รีวิวฉบับที่ 873 … สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จแล้วของสัมมากรกันกับ s9 คอนโดมิเนียม คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 4 อาคาร ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีบางรักใหญ่เพียง 100 เมตร ด้วยราคาที่หยิบจับไม่ยากนักเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท ตัวโครงการตั้งอยู่บนซอยป่าไม้อุทิศหรือโยธาธิการนนทบุรี 2023 บนถนนรัตนาธิเบศร์ ห่างจากปากซอยเพียง 100 เมตร ตามมาดูกันเลยค่ะ

Fact @ 16 July 2015 

  • Sammakorn S9 Condominium (สัมมากร เอสเก้า คอนโดมิเนียม)
  • บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน)
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : บางบัวทอง
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร 655 ยูนิต และร้านค้า 10 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 24 ยูนิตที่อาคาร A
  • ที่จอดรถประมาณ  220 คันคิดเป็น  30%
  • ที่ดินประมาณ 6-2-86.1 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  2556
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : 2558
  • Studio 25.15 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 27.5 – 34.65 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.63 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 45.55 – 59.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.8 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาทหรือประมาณ 59,500 บาทต่อตารางเมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 64,425 บาทต่อตารางเมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 59,500-71,200 บาทต่อตารางเมตร
  • เวปไซต์โครงการ :http://www.s9condominium.com/
  • สำนักงานขายและ Call Centerโทร  : 02-142-9922

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.8775986,100.44608679999999

แผนที่จากโครงการค่ะ

ทำเลที่ตั้งโครงการ S9 คอนโดมิเนียม ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ห่างจากแยกที่ตัดกับถนนราชพฤกษ์ประมาณ 500 เมตร ก่อนจะถึงทางแยกตัดกับถนนบางกรวยไทรน้อย การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวค่อนข้างสะดวกเนื่องจากมีถนนหลายเส้นตัดผ่านทั้งถนนราชพฤกษ์ ถนนกาญจนาภิเษก สำหรับสามารถใช้ทางถนนกาญจนาภิเษกได้ ประมาณ 4 กิโลเมตรค่ะ จุดเด่นที่สำคัญก่อนมาถึงยังโครงการคือสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่ชื่อว่า สะพานพระนั่งเกล้า เพื่อจะข้ามฝั่งมายังธนบุรี

ถึงแม้ว่าโครงการจะตั้งอยู่แถบชานเมืองจังหวัดนนทบุรี การเดินทางเข้าเมืองอาจจะลำบากสำหรับคนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว แต่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งก็คือช่วงประมาณเดือนกันยายน 2558 จะเริ่มมีการทดสอบเดินรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงเชื่อมกรุงเทพฯและปริมณฑล จากต้นสถานีคลองบางไผ่ถึงปลายสถานีที่เตาปูน โดย interchange เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดิน(MRT) สถานีบางซื่อ โดยผู้โดยสารสามารถเดินทางโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และพร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปลายปี 2559 โดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้จะวิ่งตามเส้นทางถนนกรุงเทพนนท์ ผ่านแยกวงศ์สว่าง เข้าถนนติวานนท์ เลี้ยวเข้าถนนรัตนาธิเบศร์ สุดทางที่ถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น เนื่องจากรถไฟฟ้าสถานีบางรักใหญ่ห่างจากที่ตั้งโครงการเพียง 100 เมตรเอง เรียกได้ว่าเดินออกมาหน้าปากซอยก็จะเจอกับทางขึ้น-ลงสถานีแล้วค่ะ

หากมองในแง่ความเหมาะสมของย่านนี้ น่าจะเหมาะกับคนที่อยู่นนทบุรีรอบนอกกว่านี้ที่สนใจจะซื้อคอนโดเป็นบ้านหลังที่ 2 และเบื่อการเดินทางเข้าเมืองทุกวันแบบรถติดเป็นตังเม แต่ก็ยังคุ้นเคยกับย่านชานเมือง วันหยุดก็ขับรถกลับบ้านสะดวกไม่ต้องเดินทางไกลมากนัก เพราะตัวโครงการอยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีบางรักใหญ่ แถมยังใกล้จะเปิดใช้บริการเร็วๆนี้แล้วด้วย การเดินทางเข้าเมืองที่สะดวก ประหยัดเวลา อยู่ไม่ไกลจากบ้านครอบครัว ด้วยราคาที่สัมผัสได้ไม่ลำบากมาก โครงการนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

แต่ในตอนนี้คนที่พึ่งพาการเดินทางแบบสาธารณะ ก่อนที่รถไฟฟ้าจะเปิดให้ใช้บริการก็ยังต้องพึ่งพารถประจำทางไปก่อนนะคะ จากป้ายรถประจำทางถึงโครงการระยะทางประมาณ 190 เมตรเองค่ะ โดยสายรถประจำทางที่วิ่งผ่านคือ 104, 134, 177, 388

มาดูแหล่งช็อปปิ้งในย่านนี้กันค่ะ จากแผนที่ด้านบนจะเห็นว่าถนนรัตนาธิเบศร์มีห้างสรรพสินค้าให้เดินหลากหลายทีเดียวค่ะ  หลักๆแบ่ง 2 ฝั่งคือฝั่งธนบุรี กับข้ามแม่น้ำไปฝั่งพระนคร ซึ่งฝั่งธนบุรีจะมีห้างใหญ่ๆ คือ เซ็นทรัล West Gate, Big C บางใหญ่ และฝั่งพระนคร คือ เซ็นทรัล พลาซ่า รัตนาธิเบศร์, Big C, เอสพลานาด รัตนาธิเบศร์,Tesco Lotus ซึ่งอยู่ในระยะไม่เกิน 10 กิโลเมตร ถือเป็นระยะขับรถที่ค่อนข้างสะดวกสบายที่ไม่ไกลมากสำหรับย่านชานเมือง ถ้าไม่นับรถติดนะ ^^

สำหรับเรื่องอาหารการกิน ความอุดมสมบูรณ์ในระยะใกล้ๆที่พอเดินได้ ละแวกนี้ค่อนข้างหาของกินยากพอสมควรเลยค่ะ ร้านอาหารตึกแถวข้างทางไม่มีให้เห็นเลย ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารเล็กๆของในพื้นที่ คงต้องพึ่ง Big C หรือ Tesco Lotus ในการจับจ่ายของสดของกินกลับมาทำอาหาร ไม่ก็แวะทานอาหารตามห้างต่างๆในย่านนี้เอาค่ะ

แผนที่การเดินทางของเราในครั้งนี้ จะวิ่งเส้นรัตนาธิเบศร์ข้ามสะพานพระนั่งเกล้า เมื่อผ่านแยกตัดกับถนนราชพฤกษ์แล้ว เบี่ยงเลนชิดซ้ายตรงมาเกือบถึงแยกตัดกับถนนกาญจนาภิเษกแล้วกลับรถตรงมาประมาณ 1.1 กิโลเมตร และเลี้ยวเข้าซอยป่าไม้อุทิศ 100 เมตรจะเจอกับโครงการแล้วค่ะ

เริ่มต้นการเดินทางบนถนนรัตนาธิเบศร์ หลังจากผ่านถนนงามวงศ์วานมาแล้วนะคะ จะเห็น Big C อยู่ด้านซ้าย

เราจะวิ่งไปทางถนนกาญจนาภิเษกค่ะ

ตรงมาซักพักจะเจอกับ Index Living Mall และ Central Plaza รัตนาธิเบศร์ อยู่ด้านขวาค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอป้ายบอกทางไปถนนกาญจนาภิเษกค่ะ

จากนั้นเราจะขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยากันค่ะ ซึ่งก็คือ สะพานพระนั่งเกล้านั้นเอง บนสะพานนี้มองเห็นสถานีพระนั่งเกล้าของรถไฟฟ้าสายสีม่วงค่ะ

ตรงมาตามถนนกาญจนาภิเษกเรื่อยๆเลยค่ะ

ตรงมาจะเห็นป้ายไปทางถนนราชพฤกษ์ค่ะ ซึ่งโครงการจะอยู่ห่างจากแยกถนนรัตนาภิเษกที่ตัดกับถนนราชพฤกษ์ประมาณ 500 เมตรค่ะ

เมื่อผ่านแยกถนนราชพฤกษ์ตัดกับถนนรัตนาธิเบศร์มาแล้ว ให้ตรงไปเรื่อยๆก่อนค่ะ เพื่อเตรียมกลับรถเข้าโครงการค่ะ

ขับเบี่ยงเลนมาทางซ้ายมือนะคะ อย่าขึ้นทางยกระดับ เราต้องกลับรถกัน

ตรงมาเจอทางกลับรถแล้วค่ะ ก่อนถึงทางแยกเข้าถนนกาญจนาภิเษก

เมื่อกลับรถมาแล้วประมาณ 1.1 กิโลเมตร เราก็จะถึงซอยป่าไม้อุทิศหรือซอยโยธาธิการ นนทบุรี 2023 ซึ่งหน้าปากซฮยคือสถานีรถไฟฟ้าบางรักใหญ่ค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

 

มาดูพื้นที่รอบๆของโครงการกันค่ะ ทางเข้าออกของโครงการมี 2 ทางค่ะ คือเข้าจากในซอยป่าไม้อุทิศ และทางกลับรถใต้สะพานข้ามแยกถนนราชพฤกษ์ สำหรับซอยป่าไม้อุทิศหรือซอยโยธาธิการนนทบุรี2023 นี้ สามารถทะลุไปออกถนนราชพฤกษ์หรือถนนบางกรวยไทรน้อยได้ค่ะ พื้นที่ข้างเคียงของโครงการเป็นบ้านเดี่ยวไม่เกิน 2 ชั้น และมีด้านทิศตะวันออกที่ติดกับคลองบางรักน้อยค่ะ

เมื่อเข้ามาในซอยป่าไม้อุทิศ แล้วให้ตรงไปก่อนอีกประมาณ 100 เมตรค่ะ ถึงจะถึงโครงการ เมื่อเลี้ยวเข้ามาแล้วให้ระวังรถสวนมานะคะ เพราะทางเข้า-ออก สถานีรถไฟฟ้าบางรักใหญ่บังรถสวนไว้ค่ะ ทำให้เป็นมุมอับ

ซูมศาลาจอดมอเตอร์ไซต์กับจักรยานหน้าซอยนิดนึงนะคะ ตรงนี้มีพี่วินคอยให้บริการด้วยค่ะ แต่จริงๆไม่ต้องพึ่งพี่วินก็ได้นะเพราะเดินเข้าโครงการไม่ไกลเลย

ตรงเข้ามาอีกไม่เกิน 50 เมตร เราจะเห็นสำนักงานขายโครงการ S9 Condominium แล้วค่ะ

เมื่อผ่านสำนักงานขายมาแล้ว จะเห็นว่าถนนค่อนข้างแคบพอดีแค่รถยนต์วิ่งสวนกันค่ะ ด้วยลักษณะของถนนค่อนข้างคดเคี้ยวเลี้ยวไปมา จึงมีการตั้งกระจกมองทางโค้งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการมองไม่เห็นรถสวนผ่านมาค่ะ ดังนั้นเวลาขับเข้ามาในซอยอย่าขับเร็วมากนะคะ สังเกตกระจกมองทางโค้งก่อนด้วยค่ะ เพิ่มเติมสำหรับคนที่เดินเข้าโครงการนะคะ ในซอยนี้ไม่มีทางเท้าให้เดินนะคะ เพราะฉะนั้นระยะถึงจะไม่ไกลมากแต่ก็ต้องระมัดระวังอุบัติเหตุด้วย ยิ่งในช่วงกลางคืนอาจจะเปลี่ยวและอันตรายไปหน่อยสำหรับผู้หญิงและเด็กๆนะคะ

มาถึงหน้าโครงการแล้วค่ะ เดี๋ยวดาจะเดินรอบๆโครงการกันก่อนนะคะ แล้วเราค่อยเข้าไปดูโครงการพร้อมกันค่ะ

เมื่อเลยจากโครงการไปแล้วจะเห็นว่าในซอยป่าไม้อุทิศ นั้นส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถว 3 ชั้นและบ้านเดี่ยวค่ะ บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบไม่ใช่ชุมชนแออัด

ดาลองเลี้ยวเข้ามาในซอยเล็กๆที่อยู่ด้านข้างโครงการค่ะ ฝั่งซ้ายมีจะเป็นบ้านเดี่ยวเรียงตัวไปตามซอยค่ะ ส่วนอีกฝั่งยังเป็นที่ดินว่างไม่ได้มีการพัฒนา ถนนในซอยนี้ค่อนข้างแคบนะคะสวนกันไม่ได้ เดินรถทางเดียวเท่านั้นใครเข้ามาก็ต้องถอยออกค่ะ

มุมมองบริบทโดยรอบโดยมองจากดาดฟ้าของโครงการนะคะ พื้นที่ตั้งโครงการโดยรอบยังไม่มีคอนโดหรือตึกสูงมาบดบังทัศนียภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านจัดสรรซึ่งเป็นอาคารแนวราบนั่นเองค่ะ แต่ในอนาคตก็ยังไม่แน่นะคะ ในมุมมอง D พื้นที่ที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าอาจจะถูกซื้อไปพัฒนาเป็นคอนโดเกิดขึ้นได้ แต่ตอนนี้ไปดูบริบทอาคารรอบๆที่มีอยู่ในปัจจุบันกันก่อนนะ

มุมมอง A จะเห็นว่าด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เราอยู่ติดกับบ้านเดี่ยวประปรายและมีคลองคั่นกลาง

มุมมอง B จะเห็นในส่วนของถนนรัตนาธิเบศร์ขาออก และเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง

มองกลับมาที่มุมมอง C นะคะ สถานีที่มองเห็นจากในรูปก็คือ สถานีบางรักใหญ่ที่ใกล้โครงการเรามากที่สุดค่ะ

และมุมมอง D ค่ะ จะเห็นหมู่บ้านที่อยู่ถัดไปจากโครงการ และมีโรงงานที่อยู่ติดกับโครงการค่ะ ทัศนียภาพโดยรอบโครงการยังไม่ค่อยมีคอนโดมิเนียม ซึ่งดูไม่แออัดและบดบังทัศนียภาพเลยค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงเรียนป่าไม้อุทิศ ~ 500 เมตร
  • วัดบางรักใหญ่ ~ 850 เมตร
  • เซนทรัล west gate ~ 4.1 กิโลเมตร
  • Pure Place ~ 4.6 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ ~ 4.7 กิโลเมตร
  • เซนทรัล พลาซ่า รัตนาธิเบศร์ ~ 6.1 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลการุณเวช รัตนาธิเบศร์ ~ 6.2 กิโลเมตร
  • Big C Extra สาขาบางใหญ่ ~ 8.1 กิโลเมตร
  • เอสพลานาด รัตนาธิเบศร์ ~ 8.5 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus ~ 8.7 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ S9 คอนโด Low Rise 8 ชั้นจำนวน 4 อาคาร 655 ยูนิต ตัวอาคารเน้นความเรียบโดยใช้สีโทนเทา ตามแบบฉบับ Modern Style วันที่ดาไปกำลังอยู่ในช่วงเก็บงานและส่งมอบงานค่ะ อาจมีบางส่วนที่ยังเก็บไม่เรียบร้อยดีนะคะ แต่เดี๋ยวทางโครงการก็เก็บเสร็จเรียบร้อยล่ะค่ะ

ผังโครงการรวม แสดงให้เห็นว่าโครงการแบ่งออกเป็น 4 อาคาร ได้แก่ A,B,C และD ทางเข้า-ออก 1 จะใกล้กับทางรถไฟฟ้าสถานีบางรักใหญ่ค่ะ พื้นที่ส่วนกลางของโครงการจะวางไว้ตรงกลาง โดยมีอาคารเป็นตัวล้อมเพื่อให้แต่ละยูนิตได้บรรยากาศจากทัศนียภาพของพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สวนและสระว่ายน้ำ ที่จอดรถโครงการจะอยู่ด้านหน้าและด้านหลังสลับกันไปและใต้อาคารด้วย โดยจำนวนที่จอดรถของโครงการทั้งหมด 202 คัน ซึ่งคิดเป็น 30% ของทั้งโครงการ แบบไม่รวมจอดซ้อนคันค่ะ

  • อาคาร A อาคารที่อยู่ด้านหน้าติดกับทางเข้า-ออก1 ลักษณะอาคารเป็นรูปตัว U ด้านหน้าหันล้อมสวน ด้านหลังหันออกไปทางที่ดินว่าง จำนวนยูนิตพักอาศัย 168  ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต
  • อาคาร B อาคารถัดจากอาคาร A ลักษณะเป็นรูปตัว U ด้านหน้าหันล้อมสวน ด้านหลังหันออกไปทางที่ดินว่าง จำนวนยูนิตพักอาศัย 168  ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต เช่นเดียวกันกับอาคาร A
  • อาคาร C เป็นอาคารรูปตัว L ด้านหน้าติดกับสระว่ายน้ำและพื้นที่สวนด้านข้าง มีจำนวนยูนิตพักอาศัย 165 ยูนิต ร้านค้า 6 ยูนิต ใต้อาคารนี้มีห้อง Fitness
  • อาคาร D เป็นอาคารรูปตัว L ด้านหน้าติดกับสระว่ายน้ำและพื้นที่สวนด้านข้าง ด้านหลังใกล้กับทางเข้า-ออก2 ด้านถนนรัตนาธิเบศร์ มีจำนวยูนิตที่พักอาศัย 154 ยูนิต ไม่มีร้านค้าในอาคารนี้

ยูนิตพักอาศัยของทุกอาคารจะเริ่มจากชั้น 2 ขึ้นไปนะคะ

เริ่มกันที่หน้าทางเข้า-ออก1ของโครงการกันเลยค่ะ หน้าทางเข้า-ออก1 มีป้อมยามและที่เปิด-ปิดทางรถเข้าออก

มีกล้องวงจรปิดส่องตรงทะเบียนรถและคนขับทั้งทางเข้าและทางออกเลย

เมื่อเข้ามาในโครงการแล้ว ถนนส่วนนี้จะเป็นถนนหลักในการสัญจรภายในโครงการค่ะ ด้านข้างเป็นที่จอดรถกลางแจ้ง ความกว้างของถนนประมาณ 6 เมตร 2 เลนสวนกัน

ตรงเข้าไปอีกหน่อย อาคาร B ที่จอดรถจะอยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งไม่ค่อยสะดวกมากนักถ้าเทียบกับที่จอดรถในร่มด้านหลังอาคารเพราะจอดรถเสร็จก็เดินเข้าอาคารได้เลยไม่ต้องข้ามถนนและเดินผ่านสวนก่อนจะเข้า Lobby

มาดูที่จอดรถด้านหลังกันค่ะ อันนี้จะเป็นที่จอดรถกลางแจ้งและในร่มของอาคาร C ค่ะ ตรงบริเวณที่วางกระถางต้นไม้ในภาพคือที่จอดรถกลางแจ้งนะคะ พอดีวันไปถ่ายโครงการด้านหลังยังไม่เรียบร้อยดีเท่าไหร่

ที่จอดรถด้านข้างของอาคารซึ่งอยู่ใต้อาคารก็จริงนะคะ แต่ก็เปียกฝนโดนแดดเหมือนกันนะ

มาดูต่อกันที่สวนพักผ่อนกันค่ะ โดยสวนนี้จะอยู่ตรงกลางและมีอาคารล้อมรอบ ซึ่งสวนแบบนี้จะอยู่ที่อาคาร A และอาคาร B

ระยะความสูงของชั้น 2 ซึ่งเป็นยูนิตพักอาศัย สูงจากบริเวณสวนประมาณ 2.10 เมตร ตามระยะความสูงที่จอดรถ อาจจะรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวมากนัก ด้านล่างมีการกั้นไม้วาดเป็นลวดลายดอกไม้เป็นสีสันลูกเล่นเพื่อบังส่วนที่จอดรถด้านหลัง ทำให้เกิดบรรยากาศที่สวยงามมากขึ้นกับสวนที่อยู่หน้าอาคาร ถือว่าเป็นข้อดีกว่าโครงการอื่นๆนะที่เน้นแค่ปลูกไม้พุ่มบังเอาไว้ ทำให้บรรยากาศนี่ต่างกันเยอะเลย ทำแบบนี้สวนก็น่าใช้งานมากขึ้นด้วยค่ะ

ด้านหน้าอาคารแต่ละอาคารจะมียูนิตร้านค้า ซึ่งยูนิตร้านค้าของโครงการจะเป็นแบบขาย ไม่ได้เช่านะคะ

ชั้นล่างของอาคารจะต่ำกว่าถนนค่ะ ต้องระวังเรื่องปัญหาน้ำท่วมด้วยนะคะ

ความลึกที่ต่ำกว่าถนนประมาณ 1 เมตร ค่ะ มีบันไดเดินลงอย่างเดียวไม่มีทางลาดเอียง

เพราะใต้อาคารทำเป็นที่จอดรถซึ่งระยะจากพื้นถึงคานจะสูง 2.10  เมตร ดังนั้นร้านค้าจึงต้องกดพื้นให้ต่ำลงเพื่อให้ระยะจากพื้นถึงฝ้าเพดานสูงกว่า  2.10 เมตร

ระยะห่างของแต่ละตึกประมาณ 6 เมตรค่ะ เทียบจากระยะความกว้างของถนน 2 เลน ถามว่าดูใกล้ชิดไปไหม ก็จะตอบว่าค่อนข้างใกล้ชิดค่ะเพราะมองเห็นห้องตรงข้ามอาคารกันชัดเจนเหมือนกันนะ

เดินตรงไปจะเห็นทางลอดใต้อาคาร C เพื่อตรงไปยังอาคาร D และส่วน Facilities ยูนิตพักอาศัยของอาคาร C ที่อยู่ในตำแหน่งเหนือถนนหันหน้าออกนอกโครงการจะมีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่ายูนิตอื่นๆของอาคารไปสักหน่อย

เดินลอดผ่านใต้อาคาร C ความสูงจากพื้นประมาณ 2  ชั้น เป็นกรอบสายตาส่งเสริมให้ส่วนสระว่ายน้ำ ดึงดูดสายตาได้ดีทีเดียว

และแล้วก็ถึง ส่วนที่เรียกว่า Chill Out Pool จะอยู่ตรงกลางระหว่างอาคาร C และ อาคาร D

กรอบสีน้ำตาลที่เห็นนี้ทำเป็นม่านน้ำตกนะคะ ดูจากสถานที่จริงค่อนข้างสวยสร้างบรรยากาศได้ดีทีเดียวค่ะ

Chill Out Pool แบ่งออกเป็น ส่วน Fun Pool สระสำหรับเด็กตกแต่งด้วยม่านน้ำตก Relaxing Water Massage นวดผ่อนคลายด้วยระบบน้ำนวดตัว และ Swimming Pool ที่เป็นระบบน้ำเกลือ

เริ่มจากส่วน Fun Pool กันค่ะ สระค่อนข้างยาวเลยทีเดียว ให้เด็กๆมีพื้นที่ให้เล่นน้ำมากขึ้น

ในสระ Fun Pool มีแบ่งออกเป็น 2 สระเล็กๆ ด้วยขั้นบันได ตื้นลึกไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ค่ะ

ด้านข้างของสระจะเป็นระบบสระน้ำล้น ผู้ปกครองต้องระมัดระวังเด็กๆด้วยนะคะ อาจจะเล่นสนุกจนผลัดตกลงมาได้ ถึงแม้ความสูงของสระจะแค่ 60 เซนติเมตร แต่ก็ถือว่าสูงสำหรับเด็กเหมือนกันนะคะ

ต่อมาจะเป็นส่วน Relaxing Water Massage ที่บอกไว้ตอนต้นว่าเป็นระบบน้ำนวดตัว ด้วยแรงดันน้ำ ซึ่งทำเป็นที่นั่งใต้น้ำเอาไว้ค่ะ

ส่วนนี้จะเป็น Chic & Chill ตรงส่วนนี้วาง Day Bed บนน้ำอาบแดด ในภาพยังไม่มีการวาง Day Bed ถ้าวางแล้วคงเพิ่มบรรยากาศให้สวยขึ้นแน่นอนค่ะ

สระว่ายน้ำผู้ใหญ่ขนาด 6.5 x 25 ระบบน้ำเกลือ จริงๆเซรามิกในสระเป็นสีน้ำเงินนะคะ ที่เห็นเป็นสีเขียวนี่เป็นเพราะโครงการยังไม่เสร็จดีอาจจะมีฝุ่นทรายลงไปในสระบ้าง

ด้านหลังจากสระว่ายน้ำจะมีมุมพักผ่อนอเนกประสงค์ ซึ่งติดกับสวน

สามารถนั่งเล่น หากิจกรรมสนุกๆทำในวันหยุดพักผ่อนตรงบริเวณนี้ได้เลยค่ะ

มองย้อนกลับไปด้านหน้า ด้านข้างของสระว่ายน้ำจะปลูกต้นปาล์มรอบๆสระ เพิ่มบรรยากาศดีค่ะ

เดินลงมาในส่วนของทางเดินอาคาร C ด้านขวาจะเป็นส่วนของยูนิตร้านค้า 6 ร้าน และฟิตเนสค่ะ ใครเพิ่งว่ายน้ำเสร็จรองเท้าแตะยังเปียกอยู่ก็เดินระวังหน่อยนะคะ กระเบื้องอาจทำให้ลื่นได้

เข้ามาในห้องฟิตเนสของโครงการ Wallpaper ด้านหน้ามีคำนวณแคลอรี่ของเครื่องออกกำลังกายแต่ละเครื่องใน  30 นาทีให้ด้วยค่ะ สร้างความฮึกเหิมได้เหมือนกันนะ 55 ส่วนด้านขวาจะเป็นกระจกตลอดผนัง และพื้นจะเป็นพื้นยางลายไม้นะคะ

เดินเข้ามาในส่วนของ Lobby ของอาคาร C ค่ะ

หน้า Lobby จะหน้าตาเป็นอย่างนี้นะคะ ไม่มีเคาน์เตอร์ แต่เห็นเต้าเสียบอยู่ 2 ข้าง อาจจะมีการวางเฟอร์นิเจอร์ให้ค่ะ

พื้นที่ Lobby ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็กว้างพอที่จะวางเฟอร์นิเจอร์เป็นโซฟา หรือชุดโต๊ะเก้าอี้ได้สัก 2 ชุด เผื่อมีคนมาติดต่อลูกบ้านของอาคารจะได้ให้นั่งคอยตรงบริเวณนี้ก่อน

ด้านบนเป็น CCTV จุดนี้จะแยกระบบจาก CCTV ของอาคารนะคะ ส่วนตรงนี้จะเป็น CCTV สำหรับลูกบ้าน ซึ่ง CCTV นี้ลูกบ้านสามารถดูแขกที่มารอบริเวณ Lobby เชื่อมต่อผ่าน TV ในห้องตัวเองได้เลยค่ะ

ก่อนจะเข้าในอาคารจะมีอีกประตูหนึ่งหลังจากเข้ามาส่วน Lobby อาคารแล้วค่ะในส่วนนี้จะมีการติดเครื่องแสกนระบบคีย์การ์ดให้ค่ะ

เมื่อเข้ามาจะเห็นป้ายบอก Mail Box ชัดเจนมากค่ะ จำนวนลิฟท์โดยสารของแต่ละอาคารจะมี 2 ตัวค่ะ

เดินมาตรง Mail Box เป็นบริเวณพื้นที่เล็กวางตู้รับจดหมายอยู่ด้านใน

เมื่อขึ้นลิฟท์มาในส่วนนี้จะเป็นทางเดินซึ่งมีป้ายบอกทางหนีไฟชัดเจน ไฟตรงบริเวณทางเดินดูสว่างไม่มืดครึม มี Smoke Detector หรือเครื่องตรวจจับควันไฟอยู่ตามทางเดินด้วยค่ะ เพื่อลดโอกาสการเกิดอัคคีภัยได้มากขึ้น

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby ใต้อาคารทุกอาคาร
  • สระว่ายน้ำ 2 สระ ระบบเกลือ แบ่งเป็นสระเด็กหรือFun Pool ขนาด 9 x 29 เมตร ลึก 0.5 เมตร สระผู้ใหญ่ขนาด 6 x 25 ลึก 1.25 เมตร
  • Relaxing Water Massage ระบบน้ำนวดตัว
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • ห้องอ่านหนังสือ
  • สวนพักผ่อน
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครง 82 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก A 84:1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก B 84:1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก C 82.5:1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก D 77:1
  • Service Lift ไม่มี
  • ที่จอดรถ 202 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 30%
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ห้องตัวอย่างของโครงการห้องแรก คือแบบ Studio ค่ะที่เรียกว่าแบบ Studio นั่นก็เพราะห้องจะไม่มีผนังมากั้นแยกสัดส่วนของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ขนาดห้องที่เล็กดูกว้างมากขึ้น ขนาดของห้อง Studio นี้จะอยู่ที่ 25.15 ตารางเมตร จำนวน 68 ยูนิตค่ะ ความสูงฝ้าเพดาน 2.4 เมตร ขายแบบ Fully Furnished นั่นหมายถึงเราสามารถเก็บกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลย ประกอบด้วย เครื่องปรับอากาศ,ชุดครัว (เคาน์เตอร์แบบมาตรฐาน) จาก Modernform,ผ้าม่าน,เตียงนอน 5 ฟุต (เตียง+ที่นอน+ผ้าปู+ผ้านวม 5 ฟุต+หมอน 2 ใบ), ตู้เสื้อผ้า Built in, โซฟา, โต๊ะรับประทานอาหาร+เก้าอี้ 2 ตัว, สุขภัณฑ์, ชั้นวาง TV) ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีให้เยอะเหมือนกันนะ (ตู้เย็น 7.8-8 Q, เครื่องซักผ้า 8 kg, ไมโครเวฟ 880w และ เครื่องทำน้ำอุ่น 3,500w) ทั้งนี้ราคาและเงื่อนไขการขายอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้นะคะ

เมื่อเข้าไปในห้องจะเจอส่วนเคาน์เตอร์ครัวที่สามารถทำครัวเย็นหรือทำกับข้าวเล็กน้อยได้ และห้องน้ำที่แยกส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ชัดเจน บริเวณอาบน้ำจะเป็นฝักบัว ถัดไปจะเป็นบริเวณโต๊ะรับประทานอาหาร โดยหันมาอีกด้านจะมีที่ซ่อนตู้เย็นไว้ข้างใน เพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่ทางเดิน ถัดมาจะเป็นส่วนพักผ่อน ซึ่งจะมีเตียงนอน 5 ฟุต โดยบริเวณโต๊ะเครื่องแป้งกับตู้เสื้อผ้าจะอยู่ติดกับผนังห้องน้ำ ระยะการดู TV จะดูจากบนเตียงไม่สามารถดูจากโซฟาได้เพราะตรงบริเวณหน้าต่างจะวางโซฟาและโต๊ะขนาดเล็กซึ่งจะหันหน้าเข้าหาตู้เสื้อผ้า สุดท้ายในส่วนระเบียงซึ่งจะวางคอมเพรสเซอร์แอร์และเครื่องซักผ้า บริเวณที่เหลือก็จะเป็นส่วนตากผ้าค่ะ

เริ่มกันที่หน้าประตูกันเลยค่ะ ประตูห้องจะใช้บานประตูสำเร็จรูป MDF สีขาวขนาด 0.9 x 2.0 เมตร มือจับสแตนเลสแบบก้านโยก มีตาแมวให้ และหน้าห้องจะมีสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ในห้อง หากเกิดเพลิงไหม้จะเป็นมีไฟขึ้นสีแดง

ทางเข้าก่อนจะเป็นพื้นไม้ลามิเนตโทนสีสว่าง

เข้ามาในห้องจะเจอกับเคาน์เตอร์ครัว โต๊ะรับประทานอาหารและเก้าอี้สำหรับ 2 ที่นั่ง ด้านข้างจะเป็นห้องน้ำ เลยไปหน่อยจะเป็นส่วนพักผ่อนและระเบียง

หันขวามาจะเป็นเคาน์เตอร์ครัว ไม่มีเตาไฟฟ้าแต่สามารถเอามาติดเองได้ค่ะ เคาน์เตอร์มีชั้นวางไมโครเวฟเปิดใช้สะดวกดีค่ะ

ลิ้นชักและบานเปิดของเคาน์เตอร์ทั้งหมดจะเป็นแบบ Soft Close ของยี่ห้อ Modernform ชั้นบนเป็นช่องสำหรับวางช้อน-ส้อม และในส่วน Top เคาน์เตอร์เป็นปาติเกิ้ลบอร์ดเคลือบเมลามีนค่ะ

อ่างล้างจานเป็นหลุมเดี่ยวอลูมิเนียม ก็อกน้ำเปิดแบบหมุนเปิด รูปทรงโค้ง

ที่วางตู้เย็นมีการเซตผนังเข้าไปสำหรับวางตู้เย็นโดยเฉพาะเพื่อให้บริเวณทางเดินโล่งขึ้นค่ะ

รูปนี้จะเป็นภาพจากห้องจริงค่ะ พอเอาตู้เย็นออกไปจะเป็นช่องแบบนี้ ส่วนด้านบนจะมีที่วางของเป็นบานเปิดแบบ Soft Close ค่ะ

มาดูห้องน้ำกัน เปิดประตูเข้ามาจะเป็นโซนแห้งค่ะ กระเบื้องเซรามิก ขนาด 30 x 30 ซม. วัสดุผนังเป็นกระเบื้องเซรามิกขนาดเดียวกัน ด้านบนสุขภัณฑ์เป็นราวแขวนผ้า สายฉีดชำระและที่ใส่ทิชชู่อยู่ด้านขวามือใช้สะดวกดีค่ะ ด้านบนฝ้าเพดานมีการเจาะช่องไว้สำหรับ Service เรียบร้อย

อ่างล้างหน้ามีพื้นที่ด้านข้างสามารถวางของได้ค่ะ ตัวอ่างล้างมือเป็นไฟเบอร์นะคะ

จะสังเกตจากรูปด้านบนเป็นห้องตัวอย่าง แต่ในห้องจริงหัวก็อกน้ำจะเป็นคนละแบบ รวมทั้งแกรนิตที่ติดอยู่ตรงผนังก่อนกระจกจะไม่ได้มีให้นะคะ ขนาดกระจก 0.9 x 0.6 เมตรค่ะ

ต่อมาจะเป็นโซนเปียก ซึ่งมีการยกธรณีขึ้นมาเพื่อกันน้ำไหลออก

ฝักบัวอาบน้ำพร้อมที่วางสบู่อยู่ด้านเดียวกัน

ถัดมาจะเป็นส่วนรับประทานอาหารและเคาน์เตอร์วาง TV มีชั้นเก็บซีดี วางลำโพงและรูปภาพอีกนิดหน่อยค่ะ พื้นที่ส่วนรับประทานอาหารจะค่อนข้างแคบหน่อยเวลานั่งรับประทานอาหาร อาจจะเปลี่ยนมุมเก้าอี้มาด้านทางเดินและขยับโต๊ะไปอีกด้านหนึ่งจะทำให้นั่งได้สบายขึ้นค่ะ

ถัดมาเป็นส่วนพักผ่อนจะมีเตียง 5 ฟุต โซฟาที่ติดหน้าต่าง และตู้เสื้อผ้าด้านข้างเตียง ระยะการดู TV จากเตียงค่อนข้างไกลไปหน่อยสำหรับระยะสายตา และต้องนอนดูอย่างเดียว เพราะโซฟาจะหันไปอีกทางหนึ่ง ส่วนโซฟาเหมาะเป็นที่พักผ่อนอ่านหนังสือหรือจะนอนเล่นคุยโทรศัพท์เล่น ipad ริมหน้าต่างก็ดีนะคะ

โซฟาจะมีขนาด  2 ที่นั่งมีโต๊ะขนาดเล็กอีก 2 โต๊ะขนาบข้างไว้วางของจิปาถะ

หันกลับมาอีกด้านของเตียงจะเห็นตู้เสื้อผ้าเป็นแบบสไตล์เปิดได้สองข้างขนาดประมาณ 1.5 เมตร built in สู้ถึงฝ้าเพดาน

ตัวจับเป็นอลูมิเนียมยื่นออกมาจากบานตู้เสื้อผ้า

ด้านล่างภายในตู้เสื้อผ้ามีลิ้นชัก 2 ชั้น ไว้สำหรับใส่ของเล็กๆน้อยๆได้

ด้านบนฝั่งหนึ่งจะมีลิ้นชักไว้พับเสื้อผ้ากางเกงใส่หรือจะใช้วางของอื่นๆได้ค่ะ

ตรงบริเวณระเบียงเป็นประตูบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีขาว ด้านนอกวางคอมเพรสเซอร์แอร์เป่าลมมาด้านข้าง วันไหนจะตากผ้าก็เปิดแอร์เย็นๆในห้อง ให้คอมเพรสเซอร์เป่าให้แห้งสบายเลยค่ะ ^^

บานเลื่อนกระจกมีตัวล็อก 2 ตอน เพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้นค่ะ

ออกมานอกระเบียงมีก็อกสนามและเต้าเสียบกันน้ำสำหรับวางเครื่องซักผ้าใต้คอมเพรสเซอร์ ด้านข้างมี Floor Drain ระบายน้ำใกล้ๆ ช่วยให้ระบายน้ำได้เร็วขึ้น

มาดูกันที่ห้องจริงภาพรวมบ้างค่ะ เฟอร์นิเจอร์ทุกตัวจะเหมือนกับห้องตัวอย่างเลย

ผ้าม่านที่ให้ในห้องจริงก็ลายเหมือนกับห้องตัวอย่างนะคะ ผ้าม่านเป็นม่าน 2 ชั้น ชั้นนอกเป็นม่านโปร่ง ส่วนชั้นในก็ตามภาพเลยค่ะ

เฟอร์นิเจอร์ให้ตามที่บอกไว้ด้านบนเลยค่ะ ใช้เฟอร์นิเจอร์ชนิดเดียวกันกับห้องตัวอย่าง ส่วนผนังไม่ได้ตกแต่ง Wall Paper ให้นะคะ เผื่อไว้สำหรับใครชอบสไตล์ไหนจะได้ตกแต่งกันตามความชอบส่วนตัวค่ะ อ้อ ส่วนตู้ Consumer Unit จะอยู่ด้านบนใกล้กับประตูหน้าห้องค่ะ

มาต่อกันที่ Type B กันเลยค่ะ ห้อง Type B มีขนาดห้อง 27.5 ตารางเมตร มีจำนวน 427 ยูนิต ซึ่งเป็นแบบห้องที่มีจำนวนมากที่สุดในโครงการ ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.4 เมตร ขายแบบ Fully Furnished และเฟอร์นิเจอร์ให้ครบเหมือนกับห้อง Studio เลยค่ะ แต่พิเศษตรงที่ห้อง Type B จะมีแถม TV สี ขนาด 32 นิ้วให้ด้วย

ลักษณะห้องเป็นสี่เหลี่ยมจัตตุรัสทำให้ห้องดูกว้างและใช้พื้นที่สอยได้เต็มที่ ภายในห้องจะแบ่งออกเป็น 4 โซนหลักๆ คือ ห้องนั่งเล่นและรับประทานอาหาร, ห้องน้ำ, ห้องนอน และระเบียง การจัดห้องดูเป็นสัดเป็นส่วนดีค่ะ ระยะการดู TV เหมาะสมกับขนาด TV 32 นิ้วที่แถมมาให้ และห้องType B นี้มีพื้นที่ซักล้างตรงระเบียงมากกว่าห้อง Studio 

เริ่มจากทางเข้าเลยนะคะ เปิดประตูมาจะเจอผนังกระจกกรอบอลูมิเนียมสีขาวมองทะลุเห็นห้องนอน ช่วยให้ห้องดูกว้างแทนที่จะเป็นผนังทึบแต่ในขณะเดียวกันความเป็นส่วนตัวในห้องนอนก็จะน้อยลงด้วยค่ะ แนะนำว่าให้ใส่มูลี่เหมือนในห้องตัวอย่างก็ดีนะคะ หากมีแขกมาเยี่ยมห้องก็สามารถดึงมูลี่ลงมาปิดห้องนอนได้ค่ะ

เดินเข้ามาจะเห็นโต๊ะรับประทานอาหาร เก้าอี้สำหรับ 2 ที่นั่ง และโซฟาบุหนังเทียมสีครีม 2 ที่นั่งค่ะ ผนังด้านนี้จะดูโล่งถ้าไม่ตกแต่งด้วยรูปภาพ หรือโคมไฟ พื้นห้องจะเป็นลามิเนตทั้งหมดยกเว้นห้องน้ำ

หันมาอีกด้าน จะเป็นชั้นวาง TV Built in ซึ่งมีช่องเก็บซีดี หนังสือ จิปาถะได้ด้วย เชื่อมต่อกับห้องนอน

ชั้นวางหลายชั้น สามารถวางของใช้จิปาถะได้เยอะอยู่ บานเปิดเป็นแบบ Soft Close ทั้งหมด

หันกลับหลังมาจะเห็นเคาน์เตอร์สำหรับล้างจาน ทำครัวเล็กน้อย (หากจะทำกับข้าวจริงจังเลยอาจจะไม่เหมาะค่ะ) และตู้เย็น ส่วนด้านบนจะมี Smoke Detector ตรวจจับควันป้องกันการเกิดเพลิงไหม้ และ Consumer Unit จะอยู่ด้านบนใกล้กับประตูทางเข้า

เคาน์เตอร์เหมือนกับห้อง Studio ค่ะ มีเก็บขอบกับผนัง อ่างล้างจานเป็นหลุมเดี่ยวอลูมิเนียม ยี่ห้อ Modernform กำแพงด้านหลังหรือ Backsplash ไม่ได้ปูกระเบื้องมาให้

ลิ้นชักสำหรับใส่ช้อน ส้อม ตะเกียบ แบ่งเป็นสัดส่วน

ชั้นวางด้านบนแบ่งเป็น 4 ช่อง บานเปิดแบบ Soft Close

ระยะระหว่างเคาน์เตอร์ครัว-โต๊ะเก้าอี้รับประทานอาหาร-โซฟา ค่อนข้างคับแคบ จะสังเกตว่าถ้าเรานั่งเก้าอี้ อีกคนหนึ่งจะไม่สามารถเข้ามาล้างจานได้เลย

บานเปิดใต้อ่างน้ำเปิดแล้วติดกับเก้าอี้ ควรเปิดไปอีกด้านหนึ่งจะดีกว่า

ชั้นวางอีกด้านของเคาน์เตอร์ครัว อ้อ และตรงบริเวณครัวอย่าลืมหาที่วางถังขยะด้วยนะคะ

ถัดเข้าในห้องนอนจะเป็นส่วนโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกบานเบ่อเริ่มเหมาะสำหรับสาวแต่งตัวมองเห็นเก็บทั้งตัวเลยค่ะ มีลิ้นชักว่าเครื่องสำอางค์และชั้นวางครีมครบ แต่ไม่มีเก้าอี้นั่งนะคะ

ถัดมาจะเป็นส่วนเตียงนอนขนาด Queen Size 5 ฟุตค่ะ

ระยะห่างระหว่างเตียงกับตู้เสื้อผ้าประมาณ 0.3 เมตร เดินค่อนข้างลำบากหน่อย

เช่นเดียวกันกับระยะห่างระหว่างปลายเตียงนอนกับผนังวาง TV ประมาณ 0.30 เมตรเช่นกัน

ด้านที่ติดกับกระจกไม่มีพื้นที่ด้านข้างค่ะ เพราะต้องดันเตียงติดกับผนังเลย

ตู้เสื้อผ้าจะเป็นแบบเดียวกันกับห้อง Studio บานเลื่อน 2 บาน ที่จับเป็นแผ่นอลูมิเนียมยื่นออกมาจากบานเปิด

มาต่อกันที่ห้องน้ำค่ะ มีธรณีก่อสูงขึ้นมากันน้ำไหลออก ห้องน้ำแยกโซนแห้งโซนเปียกชัดเจน โดยโซนเปียกจะก่อธรณีขึ้นมาประมาณ 0.05 เมตร

อ่างล่างมือแบบกลมมีที่วางของด้านข้างได้  ยี่ห้อ Cotto

ซ้ายมือเป็นสุขภัณฑ์พื้นที่ค่อนข้างกว้าง แนะนำสำหรับคนชอบอ่านหนังสือเวลาทำธุระอาจจะติดชั้นวางเล็กด้านซ้ายมือ ไว้วางหนังสือการ์ตูนอ่านเพลินๆ และอย่าลืมถังขยะมาวางตรงพื้นข้างซ้ายด้วยนะคะ

เข้ามาที่โซนเปียกมีฝักบัว ที่วางสบู่ และที่แขวนผ้าข้างในซึ่งเวลาอาบน้ำ อาจจะทำให้เสื้อผ้าที่แขวนไว้เปียกได้เหมือนกัน

ต่อมาที่ส่วนระเบียงค่ะ มีธรณีสูง 10 เซนติเมตร ประตูกระจกบานเลื่อน

ตัวล็อกให้ตามในภาพค่ะ

กระเบื้องระเบียงเป็นเซรามิกขนาด 30 x 30 เซนติเมตร

คอมเพรสเซอร์ 2 เครื่องของห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป่าลมมาด้านข้าง ตากผ้าแห้งง่ายเลยค่ะ ^^ ด้านล่างวางเครื่องซักผ้า

ด้านข้างเครื่องซักผ้ามีเต้าเสียบและ Floor Drain ระบายน้ำ

มาดูห้องมาตรฐานจริงกันค่ะ จะเห็นว่าเฟอร์นิเจอร์ให้เหมือนกับห้องตัวอย่างเลยค่ะ ผนังกระจกที่กั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่นไม่มีม่านมูลี่ให้นะคะ แนะนำให้ติดมูลี่ตามที่บอกไว้ข้างบนค่ะ

ม่านที่ให้ในห้องจริงสีและชนิดเดียวกันกับห้องตัวอย่างค่ะ

รวมทั้งโต๊ะเครื่องแป้งก็เหมือนกับห้องตัวอย่างค่ะ

ในห้องมาตราฐานจริงจะมีประตูเปิดเข้าห้องนอน

ห้องมตราฐานจริงไม่มี Wall Paper ให้อย่างที่บอกไว้ตอนต้น ทำให้ดูค่อนข้างโล่ง อาจจะตกแต่งด้วยรูปภาพ แปะ Wall Paper สวยๆ หรือจะวางชั้นลอยตั้งของตกแต่งก็ดีนะคะ

ปิดท้ายด้วยชนิดวัสดุที่ใช้ในห้องค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 9 July 2015 

  • Studio อาคาร C ชั้น 3 เนื้อที่ 25.15 ตร.ม. ราคา 1.521 ล้านบาท หรือ 60,500 บาท/ตร.ม.
  • Studio อาคาร C ชั้น 8 เนื้อที่ 25.15 ตร.ม. ราคา 1.647 ล้านบาท หรือ 65,500 บาท/ตร.ม.
  • TypeB 1 Bed อาคาร C ชั้น 5 เนื้อที่ 27.50 ตร.ม. ราคา 1.718 ล้านบาท หรือ 62,500 บาท/ตร.ม.
  • TypeB 1 Bed อาคาร C ชั้น 8 เนื้อที่ 27.50 ตร.ม. ราคา 1.801 ล้านบาท หรือ 65,500 บาท/ตร.ม.
  • TypeC 1 Bed อาคาร C ชั้น 2 เนื้อที่ 34.65 ตร.ม. ราคา 2.113 ล้านบาท หรือ 61,000 บาท/ตร.ม.
  • TypeC 1 Bed อาคาร C ชั้น 8 เนื้อที่ 34.65 ตร.ม. ราคา 2.321 ล้านบาท หรือ 67,000 บาท/ตร.ม.
  • TypeD 2 Bed อาคาร C ชั้น 3 เนื้อที่ 45.55 ตร.ม. ราคา 2.846 ล้านบาท หรือ 62,500 บาท/ตร.ม.
  • TypeD 2 Bed อาคาร C ชั้น 6 เนื้อที่ 45.55 ตร.ม. ราคา 2.983 ล้านบาท หรือ 65,500 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished
  • เพดานสูง 2.4 เมตร
  • Standard Room และชุดครัว
  • จอง 4,900 บาท
  • ทำสัญญา 4,900 บาท
  • ดาวน์ 0% ผ่อนดาวน์ 10 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
  • ค่ากองทุนรวม 350 บาทต่อตารางเมตร (ชำระครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์)
  • ค่าส่วนกลาง 30 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

สำหรับโครงการ S9 คอนโดมิเนียม ทำเลจะอยู่ในโซนปริมณฑลของกรุงเทพ ซึ่งจะค่อนข้างเงียบสงบได้กลิ่นอายของชานเมือง โครงการข้างเคียงส่วนใหญ่จะเป็นหมู่บ้านจัดสรรมากกว่า แต่ในอนาคตมีโอกาสที่โครงการแนวคอนโดมิเนียมเกิดมากขึ้น เนื่องด้วยเป็นเมืองที่กำลังขยายตัวและมีห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นมากมาย รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่กำลังจะเปิดให้ใช้บริการ สำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ เดินทางสะดวกค่ะ ด้วยตัวโครงการติดกับถนนรัตนาธิเบศร์ซึ่งเข้าซอยมาแค่ 100 เมตร อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับถนนราชพฤกษ์และวงแหวนกาญจนาภิเษก ในซอยป่าไม้อุทิศหรือซอยโยธาธิการ นนทบุรี 2023 ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการยังสามารถทะลุไปยังถนนราชพฤกษ์หรือบางกรวยไทรน้อยได้ แม้ในซอยจะขนาดเล็กและลดเลี้ยวไปหน่อยก็ตาม มาว่ากันที่การจราจรกันค่ะ ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนถนนราชพฤกษ์ก็ติดเอาการนะคะ เพราะสะสมรถมาจากแยกต่างๆ

ว่ากันต่อกับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ มีป้ายจอดรถเมล์อยู่หน้าซอยป่าไม้อุทิศเลย เดินมาเพียง 190 เมตรก็ไม่ไกลเกินระยะการเดินค่ะ ร่วมทั้งหน้าปากซอยมีพี่วินคอยให้บริการด้วย ในอนาคตอันใกล้ยิ่งรถไฟฟ้าสายสีม่วงเปิดใช้บริการเมื่อไหร่ การเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ยิ่งสะดวกมากขึ้นค่ะ

วัสดุของโครงการเป็นแบบธรรมดาไม่โดดเด่นมาก ตามราคาที่เหมาะสมแต่โปรโมชั่นในปัจจุบันค่อนข้างดึงดูดให้น่าสนใจเพราะให้ของมาครบจริงๆ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ครบชุดแม้กระทั่งผ้านวม ฟูก หมอน เครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด รวมทั้งผ้าม่าน 2 ชั้น ที่ให้ทั้งผ่าม่านโปร่งข้างนอกและทึบข้างในพร้อมเเพ็คกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย เมื่อเทียบกับราคาเริ่มต้นที่ 59,500-71,200 บาทต่อตารางเมตร ก็เป็นราคาที่เหมาะสม แต่หากเทียบกับโครงการข้างเคียงก็ดูจะมาตราฐานต่ำกว่าหน่อยนึง

การจัดวางตัวอาคารค่อนข้างเรียบง่ายและเป็นไปในทิศทางแดดลมที่เหมาะสม ที่จอดรถไม่ยุ่งยาก แต่ที่จอดรถน้อยไปนิดนึงอยู่ที่ 202 คันหรือคิดเป็น 30% จากจำนวนยูนิตทั้งหมด สวนที่มีให้ที่อาคาร A และ B ช่วยทำให้บรรยากาศที่ติดกับถนนและที่จอดรถดูสวยงามและร่มรื่นมากขึ้น การออกแบบอาคารเรียบง่าย คลุมโทนสีเทาในแบบ Modern Style ว่ากันต่อที่ยูนิตพักอาศัยที่ออกแบบมายังไม่ค่อยลงตัวกับการใช้สอยจริง เช่น ยูนิตห้อง Studio ตรงส่วนที่วางโซฟาถึงแม้ว่าจะติดกับหน้าต่างแต่ก็ไม่สามารถดู TV ได้ ต้องดู TV จากเตียงนอนเท่านั้น ซึ่งค่อนข้างลำบาก ในขณะที่ TypeB 1 Bedroom ก็ยังจัดเฟอร์นิเจอร์ไม่ลงตัวดีเช่นกัน บริเวณพื้นที่รับประทานอาหารใช้งานจริงค่อนข้างลำบาก เนื่องด้วยเก้าอี้ติดกับเคาน์เตอร์ครัวมากไป และห้องนอนที่วางเตียง 5 ฟุต ทำให้ห้องดูแคบ แต่สำหรับห้องน้ำออกแบบมากว้างขวางสะดวกดีและแบ่งโซนจัดเจนค่ะ จำนวนยูนิตของโครงการทั้งหมด 655 ยูนิต Low Rise 4 อาคาร ในพื้นที่ 6.5 ไร่ ซึ่งคิดเป็น 100 ห้องต่อ 1  ไร่ ก็ไม่ได้แออัดหนาแน่นมากนัก อัตราส่วนลิฟท์ประมาณ 80:1 อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม

สำหรับสาธารณูปโภค โซนสระว่ายน้ำทำออกมาได้ดี มี 3 คอนเซปท์ ทั้งส่วน Fun Pool สำหรับเด็กแต่งด้วยม่านน้ำตก, Relaxing Water Massage ระบบน้ำนวดตัว, สระว่ายน้ำมาตรฐานผู้ใหญ่ซึ่งมีที่วาง Day Bed ได้ มีฟิตเนส และสวนตรงกลางตรงอาคาร A และ B ช่วยให้ร่มรื่นมากขึ้น มีร้านค้า 10 ยูนิตด้านล่างทำให้สะดวกในการซื้อของเล็กๆน้อยๆ โดยรวมแล้วสาธารณูปโภคก็ทำออกมาได้ดีค่ะ

ลักษณะโครงการเหมาะกับคนที่อยู่ในโซนนนทบุรีรอบนอกออกไปไกลกว่านี้ สนใจซื้อคอนโดเป็นบ้านหลังที่ 2 เพราะเบื่อรถติดที่ทำให้เสียเวลาการเดินทางเข้าเมืองในชั่วโมงเร่งรีบ และนอกจากประหยัดเรื่องเวลาแล้วก็ยังช่วยประหยัดค่าน้ำมันรถ สามารถไปทำงานในเมืองด้วยรถไฟฟ้าได้สบายๆ ในวันหยุดก็ขับรถกลับบ้านครอบครัวสะดวกด้วยระยะทางที่ใกล้ ไม่ต้องใช้งบประมาณที่สูงมากเท่าคอนโดในฝั่งพระนคร แถมคอนโดยังพร้อมเข้าอยู่ได้เลยด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ครบครัน

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 64,425 บาท/ตร.ม., 09 July 2015

  • ทำเล 7.75/10 – ที่ตั้งโครงการห่างจากถนนรัตนาธิเบศร์เพียง  100 เมตร ซอยป่าไม้อุทิศทะลุออกถนนราชพฤกษ์กับบางกรวยไทรน้อยได้ แต่ความอุมสมบูรณ์ในละแวกยังน้อยไป
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 -ใกล้ถนนรัตนาธิเบศร์ แต่ที่จอดรถน้อยไปหน่อย
  • ไม่ใช้รถ 8.5/10 – เทียบกับราคาแล้วถือว่าใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางรักใหญ่ หน้าปากซอยมีวินมอเตอร์ไซต์ เดินไปหน้าปากซอย 190 เมตรมีป้ายรถเมล์
  • วัสดุ 8.25/10 – เฟอร์นิเจอร์ให้ครบ พร้อมเข้าอยู่ ส่วนคุณภาพก็มาตราฐานตามราคา
  • แบบ 7.0/10 – ออกแบบพื้นที่ใช้สอยในห้องยังไม่ลงตัว แต่โครงการหนาแน่นน้อยไม่แออัด
  • สาธารณูปโภค 8.0/10 – มีสวน 2 สวน สระว่ายน้ำ 3 สระ ฟิตเนส มีร้านค้าในโครงการ โดยรวมทำบรรยากาศภายในโครงการออกมาได้ค่อนข้างดี

  • ECONOMY CLASS
  • 7.85 / 10.00

BOTTOM LINE

S9 คอนโดมิเนียม โครงการนี้เหมาะกับคนที่เดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วงหรือโซนกรุงเทพฝั่งตะวันออก ชอบทำเลย่าน รัตนาธิเบศร์ มีห้างสรรพสินค้าเจ้าใหญ่มาเปิดไม่ไกล บรรกาศยากาศเงียบสงบ ล้อมด้วยบ้านเรือนพักอาศัย ราคาเริ่มต้นเบาๆที่ 1.49 ล้านบาท มีงบประมาณผ่อนประมาณ 11,000 – 24,000 บาท อยู่เองหรือต้องการซื้อไว้ปล่อยเช่าในอนาคต

ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

สมัครสมาชิก www.thinkofliving.com พร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี่ https://thinkofliving.com/register/