Cover Reviw Zelle

รีวิวฉบับที่ 986 สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมคอนโดตึกเสร็จในย่านชานเมือง กับโครงการ Zelle ศาลายา ตั้งอยู่ในโครงการ “Foret ศาลายา” โดยในโครงการประกอบด้วย คอนโดมิเนียม ( Zelle ศาลายา) , ทาวน์โฮม ( City Sense ศาลายา) , บ้านเดี่ยว(Iconature ศาลายา) ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนศาลายา-นครชัยศรี ห่างจาก ม.มหิดล ศาลายา 2.5 กิโลเมตร ตัวโครงการเป็นคอนโด Low rise 7 ชั้น 11 อาคาร ซึ่งอาคาร 1-2 สร้างเสร็จแล้ว ส่วนอาคาร 3-11  กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ เราไปดูหน้าตาอาคารที่เสร็จแล้วกันดีกว่าค่ะว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง 🙂

Fact @ 17 Dec, 2015

  •  Zelle Salaya (เซล ศาลายา)
  • บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน)
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
  • คอนโด Low Rise 7 ชั้น มี 11 อาคาร รวมทั้งสิ้น 869 ยูนิต โดยแต่ละอาคารมี 79 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 13 ยูนิต
  • ที่จอดรถในร่ม 16 คัน กลางแจ้ง 27 คัน รวมจอดซ้อนคันแล้วคิดเป็น 52 คันหรือประมาณ 65% ต่อ 1 อาคาร
  • ที่ดินประมาณ 1-1-20 ไร่
  • Type A แบบ 1 Bedroom 1 Bathroom ขนาดประมาณ 30.24 ตร.ม.  จำนวน 66 ยูนิต / 1 อาคาร
  • Type B แบบ 2 Bedrooms 2 Bathroom ขนาดประมาณ 44.67 ตร.ม. จำนวน 13 ยูนิต / 1 อาคาร
  • ฝ้าเพดานสูง 2.75 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ย 53,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 1753

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.802842, 100.296566hnyyr7i0lopzjzgdkmcl

โครงการตั้งอยู่บนถนนศาลายา-นครชัยศรี (ทางหลวงชนบทนครปฐม 4006) จากโครงการสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนหลายสาย เช่น ถนนศาลาธรรมสพน์, ถนนบรมราชชนนี, ถนนพุทธมณฑลสาย 2 -7, ถนนกรุงนนท์ –จงถนอม และถนนเพชรเกษม

map zelle สถานที่

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการก็ต้องบอกว่าเป็นย่านชานเมืองแบบปริมณฑลค่ะ ตัวโครงการอยู่เลยพุทธมณฑลสาย 5 มาทางนครปฐมแล้ว บริบทรอบๆโครงการในระยะใกล้ส่วนใหญ่จะเป็นสถานศึกษา อย่างเช่น ม.มหิดล ศาลายา, มทร.รัตนโกสินทร์, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร,โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา หรือวิทยาลัยสงฆ์ อย่างมหามงกุฎราชวิทยาลัย ศาลายา เป็นต้น ดังนั้นด้วยความที่มีสถานศึกษาค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ความอุดมสมบูรณ์ตามมา ทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด ร้านขายของต่างๆ แต่บรรยากาศก็ยังคงความเป็นชานเมือง ไม่ได้ดูคึกคักหรือพลุกพล่านแบบในตัวเมืองกรุงเทพ แต่เป็นทำเลที่ยังสามารพัฒนาต่อไปได้อีกไกล เพราะอยู่ใกล้สถานที่สำคัญๆอย่าง สวนพุทธมณฑล, ตลาดสดศาลายา, สถานีรถไฟศาลายา, ตลาดดอนหวาย, วัดไร่ขิง, Makro, Community Mall อย่าง Brio และ Image Mall ส่วนห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆตอนนี้จะมี เซ็นทรัล ศาลายา กับ The Mall บางแคอยู่ ทำให้ทำเลในย่านนี้มีความคึกคักในตัวเองเพิ่มขึ้นมาก

แต่โดยรวมแล้วสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่ในบริเวณนี้จะเป็นแหล่งโรงงาน อาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัยแนวราบสลับๆกันไป โรงงานก็มีทั้งที่ริมถนนและอยู่ในซอย ส่วนมากริมถนนจะปลูกเป็นตึกแถวสูง 3-4 ชั้น แทรกด้วยหมู่บ้านแนวราบตามบริบทของทำเลในย่านปริมณฑลที่มักเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนซะส่วนใหญ่  ส่วนบนถนนศาลายา-นครชัยศรีมาจนถึงโครงการจะมีสถานศึกษาค่อนข้างเยอะ ด้วยปัจจัยทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้น มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ ด้วยความที่ทำเลอยู่ในย่านการศึกษา ทำให้มีเด็กจากทั้งต่างจังหวัดและในกรุงเทพไปเรียนที่ศาลายากันมาก โดยเฉพาะ ม.มหิดล ศาลายา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยใหญ่ สิ่งเหล่านี้ส่งผลดีกับที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดราคาล้านกว่าบาท ซึ่งเป็นช่วงราคาที่เหมาะสมกับการที่พ่อแม่จะยอมจ่ายเพื่อการอยู่อาศัยของนักศึกษา หรือใครที่คิดจะลงทุนซื้อเพื่อปล่อยเช่า, เก็งกำไรก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในอนาคต

map zelle

การเดินทางด้วยรถยนต์ จากโครงการสามารถเชื่อมต่อได้หลายเส้นทาง โดยใช้ทางเข้าออกหลักคือ ถนนศาลายา-นครชัยศรี (ทางหลวงชนบทนครปฐม 4006)  ไปได้ทั้งถนนศาลาธรรมสพน์, เข้าถนนทวีวัฒนาเพื่อไปยังเอกชัย, บางบอนได้  หรือไปบนถนนบรมราชชนนีก็จะสามารถทะลุถนนพุทธมณฑลสาย 2 -7 แล้วไปทะลุถนนเพชรเกษมได้ นอกจากนี้ยังสามารถไปยังถนนกรุงนนท์ –จงถนอมแล้วแยกไปถนนสำเร็จพัฒนาก็ได้ การจราจรอาจมีสะดุดบางช่วงเวลา เช่น ช่วงเช้าและช่วงเย็นเวลาที่คนต่างเดินทางไปเรียนและทำงาน แต่โดยรวมแล้วไม่ติดขัดมากนัก

ส่วนการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง มีรถตู้จากโครงการรับ-ส่งถึง ม.มหิดล ศาลายา 20 บาท,รถตู้ปรับอากาศสายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและสายเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ขึ้นได้ที่หน้ามอ, รถเมล์ผ่านหน้าโครงการ คือสาย 84 ก, 124, 515, 547 รวมทั้งรถเมล์อีกหลายสายที่ผ่านหน้า ม.มหิดลศาลายา, มีสถานีรถไฟที่สามารถใช้เข้าเมือง หรือจะไปต่างจังหวัดก็ได้ ในอนาคตจะมีการสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ซึ่งสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีศาลายา ห่างจากโครงการ 4.5 กิโลเมตร

เดินทาง Zelle

การเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มจากแยกถนนบรมราชชนนีตัดกับถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตรง ม.มหิดลศาลายา แวะดูสภาพแวดล้อมหน้ามหาวิทยาลัย แล้วขับตรงมาถึงแยกหอนาฬิกา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนศาลายา-นครชัยศรี ตรงมาเรื่อยๆจนถึงโครงการ Foret ศาลายา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ Zelle ศาลายาค่ะ

เรามาเริ่มกันที่ทางลงสู่ถนนพุทธมณฑลสาย 4 จากตรงนี้จะเห็นอาคารของ ม.มหิดลศาลายาแล้ว

ทางเข้าหลักของ ม.มหิดล ศาลายา จะอยู่บนเส้นพุทธมณฑลสาย 4 นี้เอง แน่นอนว่าเมื่อมีมหาวิทยาลัย ความอุดมสมบูรณ์ก็จะตามมา ทำให้ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยหรือที่เด็กๆจะเรียกกันติดปากว่า “หน้ามอ” มีทั้งอาคารพาณิชย์ หอพัก ร้านอาหาร และร้านขายของอุปโภคบริโภคหลากหลายมาก

บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยจะมีสะพานลอยไปยังฝั่งตรงข้ามเป็นช่วงๆ เดี๋ยวเราจะพาข้ามสะพานลอยไปดูความอุดมสมบูรณ์ที่หน้ามอกัน

ลงมาจากสะพานลอยจะเจอป้ายรถเมล์ และวินรถตู้ปรับอากาศ โดยหลักๆจะมี 2 สาย
-สายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – ม.มหิดล ศาลายา (เชิงสะพานลอย รพ.ราชวิถี)
-สายเซ็นทรัลปิ่นเกล้า – ม.มหิดล ศาลายา

ซึ่งหากเพื่อนๆคนไหนมีข้อมูลรถเพิ่มสามารถมาแชร์กันได้นะคะ 🙂 โดยฝั่งนี้จะเป็นอาคารพาณิชย์ยาวเป็นทิวแถว ด้านหน้าอาคารพาณิชย์มีการต่อเติมหลังคาเพิ่มเติมเพื่อทำเป็นพื้นที่ขายของ

เดี๋ยวเราจะพาเดินทัวร์กัน ตรงนี้มีร้านขายไก่ทอดอยู่ ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านหนังสือและร้านอาหารในอาคารพาณิชย์

เราเข้ามาเดินข้างในแล้ว จะเห็นว่าทางฟุตบาทค่อนข้างกว้าง สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านขายของหลากหลายที่ทยอยเปิดกันตั้งแต่เช้าไปจนถึงมืด เพื่อรองรับนักศึกษา

อย่างตรงนี้มีร้านขนมครกด้วย มีหลายไส้ทีเดียว

ลองสักหน่อย รสชาติใช้ได้เลยนะ ^^

ฝั่งซ้ายมือส่วนใหญ่จะเป็นร้านขนม ของกินที่ซื้อกลับบ้าน ส่วนทางขวามือเป็นพื้นที่ในอาคารพาณิชย์ จึงเป็นร้านหลากหลาย เช่น ร้านขายยา ร้านขายนาฬิกา หรือแม้กระทั่งสถานเสริมความงาม บรรยากาศจะเป็นอย่างนี้ตลอดแนวอาคารพาณิชย์หน้ามอ

ลองมาเดินดูในซอยด้านหลังอาคารพาณิชย์หน้ามอ ส่วนใหญ่จะเป็นหอพักให้เลือกเยอะมาก จากการไปถามราคาก็มีเรทตั้งแต่ 3,000-8,000 บาท แล้วแต่สภาพ หรืออาจจะมีเพิ่มขึ้นลงกว่านี้ก็หนีกันไม่มากค่ะ

จากหน้ามอเราวิ่งตรงมาเรื่อยๆจนถึงแยกหอนาฬิกา หากตรงไปจะสามารถไปยังสถานีรถไฟศาลายาได้ แต่เราจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนศาลายา-นครชัยศรี เพื่อไปยังโครงการกัน

พอเลี้ยวเข้ามาบนถนนศาลายา-นครชัยศรี ฝั่งซ้ายมือจะยังเป็นเขตพื้นที่ ม.มหิดล ศาลายา ส่วนทางขวามือจะเห็นหลังคาสีเหลืองๆนั้นคือตลาดศาลายา เป็นตลาดใหญ่ทีเดียว

บรรยากาศของหน้ามอฝั่งนี้ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอสมควร  จะเห็นว่ามี 7Eleven และอาคารพาณิชย์ขายสินค้าหลากหลาย

โดยริมรั้วมหาวิทยาลัยฝั่งนี้ก็มีท่ารถตู้อีกหนึ่งท่า

ขับต่อไปจะเจอที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑลอยู่ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัย

ไม่ไกลกันเป็นสี่แยก หากเลี้ยวขวาจะสามารถไปยังถนนกรุงนนท์-จงถนอม สามารถไปทะลุลำพระยา, แม่น้ำท่าจีน หรือตรงยาวไปนครปฐมได้ ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยอีกทาง เดี๋ยวเราจะตรงเพื่อไปโครงการกันนะคะ

เลยจากเขต ม.มหิดล ศาลายามาแล้ว ก็ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์อยู่อย่าง Tesco Lotus Mini รวมทั้งยังมีหอพักที่พบเห็นอยู่เรื่อยๆทั้งสองข้างทาง

ไม่ไกลกันก็มี Mini BigC ศาลายา

ตรงนี้เป็นกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ฝั่งตรงข้ามกันเป็นหมู่บ้านนันทวัน

ถัดมาจะเป็น Makro ศาลายา สภาพแวดล้อมแถวนี้ค่อนข้างคึกคัก มีหอพักและอพาร์ทเม้นต์ให้เช่าเยอะมาก

เลย Makro มาจะเจอสี่แยก หากเลี้ยวขวาจะไปสถานีรถไฟและโรงพยาบาลศาลายา ส่วนเลี้ยวซ้ายจะไป ม.เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ หรือตรงไปเพื่อทะลุถนนบรมราชชนนีก็ได้ ตรงไปจะเจอสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

ถัดมาเป็นวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ฝั่งตรงข้ามกันเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.พุทธมณฑล

ตรงนี้เป็นโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา โรงเรียนค่อนข้างใหญ่

ถัดมาจะเป็นร้านเนื้อย่าง ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง จะเห็นว่าแถวนี้เริ่มมีป้ายโฆษณา และป้ายบอกทางโครงการ Zelle ศาลายาแล้ว

เพราะขับมาอีกนิดก็จะเจอโครงการแล้ว โดยให้สังเกตป้ายทางเข้า “Foret Salaya” ให้เลี้ยวเข้าได้เลย เพราะโครงการ  Zelle ศาลายา อยู่ในนั้นค่ะ

เลี้ยวรถเข้าไปดูโครงการพร้อมๆกันเล้ยยยย 🙂

Map zoom zelle

โครงการ Zelle ศาลายา อยู่ในโครงการ Foret ศาลายา ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่มีทั้งบ้าน คอนโด และทาวน์โฮม โดยบริบทรอบๆโครงการประกอบด้วย ทิศเหนือ ติดกับ ถนนศาลายา-นครชัยศรี ซึ่งเป็นถนนหลักของโครงการ ทิศตะวันตก ติดกับ ถนนส่วนบุคคลในโครงการซึ่งเป็นทางเข้า-ออกหลักของคอนโด กว้าง 16 เมตร นอกรั้วโครงการเป็นบริษัทประกันภัย ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับร้านซ่อมแอร์กับท่อไอเสียรถยนต์ ส่วนทางทิศตะวันออกจะติดกับ ที่ดินว่างเปล่าของบุคคลอื่น เป็นพื้นที่ทำนาค่ะ ส่วนทางทิศใต้ ติดกับ ทาวน์โฮม City Sense เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น หากอยู่ในชั้น 3 ขึ้นไปก็ไม่ต้องกังวลเรื่องโดนบังวิวค่ะ

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับร้านซ่อมแอร์กับท่อไอเสียรถยนต์ ถัดไปเป็นอาคารพาณิชย์ที่กำลังก่อสร้าง

ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่งถึงสี่ชั้น

จากโครงการหากต้องการกลับรถเข้าเมือง หรือไปยัง ม.มหิดล ศาลายาก็ไปได้ง่าย เพราะจุดกลับรถอยู่ใกล้แค่นี้เอง ฝั่งเยื้องๆกับโครงการอีกด้านของถนนจะเห็นอพาร์ทเม้นต์ รังสีเพลส

ทิศตะวันตก นอกรั้วโครงการ ติดกับบริษัทประกันภัย

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • มหามงกุฎราชวิทยาลัย ศาลายา  ~350 ม.
  • วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ~ 550 ม.
  • โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา~ 700  ม.
  • สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ~ 700 ม.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ~ 1.5 กม.
  • ตลาดสดศาลายา ~2.4 กม.
  • มหาวิทยาลัย มหิดลศาลายา ~ 2.5 กม
  • สถานีรถไฟศาลายา ~3.1 กม.
  • Central ศาลายา ~4.2  กม.
  • Brio Mall ~5.5 กม.
  • พุทธมณฑล ~ 5.8 กม.
  • ตลาดดอนหวาย ~6.5 กม.
  • วัดไร่ขิง ~11.5 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

Map zoom zelle ในโครงการ

ด้านบนเป็นแผนที่ภาพรวมของโครงการ  Foret ค่ะ อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่า โครงการนี้ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว (Icon Nature), ทาวน์โฮม (City Sence) และคอนโด (Zelle)  ด้านหน้าโครงการ Foret จะมีป้อมยามรักษาความปลอดภัยให้ 1 จุด เข้า-ออกด้วยการใช้ Access Card ระยะใกล้ พร้อมกล้อง CCTV เมื่อเข้ามาในโครงการจะมีถนน 2 เลน(เข้า-ออก) โดยถนนเลนขาเข้า(ฝั่งคอนโด Zelle) กว้าง 16 เมตร ส่วนฝั่งขาออก กว้าง 12 เมตร จึงเป็นผลดีกับผู้ที่อยู่คอนโด Zelle ที่มีถนนด้านหน้ากว้าง 16 เมตร ช่วยให้การวนเข้า-ออก คอนโดสะดวกสบาย เมื่อเข้ามาในโครงการ Foret แล้วจะเจอกับคอนโดและ Clubhouse ของ Zelle ถัดไปเป็นบ้านเดี่ยว Icon Nature อยู่เยื้องๆกัน ติดกันเป็น Sales Gallery ที่เราจะพาไปดูห้องตัวอย่าง โดยอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นที่ส่วนบุคคลไม่สามารถมาใช้งานได้นะคะ ถัดไปก็จะเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น City Sense อยู่ด้านในสุดของโครงการเลย

เรามาเจาะลึกที่ตัวโครงการ Zelle กันบ้างดีกว่า หากมองในแผนที่ส่วนสีชมพูที่เป็นโครงการ Zelle จะเห็นว่าโครงการถูกแบ่งออกเป็น  2 ส่วน โดยมี Clubhouse มากั้นอยู่ตรงกลาง ก็เพื่อให้ลูกบ้านที่อยู่ทั้งสองส่วนใช้งานได้อย่างทั่วถึง โดยในโครงการจะมีทั้งหมด 11 อาคาร  โดยในโครงการ Zelle จะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 อาคาร 1-3 จะอยู่ด้านหน้าโครงการ สถานะตอนนี้อาคาร 1 โอนไปเรียบร้อยแล้ว, อาคาร 2 กำลังเปิดขาย และอาคาร 3 กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างค่ะ

ช่วงที่ 2 เป็น Clubhouse ที่เปิดให้ใช้เฉพาะลูกบ้านคอนโด โดยการเข้า-ออก ด้วยการสแกนคีย์การ์ด ใน Clubhouse จะมีทั้งสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ร้านกาแฟ, พื้นที่นั่งเล่นอเนกประสงค์ทั้ง Indoor, Outdoor และชั้นดาดฟ้าวิวทุ่งนา

เรามาเริ่มที่ทางเข้าโครงการกันเลยนะคะ ทางเข้าจะอยู่ติดถนนศาลายา-นครชัยศรี มีการออกแบบโดยใช้สวนแนวตั้ง สร้างความร่มรื่นให้โครงการ  ทั้งสองข้างมีการปลูกต้นไม้ และป้ายมีโครงการ “Foret Salaya”  สีขาวเด่นชัดเลย

ทางเข้าโครงการมีป้อมยามอยู่ตรงกลางระหว่างถนน 2 เลน คือเลนรถเข้าและรถออก โดยทางเข้า-ออกโครงการจะเป็นประตูรั้วไม้กระดก

ตัวสแกน Access card และกล้อง CCTV ที่ทางเข้าโครงการ

มองไปทางซ้ายมือก็มีป้ายที่เป็นส่วนหนึ่งของรั้วโครงการ รับสายตารถที่ขับมาจากทางนครปฐมด้วยในด้านนี้จะมีการปลูกไม้ยืนต้นและจัดสนามหญ้าเล็กๆค่อนข้างร่มรื่น และมีการปลูกไม้พุ่มตกแต่งตลอดแนว

เนื่องจากการปลูกไม้พุ่มนี้เป็นการกั้นพื้นที่ทางเดินเท้าให้แก่ลูกบ้าน  เพราะจากคอนโดเดินออกมาก็ใกล้กันนิดเดียวค่ะ สะดวกมากสำหรับคนอยู่คอนโดที่อาศัยรถประจำทางเป็นหลัก โดยตลอดทางบนฟุตบาทก็จะมีที่ล็อคจักรยานไว้ให้ด้วย เผื่อใครใช้จักรยานเป็นประจำก็นำมาจอดล็อคกุญแจไว้ได้ มีพี่ยามคอยดูแลอยู่ค่ะ

เข้ามาในโครงการบรรยากาศค่อนข้างปลอดโปร่งและเป็นส่วนตัว เนื่องจากถนนนี้เป็นถนนส่วนบุคคลของทางโครงการเอง เลนทางซ้ายมือกว้าง  16 เมตร ทางขวามือกว้าง 12 เมตร รวมกว้าง 28  เมตร สองข้างทางปลูกต้นชงโคออกดอกสีชมพู ช่วยให้บรรยากาศโครงการสดใสขึ้นมากทีเดียว

นอกจากนี้สองข้างทางยังมีเลนจักรยาน(สีเขียว) ไว้ให้ด้วยนะ

เข้ามาด้านในมองไปทางซ้ายมือจะเห็นโครงการคอนโด Zelle ตึก 1-3 เรียงหน้ากระดานเรียบร้อย แต่ละตึกจะมีทางเข้าเฉพาะของตนเอง มีป้อมยามด้านหน้า 1 จุด แบ่งเป็นทางรถเข้ากว้าง 6  เมตร และประตูเล็กสำหรับเดินเข้าอีก 1 จุด โดยหน้าตึก 1 จะพิเศษหน่อยตรงที่เป็นที่จอดรถตู้รับ-ส่ง ระหว่างโครงการ-ม.มหิดลศาลายา โดยคิดค่าบริการเที่ยวละ 20 บาทค่ะ

หน้าตารถตู้ของโครงการ

plan Zelle1

มาดูที่ Floor Plan นะคะจะเห็นว่าโครงการมีทางเข้า-ออก ทางเดี่ยวคือด้านติดถนนส่วนบุคคลของโครงการ มีป้อมยามให้ 1 จุด แบ่งเป็นประตูใหญ่ที่เป็นทางรถเข้า สามารถวิ่งเข้าที่จอดรถทั้งใต้อาคารและด้านนอกอาคาร โดยมีที่จอดรถในร่ม 16 คัน กลางแจ้ง 27 คัน รวมจอดซ้อนคันแล้วคิดเป็น 52 คันหรือประมาณ 65% อีกทางหนึ่งคือประตูเล็กสำหรับเดินเข้าอาคารได้เลย หรือจะเดินไปที่สวนหย่อมข้างๆอาคารก็ได้

พื้นที่บริเวณชั้น 1 จะมี Library, ห้องน้ำสาธารณะ, นิติบุคคล, Mail box และห้องพักแบบ 2 ห้องนอน 1 ยูนิต มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 40 : 1  ถือว่าไม่หนาแน่นมากสำหรับ 79 ยูนิต มีบันไดหนีไฟให้ 2 จุด ใต้อาคารใกล้กับที่จอดรถและลิฟต์โดยสารค่ะ

เนื่องจากตึก 1 ลูกบ้านโอนเข้าแล้ว เราจะพาเข้ามาดูที่ตึก 2 กันนะคะ ทางเข้าโครงการทางซ้ายมือเป็นประตูเล็กสำหรับคนเดินเข้า ส่วนทางขวามือเป็นทางรถเข้ามีป้อมยามรักษาความปลอดภัยให้ 1 จุด พื้นทางเข้าเป็นพื้นคอนกรีตแสตมป์ ส่วนประตูเป็นบานเลื่อนเหล็กโปร่งทาสีดำ

ถนนทางเข้าที่จอดรถกว้าง 6 เมตร เป็นพื้นคอนกรีตธรรมดา สามารถจอดได้ทั้งใต้อาคารและเลียบรั้วโครงการแบบขนาน มีการตีเส้นจอดไว้ให้เรียบร้อย

ที่จอดรถใต้อาคารแบ่งเป็นล็อคๆไว้ให้ตาม Grid เสาของอาคารค่ะ ช่องนึงจอดได้ประมาณ 2 คัน ส่วนตรงมุมอาคารเป็นพื้นที่ Outdoor จอดได้ 1 คัน

ด้านหลังจะกว้างกว่าด้านข้างอาคารนิดหน่อย สามารถจอดได้ทั้งใต้อาคารและเลียบรั้วโครงการเช่นกัน แต่เป็นการจอดแบบถอยเข้าซอง

ส่วนประตูเล็กใช้ประตูรั้วเหล็กโปร่ง พื้นคอนกรีตแสตมป์

เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะเจอกับทางเข้าอาคารพอดี ตัวอาคารใช้โทนสีขาว-เทา มีการเล่นลวดลายที่แผงบังแดดเหนือทางเข้าอาคาร ทำให้ในช่วงบ่ายเกิดเงาจากแผงบังแดดลงมาตกกระทบ สร้างลวดลายให้อาคารเพิ่มขึ้นด้วย

มองไปทางซ้ายมือจะเห็นสวนหย่อมที่อยู่ระหว่างตึก 1 และตึก 2 เป็นสนามหญ้าโล่งๆ มีการปลูกไม้ยืนต้นและทำเก้าอี้ไว้ให้นั่งใต้ร่มไม้ได้ ซึ่งในวันที่เราเข้ามาถ่ายโครงการเพิ่งลงต้นไม้ได้ไม่นาน อนาคตน่าจะแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงามากกว่านี้ค่ะ

เราลองมายืนอยู่ที่กลางสวนหย่อมมองเข้าไปในอาคาร จะเห็นช่องว่างอาคารห่างกัน 6 เมตร มุมมองที่ได้จะรู้สึกว่าถูกโอบล้อมด้วยตึก ซึ่งในขณะเดียวกันมุมมองจากบนตึกมองลงมาก็จะเห็นวิวสวนสีเขียวค่ะ

เราเข้ามาในอาคาร จะเห็นว่า Corridor ทางเดินถูกแบ่งออกเป็น 2 ทาง โดยทางขวามือจะเดินตรงไปเข้าอาคาร ส่วนทางซ้ายมือเป็นพื้นที่ Semi-outdoor ทางเดินไปสู่สระน้ำ

โดยพื้น Semi-outdoor นี้จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างภายในและภายนอกอาคาร เป็นทางเดินที่ให้ร่มเงาและกันแดดได้เล็กน้อย พื้นที่ใช้จะมีสีเข้ม แตกต่างกับพื้นที่ใต้อาคาร มองตรงไปเห็นสระน้ำพุเล็กๆ

ซึ่งสระน้ำพุนี้จะทอดยาวไปถึงหน้าห้อง 2 Bedroom ซึ่งมีอยู่ห้องเดียวในชั้นนี้ การที่มีสระน้ำนี้มีข้อดีตรงที่ช่วยเพิ่มมุมมองที่ดีให้แก่สวน, โถงทางเดิน และยังเป็นการกั้นพื้นที่ให้กับห้อง 2 Bedroom นี้ให้ Private มากขึ้น ป้องกันคนไปวิ่งเล่น เดินเล่น หรือไปปีนระเบียงห้องได้ง่ายๆ

ส่วนพื้นที่ด้านในอาคาร ส่วนแรกที่เราจะเจอเลยคือห้องสมุด จากภายนอกจะเห็นว่ามีช่องเปิดค่อนข้างเยอะทั้งหน้าต่างและประตูเป็นกระจกทั้งหมด บรรยากาศด้านในจึงน่าจะค่อนข้างโปร่ง เวลาเพื่อนมารอเราหรือเรามารอเพื่อนที่นี่ ก็สามารถมองเห็นกันได้

ด้านในจะมีโต๊ะทำงานแบบยาว ขนาด 8 ที่นั่งไว้ให้ สามารถนั่งประชุมงาน ทำงานกลุ่ม หรือติวหนังสือกันได้สบาย

ผนังด้านหนึ่งของห้องมีชั้นวางหนังสือ วางของโชว์ และมีชุดโต๊ะ-เก้าอี้ ขนาด 2 ที่นั่งไว้ให้ 2 ชุด มองตรงไปมีผนังติดตัวหนังสือ Zelle Salaya ไว้ให้ชัดเจน

ข้างๆเป็นทางเดินไปสู่ห้องน้ำหญิงและห้องน้ำชายที่โครงการมีให้อย่างละห้อง

ด้านซ้ายมือเป็นห้องน้ำหญิง ส่วนทางขวามือเป็นห้องน้ำชาย สุขภัณฑ์และการตกแต่งเหมือนกันเลย จะแตกต่างกันที่ห้องน้ำหญิงเป็นกระจกเต็มบาน และห้องน้ำชายมีโถสุขภัณฑ์ชายมาเพิ่มค่ะ

ถัดมาเป็นห้องนิติบุคคลและประตูทางเข้าอาคาร ซึ่งมีการรักษาความปลอดภัยโดยให้สแกนคีย์การ์ดเข้าอาคารค่ะ

พอเข้ามาเราจะเจอโถงลิฟต์ และ Mail Box ที่ Built-in ไว้เต็มผนัง ข้างๆกันมีประตูทางออกไปสู่ที่จอดรถได้

ส่วนผนังข้างตู้จดหมายอีกด้าน เป็นหน้าต่างสามารถเปิดออกไปติดต่อสอบถามนิติบุคคลได้ค่ะ

โถงนี้มีแสงธรรมชาติเข้าดีมาก เพราะผนังอีกด้านเป็นกระจกเต็มบาน มองออกไปเห็นสระน้ำพุและสวนได้

เราเดินเข้ามาที่โถงลิฟต์ หากเลี้ยวซ้ายจะสามารถไปยังห้อง 2 Bedroom ได้ ส่วนเลี้ยวขวาจะไปยังที่จอดรถ ลิฟต์ของโครงการให้มา 2 ตัวของ Schindler

ตัวกดขึ้น-ลงลิฟต์

เข้ามาในโถงลิฟต์จะเป็นผนังสแตนเลสแฮร์ไลน์ และกระจก มีราวจับให้เรียบร้อย เวลาจะขึ้นลงต้องสแกนคีย์การ์ดด้วยนะคะ

plan2 zelle

ขึ้นมาที่ชั้นบน เมื่อออกจากโถงลิฟต์จะเจอทางแยกแบบนี้

หากไปทางขวามือจะเป็นทางเดินเลี้ยวไปยังอาคารอีกด้าน

ส่วนถ้าเลี้ยวมาทางซ้ายมือจะเป็นสุดปลายอาคาร เป็นประตูบานเลื่อนกระจกเต็มบาน ทำให้แสงเข้าธรรมชาติเข้าและช่วยให้อากาศถ่ายเทด้วยค่ะ

ถัดไปเป็นส่วนของ Clubhouse จะอยู่ด้านนอก เยื้องๆกันเป็นบ้านเดี่ยว Eco Nature และ Sales Gallery เดี๋ยวเราจะพาไปดูในช่วงหลังนะคะ

Clubhose ของโครงการจัดมาเต็มทั้งสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ร้านกาแฟ, พื้นที่นั่งเล่นชั้นดาดฟ้า และพื้นที่สีเขียวรอบๆ

ทางเข้า Clubhouse เป็นซุ้มประตู เปิด-ปิดด้วยประตูเหล็กโปร่งอัตโนมัติ

เวลาจะเข้าไปใช้งานก็ต้องสแกนคีย์การ์ดแบบนี้ ที่โครงการต้องทำคีย์การ์ดเข้า-ออกให้ ก็เพื่อสงวนสิทธิ์ให้กับลูกบ้านของคอนโด Zelle มาใช้เท่านั้นค่ะ ส่วนโครงการบ้านและทาวน์โฮมจะมีส่วนกลางข้างในหมู่บ้านเค้าเองอยู่แล้ว จึงจะไม่มีการมาใช้ส่วนกลางปนกัน

เข้ามาใน Clubhouse บรรยากาศโดยรวมจะร่มรื่นมาก มีบันไดขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าเพื่อไปนั่งเล่นได้ แต่ละขั้นของบันไดจะมีต้นไม้วางอยู่ทำให้โดยรวมแล้วเหมือนมีสวนแนวตั้งขนาดใหญ่อยู่ใน Clubhouse

ต้นไม้ที่อยู่ในแต่ละขั้นของบันไดเป็นไม้พุ่มเตี้ยที่สามารถตัดแต่งทรงของพุ่มไม้ได้ง่าย แตกต่างชนิดพันธุ์กันออกไป ทำให้มองไปแล้วดูร่มรื่นแต่มีสีสัน

ขึ้นมาที่ชั้นดาดฟ้าจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่มีสีสันมาก โต๊ะเก้าอี้สีสดตัดกับพื้นสีน้ำตาลถูกนำมาวางคละสีกันไป เพื่มลูกเล่นให้ดาดฟ้านี้เยอะเลย โดยพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ค่อนข้างอเนกประสงค์ เราสามารถจัดปาร์ตี้เล็กๆ หรือจะชวนเพื่อนมานั่งเล่นก็ได้ แต่แนะนำเป็นตอนเย็นนะคะ เพราะตอนบ่ายๆนี้ร้อนเอาเรื่องเหมือนกัน

 

จากดาดฟ้ามองมาจะเห็นคอนโด Zelle ที่อยู่ด้านหลัง รวมทั้งวิวสระว่ายน้ำของ Clubhouse ด้วย ชิลไปอีกแบบ โดย Clubhouse นี้จะประกอบด้วยสระว่ายน้ำ, Pool Deck, ฟิตเนส, ร้านกาแฟ และลานดาดฟ้า

พื้นที่ด้านหน้า Clubhouse จะเป็นสระว่ายน้ำพร้อมที่ล้างตัวแบบ Outdoor มีฝักบัวให้ล้างตัว 1 จุด

สระว่ายน้ำระบบเกลือ แบ่งเป็นสระผู้ใหญ่ รูปสี่เหลี่ยมคางหมูขนาด  6.6 x 13.4-17.3 เมตร ลึก 1.20 เมตร และสระเด็ก ขนาด 2.7 x 3.5 เมตร ลึก 0.60 เมตร พื้นสระว่ายน้ำมีการเล่นลายของกระเบื้อง สร้างสีสันให้สระว่ายน้ำดูสนุกขึ้นเยอะเลย

กฏระเบียบการใช้สระว่ายน้ำ

โดยสระวายน้ำนี้ถือเป็นวิวที่ดีของ Clubhouse นี้ด้วย ข้างๆเป็น Pool Deck ทั้งแบบ Outdoor ที่มี Day Bed ให้ 4 ตัวเผื่อนอนเล่นริมสระว่ายน้ำ ที่พื้นเพิ่มลูกเล่นด้วยการปูกระเบื้องลายไม้ สลับการเล่นลายกับหญ้าเทียม มองไปแล้วร่มรื่นดี ข้างๆกันเป็นพื้นที่ใต้อาคารมีชุดโต๊ะ เก้าอี้ และโซฟานั่งเล่น จัดรูปแบบหลากหลายให้สามารถมานั่งทำงานชิลๆ หรือจะจัดปาร์ตี้ริมสระก็ยังได้ ส่วนห้องกระจกด้านบนเป็นห้องฟิตเนส คนที่กำลังออกกำลังกายก็สามารถมองลงมาเห็นวิวสระว่ายน้ำได้เช่นกัน

จะเห็นว่าพื้นที่ริมสระว่ายน้ำ มีที่นั่งเล่นให้หลายจุดและกระจัดกระจายทั่วไป เพื่อรองรับลูกบ้าน 869 ยูนิต ซึ่งแน่นอนว่า หากลงมาใช้กันทีเดียว 800 กว่ายูนิตคงไม่เพียงพอแน่ๆ แต่สำหรับคอนโด Low Rise ก็ถือว่าทำออกมาให้เต็มที่ดีนะคะ

เราเดินขึ้นบันไดมามองไปทางซ้ายมือ จะเห็นร้านกาแฟร้านเล็กๆที่โครงการทำไว้ให้ ภายใต้การบริหารของนิติบุคคลโครงการเอง จากร้านกาแฟมองออกมาจะเห็นวิวสระว่ายน้ำด้วย

เข้ามาในร้านกาแฟ ใช้โทนสีขาว-น้ำตาล-ดำ ดูอบอุ่นในสไตล์ชิคๆ

ทางขวามือเป็นชุดโต๊ะ-เก้าอี้แบบ 2-4 ที่นั่ง ติดริมผนังกระจกเต็มบาน ในอนาคตมองออกไปจะเห็นคอนโดตึก 4 เต็มๆค่ะ ซึ่งในปัจจุบันกำลังอยู่ในชวงดำเนินการก่อสร้างนะ

มองกลับไปยัง ส่วนที่ติดกับประตูทางเข้าจะเป็นเคาท์เตอร์ที่นั่งติดกระจก สามารถนั่งจิบกาแฟพร้อมมองวิวสระว่ายน้ำชิลๆ

ออกมาจากร้านกาแฟจะเจอทางเข้าห้องน้ำอยู่ฝั่งตรงข้าม มีสัญลักษณ์ “W M” บอกว่าเป็นห้องน้ำหญิง และ ห้องน้ำชาย

เดี๋ยวเราพาเข้ามาดูในห้องน้ำชายนะคะ ประตูห้องน้ำจะเป็นบานเปิดคู่ลอยตัวแบบนี้

เข้ามาในห้องน้ำโทนสีขาว-น้ำตาล พื้นที่กว้างขวางและโปร่งเนื่องจากมีหน้าต่างกระจกให้เยอะ แสงธรรมชาติจึงเข้าดี ฟังก์ชั่นในห้องประกอบด้วยอ่างล้างหน้า, ห้องน้ำ, ห้องส้วม และล็อกเกอร์

อ่างล้างหน้ามีทั้งหมด 4 อ่าง พร้อมกระจกเงา 4 จุด เคาท์เตอร์เป็นแบบลอยตัว ข้างๆกันเป็นโถปัสสาวะชายจำนวน 2 โถ

ตรงข้ามกันเป็นล็อกเกอร์เก็บของ ห้องส้วม 3  ห้อง และห้องอาบน้ำ 2 ห้อง

ในห้องอาบน้ำก็จะมีฝักบัวแบบ Rain Shower ให้ ที่ผนังมีการเล่นสีน้ำตาล-ดำ และกระเบื้องตรงกลางลวดลายสวยดี

ออกจากห้องน้ำมา เราจะมองไปเห็นพื้นที่นั่งเล่นใต้อาคาร ทางขวามือจะเป็นบันไดทางขึ้นไปชั้น 2

โดยช่องทางเดินของบันไดค่อนข้างใหญ่ พื้นบันไดปูด้วยกระเบื้องลายไม้ ติดจมูกกันลื่นให้เรียบร้อย

พอขึ้นมาบนชั้น 2 เราจะเจอกับระเบียง ที่กั้นด้วยราวระเบียงเป็นเหล็กโปร่ง พร้อมกับโต๊ะ-เก้าอี้เตรียมไว้ให้นั่งเล่นรับลมได้ชิลๆ

จากระเบียง ลองมองกลับไปที่ทางขึ้นบันไดมา จะเห็นโถงบันไดค่อนข้างใหญ่ ข้างๆกันเป็นห้องฟิตเนส เดี๋ยวเราไปดูข้างในกันค่ะ

เข้ามาในห้องฟิตเนสที่บรรจุเครื่องเล่นทั้งหมด 7 เครื่อง บรรยากาศโดยรวมโอ่โถงมาก เนื่องจากฝ้าเพดานค่อนขางสูงและมีผนังกระจกเต็มบาน สลับกับมีช่องเปิด และเล่นผนังกระจกเงา ทำให้ห้องนี้ยิ่งดูโปร่งและกว้าง

ขณะที่เล่นเครื่องเล่น เราก็มองวิวสระว่ายน้ำและวิวต้นไม้เขียวๆได้แบบนี้

ที่ผนังด้านในเล่นลวดลายกับกระจกเงาทำให้ห้องดูกว้าง ตรงสุดทางมีช่องเปิดสี่เหลี่ยมคู่ขนานมองออกไปเห็นระเบียงดาดฟ้าด้านนอก

ข้างๆกันมีประตูกระจก สามารถเปิดออกไปรับลมข้างนอกได้

พอเราเดินออกมา พื้นระเบียงจะลดระดับจากชานประตูค่อนข้างเยอะเลยนะ

วิวจากดาดฟ้า มองออกไปจะเห็นทุ่งนาสีเขียวและบ้านพักอาศัยไกลๆ

ส่วนอีกด้านจะเห็นโครงการคอนโด Zelle ตึก 4-11 ที่กำลังก่อสร้าง อนาคตคงจะมองไปเห็นตัวอาคาร 7 ชั้นของตึก 4 ชัดที่สุด

ความคืบหน้าตอนนี้ก็เทปูนลงพื้นกันแล้วหละ

ถัดจาก Clubhouse ไปเราจะเจอบ้านเดี่ยวโครงการ Ico Nature

บ้าน

บ้านในโครงการจะมี 2 แบบคือ แบบบ้าน SKYLIGHT (ภาพบน) พื้นที่ใช้สอย 155 ตร.ม. 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ  และแบบบ้าน SUNLIGHT  (ภาพล่าง) พื้นที่ใช้สอย 151 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ

ถัดมาจะเป็น Sale Gallery ที่จากตรงนี้มองไปสุดทาง เราจะเห็นทาวน์โฮม City Sense ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างค่ะ

โดย Sales Gallery นี้ปัจจุบันจะเป็นสำนักงานขายของ Foret ทั้งโครงการ ที่ประกอบด้วย คอนโด Zelle, บ้านเดี่ยว Ico Nature และทาวน์โฮม City Sense ซึ่งโครงการทำออกมาค่อนข้างใหญ่โตทีเดียว แต่ในอนาคตที่นี่จะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล คือมีแนวโน้มว่าเจ้าของหมู่บ้านจะเข้ามาอยู่ ดังนั้นจึงไม่ได้เปิดให้มาใช้งานนะคะ แต่เดี๋ยวจะพาไปดูบรรยากาศข้างในกันสักหน่อย เพราะถ้าเรามาติดต่อซื้อขายก็ต้องผ่านจุดนี้ก่อนอยู่แล้ว

เข้ามาจะเจออาคาร 2 ชั้นที่เป็นกระจกเต็มบานค่อนข้างโปร่งดี ตรงทางเข้ามีป้าย “Sales Gallery Foret Salaya” ที่ถูกตกแต่งอยู่บนผนังขนาดใหญ่ของอาคาร ทำให้ทางเข้าดูแกรนด์ดี

โดยพอเราเข้ามาใน Sale Gallery จะมีบันไดทางเข้าอาคารสู่ตัวสำนักงานขายได้เลย หรือเข้ามาแล้วจะเลี้ยวขวาไปยังสวนหย่อมด้านหน้า หรือถ้าขึ้นบันไดไปก่อนแล้วเลี้ยวขวา ก็จะสามารถไปยังพื้นที่นั่งเล่น Semi-outdoor ได้

เราเลือกเดินขึ้นบันไดมา แล้วเลี้ยวไปยังที่นั่งเล่น Semi-outdoor นะคะ ทางเดินเป็นพื้นไม้เทียมในขณะที่ระหว่างทางด้านหนึ่งเป็นสระน้ำ อีกด้านเป็นต้นไม้ บรรยากาศดีและร่มรื่นมากทีเดียว

เรามาอยู่ที่ Semi-outdoor จะมีชิงช้าริมน้ำให้นั่งเล่น 4 ตัว มีโต๊ะยาวขนาด 10 ที่นั่ง ให้นั่งทำงานหรือนั่งเล่นเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ รวมทั้ง Day Bed สไตล์รีสอร์ท 3 ตัว

พื้นที่ด้านนอกจะมีศาลานั่งเล่น 3 จุด ข้างหน้าเป็นสนามหญ้า ไม้ยืนต้นที่รอขยายกิ่งก้านให้ร่มเงา และทางเดินรอบๆสวน บรรยากาศร่มรื่นดี

เราพาเข้ามาในสำนักงานขาย จะเจอโถง Double Space ค่อนข้างสูง ข้างหน้าเป็น Lobby และโซฟารับแขก

เมื่อเข้ามาด้านในจะเป็นประติมากรรมจักรยานอยู่ตรงกลาง และมีบันไดทางขึ้นชั้น 2 ไปยังห้องตัวอย่าง เดี๋ยวเราจะพาไปดูพร้อมๆกันค่ะ ^^

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Clubhouse
  • Coffee Shop
  • ห้องสมุดส่วนตัว แยกแต่ละอาคาร (Free Wifi)
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ แบ่งเป็นสระผู้ใหญ่ รูปสี่เหลี่ยมคางหมูขนาด  6.6 x 13.4-17.3 เมตร ลึก 1.20 เมตร และสระเด็ก ขนาด 2.7 x 3.5 เมตร ลึก 0.60 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้องขนาด ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง
  • ลิฟท์โดยสาร 1 ตัวต่อหนึ่งอาคาร 40 : 1
  • ที่จอดรถในร่ม 16 คัน กลางแจ้ง 27 คัน รวมจอดซ้อนคันแล้วคิดเป็น 52 คันหรือประมาณ 65% ต่อ 1 อาคาร
  • รถตู้รับส่งไป ม.มหิดล ศาลายา ค่าบริการ 20 บาท/เที่ยว
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

โครงการจะประกอบด้วยห้องพักทั้งหมด 2 Type คือ

  • แบบ 1 Bedroom 1 Bathroom ขนาดประมาณ 30.24 ตร.ม.  จำนวน 66 ยูนิต / 1 อาคาร
  • แบบ 2 Bedrooms 2 Bathroom ขนาดประมาณ 44.67 ตร.ม. จำนวน 13 ยูนิต / 1 อาคาร

มาเริ่มกันที่ห้องแบบแรก  1 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ 30.24 ตารางเมตร ความสูงฝ้าเพดาน 2.75 เมตร ค่อนข้างสูงกว่าคอนโด Low Rise ทั่วไป โดยโครงการขายแบบ Fully Furnished เฟอร์นิเจอร์ที่มีในห้องตัวอย่างจะให้แบบนี้ทั้งหมดยกเว้น Prop และ Buit-in ตกแต่ง เมื่อเข้าห้องไปปุ๊บสิ่งแรกที่เจอคือห้องรับแขกที่สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารได้ ถัดไปเป็นห้องนอนที่ถูกกั้นด้วยประตูบานเลื่อน ซึ่งในห้องนอนโครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ ถัดมาจะเป็นครัวเปิดซึ่งเป็นพื้นที่แยกสัดส่วนออกไป  โดยห้องครัวจะประกอบด้วยเคาน์เตอร์ครัวและพื้นที่ว่างให้วางตู้เย็น ถัดไปเป็นระเบียงซึ่งมีพื้นที่วางคอมเพลสเซอร์แอร์ และส่วนที่เชื่อมต่อกับครัวอีกส่วนคือห้องน้ำซึ่งแยกส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ให้ชัดเจนค่ะ

ประตูห้องเป็นประตูสำเร็จรูปลามิเนตลายไม้พร้อมติดตาแมวมาให้ มีไฟซ่อนไว้ให้ที่ฝ้าเพดานด้านบน ข้างๆมีป้ายหน้าห้องให้ดีไซน์น่ารักดี กลอนประตูเป็น Digilal Door Lock

กลอนประตู Digital Door Lock ที่โครงการติดตั้งมาให้

ติดป้ายบอกเลขห้องไว้ให้แบบนี้ทุกห้องค่ะ

พื้นห้องนอนเป็นลามิเนตลายไม้ มีคิ้วปิดรอยต่อระหว่างพื้นโถงทางเดินและพื้นห้องนอนให้เรียบร้อย

Zelle

เปิดเข้ามาจะเจอห้องขนาด  5.85 x 5.18 เมตร มีฟังก์ชั่นค่อนข้างครบตั้งแต่ห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับห้องนอน ส่วนทางขวามือเป็นครัวเปิดที่เชื่อมต่อกับระเบียงและห้องน้ำ โดยห้องนั่งเล่นจะประกอบด้วยโซฟา โต๊ะกลาง และชั้นวางทีวีที่โครงการแถมให้ ระยะดูทีวีประมาณ 2.20 เมตร เหมาะกับการวางทีวีขนาด 46″-52″ จะเป็นระยะที่พอกับสายตา ฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ดฉาบเรียบทาสี ความสูงฝ้าเพดาน 2.75 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นระยะที่ค่อนข้างสูงเลยนะสำหรับห้องขนาด 30.24 ตารางเมตร โครงการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ ความสว่างอาจจะไม่เพียงพอสำหรับความสูงระดับนี้ แนะนำให้หาโคมไฟเก๋ๆมาติดเพิ่มนะคะ

Zelle (1)

โดยในห้องนั่งเล่นโครงการจะแถมเฟอร์นิเจอร์ให้ยกเว้น Prop ตกแต่ง โดยของที่ให้ประกอบด้วยโซฟาสีน้ำตาล 2 ที่นั่ง ขนาด 0.70 x 1.50 เมตร พร้อมโต๊ะกลางลายไม้, ชั้นวางของข้างๆโซฟา รวมทั้งชั้นไม้ลอยตัวที่มีหมุดติดไว้สำหรับแขวนผ้าหรือแขวนกุญแจบ้าน สะดวกเวลาหยิบจับก่อนเข้า-ออกห้อง

Zelle (2)

ตรงข้ามกันของจริงจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสี ซึ่งเป็นผนังข้างห้องน้ำ โครงการจะติดตั้งตู้ Built-in สำหรับวางทีวีและวางของให้ครบชุดแบบนี้ ส่วนด้านบนก็ติดตั้งแอร์ขนาด 9000 BTU มาให้ด้วย 1 ตัว

เมื่อเปิดตู้ออกมาจะเห็นว่าฟังก์ชั่นภายในใส่ของได้พอสมควร มีชั้นวางรองเท้าให้ 3 ชั้น ซึ่งอาจจะน้อยไปสำหรับผู้หญิง ตู้ซ่อนเมนบอร์ดไฟ 1 ตู้ ลิ้นชักใส่ของและชั้นวางของใต้ทีวี และชั้นลอยด้านบนที่สามารถวางของโชว์ได้

เนื่องจากรูปแบบของตู้ Built-in เป็นแบบ Modern ไม่มีหน้าบาน เวลาเราเปิด-ปิด จะต้องจับตรงที่มีการปาดมุมบานตู้ไว้ให้แบบนี้นะคะ บานพับของตู้เป็นแบบ Soft-closed ทั้งหมด

แอร์ของ Panasonic 9000 BTU

ถัดไปเป็นห้องนอน ซึ่งถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเดี่ยว เลื่อนได้ทางเดียวคือบานทางขวามือ ส่วนทางซ้ายมือเป็นบาน Fix ซึ่งข้อเสียของการทำบานเลื่อนเดี่ยวแบบนี้เป็นบานกั้นห้องคือช่องทางเดินจะเหลือที่น้อย เหลือแค่ครึ่งเดียวของช่องเปิดเท่านั้น ฉากกั้นกระจกทางซ้ายเป็นแบบปาดมุมเฉียง ทำให้พื้นที่ทางเดินเข้าไปห้องครัวทางขวามือเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย ห้องจึงดูไม่อึดอัด

ตัวล็อคประตูได้หน้าตาแบบนี้

ติดตั้งรางเลื่อนประตูที่พื้น  พร้อมปิดคิ้วรอยต่อให้เรียบร้อย ภายในห้องนอนปูพื้นด้วยลามิเนตลายไม้เหมือนกับห้องนั่งเล่นค่ะ

Zelle (3)

เข้ามาในห้องนอน ขนาด 3.05 x 2.98 เมตร เป็นห้องนอนขนาดไม่ใหญ่มาก มีช่องเปิดให้ 1 บานค่อนข้างกว้าง แสงธรรมชาติเข้าดีค่ะ

เตียงที่โครงการให้มาเป็นเตียง Queen size ขนาด 5 ฟุตไม่รวมฟูก ข้างเตียงเป็นลิ้นชัก 2 ตอน สามารถเปิดออกมาใส่ของได้

ช่องเปิดเป็นหน้าต่างบานเลื่อนผสมกับบาน Fix เฟรมเป็นอลูมิเนียมอบขาว กระจกใสเขียวตัดแสง กรองแดดได้ส่วนหนึ่งแต่ทางที่ดีหาผ้าม่านมากรองด้วยเหมือนห้องตัวอย่างจะช่วยได้ดีกว่า เพราะช่องเปิดค่อนข้างกว้าง

ผนังหัวเตียงและรอบห้องของจริงจะเป็นผนังฉาบปูนทาสี พื้นที่ข้างเตียงทางซ้ายมือโครงการแถมโต๊ะเครื่องแป้งมาให้และทางขวามือเป็นโต๊ะหัวเตียง

โต๊ะเครื่องแป้งที่โครงการแถมมาให้สามาถเปิดขึ้นเพื่อใส่ของและส่องกระจก รวมทั้งสามารถเปิดลิ้นชักออกมาใส่เครื่องสำอางได้ด้วย

Zelle 47

เก้าอี้ใต้โต๊ะเครื่องแป้งก็แถมให้ สามารถเปิดเบาะออกมาใส่ของได้ด้วยค่ะ

โต๊ะหัวเตียงที่โครงการแถมให้ มีลิ้นชักสามารถใส่ของกระจุกกระจิกได้แบบนี้

พื้นที่ปลายเตียงทางขวามือติดตั้งเต้ารับและที่เสียบสายเคเบิลไว้ให้เผื่อติดตั้งทีวีไว้เรียบร้อย แนะนำให้เป็นทีวีติดผนังนะคะจะได้มีพื้นที่เดินปลายเตียง เพราะข้างๆกันโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้จะได้มีพื้นที่พอให้ยืนแต่งตัวได้

ภายในตู้เสื้อผ้าก็มีฟังก์ชั่นครบทั้งราวแขวนผ้า ลิ้นชักเก็บของ และที่บานตู้ด้านขวามือยังมีกระจกให้ยืนส่องได้ทั้งตัวด้วย เสียอย่างเดียวบานเปิดตู้ชั้นบนค่อนข้างจะสูงไปสักหน่อย เราสูง 165 ซม.ยังต้องยืดมือสุดแล้วเอื้อมไปเปิด ถ้าใครความสูงน้อยกว่านี้คงต้องกระโดดแล้วเปิด ไม่ก็ต้องหาเก้าอี้เตี้ยๆมาปีนเปิดตู้นะคะ

เวลาเปิดบานตู้ออกมาก็จะเหลือทางเดินอยู่หน่อยนึงพอให้เอี้ยวตัวเดินผ่านได้ค่ะ

เรามาต่อกันที่ห้องครัวเปิด เป็นห้องที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและห้องนอน แน่นอนว่าพอทำผนังห้องปาดมุมแบบนี้เราจะได้ห้องที่ดูกว้างขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยข้อจำกัดนิดนึงที่ว่า เราจะกั้นห้องเป็นครัวปิดได้ยากนิดนึง และพื้นห้องครัวเป็นพื้นลามิเนตซึ่งหากมีความชื้นสะสมไปนานๆลามิเนตอาจจะบวมได้ ดังนั้นหากทำน้ำหกเลอะพื้นให้รีบเช็ดอย่าปล่อยไว้นะคะ

ถัดไปเป็นชุดครัว Built-in ที่โครงการติดตั้งมาให้ทั้งชุดแบบนี้เลย ทางขวามือเป็นช่องว่างเปล่าๆสำหรับวางตู้เย็น ส่วนเคาท์เตอร์ครัวทั้งด้านบนและด้านล่างมีหน้าบานปิดผิวด้วยลามิเนตลายไม้ ผนังเคาท์เตอร์เป็นปูนฉาบเรียบทาสีธรรมดา ซึ่งอนาคตถ้าเราล้างจานตรงนี้อาจจะทำให้ผนังชื้นและขึ้นรา หรือเกิดคราบสะสม ทำความสะอาดได้ยาก จึงแนะนำให้ปูกระเบื้องหรือติดพลาสติกกันเปื้อน เพื่อทำให้ง่ายและสะดวกต่อการทำความสะอาดมากขึ้น ทางซ้ายมือมีเต้ารับเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าเตรียมไว้ให้ รองรับการเสียบไมโครเวฟ กาน้ำร้อน หรือเตาไฟฟ้าเล็กๆเผื่อทำอาหารได้

เมื่อเปิดตู้ออกมา ที่เคาท์เตอร์ชั้นบนสามารถวางไมโครเวฟและถ้วยชามได้ ส่วนด้านล่างก็สามารถใส่อุปกรณ์ทำครัวเล็กๆน้อยๆได้ตามใจชอบเลย

อ่างล้างมือทรงสี่เหลี่ยมและก็อกน้ำทรงโค้งของ Taka ขนาดไม่ใหญ่มาก

ถัดจากห้องครัวเป็นพื้นที่ระเบียง ที่ถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเดี่ยว

พื้นมีการยกธรณีขึ้นมา รวมกับรางเลื่อนประตูรวมแล้วประมาณ 17 เมตร เพื่อกันน้ำไหลเข้ามาในห้อง พื้นที่ระเบียงกว้าง  1.10 x  1.60 เมตร ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีขาว

Zelle (4)

ภาพระเบียงจากห้องจริง (กลับด้านกับห้องตัวอย่างนะคะ) ราวระเบียงเป็นเหล็กโปร่งสูง 1 เมตร ด้านบนเป็นระแนงสีน้ำตาลลายไม้ ส่วนผนังทางซ้ายมือมีเต้ารับแบบกันน้ำให้ รวมทั้งก๊อกน้ำเผื่อล้างระเบียง ส่วนที่ผนังสามารถติดตั้ง Compressor แอร์แบบได้ 2 เครื่องค่ะ แน่นอนว่าการเป่าลมร้อนเข้าระเบียงทำให้ระเบียงร้อน แต่ตากผ้าแห้งเร็วนะเออ

กลับมาที่ห้องตัวอย่าง เมื่อมองขึ้นไปบนฝ้าเพดานจะเห็นว่าโครงการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้  1 ดวงค่ะ

ถัดไปเป็นห้องน้ำ โครงการใช้ประตูไม้สำเร็จรูปสีเทา มีเกร็ดระบายอากาศ มือจับเป็นสแตนเลสแบบก้านโยก

พื้นห้องน้ำปูกระเบื้องสีเทา มีการยกธรณีประตูค่อนข้างสูง กันน้ำในห้องน้ำไหลออกมาเปียกลามิเนตห้องนั่งเล่น

ถัดไปเป็นพื้นที่อาบน้ำ ขนาด 1.00 x 0.80 เมตร ที่มีฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกบานเปลื่อยกั้นไว้ด้านเดียว ไม่มีประตูปิด ช่วยกันน้ำกระเด็นออกมาส่วนแห้งได้บางส่วน

ที่พื้นมีการยกธรณีกันน้ำไหลไปสู่ส่วนแห้ง ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาขนาด 30 x 30 เซนติเมตร แบบปูสลับ

ฝักบัวขนาดพอดีมือไม่ใหญ่มาก

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดาน มีไฟดาวน์ไลท์ให้ 1 ดวง ค่อนข้างน้อยไปหน่อยนะ ที่ห้องจริงจะมีพัดลมดูดอากาศติดตั้งให้ด้วยนะคะ

ปลั๊กไฟและเต้ารับในห้องทั้งหมดหน้าตาแบบนี้ค่ะ

Screen Shot 2015-12-21 at 4.32.14 PM

ต่อมาเป็นห้อง Type B ห้อง 2 Bedroom 1 Bathroom พื้นที่ 44.67  ตารางเมตร ซึ่งจริงๆน่าจะเรียกว่าห้อง 1 Bedroom plus มากกว่า เพราะอีกห้องมีขนาดค่อนข้างเล็ก เหมาะกับเป็นห้องอเนกประสงค์มากกว่า ความสูงฝ้าเพดาน 2.75 เมตร ขายแบบ Fully Furnished เฟอร์นิเจอร์ที่มีในห้องตัวอย่างจะให้แบบนี้ทั้งหมดยกเว้น Prop และ Buit-in ตกแต่งเหมือนห้อง Type A เมื่อเข้าห้องมาจะเจอโถงที่จัดให้เป็นส่วนของห้องรับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นที่มีประตูกระจกบานเลื่อนให้สามารถนั่งมองวิว และเดินออกไปนั่งเล่นที่ระเบียงได้ โดยโถงนี้จะเชื่อมต่อกับห้องนอนทั้ง 2 ห้อง และส่วน Service อย่างห้องครัวและห้องน้ำ ห้องนอนในห้องนี้ไม่มีห้องน้ำในตัว จะต้องมาเข้าห้องน้ำรวมกันที่ห้องครัวซี่งเป็นแบบแยกส่วนเปียกส่วนแห้งให้

ประตูห้องเป็นประตูสำเร็จรูปลามิเนตลายไม้พร้อมติดตาแมวมาให้ มีไฟซ่อนไว้ให้ที่ฝ้าเพดานด้านบน ข้างๆมีป้ายหน้าห้องให้ดีไซน์น่ารักดี กลอนประตูเป็น Digilal Door Lock เหมือนห้อง Type A

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานจะเห็นว่าโครงการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 4 ดวง กับความสูง 2.75 เมตร เราว่าความสว่างที่ได้จะน้อยไปหน่อย โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน แนะนำให้หาโคมไฟเก๋ๆมาติดเพิ่มนะคะ นอกจากจะเป็นการช่วยเพิ่มแสงสว่างแล้วยังช่วยตกแต่งห้องให้เก๋ไก๋ได้อีก

Zelle (5)

จากประตูห้องเมื่อเดินเข้ามาจะเจอกับ โต๊ะนั่งเล่นหรือรับประทานอาหารที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกับห้องครัว เป็นการจัดวางฟังก์ชั่นที่สัมพันธ์กันดี อย่างเช่น เราซื้อของหรือขนมจากตลาดเสร็จแล้วก็มาวางบนโต๊ะกินข้าวนี้ได้ หากเป็นขนมก็นั่งกินได้เลย แต่ถ้าเป็นของสดหรือของคาวก็แบ่งไปใส่ในตู้เย็นที่ห้องครัว เป็นต้น โดยตรงนี้โครงการจะแถมโต๊ะรับประทานขนาด 4 ที่นั่ง, เก้าอี้บุหนังสีขาว พร้อมชั้นวางของรูปตัว L ด้านหลังมาให้

ฟังก์ชั่นด้านในชั้น ด้านล่างจะเป็นชั้นวางรองเท้าทั้งแถว เหมาะกับคุณผู้หญิงที่มีรองเท้าหลายคู่ สามารถใส่ได้เยอะเลย ส่วนด้านบนเป็นชั้นวางของอเนกประสงค์ตามใจชอบค่ะ

โต๊ะและเก้าอี้ ที่โครงการแถมมาให้ เมื่อลองเอาเก้าอี้ออกมาในระยะคนนั่งแล้วก็ถือว่าพอดีกับพื้นที่ นั่งได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัดคับแคบค่ะ

Zelle (6)

ถัดไปเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นที่โครงการลองจัดวางทีวีและโซฟานั่งเล่นมาให้เรียบร้อยแล้ว ระยะดูทีวีประมาณ 2.55 เมตร ค่อนข้างกว้างขวาง สามารถวางทีวีขนาด 52″-55″ ได้สบายๆเลยค่ะ

โครงการแถมเฟอร์นิเจอร์ให้ยกเว้น Prop ตกแต่ง โดยของที่ให้ประกอบด้วยโซฟาสีน้ำตาล 2 ที่นั่ง ขนาด 0.70 x 1.50 เมตร พร้อมโต๊ะกลางลายไม้ รวมทั้งชั้นวางของข้างๆโซฟาหน้าตาแบบนี้เลย

เวลาเปิดผ้านม่านออกหมด แสงธรรมชาติจะเข้าห้องนี้ดีมากเนื่องจากประตูทางออกระเบียงเป็นกระจกบานเลื่อนที่ค่อนข้างโปร่ง สามารถมองวิวภายนอกได้เต็มตา ตัวบานประตูเป็นกระจกใสเขียวตัดแสง กรอบอลูมิเนียมอบขาว

ราวระเบียงเป็นเหล็กโปร่งสูง 1 เมตร ด้านข้างเป็นระแนงเหล็กสีน้ำตาลลายไม้สูงจรดฝ้าเพดาน ที่ผนังทางซ้ายมือมีก๊อกน้ำเผื่อล้างระเบียงไว้ให้ แต่ไม่มีเต้ารับกันน้ำให้เหมือนห้อง Type A  ส่วนผนังด้านบนสามารถติดตั้ง Compressor แอร์ได้ค่ะ ส่วนฝ้าเพดานมีไฟดาวน์ไลท์ทรงกลมให้ 1 ดวง

ก็อกน้ำสแตนเลสและท่อระบายน้ำ

ถัดไปเป็นประตูทางเข้าห้องนอนทั้งสองห้อง โดยทางขวามือจะเป็นห้อง Master Bedroom ใช้บานประตูไม้สำเร็จรูปสีเทา ส่วนทางซ้ายมือเป็นห้องนอนเล็กหรือห้องอเนกประสงค์ ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนแบบซ่อนในผนัง

door

ประตูบานเลื่อนเป็นแบบฝังรางเลื่อนไว้ด้านบน ดังนั้นจึงไม่มีธรณีรางเลื่อนประตูมากวนใจ มือจับประตูเป็นสแตนเลสค่อนข้างใหญ่ และกรอบบานมีการติดสักหลาดกันกระแทกให้เรียบร้อย

Zelle (7)

เตียงเล็กๆที่โครงการ Built-in มาให้ สามารถเปิดลิ้นชักเก็บของได้ 3 ตอน

พิ้นที่ผนังข้างเตียง โครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าสูงถึงฝ้าเพดานและชั้นลอยติดผนังมาให้ ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้ห้องได้เยอะ

ตู้เสื้อผ้าเล็กๆสีขาว เมื่อเปิดออกมาก็มีฟังก์ชั่นให้ครบทั้งราวแขวนผ้า กระจกส่องเต็มตัว และลิ้นชักใส่ของ เพียงแต่ว่าพื้นที่ใช้สอยน้อยไปนิด เหมาะกับไว้ให้แขกมาใช้หรือให้เป็นห้องนอนเด็กไป

ข้างๆกันเป็นชั้นลอยติดผนังที่สามารถกางออกมาแล้วทำเป็นโต๊ะทำงานได้

สามารถพับเปิด-ปิด ตู้ได้เลย ตัวยึดสามารถใช้งานง่ายค่ะ

Zelle (8)

ถัดไปเป็น Master Bedroom ขนาด 2.72 x 3.45 เมตร เป็นห้องขนาดปานกลางไม่ใหญ่มาก โครงการแถมเตียง  Queen Size ขนาด 5 ฟุตไม่รวมฟูกมาให้

ข้างเตียงเป็นลิ้นชัก 2 ตอน สามารถเปิดออกมาใส่ของได้

ปลายเตียงมีการติดตั้งชั้นลอยมาให้เผื่อวางของได้เล็กน้อย พร้อมเต้ารับและที่เสียบสายเคเบิลสำหรับการดูทีวี

พื้นที่ข้างเตียงทางซ้ายมือกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร สามารถเดินไปเปิด-ปิดหน้าต่างได้สบายๆ ที่หัวเตียงโครงการแถมโต๊ะวางของมาให้ด้วย

โต๊ะเครื่องแป้งสามารถเปิดลิ้นชักออกมาใส่ของที่จำเป็นได้ ส่วนเก้าอี้ด้านล่างสามารถเปิดฝาใส่ของได้เหมือน Type A โครงการแถมให้แบบนี้เลยค่ะ

ส่วนตู้เสื้อผ้า เมื่อเปิดออกมาแล้วก็มีฟังก์ชั่นครบทั้งราวแขวนผ้า ลิ้นชักเก็บของ และที่บานตู้ด้านขวามือยังมีกระจกให้ยืนส่องได้ทั้งตัวด้วย เวลาเปิดบานตู้ออกมาก็จะเหลือทางเดินอยู่หน่อยนึงพอให้เอี้ยวตัวเดินผ่านได้ค่ะ

โดยครัวนี้จะเป็นครัวปิด ที่โครงการได้ติดตั้งประตูบานเลื่อนไว้ให้เรียบร้อย ถือว่าเป็นข้อดีมากๆเลยนะ เพราะถ้าปิดประตูแล้ว เวลาที่เราประกอบอาหารกลิ่นจะได้ไม่ลอยฟุ้งเข้าห้อง พื้นห้องครัวเป็นพื้นกระเบื้องง่ายต่อการทำความสะอาดและไม่ต้องกังวลว่าจะบวมเหมือนลามิเนตด้วยค่ะ

ห้องครัวห้องนี้จะแตกต่างกับครัวของ Type A ตรงที่ไม่มีระเบียง แต่เพิ่มพื้นที่ Indoor ออกไป ทำให้สามารถวางเครื่องซักผ้าภายในห้องครัวได้ ซึ่งโครงการได้วางระบบสำหรับติดตั้งเครื่องซักผ้าไว้ให้เรียบร้อย นอกนั้นฟังก์ชั่นของตู้ Built-in และที่วางตู้เย็น จะเหมือนกับห้อง Type A ทั้งหมดค่ะ

ที่ผนังด้านหลังเครื่องซักผ้ามีการติดตั้งเต้ารับไว้ให้เผื่อเสียบไฟเรียบร้อย

ที่ผนังด้านนี้มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าและอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ต้องกลัวความอับชื้น แต่ต้องขยันเปิดหน้าต่างบ่อยๆนะ

 

ถัดไปเป็นพื้นที่อาบน้ำ ขนาด 1.00 x 0.80 เมตร ที่มีฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกบานเปลื่อยกั้นไว้ด้านเดียว ไม่มีประตูปิด ช่วยกันน้ำกระเด็นออกมาส่วนแห้งได้บางส่วน ที่พื้นมีการยกธรณีกันน้ำไหลไปสู่ส่วนแห้ง ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาขนาด 30 x 30 เซนติเมตร แบบปูสลับ

 

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดาน มีไฟดาวน์ไลท์ให้ 1 ดวง ค่อนข้างน้อยไปหน่อยนะ ที่ห้องจริงจะมีพัดลมดูดอากาศติดตั้งให้ด้วยนะคะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 17 Dec, 2015

  • 1 Bedroom  อาคาร B ห้อง 202/29 (ทิศใต้) เนื้อที่ 30.43 ตร.ม. ราคา 1.75 ล้านบาท หรือ 57,509 บาท/ตร.ม.(ราคาพิเศษ 1.69 ล้านบาท หรือ 55,537 บาท/ตร.ม.)
  • 1 Bedroom  อาคาร B ห้อง 202/52 (ทิศเหนือ,วิวสวน) เนื้อที่ 30.43 ตร.ม. ราคา 1.91 ล้านบาท หรือ 62,767 บาท/ตร.ม.(ราคาพิเศษ 1.84 ล้านบาท หรือ 60,466บาท/ตร.ม.)
  • 1 Bedroom  อาคาร B ห้อง 202/79 (ทิศเหนือ,วิวสวน, มุม) เนื้อที่ 30.24 ตร.ม. ราคา 1.99 ล้านบาท หรือ 65,806 บาท/ตร.ม.(ราคาพิเศษ 1.89 ล้านบาท หรือ 62,500 บาท/ตร.ม.)
  • 2 Bedroom  อาคาร B ห้อง 202/15 (ทิศใต้, มุม) เนื้อที่ 44.67 ตร.ม. ราคา 2.52 ล้านบาท หรือ 56,413 บาท/ตร.ม.(ราคาพิเศษ 2.39 ล้านบาท หรือ 53,503 บาท/ตร.ม.)

 

  • Fully Furnished
  • เพดานสูง 2.75 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • จอง 0 บาท
  • ทำสัญญา : 1 Bedroom 5,900 บาท, 2 Bedroom 20,000 บาท
  • ค่ากองทุน 350 บาทต่อตารางเมตร ราคานี้ไม่รวมค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าและมิเตอร์ประปา 4,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 35 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน
  • โปรโมชั่น : เฟอร์นิเจอร์ครบชุด และเครื่องปรับอากาศทุกห้องนอน วันนี้-31 ธันวาคม 2558

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลของโครงการ Zelle ศาลายา ตั้งอยู่บนถนนศาลายา-นครชัยศรี ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมไปได้ทั้งถนนบรมราชชนนี, ถนนพุทธมณฑลสาย 2 -7, ถนนกรุงนนท์ –จงถนอม และถนนเพชรเกษม การจราจรอาจมีสะดุดบางช่วงเวลา เช่น ช่วงเช้าและช่วงเย็นเวลาที่คนต่างเดินทางไปเรียนและทำงาน แต่โดยรวมแล้วการจราจรไม่ติดขัดมากนัก สบายกว่าในเมือง ส่วนการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางค่อนข้างสะดวก มีรถตู้จากโครงการรับ-ส่งถึง ม.มหิดล ศาลายา 20 บาท,รถตู้ปรับอากาศไปอนุเสาวรรีย์ชัยฯและเซนทรัลปิ่นเกล้า ขึ้นได้ที่หน้ามอ, รถเมล์ผ่านหน้าโครงการคือสาย 84 ก, 124, 515, 547 รวมทั้งรถเมล์อีกหลายสายที่ผ่านหน้า ม.มหิดลศาลายา ไม่ไกลกันมีสถานีรถไฟที่สามารถใช้เข้าเมือง หรือจะไปต่างจังหวัดก็ได้ และในอนาคตจะมีการสร้างสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ซึ่งสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีศาลายา ห่างจากโครงการ 4.5 กิโลเมตร โดยรวมแล้วสามารถเดินทางสะดวกทั้งรถส่วนตัวและรถประจำทาง แต่แค่จะไกลเมืองหน่อยเท่านั้น

สภาพแวดล้อมของโครงการของโครงการ ส่วนใหญ่ในบริเวณนี้จะเป็นแหล่งโรงงาน อาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัยแนวราบสลับๆกันไป  ส่วนบนถนนศาลายา-นครชัยศรีมาจนถึงโครงการจะมีสถานศึกษาค่อนข้างเยอะ ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ตามมา โดยเฉพาะ รอบๆ ม.มหิดล ศาลายา ที่เป็นมหาวิทยาลัยค่อนข้างใหญ่ บริเวณรอบๆมหาวิทยาลัยมีสินค้าอุปโภค บริโภคให้เลือกหลากหลายทั้งตลาดสดศาลายา, Makro, Mini Lotus, Mini Big C ไกลไปหน่อยก็มี Community Mall อย่าง Brio และ Image Mall ส่วนห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆตอนนี้จะมี เซ็นทรัล ศาลายา กับ The Mall บางแค นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญๆอย่าง สวนพุทธมณฑล, , สถานีรถไฟศาลายา, ตลาดดอนหวาย, วัดไร่ขิง เป็นต้น แน่นอนว่าหากเราต้องไปทำงานในเมือง ทำเลนี้อาจจะต้องเดินทางไกลหน่อย เพราะอยู่เลยมานครปฐมแล้ว แต่สำหรับใครที่ใช้ชีวิต อยู่อาศัยที่นี่โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาที่ต้องมาเรียนแถวนี้ถือว่า เป็นทำเลที่ค่อนข้างสะดวก สงบ เดินทางไปมหาวิทยาลัยได้ง่าย ในราคาน่ารักน่าคบ

วัสดุของโครงการให้มามาตรฐานของราคานี้ และมีข้อดีตรงที่ให้มาครบแบบหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย โครงการขายแบบ Fully Furnished ให้ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-inอย่างชุดครัว ที่ให้ซิงค์ล้างจานมา แต่เสียดายไม่มีเตาและที่ดูดควันให้, ตู้วางของอเนกประสงค์หน้าห้องที่มีฟังก์ชั่นเป็นชั้นวางรองเท้าให้, ตู้วางทีวี, ตู้เสื้อผ้า, โซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลาง, เตียงขนาด 5 ฟุตไม่รวมฟูกพร้อมโต๊ะหัวเตียงและโต๊ะเครื่องแป้ง  ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีแอร์ 2 เครื่อง ของ Panasonic ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำใช้ของ American Standard ทั้งหมด ยกเว้นโถสุขภัณฑ์ใช้ของ Mogen มีฉากกั้นอาบน้ำกระจกให้แต่ไม่มีประตู พื้นห้องใช้ลามิเนตลายไม้ ส่วนพื้นระเบียงและห้องน้ำใช้กระเบื้องเซรามิค

การออกแบบโครงการค่อนข้างเรียบง่าย เน้นสีขาว-น้ำตาล-เทา และมีการใช้ระแนงบังแดดเล่นลวดลายให้อาคารดูมีลูกเล่น ด้วยจำนวนอาคารที่มากถึง 11 อาคาร โครงการจึงวาง Clubhouse ไว้ตรงกลาง เพื่อให้ลูกบ้านสามารถใช้งานได้อย่างทั่วุถึง และทำให้ผผังอาคารดูไม่ราบเรียบน่าเบื่อจนเกินไป

ส่วนการออกแบบห้อง จะมี Type A และ type B จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดย Type A แบบ 1 Bedroom มีการจัดพื้นที่เหมือนคอนโดทั่วๆไป ที่เอากระจกบานเลื่อนมากั้นห้องนอนกับห้องนั่งเล่น แล้วก็กลายเป็นห้อง 1 Bedroom ส่วนครัวจะเชื่อมต่อกับห้องน้ำ และมีประตูเปิดออกไปสู่ระเบียงด้านนอกได้ แต่ห้องนี้จะดูโปร่งและพิเศษขึ้นมาหน่อยจากการทำให้ห้องนอนมีมุมปาด ทางเข้าห้องครัวจึงดูกว้าง แต่ก็มีข้อเสียตรงที่หากอนาคตต้องการทำครัวปิดจะทำได้ยาก ส่วนห้อง type B  เป็นห้องแบบ 2 Bedroom แต่จริงๆน่าจะเรียกว่า 1 Bedroom Plus มากกว่า เนื่องจากห้องนอนเล็กมีขนาดเล็กมาก แม้จะตั้งใจ Built-in เฟอร์นิเจอร์เป็นห้องนอนมาให้แล้ว ก็ยังดูเหมือนห้องนั่งเล่นหรือทำงาน แต่โดยรวมๆแล้ว พื้นที่ค่อนข้างใหญ่ดี จัดฟังก์เป็นสัดส่วน และห้องทุกห้องสามารถรับแสงธรรมชาติได้ สำหรับ Type นี้ถือว่าทำออกมาได้โอเคแต่จะติดตรงที่ขนาดมี 2 ห้องนอนแล้ว แต่ยังต้องใช้ห้องน้ำร่วมกันนี้จึงยังทำออกมาได้ยังไม่สุดเท่าไหร่

Facilities ประกอบด้วย Clubhouse ที่แยกออกมาจากตัวอาคาร ประกอบด้วย Coffee Shop, สระว่ายน้ำระบบเกลือ แบ่งเป็นสระผู้ใหญ่ รูปสี่เหลี่ยมคางหมูขนาด  6.6 x 13.4-17.3 เมตร ลึก 1.20 เมตร และสระเด็ก ขนาด 2.7 x 3.5 เมตร ลึก 0.60 เมตร, ห้องออกกำลังกาย 1 ห้องใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง ซึ่งถือว่าน้อยเหมือนกันนะสำหรับ 869 ยูนิต ภายในอาคารเองจะมีห้องสมุดส่วนตัว แยกแต่ละอาคาร (Free Wifi) มีลิฟท์โดยสาร 1 ตัวต่อหนึ่งอาคาร คิดเป็นอัตราส่วน 40 : 1 ถือว่าสบายๆไม่หนาแน่น ที่จอดรถในร่ม 16 คัน กลางแจ้ง 27 คัน รวมจอดซ้อนคันแล้วคิดเป็น 52 คันหรือประมาณ 65% ต่อ 1 อาคาร และมีที่จอดจักรยานที่หน้าโครงการให้อีก นอกจากนี้ยังมีรถตู้รับส่งไป ม.มหิดล ศาลายา ค่าบริการ 20 บาท/เที่ยว ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยจะใช้ Keycard ในการเข้าอาคาร และมีรปภ.รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ซึ่งจะมีพี่ยามเฝ้าให้หน้าโครงการ 1 จุด และที่หน้าอาคารอีก 1 จุด เสมือนได้รักษาความปลอดภัย 2 ชั้น

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 53,503 – 65,806 บาท/ตร.ม. ,17 Dec, 2015

  • ทำเล 7.5/10 -ทำเลชานเมือง แต่มีความอุดมสมบูรณ์ ห่างจาก ม.มหิดล ศาลายา 2.5 กม.เหมาะกับนักเรียน นักศึกษาหรือคนทำงานแถวนั้น
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 -ติดถนนศาลายา-นครชัยศรี สามารถเข้า-ออกเมืองได้ง่าย รถไม่ติดมาก
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 -สามารถใช้บริการรถตู้จากโครงการไปยัง ม.มหิดล ศาลายาได้ ค่าบริการ 20 บาท โดยบริเวณมหาวิทยาลัยมีคิวรถตู้ รถโดยสารให้เลือกหลากหลาย
  • วัสดุ 8/10 -มีทั้งดีและไม่ดีปนกัน แต่ให้ของมาเยอะดีสำหรับราคานี้ ได้กลอน Digital Door Lock
  • แบบ 7.75/10 -การจัดฟังก์ชั่นและการออกแบบค่อนข้างดีสำหรับคอนโด Low Rise แถมได้ฝ้าเพดานสูง 2.75 เมตร
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 -จัดเต็มดี ฟังก์ชั่นครบ มี Clubhouse แยกให้ต่างหาก แถมได้รักษาความปลอดภัย 2 ชั้น คือหน้าโครงการและที่หน้าอาคารอีก

  • ECONOMY CLASS
  • 7.62 / 10.00

BOTTOM LINE

Zelle ศาลายา เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดพร้อมอยู่ราคาเบาๆในย่านศาลายา เป็นนักศึกษา ม.มหิดล หรือสถานศึกษาในละแวกนี้เดินทางโดยสารรถประจำทางบ้างแต่เน้นเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลัก อาจจะเป็นรถยนต์ จักรยาน หรือมอร์เตอร์ไซค์ก็ได้ ชอบการอยู่อาศัยในห้องเป็นหลัก ออกมาใช้ Facilities บ้าง ซื้อของตามความต้องการ เน้นคุ้มค่า ชอบความสงบและไม่ยึดติดกับแบรนด์ มีงบประมาณ 1.59-2.52 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 11,130 – 17,640 บาท/เดือน

 

ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )