รีวิวฉบับที่ 1897 …  เปิดตัวโครงการ High Rise ตัวที่ 2 ของทาง Altitude Development ที่ร่วมลงทุนกับทาง Creed Group โดยได้ทำเลติดราชพฤกษ์และห่าง BTS ตลาดพลู เพียง 150 เมตร แต่ในอนาคตทางโครงการบอกว่าทำ Skywalk ให้เชื่อมถึงหน้าโครงการเลย ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่จับตามอง เป็นทำเลที่เข้าใจกลางเมืองสีลม-สาทรได้สะดวก กับโครงการ Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ  ที่นี่มีห้องเพดานสูงให้เลือกอีกด้วย ในราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท จะเป็นอย่างไรมาอ่านรีวิวเจาะลึกกัน

Fact @ 26 JUNE 2019

  • Altitude Unicorn Sathorn – Thapra (อัลติจูด ยูนิคอร์น สาทร-ท่าพระ)
  • Altitude Development Co., Ltd.
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนราชพฤกษ์ เขตธนบุรี
  • คอนโด High Rise 34 ชั้น 1 อาคาร 711 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 27 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 263 คันคิดเป็น 40% รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 2-3-65.4 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : กันยายน 2562
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : กันยายน 2564
  • 1 Bedroom 23.64 – 34.56 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus 36.98 – 57.78 ตร.ม.
  • 1 Plus 1 Bedroom Loft 57.01 – 69.28 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • ฝ้าเพดานสูงห้อง Loft 4.6 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 100,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 093-663-5656

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.712985, 100.474871
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่ 

แผนที่จากทางโครงการ Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ ตั้งอยู่ใกล้แยกรัชดา-ราชพฤกษ์ โดยโครงการจะอยู่ห่าง BTS สถานีตลาดพลูประมาณ 150 ม. (วัดจากทางลงที่ใกล้โครงการที่สุด) แต่โครงการบอกว่าในอนาคตจะมี Sky walk มาลงหน้าโครงการซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินการค่ะ

โครงการ Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ ตั้งอยู่ใกล้ BTS ตลาดพลู ทำเลแถวนี้สมัยก่อนที่จะมี BTS จะเป็นแหล่งชุมชนเก่าดั้งเดิม แต่เมื่อมีการขยายถนนและทำส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า BTS ออกมา ก็สามารถเชื่อมต่อเข้าเมืองไป สาทร สีลม อโศก ได้สะดวกสบายขึ้นเอามากๆ และด้วยการเข้ามาของรถไฟฟ้าทำให้ย่านนี้มีการพัฒนาความเจริญมากขึ้น และรูปแบบการอยู่อาศัยก็เปลี่ยนหน้าตาจากโครงการแนวราบเป็นคอนโดมิเนียม High Rise ติดถนนใหญ่กันเยอะมากขึ้น หลากหลายโครงการทีเดียว แถมการเดินทางโดย แถมการเดินทางด้วยรถยนต์ยังเชื่อมต่อไปได้หลากหลายเส้นทาง แต่เนื่องจากโครงการเราอยู่ใต้ทางยกระดับถนนราชพฤกษ์ที่มุ่งหน้าไปถนนเพชรเกษมอีกที ซึ่งเป็นทาง One Way ทำให้เรามีข้อจำกัดในการเดินทางมากกว่าโครงการอื่นๆ ไปดูกันค่ะว่าสามารถเดินทางยังไงได้บ้าง

สำหรับเส้นราชพฤกษ์มุ่งหน้าไปทางกาญจนาภิเษก ที่ไปทางบางใหญ่ บางแค นนทบุรี หรือสุพรรณบุรีได้

  • สำหรับฝั่งซ้ายมือจะเป็นทางไปจากโครงการ : เริ่มจากกลับรถใต้ทางยกระดับ > ตรงไปถึงแยกรัชดา-ราชพฤกษ์ (บังคับเลี้ยวซ้าย) > วิ่งเข้าถนนรัชดาภิเษก > กลับรถใต้สะพานแยกตลาดพลู > กลับมาที่แยกเดิม > แล้วค่อยเลี้ยวขวาขึ้นทางยกระดับนะคะ
  • สำหรับฝั่งขวามือเป็นทางกลับมายังโครงการ : เริ่มจากลงทางทางยกระดับ > วิ่งแบบเดียวกับด้านบนเลย > แต่ครั้งนี้เวลาเลี้ยวซ้ายเราต้องพยายามเบี่ยงออกทางด้านซ้าย > เพื่อเข้าถนนใต้ทางยกระดับ > ตรงเข้าโครงการได้เลย

ถัดมาที่เส้นราชพฤกษ์ฝั่งมุ่งหน้าสาทรกันบ้าง โดยเส้นนี้จะไม่สามารถตรงไปราชพฤกษ์ได้โดยตรง ต้องวิ่งเข้าถนนรัชดาภิเษกก่อน เพื่อกลับรถใต้สะพานข้ามแยกตลาดพลูไปอีกฝั่งนึง แล้วค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชพฤกษ์ ส่วนขากลับมาโครงการก็มีข้อจำกัดเช่นกัน เราจะไม่สามารถวิ่งตรงข้ามแยกได้ เราจะต้องวิ่งเข้าถนนรัชดาภิเษกก่อน แล้ววิ่งเข้าไปในซอยเทอดไท 33 เพื่อเข้าโครงการค่ะ

ส่วนถนนรัชดาภิเษก ถ้าวิ่งไปทางตอนบนแถวท่าพระ-จรัญสนิทวงศ์ ถือว่าสะดวกทีเดียว เดินทางง่าย หรือถ้าจะกลับมาอีกฝั่งแถว The Mall ท่าพระ ก็ให้กลับรถใต้สะพานข้ามแยกตลาดพลู ส่วนขากลับมาโครงการค่อนข้างสะดวกเลยทีเดียว  เนื่องจากไม่ต้องกลับรถแล้ว สามารถเลี้ยวตรงแยกได้เลยนะคะ

ส่วนเรื่องความอุดมสมบูรณ์หลักๆ นั้นอยู่ในละแวกโครงการเลยค่ะ แต่จะไม่ได้อยู่ในระยะที่เดินได้นะคะ เพราะบริเวณโดยรอบโครงการยังไม่มีร้านค้า แต่ถ้ามองในภาพรวมก็ถือว่าเป็นย่านที่มีความอุดมสมบูรณ์และศูนย์กลางความเจริญของชาวฝั่งธนฯ เลยก็ว่าได้ค่ะ เริ่มตั้งแต่ช่วงตอนบนก็จะมีตลาดพลู หรือที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นร้านอาหารริมทางรถไฟ มีของกินอร่อยๆหลากหลายร้าน ให้เราได้ฝากท้องที่นี่อีกด้วย หรือถ้าถัดมาดูตอนล่างก็จะมีห้างเก่าแก่ของคนในย่านนี้เลยอย่าง The Mall ท่าพระ ที่ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก ใกล้แยกรัชดา-ราชพฤกษ์ รวมถึงตลาดเก่าแก่ตรงข้ามห้าง ที่พอเย็นๆแล้วบรรยากาศคึกคักทีเดียว ใครหิวๆก็สามารถซื้อของก่อนกลับได้นะคะ แต่ด้วยทำเลโครงการที่จะอยู่ถัดออกมาหน่อยในระยะประมาณ 650 ม. ก็คงต้องนั่งรถไปอีกต่อนึง หรือเรียกพี่วินไปก็ได้ค่ะ หรือถ้าใครอยากไปห้างใหญ่ๆหน่อย ก็จะมีทั้ง Icon Siam และ Asiatique ที่อยู่ไม่ไกลมากนะคะ

มาดูบรรยากาศแถว The Mall ท่าพระกันบ้าง เดอะมอลล์ท่าพระ เป็นห้างที่คนในย่านนี้มาใช้กันเป็นประจำ จัดเป็นห้างใหญ่หนึ่งเดียวในทำเลนี้ ภายในมีทั้งร้านอาหาร ร้านค้า โรงหนัง ซูเปอร์มาร์เก็ต รวมไปจนถึงฟิตเนส สำหรับสายรักสุขภาพ นอกจากนี้ฝั่งตรงข้ามยังมีตลาดซอย 13 และตลาดไทยช่วยไทยพลาซ่า ที่มีร้านอาหารแบบ Street Food ขาย พร้อมแผงลอยคล้ายๆกับจตุจักรเลยนะคะทำให้ย่านนี้คึกคัก สะดวกสบาย สำหรับคนที่มองหา Hyper Market อย่าง Lotus หรือ Big C เราขอแนะนำ Big C ดาวคะนองที่อยู่เลยไปบนถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินค่ะ

สำหรับโครงการนี้ต้องบอกเลยว่าเหมาะกับการใช้รถไฟฟ้ามาก เนื่องจากโครงการให้ข้อมูลว่าจะมี Sky Walk มาลงด้านหน้าโครงการเลยนะคะ สำหรับ BTSตลาดพลูแล้ว ถ้านั่งไปทางสาทร 3 สถานีก็ข้ามแม้น้ำเข้าสาทรแล้ว หรือถ้านั่งย้อนกลับไป 2 สถานี BTSบางหว้า ก็เป็นจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน “ช่วงหัวลำโพง-บางแค” ที่กำลังจะเปิดให้ใช้งานช่วงเดือนสิงหาคม 2562 ที่จะถึงนี้อีกด้วย ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางมากยิ่งขึ้น

แต่เนื่องจากโครงการของเราอยู่ใต้ทางยกระดับ ทำให้ไม่ค่อยมีรถสาธารณะวิ่งผ่านเท่าไหร่ แนะนำให้เดินออกมาใช้รถเมล์ รถ Taxi บริเวณถนนรัชดาภิเษกแทน และอีกตัวเลือกนึงสำหรับใครที่เรียนหรือทำงานในย่านพระราม 3 ก็มี BRT รองรับเช่นเดียวกัน โดยขึ้นได้ที่สถานีราชพฤกษ์ ตำแหน่งทางขึ้นอยู่ใกล้กับสี่เเยกรัชดา-ราชพฤกษ์เลย เรียกว่าสะดวกในการเดินทางมากๆ ส่วนพี่วินมอเตอร์ไซค์จะมีบริเวณทางลง BTS อยู่แล้ว ถ้าใครรีบๆ หรือขี้เกียจเดินก็สามารถเรียกใช้บริการได้เลยนะคะ

ในย่านนี้มีโครงการคอนโดขึ้นหลายโครงการทั้งมือ 1 มือ 2 ทุกโครงการต่างหวังพึ่งพิง BTS ตลาดพลู แต่ก็มีความสะดวกและระยะทางแตกต่างกันไป บางโครงการอยู่ใกล้ The Mall ท่าพระ ที่เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์ บางโครงการก็อิงไปทางตลาดพลู แต่โครงการของเราจะอยู่ระหว่างถนนราชพฤกษ์ และถนนวุฒากาศ เป็นฝั่งที่รถไฟฟ้า BTS ตลาดพลูลงมาถึงพอดีค่ะ ซึ่งโครงการเราแม้จะอยู่ใกล้สถานีรถไฟ แต่การใช้รถจะติดเงื่อนไขที่ต้องกลับรถใต้ทางยกระดับก่อน ถึงจะเดินทางไปจุดอื่นๆได้ รวมถึงบรรยากาศโดยรอบค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยมีร้านค้า

สำหรับการเดินทางครั้งนี้เราพาไปโครงการด้วยรถไฟฟ้ากันนะคะ โดยลงจาก BTS ตลาดพลูทางออก 1 และเดินเลียบถนนราชพฤกษ์ใต้ทางยกระดับ ซึ่งมีระยะห่างจากทางลงประมาณ 150 ม. ค่ะ

ขอเริ่มกันที่ตัวสถานี BTS ตลาดพลู ซึ่งสังเกตที่เราทำเส้นปะสีแดง ในอนาคตจะเป็นทางเชื่อม Skywalk ไปลงที่หน้าโครงการเลยนะคะ ซึ่งตอนนี้โครงการอยู่ในช่วงระหว่างดำเนินการกับทางบีทีเอสค่ะ

หลังจากลงจากบีทีเอสมา ให้เราใช้ทางออกหมายเลข 1 เพื่อเดินมายังโครงการนะคะ ซึ่งค่าโดยสารเข้าเมือง ก็อยู่ประมาณ 31-59 บาท ซึ่งถ้าเทียบกับเวลาเดินทางที่กำหนดได้ ก็ถือว่าสะดวกคุ้มค่าราคาค่ะ

โดยพอเราเดินออกมาจากสถานี ฝั่งขวามีจะมีทางเชื่อมยื่นออกไปเล็กน้อย ซึ่งเรามองดูแล้ว ที่โครงการให้ข้อมูลมาว่าจะมี Sky Walk ก็เป็นไปได้อยู่ แต่อาจจะต้องรอดูตอนสร้างเสร็จอีกทีนะคะ สำหรับบรรยากาศบริเวณใต้สถานี ค่อนข้างเงียบทีเดียว ถนนเส้นนี้เป็นถนนขนาดเล็ก  2 เลน โดยบังคับเดินรถทางเดียว โดยเลนซ้ายจะเป็นที่จอดรถ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นทางเดินรถ

ลงมาก็จะเจอกับวินมอเตอร์ไซค์คอยรับ-ส่งเลยค่ะ ถ้าใครไม่อยากเดินหรือรีบๆ ก็สามารถใช้บริการพี่วินได้ ส่วนค่าโดยสารต่างๆก็ดูได้ตามป้ายได้เลยนะคะ

จากนั้นเราเดินตรงตามทางต่อไปเรื่อยๆเลย ทางเดินค่อนข้างกว้างขวางเดินสบายๆ แถมมีราง BTS อยู่ด้านบน ที่ช่วยบังแดดตอนเวลากลางวันได้

สำหรับบรรยากาศระหว่างทางเดินมาค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านมากนัก ถ้าเดินคนเดียวก็จะเปลี่ยวๆหน่อยนะ

แต่ถ้าโครงการสร้างเสร็จแล้วมี Skywalk มาลงด้านหน้าโครงการเลย เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกบ้านมากยิ่งขึ้นค่ะ

ตอนนี้โครงการก็ได้ทำ Sale Office เสร็จเรียบร้อย พร้อมให้เข้าชมห้องตัวอย่างแล้ว ใครสนใจก็สามารถไปติดต่อกันได้

ภายใน Sale Gallery มีที่นั่งหลากหลายรูปแบบให้เลือกตามใจชอบ รวมถึงมี Bar ที่ทางโครงการติดต่อแบรนด์ Fallabella มาลงให้ โดยจะมีเครื่องดื่มบริการสำหรับผู้มาเยี่ยมชม

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

เราลองปักตำแหน่งตัวโครงการและสถานที่โดยรอบจาก Google Maps แบบ Satellite จะเห็นที่ตั้งโครงการติดถนนราชพฤกษ์ใต้ทางยกระดับ ที่ด้านบนจะเป็นราง BTS นะคะ ด้วยทำเลที่ไม่ได้อยู่ติดถนนราชพฤกษ์แบบเส้นหลัก ทำให้พื้นที่บริเวณนี้จะเป็นบ้านพักอาศัยในรูปแบบชุมชนดั้งเดิมเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็มีข้อดีคือสภาพแวดล้อมโดยล้อมจะไม่เป็นปัญหาในเรื่องวิวมากนัก

  • ทิศเหนือ : ติดถนนราชพฤกษ์ใต้ทางยกระดับ ฝั่งนี้จะเป็นฝั่งที่วิวดีที่สุด เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ
  • ทิศตะวันออก : ติดกับที่อยู่อาศัยแนวราบเช่นเดียวกัน แต่มองออกไปจะเห็นคอนโด High Rise ที่บังวิวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระยะประชิดที่ทำให้อึดอัด
  • ทิศใต้ : ติดกับที่อยู่อาศัยแรวราบเช่นเดียวกัน แต่ฝั่งซ้ายมือเยื้องๆจะเป็นคอนโด High Rise ที่อาจจะมีบางมุมที่ถูกบล็อกวิว แต่ไม่น่าจะบล็อกวิวทั้งหมดไปเลย
  • ทิศตะวันตก : ฝั่งนี้โครงการทำเป็นผนังทึบ เพื่อไม่ให้ห้องอยู่ในระยะประชิดกับอีกโครงการมากนัก

ทิศตะวันออก : ติดกับที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ ที่เป็นชุมชนเก่าแก่ หลากหลายครอบครัวเลยทีเดียวค่ะ

ทิศเหนือ : ติดถนนราชพฤกษ์ใต้ทางยกระดับ ซึ่งบริเวณใต้สะพานจะเป็นสวนสาธารณะของ กทม. ภายในมีเครื่องเล่น และลานกิจกรรม ที่ปล่อยให้คนนอกมาใช้บริการได้ ซึ่งทำให้มีคนหลากหลายเข้ามาใช้บริการ เวลาเดินดึกๆคนเดียวก็ต้องระวังกันด้วยนะคะ

ทิศตะวันตก : มีคอนโด High Rise อยู่เยื้องๆกับโครงการ ซึ่งโดยตำแหน่งแล้วอาจจะบล็อกวิวอยู่บ้าง แต่ไม่ทั้งหมดนะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • เดอะมอลล์ ท่าพระ ~ 650 ม.
  • วัดบางสะแกใน ~ 700 ม.
  • ตลาดซอย 13 ~ 1.0 กม.
  • ไทยช่วยไทยพลาซ่า ~1.0 กม.
  • ตลาดพลู ~ 1.0 กม.
  • วงเวียนใหญ่ ~ 3.5 กม.
  • โรงพยาบาล พญาไท 3 ~ 5.6 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

รูปแบบโครงการ Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 34 ชั้น 711 ยูนิต ภายนอกอาคารออกแบบด้วยการใช้โทนสีของแกรนด์แคนยอน โดยโครงการเลือกใช้เป็นสีชมพู เพื่อสื่อถึงรูปแบบตัวอาคารเลย ภายในมี Facilities หลากหลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ โครงการจะเป็นยังไงเราไปดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

  • ชั้นที่ 1 :  มี Lobby และที่จอดรถด้านข้าง พร้อมสวนหย่อมรอบโครงการ
  • ชั้นที่ 2-6 :  เป็นพื้นที่จอดรถประมาณ 40% ไม่รวมซ้อนคัน
  • ชั้น 7 : เริ่มมีห้องพักอาศัย แต่อีกครึ่งแบ่งเป็น Main Facilities ของโครงการ
  • ชั้น 7-8 , 20-21, 32-33 : เป็นห้อง Loft ฝ้าเพดานสูง 4.6 ม.
  • ชั้น 9-31 : เป็นห้องพักอาศัยแบบปกติ
  • ชั้น 34 : เป็นชั้น Sky Garden ของโครงการ

ชั้น Ground floor ลักษณะที่ดินเป็นแบบหน้ากว้างมีทางเข้าออกโครงการทางเดียวจากถนนราชพฤกษ์ เพื่อให้ดูแลรักษาความปลอดภัยได้ทั่วถึง มีป้อมรปภ.ดูแลตลอด 24 ชม นอกจากนี้ด้านหน้าโครงการยังมี Shop ที่อยู่นอกรั้วโครงการ ซึ่งโครงการตั้งใจให้เป็นร้านสะดวกซื้อ ด้านข้างมีประตูเดินเข้าโครงการ ไว้แยกใช้งานกับทางรถยนต์ เพื่อความเป็นปลอดภัยของผู้พักอาศัย

เข้ามาด้านในโครงการ จะเห็นพื้นที่ Drop-off ตรงกลาง ไว้รับ-ส่งคน ส่วนการเดินรถเป็นแบบ Oneway รอบโครงการ ที่จอดรถสำหรับผู้ติดต่อจะอยู่รอบๆ ส่วนลูกบ้านจะมีทางขึ้นอาคารจอดที่ด้านหลัง ภายในโครงการหลายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวทั้งหมด เพื่อให้บรรยากาศภายในดูร่มรื่นมากยิ่งขึ้น

ภายในอาคารเป็นส่วน Lobby,  Lobby Bar ที่โครงการบอกว่าจะเป็นอีก Shop ของโครงการนะคะ แต่รายละเอียดเป็นยังไงต้องสอบถามทางโครงการอีกที ถัดเข้ามามี Waiting Area สำหรับนั่งพักผ่อนได้ ในสุดจะเป็นห้อง Mailbox ของลูกบ้าน โดยโครงการนี้จะให้ลิฟต์โดยสารทั้งหมด 3 ตัว อัตราส่วนอยู่ที่ 237 : 1 ถือว่าหนาแน่นทีเดียว

เรามาดูโมเดลกันโครงการมีทางเข้าออกทางเดียว เข้ามาเจอกับพื้นที่ Drop off รับ-ส่งคนได้ ส่วนหน้าตาของชั้นจอดรถจะมี Vertical Garden มาให้ ไว้บังสายตา และทำให้บรรยากาศโดยรวมดูร่มรื่นมากยิ่งขึ้น

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ Drop off ของโครงการ ที่ทำออกมาได้สวยงามทีเดียว

ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Lobby ตกแต่งด้วยสีโทนน้ำตาล ทำให้บรรยากาศดู Luxury มากยิ่งขึ้น

ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Lobby Bar โดยออกแบบให้เป็นเคาเตอร์วงกลม ที่สามารถมานั่ง Hang out คนเดียวก็ได้นะคะ

ถัดขึ้นมาที่ชั้น 3 เป็นส่วนของที่จอดรถ โดยโซนด้านหน้าเราแบ่งให้เป็น Co-working Area และ Meeting Room ซึ่งถ้าใช้ลิฟต์ต้องเดินผ่านพื้นที่จอดรถก่อน แนะนำให้ขึ้นบันไดจาก Lobby ก็ได้นะคะ

ถ้าดูตามโมเดลแล้วจะอยู่โซนด้านหน้าเหนือพื้นที่ Drop Off โดย Facade มีการใช้ Vertical Garden เพื่อทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นมากยิ่งขึ้นค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Co-working เป็นห้องแบบ Double Volume ทำให้ภายในดูกว้างขว้าง เหมาะมานั่งทำงานหรืออ่านหนังสือก็ได้นะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 7 เป็น Main Facilities ของโครงการ ทั้งสระว่ายน้ำ, Fitness และ Co-Kitchen ซึ่งข้อดีของการวางตำแหน่งแบบนี้คือ สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันเนื่องจากตัวอาคารช่วยบังแดดในทางทิศใต้ให้อยู่ค่ะ

โดยเริ่มมีห้องพักอาศัยให้เห็นบ้างแล้ว ซึ่งทางโครงการได้กั้นแยกประตูไว้เพื่อความเป็นส่วนตัวเรียบร้อย ตำแหน่งห้องชั้นนี้ถูกวางวางแนวเหนือใต้ ทำให้ไม่โดนแดดตรงๆ แต่ห้องทางทิศใต้ก็ยังคงร้อนกว่าทางเหนืออยู่ดี โดนชั้นนี้จะมีทั้งหมด 17 ยูนิตเป็นห้องเพดานสูงทั้งหมด ถ้าให้แนะนำให้เลือกห้องทางทิศเหนือดีกว่า เพราะนอกจากจะไม่โดนแดดแล้วยังได้วิวพื้นที่ส่วนกลางของโครงการอีกด้วย แต่ก็อาจจะมีเสียงรบกวนมากกว่าทางทิศใต้ ถ้าใครชอบความเงียบสงบ ส่วนตัว ก็แนะนำทิศใต้ค่ะ

ถัดมาที่ชั้น 8 จะมีพื้นที่ส่วนกลางเดียวคือ Seating Area ซึ่งจะอยู่เหนือสระว่ายน้ำ ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดมาจากชั้น 7 เท่านั้น แต่สำหรับห้องพักอาศัยในชั้นนี้ จะมีประตูเชื่อมออกไปใช้งานได้เลย

สำหรับห้องพักอาศัย ที่น่าสนใจมีอยู่ 2 ตำแหน่งด้วยกัน สำหรับห้อง 01 เป็นห้องที่ใกล้ทั้งทางเข้าพื้นที่ส่วนกลาง และใกล้ลิฟต์ ทำให้เดินใช้งานได้สะดวก แต่จะต้องแลกกับพื้นที่หน้าห้องที่คนเดินผ่านไปผ่านมาบ่อยๆนะคะ ส่วนตำแหน่งห้อง 02 ข้อดีคือมีมุมที่ยื่นออกมา พร้อมกระจกรอบด้านทำให้เห็นวิวแบบ 360 องศาเลย

ชั้นสระว่ายน้ำ ความสูงพ้นระยะรางรถไฟฟ้าแล้วนะคะ

Highlight ของชั้นนี้อยู่ที่สระว่ายน้ำแบบ Free Form ที่ไม่ค่อยได้เห็นในโครงการทั่วไป โดยจัด Landscape ล้อไปกับตัวสระเลย เพื่อความสวยงามค่ะ

Gimmick ของสระนี้ คือการยกที่นั่งรอบสระไปไว้ชั้นที่ 8 ซึ่งนอกจากจะได้เห็นวิวสระแล้วยังนั่งเล่นมองวิวด้านนอกโครงการได้อีกด้วย

ซึ่งทำให้ด้านล่างกลายเป็นพื้นที่ Indoor Pool ด้วย ที่สามารถมานั่งหลบแดดได้ ถ้าดูจากภาพ Perspective บรรยากาศบริเวณนี้จะเหมือนอยู่ในถ้ำเลยนะคะ

เข้ามาที่โซน Indoor เริ่มจาก Fitness ตกแต่งด้วยโทนสีสดใส ภายในเป็นพื้นที่แบบ Double Volume ทำให้ดูกว้างมายิ่งขึ้น ถ้าดูจาก Perspective จะเห็นว่าวางเครื่องออกกำลังกายให้เยอะเลยนะ และมีมุมสำหรับวางเวที Boxing อีกด้วย

ถัดมาที่ห้อง Co-Kitchen ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นพื้นที่จัด Party เล็กๆได้

ถัดมาที่ห้อง E-Sport Room ซึ่งเอาไว้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่ต้องการคลายเครียดจากงาน หรือไว้นัดพบประเพื่อนที่ชอบเล่นเกมเหมือนๆกัน

ชั้นที่ 9 เป็น Typical Floor Plan ของห้องแบบปกติ ซึ่งมีจำนวนยูนิตอยู่ที่ 27 ยูนิต ลักษณะการวางผังเป็นรูปตัว L โดยวาง Core ลิฟต์อยู่ตรงกลาง ทำให้ห้องแต่ละปีกอาคารเดินได้สะดวก ไม่มีฝั่งไหนไกลเกินไป ส่วนอัตราส่วนลิฟต์ที่นี่จะอยู่ที่ 237 : 1 ถือว่าหนาแน่นนะคะ ทางเดินมีหน้าต่างถึง 4 จุด ทำให้ภายในรับแสงและระบายอากาศได้ดี นอกจากนี้บริเวณโถงลิฟต์ สังเกตว่าจะยื่นออกไปเล็กน้อย เพื่อบังไม่ให้ห้องพักอาศัยเห็นกันเอง ถือว่าเป็นการใส่ใจรายละเอียดดีค่ะ

สำหรับตำแหน่งของห้องที่น่าสนใจก็มี 3 ตำแหน่งด้วยกัน เริ่มจากตำแหน่ง 01 ซึ่งเป็นห้องมุมขวาล่าง ห้องนี้ได้ความเป็นส่วนตัวสูง เพราะแยกออกมาจากห้องอื่นๆ รวมถึงยังเป็นห้องมุมที่ทำให้มองเห็นวิวได้เต็มที่ ส่วนตำแหน่ง 02 ก็คล้ายกับชั้นที่แล้ว คือใกล้ลิฟต์เหมาะกับคนที่อยู่คนเดียว ต้องขนของเอง แต่ก็ต้องแลกกับคนที่จะเดินผ่านไปมานะคะ ส่วนห้องที่ได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นมาหน่อย โดยมีผนังฝั่งติดกับเพื่อนบ้านแค่ฝั่งเดียว 03 ค่ะ

ชั้นที่ 20 และ 32 จะเป็น Typical Floor Plan ของห้อง Loft โดยจะมีฝ้าเพดานสูงถึง 4.6 ม. ซึ่งภายในมีการจัดวางหลากหลายรูปแบบ ให้เลือกตามใจชอบ สำหรับห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะมีพื้นที่ใช้สอยตอนลึกมากกว่า โดยจะยื่นออกไปจากชั้นปกติเล็กน้อย ส่วนตำแหน่งห้องที่น่าสนใจยังเหมือนกันค่ะ

ชั้นบนสุดเป็นชั้น Sky Garden โดยมีพื้นที่ทั้งแบบ Indoor และ outdoor ให้เลือกใช้ เช่น ห้อง Mini Theatre ให้ลูกบ้านขึ้นมานั่งดูหนังได้ หรือ Co-Living สำหรับนั่งเล่นชมวิวมุมสูงของโครงการได้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนหย่อม Outdoor ด้านนอก มี Jogging Track แบบ Slope ที่สามารถเดิน-วิ่ง จากชั้น 34 ไปด้านบนที่ชั้น 34th M เวลาวิ่งจะมองเห็นวิวมุมสูงรอบโครงการแบบ 360 องศาอีกด้วย แต่เวลาในการใช้งานคงจะเหมาะเฉพาะตอนเช้าหรือเย็น อากาศและแดดไม่ร้านมากนัก ข้อดีของการจัดสวนไว้ชั้น Rooftop จะช่วยกันความร้อนให้กับห้องพักที่ชั้น 33 ได้ด้วย รวมถึงเวลาใข้งานจะได้ความเป็นส่วนตัว เนื่องจากพ้นสายตาจากห้องพักอาศัยในตึกค่ะ

มาดูโมเดลกันเล็กน้อยจะเห็นว่าชั้น 34th M ที่เป็น Jogging Track ของโครงการ ซึ่งจะมี Slope ให้เราวิ่งขึ้นมาได้ค่ะ

ภาพ Perspective ของพื้นที่ Co-Living ดูตามภาพแล้วจะมีที่นั่งหลากหลายให้เลือกใช้งาน พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ไว้ชมวิวมุมสูง

มุมสวนนั้นทางโครงการจะจัดชุดเก้าอี้แบบนอนได้มาให้ เหมาะมานอนดูดาวในยามค่ำคืน รวมถึงมีระเบียงกระจกที่เห็นวิวทางด้านเหนือของโครงการ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • Lobby Bar
  • Waiting Area
  • Mailbox
  • Co-Creation Kitchen
  • Co-Working Space and Auditorium
  • Mini Theatre
  • E-Sports Room
  • Absolute Bar
  • Fitness Center
  • สระว่ายน้ำเกลือ ยาว 24 ม.
  • Sky Terrace
  • Sky Garden
  • Rooftop Jogging Track
  • Seminar Rooms
  • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 237:  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 263 คันคิดเป็น 40% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card / Finger Scan


Product Walkthrough

รูปแบบการขายจะเป็น Fully Furnished มีให้เหมือนในห้องตัวอย่างเลยนะคะ สำหรับห้องแรกที่เราจะพามาชม คือห้อง 1 Plus 1 Bedroom Loft โดยมีพื้นที่ชั้นล่าง 36.51 ตร.ม. ส่วนชั้นลอยมีพื้นที่เพิ่มอีก 14.27 ตร.ม. รวมแล้วประมาณ 50.78 ตร.ม.

เปิดเข้ามาภายในห้อง จะเจอกับพื้นที่ Common Area ( Kitchen+Living+Dining) ยาวจนไปถึงพื้นที่ระเบียง ทำให้แสงเข้ามาภายในได้เต็มที่ รวมถึงบริเวณนี้มีฝ้าเพดานสูงถึง 4.6 เมตร ทำให้ภายในดูโล่งและกว้างมากยิ่งขึ้น แต่เราได้ห้องครัวเปิด ซึ่งจะไม่สามารถทำอาหารจริงจังได้ นอกจากนี้ส่วน Service จะถูกผลักเข้ามาด้านใน เพื่อไม่ให้ไปรบกวนการใช้งานของพื้นที่หลักๆ อย่างห้องน้ำก็จะอยู่ในสุด ที่เข้าได้จากบริเวณ Common เท่านั้น ซึ่งถ้าใครอยู่ชั้นลอยเวลาใช้งานก็จะลำบากหน่อย ถัดมาข้างห้องน้ำจะมีบันไดขึ้นด้านบน ลักษณะการวางแบบนี้จะทำให้ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ติดหน้าต่างบานใหญ่ริมอาคาร ที่รับแสงและชมวิวภายนอกได้ โดยห้องนอนจะมีความสูงประมาณ 2.20 เมตร เป็นขนาดกำลังดีค่ะ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องจะเจอกับส่วน Common Area ขนาดใหญ่ กว้างจนถึงระเบียง ซึ่งหน้าต่างห้องนี้จะสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ทำให้ได้รับแสงและวิวได้เต็มที่ โดยบริเวณนี้สูงถึง 4.6 ม.เลย ผนังภายในห้องของจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาวนะคะ

สำหรับพื้นห้องเป็นพื้น Smart Vinyl  โดยข้อดีคือสามารถทนรอยขีดข่วนต่างๆ ได้พอสมควร รวมไปถึงสามารถทนน้ำ/ความชื้นได้มากกว่าพื้นลามิเนตมาตรฐานทั่วไป รวมถึงตัวพื้นเองมีความนุ่มเล็กน้อยเวลาเดินแล้วสบายเท้าค่ะ

หันกลับมาหน้าห้องจะมีทางเข้าห้องน้ำ บริเวณหน้าห้องน้ำทางโครงการจะมีตู้รองเท้ามาให้ด้วย ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนอยู่คอนโด เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นเข้ามาภายในห้องค่ะ

ภายในตู้รองเท้าจะเป็นชั้นวางรองเท้าแบบนี้เลยนะคะ

เข้ามาดูภายในห้องน้ำกันต่อนะคะ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวเข้าไป ห้องน้ำแบ่งโซนเปียกและแห้งชัดเจนเป็นสัดส่วน โดยเรียงลำดับส่วนอ่างล้างมือ ส่วนโถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำ ตามลำดับ โดยพื้นและผนังเป็นกระเบื้องเซรามิคทั้งหมด ทำความสะอาดง่ายและสวยงามทีเดียว นอกจากนี้ยังได้กระจกเงาบานใหญ่กว้างเต็มผนังเช่นเดียวกัน

พื้นที่ภายในห้องน้ำกว้างใช้งานได้สะดวก ประตูทางเข้าห้องน้ำมีขอบสูงขึ้นประมาณ 6 ซม. พื้นที่อาบน้ำให้ฉากกั้นอาบน้ำมาด้วย โดยจะได้ตามห้องตัวอย่างนี้ทั้งหมดเลย

อ่างล้างหน้าของ Cotto ซึ่งตัวอ่างเองสามารถวางของได้นิดหน่อย แต่ด้านล่างอ่างก็ยังมีชั้นวางของมาให้วางเพิ่มได้ แต่จะไม่มีหน้าบานปิดมาให้ เวลาใช้งานก็ต้องระวังกันด้วยนะคะ

โภสุขภัณฑ์ของ Toto มาพร้อมสายชำระและที่ใส่กระดาษชำระสแตนเลส ที่ตำแหน่งจะอยู่ผนังด้านหลัง เวลาใช้งานอาจจะต้องเอียงตัวสักเล็กน้อย

สายชำระสแตนเลสจับถนัดมือ มาพร้อมที่ใส่กระดาษชำระแบบมีตัวกันน้ำมาให้

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 95 x 1.15 ม. พื้นที่อาบน้ำลดระดับลงเล็กน้อย มีจุดระบายน้ำอยู่ที่มุม ทำให้น้ำไม่ไหลออกมาด้านนอก โดยฝักบัวเป็นแบบ Hand Shower ของ Cotto ขนาดพอดีมือ แต่ทางโครงการจะไม่มีชั้นวางของมาให้ เราสามารถติดตั้งเพิ่มขึ้นเองได้

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ LED Downlight และพัดลมดูดอากาศ 1 จุด

ออกมาด้านนอกฝั่งตรงข้ามห้องน้ำจะเป็นห้องครัวเปิด เหมาะสำหรับทำอาหารเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้าใครชอบทำอาหารจริงจังจะไม่ค่อยเหมาะ เพราะกลิ่นจะกระจายไปจุดอื่นๆได้นะคะ โดยตัว Hood ทำอาหารจะมีให้บางห้องเท่านั้น รายละเอียกต้องลองถามทางโครงการอีกทีนะคะ ซึ่งถ้าเราจะติดตั้งเพิ่มก็จะเป็นแบบหมุนเวียนภายในอาคาร ทำให้กลิ่นไม่ออกไปด้านนอก

เรามาดูดีเทลกันนะคะ สำหรับตู้เก็บของด้านบนจะมีทั้งหมด 4 ช่อง ให้เลือกวางของได้ตามใจชอบ โดยหน้าบานจะปิดผิวด้วยลามิเนต พร้อม Soft Close ภายในตู้เรียบร้อย

ถัดมาที่ Top เคาน์เตอร์ ออกแบบให้มีพื้นที่เตรียมอาหารมาไม่เยอะมาก โดยเราจะได้ Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ที่ทนความร้อนและน้ำได้ดี แต่ผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ (Back Splash) จะไม่มีมาให้ เวลาทำความสะอาดต้องระวังเลอะด้วยนะ ส่วนอ่างล้างจาน และเตาไฟฟ้าจะได้ยี่ห้อ Teka หรือเทียบเท่า

ด้านล่างเคาน์เตอร์จะเป็นออกเป็น 2 ส่วน ฝั่งซ้ายใต้ Sink จะเป็นช่องวางของชิ้นใหญ่ได้ ส่วนฝั่งขวาเป็นลิ้นชักเหมาะกับช้อน-ส้อม รวมถึงยังมีช่องวางไมโครเวฟมาให้อีก ซึ่งของจริงเราจะไม่มีให้นะคะ

รวมถึงยังได้โต๊ะทานข้าวมาด้วยนะคะ ซึ่งได้เป็นแบบลอยตัว ทำให้ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามใจชอบค่ะ

สำหรับเก้าอี้ที่ให้มา เป็นแบบที่มีช่องไว้จับมือได้ ทำให้ใช้งานง่ายมากยิ่งขึ้น

ถัดมาที่โซน Living โดยมีความสูงถึง 4.6 ม. โดยฟังก์ชันนี้จะติดกับพื้นที่ระเบียง ทำให้ได้รับแสงและวิวได้เต็มที่ค่ะ

ห้องตัวอย่าง มีระยะดูทีวีกว้างประมาณ 2 ม. ทำให้สามารถเลือกทีวีขนาดประมาณ 40″-42″ กำลังดี โดยโครงการเตรียมช่องเสียบสัญญาณทีวีไว้ให้เรียบร้อย

นอกจากนี้ยังได้ ชุดวางทีวีและโซฟาตามนี้เลยนะคะ ซึ่งโซฟาจะมีลิ้นชักด้านล่างมาให้ เราสามารถเก็บรองเท้าหรือของเพิ่มเติมได้ด้วยนะคะ

สำหรับหน้าต่างบริเวณสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า 4.6 เมตรเลย

ฝ้าเพดานของจริงเป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ LED Downlight ซึ่งเฉพาะห้องนั่งเล่น เราจะได้เป็นแบบ Light Smart EIQ System

เป็น App ที่สามารถเลือกสีต่างๆได้ตามใจชอบ หรือจะเปิดแสงตามจังหวะเพลงก็ได้นะคะ ซึ่งสำหรับฟังก์ชันนี้จะให้เฉพาะโซน Common แต่ถ้าห้องอื่นอยากติดตั้ง ก็ทำได้เนื่องจากโครงการมีระบบรองรับมาให้แล้วค่ะ

ประตูทางออกระเบียงเป็นกระจกบานเลื่อนเปิดได้ 2 ด้าน ข้อดีคือสามารถเลื่อนเปิดได้ตามการใช้งาน โดยได้เป็นอลูมิเนียมสีดำ Powder Coat พร้อมกระจกสีเขียวตัดแสง ที่ป้องกัน UV ได้ระดับนึง โดยถ้าเรามองจากมุมนี้จะไม่มี Condensing Unit รบกวนสายตาเลย เพราะทางโครงการซ่อนมาให้เรียบร้อย

ระเบียงกว้าง 1.65 x 2.65 ม. เป็นระยะที่เอาชุดเก้าอี้ออกมานั่งเล่นได้สบายๆเลย โดยโครงการแขวน Condensing Unit มาให้เรียบร้อย เพื่อให้ใช้พื้นที่ระเบียงได้เต็มที่ รวมถึงได้ราวกันตกเป็นแบบกระจกไร้ขอบ ทำให้ไม่มีอะไรบดบังสายตา ในการมองเห็นวิวค่ะ

มองกลับเข้ามาภายในห้อง จะได้พื้นที่ต่อเนื่องกันจนถึงหน้าห้องเลยนะคะ

สำหรับด้านข้างชุดวางทีวี จะมีประตูเข้าห้องนอนชั้นล่างอยู่นะ

ภายในห้องนอนชั้นล่าง เราจะได้ฐานเตียง 5 ฟุต โต๊ะเครื่องแป้ง และตู้เสื้อผ้าด้วย โดยถ้าจัดตามห้องตัวอย่างก็จะได้พื้นที่หน้าตู้กว้างเลย โดยห้องนี้จะมีความสูงพื้นถึงฝ้าประมาณ 2.2 ม. เป็นระยะที่ใช้งานกำลังดีค่ะ

สำหรับเฟอร์นิเจอร์จะได้แบบนี้เลยนะคะ แต่ตู้เสื้อผ้าจะมีให้เลือก 2 แบบ ทั้งแบบเปิดโชว์ และหน้าบานปิดเรียบร้อย

สำหรับโต๊ะเครื่องแป้งจะมีลิ้นชักมาให้เก็บของได้ด้วย

หลังจากวางเฟอร์นิเจอร์แล้ว พื้นที่หน้าตู้เสื้อผ้าจะมีประมาณ 2.0 x 2.10 ม. เป็นระยะที่ค่อนข้างกว้างทีเดียว มีพื้นที่เหลือยืนเปลี่ยนเสื้อผ้าได้สบายๆ

เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตไปแล้วจะเหลือพื้นที่ทางเดินริมหน้าต่างและปลายเตียงให้พอเดินได้บ้าง อย่างฝั่งปลายเตียงมีระยะประมาณ 45 ซม. ซึ่งถ้าใครติดทีวีแบบแขวน ก็ต้องเอียงตัวเดินเล็กน้อยนะคะ

หน้าต่างห้องนี้เป็นแบบเต็มผนัง โดยสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้าประมาณ 2.2 ม. ซึ่งเป็นบาน Fixed ที่มีบานกระทุ้งเพียง 1 บาน ทำให้ระบายอากาศภายในห้องได้ดี พร้อมกระจกสีเขียวตัดแสง ที่จะสามารถป้องกัน UV ได้ระดับนึง

บริเวณปลายเตียง ทางโครงการได้ต่อสัญญาณทีวีมาให้เรียบร้อย ถ้าใครชอบดูทีวีในห้อง แนะนำให้ติดเป็นทีวีแบบแขวน เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานค่ะ

นอกจากนี้ภายในห้อง ยังมีพื้นที่เก็บของมาให้ด้วยนะคะ

ฝ้าเพดานเป็นฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ LED Downlight ค่ะ

ส่วนบันไดจะอยู่คั้นกลางระหว่างห้องน้ำและห้องนอนนะคะ

สำหรับบันไดของที่นี้เป็นรูปตัว L ซึ่งบันไดลูกตั้ง 20 ซม. ที่ถือว่าค่อนข้างชันทีเดียว แต่ได้ลูกนอนขนาด 24.5 ซม. ที่สามารถวางได้เต็มเท้า รวมถึงได้ผนังทึบ 2 ฝั่ง ก็ไม่ต้องกลัวตกเลยนะคะ ส่วนความกว้างประมาณ 90 ซม. เดิน 2 คนก็พอได้อยู่นะ

ขึ้นมาที่ชั้นลอยจะเป็นห้องนอนหลัก ซึ่งทางโครงการทำเป็นผนังทึบเรียบร้อย ซึ่งห้องนี้จะมีขนาดเท่าห้องที่แล้วเลยนะคะ โดยมีความสูงพื้นถึงฝ้าประมาณ 2.2 ม. เช่นกัน

หันกลับมาทางเข้าห้อง จุดนี้โครงการจะไม่มีประตูมาให้ แต่เราสามารถติดตั้งเพิ่มเติมเองได้เพื่อความเป็นส่วนตัว และไม่ให้แอร์ไหลออกไปนอกห้องได้ เป็นกระประหยัดไฟไปอีกแบบ ส่วนฝั่งขวามือมีพื้นที่เหลือทางโครงการจะวางตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อย

พื้นหน้าตู้เสื้อผ้ากว้างประมาณ 2.1 x 1.2 ม. เป็นระยะที่เปลี่ยนเสื้อผ้าได้สบายๆเลย

โดยห้องนี้จะได้ฐานเตียงขนาด 5 ฟุตเช่นเดียวกัน โดยฐานเตียงของที่นี่จะมีลิ้นชักให้เก็บของเพิ่มเติมได้อีกด้วย ข้อดีสำหรับฐานเตียงแบบทึบ คือจะไม่มีฝุ่นข้างใต้เตียง ทำให้ทำความสะอาดง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ด้านข้างเตียงยังมีโต๊ะเครื่องแป้งมาให้ด้วย ซึ่งเป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกห้อง

เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตไปแล้ว จะเหลือพื้นที่ทางเดินรอบข้างและปลายเตียงให้พอเดินได้บ้าง อย่างฝั่งปลายเตียงมีระยะประมาณ 45 ซม. เหมือนกับด้านล่าง ถ้าเวลาติดตั้งทีวีแล้วจะต้องเอียงตัวเดินเล็กน้อย ส่วนพื้นที่ริมหน้าต่างจะเหลือไม่มากแต่ถ้าใครคุ้นเคยกับการมีโต๊ะหัวเตียง ก็สามารถเลื่อนออกมาสักหน่อยได้ค่ะ

สำหรับหน้าต่างห้องนี้จะเป็นแบบเต็มพื้นที่เช่นกัน ทำให้รับแสงและมองวิวได้เต็มที่ รวมถึงยังสามารถระบายอากาศภายในห้องได้อีกด้วย

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาวเรียบร้อยค่ะ

ถัดมาที่ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 23.72 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กที่สุดของโครงการ ซึ่งเหมือนมีขนาดเท่าห้อง Studio เลยแต่ทางโครงการก็จัดมาเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ได้อย่างลงตัว พื้นที่ใช้งานแยกเป็นสัดส่วนดี

สำหรับห้องนี้เข้ามาจะเจอกับโซน Living ก่อนเลย ถึงแม้ตำแหน่งจะอยู่ด้านในแต่ก็ยังได้แสงจากระเบียงอยู่ ส่วนห้องครัวจะได้เป็นครัวเปิดเหมือนเดิม แต่ตำแหน่งจะใกล้กับระเบียงมากขึ้น ทำให้สามารถระบายอากาศออกด้านนอกได้ดีกว่า ซึ่งมองดูแล้วห้องนี้สามารถกั้นประตูเพิ่มทำเป็นครัวปิดได้ ส่วนห้องน้ำแม้จะต้องเข้าจากด้านนอก แต่ก็ไม่ลำบากมากนัก เพราะห้องนอนและห้องน้ำมีประตูติดกัน ทำให้ไม่ต้องเดินผ่านฟังก์ชันอื่นๆก่อน ห้องนอนหลักมีประตูปิดเรียบร้อยเพื่อความเป็นส่วนตัว รวมถึงอยู่ติดริมอาคาร ทำให้ได้รับแสงและวิวได้เต็มที่

เข้ามาภายในห้องเราจะเป็นส่วน Common Area เชื่อมระหว่าง Living+Kitchen ที่ยาวไปจนถึงระเบียงเลย แม้จะไม่ได้วิวแต่ก็ยังได้แสงอยู่นะคะ โดยห้องนี้มีฝ้าเพดานสูง 2.70 ม.

พื้นเป็น Smart Vinyl เช่นเดียวกัน โดยห้องนี้จะมีระยะห่างทีวีประมาณ 1.80 เมตร สำหรับขนาดของทีวีประมาณ 38″- 40″ กำลังดีค่ะ นอกจากนี้ถ้าใครจะวางโต๊ะกลางเล็กๆก็ยังพอวางได้อยู่นะคะ

โดยห้องนี้ไม่มีพื้นที่เหลือวางตู้รองเท้า แต่โครงการก็พยายามจัดพื้นที่มาให้ถึง 2 จุดด้วยกัน จุดแรกคือใต้โซฟาก็มีลิ้นชักที่วางรองเท้าได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้กลิ่นกระจายไปจุดอื่นๆได้ ส่วนจุดที่ 2 จะวางใต้ทีวีได้อีก 1 จุด แต่จะไม่สามารถป้องกันกลิ่นได้

บริเวณโซฟาผนังของจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาวนะคะ ส่วนฝั่งขวาทางโครงการจัดที่โต๊ะทานข้าวมาให้ด้วย ซึ่งเก้าอี้สามารถแขวนตามห้องตัวอย่างได้ เป็นการประหยัดพื้นที่ดีค่ะ

สำหรับโต๊ะทานข้าวจะเป็นชิ้นเดียวกับชุดครัวเลย ซึ่งถ้าเราไม่ใช้งานก็สามารถพับเก็บได้ หรือถ้าใครชอบทำอาหารก็อาจจะต้องยอมเสียพื้นที่ตรงนี้ทำเป็นครัวปิด แล้วย้ายไปกินที่โซฟาแทนนะคะ

ชุดครัวจะได้เหมือนกับห้องที่แล้ว ซึ่งด้านข้างมีพื้นที่เหลือประมาณ 80 ซม. สามารถวางตู้เย็นขนาด 10.7 คิว ตามห้องตัวอย่างได้ แต่ทางโครงการจะไม่ให้เครื่องใช้ไฟฟ้านะ

ถัดไปมีประตูเชื่อมต่อไปยังระเบียง เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ข้อดีคือมีช่องทางเดินกว้างมากขึ้น ส่วน Condensing Unit ทางโครงการแขวนมาให้เรียบร้อย ทำให้ด้านล่างเหลือพื้นที่วางเครื่องซักผ้าได้ด้วย ซึ่งขนาดระเบียง 1.43 x 90 ม. เป็นขนาดที่เหมาะไปยืนสูดอากาศหรือตากผ้าก็ได้นะ

กลับมาที่บริเวณห้องนั่งเล่น ด้านข้างชุดวางทีวีจะมีทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งด้านบนชุดวางทีวียังมีพื้นที่เหลือ สามารถ Built in ชั้นวางของเพิ่มเติมเองได้

ภายในห้องน้ำแยกโซนเปียก-แห้งไว้ชัดเจน โดยห้องนี้จะได้กระจกเงาบานใหญ่กว้างเต็มผนังเช่นเดียวกัน โดยพื้นและผนังเป็นกระเบื้องเซรามิคทั้งหมด เป็นมาตรฐานทั้งโครงการ

พื้นที่ภายในห้องน้ำกว้าใช้งานได้สะดวก ประตูทางเข้าห้องน้ำมีขอบสูงขึ้นประมาณ 6 ซม. พื้นที่อาบน้ำให้ฉากกั้นมาด้วย โดยจะได้ตามห้องตัวอย่างนี้ทั้งหมดเลย

ชุดสุขภัณฑ์จะเหมือนกับห้องที่แล้วเลยนะคะ

ฉากกั้นอาบน้ำ มาพร้อมราวจับสแตนเลสที่แขวนผ้าเช็ดตัวด้านหน้าได้ ฝักบัวอาบน้ำแบบ Rain Shower เหมือนห้องที่แล้วเลย

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ LED Downlight และพัดลมดูดอากาศ 1 จุด

กลับออกมาด้านนอกติดกับประตูห้องน้ำจะเป็นประตูห้องนอนค่ะ ข้อดีคือเวลาใช้งานเราไม่ต้องเดินผ่านฟังก์ชั่นอื่นๆก่อน แถมยังได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะคนอื่นไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนก่อนใช้งานค่ะ

Hilight ของห้องนอนนี้คือฐานเตียงเลย เราจะได้ฐานเตียงแบบนี้ ซึ่งแต่ละขั้นสูงประมาณ 20 ซม. เหมาะกับคนที่ชอบช่องเก็บของเยอะๆ

ซึ่งพอดึงออกมาแล้วจะมีลิ้นชักมาให้ 4 ช่อง เราสามารถเลือกเก็บของได้ตามใจชอบค่ะ

ส่วนข้างเตียงโครงการวางโต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้ามาให้ โดยหลังจากวางเฟอร์นิเจอร์แล้ว มีระยะเหลือประมาณ 62 ซม. เป็นระยะที่เหมาะใช้งานคนเดียว

ฐานเตียงวางฟูกขนาด 5 ฟุตได้ ซึ่ง Fit พื้นที่มาให้ ทำให้เหลือพื้นที่ใช้งานแค่ปลายเตียงกับด้านข้าง 1 ฝั่งเท่านั้น

ความพิเศษของฐานเตียงนี้ยังไม่หมด ยังมีช่องลับให้เราเก็บของได้อีกด้วย

สำหรับหน้าต่างห้องนี้จะไม่ได้เต็มผนังเหมือนห้องที่แล้ว แต่ก็จะมีบานกระทุ้งมาให้ 1 บาน ทำให้ระบายอากาศภายในห้องได้

ถัดมาที่ห้องสุดท้ายเป็นห้อง 1 Bedroom Plus 36.98 ตร.ม. ซึ่งห้องนี้จะเป็นลักษณะห้องหน้ากว้าง ทำให้ทุกฟังก์ชัน ได้แสงและวิวเต็มที่ ซึ่งห้องนี้เป็นห้องที่เราบอกไปข้างต้น ว่าทำออกมาได้น่าสนใจทีเดียว

เข้ามาจะเจอกับพื้นที่ Common Area ยาวจนถึงระเบียงเลย ซึ่งห้องนี้เราจะได้เป็นครัวเปิดเหมือนเดิมนะคะ ใครที่ชอบทำอาหารจริงจังก็กั้นพื้นที่เพิ่มได้ แต่ห้องจะดูแคบลงนะคะ รวมถึงโต๊ะทานข้าวก็ต้องขยับไปไว้ที่อื่น ส่วนห้องนอนจะอยู่ติดริมอาคาร ทำให้รับแสงและมองวิวเช่นกัน แต่จะไม่มีห้องน้ำในตัว ถ้าอยากใช้งานต้องเดินออกมาด้านนอก ทำให้ต้องเดินผ่านฟังก์ชันอื่นก่อน เวลาใช้งานจริงจะลำบากนิดหน่อยนะ ส่วน Hilight ของห้องนี้ คือห้องอเนกประสงค์ ที่ยื่นออกไปด้านข้าง ที่ได้หน้าต่างแบบ Bay Window ก็ยิ่งเป็นการเปิดมุมมองในการดูวิวมากยิ่งขึ้นด้วย

เปิดเข้ามาจะเป็นพื้นที่ Common ยาวจนถึงระเบียงเลย ทำให้ฟังก์ชันต่อเนื่องกันไป รวมถึงการตกแต่งของห้องตัวอย่างแบบนี้ ทำให้รู้สึกวัยรุ่นขี้นมาเลยนะคะ ><

สำหรับชุดครัวที่นี่จะได้เหมือนกันหมดเลยค่ะ แต่ Hood จะได้หรือไม่ได้ ให้ลองถามโครงการอีกทีนะคะ

สำหรับห้องนี้จะมีฐานเตียง5 ฟุตมาให้ หลังจากวางแล้วก็มีพื้นที่เหลือเดินรอบได้สบายๆ ซึ่งห้องนี้จะมีหน้าต่างเหมือนกับห้องที่แล้ว ช่วยระบายอากาศภายในห้องได้

สำหรับห้องนี้จะได้ตู้เสื้อผ้าแบบนี้เลย ที่ด้านบนมีระยะเหลือประมาณ 30 ซม. เป็นระยะที่วางกระเป๋าเดินทางไม่ได้ รวมถึงทำความสะอาดยาก แนะนำให้ Built in ปิดไปเลย ฝุ่นจะได้ไม่เลอะออกมาด้านนอกค่ะ

Hilight คือห้องอเนกประสงค์ ซึ่งได้หน้าต่างแบบ Bay window เป็นการเพิ่มมุมมองในการดูวิว รวมถึงยังมีหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ 2 บาน ช่วยทำให้อากาศหมุนเวียนภายในห้องได้ดีเลยค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 26 JUNE 2019

  • เนื่องจากทางโครงการยังไม่ได้เปิดขายอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่มีรายละเอียดราคาทั้งหมด มีเฉพาะราคาของห้อง 1 Bedroom 23.64 – 34.56 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 2.19 ล้านบาท

  • รูปแบบการขาย Fully Furnished
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.7 เมตร
  • จอง n/a บาท
  • ทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน n/a บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล : โครงการ Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ ตัวโครงการเองจะใกล้รถไฟฟ้าในระยะที่สามารถเดินไปได้คือประมาณ 150 ม. บรรยากาศตลอดแนวทางเดินก็จะสงบๆ หน่อย บรรยากาศค่อนข้างเงียบไม่ค่อยมีร้านค้า คนและรถผ่านไปมาน้อย  แต่ถ้าโครงการสร้าง Skywalk เสร็จก็จะทำให้ใช้งานได้สะดวกเลย ส่วนความอุดมสมบูรณ์ที่อยู่โดยรอบโครงการนั้นจะต้องออกแรงเดินหรือนั่งพี่วินกันหน่อย เพราะมีแหล่งที่เป็นจุดที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงสุดจะอยู่บริเวณ The Mall ท่าพระ และตลาดฝั่งตรงข้าม รวมถึงตลาดขึ้นชื่อในเรื่องของกินย่านเก่าอย่าง “ตลาดพลู” ด้วย ซึ่งห่างจากโคงการประมาณ 650 ม.

การเดินทางโดยใช้รถ : จะเข้าออกโครงการค่อนข้างลำบากหน่อย เพราะอยู่ในตำแหน่งก่อนถึงทางลงของทางยกระดับ ทำให้ต้องใช้วิธีขับไปเข้าถนนรัชดาภิเษกเพื่อมาโครงการแทน  แต่ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้แยกรัชดา – ราชพฤกษ์ ก็ทำให้มีเส้นทางหลักๆ ให้สามารถเลือกใช้ได้หลายสาย สำหรับที่จอดรถของโครงการจัดมาให้ที่ 40 % ไม่รวมซ้อนคัน ก็ถือว่ากำลังดีสำหรับโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าในระยะเดินได้แบบนี้

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : โครงการนี้เหมาะกับคนที่ใช้ BTS เป็นหลักเลย เพราะถ้ามี Skywalk มาลงหน้าโครงการจริงๆก็จะใช้งานได้สะดวก แต่ถ้าเป็นพวกรถเมล์หรือรถ Taxi คงต้องเดินออกไปเรียกที่ถนนรัชดาภิเษกนะคะ หรือปัจจุบันมี Application แล้วจะใช้เป็นอีกทางเลือกก็ได้นะคะ ส่วนพี่วินจะอยู่บริเวณทางขึ้น-ลงรถไฟฟ้า ไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะมีวินมาเพิ่มบริเวณหน้าโครงการหรือไม่ ถ้ามีก็จะผลดีกับผู้ที่ไม่ได้ใช้รถอย่างมากเลยนะคะ

การออกแบบโครงการ : ตัวอาคารมีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสีชมพู ที่ไม่ค่อยได้เห็นมากในคอนโดอื่นๆ โดยโครงการเป็นลักษณะรูปตัว L ถึงแม้จะมีตึกสูงเยื้องๆกัน แต่ก็ไม่ได้บังวิวทั้งหมดนะคะ เรายังเห็นวิวไกลๆในมุมอื่นๆบ้าง การแบ่งพื้นที่ภายในโครงการทำออกมาได้ดี โครงการมีทางเข้า-ออกทางเดียว ทำให้รักษาความปลอดภัยง่าย ทางเดินเป็นแบบ One Way และแยกที่จอดผู้ติดต่อและคนพักอาศัยชัดเจน ส่วนชั้นพักอาศัยถูกยกขึ้นมาที่ชั้น 7 แล้ว เป็นระยะที่พ้นจากรางรถไฟแล้ว สำหรับทางเดินมีแสงส่องเข้ามาเพียงพอ เป็นการประหยัดไฟได้ดี นอกจากนี้ตำแหน่งโถงลิฟต์ ที่ยื่นออกไปก็ยังช่วยบังห้องไม่ให้เห็นกันเอง ถือว่าโครงการใส่ใจรายละเอียดดี แต่อัตราส่วนลิฟต์ 237 : 1 ที่ว่าหนาแน่นเลยทีเดียว

การออกแบบ : โครงการมีห้องให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งจัดห้องออกมาได้ดีเลย โดยเฉพาะห้องขนาด 23 ตร.ม. ที่สามารถแบ่งห้องเป็นสัดส่วนชัดเจน แถมความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.7 ม. จึงทำให้ภายในค่อนข้างโปร่งโล่งทีเดียว ส่วนความพิเศษของโครงการคือมีห้อง Loft ที่ยังไม่มีในละแวกนี้นะคะ การออกแบบห้องมาดีเลย โดยให้ฝ้าเพดานสูง 4.6 ม. ชั้นล่างและชั้นลอยสูง 2.2 ม. ไม่เตี้ยเกินไป ค่อนข้างชอบฟังก์ชันของชั้นลอยที่ทำเป็นผนังทึบเลย ได้ความเป็นส่วนตัว และช่วยประหยัดแอร์ได้ดี ส่วนจุดที่เปิดโล่งจะเป็นบริเวณ Common Area ให้กระจกสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ให้แสงและวิวเข้าเต็มที่ แต่ก็ติดนิดนึงที่ห้องน้ำอยู่ชั้นล่าง ทำให้เวลาใช้งานต้องเดินลงมาด้านล่างเท่านั้น รวมถึงห้องโครงการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นครัวเปิด ที่ไม่เหมาะทำอาหารจริงจัง แต่ถ้าใครชอบทำอาหารก็สามารถกั้นเป็นห้องครัวปิดได้นะคะ

วัสดุ : เทียบกับราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ 100,000 บาท/ตร.ม. แล้ว ถือว่าได้ของมาค่อนข้างดีทีเดียว ขายแบบ Fully Furnished ให้ทุกอย่างตามห้องตัวอย่างเลย ทั้งชุดครัว ตู้รองเท้า โต๊ะรับประทานอาหาร เก้าอี้ตามห้องตัวอย่าง โซฟา ชุดวางทีวี ฐานเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง(โต๊ะทำงาน) ให้มาครบเลย ขาดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้น ส่วนพื้นห้องเป็น Smart Vinyl ที่สามารถทนน้ำ/ความชื้นได้มากกว่าพื้นลามิเนตมาตรฐานทั่วไป ผนังเป็นฉาบเรียบทาสีขาว ส่วนห้องน้ำและระเบียง เป็นกระเบื้องเซรามิก หน้าต่างอะลูมิเนียม Powerder Coat สีดำ พร้อมกระจกสีเขียวตัดแสง ที่ป้องกันแสง UV ได้ระดับนึง

สาธารณูปโภค : ที่นี่ให้ Facilities มาครบและหลากหลายให้เลือกใช้งาน ตามจำนวนยูนิตที่ค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกันคือ Lobby Bar ที่ชั้น 1 พร้อมสวนด้านข้าง ถัดมาที่ชั้น 3 เป็น Co-working และ Meeting Room ขึ้นมาที่ชั้น 7 เป็น Main Facilities ของโครงการ จุดเด่นคือสระว่ายน้ำแบบ Free Form ยาว 24 ม. เนื่องจากตำแหน่งที่อยู่ทางทิศเหนือ จะมีอาคารช่วงบังแดดอยู่ สุดท้ายชั้นที่ 34th เป็น Sky Garden ที่มีทั้ง Theatre, สวนหย่อม และ Lounge ไว้นั่งเล่นชมวิวมุมสูงได้ถึง 360 องศา


 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 100,000 บาท/ตร.ม., 26 JUNE 2019

  • ทำเล 7.5/10 – ภาพรวมทำเลดี ใกล้รถไฟฟ้า แต่ยังต้องอาศัยการเดิน การต่อรถ เพื่อไปยังแหล่งความอุดมสมบูรณ์โดยรอบ และบรรยากาศเงียบๆไปหน่อย
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – อยู่ใกล้แยก เลือกใช้ได้หลายเส้นทาง แต่การเข้าออกโครงการต้องวิ่งไปกลับรถ รถติดมาก ให้ที่จอด 40%
  • ไม่ใช้รถ 8.25/10 – ห่าง BTS สถานีตลาดพลู 150 เมตร ส่วน Taxi รถเมล์ จะต้องเดินออกไปเรียกที่ถนนใหญ่แทน
  • วัสดุ 8/10 –  Fully Furnised ให้วัสดุมาค่อนข้างดีทีเดียว
  • แบบ 8.75/10 – โครงการมีห้องหลากหลายแบบให้เลือก โดยเฉพาะห้อง Loft เพดานสูง ซึ่งยังไม่มีในละแวกนี้
  • สาธารณูปโภค 8/10 – มีมาให้ครบ กระจายอยู่หลายตำแหน่ง ติดตรงที่ลิฟต์ที่เมื่อเทียบขนาดโครงการอาจจะน้อยไปนิด

  • UPPER CLASS
  • 7.84 / 10.00

BOTTOM LINE

Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ เป็นโครงการใกล้ BTS ตลาดพลู เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดฝั่งธนฯใกล้รถไฟฟ้า ใกล้แหล่งความเจริญในทำเลนี้อย่าง The Mall ท่าพระ และตลาดพลู รูปแบบโครงการมีเอกลักษณ์ชัดเจน พร้อม Facilities ครบ รวมถึงยังมีห้องให้เลือกหลากหลายแบบ โดยเฉพาะห้องเพดานสูง ที่ยังไม่เห็นโครงการในทำเลนี้ทำกัน โดยจะต้องมีงบประมาณเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving