รีวิวอัพเดทฉบับที่ 1428 …ย้อนไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว โครงการ Rhythm รางน้ำ เป็นอีกโครงการที่ได้รับกระแสตอบรับดีมาก จนสามารถปิดการขายได้หมดภายในวันเดียว ตอนนี้โครงการก่อสร้างมาจนใกล้เสร็จประมาณ 80% แล้วนะคะ โดยมีกำหนดจะเปิดห้องตัวอย่างให้ชมอีกทีประมาณกลางเดือนตุลาคม และเริ่มให้เข้าอยู่ได้ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ค่ะ ซึ่งได้ทาง BC เข้ามาช่วยดูแลต่อในเรื่องการขายห้อง Resale มีราคาห้องเริ่มกันอยู่ที่ประมาณ 5.32 ล้านบาท ไปชมความคืบหน้ากันเลย

Fact @ 14 September 2017

  • RHYTHM Rangnam (ริธึ่ม รางน้ำ)
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ราชเทวี
  • คอนโด High Rise 28 ชั้น 1 อาคาร 385 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 19 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 171 คันคิดเป็น  44% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 1-3-93 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ปี 2559
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปี 2561
  • Studio 28 ตร.ม. ราคาห้อง Resale เริ่มต้น 5.32 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 35 ตร.ม. ราคาห้อง Resale เริ่มต้น 6.34 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 47-62 ตร.ม. ราคาห้อง Resale เริ่มต้น 8.55 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ n/a บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 183,000 – n/a บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS อนุสาวรีย์ ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า : BTS อนุสาวรีย์
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 02-661-8999

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.761155,100.536971

map Rhythm รางน้ำ

ตัวโครงการ Rhythm รางน้ำ ตั้งอยู่ในเขตราชเทวี ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยรางน้ำ ซึ่งเป็นซอยที่วิ่งไปออกถนนใหญ่ได้หลายเส้น โดยตัวถนนเส้นหลักของซอยรางน้ำจะเชื่อมอยู่ระหว่างถนนพญาไทและราชปรารภ  ส่วนถนนในซอยย่อยต่างๆภายในซอยรางน้ำจะสามารถวิ่งไปออกถนนราชวิถีและถนนศรีอยุธยาได้ ซึ่งก็เป็นข้อดีตรงที่ไม่ต้องออกไปกลับรถบนเส้นถนนใหญ่พญาไทซึ่งจุดวนรถอยู่ที่วงเวียนอนุสาวรีย์ชัยมรภูมิและที่จุดตัดถนนศรีอยุธยา เพราะเป็นโซนที่รถติดรถแน่นอยู่ตลอดค่ะไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันหยุด การรู้จักทางเลี่ยงทางลัดย่อยๆในซอยรางน้ำเอาไว้จึงช่วยประหยัดเวลาได้พอตัว

ตัวทำเลนั้นทางทีมงานได้มีทำรีวิวโดยละเอียดไว้แล้วเลยขอหยิบแค่บางส่วนมาให้ดูพอเข้าใจถึงตำแหน่งที่ตั้งนะคะ ส่วนใครอยากอ่านแบบละเอียดๆ คลิกเข้าไปอ่านที่นี่ได้เลยค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ในส่วนของสภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการจะขอสรุปอีกครั้งหนึ่งก่อนไปเจาะลึกตัวโครงการ ซึ่งพื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่เป็นอาคารพักอาศัย โรงแรมและอาคารสำนักงานสูง 4-5 ชั้น แต่ก็มีบางส่วนที่เป็นอาคารสูงถึง 35 ชั้น ทำให้บางส่วนของโครงการจะถูกบล๊อกวิวด้วยอาคารสูงอยู่บ้างนะคะ

  • ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ : ติดซอยรางน้ำ ฝั่งตรงข้ามเป็นห้าง Century สูง 15 ชั้น
  • ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ : ติดอาคารที่พักอาศัยสูง 4 – 5 ชั้น และคอนโด M พญาไทสูง 35 ชั้น
  • ทิศตะวันออกเฉียงใต้ : มีโรงแรมกรุงไทยสูง 4 -5 ชั้น คั่นระหว่างโครงการและคิงพาวเวอร์อยู่
  • ทิศตะวันตกเฉียงใต้ : ติดอาคารสำนักงานสูง 4 ชั้น

 


เจาะลึกตัวโครงการ

Rhythm รางน้ำ เป็นคอนโดฯ High Rise 1 อาคาร สูง 28 ชั้น บนที่ดินประมาณ 1-3-93 ไร่ ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นด้วยสีเทาเป็นหลัก ตกแต่งอาคารด้วย Fin สีน้ำตาล ทำให้ดูมีลูกเล่น ไม่ทึบตัน ภาพรวมอาคารดูไม่หวือหวามากนักแต่มองแล้วอยู่ได้นานไม่ตกไปกับยุคสมัยค่ะ การจัดพื้นที่ภายในอาคารจะแบ่งเป็นพื้นที่จอดรถถึงชั้น 2-5 และเริ่มเป็นห้องพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 6-26 ส่วน Facility หลักๆ ของโครงการจะถูกจัดไว้ที่ชั้นบนสุด ทำให้มีความน่าใช้งาน เนื่องจากจะได้ชมวิวเมืองมุมสูงไปด้วยค่ะ

เข้ามาที่ผังชั้น 1 ของโครงการ Rhythm รางน้ำ มีทางเข้าออกโครงการทางเดียวทางซอยรางน้ำ เข้ามาในโครงการจะจัดพื้นที่สีเขียวไว้ด้าหน้า ทำให้ในส่วนของ Lobby และพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ จะถัดเข้าไปด้านในนิดนึง ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวลดความพลุกพล่านจากบริเวณริมถนน จากหน้าโครงการจะมีป้อมยามคอยรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.และใช้ Key Card Access เพื่อเข้าออกค่ะ

ชั้น 1 ของอาคารไม่มีห้องพักอาศัยนะคะ จะเป็นส่วนของ Lobby ร้านค้า และทางขึ้นที่จอดรถ เส้นทางเดินรถในโครงการเมื่อขับเข้ามาด้านในจะเป็นทาง One-Way วนขวา และมีจุด Drop-Off ให้สามารถแวะส่งลูกบ้านหน้าทางเข้าอาคารได้สะดวก สำหรับที่จอดรถบนชั้น 1 จะเป็ฯที่จอดรอบอาคาร เหล่าบรรดา Visitors ก็สามารถจอดได้ที่ชั้นนี้ ส่วนชั้น 2 ขึ้นไปจะเป็นที่จอดรถสำหรับลูกบ้านโดยเฉพาะ จึงต้องใช้ Key Card ในการเข้า-ออก นะคะ

ทางเข้า Main Lobby ของโครงการไม่ได้ถูกออกแบบให้เห็นเด่นเป็นสง่าตั้งแต่ด้านหน้าโครงการนะคะ ผู้ออกแบบตั้งใจให้เดินผ่านสวนเข้ามาหน่อย เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศเพื่อเข้าสู่พื้นที่พักอาศัย ซึ่งแขกของลูกบ้านสามารถมานั่งรอได้ในบริเวณนี้ แต่ไม่สามารถขึ้นชั้นพักอาศัยได้ เพราะ ทางขึ้นห้องพักจะขึ้นผ่าน Lift Lobby โดยใช้ Key Card แสกนผ่านเข้าไปเท่านั้นค่ะ

บริเวณด้านหน้าโครงการจะเป็นซุ้มทางเข้า-ออกโครงการยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีนะ แต่หากเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ บริเวณทางเข้า-ออกนี้ก็จะมีการติดตั้งไม้กั้นกระดก และพี่รปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าลูกบ้านจะผ่านเข้าออกก็ต้องใช้ Keycard แสกนตั้งแต่ตรงจุดนี้เลยค่ะ พอเข้าโครงการไปแล้วทางเดินจะเป็นแบบ One-Way ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางวนรอบอาคารนะคะ

ทางเดินรถบริเวณหน้าโครงการจะเป็น Stamped Concrete ดูเรียบร้อยสวยงาม จะสังเกตุเห็นสวนด้านหน้าโครงการทางฝั่งซ้ายที่ออกแบบไว้เป็นแนวต้นไม้ใหญ่ ซึ่งพอเวลาผ่านไปก็จะกลายเป็นกำแพงต้นไม้ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับการอยู่อาศัยภายในโครงการได้ดีค่ะ

ส่วนแรกที่เจอเลยคือจุด Drop-Off ที่อยู่บริเวณหน้าทางเข้า Lobby ทำให้ลูกบ้านสามารถวนรถมาส่งคนตรงนี้ได้สะดวก

พื้นที่บริเวณจุด Drop-Off จะดูโปร่งโล่งดี ด้วยความสูงของฝ้าที่เกือบถึง 5 ม.

ผ่านหน้า Drop-Off มา จะพาไปดูตามทางวนรถรอบอาคารกันต่อ

ทางฝั่งขวาของทางเดินรถจะแบ่งช่องให้จอดรถใต้ตึกได้ตลอดแนว รวมแล้วประมาณ 12 คัน ใครที่เป็น Visitor ก็สามารถมองจอดรอบๆ อาคารกันได้เพราะไม่ต้องใช้ Keycard หรือถ้าใครขับรถที่มีความสูงเป็นพิเศษ ไม่สามารถจอดบนตึกได้ ก็จะมีที่จอดอยู่รอบอาคารแบบนี้ค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆ จะมีทางเข้าที่จอดรถในอาคารอยู่ทางฝั่งขวา

ซึ่งในอนาคตทางเข้า-ออกที่จอดรถในอาคาร จะมีการรักษาความปลอดภัยด้วยไม้กระดกกั้น การนำรถเข้าออกอาคารจะต้องใช้ Key Card อีกเช่นกันค่ะ

บรรยากาศภายในที่จอดรถทำได้โปร่งโล่งดี ช่วงที่เข้ามานี้ยังมีการเก็บงานกันอยู่และยังไม่ได้ทำความสะอาด ก็จะมีฝุ่นเยอะหน่อยนะคะ

ทางโครงการเก็บรายละเอียดบริเวณชั้นจอดรถมาดี โดยมีการทำราวตะแกรงไว้ให้เรียบร้อย พอออกแบบมาเป็นตะแกรงแล้วก็เป็นได้ทั้งกันตกและกันนกบิน กันเศษใบไม้ปลิวเข้ามาได้ และก็ทำให้ลมพัดผ่านได้ดีด้วยนะคะ

เลี้ยวขึ้นมาตามทางเดินรถก็จะถึงชั้นจอดรถแล้ว ขนาดของทางเดินรถก็มีความกว้างที่ได้มาตรฐานดี ใช้งานได้สะดวก มีลูกศรบอกเส้นทางการเดินรถไว้ชัดเจน

ในส่วนของช่องจอดรถมีขนาดที่ไม่กว้างนัก แต่ก็ไม่แคบเกินไป

ความสว่างบนชั้นจอดรถ นอกจากจะได้จากแสงไฟแล้วก็ยังได้แสงธรรมชาติที่สามารถส่องผ่านเข้ามาได้

จากบริเวณที่จอดรถก็สามารถเข้าอาคารได้เลย โดยจะต้องใช้ Key Card แตะเพื่อผ่านเข้า Lift Lobby นะคะ

ออกจากบริเวณที่จอดรถก็จะพาวนไปด้านหลังโครงการ ดูภาพรวมของทางเดินรถจะได้ขนาดทางที่ใหญ่ ขับกันสบายๆ ในส่วนนี้ของพื้นจะเห็นว่าพื้นยังเป็นคอนกรีตโครงสร้างอยู่เลย ซึ่งก่อนส่งมอบอาคารจะมีการเทพื้นด้วยยางมะตอยทับอีกทีนะคะ

ตลอดทางเดินรถจะมีแนวไม้พุ่มล้อมไว้ตามแนวรั้วแบบนี้ ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูร่มรื่นรอบโครงการได้ดีทีเดียว

ต่อไปจะพาเข้ามาดูในตัวอาคารกันบ้าง จากบริเวณ Drop-Off จะมีทางเข้าอาคารที่กว้างและถูกออกแบบมาให้เป็นทางลาด ทำให้สะดวกในการขนของเข้าอาคาร แล้วจะมีร้านค้าอยู่ทางขวา 1 ยูนิต ซึ่งจะเป็นร้านอะไรนั้นคงต้องรอดูกันต่อไปค่ะ

Lobby ของอาคาร ตกแต่งในสไตล์ Luxury สมกับระดับราคาของโครงการและเป็นปกติของแบรนด์ Rhythm ที่มักจะใช้กระเบื้องลายหินในการตกแต่ง ซึ่งจะมาพร้อมกับกับผนังกระจกบานใหญ่ ทำให้ ได้แสงธรรมชาติจากภายนอกส่องผ่านเข้ามาในอาคาร บรรยากาศจึงดูอบอุ่นดี

ทางขวาของ Lobby ก็จะแบ่งพื้นที่เป็นส่วนกลางต่างๆ ไล่ตั้งแต่ทางเข้าไปเลยก็จะเป็นห้องน้ำ ถัดไปเป็น Mail Box และด้านในสุดเป็นทางเข้าส่วนของ Lift Lobby ที่ต้องใช้ Key Card ในการผ่านเข้า-ออก นะคะ

บรรยากาศภายในห้องน้ำยังคงคอนเซปต์ของความหรูหราด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน

บรรยากาศในส่วนห้อง Mail Box จะเป็นช่องเล็กๆใส่จดหมายอยู่ในขนาดที่พอใช้ได้ ดูสะอาดตาด้วยช่องสีขาว

เข้ามาในโถงลิฟท์ของอาคาร มีลิฟท์ทั้งหมด 3 ตัว ซึ่งการจัดตำแหน่งของ Lift Lobby ไว้ด้านในทำให้ลิฟต์ไม่ได้อยู่กลางอาคาร ทำให้ห้องพักด้านหน้าอาคารมีระยะห่างจากโถงลิฟต์มากกว่าห้องอื่นๆ โดยห้องที่อยู่ห่างจากลิฟต์มากสุดมีระยะประมาณ 20 ม. สำหรับอัตราส่วนลิฟต์ที่อยู่ในอัตราส่วนประมาณ 1:128 เกิน 100 มานิดหน่อยก็ไม่ถึงกับต้องรอนานมากในชั่วโมงเร่งด่วนค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 6 เป็นชั้นแรกที่เริ่มมีห้องพักอาศัย แต่ก็ยังมีบางส่วนของชั้นที่เป็น Facility ส่วนกลางอยู่นะคะ ผังของโครงการนี้มีข้อดีของการจัดตำแหน่งของโถงลิฟต์ที่ออกได้ 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งจะเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลางเลย ไม่ต้องเดินผ่านห้องพักอาศัย และอีกฝั่งหนึ่งเชื่อมกับพื้นที่ของห้องพักอาศัย ทำให้ห้องพักอาศัยในชั้นนี้ไม่ต้องเสียความเป็นส่วนตัวไป

สำหรับห้องพักอาศัยบนชั้น 6 นี้มีหลายแบบให้เลือกทั้งแบบห้อง Studio, 1 Bedroom, 2 Bedroom และมีห้องพักแบบ Garden View ด้วย ห้องพักส่วนใหญ่จะหันออกทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทิศทางลมของประเทศไทยส่วนใหญ่ลมจะมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศใต้ ส่วนในหน้าหนาวลมจะมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนตัวคิดว่าห้องที่ดูลงตัวสุดคือห้องทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่โดนทั้งแดดบ่ายและยังได้ลมจากทางทิศใต้ด้วย ในเรื่องวิวความสูงของห้องพักในชั้นนี้จะเลยตึกข้างๆ แล้ว แต่ทั้ง 2 ฝั่งจะถูกบล๊อกวิวด้วยคอนโดสูงในระยะที่ถัดไปนิดหน่อย

ตำแหน่งของสวนจะอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอาคาร ทำให้การใช้งานของสวนนี้เหมาะจะใช้ในช่วงเช้าที่มีแดดไม่จัดนัก เพราะตัวอาคารจะบังแดดทางทิศตะวันออกในตอนเช้าๆ ให้จนถึงช่วงเที่ยง ซึ่งหลังจากเวลานี้บริเวณสวนจะร้อนหน่อย ต้องรอแดดร่มลมตกในตอนเย็นถึงจะน่าใช้งานอีกครั้งค่ะ นอกจากสวนฝั่งนี้จะเป็นพื้นที่สวนส่วนกลางให้มานั่งเล่นได้แล้ว ยังเป็นวิวให้กับห้องพักทางฝั่งนี้ ให้พอได้บรรยากาศของต้นไม้สีเขียวๆ ด้วยเช่นกัน

บรรยากาศภายในสวนจะเล่นระดับของบันไดเป็นขั้นๆ ซึ่งแต่ละขั้นมีความสูงกว่าปกติให้สามารถนั่งห้อยขาลงได้ ในชั้นนี้ไม่ได้สูงมากนักทำให้วิวเมืองที่ได้จะไม่กว้างนัก

วิวจากสวนบริเวณชั้น 6 ก็จะได้มุมเปิดระหว่างอาคาร M พญาไท และ Century Mall พอดี จะหันออกไปทางถนนพญาไท ซึ่งอาคารส่วนใหญ่บริเวณนี้ก็จะสูงเพียง 4-5 ชั้น จึงมีพื้นที่ให้มองผ่านแบบโล่งๆ ได้บ้าง

ขึ้นมาที่ชั้น 7 – 20 จะเริ่มเป็นห้องพักอาศัยทั้งชั้น มีจำนวนห้องพัก 19 ห้อง การจัดวางผังห้องพักจะเหมือนในชั้น 6 คือมีให้เลือกทั้งแบบห้อง Studio, 1 Bedroom, 2 Bedroom เช่นกัน สำหรับวิวก็จะคล้ายกับที่ชั้น 6 เลย แต่ถ้าเป็นห้องที่สูงขึ้นมาประมาณชั้น 16 ก็จะเริ่มพ้นจากตึกสูงที่รายรอบโครงการแล้วค่ะ

บรรยากาศบนชั้นพักอาศัยก็จะมีทางเดินส่วนกลางเพื่อแยกเข้าห้องต่างๆ ส่วนที่พิเศษคือมีพื้นที่ทะลุเป็นช่องโล่งๆ ขึ้นไปด้านบน ช่องนี้มีประโยชน์ให้บริเวณทางเดินดูโปร่ง และยังช่วยเป็นทางระบายควันขึ้นสู่ด้านบน ในกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ด้วยค่ะ

ทางเดินส่วนกลางเป็นทางเดินยาวๆ แบบนี้ มีขนาดไม่กว้างนักแต่ก็ไม่แคบจนเกินไปให้พอเดินสวนกันได้ ปลายทางเดินมีช่องแสงจากหน้าต่างของอาคาร ทำให้แสงธรรมชาติสามารถเข้ายังทางเดินส่วนกลางได้

ขึ้นมาดูผังชั้น 21 ก็จะมีการจัดผังห้องพักคล้ายๆ กับที่ชั้น 6 – 20 เลย ส่วนที่ต่างคือบนชั้นนี้จะมีจำนวนห้องพักที่ลดลงเหลือ 17 ห้อง โดยตัดห้อง 2 Bedroom ออกไป 2 ห้อง ส่วนวิวบนชั้นนี้ ยิ่งสูงขึ้นมาจะยิ่งได้วิวเมืองที่โล่งขึ้นด้วยแต่โดยรวมก็เหมือนที่ชั้น 20 นั่นแหละค่ะ

ส่วนชั้น 26 ก็จะมีจำนวนยูนิตที่ลดลงอีกโดยเหลืออยู่ 15 ห้อง ใครที่ชอบอยู่ชั้นที่มีเพื่อนบ้านน้อยๆ ก็เลือกห้องในชั้นบนๆ ตั้งแต่ชั้น 21 ขึ้นมาก็จะมียูนิตที่น้อยลงเรื่อยๆ ค่ะ

ขึ้นมาบนชั้น Roof Top จัดเป็นชั้น Facilities ของโครงการเต็มชั้นเลย ได้แก่ Infinity Edge Swimming Pool ที่ออกแบบให้เห็นวิวเมืองได้จากในสระว่ายน้ำเลย นอกจากนี้ก็จะมีห้อง Fitness แบบ 2 ชั้นและ ห้องน้ำแยกชายหญิง ที่จัด Steam ไว้ให้บริการด้วย ส่วนพื้นที่โดยรอบจะมีการจัดพื้นที่นั่งเล่นในสวน เปิดพื้นที่ให้ลูกบ้านในชั้นต่างๆได้มีโอกาสขึ้นมาชมวิวเมืองจากชั้นบนสุดได้ค่ะ

สระว่ายน้ำแบบ Infinite-Edge Pool ระบบเกลือขนาดใหญ่ทีเดียว ใช้ว่ายออกกำลังกายได้เลย ภายในสระนอกจากจะมีพื้นที่ทางยาวให้ว่ายน้ำแล้ว ยังมีมุมนั่งพักชมวิวได้ด้วยนะ

ซึ่งการเอาสระขึ้นมาไว้ชั้นบนสุดก็เป็นข้อดีของโครงการนี้ ทำให้สามารถชมวิวเมืองจากในสระว่ายน้ำได้เลยนะคะ

จากมุมในสระว่ายน้ำถ้ามองออกไปทางฝั่ง M พญาไท ก็จะได้วิวที่เปิดโล่ง ไม่โดนบล๊อกวิว เพราะทางโครงการออกแบบให้พื้นที่สระส่วนใหญ่อยู่ในตำแหน่งที่พ้นจากขอบอาคารของ M พญาไท มาแล้ว

พื้นที่บนชั้น Rooftop นั้นนอกจากจะมีสระว่ายน้ำเป็นส่วนกลางหลักๆ แล้ว ก็จะมีพื้นที่สวนส่วนกลาง และพื้นที่อเนกประสงค์ให้มานั่งเล่น รับลม ชมวิวได้

บรรยากาศของสวนส่วนกลางด้านข้างสระว่ายน้ำ จัดสวนด้วยการเล่นระดับของบันไดเป็นขั้นๆ แต่ละชั้นก็จัดให้มีพื้นที่นั่งเล่น

อีกฝั่งหนึ่งมีพื้นที่อเนกประสงค์เป็นพื้นที่โล่งๆ ออกแบบให้เกิดลูกเล่นของการทำทางเดินข้ามน้ำเล็กๆ แต่ตอนนี้ยังไม่เสร็จดีก็เลยยังไม่มีน้ำนะคะ คาดว่าในอนาคตคงมีชุดโต๊ะสนามมาตั้งให้เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อน ชมวิวอีกมุมหนึ่ง

พื้นที่ตรงนี้จะได้วิวทางด้านอนุสาวรีย์นะคะ แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้าถามว่าวิวด้านนี้จะโล่งให้เห็นอนุสาวรีย์สวยๆ แบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า คำตอบคือไม่ทั้งหมดนะคะ ส่วนหนึ่งเพราะโครงการตั้งอยู่กลางใจเมือง จึงมีการขึ้นตึกสูงอยู่เรื่อยๆ ก็เป็นปกติที่จะต้องมีอาคารใหม่ๆ มาบังวิวกันบ้าง ซึ่งทางทิศนี้ก็จะมี Ideo Q Victory สูง 38 ชั้น ขึ้นมาบล๊อกวิวอีกที

หันกลับมาที่สระว่ายน้ำจะเห็นห้อง Fitness แบบ 2 ชั้นที่อยู่ด้านหลังสระว่ายน้ำ แต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงก่อสร้างอยู่ ภายในยังไม่เสร็จดี จากตำแหน่งของห้อง Fitness เวลาเล่นเครื่องเล่นก็จะได้วิวบริเวณสระว่ายน้ำและวิวเมืองโดยรอบ ถ้าตึกเสร็จทั้งหมดเมื่อไหร่คงต้องมาอัพเดทภายในกันอีกทีค่ะ

ด้านข้างของห้อง Fitness จะมีช่องทางเดินเล็ก เป็นทางเข้าในส่วนของห้องน้ำ และสวนด้านหลังบนชั้นนี้

ห้องน้ำมีแยกให้ทั้งชายหญิงพร้อมห้อง Steam ค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่เสร็จเรียบร้อยนะคะ คงต้องรอชมบรรยากาศภายในอีกทีตอนตึกเสร็จค่ะ

นอกจากนี้ก็จะมีทางเดินไปสู่พื้นที่สวนด้านใน

บริเวณนี้มีการออกแบบ Fin เพื่อกันแดดกันฝนให้กับพื้นที่บริเวณหน้าห้องน้ำ และยังให้ความสวยงามแก่อาคาร ดูมีรายละเอียดมากขึ้นเลยนะคะ

สวนด้านในนี้เป็นสวนขนาดเล็ก ไม่ได้ตั้งใจทำไว้เป็นจุดชมวิวเพราะอยู่ติดกับอาคาร M พญาไทเลย แต่ก็เป็นมุมที่ให้ความสงบดีเหมือนกันนะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูวิวรอบๆโครงการกันต่อ ด้านหน้าโครงการ (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ) จะหันออกทางซอยรางน้ำซึ่งฝั่งตรงข้ามเป็นห้าง Century ทิศนี้ในปัจจุบันถ้าชั้นสูงๆ ประมาณชั้น 19 ขึ้นไป น่าจะมองเลยผ่านห้าง Century ออกไปเห็นอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้แน่ๆ แต่ในอนาคตถ้าโครงการ Ideo Q Victory สร้างเสร็จ ก็จะมีตึกสูงมาบังวิวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพิ่มอีกหนึ่งอาคารนะคะ , ส่วนด้านข้างโครงการฝั่งที่หันไปทางถนนใหญ่พญาไทเป็นทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้านนี้ติดอาคารที่พักอาศัยสูง 4 – 5 ชั้น และคอนโด M พญาไทสูง 35 ชั้นอยู่ วิวเลยจะถูกบล๊อคไปส่วนนึง, ด้านข้างอีกฝั่งของโครงการเป็นทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีโรงแรมกรุงไทยสูง 4 -5 ชั้น คั่นระหว่างโครงการและคิงพาวเวอร์อยู่ ด้านนี้มองออกไปจะเห็นคิงพาวเวอร์และสวนสันติภาพได้ แถมได้ลมดีด้วยนะ, ส่วนด้านหลังของโครงการเป็นทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทิศนี้เจอแดดร้อนหน่อยนะคะ แถมวิวก็ไม่ค่อยมีอะไรให้มองเท่าไหร่ เพราะถัดจากอาคารสำนักงานสูง 4 ชั้นไปทางถนนศรีอยุธยา ส่วนใหญ่จะเป็นพวกอพาร์ทเม้นท์ คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงานซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

ด้านหน้าโครงการติดถนนซอยรางน้ำหรือฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มองออกไปจะเจอวิวประมาณนี้ค่ะ คือมีห้าง Century อยู่ตำแหน่งใกล้สุด สูงประมาณ 12 ชั้น นอกนั้นก็จะเป็นหอพัก อพาร์ทเมนต์ Low-Rise ที่เข้าจากซอยรางน้ำซะส่วนใหญ่ โรงพยาบาลราชวิถีอยู่ทางซ้ายมือ นอกนั้นแถบใกล้อนุสาวรีย์จะเป็นห้างขายส่ง-ขายปลีก และร้านอาหาร ถือว่าเป็นวิวอนุสาวรีย์ฯ ที่ดีทีเดียว แต่ก็ต้องเป็นคนที่อยู่ชั้นสูงๆหน่อยนะคะ ซัก 19 ขึ้นไปวิวถึงน่าจะพ้นห้าง Century ได้แน่ๆ แต่ในอนาคตถ้าโครงการ Ideo Q Victory สร้างเสร็จ ก็จะมีตึกสูง 38 ชั้น มาบังวิวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพิ่มอีกหนึ่งอาคารนะคะ

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตรงนี้หันหน้าเข้าไปในซอยรางน้ำ ข้างๆโครงกการเป็นโรงแรมกรุงไทสูง 4 -5 ชั้น จึงมองไปเห็นพื้นที่ด้านข้างของ King Power Complex รางน้ำที่ สูงประมาณ 12 ชั้น  วิว นอกนั้นในซอยจะเป็นอพาร์ทเมนต์ขนาดเล็ก และที่อยู่อาศัยทั้งแบบชุมชนและบ้านเดี่ยวมีบริเวณ วิวระยะไกลสำหรับชั้นสูงๆจะเห็นสวนสันติภาพ พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของย่านนี้ได้ด้วย

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ : ด้านหลังโครงการอยู่ติดกับอาคารสำนักงานสูง 3 – 4 ชั้น ไม่โดนบล๊อกในระยะประชิด แต่ในระยะถัดออกไปนิดหน่อยจะมีตึกบล็อควิวค่อนข้างเยอะนะ เป็นตึกรุ่นเก่าๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ จะมีอาคารพญาไทที่มีความสูง 10 ชั้น และคอนโดสูง 18 ชั้นแปลงถัดไป ต้องวิวชั้นสูงๆอย่างชั้น 24 ขึ้นไปถึงจะมองไปได้ไกลหน่อย ส่วนชั้นล่างๆน่าจะถูกบล๊อกวิวพอสมควร

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ : ห้องพักทางทิศนี้จะมีความแตกต่างกันของเรื่องวิวพอสมควร เพราะห้องพักส่วนหนึ่งจะติดกับคอนโด M พญาไท นี่ล่ะค่ะ ก็จะเป็นวิวตึกไปแทน ส่วนห้องพักที่อยู่ส่วนหน้าของอาคารนั้น พอเลยชั้น 6 ขึ้นไปส่วนใหญ่ก็จะเห็นวิวเปิดโล่งของถนนพญาไท เพราะด้านข้างฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ Rhythm รางน้ำ ส่วนใหญ่ติดอาคารที่พักอาศัย 4 -5 ชั้น มันมองเลยออกไปได้

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool 1 สระ ระบบเกลือ
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง 2 ชั้น
  • สวนหย่อมบนชั้น 27
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 128 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 171 คันคิดเป็น 44%
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

สำหรับห้องตัวอย่างของโครงการจะยังไม่มีให้ดูในตอนนี้นะคะ จะมีเฉพาะห้อง Standard ที่เตรียมส่งมอบให้ดูกัน ซึ่งโครงการนี้จะขายแบบ Fully Fitted คือ ไม่ได้ให้เฟอร์นิเจอร์มาทั้งหมด แต่จะให้เฉพาะห้องน้ำ และ Counter ครัวนะคะ

ห้องแบบ Studio ขนาด 28 ตร.ม. มีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่จัดมาได้ลงตัว ลักษณะห้องเป็นสไตล์หน้าแคบลึกและวางฟังก์ชันของพื้นที่ครัวและห้องน้ำให้อยู่ด้านหน้าห้อง (ในอาคาร) เพื่อให้พื้นที่ส่วนเตียงนอนและพื้นที่นั่งเล่นได้วิวและแสงจากภายนอกได้ดี ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งขึ้นมามากกว่าการวางฟังก์ชันครัวและห้องน้ำอยู่ด้านนอก แลกมาประสิทธิภาพใช้งานครัวและห้องน้ำที่ลดลง เพราะครัวและห้องน้ำจะต้องพึ่งพาระบบระบายอากาศของตัวอาคารล้วนๆ แปลนแบบนี้จึงเหมาะกับคนที่ไม่ได้เน้นทำครัวเยอะ ส่วนใหญ่ก็ใช้พื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่เตียงนอนเป็นหลัก จึงอยากให้แสงเข้าห้องมายังพื้นที่นั่งเล่นมากกว่า อย่างไรก็ตามแบบห้องจะเหมาะหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยนะคะ

เริ่มจากประตูหน้าห้องเป็นบาน HDF สีน้ำตาล ติด Digital Doorlock มาให้

เปิดประตูเข้ามาในห้อง ส่วนแรกเลยจะเจอกับเคาน์เตอร์ครัวทางฝั่งซ้าย ส่วนฝั่งขวาเป็นห้องน้ำ ถัดเข้าไปเป็นโซนพักผ่อน ทั้งนอนและนั่งเล่นที่รวมไว้ในพื้นที่เดียวกัน

มาดูรายละเอียดส่วนของเคาน์เตอร์ครัวเป็นตำแหน่งแรก พื้นที่ยืนทำครัวจะเป็นพื้นที่เดียวกับทางเดินเข้าห้อง ซึ่งเค้าก็ให้พื้นที่ทางเดินตรงนี้มากว้างพอสมควรประมาณ 1.5 ม. ถ้าอยากได้ครัวปิด สมัยนี้เค้าก็จะกั้นห้องด้วยฉากกั้น 3 ตอนก็ประหยัดพื้นที่ดีนะคะ

ขนาดเคาน์เตอร์พอเหมาะกับการใช้งานในคอนโดแบบ Studio เฟอร์นิเจอร์ที่ได้ก็จะมีชุดครัวที่เว้นตำแหน่งสำหรับวางตู้เย็นไว้ให้, Pantry ครัว, Backsplash ด้านหลังและตู้ลอยนะคะ

เคาน์เตอร์ครัวด้านล่างมีตู้เก็บของเป็นตู้บานเปิดปิดและลิ้นชัก ซึ่งบานพับจะเป็นแบบ Soft close ทั้งหมด จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเปิดปิด 2 ตู้ใต้เคาน์เตอร์มีทั้งหมด 3 ตู้หนึ่งเป็นลิ้นชักไว้เก็บช้อนส้อม เก็บจาน อีก 2 ตู้หนึ่งเป็นชั้นวางของเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งตู้ใต้ซิงค์ล้างจานจะมีความพิเศษคือมีถังขยะฝาปิดติดกับตู้มาให้เลย แต่ก็อย่าลืมเว้นพื้นที่เผื่อซ่อมแซมอ่างล้างจานด้วยนะคะ

มาดูส่วนบนของเคาน์เตอร์ครัวกันบ้าง ให้ช่องเคาน์เตอร์มา 3 ช่องนะคะ ช่องหนึ่งเป็นซิงค์ล้างจาน อีกช่องเป็นเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน อีกช่องเป็นเคาน์เตอร์โล่งไว้ให้เป็นพื้นที่เตรียมอาหาร Top เป็นหินสังเคราะห์ ส่วน Backsplash ด้านหลังติดกระเบื้องแกรนิตโต้มาให้ เวลาปรุงอาหารแล้วกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวของ Franke จะใช้อุ่นอาหารเล็กๆ น้อยๆ หรือ ทำอาหารทานกันในห้องก็ได้ มาพร้อมเครื่องดูดควันของ Franke เช่นกัน โดยจะต่อท่อดูดควันออกไปข้างนอกให้เรียบร้อย

ถัดไปเป็นซิงค์ล้างจานและก๊อกน้ำของ Franke มีขนาดพอจะใส่จานใส่แก้วได้ และมีความลึกพอสมควรที่จะล้างแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมาค่ะ

ตู้ลอยสำหรับเก็บของด้านบนเป็นตู้บานเปิด 3 ตู้ ภายในแบ่งเป็นช่องเก็บของ ตัวบานพับเปิดปิดเป็นแบบ Soft Close เช่นเดียวกับตู้ใต้เคาน์เตอร์ครัวนะคะ

มาดูห้องน้ำกันต่อ ภายในห้องน้ำจัดฟังก์ชันมาครบทั้งส่วนเปียก ส่วนแห้ง ในส่วนของสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้ ก็จะได้มาครบ ผนังด้านหลังอ่างล้างหน้าติดกระจกไว้เป็นบานใหญ่กว้างเกือบเต็มผนัง ทำให้บรรยากาศภายในห้องน้ำดูโปร่ง

ภายในแบ่งพื้นที่ 2 ส่วนด้วยขอบธรณีกั้น เพื่อกันน้ำจากพื้นที่ส่วนเปียกไหลไปส่วนแห้ง ทำให้ได้การใช้งานที่เป็นสัดส่วน

อ่างล้างหน้าของ Kohler หรือเทียบเท่า มีขนาดพอสมควรกับการใช้งาน มีขอบอ่างสำหรับวางของได้นิดหน่อย ด้านล่างอ่างล้างมือมีลิ้นชักให้เก็บของเพิ่มได้ ถือว่ายังให้มาไม่สมกับราคาเท่าไหร่นะคะ

โถสุขภัณฑ์แบบสองชิ้นเดียวของ Kohler หรือเทียบเท่า พร้อมสายฉีดชำระและแกนใส่กระดาษทิชชู่ตามมาตรฐานโครงการ

ต่อไปมาดูพื้นที่อาบน้ำกันบ้าง จะถูกกั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกนิรภัย ซึ่งเป็นแบบบานเปิดปิด มีมือจับสามารถจับเปิดได้สะดวก ช่วยกันไม่ให้น้ำจากพื้นที่ส่วนเปียกกระเด็นออกมาในพื้นที่ส่วนแห้ง ผนังข้างฝักบัวมีเจาะช่องมาให้วางของ 2 ช่อง เจาะช่องมาให้ลึกดี วางของได้หลายอย่าง

หน้าตาของฝักบัวที่ได้รับของ Grohe มีขนาดจับได้ถนัดมือดี

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 0.8 x 1 ม. ปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ผิวด้านกันลื่น

ส่วนธรณีประตูห้องน้ำเป็นหินสังเคราะห์ ซึ่งอันนี้ถือว่าให้มาดีนะเพราะทนกว่าธรณีประตูที่เป็นไม้ลามิเนตค่ะ

ถัดเข้ามาในห้อง มาดูพื้นที่ภายในโซนพักผ่อนกันบ้าง ห้องพักจะได้ฝ้าเพดานสูง 2.6 ม. พื้นปูด้วยไม้ลามิเนต ส่วนผนังได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว ซึ่งห้อง Studio แบบนี้ก็เหมาะจะอยู่คนเดียวและไม่ได้มีแขกมาเยี่ยมบ่อยๆ เพราะไม่มีแยกโซนห้องนอนกับห้องนั่งเล่นออกจากกันอย่างชัดเจนเลยนะ พื้นที่ตรงนี้มีข้อดีที่จะได้แสงธรรมชาติเข้ามาจากทางกระจกด้านในเต็มๆ ซึ่งจะเป็นส่วนที่โปร่งโล่ง น่าอยู่ ที่สุดในห้อง

ถัดมายังพื้นที่ด้านในสุดคือส่วนของระเบียง จะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ตัวเฟรมวงกบเป็นอลูมิเนียมที่มีความหนาพอสมควร เวลาเปิดปิดก็ดูหนาแน่นดีนะ

จากระเบียงก็จะมีช่องเปิดให้เห็นวิวเมืองโดยรอบ มีราวกันตกไว้ให้เรียบร้อย ส่วนคอมเพลสเซอร์แอร์จะแขวนอยู่ด้านบนและปล่อยลมร้อนออกนอกอาคาร ทำให้ความร้อนไม่สะสมอยู่ที่ระเบียง จึงสามารถใช้พื้นที่ระเบียงได้เต็มที่

พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้แบบผิวด้านกันลื่น ซึ่งทำให้ทำความสะอาดง่าย มีขนาดประมาณ 1.2 x 0.9 ม. เป็นพื้นที่ไว้สำหรับวางเครื่องซักผ้าและราวตากผ้าขนาดเล็กได้ค่ะ

ขยับมาที่ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 35 ตร.ม. แปลนห้องโดยรวมจะให้ความสำคัญกับห้องนอนมากกว่าห้องแบบ Studio ได้พื้นที่ห้องนอนแบบเป็นสัดส่วน โดยแยกส่วนของ Common Area ประกอบด้วยห้องนั่งเล่น, ห้องครัว, ระเบียง ออกจากห้องนอนอย่างชัดเจน ส่วนข้อด้อยของแปลนนี้ก็คือพื้นที่นั่งเล่นจะไม่ได้วิวภายนอก โซนครัวและห้องน้ำจะถูกจัดไว้ด้านในตัวอาคารทำให้ต้องพึ่งระบบระบายอากาศของอาคารล้วนๆ เช่นเดียวกับห้องแบบแรกนะคะ

เข้ามาภายในห้องโซนแรกจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นรับแขก ห้องที่พามาดูเป็นห้อง Standard ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ก็จะดูยากหน่อย เดี๋ยวจะค่อยๆ อธิบายไปนะ ถัดเข้าไปด้านในเป็นพื้นที่สำหรับทำครัวและทานข้าว ด้านในสุดเป็นห้องนอนที่มีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน ซึ่งห้องนั่งเล่นก็ต้องอาศัยแสงธรรมชาติที่ลอดผ่านจากประตูกระจกนี้มาช่วยให้บรรยากาศในห้องดูโปร่งขึ้น

ฝ้าเพดานห้องนี้สูง 2.6 เมตร ซึ่งเป็นระดับที่ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่งพอสมควร พื้นห้องในส่วนนั่งเล่นและห้องนอนจะได้เป็นพื้นไม้ลามิเนต

เข้ามาในห้องแล้วหันกลับมองพื้นที่หน้าประตู จะเป็นพื้นที่สำหรับวางชุดโซฟานั่งเล่น

เยื้องๆ กับชุดโซฟานั่งเล่นเป็นส่วนของพื้นครัว ก็จะได้ Pantry ครัวเป็นตัว L มีขนาดใหญ่ขึ้นมากว่าห้องแบบแรกอีกนิดหนึ่ง ทำให้มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าอยู่ใต้เคาน์เตอร์ด้วย ส่วนสเปคของที่ให้จะเหมือนกับห้องแบบแรกเลยนะคะ

ด้านข้างโซนครัวจะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนเปียก-แห้งไว้เรียบร้อย และติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนเหมือนกับห้องน้ำในห้องแบบแรกเลยนะคะ

ต่อไปมาดูส่วนของห้องนอนกันค่ะ ประตูห้องนอนเป็นประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 2 ตอน ได้บานสูงถึงฝ้าเพดานเลย ทำให้ดูโปร่งดี แต่ด้วยความที่เป็นบานกระจกก็จะทำให้เสียความเป็นส่วนตัวภายในห้องนอนไปได้เหมือนกัน ก็สามารถแก้ด้วยการติดม่านบังสายตาเพิ่มเติมได้

ขอบประตูเก็บรายละเอียดมาดี คือตัวรางประตูนั้นถูกเซาะร่องให้รางอยู่ในระนาบเดียวกับพื้น ทำให้พื้นห้องปูพื้นได้ต่อเนื่องเดินสบายไม่สะดุดเท้าค่ะ

พื้นที่ภายในห้องนอนที่กว้างพอสมควร ภายในมีหน้าต่างบานใหญ่ จินตนาการภาพพอวางเตียงทางฝั่งขวา เราก็จะสามารถนอนชมวิวจากบนเตียงนอนได้เลย

ในส่วนของปลายเตียงนั้นเป็นตำแหน่งสำหรับติดทีวี แนะนำให้ติดแบบแขวนดีกว่าเพื่อประหยัดพื้นที่ทางเดินรอบเตียง ถัดไปมีประตูทางเข้าห้องอเนกประสงค์ ซึ่งประตูทางเข้านี้ดูจะแคบไปหน่อย อาจจะมีปัญหาตอนที่ขนของชิ้นใหญ่ๆ เข้าออกห้อง ส่วนพวกเฟอร์นิเจอร์คงต้องเรียกมา Built-in ภายในห้องเลยค่ะ

ซึ่งภายในห้องอเนกประสงค์สามารถจัดเป็นห้อง Walk-in Closet หรือจะทำเป็นห้องทำงานก็ได้

ผนังห้องอีกฝั่งหนึ่งเป็นประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกไประเบียงด้านนอก โดยกรอบประตูจะอยู่บนขอบธรณีที่ยกสูงขึ้นอีกทีนึง ซึ่งขอบธรณีนี้จะช่วยกันน้ำจากภายนอกไม่ให้ไหลเข้าสู่ภายในตัวห้อง

พื้นที่ระเบียงมีขนาด 1.1 x 2 เมตร พอให้วางราวตากผ้าและต้นไม้กระถางได้อีกนิดหน่อย

ด้านบนเป็นที่ตั้งของ Condensing Unit 2 ตัว ตั้งหันเข้าหาระเบียง ทำให้ระเบียงจะได้รับลมร้อนอยู่เสมอเวลาที่เปิดแอร์ในห้อง แต่ก็ออกแบบมาเป็นแบบแขวนทำให้ความร้อนลอยขึ้นสู่ด้านบนไปบ้าง ไม่เป่ามาโดนตรงๆ แต่ก็มีประโยชน์ในเวลาที่ต้องการให้ผ้าแห้งเร็วๆ นะคะ

สวิชต์เปิด – ปิดและปลั๊กไฟจะได้ของ Siemens ค่ะ

 

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 14 September 2017

  • Studio เนื้อที่ 28 ตร.ม. ราคา 5.32 ล้านบาท หรือ 190,000 บาท/ตร.ม.

  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง n/a บาท
  • ทำสัญญา n/a บาท
  • ค่ากองทุน 450 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 58 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

การก่อสร้างโครงการ Rhythm รางน้ำ ก็มีความคืบหน้าไปประมาณ 80% แล้วนะคะ จึงพอเห็นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ส่วนที่จัดว่าเด่นของโครการนี้เลยคือในเรื่องของตัวทำเลโครงการที่ถูกรายล้อมความอุดมสมบูรณ์แถมยังเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกมากๆ ในราคา Resale เริ่มต้นประมาณ 190,000 /ตร.ม. ซึ่งถ้ามองดูโครงการในทำเลโดยรอบในระดับราคาเดียวกันนี้ ก็มีให้เทียบอยู่หลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นคอนโดในทำเลใกล้ๆ กันแต่เป็นมือ 2 อย่าง M พญาไท หรือคอนโดใหม่แกะกล่องอย่าง Ideo Q Victory ซึ่งทั้ง 2 ตัวถือว่าเป็นตัวเทียบที่พอฟัดพอเหวี่ยง แต่ M พญาไท จะได้ภาษีดีกว่าในเรื่องของสเปคห้อง ส่วนหนึ่งเพราะว่าเป็นคอนโดมือสองที่บุกตลาด High-En ในช่วง 5 ปีที่แล้ว จึงให้สเปคแบบจัดเต็มมาดีแต่ก็ต้องแลกกับความไม่สดใหม่ เหมือนอย่าง Rhythm รางน้ำ ส่วน Ideo Q Victory จะได้เปรียบตรงที่ใกล้รถไฟฟ้ามากกว่าแต่ราคาก็แพงกว่าเช่นกัน โดยจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท/ตร.ม. และตัวโครงการยังไม่ได้ก่อสร้าง ถ้าใครต้องการเข้าอยู่ช่วงปลายปีก็มี Rhythm รางน้ำ เป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาเช่นกัน

ถ้าถามความเห็นส่วนตัวคิดว่าราคาห้อง 190,000 /ตร.ม. เป็นราคาที่สามารถเลือกซื้อได้แทบทุกคอนโดในละแวกนี้ ไม่ว่าจะขึ้นไปทางอารีย์ก็จะมีตัวเลือกอย่างเหล่าตระกูล Noble ต่างๆ ทั้ง Noble Re D, Noble Reform บนทำเลใกล้รถไฟฟ้าและความอุดมสมบูรณ์เช่นกัน หรือจะถัดลงมาที่ย่านราชเทวี พญาไท ก็มีตัวเลือกอย่าง Ideo Q พญาไท, Villa ราชเทวี ให้เลือกด้วย จึงเห็นว่าโครงการ Rhythm รางน้ำ เป็นโครงการที่เหมาะกับคนที่ต้องการหาที่อยู่ในย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ จริงๆ หรือมีที่ทำงานที่อยู่ในละแวกนี้อย่างโรงพยาบาลชื่อดังต่างๆ, อาคารสำนักงานและ King Power รางน้ำ ก็จะสะดวกในการเดินทางไปทำงานอย่างมากทีเดียว

ทำเล – โครงการอยู่ในซอยรางน้ำ ห่างจากถนนพญาไทประมาณ 50 ม. และห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประมาณ 130 ม. จึงจัดเป็นทำเลที่มีการคมนาคมสะดวกเพราะอยู่ใจกลางเมืองอยู่แล้ว สามารถเดินทางเข้าสู่สยามฯ จุฬา ชิดลม หรือ มาทางอารีย์ จตุจักรก็ง่าย นอกจากการเดินทางที่สะดวกมากๆ แล้วยังมีความอุดมสมบูรณ์สูง โดยอยู่ตรงข้ามห้าง Century เลย แถมยังอยู่ในซอยรางน้ำ ที่สามารถหาของกินได้ตลอดทั้งกลางวันกลางคืน มีร้านอาหารอร่อยๆและรถเข็นขายของข้างทางเยอะ และยังใกล้สวนสันติภาพในระยะ 300 ม. สามารถไปวิ่งออกกำลังกายหรือไปเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศในสวนสาธารณะได้สบายๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังใกล้โรงพยาบาลชื่อดังต่างๆ ในระยะที่สามารถเดินไปได้หรือนั่งรถแท็กซี่ หรือรถไฟฟ้าไปก็แค่ไม่กี่สถานีค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถ – ใครอยู่แถวนี้ก็มีความได้เปรียบพอตัว เนื่องจากอยู่ใกล้อนุสาวรีย์ฯ ทำให้มีทางให้เลือกใช้หลายทาง ซึ่งแต่ละทางก็เป็นถนนเส้นใหญ่ๆ ที่มีซอยย่อยให้ทะลุ ลัด เชื่อมกันได้อีกหลายเส้น และยังใกล้จุดทางขึ้น-ลงทางด่วน (ทางพิเศษศรีรัช) ที่อยู่ห่างจากอนุสาวรีย์ไปนิดเดียว

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – ถือเป็นจุดเด่นของโครงการนี้เลยเพราะมีระยะห่างจาก BTS อนุสาวรีย์เพียง 130 ม. ซึ่งจากสถานีนี้จะห่างจากสยามแค่ 3 สถานี และห่างจากสถานีพญาไทซึ่งเป็นจุด Interchange ไปใช้แอร์พอร์ตลิงก์ได้ หรือจะเรียกพี่วินมอไซค์ หรือแท็กซี่ก็ง่าย จะไปรถเมล์ก็มีป้ายอยู่ที่หน้า Century เลยค่ะ

วัสดุ – วัสดุค่อนข้างธรรมดาไปหน่อยถ้าเทียบกับราคาคอนโดระดับนี้ในทำเลเดียวกัน ซึ่งโครงการละแวกนี้ที่มีให้เทียบส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมือ 2 ที่เปิดขายช่วง 5 ปีที่แล้ว ซึ่งวัสดุของคอนโดสมัยนั้นจะให้มาดีทีเดียว พอเทียบกับโครงการใหม่ๆ ในปัจจุบันที่ราคาพอๆ กันจึงกลายเป็นว่าวัสดุจะด้อยกว่า ตัวห้องขายแบบ Fully Fitted คือมีชุดครัวมาให้ สุขภัณฑ์ Kohler มีฉากกั้นห้องน้ำ ,อุปกรณ์อาบน้ำของ Grohe ส่วนฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร พื้นไม้ลามิเนต 8 มม. กับแกรนิตโต้ 60 x 60 cm.

การออกแบบ – เนื่องจากที่ดินอยู่ใจกลางเมืองทำให้มีอาคารสูงโดยรอบหลายแห่ง ซึ่งโครงการก็วางผังหลบการบล๊อกวิว และเปิดมุมมองของห้องพักในส่วนต่างๆ ได้ดี ส่วนที่ชอบที่สุดคือการเลือกเอาพื้นที่ส่วนกลางหลักๆ ไว้บนชั้น Rooftop ทำให้ดูมีความน่าใช้งานมาก รวมถึงมีการเก็บรายละเอียดหลายๆ ส่วนที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย อย่างเช่น ที่ชั้น 6 มีการแยกประตูบริเวณ Lift Lobby ออกเป็น 2 ฝั่ง เพื่อแยกพื้นที่ส่วนกลางกับพื้นที่ในโซนห้องพักอาศัยออกจากกัน หรือการจัดสวนด้านหน้าโครงการที่เน้นเป็นต้นไม้ใหญ่เพื่อบังสายตา และความพลุกพล่านจากพื้นที่ภายนอกโครงการ เป็นต้น

ส่วนการออกแบบห้องพักหลักๆ จะเป็นแปลนมาตรฐานที่เห็นกันอยู่ทั่วไป ส่วนที่ต่างคือห้องพักแบบใหม่ขนาด 35 ตร.ม. ของแบรนด์ Rhythm ซึ่งถือว่าเป็นของใหม่ในยุคที่มีการเปิดตัวโครงการเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันก็เริ่มจะเห็นบ่อยแล้วนะคะ ห้องแบบใหม่นี้ที่มีวิธีคิดในการการแบ่งพื้นที่ให้มีห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมา แต่ส่วนครัวถูกลดความสำคัญไปหน่อยทำให้พื้นที่ครัวค่อนข้างจำกัด เพื่อตอบโจทย์คุณผู้หญิงหรือผู้อยู่อาศัยที่ต้องการพื้นที่สำหรับเก็บของเยอะๆ มีเสื้อผ้าเยอะจนล้นตู้ ก็สามารถ Built-in ตู้แบบจัดเต็มห้องอเนกประสงค์ได้เลย

สาธารณูปโภค – เป็นข้อดีของโครงการที่นำพื้นที่ส่วนกลางหลัก ๆ อย่าง สระว่ายน้ำและห้อง Fitness แบบ 2 ชั้นขึ้นมาไว้ชั้นบนสุดของโครงการ ทำให้ผู้อยู่อาศัยทุกชั้น มีพื้นที่ส่วนกลางให้ขึ้นมาชมวิวเมืองในมุมสูง ได้มีพื้นที่ออกกำลังกายที่ได้วิวดีๆ ซึ่งข้อดีตรงนี้ไม่ได้หาได้จากทุกโครงการที่มีราคาระดับนี้นะคะ ก็ต้องรอดูตอนโครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์อีกทีว่าค่ะว่า จะออกมาได้สวยน่าใช้งานขนาดไหน

 

Judgement

เนื่องจากโครงการนี้ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี ทางทีมงานจึงยังไม่สามารถให้คะแนนได้ ต้องรอให้เห็นบรรยากาศจริงของพื้นที่ส่วนกลางที่เสร็จสมบูรณ์ก่อนนะคะ

BOTTOM LINE

Rhythm รางน้ำ เหมาะกับคนทำงานในทำเลนี้เช่น ตามอาคารสำนักงานในย่านอนุสาวรีย์ฯ โรงพยาบาลรามาฯ โรงพยาบาลราชวิถี เป็นต้น ที่กำลังมองหาคอนโดมือหนึ่งและพร้อมให้เข้าอยู่ช่วงปลายปี ต้องการความสะดวกในการใช้รถยนต์และรถไฟฟ้าในการเดินทาง ยอมจ่ายมากหน่อยเพื่อแลกกับทำเลใจกลางเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เข้าสยามฯ จุฬาฯ หรือไปทางจตุจักร ง่าย มีงบประมาณระดับ 5.32 – 10 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 37,000 – 70,000 บาท/เดือน