รีวิวฉบับที่ 2040 …  สร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะกับโครงการ FYNN สุขุมวิท 31 คอนโดมิเนียม Luxury ในซอยสุขุมวิท 31 ที่มีความเป็นส่วนตัวสูงมีเพียง 63 ยูนิต สามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยเนื่องจากโครงการเขาให้เฟอร์นิเจอร์มาครบครัน พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนั้นโครงการนี้ยังรองรับคนใช้รถยนต์ด้วยที่จอดรถกว่า 90% ส่วนใครไม่ใช้รถก็ไม่ต้องน้อยใจเพราะเขามีรถรับ-ส่ง ที่หน้าปากซอยสุขุมวิท 31 และ ซอยสุขุมวิท 33 ให้ด้วยค่ะ นอกจากนั้นยังมี Facilities ที่ชั้นดาดฟ้าบรรยากาศน่าใช้งาน ในราคาเริ่มต้น 6.4 ล้านบาท (โปรโมชัน) โครงการจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลย

ข้อมูลโครงการ

6 February 2020

  • FYNN Sukhumvit 31 (ฟินน์ สุขุมวิท 31)
  • บริษัท ฟินน์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ซอย สุขุมวิท 31 เขต วัฒนา
  • ที่ดินประมาณ 0-3-21 ไร่
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 63 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 10 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 59 คันคิดเป็น 94 % และรถจักรยานยนต์ 5 คัน
  • เริ่มก่อสร้าง : Q1 ปี 2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q4 ปี 2562 ปัจจุบันสร้างเสร็จพร้อมอยู่
  • 1 Bedroom 36.00 – 48.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.70 ล้านบาท (โปรโมชั่น 6.40 ล้านบาท)
  • 2 Bedrooms 70.00 – 80.00 ตร.ม. (Sold out)
  • 3 Bedrooms 113.00 – 117.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 21.5 ล้านบาท (โปรโมชั่นลด 1 ล้านบาท)
  • ฝ้าเพดานสูง 2.65 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นประมาณ 170,000 – 180,000 บาท/ตร.ม.
  • ว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • โทร  : 095-367-1800

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มค่ะ

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.741648, 100.566918
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

FYNN สุขุมวิท 31 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 หรือที่รู้จักกันว่า “ซอยสวัสดี” นั่นเองค่ะ ทำเลแถวนี้ถือว่าเป็นทำเลในเมืองใกล้สถานศึกษาชื่อดังอย่างโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าอโศก ประมาณ 1.2 กิโลเมตร เส้นทางส่วนใหญ่ซอยจะเป็น One Way เดินทางออกถนนเพชรบุรี ถนนอโศกมนตรีและถนนสุขุมวิทได้สะดวก นอกจากนั้นยังสามารถใช้ซอยต่างๆเพื่อไปออกยังทองหล่อได้ง่ายๆโดยไม่ต้องผ่านถนนใหญ่ให้เสียเวลาด้วยค่ะ

โครงการมีรถยนต์รับ-ส่งที่หน้าปากซอยสุขุมวิท 31 และสุขุมวิท 33 โดยจะแบ่งเป็นรอบเช้าเวลา 7.30 – 9.00 น. ออกทุกๆครึ่งชั่วโมงค่ะ และรอบเย็นเวลา 16.00 – 17.30 น. ทุกๆครึ่งชั่วโมงเช่นกันค่ะ (หรือเปลี่ยนแปลงตามนิติฯกำหนด)

รายละเอียดทำเลโครงการสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ >> พาชมทำเล FYNN สุขุมวิท 31 

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการส่วนใหญ่เป็นอาคารพักอาศัย มีตั้งแต่บ้านพักอาศัยไปจนถึงคอนโดมิเนียม 8-10 ชั้น บรรยากาศภายในซอยค่อนข้างเงียบสงบ มีรถสัญจรไปมาอยู่บ้างไม่หนาแน่นมากแต่มีอยู่ตลอดทั้งวัน จะหนาแน่นช่วงโรงเรียนเลิกเพราะเป็นทางผ่านของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรค่ะ ที่ดินของโครงการติดกับทิศต่างๆ ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดกับ คอนโดมิเนียม Voque Sukhumvit 31 สูง 8 ชั้น 
  • ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัย สูง 2 ชั้น และถนนส่วนบุคคล
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ซอย สุขุมวิท 31
  • ทิศตะวันตก ติดกับ อาคารจอดรถของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สูง 10 ชั้น

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (มศว) ~ 500 เมตร
  • GMM Tower ~ 800 เมตร
  • BB Buildings ~ 1.0 กิโลเมตร
  • Sino-Thai ~ 1.1 กิโลเมตร
  • Singha Complex ~ 1.2 กิโลเมตร
  • BTS อโศก ~ 1.2 กิโลเมตร
  • Sermmit Tower Building ~ 1.2 กิโลเมตร
  • Thai Summit Tower ~ 1.2 กิโลเมตร
  • MRT เพชรบุรี ~1.3 กิโลเมตร
  • Exchange Tower ~ 1.3 กิโลเมตร
  • Emquatier ~ 1.4 กิโลเมตร
  • Terminal 21 ~ 1.5 กิโลเมตร
  • BTS พร้อมพงษ์ ~ 1.6 กิโลเมตร
  • MRT สุขุมวิท ~ 1.7 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

โครงการ Fynn สุขุมวิท 31 เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น จากบริษัท ฟินน์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเคยทำโครงการ Fynn Aree ซึ่งจริงๆ แล้ว Developer เจ้านี้มีชื่อเสียงมาจากธุรกิจโรงแรมที่หาดเทียนบีช รีสอร์ทนั่นเองค่ะ ตัวโครงการมีแนวคิดการออกแบบที่เน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว ได้ช่องเปิดกว้างมีพื้นที่สีเขียวอยู่ภายในเหมาะกับการพักผ่อน โดยตัวอาคารจะมี Facade แผงกันแดดที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับโครงการ นอกจากจะช่วยเรื่องบังแดดแล้วยังเป็นแนวบังสายตาทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยค่ะ

ภายในโครงการมีทั้งหมด 63 ยูนิต ถือว่าเป็นโครงการขนาดเล็ก ทำให้มีความหนาแน่นน้อย ได้ความเป็นส่วนตัวสูง มีห้องพักอาศัยหลายขนาดตั้งแต่ห้อง 1 Bedroom ไปจนถึง Penthouse 3 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 36 – 400 ตารางเมตรค่ะ ซึ่งจะแบ่งพื้นที่ภายในอาคาร ดังนี้

  • ชั้น 1
    • ห้องพักอาศัย 6 ยูนิต
    • Double-Volume Lobby and Reception
    • Double-Volume Feature Library
  • ชั้น 2
    • ห้องพักอาศัย 9 ยูนิต
  • ชั้น 3-6
    • ห้องพักอาศัย 10 ยูนิต
  • ชั้น 7
    • ห้องพักอาศัย 9 ยูนิต
  • ชั้น 8
    • ห้องพักอาศัย 4 ยูนิต
    • Steam Rooms
    • Fitness
  • ดาดฟ้า
    • Sun Deck
    • Swimming Pool with Shallow Water Lounge Area
    • Jacuzzi & Pool Pavilion
    • Kid’s Zone
    • Sky Garden with BBQ Area
    • Multi-Purposed Area

ผังอาคารชั้น 1  มีทางเข้าออกโครงการทางเดียวคือทางซอยสุขุมวิท 31 ที่ดินด้านหน้าโครงการที่ติดถนนกว้างประมาณ 25 ม. วางอาคารเต็มที่ดิน ส่วนด้านลึกที่สุดมีความยาวประมาณ 50 ม. เป็นความลึกที่ไม่มาก แม้ว่าจะจอดรถติดรั้วด้านในสุดโครงการก็สามารถเดินได้สบาย การเข้าถึงอาคารแยกส่วนรถและทางเดินเข้าไว้ชัดเจน ทำให้เป็นสัดส่วนดี ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเดินหลบรถค่ะ

ห้องพักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 เลยนะคะ ความพิเศษของห้องพักชั้นนี้คือจะได้วิวสวนชั้นล่างที่ทางโครงการจะตกแต่งไว้โดยรอบโครงการ ทำให้ห้องพักอาศัยในชั้นนี้ได้ประโยชน์จากวิวสวนโดยไม่ต้องดูแลรักษาเองเลย แต่ก็มีข้อเสียนิดหน่อย ที่พื้นที่สวนในชั้นนี้เป็นพื้นที่ส่วนกลางก็อาจจะมีคนเดินเข้ามาใช้งานสวน ทำให้เสีย Privacy ไปได้เหมือนกัน สำหรับห้องพักอาศัยชั้นนี้มีเพียง 6 ยูนิต ดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 36 ตร.ม. 4 ห้อง (เป็นแบบที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในชั้น)
  • ห้อง 2 Bedroom ขนาด 70-80 ตร.ม. อีก 2 ห้อง

ในชั้นนี้พื้นที่นอกอาคารจัดเป็นพื้นที่สวนส่วนกลางทั้งหมด ไม่มีส่วนของพื้นที่จอดรถนะคะ สำหรับที่จอดรถทางโครงการรองรับด้วยชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ที่แบ่งออกเป็นช่องจอดรถแบบธรรมดา และแบบช่องจอดอัตโนมัติ รวมเป็นที่จอดรถประมาณ 59 คัน คิดเป็น 94 % รองรับลูกบ้านได้เกือบทุกห้อง ห้องละคันเลย เส้นทางเดินรถในอาคารเมื่อขับเข้ามาด้านในพื้นที่โครงการ จะเป็นทางบังคับให้ลงสู่พื้นที่จอดรถชั้นล่าง ถ้าต้องการจอดส่งลูกบ้าน ก็จะมีประตูทางเข้าอาคารอีกทางที่ติดกับ Mailbox สามารถจอด Drop หน้าประตูได้ สำหรับความปลอดภัยนั้นจะเริ่มใช้ Key Card ตั้งแต่ตัวลิฟต์นะคะ แขกของลูกบ้านจึงสามารถมานั่งรอในส่วนของ Lobby ได้อยู่ค่ะ

  • ประตูทางเข้า Lobby —>ไม่ต้องใช้ Key Card แขกของลูกบ้านสามารถเข้ามารอในส่วน Lobby ได้
  • ตัวลิฟต์ —>ใช้ Key Card แขกของลูกบ้านต้องรอลูกบ้านมารับขึ้นส่วนพักอาศัยเท่านั้นค่ะ
  • ประตูทางเข้าฝั่ง Mail Box —>ใช้ Key Card จึงใช้ได้เฉพาะลูกบ้านเท่านั้น
  • ประตูทางเข้าโซนห้องพักอาศัยในชั้น 1 —>ใช้ Key Card เช่นกัน

สิ่งอำนวยความสะดวกในชั้นนี้จะมี Double Volume Lobby ที่ออกแบบฝ้าเพดานไว้ 2 ชั้น จึงได้บรรยากาศที่โปร่งโล่ง นอกจากนี้ก็จะมีห้องสมุด (Double-Volume Feature Library) และ พื้นที่นั่งเล่น Outdoor (Recreation Area) ที่ถูกล้อมด้วยบ่อน้ำ (Reflective Pond) ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายตั้งแต่บริเวณทางเข้าโครงการค่ะ บรรยากาศจริงจะเป็นยังไงไปชมกันค่ะ

ด้านหน้าโครงการจะแยกทางเข้า-ออกคนเดินอยู่ทางด้านขวา สามารถเดินเข้าสู่ Lobby ได้เลยค่ะ หรือใครที่มี Taxi, วินมอเตอร์ไซค์มาส่งก็ให้ส่งที่ป้ายชื่อโครงการเพื่อเดินเข้าด้านในได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Key Card

ส่วนทางเข้ารถยนต์จะอยู่ทางด้านขวา มีป้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ทางซ้ายมือ กั้นทางรถด้วยไม้กั้นกระดก ใช้ระบบ Bluetooth ในการผ่านเข้า-ออกเหมือนกับทางด่วนเลยค่ะ ทำให้สะดวกไม่ต้องหยิบบัตรขึ้นมาแตะ โดยจะได้ยูนิตละ 1 เครื่อง

สำหรับที่จอดรถจะอยู่ชั้นใต้ดิน ซึ่งมีทั้งหมด 2 ชั้นค่ะ

ด้านข้างเป็นทางเดินสำหรับเข้าโถงลิฟต์ได้เลยโดยไม่ต้องผ่าน Lobby เป็นทางที่ต้องใช้ Key Card ในการเข้าถึงค่ะ

ลงมาที่ชั้นจอดรถจะอยู่ใต้ดินเป็นทางรถสวนกันขับลงมาต้องระวังนิดนึงนะคะ

ที่จอดรถจะแบ่งเป็น ช่องจอดรถแบบธรรมดา และแบบช่องจอดอัตโนมัติ รวมเป็นที่จอดรถประมาณ 59 คัน คิดเป็น 94 % สามารถจอดรถมอเตอร์ไซค์ได้ 5 คัน โดยที่จอดแบบอัตโนมัติจะอยู่ทางด้านซ้ายมือค่ะ

บรรยากาศบริเวณที่จอดรถแบบ Conventional ซึ่งทางโครงการไม่แนะนำให้จอดซ้อนคันนะคะ

ที่ชั้นจอดรถใต้ดินจะมีลิฟต์ใครที่มี Key Card สามารถขึ้นไปยังชั้นพักอาศัยของตัวเองได้เลยค่ะ

มาดูทางเดินเข้า Lobby จากด้านหน้าโครงการกันบ้างค่ะ บรรยากาศทางเข้าโครงการ เป็น Reflective Pond 2 ฝั่งให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

ทางฝั่งขวามือเป็นห้อง Double-Volume Feature Library แยกออกมาจากส่วน Lobby ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ

เข้ามาใน Lobby ซึ่งเป็นโถงสูง Double Volume ตกแต่งด้วยลายหินอ่อนมีระแนงที่เข้ากันกับ Facade ของอาคาร ดูเรียบหรู

ฝั่งขวามือของ Lobby จะมีทางออกไปยังห้อง Double-Volume Feature Library ค่ะ

พื้นที่ด้านข้าง Lobby เป็นส่วน Recreation Area เอาไว้สำหรับนั่งเล่นริมน้ำให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีเก้าอี้นั่งมาให้ 2 จุดสำหรับนั่งพักผ่อนแบบ Outdoor ค่ะ

เก้าอี้นั่งเป็นเก้าอี้ทรงกลมไกวได้เบาๆ เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวสบายๆ ออกมาคุยโทรศัพท์บริเวณนี้ได้ค่ะ

ทางฝั่งขวาจะเป็นทางเข้า Double-Volume Feature Library ซึ่งจะต้องใช้ Key Card แตะเข้าไปค่ะ

ภายใน Double-Volume Feature Library จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าบริเวณ Lobby สำหรับใครที่มีแขกมาคุยธุรกิจกันก็สามารถใช้พื้นที่ตรงนี้ได้นะคะ ภายในห้องนี้จะมีกระจกบานสูงทั้ง 4 ด้านทำให้ห้องดูโปร่งสบายและเห็นวิวด้านหน้าได้

ภายในมีโซฟามาให้ 2 ชุด ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งอ่านหนังสือตรงนี้ก็เงียบสงบดีเหมือนกันค่ะ

กลับมาที่ Lobby ใครที่จะเข้าตัวอาคารจะต้องเข้าประตูทางด้านขวามือค่ะ

เข้ามาแล้วจะเจอกับทางลงไปยังโถงลิฟต์

โถงลิฟต์ของโครงการจะมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว อัตราส่วนลิฟต์ประมาณ 32 : 1 ถือว่าไม่หนาแน่น ทำให้ไม่ต้องรอลิฟต์นานในช่วงเวลาเร่งด่วนค่ะ

เชื่อมต่อกับโถงลิฟต์จะเป็นพื้นที่ Mail Box ของลูกบ้านทั้ง 63 ยูนิต

Mail Box ลูกบ้านสามารถหยิบใช้งานได้สะดวกเพราะอยู่ก่อนขึ้นลิฟต์เลยค่ะ

ถัดจากพื้นที่ Mail Box เป็นโถงทางเข้าที่เชื่อมต่อกับทางลงลานจอดรถ ที่จะต้องใช้ Key Card ในการเข้ามานั่นเองค่ะ

มาดูฝั่งขวาของโถงลิฟต์กันบ้าง ฝั่งนี้จะมีประตูกั้นระหว่างห้องพักอาศัยกับด้านนอก ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกบ้านชั้นนี้ค่ะ

ถัดมาจะเป็นห้องน้ำส่วนกลางมีมาให้ 1 ห้อง สำหรับคนที่อยู่บริเวณ Lobby ค่ะ

ภายในเป็นห้อง Powder Room จะมีอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ให้ค่ะ

ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่ของห้องพักอาศัยเต็มชั้น สำหรับห้องพักอาศัยชั้นนี้มี 9 ยูนิต ดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 36-47 ตร.ม. 5 ห้อง
  • ห้อง 2 Bedroom ขนาด 70-80ตร.ม. อีก 3 ห้อง
  • ห้อง 3 Bedroom ขนาด 117 ตร.ม. 1 ห้อง

ห้องพักในชั้นนี้จะหันหน้าทางทิศเหนือและทิศใต้เป็นหลัก ซึ่งจัดเป็นทิศยอดนิยมในการเลือกห้องพักอยู่แล้ว เนื่องจากทางทิศเหนือและใต้จะไม่ได้โดนแสงแดดบ่ายส่องเข้าภายในห้องโดยตรง ทำให้ห้องไม่ร้อนและพอรับลมได้บ้างค่ะ ทางเดินจัดเป็น Double Corridor วางห้องพักขนาบทางเดิน 2 ฝั่ง ลิฟต์มี 2 ตัวเป็นแบบล็อคชั้น มีอัตราส่วนลิฟต์เฉลี่ยทั้งโครงการถือว่าน้อยมากอยู่ที่ 32 : 1 จึงใช้งานกันแบบสบายๆ ตามสไตล์โครงการเล็กๆ ส่วนบันไดหนีไฟจะมีอาคารละ 2 ตำแหน่งกระจายตัวอยู่ทั้งฝั่งซ้ายขวาของอาคาร ซึ่งบันไดทั้งหมดสามารถลงไปยังชั้น 1 ได้ค่ะ การจัดวางห้องในอาคารใช้วิธีการจัดวางเรียงไปตามรูปทรงอาคาร จะมีไม่กี่ห้องเท่านั้นที่ประตูห้องตรงกับแนวทางเดิน ข้อดีของโครงการนี้อีกอย่างหนึ่งคือการจัดวางห้องพัก ที่เน้นให้แต่ละห้องได้ช่องเปิดที่ค่อนข้างกว้าง และวางหลบมุมกันเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวของการอยู่อาศัยจริง เราจึงเห็นแปลนของอาคารมีเหลี่ยมมุมหลายจุด ซึ่งตรงนี้ถือเป็นงานออกแบบที่ดีของโครงการค่ะ

ต่อไปเป็นเรื่องของวิว ซึ่งตามปกติผู้ที่เลือกคอนโด Low Rise คงไม่ได้เน้นเรื่องนี้มากเท่าไร แต่จะไปเน้นเรื่องห้อง เรื่องตัวโครงการที่อยู่สบายมากกว่า จึงขอสรุปสั้นๆแล้วกันค่ะ สำหรับห้องที่หันไปทางทิศใต้เป็นทิศที่ดีที่สุด น่าอยู่สุด เพราะติดกับถนนส่วนบุคคลและถัดไปคือบ้านอยู่อาศัย 2 ชั้น ทำให้ได้ความสงบและมองวิวโล่งๆออกไปได้ ส่วนห้องทางทิศตะวันออกจะหันออกทางซอยสวัสดี จึงได้มุมโล่งเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ติดถนนจึงมีความพลุกพล่านของรถที่ขับผ่านไปมาอยู่ด้วย ส่วนห้องที่หันทางทิศเหนือและตะวันตกจะคล้ายๆ กันคือ โดนบังด้วยอาคารที่อยู่ติดกันจนถึงชั้น 8 เลย 2 ทิศนี้จะไม่ได้วิว แต่ก็ไม่ได้แดดนะคะ เพราะมีอาคารบังแดดให้ค่ะ

มาต่อกันที่ ชั้น 3-6 ของตึกค่ะ จะมีแปลนเหมือนกับชั้น 2 เลย ต่างกันคือในชั้นนี้ห้องพักอาศัยจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 ยูนิต คือเพิ่มห้อง 3 Bedroom ฝั่งทิศตะวันออกมาอีก 1 ห้อง ดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 36-48 ตร.ม. 5 ห้อง
  • ห้อง 2 Bedroom ขนาด 70-80ตร.ม. อีก 3 ห้อง
  • ห้อง 3 Bedroom ขนาด 113-115 ตร.ม. 2 ห้อง

ซึ่งจะสังเกตได้ว่าห้องที่อยู่ด้านหน้าโครงการจะเป็นห้องใหญ่ที่ได้วิวซอยสวัสดี ไม่มีอาคารอยู่ในระยะกระชั้นชิด ทำให้วิวเปิดโล่งค่ะ ส่วนห้อง 1 Bedroom ส่วนใหญ่จะอยู่ทางทิศเหนือซึ่งไม่ได้วิวนัก แต่ก็จะไม่โดนแดดเพราะมีอาคารบังให้ร่มเงาตลอดทั้งวันค่ะ

ชั้น 7 จะมีแปลนเหมือนกับชั้น 3-6 เลย ต่างกันคือในชั้นนี้จะมีห้อง Penthouse มาแทนห้องพักแบบ 3 Bedroom จึงมีจำนวนยูนิตต่อชั้นที่ 9 ยูนิตค่ะ โดยห้อง Penthouse จะเป็นห้องที่เชื่อมต่อไปยังชั้น 8 (Duplex) 4 ห้องนอน ซึ่งจะมียูนิตเดียวค่ะ

ชั้น 8 จำนวนห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะลดลงเหลือเพียง 4 ยูนิต เพราะพื้นที่บางส่วนจะกลายเป็น Facilities ส่วนกลาง ได้แก่ ห้อง Fitness และ Changing Room & Steam การวางตำแหน่งของ Lift เชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างลงตัวทีเดียว เพราะพื้นที่ส่วนกลางจะอยู่ติดกับ Lobby เลย ทำให้เวลาที่ลูกบ้านชั้นอื่นจะมาใช้งาน ก็สามารถเดินเข้าห้อง Fitness ได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านห้องพักในชั้นนี้ ทำให้ผู้อยู่อาศัยในชั้นนี้ไม่เสียความเป็นส่วนตัวไปค่ะ ตรงข้ามห้อง Fitness มีบันไดหนีไฟอยู่ บันไดตรงนี้นอกจากจะใช้หนีไฟแล้ว ยังใช้เป็นทางขึ้นพื้นที่ส่วนกลางที่จัดเต็มอยู่บนชั้น Roof Top ด้วยนะคะ

โถงลิฟต์ชั้น 8 จะมีการตกแต่งเรียบง่ายด้วยสีทองและสีขาว บรรยากาศเหมือนกับโถงลิฟต์ชั้น 1 ค่ะ

บรรยากาศส่วนโถงทางเดินหน้าห้องพักอาศัย

ตรงข้ามกับโถงลิฟต์จะเป็นพื้นที่ Fitness และ Changing Room & Steam เลยทำให้คนที่ขึ้นมาใช้งานไม่ต้องเดินผ่านหน้าหน้าพักอาศัย และบริเวณ นี้จะได้ช่องแสงทำให้โถงสว่าง แล้วยังสามารถระบายอากาศได้ค่ะ

Changing Room & Steam จะอยู่ก่อนถึงห้อง Fitness สำหรับคนที่ใช้งาน Facilities ที่ชั้นดาดฟ้าลงมาเข้าห้องน้ำที่นี่ได้ค่ะ

ภายในจะเป็นห้องน้ำแบบห้องเดี่ยว ใช้งานได้ทีละคน มีอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์มาให้ พร้อมกับห้องอาบน้ำค่ะ

ภายในห้องอาบน้ำจะเป็นพื้นที่ Steam ในตัวเลย ใช้งานได้สะดวกค่ะ

ส่วนห้อง Fitness จะอยู่ติดกับช่องแสงเลย เปิดให้ใช้งานตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึง 22.00 น.(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนิติบุคคลนะคะ)

ภายในห้อง Fitness ออกแบบให้ดูเรียงง่ายมีผนังกระจกเต็มบานทำให้แสงเข้ามาภายในห้องได้เยอะ ทำให้ห้องดูโปร่ง ภายในสามารถวางเครื่องเล่นได้ประมาณ 6 เครื่อง จาก Techno Gym ทั้งหมดค่ะ

นอกจากเครื่องเล่น Cardio แล้วก็มี Weight Training ให้เล่นด้วยค่ะ

ภายในห้อง Fitness จะมีห้องน้ำมาให้แยกกับห้องน้ำด้านนอกทำให้ไม่ต้องรอนานค่ะ

ภายในห้องจะเหมือนกับห้อง Changing Room & Steam ด้านนอกเลย มีอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกบานใหญ่ และโถสุขภัณฑ์มาให้

ภายในห้องอาบน้ำจะเป็นห้อง Steam ไปในตัวเลยค่ะ

ชั้น Roof Top หรือชั้นดาดฟ้า ชั้นนี้จะไม่ได้ขึ้นถึงด้วยลิฟต์นะคะ ลิฟต์จะสุดที่ชั้น 8 แล้วต้องขึ้นบันไดมาอีกที โดยชั้นนี้ทางโครงการจัดเต็มให้เป็น Facilities หลักของโครงการ ได้แก่ สระว่ายน้ำที่แยกพื้นที่สระเด็กไว้เรียบร้อย มีส่วนของ Jacuzzi, Shallow Water Lounge Area และ Pool Pavilion อีกฝั่งหนึ่งเป็นส่วนของสวนส่วนกลางที่แยกโซนต่างๆ ออกมาเป็น BBQ Area and Bar Facilities ให้ลูกบ้านสามารถมาใช้สถานที่จัดปาร์ตี้เล็กๆ บนนี้ได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนของ Pocket Park และ Multi-Purposed Area อีกด้วย ซึ่งการจัดเต็ม Facilities บนชั้น Roof Top แบบเต็มชั้นอย่างนี้ หาได้ยากทีเดียวเมื่อเทียบกับโครงการ Low Rise ในทำเลเดียวกันค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 8 จะเจอกับสระว่ายน้ำ ซึ่งบริเวณชั้นดาดฟ้าของโครงการได้มีการตกแต่งคล้ายกับส่วนของ Lobby และจะเพิ่มบรรยากาศให้ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ซึ่งให้มาค่อนข้างเยอะกว่าคอนโดมิเนียม Low Rise ทั่วไปเลยค่ะ

อีกฝั่งเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำจะเป็นพื้นที่ Multi-Purposed Area มีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ เหมาะกับเป็นพื้นที่พักผ่อนค่ะ

บริเวณ Multi-Purposed Area จะมีหญ้าเทียมปูมาให้เรียบร้อย พร้อมกับพื้น Absorption นุ่มๆเป็น Kid’s Zone ให้เด็กๆได้วิ่งเล่น หรือให้คุณแม่มาทำโยคะได้สบายๆ ใครที่จ้างครูโยคะส่วนตัวมาก็สามารถใช้พื้นที่ตรงนี้ได้โดยไม่ต้องพาคนนอกเข้าห้องค่ะ

พื้น Absorption  จะยื่นไปถึงด้านในเป็น Zone เด็กเล่น ค่อนข้างร่มน่านั่งทีเดียวค่ะ พื้นที่ตรงนี้จะไม่มีเครื่องเล่นเด็กทำให้เด็กๆได้เล่นแบบอิสระ แต่พื้นที่ไม่ได้เยอะมากนะคะ ข้อดีคือผู้ปกครองสามารถดูแลได้ทั่วถึง

ถัดมาเป็นโซน BBQ Area and Bar ในอนาคตจะมีโต๊ะรับประทานอาหารมาให้สำหรับจัดปาร์ตี้หรือ ทำ BBQ รับประทานกันด้านบนริมสระว่ายน้ำได้เลย

โซนนี้จะมีเคาน์เตอร์บาร์ มาให้พร้อมกับเตาย่าง BBQ ของส่วนกลางมาตั้งให้ลูกบ้านจองใช้งานกันได้ค่ะ

มีอ่างล้างจานเตรียมพร้อมไว้ให้เรียบร้อย

มาดู Lap Pool กันบ้าง สระว่ายน้ำของที่นี่เป็นสระระบบเกลือ มีขนาดกว้างยาว 3.5 x 15 ม. ลึก 1.2 ม. สามารถว่ายออกกำลังกายได้ ด้านข้างก็จะมี Sun Desk หรือม้านั่งให้นั่งเล่นหรือวางของใช้ส่วนตัวกันได้ค่ะ บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำค่อนข้างดีเลย มีต้นไม้บังสายตาจากอาคารรอบข้างเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ผู้มาใช้งาน

ด้านในสุดจะเป็นพื้นที่ล้างตัวก่อนลงสระว่ายน้ำ

เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำจะเป็นพื้นที่ Jacuzzi ให้แช่น้ำสบายๆ เห็นวิวทางทิศใต้และไม่รบกวนคนที่ว่ายน้ำออกกำลังกายอยู่ด้วยค่ะ

ฝั่งตรงข้ามกับสระว่ายน้ำคือ Pool Pavilion ตั้งอยู่ตรงกลางมีน้ำล้อมรอบมองเห็นวิวทางทิศใต้ซึ่งเป็นวิวเปิดโล่ง เหมาะกับการพักผ่อน

ภายใน Pool Pavilion จะมีที่นั่งให้เหมาะสำหรับพาเพื่อนๆขึ้นมานั่งเล่น อ่านหนังสือหรือจัดปาร์ตี้กันเล็กๆริมสระ กินลมชมบรรยากาศในเมืองกันตรงนี้ได้ค่ะ

เชื่อมต่อกับ Pool Pavilion จะเป็นที่นั่งชิลภายในสระ บรรยากาศดีทีเดียวค่ะ

โดยวิวทางทิศใต้จะเป็นวิวที่เปิดโล่ง ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น มีพื้นที่สีเขียวอยู่บ้างเป็นวิวในเมืองที่ค่อนข้างสงบค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1
    • Double-Volume Lobby and Reception
    • Double-Volume Feature Library
  • ชั้น 8
    • Steam Rooms
    • Fitness
  • ชั้นดาดฟ้า
    • Sun Deck
    • Swimming Pool with Shallow Water Lounge Area
    • Jacuzzi & Pool Pavilion
    • Kid’s Zone
    • Sky Garden with BBQ Area
    • Multi-Purposed Area
  • รถรับ-ส่ง ที่หน้าปากซอยสุขุมวิท 31 และซอยสุขุมวิท 33
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 32 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 59 คันคิดเป็น 94 % และรถจักรยานยนต์ 5 คัน
  • ระบบ CCTV / Access Card

 

แบบห้อง

ห้องพักอาศัยภายในโครงการมีให้เลือกหลายขนาด คือ

  • 1 Bedroom 36 – 48 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 70 – 80 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms 113 – 117 ตรม.
  • Penthouse 150-400 ตรม.

สำหรับห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมในวันนี้มี 2 แบบคือ 1 Bedroom ขนาด 36 ตร.ม. ซึ่งเป็นแบบที่มียูนิตมากที่สุดในโครงการ และอีกแบบคือ แบบ 2 Bedroom ขนาด 80 ตร.ม. แต่เนื่องจากภายในวันที่เราไปรีวิวห้องตัวอย่างของทางโครงการยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีเราจึงขอเอาห้องตัวอย่างของเดิมที่เคยพาทุกคนไปชม ในสำนักงานขายมาให้ชมกันไปก่อน ผสมกับห้องมาตรฐานที่ทางโครงการขายให้จริงนะคะ โดยปัจจุบันทางโครงการได้มีการอัพเกรดวัสดุมาให้ คือ กระเบื้อง Homogenious Tile แต่เดิมขนาด 60 x 60 เซนติเมตร เป็น 80 x 80 เซนติเมตร และชุดครัวจาก Siemens เป็น ชุดครัวจาก Gorenje ค่ะ

ซึ่งทางโครงการขายแบบ Fully Furnished เหมือนเดิม ได้เฟอร์นิเจอร์ครบครัน หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย โดยจะมีโปรโมชันเพิ่มเติมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า 3 ชนิด คือ เครื่องซักผ้า, ตู้เย็น  และ TV ขนาดประมาณ 43 นิ้วพร้อม Wallpaper และผ้าม่าน 2 ชั้น บรรยากาศภายในห้องมาตรฐานและห้องตัวอย่างจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยค่ะ

ห้อง 1 Bedroom Type A3 ขนาด 36.00 ตารางเมตร เป็นการวางผังของห้องขนาดเล็กที่ลงตัว ความพิเศษของ Layout แบบนี้คือประตูกั้นห้องที่กั้นระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่มีข้อดีคือเวลามีแขกมาก็สามารถดึงประตูบานเลื่อนออกมากั้นพื้นที่ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นได้ ส่วนเวลาที่อยู่คนเดียวสามารถเปิดประตูเลื่อนออก แล้วนอนดูทีวีจากบนเตียงได้เลย เป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยของห้องได้เต็มที่ และมีห้องน้ำในตัวเลย ซึ่งห้องน้ำจะออกแบบให้เข้าได้ 2 ทาง ทั้งจากทางห้องนอน และทางห้องครัว เวลาที่ผู้อยู่อาศัยอยู่ห้องก็สะดวกสบาย ส่วนเวลามีแขกมาก็สามารถเข้าห้องน้ำจากทางครัวได้ ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนค่ะ

ส่วนครัวจะได้ครัวแบบครัวเปิด ตำแหน่งอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องเลย เหมาะกับเตรียมอาหารอาหารเบาๆ ไม่เน้นผัด หรืออาหารที่มีกลิ่นแรงๆ การวางตำแหน่งครัวอยู่ด้านหน้าดีตรงที่ ถ้าวันไหนไป Shopping ของกินของใช้เข้าบ้านมาหนักๆ พอมาถึงห้องก็เอามาวางพักไว้ตรงนี้ได้ หรือเก็บของสดเข้าตู้เย็นได้เลย ติดกันเป็นโต๊ะอาหาร 2 ที่นั่ง ถัดจากครัวจะเป็นห้องนั่งเล่นที่ให้โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ด้านในมีพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถตั้งโซฟาเล็กๆ หรือจัดเป็นมุมตั้งโต๊ะเขียนหนังสือก็ได้ ส่วนระเบียงเป็นพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพราะทางโครงการไม่ได้จัดตำแหน่งของ Condensing Unit แอร์ไว้ที่ระเบียงเหมือนโครงการอื่นๆ และยังแถมต้นไทรใบสักที่ปลูกไว้ในกระถางเรียบร้อยตามแบบในห้องตัวอย่างด้วยค่ะ

สำหรับห้องของที่โครงการขายแบบ Fully Furnished จะได้เฟอร์นิเจอร์ Built-in ตามห้องตัวอย่างอยู่แล้วนะคะ ส่วนพวกเฟอร์ฯ ลอยตัว ของห้อง Type นี้ ก็จะได้ตามภาพนี้เลย โดยจะมีชุดครัว, ตู้เก็บของและตู้เสื้อผ้า Built-in, ชุดโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้, ชุดโซฟา + โต๊ะกลาง, ชั้นวาง TV, ฐานเตียง + โต๊ะข้างเตียง และมีโปรโมชันแถมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เพิ่มเติมเรียกได้ว่าหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยค่ะ

ประตูหน้าห้องได้บานไม้ปิดผิวด้วยลามิเนต สูงประมาณ 2.30 ม. ติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ เป็นรุ่น 3 ระบบ คือใช้ได้ทั้งรหัส ใช้การ์ด และกุญแจ ยี่ห้อ Samsung หรือเทียบเท่า พร้อมมือจับแบบก้านโยก

เข้ามาในห้องจะเจอกับเคาน์เตอร์ครัวทางฝั่งขวา ฝั่งซ้ายเป็นห้องน้ำ ถัดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับหน้าต่าง รับแสงธรรมชาติจากด้านนอกเข้ามาในห้อง ด้านหลังโซฟาเป็นห้องนอน มีประตูเลื่อนกั้นเพิ่มความเป็นส่วนตัว ห้องมีความสูงของฝ้าเพดานที่ 2.65 ม. ซึ่งเป็นระยะที่สูงกว่าห้องพักของคอนโด Low Rise ในย่านนี้ ส่วนพื้นห้องของ Type นี้ทั้งหมดจะได้เป็น Homogenius Tile ลายหินอ่อน ขนาด 80 x 80 ซม. อัพเกรดขึ้นมาให้จากของเดิมอยู่ที่ 60 x 60 เซนติเมตร ซึ่งกระเบื้องชนิดนี้มีการผลิตเลียนแบบหินธรรมชาติโดยการนำเอาสี Ceramic เข้าไปผสมกับเนื้อดินเพื่อให้เกิดสีขึ้นในเนื้อดินเลย ทำให้กระเบื้องทั้งแผ่นมีสีเหมือนกัน นั่นเป็นข้อดีคือเมื่อเราใช้กระเบื้องไปนานๆจนเกิดการกร่อนของผิวหน้า กระเบื้องจะยังไม่เกิดปัญหาเหมือนกับกระเบื้องที่เคลือบผิว เพราะเมื่อผิวด้านบนสึกไปพื้นด้านล่างก็ยังคงมีสีเช่นเดียวกับพื้นด้านบน คุณสมบัติสำคัญคือการดูดซึมน้ำต่ำ มีความทนทานในการใช้งานค่ะ

มาดูพื้นที่ใช้สอยด้านหน้าห้องที่เป็นส่วนครัว และพื้นที่รับประทานอาหารกันก่อน โครงการ Built-in ตู้ต่างๆ มาให้เรียบร้อย ห้องจริงก็จะได้แบบนี้เลย ซึ่งจะมีให้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ 3 ชิ้น คือ ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า และ ทีวี เพิ่มเติมให้ด้วยค่ะ

โครงการ Built-in ตู้เก็บรองเท้ามาให้ติดกับประตูห้องเลย เป็นตู้ไม้ปิดผิวลามิเนต ภายในแบ่งเป็นชั้นๆ เก็บได้หลายคู่ทีเดียว ช่องบนแบ่งเป็นตู้เก็บของใช้หรือของตั้งโชว์ก็ได้

อีกฝั่งหนึ่งของประตูเป็นตู้ใส่เครื่องซักผ้าซึ่งได้วัสดุแบบเดียวกับตู้ใส่รองเท้าเลยนะคะ ภายในมีชั้นวางของไว้ สำหรับวางตะกร้าหรือน้ำยาซักผ้าต่างๆ พร้อมเดินงานระบบไว้ให้เรียบร้อย

ถัดมาจะเป็นส่วนของพื้นที่ครัว ซึ่งเป็นครัวแบบเปิดจึงไม่เหมาะกับการทำอาหารที่มีกลิ่นแรงซักเท่าไร ส่วนนี้จะ Built-in Counter ครัว มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นไว้ให้ ซึ่งตู้เย็นที่ได้จาก Panasonic  ส่วน Counter ครัวได้เป็นตัวครัวตัว I พอเหมาะกับการใช้งานในคอนโดแบบ 1 ห้องนอน

เคาน์เตอร์ครัวด้านล่างมีตู้เก็บของเป็นตู้บานเปิดปิดและลิ้นชัก หน้าบานปิดผิว Hi-Gloss ซึ่งบานพับจะเป็นแบบ Soft Close ตู้หนึ่งเป็นลิ้นชัก 2 ตอน ไว้เก็บช้อนส้อม เก็บจาน พร้อมตู้โล่ง 1 ช่อง ซึ่งทางโครงการจะติดตั้งไมโครเวฟของ Gorenje มาให้ค่ะ อีกตู้หนึ่งไว้ใช้เก็บของเล็กๆน้อยๆได้แต่ใส่ของเต็มไม่ได้นะคะเพราะต้องเว้นพื้นที่เผื่อซ่อมแซมอ่างล้างจาน

มาดูส่วนบนของเคาน์เตอร์ครัวกันบ้าง ให้ช่องเคาน์เตอร์มา 3 ช่องนะคะ ช่องหนึ่งเป็นอ่างล้างจาน อีกช่องเป็นเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน อีกช่องเป็นเคาน์เตอร์โล่งไว้ให้เป็นพื้นที่เตรียมอาหาร Top Counter ได้วัสดุเป็นหินสังเคราะห์ผสมหิน Quartz ส่วน Backsplash ในห้องจริงจะได้เป็นกระจกเงาสีดำ เวลาปรุงอาหารแล้วกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

มือจับตู้ถูกออกแบบให้ขอบด้านบนถูกเฉือนเป็นสามเหลี่ยม เพื่อให้เกิดช่องสำหรับสอดมือไปดึงลิ้นชักออกได้ ซึ่งแบบนี้มีข้อดีที่ไม่ต้องกลัวมือจับตู้หลุดอีกต่อไปค่ะ

ถัดไปเป็นอ่างล้างจานของ Franke มีขนาดพอใส่จานใส่แก้วได้ 2-3 ใบ และมีความลึกพอสมควรที่จะล้างแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมา ส่วนก๊อกน้ำได้ของ Hafele

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวของ Gorenje ซึ่งอัพเกรดมาให้จากเดิมค่ะ จะใช้อุ่นอาหารเล็กๆน้อยๆ หรือ ทำอาหารทานกันในห้องก็ได้ มาพร้อมเครื่องดูดควันของ Gorenje  เช่นกันโดยจะต่อท่อดูดควันออกไปข้างนอกให้เรียบร้อย

ตู้ลอยสำหรับเก็บของด้านบนเป็นตู้บานเปิด 3 ตู้ ภายในแบ่งเป็นช่องเก็บของ ตัวบานพับเปิดปิดเป็นแบบ Soft Close เช่นเดียวกับตู้ใต้เคาน์เตอร์ครัวนะคะ

ถัดมาที่ชุดโต๊ะเก้าอี้วางชิดผนังอีกฝั่งหนึ่งได้เป็นโต๊ะทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง จากขนาดโต๊ะสามารถใช้งานได้จริง วางจานข้าวและกับข้าวได้สัก 2 อย่าง ถ้าครอบครัวไหนชอบทานกับข้าวหลายๆ อย่าง โต๊ะก็จะแน่นๆ หน่อย ลองหาโต๊ะแบบที่สามารถพับเก็บและขยายได้ก็จะมีพื้นที่ให้วางจานอาหารเพิ่มขึ้น

ลองขยับเก้าอี้ดู ก็มีพื้นที่เหลือพอให้เข้าไปนั่งได้สะดวก

ถัดมาในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นมีการจัดวางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่น มีระยะห่างประมาณ 2.1 เมตร มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 43-46 นิ้ว โดยทีวีที่ห้องตัวอย่างจัดไว้จะเป็นแบบตั้งบนชั้นวางทีวี แต่ถ้าต้องการใช้แบบติดผนังก็สามารถทำได้ค่ะ นอกจากนี้ยังได้โต๊ะกลางและ TV ขนาดประมาณ 43 นิ้วมาให้ในห้องจริงค่ะ

ชุดโซฟาตัว L ขนาด 2 ที่นั่ง ที่ได้ในห้องนั่งเล่น พร้อมโต๊ะกลางตามแบบในห้องตัวอย่างเลย พื้นเป็น Homogenious Tile ลายหินอ่อน ขนาด 80 x 80 ซม. ยาวต่อเนื่องตั้งแต่ส่วนครัว ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงในห้องนอนเลยค่ะ

ชั้นวางทีวีที่ได้จะเป็นตู้บานเปิด 4 บาน โดย Top ของชั้นวางทีวีจะได้เป็นกระจกสีดำนะคะ ส่วนการตกแต่งผนังด้านหลังได้เป็น Wallpaper เท่านั้นนะคะ ไม่ได้แต่งแบบห้องตัวอย่าง

ถัดเข้ามาด้านในห้องนั่งเล่นจะมีส่วนที่ติดกับหน้าต่าง ทางโครงการจัดไว้ให้เป็นพื้นที่ตั้งโซฟาอีกตำแหน่งหนึ่ง สามารถนอนดูหนังได้จากมุมนี้ ซึ่งห้องจริงจะไม่ได้โซฟาและชั้นวางของตรงนี้ แต่จะได้ผ้าม่าน 2 ชั้นมาให้ด้วยค่ะ โดยพื้นที่ตรงนี้สามารถปรับเป็นโต๊ะทำงานหรืออ่านหนังสือก็ได้นะคะ

ด้านข้างมีประตูบานเลื่อนเปิดเข้าสู่พื้นที่ระเบียง ซึ่งจะใช้งานได้จริงไม่ได้เป็นที่ตั้ง Condensing Unit แอร์เหมือนโครงการส่วนใหญ่ ทำให้สามารถใช้งานได้จริง ส่วนตำแหน่งตั้ง Condensing Unit แอร์ ถูกออกแบบให้อยู่ด้านหลังหน้าต่างที่อยู่ติดกัน สามารถเปิดให้ช่างออกไปดูแลรักษาได้ค่ะ

ต่อไปมาดูห้องนอนกันค่ะ จะอยู่ด้านหลังห้องนั่งเล่น แยกส่วนกันด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน วัสดุประตูเป็นบานไม้ทึบปิดผิวลามิเนต จะไม่ได้เป็นบานโปร่งเหมือนห้องตัวอย่างนะคะ เวลาอยู่ห้องคนเดียวก็สามารถเปิดบานเลื่อน นอนดูทีวีจากบนเตียงได้เลย

บานประตูเป็นแบบ 3 ตอน ใช้รางบนรางเดียว ทำให้พื้นด้านล่างเชื่อมต่อกัน โครงการออกแบบช่องเก็บประตูไว้เรียบร้อย เวลาเปิดประตูก็สามารถเดินเชื่อมทั้ง 2 ห้องได้เต็มพื้นที่

ด้านในห้องนอนจัด Furniture มาให้ ได้แก่ เตียงขนาด 5 ฟุตวางไว้ตรงกลาง ก็ยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายโครงการได้ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งให้เรียบร้อย ส่วนฝั่งขวามีประตูบานเลื่อนเปิดออกไประเบียงด้านนอกได้ค่ะ

เวลาเปิดประตูกั้นห้องก็สามารถนอนดูทีวีได้จากบนเตียงเลย

ฝั่งหัวเตียงจะได้โต๊ะหัวเตียงและโต๊ะเครื่องแป้งตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ แต่ส่วน Decoration ผนังจะไม่ได้ให้ จะได้เป็นผนังฉาบเรียบติด Wallpaper ค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของเตียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อน เปิดออกไประเบียง ตัวเฟรมวงกบเป็นอลูมิเนียม ส่วนตัวบานเป็นกระจกใส จึงรับแสงธรรมชาติได้มาก

พื้นที่ระเบียงส่วนหนึ่งทำกระถางต้นไม้และปลูกต้นไทรใบสักไว้ให้ พื้นได้เป็น Homogenious Tile ที่มีคุณสมบัติดูดซึมน้ำต่ำ เหมาะกับการใช้งานภายนอก ส่วนราวกันตกเป็นแบบซี่โปร่ง ทำให้เวลามองออกมาจากภายในห้องจะสามารถเห็นวิวด้านนอกได้ ดูไม่ทึบตัน

พื้นระเบียงถูกลดระดับลงไปจากพื้นห้องเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำจากระเบียงไหลเข้าตัวห้อง โดยพื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 1.9 x 0.8 ม. เป็นพื้นที่ไว้สำหรับวางราวตากผ้าขนาดเล็ก หรือไว้มายืนเปลี่ยนบรรยากาศค่ะ

มาทำความรู้จักต้นไทรใบสักกันสักหน่อยค่ะ ..ต้นนี้กำลังเป็นที่นิยมปลูกประดับในอาคาร มีฟอร์มใบใหญ่ สวยงาม ต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้ไม่ผลัดใบจึงไม่ต้องกังวลเรื่องใบร่วง ต้องมาตามเก็บกวาด และยังดูแลง่ายอีกด้วย ที่ชื่อขึ้นต้นว่าไทรเพราะเป็นพืชตระกูลเดียวกับต้นไทร เติบโตค่อนข้างช้า จึงนิยมใช้เป็นไม้ประดับในอาคารค่ะ

ข้างเตียงฝั่งหนึ่งเป็นตู้เก็บของและตู้เสื้อผ้าที่โครงการ Built-in ไว้ให้ โดยตู้เก็บของเป็นแบบช่องโล่ง ส่วนตู้เสื้อผ้าเป็นแบบมีหน้าบานปิด ห้องจริงที่ส่งมอบให้ลูกบ้านก็จะได้เฟอร์นิเจอร์แบบนี้เลย ทางเดินระหว่างตู้ทั้ง 2 ฝั่งเป็นทางเดินเข้าห้องน้ำด้านใน ซึ่งห้องจริงจะมีประตูห้องน้ำกั้นอีกชั้นหนึ่งเป็นประตูบานเลื่อนค่ะ

เดินเข้ามาในห้องน้ำแล้วมองย้อนออกมาที่ทางเดิน โดยทั้ง 2 ฝั่งของทางเดินจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ให้

ตู้ทั้ง 2 ฝั่งจะมีพื้นที่ด้านในเหมือนกันเลย จะลองเปิดให้ดูฝั่งหนึ่งนะคะ ภายในมีราวแขวนผ้า มีลิ้นชักเก็บของ 2 ช่องและ ตู้เก็บของแบบช่องโล่งอีก 1 ช่องหน้าบานของตู้เป็นกระจกสีชาดำทำให้ตัวตู้ดูไม่ทึบตัน ภายในติดไฟไว้ให้เรียบร้อย

ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกแห้งไว้ด้วยฉากกั้นอาบน้ำ ในห้องตัวอย่างพื้นที่ใน Shower Box ยังไม่ได้ลดระดับ แต่ของจริงจะลดระดับจากพื้นห้องน้ำไปอีก 3 ซม. นะคะ

ผนังและพื้นโดยรอบเป็นกระเบื้องทั้งหมดค่ะ ที่แตกต่างกันคือกระเบื้องพื้นจะเป็นแบบด้าน เพื่อช่วยกันลื่นภายในห้องน้ำ ส่วนผนังจะเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนค่ะ

ประตูเข้าห้องน้ำเข้าได้จากทั้ง 2 ฝั่ง คือ ฝั่งทางห้องครัวและทางห้องนอน โดยประตูทางฝั่งห้องครัวจะได้เป็นบานเปิดปิด ส่วนประตูฝั่งห้องนอนได้เป็นบานเลื่อนค่ะ

ในส่วนของอ่างล้างหน้าจะได้ตามห้องตัวอย่างเกือบทั้งหมด ต่างกันคือกระจกติดผนังที่ได้จริงจะไม่ได้มีซ่อนไฟเหมือนห้องตัวอย่าง และตัวกระจกจะเป็นแบบติดผนังไปเลย ส่วนผนังด้านข้างติดปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบไว้ให้เรียบร้อยค่ะ

อ่างล้างหน้าแบบสั่งทำพิเศษ (Custom-made) มีขนาดใหญ่ทีเดียว ด้านข้างอ่างมีพื้นที่สำหรับวางของได้พอสมควรเลย ก๊อกที่ติดตั้งมาให้ของ Grohe หัวผสม สามารถเลือกเปิดน้ำร้อน/เย็น ได้ แต่ผู้อยู่อาศัยจะต้องติดเครื่องทำน้ำร้อนเพิ่มเองนะคะ

ด้านล่างอ่างล้างหน้ามีตู้บานเปิดปิดผสมตู้ช่องโล่ง ไว้สำหรับวางของ อย่างผ้าเช็ดมือผืนเล็กๆ ได้นิดหน่อย อย่าลืมเว้นที่ไว้เผื่อซ่อมแซมอ่างล้างมือด้วยนะ

ต่อไปมาดูพื้นที่ส่วนเปียกกันบ้าง จะถูกกั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกนิรภัย ซึ่งเป็นแบบบานเปิดปิด มีมือจับสามารถจับเปิดได้สะดวก ช่วยกันไม่ให้น้ำจากพื้นที่ส่วนเปียกกระเด็นออกมาในพื้นที่ส่วนแห้งค่ะ

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 1.4 x 0.8 m. ใช้งานได้สะดวกพอสมควร

ภายในติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำมาให้เรียบร้อยทั้งแบบมือจับและแบบ Rain Shower

หน้าตาของฝักบัวและก๊อกฝักบัวชนิดผสมของ Grohe นะคะ มีขนาดจับได้ถนัดมือดี ด้านบนเป็น Rain Shower ของยี่ห้อเดียวกัน

ต่อไปมาดูส่วนแห้งที่ติดกับประตูทางเขาฝั่งห้องครัว

โถสุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้นของยี่ห้อ Villeroy & Boch หรือเทียบเท่า มาเป็น Set กับสายชำระและที่แขวนกระดาษชำระ

ส่วนฝ้าเพดานได้สีขาวเรียบๆ เซาะร่องซ่อนม่านให้ ส่วนไฟในห้องจะได้เป็นดาวน์ไลท์ค่ะ

บรรยากาศภายในห้องมาตรฐาน

FYNN-S31-01-1-Bed

อีกห้องหนึ่งคือแบบ 2 Bedroom Type B2 ขนาด 80 ตารางเมตร เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นอีกเท่าของห้องแรกเลยนะคะ จึงได้พื้นที่ใช้สอยในแต่ละส่วนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ความพิเศษของ Layout นี้คือการออกแบบผนังส่วนหนึ่งของ Living Room เป็นกระจกบานเลื่อนเข้ามุมที่สามารถเปิดออกได้ทั้ง 2 ฝั่ง จึงสามารถรับลมและแสงธรรมชาติจากนอกอาคารได้เต็มๆ พื้นที่ภายในห้องจึงดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด โครงการออกแบบระเบียงเป็นตัว L ล้อม Living Room ยาวไปจนถึง Bedroom 2 นับว่าเป็นระเบียงเข้ามุมที่มีขนาดใหญ่ ที่ใช้งานได้จริง สามารถนำโต๊ะทานกาแฟ หรือ โซฟาแบบ Outdoor มาตั้งได้ ให้อารมณ์เหมือนระเบียงของบ้านเดี่ยว ส่วนระเบียงเป็นพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพราะทางโครงการไม่ได้จัดตำแหน่งของ Condensing Unit แอร์ไว้ที่ระเบียงเหมือนโครงการอื่นๆ และยังแถมต้นไทรใบสักที่ปลูกไว้ในกระถางให้เรียบร้อยตามแบบในห้องตัวอย่างด้วยค่ะ

ห้องนอนมี 2 ห้อง ห้องหนึ่งเป็น Master Bedroom ขนาดใหญ่ มีห้องน้ำในตัว ได้พื้นที่ฝั่งซ้ายของห้องตลอดแนว อีกห้องนอนหนึ่งมีขนาดเล็กลงมา ได้ห้องน้ำในตัวเช่นกัน แต่ห้องน้ำนี้จะมีประตู 2 ทางคือเข้าได้จากทางห้องครัว และจากห้องนอน เป็นดีไซน์ที่ดีกับการใช้งานนะคะ เพราะเวลาที่มีแขกมาหา ก็สามารถเข้าห้องน้ำจากทางห้องครัวได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนค่ะ ส่วนครัวจะได้ครัวแบบครัวเปิด ตำแหน่งอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องเหมือนห้องแบบแรก เหมาะกับเตรียมอาหารที่ไม่ที่มีกลิ่นแรงๆ การวางตำแหน่งครัวอยู่ด้านหน้าดีตรงที่ ถ้าวันไหนไป Shopping ของกินของใช้เข้าบ้านมาหนักๆ พอมาถึงห้องก็เอามาวางพักไว้ตรงนี้ได้ หรือเก็บของสดเข้าตู้เย็นได้เลย ติดกันเป็นโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่ง เชื่อมเป็นพื้นที่เดียวกับห้องนั่งเล่น บริเวณนี้จึงเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่สมาชิกในบ้านจะมานั่งดูทีวี ทานข้าว พูดคุยกันได้สะดวก

สำหรับเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ของห้อง Type นี้ ก็จะได้ตามภาพนี้เลยค่ะ พร้อมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า 3 ชนิด คือ เครื่องซักผ้า, ตู้เย็น และ TV ขนาดประมาณ 43 นิ้ว ให้เหมือนกับห้อง 1 Bedroom เลย

เปิดประตูเข้ามาส่วนแรกเป็นพื้นที่ส่วนครัวเช่นเดียวกับห้องแบบแรก ส่วนพื้นที่นั่งเล่นจะอยู่ถัดเข้าไปด้านใน

เข้ามาในห้องแล้วมองกลับมาที่ประตู ฝั่งขวาเป็นเคาน์เตอร์ครัว ส่วนฝั่งซ้ายมี Built-in ตู้เก็บของและตู้ใส่เครื่องซักผ้าที่โครงการแถมมาให้เหมือนในห้องแบบแรก ติดกับตู้ทางซ้ายเป็นห้องน้ำส่วนกลางค่ะ

โครงการ Built-in ตู้เก็บรองเท้าและตู้ใส่เครื่องซักผ้าไว้แบบนี้ งานดีไซน์และวัสดุของตู้จะเหมือนกับในห้องแรกที่พาไปชมเลยนะคะ

ชุดครัวจะได้พื้นที่มากกว่าแบบแรก ได้พื้นที่วางตู้เย็นที่ใหญ่ขึ้น สามารถใส่ตู้เย็นแบบ 2 ประตูได้ แต่จะได้โปรโมชันตู้เย็นเป็นแบบเดียวกับห้อง 1 Bedroom นะคะ ใครอยากได้ตู้เย็นใหญ่ก็สามารถซื้อเพิ่มเติมมาวางได้เลย และส่วนของไมโครเวฟจะให้ดีขึ้น เป็นแบบ Microwave Oven ของ Gorenje ค่ะ

Induction Hob ของห้อง Type นี้จะได้เป็นแบบ 4 หัว ของ Gorenje ซึ่งอัพเกรดมาให้จากเดิมของ Siemens ค่ะ

อ่างล้างจากและก๊อกน้ำจาก Franke มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 ช่อง ทำให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น รองรับจำนวนสมาชิกในบ้านที่เพิ่มขึ้น โดยห้องจริงที่ได้จะเป็นอ่างแบบฝังในเคาน์เตอร์มีความสวยงามมากขึ้นค่ะ

มาดูภายในห้องน้ำกันต่อ ภายในแบ่งพื้นที่ส่วนเปียก-แห้งไว้เรียบร้อย ด้านในติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนเหมือนกับห้องน้ำในห้องแบบแรกเลยนะคะ

ห้องน้ำส่วนกลางนี้มีประตูเปิดเข้าออกได้ 2 ทางนะคะ บานหนึ่งติดกับห้องครัวเป็นบานเปิดปิด ส่วนอีกบานหนึ่งที่ติดกับห้องนอน 2 เป็นบานเลื่อนค่ะ

ส่วนภายในพื้นที่อาบน้ำจะได้ฉากกั้นอาบน้ำนิรภัย พร้อมวัสดุอุปกรณ์ครบถ้วนเหมือนในห้องตัวอย่างห้องแรกเลย

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 1.2 x 0.82 ม. ยืนอาบได้สบายๆ

ประตูทางเข้าออกห้องน้ำอีกฝั่งที่เชื่อมไปห้องนอน 2 ได้ เราจะไปดูห้องนอน 2 กันต่อนะคะ

ภายในห้องนอน 2 มีขนาดที่อยู่ได้สบาย สามารถตั้งเตียงขนาด 5 ฟุต และปลายเตียงสามารถติดทีวีแบบแขวนผนังได้ พื้นห้องนอนนี้จะต่างจากส่วนอื่นๆในห้อง คือ ได้เป็นพื้นไม้ Engineering ค่ะ

ผนังห้องเป็นผนังฉาบเรียบติด Wallpaper ส่วน Wall Decoration เป็นการตกแต่งเฉพาะของห้องตัวอย่าง ข้างหนึ่งของเตียงจะ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ เป็นตู้บานปิด และชั้นวางของแบบช่องโล่ง ส่วนช่องแสงในห้องจะได้แสงธรรมชาติผ่านหน้าประตูบานเลื่อนกระจก ทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้เลย

วิวจากเตียงนอนมองออกมาที่ระเบียงก็จะได้วิวประมาณนี้

จากมุมนี้จะเข้าใจภาพรวมของห้องมากขึ้นนะคะ ห้องนอน 2 ของ Type นี้ จะมีห้องน้ำในตัว ส่วนทางเข้าออกหลักของห้องจะติดกับส่วนครัวนะคะ

ออกมาจากห้องนอน 2 ฝั่งตรงข้ามห้องจะเป็นตำแหน่งของโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง ก็จะได้โต๊ะตามแบบที่เห็นเลย เป็นดีไซน์จากทางโครงการแบบ Custom made เชื่อมต่อไปยังพื้นที่นั่งเล่นดูทีวีด้านใน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนหลักๆ ที่สมาชิกในบ้านจะมานั่งเล่นดูทีวี ทานข้าว ทำอาหารกันในบริเวณนี้ เวลานั่งทานอาหารก็สามารถมองเห็นและพูดคุยกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่นั่งดูทีวี หรือยืนทำอาหารอยู่ในครัวได้

ถัดเข้ามาด้านในเป็นห้องนั่งเล่นก็จะได้เฟอร์นิเจอร์ตามห้องตัวอย่างอีกเช่นกัน สำหรับ Type นี้จะได้ Armchair เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัว และ Top ของชั้นวางทีวีจะได้เป็นกระจกสีดำนะคะ

จุด Highlight ของนี้เลย คือ หน้าต่างบานใหญ่แบบเข้ามุม สามารถเปิดได้ทั้ง 2 ฝั่ง เชื่อมออกไปยังระเบียงด้านนอกที่เป็นตัว L ยาวล้อมห้องนั่งเล่นเอาไว้ บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นจึงโปร่งโล่งมากๆ

วัสดุและขนาดของประตูระเบียงจะได้เหมือนกับห้องตัวอย่างห้องแรก แต่ขนาดระเบียงของห้อง Type นี้จะยาวมาก พอให้วางโต๊ะทานกาแฟ ได้สบายๆ

เก็บรูปมาฝากอีกมุมหนึ่ง เป็นมุมที่ถ่ายจากระเบียงเข้ามาในตัวห้อง ฝั่งขวาของระเบียงให้กระถางต้นไม้พร้อมปลูกต้นไทรใบสักไว้ให้ เช่นเดียวกับห้องแรกนะคะ ส่วนทางซ้ายของระเบียงจะเป็นทางยาวเชื่อมไปถึงห้องนอน 2 นะคะ

ต่อไปจะพาไปชม Master Bedroom กันต่อ ประตูห้องจะมี 2 ฝั่ง อยู่ด้านหลังโซฟาแบบนี้นะคะ สำหรับหน้าบานประตูของจริงจะได้เป็นบานไม้ปิดผิวลาเนตพร้อมตัวล็อค เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวภายในห้องนอนค่ะ

ภายใน Master Bedroom ได้พื้นที่ใช้สอยที่กว้างมาก ภายในจัดฟังก์ชันมาได้ครบทั้งห้องน้ำในตัวขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่แต่งตัวไว้อย่างเป็นสัดส่วน ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนก็มีตำแหน่งวางเตียงและพื้นที่นั่งเล่นริมหน้าต่าง

เตียงได้ตามแบบในห้องตัวอย่างเลยค่ะ ขนาด 6 ฟุต พร้อมโต๊ะหัวเตียงทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนผนัง Decoration ด้านหลังหัวเตียงไม่ได้ให้นะคะ จะได้เป็นผนังฉาบเรียบติด Wallpaper ค่ะ

ส่วนปลายเตียงไม่เหลือพื้นที่ให้วางชั้นวางทีวี สำหรับทีวีสามารถติดผนังตามแบบในห้องตัวอย่างได้เลย แต่ผนังจะได้เป็นฉาบเรียบติด Wallpaper นะคะ

พื้นที่ข้างหนึ่งของเตียงจะมีส่วนที่ติดกับหน้าต่าง ซึ่งเป็นหน้าต่างบานใหญ่ในลักษณะของ Bay Window ช่วยเปิดมุมมองของวิวด้านนอก และด้วยขนาดบานหน้าต่างที่ใหญ่เกือบถึงพื้นทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้เช่นกัน ทางโครงการจัดไว้ให้ดูเป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือนอนดูหนังได้อีกมุมหนึ่ง ห้องจริงจะไม่ได้โซฟาตรงนี้ ซึ่งเวลาใช้งานจริงพื้นที่ตรงนี้สามารถปรับเป็นพื้นที่ตั้งโต๊ะทำงานหรืออ่านหนังสือก็ได้นะคะ

จากเตียงนอนแล้วมองเข้าอีกไปฝั่งหนึ่งของห้อง จะเป็นพื้นที่ที่ทางโครงการ Built-in ตู้มาให้ทั้งชั้นวางของ โชว์ของ ตู้เสื้อผ้า และด้านในสุดเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ

โครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ให้ทั้ง 2 ฝั่งทางเดินเข้าห้องน้ำ เหมือนในห้องตัวอย่างนะคะ สำหรับห้อง Type นี้จะได้ขนาดตู้ที่ใหญ่ขึ้นกว่าห้องที่แล้ว ภายในก็จะมีราวแขวนผ้า และลิ้นชักเก็บของเหมือนๆ กันนะคะ

ห้องน้ำขนาดใหญ่ ภายในจัดฟังก์ชันไว้ครบถ้วน แบ่งพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน ด้านหน้าสุดของห้องทางขวามือเป็นอ่างล้างมือแบบ His & Hers ส่วนฝั่งซ้ายเป็น Bathtub

ถัดเข้าไปด้านในจะถูกแบ่งพื้นที่ด้วยฉากกั้นกระจกนิรภัย ฝั่งซ้ายจะเป็น Shower Area ส่วนฝั่งขวาเป็นโถสุขภัณฑ์ วัสดุของพื้นห้องน้ำจะเหมือนกับในห้องตัวอย่างห้องแรกเลย โครงการใช้โทนสีขาวทำให้ห้องดูสะอาดและน่าใช้งานมากเลยนะคะ

อ่างล้างหน้าแบบ His & Hers เป็นดีไซน์แบบ Custom-made ด้านล่างอ่างมีพื้นที่และลิ้นชักให้เก็บของใช้ในห้องน้ำได้

Bathtub ลอยตัว เป็นดีไซน์แบบ Custom-made เช่นกัน พร้อมติดตั้งฝักบัวไว้เรียบร้อย ได้ของ Grohe หรือเทียบเท่า

โถสุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้น ของ Villeroy & Boch หรือเทียบเท่า เช่นเดียวกับในห้องตัวอย่างห้องแรก และเนื่องจากตำแหน่งของห้องน้ำที่อยู่ด้านในอาคาร ไม่ได้มีหน้าต่างระบายอากาศ ทางโครงการจึงติดตั้งเครื่องดูดอากาศไว้ให้เรียบร้อย

ในส่วนของ Shower Area จะติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำไว้เช่นเดียวกับห้องน้ำอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามาคือ พื้นที่ด้านข้างสำหรับนั่งอาบน้ำหรือใช้วางของก็ได้ค่ะ

Shower Area มีขนาดประมาณ 1.3 x 1 ม. เป็นขนาดที่สามารถใช้งานได้สะดวกดีนะคะ

หน้าตาของปลั๊กและสวิตช์ไฟที่ได้ของ Panasonic ค่ะ

บรรยากาศภายในห้องมาตรฐาน

FYNN-S31-01-2-Bed

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

6 February 2020

  • 1 Bedroom / เนื้อที่ 36.00 ตร.ม. / ราคา 6.4 ล้านบาท (โปรโมชัน) หรือ 177,777 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom / เนื้อที่ 36.00 ตร.ม. / ราคา 6.8 ล้านบาท หรือ 188,888 บาท/ตร.ม.
  • 3 Bedroom  / เนื้อที่ 113.00 ตร.ม. / ราคา 21.5 ล้านบาท หรือ 190,265 บาท/ตร.ม.
  • รูปแบบการขาย Fully Furnished
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.65 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อปหินสังเคราะห์ผสมหิน Quartz
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ Gorenje
  • รถยนต์ (4 ประตู) ไปกลับ BTS พร้อมพงษ์
  • จอง 50,000 – 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 5% บาท
  • ค่ากองทุน 700 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเล :

โครงการ Fynn สุขุมวิท 31 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 เป็นที่รู้จักกันในชื่อซอยสวัสดี ถือว่าอยู่ในทำเลตัวเมืองเดินทางสะดวกสามารถลัดเลาะไปออกถนนใหญ่ได้หลายเส้น ไม่ว่าจะเป็นถนนอโศกมนตรี, ถนนเพชรบุรี, ถนนสุขุมวิท หรือซอยทองหล่อ ภายในซอยสุขุมวิท 31 เองส่วนใหญ่จะเป็นทาง One way บรรยากาศในค่อนข้างเงียบสงบ สามารถหาของกินได้ในระยะเดิน ใครอยากหาของกินง่ายๆก็เดินไปยังมหาวิทยาศรีนครินทร์วิโรฒ ไปออกตึกแกรมมี่ซึ่งจะมีตลาดนัดทุกวันพฤหัสบดีได้ หรือจะขับรถออกมานิดเดียวก็จะถึง The EmQuartier แล้วค่ะ โดยรวมถือว่าค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ทีเดียว

การเดินทางโดยใช้รถ :

การเดินทางโดยใช้รถสำหรับโครงการนี้ถือว่าสะดวกทีเดียวค่ะ เนื่องจากโครงการอยู่ในซอยที่เชื่อมต่อกับถนนหลักหลายสาย แม้จะอยู่ในซอยเข้ามาประมาณเกือบ 1 กิโลจากถนนสุขุมวิท แต่ก็มีข้อดีคือสามารถใช้ทางลัดเลาะไปยังทองหล่อ, เอกมัย ได้โดยไม่ต้องผ่านถนนเส้นหลักที่รถติดและโครงการยังมีที่จอดรถมาให้เกือบ 100% (ที่จอดรถประมาณ 59 คันคิดเป็น 94 %) เหมาะกับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

การเดินทางโดยไม่ใช้รถก็สามารถทำได้ เนื่องจากโครงการมีรถยนต์รับ-ส่งมาให้ในชั่วเช้าและช่วงเย็น ไปยังหน้าปากซอยสุขุมวิท 31 และซอยสุขุมวิท 33 อาจจะต้องเดินต่อไปอีกหน่อยถึงจะถึงสถานีรถไฟฟ้า (ถ้าส่งที่สถานีรถไฟฟ้าด้วยจะสะดวกมากเลยค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารของทางนิติบุคคลในอนาคตนะคะ) แต่ก็ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการเดินทางได้ หรือใครสะดวกเรียกรถ Taxi, วินมอเตอร์ไซค์ผ่าน Application ก็รอไม่นานเนื่องจากซอยสุขุมวิท 31 เป็นเส้นทางที่มีรถผ่านอยู่ตลอดทั้งวัน

วัสดุ :

วัสดุของโครงการให้มาแบบจัดเต็มเพราะที่นี่ขายแบบ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมอยู่ มีชุดครัว, ตู้เก็บของและตู้เสื้อผ้า Built-in, ชุดโต๊ะรับประทานอาหารพร้อมเก้าอี้, ชุดโซฟา + โต๊ะกลาง, ชั้นวาง TV, ฐานเตียง + โต๊ะข้างเตียง และมีโปรโมชันแถมเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ 3 รายการคือตู้เย็น, เครื่องซักผ้า และ TV ขนาดประมาณ 43 นิ้ว เรียกได้ว่าแทบจะหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยค่ะ พื้นห้องเป็นพื้น Homogenious Tile ซึ่งอัพเกรดขึ้นมาจากตอนแรก เป็นขนาด 80 x 80 เซนติเมตร และได้อุปกรณ์ครัวอัพเกรดขึ้นมา จาก Gorenje ชิ้นไหนที่ไม่มีแบรนด์จะเป็นงานดีไซน์แบบ Custom-made สำหรับโครงการเท่านั้นค่ะ

การออกแบบ :

การออกแบบโครงการทำได้ไม่เหมือนใครจากการใช้แผงกันแดดที่กรอบอาคาร (Facade) เป็นระแนงสีขาวสูง นอกจากจะเป็นเอกลักษณ์ของอาคารแล้วยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับแต่ละยูนิต(บังสายตา)และยังช่วยบังแสงแดด เนื่องจากเป็นโครงการขนาดเล็กที่มียูนิตน้อยทำให้มีความเป็นส่วนตัวแต่ละชั้นไม่หนาแน่นอยู่ที่ประมาณ 10 ยูนิตต่อชั้น การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางทำได้สวยงามน่าใช้งาน มีตั้งแต่ที่ชั้น 1, 8 และชั้นดาดฟ้า แม้จะเป็นคอนโดมิเนียม Low Rise แต่ก็ยังสามารถมองเห็นวิวบนชั้นดาดฟ้าได้ค่ะ

ส่วนห้องพักอาศัยถือว่าจัดพื้นที่การใช้งานได้แบบลงตัว ได้ครัวเปิดเหมาะสำหรับคนที่ไม่เน้นการทำอาหารที่จริงจังมากนัก เข้ามาภายในห้องจะเจอกับ Common Area กว้าง ทำให้ห้องดูโปร่งสบาย สามารถเปิดประตูเชื่อมต่อกับห้องนอนเพื่อเพิ่มขนาดห้องให้ใหญ่ขึ้นได้  ข้อดีอีกอย่างของการออกแบบผังห้องของที่นี่คือ การแยกตำแหน่งพื้นที่วาง Condensing Unit แอร์ไว้ต่างหากไม่นำมาไว้บนระเบียง และมีการออกแบบระเบียงใหญ่ ทำให้สามารถใช้งานได้จริงและมีการนำเอาไม้ยืนต้นมาปลูกไว้ให้ทุกยูนิตได้พื้นที่สีเขียวภายในห้อง และจุดเด่นอีกอย่างคือผนังกระจกเข้ามุมและระเบียงขนาดใหญ่ของห้อง Type B2 ให้ความรู้สึกเหมือนชานบ้านเอาโต๊ะรับประทานอาหารไปวางด้านนอกเป็นพื้นที่ Semi Outdoor ได้เลยค่ะ

สาธารณูปโภค :

สาธารณูปโภคถือว่าให้มาค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่อยู่ที่ชั้นดาดฟ้าเป็นข้อดีของโครงการทำให้เมื่อขึ้นมาใช้ Facilities ก็สามารถมองเห็นวิวได้ มีการตกแต่งบรรยากาศร่มรื่นเหมือนเอาสวนขึ้นมาไว้บนดาดฟ้า โดยที่ชั้น 1 จะเป็นส่วนพักผ่อน มี Double-Volume Lobby and Reception, Double-Volume Feature Library เวลามีคนมาติดต่อก็สามารถใช้ห้องเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องพาขึ้นไปที่ห้องค่ะ ที่ชั้น 8 มี Fitness, Steam Rooms ค่อนข้างเป็นส่วนตัว และดาดฟ้ามี Swimming Pool with Shallow Water Lounge Area, Jacuzzi & Pool Pavilion, Sun Deck, Kid’s Zone และ Sky Garden with BBQ Area สำหรับพักผ่อน เมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตก็คือว่าเพียงพอทีเดียว  ส่วนลิฟต์โดยสารมีให้ 2 ตัว อัตราส่วนประมาณ 32 : 1 ถือว่าไม่หนาแน่นทำให้ไม่ต้องรอลิฟต์นานค่ะ


Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 175,000 บาท/ตร.ม., 6 February 2020

  • ทำเล 7.75/10 – เดินทางสะดวก หาของกินง่าย
  • เดินทางด้วยรถ 8.75/10 – ทางลัดออกถนนใหญ่หลายเส้นทาง มีที่จอดรถเยอะ
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – มีรถรับ-ส่งหน้าปากซอย เรียกวินหน้าโครงการได้บ้าง
  • วัสดุ 8.5/10 – ได้ Fully Furnished ครบพร้อมอยู่ มีอัพเกรดขึ้นมา
  • แบบ 8.5/10 – ออกแบบเป็นส่วนตัว ได้ Common Area กว้าง ระเบียงใหญ่
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – ให้มาครบ มีความร่มรื่น Facilities หลัก จัดไว้บนชั้นดาดฟ้า
  • LUXURY CLASS
  • 8.12 / 10.00

BOTTOM LINE

FYNN สุขุมวิท 31 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโด Luxury พร้อมอยู่ที่มีความเป็นส่วนตัวเงียบสงบ ยูนิตน้อย หรือใกล้สถานศึกษา (สาธิต มศว, มศว) ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก แต่ก็มีทางเลือกการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า (ห่างจากสถานีอโศก 1.2 กิโลเมตร) ได้เฟอร์ครบพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้ Facility บรรยากาศร่มรื่นบนชั้นดาดฟ้า มีห้องขนาดใหญ่ให้เลือก ต้องมีงบประมาณ 6.5 – 23 ล้านบาท หรือผ่อนประมาณ 45,500-161,000 บาท/เดือน


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving