รีวิวฉบับที่ 1710 … สวัสดีค่ะ FYNN Asoke คอนโดทำเลใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า อีกทั้งยังใกล้พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ในระยะเดินให้เราสามารถมาออกกำลังกายหรือชมธรรมชาติได้สะดวก โครงการนี้ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 10 ใกล้กับจุด Interchange ของรถไฟฟ้าทั้ง BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท มีห้างใหญ่อย่าง Terminal 21 อยู่ใกล้เคียง วันนี้เราจะพาไปเดินเล่นชมทำเลของโครงการกันก่อนค่ะ ไปชมกันเลย

โครงการ FYNN Asoke (ฟินน์ อโศก) เป็นโครงการของ FYNN Development ที่เคยมีผลงานอย่าง FYNN SUKHUMVIT 31 หรือ FYNN Aree ข้อมูลเบื้องต้นจะเป็นโครงการ Low Rise สูง 8 ชั้น ตั้งอยู่บนที่ดิน 1-3-70 ไร่ บนซอยสุขุมวิท 10 ซึ่งใกล้กับ BTS อโศกนั่นเองค่ะ โดยจะมีราคาเริ่มต้น 4.5 ล้านบาท

เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.735617, 100.556795

แผนที่จากทางโครงการค่ะ FYYN Asoke เป็นโครงการที่ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 10 เป็นสุขุมวิทฝั่งเลขคู่ขาเข้าเมือง ซอยนี้จะอยู่ระหว่าง BTS นานา และ BTS อโศก 

ความอุดมสมบูรณ์ของทำเล

ถนนอโศกมนตรี หรืออโศกที่เราคุ้นเคยกัน เป็นถนนสายสั้นๆระยะทางประมาณ 1.3 กม. ซึ่งเดิมทีเป็นซอยสุขุมวิท 21 (ชื่อของ Terminal 21 ตัวเลข 21 นี่ก็มาจากซอยสุขุมวิท 21 นั่นเองค่ะ) ถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางที่เชื่อมกับถนนรัชดาภิเษกที่เป็นถนนวงแหวนรอบในของกรุงเทพฯ เป็นถนนที่ต่อเนื่องกันเป็นวงกลมเชื่อมต่อกันรอบๆกรุงเทพฯ แต่ไม่ติดกัน ดังนั้นจึงไม่ต้องเเปลกใจไปว่าทำไมเราจะเจอถนนรัชดาภิเษกทั้งจากบริเวณแยกพระราม 9 ไปจนถึงแยกที่บรรจบกับถนนวงศ์สว่าง ทั้งบริเวณหน้าศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิติ์หรือในย่านท่าพระก็จะเจอถนนรัชดาภิเษกอีกเช่นกัน

จุดตัดของถนนรัชดาภิเษกกับถนนสุขุมวิทนี้เป็นอีก Node หนึ่งที่สำคัญของคนกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญเติบโตค่อนข้างสูง และมีความหลากหลายในเชิงการใช้งานของพื้นที่ คือบางพื้นที่เขตเศรษฐกิจ เราก็มักจะเจอสำนักงานเยอะ มีโรงเรียนบ้าง แต่ก็อาจไม่มีห้างสรรพสินค้าใช่ไหมค่ะ เเต่สำหรับอโศกเเล้ว คือมีความหลากหลายมากอีกย่านนึงเลย เพราะมีทั้งสาธารณูปโภคที่ครบครัน ถนนหนทางหลากหลายเส้น  ระบบขนส่งมวลชนแทบทุกประเภท รถเมล์ เรือ รถไฟฟ้า BTS , MRT หรือจะเป็น Aiport rail link จากอโศกก็สามารถไปใช้งานได้โดยสะดวกค่ะ ส่วนเเหล่งงานก็มีค่อนข้างหลากหลายตั้งแต่ SMEs ไปจนถึงบริษัทขนาดใหญ่ หรือจะเป็นงานบริการด้านอื่นๆ เช่นโรงเเรมชั้นนำหลายแบรนด์ก็มาเปิด ณ ถนนเส้นนี้ ดังนั้นเราจะเห็นเหล่านักท่องเที่ยวเดินผ่านกันไปมาถือว่าเป็นปกติเลยค่ะ จึงเกิดงานบริการนักท่องเที่ยวย่อยๆอย่างร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ เปิดอยู่ข้างถนน ตรอก ซอก ซอย กันอีกเยอะเเยะเลย ส่วนของโรงเรียน บนถนนเส้นนี้ก็มีโรงเรียนชื่อดังอยู่ อย่างเช่นโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ที่ถือว่าเป็นโรงเรียนประจำที่เป็นหญิงล้วนเเห่งเเรกของประเทศไทย หรือจะเป็นมศว.ที่เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศเราค่ะ

ในส่วนของโครงการ FYNN Asoke จะตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 10 ฝั่งตรงกันข้ามกับ Terminal 21 บนถนนสุขุมวิทในช่วงอโศก-นานานี้ ถือได้ว่าเป็นโซนที่มีชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่มักจะเป็นชาวตะวันออกกลาง ซึ่งมาตั้งรกรากค้าขายในย่านนี้มานานแล้ว สังเกตบริเวณข้างทางจะมีร้านขายผ้า ร้านตัดเสื้อสูท ร้านอาหาร และร้านค้าของชาวตะวันออกกลางอยู่พอสมควร และในช่วงสุขุมวิทต้นๆอย่าง ซอย สุขุมวิท 12 ซอยข้างๆโครงการจะมีชุมชนของชาวเกาหลี และจะมี Korean Town อยู่บริเวณต้นซอยค่ะ ส่วนในซอยสุขุมวิท 10 ในเวลาปกติถือว่าเป็นซอยตันจึงไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่และมีความเป็นส่วนตัวพอสมควร โดยส่วนมากเป็นพื้นที่สำหรับพักอาศัย ท้ายซอยเป็นพื้นที่ของโรงงานยาสูบและสวนเบญจกิติซึ่งมีเส้นทางสามารถเดินผ่านไปออกสวนเบญจกิติได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้กันเท่าไหร่ สวนนี้ถือเป็นอีกจุดเด่นของทำเลเพราะเราสามารถออกไปใช้พื้นที่สีเขียวของสวนสาธารณะได้ในระยะที่เดินถึง ภายในสวนยังมีทางจักรยานและทางเดินเลียบคลองไผ่สิงห์โตที่เชื่อมไปออกสวนลุมพินีได้อีกด้วย และในช่วงโมงเร่งด่วนจะมีการเปิดทางให้รถวิ่งผ่านไปทะลุออกถนนพระราม 4 หรือรัชดาภิเษกฝั่งหน้าสวนเบญจกิติได้ค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์ของโครงการภายในซอยอย่างที่บอกไปบรรยากาศจะค่อนข้างเงียบๆหน่อยเป็นที่พักอาศัยเป็นส่วนใหญ่ จะมีร้านอาหารอยู่บ้างช่วงต้นๆซอย เดี๋ยวเราจะพาไปดูกันนะคะ ซึ่งจะเเตกต่างกับบรรยากาศบนถนนใหญ่ที่จะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหารตั้งแต่ Korean Town ที่อยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 12 หรือจะเป็นภายในอาคาร ไทม์สแควร์ หรือฝั่งตรงข้ามถนนก็จะมีร้านค้า ร้านอาหารอยู่ตลอดทาง ตั้งแต่นานามาเลย บนถนนสุขุมวิทเป็นถนนที่เกาะตามแนวรถไฟฟ้าดังนั้นจึงมีห้างน้อยใหญ่อย่าง โรบินสัน หรือจะเป็น Terminal 21 ศูนย์การค้าใหญ่ใจกลางอโศกที่รู้จักกันดีว่ามี Food Court ที่ถูกและดีอยู่ชั้นบน และมี Retail เเบรนด์ใหญ่น้อยให้เลือกซื้ออีกมากมาย , หรือถ้าจะนั่งรถไฟฟ้าออกไปอีกสถานีอย่างพร้อมพงษ์ เราก็จะเจอกับอีกเเหล่งช็อปปิ้ง ที่เรียกว่า Em District มี The Emporium , The Emquartier ที่ถือว่าหรูหรา สะอาด สบาย หรือถัดมาอีกหน่อยทางชิดลม-เพลินจิต ก็จะมี Central Embassy และ Central ชิดลม หรือจะนั่งรถไฟฟ้าไปสยามเลยก็ใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าใครชอบอากาศบริสุทธิ์หรืออยากทำกิจกรรมกลางเเจ้ง เดินเล่น หรือวิ่งออกกำลังกายก็สามารถไปที่สวนสวนเบญจกิติ สวนลุมพินี หรืออุทยานเบญจสิริได้ค่ะ นับว่าเป็นทำเลที่ครบครันเลยนะคะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สวนสาธารณะ
    • สวนเบญจกิติ , โรงงานยาสูบ – 200 m.(ถึงประตูทางเข้า)
    • อุทยานเบญจสิริ – 2.0 km.
    • สวนลุม – 2.6 km.
  • แหล่ง Shopping และร้านอาหาร
    • Korean Town – 450 m.
    • Robinson Sukhumvit – 700 m.
    • Terminal 21 – 800 m.
    • Em District – 2.3 km.
  • สำนักงาน
    • Times Square – 550 m.
    • อาคาร interchange 21 – 1 km.
    • อาคาร Exchange Tower – 1 km.
    • Lake Ratchada – 1 km.
    • Sermmit Tower – 1.2 km.
    • Sinothai Tower – 1.3 km.
    • G”MM’ Grammy – 1.6 km.
    • FYI Center – 3 km.
  • โรงพยาบาล
    • รพ.บำรุงราษฎร์ – 1.7 km.
    • รพ.จักษุรัตนิน – 2.6 km.
    • รพ.สมิติเวช – 4.1 km.
  • ระบบขนส่งมวลชน
    • BTS นานา – 600 m.
    • BTS อโศก – 700 m.(ทางขึ้นประตู Times Square 550 m.)
    • MRT สุขุมวิท – 900 m.
  • สถานศึกษา
    • รร.วัฒนาวิทยาลัย – 1.6 km.
    • รร.เซนต์ดอมินิก – 3 km.
    • รร.สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร – 2.4 km.
    • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – 2.2 km.
  • OTHERs
    • Health Land อโศก – 1.1 km.
    • ศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิติ์ – 1.3 km.

การเดินทางโดยใช้รถ

จากตัวโครงการ เส้นทางหลักในการเดินทางกรณีที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวนั้น เนื่องจากภายในซอยเป็นซอยตัน ดังนั้นการเข้าออกจึงจะต้องผ่านเส้นสุขุมวิทเท่านั้น แต่ก็จะมีเงื่อนไขบางประการที่เป็นของโรงงานยาสูบ ที่จะเปิดทางเข้า-ออกสำหรับรถยนต์ช่วงท้ายซอย เพื่อระบายรถในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยรถทั่วไป สามารถผ่านเข้า-ออก โรงงานยาสูบได้ตามกำหนดเวลาดังนี้ ช่องทางพระราม 4 นานาใต้ (สุขุมวิท 4) ซอยแสนสำราญ (สุขุมวิท10) และช่องทางถนนรัชดาภิเษก (ด้านศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์) ประตูจะเปิดให้ใช้งานตั้งแต่เวลา 05.00 น. – 09.00 น. และ 15.00 – 18.00 น. ดังนั้นในช่วงเวลาดังกล่าว ก็จะมีทางลัดไปออกยังถนนพระราม 4 ได้ด้วยนะคะ

โครงการ FYNN Asoke ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทฝั่งเลขคู่ อยู่ระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนพระราม 4 ในแง่ของการเดินทางไปยังที่ต่างๆนั้น เส้นสุขุมวิทเมื่อออกจากซอยสุขุมวิท 10 จะเป็นถนนฝั่งขาเข้าเมือง ซึ่งใช้เดินทางไปยังสี่แยกปทุมวันหรือสยามสแควร์ได้ หรือในขาออกเมือง ก็จะพาเราไปยัง อ่อนนุช บางนา หรือสมุทรปราการได้เลย เป็นถนนตรงๆ ไม่ซับซ้อนค่ะ หรือถ้าเราอยากเดินทางไปยัง พร้อมพงษ์ ทองหล่อ หรือ เอกมัย เราก็สามารถใช้ถนนสุขุมวิทฝั่งขาออกเมืองเพื่อเชื่อมต่อไปได้เลย โดยถนนสุขุมวิทนี้ก็จะเชื่อมต่อไปยังถนนอื่นๆอีกได้หลายเส้น เช่น ถนนอโศกมนตรี ที่จะพาเราไปยังพระราม 9 – รัชดา หรือจะเลยไปยังลาดพร้าวก็ได้ หรือจะเป็นถนนรัชดา มุ่งหน้าไปพระราม 3 ก็จะผ่านแยกพระราม 4 และคลองเตยค่ะ และสำหรับใครที่ทำงานย่านสีลม สาทร เมื่อเราไปยังเส้นพระราม 4 แล้ว จะเดินทางต่อไปทำงานระยะทางก็อีกไม่ไกลเลยค่ะ เป็นใจกลางเมืองที่เส้นทางการเดินทางถือว่าสะดวกมาก ติดอย่างเดียวคือการจราจรที่ติดขัด หนักหนาสาหัส เช้า-เย็นทุกวัน ต้องทำใจค่ะ

ส่วนจุดกลับรถบนถนนสุขุมวิทนั้น ในกรณีที่เราออกจากโครงการเเละต้องการไปยังถนนสุขุมวิทฝั่งขาออก ก็จะมีจุดกลับรถอยู่หน้าซอยนานา ก่อนถึงสถานี BTS นานาค่ะ หรือถ้าเรามาจากสยามหรือลงทางด่วนเฉลิมมหานคร แล้วต้องการกลับรถมายังโครงการ จุดกลับรถก็จะอยู่ตรงสี่แยกอโศกเลย ใต้สถานีรถไฟฟ้าอโศกนั่นเอง

สำหรับทางด่วนที่ใกล้ที่สุดของโครงการนี้นั้นจะเป็นทางด่วนเฉลิมมหานคร ที่จะอยู่ใกล้ๆกับรถไฟฟ้าสถานีเพลินจิต ห่างจากโครงการเราออกไปประมาณ 2.3 เมตร ซึ่งการเดินทางไปก็ง่ายมาก คือเดินทางไปตามถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้า ให้ชิดขวาเข้าไว้ จุดขึ้นทางด่วนจะอยู่ใต้ทางด่วนพอดี ก่อนถึงรถไฟฟ้าเพลินจิตค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ

การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนของอโศกนี้ถือว่ามีตัวเลือกหลากหลายครับครันเลย หลักๆอย่างรถไฟฟ้าก็จะมีทั้ง BTS ที่จะพาเราไปยังสยาม , สาทร , วงเวียนใหญ่ หรือไปยังฝั่งธนฯก็ได้ ส่วนรถไฟฟ้า MRT ก็จะพาเราไปยังหัวลำโพง , ลาดพร้าว , จตุจักรได้ ถ้าเราใช้ MRT เดินทางไป 1 สถานี สถานีเพชรบุรี ตรงนั้นก็จะมีทางเชื่อมไปยังรถไฟฟ้า Airport Rail Link เป็นตัวเลือกอีกทางสำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ และก็จะมีท่าเรืออโศกอยู่ใกล้ เป็นอีกเส้นทางน่าสนใจ ในวันที่เราอยากเดินทางไปชิลล์ย่านเมืองเก่า ชมวัดพระเเก้ว เรือด่วนก็พาเราไปยังผ่านฟ้าได้ง่ายในเวลาประมาณ ครึ่งชม.เท่านั้นค่ะ

หรือจะเป็นระบบขนส่งมวลชนเดิมคู่ชาวกรุงอย่างเราแบบรถเมล์ ก็จะมีป้ายรถเมล์อยู่ระหว่างสถานี BTS กับซอยสุขุมวิท 12 เป็นอีกตัวเลือกในการเดินทางไปยังสยามได้ ถ้าใครมีข้าวของเยอะหน่อย อาจจะต้องเรียกใช้บริการรถเเท็กซี่ เราจะพึ่งพา Application ก็ได้ หรือจะลองเดินออกไปโบกมือเรียก บริเวณนี้เป็นจุดที่เรียกได้ง่ายมาก มีเเท๊กซี่ผ่านไปมาตลอด 24 ชม.เลยค่ะ (แต่จะไปหรือไม่ไปนี่ก็อีกเรื่องนึงนะคะ) แต่สำหรับช่องทางที่สะดวกสุดสำหรับคนเเถวนี้ที่ต้องการซื้อเวลา ก็คงเป็นการใช้งานพี่วินมอเตอร์ไซค์ของเรานั่นเอง มีให้เรียกใช้เเทบทุกซอยบนถนนสุขุมวิทเลย สะดวก รวดเร็วมากค่ะ

เส้นทางการใช้จักรยาน

อีกหนึ่งเส้นทางที่เราว่าน่าสนใจอยากเเนะนำกันคือเส้นทางจักรยานนั่นเองค่ะ จากการที่พื้นที่บริเวณนี้มีสวนสาธารณะอยู่ใกล้ๆกันทั้งหมด 4 สวนคือ

  1. สวนลุมพินี มีเนื้อที่ประมาณ 360 ไร่
  2. สวนป่าเบญจกิติ (ระยะที่ 1 ที่สร้างเสร็จ) มีเนื้อที่ประมาณ 61 ไร่
  3. สวนบญจกิติ มีเนื้อที่ประมาณ 130 ไร่
  4. อุทยานเบญจสิริ มีเนื้อที่ประมาณ 29 ไร่

โดยพื้นที่แต่ละสวนนี้จะมีเส้นทางจักรยานที่สามารถวิ่งเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด โดยจะมีทั้งเส้นทางลอยฟ้าและเส้นทางปกติค่ะ ที่เราแนะนำว่าเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่น่าใจคือสำหรับคนที่ทำงานเส้นวิทยุหรือพระราม 4 การจะขับรถหรือนั่งรถสาธารณะเพื่อไปทำงานอาจจะทำให้เราเจอรถติดกวนใจ ซึ่งเราก็สามารถใช้เส้นทางด้านหลังโครงการออกไปยังสวนป่าเบญจกิติ ขี่จักรยานยาวไปยังสวนลุมพินีเลยก็ได้ ซึ่งเส้นทางด้านหลังนี้ค่อนข้างน่าใช้งานอยู่นะคะ เพราะเป็นทางที่ไม่ผ่านถนนใหญ่เท่าไหร่ วิ่งผ่านสวนไป บรรยากาศดีอยู่ เเอบไปดูรีวิวใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็สามารถปั่นไปยังสวนลุมได้เลย เเต่ก็จะมีหลายช่วงของเส้นทางอยู่ที่ต้องลงมาจูงจักรยานขึ้นลงบันไดอยู่ค่ะ

เส้นทางการเดินทาง : จาก BTS สถานีอโศกไปยังโครงการ

ในเส้นทางการเดินทางเเรกที่เราจะพาไปแนะนำกัน เราจะเริ่มจากรถไฟฟ้าอโศกกันก่อนเลยนะคะ ออกมายังถนนฝั่งขาเข้าเมือง เดินตามทางมาเรื่อยๆยังซอยสุขุมวิท 10 เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอย ตรงอย่างเดียวก็จะเห็นโครงการ FYNN Asoke ตั้งอยู่ทางขวามือเเล้วค่ะ เส้นทางนี้คาดว่าจะใช้เป็นทางหลักในการเดินทางมายังโครงการเลย ก็อย่างที่บอก อโศกนับเป็นอีกย่านนึงที่การจราจรติดขัด ไม่เกรงใจใคร ดังนั้นการสัญจรของผู้คนที่มาทำงาน เรียน หรืออยู่อาศัยส่วนใหญ่ก็จะใช้รถไฟฟ้านี่ละค่ะ ระยะทางทั้งสิ้นจะอยู่ที่ประมาณ 700 เมตร ถึงเเม้ว่าจะยังไม่ใช่ระยะทางที่เดินสบายอะไรนัก แต่ถนนสองข้างทางก็จะมีร้านค้าให้แวะ หรืออะไรให้มองเพลินระหว่างเดิน ซึ่งก็ช่วยให้การเดินไม่น่าเบื่อหรือเหนื่อยเกินไปนั่นเองค่ะ

เรามาเเอบส่องรอบๆ สถานีอโศกกันซักหน่อยดีกว่า สถานีอโศกนั้น นับว่าเป็นสถานีรถไฟฟ้าที่สำคัญอีกสถานีหนึ่งของชาวกรุงเทพกันเลยก็ว่าได้ นอกจากจะเป็นสถานี Interchange หลักเเล้ว ยังเป็นสถานีที่เรียกว่ามีอาคารสำนักงาน สถานศึกษา สถานบันเทิง และ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตั้งอยู่เรียงกันอย่างหนาแน่น ดังนั้นการออกแบบสถานีนี้นั้น จึงมีทางออกและเส้นทางการเชื่อมต่อที่เรียกกันว่า Sky walk ตรงเข้าตึกได้หลากหลายอาคาร อาทิเช่น ทางออกที่ 1 , 3 และ 6  สามารถเข้าไปยังห้าง Terminal 21 ได้ หรือทางออก 3 ที่มีทางลงเพื่อไปยังสถานีรถไฟฟ้า MRT สุขุมวิทได้อีกด้วย สำหรับคนที่ต้องการออกไปยังฝั่งอาคาร Interchange หรือ Exchange Tower ก็มี Sky walk เดินข้ามสี่เเยกได้สบายเลย นับว่าเป็นความสะดวกอีกอย่างนึงของสถานีนี้นะคะ

 

ก่อนจะไปดูเส้นทางการเดินทางไปยังโครงการกัน เราขอแวะเข้าไปใน Terminal 21 กันซักหน่อย ว่าจะมีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

โดยส่วนตัวคิดว่าห้างนี้มีความโดดเด่นเรื่องของกินนะคะ อันดับเเรกเลยคือ Foodcourt ราคาประหยัดอันเลื่องลือ โดยตัวห้างได้เอาโซนนี้มาไว้ชั้นบนสุด เป็น Strategy อย่างหนึ่งให้คนมาใช้งานห้างนี้ เเละเดินไปรอบๆห้างจนถึงชั้นบนสุดในสุด ร้านค้าอื่นๆที่มาเช่าที่ก็สามารถได้รับประโยชน์จากคนเดินผ่านไปมาได้เหมือนกัน ส่วนชั้นล่างสุดจะมี Gourmet Market ให้บริการอยู่ ถือว่าเป็น Premium Supermarket เลยนะคะ รอบๆก็จะมีร้านอาหาร ร้านขนมหลายๆร้านเหมือนกันค่ะ แวะไปซื้อของกิน หรือฝากท้องได้เลย

ภายใน Gourmet Market ก็จะมีอาหารสด อาหารปรุงสำเร็จ หรือโซนต่างๆที่มีตัวเลือกมากกว่า Supermarket ทั่วไป อย่างที่เราไปเห็นก็จะมีโซนที่ขายเกี่ยวกับเต้าหู้เเละผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเต้าหู้โดยเฉพาะ ยาวเต็มชั้นวางสินค้าเลยค่ะ

ส่วนที่เป็น Retail ก็จะอยู่ตามชั้นต่างๆที่จะมีธีม (Theme) เป็นการเดินทางไปเที่ยวแต่ละประเทศเเตกต่างกันไปในแต่ละชั้น อย่างชั้นนึงเราไป London พอลงบันไดเลื่อนมาก็จะเจอกับโคมไฟตกแต่งบรรยากาศเมือง Istanbul หรือลงไปอีกชั้นก็จะเป็น Japanese Style เหมือนเดินช็อปปิ้งอยู่ในฮาราจูกุนั่นเองค่ะ ในช่วงที่เปิดใหม่ๆ ถือว่าเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ใครหลายๆคนต้องมา Check-in กันเลย เพราะห้องน้ำแต่ละชั้น และเเม่บ้านที่ดูแลก็จะเเต่งตัวให้เข้ากับ Theme ของชั้นนั้นๆด้วย สนุกดีค่ะ ผู้อ่านได้ Check-in กันครบทุกชั้นรึยังเอ่ย?

บรรยากาศข้างในก็ออกแบบมาได้น่าสนใจเลยนะคะ อย่างเช่นเมื่อเราเข้าห้างมา ก็จะเจอกับบันไดเลื่อนขนาดใหญ่ พาเราขึ้นข้ามชั้นไป 2-3 ชั้นเลย ซึ่งเราก็ไม่เคยเห็นเเบบนี้ที่ไหนมาก่อน หรือชั้นบนก็จะมีโรงภาพยนตร์ให้บริการเเละมีฟิตเนสด้วยค่ะ

กลับออกมายังสถานีรถไฟฟ้าอโศกกัน สำหรับการเดินทางไปยังโครงการ FYNN Asoke นั้น ให้เราออกทางออกที่ 2 หรือ 5 ฝั่งตรงกันข้ามกับ Terminal 21 ค่ะ (มุ่งหน้าไปยังฝังขาเข้าเมืองนะคะ ไม่ใช่ทางออกที่ใกล้กับสี่แยกอโศก)

เรายังตามทางออก 2,5 กันอยู่ เดินเลี้ยวขวาตามทางไปเลย

ทางออก 2 นั้น จะเป็นทางลงไปยังฟุตบาทข้างๆถนนสุขุมวิท ส่วนทางออก 5 นั้น จะพาเราไปยัง ทางออกซอย 23 เข้าห้าง Robinson เข้าโรงแรมเชอราตัน หรือเข้าอาคารไทม์สแควร์ได้เลย ในวันนี้เราอยากลองพาเดินไปยังทางออก 5 กันนะคะ เพราะว่าเดินข้างบน Skywalk เนี่ย ทางเดินสบายกว่า และห่างฝุ่นควันรถยนต์ด้วยค่ะ

ถ้าเราลงทางออก 2 ลงไป จะเจอกับฝั่งสุขุมวิทขาเข้า มี 7-Eleven อยู่ปลายทางลงเลยค่ะ

ตรงนี้จะเป็นกลุ่มอาคารพาณิชย์ที่มีร้านค้าอื่นๆอยู่ข้างเคียงค่ะ เน้นขายนักท่องเที่ยวเป็นส่วนมาก

เดินตามทาง Skywalk ก็จะเจอกับทางเเยกซ้ายขวา 2 แยก แยกแรกคือถ้าออกขวาจะเป็นทางลงไปยังซอยสุขุมวิท 19 หรือซอยโรงเรียนวัฒนาค่ะ ส่วนทางซ้ายมือ จะเป็นทางเข้าไปยังโรงแรมเชอราตัน เเกรนด์ สุขุมวิทเลย ส่วนทางแยกที่สอง ไปทางขวาจะเป็นโรบินสัน สุขุมวิท ส่วนทางซ้ายจะตรงเข้าไปในอาคารไทม์สแควร์ค่ะ

เดี๋ยวเราจะลองเเวะโรบินสันดูซักนิด ว่ามีอะไรน่าสนใจในนั้นไหม?

โรบินสันนี้เป็นห้างเก่าเเก่ประมาณนึงเลย ตัวห้างจะตั้งอยู่ในอาคารเดียวกันกับโรงเเรม The Westin grande Sukhumvit ภายในก็จะมีโซนที่เป็นตัวห้างเเละมี Tops supermarket ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน มี McDonalds ให้บริการอยู่ โดยส่วนตัวคิดว่าก่อนที่ Terminal 21 จะเปิดให้บริการ คนที่อยูเเถวนี้ก็จะใช้ห้างนี้เป็นหลักเลยค่ะ แต่พอมีห้างใหม่ ใหญ่กว่าเดิมมาเปิด ส่วนนี้ก็จะดูทรุดโทรมหน่อยเเละเงียบๆไป แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวที่พักแถวนี้หรือแถวนานาเดินเข้ามาจับจ่ายใช้สอยกันอยู่บ้าง เราคิดว่าข้อดีของที่นี่อย่างนึงเลยคือทั้ง Tops supermarket และ Mcdonalds สาขานี้เปิด 24 ชม.ค่ะ ในกรณีที่ใครทำงานกลับบ้านดึก ห้างปิดเเล้ว ก็แวะดูเเวะซื้อที่นี่ก่อนเข้าห้องก็ได้ ถือว่าสะดวกดีนะคะ ต้องมีใครเคยอยากกินเฟรช์ฟรายตอนเที่ยงคืนเหมือนเราแน่ๆ

กลับมายังเส้นทางการเดินทางไปยังโครงการของเรากันต่อ เราจะลองเข้าไปดูในอาคารไทม์สแควร์กันค่ะ ประตูเข้า-ออกอาคารนี้จะมีเวลาเปิด-ปิดอยู่ที่ 07.00-23.00 น. ค่ะ เราแนะนำทางนี้เพราะจะช่วยทำให้เรารู้สึกว่าโครงการไม่ไกลจากรถไฟฟ้าเกินไป มีช่วงเดินเข้าอาคารตากแอร์เป็นระยะ ทำให้เราไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อยด้วยค่ะ

ภายในอาคารไทม์สแควร์ 4 ชั้น + ชั้นใต้ดิน จะเป็น Retail Shop มีร้านอาหารหลายร้าน เช่นอาหารเกาหลี มีร้านชาบูนางใน ร้านเสื้อผ้า ร้านทำผมอยู่ บรรยากาศจะไม่ได้ดูหรูหราแบบห้างแบรนด์ใหญ่ๆ แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกใกล้โครงการค่ะ

ร้านขายยาอย่าง Boots , Watsons หรือร้านกาแฟอย่าง Starbucks , Amazon และร้านสะดวกซื้อย่าง Lawson 108 ก็มีเปิดให้บริการอยู่ในอาคารนี้เเทบทั้งสิ้นเลยค่ะ

ออกจากอาคารมาเราจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรบินสัน ให้เราเลี้ยวซ้ายเดินตามทางไปเลย เส้นทางเดินจะไม่ค่อยมีที่หลบฝนซักเท่าไหร่นะคะ ช่วงไหนฝนตกบ่อยๆก็อย่าลืมพกร่มกันด้วยค่ะ

ตรงตามทางไปเลย ฟุตบาทเเถวนี้ถือว่ากว้างอยู่นะคะ เดินสบาย

เลยอาคารไทม์สแควร์มาก็จะเจอกับป้ายรถเมล์ เราสามารถเลือกนั่งรถเมล์เข้าสยามในวันชิวๆก็ได้นะคะ หรือใกล้ๆกันก็จะมีสะพานลอยอยู่ ฝั่งตรงกันข้ามหรือฝั่งสุขุมวิทเลขคี่ก็จะมีร้านอาหาร ร้านค้าเยอะอยู่เช่นกัน เดินข้ามไปเลือกซื้อได้ตามสบายเลย

เลยสะพานลอยมาเราจะเจอกับซอยสุขุมวิท 12 เรายังคงเดินตรงไปเรื่อยๆนะคะ

ภายในซอยสุขุมวิท 12 ข้างในเป็นซอยตันนะคะ มีอาคารทั้งบ้านพักอาศัย อพาร์ตเมนต์ และโรงเเรมอยู่ด้านในค่ะ

บริเวณหัวมุมของซอยสุขุมวิท 12 ก็จะมีร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-eleven ตั้งอยู่ค่ะ สาขา Korean Town นั่นเอง

ตรงนี้จะมี Korean Town ตั้งอยู่ ซึ่งเป็นอาคาร 2 อาคารที่มี Court เชื่อมต่อกันตรงกลาง ภายในจะมีร้านอาหาร ร้านขนมสัญชาติเกาหลีเปิดให้บริการกันอย่างมากมาย ถือเป็นดงชาวเกาหลีเลยค่ะ หรือใครที่อยากมาชิมอาหารเกาหลีต้นตำรับก็ลองมาเลือกร้านกินกันในนี้ได้

บรรยากาศที่ไปมาตอนกลางวันก็จะไม่มีร้านรวงเปิดเท่าไหร่นัก ส่วนมากเค้าจะเปิดกันตอนเย็นๆถึงดึกๆค่ะ มีอาหารหลากหลายนะคะ แต่ที่เห็นเยอะๆหน่อยก็จะเป็นร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี

กลับออกมาจาก Korean Town เราก็เดินทางไปต่อค่ะ

เดิมทีเส้นสุขุมวิทอาคารที่ขึ้นเลียบถนนเส้นสุขุมวิทส่วนมากจะเป็นอาคารพาณิชย์หรือตึกแถวอยู่เยอะ ด้านบนเป็นที่พักอาศัย ด้านล่างเปิดร้านค้าขาย เดินผ่านเส้นนี้เราก็จะเห็นร้านเก่าเเก่ที่ยังเปิดให้บริการกันอยู่เรื่อยๆตามทางเลยคะ

พอเจอป้ายบอกซอยสุขุมวิท 10 ก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอยมาได้เลย

ที่ปากซอยมีพี่วินมอเตอร์ไซค์ให้บริการอยู่ เข้าซอย 10 บาท หรือจะไปไหนเทียบราคาตามป้ายได้เลย สมมุติว่าเราทำงานแถวเเกรมมี่หรือเรียนเเถวปลายถนนอโศกก็ 30 บาทค่า

หัวมุมถนนที่เห็นจะเป็นสวนชูวิทย์ค่ะ เเต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาสวนนี้ปิดให้บริการเเล้วนะคะ ข่าวว่ามี Developer เจ้านึงเช่าซื้อไปเพื่อไปทำอาคารประเภท Mix Used ค่ะ เเอบเสียดายต้นไม้นะคะ ยังดูร่มรื่นเลย

เดินกลับมาที่สุขุมวิทซอย 10 ปากซอยมีร้านขายทองตั้งอยู่ค่ะ

เดินเข้าซอยไปเลย ช่วงต้นๆซอยทางขวามือยังเป็นพื้นที่สวนชูวิทย์อยู่ ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นอาคารพาณิชย์ที่ถูกดัดแปลงไปใช้งานด้านต่างๆ เช่นสำนักงาน โรงแรมเป็นต้น

ทำให้ช่วงต้นๆซอยยังมีความครึกครื้นอยู่หน่อย เราสามารถมาหาของกินแถวนี้ได้

หรือจะเป็นร้านอาหารตามสั่งบ้านๆก็มีเหมือนกันบริเวณต้นซอยค่ะ พอเข้าไปในซอยซักพักเราจะไม่เห็นร้านค้าอะไรเเล้วค่ะ เป็นที่อยู่อาศัยกันมากกว่า

อันที่จริงซอยนี้จะเป็นซอยตัน รถวิ่งสวนกันได้เป็น 2 ways ท้ายซอยจะมีทางเชื่อมไปยังพื้นที่ของโรงงานยาสูบได้ ซึ่งเดี๋ยวเราจะอธิบายในพาร์ทถัดไปนะคะ

เดินมาเราเเอบเจอร้านน่าสนใจร้านนึงชื่อว่า Chan & Yupa Tearoom ร้านนี้เป็นบ้าน 2 ชั้นเก่าเเก่ที่ถูกนำมาปรับปรุงให้เป็นร้านอาหารเเละร้านน้ำชา

บรรยากาศตกแต่งออกมาได้น่ารักและมีสวนใหญ่หน้าตัวบ้านด้วย ถือว่าน่าสนใจมาก ไว้จะกลับไปเเวะชิมดูนะคะ

เดินตรงเข้ามาในซอยก็จะเริ่มเป็นที่พักอาศัย

เจอโรงเเรมแกเลอเรียเท็นทางซ้ายมือ หน้าตาตึกดูสะดุดตา

เข้าซอยมาอีกเราเจอกับคอนโดสูงที่สร้างมานานแล้ว ทางฝั่งซ้ายเป็นสุขุมวิทปาร์ค ส่วนฝั่งขวาสุขุมวิทคาซ่า

ด้านหน้าทางเข้าคอนโด สุขุมวิท ปาร์คทางซ้ายมือค่ะ

เลยมานิดหน่อยก็จะถึงเเล้วค่ะ โครงการเราตั้งอยู่ทางขวามือ

มองเข้าไปยังโครงการ เดิมทีที่ดินของโครงการเป็นบ้านเดี่ยวที่มีความร่มรื่นมาก เราจะเห็นสวนหนาแน่นจนไม่สามารถมองเข้าไปเห็นบ้านพักอาศัยที่อยู่ข้างในได้เลย ซึ่งโครงการ FYNN Asoke เองก็มีแผนที่จะคงต้นไม้ใหญ่หลายๆต้นไว้อยู่ และวางอาคารตามเเนวที่ไม่ต้องตัดต้นไม้มากนัก

อย่างเช่น ต้นจามจุรีต้นนี้ ทางโครงการบอกมาว่าเป็นต้นเก่าแก่ อายุมากกว่า 60 ปี ซึ่งเเผ่กิ่งก้านร่มเงาได้เต็มที่มาก คือนอกจากสวนที่อยู่ใกล้ๆโครงการเเล้ว เราคิดว่าภายในโครงการถ้าเก็บต้นไม้ได้หลายๆต้น รับรองว่าน่าจะร่มรื่นมากเช่นกันค่ะ

จากหน้าโครงการมองไปยังปากซอยค่ะ มีอาคารประเภทคอนโดมิเนียมอยู่บ้างนะคะ อย่างทางขวามือจะเป็น Sukhumvit Park ส่วนซ้ายมือจะเป็น Sukhumvit CASA ค่ะ ส่วนบ้านเดี่ยวที่อยู่ภายในซอยนี้ก็จะเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ ที่มีการปลูกต้นไม้ค่อนข้างมาก ทำให้เราเห็นพื้นที่สีเขียวตามทางตลอดเเนวถนนค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพเเวดล้อมรอบๆโครงการ ภายในซอยสุขุมวิท 10 ส่วนมากจะอาคารประเภทบ้านพักอาศัย โดยจะมีทั้งบ้านพักอาศัยเดิมประเภทบ้านเดี่ยว 2-3 ชั้น ที่ดินกว้างๆ กับอาคารประเภท คอนโดมิเนียมเก่าหน่อย และมีโรงแรมบ้างประมาณ 2-3 โรงแรมภายในซอย เนื่องจากท้ายซอยจะสามารถเดินเชื่อมต่อไปยังสวนเบญจกิติได้ ดังนั้นเราจะเห็นผู้คนเดินเข้า-ออกซอยตลอดเวลา เพื่อไปใช้งานสวนนั่นเองค่ะ แต่จะไม่พลุกพล่านเท่ากับซอยข้างๆหรือย่านนานาที่จะมีนักท่องเที่ยวเยอะๆนะคะ คนที่ใช้งานซอยนี้มักจะเป็นคนที่อยู่อาศัยเเถวนี้มากกว่า

  • ทิศเหนือ – ติดกับบ้านพักอาศัย และ อาคาร Sukhumvit CASA
  • ทิศใต้ – ติดกับบ้านพักอาศัยเเละคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น
  • ทิศตะวันออก – เป็นทางเข้าหลักของโครงการ ติดกับซอยสุขุมวิท 10 ฝั่งตรงกันข้ามจะเป็นบ้านพักอาศัยเเละที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตก – ติดกับอพาร์ทเมนท์และโรงแรม Citadines

ทิศเหนือโครงการ จะติดกับบ้านพักอาศัยอยู่และถัดมาจะเป็นคอนโด Sukhumvit CASA เป็นคอนโดสูง 20 ชั้น สร้างมาอายุอานามพอพอกับ Sukhumvit Park เลยค่ะ

ทิศเหนือ คอนโด Sukhumvit CASA สูง 20 ชั้นค่ะ

 

คอนโดสุขุมวิท ปาร์คนี้เป็นคอนโดค่อนข้างเก่าหน่อย สร้างมาแล้วนานกว่า 20 ปี สูง 30 ชั้น ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เยื้องๆโครงการเราค่ะ

ทิศตะวันออก ติดกับบ้านเดี่ยวสูง 3-4 ชั้นค่ะ

ทิศตะวันออก ติดกับที่ดินเปล่า ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของโรงเเรม Centre Point ใช้เป็นที่จอดรถของทางโรงแรม

ทิศตะวันออก ติดกับซอยสุขุมวิท 10 ซึ่งเป็นถนนหน้าโครงการ ภาพนี้เป็นมุมมองที่มองไปยังท้ายซอย โครงการเราจะอยู่ทางขวามือค่ะ โดยถนนนี้จะเป็นถนน 2 ways รถสามารถขับสวนกันได้ ไม่มีทางเท้า แต่รถไม่ได้พลุกพล่านเท่าไหร่ จึงจัดว่าสามารถเดินได้สบายอยู่ค่ะ

มองจากหน้าโครงการไปยังท้ายซอยทางซ้ายมือจะมีโรงเเรม Centre Point อยู่ ซึ่งโรงเเรมนี้จะมีรถรับส่งเเขกไปยังปากซอยถนนสุขุมวิท จึงไม่ค่อยเจอเเขกเหรื่อเดินให้วุ่นวายภายในซอยนะคะ

โรงเเรม Centre Point สุขุมวิท 10 ตัวอาคารเป็นตึกสูง ราคาค่าเช่าห้องพักก็เรทใจกลางเมืองเลยค่ะ เริ่มต้นก็ห้าพันกว่าบาทเเล้ว

ทิศใต้ ติดกับบ้านพักอาศัย 1-2 ชั้นค่ะ

พาไปชมสวนหลังบ้าน สวนเบญจกิติ และสวนป่าเบญจกิติ

จากโครงการเราจะพาเดินไปยังท้ายซอยนะคะ เพื่อไปยังเที่ยวกันที่สวนขนาดใหญ่ใกล้โครงการเราอย่างส่วนเบญกิติและสวนป่าเบญจกิตินั่นเองค่ะ

จากหน้าโครงการมุ่งหน้าไปทางโรงเเรม Centre Point เลย

เดินตามทางมาเรื่อยๆจะเจอคอนโดข้างเคียงอย่าง VENIO อยู่ทางขวามือ

ใกล้ๆกันจะมี “ECB” หรือ “Evangelical Church of Bangkok”ค่ะ อยู่ติดกับประตูทางเข้าโรงงานยาสูบ

บรรยากาศข้างใน“ECB” หรือ “Evangelical Church of Bangkok”ค่ะ

ประตูทางเข้าโรงงานยาสูบ ประตูนี้จะเปิดปิดเป็นเวลาสำหรับการใช้งานรถยนต์นะคะ แต่สำหรับคนเดินก็สามารถเดินผ่านเข้าออกได้ปกติเลยค่ะ

ประตูจะเปิดให้ใช้งานตั้งแต่เวลา 05.00 น. – 09.00 น. และ 15.00 – 18.00 น. จุดประสงค์คือช่วยระบายการจราจรที่ติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วนบนถนนสุขุมวิทและพระราม 4 นั่นเองค่ะ

เดินเข้ามาก็จะเป็นเขตพื้นที่ของโรงงานยาสูบ

มีสะพานไม้ สามารถเดินข้ามได้ และรถวิ่งผ่านได้ค่ะ บรรยากาศชนบทมากเลยค่ะ ลืมไปเลยว่านี่คืออโศก

ข้างๆกันจะมีทางจักรยานที่สามารถปั่นไปยังสวนลุมได้เลย

หน้าตาทางจักรยานก็ดูเรียบร้อยนะคะ เปิดใช้งานมาซักระยะเเล้ว เป็นที่รู้กันในหมู่นักปั่นจักรยานสำหรับเส้นทางนี้ เเต่สำหรับเราที่ไม่ข้องเกี่ยวเท่าไหร่ก็ไม่เคยมาเเถวนี้เลยค่ะ แต่พอมาเเล้วก็น่าประทับใจเหมือนกันนะคะ ที่เห็นว่ากรุงเทพฯยังมีคนที่สนับสนุนและให้ความสำคัญในการสร้างพื้นที่สีเขียวเเละพื้นที่เส้นทางสำหรับจักรยานด้วย ไม่ใช่แค่พัฒนาทางด้านวัตถุแต่อย่างเดียว

เดินมาก็จะเจอกับทางเข้าพื้นที่ส่วนป่าเบญจกิติค่ะ ซึ่งประตูทางเข้านี้จะเปิด-ปิดเป็นเวลาเช่นกัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ของโรงงานยาสูบนั่นเอง โดยช่วงเวลาที่เปิดก็ตั้งแต่ 05.00-21.00 น.ค่ะ

พื้นที่ของสวนป่าเบญจกิติจะเป็นพื้นที่สวนเเปลงใหม่ภายในพื้นที่ของโรงงานยาสูบที่เปิดให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ฟรี แต่ด้วยความที่พื้นที่สวนเเห่งนี้อยู่ด้านหลังสวนเบญจกิติเดิม และไม่ค่อยได้รับการโปรโมทเท่าไหร่นัก คนที่สัญจรผ่านไปมาเป็นประจำก็ไม่สามารถเห็นได้ว่ามีสวนนี้อยู่ด้านหลังนะ หรือแม้จะเห็นแต่ก็ยังไม่แน่ใจอยู่ว่าการเข้า-ออกสามารถเข้าออกได้จากทางไหนบ้าง เวลาการใช้งานช่วงไหนกันเเน่ จึงทำให้สวนแห่งนี้คนที่มาใช้งานจึงยังไม่หนาแน่นเท่าไหร่นัก

วันที่ไปเดิน ไปช่วงเที่ยงพอดี เเดดก็เลยจะดูร้อนเปรี้ยงไปนิด แต่พอได้ไปเยือนก็นับว่าประทับใจในที่โล่งกว้างแห่งนี้มากเลยนะคะ

ส่วนป่าเบญจกิติที่เพิ่งสร้างเสร็จนี้ นับเป็นระยะที่ 1 มีเนื้อที่อยู่ที่ประมาณ 61 ไร่ สร้างขึ้นในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ในปี พ.ศ. 2559 ทางโรงงานยาสูบเลยได้บริจาคพื้นที่ดินเเปลงนี้มาทำเป็นสวนขนาดใหญ่ที่ต่อเนื่องมาจากสวนเบญจกิติเดิมข้างๆ

มีส่วนที่เป็นลานจอดรถกว้างๆ ที่สามารถมาจัดพิธีการต่างๆได้ให้อารมณ์คล้ายๆพื้นที่หน้าพระบรมมหาราชวังอยู่นะคะ

ภายในสวนแห่งนี้ เน้นการปลูกพันธ์ุไม้ยืนต้น พันธุ์ไม้หายาก และพันธุ์ไม้ประจำจังหวัด 77 จังหวัด ซึ่งถ้าต้นไม้เหล่านี้โตเต็มที่ เราว่าคงร่มรื่นขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

ภายในมีพื้นที่นั่งพักผ่อน มีทางเดินสำหรับเดินหรือวิ่งออกกำลังกายได้ ซึ่งจากโครงการ FYNN Asoke เดินมาก็ไม่ไกลเลย ใครที่รักสุขภาพ เปลี่ยนจากวิ่งบนลู่วิ่ง มาวิ่งสัมผัสลมที่พัดผ่านผิวหน้ากันจริงๆก็ไม่เลวนะคะ

สภาพสวนค่อนข้างสะอาดสะอ้าน และมีห้องน้ำให้บริการด้วยค่ะ

เราสามารถมองเห็น City View หรือวิวเมืองสวยๆได้จากภายในสวนเลย

นับว่าเป็นพื้นที่สีเขียวกลางกรุงอีกพื้นที่หนึ่งที่น่าสนใจ และยังไม่ค่อยมีใครรู้จักสวนนี้เท่าไหร่นักค่ะ

เดี๋ยวเราจะลองเดินกลับไปยังสวนเบญจกิติเดิมที่อยู่ริมถนนรัชดาภิเษกกันบ้าง

สวนเบญจกิติ เป็นสวนสาธารณะเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวาระพระชนมายุครบ 60 พรรษาเมื่อปี พ.ศ. 2535 ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่โรงงานยาสูบเดิม ข้างศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดถนนรัชดาภิเษกช่วงระหว่างถนนพระรามที่ 4 กับ ถนนสุขุมวิท

โดยพื้นที่ตรงนี้เป็นการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ “บึงยาสูบ” ขนาด 200×800 เมตร ที่เกิดจากการขุดดินถมที่ บริเวณอาคารโรงงานยาสูบเดิมนั่นเองค่ะ ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าสวนนี้จะมีจุดเด่นอยู่ที่บึงขนาดใหญ่กลางสวนเเห่งนี้นั่นเอง สวนนี้จะมีเวลาเปิด-ปิดทำการอยู่ที่ 05.00-20.00 น.ค่ะ

รอบๆบึงหรือทะเลสาบนี้จะมีทั้ง Bike Lane สำหรับใครอยากมาปั่นจักรยาน จะเอาจักรยานมาเองก็ได้ หรือถ้าเเบกไม่ไหวที่นี่ก็จะมีจักรยานให้เช่าเป็นรายชั่วโมงด้วยนะคะ นอกจากเลนจักรยานเเล้ว ยังมีลู่วิ่งที่แยกจากกัน โดยการวิ่งรอบบึง 1 รอบก็จะมีระยะทางประมาณ 1.8 กม.ค่ะ

ต้นไม้ภายในโตเต็มที่ แผ่กิ่งก้านดูร่มรื่นมากเลยค่ะ

เราแอบเห็นคนมานั่งปิกนิก นั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ตั้งแต่เที่ยงๆเลย คาดว่าช่วงเย็นคนน่าจะเยอะมากกว่านี้เเน่นอน เพราะเหล่าคนทำงานย่านนี้หลายๆคนก็จะเปลี่ยนชุดมาออกกำลังกายที่นี่กันค่อนข้างเยอะเลยในช่วงเย็นๆ (เราเองก็เคยไปวิ่งที่นี่อยู่บ้าง สนุกดีค่ะ)

บรรยากาศบึงยาสูบหรือทะเลสาบตรงกลาง ถือว่าสวยงามเเละดูสะอาดดีนะคะ เป็นการพักผ่อนที่ดูสงบดีตัดกับความวุ่นวายของใจกลางเมืองข้างนอก ก่อนจบพาร์ทนี้เราเจอ Quote หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสวนเบญจกิตินี้มาฝากกัน

“…พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ… 

พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า…”

พระราชดำรัส “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ”

สรุป

FYYN Asoke เป็นคอนโด Low Rise โครงการใหม่ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่เป็นโครงการพักอาศัยที่ใกล้พื้นที่สีเขียวใจกลางกรุง อย่างที่บอกทำเลอยู่ใจกลางย่าน CBD ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย ใกล้กับจุด interchange ของรถไฟฟ้าอย่าง BTS อโศก กับ MRT สุขุมวิท ในระยะเดินถึง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า Supermarket โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร ร้านกินดื่ม สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และที่สำคัญคือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางเมืองอย่างสวนเบญจกิติ และสวนป่าเบญจกิติที่สามารถเดินไปถึงได้ในระยะประมาณ 200 เมตร ก็ถึงประตูทางเข้าสวนท้ายซอยสุขุมวิท 10 แล้ว

โดยส่วนตัวเราคิดว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากอยู่ใจกลางกรุงเทพ ใกล้ที่ทำงาน แต่ก็ยังต้องการสนามหญ้า และอากาศบริสุทธิ์ไว้พักผ่อนหย่อนใจ ถ้าโครงการนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมอะไร เดี๋ยวเราจะรีบมาอัพเดทให้ผู้อ่านได้รับทราบพร้อมๆกันเเน่นอนค่ะ 🙂