รีวิวฉบับที่ 1572 … สวัสดีค่ะ วันนี้เรามารีวิวโครงการเสร็จพร้อมอยู่ย่านแจ้งวัฒนะกับโครงการ Plum Condo แจ้งวัฒนะ สเตชั่น (เฟส 2) ซึ่งเป็นโครงการคอนโด Low Rise ในโครงการ Mixed Use ขนาดใหญ่ที่มี Community Mall ภายใน ที่ตั้งอยู่ติดถนนแจ้งวัฒนะ ช่วงซอยแจ้งวัฒนะ 1 จากพฤกษา ตัวโครงการมาพร้อม Facilities ครบ ในราคาหยิบจับง่าย มีห้องหลุดดาวน์เริ่มเพียง 990,000 บาท

** Open House วันที่ 19/05/18 ชมห้องจริง วิวจริง โดยในงานมีร้านอาหารชั้นนำและส่วนลดพิเศษ เฉพาะลูกค้าจาก Think of Living จะได้รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาทด้วยค่ะ
Fact @ 23 April 2018

  • Plum Condo Chaengwattana Station (Phase 2) (พลัม แจ้งวัฒนะ สเตชั่น (เฟส 2))
  • บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซอยแจ้งวัฒนะ 1 หลักสี่
  • คอนโด Low Rise 5-8 ชั้น 7 อาคาร 970 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 33% รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 10 ไร่
  • 1 Bedroom 23 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.2 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 26.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.47 ล้านบาท
  • ห้อง Combine 45 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.45 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.2 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ย

  • 1 Bedroom 23 ตร.ม. ราคา 1.4 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 26.5 ตร.ม. ราคา 1.6 ล้านบาท
  • 2 Bedroom (Combine) 45 ตร.ม. ราคา 3.15 ล้านบาท

  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1739
  • เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

    สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด : 13.879370, 100.585810

    แผนที่จากโ๕รงการ

    แผนที่จากทางโครงการค่ะ ตั้งอยู่ซอยแจ้งวัฒนะ 1 ถนนหลักด้านหน้าคือถนนแจ้งวัฒนะ ที่อยู่ระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตกับถนนพหลโยธิน ซอยแจ้งวัฒนะ 1 สามารถลัดเลาะทะลุไปออกซอยวิภาวดีรังสิต 64 ได้ ส่วนรถไฟฟ้าในอนาคตเป็นสายสีชมพูที่จะผ่านหน้าถนนแจ้งวัฒนะ และอยู่กึ่งกลางระหว่างรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม(กำลังก่อสร้าง) และรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อขยายหมอชิต-คูคต(กำลังก่อสร้าง)

    มาดูทำเลที่ตั้งกันบ้าง Plum คอนโด แจ้งวัฒนะ สเตชั่น เป็นโปรเจ็คขนาดใหญ่นะคะ ที่ดินทั้งหมดที่พฤกษามีคือแปลงสีเหลืองในแผนที่ ขนาดประมาณ 37 ไร่ แต่ว่าโครงการจะค่อยๆทยอยทำเป็นเฟสๆ และพัฒนาเรื่อยๆต่อไปจนเต็มผืน โดยในเฟสนี้ ห่างจากถนนแจ้งวัฒนะประมาณ 170 เมตร ซึ่งเจ้าซอยแจ้งวัฒนะ 1 นี่เป็นซอยเชื่อมลัดเลาะได้หลายทางค่ะ สามารถไปออกทั้งซอยวิภาวดี 64 และ 62 ก็ได้ ตัวทำเล อีกทั้งทำเลนี้ยังอยู่ใกล้จุดตัดบนถนนหลักทั้ง 4 แห่งเลยได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน และถนนรามอินทราค่ะ

    ความอุดมสมบูรณ์ และสถานที่สำคัญต่างๆรอบโครงการ ในย่านรอบๆโครงการนี้มีจุดเด่นคือมีสถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจอยู่หลายแห่ง อาทิเช่น การประปาส่วนภูมิภาค การประนครหลวง กรมทหารราบ 11 ทีโอที และ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ล้วนเป็นแหล่งงานที่มีคนอยู่หลายพันคน อีกทั้งยังถือว่าไม่ไกลจากแหล่งสถานศึกษาทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอาทิเช่น รร.ไผทอุดมศึกษา รร.เจริญผลวิทยา ม.ราชภัฏพระนคร ม.เกริก ม.ศรีปทุม และม.เกษตรศาสตร์ โรงพยาบาลก็มี และที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากสนามบินดอนเมืองเท่าไรด้วย

    แหล่งอาหารการกินถ้านับจุดที่ใกล้ที่สุดมีสองแห่งคือ ตลาด Market Today ซอยวิภาฯ64 ซึ่งนอกจากในตลาดที่มีอาหารการกินเยอะอยู่แล้ว รอบๆด้านข้างก็มีมินิมาร์ท ร้านค้า ร้านอาหารตามสั่ง ร้านรถเข็นมากมายเต็มไปหมด ส่วนอีกจุดนั่นคือ Max Valu หลักสี่ที่อยู่บนถนนแจ้งวัฒนะเยื้องกับที่ดินโครงการไปหน่อยนึง ซึ่งภายในก็จะมีซูปเปอร์มาร์เก็ต Mcdonal เปิดตลอด 24 ชม. หรือถ้าขับรถออกไปอีกหน่อยบนถนนพหลโยธินก็จะมี Tesco Lotus, Big C และห้างที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้คือ Central Plaza รามอินทรา ที่อยู่เลยม.เกริกไปนิดนึง ถือว่าเป็นย่านที่อุดมสมบูรณ์ทีเดียวค่ะ

    การเดินทางโดยใช้รถ อย่างที่บอกไปตอนต้นถือว่าสะดวก เพราะอยู่ใกล้กับถนนหลักทั้งสี่สาย และภายในซอยยังเป็นซอยลัดเลาะทางเชื่อมได้อีก ส่วนทางด่วนที่ใกล้ที่สุดคือ ทางยกระดับอุตรภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ที่ถ้าเข้าเมืองแค่เลี้ยวเข้าถนนวิภาวดีรังสิตก็เจอเลย ส่วนถ้าออกเมืองให้ไปกลับรถแถวหน้าทีโอทีก่อนถึงศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แล้วกลับเข้ามาวิภาวดีรังสิตอีกครั้งก็เจอทางขึ้นฝั่งออกเมืองเลย

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ถือว่าง่ายพอสมควรเริ่มจาก รถเมล์ ซึ่งบนถนนแจ้งวัฒนะเป็นถนนเส้นหลักมีผ่านไปมาตลอดอยู่แล้ว ด้วยระยะทางจากถนนใหญ่เดินเข้าไปซอยแจ้งวัฒนะซอย 1 จนถึงทางเข้าโครงการ (เฟส 2) ก็ประมาณ 170 เมตร เป็นระยะที่เดินได้อยู่ และกลางคืนไม่เปลี่ยวมากนัก บริเวณปากซอย 1 นั้นมีพี่วินมอเตอร์ไซต์ให้เรียกใช้ได้อยู่นะ ส่วน Taxi ก็หาเรียกไม่ยากนั้นเพราะเป็นซอยที่คนนิยมใช้ลัดเลาะตลอดเวลา

    ส่วนระบบราง เนื่องด้วย รถไฟฟ้าสายสีชมพู นั้นยังอยูในระหว่างแผนรอเสนออนุมัติ ปัจจุบันมีการปรับตำแหน่งที่ตั้งสถานีไปแล้วหลายครั้ง อันนี้เป็นแผนผังสถานีล่าสุด มากจาก Official Website คลิกที่นี่ โดยสถานีทั้งใกล้สุดนั้นน่าจะเป็นสถานีที่ 15 (ราชภัฏพระนคร) ซึ่งคาดว่าน่าจะห่างจากปากซอยแจ้งวัฒนะ 1 ประมาณ 200 เมตร จุดเด่นอีกอย่างคือทำเลรวมของโครงการนั้นอยู่ใกล้กับจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆอาทิเช่น ทางซ้ายมือสถานีหลักสี่จะไปเชื่อมต่อกับสายสีแดงเข้มไปรังสิต(กำลังก่อสร้าง) ส่วนทางขวามือสถานีวัดพระศรีมหาธาตุก็จะเชื่อมต่อกับสายสีเขียวเข้มหมอชิต-คูคต(กำลังก่อสร้าง) ถือว่าเราอยู่กึ่งกลางซึ่งมีตัวเลือกให้ใช้งานได้หลากหลายพอสมควรถ้าสร้างเสร็จแล้วทั้งหมด

    การเดินทางในวันนี้ จะใช้ถนนวิภาวดีรังสิตมุ่งหน้าขาออก วิ่งตรงยาวๆ ผ่านแยกงามวงศ์วาน แยกหลักสี่ (แจ้งวัฒนะ) และให้ออกเลนขนานเพื่อเตรียมขึ้นสะพานกลับรถเกือกม้า หลังจากนั้นให้วิ่งเลนขนานเอาไว้ และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ วิ่งตรงไปก่อนถึงวงเวียนจะมีที่กลับรถ พอผ่านหน้าม.ราชภัฏพระนครแล้วก็จะเห็น Sale Office ทางซ้ายมือ และก็ปากซอยแจ้งวัฒนะซอย 1

    เริ่มจากถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณห้าแยกลาดพร้าว มุ่งหน้าออกเมืองไปทางดอนเมือง

    เราจะวิ่งเลนใต้ทางด่วนหรือเลนขนานก็ได้ ตอนนี้ให้เน้นตามป้ายดอนเมืองเอาไว้ก่อน

    วิ่งตรงมาตามถนนวิภาวดีรังสิตเรื่อยๆ จะผ่านจุดตัดแยกถนนงามวงศ์วาน

    ที่เห็นทางซ้ายมือที่รถติดๆนั้นเป็นสะพานกลับรถเกือกม้าไปม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งติดแบบนี้เป็นประจำ

    หลักจากนั้นจะผ่านจุดตัดแยกถนนแจ้งวัฒนะ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปทางศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

    เลยมาหน่อยก็จะเจอสะพานกลับรถแล้ว

    บนถนนวิภาวดีขาเข้าทางค่อนข้างจะคดเคี้ยวและความกว้างไม่เท่ากันตลอดเส้น บางทีจะแคบลงเนื่องจากมีสถานีระบายน้ำสำหรับคลองที่อยู่ข้างๆทางซ้ายมือ บางทีก็จะกว้างเป็นถนน 4 เลน

    กลับมาถึงจุดตัดข้ามแยกถนนแจ้งวัฒนะ-วิภาฯ ให้เราชิดซ้ายเอาไว้ตามป้ายรามอินทราค่ะ

    พอเลี้ยวซ้ายมาแล้วจะเป็นถนนแจ้งวัฒนะ ให้ระวังรถทางขวามือที่กลับรถมาด้วยนะคะ

    ถนนแจ้งวัฒนะช่วงนี้เป็นถนน 4 เลนจราจร ที่มีรถหนาแน่นช่วงเข้า-เลิกงาน เพราะมีสถานที่ออฟฟิศ ราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาหลายแห่ง มีสถานที่อำนวยความสะดวกให้เห็นตามข้างทางตลอดเช่น มินิมาร์ท ธนาคาร ร้านค้าทั่วไป เป็นต้น

    ขับมาหน่อยซ้ายมือจะเป็นโรงเรียนเจริญผลวิทยา ถัดไปเป็นโชว์รูม Toyota และธ.กรุงเทพ ซึ่ง Sale Office เราจะตั้งอยู่ตรงข้ามกับธนาคาร สะพานลอยที่เห็นเป็นสะพานลอยที่ข้ามไปจะเป็นปากซอยแจ้งวัฒนะซอย 1

    เลยข้ามสะพานคลองบางบัวมาจะเจอกับ Cockpit ทางซ้ายมือ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ Max Valu

    ทางเข้า Max Valu หลักสี่ จุดช้อปซูเปอร์มาร์เก็ตหาของกินเข้าบ้านที่ใกล้โครงการในระดับนึง

    สาขานี้ขนาดค่อนข้างใหญ่และมีที่จอดรถเยอะ

    ภายในก็มีพวก Car Care และด้านหลังเป็นแนวอาคารพาณิชย์ร้านค้า ร้านอาหาร ตามสั่งให้เลือก

    มี McDonald’s เปิดให้บริการ 24 ชม.เช่นเดียวกัน

    ออกจาก Max Valu ขับตรงมานิดหน่อย จะเห็นป้ายรถเมล์ที่มีนักศึกษายืนรออยู่หลายคน เพราะข้ามสะพานลอยฝั่งตรงข้ามไปจะเป็นม.ราชภัฏพระนคร

    ทีนี้ให้เราชิดซ้ายเลน 2 ช่องนี้เอาไว้เพราะถ้าอยู่สองเลนขวาจะจะพาเราขึ้นสะพานข้ามแยกวงเวียนหลักสี่ไปลงถนนรามอินทราโน้น จุดสังเกตุคือร้าน ป.กุ้งเผา

    เราจะเห็นวงเวียนหลักสี่ (แยกรามอินทรา) อยู่ด้านหน้า ให้เราชิดเลนขวาสุดเพื่อกลับรถ

    กลับรถมาแล้วจะเจอกับการประปานครหลวงซ้ายมือ

    ถัดไปเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร อ่านประวัติคร่าวๆได้ ที่นี่

    เห็น Sale Office แล้วอยู่ทางซ้ายมือ และก็มีป้ายบอกทางด้านบนว่าถ้าเลี้ยวซ้ายจะเป็นทางลัดไปซอยวิภา 62 และ 64 ได้

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

    สภาพแวดล้อมโครงการ Plum แจ้งวัฒนะ สเตชั่น เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับถนนใหญ่แจ้งวัฒนะ โดย เฟส 1 และ 2 อยู่ด้านหลังติดกับซอยแจ้งวัฒนะ 1 แยก 1 ทางเข้าโครงการเฟส 3 จะอยู่ติดกับถนนใหญ่ สามารถเข้าในจากถนนแจ้งวัฒนะทางด้านหน้าโครงการ

    ส่วนบริเวณพื้นที่โดยรอบ ทางทิศเหนือติดถนนแจ้งวัฒนะ ทางทิศตะวันออกติดกับบ้านพักอาศัยและคลองบางบัว ส่วนทางทิศใต้ติดกับถนนในพื้นที่โครงการเลยถัดไปจะเป็นพื้นที่โครงการ Plum แจ้งวัฒนะ เฟส 2 และทางทิศตะวันตกจะติดกับถนนในพื้นที่โครง เลยถัดไปเป็นพื้นที่ว่าง ที่รอการพัฒนาในอนาคต ในภาพรวมโครงการ Plum แจ้งวัฒนะ สเตชั่น จัดว่าอยู่ในกลุ่มของโครงการของพฤกษากันเองที่เป็นอาคารเพื่อนบ้าน พื้นที่อื่นๆโดยรอบก็จะเป็นชุมชนแนวราบไม่มีอาคารสูง หรือโรงงานที่จะสร้างหรือโรงงานที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางกลิ่นและเสียง

    จากด้านหน้าโครงการ ส่วนที่ติดถนนแจ้งวัฒนะ ปัจจุบันเป็น Sale Office ภายในมีห้องตัวอย่างให้ดู ใครสนใจสามารถเข้าไปดูห้องตัวอย่างและสอบถามราคาห้องได้จาก Sale เลยค่ะ

    ด้านหลังมี 7-11 แบบ kiosk ด้วยนะ

    ถัดมาเราจะเดินไปดู Site โครงการจริง ในซอยมีทางเท้าขนาดใหญ่เดินได้ง่าย

    บริเวณหน้าทางเข้า-ออกโครงการมีวินมอเตอร์ไซค์มาประจำที่ด้วยนะคะ ใครจะออกไปไหนแล้วขี้เกียจเดินสามารถเรียกใช้ได้เลย

     

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

    • การประปาส่วนภูมิภาค 500 เมตร
    • ม.ราชภัฏพระนคร 600 เมตร
    • ตลาดหน้าซอยวิภาวดี 64 1.3 กิโลเมตร
    • โรงเรียนไผทอุดมศึกษา 1.7 กิโลเมตร
    • Max Valu หลักสี่ 1.7 กิโลเมตร
    • วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร 1.8 กิโลเมตร
    • เทสโก้ โลตัส 2.2 กิโลเมตร
    • ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ 2.5 กิโลเมตร
    • ไอทีสแควร์ 3 กิโลเมตร
    • เซ็นทรัล รามอินทรา 3.3 กิโลเมตร
    • โรงพยาบาลเซ็นทรัล เยเนอรัล 3.5 กิโลเมตร
    • กรมทหารราบที่ 11 3.7 กิโลเมตร
    • ม.ศรีปทุม 4.6 กิโลเมตร
    • โรงพยาบาลวิภาวดี 5.5 กิโลเมตร
    • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 6 กิโลเมตร
    • สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ 6.2 กิโลเมตร
    • สนามบินดอนเมือง 6.5 กิโลเมตร

     


    เจาะลึกตัวโครงการ

    สำหรับโครงการ Plum Condo แจ้งวัฒนะ เฟส 2 นี้ แบ่งออกเป็น 2 พื้นที่ดินที่เชื่อมกันด้วยสะพานนะคะ ซึ่งทั้งหมดมีพื้นที่ดินทั้งหมด 10 กว่าไร่ ประกอบด้วยอาคารทั้งหมด 7 อาคารด้วยกัน ไล่ไปตั้งแต่อาคาร A – G  รวมจำนวนยูนิตทุกอาคาร 970 ยูนิตด้วยกัน (รวมร้านค้า 3 ยูนิต)

    สำหรับอาคารช่วงแรกที่ติดกับเฟส 1 นั้นจะประกอบด้วยอาคาร A B C โดยอาคาร A และ B เป็นอาคารที่มี Facilities หลักอยู่ ซึ่งอาคาร A จะประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, สระเด็ก, Game Room และ Library ในส่วนของอาคาร B มี Facilities ที่แตกต่างเล็กน้อย โดยประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, Jacuzzi และ Fitness ส่วนอาคาร C นี้ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางนะคะ ทั้งนี้ทุกอาคารสามารถใช้ Facilities ร่วมกันได้หมด เพียงแต่ลูกบ้านอาคาร A และ B ที่จะมีความสะดวกในการใช้งาน Facilities มากกว่า

    ถัดมาที่บริเวณอาคาร D – G เป็นอาคารที่มีความสูงเพียง 5 ชั้นนะคะ ดังนั้นจำนวนยูนิตแต่ละอาคารจะน้อยกว่าอาคาร A-C ใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวหน่อยก็เลือกอาคารโซนด้านหลังได้ บริเวณโซนนี้การวางผังจะเป็นอาคารล้อม Facilities ตรงกลาง มีส่วนแหลมของที่ดินที่ทำเป็น Playground ให้ค่ะ

    เริ่มต้นจากหน้าทางเข้า-ออกหลักโครงการซึ่งติดกับซอยแจ้งวัฒนะ 1

    บริเวณถนนภายในโครงการส่วนนี้จะเป็นถนนที่ใช้ร่วมกับ Plum Condo แจ้งวัฒนะเฟสอื่นๆ ด้วยนะคะ จะมีป้อมยามฝ่ายกลางที่ดูแลลูกบ้านทุกเฟส จากนั้นก็ค่อยแบ่งทางเข้า-ออกแยกแต่ละเฟส เช่น ฝั่งขวามือนี้เป็นเฟส 1 ก็จะเห็นไม้กั้นกระดกอัตโนมัติแยก เป็นต้น

    ตรงเข้าผ่านป้อมยามมาก็ยังเป็นถนนที่ใช่ร่วมกับเฟสอื่นๆ

    บริเวณด้านข้างถนนฝั่งขวามือนี้มีร้านค้าอยู่หลายร้านทีเดียว ซึ่งอยู่ใต้อาคารของเฟส 1 ค่ะ

    สุดทางเจอกับวงเวียนต้นไม้ ซึ่งตรงไปจะเป็นทางเข้า-ออกของ Plum Condo แจ้งวัฒนะ เฟส 2 นี่เองค่ะ

    ตรงเข้ามาภายในเป็นถนนเฉพาะเฟส 2 แล้วนะคะ รูปแบบเป็นถนน 2 Way ด้านข้างทั้ง 2 ข้างเป็นพื้นที่จอดรถแบบกลางแจ้ง ซึ่งที่จอดรถที่นี่จะเป็นที่จอดรถด้านล่างทั้งหมด ไม่กลางแจ้งก็อยู่ด้านล่างใต้อาคาร

    สำหรับห้องในชั้นล่างสุดที่ติดกับถนนและที่จอดรถนั้นทางโครงการก็มีการปลูกต้นไม้บังสายตาให้ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านมากขึ้น

    ตรงเข้ามาอีกหน่อยจะแบ่งเส้นทางเป็น 2 ทางนะคะ โดยอาคาร A-C เลี้ยวขวา ส่วนอาคาร D-G นี้ให้ตรงข้ามสะพานไปค่ะ

    เดี๋ยวเรามาดูบรรยากาศโครงการโซนอาคาร A – C กันก่อนที่จะไปดูโซนอาคาร D-G นะคะ โดยเมื่อเลี้ยวขวามาแล้วเราก็จะเจอกับพื้นที่จอดรถและถนนเชื่อมกันมา ฝั่งที่ติดกับคลองนี้ทางโครงการจัดให้เป็นพื้นที่สวนมีต้นไม้ใหญ่บังสายตาเรียบร้อย

    เริ่มต้นกันที่อาคาร A กันนะคะ เมื่อเลี้ยวมาแล้วเราเจอกับอาคาร A ก่อนเลย ลักษณะอาคารเป็นรูปตัว H โดยตรงกลางเป็นพื้นที่บริเวณโถงทางเดินเชื่อมระหว่างห้องพักอาศัยทั้ง 2 ด้านค่ะ ซึ่งในส่วนบริเวณนี้ยังไม่มีทางเข้าหลักนะคะ เราจะตรงไปอีกบล็อกนึงเพื่อเข้าอาคารจากทางเข้าหลักกัน

    ถัดมาอีกบล็อกเป็นถนนทางเข้าของอาคาร A และ B โดยฝั่งขวาเป็นอาคาร A และฝั่งซ้ายเป็นอาคาร B

    เริ่มต้นกันที่บริเวณหน้า Lobby อาคาร A กันก่อนนะคะ ซึ่งในส่วนนี้ตกแต่งด้วยกระจกทรงสูงทำให้ได้แสงสว่างเข้าด้านในดีทีเดียวค่ะ

    ก่อนเข้าไปดูภายในเรามาดูแปลนชั้นล่างของอาคาร A กันค่ะ จากส่วน Lobby นั้นจะติดกับห้อง Library และสังเกตว่าฝั่งเดียวกับ Lobby จะไม่มีห้องพักอาศัยในชั้นล่างและจัดให้เป็นที่จอดรถแทน เพราะบริเวณนี้เป็นทางที่มีรถและคนสัญจรไปมา ทำให้ความเป็นส่วนตัวน้อยลง แต่จะไปจัดห้องพักอาศัยตรงฝั่งที่หันไปทางสระว่ายน้ำแทนค่ะ

    ตรงกลางภายในอาคารเป็นพื้นที่ Game Room เชื่อมกับ Facilities ด้านนอกที่เป็นสระว่ายน้ำ ส่วนอีกปีกอาคารมีห้องพักอาศัยทั้ง 2 ฝั่ง แต่มีบางยูนิตที่ออกแบบให้เป็นร้านค้าทั้งหมด 3 ยูนิต

    บรรยากาศภายในส่วน Lobby อาคาร A ตกแต่งออกมาสวยงาม มีพื้นที่นั่งเล่นทั้งแบบเก้าอี้และชุดโซฟาไว้สำหรับต้อนรับแขกได้ ตรงไปจะเชื่อมเข้าส่วนสระว่ายน้ำ Outdoor

    ด้านหลังของชุดโซฟาจะเห็นประตูขนาบซ้าย-ขวานะคะ จากฝั่งขวาของภาพเป็นห้อง Library และฝั่งซ้ายเป็นทางเข้าไปยังส่วนโถงลิฟต์ รวมทั้งสามารถเชื่อมเข้ากับห้อง Game Room ได้

    ภายในห้อง Library จัดให้เป็นพื้นที่นั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือจัดประชุมเล็กๆ ก็ได้เช่นกันนะคะ ซึ่งตำแหน่งของ Library นี้ออกแบบไว้ติดกับ Lobby เลย เพื่อตอบโจทย์ลูกบ้านที่อาจจะทำงานที่บ้าน ก็สามารถนัดลูกค้ามาคุยงานในห้อง Library นี้ได้ ไม่ต้องเชิญขึ้นห้อง

    ก่อนจะเข้าสู่ห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะมีประตูกั้นเป็น Double Access โดยมีจุดสแกนบัตรให้เฉพาะเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านในชั้นนี้

    บรรยากาศบริเวณ Mail Box ที่ติดกับส่วนทางเข้าพื้นที่พักอาศัย

    ส่วนอีกประตูนึงด้านซ้ายของชุดโซฟา ตรงไปจะเชื่อมเข้าได้หลายฟังก์ชัน

    เข้ามาเจอกับประตูกั้นไว้สำหรับห้องพักอาศัยในชั้นนี้

    หันซ้ายมาเจอกับลิฟต์โดยสาร ซึ่งอาคารนี้จะให้ลิฟต์โดยสารทั้งหมด 2 ตัวด้วยกันค่ะ และถัดจากโถงลิฟต์เป็นประตูทางเข้าสู่ห้อง Game Room รวมทั้งยังสามารถทะลุเชื่อมไปยังห้องพักอาศัยอีกโซนของชั้นนี้ด้วย

    ตรงเข้ามา ฝั่งขวามือเป็นประตูออกไปยังสระว่ายน้ำเด็ก ฝั่งซ้ายมือเป็น Game Room และตรงไปในสุดคือพื้นที่พักอาศัยอีกโซนนึงของอาคาร ซึ่งกั้นด้วยประตูที่มีจุดสแกนบัตรเรียบร้อย

    บรรยากาศบริเวณสระว่ายน้ำเด็ก ค่อนข้างร่มรื่นแม้จะอยู่บริเวณกลางแจ้ง เนื่องจากได้ร่มเงาจากอาคารรวมทั้งยังได้ร่มเงาจากต้นไม้อีกด้วย นอกจากนี้สังเกตว่ามีการปลูกไม้พุ่มบริเวณฝั่งที่ติดกับส่วนถนน เพื่อบังสายตาสระว่ายน้ำจากภายนอกได้ดี เพิ่มความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านได้พอสมควรเลยค่ะ

    ติดๆ กันมีพื้นที่สำหรับล้างตัวให้เรียบร้อย

    เข้ามาที่บริเวณ Game Room กันนะคะ ลักษณะจะเป็นพื้นที่เปิดโล่งเชื่อมเข้ากับสระว่ายน้ำด้านนอกอีกด้วย คือมีประตูออกไปยังส่วนสระว่ายน้ำได้ รวมทั้งสามารถมองวิวสระได้อีกด้วย เพราะตกแต่งด้วยกระจกบานสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน นอกจากได้วิวแล้วยังช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งโล่งมากขึ้น

    ภายใน Game Room ประกอบไปด้วยโต๊ะโกลล์ โต๊ะพูล และพื้นที่นั่งเล่น

    ถัดมาที่สระว่ายน้ำกันต่อนะคะ สระว่ายน้ำของอาคาร A ให้มาขนาดใหญ่พอสมควรที่สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้เลยค่ะ ตรงไปด้านในมีศาลาริมสระไว้นั่งเล่นได้ และมีห้องน้ำให้เรียบร้อย เดี๋ยวเราเดินไปดูกัน

    บรรยากาศของสระแม้จะเป็นสระแบบ Outdoor แต่ได้อาคารขนาบทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้ได้เงาของอาคารช่วยบังแดดได้ดี ยกเว้นช่วงเที่ยงเท่านั้นเองค่ะ ส่วนระยะห่างของอาคารจะอยู่ที่ 12-16 ม. ถือว่ายังเป็นระยะห่างที่ฝั่งตรงข้ามกันยังมองเห็นกันได้นะคะ ซึ่งใครที่เลือกห้องที่หันเข้าหาสระว่ายน้ำแนะนำให้เลือกชั้นล่างๆ ชั้น 2-3 จะได้วิวสระที่กำลังดี

    ด้านข้างสระมีห้องพักอาศัยชั้นล่างด้วย โดยใครที่เลือกในห้องนี้ก็มีทั้งข้อดีข้อด้อยนะคะ ข้อดีคือได้วิวสระในระยะสายตาเลย ไม่ต้องก้มลงมอง ข้อด้อยคือเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะคนภายนอกที่มาใช้งานสระว่ายน้ำก็สามารถมองเข้ามาภายในห้องได้เช่นกัน สังเกตว่าห้องชั้นล่างจะมีม่านปิด

    ปลายสระว่ายน้ำมีพื้นที่นั่งเล่นวาง Day Bed ไว้นั่งเล่นริมสระได้ ด้านบนเป็นระแนงพอกันแดดได้ระดับนึง แต่ไม่กันฝนนะคะ

    ด้านหลังพื้นที่นั่งเล่นมีพื้นที่สำหรับนั่งเล่นอีกจุด ซึ่งทางโครงการวางถังขยะไว้ให้ด้วย ใครที่อยากมาสูดอากาศหรือสูบบุหรี่บริเวณนี้ได้ค่ะ ติดๆ กันเป็นห้องน้ำแยกชาย/หญิง

    ภายในห้องน้ำจะไม่ได้มีพื้นที่อาบน้ำให้นะคะ จะเป็นเพียงห้องน้ำเท่านั้น

    ขึ้นมาที่ชั้น 2-8 หรือชั้น Typical Floor Plan ตัวอาคารเป็นรูปตัว H อธิบายง่ายๆ คือมีอาคารพักอาศัย 2 ฝั่งเชื่อมด้วยพื้นที่ทางเดินตรงกลาง ที่มีห้องขนาดใหญ่ 1 ห้องที่ได้วิวสระว่ายน้ำและไม่ประชันหน้ากับเพื่อนบ้านด้วย สำหรับอาคารพักอาศัยทั้ง 2 ฝั่งนี้มีความแตกต่างกันคือมีตัว I แบบหักเล็กน้อย และแบบตรง แบบหักจะมีข้อได้เปรียบกว่าแบบตรงหน่อย ตรง Corridor ทั้ง 2 ฝั่งเวลาเดินมองไม่เห็นกัน ผิดกับแบบตรงที่มองเห็นกันทั้งหมด ดังนั้นก็จะได้เปรียบในเรื่องของความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า

    ห้องพักส่วนใหญ่ในแปลนเน้นห้องขนาดเล็ก 23 ตร.ม. จะมีห้องขนาดใหญ่ขึ้นมาคือ 1 Bedroom 26.5 ตร.ม. โดยเน้นวางตำแหน่งบริเวณมุมอาคารเป็นส่วนใหญ่ และใครที่มองหาห้อง Combine อาคารนี้ก็มีให้นะคะ ชั้นละ 4 ห้องโดยทุกห้องจะได้ตำแหน่งดี ใกล้โถงลิฟต์อละได้วิวสระว่ายน้ำ

    ถัดมาที่แปลนชั้น 1 ของอาคาร B ก่อนจะเข้าสู่ตัวอาคารกันนะคะ สังเกตว่าลักษณะของแปลนจะเหมือนกับอาคาร A เลย เพียงแต่สลับทิศกัน และมี Facilities ด้านในที่แตกต่างกัน สำหรับอาคารนี้จะมีห้องนิติบุคคล Fitness สระว่ายน้ำ และ Jacuzzi ซึ่งอาคารอื่นๆ สามารถเข้ามาใช้งาน Facilities นี้ได้นะคะ เพียงแต่ลูกบ้านในอาคารนี้จะมีความสะดวกในการใช้งานมากกว่าเท่านั้นเอง ใครที่ชอบใช้เครื่องออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันจะแนะนำให้เลือกอยู่อาคารนี้ค่ะ

    ด้านหน้าทางเข้าส่วน Lobby เหมือนกับอาคาร A นะคะ คือเป็นกระจกใสทำให้ด้านใน Lobby มีความโปร่งโล่ง

    ด้านใน Lobby ตกแต่งคล้ายคลึงกันนะคะ มีพื้นที่นั่งเล่นเป็นชุดเก้าอี้ และโซฟา ไว้สำหรับให้แขกลูกบ้านนั่งรอได้ บริเวณนี้ไม่ได้เปิดแอร์นะคะ แต่ด้วยความที่เป็นพื้นที่ที่มีช่องเปิดทั้งด้านหน้า และเชื่อมกับช่องเปิดด้านหลังที่ไปทางสระว่ายน้ำ ก็ทำให้พื้นที่นี้ระบายอากาศได้ดีพอสมควร ไม่ร้อนมาก

    ตรงไปเป็นทางเข้าส่วนสระว่ายน้ำ ไม่มีจุดสแกนบัตร เพื่อให้ลูกบ้านในอาคารอื่นๆ เข้ามาใช้งานได้ง่าย ส่วนลูกบ้านในชั้นนี้ของอาคาร B สามารถเข้าห้องได้จากฝั่งขวาโดยมีประตูกั้นเพื่อสแกนบัตรผ่าน หากเลี้ยวซ้ายจะเป็นส่วนโถงลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นพักอาศัยอื่นๆ

    เข้ามาในส่วนของสระว่ายน้ำจะมีขนาดและรูปแบบเหมือนกับอาคาร A เลยค่ะ สามารถใช้ว่ายออกกำลังกายได้

    ติดๆ กันกับสระว่ายน้ำมีประตูทางเข้าอาคารอีกจุดหนึ่งเข้าไปยังส่วน Fitness

    ภายในห้อง Fitness จะมาให้ค่อนข้างโปร่งโล่ง เพราะรอบข้างให้เป็นกระจกทรงสูงสามารถ Take View สระว่ายน้ำได้ขณะออกกำลังกาย ในส่วนของเครื่องออกกำลังกายภายในห้องมีทั้งหมด 8 เครื่อง พร้อมพื้นที่สำหรับเวทเทรนนิ่ง

    จากห้อง Fitness ตรงไปเป็นส่วน Jacuzzi ส่วนฝั่งซ้ายเข้าสู่โถงลิฟต์ ฝั่งขวาตรงไปยังห้องพักอาศัยในชั้นล่างค่ะ

    ทางตรงไปยังห้องพักอาศัยในชั้นล่างทุกจุดจะมีประตูสแกนบัตรทั้งหมด

    บรรยากาศบริเวณส่วน Jacuzzi จะคล้ายคลึงกับสระเด็กของอาคาร A นะคะ มีความร่มรื่นดี

    Jacuzzi นี้เค้าออกแบบให้มีพื้นที่นั่งได้รอบสระเลย คือสามารถมานั่งพักผ่อนชิลๆ พร้อมมีน้ำนวดผ่อนคลายไปในตัว

    ถัดมาคือบรรยากาศส่วนลิฟต์ของอาคาร B ก็มีลิฟต์ทั้งหมด 2 ตัวเช่นเดียวกับอาคาร A สังเกตอีกหน่อยคือมีติดเครื่องปรับอากาศให้ด้วยในบริเวณโถงลิฟต์ ซึ่งค่อนข้างแปลกแต่ดี ไม่ค่อยมีที่ไหนให้นะคะ ส่วนใหญ่จะติดที่ Lobby มากกว่า

    ขึ้นมาที่ชั้น 2-8 หรือชั้น Typical Floor Plan แปลนจะเหมือนกับอาคาร B เลยค่ะ สำหรับฝั่งอาคารที่เป็นตัว I แบบเฉียงนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับอาคารที่เป็นตัว I แบบเฉียงของอาคาร A (อ้างอิงจาก Key Plan) ทำให้ห้องตรงกลางมีระยะห่างจากห้องฝั่งตรงข้ามมากขึ้น ในขณะเดียวกันห้องตรงปลายก็จะใกล้กับห้องฝั่งตรงข้ามมากขึ้นนะคะ แต่ดีที่การหันหน้าเป็นแบบเฉียงไม่ได้ประชันหน้าเข้าหากัน จึงเป็นอีกข้อดีนึงของการจัดผังอาคารรูปตัว I แบบเฉียง

    ถัดมาที่อาคาร C กันต่อนะคะ ซึ่งจะอยู่ถัดไปในสุดถัดจากอาคาร B ค่ะ

    ตัวอาคาร C เป็นรูปตัว L ยาวไปตามแนวที่ดินเลย โดยชั้นล่างฝั่งที่หันหน้าไปทางอาคาร B ทำเป็นพื้นที่จอดรถใต้อาคารทั้งหมดค่ะ

    สำหรับชั้น 1 ฝั่งด้านหลังนั้นจะเป็นห้องพักอาศัยตั้งแต่ชั้นล่างเลย โดยเป็นห้องขนาดเล็กทั้งหมดคือห้อง 1 Bedroom 23 ตร.ม. มีจำนวนยูนิตทั้งหมดในชั้นนี้อยู่ที่ 14 ยูนิต แบ่งทางเข้า-ออกด้วย Double Access เป็น 2 ฝั่ง ดังนั้นลูกบ้านในชั้นนี้จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าชั้นอื่นๆ นะคะ ซึ่งแลกมากับการที่ไม่ได้วิวมุมสูง

    เข้ามาภายในอาคาร บริเวณพื้นที่ Lobby จะเป็นพื้นที่เดียวกันกับส่วน Mail Box มีพื้นที่นั่งแบบม้านั่งเล็กน้อย แต่ไม่ได้ Lobby สวยเท่ากับอาคาร A และ B นะคะ ตรงเข้าไปด้านใน 2 ฝั่งซ้าย-ขวาเป็นทางเข้าส่วนห้องพักอาศัย และตรงกลางเป็นส่วนโถงลิฟต์

    บรรยากาศโถงลิฟต์โปร่งโล่งระดับนึงเพราะได้หน้าต่างช่วยให้แสงสว่างภายนอกเข้ามาด้านในได้ รวมถึงระบายอากาศภายในโถงได้อีกด้วย ส่วนจำนวนลิฟต์อาคารนี้ให้มา 2 ตัวเช่นเดียวกันกับทุกอาคาร ซึ่งอัตราส่วนลิฟต์จะอยู่ที่ 97 : 1 ถือว่าความหนาแน่นไม่มากนักค่ะ

    สำหรับห้องพักอาศัยชั้นล่างก็จะมีประตูกั้นสำหรับสแกนบัตรเพื่อความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกบ้านชั้นล่างเช่นเดียวกับอาคาร A และ B

    บริเวณ Corridor มีความกว้างกำลังดี และมีความโปร่งโล่งพอสมควร เพราะได้ช่องเปิดบริเวณปลายทางเดิน ที่แสงสว่างและสามารถระบายอากาศได้ดี

    สำหรับห้องพักอาศัยอาคาร C นี้จำนวนยูนิตมากที่สุดจะอยู่ที่ชั้น 2-3 โดยลักษณะการวางผังนั้นเป็นรูปตัว L วางห้อง 1 Bedroom 23 ตร.ม. อยู่ตรงกลางอาคารและฝั่งด้านนอก หรือทิศใต้ ส่วนห้องขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยคือ 1 Bedroom 26.5 ตร.ม. ส่วนใหญ่อยู่บริเวณมุมอาคาร และมีห้อง Combine ที่อยู่ด้านมุมอาคารอีกฝั่งและได้ตำแหน่งที่มีโถงทางเดินส่วนตัวแบบ Single Corridor อีกด้วย

    สำหรับห้องขนาดเล็ก 23 ตร.ม. ที่ตำแหน่งดีมีความเป็นส่วนตัวสูงมีอยู่ 2 ห้องต่อชั้นคือห้อง C-x06 และ C-x20

    ถัดขึ้นมาในชั้นขึ้นไปจะมีแปลนคล้ายกับชั้น 2-3  แต่ถูกลดทอนจำนวนยูนิตลงมาเรื่อยๆ ใครเลือกชั้นบนนอกจากจะได้เรื่องวิวแล้วยังได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกด้วย

    ถัดมาที่โซนอาคาร D-G กันบ้างนะคะโดยเราจะต้องข้ามสะพานข้ามคลองกันไป

    บรรยากาศคลองถือว่าทางโครงการจัดการด้านบรรยากาศริมคลองได้ค่อนข้างดีนะคะ โดยรอบมีรั้วกั้นพร้อมไม้พุ่มและไม้ยืนต้นดูร่มรื่น ส่วนคลองเองก็สะอาดไม่มีกลิ่นเหม็นแต่อย่างใด

    สำหรับโซนอาคาร D-G จะเป็นโซนที่ความสูงอาคารเพียง 5 ชั้นเท่านั้น และมีจำนวนยูนิตต่ออาคารน้อยกว่าโซนด้านหน้า ซึ่งใครที่ชอบความเป็นส่วนตัว ไม่ซีเรียสเรื่องความสะดวกในการใช้งาน Facilities รวมทั้งระยะห่างจากอาคารออกไปยังหน้าโครงการที่ติดกับซอยแจ้งวัฒนะ 1 ที่ค่อนข้างไกลก็จะตอบโจทย์นะคะ

    ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปดูส่วน Playground กันก่อนค่อนเดินดูอาคารและ Facilities ฝั่งโซนอาคาร D-G กันค่ะ

    โดยเมื่อข้ามสะพานมาแล้วให้เลี้ยวซ้ายเลย

    บริเวณนี้จัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวของโครงการ โดยมีพื้นที่ทางเดินรอบสวนสามารถวิ่งหรือเดินออกกำลังกายได้ ด้านข้างเป็นห้องนิติบุคคลและถัดไปเป็นโซนสนามเด็กเล่นค่ะ

    บรรยากาศส่วนสนามเด็กเล่น จัดให้เครื่องเล่นกลางแจ้งมาพอสมควรเลยนะคะ เด็กๆ สามารถมาวิ่งเล่น ออกกำลังกายบริเวณนี้ได้เต็มที่

    ชุดเครื่องเล่นที่ให้ถือว่าให้มาหลากหลายกว่าโครงการทั่วไปในระดับเดียวกัน

    ในส่วนของทางเดินนี้ไม่ได้จบอยู่แค่ส่วนสนามเด็กเล่นด้านหลังนะคะ แต่ยาวไปรอบโครงการขนานไปกับแนวสวนทำให้เวลาเราเดินเล่นหรือวิ่งนั้นได้บรรยากาศร่มรื่นรายทางไปด้วย

    ด้านข้างหลังของนิติบุคคลมีห้องน้ำส่วนกลางให้ใช้โดยแยกชาย/หญิงไว้เรียบร้อย

    เรากลับมาดูอาคารกันต่อนะคะ

    สำหรับอาคาร G เป็นอาคารแรกที่เราเห็นเลยหลังจากข้ามสะพานมา ด้านหน้าทางเข้ามีการ Set พื้นที่เข้าไปเล็กน้อยก่อนเสมือนเป็นเฉลียงต้อนรับ ก่อนจะถึงประตูเข้าอาคารโดยจะต้องสแกนบัตรจากด้านหน้าเลย เพราะอาคารโซนด้านหลังนี้ทั้งหมด ไม่มี Facilities ด้านใน จึงไม่อนุญาตให้ลูกบ้านอาคารอื่นๆ หรือแขกเข้ามาภายในได้ถ้าลูกบ้านไม่ได้ลงมารับนะคะ

    ภายในเข้ามาเจอลิฟต์ฝั่งขวามือ ถัดไปเป็นส่วน Mail Box และเข้าสู่พื้นที่พักอาศัยทั้งหมด

    สำหรับแปลนอาคาร E และ G จะเหมือนกันนะคะ โดยมีห้องขนาด 23 ตร.ม. และ 26.5 ตร.ม. ไม่มีห้อง Combine แล้ว สำหรับห้องขนาดใหญ่ 26.5 ตร.ม. จะอยู่หัวมุมอาคารทั้งหมด ใครเลือกห้อง G-x03 จะได้หน้าต่าง 2 ฝั่งด้วย เป็นห้องมุมที่ระบายอากาศได้ดี และมีความเป็นส่วนตัว

    แปลนอาคารทำออกมาเรียบง่าย มีจำนวนยูนิตต่อชั้นน้อย เพียง 12 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง อัตราส่วนลิฟต์อยู่ 54:1 เท่านั้น เรียกว่าความหนาแน่นน้อยกว่าอาคาร A-C พอสมควรนะคะ

    ถัดมาที่อาคาร D และ F มีจำนวนยูนิตและความหนาแน่นพอๆ กับอาคาร E และ G แต่การออกแบบผังแตกต่างตรงที่วางตำแหน่งโถงลิฟต์อยู่ด้านข้างแทนค่ะ

    เรามาต่อกันที่ส่วน Facilities ของโซนอาคาร D-G กันนะคะ โดย Facilities จะวางอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยอาคาร ทำให้อาคารฝั่งด้านในยังมีห้องที่ได้วิวสระว่ายน้ำบางส่วน ใครเลือกชั้น 2-3 จะเห็นชัดกว่าชั้นอื่นๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่า Facilities ฝั่งโซนนี้ไม่โดดเด่นเท่าโซนด้านหน้า A-B แต่ระยะห่างระหว่างอาคารที่มี Facilities คั่นกลางอยู่นั้นมีระยะห่างมากกว่า ความโปร่งโล่งของพื้นที่ตรงกลางดีกว่า และเป็นส่วนตัวมากขึ้น (มองเห็นห้องฝั่งตรงข้ามไกลขึ้น)

    ด้วยความที่ Facilities วางอยู่ชั้นล่างสุด อาจจะไม่เป็นส่วนตัวมากนักสำหรับคนที่มาใช้งาน ทางโครงการก็มีปลูกต้นไม้พุ่มช่วยบังสายตาให้ ซึ่งถือว่าดีค่ะ

    ขึ้นมามีพื้นที่สำหรับนั่งเล่น ห้องน้ำใช้รวมชาย/หญิง 1 ห้องและจุดล้างตัว

    ขึ้นมาอีกขั้นเป็นส่วน Day Bed ไว้นั่งเล่นริมสระ

    และสระว่ายน้ำขนาดสำหรับว่ายน้ำออกกำลังกายได้อยู่ค่ะ แต่รองรับจำนวนคนที่เล่นพร้อมกันได้ไม่มากนัก ประมาณ 3-4 คนกำลังดี

     

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • สระว่ายน้ำ 3 สระ ระบบเกลือ
    • สระว่ายน้ำเด็ก
    • Game Room
    • Library
    • Jacuzzi
    • Playground
    • สวนหย่อมรอบโครงการ
    • ลิฟท์โดยสาร

    • อาคาร A – C 2 ตัว/อาคาร
    • อาคาร D – G 1 ตัว/อาคาร

  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 97 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 33% รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card
  •  


    Product Walkthrough

    ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ 23 ตร.ม. จัดมาให้แบบ Fully Fitted ได้ชุด built-in เฉพาะครัวติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน รูปร่างของห้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส จัดพื้นที่การใช้งานภายในห้องหลักๆ เป็น 5 ส่วน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำและระเบียงซักล้าง ขนาดห้องไม่ใหญ่มากแต่จัดพื้นที่การใช้งานในส่วนต่างๆไว้เป็นสัดส่วนชัดเจน เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจออกับพื้นที่ส่วนห้องนั่งเล่น ที่เชื่อมต่อไปยังห้องนอนด้านใน พื้นที่ตรงส่วนนี้จะปูด้วยพื้นลามิเนต 8 mm. ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.45 m. จัดพื้นที่ห้องนั่งเล่นสามารถวางชุดโซฟาขนาดกลาง 2-3 ที่นั่งได้ เลยเข้าไปในตัวห้องจะเป็นพื้นที่ห้องนอน โดยจะมีบานเลื่อนกระจกกั้นแบ่งพื้นที่การใช้งาน และเพื่อความเป็นส่วนตัว ภายในห้องนอนจัดพื้นที่มาให้สามารถตั้งเตียงใหญ่ ขนาดแบบ 5 ฟุต ได้แบบพอดีๆ ตำแหน่งห้องนอนจะอยู่ฝั่งริมติดหน้าต่างของตัวห้อง ทำให้สามารถเปิดรับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี

    อีกฝั่งของตัวห้องจัดเป็นพื้นที่ห้องครัว ห้องน้ำ และระเบียง เริ่มจากห้องครัวจัดเป็นครัวเปิด ไม่มีประตูกั้นการใช้งาน ครัวแบบนี้จะต้องระมัดระวังเรื่องการประกอบอาหารที่มีกลิ่นและควัน กรณีนี้เราอาจจะต้องติดประตูหรือฉากบานเลื่อนเพิ่มเติม ภายในครัวมีชุดครัวแบบ built in ให้แต่ ถ้าอยากทำอาหารจริงจังอาจต้องติดตั้ง Hob & Hood เพิ่มเติม พื้นครัวปูด้วยพื้นลามิเนต ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้งาน เปียกชื้นจากการทำครัว พื้นที่ครัวจะเชื่อมต่อกับพื้นที่ระเบียง โดยจะมีบานประตูเลื่อนสามารถเปิดออกไปยังระเบียงด้านนอกได้ ระเบียงจัดพื้นที่มาให้สามารถพอใช้งานได้ เป็นส่วนซักล้าง ตั้งเครื่องซักผ้า เหลือที่ตากผ้าเล็กๆได้ หรืออาจะใช้วิธีแขวนราวตากผ้าด้านบนแทน ด้านในสุดของตัวห้องทางฝั่งขวาจัดเป็นพื้นที่ห้องน้ำ มีการแบ่งพื้นที่การใช้งานโซนเปียกและโซนแห้ง อุปกรณ์ภายในห้องน้ำหลักๆครบตามที่ต้องใช้งาน ตำแหน่งอยู่ด้านในอาคาร ซึ่งก็จะมีพัดลมดูดอากาศให้เรียบร้อย

    เมื่อเปิดเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ห้องนั่งเล่น มองตรงไปด้านในสุดของตัวห้องจะเป็นพื้นที่ห้องนอน ทางขวามือ เป็นทางออกไปส่วนครัว ห้องน้ำและระเบียงได้ พื้นส่วนห้องทั้งหมดยกเว้นห้องน้ำจะเป็นพื้นลามิเนตลายไม้ ในส่วนของผนังห้องจริงจะเป็นผนังฉาบเรียบและติด Wallpaper สีครีมให้ ระยะความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.45 m. ให้ไฟแบบซาลาเปา ประตูหน้าห้องจะได้เป็นบานประตูไม้ HDF (High Density Fiber) สีขาว

    ส่วนระยะห่างจากโซฟาถึงตำแหน่งติดตั้งทีวี อยู่ที่ประมาณ 2.45 m. ในระยะประมาณนี้สามารถเลือกทีวีขนาด 40″- 45″ ได้ค่ะ

    จัดแบ่งพื้นที่ภายในห้องสำหรับห้องนั่งเล่นไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วน ใช้งานได้เมื่อวางชุดโซฟาแบบ 2 ที่นั่งแล้ว ห้องยังมีพื้นที่เหลือด้านข้างให้วางชุดโต๊ะหรือชั้นวางของได้ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องตัวอย่างจะจัดมาให้ดูการใช้พื้นที่จะไม่มีให้ในห้องจริงนะคะ

    ชุดตู้และชั้นทีวีแบบ Built-in ด้านล่างเป็นบานเปิดสองด้านสามารถเก็บของด้านในได้ ด้านบนเป็นช่องเปิดสำหรับเก็บของต่างๆ ซึ่งชุดตู้นี้ทางโครงการไม่มีให้ค่ะ สำหรับ TV ให้ลองเปลี่ยนเป็นแขวนทีวีไว้ที่ผนัง ที่ผนังจะมีชุดปลั๊กไฟติดตั้งไว้ให้พร้อมใช้งานจะช่วยประหยัดพื้นที่จะได้มีพื้นที่เหลือวางของใช้ได้มากขึ้น

    ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นพื้นที่ส่วนห้องนอน โดยจะมีประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน กั้นเพื่อแบ่งพื้นที่การใช้งานให้ดูเป็นสัดส่วนและเพื่อความเป็นส่วนตัวในการใช้งานมากยิ่งขึ้น เมื่อเลื่อนบานจนสุดจะมีความกว้างอยู่ที่ 1.6 m. ตัวประตูอลูมิเนียมอบสีธรรมชาติ เป็นบานเลื่อนด้านเดียวชิดรวมไปทางขวามือ มีรางอลูมิเนียมและตัวล็อคประตูบานเลื่อนให้เรียบร้อย

    ภายในห้องนอน พื้นที่ที่จัดให้มาถือว่าใช้งานแบบพอดีๆ สามารถตั้งเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ได้ มีพื้นที่เหลือตรงปลายเตียงให้ตั้งตู้เสื้อผ้า มีข้อดีตรงตำแหน่งห้องนอนจะอยู่ฝั่งริมติดหน้าต่าง ทำให้สามารถเปิดรับลมและแสงธรรมชาติได้ดี

    พื้นที่ระยะระหว่างเตียงถึงประตูบานเลื่อนด้านในตัวห้อง กว้างประมาณ 45 cm.

    ตรงข้ามกับเตียงนอนจะทำเป็นตู้เสื้อผ้า Built in ไว้ในช่องที่เว้าเข้าไปในผนัง ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 0.77 x 1.3 m. ตัวตู้ทำเป็นบานเปิดด้านล่าง  ด้านบนภายในแบ่งพื้นที่เป็นราวแขวนเสื้อ และชั้นวางของด้านบน สำหรับเก็บของต่างๆ ซึ่งชุดตู้นี้ทางโครงการไม่มีให้ค่ะ

    ในส่วนของทางเข้าห้องครัวจะไม่มีประตูกั้นพื้นที่การใช้งาน ลักษณะเป็นครัวเปิด ซึ่งเราอาจจะติดประตูหรือบานเลื่อนเพิ่มภายหลังเพื่อกั้นแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น และสามารถประกอบอาหารจริงจังที่มีกลิ่นควันได้ เป็นการป้องกันไม่ให้กลิ่นและควันเข้ามารบกวนห้องนั่งเล่นและห้องนอนด้านใน ระยะความกว้างระหว่างช่องทางเดินกว้างประมาณ 1 m.

    บริเวณนี้ฝั่งซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ครัวและพื้นที่รับประทานอาหาร และห้องน้ำในฝั่งขวามือ

    ภายในครัวจะมีชุดครัวแบบ Built in ซึ่งทางโครงการมีให้ จัดแบ่งพื้นที่ไว้ 3 ส่วน คือ ส่วนสำหรับประกอบอาหาร และพื้นที่สำหรับตั้งตู้เย็น และพื้นที่ฝั่งตรงข้ามชุดครัว สำหรับตั้งโต๊ะรับประทานอาหารได้

    ภายในห้องครัวติดตั้งเป็นชุดครัวแบบ Built-in ให้ ที่เห็นจะเป็นสีตามนี้เลยค่ะ ชิ้นบนและชิ้นล่างตู้กรุผิวด้วยเมลามีนลายไม้ แต่ผนังห้องจริงจะเป็นผนังฉาบเรียบทาสี เราอาจจะกรุกระเบื้องเองภายหลัง เพื่อให้ง่ายต่อการเช็ดทำความสะอาด ด้านบนทำเป็นชั้นวางของแบบเปิดโล่ง ให้วางของและแขวนอุปกรณ์ครัวต่างๆ ที่ชิ้นไม่ใหญ่มากได้

    Top เป็น Laminates Postform สีขาว เหมาะสำหรับประกอบอาหาร สามารถเช็ดและทำความสะอาดได้ง่าย ชุดครัวที่โครงการให้มาจะเหมาะสำหรับประกอบอาหารง่ายๆ เพราะไม่มีชุดเตาและที่ดูดควันให้อันนี้ต้องติดตั้งเองภายหลังถ้าอยากประกอบอาหารจริงจัง ให้ชุดอ่างล้างจานสี่เหลี่ยมขนาดกลาง 1 ช่อง ขนาดประมาณ 48 x 48 cm. ด้านข้างมีพื้นที่สำหรับจัดเตรียมอาหาร

    Sink ล้างจานแบบหลุมเดี่ยว พร้อมก็อกน้ำ

    ส่วนครัวจะเชื่อมต่อไปยังส่วนระเบียงได้ ข้อดีของการจัดห้องลักษณะนี้ คือจะสามารถเปิดประตูเพื่อถ่ายเทและระบายอากาศได้ดี เวลาเตรียมอาหารที่มีควันและกลิ่นมากๆ

    พื้นที่ส่วนระเบียงปูพื้นกระเบื้องเซรามิค ผนังฉาบปูนเรียบทาสี พื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 1.5 x 1 m. จัดพื้นที่มาให้พอดีใช้งานเป็นส่วนซักล้าง ตากผ้าเล็กๆได้ และตั้งเครื่องซักผ้า

    ห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำสำเร็จรูป ภายในห้องน้ำจัดแบ่งการใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้ง วัสดุปูพื้นและผนังเป็นกระเบื้องเซรามิคทั้งหมด แต่ผนังตรงพื้นที่อาบน้ำจะใช้กระเบื้องแผ่นใหญ่ขนาด 60×60 cm.ให้ชุดอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกเงา และให้สุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ต่างๆภายในห้องน้ำครบครัน

    เริ่มต้นจากส่วนแห้งกันก่อนประกอบด้วยโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือ ทั้งหมดจาก COTTO ด้านหลังให้ Low Wall มาเรียบร้อยสามารถวางของใช้ต่างๆ ได้ดี

    พื้นที่สำหรับอาบน้ำจะอยู่ด้านในสุด จะไม่มีฉากกั้นมาให้ เราอาจจะต้องมาติดฉากกั้นหรือม่านพลาสติกเพิ่มเติมเองได้นะคะ เพื่อเวลาใช้งานน้ำจากการอาบจะได้ไม่กระเด็นเข้ามาในส่วนแห้งภายในห้องน้ำ ในส่วนพื้นที่ส่วนเปียกสำหรับยืนอาบน้ำ มีขนาดประมาณ 83 x 96 cm. สามารถยืนอาบน้ำได้พอดีๆ ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะมีขอบยกระดับขึ้นมาเล็กน้อยประมาณ 1 cm. เพื่อป้องกันน้ำไหลซึมมายังส่วนแห้งในห้องน้ำ

    ถัดมาเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 26.5 ตร.ม. เป็นขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย อยู่ได้สบายมากขึ้นนะคะ ซึ่งใครที่จะอยู่ 2 คน หรือมีงบขึ้นมาหน่อยจากห้องเล็กสุด 23 ตร.ม. ห้องนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ดีเลยค่ะ จุดเด่นของห้องนี้คือการได้ห้องนอนเป็นสัดส่วนมีความเป็นส่วนตัว เพราะเป็นห้องปิด ด้วยประตูทึบและมีผนังกั้นชัดเจน แตกต่างจากห้องที่แล้วที่กั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกนะคะ

    ส่วนพื้นที่ Common Area มีความกว้างขวางมากขึ้น เชื่อมพื้นที่ระหว่างพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร และพื้นที่ครัว ข้อดีคือทำให้พื้นที่บริเวณนี้โปร่งโล่ง แสงธรรมชาติเข้ามาได้ดี ตำแหน่งพื้นที่นั่งเล่นอยู่ด้านในเหมาะกับโซนนิ่งในการใช้งาน เมื่อเข้ามาในห้องจะได้รับแขกได้ด้วย แต่ก็จะไม่ได้วิวภายนอกนะคะ ส่วนพื้นที่ครัวนี้อยู่ติดกับริมระเบียงข้อดีคือเรื่องระบายอากาศและความชื้นต่างๆ ได้ดี

    เข้ามาภายในส่วนพื้นที่นั่งเล่น เชื่อมไปกับพื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่ครัว สุดท้ายที่ระเบียงภายนอกนะคะ ส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นทางเข้าห้องนอน

    สำหรับพื้นที่นั่งเล่นนี้สามารถวางชุดโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้กำลังดี ส่วนฝั่งตรงข้ามจะ Built-in ชั้นวางทีวีได้ดี หากอยากใช้พื้นที่ใช้สอยส่วนผนังอย่างเต็มที่แนะนำให้ Built-in ชั้นวางทีวีเต็มผนังเลยเพื่อที่จะสามารถวางของอื่นๆ เช่น ของตกแต่ง ได้มากขึ้นอีกด้วย

    ในส่วนของพื้นที่รับประทานอาหารสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 2 ที่นั่งได้กำลังดี ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ของเคาน์เตอร์ครัว

    สำหรับส่วนเคาน์เตอร์ครัวนี้จะได้ขนาดเดียวกับห้องที่แล้วนะคะ รวมถึงสเป็คทั้งหมดด้วย แต่เพิ่มเติมคือมีพื้นที่ตู้ด้านบนให้วางของได้มากขึ้น

    ถัดมาที่ประตูบานเลื่อนกระจกแบบ 2 ตอนเชื่อมเข้าสู่ระเบียงซักล้างภายนอก

    บริเวณพื้นที่ซักล้าง เมื่อวางเครื่องซักผ้าไปแล้วยังมีพื้นที่เหลือสำหรับซักล้างหรือตากผ้าอีกระดับนึง

    ด้านข้างเป็นพื้นที่แขวน CDU แอร์และเครื่องซักผ้า ซึ่งใครที่ไม่อยากให้ลมร้อนแอร์เป่าเข้ามาบริเวณลานซักล้างก็สามารถติดกริลล์เบี่ยงทิศทางลมร้อนไปด้านนอกได้นะคะ

    เข้ามาที่ภายในห้องนอนกันต่อนะคะ

    ภายในห้องนอนมีขนาดค่อนข้างกว้างขวางนะคะ สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุต ได้กำลังดี รวมทั้งเหลือพื้นที่ด้านข้างที่สามารถจัดฟังก์ชันอื่นๆ ได้ เช่น โต๊ะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะทำงานขนาดกะทัดรัดก็ได้นะคะ

    อีกฝั่งนึงเป็นพื้นที่วางตู้เสื้อผ้า และถัดไปเป็นห้องน้ำค่ะ ซึ่งตำแหน่งห้องน้ำของผังห้องนี้จะอยู่ภายในห้องนอนเลยนะคะ ข้อดีคือสะดวกในการใช้งานสำหรับลูกบ้าน แต่ก็มีข้อจำกัดหน่อยสำหรับแขกของลูกบ้านที่ต้องผ่านเข้าห้องนอนก่อนถึงจะเข้าห้องน้ำได้ อาจจะทำให้ลูกบ้านรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวได้เช่นกัน

    ภายในห้องน้ำเหมือนกับห้องน้ำของห้องที่แล้วเลยนะคะ โดยแยกส่วนเปียกและแห้งให้เรียบร้อย สุขภัณฑ์จาก COTTO

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

     

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 23 April 2018

    • 1 Bedroom ห้อง A708 อาคาร A ชั้น 7 ขนาด 23 ตร.ม. ราคา 1.513 ล้านบาท หรือ 65,782 บาท/ตร.ม.
    • 1 Bedroom ห้อง C615 อาคาร C ชั้น 6 ขนาด 23 ตร.ม. ราคา 1.467 ล้านบาท หรือ 63,782 บาท/ตร.ม.
    • Combine ห้อง A436 อาคาร A ชั้น 4 ขนาด 46.6 ตร.ม. ราคา 3.15 ล้านบาท หรือ 67,596 บาท/ตร.ม.

     

    • Fully Fitted
    • ฝ้าเพดานสูง 2.45 เมตร
    • Kitchen & Sink
    • จอง 5,000-10,000 บาท
    • ทำสัญญา 5,000-25,000  บาท
    • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
    • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.ม./เดือน
    • โปรโมชั่น       

    • พฤกษามีจัดแคมเปญ ลุ้นรถ Jazz จำนวน 25 คัน
    • ห้องหลุดดาวน์ราคาเพียง 990,000 บาท

     Open House วันที่ 19/05/18 ชมห้องจริง วิวจริง โดยในงานมีร้านอาหารชั้นนำและส่วนลดพิเศษ เฉพาะลูกค้าจาก Think of Living จะได้รับส่วนลดเพิ่ม 15,000 บาท

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    โครงการ Plum คอนโด แจ้งวัฒนะ สเตชั่น (เฟส 2) คอนโดราคาหยิบจับง่าย สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ บนทำเลแจ้งวัฒนะ ในอนาคตเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า เหมาะกับคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยในงบประมาณล้านต้นๆ ในย่านแจ้งวัฒนะ ที่มี Facilities ครบครัน และเป็นเจ้าของเองไม่ต้องเช่าอยู่ โดยสามารถผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 8,000-9,000 บาท

    ทำเล – โครงการอยู่ชานเมืองตอนเหนือของกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 1 ห่างจากถนนแจ้งวัฒนะประมาณ 170 เมตร ซึ่งซอยแจ้งวัฒนะ 1 เป็นซอยเชื่อมลัดเลาะได้หลายทางสามารถไปออกทั้งซอยวิภาวดี 64 และ 62 ได้ อีกทั้งทำเลนี้ยังอยู่ใกล้จุดตัดบนถนนหลักทั้งสี่แห่งเลยได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน และถนนรามอินทรา ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบทั้งที่จัดสรรและไม่จัดสรร ปะปนกับสิ่งปลูกสร้างที่เกื้อกูลในการใช้ชีวิตประจำวัน  มีสถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจอยู่หลายแห่ง อาทิเช่น การประปาส่วนภูมิภาค การประนครหลวง กรมทหารราบ 11 ทีโอที และ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ล้วนเป็นแหล่งงานที่มีคนอยู่หลายพันคน อีกทั้งยังถือว่าไม่ไกลจากแหล่งสถานศึกษาทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอาทิเช่น รร.ไผทอุดมศึกษา รร.เจริญผลวิทยา ม.ราชภัฏพระนคร ม.เกริก ม.ศรีปทุม และม.เกษตรศาสตร์ โรงพยาบาลก็มี และที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากสนามบินดอนเมืองเท่าไรด้วย

    แหล่งอาหารการกินถ้านับจุดที่ใกล้ที่สุดมีสองแห่งคือ ตลาด Market Today ซอยวิภาฯ64 ซึ่งนอกจากในตลาดที่มีอาหารการกินเยอะอยู่แล้ว รอบๆด้านข้างก็มีมินิมาร์ท ร้านค้า ร้านอาหารตามสั่ง ร้านรถเข็นมากมายเต็มไปหมด ส่วนอีกจุดนั่นคือ Max Valu หลักสี่ที่อยู่บนถนนแจ้งวัฒนะเยื้องกับที่ดินโครงการไปหน่อยนึง ซึ่งภายในก็จะมีซูปเปอร์มาร์เก็ต Mcdonald เปิดตลอด 24 ชม. หรือถ้าขับรถออกไปอีกหน่อยบนถนนพหลโยธินก็จะมี Tesco Lotus, Big C และห้างที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้คือ Central Plaza รามอินทรา ที่อยู่เลยม.เกริกไปนิดนึง ถือว่าเป็นย่านที่อุดมสมบูรณ์นะ

    การเดินทางโดยใช้รถ – ช่วงโครงการจัดว่าอยู่บนแจ้งวัฒนะตอนต้นจึงถือว่าสะดวก เพราะอยู่ใกล้กับถนนหลักทั้งสี่สาย และภายในซอยยังเป็นซอยลัดเลาะทางเชื่อมได้อีก ส่วนทางด่วนที่ใกล้ที่สุดคือ ทางยกระดับอุตรภิมุข(ดอนเมืองโทลล์เวย์) ที่ถ้าเข้าเมืองแค่เลี้ยวเข้าถนนวิภาวดีรังสิตก็เจอเลย ส่วนถ้าออกเมืองให้ไปกลับรถแถวหน้าทีโอทีก่อนถึงศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แล้วกลับเข้ามาวิภาวดีรังสิตอีกครั้งก็เจอทางขึ้นฝั่งออกเมืองเลย แต่ติดเรื่องที่จอดรถที่ให้มาน้อยมาหน่อยโดยจอดรถรวมซ้อนคันได้มา 33%

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – แม้จะไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ แต่ถือว่าเป็นระยะที่เดินเข้า-ออกซอยไปถนนใหญ่ได้ง่าย ประมาณ 170 เมตร บริเวณหน้าโครงการฝั่งตรงข้ามก็มีวินมอเตอร์ไซต์ให้เรียกใช้ได้ ส่วน Taxi ก็หาเรียกไม่ยากนั้นเพราะเป็นซอยที่คนนิยมใช้ลัดเลาะตลอดเวลา

    ส่วนระบบราง เนื่องด้วย รถไฟฟ้าสายสีชมพู นั้นสถานีทั้งใกล้สุดนั้นน่าจะเป็นสถานีที่ 15 (ราชภัฏพระนคร) ซึ่งคาดว่าห่างจากปากซอยแจ้งวัฒนะ 1 ประมาณ 200 เมตร จุดเด่นอีกอย่างคือทำเลรวมของโครงการนั้นอยู่ใกล้กับจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ อาทิเช่น ทางซ้ายมือสถานีหลักสี่จะไปเชื่อมต่อกับสายสีแดงเข้มไปรังสิต(กำลังก่อสร้าง) ส่วนทางขวามือสถานีวัดพระศรีมหาธาตุก็จะเชื่อมต่อกับสายสีเขียวเข้มหมอชิต-คูคต(กำลังก่อสร้าง) ถือว่าเราอยู่กึ่งกลางซึ่งมีตัวเลือกให้ใช้งานได้หลากหลายพอสมควรถ้าสร้างเสร็จแล้วทั้งหมด

    วัสดุ – ถือว่าให้มามาตรฐานตามราคาห้องที่ไม่สูงมาก ซึ่งลูกบ้านต้องมีงบประมาณเผื่อไว้สำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเข้าห้องด้วย เพราะตัวโครงการให้มาเป็น Fully Fitted พื้นห้องได้เป็นลามิเนต 8 mm. ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.45 เมตร โคมไฟกลมซาลาเปา ถ้าเป็นห้องไซส์ 23 ตร.ม. จะได้ประตูกระจกฉากกั้นกับห้องนอน พื้นห้องน้ำและระเบียงเป็นกระเบื้องผิวด้านไซส์ 30 cm. โดยที่ห้องน้ำเป็นห้องน้ำแบบสำเร็จ อุปกรณ์ในห้องน้ำทั้งหมดเป็นของ COTTO ส่วนครัวได้แต่เคาน์เตอร์และซิงก์ล้างจาน

    การออกแบบ – ตัวอาคารแต่ละอาคารค่อนข้างแยกจากกัน ไม่มีทางเชื่อมให้เดินเข้าถึงกันได้ง่าย ซึ่งที่พูดถึงนี้เนื่องจากพื้นที่ส่วนกลางมีอยู่เพียงบางอาคารเท่านั้น ลูกบ้านอาคารที่ไม่ได้มีพื้นที่ส่วนกลางนั้นเดินเข้าถึงได้แต่ไม่ได้สะดวกมากนัก หากมี Cover Way ให้เดินเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ไม่โดนแดดหรือเปียกฝนจะดีมาก ส่วนความหนาแน่นแม้จะมีจำนวนยูนิตมาก แต่ด้วยพื้นที่ดินก็มาเช่นกัน และแบ่งย่อยเป็นอาคารค่อนข้างเยอะทำให้ความรู้สึกหนาแน่นถูกลดทอนไปพอสมควร ใครชอบความเป็นส่วนตัว จำนวนยูนิตต่อชั้นและต่ออาคารไม่มากให้เลือกอาคาร D-G ส่วนใครที่อยากอยู่ใกล้ทางเข้า-ออกโครงการ มี Facilities ด้านล่างอาคารเลย ใช้งานง่ายให้เลือกอาคาร A-B ค่ะ

    ตัวห้องออกแบบมาได้ลงตัวฉบับห้องขนาดเล็ก ห้องหลักๆ จะเป็นห้องขนาด 23 ตร.ม. ซึ่งด้วยขนาดเท่านี้ก็สามารถจัดให้เป็น 1 Bedroom ได้อย่างค่อนข้างลงตัว มีฟังก์ชันครบ ใครมีงบจำกัดเลือกห้องนี้ก็โอเคค่ะ ส่วนใครที่มีงบมากขึ้นมาหน่อยอีก 2 แสนบาท แนะนำให้เลือกห้อง 26 ตร.ม. เป็นห้องที่กำลังดีในการอยู่อาศัยคนเดียวสบายๆ หรือหากใครอยู่ 2 คนแนะนำให้เลือกห้องเริ่มต้นที่ 26 ตร.ม.เช่นเดียวกัน ห้องนี้จุดเด่นคือพื้นที่ห้องนอนขนาดใหญ่และเป็นสัดส่วนมีความเป็นส่วนตัว พื้นที่ Common Area โปร่งโล่งมากขึ้น

    สาธารณูปโภค – มีครบครัน หลากหลาย และทำมาให้ค่อนข้างน่าใช้งานดีทีเดียว ติดตรงที่จัด Facilities อยู่ในโซนอาคาร A และ B เป็นหลัก ซึ่งลูกบ้านอาคาร A และ B ใช้งานได้ง่ายจริง ส่วนอาคารอื่นๆ หากต้องการใช้งานจะไม่สะดวกมากเท่าไหร่นัก อีกโซนของ Facilities คือตรงกลางระหว่างอาคาร D-G มีสระว่ายน้ำ Playgound (Outdoor Fitness) และ Jogging Track หากเทียบขนาดของ Facilities และจำนวนยูนิต ยังถือว่าน้อยไปหน่อยค่ะ

     

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับราคา 60,000-70,000 บาท/ตร.ม., 23 April 2018

    • ทำเล 7.5/10 – อยู่ในซอยไม่ไกลถนนหลัก ใกล้แหล่งอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ระดับนึง และใกล้สถานที่ทำงานและสถานศึกษาต่างๆ
    • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – ถือว่าสะดวก เพราะอยู่ใกล้กับถนนหลักทั้งสี่สาย และภายในซอยยังเป็นซอยลัดเลาะทางเชื่อมได้อีก ใช้ทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ได้ง่ายและใกล้ แต่หักตรงให้ที่จอดรถน้อยไปหน่อย
    • ไม่ใช้รถ(ไม่คิดรถไฟฟ้าในอนาคต) 7.5/10 – อยู่ในซอยแต่มีพี่วินตรงข้ามโครงการและรถ Taxi ผ่านบ้างเพราะเป็นทางลัดชุมชน ถนนหลักด้านหน้ามีรถเมล์และรถตู้ผ่าน
    • ไม่ใช้รถ(รถไฟฟ้าเสร็จ) 8.5/10 – ถ้ารถไฟฟ้าสายสีชมพูอนาคตเสร็จแล้ว ซึ่งสีแดงเข้มและเขียวต่อขยายซึ่งสร้างก่อนก็เสร็จก่อนแน่ จะกลายเป็นใกล้กับทั้งสาม 3 สี เลยเป็นจุดเชื่อมต่อที่เข้าออกเมืองได้หลากหลาย
    • วัสดุ 7/10 – Fully Fitted มาตรฐานใช้ของตามราคา
    • แบบ 7.75/10 – แบบออกแบบได้ลงตัว มีฟังก์ชันครบใช้งานได้จริงให้ขนาดห้องที่กะทัดรัด
    • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ให้มาครบครัน หลากหลาย น่าใช้งาน ตามราคาที่จ่าย แต่น้อยไปหน่อยเทียบกับยูนิต

    • ECONOMY CLASS
    • 7.51 / 10.00 (รถไฟฟ้ายังไม่เสร็จ)
    • 7.66 / 10.00 (รถไฟฟ้าเสร็จ)

    BOTTOM LINE

    Plum Condo แจ้งวัฒนะ สเตชั่น เฟส 2 เหมาะกับคนวัยทำงานที่อยู่อาศัยในย่านนี้ ที่มีสถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาอยู่หลายแห่ง มองหาคอนโดพร้อมอยู่ ในราคาสามารถหยิบจับง่าย และมี Facilities งบประมาณราวๆ 1.2-3 ล้านบาท