัดเป็นโต๊ะทำงาน หรือจะทำเป็นมุมแต่งตัวก็ดีนะครับ เพราะเป็นฝั่งที่ใกล้ห้องน้ำพอดี อาบน้ำเสร็จจะได้มาเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งตัวได้สะดวก
แบบแปลน
Studio พื้นที่ใช้สอย 25.5 ตารางเมตร
ห้อง Studio
ห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 28 – 32 ตร.ม.
ห้อง 1 Bedroom
ห้อง 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 – 40 ตร.ม.
ห้อง 1 Bedroom Plus
ห้อง 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 47.5 – 57.5 ตร.ม.
ห้อง 2 Bedroom
ราคา
Aspire Itsaraphap Station (แอสปาย อิสรภาพ สเตชั่น) ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
- ห้อง Studio พื้นที่ใช้สอย 25.5 ตร.ม.
– ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 13,800 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,505 บาทต่อเดือน - ห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 28 – 32 ตร.ม.
– ราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 15,700 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,652 บาทต่อเดือน - ห้อง 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35 – 40 ตร.ม.
– ราคาเริ่มต้น 3.79 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 18,100 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,065 บาทต่อเดือน - ห้อง 2 Bedroom 1 Bath พื้นที่ใช้สอย 47.5 ตร.ม.
– ราคาเริ่มต้น 5.49 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 26,200 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,803 บาทต่อเดือน - ห้อง 2 Bedroom 2 Bath พื้นที่ใช้สอย 55 – 57.5 ตร.ม.
– ราคาเริ่มต้น 6.49 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 31,000 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 3,245 บาทต่อเดือน - รูปแบบการขาย Fully Furnished
- ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.45 เมตร
- Kitchen & Sink / ท็อปหินสังเคราะห์
- Hob & Hood / ของยี่ห้อ MEX
- จอง 5,000 บาท
- ทำสัญญา 10,000 บาท
- ค่ากองทุน 550 บาท/ตร.ม.
- ค่าส่วนกลาง 59 บาท/ตร.ม./เดือน
โปรโมชั่น เปิดให้เข้าชมตึกจริงครั้งแรก 21 – 22 กุมภาพันธ์ 2569
- ฟรีเฟอร์นิเจอร์ แต่งครบ มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท
- ส่วนลดพิเศษสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ 50,000 บาท
- ราคาเริ่มต้น 3.29 ล้านบาท (1 Bedroom หน้ากว้าง 7.5 เมตร ขนาด 31 ตร.ม.)
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่าง ๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ
บทสรุป
ทำเล : Aspire อิสรภาพ สเตชั่น ตั้งอยู่ติดถนนวังเดิม เชื่อมต่อไปได้ทั้งถนนอิสรภาพและถนนอรุณอมรินทร์ ใกล้สถานศึกษาหลายแห่งในบริเวณนี้ รวมถึงโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลธนบุรี ใครที่ทำงานในสถานที่เหล่านี้เดินทางไปทำงานได้สะดวกมาก ๆ นอกจากนี้ยังใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์อย่าง Big C อิสรภาพ ลูกบ้านสามารถหาของกินของใช้ได้ง่าย ส่วนห้างใหญ่ที่ใกล้ก็มีทั้ง Icon siam และ The Mall ท่าพระ
การเดินทางโดยใช้รถส่วนตัว : จากโครงการสามารถไปยังถนนอิสรภาพและถนนอรุณอมรินทร์ได้ง่ายครับ ทำให้คนเดินทางไปโซน ศิริราช , ปิ่นเกล้า , วงเวียนใหญ่และคลองสานได้ง่าย นอกจากนี้ยังไม่ไกลจากทางด่วนศรีรัชมากนัก ใช้เดินทางไปยังโซนจตุจักร , พญาไทและพระราม 9 ได้ครับ ให้ที่จอดรถมา 105 คัน ประมาณ 39% หรือรวมซ้อนคันได้ 46% ถือว่าให้มาค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับแบรนด์ Aspire
การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : โครงการนี้อยู่ใกล้ MRT อิสรภาพเพียง 400 เมตร เรียกว่าเดินไปใช้รถไฟฟ้าได้สบาย ๆ ข้อดีคือรถไฟฟ้าสายนี้เป็นสายสีน้ำเงิน นั่งต่อเดียวก็เข้าไปยังตัวเมืองได้ เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสีอื่น ๆ ได้หลากหลาย นอกจากนี้ยังมีท่าเรือตรงวัดอรุณ ใช้เดินทางไปท่าพระจันทร์, ท่าเตียน, ท่าช้าง ซึ่งเป็นโซนที่ใกล้สถานศึกษาชื่อดังอีกหลายแห่ง เช่นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยศิลปากร ส่วนรถสาธารณะก็เดินไปใช้บริการได้ไม่ยากเพราะถนนอิสรภาพและถนนอรุณอมรินทร์มีทั้งรถเมล์และรถกระป๊อหลายสาย มี Shuttle Service รับ-ส่งโรงพยาบาลศิริราชและละแวกใกล้ ๆ โครงการมาให้
วัสดุ : ให้ตามมาตรฐานของระดับราคา ตึกเสร็จขายเป็นแบบ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์มาครบทั้งห้องจาก SB ส่วนวัสดุอื่น ๆให้มาตามมาตรฐานโครงการราคาระดับนี้ สุขภัณฑ์ Cotto เครื่องปรับอากาศ Panasonic พื้นลามิเนตหนา 8 มิลลิเมตร เครื่องดูดควันระบบดูดออกภายนอก ลดกลิ่นได้ดีกว่าระบบหมุนเวียน
การออกแบบโครงการ : โครงการจัดผังได้ดีแบ่งแยกระหว่างรถที่มาส่งคนและรถของลูกบ้านอย่างชัดเจน การเข้าถึงส่วนกลางจะต้องมีการสแกนใบหน้าก่อนทุกจุด ทำให้ลูกบ้านได้ความปลอดภัย แต่ที่เราชอบคือโครงการออกแบบให้ส่วนกลางที่อยู่บนอาคารหันไปทางวิวเมืองเก่าทั้งหมด ทำให้ทั้งอาคาร A และ B เห็นวิววัดอรุณ โครงการกระจายส่วนกลางสำหรับนั่งเล่น นั่งทำงานมาให้ทั้ง 2 อาคาร ทำให้ลูกบ้านแต่ละอาคารใช้งานได้สะดวก ได้ความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน มี Fitness เปิดรับวิวสระว่ายน้ำ บรรยากาศร่มรื่น
การออกแบบห้อง : ห้องในโครงการออกแบบมารองรับการอยู่อาศัยได้ 1 – 4 คน มีห้องหลากหลายขนาดให้เลือกสรร ตั้งแต่แบบ Studio , 1 Bedroom , 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom เราสามารถเลือกให้เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในบ้าน ภายในห้องมีการกั้นสัดส่วนอย่างชัดเจน เน้นพื้นที่ Common Area ที่มีขนาดใหญ่ซึ่งเป็นโซนที่คนอยู่มากที่สุดในแต่ละวันทำให้ รู้สึกว่าอยู่สบาย ห้อง 1 Bedroom ได้ครัวปิด ทำอาหารได้จริงจังไม่ต้องกลัวกลิ่นควันลอยไปที่อื่น ส่วนห้อง 1 Bedroom Plus ได้ห้องน้ำแบบ Jack & Jill เข้า-ออกได้ 2 ทาง เจ้าของห้องไม่เสียความเป็นส่วนตัวเวลาแขกมาใช้งาน มีตัวเลือกเป็น 1 Bedroom หน้ากว้าง 7.5 เมตร หนึ่งเดียวในโซนนี้มาให้ด้วย
สาธารณูปโภค : โครงการกระจายส่วนกลางไว้ทั้ง 2 อาคารและหลายชั้น ทำให้การใช้งานไม่หนาแน่น Facility มีให้ครบตามมาตรฐาน ส่วนกลางอื่นๆอย่าง Co-Working Room , Meeting Room และ Terrace จะอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร หันไปทางเมืองเก่า จึงได้วิววัดอรุณชัดเจนครับ
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 105,000 บาท/ตร.ม., ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเล | 8/10 | ใกล้ศิริราช MRT อิสรภาพ ใกล้โรงเรียนหลายแห่ง เชื่อมต่อย่านสำคัญของฝั่งธนและพระนครได้สะดวก |
| เดินทางด้วยรถยนต์ | 7.75/10 | จากโครงการเดินทางไปถนนอิสรภาพ และถนนอรุณอมรินทร์ได้ง่ายเชื่อมต่อฝั่งพระนครและย่านสำคัญของฝั่งธนได้ง่าย มีจุดขึ้นทางด่วนอยู่ไม่ไกลมากนัก |
| เดินทางด้วยรถสาธารณะ | 8/10 | เดินไป MRT อิสรภาพได้ ใกล้ท่าเรือ มี Shuttle Service |
| วัสดุ | 7.5/10 | Fully Furnished มาตรฐานตามระดับราคา |
| การออกแบบ | 8/10 | มี Layout ให้เลือกกว่า 21 แบบ มีห้องหน้ากว้างให้เลือก |
| สาธารณูปโภค | 9/10 | ส่วนกลางเป็น Sky Facility รับวิววัดอรุณ ตกแต่งมาสวยงาม |
| รวมคะแนน | 8 | จาก 10 คะแนน |
Aspire อิสรภาพ สเตชั่น ดีไหม?
โครงการ Aspire Itsaraphap Station (แอสปาย อิสรภาพ สเตชั่น) เหมาะกับคนที่ต้องการคอนโดโซนอิสรภาพใกล้โรงพยาบาลศิริราช ใกล้ MRT เดินทางไปโซนต่าง ๆ ของเมืองได้สะดวก เหมาะกับคนที่ทำงานตามแนวรถไฟฟ้า และโซนศิริราช , ปิ่นเกล้า ,วงเวียนใหญ่ ชอบโครงการที่มี Sky Facilities ชอบวิววัดอรุณ ส่วนห้องพักมีให้เลือกหลายแบบตั้งแต่ Studio , 1 Bedroom , 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom อาศัยได้ 1 – 4 คน ชอบห้องหน้ากว้าง มีงบประมาณเริ่ม 3.29 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนเริ่มต้นประมาณ 23,000 บาท/เดือน
ตัวอย่างโครงการ คอนโดในโซนอิสรภาพ
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

