…วันนี้เราพามาชมโครงการ Maxxi Prime รัชดา – สุทธิสาร คอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่จาก AssetWise ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของ “ทำเลที่ตั้ง” ซึ่งมีความได้เปรียบเพื่อนบ้านย่านเดียวกันอย่างมาก อีกทั้งการออกแบบเองก็มีความน่าสนใจในหลายๆจุดด้วยครับ โดยผมได้รวบรวมจุดเด่นหรือ Highlights ต่างๆมาได้ดังต่อไปนี้

  • เป็นโครงการภายในซอย ที่อยู่ใกล้กับถนนใหญ่รัชดาภิเษกมากที่สุดของย่านในปัจจุบัน
  • ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีสุทธิสาร ในระยะเดินถึงได้เพียง 450 m. และใกล้ตลาดเมืองไทยภัทร หาของกินง่าย
  • ออกแบบโถงทางเดินในอาคาร ให้มีทั้งสวน ช่องแสง และการระบายอากาศที่ดี โดยยอมเสียพื้นที่ขายส่วนหนึ่งไป รวมถึงยังได้ความเป็นส่วนตัวจาก Single Corridor ในหลายๆจุดด้วย
  • ห้องพักมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นใหญ่กว่าเพื่อนบ้าน เป็นห้องหน้ากว้าง ช่องแสงเยอะ บรรยากาศโปร่งโล่ง และให้วัสดุมาดีเหมาะสมกับราคา

ข้อมูลโครงการ

Maxxi Prime Ratchada – Sutthisan (แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา – สุทธิสาร) ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565

 ชื่อโครงการ  Maxxi Prime Ratchada – Sutthisan (แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา – สุทธิสาร)
 ชื่อผู้ประกอบการ  บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS  MAIN CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่  ซอย หัสดิเสวี ถนน สุทธิสาร เขต ห้วยขวาง
 ที่ดิน  1-2-86.7 ไร่
 ประเภทคอนโด  Low Rise 8 ชั้น
 จำนวนยูนิต  218 ยูนิต
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด   32 ยูนิต
 ที่จอดรถ  ประมาณ 34% แบบไม่รวมจอดซ้อนคัน
 สถานะโครงการ  สร้างเสร็จพร้อมอยู่
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 28 – 30 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 41 ตร.ม.

 ฝ้าเพดานสูง  2.45 เมตร
 ราคาเริ่มต้น  2.69 ล้านบาท (Promotion)
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 95,000 บาท/ตร.ม.
 เว็บไซต์โครงการ https://assetwise.co.th/condominium/maxxiprime/
 Call Center  02-168-0000

ทำเลที่ตั้ง

Highlights :

  • ทำเลในซอยที่อยู่ใกล้ถนนใหญ่รัชดาภิเษกมากที่สุดของย่านในปัจจุบัน
  • ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีสุทธิสาร ในระยะเดินได้จริงเพียง 450 m.
  • มีความอุดมสมบูรณ์ ใกล้ตลาดเมืองไทยภัทร หาของกินง่าย
  • อยู่ในซอยย่อยที่มีความเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน

พิกัด Google Maps : 13.787183, 100.577122
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

โครงการ Maxxi Prime รัชดา – สุทธิสาร ตั้งอยู่ภายในซอยหัสดีเสวี (ด้านหลังตึกเมืองไทยภัทร) ที่เรียกได้ว่าเป็นคอนโดเปิดใหม่ที่อยู่ใกล้ถนนใหญ่รัชดาภิเษก มากที่สุดในย่านสุทธิสาร – 20 มิถุนาในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ครับ จึงทำให้มีความได้เปรียบในการไปใช้งานรถโดยสารสาธารณะอย่าง MRT สุทธิสาร ด้วยการเดินเท้าได้จริงแบบไม่ยากเย็นนัก ซึ่งเป็นที่ต้องการของพนักงานชาวออฟฟิศทั้งหลายเป็นอย่างมาก เพราะบนถนนรัชดาภิเษกนั้นมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หลายแห่งเลยทีเดียวครับ หรืออย่างน้อยๆก็มีตึกเมืองไทยภัทรที่อยู่ใกล้สุด จนสามารถเดินไปทำงานได้นั่นเอง

อีกทั้งยังมีความอุดมสมบูรณ์จากตลาดเมืองไทยภัทร และร้านค้าร้านอาหารต่างๆที่เปิดอยู่บริเวณแยกสุทธิสารอีกด้วย ส่วนในแง่การเดินทางด้วยรถยนต์ สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทางคือ ถนนสุทธิสารที่ตัดผ่านทั้งถนนลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก และถนนวิภาวดี-รังสิตได้ ส่วนอีกทางหนึ่งจะเป็นซอย 20 มิถุนา ที่เราสามารถเชื่อมต่อไปยังประชาอุทิศ-เหม่งจ๋าย เลียบด่วนรามอินทรา และเทียมร่วมมิตร-พระราม 9 ได้อีกด้วยครับ

การเดินไปใช้งาน MRT สุทธิสาร :

จะเป็นการลัดเลาะผ่านไปตามซอยย่อยต่างๆ ซึ่งต้องบอกก่อนนะครับว่า ซอยภายในชุมชนเหล่านี้จะเป็นซอยเล็กๆ ไม่ได้มีทางเท้าให้เดินได้สะดวกเหมือนถนนใหญ่ จึงอาจต้องใช้ความระมัดระวังกันสักนิดนึงด้วยนะ

โดยในช่วงเวลากลางวันหรือการออกไปทำงานในตอนเช้า เราจะสามารถเดินได้สบายมาก แต่ในช่วงเวลากลางคืนผมอาจไม่แนะนำสักเท่าไหร่นัก เพราะการเดินผ่านซอยบ้านพักอาศัยนั้นจะค่อนข้างมืดและเปลี่ยวกว่าตรงถนนใหญ่ ซึ่งควรจะใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์จะสะดวกและปลอดภัยมากกว่าครับ โดยเส้นทางต่างๆจะประกอบด้วย

  1. สีเขียว : เป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุดเพียง 450 m. โดยผ่านชุมชนในซอยอุดมสุขด้านหลังตลาดเมืองไทยภัทร และเดินลัดผ่านตลาดไปก็จะถึงสถานีรถไฟฟ้าได้แล้วครับ แต่เนื่องจากเป็นตลาดที่เปิดเฉพาะเวลากลางวัน และจะเริ่มเก็บร้านกันตอน 3 – 4 โมง ซึ่งถ้าใครที่กลับบ้านมาช่วงค่อนข้างเย็นมากๆ ก็อาจเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทนการเดินผ่านตลาดที่ปิดและมืดแล้วก็ได้นะ
  2. สีน้ำเงิน : เส้นทางนี้ผมแนะนำสำหรับช่วงขากลับหลังเลิกงานตอนเย็น เพราะเป็นการเดินบนทางเท้าเลียบถนนใหญ่ ซึ่งจะมีความปลอดภัยจากแสงไฟบนท้องถนน และมีร้านค้าที่เปิดถึงช่วงกลางคืนด้วยครับ โดยเราสามารถมาต่อวินมอเตอร์ไซค์ตรงโลตัส (ปากซอยอุดมสุข) ได้ในระยะ 150 m.
  3. สีแดง : อันนี้ผมลองวัดระยะการเดินผ่านซอยหัสดีเสวี ซึ่งจะมีระยะทางประมาณ 700 m. โดยถ้าเป็นช่วงภายในซอยย่อยก็จะเป็นเส้นทางที่ไม่มีทางเท้าให้เดิน และเป็นชุมชนบ้านเรือนที่จะไม่ได้คึกคักในตอนกลางคืนมากนัก แต่ถ้าออกไปตรงถนนสุทธิสารแล้วก็จะมีทางเท้าให้เดินได้ปกติครับ

ทางด่วนที่ใกล้ที่สุด :

Image 1/3
ทางด่วนแรกที่ใกล้ที่สุดคือ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร สามารถขับตรงยาวๆผ่านแยกสุทธิสาร เพื่อมาขึ้นทางด่วนบนถนนวิภาวดีด่านดินแดงได้ ในระยะทางประมาณ 4.8 km. โดยอาจต้องเผื่อเวลาเดินทางสัก 20 นาที สามารถเข้าเมืองไปทางเพลินจิต สาทร พระราม 3 และพระราม 4 ได้ครับ

ทางด่วนแรกที่ใกล้ที่สุดคือ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร สามารถขับตรงยาวๆผ่านแยกสุทธิสาร เพื่อมาขึ้นทางด่วนบนถนนวิภาวดีด่านดินแดงได้ ในระยะทางประมาณ 4.8 km. โดยอาจต้องเผื่อเวลาเดินทางสัก 20 นาที สามารถเข้าเมืองไปทางเพลินจิต สาทร พระราม 3 และพระราม 4 ได้ครับ

บรรยากาศการเดินทางมายังโครงการ :

Image 1/10
การเดินทางวันนี้ผมมาด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งจะได้พาทุกคนชมบรรยากาศระหว่างเดินไปด้วยในตัว โดยจะเดินตัดผ่านตลาดและชุมชนในซอยอุดมสุขมาเรื่อยๆ มีระยะทางประมาณ 450 m. บรรยากาศจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยครับ

การเดินทางวันนี้ผมมาด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งจะได้พาทุกคนชมบรรยากาศระหว่างเดินไปด้วยในตัว โดยจะเดินตัดผ่านตลาดและชุมชนในซอยอุดมสุขมาเรื่อยๆ มีระยะทางประมาณ 450 m. บรรยากาศจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

บริบทโดยรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนแนวราบ ที่ว่าง และที่จอดรถ รวมถึงยังมีอาคาร Low Rise เหมือนกันอยู่บ้าง แต่ด้วยความที่เป็นทำเลในซอยย่อย จึงค่อนข้างมีความเงียบสงบพอสมควรเลยทีเดียว สามารถสรุปได้ดังนี้

วิวจากชั้นดาดฟ้าของอาคาร

  • ทิศเหนือ : ติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ที่จอดรถ และวิวทางฝั่งสุทธิสาร

วิวจากชั้นดาดฟ้าของอาคาร

  • ทิศใต้ : ติดกับซอยหัสดีเสวี ที่ว่าง และวิวทางฝั่งห้วยขวาง

วิวจากชั้นดาดฟ้าของอาคาร

  • ทิศตะวันอออก : ติดกับอู่ซ่อมรถยนต์ ที่จอดรถ และวิวทางฝั่งซอย 20 มิถุนา

วิวจากชั้นดาดฟ้าของอาคาร

  • ทิศตะวันตก : ด้านหน้าโครงการติดกับซอยหัสดีเสวี ฝั่งตรงข้ามเป็นโรงแรม 8 ชั้น และถ้าเราก้มลงมองด้านล่างก็จะเห็น Facilities ของโครงการได้ด้วย

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • ตลาดนัดเมืองไทยภัทร ~ 450 m.
  • ตลาดห้วยขวาง ~ 2.4 km.
  • The Street รัชดา ~ 3.1 km.
  • เอสพลานาด รัชดา ~ 3.8 km.
  • บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รัชดาภิเษก ~ 4.2 km.
  • เซ็นทรัล พระราม 9 ~ 4.3 km.
  • ฟอร์จูน ทาวน์ ~ 4.5 km.

โรงเรียน

  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ~ 3.7 km.
  • KIS International School ~ 4.1 km.
  • Regent’s International School Bangkok ~ 4.7 km.

สถานที่ราชการ

  • อาคารเมืองไทยภัทร ~ 500 m.
  • CW Tower ~ 2.7 km.
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ~ 5.2 km.
  • อาคาร AIA ~ 5.3 km.

รายละเอียดโครงการ

Highlights :

  • บรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างดูหรูหราดี และมีฟังก์ชันให้ใช้งานครบ
  • มีการยกสระว่ายน้ำขึ้นมาไว้บนชั้น 2 และปลูกต้นไม้รอบๆเพื่อพรางสายตา เพิ่มความสดชื่นและความเป็นส่วนตัวได้ดี
  • ยอมเสียพื้นที่ขายส่วนหนึ่งไป เพื่อออกแบบอาคารให้มีช่องแสง และการระบายอากาศที่ดี ด้วยการเพิ่ม Pocket Garden ไว้บนชั้นพักอาศัย
  • มีการวางตำแหน่งห้องพักอาศัยให้ได้ Single Corridor หลายจุด ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว

Maxxi Prime รัชดา – สุทธิสาร เป็นคอนโดที่ทาง AssetWise ได้เป็นผู้บริหารโครงการหลังจากที่ได้ทำการซื้อ บริษัท แม็กซี่ พรีเมียร์ วัน ซึ่งเป็นเจ้าของเดิมของคอนโดแบรนด์นี้ เพราะเนื่องจากทาง AssetWise ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของทำเลและตัวโปรดักส์โครงการนี้ ที่สอดคล้องกับแนวคิดของแบรนด์คอนโดตนเองพอดี โดยพวกคอนเซ็ปต์ในการออกแบบและสเปควัสดุต่างๆ จะยังคงเป็นแบบเดิมเหมือนที่ทางเจ้าของเดิมได้ทำเอาไว้ ซึ่งก็ค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่จะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันเลยครับ

Master Plan บริเวณชั้น 1 จะเป็นพื้นที่จอดรถใต้อาคารเกือบทั้งหมดเลยครับ สามารถจอดได้ประมาณ 34% แบบไม่รวมซ้อนคัน โดยความน่าสนใจจะอยู่ตรงการออกแบบ “สวนบริเวณด้านหน้า” ที่ทำหน้าที่เป็นส่วนต้อนรับเวลาเข้า-ออกโครงการพอดี ซึ่งก็จะดูสวยงามและให้บรรยากาศที่ร่มรื่นมากขึ้นได้นั่นเองครับ ส่วนการขึ้นอาคารก็จะมีอยู่ 2 ทางหลักๆคือ การเข้าจาก Lobby ที่อยู่ใต้อาคารตามปกติ หรือเราจะเดินผ่านสวนขึ้นบันไดไปชั้น 2 โดยตรงเลยก็ได้

และจากบรรยากาศด้านหน้าโครงการจะเห็นว่า เค้ามีการถมที่ดินสูงจากถนนสาธารณะพอสมควรทีเดียวครับ ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าอนาคตหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหนักๆ ก็จะไม่ไหลเข้าสู่ตัวโครงการได้ง่ายๆแน่นอน

แต่ทั้งนี้สำหรับรถคันที่ไม่สูงมากนัก เวลาขับรถขึ้น-ลงก็อาจต้องค่อยๆตีโค้งแล้วหยอดลงช้าๆสักหน่อยนะ เพราะไม่อย่างงั้นสเกิร์ตหน้ารถก็อาจขูดกับพื้นถนน จนเสียหายได้ง่ายๆเลยล่ะครับ (สังเกตจากร่องรอยอารยธรรมตรงถนนหน้าโครงการ ก็น่าจะโดนกันไปแล้วหลายคัน หรืออย่างน้อยๆก็รถของผมคันนึงครับ แฮะๆ)

ส่วนทางเข้าโครงการด้านซ้ายมือคือป้อม รปภ. และตรงกลางจะเป็นไม้กั้นกระดก ที่เปิด-ปิดด้วยระบบ RFID หรือใช้สัญญาณ Bluetooth แบบอัตโนมัติเหมือน Easy Pass บนทางด่วน

เส้นทางการเดินรถจะวนไปทางซ้ายมือนะครับ ซึ่งก็จะมีที่จอดส่วนใหญ่อยู่ใต้อาคารเป็นหลัก คิดเป็นประมาณ 34% แบบไม่รวมซ้อนคัน ส่วนบริเวณช่วงกลางอาคารเราจะเจอกับประตูกระจกที่เป็น Lobby นั่นเอง

บรรยากาศภายใน Lobby ตกแต่งไปด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน กระจก และขอบสีทองต่างๆ ซึ่งก็ดูหรูหราดีทีเดียวครับ โดยพื้นที่รอบๆก็จะมีที่นั่งคอย เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ และ Mailbox

ถัดเข้ามาจะเป็นโถงลิฟต์ ซึ่งจะต้องใช้ Key Card Access เพื่อความปลอดภัย และด้านในจะมีลิฟต์โดยสารทั้งหมด 2 ตัวครับ

หรือเราสามารถขึ้นอาคารได้อีกเส้นทางหนึ่ง โดยการเดินขึ้นบันไดผ่านสวนที่อยู่ด้านหน้าไปได้ด้วยนั่นเองครับ

สำหรับแปลนชั้น 2 จะมีทั้งห้องพักอาศัยและ Main Facilities ที่อยู่ในชั้นเดียวกัน โดยจะมีการแยกโซนออกจากกันเป็นสัดส่วนด้วยการกั้นประตูตรงโถงลิฟต์ ที่ต้องใช้ Key Card Access เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว ซึ่งคนที่อยู่ชั้นนี้สามารถขึ้น-ลงอาคารด้วยบันไดที่อยู่ด้านหน้าได้สบายๆ โดยแทบไม่ต้องใช้ลิฟต์เลยก็ว่าได้ครับ รวมถึงยังสามารถเดินออกมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้สะดวกอีกด้วย ซึ่งประกอบด้วยสระว่ายน้ำ / Co-Kitchen Space / Meeting Room และ Fitness

และนี่คือบรรยากาศของพื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ด้านหน้าครับ ประกอบด้วยบันไดที่สามารถเดินขึ้นไปยังชั้น 2 ได้ โดยจะมีการปลูกต้นไม้ จัดสวน และทำเป็นมุมน้ำตกเล็กๆ ซึ่งช่วยเสริมสร้างบรรยากาศความร่มรื่นได้เป็นอย่างดี

ขึ้นบันไดมาแล้วเลี้ยวซ้าย จะเป็นทางเดินเชื่อมไปยัง Facilities ต่างๆได้ครับ ซึ่งก็จะมีทั้งแบบ Outdoor และ Indoor ให้ได้ใช้งาน

เริ่มที่สระว่ายน้ำขนาด 19.1 x 3.8 m. และยังมีการติดตั้ง Jet Pool ที่สามารถให้เรามาว่ายทวนกระแสน้ำเพื่อออกกำลังกายได้อีกด้วยครับ โดยข้อดีของการที่นำสระมาไว้บนชั้น 2 แบบนี้ ก็จะทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวจากคนที่ผ่านไป-มาด้านหน้าโครงการด้วยนะ เพราะคนที่อยู่ชั้น 1 จะไม่สามารถมองเห็นคนที่กำลังว่ายน้ำอยู่บนชั้นนี้ได้ง่ายๆนั่นเองครับ

นอกจากนี้บริเวณรอบๆสระ ก็ยังมีการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มความสดชื่น แถมยังมีส่วนช่วยในการพรางสายตา และเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งานได้ด้วยนะครับ

อีกด้านหนึ่งของสระจะเป็น Shower สำหรับล้างตัว และมีห้องน้ำแยกชาย-หญิงให้ใช้งานได้ด้วยครับ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางในอาคารจะมีทางเข้าอยู่ตรงกลาง โดยแยกออกเป็น 2 ฝั่งหลักๆคือ ด้านซ้ายจะเป็นโซน Activity สำหรับออกกำลังกาย ส่วนด้านขวาจะเป็นโซนเงียบสงบ สำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนและใช้สมาธิครับ

เรามาเริ่มกันที่โซนด้านขวากันก่อน เมื่อเข้ามาด้านในเราจะเจอกับ Co-Kitchen Space ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่เราสามารถจัดปาร์ตี้ร่วมกับเพื่อนๆเป็น 10 คนได้เลย โดยตรงกลางจะเป็นโต๊ะ Island สำหรับเตรียมอาหารและนั่งทานเล็กๆน้อยๆได้ครับ

ส่วนด้านในจะเป็นชุดโซฟาขนาดใหญ่ ที่เราสามารถมานั่งเล่น นั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือจะใช้เป็นพื้นที่รับรองแขกก็ได้ โดยที่ผนังด้านข้างจะเป็นกระจกทั้งหมด สามารถมองออกไปชมวิวสระว่ายน้ำและพื้นที่สีเขียวภายนอกได้ด้วยครับ

ส่วนอีกด้านของห้องจะเป็น Meeting Room ที่จะมีประตูกระจกกั้นแยกออกไปเป็นสัดส่วน

ภายในมีโต๊ะและจอทีวีขนาดใหญ่ สามารถนั่งทำงานหรือประชุมพร้อมกัน 6 – 8 คนแบบเป็นส่วนตัวได้สบายๆ

ติดกันจะเป็นห้อง Fitness ที่มีอุปกรณ์ค่อนข้างครบครัน สามารถมาใช้งานพร้อมกัน 5 – 6 คนได้ครับ

โดยเครื่องเล่นทั้งหมดจะหันออกไปรับวิวสระว่ายน้ำ และพื้นที่สีเขียวที่อยู่ด้านนอกแบบนี้เลยครับ จึงทำให้สามารถออกำลังกายไปและชมวิวไปพร้อมๆกันได้ไม่น่าเบื่อ

กลับมาตรงบริเวณหน้าบันไดตอนแรกอีกครั้ง ขวามือจะเป็นห้องนิติบุคคลที่เราสามารถเดินมาติดต่อธุระต่างๆได้ ส่วนตรงกลางจะเป็นทางเข้าโถงลิฟต์ และจะต้องใช้ Key Card Access เข้า-ออกเพื่อความปลอดภัยครับ

ส่วนภายในโถงลิฟต์เราก็จะเห็นว่า เค้ามีการกั้นประตูกระจกอีกชั้นหนึ่งด้วย เพื่อแยกโซนห้องพักอาศัยของชั้นนี้ออกไป แน่นอนว่าต้องใช้ Key Card Access เพื่อความเป็นส่วนตัวครับ

สำหรับชั้นพักอาศัยแบบเต็ม Floor จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 3 เป็นต้นไป โดยความพิเศษของชั้นนี้ที่ต่างจากชั้นอื่นๆคือ ตรงมุมด้านในของอาคารจะมี Pocket Garden เล็กๆอยู่ด้วย ซึ่งทางผู้ออกแบบเค้าต้องการเพิ่มช่องเปิดภายในอาคาร เพื่อให้เกิดความโปร่งโล่ง และมีอากาศถ่ายเทที่ดีมากขึ้น

โดยแลกกับยอมเสียพื้นที่ขายส่วนหนึ่งไปบ้าง แต่ก็ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีเลยทีเดียว ซึ่งคนที่อาศัยอยู่ชั้น 3 ก็จะสามารถมานั่งเล่นพักผ่อนตรงนี้ได้ รวมถึงคนที่อยู่บนชั้นอื่นๆ ก็จะสามารถก้มลงมาเพื่อดูสวน/ต้นไม้จากด้านบน และยังคงได้แสงสว่าง+อากาศถ่ายเทที่ดีทุกชั้นเลยครับ

เรามาดูลักษณะการวางผังห้องกันบ้างครับ โดยตัวอาคารจะเป็นรูปทรงคล้ายตัว C ที่โอบล้อมพื้นที่ Court ตรงกลางเอาไว้ ซึ่งจะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 32 ยูนิต/ชั้น และวางตำแหน่งลิฟต์เอาไว้เกือบจะเป็นช่วงกลางๆอาคาร เลยทำให้ห้องในแต่ละโซนสามารถมาใช้งานได้สะดวกพอๆกันครับ

นอกจากนี้ยังมีการออกแบบโถงทางเดินเป็น Single Corridor เอาไว้หลายจุดเลย (ในกรอบสีน้ำเงิน) ซึ่งข้อดีก็คือ เราจะได้ความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น เพราะไม่ต้องเปิดประตูออกมาแล้วเจอห้องฝั่งตรงข้าม อีกทั้งห้องในตำแหน่งเหล่านี้ยังอยู่ใกล้กับช่องแสงอีกด้วย จึงได้ในเรื่องความสว่างและโปร่งโล่งเป็นของแถมด้วยนั่นเองครับ

และนี่ก็คือภาพบรรยากาศบริเวณโถงทางเดินในอาคาร ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่ได้ Single Corridor มีความเป็นส่วนตัว แถมยังใกล้กับช่องแสงตรงปลายทางเดินอีกด้วยครับ

ในส่วนของแปลนชั้น 5, 7 ก็จะเหมือนกับแปลนชั้น 4, 6, 8 เลยครับ แต่จะมีความแตกต่างกันแค่กระถางต้นไม้ที่อยู่ทางด้านหน้าอาคาร (ในกรอบสีแดง) ซึ่งจะมีการสลับตำแหน่งกันในแต่ละชั้นนั่นเองครับ

โดยกระถางต้นไม้นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของ Facade และเป็นกรรมสิทธิ์ของพื้นที่ส่วนกลางครับ ซึ่งทางโครงการจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลให้เอง ไม่ว่าจะเป็นการตัดแต่งกิ่งด้วยการโรยตัวลงมา หรือการรดน้ำต้นไม้ด้วยระบบสปริงค์เกอร์แบบอัตโนมัติ เป็นต้น

ซึ่งตำแหน่งของกระถางก็จะอยู่สลับกันไปตามที่เห็น บางห้องจะอยู่ตรงระเบียง หรือบางห้องก็อยู่ตรงหน้าต่าง แต่ที่แน่ๆก็คือ ห้องเหล่านี้จะค่อนข้างได้ความร่มรื่นและเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องปกตินั่นเองครับ

สุดท้ายคือชั้นดาดฟ้า สามารถขึ้นมาได้โดยทางบันไดหนีไฟนะครับ ซึ่งด้านบนก็จะเป็นพื้นที่สวนและทางเดินให้เราได้ขึ้นมาพักผ่อน ชมวิว และทำกิจกรรมเล็กๆน้อยๆร่วมกันได้ เพราะนอกจากสวนทั้ง 2 ข้างทางแล้ว ก็จะมี Sky Theatre และ Prime Golf Course ให้ได้ใช้งานด้วยนะครับ

และนี่คือบรรยากาศของสวนบนชั้นดาดฟ้า โดยพื้นที่ส่วนแรกจะเน้นเป็นพื้นหญ้าโล่งๆ และมีมุม Prime Golf Course ให้ได้ลองพัตต์กอล์ฟลงหลุมเล่นกันได้ด้วย (แต่พอดีว่าในวันที่เข้ามารีวิว เค้ายังไม่ได้ทำมาให้ได้ชมกันนะครับ อาจต้องรอดูในอนาคตกันอีกที)

ส่วนราวกันตกกระจกทางซ้ายมือนั้น ค่อนข้างจะมีความสูงที่น้อยอยู่สักหน่อย (ประมาณระดับเอวผมเท่านั้นเอง) ซึ่งทำให้เราสามารถก้มลงไปดูสระว่ายน้ำที่อยู่ชั้น 2 ได้เลยก็จริง แต่ในขณะเดียวกันก็ค่อนข้างอันตรายสำหรับเด็กอยู่พอสมควร ดังนั้นหากใครที่พาน้องๆขึ้นมาเล่นบนนี้ ก็อาจต้องใช้ความระมัดระวังและดูแลอย่างใกล้ชิดกันสักหน่อยนะครับ

ส่วนอีกด้านจะมีการปลูกต้นไม้ขนาดกลาง เพื่อเพิ่มความร่มรื่นขึ้นมาบ้างแล้ว ส่วน Sky Theatre จะเป็นอย่างไร และจะติดตั้งในตำแหน่งไหน อาจต้องรอดูในอนาคตกันอีกทีนะคร้าบ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

ชั้น 1

  • Lobby
  • Locker
  • Laundry
  • Garden

ชั้น 2

  • Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาด 19.1 x 3.8 เมตร
  • Co-Kitchen Space
  • Meeting Room
  • Fitness

ดาดฟ้า

  • Garden
  • Sky Theatre
  • Prime Golf Course

 

  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 109 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 34% แบบไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card Access / ไม้กั้นกระดก ระบบ RFID / รปภ. ดูแลตลอด 24 ชม.

 

แบบห้อง

Highlights :

  • ให้วัสดุมาดีเมื่อเทียบกับราคา เฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมเข้าอยู่
  • เป็นห้องหน้ากว้าง ไซส์ใหญ่ อยู่สบายไม่อึดอัด พื้นที่ใช้สอยเยอะ
  • ทุกฟังก์ชันอยู่ติดช่องแสงขนาดใหญ่ บรรยากาศภายในสว่าง โปร่งโล่ง

โครงการนี้มีแบบห้องให้เลือกอยู่ 2 แบบหลักๆครับ โดยจะขายเป็น Fully Furnished คือให้เฟอร์นิเจอร์ครบ ขาดเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวไม่กี่ชิ้นก็เข้าอยู่ได้เลย ประกอบด้วย

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 28 – 30 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 41 ตร.ม.

สำหรับห้องนี้จะเป็นแบบที่มีเยอะที่สุดในโครงการเลยครับ เป็นห้องหน้ากว้างทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส และกั้นห้องตรงกลางด้วยประตูกระจกบานเลื่อน เลยทำให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันพื้นที่ใช้สอยก็ยังมีความเชื่อมต่อกัน และทุกๆฟังก์ชันก็จะอยู่ติดกับช่องแสงขนาดใหญ่ เลยทำให้บรรยากาศห้องดูกว้างขวาง สว่าง และโปร่งโล่งนั่นเองครับ

ซึ่งห้องนี้เหมาะกับการอยู่อาศัย 1 – 2 คน ที่อาจไม่ค่อยได้มีโอกาสรับแขกบ่อยๆนัก เพราะเน้นความสบายๆเป็นหลัก เลยอาจให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัวน้อยหน่อย รวมถึงอาจเป็นคนที่ไม่ได้ทำอาหารจริงจังบ่อย เพราะเราจะได้เป็นครัวเปิดอยู่ด้านหน้าห้อง เลยทำให้กลิ่น/ควันจากการประกอบอาหารลอยเข้ามาภายในห้อง แล้วไปติดตามผ้าหรือโซฟาได้นั่นเองครับ

เรามาเริ่มที่ประตูทางเข้าห้องจะเป็นไม้บานทึบสีธรรมชาติ พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock และมีขอบพื้นที่จะคอยกันฝุ่น/เศษขยะภายนอก ไม่ให้เข้ามาในห้องได้ง่ายๆครับ รวมถึงเราอาจติด Stopper ด้านหลังประตูเพิ่มเติม ก็จะช่วยลดการกระแทกเวลาเปิดประตูแรงๆได้ด้วยนะ

เข้ามาในห้องเราจะเจอกับ Common Area ขนาดใหญ่ ประกอบด้วยพื้นที่ครัว โต๊ะทานอาหาร และโซฟานั่งเล่นที่อยู่ติดกับระเบียง โดยความสูงจากพื้นถึงฝ้าจะอยู่ที่ 2.45 m. และได้วัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องยางไวนิลลายไม้ ที่สามารถทนความชื้นได้ดีกว่าพื้นลามิเนตซะอีกครับ

สำหรับพื้นที่ครัวด้านหน้าจะเป็นลักษณะ “ครัวเปิด” คือจะไม่มีประตู/ผนังคอยกันกลิ่นหรือควันนะครับ ดังนั้นจึงเหมาะที่จะอุ่นอาหารเบาๆ หรือทำอาหารแบบนานๆครั้ง เพราะไม่อย่างงั้นพวกกลิ่นต่างๆอาจลอยฟุ้งเข้าไปติดเฟอร์นิเจอร์ในห้องได้ง่ายๆ โดยพื้นที่ใช้งานในส่วนนี้จะมีขนาดประมาณ 2 x 1.2 m. สามารถใช้งานได้สบายๆเลยครับ

ชุดครัวเราจะได้ Built-in ตามที่เห็นในห้องตัวอย่างเลยครับ มีทั้งตู้เก็บของด้านบนและลิ้นชักด้านล่างที่เป็นแบบ Soft Close กันการกระแทกทั้งหมด, ได้ Hob/Hood แบบดูดไปปล่อยนอกห้องจาก Tecno, อ่างล้างแบบ 1 หลุม และได้ Top เคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ลายหินอ่อนแบบนี้เลยครับ ซึ่งดูสวยงามและดูแลรักษาได้ง่ายมากๆ เพราะเค้าไม่กลัวน้ำ/ความร้อน รวมถึงไม่เป็นคราบง่ายอีกด้วย

ติดกับเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นโต๊ะทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง ซึ่งจะมีความสูงคนละระดับกัน แต่ก็มีส่วนช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้แก่กันได้ด้วยครับ อย่างเวลาที่เราเตรียมอาหารอยู่นั้น ก็อาจใช้โต๊ะทานข้าวเป็นที่วางวัตถุดิบเพิ่มก่อนได้

นอกจากนี้ที่ผนังข้างๆยังมีปลั๊กไฟ และช่องเสียบสายชาร์จแบบ USB มาให้ใช้งานได้สะดวกใกล้ๆกันด้วยครับ แต่สิ่งที่อาจต้องซื้อเพิ่มก็คือเก้าอี้ทั้ง 2 ตัว ซึ่งเราสามารถไปหาซื้อแบบที่ชอบด้วยตัวเองได้เลย

ฝั่งตรงข้ามจะมีช่องขนาด 70 cm. ให้สามารถวางตู้เย็นได้พอดี โดยที่ไม่ขวางทางเดินมากนัก แถมตำแหน่งก็ยังอยู่บริเวณกลางห้องแบบนี้ จึงทำให้สามารถมาเปิดใช้งานได้สะดวกมากๆครับ

ถัดเข้ามาด้านในจะเป็น Living Area มีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.4 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 50 นิ้วได้ครับ หรือใครอาจเผื่อระยะไว้นอนดูทีวีบนเตียงได้ด้วย ก็อาจเพิ่มเป็น 60 นิ้วได้เหมือนกัน

เฟอร์นิเจอร์ที่ได้จะประกอบด้วย โซฟาผ้าขนาด 2 ที่นั่ง และชั้นวางทีวีตามห้องตัวอย่างเลยครับ

ติดกันจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ กรอบเป็นอลูมิเนียมสีดำและได้กระจกใสธรรมดา แต่ที่ชอบก็คือเค้าจะมีการดรอปฝ้าด้านบน เพื่อที่เวลาติดผ้าม่านแล้วก็จะดูเรียบร้อยมากขึ้นนั่นเอง

ส่วนระเบียงภายนอกจะมีขนาดประมาณ 2.5 x 0.7 m. สามารถออกมาใช้งานได้สบายๆ พร้อมด้านข้างยังมีระแนงสูงช่วยบังสายตาของ Condensing Unit ที่แขวนเอาไว้ด้านในด้วย ทำให้เวลามองจากภายนอกก็จะดูเรียบร้อยดีทีเดียวครับ

สำหรับห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ซึ่งเวลาปกติเราก็สามารถเปิดเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ให้โปร่งโล่งได้ครับ แต่ถ้าเป็นช่วงกลางคืนก็สามารถกั้นปิดให้เป็นสัดส่วน เพื่อประหยัดแอร์ลงไปได้เหมือนกัน

ภายในมีขนาดพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวางทีเดียวครับ พร้อมกับมีช่องแสงขนาดใหญ่ และได้เฟอร์นิเจอร์เหมือนที่เห็นในห้องตัวอย่างเลย

เริ่มจากเตียงนอนเราจะได้ฐานเตียงเหมือนแบบนี้เลยนะ ยกเว้นฟูกที่นอนที่จะต้องหาซื้อมาเพิ่มกันเอง เพราะแต่ละคนก็ชอบความนุ่มไม่เหมือนกัน ส่วนช่องหน้าต่างก็มีขนาดใหญ่เกือบเต็มผนังเลยทีเดียวครับ

อีกด้านหนึ่งจะเป็นพื้นที่แต่งตัวหน้าห้องน้ำ ประกอบด้วยตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และกระจกเงาบานใหญ่

วัสดุค่อนข้างน่าสนใจครับ โดยเฉพาะตู้เสื้อผ้าเราจะได้เป็นบานกระจก กรอบเป็นสี Rose Gold ดูหรูหราแบบนี้เลย ส่วนอีกด้านจะเห็นว่ามีพื้นที่ตรงมุมผนังเหลือประมาณ 40 cm. ซึ่งเราสามารถใช้วางพวกตะกร้าใส่ผ้า หรือราวแขวนผ้าเพิ่มเติมได้ครับ

ภายในห้องน้ำมีขนาดใหญ่เลยทีเดียวครับ มีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน และได้สุขภัณฑ์ตามที่เห็นในห้องตัวอย่างเลย

เริ่มจากพื้นที่ส่วนแห้งจะมีขนาด 1.7 x 1.1 m. ประกอบด้วยอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์จาก American Standard พร้อมด้วยการ Built ตู้เก็บของใต้อ่างล้างหน้า กับปลั๊กไฟแบบมีฝาปิดแบบนี้เลยครับ

อีกด้านหนึ่งจะเป็น Shower Box ที่กั้นฉากกั้นอาบน้ำพลาสติกใสมาให้ มีน้ำหนักเบาใช้งานง่าย และคอยช่วยกันน้ำไม่ให้กระเด็นออกมาด้านนอกได้ดี ภายในมีขนาดพื้นที่กว้าง 1.5 x 0.9 m. สามารถใช้งานได้สบายๆ

พร้อมติดตั้ง Hand Shower กับ Rain Shower มาให้แบบนี้เลยครับ และถ้าใครที่ไม่ชอบอาบน้ำเย็นล่ะก็ สามารถติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเข้ากับ Junction Box ที่ทางโครงการเตรียมมาให้ได้เลยครับ

ห้องนี้คือ 1 Bedroom Plus ที่มีขนาดใหญ่มาก และมีฟังก์ชันการใช้งานเหมือนห้อง 2 Bedroom เลยด้วยซ้ำครับ จุดเด่นคือเป็นห้องมุมที่ได้ช่องแสงหลายจุดมาก นอกจากบรรยากาศที่สว่างโปร่งโล่งแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีเหมือนอยู่บ้านเลยล่ะครับ

อีกทั้งยังมีห้องน้ำมาให้ถึง 2 ห้อง จึงได้ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก เพราะสามารถรองรับการใช้งานของห้องอเนกประสงค์ ที่อาจกลายเป็นห้องนอนเล็กของสมาชิกครอบครัวที่เพิ่มขึ้นได้ โดยที่ห้องนอนใหญ่ก็ยังคงมีห้องน้ำในตัวให้ใช้งานไม่ต้องแย่งกัน

ภาพรวมจึงทำให้เป็นห้องที่เหมาะกับการอยู่อาศัย 2 – 3 คน อาจเป็นครอบครัวที่มีลูกเล็ก หรืออาจอยู่กันแค่ 2 คน แต่ต้องการห้องอเนกประสงค์ไว้ปรับเป็นห้องทำงานช่วง WFH อยู่บ้านแบบนี้ก็ได้เหมือนกันครับ

เปิดประตูเข้ามาในห้องเราจะเจอกับ Common Area ก่อนเป็นอันดับแรกเหมือนเดิม เพียงแต่จะดูมีความโปร่งโล่งมากขึ้น เพราะได้ช่องแสงถึง 2 ด้านนั่นเองครับ

บริเวณหน้าห้องจะยังคงเป็นครัวเปิด มีพื้นที่ใช้สอยกว้างประมาณ 1.2. x2 m. มาพร้อมกับเคาน์เตอร์ครัวที่ Built-in ครบเซ็ตมาให้เหมือนเดิมเลยครับ แต่ที่ชอบก็คือ ด้านซ้ายของประตูจะมีพื้นที่ว่าง ให้สามารถวางตู้เก็บรองเท้าบริเวณนี้เพิ่มเติมเป็นสัดส่วนได้ด้วยครับ

ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นที่โต๊ะทานอาหาร และชุดโซฟานั่งเล่นชุดเดิมเลยครับ โดยจะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.5 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 50 นิ้วได้ครับ

แต่ที่ชอบมากๆก็คือ ช่องหน้าต่างทั้ง 2 ด้าน ที่นอกจากจะทำให้ภายในห้องสว่างโปร่งโล่งแล้ว ยังสามารถเปิดออกเพื่อระบายอากาศได้ทั้ง 2 ฝั่งเลยครับ ซึ่งจะทำให้มีลมพัดผ่านและอากาศถ่ายเทได้ดีเลยทีเดียว

ส่วนระเบียงภายนอกมีขนาดประมาณ 2.35 x 0.7 m. สามารถออกไปใช้งานได้ตามปกติ

สำหรับห้องอื่นๆจะมีโถงทางเดินกลางห้องแยกออกไปจาก Common Area จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากๆครับ

เริ่มจากห้องทางด้านซ้ายจะมีขนาด 2.5 x 2.5 m. หรือคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 6.25 ตร.ม. ซึ่งตามกฎหมายแล้วหากไม่ถึง 8 ตร.ม. จะยังไม่นับว่าเป็นห้องนอน ดังนั้นห้องนี้จึงถูกเรียกว่าเป็น “ห้องอเนกประสงค์” นั่นเองครับ

แต่ในทางปฏิบัติแล้วเราก็สามารถทำเป็นห้องนอนเล็กเพิ่มได้จริงๆนะ เพราะทางโครงการจะให้ทั้งตู้เสื้อผ้าและฐานเตียง 3.5 ฟุตมาให้แบบนี้เลย หรือหากใครที่ยังไม่มีลูก ก็อาจดัดแปลงทำเป็นห้องทำงานช่วง WFH เก็บเงินสร้างครอบครัวไปก่อนก็ได้น้า

ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องน้ำครับ ซึ่งก็มีขนาดใหญ่และแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็น Shower Box เพื่อรองรับการใช้งานสำหรับห้องนอนเล็กเอาไว้แล้วเรียบร้อย

พื้นที่ส่วนแห้งจะมีขนาดประมาณ 1.4 x 1.6 m. สามารถใช้งานสบายๆ ได้สุขภัณฑ์ของ American Standard เช่นเดิม เพิ่มเติมคือพื้นที่เก็บของตรงผนังด้านหลังโถสุขภัณฑ์ ที่จะทำให้เราวางของได้เยอะขึ้นนั่นเองครับ

ส่วนพื้นที่ยืนอาบน้ำจะมีขนาด 1 x 1.15 m. สามารถใช้งานได้พอดีๆ มีฉากกั้นอาบน้ำพลาสติกมาให้ พร้อมกับ Hand Shower และ Rain Shower มาให้ครบเช่นเดิม โดยเราอาจเพิ่มชั้นวางของตรงผัง เพื่อวางสบู่/แชมพูให้หยิบจับได้สะดวกมากขึ้นก็ได้นะครับ

สุดท้ายคือ Master Bedroom ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียว ประมาณ 2.3 x 3.7 m. มาพร้อมกับฐานเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะแต่งหน้าให้ได้ใช้งานเหมือนเดิม

โดยเมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตลงไปแล้ว จะเห็นว่ายังมีพื้นที่รอบเตียงเหลือเฟือ ให้สามารถเดินขึ้น-ลงได้สะดวก หรือจะเพิ่มโต๊ะข้างเตียงเล็กๆทางซ้ายมือ ไว้สำหรับวางโคมไฟหรือชาร์จโทรศัพท์มือถือก็ได้ครับ

ส่วนภายในห้องน้ำก็มีขนาดใหญ่เช่นเดิม แต่ที่พิเศษกว่าห้องอื่นๆคือ จะมีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ ที่ทำให้ห้องน้ำสว่างและยังสามารถเปิดระบายอากาศได้อีกด้วย

พื้นที่ส่วนแห้งมีขนาด 1.5 x 1.5 m. และพื้นที่ส่วนเปียกขนาด 1.4 x 1 m. สามารถใช้งานได้สบายๆ พร้อมสุขภัณฑ์จาก American Standard ครบเหมือนเดิม

แถมให้อีกสักห้องครับ ซึ่งห้อง 1 Bedroom นี้จะเป็นตำแหน่งที่อยู่บริเวณมุมอาคารด้านหน้าหน้าช่องแสงพอดี โดยแปลนห้องจะมีลักษณะเป็นมุมป้านออกมาเล็กน้อย เลยทำให้พื้นที่ห้องนั่งเล่นจะมีความกว้างเป็นพิเศษ และได้บรรยากาศที่โปร่งโล่งมากๆครับ อีกทั้งห้องนอนยังได้กระจกเข้ามุม Bay Window ที่ช่วยเปิดมุมมองและรับแสงได้มากขึ้น แถมยังเหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารอีกด้วยนะ เพราะเราจะได้ครัวที่อยู่ติดกับระเบียง และสามารถเปิดเพื่อระบายอากาศได้เลย โดยที่อาจต้องเพิ่มประตูห้องครัวอีกนิดหน่อย เพื่อทำเป็นพื้นที่ครัวปิดไม่ให้กลิ่น/ควันเข้าไปในห้องได้นั่นเองครับ

บรรยากาศเมื่อเปิดเข้ามาในห้อง เราจะเจอกับ Living Area ที่กว้างมากๆ อีกทั้งยังมีการออกแบบให้เชื่อมต่อกับห้องนอนและห้องครัว เลยทำให้มีบรรยากาศที่โปร่งโล่งมากๆครับ

อย่างมุมด้านนี้น่าจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น (ระยะแคบสุดอยู่ที่ 2.5 m. และกว้างสุด 3.5 m.) ข้อเสียคือทีวีจะไม่ได้หันมาทางโซฟาตรงๆแบบปกติ ซึ่งมีวิธีแก้ไขง่ายๆครับ เพียงแค่เราติดทีวีแขวนผนัง แบบที่สามารถหมุนเพื่อปรับองศาได้แบบอิสระ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถนั่งดูทีวีบนโซฟาได้ตามปกติ โดยได้ห้องกว้างๆเป็นของแถมอีกด้วยนั่นเอง

นอกจากนี้โต๊ะทานอาหารก็จะมาอยู่ติดกับโซฟา สามารถนั่งทานข้ามไปและดูหนังไปด้วยได้ (ไม่ต้องหันหน้าเข้าครัวเหมือนแบบอื่นที่ผ่านมา) หรืออาจใช้เป็นโต๊ะอเนกประสงค์ ไว้นั่งทำงานหรือวางของก็ได้เหมือนกันครับ

ห้องนอนกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน เลยทำให้มีบรรยากาศที่โปร่งโล่ง และแสงยังสามารถส่องเข้ามาจนถึงบริเวณหน้าห้องได้สบายๆแบบนี้

ภายในห้องนอนก็มีขนาดกว้างขวางมากๆครับ สามารถวางเตียง 5 ฟุตไว้กลางห้อง และยังมีพื้นที่เหลือให้ใช้งานรอบๆได้สบายๆ แต่ที่ชอบเป็นพิเศษก็คือ ช่องแสงของห้องนี้ที่ใหญ่เกือบเต็มผนังเลยทีเดียว ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นในคอนโดระดับราคานี้สักเท่าไหร่นัก

ส่วนปลายเตียงจะมีทั้งโต๊ะแต่งหน้า และตู้เสื้อผ้าให้ใช้งานครบเช่นเดิมครับ

สำหรับห้องครัวและห้องน้ำจะอยู่แยกออกไปอีกด้านหนึ่ง ทำให้ดูเรียบร้อยและเป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยถ้าเราอยากได้ครัวปิดที่ทำอาหารได้จริงจัง กลิ่น/ควันไม่ฟุ้งเข้ามาในห้อง ก็สามารถติดประตูเพิ่มเติมเองได้นะครับ

ห้องครัวจะได้ชุดเคาน์เตอร์ Built-in เหมือนกับห้องอื่นๆที่ผ่านมาครับ โดยมีขนาดพื้นที่กว้าง 2 x 0.9 m. สามารถใช้งานได้สบายๆ อีกด้านหนึ่งเป็นช่องวางตู้เย็นกว้าง 80 cm. และระเบียงภายนอก 3 x 0.8 m. ซึ่งเราสามารถเปิดประตูเพื่อช่วยระบายอากาศได้โดยตรง หรือจะออกไปตากผ้าด้านนอกก็ได้เหมือนกันครับ

สุดท้ายคือห้องน้ำที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง 1.5 x 1.5 m. และพื้นที่ส่วนเปียก 1.5 x 0.9 m. สามารถใช้งานได้สบายๆ มาพร้อมกับชุดสุขภัณฑ์ของ American Standard ครบเซ็ตเช่นเดิมครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

Maxxi Prime รัชดา – สุทธิสาร ราคา ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 28 – 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท (Promotion)
  • 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 41 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.05 ล้านบาท

  • รูปแบบการขาย Fully Furnished
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.45 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อปหินสังเคราะห์
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ Tecno
  • จอง 999 บาท
  • ทำสัญญา 10,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเล : รัชดาภิเษกเป็นทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง และมีออฟฟิศเยอะมากครับ แน่นอนว่าย่อมมีความต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน ของมนุษย์เงินเดือนในพื้นที่เยอะพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งคอนโดที่อยู่ติดถนนใหญ่เลยก็จะมีราคาค่อนข้างสูงอยู่ที่ 100,000 บาท/ตร.ม.ขึ้นไป ในขณะที่คอนโดในซอยราคาจับต้องง่ายก็มีนะครับ แต่ก็อาจอยู่ในซอยที่ลึกเข้าไปสักหน่อย ซึ่งทำเลของ Maxxi Prime เค้าจะอยู่ระหว่างกลาง และเป็นตำแหน่งในซอยที่ใกล้ถนนใหญ่มากที่สุดในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ โดยจะมีราคาจับต้องง่ายกว่ากลุ่มที่ติดถนนใหญ่อยู่ที่ 95,000 บาท/ตร.ม. ในระยะที่สามารถเดินไปจับจ่ายใช้สอยที่ตลาด หรือไปใช้รถไฟฟ้าใต้ดินได้สะดวกอยู่นั่นเองครับ

การเดินทางโดยใช้รถ : หากใครที่ใช้รถยนต์ในการเดินทางเป็นหลัก ทำเลรอบๆโครงการจะมีทางด่วนให้ใช้เข้า-ออกเมืองได้หลายเส้นทางมากๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนรามอินทรา ทางด่วนศรีรัช และทางด่วนเฉลิมมหานคร ซึ่งจะมีระยะทางประมาณ 4 – 7 km. โดยใช้เวลาประมาณ 20 – 30 นาทีก็ได้ขึ้นทางด่วนแล้วครับ อีกทั้งเรายังสามารถใช้ซอย 20 มิถุนา เป็นเส้นทางลัดเลาะเลี่ยงรถติดไปเชื่อมต่อถนนหลักต่างๆได้หลายเส้นทาง และทางโครงการก็จะเตรียมที่จอดรถมาให้ 34% แบบไม่รวมซ้อนคัน

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ถือเป็นจุดเด่นที่สุดของโครงการนี้เลยครับ เพราะหากเทียบกับเพื่อนบ้านย่านเดียวกันที่อยู่ภายในซอยเหมือนกัน ปัจจุบันจะมีแค่โครงการนี้ที่เดียวเท่านั้นทีสามารถเดินมา MRT สถานีสุทธิสาร ได้จริงด้วยระยะทาง 450 m.ในขณะที่เพื่อนบ้านอื่นๆจำเป็นต้องต่อวินมอเตอร์ไซค์เท่านั้นครับ แต่ทั้งนี้ก็จะเป็นการเดินได้เฉพาะช่วงกลางวันเท่านั้น ส่วนช่วงเย็นหรือกลางคืนผมแนะนำให้ใช้บริการพี่วินเหมือนเดิม ก็จะสะดวกและปลอดภัยกว่าครับ ซึ่งก็มีค่ารถเพียงแค่ 10 บาทเท่านั้น

การออกแบบโครงการ : ผังอาคารเป็นรูปคล้ายตัว C โอบล้อมพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้ แต่ที่น่าสนใจคือ การเว้นพื้นที่ส่วนหนึ่งเพื่อทำเป็น Pocket Garden และเปิดเป็นช่องว่างเพื่อให้แสงและอากาศถ่ายเท สามารถพัดเข้ามาถึงภายในอาคารได้มากขึ้น จึงทำให้บรรยากาศค่อนข้างโปร่งโล่งดี แถมยังมีตำแหน่งห้องที่ได้โถงทางเดินแบบ Singel Corridor หลายจุด จึงทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องเปิดประตูเจอเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามเลยนั่นเองครับ อีกทั้งบางห้องยังมีกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้าต่างหรืออระเบียงห้องด้วย ซึ่งนอกจากจะช่วยตกแต่ง Facade ให้ดูน่าสนใจแล้ว ยังช่วยเพิ่มบรรยากาศที่สดชื่น และพรางสายตาให้กับห้องนั้นๆได้ดีอีกด้วยนะ

การออกแบบพื้นที่ใช้สอย : จุดเด่นของห้องพักที่นี่คือ ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ใหญ่กว่าเพื่อนบ้านย่านเดียวกัน โดยส่วนใหญ่จะเริ่มกันที่ 24 – 25 ตร.ม. แต่สำหรับโครงการนี้จะเริ่มตั้งแต่ 28 ตร.ม.ขึ้นไป และเป็นห้องสี่เหลี่ยมจตุรัสหน้ากว้าง ที่ทุกฟังก์ชันจะอยู่ติดกับช่องแสงขนาดใหญ่ จึงมีบรรยากาศที่สว่างและโปร่งโล่งมากๆ ซึ่งห้อง 1 Bedroom มักจะกั้นห้องนอนด้วยประตูกระจกบานเลื่อน เลยทำให้พื้นที่แลดูเชื่อมต่อกันกว้างมากๆ

ในขณะที่ห้อง 1 Bedroom Plus ก็ค่อนข้างน่าสนใจไม่น้อย เพราะเป็นห้องมุมที่ได้ช่องแสงเยอะ สามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้ดี บรรยากาศสบายๆเหมือนอยู่บ้าน และมีห้องอเนกประสงค์ที่สามารถทำเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนเล็กเพิ่มเติมได้ พร้อมห้องน้ำใช้งานแยกเป็นส่วนตัวกับห้องนอนใหญ่ จึงสามารถรองครอบครัวขนาด 2 – 3 คนได้สบายๆ ที่เน้นความกว้างขวางและโปร่งโล่งของพื้นที่ใช้สอย แต่อาจไม่เน้นครัวทำอาหารจริงจังมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะได้ครัวเปิดอยู่หน้าห้องนั่นเองครับ

วัสดุ : ถือว่าให้วัสดุมาค่อนข้างดีเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นพื้นกระเบื้องยางไวนิล / Top เคาน์เตอร์ครัวหินสังเคราะห์ / ดรอปฝ้าซ่อนรางม่าน / ช่องแสงขนาดใหญ่ที่สูงจากพื้นเกือบถึงฝ้า / สุขภัณฑ์ในห้องน้ำของ American Standard พร้อมที่อาบน้ำแบบ Rain Shower และนอกจากนี้ยังขายแบบ Fully Furnished คือให้เฟอร์นิเจอร์มาครบ ขาดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวบางชิ้นก็เข้าอยู่ได้เลย แต่ที่พิเศษว่าโครงการอื่นนิดหน่อยคือ เราจะได้ตู้เสื้อผ้ากระจกที่เป็นกรอบบานสี Rose Gold หรูหราสวยงามด้วยนะครับ

สาธารณูปโภค : ความน่าใช้งาน, ของดูแพง, ปริมาณความหนาแน่น

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 95,000 บาท/ตร.ม., 17 กุมภาพันธ์ 2565

  • ทำเล 8/10 – เป็นโซนที่ใกล้กับถนนรัชดา อุดมสมบูรณ์ หาของกินง่าย
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – อยู่ในซอยไม่พลุกพล่าน ซอยลัดที่เชื่อมต่อไปออกถนนหลักได้หลายทาง
  • ไม่ใช้รถ 8.5/10 – ใกล้ MRT สุทธิสาร 450 m. เดินได้จริงตอนกลางวัน ส่วนกลางคืนก็มีวินมอเตอร์ไซค์ให้พึ่งพิง
  • วัสดุ 7.75/10 – ถือว่าให้มาดีเหมาะสมกับราคา Fully Furnished พร้อมอยู่
  • แบบ 8/10 – ห้องไซส์ใหญ่หน้ากว้าง ช่องแสงเยอะ บรรยากาศโปร่งโล่ง
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – บรรยากาศดูดีสวยงามสมราคา มีฟังก์ชันหลักๆครบ

  • MAIN CLASS
  • 7.99 / 10.00

Maxxi Prime รัชดา – สุทธิสาร เหมาะกับใคร

โครงการ Maxxi Prime รัชดา – สุทธิสาร เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดในย่านนี้ หรืออาจเป็นคนที่ทำงานในโซนนี้อยู่แล้ว และต้องการคอนโดที่ใกล้ถนนใหญ่ สามารถเดินมาใช้ MRT สุทธิสาร ได้จริง และมีตลาด/ร้านค้าตรงเมืองไทยภัทรให้พึ่งพิงได้ไม่ยาก โดยสนใจโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ เน้นห้องหน้ากว้างไซส์ใหญ่ ช่องแสงเยอะ บรรยากาศโปร่งโล่ง และให้วัสดุมาค่อนข้างดี มีงบประมาณระดับ 2.69 ล้านขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 19,000 บาท/เดือนขึ้นไป


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc