Wish Signature Midtown Siam จาก สยามนุวัตร เป็นคอนโด High rise สูง 45 ชั้นริมถนนเพชรบุรี ใกล้ BTS ราชเทวี โครงการมีจุดเด่นอยู่ที่มีทางลัดเดินไปยังสยามได้ และมีห้องพักที่ได้ Private Lift ซึ่งเริ่มตั้งแต่ห้อง 1 Bedroom เลย จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง ตอนนี้โครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว เราจะพาไปชมพาชมห้องตัวอย่างเเละพื้นที่ส่วนกลาง กันค่ะ 

Fact @ 20 December 2018 

  • Wish Signature Midtown Siam (วิช ซิกเนเจอร์ มิดทาวน์ สยาม)
  • บริษัท สยามนุวัตร จำกัด
  • SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี
  • คอนโด High Rise 45 ชั้นและชั้นใต้ดิน 4 ชั้น 623 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 25 ยูนิต ที่ชั้น 6-14
  • ที่จอดรถในช่องจอดประมาณ  324 คันคิดเป็น  52%  มีชั้นจอดรถใต้ดิน
  • ที่ดินประมาณ 2-3-60 ไร่
  • โครงการก่อสร้างเเล้วเสร็จ : ตุลาคม 2561
  • 1 Bedroom 27 – 37 ตารางเมตร 
  • 2 Bedrooms 41 – 68 ตารางเมตร 
  • 3 Bedrooms+ >92 ตารางเมตร 
  • ระยะพื้นถึงฝ้าเพดานสูง 2.65 เมตร
  • ราคาต่อตารางเมตรประมาณ 130,000 – 180,000 บาท (ราคาปี 2557)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรโดยประมาณ 210,000 บาท (ราคาปี 2561)
  • อ่านเพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS ราชเทวี ได้ที่ : มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS ราชเทวี
  • อ่านเพิ่มเติมรีวิวห้องตัวอย่างและทำเลของโครงการ Wish Signature Midtown Siam ได้ที่ : คลิกที่นี่
  • http://www.siamnuwat.com/wishsignature/
  • โทร 02-652-6533 , 080-001-8899

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.752026,100.534687

ที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนเพชรบุรี ฝั่งเดียวกันกับ Platinumประตูน้ำ สามารถเดินไปยังรถไฟฟ้า BTS ราชเทวีได้ในระยะทางราวๆ 350 เมตร ฝั่งนี้จะเป็นฝั่งขาเข้า ทำให้สามารถเดินทางไปยังพญาไท หรือถ้าจะขับรถก็เลี้ยวเข้าไปยังสยามได้สะดวก และมีจุดกลับรถอยู่ก่อนแยกที่ตัดกับถนนพญาไท ทำให้สามารถเดินทางไปยังโซนนานา พร้อมพงษ์ อโศก รัชดา ทองหล่อ หรือพัฒนาการได้โดยผ่านถนนเพชรบุรีนั่นเอง


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Wish Signature Midtown Siam เป็นโครงการ High Rise สูง 45 ชั้น 623 ยูนิต วางอาคารเป็นรูปตัว U ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 2-3-60 ไร่ แนวความคิดในการออกแบบของโครงการนี้ คือ Ultra Modern Luxury condominium @ the heart of midtown siam ซึ่งต้องการให้โครงการนี้เปรียบเหมือน Oasis ของใจกลางเมืองอย่างสยามนั่นเอง เราจะเห็นได้ตั้งแต่หน้าตาของตัวตึกเลย ที่เน้นโทนสีเขียว ทั้งกระจกเขียว และเเนวเส้นต่างๆ รวมไปถึง Facade หรือส่วนประดับประดาอาคารที่นำเองเเผง Vertical green มาใช้ 

จากทางเข้าโครงการเราจะเห็นอาคารสูงที่ตั้งขนานไปกับถนนเพชรบุรีเลย โดยอาคารจะถูกออกแบบผังเป็นรูปตัว U ชั้นใต้ดิน 4 ชั้น และชั้น 2-4 จะเป็นชั้นที่จอดรถของโครงการ สามารถจอดรถได้ 324 คัน ชั้น 1 จะมี Shop และ Lobby ส่วน Facility หลักๆจะมีที่ชั้น 5 และชั้น 37 ส่วนชั้น 15 จะมี Roof top Garden อยู่ที่ส่วนปีกของโครงการ(หรือขาของตัว U) 

LOBBY ชั้น 1

เริ่มจาก Lobby ของโครงการ Wish Signature Midtown Siam กันก่อน ทางเข้า Lobby จะมีอยู่ 2 ทางหลักๆคือ ทางคนเดินที่สามารถเดินมาจากทางเข้าด้านหน้าได้เลย และอีกทางจะอยู่ทางด้านหลังของอาคาร หน้าประตู Lobby จะมี Drop off ที่สามารถจอดส่งคนเข้าตรงที่ Lobby ได้เลย เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วน Lobby กลางก่อน มีเคาน์เตอร์อยู่ตรงกลาง สามารถติดต่อสอบถามได้ การตกแต่งภายในจะมีการเลือกใช้ผนังสีเขียว ให้เข้ากับภายนอกอาคาร

ช่วงที่ไปทำรีวิว เป็นช่วงสิ้นปีพอดี มีการตกแต่ง Lobby ให้เข้ากับช่วงเทศกาล ดูน่ารักอบอุ่นดีค่ะ อีกส่วนนึงที่เราว่าออกแบบได้น่าสนใจดีคือฝ้าเพดานของส่วน Lobby ที่จะมีการนำเอาไม้มาออกแบบ ซึ่งช่องเเอร์ต่างๆก็ถูกออกแบบมาให้กลมกลืนไปกับฝ้าเพดานไม้นี้ด้วย

รูปนี้จะเป็นโถงลิฟต์ของส่วนกลางนะคะชั้นไปถึงชั้น 15 ที่เป็น Roof top Garden เนื่องจากโครงการนี้มีจุดเด่นที่ห้องพักได้ Private Lift ดังนั้นจาก Lobby กลางจะสามารถเดินแยกซ้าย-ขวาไปยังโถงของ Private Lift ทั้งปีกซ้ายและขวาของอาคารได้  และจะมีลิฟต์แยกอีกจุดหนึ่งที่ใช้โดยสารสำหรับห้องที่ไม่ได้ Private Lift ค่ะ
ห้องแบบที่ได้ Private Lift (ส่วนนี้เป็นอาคารหลักที่ขนานไปกับถนนเพชรบุรี) กับห้องพักที่ใช้ลิฟต์โดยสารรวม(ส่วนที่เป็นปีกของตัว U) ซึ่งห้องพักที่ไม่ได้ Private Lift นี้ก็จะใช้ลิฟต์กลาง 2 ตัวเป็นหลัก ซึ่งจะสามารถใช้โดยสารได้ถึงชั้น 15 เท่านั้นค่ะ ส่วนใครที่อยากจะขึ้นไปใช้ส่วนกลางที่ชั้น 37 ให้เปลี่ยนไปใช้ Service Lift นะคะ

ส่วนโถงของ Private Lift จะมีบรรยากาศค่อนข้างกว้างขวาง มีพื้นที่นั่งเล่นอยู่ภายในโถง 

ตำแหน่งของ Mail Box จะถูกจัดวางอยู่บริเวณโถงลิฟต์ที่เราใช้งานเป็นหลักค่ะ อย่างห้องที่ได้ Private Lift ปีกซ้าย Mail Box ก็จะอยู่ตรงโถงลิฟต์นี้ค่ะ เเยกให้ไปเลย สามารถเช็คกล่องจดหมายก่อนขึ้นห้องได้

พื้นที่ส่วนกลางชั้น 5

ขึ้นมาที่ชั้น 5 จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลักชั้นแรก ชั้นนี้จะมีส่วนกลางที่ประกอบไปด้วย Family zone ที่โอบล้อมด้วยอาคารรูปตัว U (Family pool, Mini Amphitheater ,Open Library) และ Mini Theater ที่อยู่ด้านใน 

ออกจากตัวอาคารมาเราจะเจอกับ Family Pool ก่อนเลยที่มี 2 ระดับ สามารถให้เด็กมาเล่นได้ เเละตรงกลางที่เป็นสวนยกระดับออกแบบคล้ายเป็น Amphitheater อยู่ตรงกลาง คร่อมสระทางด้านหลังไป

เนื่องจากมีอาคารโอบล้อมพื้นที่ตรงนี้ไว้ถึง 3 ด้าน ทำให้ระยะเวลาการใช้งานในช่วงกลางวันยาวนานขึ้นด้วย (ไม่ร้อนมาก เกิดร่มเงาตลอด) นอกจากนี้ยังมีการปลูกต้นไม้ใหญ่ที่ชั้นนี้ด้วย สร้างพื้นที่สีเขียวและความร่มรื่น

สวนตรงกลางที่ยกระดับ จะมีทั้งบันไดเดินขึ้นหรือนั่งเล่นได้ เเละส่วนที่เป็นทางลาด ความชันพอประมาณให้เด็กวิ่งเล่นออกกำลังกายก็ได้ค่ะ ตรงกลางจะเห็นเป็น Tube หรือท่ออยู่ ทะลุพื้นลงไป ตรงนี้ในช่วงเวลากลางคืนจะมีการเปิดไฟเล่นกับเเสงด้วย ส่วนเวลากลางวันก็จะทำให้สระว่ายน้ำที่อยู่ข้างใต้ได้เเสงสว่างเพิ่มขึ้น

ปีกซ้าย-ขวาของอาคารจะมี Facade หรือเเผงตกแต่งอาคารอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ได้ประโยชน์คือ 1)คือเป็น Vertical Green สร้างพื้นที่สีเขียวให้กับผนังของอาคาร 2) เบี่ยงมุมมองจากทางเดินทั้ง 2 ฝั่งไม่ให้หันไปเห็นห้องนอนที่อยู่ตรงกลางแบบชัดๆ ห้องนอนตรงกลางก็ยังได้ความเป็นส่วนตัวอยู่นั่นเองค่ะ

ทั้งสองฝั่งจะมีทางเดินไปยังห้อง Library ที่อยู่ปลายทาง 

สระว่ายน้ำตรงกลางจะเป็นสระที่มีความลึกมากขึ้น สามารถว่ายออกกำลังกายได้ และมีน้ำพุตกแต่งทั้ง 2 ฝั่ง มีร่มเงาที่เกิดจาก Amphitheater ด้านบน ในขณะเดียวกันก็ยังได้แสงสว่างที่ส่องลงมาจากท่อ

พอเล่นน้ำกันเสร็จแล้ว ถ้าอยากเข้าห้องน้ำหรืออาบน้ำ ชั้นนี้ก็จัดห้องน้ำแยกชาย-หญิงมาให้พร้อมใช้งาน มีครบทั้งห้องสุขาและห้องอาบน้ำค่ะ 

เราเดินมาจนสุดทาง จะเจอกันบันไดซึ่งเดินลงมานิดนึงจะเจอสวนเล็กๆก่อนเข้าไป Library ที่ผนังเป็นกระจกทั้งหมด ดังนั้นเราจึงอ่านหนังสือพร้อมชมวิวได้รอบเลยค่ะ 

ห้อง Library มีขนาดใหญ่เลย เป็นห้องกระจกที่มีความสูงเเบบ Double Space สามารถมองออกไปทางหน้าอาคารเห็นวิวถนนเพชรบุรีได้ ภายในตกแต่งด้วยไม้ บรรยากาศดูอบอุ่นแบ่งออกเป็นโซนต่างๆให้เลือกใช้ตามความต้องการของเราไม่ว่าจะเป็นนั่งอ่านหนังสือกับเพื่อนๆแบบเป็นกลุ่ม นั่งอ่านคนเดียวแล้วชมวิวไปด้วยก็มีค่ะ 

อย่างที่บอกไปว่าห้องนี้มีการออกแบบด้วยโทนสีไม้ ซึ่งถ้าลองสังเกตดูจะเห็นว่าฝ้าเพดานก็ใช้เเนวคิดเดียวกันกับ Lobby ค่ะ มุมนี้ที่นั่งทางโครงการทำมาเป็นเบาะบนนั่งบนพื้นต่างระดับคล้ายๆ Theater สามารถมองวิวภายนอกอาคารได้ และมีโต๊ะเตี้ยเเบบโต๊ะญี่ปุ่นกับฟูกนั่งพื้น ให้บรรยากาศเหมือนกับอยู่บ้าน Cozy & Comfy

ต่อมาเราจะพาเข้าไปดูส่วนกลางอีกห้องหนึ่ง ซึ่งห้องนี้อยู่ในอาคารค่ะ นั่นคือ Mini Theater มีทั้งหมด 2 ห้อง ให้เราได้มาใช้ดูหนังกันได้

เป็นห้องฉายหนังแบบ Projector มีเก้าอี้เเละเครื่องเสียงมาให้เหมือนอยู่ในโรงหนังเลยค่ะ อยู่บ้าน พักผ่อน ดูหนังได้แบบชิลล์ๆ

พื้นที่ส่วนกลางชั้น 37

ชั้นที่ 37 ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งชั้น ประกอบไปด้วยชั้น 37 Sky Pool (Infinite Edge ยาว 43 เมตร) ซึ่งถือว่าเป็นสระว่ายน้ำที่ 2 ของโครงการตั้งอยู่หน้าอาคาร , Sky Fitness, Sky Lounge , Sauna ในห้องน้ำแยกชาย-หญิง และ Grand Amphitheaterทางด้านหลังอาคาร  พื้นที่ส่วนกลางเเทบทุกส่วนจะสามารถมองวิวรอบๆอาคารได้

Sky Pool จะยาวเต็มความยาวของอาคารเลย และก่อนที่จะเป็นส่วนลึกที่ว่ายน้ำ จะมีที่นั่งริมสระให้เรามานอนเล่นดูวิวชิวๆได้เช่นกัน และเป็นเหมือนส่วนที่กั้นให้คนที่ใช้งานสระว่ายน้ำ ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ไม่ถูกรบกวนจากคนที่มาให้งานส่วนอื่นๆที่ชั้นนี้

ตำแหน่งลิฟต์ส่วนตัวที่ขึ้นมาก็จะเจอสระว่ายน้ำเลย โถงลิฟต์ก็ถูกออกแบบให้เป็นกระจก ดูโปร่ง โล่ง สว่าง เปิดประตูลิฟต์ออกมา เจอสระว่ายน้ำเลย

Sky Fitness ที่โครงการนี้มีผนังเป็นกระจกสามารถเห็นวิวเมืองได้เต็มที่ทั้งทางประตูน้ำและสยาม

อุปกรณ์และเครื่องเล่นมีให้ใช้งานค่อนข้างหลากหลาย ทั้งลู่วิ่ง เครื่องปั่นจักรยาน กระสอบทราย ดัมเบล เป็นต้น

ด้านหลังอาคารจะเป็น Grand Amphitheater เห็นวิวเมืองฝั่งสยาม พื้นที่ตรงนี้จะถูกจัดเป็นระดับ เราเอาเบาะมานั่งอ่านหนังสือดูวิวชิลล์ๆเวลากลางวัน หรือดูแสงไฟของเมืองยามค่ำคืนก็ได้

ห้องน้ำจะอยู่สุดทางเดินทั้งสองฝั่งเเยกชาย-หญิง มีห้องน้ำ ห้อง Sauna อยู่ด้านใน ตกแต่งด้วยโทนสีขาว วัสดุลายหิน มีการซ่อนไฟส่องสว่างให้ไม่จ้าเกินไป ในขณะที่แสงสว่างเพียงพอกับการใช้งาน

ห้องน้ำในชั้นนี้มีห้อง Sauna มาให้ด้วย เอาไว้ใช้ผ่อนคลายจากการออกกำลังกาย บรรยากาศภายในห้อง Sauna ประมาณนี้ค่ะ 

Sky Lounge เป็นอีกจุดพักผ่อนชั้นบนที่ได้ความเป็นส่วนตัวเเละได้วิว มีที่นั่งเเบบที่เป็นโซฟาและเคาน์เตอร์ให้เลือกใช้งาน

ที่นี่จะมีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหาร สามารถนำอาหารขึ้นมาจัด Party เล็กๆที่บนชั้นนี้ได้

พื้นที่นั่งเล่นถูกจัดไว้ค่อนข้างหลายชุดหลายมุม ใช้งานได้หลายคน

พื้นที่ส่วนนี้ก็ได้วิวที่ค่อนข้างเปิดโล่ง มองไปยังสยามได้ นอกจากวิวก็ยังได้แสงสว่าง เหมาะกับการมานั่งทำงานหรืออ่านหนังสือได้สบายๆ

หรือใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็หันหน้าเข้าหาผนัง มีโคมไฟและปลั๊กไฟให้พร้อมใช้งาน เป็นมุมสงบสำหรับทำงานนอกจากห้องนอนเราก็ได้ค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1 
    • Lobby
    • Mail Room
    • Shop
  • ชั้น 5
    • Family zone 
      • Family pool
      • Mini Amphitheater
      • Open Library
    • Mini Theater 
  • ชั้น 15
    • Roof Garden
  • ชั้น 37
    • Sky Pool (Infinite Edge ยาว 43 เมตร)
    • Sky Fitness
    • Sky Lounge
    • Sauna
    • Grand Amphitheater
  • ลิฟต์
    • Private lift 7 ตัว
    • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว
    • ลิฟต์ Service 1 ตัว
  • ที่จอดรถในช่องจอด 324 คัน คิดเป็น 52%
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

Wish Signature Midtown Siam  ประกอบไปด้วยห้องพักจำนวนทั้งสิ้น  623  ยูนิต มีแบบห้องตั้งแต่ 1 Bedroom ไปจนถึง 3 Bedroom ขนาดห้องดังนี้ 1 Bedroom 27 – 37 ตารางเมตร , 2 Bedrooms 41 – 68 ตารางเมตร และ 3 Bedrooms+ >92 ตารางเมตร  ซึ่งโครงการนี้มีจุดเด่นที่ ห้องพักที่ได้ Private Lift ดังนั้น เราจึงมีตัวอย่างห้องที่ได้ลิฟต์ส่วนตัวมาให้ดูทั้งหมด 2 ห้อง เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่ารูปแบบห้องจะออกมาเป็นอย่างไร

ห้องแรกที่เราจะพาไปชมเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 33.07 ตร.ม. เป็นห้องที่อยู่ฝั่งด้านหลังโครงการ มองไปเห็นวิวสยามนั่นเองค่ะ โดยห้องนี้จะได้พื้นที่ Foyer ก่อนที่จะเข้าพื้นที่ส่วนห้องพักจริงๆซึ่งจะมีประตูกั้นอีกชั้นหนึ่ง ส่วน Foyer นี้ตำแหน่งจะอยู่หน้าลิฟต์กับเมื่อเข้าประตูห้องมาจากทางเดินนั่นเองค่ะ พื้นที่ตรงนี้เปรียบเสมือนหน้าบ้านของเรา สามารถจัดเป็นที่วางร่ม วางรองเท้า หรือเก็บของบริเวณนี้ได้ ช่วยให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ในกรณีที่เราขึ้นลิฟต์มาพร้อมกับคนอื่น คนนั้นไม่เห็นภายในห้องเราจริงๆค่ะ

เข้ามาดูส่วนพักอาศัยกัน จะเห็นว่ามีการจัดพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดส่วน ตรงกลางเป็นพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหาร ครัวและระเบียงแยกไปอยู่ทางฝั่งซ้ายเลย ครัวเราสามารถกั้นเพิ่มเติมเป็นครัวปิดได้ สำหรับห้องนอนนั้นจะกั้นแยกออกจากส่วนอื่นๆชัดเจน และด้วยความที่เป็นห้องหน้ากว้าง ทำให้พื้นที่เกือบทุกส่วนอยู่ชิดติดหน้าต่างภายนอกด้วยค่ะ ซึ่งมีข้อดีคือเราได้แสงสว่างและได้วิวแบบเต็มๆ การจัดผังในลักษณะนี้เค้าเน้นวิวและพื้นที่ใช้สอยภายในห้องมากกว่า ดังนั้นระเบียงจึงถึงใช้เป็นพื้นที่ซักล้างและวาง Condensing unit ของแอร์ กั้นแยกเป็นสัดส่วน ไม่มาวุ่นวายกับส่วนพักอาศัยและสะดวกต่อการซ่อมบำรุงค่ะ 

เริ่มต้นจากทางเดินหลักของชั้นเมื่อเข้าห้องมาจะเจอกับ Foyer ของห้องก่อน เมื่อเข้าไปทางซ้ายมือจะเป็นตำเเหน่งของลิฟต์ที่ขึ้นตรงมาที่ห้องนอนได้เลย และมีประตูอีกชั้นที่เป็นประตูแบบ Digital Door Lock ก่อนเข้าไปยังพื้นที่ห้องจริงๆ  Private Lift นี้ก็จะเป็นลิฟต์ล็อคชั้น แต่ก็มีโอกาสที่เราจะใช้พร้อมกันกับห้องที่อยู่ข้างๆ , บนหรือล่างเราเช่นกันค่ะ ตัวพื้นโครงการนี้ให้มาเป็นพื้นแบบ Engineered wood หนา 14 มม.

เข้ามาในส่วนห้องพักอาศัยจะถูกจัดให้ห้องนอนเเละห้องน้ำอยู่ทางขวามือ ตรงกลางจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่น ส่วนซ้ายมือจะเป็นครัว

พื้นที่ห้องจะมีความลึกประมาณ 4 เมตร ไม่ลึกมาก แสงสว่างสามารถเข้าไปได้แทบทุกพื้นที่ของห้อง แอร์ของห้องนี้จะได้เป็นเเบบ Conceal ดูเรียบร้อยสะอาดตา ตัวห้องมีความสูงมาตรฐานอยู่ที่ 2.65 เมตร

สามารถจัดวางที่นั่งทานอาหารได้ประมาณ 2-3 ที่นั่ง

ชุดครัวเเละ Built-in จะให้มาพร้อมห้องเลย (มีBuilt-in ตำแหน่งตู้เย็นให้ด้วย) แต่จะไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มานะคะ ส่วนครัวจัดวางเป็นรูปตัว L มีเตาไฟฟ้าเเละเครื่องดูดควันให้มาพร้อม Back splash ด้านหลังกันเลอะเทอะ

ติดกับครัวมีพื้นที่สำหรับวาง Condensing unit และมีแผงบังตาอยู่ริมผนังโครงการ เปิดประตูระบายอากาศภายในครัวได้เต็มที่

อีกฝั่งนึงตรงข้ามครัวหน้าประตูทางเข้าห้อง จะมีพื้นที่สามารถทำเป็นชั้นโชว์ของ เก็บของได้ หรือเราจะจัดให้มุมนี้เป็นมุมสำหรับวางที่นั่งรับประทานอาหาร หรือเป็นมุมทำงานก็ได้ค่ะ

ตัวห้องเเบ่งได้ค่อนข้างเป็นสัดส่วน แต่ก็ยังมีความเชื่อมต่อกันอยู่ อย่างพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนก็จะดูอยู่ชิดริมหน้าต่าง และหน้าโซฟาไม่ได้เป็นพื้นที่ทางเดินที่มีคนสามารถเดินผ่านไปมาได้ และถ้าเรามองอาคารภายนอกจะเห็นว่าอาคารดูเป็นอาคารกระจกแทบทั้งสิ้นเลย ซึ่งตัวห้องพักก็จะได้หน้าต่างและกระจกกว้างเต็มความกว้าง และสูงเต็มความสูงเลยค่ะ แสงสว่างเข้ามาได้เต็มที่ และสามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้ด้วย

เข้ามาดูในห้องนอนกันบ้าง ห้องนอนสามารถวางเตียง 5 ฟุตได้ ขนาดห้องกำลังพอดี มีมุมสามารถทำ Built-in ตู้เสื้อผ้าหน้าห้องน้ำได้ และปลายเตียงเป็นผนังทึบ สามารถติดทีวีเเบบเเขวนผนังได้ค่ะ

เมื่อเข้ามาในห้องน้ำจะเเยกพื้นที่ใช้งานออกเป็นส่วนเเห้งเเละส่วนเปียก ตัวอ่างล้างหน้าจะได้เคาน์เตอร์และมี Built-in ตู้เก็บของใต้เคาน์เตอร์เต็มความกว้างของห้องเลย มีพื้นที่วางของค่อนข้างมาก ตัวสุขภัณฑ์ของโครงการนี้จะได้เป็นของ American Standard หรือเทียบเท่าค่ะ ส่วนพื้นที่ส่วนเปียกจะกั้นเป็นห้องแยกออกมา มีฉากกั้นกระจก Tempered glass แบบไม่มีเฟรมให้มาค่ะ

มาดูอีกห้องนึงกันบ้าง ห้องนี้เป็นห้องแบบ 1B06 ขนาด 34.34 ตร.ม. เป็นห้องที่อยู่ด้านหน้าโครงการ สามารถมองออกไปเห็นถนนเพชรบุรีค่ะ ซึ่งห้องนี้ก็ยังได้ Private Lift อยู่ เป็นห้องหน้ากว้าง มีผนังกระจกมาตลอดเเนว ทำให้พื้นที่ภายในห้องสว่าง ได้วิวรอบๆโครงการ แบบนี้จะค่อนข้างเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง มีพื้นที่ครัวที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งตรงนี้เป็นครัวเปิด เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยทำอาหารมากนัก ใช้ครัวแค่อุ่นอาหาร เตรียมอาหารมากกว่า มีพื้นที่ระเบียงเล็กๆไว้วาง Condensing Unit ส่วนห้องนอนจะมีพื้นที่ทำเป็น Walk-in Closet ได้อยู่หน้าห้องน้ำ สะดวกในการใช้งานค่ะ ห้องนี้จะต่างจากห้องเมื่อสักครู่ที่พาไปชมอยู่ ตรงที่เมื่อออกมาจากลิฟต์จะไม่มีพื้นที่ที่เป็น Foyer แต่จะมีพื้นที่หน้าลิฟต์พอดีคนยืน 1-2 คน ก่อนจะเป็นประตูเข้าห้องนอนค่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นส่วนตัวภายในห้อง เผื่อกรณีที่คนอื่นเข้าลิฟต์มาพร้อมกันนั่นเอง 

เริ่มจากเข้าห้องมาจากโถงทางเดินกันก่อนค่ะ เข้ามาเราจะเจอกับพื้นที่ส่วนครัวและส่วนรับประทานอาหาร และทางขวามือเป็นตำเเหน่งลิฟต์

พื้นที่ส่วนนี้ยังคงมี Built-it ชุดครัว มาให้เหมือนเดิม เข้ามุมเป็นรูปตัว L เราสามารถติดตั้งประตูเพิ่มขึ้นตรงนี้ได้เพื่อกั้นเป็นสัดส่วนมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถจัดวางชุดเฟอร์นิเจอร์สำหรับรับประทานอาหารได้ 2-3 ที่นั่งค่ะ

สำหรับห้องที่ได้ Private Lift ประตูแบบ Digital Door Lock จะอยู่ที่หน้า Lift นะคะ ส่วนประตูที่ออกไปยังโถงทางเดินจะใช้เป็นกุญแจกับมือจับก้านโยกอยู่

ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นที่ส่วนนั่งเล่นพักผ่อนค่ะ ส่วนนี้มีหน้ากว้างเกือบ 3 เมตร จัดโซผาแบบ 2 ที่นั่งได้ ฝั่งตรงข้ามโซฟามีผนังอยู่ ทำให้วางเฟอร์นิเจอร์ และชั้นวางทีวีได้ง่าย

ข้างๆตำแหน่งวางทีวีจะมีประตูซ่อนอยู่ ในห้องมาตรฐานจะเจอกับประตูกระจกเลยนะคะ ไม่มีประตูไม้บานเลื่อน(ตรงนี้ทำขึ้นมาเป็นไอเดียค่ะ)

เปิดประตูออกไปจะเป็นตำแหน่งวาง Condensing Unit ของห้องค่ะ ตรงนี้จะไม่ใช่ระเบียงเพื่อใช้ชมวิวเท่าไหร่นะคะ เเต่เราสามารถวางของ หรือตากผ้าได้

มองกลับเข้ามา เราจะเห็นว่าพื้นที่ 1 Bedroom ของโครงการนี้จะค่อนข้างจัดออกมาเป็นสัดส่วนนะคะ ฟังก์ชันการใช้งานถือว่าครบ และไม่มีส่วนที่ดูเล็กหรือคับเเคบจนเกินไป เดี๋ยวเราลองเดินเข้าไปดูที่ห้องนอนกันบ้าง

ห้องนอนก็จะได้หน้าต่างเต็มความกว้างของห้องเช่นกัน ทำให้เราได้วิวเเละเเสงสว่างเต็มที่

ปลายเตียงสามารถติดตั้งทีวีเเบบเเขวนผนังได้ โดยทางโครงการมีการเตรียมปลั๊กเอาไว้ให้เรียบร้อย

ก่อนเข้าห้องน้ำก็จะมีพื้นที่สำหรับทำเป็น Walk-in Closet อยู่ทั้ง 2 ฝั่งทางเดิน ซึ่งสะดวกต่อการใช้งาน อาบน้ำเสร็จก็สามารถออกมาแต่งตัวได้สะดวกค่ะ 

ส่วนห้องน้ำก็จะเเยกส่วนเปียกเเละส่วนเเห้งออกจากกัน

ชุดสุขภัณฑ์ของ American Standard ภายในเน้นการตกแต่งพื้นและผนังด้วยกระเบื้องโทนสีขาวเป็นหลัก ตำแหน่งวางสุขภัณฑ์จะต่างเล็กน้อยตรงที่จะวางอ่างล้างมืออยู่ตรงกลางเลย เดินเข้ามาใช้งานสะดวก มีพื้นที่รอบๆอ่างเเละชั้นวางของให้วางค่อนข้างเยอะเลยค่ะ


***ช่วงนี้มีโปรโมชัน “HBD! Happy Best Deal” ลุ้นรับ “โชคใหญ่” สุดคุ้ม 3 ต่อ กับยูนิตพิเศษ เริ่ม 5.19 ล้านบาท* จอง และ ทำสัญญา พร้อมโอนภายใน 30 วัน (นับจากวันที่จองและทำสัญญา) รับโชค “ทอง” 2 ชั้น , รับฟรี ผ้าม่าน PASAYA ,รับฟรี ค่าส่วนกลาง 1 ปี

* สำหรับใครที่สนใจโครงการนี้ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานขาย (เปิดบริการทุกวัน 10.00-19.00 น.)
โทร 080-001-8899, 080-001-9988 

Facebook & Instragram : siamnuwat
Line: @siamnuwat