THE MUVE ราม 22 คอนโด Low Rise บนทำเลใจกลางรามคำแหง จาก แสนสิริ ที่มีการออกแบบพื้นที่ในการอยู่อาศัยไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบโจทย์กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานและวัยเรียน ที่มองหาคอนโดที่เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้า สามารถใช้ชีวิตได้ง่าย เน้นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า โดยมี Highlights ของโครงการ ดังนี้

  • ทำเล : ตั้งอยู่ในย่านรามคำแหง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มเดินทางสะดวก เข้าซอยไม่ลึกแต่ยังได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย โดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์สูง ทั้งแหล่งงาน และสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆหาของกินของใช้ง่าย
  • การออกแบบ : เน้นห้อง 1 Bedroom ที่เหมาะอยู่อาศัย 1-2 คน ฟังก์ชันการใช้งานลงตัว ทุกห้องได้ครัวปิด แบ่งเป็น 2 อาคาร เลือกได้ว่าชอบอยู่แบบไหน อาคาร A  เน้นอยู่อาศัยไปใช้ส่วนกลางง่าย ส่วนอาคาร B เน้นอยู่อาศัยได้ความเป็นส่วนตัว จัดส่วนกลางเน้นพื้นที่ทำงาน พื้นที่พักผ่อนที่หลากหลายเข้าถึงได้ง่าย และได้วิวเปิดโล่งจาก Rooftop ของโครงการ
  • วัสดุ : ขายแบบ Fully Furnished พร้อมอยู่ ได้เฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดและออกแบบมาเหมาะสมกับตัวห้อง ให้มาครบไม่ต้องเผื่องบแต่งเอง

สำหรับใครที่สนใจชมห้องตัวอย่างของโครงการ ทาง Think of Living ก็มี Update ห้องตัวอย่าง มาให้แล้วนะคะ สามารถอ่านได้ที่ คลิก : UPDATE ห้องตัวอย่าง THE MUVE ราม 22

ข้อมูลโครงการ

THE MUVE Ram 22 (เดอะ มูฟ ราม 22) ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564

 ชื่อโครงการ  THE MUVE Ram 22 (เดอะ มูฟ ราม 22)
 ชื่อผู้ประกอบการ  บริษัท แสนสิริ จํากัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS  MAIN CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่  ซอยรามคำแหง 22 เขตบางกะปิ
 ที่ดิน  ประมาณ 1 ไร่
 ประเภทคอนโด  Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร และอาคาร 1 ชั้น 1 อาคาร
 จำนวนยูนิต  254 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A 121 ยูนิต , อาคาร B 133 ยูนิต
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด   อาคาร A 18 ยูนิต , อาคาร B 19 ยูนิต
 ที่จอดรถ  ที่จอดรถ + ที่จอดรถอัตโนมัติ คิดเป็น 30%
 เริ่มก่อสร้าง  ปี 2021
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ  ปี 2023
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 21.50 – 22.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 23.75 – 24.75 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 24.25 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้านบาท

 ฝ้าเพดานสูง  2.55 เมตร
 ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท ประมาณ 72,000 บาท/ตร.ม.
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 79,000 บาท/ตร.ม.
 ช่วงราคาต่อตารางเมตร(ต่ำสุด-สูงสุด)  n/a
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม)  อยู่ระหว่างการประเมิน
 เว็บไซต์โครงการ https://www.sansiri.com/themuve
 Call Center  1685

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.753812, 100.614114
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ ตั้งอยู่ภายในซอยรามคำแหง 22 ที่ห่างจากหน้าถนนรามคำแหงประมาณ 150 m. โดยตำแหน่งอยู่ระหว่าง ม.รามคำแหง และ The Mall รามคำแหง ซึ่งบริเวณเดอะมอลล์ รามคำแหง จะมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มในอนาคตให้บริการนะคะ

ทำเลที่ตั้งโครงการถือเป็นจุดเด่นสำคัญของโครงการนี้ เพราะตั้งอยู่ใจกลางในย่านรามคำแหง อยู่ใกล้กับ Big C Supercenter หัวหมาก , The Mall รามคำแหง และสถานีรถไฟฟ้าในระยะเดินได้สบายๆ ซึ่งหากให้พูดถึงรามคำแหงถือว่าเป็นศูนย์รวมความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว เพราะมีทั้งแหล่งงาน สถานศึกษา และศูนย์การค้าทั้งประเภท Department store, Hyper market, Super market หรือตลาดสด ตลาดนัดมีหมด เรียกว่าเดินไปไหนก็หาของกินได้ง่ายไม่มีวันเบื่อ และเริ่มมีการปรับปรุงห้าง และรูปแบบที่อยู่อาศัยให้ดูทันสมัยมากขึ้น ยกตัวอย่างห้างเก่าแก่อย่าง The Mall รามคำแหง 2 ก็ถูกทุบทิ้งเตรียมสร้างใหม่ รวมไปถึงหลังจากปี 2018 เป็นต้นมามีโครงการเปิดใหม่ในย่านนี้มากขึ้นเรื่อยๆสำหรับความอุดมสมบูรณ์เราจะแบ่งเป็น 3 ช่วงต้น(แยกรามคำแหง-วัดเทพลีลา) ช่วงกลาง(หน้าม.รามคำแหง) ช่วงปลาย(Indoor หัวหมาก-แยกลำสาลี)

เริ่มที่ช่วงต้นที่เป็นโซนของ The Mall ราม 1, 2, 3 ที่อยู่ใกล้ๆกันเลย โดยปัจจุบันมีการทุบทิ้ง The Mall รามคำแหง 2 แล้วปรับเปลี่ยนเป็นโครงการ Mixed-used เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของย่านนี้ และก็ยังมี Foodland, Big C ให้ช้อปปิ้งข้าวของก่อนเข้าบ้าน และถ้าใครหิวๆแล้วขี้เกียจลงจากรถก่อนถึงโครงการมี KFC Drive Thru ให้วนซื้อไก่ทอดกรอบๆได้สะดวกดี / ช่วงกลางเป็นโซนของสถานศึกษา(ม.รามคำแหง + สาธิตรามฯ)และพื้นที่ของการกีฬามากกว่า ดังนั้นจะไม่มีห้างขนาดใหญ่ แต่จะมีร้านค้า ร้านอาหารเต็ม 2 ข้างทาง รวมไปถึงมีตลาดนัดที่เปิดให้ช้อปกันเพลินๆในช่วงเย็น / ช่วงปลายความคึกคักจะไปเกาะอยู่แถว รพ.รามคำแหง ที่มีร้านค้า ร้านอาหาร 2 ข้างทาง รวมไปถึงมีทางลัดที่เชื่อมเข้า The Mall บางกะปิ, ตะวันนา, Makro หรือฝั่งตรงข้ามก็มี Happy Land, Tesco Lotus และตลาดบางกะปิอีกด้วย

ส่วนการเดินทางด้วยรถสาธารณะ โครงการจะห่างจากหน้าปากซอยไปประมาณ 150 m. และอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีรามคำแหง 12 ประมาณ 500 m. อยู่ในระยะเดินได้ รถไฟฟ้ามีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2024 และจะไปเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม และไป Interchange กับสายสีเหลืองอีกที่แยกรามคำแหง ทำให้การเดินทางในอนาคตสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนท่าเรือก็อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ท่าเรือเดอะมอลล์ 3 อยู่ทางด้านหลังของเดอะมอลล์ รามคำแหง เราสามารถเดินข้ามถนนและผ่านเข้าซอยทางด้านข้างของห้างไปที่ท่าเรือได้ ส่วนในซอยรามคำแหง 22 ที่เป็นซอยหลักที่ตั้งของโครงการก็มีวินมอเตอร์ไซค์ ให้เรียกใช้บริการได้ไม่ยาก หรือเราจะเรียกรถสาธารณะและรถแท็กซี่ ก็เดินออกมาที่ปากซอยได้สบายมีป้ายรถประจำทางอยู่ใกล้ๆปากซอยเลยค่ะ

การเดินทางเริ่มจากใช้เส้นทางถนนประดิษฐ์มนูธรรม ฝั่งมุ่งหน้าไปประชาอุทิศ > เลี้ยวซ้ายที่แยกประชาอุทิศ-ประดิษฐ์มนูธรรม เพื่อไปทางประชาอุทิศ (ซอยรามคำแหง 39) > มุ่งหน้าไปแยกเทพลีลา เพื่อไปถนนรามคำแหง > ตรงไปตามเส้นทางถนนรามคำแหงฝั่งมุ่งหน้าไปทางพระราม 9 > ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรามคำแหง 22 > จากปากซอยรามคำแหง 22 เข้ามาประมาณ 150 m. จะเห็นที่ตั้งโครงการ THE MUVE ราม 22 ทางซ้ายมือ

เส้นทางการเดินทาง

Image 1/9
การเดินทางเริ่มจากใช้เส้นทางถนนประดิษฐ์มนูธรรม ฝั่งมุ่งหน้าไปประชาอุทิศ

การเดินทางเริ่มจากใช้เส้นทางถนนประดิษฐ์มนูธรรม ฝั่งมุ่งหน้าไปประชาอุทิศ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

ลักษณะของที่ดินเป็นแปลงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีทางเข้า-ออกอยู่ติดกับซอยรามคำแหง 22 ที่ตั้งโครงการจะห่างจากปากซอยเพียง 150 m. สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ ส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนเดิมในพื้นที่ ส่วนมากเป็นบ้านพักอาศัย และอาคารพักอาศัย อพาร์ทเม้นท์ และหอพักอยู่โดยรอบ ภาพรวมเป็นโซนพักอาศัย ทำให้โครงการได้วิวเปิดโดยรอบไม่มีอาคารสูงมาบังวิว วิวหลักๆของทั้ง 2 อาคาร จะหันออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ เรามาดูว่าแต่ละด้านของที่ดินติดกับอะไรบ้าง

  • ทิศเหนือ – ติดกับ บ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น
  • ทิศตะวันออก – ติดกับ บ้านพักอาศัยสูง 4 ชั้น และพื้นที่ลานจอดรถ เลยถัดไปเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น
  • ทิศใต้ – ติดกับ ซอยรามคำแหง 22  เลยถัดไปเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก – ติดกับ ซอยรามคำแหง 22  เลยถัดไปเป็นอาคารพักอาศัยสูง 6 ชั้น

Image 1/5
ที่ตั้งโครงการจะห่างจากปากซอยรามคำแหง 22 เพียง 150 m.โดยจะอยู่ทางซ้ายมือ

ที่ตั้งโครงการจะห่างจากปากซอยรามคำแหง 22 เพียง 150 m.โดยจะอยู่ทางซ้ายมือ

บรรยากาศโดยรอบพื้นที่โครงการ

Image 1/14
บริเวณด้านหน้าปากซอยรามคำแหง 22 จะมีธนาคารกรุงเทพตั้งอยู่ บรรยากาศค่อนข้างคึกคักเพราะมีร้านค้าต่างๆตั้งอยู่เยอะ

บริเวณด้านหน้าปากซอยรามคำแหง 22 จะมีธนาคารกรุงเทพตั้งอยู่ บรรยากาศค่อนข้างคึกคักเพราะมีร้านค้าต่างๆตั้งอยู่เยอะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • Big C Supercenter หัวหมาก  280 m.
  • ตลาดเสรี หัวหมาก  350 m.
  • Major Cineplex รามคำแหง  600 m.
  • The Mall รามคำแหง  650 m.
  • Foodland รามคำแหง 1 km.
  • The Nine พระราม 9  2.8 km
  • The Mall บางกะปิ 4.2 km.
  • Central พระราม 9  7.2 km.

โรงพยาบาล

  • รพ.รามคำแหง 2.9 km.
  • รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์  4 km.
  • รพ.เวชธานี  4.3 km.
  • รพ.วิภาราม 7 km.

โรงเรียน

  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ประถม) 350 m.
  • โรงเรียนนานาชาติ Traill International School 650 m.
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง 1.5 km.
  • มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก  1.9 km.
  • โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)  2 km.
  • โรงเรียนอุดมศึกษา. 2.7 m.
  • โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (มัธยม) 4.4 km.
  • สถาบัน NIDA  5 km.

รายละเอียดโครงการ

โครงการ THE MUVE ราม 22 เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร 254 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A 121 ยูนิต , อาคาร B 133 ยูนิต บนที่ดินประมาณ 1 ไร่ จัดเป็นคอนโดมิเนียมที่มีขนาดเล็กมีจำนวนยูนิตไม่มาก หนาแน่นน้อย ใช้การกระจายห้องพักอาศัยไว้ใน 2 อาคาร จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ออกแบบ Modern Style มีการตกแต่งโดยรอบตัวอาคารด้วยวัสดุและกราฟฟิกสีสันสดใสตัดกับพื้นหลังสีเทา จัดพื้นที่ภายในโครงการแบ่งเป็นส่วนที่พักอาศัยและจัดพื้นที่ส่วนกลางไว้ภายในโครงการและที่ชั้นดาดฟ้า ตัวอาคารทั้ง 2 อาคารจะเป็นแนวยาววางตามรูปที่ดินและเว้นระยะร่นรอบภายในโครงการ

จัดพื้นที่ส่วนกลางของโครงการไว้ที่ชั้น 1 , 3 , 4 และชั้นดาดฟ้า การจัด พื้นที่ส่วนกลางจัดไว้ที่ชั้นสูงๆด้วยแบบนี้จะได้ความเป็นส่วนตัวในการใช้งานมากขึ้น เพราะจะสูงพ้นจากระยะสายตาของเพื่อนบ้านโดยรอบ สามารถขึ้นมาชมวิวมุมสูงรอบๆโครงการได้อีกด้วย โดยแยกส่วนกับพื้นที่ส่วนพักอาศัยเป็นสัดส่วนไม่รบกวนกัน เน้นส่วนกลางไปไว้ที่อาคาร A แล้วอาคาร B จะเป็นอาคารพักอาศัยอย่างเดียว ซึ่งถ้าใครชอบใช้ส่วนกลางก็จะเหมาะกับอาคาร A เพราะจะเดินมาใช้งานได้สะดวก ส่วนใครเน้นอยู่อาศัยต้องการความเป็นส่วนตัวหน่อยอาคาร B ก็จะตอบโจทย์ ส่วนด้านหน้าทางเข้า-ออกหลักโครงการจะติดกับซอยรามคำแหง 22 จัดที่จอดไว้ใต้อาคาร มีให้เลือกทั้งแบบช่องจอดปกติและแบบ Mechanical Parking พื้นที่โดยรอบจะจัดเป็นพื้นที่สีเขียว เน้นการปลูกต้นไม้ให้ความร่มรื่นโดยรอบโครงการ

มาต่อกันที่ Master Plan ของอาคาร เริ่มจากทางเข้า-ออกโครงการ มีทางเข้าออกหลักจากซอยรามคำแหง 22 ตรงมาจะเป็นส่วน Drop-Off เชื่อมไปยังทางเข้าของอาคาร ส่วนเส้นทางเดินรถภายในอาคารจะเป็นแบบสวนทางกัน มีทางลาดเพื่อลงไปชั้นจอดรถของตัวอาคาร ในอาคารมี Mechanical Parking ช่วยกระจายการใช้งานให้สะดวกมากยิ่งขึ้น จากที่จอดรถสามารถเดินมาที่ Lift Lobby ได้เลย โดยจะแยกทางขึ้นอาคาร A และ อาคาร B ออกจากกัน

สำหรับชั้น 1 ของอาคาร Facilities หลักๆจะเป็นโซนต้อนรับ โดยโครงการจะแยกส่วน Mailbox และ ส่วนนิติบุคคล เป็นอาคาร 1 ชั้น ไว้ทางด้านหน้า ช่วยแยกการใช้งานให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น อาคาร 1 ชั้นจะมี Rooftop Garden อยู่ดาดฟ้าด้านบน ส่วนทางด้านข้างก็จะจัดเป็นพื้นที่สวนของโครงการปลูกต้นไม้และจัดเป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อความร่มรื่น  มาที่ตัวอาคารหลักทั้ง 2 จะมี Lift Lobby ของตัวเองใช้งานลิฟต์โดยสารที่เตรียมไว้ให้ 1 ตัว/อาคาร ถัดไปจะเป็นส่วน Laundry room ซัก-อบผ้า และห้องน้ำส่วนกลางในชั้นนี้

ภาพจำลองบริเวณ Creative Garden ออกแบบการใช้งานในลักษณะที่ให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งมุมพักผ่อนแบบ Private Zone หรือใช้งานเป็น Outdoor Workshop ก็ได้เพราะทางโครงการมีตำแหน่งปลั๊กไฟและโคมไฟให้พร้อมใช้งาน

ชั้น 2 ของอาคาร A จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด โดยจะมี 18 ยูนิต โดยเป็นห้องขนาด 21.50 – 22.00 ตารางเมตร จะอยู่ในแนวเดียวกันคือหันออกได้วิวระยะไกลเป็นอาคารพักอาศัย 4 ชั้น ส่วนห้องขนาด 23.75 – 24.75 ตารางเมตร ส่วนใหญ่จะหันออกมาทางถนนซอยรามคำแหง 22 ซึ่งจะได้วิวที่ค่อนข้างเปิดโล่งส่วนมากเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น ที่น่าสนใจคือห้องที่หันออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะมีเพียง 2 ห้องเท่านั้น ได้แนวทางเดินก็เป็นแบบ Single Corridoor ไม่มีห้องอยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นเอง จึงได้ความเป็นส่วนตัวกว่าห้องอื่นๆ

ชั้น 2 ของอาคาร B จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมดเช่นกัน โดยจะมี 19 ยูนิต โดยเป็นห้อง 23.75 – 24.75 ตารางเมตร เป็นส่วนใหญ่ โดยจะหันออกได้วิวทางซอยรามคำแหง 22 เลยถัดไปเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น ส่วนห้องอีกฝั่งทางซ้ายของอาคารจะได้วิวเป็นลานจอดรถ และอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ส่วนห้องทางฝั่งขวาจะได้วิวเป็นอาคารพักอาศัย 4 ชั้น ที่น่าสนใจคือในชั้นนี้จะมีห้องขนาด 24.25 ตร.ม. ที่การจัดผังภายในห้องมีส่วนครัวเชื่อมต่อกับส่วนระเบียงให้เลือกเพียง 1 ห้องเท่านั้น ถ้าใครชอบทำครัวเน้นการระบายอากาศดีๆห้องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่สนใจค่ะ

ชั้น 3 ของอาคาร A จะเป็นห้องพักอาศัยรวมอยู่กับ Facilities ของโครงการ โดยจำนวนห้องพักจะลดลงเหลือ 14 ยูนิต แต่จะมีส่วน Co-Working Space , Camera Studio  และ Meeting room เพิ่มเข้ามา จะเห็นว่าทางโครงการมีการกั้นแบ่งโซนส่วนกลางและส่วนพักอาศัยด้วยประตูไว้ เพื่อป้องกันในเรื่องความปลอดภัย ไม่รบกวนการอยู่อาศัย และจัดโซนการใช้งานให้เป็นสัดส่วน สำหรับชั้นนี้จะมี Walkway ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร เพื่อให้ผู้พักอาศัยทางฝั่งอาคาร B เดินมาใช้ส่วนกลางในชั้นนี้ได้สะดวก ฉะนั้นถ้าใครที่ชอบความสะดวกมาใช้ส่วนกลางง่าย เดินมาใช้ในชั้นเดียวกันได้น่าจะเหมาะกับชั้นนี้ค่ะ ส่วนชั้น 3 ของอาคาร B จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด คล้ายกันกับชั้น 2

ภาพจำลองบริเวณด้านหน้าทางเข้าโครงการ จะมองเห็น Facilities พื้นที่ส่วนกลางของโครงการในชั้น 3 , 4 และ Walkway ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร เพื่อให้ผู้พักอาศัยทางฝั่งอาคาร B เดินมาใช้ส่วนกลางในชั้นนั้นได้สะดวก ไม่ต้องลงมาเปลี่ยนขึ้น-ลงอาคาร A ที่ชั้นล่าง

ภาพจำลองบริเวณ Facilities พื้นที่ส่วนกลางของโครงการในชั้น 3 ที่จัดการใช้งานเป็น Co-Working Space เน้นการจัดพื้นที่สําหรับนั่งเล่น ทำงาน อ่านหนังสือ หรือจะเลือกใช้งานใน Private zone สำหรับคนที่ต้องการควรเงียบสงบในการทำงาน พร้อม Vending Machine & Coffee Station เป็นมุมขนม เครื่องดื่ม แบบ 24 ชม. และ Internet WIFI บริเวณส่วนกลางโครงการไว้ให้บริการ ภายในถูกออกแบบให้มีความรู้สึกอบอุ่น ด้วยวัสดุไม้ ตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีสันสดใส พร้อมชุดโต๊ะเก้าอี้ให้เลือกนั่งได้หลากหลาย สามารถมองวิวออกมาทางด้านหน้าของโครงการจากชั้น 3 ได้ด้วยค่ะ

ภาพจำลองบริเวณ Camera Studio ที่ออกแบบมาให้สำหรับผู้ที่อยากใช้พื้นที่เป็น Studio ถ่ายภาพสินค้าต่างๆ สามารถ Snap & Post ลง Social Media ได้ทันที โดยโครงการจะเตรียมอุปกรณ์ ฉากสกรีนและไฟ Studio แบบครบเซ็ตไว้ให้พร้อมใช้งาน

พื้นที่บริเวณนี้เราสามารถแบ่งโซนการใช้งานระหว่าง Camera Studio และ Meeting room ได้ โดยทางโครงการจะเตรียมโต๊ะใหญ่ให้เลือกใช้สำหรับการประชุมงานและทำงานแบบกลุ่ม และมีอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น กระดาน Whiteboard , จอ TV สำหรับการประชุมแบบ Online และมีตำแหน่งปลั๊กไฟสำหรับต่ออุปกรณ์ในการทำงานต่างๆไว้ให้

ชั้น 4 ของอาคาร A จะเป็นห้องพักอาศัยรวมอยู่กับ Facilities ของโครงการเช่นกัน โดยจำนวนห้องพักจะลดลงเหลือ 16 ยูนิต ชั้นนี้จะจัดส่วนกลางเป็น Fitness พร้อมห้องน้ำส่วนกลางในชั้นนี้ให้พร้อมใช้งาน และยังคงมีประตูเข้า-ออกแบ่งโซนส่วนกลางและส่วนพักอาศัยให้เป็นสัดส่วน  ถ้าเน้นออกกำลังกายบ่อยๆ เดินมาใช้ Fitness ได้สะดวกก็จะเหมาะกับชั้นนี้ค่ะ ส่วนชั้น 4 ของอาคาร B จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด คล้ายกันกับชั้น 2 และชั้น 3 ค่ะ

ภาพจำลองบริเวณ Facilities พื้นที่ส่วนกลางของโครงการในชั้น 4 ที่จัดการใช้งานเป็น Fitness พร้อมห้องน้ำส่วนกลางในชั้นนี้ โดยภายในโครงการจะติดตั้งอุปกรณ์ในการออกกำลังมาให้พร้อมใช้งาน เครื่องแบบ Cardio ทั้งสายวิ่งและสายปั่น ด้วย Treadmill & Spin Bike หรือเลือกใช้จักรยานพร้อมคลาส Cycling จาก Absolute ตอบโจทย์สายเบิร์น เน้นการตกแต่งด้วยกระจกช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูกว้างและโปร่งโล่งน่าใช้งานมากขึ้น สามารถมองวิวมุมสูงจากชั้นนี้ในขณะที่ออกกำลังกายไปพร้อมกันได้

ชั้น 5 – 7 จะเป็น Typical Plan คือจัดผังอาคารเหมือนกันทั้ง 3 ชั้น โดยทั้งอาคาร A และอาคาร B จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด ใครที่เน้นอยู่อาศัยที่เป็นส่วนตัวหน่อย ไม่อยากอยู่ชั้นเดียวกับ Facilities ของโครงการจะเหมาะกับ 3 ชั้นนี้ อีกทั้งความสูงตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไป จะได้วิวที่เปิดโล่งโดยรอบ มองพ้นแนวบ้านและอาคารต่างๆรอบโครงการแล้วค่ะ

ชั้น 8 จะจัดผังคล้ายกับชั้น 5-7 โดยทั้งอาคาร A และอาคาร B จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด แต่ชั้นนี้จะมี Walkway ทางเดินเชื่อมระหว่าง 2 อาคารได้ค่ะ แต่ก็ไม่ใช้ว่าจะเดินข้ามฝั่งไปมารบกวนการอยู่อาศัยของกันและกันได้นะคะ ทางโครงการจะมีประตูกั้นแบ่งโซนระหว่าง 2 อาคาร ตรงบริเวณโถงลิฟต์ไว้ให้ค่ะ

ชั้น Rooftop หรือชั้นดาดฟ้า โดยจะอยู่ทางฝั่งของอาคาร A  ออกแบบให้สามารถขึ้นมาใช้งานบนชั้นนี้ได้สะดวก จัดเป็นพื้นที่ส่วนกลางจัดสวนแบบกลางแจ้ง Outdoor แบบ Rooftop Garden เป็นพื้นที่สวนที่ล้อมด้วยไม้สีสันสดใสร่มรื่น สำหรับเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อน ล้อมด้วยธรรมชาติ และได้วิวมุมสูงไปพร้อมกัน หรือใช้เป็นพื้นที่ทำกิจกรรม Outdoor Workshop ใช้เป็นมุมถ่ายภาพสวยๆ มีแนวทางเดินเป็น Walkway ให้เดินออกกำลังกายได้อีกด้วย

ภาพจำลองบริเวณ Facilities พื้นที่ส่วนกลางของโครงการในชั้น Rooftop หรือชั้นดาดฟ้าของตัวอาคาร

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

ชั้น 1

  • Lobby
  • Mailbox
  • Juristic Office
  • Laundry room
  • Creative Garden

ชั้น 3

  • Co-Working Space (อาคาร A)
  • Camera Studio (อาคาร A)
  • Meeting room (อาคาร A)
  • Walkway เชื่อมระหว่างอาคาร A และอาคาร B

ชั้น 4

  • Fitness (อาคาร A)

ชั้น 8

  • Walkway เชื่อมระหว่างอาคาร A และอาคาร B

ชั้น Rooftop

  • Rooftop Garden
  • Internet WIFI บริเวณส่วนกลางโครงการ
  • ลิฟต์โดยสาร 1 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 127 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ อาคาร A 121 : 1 , อาคาร B 133 : 1
  • ที่จอดรถ + ที่จอดอัตโนมัติ คิดเป็น 30%
  • กล้องวงจรปิด CCTV 24 ชม.
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม.

แบบห้อง

สำหรับใครที่สนใจชมห้องตัวอย่างของโครงการ ทาง Think of Living ก็มี Update ห้องตัวอย่าง มาให้แล้วนะคะ สามารถอ่านได้ที่ คลิก : UPDATE ห้องตัวอย่าง THE MUVE ราม 22

รูปแบบห้องพักอาศัยในโครงการ THE MUVE ราม 22 จะเน้นแบบห้อง 1 Bedroom ทั้งหมดมีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 21.50 – 24.50 ตารางเมตร จึงเหมาะกับการอยู่อาศัย 1-2 คน โดยจะมีขนาดและการจัดพื้นที่ใช้สอยภายในที่แตกต่างกันออกไป สามารถแบ่งได้ 3 ขนาด ได้แก่

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 21.50 – 22.00 ตร.ม.
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 23.75 – 24.75 ตร.ม.
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 24.25 ตร.ม.

โครงการนี้ขายในรูปแบบ Fully Furnished พร้อมอยู่ มีเฟอร์นิเจอร์หลักๆที่ต้องใช้งานมาให้ครบ เหลือแค่ซื้อฟูก หมอน เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชิ้น ก็เข้าอยู่ได้เลย ส่วนการให้เฟอร์นิเจอร์มากับตัวห้องจะมีข้อดีคือจะได้เฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดและออกแบบมาเหมาะสมกับตัวห้อง ระยะต่างๆจะถูกคิดและวัดมาให้พอดีกับการใช้งานและขนาดพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆ ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไปนั้นเอง โดยเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นจะมีการคิดพื้นที่เก็บของภายในมาให้เพิ่มอีกช่วยให้มีฟังก์ชันที่ใช้งานได้คุ้มค่า

ส่วนวัสดุอื่นๆ ที่ได้มากับห้องพัก ปูพื้นด้วยพื้นไม้ลามิเนต ส่วนครัวปูพื้นกระเบื้องขนาด 60 x 60 cm. เหมาะกับการใช้งานภายในครัว เช็ดถูทำความสะอาดได้ง่าย ส่วนห้องน้ำและส่วนระเบียงก็ปูกระเบื้องมาให้เช่นกันเป็นขนาด 30 x 30 cm. โทนสีเทา ภายในห้องน้ำจะมีชุดตู้ Built-in มีอ่างล้างหน้า กระจกติดผนัง และมีพื้นที่เก็บของใต้อ่าง สุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ต่างๆ ของ Bath line และ Novabath ประตูหน้าห้องเป็นประตูไม้สำเร็จรูป พร้อมอุปกรณ์ Digital door lock และติดตั้งชุดครัวมาให้พร้อมใช้งาน ชุดหน้าต่างและประตูบานเลื่อนเป็นบานอลูมิเนียมพร้อมกระจกใส ภายในห้องจะมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.55 m.

Image 1/2

ห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 21.50 – 22.00 ตร.ม. ขนาดของห้องจะเหมาะกับการอยู่อาศัย 1-2 คน เมื่อเข้าด้านในตัวห้องส่วนแรกที่เจอจะเป็นส่วนครัวปิดที่แบ่งการใช้งานมีประตูบานเลื่อนไว้เป็นสัดส่วน สามารถทำครัวได้ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นควัน โดยครัวแบ่งพื้นที่การใช้งานออกเป็น 2 ฝั่งส่วนครัวทางฝั่งขวาเป็นโซนสำหรับเตรียมและทำอาหาร ส่วนทางฝั่งซ้ายเป็นตำแหน่งสำหรับตั้งตู้เย็น และมีพื้นที่สำหรับตั้งเครื่องซักผ้าไว้ใต้อ่างล้างจาน ฝั่งตรงข้ามชุดครัวเป็นชั้นวางของและรองเท้า อยู่ในตำแหน่งที่หยิบใช้งานง่ายเวลาเข้า-ออกจากห้อง ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับส่วนห้องนอนไปเลย ทำให้บริเวณนี้ค่อนข้างโปร่งโล่ง หากวางเตียงไว้ทางฝั่งใกล้กับหน้าต่างจะช่วยให้มีพื้นที่ตรงกลางห้องใช้งานได้กว้างขึ้น สามารถวางชุดโซฟาสำหรับ 1-2 คน พร้อมโต๊ะเล็กตรงกลางได้สบายๆ

ถัดมาจะเป็นส่วนระเบียงที่กั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกได้วิวและรับแสงธรรมชาติเต็มที่ พื้นที่ระเบียงจะใช้เป็นส่วนตากผ้า ซักล้างเล็กๆและแขวน Condensing Unit ของเครื่องปรับอากาศ โดยจะแขวนไว้ด้านบนและเป่าลมร้อนออกทางด้านนอกระเบียง ทำให้สามารถใช้พื้นที่ระเบียงได้เต็มที่ ส่วนห้องน้ำอยู่อีกฝั่งของตัวห้อง มีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าอยู่หน้าห้องน้ำ ส่วนห้องน้ำก็แบ่งพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้เป็นสัดส่วนดี มีฉากกั้นห้องน้ำมาให้พร้อมใช้งาน

สำหรับห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 21.5 – 22.00 ตร.ม. ทางโครงการจะมีชุดเฟอร์นิเจอร์มาให้ทั้งหมด 7 ชิ้น นอกเหนือจากส่วนครัวและห้องน้ำ เริ่มจากบริเวณครัวจะได้ชุดตู้ที่เป็นชั้นวางของและที่เก็บรองเท้าในตัว ถัดเข้ามาภายในห้องจะได้ชุดโซฟาแบบ 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะ Coffee Table ให้ใช้งานตรงส่วนนั่งเล่นด้วยกัน ให้ตู้เสื้อผ้า โต๊ะแบบเคาน์เตอร์ติดผนังและเก้าอี้ ใช้เป็นมุมสำหรับนั่งทำงานได้ และให้ฐานเตียงที่ออกแบบมาให้มีพื้นที่เก็บของที่ปลายเตียงและลิ้นชักใต้เตียง ถือว่าออกแบบมาให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของมากขึ้น

สำหรับชุดครัวภายในห้อง ทางโครงการจะติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานเป็นชุดครัวแบบ Built-in ออกแบบมาให้พอดีกับขนาดของส่วนครัว โดยแบ่งการใช้งานตัวตู้ด้านบนแบ่งเป็นช่องเก็บของ 2 ระดับ และมีช่องที่มีหน้าบานตู้ปิดให้เรียบร้อย หน้าบานตู้เป็นเมลามีนลายไม้ ถัดมาเป็นส่วนสำหรับประกอบอาหาร โครงการจะติดตั้ง เตาไฟฟ้า Induction พร้อมเครื่องดูดควัน และอ่างล้างจาน 1 อ่าง ของ Teka ให้ Top ครัวเป็น หินสังเคราะห์ ที่เหมาะกับการประกอบอาหาร มีคุณสมบัติ ไม่มีรูพรุนไม่ซึมน้ำ จึงไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ทำความสะอาดได้ง่าย และมีความแข็งแรงทนทาน ด้านล่างชุดครัวมีพื้นที่สำหรับเก็บของ และแบ่งช่องให้ตั้งเครื่องซักผ้าได้ ซึ่งการออกแบบให้ตั้งเครื่องซักผ้าไว้ในส่วนครัวลักษณะนี้จะช่วยประหยัดพื้นที่ระเบียง ไม่ต้องตั้งเครื่องซักผ้าตากแดดตากฝน ยืดอายุการใช้งาน ได้ใช้พื้นที่ระเบียงมากขึ้นด้วย

ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้องพักอาศัย มองเห็นพื้นที่ส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอน เน้นการจัดพื้นที่ให้ใช้งานต่อเนื่องกัน ได้ความโปร่งโล่ง ได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างและประตูบานเลื่อนกระจกทางฝั่งระเบียง มีระยะพื้นที่ใช้งานห้องนั่งเล่นวางชุดโซฟาและโต๊ะวางของใช้งานได้ไม่อึดอัด

Image 1/2

ห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 23.75 – 24.75 ตร.ม. การจัดฟังก์ชันการใช้งานหลักๆจะคล้ายกับห้อง 1 Bedroom แบบแรกแต่จะมีขนาดและสัดส่วนการใช้งานในบริเวณห้องนั่งและห้องนอนที่กว้างมากขึ้น ได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 2-3 ตร.ม. รูปแบบการใช้งานคล้ายกันคือเข้ามาจะเจอส่วนครัว ที่ออกแบบเป็นครัวปิดที่มีประตูบานเลื่อนกั้นโซนไว้ให้สามารถทำอาหารจริงจังได้ ไม่ต้องกังวล เรื่องกลิ่นควันไม่รบกวนส่วนพื้นที่พักอาศัยด้านใน ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่น ที่จะเชื่อมต่อกับส่วนห้องนอน จึงได้พื้นที่การใช้งานที่ความโปร่งโล่งเป็นพิเศษ ที่แตกต่างจะเป็นส่วน Walk-in closet เพราะเมื่อพื้นที่ภายในห้องมากขึ้นจึงสามารถจัดพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็นสัดส่วนและมีพื้นที่เก็บเสื้อผ้าได้มากขึ้นนั้นเอง ในส่วนของห้องน้ำและระเบียงจะออกแบบจัดวางการใช้งานคล้ายกับห้อง 1 Bedroom แบบแรก

สำหรับห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 23.75 – 24.75 ตร.ม. ทางโครงการจะมีชุดเฟอร์นิเจอร์มาให้ทั้งหมด 7 ชิ้น นอกเหนือจากส่วนครัวและห้องน้ำ เริ่มจากบริเวณครัวจะได้ชุดตู้ที่เป็นชั้นวางของและที่เก็บรองเท้าในตัว ถัดเข้ามาภายในห้องจะได้ชุดโซฟาแบบ 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะ Coffee Table ที่แตกต่างคือจะได้ตู้เสื้อผ้าที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ลักษณะเป็นตัว L วางไว้ทางด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำ ตัวตู้ใช้เป็นตัวกั้นพื้นที่ใช้งานแบ่งโซนให้เป็น Walk-in closet ของห้องนี้ไปด้วยในตัว ได้โต๊ะแบบเคาน์เตอร์ติดผนังและเก้าอี้ ใช้เป็นมุมสำหรับนั่งทำงาน ติดกระจกใช้งานเป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วย และให้ฐานเตียงที่ออกแบบมาให้มีพื้นที่เก็บของที่ปลายเตียงและลิ้นชักใต้เตียง

สำหรับชุดครัวภายในห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 23.75 – 24.75 ตร.ม. จะได้คล้ายกับห้อง 1 Bedroom แบบแรกทั้งวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ คือได้ชุดครัวแบบ Built-in ตัวตู้ด้านบนแบ่งเป็นช่องเก็บของ 2 ระดับ และมีช่องที่มีหน้าบานตู้ปิดให้เรียบร้อย โครงการจะติดตั้ง เตาไฟฟ้า Induction พร้อมเครื่องดูดควัน และอ่างล้างจาน 1 อ่าง ของ Teka ให้ ส่วนครัวจะได้ Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์ ด้านล่างชุดครัวมีพื้นที่สำหรับเก็บของ และแบ่งช่องให้ตั้งเครื่องซักผ้าได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ระเบียงได้ใช้พื้นที่ระเบียงมากขึ้น

ห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 24.25 ตร.ม. เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดจากทั้ง 3 แบบ ลักษณะการจัดผังภายในห้องจะแตกต่างจาก 2 แบบแรก ห้องนี้จะเป็นห้องหน้ากว้าง พื้นที่ใช้สอยภายในมากขึ้นเหมาะกับการอยู่อาศัย 1-2 คนอยู่แบบสบายๆ ที่น่าสนใจคือการแบ่งโซนการใช้งานภายในห้อง ให้พื้นที่ส่วนพักผ่อนอยู่ทางขวามือ ส่วนที่เป็น Service ของตัวห้องอยู่ทางซ้ายมือ เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับส่วนนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับห้องนอน บริเวณนี้จะได้ความโปร่งโล่งได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างบานเลื่อนกระจก อีกฝั่งของห้องจะเป็นส่วนครัวปิด ที่เน้นทำอาหารจริงจังได้ การจัดครัวไว้ในตำแหน่งนี้มีข้อดีในเรื่องการระบายอากาศเพราะอยู่ติดกับส่วนระเบียง สามารถเปิดประตูบานเลื่อนตรงส่วนระเบียงที่เชื่อมกับส่วนครัวให้อากาศถ่ายเท ระบายกลิ่นควันจากการประกอบอาหารได้ง่าย ส่วนห้องน้ำยังคงอยู่ด้านในของตัวห้องมีการแบ่งโซนการใช้งานส่วนเปียกส่วนแห้งไว้เป็นสัดส่วนดี สามารถเดินเข้าจากห้องนั่งเล่นได้เลยไม่ต้องเดินผ่านส่วนครัว

สำหรับห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 24.25 ตร.ม. ทางโครงการจะมีชุดเฟอร์นิเจอร์มาให้ทั้งหมด 7 ชิ้น ให้เช่นกัน บริเวณห้องนั่งเล่นจะได้ชุดตู้เป็นชั้นวางของและที่เก็บรองเท้าในตัว ได้ชุดโซฟาแบบ 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะ Coffee Table ได้ตู้เสื้อผ้าวางไว้ตรงข้ามเตียงนอน ได้โต๊ะเครื่องแป้งแบบติดผนังและเก้าอี้ และให้ฐานเตียงที่ออกแบบมาให้มีพื้นที่เก็บของที่ปลายเตียงและลิ้นชักใต้เตียงได้

สำหรับชุดครัวภายในห้อง 1 พื้นที่ใช้สอย ขนาด 24.25 ตร.ม. จะได้คล้ายกับห้อง 1 Bedroom แบบแรกทั้งวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ คือได้ชุดครัวแบบ Built-in ด้านบนเป็นช่องเก็บของ 2 ระดับ และมีช่องที่มีหน้าบานตู้ปิดให้ ติดตั้ง เตาไฟฟ้า Induction พร้อมเครื่องดูดควัน และอ่างล้างจาน 1 อ่าง ของ Teka ได้ Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์ ด้านล่างชุดครัวมีพื้นที่สำหรับเก็บของ และแบ่งช่องให้ตั้งเครื่องซักผ้าได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ระเบียงไม่ต้องตั้งเครื่องซักผ้าตากแดดตากฝน ช่วยยืดอายุการใช้งาน

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

สำหรับห้องตัวอย่างจริงทางโครงการจะเปิดให้ชมในอีกไม่นานนี้ค่ะ หากมีข้อมูล Update เมื่อไหร่ ทางทีมงาน Think of Living จะเก็บภาพและข้อมูลต่างๆมาให้ชมกันอย่างแน่นอน ติดตามชมได้เร็วๆนี้ค่ะ

ราคา

THE MUVE ราม 22 ราคา ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 21.50 – 22.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 23.75 – 24.75 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 24.25 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้านบาท

  • รูปแบบการขาย Fully Furnished
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.55 เมตร
  • Kitchen & Sink wood patern melamine panel / Top ครัว Solid surface top
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ TEKA เตา 1 หัว Induction
  • จอง 10,000 บาท
  • ทำสัญญา 20,000 บาท
  • ดาวน์ 5.5% ผ่อนดาวน์ 22 งวด
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเล : โครงการ THE MUVE ราม 22 ทำเลถือเป็นจุดเด่นของโครงการนี้ เพราะตั้งอยู่ใจกลางในย่านรามคำแหง แม้ว่าที่ตั้งของโครงการจะอยู่ถัดเข้ามาในซอยรามคำแหง 22 เข้าซอยมาประมาณ 150 m. ซึ่งเป็นย่านชุมชนแต่ก็ยังได้ความเงียบสงบในการอยู่อาศัย แต่หากมองในภาพรวมย่านรามคำแหงจัดเป็นโซนที่คนอยู่อาศัยกันหนาแน่นเป็นพื้นที่แหล่งงาน และเป็นที่ตั้งสำคัญของแหล่งสถานศึกษา ตั้งแต่ชั้นประถมไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัยทำให้ย่านนี้มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีทั้งตลาด ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆครบ หาของกินของใช้ง่าย ส่วนสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างโรงพยาบาล โรงเรียนก็อยู่ไม่ไกล อีกทั้งยังสามารถเดินทางไปเชื่อมต่อทำเลสำคัญๆโดยรอบได้อีกทั้งเข้าและออกเมือง ยิ่งปัจจุบันกำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มที่สามารถไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าเส้นอื่นๆได้อีก ก็จะยิ่งทำให้ทำเลนี้เติบโตได้อีกมาก ซึ่งถ้าใครมองเรื่องการลงทุนก็เป็นอีกทำเลที่น่าสนใจมีคนเข้า-ออก และอยู่อาศัยในทำเลนี้เยอะ ทั้งคนทำงาน หรือย้ายมาเรียนในทำเลนี้

การเดินทางโดยใช้รถ : สำหรับการเดินทางโดยใช้รถ จากที่ตั้งโครงการสามารถเข้าออกได้จากถนนหลักคือถนนรามคำแหง ส่วนถ้าออกมาจากซอยรามคำแหง 22 จะออกมาที่ถนนรามคำแหงฝั่งมุ่งหน้าไปทางถนนพระราม 9 ถ้าใครใช้เส้นทางเข้าเมืองไปทางฝั่งพระราม 9 พัฒนาการ ศรีนครินทร์ ก็ไม่ต้องไปกลับรถให้เสียเวลา แต่ก็จะมีเรื่องการจราจรติดขัดบ้างเพราะกำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างรถไฟฟ้าอยู่ โดยโครงการจะจัดที่จอดรถ + ที่จอดอัตโนมัติ คิดเป็น 30% ถือว่าไม่มากเท่าไหร่ หากไม่ใช้รถก็สามารถใช้รถไฟฟ้าเป็นทางเลือกในการเดินทางได้

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : เป็นอีกจุดเด่นของโครงการนี้เพราะอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ปัจจุบันกำลังก่อสร้างอยู่ สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีรามคำแหง 12 ห่างไปประมาณ 500 m. อยู่ในระยะเดินได้ ยิ่งในอนาคตสายสีส้มจะไปเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงิน และไป Interchange กับสายสีเหลืองทำให้การเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น โครงการอยู่ในซอยที่เข้าไปเพียง 150 m. ปากซอยก็มีวินมอเตอร์ไซค์ ให้เรียกใช้บริการ หรือจะเรียกรถสาธารณะและรถแท็กซี่ ก็เดินออกมาที่ปากซอยได้สบายมีป้ายรถประจำทางอยู่ใกล้ๆ หรือจะข้ามถนนไปใช้ท่าเรือเดอะมอลล์ 3 ที่อยู่ทางด้านหลังของเดอะมอลล์ รามคำแหง ก็ได้นะ

วัสดุ : โครงการนี้ขายแบบ Fully Furnished ตกแต่งพร้อมอยู่ โดยจะมีเฟอร์นิเจอร์หลักๆที่ต้องใช้งานมาให้ครบ ชุดครัวและห้องน้ำได้เหมือนในห้องตัวอย่าง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่แถมมาให้ เน้นออกแบบการใช้งานให้มีประสิทธิภาพ เก็บของได้หลากหลายน่าใช้งาน พื้นห้องได้พื้นไม้ลามิเนต ห้องน้ำและระเบียงปูกระเบื้อง ได้ชุดสุขภัณฑ์ของ Bath line และ Novabath ชุดครัวได้ Top หินสังเคราะห์ หน้าบานตู้เป็นเมลามีนลายไม้ เตาไฟฟ้า Induction พร้อมเครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานของ Teka โดยรวมถือว่าครบเลย

การออกแบบโครงการ : เป็นโครงการที่มีแนวความคิดในการออกแบบชัดเจนดี ตอบโจทย์กับกลุ่มคนวัยทำงาน และกลุ่มนักศึกษาวัยเรียน จึงออกแบบพื้นที่ต่างๆโดยอิงจากกิจกรรมที่ใช้งานบ่อยๆของผู้อยู่อาศัยในกลุ่มนี้ ที่น่าสนใจคือการวางผังอาคารโดยจะแบ่งเป็น 2 อาคาร จึงช่วยกระจายลดความหนาแน่นในการอยู่อาศัย และแบ่งการใช้งานของทั้ง 2 อาคารค่อนข้างชัดเจนถ้าใครชอบใช้ส่วนกลางก็จะเหมาะกับอาคาร A เพราะจะเดินมาใช้งานได้สะดวก ส่วนใครเน้นอยู่อาศัยต้องการความเป็นส่วนตัวหน่อยก็จะเหมาะกับอาคาร B โครงการมีการแบ่งโซนการใช้งานในแต่ละอาคารทำออกมาได้ดี ไม่รบกวนกันแน่นอน ชั้นทั่วไปจะเป็นส่วนพักอาศัย ส่วนกลางหลักๆจะไปอยู่ชั้น 3 , 4 และชั้นดาดฟ้า สำหรับวิวหลักส่วนใหญ่จะได้วิวเปิดโล่ง จะมีทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวอาคาร ที่จะมีอาคารพักอาศัยสูง 4 ชั้นบังวิวบางส่วนอยู่แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระยะประชิด

การออกแบบห้อง : แบบห้องทั้งหมดจะเน้นการอยู่อาศัยเป็นแบบ 1 Bedroom ที่มีให้เลือกหลายขนาด ถือว่าทำออกมาได้ลงตัวมีฟังก์ชันในการใช้ชีวิตประจำวันครบถ้วนตามมาตรฐาน ได้ครัวปิดมีบานเลื่อนมาให้ช่วยให้การใช้งานครัวทำได้สะดวกมากขึ้น ขนาดของห้องจะหมาะกับอยู่อาศัย 1-2 คน อยู่ไม่อึดอัด มีมุมนั่งเล่นพักผ่อน ส่วนครัวมีระยะใช้งานได้จริง หรือเพิ่มส่วน Walk-in closet เข้ามาในห้องที่ขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยให้มีพื้นที่เก็บของใช้งานเป็นสัดส่วนมากขึ้นไปด้วย

สาธารณูปโภค : จัดพื้นที่ส่วนกลางของโครงการไว้ที่ชั้น 1 , 3 , 4 และชั้นดาดฟ้า เน้นอยู่ที่อาคาร A กระจายให้ใช้งานได้สะดวก โดยการจัดพื้นที่ส่วนกลางไว้ในชั้นดาดฟ้าจะมีข้อดีในเรื่องของการใช้งานได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะจะสูงพ้นจากระยะสายตาของเพื่อนบ้านโดยรอบ อีกทั้งยังได้วิวมุมสูงของพื้นที่รอบๆโครงการอีกด้วย และอีกอย่างที่สำคัญคือการเลือก Facilities ส่วนกลางที่เหมาะกับกลุ่มผู้อยู่อาศัย ถ้าเป็นวัยทำงานก็จัดส่วนกลางให้เป็นสถานที่ทำงานได้ หรือจัดประชุมก็ยังได้ กลุ่มวัยเรียนมีพื้นที่ให้นั่งทำการบ้าน นัดเพื่อนมาติวหนังสือ มีพื้นที่ให้ถ่ายรูปพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆให้ครบ และมีโซนพักผ่อนที่หลากหลายให้เลือกใช้งาน

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 79,000 บาท/ตร.ม., 31 พฤษภาคม 2564

  • ทำเล 8/10 – ใกล้ ม.รามคำแหง เข้าซอยแค่ 150 m. มีตัวเลือกไปใช้รถไฟฟ้าได้
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – เดินทางสะดวก จุดกลับรถอยู่ไม่ไกล ที่จอดรถ 30%
  • ไม่ใช้รถ 8.5/10 – ตัวเลือกการเดินทางหลากหลาย ใกล้รถไฟฟ้า MRTสถานีรามคำแหง 12
  • วัสดุ 7.5/10 – วัสดุมาตรฐานเหมาะกับการใช้งาน Fully Furnished แต่งครบพร้อมอยู่
  • แบบ 8/10 – จัดวางฟังก์ชันในห้องได้ดี เป็นสัดส่วน มีห้อง 1 Bedroomให้เลือกหลายขนาด
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – จัดมาน่าใช้งาน เข้าถึงใช้งานง่าย เน้นพื้นที่ทำงานและพักผ่อน ได้วิวมุมสูง

  • MAIN CLASS
  • 7.97 / 10.00

THE MUVE ราม 22 เหมาะกับใคร

THE MUVE ราม 22 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดในทำเลย่านรามคำแหง เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้ม ใกล้ ม.รามคำแหง หาของกินง่าย เน้นอยู่อาศัย 1-2 คน ได้ห้องตกแต่งพร้อมอยู่ ส่วนกลางตอบโจทย์คนทำงานและกลุ่มวัยเรียน ราคาน่าสนใจหยิบจับง่ายทั้งอยู่อาศัยและลงทุน มีงบประมาณเริ่มต้นที่ 1.59 – 2.09 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 11,000 – 15,000 บาท/เดือน ยังไงก็ลองพิจารณากันดูนะคะ


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc