..สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วเรียบร้อยกับ Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ใหญ่และมีจำนวนยูนิตมากที่สุดของย่านแล้ว แต่นั่นก็เลยทำให้มีพื้นที่เยอะและสามารถทำพื้นที่ส่วนกลาง Facilities ออกมาได้เยอะและจึ้งที่สุดของย่านด้วยเหมือนกัน ปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงตรวจและโอนห้องกันอยู่เลยครับ ซึ่งทาง AssetWise เค้ายังเหลือตึก F สุดท้ายที่กำลังรอเปิดขายอยู่ในช่วงกุมภาพันธ์เดือนหน้านี้แล้ว หากใครสนใจหรือพลาดจองตำแหน่งห้องดีๆก่อนหน้านี้ไปห้ามพลาดรีวิวฉบับนี้เลยครับ โดยปัจจุบันราคาเริ่มต้นจะขยับขึ้นมานิดนึงอยู่ที่ 1.79 ล้านบาท และมีจุดเด่นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
- ทำเล : โครงการตั้งอยู่บนถนนเชียงราก ฝั่งตรงข้ามกับ ม.ธรรมศาสตร์ เยื้องๆกับประตูเชียงราก 2 และโซน U-Square ที่เป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยหลักของนักศึกษา
- ส่วนกลางเยอะสุดในย่านกว่า 55 ฟังก์ชัน : กระจายส่วนกลางทั้งบริเวณ Court กลางโครงการและในทุกๆอาคาร
- Pet-Friendly : ใครที่เลี้ยงสัตว์ก็สามารถอยู่โครงการนี้ได้ เพราะมีอาคารหนึ่งที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งเป็นที่แรกและที่เดียวในย่าน
- Fully Furnished : ได้เฟอร์นิเจอร์ครบ เพียงซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและชุดเครื่องนอนเพิ่มอีกนิดหน่อยก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย เหมาะทั้งอยู่อาศัยเอง ได้ประหยัดงบตกแต่ง และซื้อลงทุนปล่อยเช่าให้นักศึกษา
- ซื้อลงทุนปล่อยเช่า : หอพักส่วนใหญ่มีค่าเช่าเฉลี่ย 5,000 – 10,000 บาท/เดือน ซึ่งโครงการนี้เป็น Campus Condo พร้อมส่วนกลางเยอะ จึงปล่อยเช่าให้กับนักศึกษาหรือคนทำงานในทำเลได้ในราคา 10,000 – 17,000 บาท/เดือน
ข้อมูลโครงการ
Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2568
| ชื่อโครงการ | Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท แอสเซทไวส์ จํากัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | MAIN CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถนน เชียงราก อำเภอ คลองหลวง จังหวัด ปทุมธานี |
| ที่ดิน | 14-2-52.85 ไร่ |
| ประเภทคอนโด | Low Rise 8 ชั้น 6 อาคาร |
| จำนวนยูนิต | ห้องพักอาศัย 1,423 ยูนิต และ ร้านค้า 1 ยูนิต – อาคาร A จำนวน 234 ยูนิต – อาคาร B จำนวน 231 ยูนิต – อาคาร C (Pet-Friendly) จำนวน 268 ยูนิต – อาคาร D จำนวน 226 ยูนิต – อาคาร E จำนวน 249 ยูนิต – อาคาร F จำนวน 215 ยูนิต |
| ยูนิตต่อชั้นสูงสุด | 33-37 ยูนิต |
| ที่จอดรถ | 38% รวมจอดซ้อนคัน |
| สถานะโครงการ | สร้างเสร็จพร้อมอยู่ |
| ประเภทห้องพัก |
|
| ฝ้าเพดานสูง | 2.40 เมตร |
| ราคาเริ่มต้น | 1.79 ล้านบาท |
| ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ | 75,000 บาท/ตร.ม. |
| ช่วงราคาต่อตารางเมตร(ต่ำสุด-สูงสุด) | 75,000 – 84,000 บาท/ตร.ม. |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| Call Center | 02-168-0000 |
ทำเลที่ตั้ง
Highlight :
- เป็นคอนโดใกล้มหาลัย อยู่ตรงข้ามกับ ม.ธรรมศาสตร์ เยื้องๆกับ U-Square และประตูเชียงราก 2
- มีสะพานลอยด้านหน้าโครงการเชื่อมประตูเชียงราก 2 ทำให้น้องๆนักศึกษาเดินไปเรียนได้สบายๆ รวมถึงโครงการเองก็ยังมีรถตู้คอยรับ-ส่งให้ด้วย
- ซื้อลงทุนปล่อยเช่าได้ ทั้งน้องๆนักศึกษาและครูอาจารย์ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์
- ใกล้ทางด่วนอุดรรัถยา เพียง 3.5 กิโลเมตร และห่างจากทางยกระดับอุตราภิมุขประมาณ 12 กิโลเมตร

คอนโดใกล้มหาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต Oversupply แต่ก็ยังคงมี Demand ที่แข็งแกร่ง :
‘คอนโดใกล้มหาวิทยาลัย’ เป็นหนึ่งในทำเลที่ได้ผลตอบแทน (Yield) ที่สูงเป็นอันดับหนึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งโดยเฉลี่ยก็ให้ผลตอบแทนเยอะถึง 6-7% จึงทำให้เป็นที่ต้องการของกลุ่มนักลงทุน และกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องการซื้อเพื่อปล่อยเช่าต่อหลังจากที่ลูกเรียนจบ
สำหรับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นเยอะมาก จึงเกิดคำถามขึ้นว่า ..ตอนนี้คอนโดตรงแถว ม.ธรรมศาสตร์ Oversupply ไปแล้วหรือยัง? เราลองมาคำนวณกันดูเล่นๆกันครับ
- มหาลัยธรรมศาสตร์ : มีจำนวนนักศึกษาประมาณ 30,000 – 40,000 คนต่อปี และมีอาจารย์ประมาณ 1,000 – 2,000 คน
- หอในของมหาลัยธรรมศาสตร์ : สามารถรองรับนักศึกษาได้มากกว่า 10,000 คน
- คอนโดใกล้มหาลัยธรรมศาสตร์ : ปัจจุบันมีมากกว่า 10 โครงการ และมีห้องพักอาศัยมากกว่า 9,000 ยูนิต
ซึ่งหากเราโฟกัสแต่เฉพาะน้องๆนักศึกษาอย่างเดียว บอกได้เลยว่าห้องพักอาศัยของที่นี่ Oversupply ไปแล้วจริงๆครับ เพราะเราอย่าลืมว่านอกจากหอในและคอนโดแล้ว ยังมีหอพักนักศึกษาอีกมากในพื้นที่ที่เรายังไม่ทราบจำนวนยูนิตที่แน่ชัด รวมถึงยังมีนักศึกษาอีกบางส่วนที่ไม่ได้พักที่หอ แต่ขับรถไป-กลับบ้านเองก็มีเยอะ ไม่อย่างนั้นตอนสมัยที่ผมเคยเรียนเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ที่ยังไม่มีคอนโดเยอะเหมือนสมัยนี้ ตอนนั้นเราก็มีหอพักที่เพียงพอจะรองรับนักศึกษาได้อยู่แล้วประมาณหนึ่ง
โดยคอนโดมิเนียมที่เข้ามาเปิดใหม่ในช่วงยุคหลัง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของน้องๆนักศึกษาที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีความปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผู้ปกครองเองก็วางใจให้อยู่ และยังสามารถต่อยอดสร้างผลตอบแทนในอนาคตได้ จึงทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมใกล้มหาลัยมีการแข่งขันที่สูง และพยายามชูจุดเด่นที่แตกต่างกันเพื่อตอบสนองความต้องการและความชอบของคนที่ไม่เหมือนกัน
ซึ่งนอกจากจะโฟกัสนักศึกษาแล้ว Developer ที่ทำคอนโดยังต้องโฟกัสไปที่กลุ่มคนวัยทำงานที่มีกำลังทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นครูอาจารย์ บุคลากรทางการแพทย์ และคนในพื้นที่ที่อยากอยู่คอนโดมิเนียมเหมือนกัน ซึ่งหากเรามองไปที่กลุ่ม Target เหล่านี้ด้วยแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่คอนโดใกล้มหาลัยธรรมศาสตร์ ยังคงมี Demand ที่สูงอยู่ แต่ก็จะมีการแข่งขันที่สูงมากโดยเฉพาะด้าน ‘ราคา’ เพราะยิ่งคู่แข่งเยอะ คนก็มักจะยิ่ง dump ราคาให้ถูกลง เพื่อดึงดูดให้คนมาเช่าง่ายขึ้น ซึ่งอันนี้ก็ฝากไว้ให้คิดพิจารณาด้วยตัวเองกันอีกที
แต่โครงการคอนโดที่ไม่ว่ายังไงก็จะเป็นที่ต้องการของน้องๆนักศึกษาอยู่เสมอ ก็หนีไม่พ้นเรื่องของ ‘ทำเล’ ที่จะต้องไปเรียนหรือหาของกินง่าย และสมัยนี้ต้องตัดสินกันที่ ‘Facilities’ ที่ยิ่งตอบโจทย์ความต้องการมากเท่าไหร่ คนส่วนมากก็ยอมจ่ายและอยากอยู่มากเท่านั้น
“..ซึ่งก็พอดีเลยครับ เพราะโครงการที่เรากำลังจะพูดถึงในวันนี้มีสิ่งผมได้กล่าวมาครบ ไม่ว่าจะเป็นทำเลและพื้นที่ส่วนกลางที่จัดเต็มมาเยอะสุดในย่าน ที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องร้องว้าวววว~ กับโครงการ Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) จาก AssetWise”
พิกัด Google Maps : 14.063470, 100.610777
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) ตั้งอยู่ตรงไหน? :
Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) ตั้งอยู่บนถนนเชียงราก ตรงข้ามกับ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เยื้องๆกับ U-Square และประตูเชียงราก 2 โดยตั้งอยู่บนผืนที่ดินขนาดใหญ่ของ AssetWise ที่ได้พัฒนาทั้งโครงการ Kave TU และ Kave Ava จนได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ส่วน Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) จะเป็นคอนโดตัวสุดท้ายบนที่ดินเปล่าผืนนี้ที่ตั้งอยู่ข้างโครงการ Kave TU
ซึ่งโครงการนี้ก็ไม่ได้เป็นที่ต้องการเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการอาศัยในย่านนี้อย่างน้องๆนักศึกษาและพนักงานในย่านนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นทำเลที่กลุ่มนักลงทุนจับตามอง เพื่อต้องการซื้อปล่อยเช่าอีกด้วย รวมถึงศักยภาพทำเลสูง โดยในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ – รังสิต) มาลงที่หน้า ม.ธรรมศาสตร์ เลย ทำให้จับกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นทั้งคนทำงานในเมืองแล้วอยากได้คอนโดใกล้รถไฟฟ้าและพนักงานที่ทำงานในโซนดอนเมือง

จากภาพ เราสามารถแบ่งแยกโซนที่พักอาศัยของถนนเชียงรากออกได้อีกเป็น 4 โซน ซึ่งแต่ละโซนก็จะมีลักษณะ สภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันออกไป คือ
- โซน U-Square : เป็นโซนที่อุดมสมบูรณ์และใกล้กับประตูมหาวิทยาลัยมากที่สุด มีหอพักนักศึกษาขึ้นอย่างหนาแน่น และมีร้านค้าต่างๆ หลายแห่ง เรียกได้ว่าเป็นโซนที่สะดวกสบาย ความอุดมสมบูรณ์สูง แต่ก็พลุกพล่านมากที่สุดโซนหนึ่ง ซึ่งหากใครที่ชื่นชอบความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ก็อาจยังไม่เหมาะกับโซนนี้นะครับ
- โซน SUNTA : เป็นโซนที่ตั้งของโครงการ Kave Wonderland อยู่ฝั่งตรงข้ามกับมหาลัยและ U-Square ซึ่งสามารถเดินข้ามไป – มาได้ด้วยสะพานลอย อาหารการกินก็พอจะมีตรงบริเวณริมถนนและปากซอยต่างๆ แต่ส่วนใหญ่น้องๆนักศึกษาก็จะหาซื้อของกินกันตั้งแต่ฝั่ง U-Square เสร็จแล้วค่อยข้ามฝั่งเพื่อกลับไปยังที่พัก ดังนั้นโซนนี้จึงถือว่ายังมีความสะดวกสบาย และได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นมาหน่อย ไม่พลุกพล่านเหมือนฝั่งมหาลัย เหมาะแก่การอยู่อาศัยมากขึ้นครับ
- โซน J-Park : เป็นอีกโซนที่อยู่ฝั่งเดียวกับมหาวิทยาลัย แต่จะอยู่บริเวณด้านหลัง คือถ้าออกมาจากม. ก็จะต้องไปกลับรถมาก่อน 2 รอบ โซนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นโซนที่มีหอพักราคาสูงอย่าง J-Park ตั้งอยู่ ด้านหน้ามี Plaza เป็นของตัวเอง ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และยังมีหอพักอื่นๆอยู่ด้านในซอยอีกด้วย จึงเป็นอีกหนึ่งทำเลที่ถือว่าสงบมากกว่า U-Square เพราะเดิมทีโดยรอบเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยดั้งเดิมครับ
- โซน Golf View : โซนนี้ถือว่าเป็นโซนที่แยกตัวออกมาจากโซนอื่นๆ และได้ตั้งอาณาจักรขึ้นมาเป็นของตัวเองด้านใน แต่ด้วยความที่มันไกลและเดินทางลำบากมากสุดในบรรดาทุกๆโซน จึงทำให้ราคาหอพักค่อนข้างถูก เหมาะกับนักศึกษาที่ไม่เน้นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ ไม่กลัวเรื่องเดินทางลำบาก แต่อันที่จริงแล้วทางหอก็มีรถรับ – ส่งนะครับ ดังนั้นถ้าใครที่เน้นเรื่องราคาถูกและความเป็นส่วนตัวก็จะเลือกอยู่ที่โซนนี้กัน
อีกที่หนึ่งก็คือ TU Dome โครงการ Mixed-use ของมหาลัย ที่ด้านในจะเป็นหอพักนักศึกษา และด้านหน้าจะทำเป็นเหมือนศูนย์การค้า หรือ Community Mall ที่มีร้านค้าต่างๆค่อนข้างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น MK, Yayoi, Chester’s Grill และ Watson เป็นต้น รวมถึงบริเวณด้านหน้าก็จะมีตลาดนัดเล็กๆ ที่เปิดทุกวันให้เดินด้วยครับ เรียกได้ว่าเป็นโซนย่านการค้าของมหาลัยที่มีความคึกคักมากๆ เลย
การเดินทางจากโครงการไปยังมหาลัย :
สำหรับการเดินทางจากโครงการไปยัง ม.ธรรมศาสตร์ ในปัจจุบันได้มีการก่อสร้างสะพานลอยด้านหน้าปากซอยทางเข้าโครงการเลย โดยมีระยะเดินประมาณ 280 เมตรเท่านั้น ทำให้น้องๆนักศึกษาเดินไปเรียนได้สบายๆ
หรือใครจะใช้บริการรถตู้รับ-ส่งของทางโครงการก็ได้นะครับ โดยจะวนรถส่งให้หลักๆ 2 จุดคือ ตรงบริเวณสะพานลอยนี้และประตูเชียงราก 1 นั่นเอง
ทางด่วนอุดรรัถยา
ทางด่วนที่ใกล้โครงการที่สุด :
สำหรับใครที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว โครงการจะอยู่ไม่ไกลจากทางด่วนอุดรรัถยา โดยมีระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปแจ้งวัฒนะ ดินแดง ดาวคะนอง และบางนาได้ครับ และห่างจากทางยกระดับอุตราภิมุขประมาณ 12 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าเมืองไปทางดอนเมืองและห้าแยกลาดพร้าวได้เลย จึงทำให้เดินทางเข้า – ออกเมืองได้ง่าย
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
สภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการ Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) ส่วนใหญ่ยังคงเป็นโล่ง จึงมีบรรยากาศก็ค่อนข้างเงียบสงบ ยังไม่พลุกพล่านหรือแออัดมากนักเท่าฝั่งมหาลัย โดยมีโครงการเพื่อนบ้านอย่าง Kave TU ที่เป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น อยู่ด้านข้างแห่งเดียว ทำให้ห้องพักอาศัยที่หันหน้าไปทางฝั่งนี้อาจจะโดนบังวิวบ้าง แต่บริเวณรอบๆส่วนใหญ่เป็นที่ดินเปล่าครับ
- ทิศเหนือ ติดกับ ถนนเลียบคลองหนึ่ง และถนนเชียงราก
- ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัยปทุมธานีโมเดล
- ทิศตะวันออก ติดกับ บ้านพักอาศัยปทุมธานีโมเดลและที่ดินเปล่า
- ทิศตะวันตก ติดกับ โครงการ Kave TU
อัปเดตบริเวณหน้าปากซอยของโครงการ ในที่สุดสะพานลอยสำหรับใช้เดินข้ามถนนก็สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ทำให้การเดินทางไป-มาระหว่างมหาลัยและคอนโด รวมถึงการข้ามไปหาอะไรทานฝั่ง U-Square สามารถทำได้สะดวกและง่ายมากขึ้นเยอะเลย
และเมื่อเราข้ามสะพานมาก็จะเจอกับโครงการรุ่นพี่อย่าง Kave Ava และ Kave TU ซึ่งด้านหน้าก็มีทั้งเซเว่น ร้านขายยา ร้านซักรีด ร้านกาแฟ และร้านอื่นๆคอยอำนวยความสะดวกให้ครบครัน
เรียกได้ว่ารุ่นพี่เค้ามาบุกเบิกเอาไว้ให้แล้ว โครงการรุ่นน้องอย่าง Kave Wonderland ก็เลยสบายชิลๆมากเลย ซึ่งโครงการของเราก็จะอยู่ถัดไปด้านซ้ายมือครับ รวมถึงตรงจุดนี้ยังมีวินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการอีกด้วย
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด
- ฟลิค ทียู ~ 4.4 กิโลเมตร
- ตลาดนัดอินเตอร์โซน (ตลาดกลางคืน ธรรมศาสตร์) ~ 5.5 กิโลเมตร
- Makro คลองหลวง ~ 6.6 กิโลเมตร
- Lotus’s คลองหลวง ~ 6.6 กิโลเมตร
- ตลาดไท ~ 8.5 กิโลเมตร
- มิงเกิ้ล มอลล์ ~ 10.3 กิโลเมตร
- ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ~ 14.4 กิโลเมตร
- เซ็นทรัลรังสิต (โครงการในอนาคต)
โรงพยาบาล
- โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ~ 5.0 กิโลเมตร
สถานศึกษา
- สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ~ 4.5 กิโลเมตร
- หอสมุดป่วย อึ้งภากรณ์ ~ 4.7 กิโลเมตร
- อุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ~ 4.8 กิโลเมตร
- อาคารเรียนรวมสังคมศาสตร์ (SC) ~ 4.8 กิโลเมตร
- โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ~ 5.6 กิโลเมตร
- มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ~ 9.9 กิโลเมตร
สถานที่อื่นๆ
- ศูนย์ประชุม ธรรมศาสตร์รังสิต ~ 4.9 กิโลเมตร
- กิติยาคาร ~ 4.8 กิโลเมตร
- อาคารโดมบริหาร ~ 5.3 กิโลเมตร
- สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ~ 6.1 กิโลเมตร
- สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ~ 6.2 กิโลเมตร
รายละเอียดโครงการ
Highlights :
- เป็นโครงการขนาดใหญ่ และมีส่วนกลางเยอะที่สุดในย่านรวมกว่า 55 ฟังก์ชัน
- ออกแบบทั้ง 6 อาคาร โอบล้อมพื้นที่ Court ตรงกลาง ทำให้ห้องที่หันเข้ามาด้านในจะได้วิวและบรรยากาศสวยๆของสวนและสระว่ายน้ำเต็มๆ
- Building C เป็นอาคาร Pet-Friendly ถือเป็นโครงการแรกในทำเลที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ พร้อมออกแบบส่วนกลางสำหรับน้องๆสัตว์เลี้ยงด้วย
Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) เป็นหนึ่งในโครงการที่ TOL เราได้มีโอกาสทำคอนเทนต์ร่วมกันบ่อยมากๆครับ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่งานเปิดตัวครั้งแรก ทำรีวิวสมัยที่ยังเป็นสำนักงานขาย มาร่วมงานข่าวตอนเปิดตึกครั้งแรก และล่าสุดก็ยังมีโอกาสได้มาเขียนรีวิวตึกเสร็จอีกด้วย
ปัจจุบัน Kave Wonderland มียอดขายไปแล้วมากกว่า 80% ทั้งๆที่เพิ่งจะสร้างเสร็จหมาดๆ เรียกได้ว่ามีผลตอบรับที่ดีตามคาด เล่าให้ฟังเพิ่มว่า ..ในวันที่เราเข้าไปถ่ายรีวิวก็มีโอกาสได้เจอลูกบ้านที่เริ่มเข้ามาตรวจห้อง ก่อนจะเริ่มโอนกันช่วงเดือนมกราคมนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นตอนแรกมีคนกะจะปล่อยห้องคืนบางส่วนเพราะซื้อไว้ลงทุนหลายห้องเลย แต่พอได้มาเห็นส่วนกลางจริงเท่านั้นแหละ ไม่คืนจ้าา แถมจะซื้อเพิ่มด้วยเอาสิ
โดยตอนนี้โครงการก็เหลือเพียงอาคาร F ตึกสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งจะเริ่มเปิดขายจริงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้แล้ว ใครที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของโครงการ หรือมาจับจองตำแหน่งห้องดีๆของอาคารก่อนหน้านี้ไม่ทัน ก็คงต้องรีบกันสักหน่อยแล้วล่ะนะ เพราะคราวนี้เราจะได้เห็นทั้งห้องจริง วิวจริง และได้ชมบรรยากาศส่วนกลางจริงๆก่อนตัดสินใจซื้อครับ
Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) ตั้งอยู่บนที่ดิน 14-2-52.85 ไร่ มีทั้งหมด 6 อาคาร โอบล้อมพื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ Court ตรงกลางเอาไว้ ทำให้ห้องพักที่หันหน้าเข้ามาด้านในจะได้การันตีวิวเป็นสวนสีเขียวและสระว่ายน้ำสวยๆ โดยห้องพักอาศัยรวมทั้งหมด 1,423 ยูนิต แบ่งเป็น
- อาคาร A จำนวน 234 ยูนิต
- อาคาร B จำนวน 231 ยูนิต
- อาคาร C (Pet-Friendly) จำนวน 268 ยูนิต
- อาคาร D จำนวน 226 ยูนิต
- อาคาร E จำนวน 249 ยูนิต
- อาคาร F จำนวน 215 ยูนิต
เริ่มกันที่บริเวณด้านหน้าโครงการจะมีป้อม รปภ. คอยดูแลตลอด 24 ชม. แบบนี้
ระบบการเข้า-ออก ใช้การจดจำป้ายทะเบียนรถยนต์ มาพร้อมกล้อง CCTV และไม้กั้นกระดก ส่วนถ้าใครที่เป็น Visitor หรือขับรถมาหาเพื่อนๆที่นี่ ก็จะต้องแลกบัตรกับพี่ รปภ. ก่อนตามปกติครับ
บริเวณด้านหน้าจะเป็นวงเวียน Drop-Off สำหรับวนรถรับ-ส่งตรงได้สะดวกนี้ ส่วนที่จอดรถก็จะอยู่รอบๆอาคารทั้งหมดเลยครับ มีทั้งแบบในร่มใต้อาคารและแบบจอดกลางแจ้งตามที่เห็นในภาพ สามารถจอดรถได้รวม 38%
ตัวอาคารมีสีแดงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และวันที่เราเข้ามาถ่ายรีวิวก็บังเอิญตรงกับวันคริสต์มาสพอดี เลยได้เห็นลุงซานต้าเกาะตรงระเบียงน่ารักๆแบบนี้ด้วย
..พูดถึงคริสต์มาสแล้ว ในปี 2025 ที่ผ่านมา ก็เป็นปีที่โลกโซเชียลมีกระแสการแข่งขันตกแต่งบ้าน/คอนโดเป็นธีมคริสต์มาสกันแบบจริงสวยงามมากๆ ไม่แน่ว่าอนาคตตามคอนโดมหาลัยแบบนี้ก็อาจมีการตกแต่งจัดเต็มได้ด้วยเหมือนกัน และยิ่งเป็นคอนโดที่มีเนื้อที่ส่วนกลางเยอะเป็นพิเศษอย่าง Kave Wonderland เราคิดว่าน่าจะทำออกมาได้ปังสุดๆแน่นอน
เข้ามาภายในอาคารเราจะเจอกับโถงทางเดินที่ด้านขวาจะเป็น Lobby อาคาร F / ส่วนด้านซ้ายมือจะเป็นอาคาร A และเป็น Shop ร้านค้าในอนาคต (ปัจจุบันเป็นสำนักงานขายนะ)
บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่นั่งเล่น/นั่งคอย แถมตรงสุดทางเดินยังมีตู้คีบตุ๊กตาน่ารักๆให้เล่นกันอีกด้วย
ประตูกระจกเปิดเชื่อมต่อไปยัง Court ที่อยู่ตรงกลางโครงการ ซึ่งก็จะมีดีไซน์เป็นเหมือนซุ้มอุโมงค์มิติแบบนี้ สื่อถึงว่าเรากำลังจะก้าวเข้าไปสู่โลกแห่ง Alice in Wonerland นั่นเอง
บรรยากาศของสวนและทางเดินค่อนข้างสวยงามและร่มรื่นพอสมควรเลยครับ ซึ่งจะเดินเชื่อมต่อไปยังสระว่ายน้ำตรงกลาง ที่ถือว่าเป็นมุม Highlight หลักของโครงการเลยก็ว่าได้
โดยสระว่ายน้ำจะแบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ๆครับ ซึ่งโซนแรกนี้จะเป็นสระรูปทรง free form ขนาดใหญ่ สามารถมานั่งเล่นชิลๆเอาบรรยากาศก็ได้ หรือจะลงเล่นน้ำก็ได้เหมือนกัน (แต่ถ้าอยากว่ายจริงจังแบบทางตรงยาวๆ จะมีอีกโซนหนึ่งด้านในให้ว่ายได้ครับ)
และอาคารที่เห็นทางด้านซ้ายมือจะเป็นอาคาร A ที่มีประตูทางเข้าเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำได้แบบนี้เลย ซึ่งลานโล่งๆขนาดใหญ่แบบนี้ก็ให้อารมณ์เหมือนเป็นโรงแรมรีสอร์ท หรือสวนน้ำเหมือนกันนะครับ
ขอคั่นเวลานิดนึง เนื่องจากนี่เป็นโครงการที่ใหญ่มาก และมีหลายอาคารด้วย เราจะขอไล่ลำดับของการพาชมอาคารและส่วนกลางตามนี้นะครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปชมกันต่อเลย
อาคาร A : Majestic Lion
ด้วยตำแหน่งของอาคารนี้ที่อยู่ด้านหน้าสุด ทางโครงการจึงใช้ ‘สิงโต’ ที่เปรียบเสมือนจ่าฝูงและเจ้าป่า มาเป็นตัวแทนคาแรคเตอร์ของอาคารนี้ ซึ่งก็มีทั้งความสง่างามและสื่อถึงพลังอำนาจครับ โดยการตกแต่งก็จะออกแนวสีสันสดใส สบายๆ เหมาะกับการนัดพบปะ ต้อนรับแขก และนั่งทำงานนั่นเอง
สำหรับฟังก์ชันชั้น 1 ของอาคาร A หลักๆจะเป็น Co-Working Space ซึ่งก็จะมีพื้นที่นั่งเล่น/นั่งทำงาน กระจายอยู่หลายจุดหลายมุมมาก อย่างโซนแรกที่ติดกับสระว่ายน้ำก็จะทำเป็นอัฒจันทร์ขั้นบันไดแบบนี้ให้นั่งชมวิวชิลๆ
ถัดเข้ามาด้านในเราจะเจอกับพื้นที่เป็นโต๊ะตัวใหญ่และชุดโซฟา เหมาะสำหรับนั่งทำงานติวหนังสือกันจริงจังมากขึ้นครับ
ในห้องนี้ส่วนตัวเราชอบมุมโซฟามากที่สุด เพราะเค้าจัดแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ ทำให้มีมุมหรือพื้นที่สมาธิส่วนตัว แต่ก็ยังคงอยู่ใกล้ๆกัน ทำให้หันหน้ามาพูดคุยปรึกษากันได้ด้วยนั่นเอง
และที่สิ่งขาดไม่ได้เลยก็คือ ‘ของกินและเครื่องดื่ม’ โดยทุกอาคารจะมีตู้ขายของอัตโนมัติแบบนี้ คอยให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่น้องๆนักศึกษา ให้สามารถเติมพลังในยามติวหนังสือหนักๆได้ตลอดเวลา
ติดกันจะเป็นห้อง Laundry ที่มีเครื่องซักผ้าและอบผ้าหยอดเหรียญคอยให้บริการ แถมเค้ายังมีระบบ Application ให้ใช้งานได้สะดวกอีกด้วย
อีกด้านหนึ่งของอาคาร A จะมีโถงทางเดินเชื่อมต่อไปยังโซน Lobby แบบนี้ ซึ่งทุกอาคารจะมีดีไซน์แยกฟังก์ชันการใช้งานอื่นๆ และตัว Looby ออกจากกันแบบนี้หมดเลยครับ เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยและ Visitor นั่นเอง
อีกหนึ่งความพิเศษของ Lobby อาคาร A ก็คือ จะเป็นจุดสำหรับติดต่อนิติบุคคล Juristic เพียงจุดเดียวของโครงการ ดังนั้นใครที่ต้องการติดต่อกิจธุระต่างๆก็จะต้องมารวมกันตรงนี้นะครับ
โดยนอกจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้ว ก็ยังมีชุดโซฟาให้มานั่งเล่น/นั่งคอยกันตรงนี้แบบจริงจังได้เลย
สำหรับอาคาร A เป็นอาคารที่อยู่ด้านหน้าสุด ทำให้มีความสะดวกในการเข้า-ออกง่าย และชั้นพักอาศัยก็จะมีตำแหน่งที่น่าสนใจดังนี้
- กรอบสีน้ำเงิน – ห้องไซซ์เล็กสุดที่ได้วิวด้านในโครงการ ที่ถึงแม้จะมีโดนบังวิวไปบ้าง แต่มีราคาไม่สูงและแชร์ผนังกับห้องอื่นเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้น
- กรอบเขียว – ห้องไซส์ใหญ่ที่ได้ตำแหน่งติดกับเพื่อนบ้านน้อยเพียงแค่ด้านเดียว ได้ความเป็นส่วนตัว และอยู่ใกล้โถงลิฟต์ เดินไปใช้งานได้สะดวก และได้วิวพื้นที่สีเขียวเป็นหลัก
- กรอบสีชมพู – ห้องมุมอาคารและติดกับผนังเพื่อนบ้านเพียงด้านเดียว ได้ความเป็นส่วนตัว ไม่มีคนเดินผ่านไป-มาหน้าห้องเลย
- กรอบสีแดง – ห้องไซซ์เล็กที่หันหน้าเข้าด้านในโครงการ ที่ถึงแม้จะไม่ได้วิวส่วนกลาง แต่ก็ไม่มีห้องจากอาคารอื่นที่หันหน้ามาชนตรงๆเลย ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวดี รวมถึงมีผนังด้านเดียวที่ติดกับเพื่อนบ้านเช่นเคย
สำหรับวิวนี้เราถ่ายมาจากระเบียงตรงโถงทางเดิน (หน้าห้องกรอบสีชมพู) ถือเป็นอีกหนึ่งมุมสุดจึ้งที่มองเห็นส่วนกลางโซนแรกได้ครบมากๆ ทั้งสระว่ายน้ำ สวน และ Skywalk
แต่น่าเสียดายที่ไม่มีวิวแบบนี้ให้เลือกจริงนะ เพราะห้องริมสุดในกรอบสีชมพูเค้าจะเป็นผนังทึบครับ ซึ่งวิวจริงๆจะเป็นห้องไซส์ใหญ่ (1 Bedroom Extra) ที่อยู่เยื้องไปทางซ้ายถัดจากนี้หน่อย และได้เป็นวิวสระแบบเต็มๆแทนนั่นเอง
ถัดขึ้นมาบนชั้น 6 ของอาคาร A จะมี Sky Co-Working Space ให้เราขึ้นมานั่งทำงานอ่านหนังสือกันได้อีกจุดหนึ่ง ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าฟังก์ชันด้านล่างก่อนหน้านี้ครับ
และถึงแม้จะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีวิวมุมสูงสวยๆให้เราได้ชมกันด้วย โดยวิวนี้ก็จะเป็นวิวเดียวกับห้องในกรอบสีเขียวที่แสดงในแปลนก่อนหน้านี้นั่นเอง
มาต่อกันที่ Outdoor Facilities ซึ่งรอบๆสระว่ายน้ำก็จะมีจุดให้นั่งเล่นพักผ่อนเยอะเลยครับ เพราะเนื่องจากว่าเป็นโครงการใหญ่และมีผู้พักอาศัยอยู่เยอะ จึงได้จัดให้มีที่นั่งอย่างเพียงพอ กระจายไว้หลายๆมุม
อีกทั้งยังมี Skywalk ให้ขึ้นไปเดินเล่นชมวิวกันได้อีกด้วย บอกเลยว่าสายคอนเทนต์จะต้องชอบมากๆครับ เพราะมีหลายมุมให้ถ่ายรูปเปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อยๆได้เยอะมาก
ระหว่างทางจะมีซุ้มให้นั่งเล่นพักผ่อน และยืนชมวิวสระแบบนี้ด้วยนะ
ถัดมาจะมีซุ้มทางลงบันไดให้เดินขึ้น-ลงได้อีกจุดหนึ่งครับ
และด้านล่างก็จะมีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งเล่นพักผ่อนอีกเช่นกัน น้องๆคนไหนที่เป็น Introvert ไม่ต้องห่วงนะ มีที่ปลีกวิเวกให้เลือกสรรเพียบ
ตรงปลายสุดทางเดิน Skywalk จะเชื่อมต่อกับอัฒจันทร์ Amphitheatre แบบนี้ด้วยนะ ซึ่งเราก็เพิ่งจะเคยเห็นฟังก์ชันจริงจังแบบนี้ที่นี่เป็นครั้งแรกเลย ยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนเป็น campus คอนโดมหาลัยจริงจังมากๆ เรียกได้ว่าน้องๆนักศึกษาสามารถใช้ฝึกซ้อม และจัดกิจกรรมต่างๆได้ในคอนโดได้สบายๆเลย
ถัดจากสระว่ายน้ำและลอดผ่าน Skywalk มาเราก็จะเจอกับทางเข้าอาคาร B แบบนี้ครับ
อาคาร B : Playful Pig
เป็นอาคารที่ออกแบบเอาใจวัยรุ่นยุคใหม่ ด้วยฟังก์ชันและพื้นที่เล่นเกมส์ที่หลากหลาย ให้สามารถมาเล่นสนุกกับเพื่อนๆได้ตลอด โดยมี ‘ลูกหมู’ ที่มีนิสัยขี้เล่น ร่าเริง เป็นสัญลักษณ์ของอาคารนี้ ซึ่งฟังก์ชันภายในเราขอเริ่มจากอะไรที่เบสิกส์ๆ อย่างมุมนั่งเล่นริมหน้าต่าง ที่จุดขายคือ ‘วิวสวนสุดจึ้ง’ ที่อยู่ด้านนอกหน้าต่างครับ
นอกจากนี้ก็จะมีมุมโต๊ะปิงปองให้เล่นคลายเครียดหลังจากติวหนังสือกันด้วยแบบนี้
ตรงกลางดีไซน์เป็นมุมลับส่วนตัว Private Area ที่ล้อมรอบด้วยผนังทรงกลม เหมาะกับคนที่ต้องการสมาธิหรือการนั่งกับเพื่อนๆเป็นกลุ่มหลายๆคนแบบส่วนตัว
อีกด้านหนึ่งจะเป็นตู้ขายน้ำ + ตู้ล็อคเกอร์ และมีประตูกระจกเปิดเชื่อมต่อไปยังด้านนอกได้ด้วยครับ
ภายนอกมีพื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi-Outdoor และเชื่อมต่อไปยังสระว่ายน้ำได้ด้วย ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวกว่าโซนฝั่งอาคาร A ก่อนหน้านี้พอสมควรเลยครับ (เพราะจะต้องผ่านทางด้านในอาคาร B มาก่อนเท่านั้น)
มุมนี้จะเป็น Day Bed สำหรับนั่งพักผ่อนริมสระ ซึ่งจะอยู่ใต้ Skywalk และอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอาคาร A พอดี
อีกทั้งบริเวณใต้ Skywalk ยังมีมุมชิงช้าและ Jacuzi ให้นั่งแช่เท้าเล่นสบายๆแบบนี้ได้ด้วย เรียกว่าใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าและแหวกแนวดีมากๆเลยครับโครงการนี้
กลับเข้ามาด้านในอาคารอีกครั้ง เค้าจะมีห้อง Private Room ให้ใช้งาน 2 ห้องแบบนี้ด้วยครับ เผื่อใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็มาจับจองกันได้เลย (ไม่ได้มีประตูกั้นแยกเป็นสัดส่วนนะ เพราะเค้ายังคงต้องการให้มี community ของพื้นที่ทั้งโซนร่วมกันอยู่นั่นเอง)
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชั้นลอยให้เราขึ้นไปใช้งานด้วย ซึ่งตัวบันไดจะซ่อนอยู่ด้านหลังผนังเป็นช่องเล็กๆแบบนี้
ด้านบนจะเป็นพื้นที่ต่อเนื่องจากชั้นล่าง คือจะมีที่นั่งเล่นและโต๊ะพูลให้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆได้ จะเรียกพื้นที่ทั้งหมดนี้ว่าเป็น Game Zone หรือ Entertainment Zone ก็ได้ครับ เพราะทุกอย่างคือเน้นในเรื่องความสนุกสนานและสันทนาการเป็นหลักจริงๆ
ส่วนอีกด้านก็จะเป็นชุดโซฟาตัวใหญ่แบบนี้ ใครที่มีเพื่อนหลายๆคนอยากจะมานั่งสังสรรค์หรือติวหนังสือด้วยกัน 10 – 20 คน ก็มาจับจองกันที่โซนนี้ได้เลย
และจากมุมมองด้านบนก็จะเห็นพื้นที่ชั้นล่างทั้งหมดแบบนี้ได้อีกด้วยครับ
และเช่นเดียวกับอาคารก่อนหน้านี้ ที่ด้านในสุดจะมีโซนของ Lobby อาคาร B แยกออกมาเพื่อความเป็นส่วนตัว กรณีที่เพื่อนๆขับรถมาหา และจอดไว้ข้างๆตึก ก็จะเดินผ่านประตูเข้ามารอใน Lobby แต่ละอาคารแบบนี้ได้เลย (แต่จะเข้าไปในโซน Facilities ก่อนหน้านี้ไม่ได้ เพราะต้องใช้ระบบ Face Scan ครับ)
อาคาร B จะไม่ได้มีแปลนชั้นพักอาศัยให้ชมนะครับ แต่ตำแหน่งที่เป็น Highlight เลยก็คือ บริเวณส่วนที่ยื่นออกมาจากอาคารหลักนั่นเอง ซึ่งวิวก็จะสวยงามแตกต่างกันดังนี้
นี่คือวิวฝั่งที่หันมาจากอาคาร A ที่อยู่ด้านหน้าครับ จะได้เป็นวิวสระว่ายน้ำทรงกลม พื้นที่สีเขียว และแนวโค้งของ Skywalk เจ๋งๆแบบนี้
ส่วนภาพนี้จะเป็นวิวฝั่งด้านในโครงการที่มองเห็นอัฒจันทร์ Amphitheatre และเน้นวิวพื้นที่เปิดโล่งสีเขียวเป็นหลัก ถ้าเลือกตำแหน่งห้องดีๆ ก็สามารถมองเข้าไปเห็น Court ในโซนที่ 2 ด้านในได้เลยทีเดียว
ชั้น 8 อาคาร B จะเป็นอีกชั้นหนึ่งที่มี Sky Facilities ให้ใช้งานครับ ซึ่งจะประกอบด้วย E-Sport, ROV Mobile Zone, Vending Machine, Relaxing Zone และ Co-Living Space คิดว่าน่าจะเป็นที่ชื่นชอบของน้องๆวัยรุ่นสมัยนี้มากๆ และเดี๋ยวนี้ก็มีการแข่งขันเกมส์เป็นอาชีพแล้วด้วยนะ
โดยนี่จะเป็นภาพบรรยากาศตัวอย่างบางส่วนของโซน E-Sport ที่เราถ่ายมาฝากกันเมื่อตอนมางานข่าวเปิดตึกครั้งแรกครับ (เนื่องจากว่าหน้างานยังมีการเก็บงานเพิ่มเติมกันอยู่นิดหน่อย ถ้าเสร็จสมบูรณ์เดี๋ยวเราอาจนำมาอัปเดตเพิ่มเติมให้อีกทีนะ)
ต่อไปจะเป็นอาคาร C ซึ่งจะมีส่วนเชื่อมติดกันตรง Sky Bridge ที่อยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างไม่เชิงว่าจะเชื่อมต่อกันนะครับ แต่เป็นการกั้นประตูกระจกเพื่อความเป็นส่วนตัว ไม่ให้คนภายนอกเดินเข้ามายัง Court ตรงกลางได้ แต่จะต้องผ่าน Lobby ของแต่ละอาคารมาก่อนนั่นเอง
อาคาร C : Friendly Rabbit
เป็นอาคาร Pet-Friendly ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้เพียงหนึ่งเดียวของโครงการ (และของทำเลนี้ในตอนนี้) โดยใช้มาสคอตเป็น ‘น้องกระต่าย’ ที่สื่อถึงความเป็นมิตร และแน่นอนว่าฟังก์ชันภายในถูกออกแบบมาตอบโจทย์น้องๆสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะเลยครับ
เพราะนอกจากจะมีพื้นที่นั่งเล่นของคนแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกของสัตว์เลี้ยงครบครันให้ใช้งานอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดแมว ถาดใส่อาหาร และเบาะรองนอนนุ่มๆ ให้อารมณ์เหมือนเรามาคาเฟ่แมวเลย ซึ่งสามารถปล่อยน้องๆให้ออกมาวิ่งเล่นกันได้ตามสบายเลยครับ
หรือถ้าสัตว์เลี้ยงของใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ก็จะมีห้องกระจกแยกออกมาให้แบบนี้ด้วย จุดนี้ทางโครงการจะเรียกว่า Pet Playground ซึ่งเป็นจำลอง Landscape แบบ Outdoor มาให้น้องๆสัตว์เลี้ยงได้เปลี่ยนบรรยากาศนั่นเอง
หมายเหตุ : เราสามารถพาน้องๆไปยังโซนอื่นๆได้ แต่ต้องอยู่ในรถเข็นหรือตะกร้าเท่านั้น ไม่สามารถปล่อยออกมาวิ่งเล่นได้ครับ
อีกด้านหนึ่งจะเป็นโถงลิฟต์และ Mail Box โดยสีสันแต่ละตึกก็จะแตกต่างกันไปตามธีมอย่างที่เห็น
ขึ้นมาบนชั้น 8 อาคาร C จะมีพื้นที่ Co-Living Space ให้พาน้องๆสัตว์เลี้ยงขึ้นมาใช้งานได้อีกโซนหนึ่ง ซึ่งก็สามารถชมวิวมุมสูงของโครงการไปด้วยได้นั่นเองครับ
แน่นอนว่ามีโซนห้องกระจก สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวแยกมาให้เช่นเดิม และจากอาคารนี้ก็จะมี Sky Bridge เชื่อมต่อกับอาคาร B ไปยังโซน E-Sport ก่อนหน้านี้ได้ด้วย
ก่อนที่เราจะไปต่อกันที่อาคาร D เราขอพาทุกคนแวะมาที่อาคาร E ก่อนนะครับ เพราะหากเดินไล่ตามลำดับแล้วเราจะผ่านทางเข้าของอาคารนี้ก่อนนั่นเอง
อาคาร E : Agile Kangaroo
เป็นอีกหนึ่งอาคารที่มีฟังก์ชันหลากหลายและครบครันที่สุด ซึ่งใช้ตัวแทนสัญลักษณ์เป็น ‘พี่จิงโจ้’ ที่สื่อถึงความคล่องแคล่วและกระฉับกระเฉง
โดยฟังก์ชันส่วนแรกจะเป็นโซนนั่งเล่นปกติเนี่ยแหละครับ แต่จะมีการตกแต่งพื้นที่คล้ายกับม้าหมุนในสวนสนุกมาเป็น gimmick ทำให้ดูโดดเด่นสะดุดตามากๆครับ
บริเวณม้าหมุนจะมีชุดโต๊ะเก้าอี้น่ารักๆ ให้เรามานั่งเล่นพักผ่อน และสามารถชมวิวสวนภายนอกได้ หรือจะมาถ่ายรูปโพสท่าสวยๆก็ได้เช่นกัน
อีกด้านหนึ่งจะเป็น Cooking Lap สำหรับทำอาหารและชงเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งทางโครงการก็จะมีอุปกรณ์หลักๆเตรียมไว้ให้ใช้งานครบเลย เหมาะกับใช้จัดปาร์นี้สังสรรค์มากๆครับ
ซึ่งอีกจุดหนึ่งที่เราชอบคือ ‘วิว’ เพราะมุมนี้สามารถมองเชื่อมต่อออกไปยังโซนสระว่ายน้ำ ที่อยู่ด้านนอกได้อย่างสวยงามแบบนี้เลย
ถัดเข้ามาจะเป็น Thinking Space แบ่งเป็น 2 ชั้นให้ใช้งาน โดยชั้นล่างจะเว้าผนังทำเป็น Sofa Bed ตัวใหญ่ให้เราได้ใช้ประโยชน์นั่งเล่นอ่านหนังสือกันได้
บันไดทางขึ้นจะอยู่ทางซ้ายมือ และแน่นอนว่าจะมีตู้ขายของอัตโนมัติให้น้องๆได้เติมพลังกันสะดวกเช่นเคย
ขึ้นมาด้านบนเราจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นกระจายตัวอยู่อีกหลายจุด
เริ่มจากมุมแรกจะเป็นโต๊ะทรงกลมสำหรับนั่งกันเป็นกลุ่มได้หลายคน
ส่วนอีกด้านจะเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้หลายจุด แถมยังมีการเล่นระดับ และมองเห็นภาพรวมของพื้นที่ด้านล่างได้แบบนี้ด้วย
มาต่อกันที่ฟังก์ชันด้านล่างอีกสักหน่อยครับ ซึ่งบริเวณด้านหลังสุดจะเป็นห้อง Photo/Live studio แยกเป็นสัดส่วนให้เราได้ใช้งานกันแบบนี้
และมี Meeting Room ที่จะมีประตูกระจกและผนังทึบกั้นแยกออกจากโซนอื่นเอาไว้เป็นสัดส่วน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ใครที่ต้องการประชุมหรือทำงานกลุ่มร่วมกัน ก็สามารถใช้ห้องนี้ได้เลย
ภายในจะมีโต๊ะตัวใหญ่ โซฟา และทีวีให้ใช้งาน ซึ่งการออกแบบยังคงเว้นพื้นที่ให้เชื่อมต่อกับฟังก์ชันภายนอกอยู่ตามรูป เพื่อให้เกิด community ที่ดีร่วมกันได้ตลอดเวลา
สุดท้ายจะเป็นบรรยากาศของ Lobby อาคาร E ที่จะอยู่แยกออกไปอีกด้านหนึ่ง (ติดกับที่จอดรถ) ซึ่งเอาไว้เป็นที่นั่งเล่นและพักคอยของ Visitor หรือเพื่อนๆที่มาหาได้เหมือนอาคารอื่นๆ
โดยฟังก์ชันพิเศษของล็อบบี้อาคารนี้คือ จะมีมุมนั่งเล่นส่วนตัวที่มีผนังกั้นแยกเอาไว้เป็นสัดส่วน ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก Photo booth นั่นเองครับ
อาคาร E อยู่ในตำแหน่งตรงกลางโครงการ ที่สามารถไปใช้งาน Facilities ที่อาคารอื่นๆได้สะดวกพอๆกันหมดเลยครับ อีกทั้งวิวห้องพักอาศัยของอาคารนี้บอกเลยว่านี่คือ หนึ่งในอาคารที่วิวสวยที่สุดของโครงการเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะวิวสระว่ายน้ำทางฝั่งด้านขวาที่หันไปทางอาคาร D
และนี่ก็คือวิวที่ว่าครับ ซึ่งเราจะไม่ได้เห็นเพียงแค่สระเดียวเท่านั้น แต่จะได้เห็นหลายๆสระพร้อมกัน และมีการเล่นระดับของสระด้วย รวมถึงบรรยากาศของสวนรอบๆก็ปลูกต้นไม้มาได้สวยงามร่มรื่นดีมากๆเลยทีเดียว
ส่วนภาพนี้จะเป็นวิวอีกด้านของอาคารที่ได้ความโปร่งโล่งตรงโซนอัฒจันทร์ เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวและไม่อึดอัด
การออกแบบตัวอาคาร E เหมือนอาคารอื่นๆเลยครับ และจะมีตำแหน่งที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
- กรอบสีน้ำเงิน – ห้องไซซ์เล็กห้องเดียวในชั้นที่ได้วิวสวนในโครงการ และถึงแม้จะมีห้องส่วนที่ยื่นบังวิวไปบางส่วน แต่ก็ถือเป็นห้องที่ราคาไม่สูงและแชร์ผนังกับห้องอื่นเพียงด้านเดียว
- กรอบเขียว – ห้องที่ได้ความเป็นส่วนตัวดี อยู่ติดกับเพื่อนบ้านเพียงด้านเดียวและเป็นโซนที่มีเพื่อนบ้านผ่านไป-มาหน้าห้องน้อยสุดเลย
- กรอบสีชมพู – มีทั้งห้องมุมอาคารและห้องที่ติดกับบันไดหนีไฟ ทำให้มีผนังติดกับเพื่อนบ้านเพียงด้านเดียวอีกเช่นกัน
ขึ้นมาดู Sky Lounge บนชั้น 8 กันต่อครับ โดยพื้นที่จะมีหลากหลายฟังก์ชันมาอยู่รวมกันในพื้นที่เดียว ทำให้มีขนาดใหญ่และเลือกใช้ได้หลายโซน อย่างจุดแรกนี้ก็จะเป็น Pantry สำหรับอุ่นอาหารทานเบาๆ หรือจะจัดปาร์ตี้ และนั่งเป็นแบบเคาน์เตอร์บาร์ก็ได้เหมือนกัน
อีกด้านหนึ่งจะเป็น Co-Meeting Area มีโต๊ะตัวใหญ่สำหรับนั่งทำงานเป็นกลุ่มได้
แต่ถ้าใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็ต้องนี่เลย Private Meeting Room ซึ่งจะกั้นด้วยผนังกระจกล้อมรอบ ช่วยในเรื่องของการลดเสียงรบกวนได้
สุดท้ายจะเป็น Living Lounge มาพร้อมกับมุมนั่งเล่นหลากหลายแบบไม่ว่าจะเป็นโซฟา โต๊ะเคาน์เตอร์ และโต๊ะเก้าอี้แบบคู่
แต่จุดที่สำคัญคือ ‘วิว’ ที่เราจะสามารถมองเห็น Facilities มุมสูงในโครงการได้โดยรอบแบบ 180 องศา ผ่านทางกระจกเหล่านี้ครับ
มาต่อกันที่สระว่ายน้ำโซนที่ 2 ซึ่งจะเรียกว่าเป็นสระสำหรับว่ายออกกำลังกายจริงจังแบบ Lap Pool ความยาวเท่าสระโอลิมปิกเลยทีเดียว ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆคือ ส่วนแช่น้ำเล่น ส่วนว่ายออกกำลังกาย และส่วนจากุซซี่
อีกหนึ่ง Highlight สำคัญคือ ‘สไลด์เดอร์’ ที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่สวนน้ำหรือรีสอร์ทเลยครับ สามารถเดินขึ้นจากบันไดตรงกลาง หรือจะเดินลงมาจากสระชั้นบนก็ได้เหมือนกัน คิดว่าน้องๆวัยรุ่นน่าจะชอบนะ เล่นกับเพื่อนน่าจะสนุกดี ที่สำคัญคือ ในมหาลัยไม่มีอะไรแบบนี้ให้ใช้แน่นอน
ส่วนนี่ก็คือ สระว่ายน้ำที่อยู่บนชั้น 2 หน้าอาคาร D เรียกว่า Health Station มีความยาวอยู่ที่ 24 m. สามารถลงเล่นน้ำได้ตามปกติ แต่หลักๆเราอาจไม่ได้ใช้ว่ายจริงจังเท่าสระใหญ่ด้านล่างครับ เพราะลักษณะของการออกแบบที่เป็นรูปทรง free form จึงอาจเหมาะกับใช้เป็นสระนั่งเล่นพักผ่อนเอาบรรยากาศมากกว่า
และบันไดทางซ้ายมือนี้เองที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับสไลด์เดอร์ก่อนหน้านี้ครับ
พาดูภาพรวมมุมสูงจากบนชั้น 2 กันอีกสักรอบ ซึ่งการที่เค้าทำสระว่ายน้ำหลายๆสระแบบนี้ ในอีกหนึ่งความหมายคือ ต้องการกระจายความหนาแน่นในการใช้งานด้วย เพราะอย่าลืมว่าที่นี่เป็นคอนโดหลัก 1,400 ยูนิต ถ้าคนอยู่เต็มก็น่าจะราวๆ 2,000 คน จึงต้องมี Facilities เยอะและหลากหลายแบบนี้นั่นเองครับ
อาคาร D : Energetic Tiger
เป็นอาคารเน้นฟังก์ชันแนว Activity ในด้านการออกกำลังกายต่างๆ จึงใช้คาแรคเตอร์ของ ‘เสือ’ มาเป็นสัญลักษณ์ของพละกำลังและความว่องไวครับ
โดยฟังก์ชันที่เราพามาดูจะเป็น Fitness ที่อยู่บนชั้น 2 เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำก่อนหน้านี้เลย ซึ่งภายในก็มีอุปกรณ์ให้ใช้งานครบครัน
ส่วนอีกด้านหนึ่งก็จะเป็นโซนของ Weight Training พร้อมห้องน้ำแยกชาย-หญิงให้ใช้งาน
ตำแหน่งห้องที่น่าสนใจของอาคาร D แน่นอนว่าหนีไม่พ้นห้องที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งจะได้วิวสวนและสระว่ายน้ำแนวยาวเหมือนฝั่งอาคาร E ที่อยู่ตรงข้ามก่อนหน้านี้ เพียงแต่จะมีข้อดีอย่างหนึ่งคือ จะมีช่องว่างเล็กๆให้มองเชื่อมต่อไปยังสวนโซนกลางโครงการอีกด้านหนึ่งได้บางส่วนด้วย บรรยากาศก็เลยจะโปร่งโล่งและมองได้ไกลกว่านิดนึงนั่นเองครับ (อาจไม่มีภาพวิวจริงให้ดู เพราะขายหมดแล้วเลยไม่ได้ขึ้นไปนะ)
กลับมาที่อาคาร F ที่อยู่โซนด้านหน้าสุด ซึ่งการเข้า-ออกของทุกอาคารและทุก Facilities จะใช้ระบบ Face Scan เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวครับ
อาคาร F : Enchanting Elephant
สำหรับอาคาร F จะเป็นหนึ่งในอาคารที่อยู่ด้านหน้าสุด และเป็นอีกหนึ่งอาคารที่มักจะใช้เป็นพื้นที่รับรองแขกที่มาหาเพื่อนๆที่คอนโดบ่อยๆครับ
ดังนั้นจึงมีการใช้สัญลักษณ์เป็น ‘ช้าง’ ที่เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของคนไทย และมีเสน่ห์น่ามอง มาเป็นคาแรคเตอร์ของอาคารนี้นั่นเอง
โดยพื้นที่ชั้น 1 ส่วนแรกจะเป็น Lobby ขนาดใหญ่สุดในบรรดาทุกๆอาคาร มีที่นั่งให้เลือกเพียบ รวมถึงยังมีมุม Reception Area ไว้สำหรับติดต่อธุระต่างๆ ที่ด้านหน้าด้วยครับ
อีกด้านหนึ่งจะเป็น Private Meeting Room ที่เป็นห้องแยกออกไปเป็นสัดส่วนให้ใช้งานแบบส่วนตัว
ด้านในจะเป็นประตูเชื่อมต่อไปยังโถงลิฟต์ ซึ่งจะต้องใช้ระบบ Face Scan อีกครั้งเป็น Double Security เพื่อความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย
เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า อาคารนี้เป็นโซนที่อาจมี Visitor แวะเวียนเข้ามาด้านในเยอะกว่าอาคารอื่นๆ จึงได้แยกทางขึ้นอาคารออกไปเป็นสัดส่วนแบบนี้อีกชั้นนั่นเองครับ
ภายในก็จะเหมือนกับโถงลิฟต์อื่นๆ ที่จะมี Mail Box เอาไว้ให้แวะหยิบก่อนขึ้นห้องได้สะดวก
และประตูลิฟต์ก็จะตกแต่งด้วยสีสัน + สติกเกอร์ลายน่ารักๆแบบนี้ ตามธีมของแต่ละอาคารครับ
อีกหนึ่งความพิเศษของอาคาร F คือจะมี Facilities เชื่อมต่อกันมากถึง 5 ชั้น ประกอบด้วยภายในอาคารที่เป็นโซนฝ้าเพดานสูง Double Volume ทั้งหมด 4 ชั้น และสวนบนชั้นดาดฟ้าอีก 1 ชั้น ที่สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังอาคาร A ในตอนแรกสุดได้อีกด้วย
มาเริ่มกันที่ชั้น 3 หลักๆจะเป็น Multi-function Area ที่ประกอบด้วยโซนนั่งเล่นกระจายตัวอยู่หลายจุด เรียกได้ว่าสามารถรองรับจำนวนน้องๆนักศึกษาทีเดียวได้หลายสิบคนเลย มีทั้งแบบนั่งเป็นกลุ่มๆและนั่งแบบเดี่ยวๆ
หรือจะเป็นโต๊ะนั่งแบบจริงจังก็มีให้เลือกใช้งาน
ใครมาเป็นคู่ก็มีชุดโต๊ะเก้าอี้เบาะนุ่มๆให้เลือกมุมเพียบครับ
อีกด้านหนึ่งจะเป็น Game Zone ให้มาเล่นผ่อนคลายความเครียดกันได้ด้วย
บริเวณตรงกลางห้องจะมีโถงทางเดินแยกออกไป ซ้ายมือจะเป็นมุมทำงานส่วนตัวเงียบๆคนเดียวแบบนี้ ใครที่เป็น Introvert หรือต้องการสมาธิสูงๆ ไม่ชอบให้ใครมารบกวน น่าจะถูกใจสิ่งนี้
ส่วนด้านขวามือจะเป็นห้อง Theater Room สำหรับดูหนังหรือฟุตบอลจอใหญ่ๆร่วมกับเพื่อนๆหลายๆคนได้ครับ
มาต่อกันที่ชั้น 4 ยังคงเน้นเป็นพื้นที่ Multi-function Space อยู่เช่นเดิม แต่จะมีความเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงเหมาะกับคนที่ต้องการทำงานหรืออ่านหนังสือแบบเงียบสงบจริงจังครับ
เริ่มจากทางด้านขวามือจะเป็นโซนโต๊ะเก้าอี้แบบปกติ
แต่ถ้าใครที่ต้องการทำงานกลุ่มหรือติวหนังสือแบบส่วนตัว ก็จัดไปเลยกับห้อง Meeting Room ที่ล้อมรอบด้วยผนังกระจกแบบนี้
ตรงกลางเป็นเหมือน Private Pot ไว้นั่งทำงานอ่านหนังสือคนเดียวแบบส่วนตัว ซึ่งก็มีให้เลือกกันหลายช่องเลยครับ
อีกด้านหนึ่งจะเป็นมุมโซฟาและโต๊ะตัวใหญ่ สำหรับมาใช้งานเป็นกลุ่ม หรือคนที่ชอบบรรยากาศแบบชิลๆ ก็เลือกเปลี่ยนบรรยากาศมาที่โซนนี้ได้เลย
ขึ้นมาบนชั้น 5 จะเป็นโซน Sky Lounge ที่มีบรรยากาศของช่องแสงเชื่อมต่อกับธรรมชาติภายนอก ทำให้เป็นชั้นที่มีความสว่างโปร่งโล่ง และน่าใช้งานมากที่สุดของอาคารนี้เลยในความคิดของเรา
อีกด้านหนึ่งจะเป็นโซน Co-Kitchen ที่มีมุม Pantry สำหรับทำเครื่องดื่มหรืออุ่นอาหารทานเบาๆ ในระหว่างติวหนังสือได้ด้วย ถือว่าเป็นชั้นที่สามารถนั่งได้ชิลๆสบายๆมากเลยครับ
สุดท้ายและท้ายสุดของ Facilities จะเป็นบันไดวนที่เดินเชื่อมต่อมายังสวนบนชั้นดาดฟ้า ให้เราสามารถขึ้นมาเปลี่ยนบรรยากาศแบบ Outdoor ได้ รวมถึงยังสามารถเดินเชื่อมต่อไปยังอาคาร A ตรงโซนของ Sky Co-Working Space ในตอนแรกได้อีกด้วยครับ
สำหรับตำแหน่งห้องที่น่าสนใจ จะเป็นห้องไซส์ใหญ่ที่อยู่ตรงกลางๆอาคาร ซึ่งจะเป็นเพียง 2 ห้องเท่านั้นที่จะได้มุมที่สามารถมองเห็นสระว่ายน้ำตรงโซนแรกได้แบบพอดีๆ
ดังนั้นใครที่ชอบเรื่องวิวหรืออยากได้ตำแหน่งห้องที่เป็น Rare Item ที่สุดของอาคาร F ที่กำลังจะเปิดขายเป็นตึกสุดท้ายในเดือนหน้านี้แล้ว ..ห้ามพลาดเลยทีเดียวครับ
และนี่ก็จะเป็นวิวจริงจากระเบียงห้องที่เราถ่ายมาฝาก ซึ่งถ้ามองออกไปตรงๆก็จะเห็นเป็นประมาณนี้เลย
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
Building A
- ชั้น 1 : Juristic, Lobby A, Vending machine, Co-working space, Mail box, Restroom & Locker และ Laundry
- ชั้น 6 : Sky co-working มีทางเดินเชื่อมไป Building F
Building B
- ชั้น 1 : Mail box, Lobby B, Vending machine, Games room (Table tennis /Football), Private room, Arcade game machine + Board Game, Pool Table และ ROV Mobile Zone
- ชั้น 8 : E-sport, ROV Mobile Zone, Vending machine, Relaxing zone และ Co-living มีทางเดินเชื่อมไปชั้น 8 ของ Building B
Building C : Pet-Friendly
- ชั้น 1 : Mail box, Lobby B, Dog /Cat play zone และ Pet playground (Landscape)
- ชั้น 8 : Co-living มีทางเดินเชื่อมไปชั้น 8 ของ Building B
Building D
- ชั้น 1 : Lobby D
- ชั้น 2 : Fitness / Yoga, Boxing, Weight training และ Cardio zone ส่วนกลางของชั้นนี้เดินออกมาสระว่ายน้ำด้านนอกได้
Building E
- ชั้น 1 : Lobby E, Lucky photo booth, Mail box, Photo/Live studio, Co-meeting room, Thinking space, Cooking lap, Vending machine และ Music studio
- ชั้น 8 : Sky lounge, Semi meeting & study, Co-meeting area, Living lounge และ Private meeting
Building F
- ชั้น 1 : Reception area, Lobby F, Co-working, Kave café, Private meeting และ Mail box
- ชั้น 3 : Multi-function area, Working & exercise area, Game area, Theater และ Game booth
- ชั้น 4 : Multi function space, Secret library, Fun meeting (board game/ etc), Study stack และ Private meeting
- ชั้น 5 : Outdoor co-kitchen, Multi function area และ Private lounge room & Cooking zone มีทางเดินเชื่อมไปชั้น 6 ของ Building A
- ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
- อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 119 : 1
- อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 117 : 1
- อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 116 : 1
- อัตราส่วนลิฟต์ตึก C 134 : 1
- อัตราส่วนลิฟต์ตึก D 113 : 1
- อัตราส่วนลิฟต์ตึก E 125 : 1
- อัตราส่วนลิฟต์ตึก F 108 : 1
- ที่จอดรถ 38% (รวมจอดซ้อนคัน)
- ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ
– รูปแบบประตูทางเข้า-ออกโครงการ : รั้วไม้กระดก ระบบจดจำป้ายทะเบียน
– ระบบในการเข้า-ออก (เดินเข้าออก ขึ้นลงอาคาร) : Keycard Access / Face Scan
– CCTV ส่วนกลาง
– รูปแบบรั้วรอบโครงการ : รั้วทึบ
แบบห้อง
Highlight :
- เน้นแบบห้อง 1 Bedroom จึงอยู่อาศัยคนเดียวได้สบายๆ รวมถึงมี 1 Bedroom Plus ที่อยู่กัน 2 คนได้หรือทำเป็นห้องสัตว์เลี้ยง สำหรับห้องพักในอาคาร C
- ห้องครัวแบบปิดและระเบียงส่วนตัวในทุกยูนิต ถูกใจคนชอบทำอาหารและมีพื้นที่
- ตกแต่งแบบ Fully Furnished เพียงซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและชุดเครื่องนอนเพิ่มก็เข้าอยู่ได้เลย
Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) จะมีแบบห้องเป็น 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus เหมาะกับนักศึกษาหรือคนที่หาที่พักใกล้ที่ทำงาน ถ้าอยู่อาศัยคนเดียวก็มีพื้นที่ห้องกว้าง อยู่ได้สบายๆ รวมถึงการตกแต่งแบบ Fully Furnished ที่ซื้อของเพิ่มนิดหน่อยก็พักอาศัยได้เลย แต่จะมีห้องพักอาศัยที่วาง Layout แตกต่างกันไป แต่จะออกแบบมีครัวปิดและระเบียงในทุกแบบห้องเลย ซึ่งมีแบบห้องให้เลือกถึง 4 แบบ
- 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 23.10 – 24.40 ตร.ม.
- 1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 25.70 – 27.70 ตร.ม.
- 1 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอย 27.10 – 28.50 ตร.ม.
- 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 34.30 – 35.80 ตร.ม.
ทางโครงการตกแต่งห้องแบบ Fully Furnished โดยให้เฟอร์นิเจอร์มาค่อนข้างครบเลยทั้ง ตู้รองเท้า, ชั้นวางทีวี, โซฟา, เคาน์เตอร์ครัว พร้อมอ่างล้างจานและชั้นเก็บของด้านบน, โต๊ะรับประทานอาหารและเก้าอี้, ฐานเตียง 5 ฟุต, ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะแต่งหน้า และ แอร์ เราเพียงซื้อพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า ชุดเครื่องนอนและผ้าม่านก็สามารถเข้าอยู่ได้เลย
มีเพียงเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่จะมีดีไซน์และจำนวนที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับแบบห้อง ได้แก่
– 1 Bedroom : ตู้วางรองเท้าแบบกว้าง และโต๊ะแต่งหน้า พร้อมเก้าอี้
– 1 Bedroom Exclusive : เคาน์เตอร์ครัว พร้อมชั้นวางของด้านข้าง, โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมเก้าอี้ 2 ตัว และแอร์ 2 เครื่อง
– 1 Bedroom Extra : โต๊ะรับประทานอาหาร พร้อมเก้าอี้ 1 ตัว, โต๊ะแต่งหน้า พร้อมเก้าอี้ และแอร์ 2 เครื่อง
– 1 Bedroom Plus : เคาน์เตอร์ครัวแบบตัว L มีชั้นวางของด้านบน พร้อมเว้นช่องวางเครื่องซักผ้า, โต๊ะรับประทานอาหารแบบยาว พร้อมเก้าอี้ 2 ตัว และแอร์ 3 เครื่อง
วัสดุภายในห้อง
– พื้นห้อง : พื้น SPC ลายไม้
– ผนังห้องฉาบเรียบทาสีขาว
– ไฟดาวน์ไลท์
– เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก Daikin (จำนวนชิ้นขึ้นอยู่กับแบบห้อง)
– Smart digital Door lock รองรับ 5 ระบบ เช่น Keycard, Password, Finger Scan, กุญแจ และ Wireless Access ผ่านแอปพลิเคชัน
วัสดุห้องครัว
– พื้นห้องครัว : พื้น SPC ลายไม้
– Top Counter หินสังเคราะห์ พร้อมอ่างล้างจาน จาก TEKA
วัสดุห้องน้ำ
– พื้นและผนังห้องน้ำ : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร และ 40×40 เซนติเมตร
– ก๊อกน้ำ, อ่างล้างมือ และ โถสุขภัณฑ์ จาก COTTO
– ฝักบัว จาก American Standard และ Prema
– ฉากกั้นกระจกอาบน้ำ จาก ShowerKing
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะ
งั้นเราจะพาไปเดินดูรายละเอียดของทั้ง 4 แบบห้องเลย แต่เราจะเจาะลึกที่ห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 23.50 ตร.ม. และ 1 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอย 27.40 ตร.ม. นะ
1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 23.50 ตร.ม.
สำหรับห้องแรกที่เราพามาดูคือ 1 Bedroom ซึ่งแบบห้องนี้เป็นแบบห้องเริ่มต้นของโครงการ ส่วนมากจะอยู่ตำแหน่งที่หันหน้าออกด้านนอกอาคาร แต่ก็มีบางตำแหน่งที่ห้องหันหน้าได้วิว Court ส่วนกลางโครงการด้วยเหมือนกัน โดยเราได้สรุปจุดเด่นของห้องนี้มาให้อ่านกันครับ
- ห้องครัวแบบปิด ทำอาหารจริงจังได้ มีพื้นที่ในการประกอบอาหารได้กว้าง รวมถึงช่วยป้องกันกลิ่นและควันลอยเข้าไปห้อง
- Open Plan เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่นอน ทำให้ห้องดูโปร่ง จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่น
- ห้อง Walk-in Closet แยกจากส่วนห้องนอน ทำให้ได้ความเป็นสัดส่วน แตกต่างกับแบบห้องอื่นของโครงการที่จะตั้งตู้เสื้อผ้าอยู่ภายในห้องนอน
- ห้องน้ำ แบ่งเป็นสัดส่วนทั้งอ่างล้างมือ สุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำ
- ระเบียง มีพื้นที่ด้านล่างตั้งเครื่องซักผ้าได้ โดยแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน
พอเราเดินเข้าห้องมาจะเป็นครัวแบบปิดขนาด 1.10×1.90 เมตร ที่มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นก่อนที่จะไปพื้นที่ด้านในห้องที่เป็นนั่งเล่นและพื้นที่นอน
ทุกแบบห้องจะปูพื้นห้องครัว พื้นที่นั่งเล่นและห้องนอนเป็น SPC ลายไม้ ที่ทนต่อพวกรอยขีดข่วน ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับอาคาร C ที่เลี้ยงสัตว์ภายในห้อง ก็ทำให้ช่วยลดรอยขีดข่วนจากสัตว์นั่นเอง
อย่างที่บอกไปว่าทางโครงการจะตกแต่งแบบ Fully Furnished อย่างห้องครัวก็มีทำ Built-in เคาน์เตอร์ครัว เว้นช่องด้านข้างสำหรับวางตู้เย็น รวมถึงมีชั้นวางรองเท้าอยู่ด้านข้างห้องด้วย
ชั้นวางรองเท้าที่ทางโครงการ Built-in มาให้จะอยู่บริเวณเดียวกับห้องครัว ทำให้เข้าห้องมาก็เก็บรองเท้าได้เลย แต่ว่าชั้นวางรองเท้านี้ไม่ได้ติดตั้งหน้าบานมา ก็เลยต้องระวังนิดนึงเวลาทำอาหารที่มีกลิ่นและควัน หรือจริงๆแล้วเราก็ติดตั้งหน้าบ้านเพิ่มได้เองเหมือนกัน
ห้องครัวที่ทางโครงการมี Built-in เคาน์เตอร์มาให้ด้วย
เคาน์เตอร์ครัวที่ทางโครงการ Built-in มาให้ จะมีอ่างล้างจานหลุมเดี่ยวจาก TEKA มาให้ 1 จุด แต่จะไม่ได้เตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันนะครับ จึงเหมาะกับซื้ออาหารมาอุ่นหรือเตรียมอาหารเบาๆ ได้ แต่ใครที่ต้องการทำอาหารรับประทานเองก็สามารถซื้อเตาไฟฟ้าหรือเครื่องดูดควันเพิ่มได้ รวมถึงด้านหลังเคาน์เตอร์ก็ติดตั้ง Backsplash มาให้แล้ว ทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายด้วย
ชั้นเก็บของบริเวณเคาน์เตอร์ครัวจะติดตั้งมาให้ 2 จุดครับ คือ ช่องวางของด้านล่างอ่างล้างจาน เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ อีกทั้งมีติดตั้งถังขยะมาให้แล้ว ใช้งานได้สะดวก และมีออกแบบเว้นช่องวางเครื่องไมโครเวฟ ทำให้ช่วยประหยัดพื้นที่บนเคาน์เตอร์ได้ ได้พื้นที่เตรียมอาหารกว้าง ส่วนชั้นวางของด้านบน ก็ไว้เก็บพวกจาน ชาม แก้วน้ำ หรืออุปกรณ์ทำอาหารต่างๆ
ก่อนจะเข้าไปด้านในห้องจะมีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนกั้นระหว่างห้องไว้ พอเลือกใช้เป็นประตู 3 ตอน ก็ทำให้เปิดประตูได้กว้างขึ้นด้วย
สำหรับพื้นที่นั่งเล่นและเตียงนอนจะอยู่บริเวณเดียวกันเลย มีขนาด 2.45×3.75 เมตร โดยออกแบบเป็น Open Plan จึงทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง รวมถึงจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่น
จริงๆแล้วทางโครงการจะมีชั้นวางทีวีและโซฟา 2 ที่นั่งแถมมาให้ด้วย แต่ว่าจะไม่ได้หน้าตาเหมือนกับห้องนี้นะครับ จะได้ตามภาพ Furniture Lists ข้างบนเลย ส่วนระยะดูทีวีจะอยู่ที่ 2.15 เมตร จึงเหมาะตั้งทีวีขนาด 45 นิ้วขึ้นไปได้เลย และแบบห้องนี้จะได้เครื่องปรับอากาศเพียงเครื่องเดียว โดยติดตั้งตรงบริเวณนี้นะครับ
พื้นที่ว่างระหว่างโซฟาและเตียงนอนจะมีพื้นที่ว่างวางโต๊ะเล็กๆ ไว้ตั้งโคมไฟหรือมือถือก่อนนอนได้ครับ
ส่วนฐานเตียงนี้ทางโครงการก็ Built-in มาให้นะครับ จะเป็นฐานเตียงขนาด 5 ฟุต ที่มีช่องเก็บของ 2 ช่อง ไว้เก็บพวกหนังสือหรือของกระจุกกระจิกได้ครับ ส่วนด้านข้างเตียงจะเป็นหน้าต่างไว้ชมวิวและรับแสงธรรมชาติครับ
ทางโครงการมีเตรียมช่องปลั๊กไว้สำหรับใครที่อยากแขวนทีวีตรงปลายเตียงนอนไว้ให้ด้วย แต่เรามองว่าเวลาเรานอนบนเตียงก็มองเห็นทีวีตรงพื้นที่นั่งเล่นเหมือนกัน ก็เลยคิดว่าไม่ต้องมีทีวีอีกเครื่องก็ได้ครับ
จากพื้นที่นั่งเล่นและเตียงนอนจะเชื่อมต่อไป Walk-in Closet แต่ว่าทางโครงการไม่ได้ติดประตูกั้นปิดมาให้นะครับ ก็จะได้ในความโปร่งโล่งของพื้นที่ดี แต่สำหรับใครที่อยากได้ความเป็นสัดส่วนก็ติดประตูปิดได้หรือใช้เป็นผ้าม่านก็ได้เหมือนกัน อีกทั้งยังเป็นการกั้นแอร์ให้ความเย็นอยู่แค่ในบริเวณนี้ด้วย
แบบห้อง 1 Bedroom นี้จะเป็นแบบห้องเดียวของโครงการที่มีพื้นที่ Walk-in Closet แยกออกมาจากพื้นที่เตียงนอน เหมาะกับน้องๆผู้หญิงเลยที่จะได้พื้นที่แต่งตัวที่มีความเป็นสัดส่วน โดยมีขนาด 1.40×2.60 เมตร ซึ่งทางโครงการได้ Built-in ตู้เสื้อผ้า พร้อมโต๊ะแต่งหน้าและเก้าอี้มาให้ครับ
ตู้เสื้อผ้าจะเป็นบานทึบลายไม้และบานกระจก ส่วนด้านในมีราวแขวนเสื้อผ้าและช่องเก็บของด้านบน สำหรับเก็บพวกกระเป๋าเดินทางได้ด้วย ส่วนพื้นที่ยืนแต่งตัวจะกว้างประมาณ 0.85 เมตร
เรามีไอเดียแนะนำสำหรับใครที่ไม่ค่อยสบายใจเวลามีเพื่อนแวะมาที่ห้อง แล้วต้องเห็นเสื้อผ้าภายในตู้เราที่อาจจะไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ เราจะติดสติกเกอร์ขุ่นตรงบานกระจกของตู้เสื้อผ้า เพื่อช่วยพรางสายตา ได้ความเป็นส่วนตัว รวมถึงติดพวกสติกเกอร์สีสันสดใสอันเล็กๆเพิ่มด้วย จะได้ดูเหมือนเป็นการตกแต่งตัวตู้เสื้อผ้านั่นเอง
สำหรับโต๊ะแต่งหน้ากับเก้าอี้จะไม่ได้หน้าตาตามนี้นะครับ จะได้เป็นอีกแบบ แต่นี่ทางโครงการตกแต่งมาให้เป็นไอเดีย หรือใครที่อยากได้แบบนี้เลย ก็ติดต่อกับทางโครงการได้ครับ โดยโต๊ะแต่งหน้าจะ Built-in ติดกับตู้เสื้อผ้ามาเลย และมีช่องว่างวางของได้
ห้องน้ำจะติดกับโต๊ะแต่งหน้า และทางโครงการมีติดตั้งกระจกเงาไว้ส่องแบบเต็มตัวได้ รวมถึงช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วย
ห้องน้ำจะมีขนาด 1.80×2.15 เมตร มีออกแบบลดระดับพื้นให้ต่ำลงกว่าพื้นห้อง ช่วยกันน้ำท่วมไม่ให้ไหลเข้ามาภายในห้องได้ มีการแบ่งส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน วัสดุตกแต่งใช้กระเบื้องโทนสีขาว ทำให้ห้องดูสว่าง สุขภัณฑ์ได้ครบชุดเหมือนในห้องตัวอย่าง ส่วนอาบน้ำได้ฉากกั้นด้วยครับ
ทางโครงการมีออกแบบแบ่งฝั่งอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ด้วย ก็ได้ความเป็นสัดส่วนดีเหมือนกันครับ
สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดทั้งก๊อกน้ำ อ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์มาจากแบรนด์ COTTO ครับ และเราชอบที่มีช่องเก็บของด้านล่างอ่างล้างมือด้วย ทำให้เก็บพวกผ้าขนหนู ทิชชู หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องน้ำได้ครับ
พื้นที่ส่วนแห้งและเปียกจะมีฉากกั้นกระจกอาบน้ำแบบ 3 ตอนจาก ShowerKing ทำให้เปิดได้กว้างขึ้นและทำให้น้ำไม่กระเด็นไปเลอะส่วนอื่นๆครับ
พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 0.90×1.30 เมตร ยืนอาบน้ำได้สะดวก มีสิ่งที่เราชอบเลยคือการเจาะช่องกว้างประมาณ 0.35×0.45 เมตร ไว้วางพวกครีมอาบน้ำ แชมพู ครีมนวดต่างๆได้ หรือใครที่มีอุปกรณ์อาบน้ำเยอะก็หาชั้นวางเล็กๆมาตั้งเพิ่มได้ครับ ส่วนฝักบัวจะเป็นแบบ Hand Shower จาก American Standard และก๊อกน้ำจาก Prema
ต่อมาเราจะพาไปดูพื้นที่ระเบียงห้องกัน โดยจะอยู่ติดกับ Walk-in Closet เลยครับ ก็แนะนำว่าให้ติดม่านด้วยนะ จะได้บังสายตาจากภายนอก ได้ความเป็นส่วนตัว และแต่งตัวได้อย่างสบายใจครับ
ประตูระเบียงจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนเหมือนกันครับ จะสังเกตได้ว่าโครงการจะเลือกใช้เป็นบานเลื่อน 3 ตอนทั้งหมดเลย ทำให้เราเปิดประตูได้กว้างขึ้น อีกทั้งได้ความโปร่งโล่งด้วย
ระเบียงจะมีขนาด 1.10×1.40 เมตร ซึ่งทางโครงการแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน ทำให้เราใช้พื้นที่ด้านล่างได้จริง สามารถตั้งเครื่องซักผ้า ราวตากผ้า ปลูกต้นไม้หรือวางอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงอย่างแผ่นรองซับได้ด้วย ส่วนตัวราวกันตกจะออกแบบเป็นระแนงเหล็กสีดำ ที่ช่วยพรางสายตาจากด้านนอก ได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น
สำหรับห้องพักอาศัยในบางอาคารของโครงการนี้ที่เริ่มตั้งแต่ชั้น 1 เลย จะออกแบบระแนงระเบียงสูงเต็มความสูงห้อง เพื่อความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย เพราะว่าอยู่ติดกับสวนส่วนกลางนั่นเอง แต่ระเบียงของห้องพักอาศัยชั้นอื่นๆจะมีเว้นช่องเหมือนห้องตัวอย่างนี้ ที่เปิดรับวิวได้ครับ
1 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอย 27.40 ตร.ม.
แบบห้อง 1 Bedroom Extra จะมีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการครับ ด้วยความโดดเด่นเรื่องครัวปิดติดระเบียงและห้องน้ำที่เข้า-ออกได้ 2 ทาง ทำให้ใช้งานได้สะดวก และตำแหน่งห้องที่หันหน้าเข้ามา Court ส่วนกลางโครงการ ทำให้ได้วิวส่วนกลางนั่นเอง งั้นเราจะพามาดูจุดเด่นของแบบห้องนี้กันครับ
- พื้นที่ห้องนั่งเล่นและรับประทานอาหาร มีพื้นที่ขนาดใหญ่และโปร่ง วางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่น
- ห้องครัวแบบปิด ติดระเบียง สามารถทำอาหารได้จริงจัง รวมถึงเปิดประตูระบายกลิ่นและควันไปทางระเบียงได้เลย
- ระเบียง ใช้พื้นที่ด้านล่างได้จริง สามารถที่ตั้งเครื่องซักผ้าได้ เพราะว่าแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน
- ห้องนอนขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเยอะ
- ห้องน้ำเข้า-ออกได้ 2 ทาง สามารถเข้าได้จากพื้นที่นั่งเล่นและห้องนอน ทำให้ใช้งานได้ง่าย เป็นส่วนตัว เวลามีเพื่อนแวะมานั่งเล่นที่ห้อง
สำหรับแบบห้องนี้จะเดินเข้ามาแล้วเจอกับพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารที่ออกแบบเป็น Open Plan พื้นที่เชื่อมต่อกัน ทำให้พื้นที่ภายในห้องดูโปร่งโล่งดีครับ โดยจะมีขนาดอยู่ที่ 2.50×3.10 เมตร
ทางโครงการจะมีชั้นวางรองเท้า ชั้นวางทีวีและโซฟา 2 ที่นั่งมาให้ แต่หน้าตาเฟอร์นิเจอร์จะเป็นอีกแบบ ไม่เหมือนกับห้องนี้นะครับ อันนี้ทางโครงการตกแต่งมาให้เป็นไอเดียครับ ส่วนเครื่องปรับอากาศจะติดตั้งมาให้ 2 เครื่อง ตรงบริเวณพื้นที่นั่งเล่นและห้องนอน
สำหรับระยะดูทีวีอยู่ที่ 2.20 เมตร เหมาะวางทีวีขนาด 50 นิ้วขึ้นไปได้ จะได้ดูซีรี่ส์หรือเล่นเกมแบบจอใหญ่ๆ เต็มตาเลย รวมถึงมีพื้นที่วางโต๊ะกลางได้ด้วย ส่วนตรงผนังก็ติดราวแขวนกระเป๋าและหมวกต่างๆที่ใช้บ่อยๆเพิ่มได้ ก็ใช้งานได้สะดวกเวลาเข้า-ออกห้องครับ
ตรงข้างๆชั้นวางทีวีจะมีชั้นวางรองเท้าที่ทางโครงการแถมมาเหมือนภาพด้านขวาเลย จะเป็นชั้น 3 ช่อง ไม่มีบานปิด แต่ทางโครงการตกแต่งชั้นวางรองเท้าให้ตามภาพด้านซ้าย โดยติดหน้าบ้านและทำ Built-in เป็นชั้นวางของยาวไปถึงเพดานเลย ก็เป็นไอเดียให้ไปแต่งตามกันได้ครับ
พื้นที่รับประทานอาหารจะอยู่ระหว่างพื้นที่นั่งเล่นและห้องครัว ทำให้เราทำอาหารและจัดเสิร์ฟและเก็บล้างได้สะดวกครับ โดยโครงการจะให้โต๊ะสำหรับนั่งรับประทานอาหารและเก้าอี้ 1 ตัว ซึ่งหน้าตาเฟอร์นิเจอร์จะได้เป็นอีกแบบนะครับ
ทางโครงการทำ Built-in ชั้นวางของตรงบริเวณพื้นที่นั่งรับประทานอาหารมาให้เป็นไอเดีย นำไปปรับใช้กันได้ สำหรับใครที่มีของสะสม หรือจะทำเป็นตู้มีบานปิดสำหรับเก็บของก็ได้ ห้องก็ดูเรียบร้อยสวยงามดี
ห้องครัวเป็นแบบปิดที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ทำให้เวลาที่เราทำอาหารไม่มีกลิ่นและควันลอยเข้าไปติดเฟอร์นิเจอร์ด้านในห้องครับ
ห้องครัวมีขนาด 1.40×2.50 เมตร ที่ทางโครงการได้ทำ Built-in เคาน์เตอร์ครัวและชั้นวางของด้านบนมาให้แล้ว พร้อมมีพื้นที่ด้านข้างวางตู้เย็นได้ โดยจะมีพื้นที่ยืนประกอบอาหารประมาณ 0.80 เมตร
นอกจากนั้นยังเป็นห้องครัวแบบปิด ติดระเบียงที่เป็นแบบห้องที่ไม่ค่อยมีในคอนโด Kave TU และ Kave Ava ของทาง AssetWise เลย จึงเหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารเองหรือไม่ชอบให้กลิ่นอาหารลอยเข้าไปในห้องครับ
เคาน์เตอร์ Built-in ที่ทางโครงการให้มา เก็บของได้ทั้งตู้ด้านบนและล่างเลย
ทางโครงการมี Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้เหมือนห้องก่อนหน้านี้เลย แต่ว่าแบบห้องนี้จะมีความกว้างของเคาน์เตอร์และชั้นวางของด้านบนที่กว้างกว่า ส่วนสีหน้าบานเคาน์เตอร์ก็จะแตกแต่งกันไปในแต่ละห้องนะครับ
เคาน์เตอร์มีอ่างล้างจานแบบหลุมเดี่ยวจาก TEKA ส่วนด้านหลังเคาน์เตอร์มีติด Backsplash มาให้ รวมถึงด้านล่างอ่างล้างมือมีติดตั้งถังขยะมาให้เหมือนแบบห้องอื่นๆครับ
ส่วนระเบียงจะอยู่ติดกับห้องครัวเลย ทำให้เปิดประตูเพื่อระบายกลิ่นและควันในห้องครัวได้ โดยไม่จำเป็นต้องติดเครื่องดูดควัน ช่วยให้ประหยัดเงินไปได้ด้วย
ระเบียงมีขนาด 1.10×1.40 เมตร มีพื้นที่ตั้งเครื่องซักผ้าหรือปลูกต้นไม้ได้ เพราะว่าทางโครงการได้แขวน Condensing Unit ไว้ด้านบนนั่นเอง
ถัดจากห้องครัวจะเป็นห้องนอนและห้องน้ำที่เข้า-ออกได้จากห้องนอนและพื้นที่นั่งเล่นครับ โดยเราจะพาไปดูห้องนอนกันก่อนนะ
ห้องนอนมีขนาด 2.55×4.00 เมตร โดยทางโครงการให้มาทั้งฐานเตียงนอน 5 ฟุต ตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะแต่งหน้า ตั้งอยู่บริเวณเดียวกันเลย ไม่ได้มีแบ่งเป็นห้องแต่งตัวเหมือนห้อง 1 Bedroom จึงเหมาะกับคนที่ไม่ได้มีเสื้อผ้าเยอะมากนัก
เมื่อดูจากพื้นที่ห้องตัวอย่างแล้วก็ยังมีพื้นที่ว่างเหลืออยู่เยอะเลย ทำให้ใครที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วย ก็วางเบาะนอน ถาดอาหารและของเล่นของน้องๆในห้องได้ครับ
ฐานเตียงนอนที่ทางโครงการให้มาก็มีช่องเก็บของด้านล่าง ไว้เก็บหนังสือ หรือ ถาดอาหารและของเล่นของสัตว์เลี้ยงได้ครับ
สำหรับใครที่ติดดูทีวีก่อนนอน ก็แนะนำให้ใช้ทีวีแบบแขวนนะ เพราะว่าจะได้มีพื้นที่เดินตรงปลายเตียง เข้าไปเปิด-ปิดผ้าม่าน เช็ดกระจกหน้าต่างหรือเปลี่ยนผ้าปูที่นอนได้สะดวกดี ตำแหน่งเตียงก็จัดไว้ใกล้หน้าต่าง ไว้ชมวิวสวนส่วนกลางได้ รวมถึงให้แสงส่องเข้ามาในห้องได้ด้วย
ถัดจากเตียงนอนก็เป็น Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะแต่งหน้า แต่ทางโครงการเปลี่ยนโต๊ะแต่งหน้าเป็นโต๊ะทำงานแทนนะ เป็นไอเดียให้สำหรับคนที่ไม่ได้มีเครื่องสำอางหรือ Skin Care เยอะครับ
ตู้เสื้อผ้าก็ออกแบบเหมือนแบบห้องอื่นๆเลย ภายในตู้มีราวแขวนเสื้อผ้าและแบ่งช่องเก็บเสื้อผ้าหรือกระเป๋าอยู่ด้านบนด้วย ส่วนบานตู้ก็เป็นบานทึบลายไม้และบานกระจก ซึ่งเรามองว่าการออกแบบบานตู้เป็นกระจกนี้ ที่ทำให้เลือกหาเสื้อผ้าได้ง่ายๆ เป็นการออกแบบที่เหมาะกับแบบห้องนี้ที่เพื่อนหรือแขกไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนเรานั่นเองครับ โดยมีพื้นที่ยืนแต่งตัวหน้าห้องน้ำประมาณ 0.95 เมตร
ห้องน้ำมีขนาด 1.50×2.50 เมตร มีแบ่งโซนแห้งและเปียกอย่างชัดเจน เราจะได้สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำครบตามห้องตัวอย่างแบบนี้เลยครับ
เลือกใช้ก๊อกน้ำ อ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์จาก COTTO และทางโครงการออกแบบมีช่องเก็บของด้านล่างอ่างล้างมือ สำหรับเก็บพวกอุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องน้ำได้ด้วย
ฉากกั้นอาบน้ำจะเป็นแบบบานเลื่อน 3 ตอน จาก ShowerKing ทำให้เปิดออกได้กว้างมากขึ้น เดินเข้า-ออกก็จะสะดวกดี รวมถึงทำให้น้ำไม่กระเด็นไปเลอะส่วนอื่นๆด้วย
พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 0.90×1.00 เมตร ภายในมี Hand Shower จาก American Standard และก๊อกน้ำจาก Prema พร้อมผนังข้างๆมีการเจาะช่องให้เราสามารถวางอุปกรณ์อาบน้ำและหยิบใช้งานได้ง่าย
จากที่เราได้บอกไปนะครับว่าห้องน้ำนี้จะเข้า-ออกได้ 2 ทาง ทั้งจากพื้นที่นั่งเล่นและห้องนอน ทำให้เวลามีเพื่อนแวะมานั่งทำงานกลุ่มหรือนั่งเล่นก็เข้าห้องน้ำได้ โดยไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนเรานั่นเอง ทำให้เราได้ความเป็นส่วนตัวด้วย
เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับห้อง 1 Bedroom และ 1 Bedroom Extra ที่เราได้พาไปเจาะลึกกัน หากใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ อยากดูแบบห้องอื่นอีก เราก็ได้เก็บภาพบรรยากาศของห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Exclusive และ 1 Bedroom Plus มาให้ด้วยนะ
1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 25.90 ตร.ม.
แบบห้อง 1 Bedroom Exclusive นี้ จะจัดวางฟังก์ชันห้องคล้ายกับ 1 Bedroom Extra แต่จะแตกต่างที่เน้นพื้นที่นั่งเล่นขนาดใหญ่ ส่วนพื้นที่ห้องนอนจะมีขนาดพอดีๆ และห้องน้ำที่เข้าออกได้เพียงทางเดียว แบบปกติทั่วไปครับ
1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 34.60 ตร.ม.
แบบห้องสุดท้ายเป็น 1 Bedroom Plus ที่เป็นแบบห้องขนาดใหญ่สุดของโครงการ ที่ออกแบบแตกต่างทั้งห้องครัวที่มีเคาน์เตอร์ครัวรูปตัว L พื้นที่นั่งเล่นขนาดใหญ่ ห้องน้ำเข้า-ออกได้ 2 ทาง และห้องอเนกประสงค์ติดระเบียง ที่ปรับเป็นห้องอ่านหนังสือ ห้องทำงานหรือห้องเลี้ยงสัตว์ได้นั่นเอง
พื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารขนาดใหญ่
ราคา
Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2568)
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- 1 Bedroom ขนาด 23.10 – 24.40 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 7,072 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,132 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 11,550 บาท - 1 Bedroom Exclusive พื้นที่ใช้สอย 25.70 – 27.70 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.96 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 7,744 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,259 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 12,850 บาท - 1 Bedroom Extra พื้นที่ใช้สอย 27.10 – 28.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 8,258 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,328 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 13,550 บาท - 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 34.30 – 35.80 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.75 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 10,865 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,680 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 17,150 บาท - รูปแบบการขาย Fully Furnished
- มีบริการรถตู้รับ-ส่งฟรี ที่สะพานลอยหน้าโครงการ ข้ามไปประตูเชียงราก 2 และสะพานลอยข้ามไปประตูเชียงราก 1
- ค่าจองและทำสัญญา 20,000 – 30,000 บาท
- ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ 2% ของราคาประเมิน (ชำระคนละครึ่ง)
- ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม. ชำระครั้งเดียว
- ค่าส่วนกลาง 49 บาท/ตร.ม./เดือน โดยเรียกเก็บล่วงหน้า 1 ปี
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเล :
โครงการ Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) ตั้งอยู่บนถนนเชียงราก เยื้องๆกับประตูเชียงราก 2 ของ ม.ธรรมศาสตร์ และ U-Square เป็นโซนที่อยู่ถนนฝั่งตรงข้ามมหาลัยที่จะมีความเงียบสงบและไม่พลุกพล่านเหมือนฝั่งเดียวกับมหาลัย ตอบโจทย์ทั้งนักศึกษา ครูอาจารย์ และบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนั้นความอุดมสมบูรณ์โดยรอบมหาวิทยาลัยก็คึกคัก โดยเฉพาะบริเวณ U-Square ที่มีร้านค้าร้านอาหารเยอะ ให้จับจ่ายซื้อของกินได้สะดวก
ในแง่ของการลงทุน ถึงแม้ว่าจำนวนห้องพักอาศัยในย่านจะเริ่มมีความ Oversupply แต่ก็ยังคงมี Demand ที่แข็งแกร่งอยู่ครับ โดยเฉพาะโครงการนี้ที่ยังคงมีจุดเด่นที่เป็นที่ต้องการของตลาดสูง ทั้งในเรื่องทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ตอบโจทย์น้องๆนักศึกษาแบบสุดๆ ซึ่งผลตอบแทนหรือค่า Yield ของโครงการนี้ก็จะอยู่ที่ราวๆ 5 – 6% ต่อปี ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองที่คาดหวังว่าจะซื้อและปล่อยเช่าหลังลูกเรียนจบไปแล้วก็ยังคงน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
การเดินทางโดยใช้รถ :
โครงการอยู่ห่างจากประตูมหาวิทยาลัยประมาณ 1.6 – 3.5 กิโลเมตร และรถบนถนนเชียงรากเองก็ไม่ค่อยติดเลยครับ (ยกเว้นช่วงเย็นๆ) ทำได้เดินทางถึงมหาวิทยาลัยได้ไม่กี่นาที แต่ภายในโครงการมีที่จอดรถ 39% รวมจอดซ้อนคัน ซึ่งเราคิดว่าก็น้อยไปหน่อย เพราะถ้าหากคิดเผื่อว่าจะรองรับคนวัยทำงานในย่านนี้ด้วย อาจจะมีความจำเป็นต้องใช้ที่จอดรถเพิ่มมากขึ้น ส่วนใครที่จะใช้ทางด่วน ก็มีทางด่วนอุดรรัถยาที่อยู่ใกล้ที่สุด ห่างจากโครงการเพียง 3.5 กิโลเมตร กับทางยกระดับอุตราภิมุขที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 12 กิโลเมตร
การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :
ปัจจุบันมีสะพานลอยตรงบริเวณด้านหน้าปากซอยทางเข้าโครงการให้ใช้งานแล้วเรียบร้อย ทำให้สามารถใช้ข้ามถนนไปยังประตูเชียงราก 2 ได้สะดวกมากๆเลย โดยมีระยะประมาณ 280 เมตร นอกจากนั้นยังมีรถรับ-ส่งจากโครงการออกมาส่งที่สะพานลอยและประตูเชียงราก 1 และก็มีวินมอเตอร์ไซค์ด้านหน้า เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางแบบไม่ใช้รถส่วนตัวที่สะดวก
วัสดุ :
รูปแบบการขายของโครงการนี้เป็น Fully Furnished ที่เราซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและชุดเครื่องนอนเพิ่มเติมนิดหน่อยก็เข้าอยู่ได้เลย โดยปูพื้นเป็น SPC ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบ ทาสี มีไฟดาวน์ไลท์ มีสุขภัณฑ์ในห้องน้ำครบ และมีแอร์มาให้ด้วย
การออกแบบ :
เป็นโครงการขนาดใหญ่สุดในย่าน ทั้งขนาดที่ดินและจำนวนยูนิตที่เยอะถึง 1,423 ห้อง เรียกได้ว่ามีเพื่อนบ้านหนาแน่น แต่ก็ทำให้มีส่วนกลางหรือ Facilities เยอะที่สุดในย่านด้วยเช่นกัน โดยออกแบบให้อาคารทั้ง 6 โอบล้อมพื้นที่ Court ตรงกลางเอาไว้ ทำให้ห้องพักที่หันหน้าเข้ามาด้านในจะได้การันตีวิวว่าจะมองเห็นสระว่ายน้ำ และพื้นที่สีเขียวสวยๆที่โครงการจัดเอาไว้ให้อย่างแน่นอน ซึ่งหนึ่งในนั้นยังมีอาคาร Pet-Friendly สำหรับคนที่เลี้ยงสัตว์ให้เลือกด้วย ถือว่าเป็นโครงการแรกและโครงการเดียวในย่านตอนนี้เลยครับ
รูปแบบห้องเริ่มต้นคือ 1 Bedroom และแบบห้องใหญ่สุดคือ 1 Bedroom Plus ซึ่งเหมาะสำหรับอยู่อาศัย 1-2 คน จะอยู่คนเดียวส่วนตัวหรือจะแชร์ค่าห้องอยู่กับ Roommate ก็ได้ ฟังก์ชันภายในห้องค่อนข้างลงตัว ได้พื้นที่ครัวปิดและมีระเบียงในทุกยูนิต โดยระเบียงทำมุมพักผ่อนได้ ไม่ใช่แค่ใช้เป็นส่วนของ Service อย่างเดียว
สาธารณูปโภค :
แนวคิดโครงการมาจากธีม Alice in Wonerland ผสมผสานระหว่างความเป็นเทพนิยายและสวนสนุก จึงมีความหลากหลายและจัดว่าทำได้ถึงมากๆครับ ซึ่งเราก็ได้เห็นของจริงกันแล้วว่าทำออกมาได้สวยงามและตรงปกมาก โดยเฉพาะพื้นที่ Court ตรงกลางที่มีทั้งสระว่ายน้ำ พื้นที่สีเขียว และ Skywalk ที่เข้ากันได้ดีมากๆ นอกจากนี้ยังกระจายส่วนกลางรวมกว่า 55 ฟังก์ชันไปทั่วทุกอาคาร และใช้สี + ธีมของสัตว์ต่างๆมาเป็น Gimmick น่ารักๆดีครับ
ฟังก์ชันส่วนกลางที่จัดมาให้นับว่าตอบโจทย์น้องๆนักศึกษาแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น Co-Working Space / E-Sport และสระว่ายน้ำถึง 3 สระ ใครที่ชอบใช้งานส่วนกลางรับรองว่าฟินแน่นอนเลยครับ แต่ทั้งนี้ก็แลกมากับจำนวนลูกบ้านที่ต้องมีการแชร์การใช้งานกันค่อนข้างเยอะพอสมสวร
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 75,000 บาท/ตร.ม., 25 ธันวาคม 2568
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง | 7.5/10 | อยู่บนถนนเชียงราก ฝั่งตรงข้าม ม.ธรรมศาสตร์ หาของกินได้ไม่ยาก และเดินทางไปเรียนได้สะดวก |
| เดินทางด้วยรถ | 7.75/10 | เดินทางค่อนข้างสะดวก สามารถไปขึ้นทางด่วนได้ง่าย ถ้าขับไปมหาวิทยาลัยต้องไปกลับรถวนมาหน่อย และได้ที่จอดรถค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน |
| ไม่ใช้รถ | 7.75/10 | เดินข้ามสะพานลอยหน้าโครงการไป ม.ธรรมศาสตร์ได้ในระยะ 280 เมตร และมีรถตู้รับ-ส่ง |
| วัสดุ | 8.5/10 | Fully Furnished ได้เกรดตามมาตรฐานระดับราคานี้ |
| การออกแบบ | 8.5/10 | ผังโครงการโอบล้อมส่วนกลาง ออกแบบห้องพักฟังก์ชันครบ เป็นสัดส่วน |
| สาธารณูปโภค | 9/10 | ส่วนกลางเยอะสุดในย่านถึง 55 รายการ สวยงามน่าใช้งานมาก |
| รวมคะแนน | 7.97 | จาก 10 คะแนน |
Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) ดีไหม?
โครงการ Kave Wonderland (เคฟ วันเดอร์แลนด์) เหมาะกับน้องๆนักศึกษา บุคลากรในมหาวิทยาลัย พ่อแม่ผู้ปกครอง และกลุ่มนักลงทุน ที่หาคอนโดใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ สามารถเดินไปเรียนได้ และมีพื้นที่ส่วนกลางเยอะที่สุดในย่านตอนนี้ รวมถึงตึกที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ให้เลือกด้วย โดยจะต้องมีงบเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 7,072 บาท/เดือน
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

