รีวิวฉบับที่ 1843 .. วันนี้เราจะพามาชมตึกเสร็จโครงการ Dcon Prime รัตนาธิเบศร์ กันค่ะ โครงการนี้ ตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีไทรม้าในระยะ 120 เมตร และเนื่องจากเป็นคอนโด High Rise จึงทำให้ในชั้นสูงๆสามารถมองเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อีกด้วย มาพร้อมกับ พื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน มี Facilities ชั้นบนสุดสามารถรับวิวมุมสูงได้ สำหรับห้องพักโครงการนี้เค้ามีห้องแบบ 2 ห้องนอนมาให้เลือกด้วย ในราคาเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท ซึ่งถือว่าหยิบจับได้ง่าย  โครงการจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยค่ะ

Fact @ 28 March 2019

  • DCON PRIME RATTANATHIBET (ดีคอนไพร์ม รัตนาธิเบศร์)
  • บริษัท อรดา จำกัด
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในอำเภอ : เมืองนนทบุรี
  • คอนโด High Rise 38 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 638 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 22 ยูนิต ที่ชั้น 7-30
  • ที่จอดรถประมาณ 140 คันคิดเป็น 22 % รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 199 คันหรือ 31%
  • ที่ดินประมาณ 2-1-16 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : 2559
  • แล้วเสร็จ : 2561 (สร้างเสร็จพร้อมอยู่)
  • 1 Bedroom 27.00 – 33.00  ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท (ราคาโปรโมชั่น)
  • 2 Bedrooms 48.00 – 60.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.10 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.60 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท (ราคาโปรโมชั่น)
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 75,000  บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • โทร  : 02-195-8291-2

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.870820, 100.467005

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ช่วงระหว่างถนนราชพฤกษ์กับสะพานพระนั่งเกล้าถ้าพูดถึงเรื่องความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารการกิน ห้างสรรพสินค้า ในทำเลนี้ถือว่าค่อนข้างเยอะเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งถนนงามวงศ์วาน ก่อนเข้ารัตนาธิเบศร์ ก็จะเจอกับ The Mall งามวงศ์วาน,  Pantip Plaza, Tesco Lotus , Big C, Esplanade รวมไปถึง Central Plaza รัตนาธิเบศร์ที่มี Robinson และ Index Living Mall อยู่ด้วย นอกจากนั้นยังมีความคึกคักที่ถนนราชพฤกษ์ ที่เป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหารไว้มากมาย, ถนนบางกรวยไทรน้อย มีปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และสถานศึกษาชื่อดังต่างๆ ก็อยู่ไม่ไกล และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ห้างเปิดใหม่อย่าง Central Westgate บริเวณสามแยกบางใหญ่ ที่รวมร้านอาหารไว้เยอะมากๆ (ลองไปเดินเล่นๆดูแล้วเลือกของกินไม่ถูกเลยค่ะ เยอะมากๆ) สามารถเดินเชื่อมต่อไปยัง IKea บางใหญ่ได้เลยด้วย ถือว่าเป็นอีกแหล่งความอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการค่ะ

มาดูการเดินทางกันบ้างค่ะ โครงการ Dcon Prime รัตนาธิเบศร์ ตั้งอยู่บน ถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ฝั่งวิ่งเข้าเมือง บริเวณใกล้กับสะพานพระนั่งเกล้า สามารถใช้เส้นทางไปยังถนนหลักได้หลายสายไม่ว่าจะเป็นเข้าเมืองข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาทางงามวงศ์วาน ที่เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์หลากหลายเราจะได้เห็นจากเส้นทางที่พามาโครงการด้านล่างนี้ค่ะ หรือจะเข้าถนนราชพฤกษ์ ไปออกเพชรเกษม, ตากสิน และสาทรได้ ซึ่งระหว่างเส้นทางบนถนนราชพฤกษ์ก็มี Community Mall ร้านอาหาร, ร้านขนมเยอะแยะมากมายเลยค่ะ เลยมาอีกหน่อยที่ถนนบางกรวยไทรน้อยเองก็มีความคึกคักไม่แพ้กัน สามารถใช้เดินทางไปยังถนนจรัญสนิทวงศ์ได้ และขาออกเมืองไปยังบางแคหรือสุพรรณบุรีก็สามารถใช้เส้นทางกาญจนาภิเษกไปได้สะดวก à¹à¸œà¸™à¸—ี่รถเมลล์ด้านหน้าโครงการก็มีจุดกลับรถอยู่ไม่ไกลทั้ง 2 ฝั่ง ถือว่าเป็นโครงการที่สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวได้สะดวกทีเดียวค่ะ สำหรับคนที่ต้องการใช้รถสาธารณะก็สามารถเดินไปขึ้นรถประจำทางที่ป้ายได้ เดินประมาณ 180 เมตรก็จะเจอกับป้ายที่ใกล้ที่สุดค่ะ พี่วินอาจจะไม่ค่อยมีเท่าไหร่ในระยะใกล้ๆกับโครงการ แต่การอยู่ติดถนนใหญ่ก็มีข้อดีคือสามารถเรียก Taxi ได้ง่ายค่ะ

ที่สำคัญอีกอย่างในการเดินทางโดยไม่ใช้รถนั่นก็คือสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งโครงการอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีไทรม้า ระยะเดินจากบันไดประมาณ 120 เมตร เป็นระยะที่เดินได้สะดวกไม่อันตรายค่ะ นั่งไป 2 สถานีก็ถึงตลาดนกฮูก และ Central รัตนาธิเบศร์แล้ว หรือจะไป Central Westgate ที่สถานีตลาดบางใหญ่ได้เลย โดยรวมแล้วทั้งการเดินทางที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว หรือ ใช้รถสาธารณะก็ค่อนข้างสะดวกเลยค่ะสำหรับทำเลนี้

เส้นทางที่เราจะพาไปโครงการวันนี้ขอเริ่มจาก ถนนงามวงศ์วานบริเวณ The Mall งามวงศ์วานนะคะ แล้วตรงไปทางถนนรัตนาธิเบศร์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านทางสะพานพระนั่งเกล้า จะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือให้ตรงไปกลับรถใต้สะพานก็จะถึงโครงการค่ะ ระยะทางรวมประมาณ 10 กิโลเมตร

เริ่มจากถนนงามวงศ์วานมุ่งหน้าไปทางถนนรัตนาธิเบศร์ จะเห็น The Mall งามวงศ์วานอยู่ทางด้านซ้ายมือ ให้ตรงไปเรื่อยๆ

ตรงมาอีกหน่อยจะเจอกับห้างพันทิปพลาซ่างามวงศ์วาน ให้ตรงไปค่ะ

เมื่อตรงมาเรื่อยๆด้านหน้าจะเจอกับแยกแคราย เป็นแยกที่มีรถติดมากๆให้ขึ้นสะพานข้ามแยกไปเลยค่ะ

เมื่อลงสะพานข้ามแยกมาจะเจอกับ ห้างเอสพลานาดและ Tesco Lotus แครายทางขวามือ ให้ตรงไปก่อนค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง เข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์แล้ว จะเจอกับห้อง Big C Super center นนทบุรี อยู่ทางซ้ายมือสามารถแวะกินข้าวก่อนกลับบ้านได้สะดวก หรือจะนั่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงมาลงที่สถานีบางกระสอก็ได้ค่ะ

ถัดมาจะเจอกับห้างใหญ่อย่าง Central Plaza รัตนาธิเบศร์ ที่อยู่ห่างจากโครงการ 2 สถานีนั่นก็คือ สถานี แยกนนทบุรี 1 ค่ะ

ตรงมาตามป้ายบอกทางบางบัวทอง กาญจนาภิเษก ให้ตรงไปเพื่อขึ้นสะพานพระนั่งเกล้าค่ะ

ขึ้นสะพานพระนั่งเกล้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา

เมื่อลงสะพานมาแล้วจะเห็นโครงการอยู่ทางด้านขวามือ ให้ตรงไปเพื่อกลับรถค่ะ

ตรงมาประมาณ 500 เมตรจะเจอกับจุดกลับรถใต้สะพาน

กลับรถมาแล้วให้ชิดซ้ายไว้ค่ะ โครงการจะอยู่บริเวณกลางสถานีไทรม้าเลย

ถึงแล้วค่ะ เลี้ยวเข้าโครงการได้เลย

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ Dcon Prime รัตนาธิเบศร์กันค่ะ โครงการอยู่ติดรถไฟฟ้าสถานีไทรม้า แต่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างสถานีทำให้มีระยะเดินพอๆกันทั้ง 2 ฝั่งค่ะ ระยะจากบันไดรถไฟฟ้ามายังโครงการประมาณ 120 เมตร ฝั่งทิศใต้ติดกับถนนรัตนาธิเบศร์ และเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ฝั่งตรงข้ามเป็นแนวอาคารแถวสูง 3-5 ชั้น และคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ฝั่งทิศตะวันตกและทิศเหนือติดกับที่ดินเปล่า มองเห็นวิวเป็นวิวที่อยู่อาศัยแนวราบทั้งหมด ส่วนทิศตะวันออกจะเจอกับคอนโด Rich Park สูง 33 ชั้น ห่างออกไป 250 เมตร ทำให้บังวิวส่วนหนึ่งทางทิศตะวันออกไป แต่ไม่ได้อยู่ในระยะประชิดทำให้ยังสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำได้ค่ะ

  • วิวทิศเหนือ :  วิวเมืองแนวราบทางฝั่งเมืองนนทบุรี , แม่น้ำเจ้าพระยา
  • วิวทิศตะวันออก :  Rich Park สูง 33 ชั้น , โค้งน้ำเจ้าพระยา
  • วิวทิศใต้ :  วิวเมืองแนวราบทางฝั่งบางรักน้อย  , แม่น้ำเจ้าพระยา
  • วิวทิศตะวันตก :  วิวเมืองแนวราบทางฝั่งมุ่งหน้าถนนราชพฤกษ์  , เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง

ที่ดินทิศตะวันออกติดกับถนนซอยส่วนบุคคล เข้าไปยังบ้านพักอาศัยด้านในไม่ค่อยมีรถสัญจรผ่านไปมาเท่าไรค่ะ

หน้าโครงการทางทิศตะวันออก ติดกับที่ดินเปล่า มองไปเห็นโครงการ Rich Park สูง 33 ชั้น และสถานีรถไฟฟ้า ไทรม้า

ทิศใต้ ติดกับถนนรัตนาธิเบศร์ซึ่งเป็นถนนใหญ่ การเข้า-ออกสะดวก มองเห็นสถานีรถไฟฟ้าไทรม้าอยู่ด้านหน้า ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารแถวสูง 3-5 ชั้นค่ะ

หน้าโครงการทางทิศตะวันตก ติดกับที่ดินเปล่าส่วนบุคคล

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดนกฮูก 3.3 กิโลเมตร
  • Central รัตนาธิเบศร์ + Index Living Mall 3.5 กิโลเมตร
  • อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก 6.2  กิโลเมตร
  • Central Plaza Westgate 8.4 กิโลเมตร
  • บางใหญ่ไนท์พลาซ่า 8.8 กิโลเมตร
  • ตลาดกลางบางใหญ่ 9.0 กิโลเมตร
  • ตลาดสดดอนพรหม 9.1 กิโลเมตร
  • รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ 9.5 กิโลเมตร
  • BigC บางใหญ่ 9.6 กิโลเมตร
  • Homepro บางใหญ่ 10.1 กิโลเมตร
  • ตลาดบางบัวทอง 10.5 กิโลเมตร
  • Home Pro (ราชพฤกษ์) 14.4 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Dcon Prime รัตนาธิเบศร์ เป็นคอนโด High Rise จำนวน 38 ชั้น 1 อาคาร มีทั้งหมด 638 ยูนิต มาพร้อมกับ Facilities บนชั้นบนดาดฟ้า โครงการนี้มีแนวคิดในการออกแบบ ให้ผู้ที่มาพักอาศัยได้ความรู้สึกเหมือนมาอยู่โรงแรม โดยมีจุด Reception , Lobby 2 จุด  และมีการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางใช้งานเป็นสัดส่วน มองเห็นวิวสวย ทำให้บรรยากาศในบางส่วนของโครงการคล้ายกับการได้มาพักโรงแรม ภายในโครงการจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยค่ะ

ก่อนอื่นมาดูผังชั้น 1 กันก่อน ทางเข้า-ออกของโครงการจะติดกับถนนรัตนาธิเบศร์ พอเราขับรถเข้ามาแล้วทางเดินรถจะเป็นทางเดียวรอบโครงการตามเข็มนาฬิกา โดยจะมีสวนและบ่อน้ำพุอยู่ด้านหน้าอาคาร ตรงข้ามกับ Drop Off มองเข้าไปเห็น Reception ก่อนจะไปยังส่วนของ Lobby  สำหรับคนที่ต้องการไปจอดรถนะคะ จะต้องเลี้ยวขวาไปด้านข้างของอาคาร และขึ้นลานจอดรถที่ด้านหลัง โดยใช้ทางขึ้น-ลงทางเดียวกัน ด้านหน้าอาคารมีร้านค้า 3 ยูนิต แต่ปัจจุบันยูนิตด้านหน้าใช้เป็นพื้นที่สำนักงานขายอยู่ ส่วนอื่นๆยังไม่มีร้านค้าเปิดให้บริการค่ะ

ส่วนของ Reception ด้านหน้าอาคารเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor เชื่อมต่อกับพื้นที่ Lobby ด้านหน้าสำหรับนั่งพักคอย แต่ถ้าใครไม่ชอบแบบ Outdoor เพราะว่าอากาศเมืองไทยมันร้อนก็เข้ามานั่งพักใน Lobby ที่ปรับอากาศได้ค่ะ ภายใน Lobby จะมีพื้นที่นั่งเล่นและห้อง Library สำหรับนั่งทำงาน, ประชุม หรือนั่งอ่านหนังสือชิลล์ๆได้  ถัดมาก่อนเข้าไปยังโถงลิฟต์จะเจอกับห้องนิติบุคคลทางซ้ายมือ อยู่ในตำแหน่งที่ลูกบ้านผ่านไปมาอยู่แล้วทำให้ติดต่อได้สะดวก โถงลิฟต์จะต้องใช้ Key Card แตะเข้าไปเพื่อความปลอดภัยนะคะ เข้ามาแล้วจะเจอกับลิฟต์โดยสาร 3 ตัว และส่วน Mail Box อัตราส่วนลิฟต์โดยสารจะอยู่ที่ 212 : 1 ถือว่าค่อนข้างหนาแน่น ทำให้รอลิฟต์นานในชั่วโมงเร่งด่วนได้ค่ะ

ทางเข้าด้านหน้าโครงการมีป้ายโครงการเห็นได้ชัดเจน เชื่อมต่อกับรั้วต้นไม้สีเขียวล้อมรอบโครงการให้ความรู้สึกสดชื่น ป้อมรักษาความปลอดภัยอยู่ทางด้านซ้ายมือภายในมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ

ทางเข้า-ออกแบ่ง 2 ช่องทางสวนกัน เป็นระบบ Key Card Access เมื่อแตะบัตรแล้วไม้กั้นกระดก จะเปิดอัตโนมัติ

เมื่อเข้ามาแล้วจะบังคับเดินรถทางเดียวคือเลี้ยวซ้ายเพื่อไปยังส่วน Drop Off หรือลานจอดรถด้านหลังอาคาร ด้านหน้าโครงการมีการทำพื้นที่สีเขียวและบ่อน้ำพุ เพิ่มความมีชีวิตชีวาเมื่อกลับมาถึงโครงการ

ส่วน Drop Off มีหลังคายื่นออกมาให้เล็กน้อย ช่วยกันฝนปรอยๆ และกันแดดได้บ้าง จากด้านหน้าอาคารสามารถมองเข้าไปยังส่วน Reception ได้ คล้ายๆกับพวก Reception ของโรงแรมค่ะ แต่จริงๆแล้วตรงนี้เอาไว้ให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านค่ะ

สำหรับคนที่จะจอดรถจะต้องไปยังด้านหลังของอาคาร มีต้นไม้ยืนต้นปลูกอยู่ริมรั้วเป็นระยะๆ ในอนาคตเมื่อต้นไม้สูงจะดูร่มรื่นมากขึ้นค่ะ

ส่วนลานจอดรถจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 6 เป็นแบบ Conventional ทั้งหมด สามารถจอดได้  140 คัน หรือ คิดเป็น 22 % รวมจอดซ้อนคันแล้วจะคิดเป็น 199 คันหรือ 31% ค่ะ รวมแล้วถือว่าไม่มากไม่น้อยไปสำหรับโครงการที่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าในระยะที่เดินได้ นอกจากนั้นก็ยังมีที่จอดรถจักรยานยนต์ พร้อมกับส่วน Service อย่างเครื่องกรองน้ำและเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ อยู่บริเวณลานจอดรถชั้น 2 ด้วย

ด้านหลังโครงการก็ยังมีรั้วต้นไม้มาถึงด้านหลัง และมีช่องจอดรถอยู่รอบๆอาคารด้วยค่ะ

สำหรับรถที่จะออกจากโครงการสามารถวนออกมาตามลูกศรบนพื้น ไปยังประตูไม้กั้นด้านหน้าได้เลย

เรามาดูด้านในอาคารกันบ้างค่ะ จากส่วน Drop Off จะเชื่อมต่อกับส่วนเคาน์เตอร์ Reception ก่อนจะเข้าไปยังส่วน Lobby

Lobby ด้านหน้านั้นเป็นแบบ Semi-Outdoor คือเป็นพื้นที่กินลมชมวิวด้านนอกไม่ได้ปรับอากาศค่ะ ตรงนี้ก็จะมีเก้าอี้นั่งพักผ่อนเป็นชุดๆรองรับไว้ให้ สามารถมองไปเห็นสวนด้านหน้าโครงการได้

สำหรับคนที่ชอบห้องเย็นๆมากกว่า ก็สามารถเข้าไปยัง Lobby ด้านในอาคารได้ค่ะ ตรงส่วนนี้จะต้องใช้ Key Card แตะเข้าไป เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน

ภายใน Lobby มีกระจกทรงสูงถึงฝ้าเพดานทำให้มีแสงสว่างเข้ามาได้เยอะและเห็นวิวต้นไม้ด้านนอกได้ค่ะ ภายใน Lobby จะมีที่นั่งเป็นโซฟา เหมาะกับการนั่งคุยเล่น สำหรับใครที่จะทำงานหรือนั่งอ่านหนังสือทางโครงการก็มีห้อง Library แยกไว้ให้ค่ะ

ภายใน Lobby มีห้องน้ำส่วนกลางแยกชาย-หญิงมาให้สำหรับแขกด้วย

ภายในห้องน้ำตกแต่งสวยงามเข้ากับส่วนของ Lobby มีห้องน้ำและอ่างล้างมืออย่างละ 2 ชุด

ห้องนิติบุคคลจะอยู่ทางด้านซ้ายมือก่อนถึงโถงลิฟต์นะคะ เป็นส่วนที่คนเดินผ่านบ่อย ใครมีปัญหาอะไรภายในโครงการสามารถมาติดต่อได้ง่ายค่ะ

ส่วนห้อง Library จะอยู่ตรงข้ามกับ Lobby มีประตูกั้นแยกกันชัดเจน สำหรับคนที่ต้องการนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือเงียบๆไม่อยากให้ใครมารบกวนค่ะ

บรรยากาศภายใน Library มีการตกแต่งด้วยลายหิน พื้นลายไม้ ดูเป็นธรรมชาติเหมาะกับการนั่งทำงานสบายๆ หรือจะมานั่งดื่มกาแฟชิลล์ๆในนี้ก็ได้ค่ะ

ภายในห้องมีโต๊ะทำงานหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น โต๊ะทำงานแบบแยกเดี่ยว มีปลั๊กไฟให้เสียบชาร์จโทรศัพท์หรือโน้ตบุคได้ มีส่วนโซฟานั่งเล่นสำหรับอ่านหนังสือคนเดียว หรือจะเป็นการประชุม ทำงานกลุ่มก็มีห้องรองรับค่ะ

ถัดมาเป็นส่วนของโถงลิฟต์ ก่อนเข้าจะต้องสแกนบัตรก่อนนะคะ เป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับลูกบ้านด้วย

ลิฟต์โดยสารของโครงการมีทั้งหมด 3 ตัว อัตราส่วนประมาณ 212 : 1 ถือว่าค่อนข้างเยอะแต่ก็ทดแทนด้วยความเร็วของลิฟต์ที่ค่อนข้างเร็วค่ะ ลิฟต์ทั้งหมดเป็นแบบล็อคชั้น ยกเว้นชั้นส่วนกลางที่ทุกคนจะสามารถแตะบัตรไปได้ คือชั้น 7, 36 และ 37

ด้านหลังของโถงลิฟต์เป็นห้อง Mail Box รองรับจดหมายเดินมาดูจดหมายของห้องตัวเองได้สะดวก

ภายในลิฟต์มีปุ่มกดสำหรับคนที่ใช้รถเข็นและอักษรเบลล์มาด้วย รองรับการใช้งานของคนทุกประเภททุกวัยค่ะ ลิฟต์เคลื่อนที่ค่อนข้างเร็ว รองรับกับยูนิตที่เยอะขึ้นชั้นสูงๆทีเดียวหูอื้อเลยค่ะ

ชั้น 7 เป็นชั้นเริ่มต้นของห้องพักอาศัย โดย จะมีทั้งหมด 22 ยูนิต เน้นห้อง 1 Bedroom โถงทางเดินเป็นแบบ Double Corridor คือเป็นห้องที่หันหน้าเจอกันค่ะ แต่ทางโครงการก็ได้ออกแบบให้ตำแหน่งประตูไม่เปิดมาเจอกันช่วยให้แต่ละห้องมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ตำแหน่งโถงลิฟต์จะอยู่บริเวณกลางอาคารเลย ทำให้ลูกบ้านทั้ง 2 ฝั่งมีระยะเดินที่พอๆกัน ห้องพักส่วนใหญ่จะหันหน้าตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ตำแหน่งทิศตะวันออกหันไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ในระยะความสูงของชั้นนี้ยังไม่มากเท่าไหร่ทำให้ไม่เห็นแม่น้ำชัดเจน ส่วนห้องทางทิศตะวันตกจะติดกับพื้นที่สวน มองเห็นวิวสวนที่โครงการจัดไว้ให้ แต่ก็อาจจะแลกกับความเป็นส่วนตัวที่จะต้องเสียไปบ้างเล็กน้อย เหมาะกับคนที่ชอบวิวสีเขียวไม่ซีเรียสเรื่องเสียงรบกวนและมีคนเดินผ่านอยู่บ่อยๆค่ะ ส่วนห้องทางทิศใต้ที่ชั้นนี้จะเห็นระดับหลังคาของสถานีรถไฟฟ้า ไทรม้าพอดี และห้องทางทิศเหนือด้านหลังโครงการจะเห็นวิวเมือง ส่วนใหญ่เป็นโครงการแนวราบไม่มีอาคารสูงมาบังวิวทางทิศนี้เลยค่ะ

ชั้น 7 นี้มีสวนส่วนกลาง Outdoor มีที่นั่งชมวิวและบ่อน้ำตื้นตกแต่งให้บรรยากาศน่านั่ง สำหรับลูกบ้านชั้นนี้ไม่ต้องกังวลว่า คนอื่นจะเข้ามาเดินผ่านห้องได้หรือไม่ เพราะมีประตูกั้นระหว่างโถงลิฟต์กับโถงทางเดินมาให้ค่ะ ซึ่งจะสามารถแตะเข้าได้เฉพาะลูกบ้านชั้นนี้เท่านั้น เราไปดูบรรยากาศกันเลยค่ะ

ชั้น 7 ส่วนโถงลิฟต์เหมือนกับห้องพักอาศัยทั่วไป ทางออกไปยังสวนจะอยู่ด้านขวามือจากลิฟต์ค่ะ

ส่วนทางซ้ายเป็นโถงทางเดินไปยังห้องพักอาศัยจะมีประตูกั้นมาให้สำหรับคนที่มีบัตรเท่านั้นถึงจะเข้าได้ พร้อมกับมีกล้องวงจรปิดติดมาให้ด้วย ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยให้กับลูกบ้านชั้นนี้ค่ะ

เมื่ออกมาจากโถงลิฟต์แล้ว จะเจอกับสวนตกแต่งด้วยบ่อน้ำตื่นให้บรรยากาศผ่อนคลาย ในอนาคตเมื่อต้นไม้ผลิใบจะทำให้สวนชั้นนี้ร่มรื่นมากขึ้นค่ะ ในบริเวณที่พื้นที่ส่วนกลางติดกับห้องพักจะมีแนวต้นไม้พุ่มและไม้ยืนต้นมาปลูก เป็นตัวกั้นเว้นระยะห่างจากห้องพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางให้ห่างกันประมาณ 1.00-1.50 เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านค่ะ

มีที่นั่งชมวิวเล่นระดับมองเห็นวิวทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นวิวเมืองแนวราบและพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

ส่วนทางซ้ายเป็นทางเดินบนลานหินไปยังด้านหน้าโครงการ(ทางทิศใต้)

ก็จะเจอกับจุดนั่งเล่นอีกจุดนึงมองเห็นสถานีรถไฟฟ้าไทรม้า ที่อยู่ด้านหน้าโครงการเลยค่ะ

ชั้น 8 – 31 เป็นชั้นพักอาศัยทั่วไป มี 22 ยูนิตต่อชั้น การวางผังเหมือนกับห้องพักที่ชั้น 7 เลยค่ะ คือเป็น Double Corridor ห้องส่วนใหญ่เป็นห้อง 1 Bedroom จะมีห้อง 2 Bedroom อยู่ 3 ตำแหน่งบริเวณมุมอาคาร ทางทิศตะวันออกฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีอาคาร Rich Park สูง 33 ชั้น อยู่ห่างออกไปประมาณ 250 เมตร ทำให้เมื่อมองตรงๆจะโดยบังวิวไป ต้องมองเฉียงออกด้านข้างทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และเฉียงใต้จะเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาค่ะ ทำให้ห้องที่ได้รับวิวสวยที่สุดจะเป็นห้อง 2 Bedroom ที่อยู่ริมอาคารทางทิศตะวันออกนั่นเอง รองลงมาที่ห้องทางทิศเหนือและทิศใต้ก็ยังสามารถเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อยู่ค่ะ ส่วนวิวทางทิศตะวันตกนั้นเป็นวิวเมืองแนวราบ มองได้ไกล แบบพาโนรามาเนื่องจากไม่มีอาคารสูงอยู่เลย

ชั้น 31-35 เป็นชั้นห้องพัก 20 ยูนิต ต่างจากชั้นอื่นๆ ตรงที่มีเพิ่มห้อง 2 Bedroom ขึ้นมา 2 ห้อง ในตำแหน่งที่เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

ชั้น 36 เป็นชั้นพักอาศัยชั้นสุดท้ายมีทั้งหมด 10 ยูนิต ทำให้เป็นส่วนตัวมากที่สุด ห้องพักจะอยู่ทางทิศใต้ มีประตูกั้นระหว่างส่วนกลางและส่วนห้องพักอาศัยมาให้ ช่วยให้ลูกบ้านชั้นนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย พื้นที่ส่วนกลางชั้นนี้อยู่ทางทิศเหนือของอาคาร ประกอบไปด้วย Sky Lounge วิวเมือง และห้อง Sauna แยกหญิง-ชายอยู่ภายในห้องน้ำค่ะ ซึ่งห้องน้ำนี้จะมีห้องอาบน้ำให้สำหรับคนที่มาใช้สระว่ายน้ำและ Fitness ด้วย จากชั้นนี้สามารถเดินขึ้นบันไดไปยังส่วน Fitness และสระว่ายน้ำด้านบนได้เลยค่ะ

โถงลิฟต์ชั้น 36 มีการตกแต่งสวยงาม แตกต่างจากชั้นอื่นๆ เนื่องจากชั้นนี้เป็นชั้นที่มีส่วนกลางหลักนั่นก็คือ Sky Lounge และห้อง Sauna นั่นเองค่ะ โถงลิฟต์จะมีช่องแสงและช่องเปิดขนาดใหญ่ตรงกับตำแหน่งประตูทางออกไปยังสวนของชั้น 7 เลยค่ะ แต่ชั้นอื่นๆไม่สามารถออกไปได้ ทำให้รับแสงเข้ามาได้มาก โถงลิฟต์จึงมีความสว่างแทบไม่ต้องเปิดไฟเลยค่ะ

เมื่ออกมาจากโถงลิฟต์ก็สามารถเดินไปยังส่วนกลางได้เลย แต่ถ้าจะเข้าห้องพักจะต้องสแกนบัตรอีกครั้งหนึ่งเพื่อแยกความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน ไม่ให้คนนอกเดินผ่านหน้าห้องได้ค่ะ

ห้อง Sky Lounge จะอยู่ทางซ้ายมือจากโถงลิฟต์(ด้านหลังอาคารทางทิศเหนือ) ติดกับห้องน้ำที่มีห้องอาบน้ำและ Sauna แยกหญิง-ชายมาให้ ห้องน้ำนี้รองรับสำหรับคนที่มาใช้สระว่ายน้ำและ Fitness ด้วยนะคะ โดยขึ้นบันไดไปชั้นบนก็จะเจอกับ Fitness เลย

ภายในห้อง Sky Lounge เป็นห้อง Double Space ฝ้าเพดานสูง 2 ชั้นทำให้ห้องดูโปร่ง มีชุดโซฟา 2 ชุด พร้อมช่องแสงขนาดใหญ่เต็มผนังให้ 2 จุด เหมาะกับการนั่งคุยเล่น และชมวิวเมืองทางทิศตะวันตก หรือทิศใต้ที่เห็นแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ค่ะ

ส่วนของฝ้าเพดานสูงสามารถมองขึ้นไปยังห้อง Fitness ได้

ห้องน้ำส่วนกลางชั้นนี้เป็นห้องน้ำขนาดใหญ่เนื่องจากรองรับการใช้งานของคนที่มาใช้ส่วนกลางทั้งหมด มีการออกแบบตกแต่งให้เข้ากับพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ คือใช้ผนังลายไม้มีความเป็นธรรมชาติ

ภายในห้องน้ำมี Locker มา ให้ใช้งานด้วยค่ะ นอกจากนั้นยังมีห้องอาบน้ำ และห้อง Sauna มาให้ด้วย

ชั้น 37 เป็นชั้น Facility ดาดฟ้า เมื่อออกมาจากโถงลิฟต์แล้วจะเจอกับสระว่ายน้ำก่อนเลย มองเห็นวิวได้กว้างแบบพาโนรามา สระว่ายน้ำที่ได้เป็นสระระบบเกลือ Infinity Edge Pool ขนาดประมาณ 6 x 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร มีส่วนตื้นสำหรับเด็กมาเล่นได้ค่ะ ทางทิศใต้เป็นพื้นที่นั่งเล่นและสวนหญ้าเทียม มองเห็นวิวทางทิศใต้ ส่วนฝั่งทิศเหนือมีห้อง Fitness มองเห็นวิวสระว่ายน้ำและแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ภายในมีเครื่องเล่นหลากหลายจำนวนกว่า 10 เครื่อง และสามารถมองลงไปยัง Sky Lounge ชั้น 36 ได้ค่ะ

เมื่ออกมาจากโถงลิฟต์เราจะพาไปดูขวามือก่อนนะคะ ออกมาแล้วจะเจอกับสระว่ายน้ำส่วนของน้ำตื้นก่อน ตรงนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถพาเด็กเล็กมาว่ายน้ำเล่นกันได้ เนื่องจากมีความลึกไม่ถึง 30 เซนติเมตรค่ะ

เดินตรงมายังด้านหน้าโครงการ เป็นพื้นที่ Terrace สำหรับนั่งพักผ่อนดูวิวเมืองและวิวแม่น้ำเจ้าพระยายามเย็นได้

นอกจากนั้นมีพื้นที่ Sunken สำหรับชวนเพื่อนๆมาคุยชิลๆ พร้อมชมวิวเมืองได้ค่ะ

ถัดมาเรามาดูฝั่งซ้ายมือเมื่อออกมาจากโถงลิฟต์ จะเจอกับสระว่ายน้ำ Infinity Edge Pool ระบบเกลือ ขนาดประมาณ 6 x 20 เมตร ลึก 1.20 เมตร มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ พร้อมกับที่นั่งริมสระ

เดินเข้ามาอีกหน่อยจะเจอกับห้อง Fitness เป็นห้องปรับอากาศ อยู่ติดกับสระว่ายน้ำเลยค่ะ

ภายในห้อง Fitness ค่อนข้างกว้าง มองเห็นวิวสระว่ายน้ำและแม่น้ำเจ้าพระยาขณะออกกำลังกายเลย

สำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายคงถูกใจเนื่องจากมีเครื่องเล่นให้เลือกหลากหลาย รวมกว่า 10 เครื่อง และมีตู้ Locker มาให้ 12 ช่อง นอกจากนั้นยังมีส่วนนั่งพักผ่อนมาให้ด้วย

ถัดมาที่ดาดฟ้า เป็นพื้นที่หนีไฟทางอากาศแต่ทางโครงการก็ได้ปูหญ้าเทียมมาให้ สามารถขึ้นมาชมวิวได้ 360 องศาเลยค่ะ

ทางทิศตะวันตก เป็นวิวเมืองมองเห็นเส้นทางรถไฟฟ้าและถนนรัตนาธิเบศร์

ทิศเหนือ เห็นวิวเมืองแนวราบกว้างสุดๆเลยค่ะเนื่องจากไม่มีอาคารสูงอยู่เลย และสามารถเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาได้เล็กน้อย

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จากการขึ้นไปดูของจริง ทิศนี้น่าจะเป็นทิศที่ได้วิวสวยที่สุดแล้วค่ะ เพราะเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบเต็มๆไม่มีอาคารสูงมาบดบัง และโดยรอบก็เป็นวิวเปิดโล่ง

ทิศตะวันออก หันหน้าไปทางแม่น้ำเจ้าพระยามีอาคาร Rich Park สูง 33 ชั้น บังวิวอยู่สักหน่อย แต่ก็ยังอยู่ในระยะที่ไม่ประชิดทำให้ยังมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาได้ค่ะ

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ก็เป็นอีกมุมที่มองเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและวิวเมืองแนวราบฝั่งบางรักน้อย

ทิศใต้ เป็นทิศด้านหน้าโครงการ มองเห็นวิวเมืองแนวราบฝั่งบางรักน้อย ไม่มีอาคารสูงขึ้นมาบังค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1 : Lobby (Indoor, Outdoor), Shop ร้านค้า 3 ยูนิต, Library
  • ชั้น 7 : Poor Garden สวนน้ำตื้น, สระเด็ก ลึก 50 ซม. และสวนหย่อม
  • ชั้น 36 : Sky Lounge, ห้องซาวน่าแยกหญิง-ชาย
  • ชั้น 37 : สระว่ายน้ำระบบเกลือ(Infinity Edge Pool) กว้างประมาณ 6 x 20 เมตร ลึก 1.2 เมตร  Sky Fitness(ประมาณ 10 เครื่องเล่น), Bathroom, พื้นที่นั่งเล่น
  • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ  212 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 140 คันคิดเป็น 22 % รวมจอดซ้อนคันคิดเป็น 199 คันหรือ 31%
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ห้องที่เราจะพามาดูวันนี้นะคะเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 30 ตารางเมตร ซึ่งมีจำนวนเยอะที่สุดในโครงการ ขายแบบ Fully Furnishes ได้เฟอร์นิเจอร์จาก Starmark ดังนี้

  • โซฟา
  • โต๊ะข้างโซฟา
  • ชั้นวาง TV Built-in พร้อมตู้เก็บของด้านข้าง
  • โต๊ะรับประทานอาหารพร้อม เก้าอี้ 2 ตัว
  • เคาน์เตอร์ครัว Built-in
  • ตู้เสื้อผ้า พร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง Built-in
  • โต๊ะทำงาน(ในห้องนอน) Built-in
  • เตียงนอน ขนาด 5 ฟุต (ไม่รวมฟูก)
  • โต๊ะข้างเตียง 1 ตัว
  • ชุดสุขภัณฑ์ พร้อมฉากกั้นกระจก จาก Mogen
  • เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว (โปรโมชั้น)
  • ม่าน (โปรโมชั้น)

ถือว่าให้มาค่อนข้างครบครันพร้อมเข้าอยู่เลยค่ะ การวางผังห้องเป็นสัดส่วนชัดเจน แยกส่วนกลางและส่วนห้องนอนไว้คนละฝั่งกัน เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับส่วนห้องนั่งเล่นก่อนค่ะ พื้นห้องปูด้วยลามิเนตลายไม้ ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.6 เมตร พื้นที่ห้องนั่งเล่นจะเชื่อมต่อกับห้องครัวและระเบียง กั้นด้วยประตูกั้นกระจก ทำให้แสงธรรมชาติจากระเบียงเข้ามายังห้องนั่งเล่นได้  ครัวที่ได้เป็นครัวปิดติดกับระเบียง มีข้อดีคือเวลาทำอาหารที่มีกลิ่น จะไม่ฟุ้งกระจายไปยังส่วนอื่นๆภายในห้อง และเปิดประตูระเบียงเพื่อระบายอากาศได้ค่ะ ห้องครัวขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารภายในครัวได้ พื้นที่ระเบียงแบ่งเป็นส่วน Condensing Units เข้ามุมช่วยไม่ให้บังสายตาเมื่อมองวิว ส่วนระเบียงมีระบบท่อสำหรับติดตั้งเครื่องซักผ้าไว้ให้ด้วยค่ะ ห้องนอนมีห้องน้ำในตัว ใช้งานสะดวก แต่ถ้ามีแขกมาแล้วต้องการเข้าห้องน้ำจะต้องเดินผ่านห้องนอนอาจจะเสียความเป็นส่วนตัวเล็กน้อยค่ะ พื้นที่ห้องนอนมีขนาดใหญ่ วางเตียง 5 ฟุตแล้วมีพื้นที่เดินได้รอบ มีช่องแสง 1 จุดแต่ห้องก็ไม่มืดเกินไปนะคะ มีโต๊ะทำงาน Built-in เข้ามุมมาให้ตรงกับช่องแสงพอดี เหมาะกับการใช้งาน ส่วนห้องน้ำมีการแบ่งส่วนเปียก-ส่วนแห้งชัดเจน มีฉากกั้นกระจกส่วนอาบน้ำมาให้ ภายในห้องจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยค่ะ

ประตูทางเข้าโครงไม้จริงปิดผิวด้วยลามิเนตทำเป็นสี 2 สีแบบห้องตัวอย่างเลยค่ะ

ติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ระบบ Key Card และกุญแจ จาก Samsung

ด้านในห้องติดตั้งโซ่คล้องประตูมาให้ด้วย เพื่อความปลอดภัยอีกชั้นนึงค่ะ

พื้นห้องปูด้วยลามิเนตลายไม้  เก็บงานรอยต่อระหว่างพื้นกระเบื้องโถงทางเดินกับพื้นห้องด้วยคิ้วไม้ เป็นระเบียบเรียบร้อย

เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอกับส่วนห้องนั่งเล่น ผนังฉาบเรียบทาสี ความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.6 เมตร ซึ่งทางโครงการจะให้โซฟาและโต๊ะข้างสำหรับวางของมาให้ (ภาพบน-เป็นห้องที่ลูกค้าจะได้ค่ะ)

ส่วนห้องนั่งเล่นมีระยะดู TV ประมาณ 2.20 เมตร เหมาะกับการวาง TV ขนาดไม่เกิน 32 นิ้ว พื้นที่ไม่เหมาะกับการวางโต๊ะกลางนะคะ เพราะอาจจะทำให้ขวางทางเดินเข้า-ออกห้องได้ ควรใช้เป็นโต๊ะด้านข้างโซฟาอย่างที่โครงการให้มาจะเหมาะสมมากกว่า

โซฟา 2 ที่นั่งและโต๊ะข้างที่ได้เหมือนกับในห้องตัวอย่างเลยค่ะ (ไม่รวมหมอนอิงและของตกแต่ง)

ส่วนของชั้นวาง TV ทางโครงการก็ Built-in มาให้ เหมือนกับห้องตัวอย่างเลย สามารถใช้ชั้นเก็บของด้านข้างเป็นชั้นรองเท้าได้  และส่วนชั้นใต้ TV เป็นช่องเก็บของทั่วไปเช่น หนังสือ , เครื่องเล่นเกมส์ เป็นต้น บานพับเป็นบาน Soft Close ช่วยให้ปิดแล้วไม่กระแทกด้วยค่ะ เครื่องปรับอากาศภายในห้องนั่งเล่นก็จะถูกติดตั้งอยู่เหนือชั้นวาง TV ค่ะ

พื้นที่ห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกับส่วนครัว มีประตูกั้นกระจกเขียวใส บานเลื่อน 3 ตอนกรอบอลูมิเนียมสีดำมาให้ ช่วยให้ได้ครัวแบบครัวปิดแต่ก็ยังสามารถมองเห็นวิวและรับแสงธรรมชาติจากภายนอกได้  ซึ่งพื้นที่ครัวแบบปิดมีข้อดีคือเวลาทำอาหารที่มีกลิ่นแล้วกลิ่นไม่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องค่ะ

พื้นห้องครัวเป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ ทำความสะอาดง่าย และสามารทนน้ำได้ เหมาะกับการใช้งานในครัวมากกว่าพื้นลามิเนตที่โดนน้ำแล้วทำให้บวมได้ค่ะ

ภายในครัวมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถวางชุดโต๊ะรับประทานอาหาร 2 ที่นั่งได้ มีระยะเดิน 90 เซนติเมตร ชุดครัวจะได้ Built-in เหมือนในห้องตัวอย่างเลยค่ะ มีช่องด้านข้างเว้นไว้ให้สำหรับวางตู้เย็น

ชุดโต๊ะรับประทานอาหาร 2 ที่นั่งทางโครงการก็ได้ให้มาด้วยแบบเดียวกับในห้องตัวอย่างเลยค่ะ (ไม่รวมของตกแต่ง)

มาดูเคาน์เตอร์กันบ้าง ตัวเคาน์เตอร์เป็น Built-in จาก Starmark โดย Top เป็นลามิเนตเคลือบผิวติดตั้งมาพร้อมกับอ่างล้างจาน แต่ไม่มีเตาไฟฟ้ากับเครื่องดูดควันมาให้นะคะ สำหรับคนที่ต้องการทำอาหารรับประทานเองแนะนำให้ซื้อเตาไฟฟ้าขนาดกระทัดรัดมาตั้งเพื่อประหยัดพื้นที่ค่ะ แนะนำให้ติด Blacksplash เพิ่มเติม จะทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นค่ะ

ตู้เก็บของด้านบน เป็นตู้ Built-in ไว้ใช้เก็บจาน ชาม แก้ว หรืออุปกรณ์ทำครัวต่างๆ บานพับเป็นแบบ Soft Close ช่วยให้ไม่กระแทกเวลาเปิดปิด ซึ่งอาจจะทำให้จาน, ชามเสียหายได้ ชั้นวางของด้านบนมีช่องสำหรับวางเครื่องไมโครเวฟ ช่วยประหยัดพื้นที่บนเคาน์เตอร์ค่ะ ส่วนชั้นเก็บของด้านล่าง มีลิ้นชักสำหรับเก็บช้อน-ส้อม มาให้ ใต้อ่างล้างจานเป็นช่องขนาดใหญ่สามารถวางถังขยะภายในได้ค่ะ

ห้องครัวติดกับระเบียง ประตูระเบียงเป็นประตูบานเลื่อนกระจกเขียวใส 2 ตอน กรอบอลูมิเนียมสีดำ ทำให้มองเห็นวิวด้านนอกได้ แล้วยังได้แสงมาทำให้ห้องครัวสว่างขึ้นด้วยค่ะ

พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ทำความสะอาดง่าย   พื้นอยู่ต่ำกว่าระดับธรณีประมาณ 10 เซนติเมตร ช่วยให้น้ำฝนไม่ไหลเข้าห้องได้ ระเบียงสามารถออกมาใช้งานได้จริง มีขนาดประมาณ 3.20 x 0.7 เมตร

มีงานระบบเดินท่อสำหรับต่อเครื่องซักผ้ามาให้ ทางซ้ายมือ ซึ่งมีข้อดีคือไม่เปลืองพื้นที่ด้านในห้อง แต่ก็อาจจะทำให้เครื่องซักผ้าเก่าเร็วเพราะต้องโดนแดดและฝนค่ะ ส่วนทางขวามือเป็นส่วนของ Condensing Units ติดตั้งแบบแขวนมาให้ เป่าลมร้อนออกด้านนอกทำให้ระเบียงไม่ร้อน  ตำแหน่งที่แขวนหลบอยู่ด้านหลังผนังทำให้เมื่อมองจากในห้องออกมาแล้วไม่เห็นค่ะ

มาดูส่วนห้องนอนกันบ้าง ที่ห้องนี้เฟอร์นิเจอร์ที่ลูกบ้านจะได้ มีเตียงขนาด 5 ฟุต (ไม่รวมฟูก), โต๊ะทำงาน Built-in, ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง Built-in มาให้ค่ะ ห้องนอนมีช่องแสงและช่องเปิดระบายอากาศเพียงช่องเดียวอยู่ที่ตำแหน่งใกล้หัวเตียง แต่ห้องก็ไม่มืดจนเกินไปนะคะ

เมื่อวางเตียง 5 ฟุตแล้วยังมีพื้นที่เดินได้รอบเตียงเป็นขนาดที่พอดีกับห้อง ถ้าเป็นขนาด 6 ฟุตหรือคิงไซส์อาจจะทำให้ห้องดูอึดอัดได้ค่ะ

พื้นที่ด้านซ้ายมือระหว่างโต๊ะทำงานและเตียงกว้างประมาณ 0.90 เมตร เป็นระยะที่สามารถถอยเก้าอี้ออกเวลานั่งได้สบายๆ และสามารถวางโต๊ะข้างเตียงแบบที่โครงการให้มาได้ค่ะ ฝั่งขวามือระยะจากตู้เสื้อผ้าและเตียงประมาณ 0.60 เมตร ซึ่งค่อนข้างน้อย บวกกับตู้เสื้อผ้าเป็นบานเปิด ทำให้ต้องใช้พื้นที่ด้านหน้าเยอะ สำหรับคนที่ชอบพื้นที่แต่งตัวเยอะ ก็แนะนำให้ขยับเตียงไปอีกฝั่งนึงได้อีกประมาณ 20 เซนติเมตรค่ะ

โต๊ะทำงานที่ได้เป็นโต๊ะ Built-in พอดีกับผนังทั้งสองฝั่ง ถ้าโครงการไม่ได้ให้มาอาจจะต้องหาเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวมาวางเอง ซึ่งจะหาที่พอดีได้ยากค่ะ

ซึ่งโต๊ะทำงานก็จะอยู่ตำแหน่งติดกับหน้าต่างพอดีเวลาอ่านหนังสือหรือทำงานก็จะได้รับแสงที่เพียงพอค่ะ ถ้าแสงเข้ามามากไปแนะนำให้ติดม่านโปร่งชั้นนึงก่อนติดม่านทึบกันแสงค่ะ

ตู้เสื้อผ้าที่ได้ติดตั้งกระจกเงาและชั้นเก็บของมาให้ แค่ซื้อเก้าอี้แบบสตูลมาวางก็สามารถใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งได้แล้วค่ะ

ส่วนตู้เสื้อผ้าเป็นบานเปิด 2 ตอนหน้าบานลายไม้เข้ากับพื้นห้อง ด้านในมีราวแขวนเสื้อผ้าและชั้นเก็บของด้านบน สำหรับเก็บของชิ้นใหญ่อย่าง หมอน , กระเป๋าเดินทาง เป็นต้น ด้านล่างมีลิ้นชักสำหรับใส่ของชิ้นเล็กมาให้ด้วยค่ะ

ห้องน้ำอยู่ภายในห้องนอน ความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.45 เมตร ต่ำกว่าภายในห้องเล็กน้อย การใช้งานเป็นสัดส่วนแบ่งพื้นที่เปียก-แห้งชัดเจน เรียงลำดับตามการใช้งานทั่วไป คือ อ่างล้างมือ, โถสุขภัณฑ์, พื้นที่อาบน้ำ ตามลำดับ ชุดสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ประกอบทั้งหมดจาก Mogen ค่ะ

อ่างล้างมือเป็นอ่างเซรามิกสีขาว เป็นเคาน์เตอร์ในตัวมีพื้นที่ด้านข้างสำหรับวางน้ำหอมหรือขวดสบู่ล้างมือได้

ด้านล่างเคาน์เตอร์มีช่องเปิดสำหรับใส่อุปกรณ์ทำความสะอาดได้ค่ะ

โถสุขภัณฑ์มีพื้นที่ด้านข้างที่ไม่น้อยจนเกินไป สามารถนั่งได้สบายและเอื้อมไปหยิบชายสำระด้านหลังได้ค่ะ

พื้นที่อาบน้ำมีฉากกั้นกระจกบานเปลือยมาให้สวยงาม ช่วยให้เวลาอาบน้ำแล้วน้ำไม่กระเด็นมาเลอะส่วนอื่นๆได้ค่ะ

พื้นที่ส่วนอาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.0 x 0.85 เมตร เป็นขนาดที่กำลังดี ยืนอาบได้สบายค่ะ

ฝักบัวที่ได้จับถนัดมือ จาก Mogen มาพร้อมชั้นวางสบู่ และเดินระบบติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้ค่ะ แค่ลูกบ้านซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาก็สามารถติดตั้งได้เลย

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 28 March 2019

  • 1 Bedroom ชั้น 7 เนื้อที่ 29.28 ตร.ม. (City View) ราคา 1.90 ล้านบาท หรือ 64,890 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 20 เนื้อที่ 27.08 ตร.ม. (City View) ราคา 1.59 ล้านบาท หรือ 58,715 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 36 เนื้อที่ 30.48 ตร.ม. (River View) ราคา 2.45 ล้านบาท หรือ 80,380 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom  ชั้น 7  เนื้อที่ 49.27 ตร.ม. (City View) ราคา 3.15 ล้านบาท หรือ 63,933 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom  ชั้น 31  เนื้อที่ 61.01 ตร.ม. (River View) ราคา 4.75 ล้านบาท หรือ 77,856 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom  ชั้น 34  เนื้อที่ 49.02 ตร.ม. (River View) ราคา 3.73 ล้านบาท หรือ 76,122 บาท/ตร.ม.

  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • จอง และ ทำสัญญา (1 Bedroom) 5,000 บาท
  • จอง และ ทำสัญญา (2 Bedroom) 10,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน 400 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.ม./เดือน (เก็บล่วงหน้า 1 ปี)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล

Dcon Prime รัตนาธิเบศร์ เป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ช่วงระหว่างถนนราชพฤกษ์และสะพานพระนั่งเกล้า ทำเลนี้จะอยู่ในโซนปริมณฑลของกรุงเทพฯที่สามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกเพราะมีรถไฟฟ้า และมีถนนหนทางต่างๆเชื่อมต่อเข้าเมืองได้ ที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นแนวราบ บรรยากาศค่อนข้างสงบ แต่ในอนาคตมีโอกาสที่จะมีโครงการแนวคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นอีก เนื่องด้วยเป็นเมืองที่กำลังขยายตัวและมีห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นมากมาย จากการมาของรถไฟฟ้า ในละแวกใกล้เคียงกับโครงการอาจจะหาของกินยากสักหน่อย แต่ถ้าข้ามไปฝั่งตรงข้ามชุมชนไทรม้านั้นก็จะมีความเป็นชุมชนมากขึ้นสามารถหาของกินได้พอสมควร แต่ถ้าอยากจะชิคๆเก๋ไปห้างอย่าง Central Westgate บริเวณสามแยกบางใหญ่ รวมถึง Central Plaza รัตนาธิเบศร์, Esplanade แคราย, Central Westgate, IKea บางใหญ่ อยู่ไม่ไกล ส่วนตลาดที่ดังๆในละแวกนี้ก็มีตลาดบางบัวทอง และก็ตลาดเจ้าพระยาที่ตั้งอยู่บนถนนบางกรวยไทรน้อยทั้งคู่เลย แต่ความอุดมสมบูรณ์รอบๆโครงการในระยะรัศมี 3 กิโลเมตรจะไม่มีห้างใหญ่ ตลาดใหญ่นะ จะมี ก็แต่ตลาดนัดเล็กๆตามหน้าหมู่บ้าน แล้วก็มินิมาร์ทอย่างพวก 7-11, Family Mart, BigC mini และ Lotus Express

การเดินทางโดยใช้รถ

การเดินทางโดยใช้รถถือว่าค่อนข้างสะดวกทีเดียวค่ะ เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ฝั่งมุ่งหน้าเข้าเมือง ถนนรัตนาธิเบศร์เองก็เป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนหลักหลายสายไม่ว่าจะเป็นถนนงามวงศ์วาน หรือจะเข้าถนนราชพฤกษ์ ไปออกเพชรเกษม, ตากสิน และสาทรได้ เลยมาอีกหน่อยที่ถนนบางกรวยไทรน้อย สามารถวิ่งไปออกยังถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนกาญจนาภิเษก สำหรับออกเมืองไปยังสุพรรณบุรี และความสะดวกเรื่องการเดินทางด้วยรถก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจำนวนที่จอดรถก็สำคัญค่ะ ซึ่งทางโครงการมีให้ 199 คัน หรือประมาณ 31 % ถือว่าไม่เยอะ แต่ก็ทดแทนด้วยการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า ก็ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ

การเดินทางด้วยรถสาธรณะ ค่อนข้างสะดวก โครงการอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีไทรม้า ระยะเดินจากบันไดประมาณ 120 เมตร ระหว่างทางเดินไม่อันตราย สำหรับคนที่ต้องการใช้รถประจำทางเดินประมาณ 180 เมตรก็จะเจอกับป้ายที่ใกล้ที่สุดค่ะ แถวโครงการไม่ค่อยมีวินนะคะ แต่ก็สามารถเรียก Taxi ได้ง่ายเนื่องจากอยู่ติดถนนใหญ่

วัสดุ

วัสดุถือว่าค่อนข้างคุ้มค่าค่ะ โครงการขายแบบ Fully Furnished มีเฟอร์นิเจอร์ครบ แค่ซื้อฟูก และเครื่องใช้ไฟฟ้าก็หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด รวมถึงชุดครัว จาก Starmark สุขภัณฑ์ จาก Mogen พร้อมฉากกั้นอาบน้ำ มีระบบเดินท่อสำหรับเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้ พื้นห้องเป็นพื้นลามิเนตลายไม้ ส่วนครัว, ห้องน้ำ และระเบียงปูกระเบื้อง ทำความสะอาดง่าย บานประตูติด Digital Door Lock มาให้ ประตูหน้าต่างบานกรอบอลูมิเนียมสีดำ กระจกเขียวใส โดยรวมถือว่าได้คุ้มค่าค่ะ

การออกแบบ

การออกแบบโครงการมีการวางผังการใช้งานที่ชัดเจน เดินรถทางเดียวรอบโครงการ ส่วนกลางให้ความรู้สึกคล้ายกับมาพักที่โรงแรม Facility สวย น่าใช้งาน มีส่วน Reception ด้านหน้าเลยค่ะ ส่วนการวางผังห้องเป็นแบบ Double Corridor มีประตูกั้นแยกระหว่างส่วนกลางและส่วนห้องพักอาศัยทำให้ลูกบ้านมีความปลอดภัยและเป็นส่วนตัว

การออกแบบห้อง มีให้เลือกหลากหลายขนาด การใช้งานเป็นสัดส่วน ได้พื้นที่ครัวปิด ติดกับระเบียงสามารถทำอาหารจริงจังได้ ระเบียงมีการออกแบบให้ตำแหน่ง Condensing Units ไม่บังสายตาจากภายในห้อง มีมุมสำหรับนั่งทำงานมาให้ภายในห้องนอน ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียก-แห้งมาให้ชัดเจน โดยรวมถือว่าดีทีเดียวค่ะ

สาธารณูปโภค

สาธารณูปโภคได้มาหลากหลาย มี Lobby 2 จุด (Indoor, Outdoor) พร้อมห้องแยกสำหรับนั่งทำงาน, อ่านหนังสือ มีสวนชั้น 7 สำหรับนั่งชมวิว ชั้น 36 มี Sky Lounge, ห้องซาวน่า และชั้น 37 มีสระว่ายน้ำ Infinity Edge Pool กว้างประมาณ 6 x 20 เมตร ระบบเกลือ , Sky Fitness มีเครื่องเล่นประมาณ 10 เครื่อง ส่วนกลางชั้นบนทั้งหมดสามารถเห็นวิวเมือง และวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ชั้น 38 เป็นชั้นหนีไฟทางอากาศแต่ทางโครงการก็ปูหญ้าเทียมมาให้สามารถขึ้นไปชมวิวพาโนรามาได้ค่ะ ลิฟต์โดยสารภายในโครงการมีทั้งหมด 3 ตัว อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ  212 :  1 ถือว่าค่อนข้างหนาแน่นอาจจะทำให้รอนานได้ แต่โดยรวมถือว่าครบครันค่ะ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคา AVG  75,000 บาท/ตร.ม., 28 March 2019

  • ทำเล 7.5/10 – ติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ มีแหล่งความอุดมสมบูรณ์อยู่ไม่ไกลในระยะขับรถ และรถไฟฟ้าไปถึงได้
  • เดินทางด้วยรถ 7.25/10 –  เดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวก เชื่อมต่อกับถนนหลักหลายสาย มีที่จอดรถรวมซ้อนคัน 31 % ถือว่าไม่เยอะไม่น้อย
  • ไม่ใช้รถ 8.0/10 – มีรถโดยสารประจำทาง เดินไปสถานีรถไฟฟ้าได้ 120 เมตร
  • วัสดุ 8.75/10 – Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ วัสดุระดับมาตรฐานดี
  • แบบ 7.75/10 – โครงการจัดพื้นที่เป็นสัดส่วน ออกแบบส่วนกลางสวย ห้องพักมีความเป็นส่วนตัว
  • สาธารณูปโภค 8.0/10 – ส่วนกลางครบครัน น่าใช้งาน กระจายตามชั้นต่างๆ ได้วิวดี

  • MAIN CLASS
  • 7.80 / 10.00

BOTTOM LINE

 Dcon Prime รัตนาธิเบศร์  เหมาะกับคนที่ชอบคอนโดติดรถไฟฟ้าในย่านรัตนาธิเบศร์ หรือคนที่ใช้รถไฟฟ้าเดินทางเข้าเมือง  ชอบคอนโด High Rise ที่ยูนิตไม่เยอะ มีพื้นที่ส่วนกลางหลากหลายและวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ในราคาเริ่มต้นที่หยิบจับง่าย สนใจ Product มากกว่าชื่อยี่ห้อ มีงบประมาณระดับ 1.6-3.5 ล้าน บาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ  11,200 – 24,500 บาท/เดือน