พร้อมให้เข้าอยู่ล้วค่ะกับ COBE Kaset – Sripatum (COBE เกษตร – ศรีปทุม) คอนโดที่เพิ่งสร้างเสร็จ พร้อมให้เข้าอยู่ในต้นปี 2569 เราลอง Survey ดูปัจจุบันคอนโดมือหนึ่งที่ติด BTS สายสีเขียว (สายหลักที่วิ่งเข้าสุขุมวิท) แบบ 0 เมตรนั้นมีไม่ถึง 10 โครงการแล้วนะคะ ซึ่ง COBE นับเป็น 1 ในนั้นค่ะ ถือเป็น Rare Item ที่ห้ามพลาด! ตกแต่งเฟอร์ฯ ครบ ในราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท* สำหรับ Highlights ที่น่าสนใจ เราได้รวบรวมมาให้ชมดังนี้ค่ะ

  • ติด BTS สายสีเขียวสถานีบางบัว 0 เมตร : พอลงรถไฟฟ้าปุ๊บก็ถึงประตูโครงการ COBE แบบไม่ต้องเดินเลย คนที่ซื้อโครงการนี้จึงเป็นการเลือกซื้อความปลอดภัยให้ตัวเองและลูกหลาน ใครที่ทำงานตามแนวรถไฟฟ้าหรือเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลักจะสะดวกมาก
  • ติดถนนใหญ่พหลโยธิน : เป็นถนนหลักที่ไปเชื่อมกับถนนใหญ่ได้หลายสาย แถมมีทางลัดใกล้ๆ โครงการให้ออกถนนวิภาวดีรังสิตได้สะดวกด้วย
  • ยูนิตน้อย เป็นส่วนตัว : เทียบกับคอนโดในโซนเกษตรฯ COBE จัดอยู่ในกลุ่มที่มียูนิตน้อย เพียง 396 ยูนิต จึงได้ความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความพลุกพล่าน และโครงการยังแยกพื้นที่ส่วนกลางกับส่วนพักอาศัยชัดเจน เพื่อความสงบในการพักอาศัย
  • รูปแบบห้อง : มีให้เลือกหลากหลาย จะอยู่คนเดียวหรืออยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว 2 – 4 คนก็ได้สบายๆเลย โดยจุดเด่นในการออกแบบอยู่ที่ความโปร่งโล่ง ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร เรียกได้ว่าสูงกว่าโครงการทั่วไป และมีห้อง High Ceiling ได้ฝ้าเพดานสูงถึง 4.7 เมตร
  • Flexible Furniture : Fully Furnished ให้ครบพร้อมอยู่ การันตีทั้งเฟอร์ฯและห้องถึง 3 ปีเลยค่ะ ความน่าสนใจอยู่ที่เฟอร์ฯ Built – in ที่สามารถพับเก็บ ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ ทั้งยังมีพื้นที่เก็บของมาให้เยอะ ถูกใจชาวคอนโดแน่นอน
  • Facilities For New Generation : ส่วนกลางเปิดให้ใช้งานได้ 24 ชั่วโมง ออกแบบมาให้รองรับการทำงาน การเรียน การทำกิจกรรมคลายเครียดกับเพื่อนฝูงและการออกกำลังกาย ครบครันค่ะ

ข้อมูลโครงการ

COBE Kaset – Sripatum (โค้บบ์ เกษตร – ศรีปทุม) ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569

 ชื่อโครงการ  COBE Kaset – Sripatum (โค้บบ์ เกษตร – ศรีปทุม)
 ชื่อผู้ประกอบการ  บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS  UPPER CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่  ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
 ที่ดิน  2-2-77.5 ไร่
 ประเภทคอนโด  High Rise 23 ชั้น 1 อาคาร, ร้านค้าสูง 2 ชั้น 1 อาคาร
 จำนวนยูนิต  ห้องพักอาศัย 396 ยูนิต ร้านค้า 5 ยูนิต
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด   22 ยูนิต
 ที่จอดรถ  145 คัน คิดเป็น 36.62% (รวมจอดซ้อนคัน)
 เริ่มก่อสร้าง  ปี 2567
 ก่อสร้างแล้วเสร็จ  ปี 2569
 ประเภทห้องพัก
  • Studio พื้นที่ใช้สอยภายใน 23 – 26 ตร.ม.
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 30 ตร.ม.
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 45 ตร.ม.
  • High Ceiling Studio พื้นที่ใช้สอยภายใน 23-26 ตร.ม. (รวมพื้นที่ใช้สอย เฟอร์นิเจอร์แพคเกจ 36-39 ตร.ม.)
  • High Ceiling 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 30 ตร.ม. (รวมพื้นที่ใช้สอย เฟอร์นิเจอร์แพคเกจ 45 ตร.ม.)
  • High Ceiling 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 45.94 ตร.ม. (รวมพื้นที่ใช้สอย เฟอร์นิเจอร์แพคเกจ 76.53 ตร.ม.)

 ฝ้าเพดานสูง  2.70 เมตร ในแบบห้องปกติ และ  4.7 เมตร ในแบบห้อง High Ceiling
 ราคาเริ่มต้น  3.19 ล้านบาท*
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม. (คิดตามพื้นที่ใช้สอย)
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 Call Center  1749

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.855585, 100.584591
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

COBE Kaset – Sripatum (COBE เกษตร – ศรีปทุม) ตั้งอยู่ตรงไหน?

COBE Kaset – Sripatum (COBE เกษตร – ศรีปทุม) ตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธิน และ BTS บางบัว โดยทำเลเป็นแหล่งชุมชนที่มีหอพักนักศึกษาอยู่เยอะ ตรงข้ามโครงการเป็นมหาวิทยาลัยศรีปทุม และใกล้ๆยังมีมหาวิทยาลัยเกริกและเกษตรศาสตร์ น้องๆนักศึกษาสามารถนั่งรถไฟฟ้าไปเรียนได้

  • 2 สถานี ถึง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • 6 สถานี ถึง เซ็นทรัล ลาดพร้าว/ Interchange MRT สายสีน้ำเงิน
  • 13 สถานี ถึง พญาไท / Interchange Airport Rail Link
  • 15 สถานี ถึง สยาม
  • 19 สถานี ถึง อโศก

ส่วนคนทำงานในเมืองก็นั่ง BTS ต่อเดียวเข้าอโศก , ทองหล่อได้เลย หรือหากอยากเปลี่ยนไปใช้ MRT ก็มีจุด Interchange ที่สถานีพหลโยธิน ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน วิ่งเข้าใจกลางเมืองได้เช่นกัน นอกจากนี้โครงการยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้าหลายสาย ทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียว , สายสีแดงเข้ม , และสายสีชมพูด้วยค่ะ

ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าอีกหนึ่งสายคือ สายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี ที่จะมา Interchange กับสายสีเขียวที่สถานีแยกเกษตร ความคืบหน้าในตอนนี้คือทาง รฟม. ได้ทบทวนผลการศึกษาเสร็จสิ้นแล้ว และเตรียมนำเสนอต่อคณะกรรมการ PPP และ ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการ ตามแผนจะเริ่มก่อสร้างปีนี้แล้วนะคะ คาดว่าเปิดใช้ปี 2573 ค่ะ

สำหรับการเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็ง่าย ด้วยทำเลติดถนนหลัก ทำให้สามารถขับไปเชื่อมต่อกับถนนใหญ่ได้อีกหลายสาย ทั้งถนนรามอินทรา (2.9 km.), ถนนประเสริฐมนูกิจ (4 km.), ถนนรัชดาภิเษก (5.6 km.) และถัดจากโครงการก็มีถนนตัดใหม่อย่าง ถนนเลียบคลองบางเขน ที่สามารถใช้ขับไปเชื่อมกับถนนวิภาวดี – รังสิตได้ (2.4 km.) โดยไม่ต้องไปเสียเวลารอรถติดที่แยกเกษตรค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์รอบโครงการค่อนข้างคึกคัก มีร้านค้า ร้านอาหารอยู่เยอะ เพราะอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย ติดกับโครงการก็มีร้านสะดวกซื้ออย่าง 7Eleven ให้มาซื้อของกิน ของใช้ส่วนตัวได้ ส่วนห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ก็อยู่ใกล้ในระยะไม่เกิน 10 กิโลเมตร สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปได้สบายๆ ทั้ง Central รามอินทรา, Lotus’s หลักสี่, Major Cineplex รัชโยธิน, Lotus’s ลาดพร้าว และ Central ลาดพร้าวค่ะ

ศักยภาพของโซนนี้ถือว่าดีเลยนะคะ ในช่วง 1-2 ปีมานี้ก็มีโครงการต่างๆ ของทั้งภาครัฐและเอกชนให้เห็นกันอยู่เสมอ เช่น BTS Visionary Park, Ratchayothin Hills เป็นต้น

คอนโดมือหนึ่งติด BTS สายสีเขียวราคาเท่าไหร่?

คอนโดมือหนึ่งติดรถไฟฟ้าสายนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงกรุงเทพฯตอนเหนือและตอนใต้ ช่วงใจกลางเมืองอย่างสยาม-เพลินจิต-ชิดลม ไม่มีนะคะ ต้องขยับออกมาหน่อย ทางฝั่งเหนือเริ่มที่สถานีห้าแยกลาดพร้าวจึงจะมีคอนโดมือหนึ่งติด BTS ทางฝั่งใต้เริ่มที่สถานีทองหล่อ ราคาจะลดหลั่นตามความใกล้-ไกลจากใจกลางเมือง เช่น คอนโดมือหนึ่ง…

…ติดสถานีห้าแยกลาดพร้าว ราคาเริ่มประมาณ 9 ล้านบาท
…ติดสถานีรัชโยธิน ราคาเริ่มประมาณ 6 ล้านบาท
…ติดสถานีบางบัว ราคาเริ่มประมาณ 3 ล้านบาท
…ติดสถานีพหลโยธิน 59 ราคาเริ่มประมาณ 2.6 ล้านบาท

ใครที่มองหาคอนโดติด BTS ก็สามารถเลือกสถานีตามทำเลที่ชอบ หรือตามงบประมาณได้ เรารวมคอนโดมือหนึ่งติด BTS รอบกรุงเทพฯ ไว้ให้ในลิงก์นี้นะคะ

คอนโดโซนเกษตรฯ ตามแนวรถไฟฟ้า ราคาเท่าไหร่?

คอนโดโซนเกษตรฯ ตามแนวรถไฟฟ้าส่วนใหญ่มีราคาประมาณ 3-5 ล้าน แต่ถ้าเป็นห้อง High Ceiling หรือ Loft จะมีราคาประมาณ 5 ล้านขึ้นไป หรือคิดเฉลี่ยราคาต่อตร.ม. อยู่ในช่วง 90,000 – 150,000 บาท/ตร.ม. ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ตั้งและรูปแบบการขาย อย่าง COBE Kaset – Sripatum (COBE เกษตร – ศรีปทุม) นั้นจะถือว่าอยู่ในกลุ่มบนของโซนนี้ ด้วยราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม. แต่ก็แลกมากับทำเลที่ติดรถไฟฟ้าที่สุดแบบ 0 เมตร, การขายแบบ Fully Furnished, ส่วนกลางที่จัดเต็มและแชร์กับลูกบ้านเพียง 396 ยูนิตเท่านั้น

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

สภาพแวดล้อมของ COBE Kaset – Sripatum (COBE เกษตร – ศรีปทุม) นอกจากคอนโด Ciela ศรีปทุม ที่เป็นอาคารสูง 28 ชั้น และมหาวิทยาลัยศรีปทุม รอบข้างถือว่าได้วิวโปร่งโล่ง มีอาคาร Low Rise สูงไม่เกิน 8 ชั้น แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระยะประชิด ส่วนสถานีรถไฟฟ้าจะอยู่ตรงกับอาคาที่ชั้น 5 (รูปแบบห้อง High Ceiling) ส่วนชั้น 6 ขึ้นไปจะได้วิวโปร่งโล่ง

  • ทิศเหนือ ติดกับ คอนโดสูง 28 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ ถนนพหลโยธิน ทางเข้า – ออกโครงการ
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ถนนพหลโยธิน มหาวิทยาลัยศรีปทุม
  • ทิศตะวันตก ติดกับ โชว์รูมรถยนต์ ที่ดินเปล่า

Image 1/3
บันไดทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าบางบัว Exit1 จะอยู่ติดกับทางเข้าโครงการ COBE Kaset – Sripatum (COBE เกษตร – ศรีปทุม) เลยค่ะ

บันไดทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าบางบัว Exit1 จะอยู่ติดกับทางเข้าโครงการ COBE Kaset – Sripatum (COBE เกษตร – ศรีปทุม) เลยค่ะ

ห้องพักในโครงการ ออกแบบให้หันออก 3 ทิศ เพื่อหลบอาคารสูงรอบโดยรอบ ทำให้วิวรอบๆ นั้นค่อนข้างเคลียร์เลยนะคะ

Image 1/3
ทิศตะวันออก ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบางบัว ฝั่งตรงข้ามคือมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นกลุ่มอาคารที่มีความสูงประมาณ 4-15 ชั้น เอาจริงๆ อาคารไม่ได้ประชิดเพราะอยู่ตรงข้ามฝั่งถนน แต่ถ้าจะให้ได้วิวโล่งๆ ต้องเลือกชั้นที่สูงประมาณชั้น 20 ขึ้นไป

ทิศตะวันออก ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบางบัว ฝั่งตรงข้ามคือมหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นกลุ่มอาคารที่มีความสูงประมาณ 4-15 ชั้น เอาจริงๆ อาคารไม่ได้ประชิดเพราะอยู่ตรงข้ามฝั่งถนน แต่ถ้าจะให้ได้วิวโล่งๆ ต้องเลือกชั้นที่สูงประมาณชั้น 20 ขึ้นไป

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • Central รามอินทรา ~ 3.5 กิโลเมตร
  • Lotus’s หลักสี่ ~ 4.2 กิโลเมตร
  • Major Cineplex รัชโยธิน ~ 5.6 กิโลเมตร
  • Jodd Fairs แดนเนรมิต ~ 6.4 กิโลเมตร
  • Lotus’s ลาดพร้าว ~ 7.1 กิโลเมตร
  • Central ลาดพร้าว ~ 7.7 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลวิภาวดี ~ 3.5 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลเปาโล เกษตร ~ 4.5 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาล ซีจีเอช พหลโยธิน ~ 4.8 กิโลเมตร

โรงเรียน

  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม ~ 50 เมตร
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 2 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยเกริก ~ 3.2 กิโลเมตร
  • โรงเรียนนานาชาติเซนต์ สตีเฟ่นส์ ~ 4.9 กิโลเมตร
  • โรงเรียนหอวัง ~ 6.6 กิโลเมตร

อาคารสำนักงาน

  • สำนักเขตที่ดินกรุงเทพฯ สาขาบางเขน ~ 850 เมตร
  • กรมทหารราบที่ 11 ~ 1.6 กิโลเมตร
  • กรมป่าไม้ ~ 2.7 กิโลเมตร
  • Thai PBS ~ 4.1 กิโลเมตร
  • SCB Park Plaza ~ 6.1 กิโลเมตร
  • ปตท. สำนักงานใหญ่ ~ 8.1 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

COBE Kaset – Sripatum (COBE เกษตร – ศรีปทุม) เป็นโครงการคอนโด High Rise สูง 23 ชั้น จำนวน 396 ยูนิต มีร้านค้า 1 อาคารจำนวน 5 ยูนิต บนเนื้อที่ดินประมาณ 2 ไร่ โครงการนี้เป็นโครงการที่ 2 ในแบรนด์ COBE จาก SC Asset ต่อจากโครงการรุ่นพี่อย่าง COBE รัชดา-พระราม 9 ซึ่งจุดเด่นที่แตกต่างกันคือ จำนวนยูนิตที่มีน้อยกว่า เน้นความเป็นส่วนตัว และรูปแบบห้องที่มีฟังก์ชัน High Ceiling ได้เพดานสูงถึง 4.7 เมตร เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นคนทำงานที่ใช้รถไฟฟ้าในการเดินทาง และนักศึกษา เพราะโครงการตั้งอยู่ตรงข้ามม. ศรีปทุมและใกล้ม.เกษตร เลย

โครงการ COBE Kaset – Sripatum (โค้บบ์ เกษตร – ศรีปทุม) เป็นอาคารสูง 23 ชั้น มีร้านค้า 2 ชั้น 1 อาคารอยู่ด้านหน้า ตัวอาคารพักอาศัยแบ่งเป็นส่วน Facilites ที่ชั้น Ground Floor และชั้น 23

ชั้น 2 – 4 เป็นพื้นที่จอดรถ สามารถจอดได้ 145 คัน คิดเป็น 36.62% รวมจอดซ้อนคัน ส่วนชั้นพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 5 – 22 โดยชั้น 5 – 7 และชั้น 20 – 22 จัดเป็นรูปแบบห้อง High Ceiling ส่วนห้อง Simplex จะอยู่ที่ชั้น 8 – 19 ค่ะ

การออกแบบโครงการมาภายใต้แนวคิด “Above The CLOUDS” ได้แรงบันดาลใจมาจากก้อนเมฆ ทั้งสี รูปทรงและเส้นโค้ง มาตัดกับเฉดสีของท้องฟ้าในช่วงเวลาต่างๆ ลดทอดกลายเป็นดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย สื่อถึงความผ่อนคลาย เบาสบาย และเป็นอิสระ เข้ากับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ ชอบใช้ชีวิตแบบไม่หยุดนิ่ง และพร้อมที่จะเปิดรับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆอยู่เสมอ โดยบรรยากาศโครงการจะถ่ายทอดออกมาได้ดูผ่อนคลายแค่ไหน ไปชมกันเลยค่ะ

เริ่มจาก Masterplan ชั้น 1 สังเกตได้ว่าที่ดินด้านหน้าโครงการติดถนนพหลโยธินเป็นแนวยาวเลย ทางโครงการจึงเลือกแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งทำเป็น Commercial Building ภายในมีร้านค้า 4 ยูนิต (อีก 1 ยูนิตอยู่ในอาคารพักอาศัย) ซึ่งได้แยกทางเข้า – ออกโซนร้านค้ากับอาคารพักอาศัยออกจากกันอย่างชัดเจน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้แก่ลูกบ้าน แต่ลูกบ้านก็ยังสามารถเดินมาใช้งานได้ง่าย

ทางเข้า – ออกของคอนโดจะมีทางเดียวอยู่ติดกับถนนพหลโยธิน เมื่อเข้ามาจะเจอกับ Drop off จอดรับ – ส่งคนได้สะดวก ไม่ต้องเสียเวลาแลกบัตร เพราะไม้กั้นอัตโนมัติจะอยู่ถัดเข้าไปด้านใน ควบคุมการเข้า – ออกด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน และด้านหน้าทางเข้าจะมีที่รปภ. คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอยู่นะคะพื้นที่จอดรถจะอยู่ในอาคารบริเวณชั้น 1-4 โดยมีจุดบริการ EV Charger อยู่ที่ชั้น 1

เข้ามาในอาคาร Facilities ชั้น Ground Floor จะประกอบด้วย The Cloud Lobby , Co – Working Space , Reading Lounge , Group Study Zone และ Meeting Room ที่สามารถเปิดเชื่อมต่อออกมาเจอกับพื้นที่สีเขียวอย่าง  Sensory Garden ที่ช่วยเพิ่มความร่มรื่น ผ่อนคลายให้กับโครงการ

ลิฟต์โดยสารได้มา 3 ตัว และ Service Lift 1 ตัว คิดเป็นสัดส่วน 132 : 1 ถือว่าค่อนข้างหนาแน่น ช่วงเวลาเร่งด่วนต้องเผื่อเวลารอลิฟต์สักนิดค่ะ

รั้วโครงการที่ติดกับถนนพหลโยธิน ถูกออกแบบให้ดูมินิมอลด้วยโทนสีครีมๆ และใช้เส้นโค้งมาเพิ่มความละมุน เข้ากับธีม ‘Above the CLOUDS’

จากทางเข้ารถยนต์จะมี DROP-OFF อยู่ฝั่งขวา หากแค่มารับ-ส่งลูกบ้านก็สามารถวนรถได้โดยไม่ต้องแลกบัตร ส่วนรถลูกบ้านก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปด้านในโครงการได้เลย

ไม้กั้นกระดกจะขยับเข้าไปด้านใน หากเป็นลูกบ้านจะผ่านเข้า-ออกด้วยระบบจดจำป้ายทะเบียน และมีพี่ รปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ผ่านไม้กั้นกระดกเข้ามาอย่างแรกที่สังเกตเห็นก็คือ Commercial Building สูง 2 ชั้น สำหรับลูกบ้านที่ต้องการไปช้อปปิ้ง ก็สามารถใช้ประตูที่เชื่อมกับโครงการได้เลย ประตูนี้จะใช้ได้เฉพาะลูกบ้านเพื่อความปลอดภัยนะคะ

นอกจากประตูที่เชื่อมกับโครงการแล้ว Commercial Building ยังมีหน้าร้านหลักที่อยู่ติดถนนพหลโยธินด้วยนะคะ เป็นร้านใหญ่ดูดีทีเดียว

กลับเข้ามาในโครงการทางเดินรถจะพาวนไปด้านหลังอาคาร ซึ่งเป็นทางเข้าที่จอดรถ บริเวณชั้น 1-4 นะคะ

สำหรับใครที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า บริเวณชั้น 1 จะมี EV Charger ให้ 4 ช่องจอดค่ะ

Image 1/6
Sensory Garden

Sensory Garden

พื้นที่สีเขียวภายในโครงการถูกออกแบบให้อยู่โซนด้านหน้า นอกจากจะช่วยลดมลภาวะทางเสียงและฝุ่นให้กับโครงการแล้ว ยังถูกออกแบบให้ใช้งานเชื่อมต่อกับส่วนกลางที่เป็น Indoor ได้ แถมยังเป็นวิวสวนสวยๆ ให้กับ Facilities ส่วนกลางบนชั้นนี้ด้วย

ตัวสวนมีชื่อเรียกเก๋ๆ ว่า Sensory Garden ออกแบบ Landscape ด้วยการใช้เส้นโค้งดูลื่นไหล มีพื้นที่นั่งเล่นมาให้หลายจุด มีลานกลางแจ้งใช้เป็น Amphitheater ได้

ติดกับ DROP-OFF จะเป็นทางเข้าหลักของอาคาร ตามเราเข้าไปชมด้านในกันค่ะ

Image 1/4
The Cloud Lobby

The Cloud Lobby

The Cloud Lobby ได้ฝ้าเพดานสูง เน้นความโปร่งโล่ง ใช้ผนังโค้งและโทนสีขาวเพิ่มความนุ่มนวล ผ่อนคลาย ตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีสันสดใส ทำให้ไม่ดูเรียบง่ายจนเกินไป มองออกไปจะได้วิวที่ร่มรื่นของ Sensory Garden

Image 1/2
Co-Working Space 

Co-Working Space 

Facilities บนชั้นนี้ทางโครงการออกแบบไว้เพื่อรองรับการทำงาน, ประชุม, อ่านหนังสือ เป็นหลัก โซนแรกคือ Co-Working Space จัดให้มีโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ อยู่ในตำแหน่งที่รับวิวสวนได้เต็มที่ หากทำงานเหนื่อยๆ ก็เปิดประตูออกไปพักผ่อนใน Sensory Garden ได้นะคะ

Image 1/5
Reading Lounge

Reading Lounge

ถัดเข้ามาด้านในจัดฟังก์ชันเป็น Reading Lounge ขนาดใหญ่ ชุดเก้าอี้โซนนี้จัดไว้รองรับกลุ่มย่อยๆ 1-2 คนต่อหนึ่งโต๊ะ เพื่อให้เกิดความสงบในการใช้งาน

เดินขึ้นบันไดวนมา จะเจอกับฟังก์ชันบนชั้นลอยอีก 2 ฟังก์ชัน

Image 1/3
Meeting Room

Meeting Room

ฟังก์ชันแรกคือ Meeting Room เป็นห้องประชุมที่ใช้งานได้แบบจริงจัง มีประตูปิดเป็นสัดส่วน ห้องนี้ต้อง Booking ก่อนเข้าใช้งานนะคะ ภายในมีโต๊ะประชุมและจอทีวีสำหรับพรีเซนต์งานเตรียมไว้ให้ใช้กันอย่างครบถ้วน

ด้านหน้า Meeting Room จะมีชุดโซฟาเดี่ยวๆ ไว้ให้ใช้งาน

Image 1/4
Group Study Zone

Group Study Zone

อีกฟังก์ชันหนึ่งคือ Group Study Zone ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการทำงานกลุ่มกับเพื่อนๆ มีทั้งโต๊ะเล็กโต๊ะใหญ่ให้เลือกใช้งานได้

ส่วนอื่นภายใน The Cloud Lobby ก็จะมี Mail Room ที่อยู่ใกล้กับ Lift Lobby เพื่อให้เดินมาหยิบจดหมายได้สะดวก

ใกล้ๆ กันเป็น Laundry ห้องไหนไม่ได้ติดตั้งเครื่องซักผ้า หรือ อยากอบผ้าช่วงหน้าฝน ห้องนี้ก็ตอบโจทย์เลยค่ะ

ต่อไปเราจะพาไปชมชั้นบนกันต่อนะ แต่คนที่จะเข้า Lift Lobby ได้ก็คือลูกบ้านเท่านั้น เพราะต้องใช้ Face Scan/Keycard นะคะ

โถงลิฟต์ของที่นี่ให้บรรยากาศที่สวย หรู แต่ดูสบายๆ น่าพักผ่อน ที่นี่มีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 132 : 1 ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าเย็นคงต้องเผื่อเวลารอลิฟต์สักหน่อย และมี Service Lift แยกมาอีก 1 ตัวค่ะ

ภายในลิฟต์กรุผนังพร้อมตกแต่งกระจกด้วยลวดลายก้อนเมฆ รับน้ำหนักได้ประมาณ 13 คนค่ะ

ชั้น 23 เป็นชั้นบนสุดของอาคาร จัดเป็นพื้นที่ Facilities แบบยกชั้น รองรับการใช้งานได้ทั้ง Indoor และ Outdoor โดยฟังก์ชันประกอบด้วย Skyline Pool , Kids Pool , Sky Fitness , Cloud Nine Club , Yoga Room , Party Room , Above The Cloud Garden , Sunset Lounge และ Pool Lounge

Image 1/8
Skyline Pool

Skyline Pool

จุดเด่นอยู่ที่ Skyline Pool ขนาด 29×4 เมตร ได้ความยาวสระเกินกว่า Half Olympic อีกค่ะ ใช้ว่ายออกกำลังแบบจริงจังได้เลย และมี Kid Pool แยกไว้ให้อีก 1 สระอยู่ติดกับ Day Bed เพื่อให้ผู้ปกครองคอยดูแลลูกหลานได้อย่างใกล้ชิด

สำหรับใครที่ไม่ได้ว่ายน้ำหนักๆ ก็มี Jacuzzi ให้มาแช่น้ำ ชมวิว ผ่อนคลายกันได้

Image 1/3
Above The Cloud Garden

Above The Cloud Garden

Outdoor Facilities จะมีสวนอีก 1 จุดให้ออกมานั่งพักผ่อน ชมวิวมุมสูงของเมืองได้ มีชื่อเรียกเก๋ๆ ว่า Above The Cloud Garden

Image 1/3
Pool Lounge

Pool Lounge

เข้ามาด้านดู Facilities ในอาคารกันบ้าง ฟังก์ชันแรกเลยคือ Pool Lounge เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนติดกับสระว่ายน้ำ ได้ฝ้าเพดานสูง ดูโปร่งโล่ง

Image 1/4
Sunset Lounge

Sunset Lounge

แต่หากใครต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แนะนำเป็น Sunset Lounge ห้องนี้มีประตูปิดแยกจากโซนอื่นอย่างเป็นสัดส่วน ได้ทั้งวิวเมืองมุมสูงและสระว่ายน้ำเช่นกัน

Image 1/5
Sky Fitness

Sky Fitness

สำหรับสายออกกำลังกายก็จะมี Sky Fitness & Weight Training วางตำแหน่งอยู่ติดสระว่ายน้ำ รับวิวสระได้เต็มที่ บรรยากาศดูน่าใช้งานดีนะคะ

ด้านในสุดของชั้นนี้จะมี Changing Room พร้อม Lockers ให้มาเปลี่ยนเสื้อผ้าเก็บของใช้ต่างๆ เก็บไว้ในตู้ได้

Image 1/3
ห้องน้ำ/ห้องอาบน้ำ

ห้องน้ำ/ห้องอาบน้ำ

ภายในห้องน้ำแบ่งโซนเปียก/แห้ง มี Shower ให้อาบน้ำหลังลงสระ

Image 1/4
Cloud Nine Club

Cloud Nine Club

นอกจาก Facilitues บนชั้น 23 จะมีฟังก์ชันที่จัดไว้บนชั้นลอยอีกนะคะ ถ้าเดินขึ้นบันไดมาจะเจอกับ Cloud Nine Club ห้องนี้รวมกิจกรรมไว้หลากหลาย สามารถชวนเพื่อนๆขึ้นมาปาร์ตี้ สังสรรค์กันได้ โดย Facilities ในโครงการจะเปิดให้ใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะคะ ยกเว้นแค่ Party Room ค่ะ

Image 1/4
Party Room

Party Room

Party Room มีทั้งหมด 2 ห้อง ออกแบบมาเอาใจคนชอบร้องคาราโอเกะ หรือ ดูหนังกับเพื่อนฝูง ห้องนี้ต้อง Booking ก่อนใช้งานนะคะ ภายในมีชุดโซฟาขนาดใหญ่ ใช้งาน 4-5 คนกำลังพอดี

Image 1/2
Yoga Room

Yoga Room

อีกห้องนึ่งคือ Yoga Room ขนาดใช้งานได้ 3-4 คนกำลังพอดี ผนังรอบๆ กรุกระจกเต็มผนัง เวลาเล่นโยคะก็เช็คท่าได้สะดวก มาพร้อมอุปกรณ์โยคะด้วยค่ะ

แปลนชั้นพักอาศัย

Image 1/2
6th - 7th Floor Plan : COBE Kaset – Sripatum (โค้บบ์ เกษตร – ศรีปทุม)

6th - 7th Floor Plan : COBE Kaset – Sripatum (โค้บบ์ เกษตร – ศรีปทุม)

ชั้นพักอาศัยของโครงการเริ่มที่ชั้น 5 – 22 การจัดวางตำแหน่งจะเหมือนกันทั้งในชั้น High Ceiling และ Simplex รูปแบบห้องที่มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุดคือ Studio ขนาดเริ่มต้น ห้องพักจะหันออกทางทิศตะวันออก/ตะวันตกเป็นหลัก

ห้องพักที่หันหน้าทางทิศตะวันออก จะมีให้เลือก 2 แบบ คือ Studio และ 1 Bedroom ในส่วนห้องพักทางทิศตะวันตกจะโดนแดดช่วงบ่าย แต่ก็เป็นทิศที่มีรูปแบบให้เลือกครบทั้ง Studio , 1 Bedroom และ 2 Bedroom (กรอบสีฟ้า) ที่มีเพียงชั้นละ 1 ยูนิต เป็นห้องมุมที่ได้วิวทั้งทิศตะวันตกและทิศใต้ด้วย

ชั้นพักอาศัยจะมีจำนวนยูนิตสูงสุดต่อชั้นอยู่ที่ 22 ยูนิต ตำแหน่งโถงลิฟต์จะอยู่กลางอาคารพอดี ทำให้ห้องพักอาศัยทั้ง 2 ฝั่ง เดินได้ในระยะที่พอๆกัน ไม่ไกลจนเกินไป

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

ชั้น 1

  • The Cloud Lobby
  • Co – Working Space
  • Reading Lounge
  • Group Study Zone
  • Meeting Room
  • Sensory Garden
  • EV Station
  • Juristic Office
  • Mail Room
  • Laundry Room
  • Zero Waste

ชั้น 23

  • Skyline Pool (ระบบเกลือ ขนาด 29×4 เมตร ลึก 1.20 เมตร รวม Kids Pool ลึก 0.5 เมตร)
  • Sky Fitness
  • Cloud Nine Club (Entertainment Zone)
  • Yoga Room
  • Party Room
  • Above The Cloud Garden
  • Sunset Lounge
  • Pool Lounge
  • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 132 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 145 คันคิดเป็น 36.62% (รวมจอดซ้อนคัน)
  • การเข้า – ออกโครงการใช้ระบบจดจำป้ายทะเบียน ควบคู่กับไม้กั้นกระดกอัตโนมัติ
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card / Face Scan

แบบห้อง

รูปแบบห้องในโครงการ COBE Kaset – Sripatum (โค้บบ์ เกษตร – ศรีปทุม) มีให้เลือกหลากหลาย รองรับผู้ใช้งานได้ทั้งนักศึกษาและคนวัยทำงาน จะชอบห้อง Studio ขนาดเริ่มต้น ให้ราคาหยิบจับง่าย หรือห้องขนาดใหญ่ 2 Bedroom อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวได้ 2 – 3 คน ก็ตอบโจทย์ได้หมด

เราว่าห้องพักออกแบบมาให้ดูโปร่งด้วยฝ้าเพดานสูง อย่างห้อง Simplex จะได้เพดานสูง 2.7 เมตร ส่วนห้อง High Ceiling จะได้เพดานสูงถึง 4.7 เมตร รูปแบบการขายเป็น Fully Furnished ได้เฟอร์ฯ ครบ และออกแบบมาเป็น Flexible Furniture ปรับใช้งานได้หลากหลายและมีช่องเก็บของเยอะ ดังนี้

Simplex

  • Studio พื้นที่ใช้สอยภายใน 23 – 26 ตร.ม.
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 30 ตร.ม.
  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 45 ตร.ม.

High Ceiling

  • High Ceiling Studio พื้นที่ใช้สอยภายใน 23-26 ตร.ม. (รวมพื้นที่ใช้สอย เฟอร์นิเจอร์แพคเกจ 36-39 ตร.ม.)
  • High Ceiling 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 30 ตร.ม. (รวมพื้นที่ใช้สอย เฟอร์นิเจอร์แพคเกจ 45 ตร.ม.)
  • High Ceiling 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 45.94 ตร.ม. (รวมพื้นที่ใช้สอย เฟอร์นิเจอร์แพคเกจ 76.53 ตร.ม.)

วัสดุในห้อง

  • Furniture Package : ตู้รองเท้า , เคาน์เตอร์ครัว , โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง , Coffee Table , โต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้ 2 ที่นั่ง , ชั้นวางทีวี , ตู้เสื้อผ้า , ฐานเตียงขนาด 5 ฟุต
  • Digital Door Lock 4 ระบบ ( กดรหัส , คีย์การ์ด , กุญแจ , Bluetooth)
  • วัสดุพื้น SPC ความหนา 4 มิลลิเมตร
  • วัสดุพื้นห้องครัว กระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60×60 เซนติเมตร
  • วัสดุพื้น ผนังห้องน้ำ กระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60×60 เซนติเมตร
  • วัสดุพื้นระเบียง กระเบื้องเซรามิก ชนิดกันลื่น ขนาด 30×30 เซนติเมตร
  • เคาน์เตอร์ครัว ท็อปหินสังเคราะห์ หน้าบานกรุเมลามีนลายไม้
  • เตาไฟฟ้า , เครื่องดูดควันและอ่างล้างจาน จากยี่ห้อ HAFELE
  • สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ จากยี่ห้อ MOGEN

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

สำหรับราคาเริ่มต้นห้อง Simplex จะอยู่ที่ 3.19 ล้านบาท* ห้อง High Ceiling เริ่มต้น 4.89 ล้านบาท* ห้องตัวอย่างจะเป็นยังไงบ้าง ตามไปชมกันค่ะ


ห้องตัวอย่าง Studio ขนาด 23.79 ตร.ม.

ห้องแรกที่เราจะพาไปชมเป็นรูปแบบห้อง Studio 23.79 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นของโครงการ ในราคาเริ่มที่ 3.19 ล้านบาท* เหมาะกับการอยู่อาศัยแบบ 1 – 2 คนกำลังดี เน้นความโปร่งโล่ง เดินเชื่อมต่อใช้งานได้สะดวก โดยจุดเด่นของห้องนี้จะอยู่ที่

  • Walk – in Closet ส่วนตัว – เป็นรูปแบบห้อง Studio ที่ได้ Walk – in Closet กั้นแยกมาให้เป็นสัดส่วน จัดเป็นการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่น่าสนใจ แตกต่างกับห้อง Studio ของโครงการอื่นๆ
  • เฟอร์นิเจอร์ปรับเปลี่ยนได้ – ห้องของที่นี่จะได้เฟอร์นิเจอร์ Built – in มาเยอะ จุดเด่นอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารที่สามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ใช้งาน นอกจากช่วยเพิ่มพื้นที่ให้กับห้อง ยังรองรับการใช้งานได้หลากหลาย
  • พื้นที่เก็บของเยอะ – เหมาะกับชาวคอนโดที่อยู่คนเดียว มีของเยอะ แต่ไม่อยากซื้อห้องไซส์ใหญ่ ในห้องได้พื้นที่เก็บของเป็นตู้และชั้นวางหลายตำแหน่ง แทบไม่ต้องซื้อเฟอร์ฯ หรือ Built – in เพิ่มเลย

ห้องทุกยูนิตจะติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ เข้าออกได้ 4 วิธี ทั้งกดรหัส , คีย์การ์ด , กุญแจ , Bluetooth

โซนแรกที่เราจะเจอเป็นส่วนครัวค่ะ แบ่งฟังก์ชันเป็น 2 ฝั่งและมีทางเดินตรงกลาง ฝั่งหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์ครัว อีกฝั่งเป็นตู้เก็บรองเท้าและตู้เสื้อผ้า โดยทางโครงการก็จะให้เฟอร์ฯ มาครบตามแบบในห้องตัวอย่าง แล้วจึงวางส่วนพักผ่อนถัดเข้าไปด้านใน ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว

พื้นห้องปูด้วย SPC ความหนา 4 มิลลิเมตร ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมมาก เพราะแข็งแรง ทนทานกว่ากระเบื้องยางทั่วไป ทางเดินกว้างประมาณ 1 เมตร ยืนทำครัวด้วยกัน 2 คนได้

ข้างประตูมีตู้เก็บรองเท้าที่ Built-in มาให้เรียบร้อยเลย วางรองเท้าได้ประมาณ 6 คู่ค่ะ

ฝั่งเคาน์เตอร์ครัวได้ทั้งตู้บนและล่าง Built-in มาให้พร้อมค่ะ ฟังก์ชันตรงนี้ก็มีพื้นที่ให้เราเตรียมอาหาร มีอ่างล้างจานและเตาไฟฟ้า

ด้านล่างมีลิ้นชักไว้ใส่ช้อนส้อม , อุปกรณ์ทำครัว และช่องสำหรับไมโครเวฟ โดยหน้าบานจะกรุเมลามีน ซึ่งเป็นวัสดุที่ทนความชื้น ความร้อน และรอยขีดข่วนได้ดีกว่าลามิเนต

ขอบตู้ออกแบบให้สอดมือเข้าไปจับได้

ท็อปเคาน์เตอร์ครัวเป็นหินสังเคราะห์ ด้านหลังกรุกระเบื้องเป็น Blacksplash ให้ จึงเช็ดทำความสะอาดง่าย เวลามีคราบเลอะเทอะจากการทำอาหาร

อ่างล้างจานมีฝาเปิด – ปิดมาให้ ดูเรียบร้อย ตอนไม่ใช้งานก็ปิดไว้ ได้พื้นที่เพิ่มเวลาทำครัว

เตาไฟฟ้าได้มาแบบ 2 หัว ติดตั้งให้พร้อมเครื่องดูดควันระบบหมุนเวียนยี่ห้อ HAFELE

ตู้ลอยด้านบนได้มาทั้งหมด 3 ตู้ พร้อมบานปิดทำให้ดูเรียบร้อย

ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัวเป็น Walk-in Closet แบบ Built – in ให้แบบเซ็ตใหญ่ มีประตูบานเลื่อนปิดเรียบร้อย อยู่บริเวณหน้าห้องน้ำเลย เวลาอาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้สะดวก

ภายใน Walk-in Closet แบ่งเป็นราวแขวนเสื้อผ้า, ลิ้นชักเก็บของ, ช่องเก็บของเยอะมาก เป็นเฟอร์ฯ ที่ใช้พื้นที่คุ้มค่ามากๆ เลยค่ะ

ผ่าน Walk-in Closet เข้าไปจะเป็นห้องน้ำ พื้นที่ภายในแยกโซนเปียก – แห้งมาให้เป็นสัดส่วน พื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60×60 เซนติเมตร

สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ยี่ห้อ MOGEN เป็นหลัก อ่างล้างมือมีพื้นที่รอบๆ ให้พอวางของใช้อย่างสบู่หรือแปรงสีฟันได้ โถสุขภัณฑ์มาพร้อมสายฉีดชำระ ส่วนที่ใส่กระดาษทิชชู่จะซ่อนอยู่ใต้อ่าง ดูเรียบร้อยดีค่ะ

พื้นที่อาบน้ำมีการทำขอบพื้นขึ้นมาป้องกันน้ำไม่ให้ไหลออกด้านนอก มีขนาดประมาณ 0.8×1 เมตร มาพร้อมฝักบัวแบบ Hand Shower ติดตั้งมาให้

เข้ามาที่ส่วนพักผ่อนด้านใน จะเป็นพื้นที่นั่งเล่น, รับประทานอาหาร และวางเตียงนอน ได้ฝ้าเพดานสูงถึง 2.7 เมตร ถือว่าสูงกว่าคอนโดทั่วไปในระดับราคานี้นะคะ ทำให้บรรยกาศในห้องดูโปร่งโล่งมากด้วยแสงจากธรรมชาติ ผ่านหน้าต่างบานใหญ่ และประตูบานเลื่อนกระจกที่เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอก

เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้จะเป็นแบบที่ได้มาเป็นมาตรฐานเลยนะคะ ที่ชอบสุดเลยคือตู้เก็บของที่ให้มาเป็นชิ้นเดียวกับโต๊ะกินข้าว

เราว่าเฟอร์ฯ เค้าออกแบบให้มีช่องเก็บของเยอะมาก มีทั้งตู้โล่งและมีบานปิด Built – in มาให้สูงถึงฝ้าเลย น่าจะถูกใจคนที่มีของส่วนตัวเยอะๆ หรือชอบวางของตกแต่งห้องค่ะ

Highlight คือโต๊ะรับประทานอาหารที่สามารถพับเก็บได้ จะใช้เป็นโต๊ะทำงานก็สะดวก เวลาไม่ใช้งานก็พับเก็บเข้าไป กลายเป็นชิ้นเดียวกับผนังตู้เลย

ขาโต๊ะยังมีช่องเก็บของซ่อนไว้อีก ใช้พื้นที่ได้คุ้มมากจริงๆ

โต๊ะทานอาหารจะมาพร้อมเก้าอี้ 2 ตัว ใช้งาน 2 คนกำลังพอดี

จากโต๊ะทานข้าวจะมองเห็นทีวีด้วยนะ เราสามารถนั่งทานข้าวไปดูทีวีไปได้ ขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ขนาด 50″ กำลังดีค่ะ

โครงการให้ชั้นวางทีวีแบบลอยตัวมาด้วยนะ เราจึงสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งเองได้

ด้านหลังโต๊ะทานอาหารจะมีโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ซึ่งทางโครงการติดตั้งมาให้ด้วย

ใต้โซฟาจะมีลิ้นชักให้เก็บของได้อีกนะ

ในส่วนของฐานเตียง Built – in มาให้ชิดผนัง ติดหน้าต่างดูเป็นสัดส่วน ได้เตียงขนาด 5 ฟุต

เวลาที่อากาศดีๆ ก็สามารถเปิดรับลมและแสงจากธรรมชาติได้ เพราะมีหน้าต่างกระทุ้งมาให้ 1 จุด ใช้เปิดรับลมและระบายอากาศได้

ส่วนฐานที่ Built – in ขึ้นมา ด้านล่างมีลิ้นชักมาให้ 2 ช่อง

และฐานเตียงฝั่งที่ติดกับหน้าต่างเหลือพื้นที่กว้าง 35 เซนติเมตร เค้าก็ออกแบบเป็นช่องเก็บของ มีบานปิด ใส่ของใช้ชิ้นเล็กๆได้ ถือเป็นการออกแบบที่ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าทีเดียวค่ะ

ระเบียงด้านนอกกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจก 3 ตอน จึงเปิดออกได้กว้าง เดินผ่านเข้าออกได้สะดวก

พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิกชนิดกันลื่นขนาด 30×30 เซนติเมตร ได้พื้นที่ใช้งานขนาด ประมาณ 1.1×1.4 เมตร ใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง วางเครื่องซักผ้าได้เลย โดยโครงการได้เดินท่อและติดตั้งปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบกันน้ำมาให้ เพื่อความปลอดภัย

ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์จะแขวนไว้ด้านบน ทำให้ใช้งานพื้นที่ระเบียงได้แบบเต็มที่ แล้วยังไม่มีสิ่งรบกวนสายตาอีกด้วย


ห้องตัวอย่าง Studio ขนาด 26.68 ตร.ม.

ห้องต่อมาที่เราจะพาชมเป็นรูปแบบห้อง Studio 26.68 ตร.ม. คล้ายกับห้องแบบแรกแต่จะใหญ่ขึ้นมานิดหน่อย ทำให้ตำแหน่งห้องน้ำและ Walk-in Closet แตกต่างจากเดิม แต่การใช้งานก็สะดวกเช่นกัน เหมาะกับการอยู่อาศัยแบบ 1 – 2 คนกำลังดี เน้นความโปร่งโล่ง เดินเชื่อมต่อใช้งานได้สะดวก

จุดเด่นของห้องนี้ก็ยังเหมือนห้องแรกคือ ได้ Walk – in Closet ส่วนตัว, เฟอร์นิเจอร์ที่พับเก็บได้และมีพื้นที่เก็บของซ่อนไว้ตามจุดต่างๆ เยอะเหมือนเดิมค่ะ

เคาน์เตอร์ Built – in ในครัว ได้มาครบชุด วัสดุเหมือนห้องที่แล้ว แต่ได้ช่องเก็บของมากกว่า มีเครื่องดูดควัน , เตาไฟฟ้า และอ่างล้างจานจากยี่ห้อ HAFELE ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน แต่วัสดุพื้นส่วนนี้จะเป็น SPC เหมือนในส่วนพักผ่อน

ส่วนตัวเรามองว่าครัวทั้ง 2 Type แม้จะได้เป็นแบบเปิด แต่สามารถกั้นประตูเพิ่มเองได้ เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องกลิ่นและควันเวลาทำอาหาร

ตู้เก็บรองเท้าหน้าห้องจะแบ่งเป็นตู้ช่องโล่งสำหรับวางของที่ต้องหยิบใช้เป็นประจำอย่าง กุญแจรถ, Keycard, ร่ม

ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัว Built – in มาให้แบบเซ็ตใหญ่ เป็นส่วน Walk – in Closet ใช้งานเป็นตู้และชั้นวางของ ประตูกั้นโซนแต่งตัวได้มาเป็นบานเลื่อนทึบ ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว

ตู้เสื้อผ้าเป็น Built – in เข้ามุมขนาดใหญ่สูงถึงฝ้า ติดกันเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาแต่งตัวได้เลย ในตู้มีราวแขวนผ้า ชั้นวางของ และลิ้นชักติดตั้งมาให้เรียบร้อย ใช้งานได้หลากหลาย

ห้องน้ำจะตกแต่งคล้ายกับห้องที่แล้ว ได้วัสดุครบชุดเหมือนในห้องตัวอย่าง พื้นที่แยกโซนเปียก – โซนแห้งมาให้เรียบร้อย ใช้งานและทำความสะอาดง่าย สามารถติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเองได้ภายหลังนะคะ

สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจาก MOGEN ส่วนอาบน้ำได้มาขนาดประมาณ 0.8 x 0.9 เมตร บนผนังด้านข้างมีช่องวางอุปกรณ์อาบน้ำได้ เอื้อมหยิบสะดวก หากใครอยากติดเครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่ม โครงการก็ทำ Junction เตรียมไว้ให้แล้วค่ะ

ด้านในเป็น Common Area รวมพื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่นั่งเล่นและเตียงนอนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์จะได้มาเหมือนในห้องตัวอย่างเลย

เฟอร์ฯ ที่พับได้ทำให้ห้องนั่งเล่นปรับได้ 2 แบบนะคะ คือจะดูทีวีจากโซฟาก็ได้ หรือจะกางโต๊ะออกมาใช้ทานข้าว ทำงาน แต่งหน้า ก็ได้ค่ะ

โดยระยะจากโซฟาถึงหน้าทีวีกว้าง 3.85 เมตร พื้นที่ใช้งานภายในห้องจัดสัดส่วนมาค่อนข้างดี ทำให้ในห้องได้แสงธรรมชาติทั้งจากประตูระเบียงและหน้าต่างที่อยู่ติดข้างเตียง

ในส่วนของฐานเตียง Built – in มาให้ชิดผนังติดหน้าต่าง ได้มาขนาด 5 ฟุต พร้อมซ่อนช่องเก็บของไว้ใต้ฐานเตียงเหมือนในห้องแบบแรกนะ ถือเป็นการออกแบบที่ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าทีเดียวค่ะ

พื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 1.1 x 1.5 เมตร ใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง วางเครื่องซักผ้าได้เลย ซึ่งโครงการได้เดินท่อและเตรียมปลั๊กไว้ให้เรียบร้อยค่ะ


1 Bedroom 30 ตร.ม.

รูปแบบห้อง 1 Bedroom 30 ตร.ม. มีจุดเด่นที่ความเป็นสัดส่วน เริ่มจากครัวด้านหน้าได้มาเป็นแบบปิด มีประตูกระจกบานเลื่อนคู่ติดตั้งมาให้เรียบร้อย ซึ่งมีข้อดีก็คือ เปิดได้กว้างกว่าแบบทั่วไป เดินใช้งาน ขนของเข้า – ออกได้สะดวก ส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหารใช้พื้นที่ร่วมกัน โดยอยู่ติดกับหน้าต่าง มีประตูด้านข้างเปิดออกไปเชื่อมต่อกับระเบียงได้

ในส่วนห้องนอนได้ขนาดค่อนข้างใหญ่ มีมุมแต่งตัวอยู่ภายในเลย ส่วนห้องน้ำเป็น Double Access เข้า – ออกได้ 2 ฝั่ง ทั้งจากในห้องนอน และห้องครัวด้านนอก ใช้งานสะดวกโดยไม่เสียความเป็นส่วนตัว เวลามีแขกมาที่ห้อง ก็ไม่ต้องเดินผ่านส่วนพักผ่อนภายใน หรือหากเราอาบน้ำเสร็จแล้ว ก็ไม่ต้องเดินอ้อมด้านนอก แต่เดินเข้าห้องนอนไปแต่งตัวได้เลย


2 Bedroom 46.80 ตร.ม.

รูปแบบห้อง 2 Bedroom เป็นแบบ 2 Bed 1 Bath ได้พื้นที่ใช้สอย 46.80 ตร.ม. ห้องนอน 2 ห้องจะแชร์ห้องน้ำร่วมกันตรงโถงกลาง เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอกับครัวปิดเป็นสัดส่วน ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่รับประทานอาหารติดกับระเบียง วางโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งได้

ลักษณะห้องได้มาเป็นแบบหน้ากว้าง ทำให้ได้ช่องแสงเยอะ ส่วนนั่งเล่นและห้องนอนอยู่ติดหน้าต่าง ได้ความโปร่งโล่ง ห้องนอนที่มีขนาดใหญ่กว่าจะได้ Walk – in Closet ภายในที่สามารถกั้นเพิ่มเองได้ ซึ่งในห้องนี้ก็จะมีประตูที่เปิดไปใช้งานห้องน้ำได้ด้วย อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว 2 – 4 คนได้สบายๆค่ะ


High Ceiling Studio 26.54 ตร.ม.

รูปแบบห้อง High Ceiling เหมาะกับคนชอบคอนโดที่ได้บรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน โดยในโครงการจะมีให้เลือกตั้งแต่ Studio , 1 Bedroom และ 2 Bedroom ได้พื้นที่ใช้สอย 23.50 – 45.94 ตร.ม. โดยฝ้าเพดานได้ความสูงถึง 4.7 เมตร สูงกว่าโครงการอื่นๆในย่าน จึงทำให้ได้ความโปร่งโล่งมากกว่า แสงสว่างจากธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึงทั้งชั้น 1 และชั้น 2

ห้องแรกที่เราเอาแปลนมาฝากคือ High Ceiling ที่เป็นแบบ Studio โซนหน้าห้องจะเป็นโซน Service อย่างครัวและห้องน้ำ ถัดเข้ามาด้านในจึงเป็นพื้นที่นั่งแล่น แบบติดหน้าต่าง และได้ฝ้าเพดานสูง 4.7 เมตร ห้องนอนจะอยู่ชั้นบนมีพื้นที่กว้างพอให้ Built-in ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้ครบเชตบนชั้นนี้


High Ceiling 1 Bedroom 30.46 ตร.ม.

ห้อง High Ceiling อีก Type นึงเป็นแบบ 1 Bedroom ความน่าสนใจของห้องนี้คือ มีห้องอเนกประสงค์ชั้นล่าง ที่อยู่ติดกับส่วนนั่งเล่น จึงจัดฟังก์ชันตามที่ต้องการเองได้ โดยโครงการกั้นประตูบานเลื่อนกระจกมาให้เป็นสัดส่วน ภายในวางเตียงขนาด 3 – 3.5 ฟุตได้สบายๆเลย ใครที่อยากได้ห้องนอนเล็กเพิ่มอีกห้อง Type นี้ก็ตอบโจทย์นะคะ

แถมชั้นบนของ Type นี้ก็กว้างจนทำ Walk – in Closet ได้เลย เป็นมุมแต่งตัวที่โครงการ Built – in มาให้ ได้ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ พร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง เหมาะกับคนที่มีเสื้อผ้าเยอะ อยากได้พื้นที่แต่งตัวเป็นสัดส่วน ใช้งานร่วมกันได้ 2 คนกำลังดีค่ะ

ราคา

COBE Kaset – Sripatum (โค้บบ์ เกษตร – ศรีปทุม) ราคา ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • Studio พื้นที่ใช้สอยภายใน 23 – 26 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท*

– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 22,330 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,610 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 11,500 บาท

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท*

– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 32,830 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,100 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 15,000 บาท

  • 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 45 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 7.28 ล้านบาท*

– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 50,960 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 3,150 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 22,500 บาท

  • High Ceiling Studio พื้นที่ใช้สอยภายใน 23-26 ตร.ม. (รวมพื้นที่ใช้สอย เฟอร์นิเจอร์แพกเกจ 36-39 ตร.ม.) ราคาเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท*

– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 34,230 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,610 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 11,500 บาท

  • High Ceiling 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยภายใน 30.17 ตร.ม. (รวมพื้นที่ใช้สอย เฟอร์นิเจอร์แพกเกจ 45 ตร.ม.) ราคาเริ่มต้น 5.9 ล้านบาท*

– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 41,300 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,112 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 15,085 บาท

  • รูปแบบการขาย Fully Furnished : ตู้รองเท้า , เคาน์เตอร์ครัว , โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง , Coffee Table , โต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้ 2 ที่นั่ง , ชั้นวางทีวี , ตู้เสื้อผ้า , ฐานเตียงขนาด 5 ฟุต
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.70 เมตร ในห้อง High Ceiling สูง 4.70 เมตร
  • จอง Studio,1 Bed -10,000 บาท / High Celling 1 Bed, 2 Bed – 20,000 บาท
  • ทำสัญญา 30,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

 

บทสรุป

ทำเล :

โครงการ COBE Kaset – Sripatum (COBE เกษตร – ศรีปทุม) ตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธิน จัดอยู่ในย่านชุมชนดั้งเดิม ที่เริ่มมีความคึกคักเพิ่มขึ้นจากส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งช่วยทำให้คนในย่านและนักศึกษาเดินทางได้สะดวกสบายมากขึ้นด้วย การเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็ง่าย มีถนนเลียบคลองบางเขน ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่เชื่อมระหว่างถนนพหลโยธินและถนนวิภาวดี – รังสิต ช่วยลดความหนาแน่นการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนได้ดีค่ะ

ส่วนความอุดมสมบูรณ์จะอิงอยู่บนถนนพหลโยธินเป็นหลัก โดยมีห้างขนาดใหญ่ให้เลือกจับจ่ายใช้สอยได้หลากหลาย แต่จะขยับมาอยู่โซนรัชโยธินและห้าแยกลาดพร้าว จากโครงการนั่งรถไฟฟ้ามาได้ แค่ไม่กี่สถานีเท่านั้น

ศักยภาพของโซนนี้ถือว่าดีเลยนะคะ ในช่วง 1-2 ปีมานี้ก็มีโครงการต่างๆ ของทั้งภาครัฐและเอกชนให้เห็นกันอยู่เสมอ เช่น BTS Visionary Park, Ratchayothin Hills และในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลตัดผ่านใกล้ๆ อีก 1 โครงการค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถ :

ค่อนข้างสะดวก ด้วยตัวโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ทำให้เข้า – ออกได้ง่าย ซึ่งถนนพหลโยธินเป็นถนนหลักที่สามารถขับไปเชื่อมต่อกับถนนใหญ่ได้หลายสาย ซึ่งในย่านนี้จัดว่ามีการพัฒนาทางคมนาคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำทางลอดอุโมงค์ สะพานข้ามแยก และถนนตัดใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง โครงการจัดพื้นที่จอดรถมาให้ 36.62% หรือประมาณ 145 คัน ถือว่าพอใช้งานได้เมื่อเทียบกับทำเลที่อยู่ติดรถไฟฟ้าค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

คอนโดติด BTS ถือเป็นจุดเด่นของโครงการ เพราะที่ตั้งอยู่ติดกับบันไดทางขึ้น – ลง BTS บางบัว ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสีเขียวสายหลักที่นั่งยาวเข้าใจกลางเมืองได้เลย และโครงการยังสามารถไปใช้รถไฟฟ้าได้อีกหลายสายทั้งสายสีชมพู , สายสีแดงเข้ม และ MRT สายสีน้ำเงิน โดยหน้าโครงการยังอยู่ติดถนนใหญ่ ทำให้เรียกใช้บริการรถสาธารณะได้ง่าย มีทั้งแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซต์ และรถเมล์ ซึ่งฝั่งตรงข้ามโครงการก็มีรถตู้วิ่งให้บริการไปฝั่งงามวงศ์วานได้ด้วยนะคะ

วัสดุ :

รูปแบบการขายเป็น Fully Furnished ตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ ที่โดดเด่นเลยคือ เฟอร์นิเจอร์ที่ได้เป็นแบบ Flexible สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งาน พับเก็บได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของได้เยอะ เหมาะกับชาวคอนโดที่ไม่อยาก Built – in หรือซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่ม ซึ่งไม่ใช่ทุกโครงการที่จะให้เฟอร์ฯ ที่ตอบโจทย์ชาวคอนโดได้ขนาดนี้นะคะ

ในส่วนของวัสดุให้มาเหมาะสมกับการใช้งาน เคาน์เตอร์ครัว Built – in มาให้เต็มผนัง ท็อปเป็นหินสังเคราะห์ ได้วัสดุปิดผิวค่อนข้างดี ติดตั้งมาพร้อม Hob&Hood จากยี่ห้อ HAFELE วัสดุพื้นเป็น SPC ทนความร้อน ความชื้นได้ดี และยังไม่โดนปลวก แมลงกัดแทะด้วย ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ได้มาครบชุดจากยี่ห้อ MOGEN ได้ของแต่งครบเหมือนในห้องตัวอย่าง

การออกแบบโครงการ :

การออกแบบโครงการทำออกมาได้ดี มี Concept ชัดเจน ได้จำนวนยูนิตน้อย ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง การออกแบบพื้นที่ใช้งานในโครงการจะแยกพื้นที่ส่วนกลางและส่วนพักอาศัยออกจากกัน ใช้งานได้สะดวก พื้นที่จอดรถอยู่บนอาคารช่วยลดความพลุกพล่าน ลักษณะอาคารวางเป็นแนวยาวขนานไปกับถนนหลักด้านหน้า วิวของห้องพักอาศัยส่วนใหญ่จะได้ความเปิดโล่ง ส่วนแปลนอาคารเป็นแบบ Typical จัดวางตำแหน่งเหมือนกันทั้งชั้นที่เป็นห้อง High Ceiling และห้อง Simplex มีรูปแบบให้เลือกครบในแต่ละชั้น

การออกแบบพื้นที่ใช้สอย :

มีรูปแบบห้องให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ Studio , 1 Bedroom และ 2 Bedroom โดยจุดเด่นอยู่ที่ห้อง High Ceiling เปิดตัวครั้งแรกบนทำเลนี้จากแบรนด์ COBE การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายใน เน้นความโปร่งโล่งเป็นพิเศษ ทั้งในห้อง Simplex ที่ได้เพดานสูง 2.7 เมตร และห้อง High Ceiling สูง 4.7 เมตร ซึ่งถือว่าได้มากกว่าโครงการอื่นๆ การจัดฟังก์ชันภายในก็ทำมาได้ลงตัว แบ่งพื้นที่การใช้งานได้เป็นสัดส่วน ใช้งานได้ดี

ห้องแต่ละแบบก็มีจุดเด่นแตกต่างกันชัดเจน อย่างห้อง Studio ก็มีการจัดพื้นที่ Walk – in Closet แยกมาให้เป็นสัดส่วน การ Built – in แต่ละจุดก็คำนึงถึงการใช้งานได้เหมาะสม มีพื้นที่เก็บของเยอะ หรืออย่างห้อง High Ceiling 1 Bedroom ก็มีห้องอเนกประสงค์ ปรับเปลี่ยนการใช้งานเองได้ เหมาะกับคนที่ชอบอยู่คอนโดแต่อยากได้ห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ จัดฟังก์ชันได้คุ้มค่า

สาธารณูปโภค :

เน้นไปที่ Facilities For New Generation ให้มาเหมาะสมกับจำนวนยูนิต น่าจะแชร์กันใช้ได้สบายๆ ไม่อึดอัด แบ่งพื้นที่ใช้งานเป็น 2 ชั้นหลักๆ คือที่บริเวณ Ground Floor จะเป็นส่วนต้อนรับ พื้นที่ทำงาน และนั่งพักผ่อน ส่วนชั้น 23 จะเป็น Entertainment Zone มีพื้นที่ให้ออกกำลังกาย ทั้ง Fitness และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พื้นที่สังสรรค์ และพื้นที่สีเขียวพร้อมมุมนั่งเล่น ให้ออกมาสูดอากาศชมวิวมุมสูงได้ และมากับค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.ม. เพราะจำนวนยูนิตไม่เยอะค่ะ


Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 130,000 บาท/ตร.ม., 16 มีนาคม 2569

  • ทำเล 8/10 – ใกล้มหาวิทยาลัย หาของกินง่าย เดินทางสะดวก
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – ติดถนนพหลโยธิน เชื่อมต่อถนนหลักรอบๆ ได้สะดวก
  • ไม่ใช้รถ 9/10 – ติด BTS บางบัว และไปเปลี่ยนรถไฟฟ้าได้อีกหลายสาย
  • วัสดุ 8.5/10 – ขายแบบ Fully Furnished ตกแต่งครบ พร้อมเข้าอยู่
  • แบบ 8/10 – Concept ชัด มีรูปแบบห้องให้เลือกเยอะ มีห้อง High Ceiling
  • สาธารณูปโภค 8/10 – จัดเต็ม แชร์กันใช้กับเพื่อนๆ ได้สบาย ไม่อึดอัด

  • UPPER CLASS
  • 8.22 / 10.00

COBE Kaset – Sripatum (โค้บบ์ เกษตร – ศรีปทุม) ดีไหม?

โครงการ COBE Kaset – Sripatum (COBE เกษตร – ศรีปทุม) เหมาะกับคนที่ยอมจ่ายเงินซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้าเพื่อซื้อความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทาง ตอบโจทย์คนที่เดินทางไปทำงานด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก หรือเป็นนักศึกษา, บุคคลากรในม.ศรีปทุม-ม.เกษตรฯ รวมถึงนักลงทุนที่ต้องการซื้อเพื่อปล่อยเช่า

ชอบโครงการที่จำนวนยูนิตน้อย เป็นส่วนตัวสูง มี Facilities ที่ตอบโจทย์วัยเรียน วัยทำงาน อยากได้ห้องฝ้าเพดานสูง ชอบเฟอร์ฯที่ออกแบบมาให้พับเก็บได้ และมีช่องเก็บของเยอะๆ มีงบเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท* หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 22,330 บาท/เดือนขึ้นไป

ตัวอย่างโครงการคอนโดในโซนเกษตร